หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี
ลำดับที่ : 1

ชื่อโครงการ : โครงการสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพชุมชนในการจัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมของชุมชน(Active Community)ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 5

ยุทธศาสตร์ : 2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 15. ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างน้อยตำบลละ 1 ชุมชน

cluster : กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (54)17.3 ส่งเสริมการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมในจังหวัด ท้องถิ่นและชุมชน

แผนจัดสรรงบประมาณ :   3. แผนงานบูรณาการบริหารจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม

หลักการและเหตุผล : " ตามที่กรมอนามัยได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินงาน โดยในปี 2561 ได้กำหนดประเด็นด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมอยู่ในประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 8 คือ สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน โดยระบุตัวชี้วัด คือ ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชน อย่างน้อยตำบลละ 1 ชุมชน โดยมีเป้าหมาย ในปี 2561 และ ร้อยละ 50.0 ของจำนวนตำบลทั้งหมด และเป้าหมายของศูนย์อนามัยที่ 5 คือ 318 ตำบล จากตำบลทั้งหมด 635 ตำบลใน 8 จังหวัด โดยในปี 2560 ศูนย์ฯ ได้สำรวจสถานการณ์ด้านการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนในพื้นที่ 8 จังหวัด ซึ่งพบว่า ชุมชนมีศักยภาพเข้มแข็งในการจัดการสิ่งแวดล้อมชุมชน จำนวน 130 ชุมชนจาก 117 ตำบล (ร้อยละ 18.42) ในจำนวนนี้เป็นชุมชนเข้มแข็งยั่งยืน (มีนวัตกรรมชุมชน) จำนวน 59 ชุมชนจาก 54 ตำบล หรือร้อยละ 10.13 ของตำบลที่รับการประเมินในครั้งนี้ (ข้อมูล 30 พฤษภาคม 2560) ดังนั้น เพื่อให้การขับเคลื่อนการพัฒนาศักยภาพชุมชนในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนให้บรรลุตามเป้าหมายตัวชี้วัดการดำเนินงานของกรมอนามัย กลุ่มพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี จึงได้จัดทำโครงการสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพชุมชนในการจัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมของชุมชน (Active Community) ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 5 เพื่อสนับสนุนให้ชุมชน/ตำบลมีการพัฒนาความเข้มแข็งด้านการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนได้อย่างเหมาะสม และบรรลุตามเป้าหมาย ต่อไป " " ตามที่กรมอนามัยได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินงาน โดยในปี 2561 ได้กำหนดประเด็นด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมอยู่ในประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 8 คือ สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน โดยระบุตัวชี้วัด คือ ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชน อย่างน้อยตำบลละ 1 ชุมชน โดยมีเป้าหมาย ในปี 2561 และ ร้อยละ 50.0 ของจำนวนตำบลทั้งหมด และเป้าหมายของศูนย์อนามัยที่ 5 คือ 318 ตำบล จากตำบลทั้งหมด 635 ตำบลใน 8 จังหวัด โดยในปี 2560 ศูนย์ฯ ได้สำรวจสถานการณ์ด้านการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนในพื้นที่ 8 จังหวัด ซึ่งพบว่า ชุมชนมีศักยภาพเข้มแข็งในการจัดการสิ่งแวดล้อมชุมชน จำนวน 130 ชุมชนจาก 117 ตำบล (ร้อยละ 18.42) ในจำนวนนี้เป็นชุมชนเข้มแข็งยั่งยืน (มีนวัตกรรมชุมชน) จำนวน 59 ชุมชนจาก 54 ตำบล หรือร้อยละ 10.13 ของตำบลที่รับการประเมินในครั้งนี้ (ข้อมูล 30 พฤษภาคม 2560) ดังนั้น เพื่อให้การขับเคลื่อนการพัฒนาศักยภาพชุมชนในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนให้บรรลุตามเป้าหมายตัวชี้วัดการดำเนินงานของกรมอนามัย กลุ่มพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี จึงได้จัดทำโครงการสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพชุมชนในการจัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมของชุมชน (Active Community) ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 5 เพื่อสนับสนุนให้ชุมชน/ตำบลมีการพัฒนาความเข้มแข็งด้านการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนได้อย่างเหมาะสม และบรรลุตามเป้าหมาย ต่อไป " " ตามที่กรมอนามัยได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินงาน โดยในปี 2561 ได้กำหนดประเด็นด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมอยู่ในประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 8 คือ สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน โดยระบุตัวชี้วัด คือ ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชน อย่างน้อยตำบลละ 1 ชุมชน โดยมีเป้าหมาย ในปี 2561 และ ร้อยละ 50.0 ของจำนวนตำบลทั้งหมด และเป้าหมายของศูนย์อนามัยที่ 5 คือ 318 ตำบล จากตำบลทั้งหมด 635 ตำบลใน 8 จังหวัด ดังนั้น เพื่อให้การขับเคลื่อนการพัฒนาศักยภาพชุมชนในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนให้บรรลุตามเป้าหมายตัวชี้วัดการดำเนินงานของกรมอนามัย กลุ่มพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี จึงได้จัดทำโครงการสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพชุมชนในการจัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมของชุมชน (Active Community) ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 5 เพื่อสนับสนุนให้ชุมชน/ตำบลมีการพัฒนาความเข้มแข็งด้านการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนได้อย่างเหมาะสม และบรรลุตามเป้าหมาย ต่อไป " ตามที่กรมอนามัยได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินงาน โดยในปี 2561 ได้กำหนดประเด็นด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมอยู่ในประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 8 คือ สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน โดยระบุตัวชี้วัด คือ ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชน อย่างน้อยตำบลละ 1 ชุมชน โดยมีเป้าหมาย ในปี 2561 และ ร้อยละ 50.0 ของจำนวนตำบลทั้งหมด และเป้าหมายของศูนย์อนามัยที่ 5 คือ 318 ตำบล จากตำบลทั้งหมด 635 ตำบลใน 8 จังหวัด ดังนั้น เพื่อให้การขับเคลื่อนการพัฒนาศักยภาพชุมชนในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนให้บรรลุตามเป้าหมายตัวชี้วัดการดำเนินงานของกรมอนามัย กลุ่มพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี จึงได้จัดทำโครงการสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพชุมชนในการจัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมของชุมชน (Active Community) ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 5 เพื่อสนับสนุนให้ชุมชน/ตำบลมีการพัฒนาความเข้มแข็งด้านการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนได้อย่างเหมาะสม และบรรลุตามเป้าหมาย ต่อไป

วัตถุประสงค์ : เพื่อพัฒนาศักยภาพชุมชนในการจัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมของชุมชน

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
ร้อยละ 50 ของตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างน้อยตำบลละ 1 ชุมชน จากทั้งหมด 635 ตำบล/8 จังหวัดในเขตสุขภาพที่ 5 (รวม 318 ตำบล/ชุมชน)

วิธีการดำเนินงาน : จัดอบรมวิทยากรกระบวนการเพื่อพัฒนาศักยภาพในชุมชน สุ่มติดตามการดำเนินงาน และจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ best practice/นวัตกรรมชุมชนในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อม ระดับเขต สรุปบทเรียนเสนอผู้บริหาร/คืนข้อมูลพื้นที่

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพวิทยากรกระบวนการด้านการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชน 1 ม.ค. 2561 - 28 ก.พ. 2561 137,100.00
2 สุ่มติดตามการพัฒนาศักยภาพชุมชนในการจัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมของชุมชนในพื้นที่ 8 จว.ตามความพร้อม/สภาพปัญหาและบริบทของพื้นที่ 1 มี.ค. 2561 - 29 มิ.ย. 2561 27,900.00
3 จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ best practice/นวัตกรรมด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมระดับเขตในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 5 1 ก.ค. 2561 - 31 ส.ค. 2561 30,000.00
4 สรุปบทเรียนเสนอผู้บริหาร/คืนข้อมูลพื้นที่ 1 ส.ค. 2561 - 28 ก.ย. 2561 0.00
รวมเป็นเงิน 195,000.00
งบประมาณ : 195,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ม.ค. 2561 - 28 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : ประชาชน/ชุมชนมีความรอบรู้และมีส่วนร่วมในการจัดการสิ่งแวดล้อมชุมชนที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดี

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางสาวอุบล จันทร์เพชร

ผู้เสนอโครงการ : นายธนชีพ พีระธรณิศร์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายธนชีพ พีระธรณิศร์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายแพทย์ชลทิศ อุไรฤกษ์กุล (ผอ.ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี)

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี
ลำดับที่ : 2

ชื่อโครงการ : โครงการการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานบริการสาธารณสุข

ยุทธศาสตร์ : 2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 15. ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างน้อยตำบลละ 1 ชุมชน

cluster : กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (53)17.2 ส่งเสริมการดำเนินงาน GREEN&CLEAN Hospital

แผนจัดสรรงบประมาณ :   3. แผนงานบูรณาการบริหารจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม

หลักการและเหตุผล : ปัจจุบันประเทศไทยมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว จนไม่อาจรองรับผลกระทบที่เกิดตามมาได้ทัน โดยเฉพาะปัญหาทางสิ่งแวดล้อม เช่น ปัญหาน้ำเสีย ขยะ การใช้พลังงานฯ ดังนั้น สถานบริการสาธารณสุขควรมีบทบาทนำในการพัฒนาองค์กรและภาคีเครือข่ายให้ดำเนินกิจกรรมด้วยหลักการสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรกับสวล.

วัตถุประสงค์ : เพื่อสร้างความร่วมมือและพัฒนาขีดความสามารถของเจ้าหน้าที่และภาคีเครือข่ายในการดำเนินงานอนามัยสิ่งแวดล้อมในองค์กรให้บรรลุการลดโลกร้อน มีการจัดการมูลฝอยติดเชื้อถูกต้อง และมีฐานข้อมูลที่ครบถ้วน

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
เป้าหมาย : รพ.สังกัดกระทรวงสธ.มีการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมตามเกณฑ์ GREEN & CLEAN Hospital เขตสุขภาพที่ 5 8 จังหวัด ตัวชี้วัดโครงการ : รพ. ผ่านเกณฑ์ฯ ระดับดีมาก ร้อยละ 20 และมี รพ.ผ่านเกณฑ์ฯระดับดีมาก อย่างน้อยจังหวัดละ 1 แห่ง

วิธีการดำเนินงาน : 1.ชี้แจงแนวทางการดำเนินงาน สสจ. 2.เตรียมเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง 3.จัดประชุมพัฒนาศักยภาพบุคลากร 4.ประกวดนวัตกรรมลดโลกร้อน 5.สนับสนุนวิชาการและการดำเนินงาน 6.สุ่มประเมิน กำกับติดตาม 7.จัดทำฐานข้อมูล 8.สรุปรายงาน

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 การพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เรื่อง GREEN and Healthy Setting 1 ธ.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 89,000.00
2 การประกวดนวัตกรรม GREEN & CLEAN Hospital 1 ก.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561 159,780.00
3 การกำกับติดตามการดำเนินงานเชิงคุณภาพและพัฒนาต้นแบบ (Best Practice) 1 ม.ค. 2561 - 31 ส.ค. 2561 55,220.00
รวมเป็นเงิน 304,000.00
งบประมาณ : 304,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ธ.ค. 2560 - 31 ส.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : สถานบริการสาธารณสุขและภาคีเครือข่ายมีการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมในองค์กร ลดกาซเรือนกระจก และขยายผลสู่ชุมชน ลดปัจจัยเสี่ยงที่มีผลต่อสุขภาพ

ผู้รับผิดชอบโครงการ : ธิดารัตน์ ดำรงค์สอน มัตติกา ยงอยู่ วีระศักดิ์ โรจนาศรีรัตน์ สุภาภรณ์ หลักรอด

ผู้เสนอโครงการ : ธิดารัตน์ ดำรงค์สอน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : ธนชีพ พีระธรณิศร์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : ชลทิศ อุไรฤกกษ์กุล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี
ลำดับที่ : 3

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาการจัดการน้ำในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

ยุทธศาสตร์ : 2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 15. ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างน้อยตำบลละ 1 ชุมชน

cluster : กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (70)23.5 พัฒนาการจัดการน้ำในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

แผนจัดสรรงบประมาณ :   7. แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาด้านสาธารณสุขและสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก

หลักการและเหตุผล : สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารียโปรดเกล้าฯ ให้สำนักงานโครงการส่วนพระองค์ฯร่วมกับหน่วยงานต่างๆ รับผิดชอบดำเนินงาน “โครงการพัฒนาตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี”เพื่อช่วยเหลือเด็กเยาวชน และประชาชนที่ด้อยโอกาสในถิ่นทุรกันดาร ตั้งแต่ปี ๒๕๒๓ เริ่มด้วยโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดอาหาร พัฒนาภาวะโภชนาการ และสุขภาพของเด็กในถิ่นทุรกันดาร หลังจากนั้นทรงขยายงานพัฒนาไปในด้านอื่นๆ พร้อมขยายพื้นที่การดำเนินงานมากขึ้น เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องการจัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในโรงเรียน และชุมชนให้มีการจัดการน้ำบริโภคและอาหารที่สะอาด ปลอดภัย ซึ่งจะช่วยส่งเสริมพัฒนาการของเด็กให้สมบูรณ์ในทุกมิติ

วัตถุประสงค์ : เพื่อพัฒนาคุณภาพน้ำบริโภคและพัฒนาด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมกับนักเรียนและประชาชนในพื้นที่โครงการพระราชดำริ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. สุ่มประเมินคุณภาพน้ำบริโภค และมาตรฐานสถานประกอบด้านอาหารในรร.ตชด.15 แห่ง 2.พัฒนาศักยภาพครูอนามัยรร.ตชด. 52 คน 3.ตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำบริโภคใน รร.ตชด. 70 ตัวอย่าง

วิธีการดำเนินงาน : 1. ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เรื่อง การจัดการน้ำบริโภคและ สุขาภิบาลอาหารเพื่อเด็กใน รร.ตชด./ศกร. 26 แห่ง 2. ขับเคลื่อนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนต้นแบบ ในการ จัดการด้านสุขาภิบาลอาหารและน้ำ จังหวัดละ 1 แห่ง

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1. ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เรื่อง การจัดการน้ำบริโภคและสุขาภิบาลอาหารเพื่อเด็กในรร.ตชด./ศกร.1ครั้ง/52คน 1 ม.ค. 2561 - 31 ม.ค. 2561 42,500.00
2 2.ขับเคลื่อนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนต้นแบบ ในการจัดการด้านสุขาภิบาลอาหารและน้ำ จังหวัดละ 1 แห่ง 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 10,000.00
รวมเป็นเงิน 52,500.00
งบประมาณ : 52,500.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : นักเรียนและประชาชนในพื้นที่โครงการพระราชดำริ บริโภคน้ำและอาหารที่สะอาด ปลอดภัย ซึ่งจะช่วยป้องกันโรคติดต่อ และอันตรายจากพิษภัยสำหรับเด็ก เป็นการขจัดปัจจัยที่เป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้ และส่งเสริมพัฒนาการของเด็กให้สมบูรณ์ในทุกมิติต่อไป

ผู้รับผิดชอบโครงการ : สุภาภรณ์ หลักรอด, วีระศักดิ์ โรจนาศรีรัตน์, มัตติกา ยงอยู่

ผู้เสนอโครงการ : สุภาภรณ์ หลักรอด

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายธนชีพ พีระธรณิศร์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายชลทิศ อุไรฤกษ์กุล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี
ลำดับที่ : 4

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาคุณภาพการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมและการบังคับใช้กฎหมาย

ยุทธศาสตร์ : 2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 15. ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างน้อยตำบลละ 1 ชุมชน

cluster : กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (56)18.2 ขับเคลื่อนการบังคับใช้กฎหมาย

แผนจัดสรรงบประมาณ :   3. แผนงานบูรณาการบริหารจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม

หลักการและเหตุผล : การดำเนินงานตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ได้กระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการบริหารจัดการ ควบคุม กำกับ ดูแล การดำเนินการกิจการต่าง ๆ ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน โดยหน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุขต่างๆ ให้การสนับสนุนทางด้านวิชาการ ในส่วนของศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี มีบทบาทหน้าที่สนับสนุนในการใช้มาตรการกฎหมายตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ให้มีประสิทธิภาพ โดยสนับสนุนการดำเนินงานในภาคส่วนทั้งหน่วยงานสาธารณสุขในฐานะเจ้าพนักงานสาธารณสุข และภาคีเครือข่ายทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงภาคส่วนของประชาชนในพื้นที่อันถือได้ว่าเป็นผู้มีส่วนได้เสีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคณะอนุกรรมการสาธารณสุขจังหวัดที่มีการดำเนินการแต่งตั้งขึ้นเพื่อเป็นคณะทำงานในการกำหนดทิศทาง นโยบายกำกับ และติดตามการดำเนินการด้านกฎหมายการสาธารณสุข จึงต้องมีการเตรียมการสนับสนุนเพื่อรองรับความต้องการของภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องดังกล่าวในการเป็นที่ปรึกษา ถ่ายทอดองค์ความรู้ แนวทางการปฏิบัติและข้อมูลวิชาการ เพื่อให้เกิดการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตามบทบัญญัติของกฎหมาย และดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนให้ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล นอกจากการขับเคลื่อนการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวตามข้างต้นแล้ว การจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนก็มีความสำคัญ เนื่องจากพื้นที่เขตบริการสุขภาพที่ 5 มีการขยายตัวของความเป็นเมืองอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดผลกระทบทางลบต่อวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ สภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคมที่เป็นปัจจัยกำหนดสุขภาพของประชากร และการไม่ให้ความสำคัญต่อการป้องกัน การควบคุมผลกระทบที่อาจเกิดจากการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม เช่น ปัญหาน้ำสะอาดเพื่อการอุปโภคบริโภค ชุมชนแออัด มลพิษทางสิ่งแวดล้อมในด้านการจัดการขยะ ของเสียอันตราย มูลฝอยติดเชื้อ น้ำเสีย อากาศ สิ่งปฏิกูล โรคติดต่อ และอันตรายอื่นๆจากการบริโภคอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะและปลอดภัย รวมถึงปัญหาจากการให้บริการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมขององค์ปกครองส่วนท้องถิ่นที่ยังมีการจัดการไม่เหมาะสมเป็นมาตรฐาน และไม่ครอบคลุมพื้นที่ ทำให้ประชาชนมีความเสี่ยงสูงต่อการได้รับผลกระทบต่อสุขภาพ ไม่ได้รับการปกป้องสิทธิด้านสุขภาพจากปัจจัยคุกคามด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาคุณภาพการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมและการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อรองรับและสนับสนุนภาคีเครือข่ายในการดำเนินงานด้านกฎหมายสาธารณสุขได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีผลในการคุ้มครองสิทธิของประชาชนต่อไป รวมทั้งเพื่อให้การขับเคลื่อนการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการไปด้วยดี เกิดการพัฒนาการบริการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง มีการปรับปรุงงานอนามัยสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ ซึ่งจะทำให้เกิดการผลักดันให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีการจัดบริการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน เพื่อคุ้มครองสุขภาพประชาชนต่อไป

วัตถุประสงค์ : 1) เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีการบริการที่มีคุณภาพ มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล 2) เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ด้านกฎหมายการสาธารณสุขแก่ภาคีเครือข่ายในระดับจังหวัดและอำเภอ 3) เพื่อส่งเสริม สนับสนุนการดำเนินงานด้านกฎหมายสาธารณสุขของภาคีเครือข่ายให้สามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. เจ้าหน้าที่จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ 8 จังหวัดในเขตสุขภาพที่ 5 จำนวน 70 คน 2. เจ้าหน้าที่จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในฐานะผู้ช่วยเลขาคณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัด 8 จังหวัด ในเขตสุขภาพที่ 5 จำนวน 35 คน 3. ร้อยละ 50 ของเทศบาลทุกระดับมีระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมได้มาตรฐาน (จำนวน 102 แห่ง)

วิธีการดำเนินงาน : 1) อบรมพัฒนาศักยภาพผู้ตรวจแนะนำ(EHA Instructor)การพัฒนาคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 2) ร่วมกับ สสจ.ประเมินรับรองฯ อปท. 3) คัดเลือกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระดับเกียรติบัตร 4) ให้คำปรึกษาและสนับสนุน สสจ/สสอ. 5) ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติงานในฐานะผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัดตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 6) ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพแกนนำเจ้าพนักงานสาธารณสุขในหน่วยงานสาธารณสุขในระดับจังหวัดและอำเภอด้านพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 7)การส่งเสริมมาตรการบังคับใช้กฎหมายการสาธารณสุข

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1) อบรมพัฒนาศักยภาพผู้ตรวจแนะนำ(EHA Instructor)การพัฒนาคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 21 ธ.ค. 2560 - 22 ธ.ค. 2560 40,685.00
2 2) ร่วมกับ สสจ.ประเมินรับรองฯ อปท. 1 ธ.ค. 2560 - 29 มิ.ย. 2561 13,340.00
3 4) ให้คำปรึกษาและสนับสนุน สสจ/สสอ. 1 ธ.ค. 2560 - 31 พ.ค. 2561 15,232.00
4 5) ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติงานในฐานะผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัดตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 15 พ.ย. 2560 - 16 พ.ย. 2560 4,250.00
5 6) ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพแกนนำเจ้าพนักงานสาธารณสุขในหน่วยงานสาธารณสุขในระดับจังหวัดและอำเภอด้านพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 6 ก.พ. 2561 - 7 ก.พ. 2561 33,640.00
6 7)การส่งเสริมมาตรการบังคับใช้กฎหมายการสาธารณสุข 2 ต.ค. 2560 - 28 ก.ย. 2561 153,535.00
รวมเป็นเงิน 260,682.00
งบประมาณ : 260,682.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 2 ต.ค. 2560 - 28 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีการยกระดับการบริหารจัดการระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมไปสู่มาตรฐาน 2) เจ้าหน้าที่จากสำนักงานสาธารณสุขอำเภอและสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมีความรู้เข้าใจ ในการรับรองคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและมีส่วนร่วมผลักดันตามบทบาทหน้าที่ 3) ภาคีเครือข่ายได้รับการสนุบสนุนและส่งเสริมการดำเนินงานด้านกฎหมายการสาธารณสุข 4) ประชาชนได้รับการคุ้มครองด้านสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1) นายวีระศักดิ์ โรจนาศรีรัตน์ 2) น.ส.มัตติกา ยงอยู่ 3) นายกานต์ เจิมพวงผล

ผู้เสนอโครงการ : นายวีระศักดิ์ โรจนาศรีรัตน์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายธนชีพ พีระธรณิศร์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายชลทิศ อุไรฤกษ์กุล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี
ลำดับที่ : 5

ชื่อโครงการ : โครงการน้ำบริโภคปลอดภัยและสุขอนามัยของประชาชน

ยุทธศาสตร์ : 2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 15. ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างน้อยตำบลละ 1 ชุมชน

cluster : กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (60)20.2 ผลักดันให้เกิดการพัฒนารูปแบบการจัดการน้ำบริโภค

แผนจัดสรรงบประมาณ :   4. แผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ

หลักการและเหตุผล : จากข้อมูลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน พ.ศ. 2555 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า แหล่งน้ำใช้ของครัวเรือนไทยส่วนใหญ่ (ร้อยละ78.9) ใช้น้ำประปา ส่วนน้ำดื่ม ส่วนใหญ่ (ร้อยละ 64.0) เป็นน้ำประปาเช่นกัน โดยการนำน้ำประปามาผ่านกรรมวิธีทำให้สะอาดพร้อมดื่มเป็นน้ำบรรจุขวดหรือตู้น้ำหยอดเหรียญ (ร้อยละ 40.9) และวิธีการอื่นๆ (ร้อยละ 23.1) เช่น ต้ม กรอง เป็นต้น นอกจากนี้ครัวเรือนบางส่วน (ร้อยละ 28.6) เก็บกักน้ำฝนไว้เป็นแหล่งน้ำดื่มของครัวเรือน แต่จากการสุ่มเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภคประเภทต่าง ๆในเขตสุขภาพที่ 5 ปี 2560 พบว่า คุณภาพน้ำบริโภคผ่านเกณฑ์มาตรฐานร้อยละ 33.6 โดยน้ำประปาผ่านเกณฑ์มาตรฐานน้ำบริโภคร้อยละ 30.7 น้ำตู้หยอดเหรียญร้อยละ61.1 น้ำบรรจุถังผ่านร้อยละ25.0 ส่วนน้ำบาดาล และน้ำฝน ไม่ผ่านเกณฑ์ โดยปัญหาหลักของคุณภาพน้ำที่ตรวจพบ คือ การปนเปื้อนแบคทีเรียร้อยละ55.8 รองลงมาคือ ปัญหาทาง เคมีและ กายภาพ ร้อยละ17.6 และ8.0ตามลำดับ ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์โรคติดต่อทาง อาหารและน้ำจากการเฝ้าระวังโรคของสำนักระบาดวิทยากรมควบคุมโรค ที่ประชาชนในเขต 5 มีการเจ็บป่วยเนื่องมาจากโรคที่มีอาหารและน้ำเป็นสื่อ โดยเฉพาะโรคอุจจาระร่วงมีอุบัติการณ์สูงเป็นลำดับแรกในโรคติดต่อ 10ลำดับแรกของเขตต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2554-2559 เช่นเดียวกับโรคอาหารเป็นพิษ ซึ่งอยู่ใน10อันดับแรก และมีการบ่งชี้ว่า พื้นที่เสี่ยงที่มีอัตราป่วยด้วยโรคระบบทางเดินอาหารสูงต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2554–2559 น้ำประปาจึงเป็นแหล่งน้ำบริโภคที่สำคัญ ที่ต้องมีการพัฒนามาตรฐานคุณภาพน้ำให้สะอาดและปลอดภัยเพียงพอ

วัตถุประสงค์ : 1 เพื่อพัฒนาคุณภาพระบบการจัดการน้ำบริโภคของท้องถิ่น และประปาหมู่บ้านให้ได้ตามมาตรฐาน และบทบาทในกฎหมาย 2 เพื่อพัฒนารูปแบบการเฝ้าระวังน้ำบริโภค โดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายและประชาชน

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1.ระบบประปาต้นแบบ 1แห่ง 2.ระบบประปาของอปท.มีการพัฒนาคุณภาพน้ำได้ตามเกณฑ์มาตรฐาน 10 แห่ง 3.ระบบประปาหมู่บ้านได้รับการตรวจสอบมาตรฐาน 25แห่ง

วิธีการดำเนินงาน : 1. พัฒนาต้นแบบการจัดการคุณภาพระบบประปาอปท.ตามแนวทาง WSP (Water safety Plan) ของ WHO 2.เฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภค:น้ำประปา 3. สนับสนุนการดำเนินงานพัฒนาการจัดการคุณภาพน้ำบริโภคและการสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภค

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1. พัฒนาต้นแบบการจัดการคุณภาพระบบประปาอปท.ตามแนวทาง WSP (Water safety Plan) ของ WHO 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 13,000.00
2 3.เฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภค:น้ำประปา (อปท./ประปาหมู่บ้าน) 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 13,148.00
3 4. สนับสนุนการดำเนินงานพัฒนาการจัดการคุณภาพน้ำบริโภค และการสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภคใน 8 จังหวัด 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 12,960.00
4 2 ประชุมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้แนวทางWSP 1 ธ.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 38,192.00
รวมเป็นเงิน 77,300.00
งบประมาณ : 77,300.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : สร้างความมั่นใจ ด้านความสะอาดและปลอดภัยของน้ำบริโภคจากระบบประปาของอปท.และประปาหมู่บ้านที่มีคุณภาพ เพื่อให้ประชาชนได้รับการคุ้มครองสิทธิตามกฎหมาย และได้รับบริการน้ำบริโภคที่สะอาด ปลอดภัย ตลอดจนทำให้ประชาชนมีความตระหนักรู้ และมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังและจัดการกับปัจจัยคุกคามที่ทำให้น้ำบริโภคเกิดความเสี่ยง ทำให้ลดความเสี่ยงอันตรายของพิษภัยในน้ำบริโภค ได้อย่างเหมาะสม

ผู้รับผิดชอบโครงการ : สุภาภรณ์ หลักรอด, วีระศักดิ์ โรจนาศรีรัตน์, มัตติกา ยงอยู่

ผู้เสนอโครงการ : สุภาภรณ์ หลักรอด

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายธนชีพ พีระธรณิศร์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายชลทิศ อุไรฤกษ์กุล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี
ลำดับที่ : 6

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาการจัดการสิ่งปฏิกูลเพื่อลดการปนเปื้อนสู่แหล่งน้ำ

ยุทธศาสตร์ : 2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 15. ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างน้อยตำบลละ 1 ชุมชน

cluster : กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (61)21.1 ประเมินสถานการณ์และพัฒนาระบบฐานข้อมูลการจัดการสิ่งปฏิกูล

แผนจัดสรรงบประมาณ :   4. แผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ

หลักการและเหตุผล : โรคพยาธิใบไม้ตับเป็นโรคที่มีความสำคัญและเป็นปัญหาทางด้านสาธารณสุขของประเทศไทยและยังเป็นปัญหาที่ควรได้รับการแก้ไขในประเทศหลายๆประเทศทั่วโลก พยาธิใบไม้ตับที่เป็นสาเหตุของการก่อโรคมีหลายชนิดขึ้นกับลักษณะของแต่ละภูมิประเทศนั้นๆ องค์การอนามัยโลก (World Health Organization : WHO) ได้จัดให้โรคพยาธิใบไม้ตับเป็นเชื้อก่อให้เกิดโรคมะเร็งท่อน้ำดี เนื่องจากพยาธิใบไม้ตับจะทำให้ท่อน้ำดีเกิดการอักเสบเรื้อรัง และเกิดการอุดตันของท่อน้ำดีในตับจากตัวและไข่ของพยาธิ ส่งผลให้เกิดภาวะตับโต ตัวเหลือง ตาเหลือง (โรคดีซ่าน) แน่นท้อง และมีน้ำในท้อง/ท้องมาน สำหรับประเทศไทย มีรายงานการเกิดโรคพยาธิใบไม้ตับ ที่พบได้ในทุกช่วงอายุตั้งแต่ในเด็กเล็กไปจนถึงในผู้สูงอายุ โดยช่วงอายุที่พบโรคได้สูงสุดคือ ระหว่างอายุ 55-64 ปี พบในเพศหญิงและเพศชายใกล้เคียงกัน ส่วนใหญ่พบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือโดยมีผู้ป่วยประมาณ 7 ล้านคน รองลงมาพบในภาคเหนือ และภาคกลาง ตามลำดับ สาเหตุของการเกิดโรคพยาธิใบไม้ตับ เนื่องจากการรับประทานอาหารประเภทปลาน้ำจืดชนิดที่มีเกล็ดที่มีตัวอ่อนของพยาธิอยู่ โดยการปรุงดิบ หรือปรุงสุกๆ ดิบๆ โดยในประเทศไทย พบว่า ปลาที่มีพยาธิตัวอ่อน จะเป็นปลาจำพวก ปลาซิว ปลาสร้อย ปลาขาว ปลาตะเพียน ฯลฯ เมื่อคนกินปลาที่ปรุงไม่สุก ตัวอ่อนนี้จะเจริญเป็นพยาธิตัวเต็มวัยในท่อน้ำดีของตับของคน พยาธิจะออกไข่ ไข่จะออกมาในลำไส้ และปนออกมากับอุจจาระ หากมีการจัดการอุจาระไม่ดีพอ ปล่อยอุจจาระลงสู่แหล่งน้ำ เมื่อหอยไซกินไข่นี้เข้าไป พยาธิจะเจริญเป็นตัวอ่อนอยู่ในหอย เป็นระยะตัวอ่อน และต่อมาจะออกจากหอยไปเจริญเติบโตในตัวปลาเป็นตัวอ่อนระยะติดต่อ เมื่อคนกินปลาที่ปรุงไม่สุก ตัวอ่อนนี้จะเจริญเป็นพยาธิตัวเต็มวัยในท่อน้ำดีของตับคนเป็นวงจรอย่างนี้ต่อไป โรคพยาธิใบไม้ตับเป็นโรคที่ต้องใช้ต้นทุนในการรักษาสูงมากถึงประมาณ 5 แสนบาทต่อคน ผู้ป่วยมีอัตราการรอดชีวิตต่ำมาก เนื่องจากจะพบผู้ป่วยกลายเป็นมะเร็งในระยะท้ายๆ นอกจากพฤติกรรมการบริโภคอาหารสุกๆดิบๆแล้ว สาเหตุอีกอย่างที่ถือว่าเป็นปัจจัยที่ช่วยส่งเสริมให้เกิดโรคพยาธิใบไม้ตับ คือ การจัดการสิ่งปฏิกูลที่ไม่ถูกสุขลักษณะ มีการนำสิ่งปฏิกูลไปปล่อยตามที่สาธารณะ ไร่นา สวนยางพารา โดยไม่มีการกำจัดหรือบำบัดให้ปราศจากเชื้อโรคก่อน ส่งผลให้สิ่งปฏิกูลปนเปื้อนสิ่งแวดล้อม ไหลลงสู่แหล่งน้ำ ตามพ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 กำหนดบทบาทหน้าที่การจัดการสิ่งปฏิกูลให้เป็นอำนาจหน้าที่ของราชการส่วนท้องถิ่นในการกำหนดสุขลักษณะการเก็บ ขน และกำจัดสิ่งปฏิกูล โดยการออกข้อกำหนดท้องถิ่นในการควบคุม กำกับ แต่อย่างไรก็ตามที่ผ่านมายังพบว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) หลายแห่งยังไม่มีการออกข้อกำหนดท้องถิ่น ขาดการควบคุม กำกับติดตาม การจัดการสิ่งปฏิกูลโดยเฉพาะรถสูบสิ่งปฏิกูลที่สูบแล้ว นำไปปล่อยตามที่สาธารณะ หรือที่อื่นๆ ส่งผลให้สิ่งปฏิกูลปนเปื้อนสิ่งแวดล้อม ไหลลงสู่แหล่งน้ำ ไข่ของพยาธิใบไม้ตับที่อยู่ในสิ่งปฏิกูล จะไหลลงสู่แหล่งน้ำ สู่ตัวกลางต่างๆ และจะเจริญเติบโตในตัวปลา และกลับเข้าสู่คนจากพฤติกรรมการบริโภคอาหารสุกๆดิบๆ เพื่อเป็นการช่วยป้องกันโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีให้ลดน้อยลงจนกระทั่งหมดไปนั้น ควรเริ่มตั้งแต่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคในบ้าน การจัดการสิ่งปฏิกูลที่ถูกต้องทั้งในครัวเรือน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะต้องออกข้อกำหนดท้องถิ่นในการจัดการสิ่งปฏิกูลให้ถูกสุขลักษะ ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี ได้เห็นความสำคัญของปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี รวมทั้งปัญหาการจัดการสิ่งปฏิกูลซึ่งอาจทำให้เกิดการปนเปื้อนสู่แหล่งน้ำ จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาจัดการสิ่งปฏิกูลเพื่อลดการปนเปื้อนสู่แหล่งน้ำ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการกับปัจจัยเสี่ยงที่เกิดจากการจัดการสิ่งปฏิกูลที่ไม่ถูกหลักสุขาภิบาล ลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคพยาธิใบไม้ตับต่อไป

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อลดความเสียงจากการปนเปื้อนสิ่งปฏิกูลสู่แหล่งน้ำ 2. เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีการดำเนินการด้านการจัดการสิ่งปฏิกูลให้ได้มาฐาน(EHA)

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
มีสถานการณ์และฐานข้อมูลการจัดการสิ่งปฏิกูล จำนวน 1 เรื่อง

วิธีการดำเนินงาน : 1) จัดทำสถานการณ์และแนวทางการจัดการในพื้นที่ 2) สนับสนุนองค์ความรู้วิชาการ/มาตรฐาน/กฎระเบียบ 3) พัฒนารูปแบบและเทคโนโลยีบำบัดสิ่งปฏิกูล 4) อบรมการจัดการสิ่งปฏิกูลของท้องถิ่น เพื่อให้ผ่านมาตรฐาน EHA ด้านการจัดการสิ่งปฏิกูล (อยู่ในประชุม EHA)

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1) จัดทำสถานการณ์และแนวทางการจัดการในพื้นที่ 1 ธ.ค. 2560 - 28 ก.ย. 2561 15,000.00
2 3) พัฒนารูปแบบและเทคโนโลยีบำบัดสิ่งปฏิกูล 1 ธ.ค. 2560 - 28 ก.ย. 2561 15,000.00
รวมเป็นเงิน 30,000.00
งบประมาณ : 30,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ธ.ค. 2560 - 28 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : ระบบการจัดการสิ่งปฏิกูลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้มาฐานตามหลักสุขาภิบาล

ผู้รับผิดชอบโครงการ : มัตติกา ยงอยู่ สุภาภรณ์ หลักรอด

ผู้เสนอโครงการ : มัตติกา ยงอยู่

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายธนชีพ พีระธรณิศร์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายชลทิศ อุไรฤกษ์กุล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี
ลำดับที่ : 7

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ SEZ

ยุทธศาสตร์ : 2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 16. จังหวัดในเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษมีฐานข้อมูลการเฝ้าระวังด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม

cluster : กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (64)22.1 เฝ้าระวังและพัฒนาขีดความสามารถ จนท.สธ/อปท.ในการดำเนินงานอนามัยสิ่งแวดล้อมพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ

แผนจัดสรรงบประมาณ :   5. แผนงานบูรณาการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ

หลักการและเหตุผล : การประกาศเพื่อรวมตัวกันของสมาชิกประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อก้าวเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียนในปี พ.ศ. ๒๕๕๘ นั้น ถือเป็นเงื่อนไขที่สำคัญของการพัฒนาในกลุ่มประเทศสมาชิกทั้งในด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ภายใต้ความร่วมมือและข้อตกลงที่ต้องการเห็นเสถียรภาพความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง รวมทั้งลดช่องว่างของระดับการพัฒนาของประเทศในกลุ่มสมาชิก เสริมสร้างความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนในภูมิภาคนี้ แต่ทว่าการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดภายใต้เงื่อนไขดังกล่าว อาจส่งผลกระทบทางสาธารณสุขหรือมิติทางสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม เนื่องจากการขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว อาจเป็นแรงเสริมให้เกิดแรงกดดันต่อสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ ที่มีความสัมพันธ์ต่อสุขภาพของประชาชน ที่ผ่านมารัฐบาลมีนโยบายให้หน่วยงานและส่วนราชการต่างๆ เตรียมความพร้อมรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในทุกด้าน สำหรับการเตรียมความพร้อมด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมนั้น ผลกระทบที่เกิดขึ้นมีแนวโน้มว่าจะเกิดผลกระทบทางลบมากกว่าทางบวก เนื่องจากการพัฒนาเศรษฐกิจระบบคมนาคมขนส่ง การศึกษาระหว่างประเทศ ทำให้ปัญหาสิ่งแวดล้อมมีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ้น รวมทั้งการเคลื่อนย้ายแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งอาจกระทบต่อระบบสุขาภิบาลพื้นฐานและความมั่นคงด้านอาหารของประเทศได้ เมื่อพิจารณาตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น กรมอนามัยในฐานะหน่วยงานหลักด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมของประเทศ ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญและจำเป็นเร่งด่วนต้องดำเนินการ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นที่เป็นผลมาจากการเป็นประชาคมอาเซียน ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ SEZเพื่อจัดทำข้อเสนอแนะและแนวทางการเตรียมความพร้อมด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคสาธารณสุข เพื่อให้เกิดการจัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมที่ถูกต้อง และให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีความพร้อม ทั้งด้านความรู้และทักษะการดำเนินการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม รวมถึงการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม อันนำไปสู่การป้องกันและลดผลกระทบที่อาจเป็นผลจากการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

วัตถุประสงค์ : 1) เพื่อบริหารจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ SEZ 2) เพื่อให้เกิดการจัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมที่ถูกต้อง และให้หน่วยงานสาธารณสุข และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีความพร้อม ทั้งด้านความรู้และทักษะการดำเนินการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. มีฐานข้อมูลและระบบเฝ้าระวังด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม จำนวน 1 ระบบ 2. บุคลากรด้านสาธารณสุขและเจ้าหน้ำที่อปท.ในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษจังหวัดกาญจนบุรีได้รับการพัฒนาศักยภาพอนามัยสิ่งแวดล้อม 1 ครั้งจำนวนไม่น้อยกว่า 30 คน

วิธีการดำเนินงาน : 1) การสำรวจข้อมูลพื้นฐาน based-line data ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมและพฤติกรรมสุขภาพ โดยเฉพาะในพื้นที่ SEZ 2) อบรมพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและอปท. ด้านการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ 3) การเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพจากมลพิษสิ่งแวดล้อม และการเก็บตัวอย่างคุณภาพสิ่งแวดล้อม เช่น คุณภาพน้ำประปา / อาหาร 4) จัดทำ Baseline data และแผนที่ความเสี่ยง /การนำเข้าข้อมูลในระบบฐานข้อมูล NEHIS หรือแผนที่สารสนเทศ 5) อบรมพัฒนาศักยภาพ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1) การสำรวจข้อมูลพื้นฐาน based-line data ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมและพฤติกรรมสุขภาพ โดยเฉพาะในพื้นที่ SEZ 1 ธ.ค. 2560 - 28 ก.ย. 2561 50,000.00
2 2) อบรมพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและอปท. ด้านการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ 19 ม.ค. 2561 - 19 ธ.ค. 2560 169,450.00
3 3) การเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพจากมลพิษสิ่งแวดล้อม และการเก็บตัวอย่างคุณภาพสิ่งแวดล้อม เช่น คุณภาพน้ำประปา / อาหาร 1 ธ.ค. 2560 - 28 ก.ย. 2561 111,110.00
4 4) จัดทำและพัฒนาฐานข้อมูล และสถานการณ์ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ 1 ธ.ค. 2560 - 28 ก.ย. 2561 50,000.00
รวมเป็นเงิน 380,560.00
งบประมาณ : 380,560.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ธ.ค. 2560 - 28 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : ประชาชนในเขตเศรษฐกิจพิเศษได้รับการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมที่มีมาตรฐาน

ผู้รับผิดชอบโครงการ : มัตติกา ยงอยู่ อุบล จันทร์เพชร วีระศักดิ์ โรจนาศรีรัตน์ กานต์ เจิมพวงผล

ผู้เสนอโครงการ : มัตติกา ยงอยู่

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายธนชีพ พีระธรณิศร์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายชลทิศ อุไรฤกษ์กุล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี
ลำดับที่ : 8

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาระบบสุขาภิบาลอาหาร

ยุทธศาสตร์ : 2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 15. ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างน้อยตำบลละ 1 ชุมชน

cluster : กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (53)17.2 ส่งเสริมการดำเนินงาน GREEN&CLEAN Hospital

แผนจัดสรรงบประมาณ :   3. แผนงานบูรณาการบริหารจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม

หลักการและเหตุผล : พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535ให้ท้องถิ่นมีอำนาจออกข้อบัญญัติใช้ในการควบคุมหรือกำกับดูแลการประกอบกิจการต่างๆ ในการดำเนินงานสุขาภิบาลอาหาร ตามหมวด 7 หมวด 8 และหมวด 9 ให้มีประสิทธิภาพ ต้องอาศัยความร่วมมือจากเจ้าพนักงานตามกฎหมาย ชมรมผู้ประกอบการค้าอาหารและตลาด ผู้ประกอบกิจการด้านอาหาร ผู้สัมผัสอาหารและผู้บริโภค ศูนย์อนมัยที่ 5 จัดทำโครงการพัฒนาระบบสุขาภิบาลอาหารเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีระบบ มีประสิทธิภาพ โดยอาศัยภาคีเครือข่ายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินงานร่วมกันส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพดี

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อเฝ้าระวังสุขาภิบาลอาหารและพัฒนาฐานข้อมูล 2. เพื่อส่งเสริมการดำเนินงาน GREEN & CLEAN Hospital และโรงพยาบาลอาหารปลอดภัย 3. เพื่อส่งเสริมท้องถิ่นในการพัฒนาคุณภาพระบบการจัดการสุขาภิบาลอาหาร 4. เพื่อเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายในการจัดการสุขาภิบาลอาหาร

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1) มีการเฝ้าระวังสุขาภิบาลอาหารและใช้โปรแกรมจัดเก็บข้อมูลสารสนเทศด้านสุขาภิบาลอาหารและน้ำ เขตสุขภาพที่ 5 2) โรงพยาบาลได้รับการสุ่มประเมินการพัฒนาสุขาภิบาลอาหารและน้ำ GREEN & CLEAN Hospital จำนวน 21 แห่ง 3) โรงพยาบาลได้รับการสุ่มประเมินการพัฒนาสุขาภิบาลอาหารและน้ำ โรงพยาบาลอาหารปลอดภัย จำนวน 21 แห่ง 4) มีชมรมผู้ประกอบการค้าอาหารและตลาด ดีเด่นระดับเขต จำนวน 2 แห่ง

วิธีการดำเนินงาน : พัฒนาระบบเฝ้าระวังสุขาภิบาลอาหารและฐานข้อมูล 1) ประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การเฝ้าระวังสุขาภิบาลอาหารและการใช้โปรแกรมจัดเก็บข้อมูลสารสนเทศฯ 2) สนับสนุนการเฝ้าระวังสุขาภิบาลอาหารในสถานประกอบการค้าอาหาร *ส่งเสริมการพัฒนาระบบการจัดการสุขาภิบาลอาหารและน้ำ 1) ประเมินการพัฒนาคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อม อปท. 2) เป็นที่ปรึกษาด้านวิชาการในการพัฒนาระบบสุขาภิบาลอาหารและน้ำ *พัฒนาศักยภาพและการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย 1) พัฒนาหลักสูตรการอบรม 2) สุ่มประเมินการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม G & C Hospital 3) สุ่มประเมินการพัฒนาสุขาภิบาลอาหาร โรงพยาบาลอาหารปลอดภัย *สนับสนุนการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านสุขาภิบาลอาหาร 1) การประชุมสัญจรองค์กรถาคีเครือข่ายชมรมฯ 2) การอบรม 3) ประกวดคัดเลือกชมรมผู้ประกอบการค้าอาหารและตลาด ดีเด่นระดับเขต * ตรวจสอบสุขลักษณะอาหารตามกฎหมาย และตรวจสอบข้อร้องเรียน

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 สุ่มประเมินการพัฒนาสุขาภิบาลอาหารและน้ำ GREEN & CLEAN Hospital 1 ม.ค. 2561 - 31 ส.ค. 2561 3,640.00
2 ประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การเฝ้าระวังสุขาภิบาลอาหารและการใช้โปรแกรมจัดเก็บข้อมูลสารสนเทศด้านสุขาภิบาลอาหารและน้ำ 1 ธ.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 64,000.00
3 สนับสนุนการเฝ้าระวังสุขาภิบาลอาหารและน้ำในสถานประกอบการค้าอาหาร 1 ธ.ค. 2560 - 31 มี.ค. 2561 51,191.00
4 การประชุมสัญจรองค์กรถาคีเครือข่ายชมรมผู้ประกอบการค้าอาหารและตลาดสดน่าซื้อ 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 22,846.00
5 สุ่มประเมินการพัฒนาสุขาภิบาลอาหารและน้ำ โรงพยาบาลอาหารปลอดภัย 1 ม.ค. 2561 - 31 ส.ค. 2561 9,940.00
6 สนับสนุนการอบรม/เข้ารับการอบรม 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 5,000.00
7 ประกวดคัดเลือกชมรมผู้ประกอบการค้าอาหารและตลาด ดีเด่นระดับเขต 1 มี.ค. 2561 - 30 มิ.ย. 2561 2,000.00
8 ตรวจสอบสุขลักษณะอาหารตามกฎหมาย และตรวจสอบข้อร้องเรียน 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 1,383.00
รวมเป็นเงิน 160,000.00
งบประมาณ : 160,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : ประชาชนได้รับการคุ้มครองสิทธิด้านสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมตามกฎหมาย ได้รับบริการอาหารที่สะอาดปลอดภัย โดยการพัฒนาศักยภาพและการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย ในการจัดการปัจจัยเสี่ยงด้านสุขาภิบาลอาหาร ซึ่งจะส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพดี และ มีพฤติกรรมการบริโภคอาหารอย่างถูกต้อง

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นายวีระศักดิ์ โรจนาศรีรัตน์

ผู้เสนอโครงการ : นายธนชีพ พีระธรณิศร์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายธนชีพ พีระธรณิศร์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายชลทิศ อุไรฤกษ์กุล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี
ลำดับที่ : 9

ชื่อโครงการ : โครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุและป้องกันภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ

ยุทธศาสตร์ : 1.5 ส่งเสริมผู้สูงอายุไทยเพื่อเป็นหลักชัยของสังคม

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 13. อายุคาดเฉลี่ยของการมีสุขภาพ (Health-Adjusted Life Expectancy : HALE)

cluster : กลุ่มผู้สูงอายุ

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (43)14.2 ขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์พระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะ

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : ผู้สูงอายุมีภาวะสมองเสื่อม ร้อยละ 3-5 โดยจะพบมากขึ้นตามอายุซึ่งอาจพบสูงถึงร้อยละ 30 ในผู้สูงอายุที่อายุมากกว่า 85 ปี และพบว่าปี2558 มีผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ จำนวน 600,000 คน และคาดว่าในปี 2573 จำนวนจะเพิ่มสูงขึ้นเป็น 1,117,000 คน สำหรับเขตสุขภาพที่ 5 ได้มีการคัดกรองภาวะสมองเสื่อม(AMT) ในประชากร ผู้สูงอายุ ปี 2560 จำนวน 496,008คน หรือร้อยละ 66.1 พบว่า ผิดปกติ ร้อยละ 1.59 ซึ่งการเร่งคัดกรองภาวะสมองเสื่อมให้ครอบคลุมจะช่วยให้ผู้สูงอายุได้รับการบริการส่งเสริมป้องกัน ดูแลรักษาเพื่อชะลอการเกิดภาวะสมองเสื่อมให้ช้าลง

วัตถุประสงค์ : 1. ส่งเสริมสนับสนุน DHB และภาคีเครือข่ายสุขภาพให้มีส่วนร่วมในการจัดบริการดูแลผู้สูงอายุตามกลยุทธ 3S และใช้กลไกประชารัฐขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะ เพื่อดำเนินการสร้างสุขภาวะของพระสงฆ์และชุมชน 2. สนับสนุนชมรม/รร.ผู้สูงอายุ/ศพอส.จัดกิจกรรม"ไม่ล้ม ไม่ลืม ไม่ซึมเศร้า กินข้าวอร่อย"และพัฒนาทักษะ 5 Smart 3. ส่งเสริม นวัตกรรม เพื่อการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ 4. พัฒนาศักยภาพ จนท.Clusterผู้สูงอายุ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. PM 8 จังหวัด/สสอ./คกก.ขับเคลื่อนวัดส่งเสริมสุขภาพในพื้นที่อำเภอเป้าหมาย จำนวน 80 คน 2. มากกว่าร้อยละ 60 ของผู้สูงอายุได้รับการคัดกรอง/ประเมินสุขภาพเพื่อวางแผนดูแลที่ตรงประเด็นปัญหา 3. มากกว่าร้อยละ 80 ของผู้สูงอายุได้รับการพัฒนาทักษะกายใจ 4. มากกว่าร้อยละ 40 ของผู้สูงอายุมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ 5. PM/CM/ชมรมผู้สูงอายุ/รร.ผู้สูงอายุ/ศพอส ในพื้นที่ 8 จังหวัด จำนวน 80 คน 6. PM/CM/แกนนำชมรมผู้สูงอายุ/รร.ผู้สูงอายุ จำนวน 80 คน

วิธีการดำเนินงาน : กิจกรรมที่ 1 ประชุมปฏิบัติการบูรณาการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การดูแลผู้สูงอายุและยุทธศาสตร์พระสงฆ์กับการพัฒนา สุขภาวะ กิจกรรมที่ 2 พัฒนาระบบเฝ้าระวัง/ข้อมูล/สารสนเทศผู้สูงอายุ กิจกรรมที่ 3 คกก.ผู้สูงอายุเขตสุขภาพที่ 5 สนับสนุนการดำเนินงานของพื้นที่/สุ่มเยี่ยมติดตาม/ถอดบทเรียน พื้นที่ดำเนิน งานดีเด่น กิจกรรมที่ 4 พัฒนาศักยภาพครู ก เพื่อป้องกันภาวะสมองเสื่อมและสร้างสังคมแห่งความรอบรู้ในการส่งเสริมสุขภาพ (Health Literate community) กิจกรรมที่ 5 จัดเวทีวิชาการเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมและสนับสนุนเครือข่ายตำบล LTC เขตสุขภาพที่ 5 กิจกรรมที่ 6 ส่งจนท.Clusterผู้สูงอายุเข้าร่วมการอบรมพัฒนาองค์ความรู้ด้านการดูแลผู้สูงอายุ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมปฏิบัติการบูรณาการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การดูแลผู้สูงอายุและยุทธศาสตร์พระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะ 1 ธ.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2561 37,132.00
2 พัฒนาศักยภาพครู ก เพื่อป้องกันภาวะสมองเสื่อมและสร้างสังคมแห่งความรอบรู้ในการส่งเสริมสุขภาพ (Health Literate community) 1 ธ.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 50,381.00
3 จัดเวทีวิชาการเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมและสนับสนุนเครือข่ายตำบล LTC เขตสุขภาพที่ 5 1 ก.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561 33,184.00
4 คกก.ผู้สูงอายุเขตสุขภาพที่ 5สนับสนุนการดำเนินงานของพื้นที่/สุ่มเยี่ยมติดตาม/ถอดบทเรียน พื้นที่ดำเนินงานดีเด่น 1 มี.ค. 2561 - 31 ส.ค. 2561 30,000.00
5 ส่งจนท.Clusterผู้สูงอายุเข้าร่วมการอบรมพัฒนาองค์ความรู้ด้านการดูแลผู้สูงอายุ 1 มิ.ย. 2561 - 30 มิ.ย. 2561 12,487.00
รวมเป็นเงิน 163,184.00
งบประมาณ : 163,184.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ธ.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. อปท. / หน่วยบริการ / ภาคีเครือข่ายสุขภาพ มีความพร้อมและสามารถแสดงศักยภาพในการเป็นกลไก ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การดูแลตามกลยุทธ 3S / ยุทธศาสตร์พระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะในชุมชนท้องถิ่น 2. เกิดความเชื่อมโยงพัฒนาระบบการดูแลด้านสุขภาพเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุได้อย่างมีประสิทธิภาพ 3. ผู้เข้ารับการอบรมสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ 4. จนท.Clusterผู้สูงอายุมีทักษะและสมรรถนะในการปฏิบัติงานเพิ่มขึ้น

ผู้รับผิดชอบโครงการ :

ผู้เสนอโครงการ : นางสาวชัชฎาภรณ์ จิตตา

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางมณฑา ไชยะวัฒน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายชลทิศ อุไรฤกษ์กุล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี
ลำดับที่ : 10

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาระบบการดูแลด้านสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาว(Long Term Care)ในปี 2561

ยุทธศาสตร์ : 1.5 ส่งเสริมผู้สูงอายุไทยเพื่อเป็นหลักชัยของสังคม

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 13. อายุคาดเฉลี่ยของการมีสุขภาพ (Health-Adjusted Life Expectancy : HALE)

cluster : กลุ่มผู้สูงอายุ

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (46)15.1 ทบทวนสถานการณ์ และ พัฒนาศักยภาพบุคลากรในการส่งเสริมสุขภาพสุขภาพผู้สูงอายุ ทุกระดับ ส่วนกลางเขต จังหวัด อำเภอ ตำบล

แผนจัดสรรงบประมาณ :   2. แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

หลักการและเหตุผล : จังหวัดในเขตสุขภาพที่ 5 เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ(Aging Society)ทั้ง 8 จังหวัด ภาพรวมระดับเขตมีประชากรผู้สูงอายุ ปี 2559 -60 ร้อยละ 17.08 และร้อยละ 18.94 สูงกว่าระดับประเทศซึ่งปี 2559 ระดับประเทศร้อยละ 16.5 สัดส่วนประชากรผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่เพิ่มสูงขึ้นตามมา ดังนั้นการพัฒนาระบบบการดูแลด้านสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาวจึงต้องเร่งผลิตบุคลากร คือ Care ManagerและCare Giver ให้เพียงพอต่อการบริหารจัดการดูแลผู้สูงอายุในทุกหน่วยบริการ

วัตถุประสงค์ : 1. พัฒนาระบบส่งเสริมสุขภาพและบริการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน ทำให้ผู้สูงอายุสามารถเข้าถึงการบริการและได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องครอบคลุมมากขึ้น 2. สร้าง Care Manager & Care Giver เพื่อรองรับระบบการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาวในท้องถิ่น/ชุมชน

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. ผู้สูงอายุพึ่งพิงได้รับการดูแล 10,000 คน 2. ตำบลต้นแบบ Long Term Care ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 60 3. มี Care manager ผ่านการอบรม 330 คน 4. มี Care giver ผ่านการอบรม 1,200 คน

วิธีการดำเนินงาน : 1. จัดการฝึกอบรมหลักสูตร ผู้จัดการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) จำนวน 3 รุ่น ๆละ 110 คน และรายงานสรุปผลการจัดประชุม CM 2. สนับสนุนให้ สสจ. & CUP จัดอบรม Care Giver 2.1 ประสาน สสจ.เพื่อจัดเตรียมกลุ่มเป้าหมาย CG และวางแผนกำหนดการฝึกอบรม 2.2 จัดสรรงบประมาณและคู่มือเอกสาร วัสดุอุปกรณ์เพื่อสนับสนุนการฝึกอบรมแก่ สสจ. 8 จังหวัด 2.3 สสจ.ดำเนินการฝึกอบรมตามแผน 3.สุ่มติดตามและประเมินผล (M&E)

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดการฝึกอบรมหลักสูตร ผู้จัดการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) จำนวน 3 รุ่นๆ ละ 330 คน และรายงานสรุปผลการจัดประชุม CM " 1 พ.ย. 2560 - 28 ก.พ. 2561 1,300,900.00
2 สนับสนุนให้ สสจ. และ CUP จัดอบรม Care Giver 1.ประสาน สสจ.เพื่อจัดเตรียมกลุ่มเป้าหมาย CG และวางแผนกำหนดการฝึกอบรม 2.จัดสรรงบประมาณและคู่มือเอกสาร วัสดุอุปกรณ์เพื่อสนับสนุนการฝึกอบรมแก่ สสจ.8จังหวัด 3.สสจ.ดำเนินการฝึกอบรมตามแผน 1 มี.ค. 2561 - 30 มิ.ย. 2561 1,512,000.00
3 สุ่มติดตาม/ประเมินผลและส่งบุคลากรไปประชุมอบรม 1 มิ.ย. 2561 - 31 ก.ค. 2561 9,000.00
4 การใช้โปรแกรมการขึ้นทะเบียน Care Manager Care Giver และการจัดทำ Care Plan 1 เม.ย. 2561 - 30 ก.ย. 2561 200,000.00
รวมเป็นเงิน 3,021,900.00
งบประมาณ : 3,021,900.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 พ.ย. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. ผู้สูงอายุได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องที่บ้านโดยทีมสหวิชาชีพ 2. ครอบครัว ชุมชน ท้องถิ่นและภาคเครือข่ายสามารถดูแลผู้สูงอายุในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้รับผิดชอบโครงการ :

ผู้เสนอโครงการ : นางสาวชัชฎาภรณ์ จิตตา

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางมณฑา ไชยะวัฒน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายชลทิศ อุไรฤกษ์กุล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี
ลำดับที่ : 11

ชื่อโครงการ : โครงการบูรณาการ การพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ ภายใต้แผนงานทันตสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ ประเทศไทย พ.ศ. 2558 – 2565

ยุทธศาสตร์ : 1.5 ส่งเสริมผู้สูงอายุไทยเพื่อเป็นหลักชัยของสังคม

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 14. ร้อยละของผู้สูงอายุ (60-74 ปี) มีฟันแท้ใช้งานอย่างน้อย 20 ซี่ และ 4 คู่สบ

cluster : กลุ่มผู้สูงอายุ

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (50)16.2 การพัฒนากลไกเพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพช่องปากแบบผสมผสาน

แผนจัดสรรงบประมาณ :   2. แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

หลักการและเหตุผล : สุขภาพช่องปากจัดเป็นองค์ประกอบหนึ่งของสุขภาพผู้สูงอายุที่พึงประสงค์ ส่งผลให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพดี ดูแลตนเองได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดี ผลการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุระดับจังหวัดในเขตสุขภาพที่ 5 พบว่า ร้อยละของ ผู้สูงอายุที่มีฟันหลังคู่สบไม่น้อยกว่า 4 คู่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในปีงบประมาณ 2555-2557 คือเท่ากับร้อยละ 55.6, 57.0, 60.4 และลดลงเป็นร้อยละ 51.6 ในปีงบประมาณ 2558 โดยสัดส่วนของผู้สูงอายุที่มีฟันหลังคู่สบเป็นฟันแท้ลดลง ในขณะที่สัดส่วนของผู้สูงอายุที่มีฟันหลังคู่สบเป็นฟันแท้และ/หรือฟันเทียม มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แสดงถึงการเข้าถึงบริการใส่ฟันเทียมของผู้สูงอายุที่มากขึ้น และการสูญเสียฟันแท้ที่เป็นฟันหลังคู่สบเพิ่มขึ้นด้วย

วัตถุประสงค์ : 1.เพื่อเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายภาคประชาชน ชุมชน และท้องถิ่น ด้านการจัดกิจกรรมสงเสริมสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ 2.เพื่อสนับสนุนการพัฒนากลไกการทำงานระดับอำเภอ/ตำบล เพิ่มการเข้าถึงบริการส่งเสริมป้องกันสุขภาพช่องปากของผู้สุงอายุ 3.เพื่อพัฒนาระบบข้อมูลกำกับติดตามและประเมินผลการส่งเสริมสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. จำนวน อสม./อสค./CG ได้รับความรู้เรื่องการส่งเสริมสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ 500 คน 2. ทันตบุคลากร หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่รับผิดชอบงานอนามัยผู้สูงอายุ 80 คน 3. ชมรมผู้สูงอายุจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพช่องปาก 270 แห่ง

วิธีการดำเนินงาน : 1. ประสานแนวทางการดำเนินงานผ่านกลไกระดับเขต 2.ประชุมวิชาการบริการสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ 3.อบรมพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครภาคประชาชนในการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ 4.ประชุมเชิงปฏิบัติการข้อมูลเฝ้าระวังสุขภาพช่องปาก ปัจจัยเสี่ยง 5.เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ชมรมผู้สูงอายุส่งเสริมสุขภาพ 6.ติดตาม และประเมินผล

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ประสานแนวทางการดำเนินงานผ่านกลไกระดับเขต เพื่อขับเคลื่อนเป็นนโยบายเขตสุขภาพ 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 72,350.00
2 ประชุมวิชาการบริการสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ 1 ธ.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 54,650.00
3 อบรมพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครภาคประชาชนในการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ 1 ต.ค. 2560 - 30 เม.ย. 2561 226,900.00
4 ประชุมเชิงปฏิบัติการข้อมูลเฝ้าระวังสุขภาพช่องปากและปัจจัยเสี่ยงในผู้สูงอายุ และประชากรกลุ่มวัยสำคัญ 23 เม.ย. 2561 - 31 พ.ค. 2561 45,000.00
5 เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ชมรมผู้สูงอายุส่งเสริมสุขภาพ 1 พ.ค. 2561 - 30 มิ.ย. 2561 98,000.00
6 ติดตามการจัดกิจกรรมในชมรมผู้สูงอายุ/โรงเรียนผู้สูงอายุ อัตราการได้รับบริการสุขภาพช่องปากของผู้สุงอายุ 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 328,100.00
รวมเป็นเงิน 825,000.00
งบประมาณ : 825,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : ผู้สูงอายุได้รับบริการส่งเสริมสุขภาพช่องปากอย่างเท่าเทียมทุกพื้นที่มีหรือไม่มีทันตบุคลากรประจำ ได้รับบริการทันตกรรมพื้นฐาน และส่งต่อไปรับบริการระดับทุติยภูมิ ตติยภูมิตามความจำเป็น ส่งผลให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพช่องปากดี มีฟันใช้งานเหมาะสม และมีคุณภาพชีวิตที่ดี

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางสาวดลฤดี แก้วสวาท

ผู้เสนอโครงการ : นางสาวชัชฎาภรณ์ จิตตา

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางมณฑา ไชยะวัฒน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายชลทิศ อุไรฤกษ์กุล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี
ลำดับที่ : 12

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาเด็กวัยเรียนแบบบูรณาการ ให้มีสติปัญญาดี สูงดี สมส่วน ฟันไม่ผุ สายตาดี สุขภาพดีและแข็งแรง

ยุทธศาสตร์ : 1.2 ส่งเสริมเด็กวัยเรียนให้แข็งแรงและฉลาด

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 5. ร้อยละของเด็กวัยเรียน (6-14 ปี) สูงดีสมส่วน ฟันไม่ผุ (caries free) และเด็กอายุ 12 ปี มีส่วนสูงเฉลี่ยตามเกณฑ์
6. ร้อยละของเด็กวัยเรียนมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ด้านการบริโภคอาหาร กิจกรรมทางกาย และทันตสุขภาพ

cluster : กลุ่มวัยเรียน

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (13)5.3 เพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพภาคีเครือข่ายเพื่อการพัฒนาสุขภาพเด็กวัยเรียน 4.0

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : หลักการและเหตุผล โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วการเตรียมตัวเด็กให้มีความพร้อมกับโลกเป็นสิ่งที่พ่อแม่ยุคนี้ต้องเตรียมรับมือให้ทัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปลี่ยนแปลงประเทศเข้าสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 การจัดการศึกษาในระดับประถมศึกษา จะต้องฝึกให้ใช้ทักษะการคิดมากกว่าใช้ความจำ รวมถึงสามารถที่จะคิดวิเคราะห์มีเหตุมีผล สามารถที่จะเข้าใจ เรียนรู้ได้ถูกทิศถูกทาง เป้าหมายที่สำคัญยิ่งในการพัฒนานั้นคือกลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน การศึกษากับสุขภาพ ต้องดำเนินการควบคู่กันไปในลักษณะเกื้อกูลซึ่งกันและกันของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง จึงต้องมีการรู้สภาพปัญหาของตัวเด็กและครอบครัว มีการกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน โดยเฉพาะด้านสุขภาพซึ่งเป็นความจำเป็นพื้นฐานสำคัญในการดำรงชีวิต หากเด็กมีพัฒนาการทางด้านร่างกาย สติปัญญาและจิตใจที่สมบูรณ์และแข็งแรง มีทักษะสามารถดูแลสุขภาพตนเองและมีพฤติกรรมที่เหมาะสม และมีความพร้อมในการเรียนรู้ ย่อมส่งผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา การพัฒนาการเรียนรู้จะประสบผลสำเร็จหรือไม่เพียงใด อยู่ที่กระบวนการจัดการโดยมุ่งเน้นที่ประสิทธิภาพของสถาบันการศึกษา และสาธารณสุข ให้สามารถเป็นแกนนำหรือศูนย์กลางการพัฒนาการศึกษาควบคู่ไปกับการสร้างสุขภาพ ภายใต้ความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึงครอบครัวเด็ก ชุมชนและองค์กรท้องถิ่น ซึ่งเป็นสถาบันพื้นฐานทางสังคม ที่มีความสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาให้เด็กและเยาวชนไทยมีคุณภาพมาตรฐานทัดเทียมกับประเทศอื่น สถานการณ์สุขภาพเด็กวัยเรียนในเขตสุขภาพที่ 5 ปี 2560 จากการเฝ้าระวังภาวะโภชนาการในระบบ HDC พบว่า นักเรียน 8 จังหวัดในเขตสุขภาพ ที่ 5 ได้รับการชั่ง น้ำหนัก/วัดส่วนสูง จำนวน 279,543 คน จากจำนวน ทั้งหมด 498,488 คน คิดเป็นร้อยละ 56.08 นักเรียนมี ภาวะโภชนาการสูงดี สมส่วน จำนวน 176,355 คน คิด เป็นร้อยละ 63.09 ภาวะเริ่มอ้วน+อ้วน จำนวน 39,200 คน ร้อยละ 14.02 ภาวะเตี้ย 11,160 คน ร้อยละ 3.99 โดย นักเรียนอายุ 12 ปี ทั้งชายและหญิงมี ส่วนสูงโดยเฉลี่ยต่ำกว่าเกณฑ์ประมาณ 4.1 เซนติเมตร กล่าวคือ นักเรียนชายมีส่วนสูง เฉลี่ย 150.38 เซนติเมตร นักเรียนหญิงมี ส่วนสูงเฉลี่ย 151.13 เซนติเมตร (ค่าเฉลี่ยส่วนสูงตาม เกณฑ์ของเด็กอายุ 12 ปี เพศชาย = 154 ซม. เพศหญิง = 155 ซม. และตรวจ Obesity sign 5 จังหวัด จำนวน 2,432 คน พบ 1 -2 อาการ (คอดำ นั่งหลับ หรือนอนกรน) 271 คน 3-4 อาการ 22 คน เป็นเบาหวาน 6 คน ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพและการเรียนเป็นอย่างยิ่ง และส่งผลต่อการเป็นผู้ใหญ่ที่มีแนวโน้มเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในอนาคต ดังนั้น ควรเน้นให้ความสำคัญต่อการพัฒนามาตรฐานการเฝ้าระวังภาวะโภชนาการและคัดกรองสุขภาพ ทันตสาธารณสุข การตรวจวัดสายตา พร้อมกับการตรวจสุขภาพด้านอื่นๆ ตลอดจนการให้ความสำคัญในเรื่องพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศเพื่อเป็นการสร้างทักษะในการดูแลและป้องกันตนเอง ในกลุ่มวัยเรียนให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เพื่อจะได้เห็นข้อมูลสภาพปัญหาที่แท้จริง เร่งการพัฒนาคุณภาพอาหารกลางวันในโรงเรียน อาหารรอบรั้วโรงเรียนซึ่งยังเป็นปัญหาที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข การขยายผลการพัฒนา Smart Kids Coacher (SKC) & Smart Kids Leader (SKL) ให้ครอบคลุมโรงเรียนประถมศึกษา และส่งเสริมให้เกิดความรอบรู้ด้านสุขภาพให้กับครอบครัว ผู้ปกครอง และท้องถิ่น ด้วยกระบวนการ family chocher จากกระบวนการที่กล่าวมา ส่งผลต่อการทำงานของสมองให้มีความพร้อมต่อการแสวงหาความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ได้ดี จึงจำเป็นต้องมีการเชื่อมโยงในหลากหลายมิติ เพื่อให้สอดคล้องต่อการพัฒนาประเทศ เพื่อมุ่งสร้างคนให้มีคุณภาพ ตอบโจทย์ทิศทางการเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต หากเราดึงทุกพื้นที่ เช่น ท้องถิ่น มหาวิทยาลัย ผู้ปกครอง ผู้ประกอบการ ภาคประชาสังคม เข้ามาร่วมกันจัดการในระดับจังหวัด โดยมีคณะกรรมการ DHB (DISTRIC HEALTH BORAD) เป็นแกนกลางร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการของจังหวัด เพื่อร่วมกันยกระดับคุณภาพโรงเรียน เราก็จะมีกลไกการจัดการในระดับจังหวัด ระดับตำบล ที่จะพัฒนาเด็กไปเป็นตามเป้าหมายเฉพาะของแต่ละพื้นที่ ในเขตสุขภาพที่ 5 ที่จะสอดคล้องตามบริบทของท้องถิ่นอย่างแท้จริง

วัตถุประสงค์ : วัตถุประสงค์ทั่วไป 1. เพื่อพัฒนาเด็กวัยเรียนให้เติบโตเต็มศักยภาพและมีสุขภาพดี วัตถุประสงค์เฉพาะ 1 เพื่อพัฒนาศักยภาพเครือข่ายเด็กวัยเรียนให้มีความเชี่ยวชาญด้านส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียน 2. เพิ่มทักษะชีวิตและพัฒนาสุขภาพนักเรียนให้แข็งแรง สูงสมส่วน ลดอ้วน เตี้ยสายตาดี ฟันไม่ผุ และฉลาด 3. เพื่อสร้างความรอบรู้ด้านพฤติกรรมที่พึงประสงค์ให้กับเด็กวัยเรียนผ่านสื่อนวตกรรม

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1 ภาคีเครือข่ายส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียน 120 คน/ 8 จังหวัด 2. ทีมเครือข่ายประกันคุณภาพโรงเรียนแบบสหสาขาวิชาชีพ 8 จังหวัด 3. สำรวจความรอบรู้และพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ของนักเรียนในโรงเรียน 800 คน/ 8 จังหวัด 4. นวัตกรรมส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียน 10 เรื่อง 5. ครูพลศึกษา (สพฐ) ในเขตสุขภาพที่ 5 ได้รับการพัฒนาศักยภาพเรื่องการออกกำลังกาย 60 คน/ 8 จังหวัด 6. โรงเรียนในเขตสุขภาพที่ 5 จัดงานรณรงค์ love milk day และเด็กไทยสายตาดี ในวันเด็กแห่งชาติ 800 โรงเรียน/8จังหวัด 7. สื่อนวัตกรรมสร้างสรรค์ 8 เรื่อง 8. เครือข่ายวัยเรียน ได้รับการเพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพในการพัฒนาสุขภาพเด็กวัยเรียน 4.0 ในระดับภาค อย่างน้อย 4 แห่ง 9. เครือข่ายวัยเรียน 8 จังหวัด ได้รับการเยี่ยมเสริมพลังและพัฒนาระบบเฝ้าระวัง ด้านโภชนาการ ทันตสุขภาพ สายตาและพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ อย่างน้อย 4 ครั้ง / 4 เรื่อง

วิธีการดำเนินงาน : กิจกรรมที่ 1 ถ่ายทอดนโยบายวัยเรียนสู่ภาคีเครือข่าย กำหนดกรอบทิศทางวัยเรียนสู่เป้าหมายนักเรียนไทยสุขภาพดี และเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านการเฝ้าระวัง (โภชนาการ สูงดีสมส่วน ทันตสุขภาพ, สายตา และ การคัดกรองสุขภาพด้านอื่นๆ กิจกรรมที่ 2 พัฒนามาตรฐานการประกันคุณภาพโรงเรียนแบบสหสาขาวิชาชีพ กิจกรรมที่ 3 การสำรวจความรอบรู้และพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ของนักเรียนในโรงเรียน กิจกรรมที่ 4 จัดเวทีถอดบทเรียนเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผลงานและนวัตกรรมเครือข่ายวัยเรียนในระดับพื้นที่เพื่อเสริมพลังพัฒนาโรงเรียนต้นแบบเด็กไทยสุขภาพดี กิจกรรมที่ 5 ขยายและพัฒนาศักยภาพครูพลศึกษา เพื่อส่งเสริมการ"กระโดดโลดเต้นเล่นสนุก และการแข่งขันกีฬา ChaPA&ChiPA ใน รร. และชุมชน โดยการมีส่วนร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อเด็กไทยสูงดี สมส่วน กิจกรรมที่ 6 จัดงานรณรงค์ love milk day และเด็กไทยสายตาดี ในวันเด็กแห่งชาติ โดย เครือข่าย เด็กวัยเรียน 8 จังหวัด กิจกรรมที่ 7 พัฒนานวตกรรมสื่อสร้างสรรค์ เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพเด็กวัยเรียน กิจกรรมที่ 8 เพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพภาคีเครือข่ายเพื่อการพัฒนาสุขภาพเด็กวัยเรียน 4.0 ระดับภาค กิจกรรมที่ 9 การเยี่ยมเสริมพลังเพื่อพัฒนาระบบเฝ้าระวังในพื้นที่ (โภชนาการ ทันตสุขภาพ สายตา และการลดพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ (เพศวิถีศึกษา))

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 กิจกรรมที่ 1 ถ่ายทอดนโยบายเพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเครือข่ายสุขภาพเด็กวัยเรียน 20 พ.ย. 2560 - 21 พ.ย. 2560 13,240.00
2 กิจกรรมที่ 2 พัฒนามาตรฐานการประกันคุณภาพโรงเรียนแบบสหสาขาวิชาชีพ 1 พ.ค. 2561 - 31 ส.ค. 2561 99,646.00
3 กิจกรรมที่ 3 สุ่มสำรวจพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ในนักเรียน 6-14 ปี ในโรงเรียนและชุมชน 1 พ.ค. 2561 - 27 ก.ย. 2561 46,110.00
4 กิจกรรมที่ 4 จัดเวทีถอดบทเรียนผลงานและนวัตกรรมระดับพื้นที่เพื่อเสริมพลังพัฒนาโรงเรียนต้นแบบเด็กไทยสุขภาพดีและขยายผลลงสู่่ชุมชน 14 ธ.ค. 2560 - 15 ธ.ค. 2560 182,630.00
5 กิจกรรมที่ 5 การพัฒนาคุณภาพอาหารกลางวันในโรงเรียน โดย Program Thai School Lunch เพื่อเด็กสูงดีสมส่วนฉลาดและแข็งแรง 1 พ.ค. 2561 - 31 พ.ค. 2561 65,156.00
6 กิจกรรมที่ 6 ขยายและพัฒนาศักยภาพครูพลศึกษาเพื่อส่งเสริมการ กระโดดโลดเต้นเล่นสนุก 2 เม.ย. 2561 - 31 พ.ค. 2561 51,000.00
7 กิจกรรมที่ 7 เยี่ยมเสริมพลังโรงเรียนและเครือข่าย 1 มิ.ย. 2561 - 31 ก.ค. 2561 16,414.00
8 กิจกรรมที่ 8 จัดงานรณรงค์ Love milk day ให้ความรู้ด้านโภชนาการ การออกกำลังกาย ยาเม็ดเสริมธาตุเหล็กและเด็กไทยสายตาดี ในวันเด็กแห่งชาติ 1 ม.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2561 3,510.00
9 กิจกรรมที่ 9 พัฒนานวัตกรรมสื่อสร้างสรรค์เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพเด็กวัยเรียน 1 มี.ค. 2561 - 30 เม.ย. 2561 230,207.00
10 กิจกรรมที่ 10 เพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพภาคีเครือข่ายเพื่อการพัฒนาสุขภาพเด็กวัยเรียน 4.0 ระดับภาค 1 ม.ค. 2561 - 31 ส.ค. 2561 369,182.00
11 กิจกรรมที่ 11 พัฒนารูปแบบสูงสมาร์ท สร้างได้ก่อนวัยรุ่น 1 ม.ค. 2561 - 31 ส.ค. 2561 50,400.00
12 กิจกรรมที่ 12 ชุดความรู้เรื่องคำทำนายก่อนวัยหนุ่มสาว 1 ม.ค. 2561 - 31 ส.ค. 2561 50,105.00
รวมเป็นเงิน 1,177,600.00
งบประมาณ : 1,177,600.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 20 พ.ย. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. บุคลากรที่รับผิดชอบงานงานวัยเรียนและเครือข่ายได้รับการพัฒนาศักยภาพและร่วมจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อขับเคลื่อนการส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียนแบบบูรณาการ 2. มีข้อมูลพื้นฐานด้านสถานการณ์ความรอบรู้ด้านพฤติกรรมที่พึงประสงค์เด็กวัยเรียน ในการวิเคราะห์เพื่อจัดทำแผนงาน/โครงการในอนาคต 3. นักเรียนได้รับพัฒนาทักษะชีวิตด้านพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์มีสุขภาพและสติปัญญาดีแข็งแรง สูงสมส่วน ลดอ้วน เตี้ยสายตาดี ฟันไม่ผุ และลดพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ 4.เด็กวัยเรียนได้รับการสั่งสมประสบการณ์ความรอบรู้ ด้านพฤติกรรมที่พึงประสงค์จากสื่อนวตกรรมสร้างสรรค์ตามบริบทชุมชน

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางพัชรี วงศ์ษา นางสาวจุติพร ศรีแก้ว

ผู้เสนอโครงการ : นางพัชรี วงศ์ษา

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางสาววรลักษณ์ คงหนู

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายชลทิศ อุไรฤกษ์กุล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี
ลำดับที่ : 13

ชื่อโครงการ : โครงการการป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น

ยุทธศาสตร์ : 1.3 ส่งเสริมพฤติกรรมอนามัยการเจริญพันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับวัยรุ่น

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 7. อัตราคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15-19 ปี ต่อประชากรหญิง อายุ 15-19 ปี พันคน

cluster : กลุ่มวัยรุ่น

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (28)9.6 การส่งเสริมการจัดบริการสุขภาพที่เป็นมิตรและสร้างเสริมการมีส่วนร่วมและพัฒนาภาคีเครือข่ายอนามัยการเจริญพันธุ์ในวัยรุ่นและเยาวชน

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : การคลอดในวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 20 ปี ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาจากข้อมูลจากสถิติสาธารณสุขพบว่า วัยรุ่นอายุต่ำกว่า 20 ปี คลอดบุตรเพิ่มขึ้น และเพื่อให้สอดคล้องกับ พรบ.การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 ในยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น 2560-2569 ยุทธศาสตร์ที่ 3 ว่าด้วย พัฒนาระบบบริการสุขภาพทางเพศและอนามัยการเจริญพันธุ์ที่มีคุณภาพและเป็นมิตร ที่มีเป้าหมาย ในปี 2569 อัตราคลอดมีชีพในหญิงอายุ 10-14 ปี ไม่เกิน 0.5 ต่อประชากรหญิงอายุ 10-14 ปี 1,000 คน และอัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15-19 ปี ไม่เกิน 25 ต่อประชากรหญิง อายุ 15-19 ปี 1,000 คน ซึ่งต้องมีการพัฒนาและยกระดับคุณภาพอย่างต่อเนื่อง

วัตถุประสงค์ : 1.พัฒนาและจัดระบบบริการที่มีมาตรฐาน ครอบคลุมและเข้าถึงวัยรุ่นทุกกลุ่ม 2.เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานการจัดบริการสุขภาพ ที่เป็นมิตรในสถานบริการสาธารณสุขและอำเภออนามัยการเจริญพันธุ์ 3.เพื่อส่งเสริมภาคีและเครือข่ายบูรณาการงานอนามัยการเจริญพันธุ์ในวัยรุ่นและดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาอนามัยการเจริญพันธุ์ในวัยรุ่นอย่างยั่งยืน

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
-รพ.สังกัด สป.ผ่าน YFHS ร้อยละ 80 (53 โรงพยาบาล ยอดสะสม) -อำเภออนามัยการเจริญพันธุ์ ร้อยละ 50 (31 อำเภอ ยอดสะสม)

วิธีการดำเนินงาน : -พัฒนาการจัดบริการ, -ประเมินรับรอง, -เยี่ยมเสริมพลัง

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ประเมินรับรองโรงพยาบาล YFHS /reaccredit โรงพยาบาลหรืออำเภอ อนามัยการเจริญพันธุ์ 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 109,520.00
2 การขับเคลื่อนพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 337,860.00
3 สนับสนุนการสรรหาแหล่งเรียนรู้การดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาในระดับท้องถิ่น ที่ดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นดีเด่น 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 193,740.00
4 จัดอบรมแกนนำวัยรุ่นในชุมชนและโรงเรียน 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 258,770.00
5 จัดอบรม พ่อ แม่ ผู้ปกครอง ของวัยรุ่น 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 105,950.00
รวมเป็นเงิน 1,005,840.00
งบประมาณ : 1,005,840.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1.จำนวนวัยรุ่นเข้าถึงบริการสุขภาพเพิ่มขึ้นทั้งเชิงรับ/ เชิงรุก 2.อัตราการป่วยด้วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และ เอดส์ลดลง 3.ร้อยละของการตั้งครรภ์ซ้ำในวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 20 ปี ลดลง 4.ร้อยละการใช้การคุมกำเนิดด้วยวิธีกึ่งถาวรในวัยรุ่นหลังคลอด หลังแท้งเพิ่มขึ้น

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางสาวจารุณี จตุรพรเพิ่ม

ผู้เสนอโครงการ : นส.จารุณี จตุรพรเพิ่ม

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นพ.ธีระ ภิรมย์สวัสดิ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นพ.ชลทิศ อุไรฤกษ์กุล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี
ลำดับที่ : 14

ชื่อโครงการ : โครงการวัยรุ่นไทยสูงดีสมส่วน สาวไทยแก้มแดง

ยุทธศาสตร์ : 1.3 ส่งเสริมพฤติกรรมอนามัยการเจริญพันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับวัยรุ่น

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 10. ร้อยละของวัยรุ่น 15-18 ปี สูงดีสมส่วน และอายุ 19 ปี มีส่วนสูงเฉลี่ยตามเกณฑ์

cluster : กลุ่มวัยรุ่น

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (33)11.3 สร้างการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายในการขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริมวัยรุ่นสูงดีสมส่วน สาวไทยแก้มแดง ในระดับพื้นที่

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : การส่งเสริมให้วัยรุ่นมีโภชนาการดี เป็นการสร้างรากฐานสำคัญของการมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไปในวัยทำงานและวัยสูงอายุ เนื่องจากช่วงวัยรุ่น เป็นระยะที่ร่างกายมีการเจริญเติบโตอย่างเต็มที่ รวมถึงมีการเปลี่ยนแปลงขนาดโครงสร้าง ซึ่งการเพิ่มส่วนสูงมีระยะเวลาจำกัด ผู้ชายหยุดสูงเมื่ออายุ 18-19 ปี ผู้หญิงหยุดสูงเมื่ออายุ 16-17 ปี โดยกระทรวงสาธารณสุข กำหนดช่วงวัยรุ่นที่อายุระหว่าง 15-21 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่วัยรุ่นมีการเจริญเติบโตอย่างเต็มที่แล้ว จากการสำรวจสถานการณ์ วัยรุ่นสูงดีสมส่วน ของประเทศไทย พ.ศ. 2560 พบว่า ประชากรเพศชายกลุ่มอายุ 15-17 ปี มีส่วนสูงตามเกณฑ์อายุ ร้อยละ 86.2 ค่อนข้างเตี้ย ร้อยละ 12.8 และเตี้ย ร้อยละ 1.0 ประชากรเพศหญิงกลุ่มอายุ 15-17 ปี มีส่วนสูงตามเกณฑ์อายุ ร้อยละ 79.4.2 ค่อนข้างเตี้ย ร้อยละ 18.8 และเตี้ย ร้อยละ 1.8 ภาวะโภชนาการในประชากรอายุ 15 -17 ปี ที่อยู่ในเกณฑ์สูงดีและสมส่วน เพศชาย ร้อยละ 63.2 เพศหญิง ร้อยละ 70.8 ค่าเฉลี่ยของส่วนสูงในประชากรอายุ 19 ปี ส่วน เพศชาย 170.2 เซ็นติเมตร เพศหญิง 158.04 เซนติเมตร ซึ่งเป้าหมาย ปี 2564 วัยรุ่นอายุ 19 ปี ควรมีส่วนสูงเฉลี่ย เพศชาย 175 เซนติเมตร เพศหญิง 162 เซนติเมตร จึงควรส่งเสริมให้ได้รับอาหารที่ถูกหลักโภชนาการและเหมาะสมกับความต้องการ มีพฤติกรรมโภชนาการที่พึงประสงค์ ได้แก่ กินอาหารให้ครบถ้วนหลากหลายตามธงโภชนาการ กินผักผลไม้ปริมาณเพียงพอต่อวัน และกินอาหารไม่หวานจัด ไม่เค็มจัด และไม่มีไขมันสูง จะส่งผลให้วัยรุ่นสูงดีสมส่วน และมีการเจริญเติบโตเต็มศักยภาพ (Full Potential Growth) เป็นการพัฒนาคนตามช่วงวัยให้มีสุขภาพดี และทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป

วัตถุประสงค์ : 1.เพื่อส่งเสริมสุขภาพด้านโภชนาการให้วัยรุ่นสูงดีสมส่วน 2.เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้การส่งเสริมสุขภาพด้านโภชนาการสำหรับวัยรุ่นให้กับบุคลากรที่เกี่ยวข้อง

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
เด็กวัยเรียน วัยรุ่น ระดับมัธยมศึกษาและอุดมศึกษา เขตสุขภาพที่ 5 (8 จังหวัด) จำนวน 180 คน ได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้การส่งเสริมสุขภาพด้านโภชนาการ รณรงค์เชิญชวนสาวไทยลงทะเบียนออนไลน์ผ่านเว็ปไซต์(www.สาวไทยแก้มแดง.com)เพื่อรับวิตามินเสริมธาตุเหล็กและโฟลิกฟรี 1 ครั้ง

วิธีการดำเนินงาน : ขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริมวัยรุ่นสูงดีสมส่วน ภายใต้ NEST ในระดับพื้นที่ (Nutrition Exercise Sleep Safe sex Sex education Teeth)

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 สร้างการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายในการขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริมวัยรุ่นสูงดีสมส่วน สาวไทยแก้มแดง ในระดับพื้นที่ 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 108,800.00
รวมเป็นเงิน 108,800.00
งบประมาณ : 108,800.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : วัยรุ่นอายุ 15-21 ปี สูงดีสมส่วนและมีพฤติกรรมการบริโภคที่เหมาะสมได้แก่ กินอาหารครบถ้วนหลากหลายตามธงโภชนาการ กินผักผลไม้ปริมาณเพียงพอต่อวัน และกินอาหารไม่หวานจัด ไม่เค็มจัด และไม่มีไขมันสูง หญิงวัยเจริญพันธุ์รับรู้ และลงทะเบียนออนไลน์ผ่านเว็ปไซต์(www.สาวไทยแก้มแดง.com)เพื่อรับวิตามินเสริมธาตุเหล็กและโฟลิกฟรี

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นส.เกษร กำลังหาญ

ผู้เสนอโครงการ : นส.จารุณี จตุรพรเพิ่ม

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นพ.ธีระ ภิรมย์สวัสดิ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นพ.ชลทิศ อุไรฤกษ์กุล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี
ลำดับที่ : 15

ชื่อโครงการ : โครงการคนไทยวัยทำงานยุค4.0 หุ่นดี สุขภาพดี

ยุทธศาสตร์ : 1.4 ส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานที่พึงประสงค์

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 11. ร้อยละของวัยทำงานอายุ 30-44 ปี มีดัชนีมวลกายปกติ

cluster : กลุ่มวัยทำงาน

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (36)12.2 จัดทำและขับเคลื่อนข้อเสนอเชิงนโยบาย Healthy eating Active living และ Environmental health

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : วัยทำงานอายุ 15-59 ปี เป็นกลุ่มที่มีความสำคัญ ต่อการพัฒนาครอบครัว สังคมและประเทศชาติ การส่งเสริมสุขภาพในประชากร กลุ่มวัยนี้ เพื่อให้วัยทำงานหุ่นดี มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

วัตถุประสงค์ : 1.ขับเคลื่อนข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย 2.พัฒนาระบบเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ 3.พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศและช่องทางสื่อสารกับประชาชนเพื่อให้เกิด (Health Literacy)

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. ขับเคลื่อนข้อเสนอเชิงนโยบายฯ 1 ครั้ง/8จังหวัด 90 คน 2. รายงานสถานการณ์พฤติกรรมวัยทำงาน 1 เรื่อง 3. เผยแพร่ข้อมูลสารสนเทศให้ผู้เกี่ยวข้อง

วิธีการดำเนินงาน : 1.Assessment 2.Advocacy 3.Intervention 4.Management 5.PIRAB

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1.จัดทำและขับเคลื่อนข้อเสนอเชิงนโยบาย 2.จัดทำระบบเฝ้าระวังเรื่องพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ 3.พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศและช่องทางการสื่อสาร 1 พ.ย. 2560 - 31 ส.ค. 2561 200,000.00
รวมเป็นเงิน 200,000.00
งบประมาณ : 200,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 พ.ย. 2560 - 31 ส.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1.มีระบบการจัดเก็บข้อมุลและระบบข้อมูลสารสนเทศของกลุ่มวัยทำงาน 2.ประชาชนกลุ่มวัยทำงานมีความรอบรู้ด้านสุขภาพ และดูแลตนเองได้

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางศิริลักษณ์ ขณะฤกษ์

ผู้เสนอโครงการ : นางจุฑารัตน์ สะธรรมกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : น.พ ธีระ ภิรมย์สวัสดิ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : น.พ ชลทิศ อุไรฤกษ์กุล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี
ลำดับที่ : 16

ชื่อโครงการ : โครงการส่งเสริมสุขภาพและพัฒนาระบบเฝ้าระวังสุขภาพวัยทำงาน

ยุทธศาสตร์ : 1.4 ส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานที่พึงประสงค์

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 12. ร้อยละของวัยทำงานมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

cluster : กลุ่มวัยทำงาน

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (39)13.2 พัฒนารูปแบบการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ในชุมชน สถานบริการ และสถานพยาบาล

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : วัยทำงานมีความเสี่ยงต่อโรคอ้วนและNCDsเนื่องจากการใช้ชีวิตไม่เหมาะสม เช่นรับประทานอาหารที่มีรสหวาน มัน เค็ม ขาดการออกกำลังกาย การสูบบุหรี่ ดื่มสุรา ดังนั้นการสร้างแกนนำในชุมชน การพัฒนารูปแบบบริการ เพื่อให้ประชาชนมีความรอบรู้ด้านสุขภาพจัดการความเสี่ยงกับตนเองได้และการจัดทำฐานข้อมูลเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ ตามยุทธศาสตร์กรมอนามัยจึงจำป็น

วัตถุประสงค์ : 1.ส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ 2.สร้าง Health leader ในชุมชน 3.พัฒนารูปแบบในสถานบริการ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
จำนวนแกนนำ(Health leader) 180 คน/8จังหวัด

วิธีการดำเนินงาน : 1.ประชุม/อบรม 2.แลกเปลี่ยนเรียนรู้ 3.พัฒนารูปแบบ 4.ติดตาม/ประเมินผล

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1.พัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่าย 2.พัฒนาแกนนำสุขภาพ (Health leader) ในชุมชน 3. จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงาน 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 288,280.00
2 1.ทบทวนสถาณการณ์ 2.ดำเนินการพัฒนารูปแบบการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพเพื่อป้องกันภาวะกระดูกพรุน 3.ติดตามประเมินผล 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 45,720.00
รวมเป็นเงิน 334,000.00
งบประมาณ : 334,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1.แกนนำ(Health leader) มีความรู้และทักษะเรื่องพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ สามารถนำความรู้ไปถ่ายทอดประชาชนวัยทำงานได้ 2.ได้รูปแบบการส่งเสริมสุขภาพในสถานบริการ 3.ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคNCDsและภาวะกระดูกพรุน

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางจุฑารัตน์ สะธรรมกิจ และน.ส จิตติมา ธาราพันธ์

ผู้เสนอโครงการ : นางจุฑารัตน์ สะธรรมกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : น.พ ธีระ ภิรมย์สวัสดิ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : น.พ ชลทิศ อุไรฤกษ์กุล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี
ลำดับที่ : 17

ชื่อโครงการ : โครงการสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่าต้านภัยมะเร็งเต้านม

ยุทธศาสตร์ : 1.4 ส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานที่พึงประสงค์

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 12. ร้อยละของวัยทำงานมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

cluster : กลุ่มวัยทำงาน

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (68)23.3 สืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่า ต้านภัยมะเร็งเต้านม

แผนจัดสรรงบประมาณ :   7. แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาด้านสาธารณสุขและสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก

หลักการและเหตุผล : มะเร็งเต้านมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี กรมอนามัยเน้นหนักเรื่องการรณรงค์ให้ผู้หญิงอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไปตรวจเต้านมตนเองสม่ำเสมอเพื่อหาความ ผิดปกติระยะเริ่มแรกและเข้าระบบรักษาต่อไป

วัตถุประสงค์ : 1.เพื่อสืบสานพระราชประสงค์ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ผู้ทรงก่อตั้งมูลนิธิถันยรักษ์ฯให้ผู้หญิงไทยพ้นภัยมะเร็งเต้านม 2.เพื่อส่งเสริมให้สตรีไทยมีพฤติกรรมการตรวจเต้านมตนเองที่ถูกต้องและสม่ำเสมอ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
มีการพัฒนาระบบการคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยการตรวจเต้านมด้วยตนเอง เขตฯละ 1-2 จังหวัด

วิธีการดำเนินงาน : 1.ประสาน/ชี้แจงจังหวัดในเขตเพื่อขยายรูปแบบการดำเนินงาน 2.พัฒนาศักยภาพบุคลากรในจังหวัดที่ขยายรูปแบบ 3.ส่งเสริมให้สตรีมีพฤติกรรมการตรวจเต้านมตนเองที่ถูกต้องสม่ำเสมอ (Health literacy)

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1.ประสาน/ชี้แจงจังหวัด 2.พัฒนาศักยภาพบุคลากร 3.3.ส่งเสริมให้สตรีมีพฤติกรรมการตรวจเต้านมตนเองที่ถูกต้องและสมำเสมอ 1 ธ.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 150,000.00
รวมเป็นเงิน 150,000.00
งบประมาณ : 150,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ธ.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1.บุคลากรสาธารณสุขได้รับการพัฒนาศักยภาพสามารถถ่ายทอดความรู้/ทักษะการตรวจเต้านมได้อย่างถูกต้อง 2.สตรีอายุ 30-70 ปีมีทักษะการตรวจเต้านมด้วยตนเอง

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางศิริลักษณ์ ขณะฤกษ์

ผู้เสนอโครงการ : นางจุฑารัตน์ สะธรรมกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : น.พ ธีระ ภิรมย์สวัสดิ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : น.พ ชลทิศ อุไรฤกษ์กุล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี
ลำดับที่ : 18

ชื่อโครงการ : โครงการควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนแห่งชาติ

ยุทธศาสตร์ : 1.4 ส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานที่พึงประสงค์

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 12. ร้อยละของวัยทำงานมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

cluster : กลุ่มวัยทำงาน

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (69)23.4 ควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนแห่งชาติ

แผนจัดสรรงบประมาณ :   7. แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาด้านสาธารณสุขและสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก

หลักการและเหตุผล : ประเทศไทยมีเป้าหมายที่จะทำให้ประชาชนได้รับสารไอโอดีนเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย การสนับสนุนให้ชุมชน/หมู่บ้านมีการควบคุม และป้องกันโรคไอโอดีน โดยชุมชนและความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะทำให้ประชาชนสามารถดูแลตนเองได้และตระหนัก ถึงความสำคัญของการขาดสารไอโอดีน

วัตถุประสงค์ : เพื่อควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนในชุมชน/หมู่บ้าน

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
แลกเปลี่ยนเรียนรู้ฯ ชุมชน/หมู่บ้านไอโอดีนในเขต5 /8จังหวัด จำนวน 70 คน

วิธีการดำเนินงาน : 1.ประสาน/ชี้แจงจังหวัดในเขต 2.ประชุมขับเคลื่อนการดำเนินงานที่สำคัญในพื้นที่ 3.นิเทศติดตาม

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1.ประสาน/ชี้แจงจังหวัดในเขต 2.ประชุมขับเคลื่อนการดำเนินงานที่สำคัญในพื้นที่ 3.3.นิเทศติดตาม 1 ม.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2561 60,000.00
รวมเป็นเงิน 60,000.00
งบประมาณ : 60,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ม.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1.มีศูนย์เรียนรู้ชุมชน/หมู่บ้านไอโอดีน เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 2.ประชาชนบริโภคเกลือเสริมไอโอดีนมีคุณภาพได้มาตรฐาน

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางจุฑารัตน์ สะธรรมกิจ

ผู้เสนอโครงการ : นางจุฑารัตน์ สะธรรมกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : น.พ ธีระ ภิรมย์สวัสดิ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : น.พ ชลทิศ อุไรฤกษ์กุล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี
ลำดับที่ : 19

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาวิชาการและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์วิชาการ

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 19. จำนวนงานวิจัย ผลงาน วิชาการ และนวัตกรรมที่ถูกนำไปใช้ประโยชน์

cluster : กลุ่ม KISS

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (71)24.1 พัฒนาระบบเฝ้าระวัง การจัดการความรู้ และนวัตกรรมด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

แผนจัดสรรงบประมาณ :   2. แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

หลักการและเหตุผล : ศูนย์อนามัยที่ 5 กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข มีวิสัยทัศน์เป็นองค์กรหลักในการสนับสนุนวิชาการและอภิบาลระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ประเด็นยุทธศาสตร์ ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล โดยมีส่วนหนึ่งของพันธกิจ ได้แก่ R2R วิจัยพัฒนา นวัตกรรม และสนับสนุนให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์วิชาการ ที่สอดคล้องกับปัญหาสาธารณสุขและบริบทของเขตสุขภาพ (Research & Technology Center) ซึ่งมุ่งเน้นให้ประชาชนมีความรู้และทักษะในการดูแลตนเอง ครอบครัวและชุมชน ตลอดจนการสนับสนุนให้หน่วยงานส่วนภูมิภาค องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชน มีส่วนร่วมในการสร้างเสริมสุขภาพและการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมให้เอื้อต่อการมีสุขภาพดี ทีมการเรียนรู้เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรม ศูนย์อนามัยที่5 ราชบุรี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ KISS รับผิดชอบ โครงการพัฒนาศักภาพบุคลากรกรมอนามัย ด้านการพัฒนาวิชาการ วิจัยและนวัตกรรม และโครงการประกวด Like Talk ทั่วไทย โดยมี Key Activities คือ พัฒนาระบบเฝ้าระวัง การจัดการความรู้และนวัตกรรม ด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาวิชาการและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์วิชาการ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานวิชาการด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ภายในหน่วยงานและเขตพื้นที่สุขภาพที่ 5

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อสนับสนุนกระบวนการพัฒนาวิชาการ 2. เพื่อสนับสนุนการเผยแพร่ผลงานวิชาการ 3. เพื่อสนับสนุนการใช้กระบวนการจริยธรรมการวิจัย 4. เพื่อสนับสนุนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์วิชาการ (Like Talk)

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. ประชุมคณะกรรมการพัฒนาวิชาการของศูนย์อนามัยที่ 5 จำนวน 4 ครั้ง 2. ประชุมการดำเนินงานวิจัย/R2R เจ้าหน้าที่ศูนย์อนามัยที่ 5 จำนวน 4 ครั้ง 3. ประชุมเพื่อนำเสนองานวิชาการภายในศูนย์อนามัยที่ 5 จำนวน 1 ครั้ง 4. งานวิชาการที่ผ่านการตรวจรับรองก่อนเลื่อนระดับและเผยแพร่ อย่างน้อย 1 เรื่อง 5. สรุปรายงานประจำปี จำนวน 1 ฉบับ 6. ประชุมพิจารณา SOP ของศูนย์ฯ 1 กระบวนการ 7. ร่วมกิจกรรมจริยธรรมการวิจัย/เครือข่าย R2R กับเขตสุขภาพ 8. บุคลากรศูนย์ฯ เข้าร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์วิชาการ (Like talk) 6 Cluster มีรายงานสรุป 1 ฉบับ

วิธีการดำเนินงาน : วิธีดำเนินการ (กิจกรรม ) ระยะเวลา 1. กิจกรรมพัฒนากระบวนการพัฒนางานวิชาการ 1.1 ประชุมคณะกรรมการพัฒนาวิชาการฯ จำนวนประชุม 4 ครั้ง พฤศจิกายน 2560, กุมภาพันธ์ 2561, พฤษภาคม 2561 และ สิงหาคม 2560 1.2 ประชุมการดำเนินงานวิจัย/R2R จำนวน 4 ครั้ง 1.2.1 การพัฒนาปัญหางานสู่ การดำเนินงาน R2R/วิจัย 1.2.2 การพัฒนาเครื่องมือเพื่อเก็บข้อมูล 1.2.3 ติดตามความก้าวหน้างาน R2R/วิจัย 1.2.4 ติดตามความก้าวหน้างาน R2R/วิจัย ธันวาคม 2560 กุมภาพันธ์ 2561 เมษายน 2561 มิถุนายน 2561 1.3 จัดเวทีเสนองานวิชาการ (เสนอโครงร่าง /เสนอผลงานวิชาการ (งานวิจัย, R2R และนวัตกรรม) 1 ครั้ง กรกฎาคม 2561 1.4 ตรวจผลงานวิชาการ เพื่อรับรองผล ตุลาคม 2560- กันยายน 2561 2. กิจกรรมการส่งเสริมการเผยแพร่ผลงานวิชาการ 2.1 สรุปรายงานประจำปี 2.2 ตีพิมพ์ในวารสารสาธารณสุข 2.3 เวทีวิชาการระดับเขตสุขภาพ และระดับชาติ กันยายน 2560 ตุลาคม 2560- กันยายน 2561 กรกฎาคม–สิงหาคม 2561 3. กิจกรรมสนับสนุนกระบวนการดำเนินงานด้านจริยธรรมการวิจัย 3.1 ประชุมคณะทำงานจริยธรรมการวิจัยฯ 3.2 สนับสนุนและประสานการดำเนินงานด้านจริยธรรมการวิจัยกับเครือข่าย R2R เขตสุขภาพ ตุลาคม 2560-กันยายน 2561 ตุลาคม 2560-กันยายน 2561 4.กิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์วิชาการ (Like talk) ตุลาคม 2560-กันยายน 2561 พื้นที่ดำเนินการ ศูนย์อนามัยที่ 5 และ จังหวัด 8 จังหวัด ในเขตสุขภาพที่ 5

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 กิจกรรมพัฒนากระบวนการพัฒนางานวิชาการ 1.1 ติดตามคณะกรรมการพัฒนาวิชาการของศูนย์ฯ 1.2 ติดตามการดำเนินงานวิจัย/R2R เจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ 1.3 นำเสนอผลงานวิชาการภายในศูนย์ฯ 1.4 ตรวจผลงานวิชาการ เพื่อรับรองผลก่อนปรับเลื่อนระดับ และใช้เผยแพร่ผลงานทาง web site 1 ต.ค. 2560 - 31 ต.ค. 2561 12,730.00
2 กิจกรรมการส่งเสริมการเผยแพร่ผลงานวิชาการในเวทีระดับชาติและระดับเขตสุขภาพ 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 26,600.00
3 กิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์วิชาการ (Like talk) 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 10,670.00
รวมเป็นเงิน 50,000.00
งบประมาณ : 50,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 31 ต.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. มีผลงานวิชาการ (งานวิจัย, R2R และนวัตกรรม) ได้รับการสนับสนุนให้ดำเนินการสำเร็จ 2. มีผลงานวิชาการที่มีคุณภาพได้รับการสนับสนุนให้เผยแพร่ทาง Website, วารสารสาธารณสุข และเวทีวิชาการภายในประเทศ 3. มี SOP ด้านจริยธรรมการวิจัยของศูนย์อนามัยที่ 5 4. มีผลงานจากนวัตกรรม ด้านส่งเสริมสุขภาพและสิ่งแวดล้อม สำหรับ like Talk

ผู้รับผิดชอบโครงการ : ผู้รับผิดชอบโครงการ : คณะกรรมการ ทีมการเรียนรู้เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรม 1.นางสาว วรวรรณ อัศวกุล ทันตแพทย์เชี่ยวชาญ (ด้านทันตสาธารณสุข) ประธานคณะกรรมการ 2.นางสาว เกษณี โคกตาทอง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ เลขาคณะกรรมการ

ผู้เสนอโครงการ : นางสาว เกษณี โคกตาทอง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ เลขาคณะกรรมการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางสาว วรวรรณ อัศวกุล ทันตแพทย์เชี่ยวชาญ (ด้านทันตสาธารณสุข) ประธานคณะกรรมการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายชลทิศ อุไรฤกษ์กุล ตำแหน่ง ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบรี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี
ลำดับที่ : 20

ชื่อโครงการ : การตรวจราชการและนิเทศงาน ประจำปี 2561

ยุทธศาสตร์ : 3. อภิบาลระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 18. ร้อยละความพึงพอใจของภาคีเครือข่ายภาครัฐที่นำสินค้าและบริการ (Product Champion) ของกรมอนามัยไปใช้

cluster : กลุ่ม KISS

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (71)24.1 พัฒนาระบบเฝ้าระวัง การจัดการความรู้ และนวัตกรรมด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

แผนจัดสรรงบประมาณ :   5. แผนงานบูรณาการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ

หลักการและเหตุผล : ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรีเป็นหน่วยงานสังกัดกรมอนามัยที่ดำเนินงานด้านส่งเสริมสุขภาพเพื่อให้ประชาชนบรรลุสุขภาวะที่ดีโดยมีภารกิจการผลิตพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยี แผนงานโครงการต่างๆ สู่ระดับพื้นที่ในเขตสุขภาพที่ 5 ทั้ง 8 จังหวัด เพื่อให้บุคลากรสาธารณสุขระดับจังหวัด อำเภอและตำบลสามารถนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีไปใช้เป็นเครื่องมือดูแลสุขภาพประชาชนดังนั้นการที่บุคลากรของศูนย์ฯได้ร่วมการนิเทศและตรวจราชการกับสำนักตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขทำให้สามารถรู้สถานการณ์ ปัญหา อุปสรรคต่างๆ ในการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพและเป็นโอกาสชี้แจงทำความเข้าใจงานของกรมอนามัยได้เป็นอย่างดีการนิเทศและตรวจราชการจึงเป็นเครื่องมือในการกำกับติดตามประเมินผลการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันการตรวจราชการของกรมอนามัยก็ทำให้ศูนย์อนามัยสามารถสะท้อนปัญหาต่างๆในพื้นที่ให้ส่วนกลางได้รับทราบถึงผลการใช้นโยบายและนวตกรรมต่างๆของกรมได้ดีด้วยเช่นกัน

วัตถุประสงค์ : 1.3.1 เพื่อติดตามประเมินผลงานบริการส่งเสริมสุขภาพฯเพื่อใช้เป็นข้อมูลให้นักวิชาการปรับปรุงการดำเนินงาน 1.3.2 เพื่อติดตามความก้าวหน้า รับทราบปัญหาอุปสรรคการดำเนินงาน ชี้แจงให้คำแนะนำงานที่มีปัญหา8.3 นำเสนอผลการดำเนินงานและการตรวจราชการให้ผู้บริหารศูนย์และกรมอนามัย ทราบเพื่อประกอบการตัดสินใจ ในการปรับกลยุทธ์ การดำเนินงานที่เหมาะสมต่อไป

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
9.1 สรุปรายงานการผลตรวจราชการ และนำเสนอและเผยแพร่ผลการตรวจราชการผ่านwebsite 2 ครั้ง/ปี 9.2 รายงานและนำเสนอผลการดำเนินงานของศูนย์อนามัยที่ 5ต่อคณะตรวจราชการกรมอนามัย 2 ครั้ง/ปี

วิธีการดำเนินงาน : วิธีการดำเนินงาน: 1.5.1 การตรวจราชการและนิเทศงานกรณีปกติร่วมกับผู้ตรวจราชการฯ • แจ้งรายชื่อที่ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้นิเทศงานแต่ละงาน(แต่งตั้งโดยผู้อำนวยการศูนย์และกรมฯ • ประสานงานกับสำนักตรวจราชการเขตและกองแผนงาน o เตรียมเอกสาร คู่มือตัวชี้วัดของกรมอนามัย สำนักตรวจราชการ o ประชุมชี้แจงคณะผู้นิเทศ o ประสานงาน สนต.เขตสุขภาพที่5 บริหารจัดการ การออกนิเทศงานตามกำหนดการของสำนักตรวจฯ • รวบรวมข้อมูลสรุปผลการตรวจราชการและนิเทศงาน ตก.1-ตก.2 1.5.2 การตรวจราชการและนิเทศงานของกรมอนามัย • ประสานงานกับสำนักตรวจราชการกองแผนงานและบุคลากรของศูนย์ • เตรียมข้อมูลผลการดำเนินงานฯและพื้นที่ๆศึกษาดูงาน(ถ้ามี) • จัดทำเอกสารฯ และเตรียมการประชุมนำเสนอฯ • สรุปผลการตรวจราชการและข้อเสนอแนะจากผู้บริหารฯและคณะตรวจราชการกรมอนามัย

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ลงพื้นที่ตรวจราชการและออกนิเทศงานตามกำหนดการของสำนักตรวจฯ 1 ม.ค. 2560 - 31 ส.ค. 2560 378,440.00
รวมเป็นเงิน 378,440.00
งบประมาณ : 378,440.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ม.ค. 2560 - 31 ส.ค. 2560
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1.ทราบสถานการณ์ การดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพของกรมอนามัย ปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานของบุคลากรระดับจังหวัด อำเภอและตำบล ในพื้นที่เครือข่ายบริการ 5 2.ชี้แจง แก้ไขปัญหาการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพในพื้นที่ได้ เป็นที่ยอมรับของระดับพื้นที่ 3.ประเมินผลการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพที่เป็นปัญหาในพื้นที่เครือข่ายบริการที่ 5

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางระจิตร ชาครียวณิชย์.....ตำแหน่ง...นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

ผู้เสนอโครงการ : นางระจิตร ชาครียวณิชย์ ..... ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางพัชรี.......วารีนิล..... ตำแหน่ง……นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายชลทิศ อุไรฟกษ์กุล....... ตำแหน่ง…ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 5…....

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี
ลำดับที่ : 21

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาและขับเคลื่อนการอภิบาลระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

ยุทธศาสตร์ : 3. อภิบาลระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 17. ร้อยละของภาคีเครือข่ายภาครัฐที่นำสินค้าและบริการ (Product Champion) ของกรมอนามัยไปใช้

cluster : กลุ่ม KISS

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (71)24.1 พัฒนาระบบเฝ้าระวัง การจัดการความรู้ และนวัตกรรมด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

แผนจัดสรรงบประมาณ :   2. แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

หลักการและเหตุผล : กรมอนามัยเป็นหน่วยงานหลักในการส่งเสริมสุขภาพแก่ประชาชนมาเป็นเวลานาน และได้มีการสร้าง นวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ เพื่อเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมสุขภาพแก่ประชาชนตลอดมาจนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้กรมอนามัยได้กำหนดวิสัยทัศน์ว่าจะเป็นองค์กรหลักในการอภิบาลระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อสุขภาพประชาชน โดยทำหน้าที่ในการสังเคราะห์ใช้ความรู้และดูภาพรวมเพื่อกำหนดนโยบายและออกแบบระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม เพื่อให้บรรลุถึงวิสัยทัศน์ดังกล่าว เทคโนโลยีสารสนเทศและการมีระบบเฝ้าระวังสถานการณ์สุขภาพเป็นส่วนสำคัญอีกส่วนหนึ่งซึ่งมีบทบาทเป็นอย่างมากในการช่วยขับเคลื่อนให้การดำเนินงานประสบผลสำเร็จ ศูนย์อนามัยที่ 5 ในฐานะของกรมอนามัยซึ่งตั้งอยู่ในส่วนภูมิภาค ได้มีการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในงานเฝ้าระวังด้านต่างๆ เช่น การจัดเก็บข้อมูล การรายงานข้อมูล การวิเคราะห์และนำเสนอข้อมูล ทั้งนี้จากการดำเนินงานที่ผ่านมาพบว่าเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมาก จึงจำเป็นที่บุคลากรจะต้องก้าวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงนั้นเช่นเดียวกัน ดังนั้นเพื่อพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะและมีความสามารถมุ่งสู่ การเป็นกรมอนามัย 4.0 กลุ่มขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และพัฒนากำลังคนจึงได้จัดทำโครงการพัฒนาและขับเคลื่อนการอภิบาลระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมปีงบบประมาณ 2561 ขึ้น เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถดังกล่าว

วัตถุประสงค์ : 1.เพื่อประชาสัมพันธ์ DOH Dashboard ให้กับนักวิชาการและเจ้าหน้าที่ของศูนย์อนามัยที่ 5 2. เพื่อพัฒนาบุคลากรให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และสามารถใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลออนไลน์ที่เป็นมาตรฐานซึ่งใช้ร่วมกันของกรมอนามัย 3. เพื่อศึกษาตัวชี้วัด สำหรับการติดตามการดำเนินงานตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากกรมอนามัย และงานตามพันธกิจอื่นๆ 4. เพื่อพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศที่ใช้ในการดำเนินงานของศูนย์อนามัยที่ 5 5. เพื่อพัฒนาระบบเฝ้าระวังสถานการณ์สุขภาพ เขตสุขภาพที่ 5

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
เป้าหมาย บุคลากรและเจ้าหน้าที่ของศูนย์อนามัยที่ 5 จำนวน 30 คน ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ 1.ร้อยละ 80 ของผู้เข้าร่วมประชุมมีความรู้ความเข้าใจในการใช้งาน DOH Dashboard เพิ่มมากขึ้น (อย่างน้อย 24 คน) 2.ร้อยละ 80 ของผู้เข้ารับการอบรมเพื่อเพิ่มศักยภาพบุคลากรด้านข้อมูลสารสนเทศมีความรู้ความเข้าใจและมีศักยภาพในการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศในดรื่องที่เข้ารับการอบรม เพิ่มมากขึ้น 3.รายงานฉบับสมบูรณ์การเฝ้าระวังสถานการณ์เขตสุขภาพที่ 5 จำนวน 1 ฉบับ

วิธีการดำเนินงาน : 1.ศึกษาและทบทวนปัญหาที่สำคัญในงานเฝ้าระวังและ สำรวจความต้องการในการพัฒนาศักยภาพ ด้านข้อมูลสารสนเทศว่ามีความต้องการในเรื่องใดบ้าง 2.กำหนดระยะเวลาในการจัดอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากร 3.จัดหาและประสานงานกับวิทยากรผู้เชี่ยวชาญในหัวข้อตามที่ได้สำรวจไว้ 4.จัดการประชุมและอบรมตามเวลาที่กำหนด 5. จัดทำรายงานสรุปการเฝ้าระวังสถานการณ์สุขภาพเขตสุขภาพที่ 5 6. วิเคราะห์ผลการดำเนินโครงการและสรุปผลโครงการ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง การใช้งาน DOH Dashboard และ HDC 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 25,000.00
2 จัดอบรมพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านข้อมูลสารสนเทศ 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 25,000.00
3 พัฒนาระบบการจัดเก็บข้อมูลตัวชี้วัดเฝ้าระวังเป็นระบบออนไลน์ 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 0.00
4 จัดทำ Info graphic สถานการณ์สุขภาพในตัวชี้วัดที่สำคัญ รายไตรมาส 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 0.00
รวมเป็นเงิน 50,000.00
งบประมาณ : 50,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1.เป็นการเพิ่มทักษะความสามารถในการใช้งานเทคโนโลนีสารสนเทศของบุคลากรในศูนย์อนามัยที่ 5 2. เป็นการตอบสนองนโยบายของกรมอนามัยที่มุ่งสู่กรมอนามัย 4.0 3.ได้ข้อเสนอแนะเพื่อนำเสนอต่อผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องเพื่อการวางแผนแก้ปัญหาในพื้นที่

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นายวุฒินันต์ กลิ่นสุคนธ์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ โทร 0820593136 อีเมล์ vutsudloor@gmail.com

ผู้เสนอโครงการ : นายวุฒินันต์ กลิ่นสุคนธ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางพัชรี วารีนิล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายชลทิศ อุไรฤกษ์กุล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี
ลำดับที่ : 22

ชื่อโครงการ : โครงการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ์ศูนย์อนามัยที่ 5 ปีงบประมาณ 2561

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 21. คะแนนการประเมินระดับคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน ตามระบบ ITA โดย ปปท.

cluster : กลุ่ม FIN

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (79)25.6 การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ

แผนจัดสรรงบประมาณ :   10. แผนงานบุคลากรภาครัฐ

หลักการและเหตุผล : นโยบายและมาตรการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม กรมอนามัย นอกจากให้ความสำคัญสูงสุดกับการดำเนินงานตามแนวพระราชดำริ และโครงการเฉลิมพระเกียรติแล้ว ยังเร่งรัดการดำเนินงานสนองนโยบายที่เป็นปัญหาเร่งด่วน โดยเน้นการทำงานแบบบูรณาการทั้งด้านคน เงิน ของ กลุ่มเป้าหมาย นอกจากนั้น ทุกหน่วยต้องเพิ่มประสิทธิภาพและมีธรรมาภิบาล เพื่ออภิบาลระบบการทำงานให้เกิดประโยชน์กับประชาชนในพื้นที่ ศูนย์อนามัยที่ 5 จึงได้จัดทำโครงการบริหารงบประมาณรายจ่ายประจำขั้นต่ำและรายจ่ายพื้นฐานประจำปีงบประมาณ 2561 โดยมุ่งเน้นทำให้เร็ว ทำจริง ทำได้ผล และมีผลต่อเนื่องอย่างยั่งยืน

วัตถุประสงค์ : เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการภาครัฐในการพัฒนางานด้านส่งสเริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
เป็นค่าใช้จ่ายขั้นต่ำและค่าใช้จ่ายตามสิทธิ์ 1 หน่วยงาน

วิธีการดำเนินงาน : 1 รวบรวมข้อมูลบุคลากรของศูนย์อนามัยที่ 5 2 เบิกจ่ายตามกฎระเบียบ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 - ค่าตอบแทนแพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชฯ ไม่ทำเวชปฏิบัติส่วนตัว - ค่าตอบแทน พตส. - เงินสมทบประกันสังคมพนักงานราชการ 1 ก.ย. 2560 - 30 ก.ย. 2561 3,141,528.00
รวมเป็นเงิน 3,141,528.00
งบประมาณ : 3,141,528.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ก.ย. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี ได้รับค่าใช้จ่ายตามสิทธิ์

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นส.น้ำผึ้ง กลิ่นด้วง

ผู้เสนอโครงการ : นางพัชรี วารีนิล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางพัชรี วารีนิล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายชลทิศ อุไรฤกษ์กุล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี
ลำดับที่ : 23

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรศูนย์อนามัยที่ 5 ประจำปีงบประมาณ 2561

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)
21. คะแนนการประเมินระดับคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน ตามระบบ ITA โดย ปปท.

cluster : กลุ่ม HR

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (75)25.2 ยกระดับคุณภาพชีวิต การบริหารและพัฒนาบุคลากร

แผนจัดสรรงบประมาณ :   2. แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

หลักการและเหตุผล : ตามมาตรา 72 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1013/ว 27 ลงวันที่ 27 สิงหาคม 2553 กำหนดให้ข้าราชการต้องได้รับการพัฒนาให้มีความรู้ ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับตำแหน่งตามที่กำหนดไว้ในมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง และ มีคุณภาพชีวิต มีความสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงาน รวมทั้งขวัญและกำลังใจที่ดี มีแรงจูงใจในการปฏิบัติราชการให้มีผลสัมฤทธิ์ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มประสิทธิภาพ และขีดสมรรถนะของข้าราชการ ซึ่งต้องได้รับการพัฒนาอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง อย่างน้อย 10 วันต่อคนต่อปี ดังนั้น เพื่อสนับสนุนให้กรมอนามัยสู่องค์กรผู้มีสมรรถนะสูง (High Performance Organization : HPO) ตามแนวทาง PMQA หมวด 5 การมุ่งเน้นทรัพยากรบุคคล โดยการพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้และทักษะใหม่ และด้วยจุดแข็งที่เป็นแหล่งวิชาการ เป็นศูนย์ฝึกอบรม เพิ่มพูนความรู้ ความสามารถและทักษะ ให้บุคลากรการแพทย์ เครือข่ายและประชาชนทั่วไป พร้อมทั้งผู้บริหารด้านวิชาการสนับสนุนให้มีการพัฒนาศักยภาพบุคลากรภายในองค์กร โดยการกำหนดหลักสูตรในการอบรมที่จำเป็นสำหรับบุคลากรของศูนย์อนามัยที่ 5 เพื่อพัฒนาความรู้ ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับตำแหน่ง โดยประหยัดงบประมาณในการพัฒนาบุคลากร งานบริหารบุคคล กลุ่มอำนวยการ จึงกำหนดให้มีโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรศูนย์อนามัยที่ 5 ประจำปี 2561

วัตถุประสงค์ : 2.1 เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้มีความรู้ ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะหลักที่จำเป็นสำหรับตำแหน่งที่กำหนดไว้ในมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง และสามารถปฏิบัติงานให้บรรลุเป้าหมายขององค์กร 2.2 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และสมรรถนะของบุคลากรศูนย์ฯ อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง อย่างน้อย 10 วัน ต่อคนต่อปี โดยดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นให้บุคลากรของศูนย์ฯ เกิดความตื่นตัว ตระหนักถึง ความสำคัญของการพัฒนาศักยภาพบุคลากร

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
บุคลากรของศูนย์อนามัยที่ 5 ประกอบด้วย ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ พนักงานกระทรวงสาธารณสุข และพนักงานจ้างเหมาบริการ รวมทั้งสิ้น จำนวน 300 คน

วิธีการดำเนินงาน : 1. การพัฒนาศักยภาพบุคลากรโดยการส่งบุคลากรเข้ารับการประชุม อบรมสัมมนา กับหน่วยงานภายนอก 2. การพัฒนาสมรรถนะ (Competency) 2.1 จัดอบรมการพัฒนาความรู้ ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ ภายในหน่วยงาน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย 2.2 ประชาสัมพันธ์หลักสูตรอบรมของ สถาบันพัฒนาข้าราชการพลเรือน สำนักงาน ก.พ. (e – Learning )

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1.การพัฒนาศักยภาพบุคลากรโดยการส่งบุคลากรเข้ารับการประชุม อบรมสัมมนา กับหน่วยงานภายนอก 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 399,998.00
2 2. การพัฒนาสมรรถนะ (Competency) 2.1 จัดอบรมการพัฒนาความรู้ ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ ภายในหน่วยงาน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย 2.2 ประชาสัมพันธ์หลักสูตรอบรมของ สถาบันพัฒนาข้าราชการพลเรือน สำนักงาน ก.พ. (e – Learning ) 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 186,700.00
รวมเป็นเงิน 586,698.00
งบประมาณ : 586,698.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : บุคลากรของศูนย์ ได้รับการพัฒนาศักยภาพให้มีความรู้ ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะหลัก ที่จำเป็นสำหรับตำแหน่ง ตลอดจนตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาศักยภาพ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการปฏิบัติงานให้บรรลุเป้าหมาย

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางอุษณีย์ ทะจักร์

ผู้เสนอโครงการ : นางปราณี ภาคสวรรค์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นส.มณฑา ไชยะวัฒน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายชลทิศ อุไรฤกษ์กุล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี
ลำดับที่ : 24

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาระบบคุณภาพ HA ปี 2561

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กลุ่ม HR

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (74)25.1 พัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

แผนจัดสรรงบประมาณ :   3. แผนงานบูรณาการบริหารจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม

หลักการและเหตุผล : โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 5 พัฒนาคุณภาพ HA ผ่านการประเมินคุณภาพจาก สรพ.ขั้นที่ 2 ในวันที่ 13 ตุลาคม 2557 ด้วยคะแนน Overall Score 2.5 ซึ่งมีระยะเวลารับรอง 1 ปี และสามารถรักษาสภาพคุณภาพ HA ขั้นที่ 2 อีก 1 ปี โดยผู้เยี่ยมสำรวจที่มากับทีม QLN จังหวัดราชบุรี โดยมีผลการรับรองตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2558 ต่อมาสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (สรพ.) มา pre survey ในวันที่ 12 มกราคม 2559 ผลการเยี่ยมสำรวจให้ทางโรงพยาบาลธำรงระดับขั้นการพัฒนาคุณภาพ ขั้นที่ 2 อีก 1 ปี มีผลตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2559 หมดอายุวันที่ 24 มีนาคม 2560 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 5 มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาลอย่างต่อเนื่อง จนผ่าน Accreditation ในปีงบประมาณ 2561

วัตถุประสงค์ : 1.พัฒนาระบบคุณภาพของโรงพยาลอย่างต่อเนื่อง 2.ระบบคุณภาพ HA ผ่านการ Accreditation โดยสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) (สรพ.) ในปีงบประมาณ 2560

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1.ได้รับการเยี่ยมสำรวจจากทีมเยี่ยมสำรวจจากสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์กรมหาชน) (สรพ.) จำนวน 1 ครั้ง 2. ผ่านการรับรองคุณภาพสถานพยาบาล จาก สรพ.

วิธีการดำเนินงาน : 1.พัฒนาตนเองเพื่อให้มีความก้าวหน้าในการพัฒนาคุณภาพ 2.เชิญวิทยากรให้ความรู้ตามมาตรฐานโรงพยาบาลและบริการสุขภาพและนำมาปรับใช้กับการพัฒนาระบบคุณภาพ HA ตามบริบทของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ 3.ดำเนินการให้สอดคล้องตามมาตรฐาน HA และปรับปรุงอย่างต่อเนื่องประเมินการดำเนินงานโดยคณะกรรมการ Internal Survey 4.เขียนแบบประเมินตนเองส่งสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์กรมหาชน) 5.เยี่ยมสำรวจโดย QLN จ.ราชบุรี 6.เตรียมรับการ Accreditation จากสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1.ประชุมชี้แจงเพื่อพัฒนาระบบคุณภาพ 2.รับการ Pre survey /Accreditation จากสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 182,950.00
รวมเป็นเงิน 182,950.00
งบประมาณ : 182,950.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 5 มีพัฒนาการระบบคุณภาพและผ่านการรับรองคุณภาพโรงพยาบาล (Hospital Accreditation) จาก สรพ.

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางรัชนี ลักษิตานนท์

ผู้เสนอโครงการ : นส.พรณิชา ชุณหคันธรส

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นส.มณฑา ไชยะวัฒน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายชลทิศ อุไรฤกษ์กุล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี
ลำดับที่ : 25

ชื่อโครงการ : โครงการส่งเสริมการตั้งครรภ์คุณภาพและการคลอดปลอดภัยในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 5

ยุทธศาสตร์ : 1.1 ส่งเสริมการเกิดและเติบโตคุณภาพ

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 1. อัตราส่วนการตายมารดาไทย ต่อการเกิดมีชีพแสนคน

cluster : กลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัย

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (2)1.2 เสริมพลังภาคีเครือข่าย (MCH Board ) และสืบสวนการตายมารดาระดับเขต

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : อัตราส่วนมารดาเสียชีวิต 6.22 ต่อแสนเด็กเกิดมีชีพ พบที่จังหวัดสุพรรณบุรี 1 ราย Heart Failure สาเหตุจาก Late PPH หลังคลอด ภายหลัง C/S 15 วัน ราชบุรี 1 ราย จาก Amniotic Fluid Embolism ผลงานฝากครรภ์ครั้งแรกก่อน 12 สัปดาห์ ร้อยละ 57.05 และการฝากครรภ์ครบ 5 ครั้งตามเกณฑ์ ร้อยละ 44

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อพัฒนาระบบบริการอนามัยแม่และเด็กให้ได้มาตรฐานสากล 2. เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงบริการฝากครรภ์เร็วอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมในเขตสุขภาพที่ 5 3. ลดอัตราการตายของมารดาและทารกในเขตสุขภาพที่

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขในเขตสุขภาพที่ 5 10 แห่ง 2. บุคลากรสาธารณสุข รพศ. รพท. รพช. 1 ครั้ง/80คน 3. MMR<15 ต่อแสนการเกิดมีชีพ 8จังหวัด

วิธีการดำเนินงาน : 1. จัดประชุมวิชาการ MCH Death Conference Case คณะกรรมการ MCH Board 2. พัฒนาศักยภ่าพทีมประเมินมาตรฐาน รพ.ผ่านเกณฑ์อนามัยแม่และเด็กระดับจังหวัด 3. ประเมินรับรองมาตรฐาน รพศ./รพท. ตามเกณฑ์มาตรฐานอนามัยแม่และเด็ก

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดประชุมวิชาการ MCh Death Conference Case คณะกรรมการ MCH Board 28 พ.ย. 2560 - 29 พ.ย. 2560 218,068.00
2 พัฒนาศักยภาพทีมประเมินมาตรฐาน รพ.ผ่านเกณฑ์อนามัยแม่และเด็กระดับจังหวัด 1 มี.ค. 2561 - 30 มี.ค. 2561 20,037.00
3 ประเมินรับรองมาตรฐานโรงพยาบาลตามเกณฑ์,มาตรฐานงานอนามัยแม่และเด็ก 1 มิ.ย. 2561 - 31 ส.ค. 2561 1,155.00
รวมเป็นเงิน 239,260.00
งบประมาณ : 239,260.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 28 พ.ย. 2560 - 31 ส.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. หญิงตั้งครรภ์เข้าถึงบริการฝากครรภ์คุณภาพเพิ่มขึ้น 2. โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขให้บริการได้ตามมาตรฐานอนามัยแม่และเด็ก 3. อัตรามารดาเสียชีวิตลดลง, อัตรา BA LBW ลดลง

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. น.ส.สกาวรัตน์ เทพรักษ์ 2. นางจรรยา สืบนุช

ผู้เสนอโครงการ : น.ส..สกาวรัตน์ เทพรักษ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : พญ.มณฑา ไชยะวัฒน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นพ.ชลทิศ อุไรฤกษ์กุล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี
ลำดับที่ : 26

ชื่อโครงการ : โครงการส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร (กพด.)

ยุทธศาสตร์ : 1.2 ส่งเสริมเด็กวัยเรียนให้แข็งแรงและฉลาด

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 5. ร้อยละของเด็กวัยเรียน (6-14 ปี) สูงดีสมส่วน ฟันไม่ผุ (caries free) และเด็กอายุ 12 ปี มีส่วนสูงเฉลี่ยตามเกณฑ์
6. ร้อยละของเด็กวัยเรียนมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ด้านการบริโภคอาหาร กิจกรรมทางกาย และทันตสุขภาพ

cluster : กลุ่มวัยเรียน

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (66)23.1 ส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร (กพด.) ตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

แผนจัดสรรงบประมาณ :   7. แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาด้านสาธารณสุขและสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก

หลักการและเหตุผล : สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ไปทรงเยี่ยมราษฎรในถิ่นทุรกันดารทั่วทุกภาคของประเทศไทยตั้งแต่ยังเยาว์พระชันษา ทรงพบเห็นสภาพปัญหาและความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนขาดแคลนอาหารที่จะบริโภค เป็นโรคขาดสารอาหาร และสุขภาพอ่อนแอ เจ็บป่วย ไม่แข็งแรง ขาดการศึกษา สภาพแวดล้อมเสื่อมโทรม ทรงมีพระราชหฤทัยมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารเหล่านี้ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นดังนั้นเมื่อทรงสำเร็จการศึกษา จึงทรงเริ่มงานพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารขึ้น ในปี พ.ศ.2523 โดยทรงทดลองทำโครงการเกษตร เพื่ออาหารกลางวัน ในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน จำนวน ๓ โรง เพื่อพัฒนาภาวะโภชนาการและสุขภาพของเด็กที่อยู่ในท้องถิ่นทุรกันดาร ปัจจุบันการดำเนินงานการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีเป็นการพัฒนาแบบองค์รวมที่ยึดเด็กและเยาวชนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาโดยผ่านกระบวนการเรียนรู้ โดยมีเป้าหมายในการดำเนินงาน“เพื่อให้เด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารมีโภชนาการดี สุขภาพแข็งแรง มีความซื่อสัตย์ เสียสละสามัคคี และเมตตาผู้อื่น มีความรู้และทักษะทั้งทางวิชาการและการอาชีพ ที่เป็นรากฐานของการพึ่งตนเองและพัฒนาท้องถิ่นได้ นำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และมีโอกาสได้รับการศึกษาในระดับสูงขึ้นตามศักยภาพของตนเองเป็นคนมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น ” โรงเรียนตชด.หรือโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนเป็นโรงเรียนในสังกัดกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ตั้งกระจายอยู่ตามแนวชายแดนของประเทศไทย ในพื้นที่ทุรกันดารซึ่งห่างไกลการคมนาคมทั่วทุกภาคของประเทศ นักเรียนส่วนใหญ่มีหลากหลายเชื้อชาติอาทิ ไทยพุทธ ไทยมุสลิม ไทยใหญ่ ไทยภูเขา กะเหรี่ยง ลัวะ ม้ง มูเซอ จีนฮ่อ อีก้อ เป็นต้น จากการเริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน มีโรงเรียนทั้งสิ้น 204 แห่ง ซึ่งอยู่ในเขตสุขภาพที่ 5 สังกัดกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 13 จำนวน 15 โรงเรียน สังกัดกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 จำนวน 11 โรงเรียน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2523 เป็นต้นมาสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีได้พระราชทานโครงการตามพระราชดำริให้กับโรงเรียน ตชด. เพื่อดำเนินการพัฒนาให้เด็กและชุมชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นการดำเนินงานโครงการพระราชดำริจะมีครู ตชด.เป็นแกนในการถ่ายทอดความรู้ โดยให้ชุมชนในท้องถิ่นมีส่วนร่วมในทุกๆ กิจกรรม ทำให้เด็กนักเรียนได้รับการพัฒนาไปพร้อมๆกับการถ่ายทอดความรู้สู่ชุมชนจนเกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี เห็นความสำคัญในการสืบสานแนวพระราชดำรินี้ ได้จัดทำโครงการส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร (กพด.) ปี 2560 โดยการประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการส่งเสริมและพัฒนาสุขภาพเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารตามแนวพระราชดำริและโรงเรียนส่งเสริสุขภาพอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนต่อไป

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อให้ประชาชน ชุมชน และภาคีเครือข่ายในถิ่นทุรกันดารได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม 2. เพื่อส่งเสริมองค์ความรู้และทักษะสุขภาพสำหรับครูและนักเรียนตชด.ในด้านโภชนาการ พฤติกรรมสุขภาพ และอนามัยสิ่งแวดล้อม 3. เพื่อศึกษาภาวะสุขภาพนักเรียนและอนามัยสิ่งแวดล้อมของนักเรียนในโรงเรียนตชด.ในพื้นที่เป้าหมาย

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1.เด็ก เยาวชน ประชาชนและบุคลากรในพื้นที่เป้าหมายถิ่นทุรกันดาร ได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม จำนวน 100 คน 2.นักเรียนตชด.กลุ่มเป้าหมายได้รับการสำรวจด้านภาวะสุขภาพและพฤติกรรมที่พีงประสงค์จำนวน 100 คน 3.ผู้ปกครองและผู้ประกอบอาหารกลางวันในโรงเรียนได้การอบรมความรู้ด้านการจัดอาหารที่เหมาะสมและถูกต้องตามหลักโภชนาการ จำนวน 20 คน

วิธีการดำเนินงาน : 1.กิจกรรมจัดประชุมเสริมสร้างศักยภาพครู และนักเรียนแกนนำเพื่อส่งเสริมองค์ความรู้ด้านพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ในนักเรียนตชด. โดยอบรมเพิ่มพูนทักษะสุขภาพ 2.กิจกรรมการสำรวจ 2.1)ภาวะสุขภาพ พฤติกรรมที่พีงประสงค์และอนามัยสิ่งแวดล้อมของนักเรียนในโรงเรียนตชด. 2.2) การจัดการอาหารและโภชนาการภายในรร.ตชด. (การจัดการ , พฤติกรรมการบริโภค , การประกอบอาหารกลางวัน 3.3.กิจกรรมส่งเสริมและให้ความรู้เรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในกลุ่มผู้ปกครองของนักเรียนตชด.ที่พบปัญหาโภชนาการ (อ้วน,เตี้ย,ผอม) โดยใช้กลไล family coacher และเพิ่มพูนองค์ความรู้ ให้กับผู้ประกอบอาหารกลางวันของโรงเรียน 4.กิจกรรมเยี่ยมเสริมพลัง เตรียมการและเข้าร่วมรับเสด็จ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1.กิจกรรมจัดประชุมเสริมสร้างศักยภาพครู และนักเรียนแกนนำเพื่อส่งเสริมองค์ความรู้ด้านพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ในนักเรียนตชด. โดยอบรมเพิ่มพูนทักษะสุขภาพ ได้แก่ -กลุ่มครู เน้นด้านการเฝ้าระวังภาวะโภชนาการ , การออกกำลังกาย , ทันตสุขภาพ, การคัดรองภาวะสายตา , การตรวจคอพอก พฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ ,ภาวะสุขภาพจิต) โดยการจัดอบรมเป็นฐานการเรียนรู้ โดยวิทยากรจากศูนย์อนามัย , รพ.สต.ในพื้นที่ และสสจ. -กลุ่มนักเรียน เน้นด้านสุขบัญญัติ โภชนบัญญัติ สุขาภิบาลอาหารและสิ่งแวดล้อม , โภชนาการ , การออกกำลังกาย , ทันตสุขภาพ 15 ม.ค. 2561 - 31 ม.ค. 2561 121,400.00
2 2.กิจกรรมการสำรวจ 2.1)ภาวะสุขภาพ พฤติกรรมที่พีงประสงค์และอนามัยสิ่งแวดล้อมของนักเรียนในโรงเรียนตชด. 2.2) การจัดการอาหารและโภชนาการภายในรร.ตชด. (การจัดการ , พฤติกรรมการบริโภค , การประกอบอาหารกลางวัน ) 16 พ.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561 36,600.00
3 3.กิจกรรมส่งเสริมและให้ความรู้เรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในกลุ่มผู้ปกครองของนักเรียนตชด.ที่พบปัญหาโภชนาการ (อ้วน,เตี้ย,ผอม) โดยใช้กลไล family coacher และเพิ่มพูนองค์ความรู้ ให้กับผู้ประกอบอาหารกลางวันของโรงเรียนในด้านการจัดบริการอาหารกลางวันให้ได้คุณค่าตามหลักโภชนาการ 16 พ.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561 16,000.00
4 1.กิจกรรมเยี่ยมเสริมพลัง เตรียมการและเข้าร่วมรับเสด็จ 2. ติดตามการดำเนินงานโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ / การดำเนินงานมาตรฐานอนามัยสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนตชด. 1 ก.พ. 2561 - 31 ก.ค. 2561 26,000.00
รวมเป็นเงิน 200,000.00
งบประมาณ : 200,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 15 ม.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. โรงเรียนตำรวจชายแดนมีการพัฒนาเป็นโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพในระดับสูงขึ้น .2 เด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารได้รับบริการและมีความรู้ในการส่งเสริมด้านโภชนาการและสุขภาพอนามัยที่ดีและเหมาะสม มีสุขนิสัยที่พึงประสงค์ 3.เขตบริการสุขภาพที่ 5 มีข้อมูลการเฝ้าระวังภาวะสุขภาพพื้นฐานของนักเรียนตชด.เพื่อเป็นประโยชน์ในการวางแผนพัฒนาต่อไป

ผู้รับผิดชอบโครงการ : จุติพร ศรีแก้ว

ผู้เสนอโครงการ : พัชรี วงศ์ษา

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : วรลักษณ์ คงหนู

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : ชลทิศ อุไรฤกษ์กุล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี
ลำดับที่ : 27

ชื่อโครงการ : โครงการบริหารจัดการหน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 5 ปีงบประมาณ 2561

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กลุ่ม FIN

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (78)25.5 การบริหารจัดการหน่วยงาน

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : นโยบายและมาตรการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม กรมอนามัย นอกจากให้ความสำคัญสูงสุดกับการดำเนินงานตามแนวพระราชดำริ และโครงการเฉลิมพระเกียรติแล้ว ยังเร่งรัดการดำเนินงานสนองนโยบายที่เป็นปัญหาเร่งด่วน โดยเน้นการทำงานแบบบูรณาการทั้งด้านคน เงิน ของ กลุ่มเป้าหมาย นอกจากนั้น ทุกหน่วยต้องเพิ่มประสิทธิภาพและมีธรรมาภิบาล เพื่ออภิบาลระบบการทำงานให้เกิดประโยชน์กับประชาชนในพื้นที่ ศูนย์อนามัยที่ 5 จึงได้จัดทำโครงการบริหารงบประมาณรายจ่ายประจำขั้นต่ำและรายจ่ายพื้นฐานประจำปีงบประมาณ 2561 โดยมุ่งเน้นทำให้เร็ว ทำจริง ทำได้ผล และมีผลต่อเนื่องอย่างยั่งยืน

วัตถุประสงค์ : เพื่อสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมของหน่วยงาน

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
หน่วยงานบริหารจัดการการดำเนินงานของศูนย์ให้บรรลุตามเป้าหมาย จำนวน 1 หน่วย

วิธีการดำเนินงาน : 1 รวบรวมข้อมูลการดำเนินงานของศูนย์ 2 เบิกจ่ายตามกฎระเบียบ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ค่าสาธารณูปโภค 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 3,223,762.00
2 ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 100,000.00
3 ค่าจ้างเหมาบริการ 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 550,990.00
4 ค่าวัสดุ 1 พ.ย. 2560 - 30 พ.ย. 2560 69,100.00
5 จ้างเหมาขนขยะ 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 24,000.00
รวมเป็นเงิน 3,967,852.00
งบประมาณ : 3,967,852.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : หน่วยงานมีการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นส.น้ำผึ้ง กลิ่นด้วง

ผู้เสนอโครงการ : นางพัชรี วารีนิล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางพัชรี วารีนิล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายชลทิศ อุไรฤกษ์กุล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี
ลำดับที่ : 28

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาระบบการคัดกรองและการป้องกันการคลอดก่อนกำหนด(Preterm Labor)

ยุทธศาสตร์ : 1.1 ส่งเสริมการเกิดและเติบโตคุณภาพ

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 1. อัตราส่วนการตายมารดาไทย ต่อการเกิดมีชีพแสนคน

cluster : กลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัย

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (2)1.2 เสริมพลังภาคีเครือข่าย (MCH Board ) และสืบสวนการตายมารดาระดับเขต

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : การคลอดก่อนกำหนด คือการคลอดก่อนอายุครรภ์ 37 สัปดาห์ ซึ่งจะแบ่งเป็น 3 ประเภท 1.spontaneous preterm birth 2, Indicated preterm birth 3. preterm rupture ปัจจัยเสี่ยงได้แก่ ประวัติเคยคลอดก่อนกำหนด ผ่าตัดมดลูก อายุมารดา มีเลือดออกทางช่องคลอด การติดเชื้อของทางเดินปัสสาวะ หรือระบบอวัยะวะสืบพันธุ์ เขตสุขภาพที่ 5 มีทารกแรกเกิดขาดออกซิเจน ร้อยละ 20.6 ทารกแรกเกิด น้ำหนักน้อยกว่า 2500 กัมร้อยละ 8.95

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อพัฒนาระบบการคัดกรองหญิงตั้งครรภ์ที่เสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด 2.พัฒนาศักยภาพบุคลากรสาธารณสุขที่รับผิดชอบงานบริการฝากครรภ์

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขในเขตสุขภาพที่ 5 10 แห่ง 2. บุคลากรสาธารณสุขที่รับผิดชอบงานบริการฝากครรภ์ในเขตสุขภาพที่ 5 1ครั้ง/80 คน 3.อัตราการคลอดก่อนกำหนดในหญิงตั้งครรภ์กลุ่มเสี่ยงลดลง

วิธีการดำเนินงาน : 1. ประชุมชี้แจงคณะกรรมการอนามัยแม่และเด็กเขตสุขภาพที่ 5 2. จัดอบรมบุคลากรสาธารณสุขที่รับผิดชอบงานบริการฝากครรภ์ เรื่องการใช้แบบคัดกรองความเสี่ยงในหญิงตั้งครรภ์ ที่เสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนดและการดูแล

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมผู้เชี่ยวชาญในการจัดทำเกณฑ์ในการคัดกรองหญิงตั้งครรภ์กลุ่มเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด 1 ก.พ. 2561 - 28 ก.พ. 2561 55,805.00
2 ประชุมปฏิบัติการบุคลากรสาธารณสุขผู้รับผิดชอบงานฝากครรภ์และห้องคลอดเรื่องการใช้แบบคัดกรองความเสี่ยงในหญิงตั้งครรภ์ที่เสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด 1 มี.ค. 2561 - 30 มี.ค. 2561 100,371.00
3 จัดประชุมติดตามผลการดำเนินงานผ่านคณะกรรมการ MCH Board ระดับเขต 2 เม.ย. 2561 - 30 เม.ย. 2561 98,200.00
4 ประชุมติดตามผลการดำเนินงานโครงการระดับจังหวัด 2 เม.ย. 2561 - 28 ก.ย. 2561 41,760.00
รวมเป็นเงิน 296,136.00
งบประมาณ : 296,136.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ก.พ. 2561 - 28 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. รพ.ทุกแห่ง มีระบบคัดกรองความเสี่ยงและสามารถป้องกันคลอดก่อนกำหนด 2. อัตราการคลอดก่อนกำหนดลดลง

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางจรรยา สืบนุช

ผู้เสนอโครงการ : นส.สกาวรัตน์ เทพรักษ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นส.มณฑา ไชยะวัฒน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายชลทิศ อุไรฤกษ์กุล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี
ลำดับที่ : 29

ชื่อโครงการ : โครงการเฝ้าระวังและส่งเสริมการเจริญเติบโตและพัฒนาการเด็กปฐมวัยในเขตสุขภาพที่5 ที่ 5

ยุทธศาสตร์ : 1.1 ส่งเสริมการเกิดและเติบโตคุณภาพ

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 2. ร้อยละของเด็กอายุ 0-5 ปี มีพัฒนาการสมวัย
3. ร้อยละของเด็กอายุ 0-5 ปี สูงดีสมส่วน และส่วนสูงเฉลี่ยที่อายุ 5 ปี

cluster : กลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัย

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (6)3.1 พัฒนาระบบเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยบูรณาการอย่างมีส่วนร่วม

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : เด็กอายุ9,18,30 และ42 เดือน มีพัฒนาการสมวัยร้อยละ 82.81 สงสัยล่าช้า ร้อยละ16.90 ส่วนมากเป็นด้านการใช้ภาษา ความเข้าใจภาษา และกล้ามเนื้อมัดเล็ก ภายหลังกระตุ้นพัฒนาการครบ 30 วัน ประเมินDSPM2 กลับมามีพัฒนาการสมวัย รวมกับรอบแรกร้อยละ 92.21 อัตราเฉลี่ยเด็กแรกเกิดถึงต่ำกว่า 6 เดือน กินนมแม่อย่างเดียวผลงานร้อยละ 68.50 เด็ก0-5 ปี มีส่วนสูงระดับดี และรูปร่างสมส่วน ร้อยละ 49.89 เด็กผอม ร้อยละ 3.8 เตี้ย ร้อยละ 7.64 อ้วน ร้อยละ 3.33

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อพัฒนาระบบเฝ้าระวังและส่งเสริมการเจริญเติบโตของเด็ก0-5ปี ให้สูงดีสมส่วน 2. เพื่อพัฒนารูปแบบการเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็ก 0-5 ปีโดยพ่อแม่ผู้เลี้ยงดูเด็ก ครูในศูนย์พัฒนาเด็กด้วยเครื่องมือ DSPM

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. ภาคีเครือข่าย/ประชาชนกลุ่มเป้าหมายได้รับการพัฒนาศักยภาพด้านการส่งเสริมสุขภาพเด็กปฐมวัย สูงดี สมส่วน ฟันไม่ผุและมีระบบเฝ้าระวังการเจริญเติบโตที่มประสิทธิภาพ จำนวน 100 คน 2. บุคลากรที่รับผิดชอบงานเด็กปฐมวัย มีแนวทางระบบเฝ้าระวังการเจริญเติบโตของเด็ก 0-5 ปี ให้สูงดีสมส่วน 1 ระบบ 3. พ่อแม่ผู้เลี้ยงดูเด็ก/ ครูในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เขตสุขภาพที่ 5 (8 จังหวัด) สามารถ ใช้เครื่องมือ DSPM ในการส่งเสริมพัฒนาการเด็ก 0 - 5 ปี จำนวน 60 คน

วิธีการดำเนินงาน : 1. ประชุมชี้แจง แนวทางระบบเฝ้าระวังการเจริญเติบโตของเด็ก0-5ปี ให้สูงดีสมส่วนแก่ บุคลากรที่รับผิดชอบงานเด็กปฐมวัย 2. ประชุม/ อบรม ครูผู้ดูแลเด็ก ผู้แทน 4 กระทรวง เรื่องมาตรฐานศูนย์เด็กเล็กแห่งชาติ 3. สำรวจภาวะโภชนาการ และภาวะโลหิตจาง 4. สนับสนุนการจัดกิจกรรมโรงเรียน พ่อแม่ ในหน่วยบริการสาธารณสุขและในชุมชน 4.ติดตามเมนูอาหารกลางวันใน ศพด. 5. นิเทศ ติดตาม ผลการดำเนินงาน

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมชี้แจง แนวทางการดำเนินงานเฝ้าระวังการเจริญเติบโตของเด็ก0-5ปี ให้สูงดีสมส่วนและขับเคลื่อนนโยบายโภชนาการ 1000 วันแรกของชีวิต 1 ก.พ. 2561 - 28 ก.พ. 2561 404,172.00
2 ประชุมผู้แทน 4 กระทรวง (พม./มท./ศธ./สธ/ครูผู้ดูแลเด็กในเขตสุขภาพที่ 5 เรื่องการดำเนินงานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ 1 มี.ค. 2561 - 30 มี.ค. 2561 29,360.00
3 ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การจัดกิจกรรมโรงเรียนพ่อแม่ในโรงพยาบาลและในชุมชน 2 เม.ย. 2561 - 30 เม.ย. 2562 241,836.00
4 สำรวจภาวะการเจริญเติบโตและภาวะโลหิตจางในเด็ก 0-5 ปี 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 218,200.00
รวมเป็นเงิน 893,568.00
งบประมาณ : 893,568.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 เม.ย. 2562
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1.เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ครูพี่เลี้ยง มีความรู้ ทักษะ ในการเฝ้าระวังภาวะโภชนาการ และพัฒนาการเด็กปฐมวัย 2.พ่อแม่ผู้เลี้ยงดูเด็กมีความรู้ ทักษะ สามารถเลี้ยงดูเด็กได้อย่างเหมาะสม

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางจรรยา สืบนุช

ผู้เสนอโครงการ : นส.สกาวรัตน์ เทพรักษ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นส.มณฑา ไชยะวัฒน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายชลทิศ อุไรฤกษ์กุล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี
ลำดับที่ : 30

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนารูปแบบส่งเสริมสุขภาพช่องปาก และโภชนาการเด็กวัยก่อนเรียนในศูนย์เด็กเล็ก โดยการมีส่วนร่วมของครอบครัว

ยุทธศาสตร์ : 1.1 ส่งเสริมการเกิดและเติบโตคุณภาพ

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 4. ร้อยละของเด็กอายุ 3 ปี ปราศจากฟันผุ

cluster : กลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัย

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (6)3.1 พัฒนาระบบเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยบูรณาการอย่างมีส่วนร่วม

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : ฟันน้ำนมมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพกาย จิตใจ และสังคม ส่งผลให้เด็กปฐมวัยได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโต มีการพัฒนาด้านการบดเคี้ยว การเจริญเติบโต การพัฒนาทักษะการพูดทำให้เด็กเกิดความเชื่อมั่นในตนเอง กล้าแสดงออก และมีพัฒนาการทางสังคมที่ดี ปัจจุบันปัญหาโรคฟันผุในฟันน้ำนมของเด็กปฐมวัย เป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญของเขตสุขภาพที่5 เนื่องจากมีอัตราการเกิดโรคสูง และรูปแบบบริการเฝ้าระวังสุขภาพช่องปากในศูนย์เด็กเล็ก ยังมีลักษณะแยกส่วนจากประเด็นสุขภาพอื่น และขาดการเชื่อมโยงกับการดูแลสุขภาพช่องปากเด็กที่บ้าน

วัตถุประสงค์ : 1.เพื่อพัฒนารูปแบบกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพช่องปาก และกิจกรรมส่งเสริมภาวะโภชนาการเด็กวัยก่อนเรียนในศูนย์เด็กเล็กแบบบูรณาการ 2.เพื่อเสริมสร้างบทบาทของผู้ปกครองด้านการส่งเสริมสุขภาพช่องปากและภาวะโภชนาการที่ดีของเด็กวัยก่อนเรียน

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1.เด็กวัยก่อนเรียนในศูนย์ส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี จำนวน 50 คน 2.ผู้ปกครองเด็กวัยก่อนเรียน ครู ผู้ดูแลเด็ก จำนวน 60 คน

วิธีการดำเนินงาน : 1.ตรวจสุขภาพ สุขภาพช่องปาก ประเมินพัฒนาการ และภาวะโภชนาการของเด็ก 2.สัมภาษณ์และประเมินพฤติกรรมการเลี้ยงดู การบริโภค และปัจจัยเสี่ยงของเด็ก และวางแผนส่งเสริมป้องกันรายบุคคล 3.จัดบริการส่งเสริมป้องกัน โดยติดตาม และสื่อสารกับผู้ปกครอง ทุก 2-3 เดือน 4.ประชุมผู้ปกครอง สาธิตให้ความรู้ และจัดกระบวนการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของผู้ปกครอง (เทอมละครั้ง) 5.สรุปประเมินผล

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1.ตรวจสุขภาพ สุขภาพช่องปาก ประเมินพัฒนาการ และภาวะโภชนาการของเด็ก 2.สัมภาษณ์และประเมินพฤติกรรมการเลี้ยงดู การบริโภค และปัจจัยเสี่ยงต่อฟันผุของเด็ก และวางแผนส่งเสริมป้องกันรายบุคคล 3.จัดบริการส่งเสริมป้องกัน โดยติดตาม และสื่อสารกับผู้ปกครอง ทุก 2-3 เดือน 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 15,000.00
2 4.ประชุมผู้ปกครอง สาธิตให้ความรู้ และจัดกระบวนการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของผู้ปกครอง (เทอมละครั้ง) 5.สรุปประเมินผล 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 32,900.00
รวมเป็นเงิน 47,900.00
งบประมาณ : 47,900.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : ได้รูปแบบบริการเฝ้าระวังสุขภาพเด็กปฐมวัยในศูนย์เด็กเล็กแบบบูรณาการ และการจัดการปัจจัยเสี่ยงด้านพฤติกรรมโดยการมีส่วนร่วมของครอบครัว

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นส.ดลฤดี แก้วสวาท

ผู้เสนอโครงการ : นส.สกาวรัตน์ เทพรักษ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นส.มณฑา ไชยะวัฒน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายชลทิศ อุไรฤกษ์กุล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี
ลำดับที่ : 31

ชื่อโครงการ : โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การขับเคลื่อนภารกิจศูนย์อนามัยที่ 5 เพื่อมุ่งสู่องค์กรคุณภาพคู่คุณธรรมด้วยเครื่องมือ PMQA

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กรมอนามัย

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (74)25.1 พัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

แผนจัดสรรงบประมาณ :   2. แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

หลักการและเหตุผล : ในปีงบประมาณพ.ศ.2560 ศูนย์อนามัยที่ 5มีการประชุมปฏิบัติการด้านพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ ตามแนวทาง PMQA จำนวน 2 ครั้ง ทั้งนี้เพื่อตอบประเด็นยุทธศาสตร์ที่ ๔ ปฏิรูประบบงานสูองคกรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล โดยครั้งที่ ๑ เน้นให้กลุ่มเป้าหมายทราบถึงแนวทางบูรณาการยกระดับคุณภาพบริหารจัดการภาครัฐสู่ระดับมาตรฐานสากล ส่วนครั้งที่ 2 เน้นวิเคราะห์ระบบและฝึกปฏิบัติที่มุงเน้นผลสัมฤทธิ์นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงองค์กรอย่างยั่งยืน จากการประเมินผลพบว่า กลุ่มเป้าหมายมีความเข้าใจหลักเกณฑ์การพัฒนาและการจัดทำรายงานผลการดำเนินการ (Application Report) รวมถึงได้เข้าร่วมกระบวนการวิเคราะห์ระบบงานและฝึกปฏิบัติที่มุงเน้นผลสัมฤทธิ์นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงองค์กรแต่ทั้งนี้บุคลากรของศูนย์ฯ ยังไม่มีการนำแนวทาง และนำผลการประเมินขององค์กรมาจัดทำเป็นข้อมูลสำคัญ ใช้เป็นเหตุผลในการปรับปรุงกระบวนงานอย่างเป็นรูปธรรม ประกอบกับ ปี 2561 กรมอนามัยมีการเร่งรัดภารกิจขับเคลื่อนกรมอนามัย 4.0 เพื่อมุ่งสู่การเป็นองค์กรคุณภาพคู่คุณธรรมด้วยเครื่องมือ PMQA (PMQA Mechanism) มีเป้าหมายให้หน่วยงานในสังกัดปรับเปลี่ยนกลไกการขับเคลื่อนการเติบโตความก้าวหน้าขององค์กรด้วยกลยุทธ์ “ ทีมนำหลักมีการขับเคลื่อนองค์กรตามองค์กร ADLI มีการกำกับติดตามอย่างสม่ำเสมอและพัฒนากระบวนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ศูนย์อนามัยที่ 5 เห็นสมควรร่วมกันพัฒนาองค์กรโดยเริ่มรวมตัวกันเพื่อจากวิเคราะห์องค์กร ตอบคำถามในหมวด 1-6 จัดทำกระบวนการภายในผลักดันและขับเคลื่อนองค์กรให้เกิด

วัตถุประสงค์ : 1.เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจหลักเกณฑ์การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐและการวิเคราะห์ระบบงานของหน่วยงานเพื่อมุ่งผลสัมฤทธิ์ และการวิเคราะห์ลักษณะสำคัญขององค์กร 2. ฝึกปฏิบัติวิเคราะห์ลักษณะสำคัญขององค์กร อีกทั้งแลกเปลี่ยนให้เกิดการพัฒนาศูนย์อนามัยที่ 5

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
ผู้เข้าร่วมประชุม จำนวน 80 คน สรุปการประเมินตนเองและแนวทางการพัฒนาตนเอง (ศอ.5) จำนวน 1 ฉบับ

วิธีการดำเนินงาน : 1. กำหนดผู้รับผิดชอบโครงการและคณะทำงาน 2. กำหนดวัตถุประสงค์ กลุ่มเป้าหมาย สถานที่ ระยะเวลา และผลที่ต้องการของการจัดประชุม 3. ดำเนินการตามโครงการ 4. ประเมินผลและสรุปโครงการ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐตามแนวทางPMQA 1 ต.ค. 2560 - 31 ก.ค. 2561 300,000.00
รวมเป็นเงิน 300,000.00
งบประมาณ : 300,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 31 ก.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมประชุมสามารถนำกรอบนโยบายและเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA) ไปใช้เป็นแนวทางเพื่อการสื่อสารและพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐของหน่วยงาน 2. มีเอกสาร ผลการวิเคราะห์ระบบงานของศูนย์ฯ 3.นำผลการวิเคราะห์องค์กรมาใช้เป็นข้อมูลและแนวทางการปรับปรุงกระบวนงาน

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นส.น้ำผึ้ง กลิ่นด้วง

ผู้เสนอโครงการ : นางพัชรี วารีนิล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางพัชรี วารีนิล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายชลทิศ อุไรฤกษ์กุล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี
ลำดับที่ : 32

ชื่อโครงการ : ศูนย์อนามัยที่ 5 : องค์กรที่มีศักดิ์ศรีและจริยธรรม

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 21. คะแนนการประเมินระดับคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน ตามระบบ ITA โดย ปปท.

cluster : กลุ่ม HR

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (77)25.4 ส่งเสริมการพัฒนาและบริหารการดำเนินงานด้วยคุณธรรมและความโปร่งใส

แผนจัดสรรงบประมาณ :   5. แผนงานบูรณาการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ

หลักการและเหตุผล : การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity & Transparency Assessment) เป็นการประยุกต์แนวคิดของการประเมินคุณธรรมการดำเนินงาน (Integrity Assessment) ขององค์การต่างประเทศที่ประสบความสำเร็จคือ องค์การต่อต้านการทุจริต (Anti-Corruption and Civil Rights Commission: ACRC) จากสาธารณรัฐเกาหลี และบูรณาการเข้ากับดัชนีวัดความโปร่งใสของสำนักงาน ป.ป.ช. โดยได้กำหนดเป็นกรอบแนวคิดการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ และสังเคราะห์เป็นองค์ประกอบหลักที่สำคัญและจำเป็นในการประเมิน โดยจำแนกองค์ประกอบหลักเป็นองค์ประกอบย่อย ประเด็นการประเมิน และแปลงไปสู่คำถามที่ใช้ในการสอบถามความคิดเห็นหรือรวบรวมจากข้อมูลเอกสาร/หลักฐานของหน่วยงาน ประเทศไทยมีภาพลักษณ์เรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่นในทางลบ โดยมีคะแนนดัชนีภาพลักษณ์ การคอร์รัปชั่น (Corruption Perception Index – CPI) ที่จัดทำโดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International – TI) ระหว่างปี พ.ศ. ๒๕58 – 2559 อยู่ที่ 38 และ 35 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 ซึ่งจะเห็นได้ว่าคะแนนลดน้อยลง อันแสดงว่ามีภาพลักษณ์ในด้านลบมากขึ้น แผนยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระยะที่ ๒ (พ.ศ.๒๕๕๖-๒๕๖๐) จึงได้กำหนดแนวทางเพื่อยกระดับมาตรฐานความสุจริต และความตระหนักถึงความสำคัญของคุณธรรม จริยธรรม และความโปร่งใสในทุกภาคส่วนของสังคมไว้ในยุทธศาสตร์ที่ ๑ “ปลูกและปลุกจิตสำนึกการต่อต้านการทุจริต” เนื่องจากเป็นประเด็นที่ส่งผลโดยตรงต่อดัชนีดังกล่าว โดยมีเป้าประสงค์ที่ต้องการเพิ่มคะแนนดัชนีภาพลักษณ์การคอร์รัปชั่นของไทยให้ถึง 50 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 ในปี พ.ศ. ๒๕๖๐ ทั้งนี้ การยกระดับมาตรฐานความสุจริต คุณธรรม จริยธรรม และความโปร่งใสเป็นแนวทางที่สอดคล้องกับแนวนโยบายการบริหารประเทศของรัฐบาลที่ได้แถลงต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เมื่อวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๕๗ ข้อ ๑๐ การส่งเสริมการบริหารราชการแผ่นดินที่มีธรรมาภิบาล เพื่อเป็นการสนองนโยบายของรัฐบาลในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต รวมทั้งการประพฤติ มิชอบ อันจะช่วยสร้างระบบราชการให้ใสสะอาด และพัฒนาศักยภาพองค์กร ศูนย์อนามัยที่ 5 เห็นความสำคัญดังกล่าว จึงจัดโครงการ ศูนย์อนามัยที่ 5 : องค์กรที่มีศักดิ์ศรีและจริยธรรม เพื่อส่งเสริมสนับสนุนความรู้และแนวทางการป้องกันการประพฤติปฏิบัติมิชอบของศูนย์อนามัยที่ 5 สู่การปฏิบัติ ให้แก่ ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ พนักงานกระทรวงสาธารณสุข และพนักงานจ้าง ของศูนย์ฯ ให้มีความรู้ ความเข้าใจ ในการปฏิบัติงานที่ถูกต้อง สามารถป้องกันความเสี่ยงในการที่จะประพฤติมิชอบต่อหน้าที่ จึงได้จัดโครงการฯนี้ขึ้น

วัตถุประสงค์ : เพื่อเสริมสร้างจิตสำนึกของเจ้าหน้าที่ของศูนย์ฯทุกระดับให้มีความมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่เพื่อส่วนรวม ปฎิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เป็นตัวอย่างที่ดีของผู้ร่วมงานและสามารถมีบทบาทสำคัญในการป้องกันการทุจริตและประประพฤติมิชอบได้

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
ร้อยละ 80 ของบุคลากรของศูนย์อนามัยที่ 5 (จำนวน 240 คน) - รับทราบความมุ่งมั่นของรัฐบาลและผู้บริหารในเรื่องการป้องกันและปราบปรามการทุจริต - รับทราบในการดำเนินงานเรื่องการป้องกันการทุจริตในหน่วยงานที่ผ่านมา - เข้าใจทิศทางการดำเนินงานต่อไปของหน่วยงานที่จะสนับสนุนการทำงานที่สุจริต โปร่งใส เป็นธรรม

วิธีการดำเนินงาน : อบรมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับ คุณธรรม ค่านิยม หลักธรรมาภิบาลในหน่วยงาน และต่อผู้รับบริการ 1. เสนอโครงการเพื่อขออนุมัติ 2. ประสานวิทยากรในการให้ความรู้ตามวัตถุประสงค์ของโครงการ / จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ 3. ประสานผู้เข้ารับการอบรม 4. ดำเนินการตามโครงการ 5. สรุปผลการดำเนินโครงการ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 อบรมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับ คุณธรรม ค่านิยม หลักธรรมาภิบาลในหน่วยงาน และต่อผู้รับบริการ 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 68,160.00
2 จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ (หนังสั้น สิ่งพิมพ์) ต่อต้านการทุจริต สร้างการมีธรรมาภิบาลในหน่วยงาน 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 31,840.00
รวมเป็นเงิน 100,000.00
งบประมาณ : 100,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. เป็นการเพิ่มทักษะความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับ ระเบียบ วิธีการปฏิบัติงานที่ถูกต้อง ของบุคลากรในศูนย์อนามัยที่ 5 2. เป็นการตอบสนองต่อนโยบายของรัฐบาล ในเรื่องการส่งเสริมการบริหารราชการแผ่นดินที่มีธรรมาภิบาล

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1.นายวุฒินันต์ กลิ่นสุคนธ์ นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 2.นางนงนาฏ ทองจุล นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ

ผู้เสนอโครงการ : นายวุฒินันต์ กลิ่นสุคนธ์/นางนงนาฏ ทองจุล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางพัชรี วารีนิล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายชลทิศ อุไรฤกษ์กุล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี
ลำดับที่ : 33

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนากระบวนการบริหารการเงินการคลังและงบประมาณศูนย์อนามัยที่ 5 ปี 2561

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กลุ่ม FIN

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (76)25.3 การพัฒนากระบวนการบริหารการเงินการคลังและงบประมาณ

แผนจัดสรรงบประมาณ :   3. แผนงานบูรณาการบริหารจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม

หลักการและเหตุผล : ในการดำเนินงานขององค์กร สิ่งสำคัญที่เป็นตัวผลักดันให้เกิดความสำเร็จก็คือ การวางแผนเพราะการวางแผนเป็นกระบวนการที่บุคคล หรือหน่วยงานได้กำหนดทิศทางหรือเป้าหมายในการดำเนินการไว้ล่วงหน้า เพื่อการบริหารงานและเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานให้สำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์ของนโยบายที่เน้นการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพดี โดยการนำยุทธศาสตร์ของหน่วยงานมาแปลงลงสู่การปฏิบัติ และกำหนดกลยุทธ์ที่เหมาะสมกับบริบทสามารถนำมาใช้ในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การจัดทำแผนปฏิบัติการจึงมีความสำคัญต่อการดำเนินงานขององค์กรซึ่งใช้กระบวนการคิดและการจัดรูปแบบในการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ สอดคล้องกับนโยบายและปัญหาในพื้นที่ นอกจากนี้การประเมินผลยังเป็นองค์ประกอบสำคัญในแผนปฏิบัติการที่แสดงถึงการตรวจสอบ การควบคุมและการวัดผลการปฏิบัติตามแผนเพื่อให้ทราบความก้าวหน้าหรือข้อบกพร่องของแผนนั้นๆ เพื่อจะได้ปรับปรุงแผนและสามารถนำไปปฏิบัติงานให้บรรลุตามเป้าหมายและวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้

วัตถุประสงค์ : 1.เพื่อพัฒนาบูรณาการงานทั้ง cluster และ function ไปสู่การดำเนินงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ 2.เพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการที่สอดคล้องกับนโยบายและสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการกำกับ ติดตามการดำเนินงานและผลการเบิกจ่ายงบประมาณให้ได้ตามเป้าหมายที่กำหนด

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. มีแผนปฏิบัติการศูนย์อนามัยที่ 5 จำนวน 1 ฉบับ 2.การเบิกจ่ายเป็นไปตามแผน ไตรมาสที่ 1 = 30 ไตรมาสที่ 2 = 52 ไตรมาสที่ 3 = 73 ไตรมาสที่ 4 = 96

วิธีการดำเนินงาน : 1.ติดตามเฝ้าระวังสะท้อนสถานการณ์ให้ทุกกลุ่มงานรับทราบในกรณ๊ไม่เป็นไปตามแผน 2.ควบคุมกำกับการใช้เงินงบประมาณให้ได้ตามเป้าหมายรัฐบาล 3.จัดประชุมคณะกรรมการบริหารศูนย์นำเสนอผลการดำเนินงาน 4.ส่งบุคลากรด้านการเงินการคลังเข้าประชุม/อบรมให้มีความสามารถวางแผนการเงินการคลัง 5.วางระบบควบคุมภายในและตรวจสอบภายใน 6.ประชุมชี้แจง นโยบาย และแนวทางการจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปี 2562

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ติดตามเฝ้าระวัง สะท้อนสถานการณ์ให้กลุ่มงานรับทราบในกรณีไม่เป็นไปตามแผน ควบคุมกำกับการใช้เงินงบประมาณให้เป็นไปตามเป้าหมายรัฐบาล 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 20,000.00
2 ประชุมคณะกรรมการบริหารศูนย์ฯ นำเสนอผลการดำเนินงาน 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 2,000.00
3 ส่งบุคลากรด้านการเงินการคลังเข้าประชุม/อบรมให้มีความสามารถวางแผนการเงินการคลัง 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 5,000.00
4 ประชุมชี้แจง นโยบายและแนวทางการจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปี 2562 1 ก.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561 3,000.00
รวมเป็นเงิน 30,000.00
งบประมาณ : 30,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1.มีการควบคุมการดำเนินงานตามแผนทางการเงินการคลัง 2. แผนและผลการดำเนินงานและการใช้จ่ายงบประมาณเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางพัชรี วารีนิล นส.น้ำผึ้ง กลิ่นด้วง

ผู้เสนอโครงการ : นางพัชรี วารีนิล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางพัชรี วารีนิล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายชลทิศ อุไรฤกษ์กุล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี
ลำดับที่ : 34

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการพแพทย์และสาธารณสุขระหว่างการปฏิบัติงานปีงบประมาณ 2561

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กรมอนามัย

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (73)24.3 การสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพและพัฒนาระบบการสื่อสาร

แผนจัดสรรงบประมาณ :   2. แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

หลักการและเหตุผล : การส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค (P&P Excellence) ซึ่งภารกิจดังกล่าวจะเป็นรูปธรรม นำไปสู่การปฏิบัติได้ ต้องอาศัยบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขที่มีความเชี่ยวชาญเป็นมืออาชีพ มีสมรรถนะชั้นสูงในการเป็นผู้นำการดำเนินงานสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรคแก่ประชาชนในพื้นที่และมีศักยภาพที่จะประสานการปฎิบัติงานร่วมกับภาคีเครือข่ายในระดับพื้นที่ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนระบบบริการส่งเสริมสุขภาพที่มีคุณภาพ มีประสิทธิภาพ โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือ ประชาชนทุกกลุ่มวัยได้รับการดูแลสุขภาพตลอดช่วงชีวิตอย่างเหมาะสม (Life Course Approach) และมีคุณภาพชีวิตที่ดีตามช่วงวัยอย่างยั่งยืน ต่อไป ด้วยเหตุผลดังกล่าว บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขจึงจำเป็นที่จะต้องได้รับการพัฒนาศักยภาพตลอดเวลาเพื่อให้มีความคิด สร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ได้นำความรู้ลงสู่การปฏิบัติจริงได้อย่างเหมาะสมกับสภาพบรบทในพื้นที่ โดยเชื่อว่าการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริงจะทำให้เกิดความเข้าใจและมองเห็นการปฏิบัติที่เป็นไปได้

วัตถุประสงค์ : 1.เพื่อพัฒนาผู้เข้ารับการอบรมให้เกิดการเรียนรู้เกี่ยวกับนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเสริมสุขภาพแนวคิดและหลักการของเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงสาธารณสุขศาสตร์ 2.เพื่อพัฒนาผู้เข้ารับการอบรมมีทักษะในการบริการจัดการงานสร้างเสริมสุขภาพและการสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายในการทำงานในระดับพื้นที่ 3. เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมมีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์และเรียนรู้ร่วมกัน รวมทั้งการระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินงานเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงสาธารณสุขศาสตร์และสร้างความร่วมมือการทำงานในอนาคต 4.เพื่อสนับสนุนนโยบายยุทธศาสตร์กระทรวงสาธารณสุข มุ่งสู่เป้าหมายการพัฒนาคนให้มีศักยภาพสูงในการพัฒนาประเทศ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. ผู้เข้ารับการอบรมได้รับทักษะในการปฏิบัติงานเวชศาสตร์ชุมชนกับการส่งเสริมสุขภาพ จำนวน 2 คน 2.ผู้เข้ารับการอบรมได้รับทักษะในการปฏิบัติงานเวชศาสตร์ป้องกันแขนงสาธารณสุขศาสตร์ จำนวน 2 คน 3. ผู้เข้ารับการอบรมจำนวน 80% มีความรู้เพ่ิ่มขึ้นหรือมากกว่าเดิม

วิธีการดำเนินงาน : 1.จัดอบรม เรื่อง เวชศาสตร์ชุมชนกับการส่งเสริมสุขภาพ 2. ฝึกปฏิบัติงานภาคสนาม เวชศาสตร์ชุมชนกับการส่งเสริมสุขภาพในกลุ่มวัย

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 อบรมเรื่องเวชศาสตร์ชุมชนกับการส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 5 1 มี.ค. 2561 - 30 มี.ค. 2561 107,226.00
2 ฝึกปฏิบัติงานภาคสนาม เรื่อง เวชศาสตร์ชุมชนกับการส่งเสริมสุขภาพในกลุ่มวัย 1 ธ.ค. 2560 - 28 ก.ย. 2561 46,624.00
3 ควบคุมกำกับ ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของหลักสูตร 1 ธ.ค. 2560 - 28 ก.ย. 2561 20,000.00
รวมเป็นเงิน 173,850.00
งบประมาณ : 173,850.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ธ.ค. 2560 - 28 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1.มีบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขที่มีความรู้ความสามารถเฉพาะทางในด้านเวชศาสตร์ป้องกันแขนงสาธารณสุขศาสตร์ 2.ประชาชนในชุมชนได้รับการถ่ายทอดความรู้และทักษะการดูแลตนเอง ครอบครัว และชุมชน ตลอดจนมีส่วนร่วมในการสร้างเสริมสุขภาพและจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อม

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1.นายสุนทร อุ่นเอิบ 2. นส.พัชรินทร์ สมบูรณ์

ผู้เสนอโครงการ : นายสุนทร อุ่นเอิบ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นส.พัชรินทร์ สมบูรณ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายชลทิศ อุไรฤกษ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................