หน่วยงาน สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์
ลำดับที่ : 1

ชื่อโครงการ : โครงการส่งเสริมการจัดบริการสุขภาพที่เป็นมิตร และพัฒนาภาคีเครือข่ายอนามัยการเจริญพันธุ์ในวัยรุ่นและเยาวชน

ยุทธศาสตร์ : 1.3 ส่งเสริมพฤติกรรมอนามัยการเจริญพันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับวัยรุ่น

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 7. อัตราคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15-19 ปี ต่อประชากรหญิง อายุ 15-19 ปี พันคน

cluster : กลุ่มวัยรุ่น

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (28)9.6 การส่งเสริมการจัดบริการสุขภาพที่เป็นมิตรและสร้างเสริมการมีส่วนร่วมและพัฒนาภาคีเครือข่ายอนามัยการเจริญพันธุ์ในวัยรุ่นและเยาวชน

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : จากสถานการณ์และแนวโน้มปัญหาการตั้งครรภ์และปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ของวัยรุ่นและเยาวชน พบว่า แนวโน้มของการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกในอายุเฉลี่ยของวัยรุ่น ซึ่งมีอายุเฉลี่ยลดลงจากเดิมจากอายุเฉลี่ย ๑๘-๑๙ ปี ใน พ.ศ. ๒๕๓๙ มาเป็น ๑๓-๑๕ ปี ใน พ.ศ.๒๕๕๙ ร้อยละของมารดาคลอดบุตรอายุ ๑๐-๑๙ ปี เพิ่มขึ้นจากร้อยละ ๑๓.๙ ใน พ.ศ. ๒๕๔๗ เป็นร้อยละ ๑๖.๙ ใน พ.ศ.๒๕๕๔ และมีแนวโน้มลดลงเป็นร้อยละ ๑๔.๒ ใน พ.ศ. ๒๕๕๙ นอกจากนี้ร้อยละการคลอดซ้ำในวัยรุ่นอายุ ๑๐-๑๙ ปี เพิ่มขึ้นจากร้อยละ ๑๐.๗ ใน พ.ศ. ๒๕๔๖ เป็นร้อยละ ๑๒.๔ ใน พ.ศ. ๒๕๕๗ และมีแนวโน้มลดลงเป็นร้อยละ ๑๑.๙ ใน พ.ศ. ๒๕๕๙ จากสถานการณ์ปัญหาการตั้งครรภ์วัยรุ่น ส่งผลกระทบตามมาหลายด้าน เช่น เด็กแรกเกิดมีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ การทำแท้ง การป่วยด้วยติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การขาดโอกาสทางการศึกษา ซึ่งจากข้อมูลพบว่า ร้อยละของเด็กแรกเกิดมีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ (<๒,๕๐๐ กรัม) ใน พ.ศ. ๒๕๕๙ ในกลุ่มมารดาวัยรุ่นอายุ ๑๐-๑๔ ปี และ ๑๕-๑๙ ปี เท่ากับร้อยละ ๒๑.๒ และ ๑๔.๙ ตามลำดับ ผู้ป่วยทำแท้งที่มีเหตุผลด้านเศรษฐกิจ สังคม และครอบครัว พบว่า ผู้ป่วยทำแท้งเป็นกลุ่มที่มีอายุต่ำกว่า ๒๐ ปี มากถึงร้อยละ ๒๖.๓ ใน พ.ศ. ๒๕๕๙ และร้อยละ ๒๘.๖ มีสถานภาพเป็นนักเรียน/นักศึกษา อัตราป่วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในวัยรุ่นและเยาวชนอายุ ๑๕-๒๔ ปี เพิ่มสูงขึ้นเกือบ ๑ เท่า จาก ๘๐.๘ ต่อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน ใน พ.ศ.๒๕๕๓ เป็น ๑๔๓.๔๔ ต่อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน ใน พ.ศ. ๒๕๕๙ ด้านการศึกษา จากข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปี ๒๕๔๘-๒๕๕๒ พบว่า มีนักเรียนหญิงชั้น ม.๑-ม.๖ ออกจากโรงเรียนกลางคันเพราะการสมรสร้อยละ 14 หรือ ๑๙,๑๗๘ คนในจำนวน ๑๓๕,๓๔๒ คน นอกจากนี้พฤติกรรมเสี่ยงของวัยรุ่น พบว่า ความชุกของผู้บริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของวัยรุ่นไทย อายุ ๑๕-๑๙ ปี ลดลงจากร้อยละ ๔๕.๘ พ.ศ. ๒๕๕๘ เป็นร้อยละ ๔๓.๒ ใน พ.ศ. ๒๕๕๙ และอัตราการบริโภคยาสูบของวัยรุ่นอายุระหว่าง ๑๕–๒๔ ปี พบว่า อัตราการบริโภคยาสูบของวัยรุ่นและเยาวชนอายุระหว่าง ๑๕–๒๔ ปี ลดลงจาก ๑๕.๑๑ ใน พ.ศ. ๒๕๔๗ เป็น ๑๔.๗๐ ใน พ.ศ. ๒๕๕๗ จากสถานการณ์ดังกล่าว จะเห็นได้ว่าการมีเพศสัมพันธ์ การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น และปัญหาพฤติกรรมของวัยรุ่นเป็นปัญหาที่มีความซับซ้อนหลายมิติ รวมทั้งประกอบกับมีมิติทางเศรษฐกิจและสังคมเข้ามาร่วมด้วย ทำให้การแก้ปัญหายุ่งยากและซับซ้อนยิ่งขึ้น จำเป็นต้องใช้ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนหลายหน่วยงานร่วมกันส่งเสริมให้วัยรุ่นมีพฤติกรรมทางเพศที่เหมาะสมและปลอดภัย รวมทั้งการป้องกันปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น

วัตถุประสงค์ : ๑ เพื่อส่งเสริมภาคีและเครือข่ายบูรณาการงานอนามัยการเจริญพันธุ์ในวัยรุ่นและดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาอนามัยการเจริญพันธุ์ในวัยรุ่นอย่างยั่งยืน ๒ เพื่อพัฒนาศักยภาพโรงพยาบาลและภาคีเครือข่ายในการดำเนินงานการจัดบริการสุขภาพที่เป็นมิตรสำหรับวัยรุ่นและเยาวชนผ่านเกณฑ์มาตรฐาน YFHS ฉบับบูรณาการ และอำเภออนามัยการเจริญพันธุ์ อย่างครอบคลุม และมีการพัฒนาการดำเนินงานให้เกิดความต่อเนื่องและยั่งยืน ๓ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานการจัดบริการสุขภาพ ที่เป็นมิตรในสถานบริการสาธารณสุขและอำเภออนามัยการเจริญพันธุ์ รวมทั้งสำรวจสถานการณ์การเข้าถึงบริการและความพึงพอใจทั้งผู้ให้ และผู้รับบริการ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
๑. ร้อยละ ๘๕ ของอำเภอที่ผ่านเกณฑ์การประเมินมาตรฐานอำเภออนามัยการเจริญพันธุ์ (เป้าหมาย สะสม ปี ๒๕๕๕ - ๒๕๖๑) ร้อยละ ๑๐๐ ของโรงพยาบาลสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขผ่านเกณฑ์มาตรฐาน YFHS (เป้าหมายสะสม ปี ๒๕๕๕-๒๕๖๑) ๒. โรงพยาบาลสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน YFHS ครบ ๓ ปี มีการพัฒนาตามมาตรฐานอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ๓. แนวทางการเยี่ยมพัฒนาและเสริมพลังเพื่อสู่ความยั่งยืนในการดำเนินงานตามมาตรฐานYFHS ฉบับบูรณาการ และอำเภออนามัยการเจริญพันธุ์ ๔. รายงานการถอดบทเรียนเพื่อพัฒนาการจัดบริการที่เป็นมิตรสำหรับวัยรุ่นและเยาวชน

วิธีการดำเนินงาน : 1. พัฒนาศักยภาพโรงพยาบาลและภาคีเครือข่ายในการจัดบริการสุขภาพที่เป็นมิตรสำหรับวัยรุ่นและเยาวชนผ่านเกณฑ์มาตรฐาน YFHS ฉบับบูรณาการและอำเภออนามัยการเจริญพันธุ์ เพื่อให้ครอบคลุม 2. จัดทำแบบสอบถามความต้องการต่อการดำเนินงานตามมาตรฐานโรงพยาบาลที่ผ่านการประเมิน YFHS สำหรับโรงพยาบาลที่ยังไม่ผ่านการประเมินตามมาตรฐานการจัดบริการสุขภาพที่เป็นมิตรตามมาตรฐาน YFHS (ฉบับบูรณาการ) 2.1 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพผู้รับผิดชอบงานวัยรุ่นในการดำเนินงานการจัดบริการสุขภาพที่เป็นมิตรตามมาตรฐาน YFHS (ฉบับบูรณาการ) และอำเภออนามัยการเจริญพันธุ์ สำหรับโรงพยาบาลที่ยังไม่ผ่านการประเมินตามมาตรฐานการจัดบริการสุขภาพที่เป็นมิตรตามมาตรฐาน YFHS (ฉบับบูรณาการ) 2.2 เยี่ยมเสริมพลัง และประเมินตามมาตรฐานการจัดบริการสุขภาพที่เป็นมิตรสำหรับวัยรุ่นและเยาวชน (ฉบับบูรณาการ) ตามการร้องขอการรับการประเมินของโรงพยาบาล 3. พัฒนาเกณฑ์มาตรฐานการจัดบริการสุขภาพที่เป็นมิตรตามมาตรฐาน YFHS (ฉบับบูรณาการ) และแนวทางการเยี่ยมพัฒนาและเสริมพลังเพื่อสู่ความยั่งยืนในการดำเนินงานตามมาตรฐานYFHS 4. วิเคราะห์ข้อมูลผลการถอดบทเรียนการดำเนินงานกับพื้นที่ และจัดทำรายงานผลการถอดบทเรียน 5. เยี่ยมเสริมพลัง การดำเนินงานการจัดบริการสุขภาพที่เป็นมิตรตามมาตรฐาน YFHS (ฉบับบูรณาการ) และอำเภออนามัยการเจริญพันธุ์

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 พัฒนาศักยภาพโรงพยาบาลและภาคีเครือข่ายในการจัดบริการสุขภาพที่เป็นมิตรสำหรับวัยรุ่นและเยาวชนผ่านเกณฑ์มาตรฐาน YFHS ฉบับบูรณาการร้อยละ 100 และอำเภออนามัยการเจริญพันธุ์ ร้อยละ 85 2 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 265,030.00
2 พัฒนาการดำเนินงานการจัดบริการสุขภาพที่เป็นมิตรตามมาตฐาน YFHS และอำเภออนามัยการเจริญพันธุ์อย่างยั่งยืน 1 ธ.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 1,002,470.00
รวมเป็นเงิน 1,267,500.00
งบประมาณ : 1,267,500.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 2 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : ๑ โรงพยาบาลทุกระดับจัดบริการคลินิกวัยรุ่นที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน วัยรุ่นและเยาวชนเข้าถึง บริการเพิ่มขึ้น ๒ ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เอดส์ และปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ลดลง ๓ ภาคีเครือข่ายมีความเข้มแข็งในการดำเนินงานด้านอนามัยการเจริญพันธุ์อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

ผู้รับผิดชอบโครงการ : ๑. นางประกายดาว พรหมประพัฒน์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ ๒. นางอรอุมา ทางดี ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ ๓. นางสาวนฎาประไพ สาระ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ ๔. ว่าที่ร้อยตรีภัทรพงศ์ ชูเศษ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข

ผู้เสนอโครงการ : นางประกายดาว พรหมประพัฒน์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายกิตติพงศ์ แซ่เจ็ง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : รองอธิบดีกรมอนามัย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์
ลำดับที่ : 2

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรสาธารณสุขด้านอนามัยการเจริญพันธุ์

ยุทธศาสตร์ : 1.3 ส่งเสริมพฤติกรรมอนามัยการเจริญพันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับวัยรุ่น

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 7. อัตราคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15-19 ปี ต่อประชากรหญิง อายุ 15-19 ปี พันคน

cluster : กลุ่มวัยรุ่น

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (30)10.2 การพัฒนาศักยภาพบุคลากรในการให้บริการด้านอนามัยการเจริญพันธุ์

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : จากการที่ประเทศไทยประสบความสำเร็จในการดำเนินงานโครงการวางแผนครอบครัวแห่งชาติเป็นอย่างดี ประกอบกับวิถีชีวิตของประชากรไทยที่เปลี่ยนแปลงไป ผู้หญิงไทยมีการศึกษาสูงขึ้น ออกไปทํางานนอกบานมากขึ้น คนรุนใหมทั้งหญิงและชายมีคานิยมที่จะอยูเปนโสดมากขึ้น แต่งงานกันน้อยลง หรือแต่งงานช้าลง ส่งผลให้อัตราเพิ่มประชากรลดลง จากร้อยละ 2.7 ในปี พ.ศ.2513 เหลือเพียงร้อยละ 0.7 ในปี พ.ศ. 2553 และส่งผลให้อัตราเจริญพันธุ์รวมของประเทศไทยลดลง จากเดิมผู้หญิงไทยคนหนึ่งมีบุตรเฉลี่ยตลอดวัยเจริญพันธุ์ของตนมากถึง 6 คน แต่ในปจจุบัน มีบุตรเฉลี่ยเพียง 1.6 คน อัตราการเกิดโดยรวมของประเทศไทยลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งต่ำกว่าระดับทดแทน จากอัตราเกิดซึ่งเคยสูงกว่า 30 ต่อประชากรพันคน ก็ลดลงเหลือเพียง 13 ต่อประชากรพันคน อีกทั้งการเกิดในประเทศไทยจากจํานวนมากกวา 1 ลานคนในระหวางป พ.ศ. 2506 – 2526 ก็ลดลงเหลือเพียงไมถึง 8 แสนคนในปจจุบัน ขณะเดียวกันประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ คือมีสัดส่วนประชากรที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป มากกว่าร้อยละ 20 ในอีก 5 ปีข้างหน้า การวางแผนด้านประชากรเพื่อรองรับการเข้าสู่สังคมสูงอายุจึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยส่งเสริมการมีบุตรในกลุ่มหญิงวัยเจริญพันธุ์ที่มีความพร้อม กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมอนามัย ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาอนามัยการเจริญพันธุ์แห่งชาติฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2560 – 2569) ว่าด้วยการส่งเสริมการเกิดและการเจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพ เพื่อรักษาระดับอัตราการเจริญพันธุ์รวมไม่ต่ำกว่า 1.6 การเกิดทุกรายมีการวางแผน มีการเตรียมความพร้อมตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ และได้รับความช่วยเหลือในการมีบุตร ส่งเสริมให้ลูกเกิดรอด แม่ปลอดภัย ได้รับการดูแลหลังคลอดที่ดี เด็กได้รับการเลี้ยงดูในสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการสมวัย พร้อมที่จะเรียนรู้ในช่วงวัยต่อไปอย่างมั่นคง นอกจากนี้สถานการณ์ด้านอนามัยการเจริญพันธุ์ที่สำคัญในปัจจุบัน พบว่าวัยรุ่นไทย มีเพศสัมพันธ์เร็วขึ้น และอายุน้อยลงเรื่อยๆ เกิดปัญหาการตั้งครรภ์ตามมา ทั้งนี้ข้อมูลในปี พ.ศ. 2558 พบว่าวัยรุ่นอายุ 10 – 19 ปี คลอดบุตรเฉลี่ยวันละ 286 คน โดยมีวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 15 ปี คลอดบุตรเฉลี่ยวันละ 8 คน เปรียบเทียบกับปี พ.ศ. 2543 ในช่วงวัยเดียวกัน พบว่าวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 20 ปี คลอดบุตรเฉลี่ยวันละ 240 คน และในอายุต่ำกว่า 15 ปี คลอดบุตรวันละ 4 คน และในปีเดียวกันพบว่าจำนวนหญิงคลอดอายุต่ำกว่า 20 ปี มีอยู่ 104,289 ราย โดยแยกหญิงคลอดอายุระหว่าง15 – 19 ปี มีจำนวน 101,301 ราย หญิงคลอดอายุต่ำกว่า 15 ปี มีจำนวน 2,988 ราย และยังพบว่าหญิงตั้งครรภ์ซ้ำและคลอด อายุต่ำกว่า 20 ปี มีถึง 12,702 ราย คิดเป็นร้อยละ 12.2 และจากรายงานเฝ้าระวังการแท้งในประเทศไทย ปี พ.ศ. 2558 พบว่าผู้ป่วยทำแท้งไม่ได้ใช้การคุมกำเนิดด้วยวิธีใดๆ ถึงร้อยละ 41.3 รวมทั้งยังพบว่าวัยรุ่นมีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศที่สำคัญ เช่น การมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ป้องกันมากขึ้น การใช้ถุงยางอนามัยและการคุมกำเนิดด้วยวิธีที่เชื่อถือได้ในการมีเพศสัมพันธ์ครั้งล่าสุดมีแนวโน้มลดลงในเพศหญิง รวมทั้งจากรายงานของสำนักระบาดวิทยากรมควบคุมโรค พบว่าอัตราป่วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในวัยรุ่นและเยาวชนอายุ 15 – 24 ปี มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น จาก 80.8 ต่อแสนประชากร ในปี พ.ศ. 2553 เป็น 127.08 ต่อแสนประชากร ในปี พ.ศ. 2558

วัตถุประสงค์ : เพื่อพัฒนาศักยภาพภาคี เครือข่าย ในด้านอนามัยการเจริญพันธุ์

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
เครือข่ายด้านอนามัยการเจริญพันธุ์ได้รับถ่ายทอดองค์ความรุ้ จำนวน 5 แห่ง

วิธีการดำเนินงาน : 1. อบรมการเตรียมความพร้อมก่อนสมรสและมีบุตร 2. อบรมให้บริการยาฝังคุมกำเนิด สำหรับพยาบาล 3. อบรมฟื้นความรู้ เรื่อง เทคโนโลยีการวางแผนครอบครัวและการดูแลสุขภาพอนามัยสตรี สำหรับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข 4. อบรมการให้คำปรึกษาทางเลือก กรณีตั้งครรภ์ไม่พร้อม

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ฝึกอบรมภาคีเครือข่ายให้บริการอนามัยการเจริญพันธุ์ุ 2 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 423,400.00
2 จัดซื้อยาฝังคุมกำเนิด 2 ต.ค. 2560 - 31 ม.ค. 2561 577,800.00
รวมเป็นเงิน 1,001,200.00
งบประมาณ : 1,001,200.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 2 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. ผู้ให้บริการมีความรู้ความสามารถในการให้บริการเตรียมความพร้อมก่อนสมรสและ มีบุตร และสามารถจัดบริการเตรียมความพร้อมก่อนสมรสและมีบุตรได้อย่างเหมาะสม 2. พยาบาลวิชาชีพ/นักวิชาการสาธารณสุข/ผู้รับผิดชอบงานวางแผนครอบครัว มีความรู้ และสามารถให้คำปรึกษาตลอดจนดำเนินการจัดบริการด้านการวางแผนครอบครัวและการดูแลสุขภาพอนามัยสตรีที่มีคุณภาพ ได้สอดคล้องกับความต้องการของผู้รับบริการ 3. พยาบาลวิชาชีพ/นักวิชาการสาธารณสุข/ผู้รับผิดชอบงานวางแผนครอบครัว ในสถานบริการสาธารณสุขทุกระดับ สามารถให้บริการคุมกำเนิดได้หลากหลายวิธีแก่หญิงวัยเจริญพันธุ์ (อายุ 15 – 49 ปี) ตามความต้องการและสุขภาพของผู้รับบริการ 4. ผู้ให้คำปรึกษาในสถานบริการสาธารณสุข มีทักษะความรู้ในการให้คำปรึกษาทางเลือก กรณีตั้งครรภ์ไม่พร้อม

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นางสาวพัชรีวรรณ เจนสาริกรณ์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 2. นส.ธัญญาพันธุ์ เรือนทิพย์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 3. นส.สาลินี อุ่มมี นักวิชาการสาธารณสุข 4. นส.นภัรชา สมพงษ์ นักวิชาการสาธารณสุข

ผู้เสนอโครงการ : นางสาวพัชรีวรรณ เจนสาริกรณ์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายกิตติพงศ์ แซ่เจ็ง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : รองอธิบดีกรมอนามัย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์
ลำดับที่ : 3

ชื่อโครงการ : โครงการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาอนามัยการเจริญพันธุ์แห่งชาติ ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2560-2569)ว่าด้วยการส่งเสริมการเกิดและการเจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพ

ยุทธศาสตร์ : 1.3 ส่งเสริมพฤติกรรมอนามัยการเจริญพันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับวัยรุ่น

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 7. อัตราคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15-19 ปี ต่อประชากรหญิง อายุ 15-19 ปี พันคน

cluster : กลุ่มวัยรุ่น

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (29)10.1 การขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาอนามัยการเจริญพันธุ์แห่งชาติฉบับที่ 2 (พ.ศ.2560-2569)ว่าด้วยการส่งเสริมการเกิดและการเจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพ

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : สถานการณ์ด้านประชากรของประเทศไทยเปลี่ยนแปลงไป อัตราเพิ่มประชากรลดลง อย่างต่อเนื่อง จากร้อยละ 2.7 ในปี พ.ศ.2513 เหลือร้อยละ 1.1 ในปี พ.ศ. 2543 และเหลือเพียง ร้อยละ 0.7 ในปี พ.ศ. 2553 ในขณะที่อัตราเจริญพันธุ์รวมของประเทศไทยลดลง จากที่เคยสูงกว่า 5 ในปี พ.ศ.2513 เหลือเพียง 1.6 ในปี พ.ศ. 2557 ซึ่งต่ำกว่าระดับทดแทน สาเหตุที่ทำให้การเกิดมีจำนวนน้อยลง ส่วนหนึ่งเกิดจากรูปแบบการดำเนินชีวิตของคนรุ่นใหม่มีแนวโน้มใช้ชีวิตอยู่เป็นโสดมากขึ้น แต่งงานช้าลง ชะลอการมีบุตร มีบุตรจำนวนน้อยเพียงหนึ่งหรือสองคนหรือไม่มีบุตรเลย ซึ่งนอกจากปัญหาจำนวนการเกิดแล้ว ไทยยังประสบกับปัญหาคุณภาพการเกิดและการเจริญเติบโตของเด็กปฐมวัยด้วย ดังนั้น เพื่อเป็นการรองรับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร และพัฒนาประชากรให้มีคุณภาพ กรมอนามัย โดยสำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ร่วมกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน จึงได้จัดทำนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาอนามัยการเจริญพันธุ์แห่งชาติ ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2560-2569) ว่าด้วยการส่งเสริมการเกิดและการเจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพขึ้น ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติในหลักการเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2559 และมีการขับเคลื่อนมาแล้วในปี 2560 โดยกิจกรรมส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นที่การสร้างกลไกการขับเคลื่อนการดำเนินงาน สำหรับในปี 2561 จะให้ความสำคัญกับการทบทวนสถานการณ์ด้านอนามัยการเจริญพันธุ์ การกำหนดแนวทางการดำเนินงาน การพัฒนาตัวชี้วัดและการเก็บรวบรวมข้อมูล การผลักดันการดำเนินตามนโยบายและยุทธศาสตร์ฯ รวมถึงการกำกับ ติดตามและประเมินผลอย่างเป็นระบบเพื่อนำผลจากการประเมินมาต่อยอดพัฒนาเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อไป

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของกลไกขับเคลื่อนทุกระดับ 2. เพื่อผลักดันการดำเนินงานตามนโยบายและยุทธศาสตร์ฯ 3. เพื่อพัฒนาระบบการกำกับ ติดตาม และประเมินผล

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. สามารถการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 2. มีรายงานผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดสำคัญของนโยบายและยุทธศาสตร์ 1 เรื่อง

วิธีการดำเนินงาน : 1. ประชุมคณะกรรมการ/คณะอนุกรรมการ 2. ติดตามผลการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ 3. เผยแพร่และรายงานผล

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1. ประชุมคณะกรรมการพัฒนาอนามัยการเจริญพันธุ์ 2. ประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ฯ 3. ประชุมคณะทำงานวิชาการส่งเสริมการเกิดและการเจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพ 4. ติดตามและรายงานผลการดำเนินงาน 2 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 91,000.00
2 ประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อน 1 ม.ค. 2561 - 31 ส.ค. 2561 64,638.00
3 ประชุมคณะทำงานวิชาการ 2 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 18,773.00
4 ประชุมเชิงปฏิบัติการถอดบทเรียน 2 ม.ค. 2561 - 31 ส.ค. 2561 623,000.00
5 ผลิตสื่อ 2 ม.ค. 2561 - 30 มี.ค. 2561 91,000.00
รวมเป็นเงิน 888,411.00
งบประมาณ : 888,411.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 2 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : เกิดการทำงานแบบบูรณาการระหว่างภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ส่งผลให้การเกิดและการเจริญเติบโตมีคุณภาพ เด็กสามารถเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพ ในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนา

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางปภาวี ไชยรักษ์ นส.ณิชามัญช์ เอี่ยมแสงจันทร์

ผู้เสนอโครงการ : นายสมสุข โสภาวนิตย์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายกิตติพงศ์ แซ่เจ็ง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : รองอธิบดีกรมอนามัย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์
ลำดับที่ : 4

ชื่อโครงการ : โครงการขับเคลื่อนการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับท้องถิ่น

ยุทธศาสตร์ : 1.3 ส่งเสริมพฤติกรรมอนามัยการเจริญพันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับวัยรุ่น

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 7. อัตราคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15-19 ปี ต่อประชากรหญิง อายุ 15-19 ปี พันคน

cluster : กลุ่มวัยรุ่น

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (25)9.3 การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น เป็นหนึ่งในประเด็นปัญหาของเยาวชนที่นานาชาติและประเทศไทย ให้ความสำคัญ นับตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา อัตราการเกิดของประเทศไทยลดลงอย่างต่อเนื่องจนนำไปสู่การคาดการณ์และเตรียมความพร้อมในการเป็นสังคมผู้สูงอายุ ขณะเดียวกัน กลับมีข้อมูลที่แสดงให้เห็นว่าในรอบสิบปีที่ผ่านมา วัยรุ่นหญิงมีอัตราการคลอดที่เพิ่มขึ้น โดยในปี 2555 มีหญิงไทยคลอดทั้งสิ้น 801,737 ราย ในจำนวนนี้เป็นการคลอดของวัยรุ่นหญิงอายุ 15-19 ปี จำนวน 129,451 ราย หรือ คิดเป็นอัตราการคลอดของวัยรุ่นหญิง 53.8 รายต่อประชากรวัยเดียวกัน 1,000 ราย เพิ่มขึ้นจาก 31.1 รายต่อ 1,000 รายในปี 2543 จากสถานการณ์ดังกล่าวทำให้การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นถูกกำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ โดยหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันกำหนดนโยบายที่มุ่งเน้นการ “บูรณาการ” ทุกภาคส่วน รวมทั้งให้ความสำคัญอย่างมากกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นภาคส่วนที่มีศักยภาพสูงสุดในการขับเคลื่อนภารกิจต่างๆ เนื่องจากมีความใกล้ชิดกับสถานการณ์ปัญหา สามารถประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับพื้นที่ให้เกิดการทำงานร่วมกันได้ และยังเป็นหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 มาตรา 10 ที่กำหนดถึงบทบาทหน้าที่ของหน่วยงานท้องถิ่นคือ ให้ราชการส่วนท้องถิ่นมีอำนาจหน้าที่ดำเนินการให้วัยรุ่นในเขตราชการส่วนท้องถิ่นได้รับสิทธิ ตามมาตรา 5 ดังนั้น เพื่อเป็นการสนับสนุนให้ราชการส่วนท้องถิ่นสามารถดำเนินงานตามอำนาจหน้าที่ที่ระบุไว้ กรมอนามัย โดยสำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ จึงได้จัดทำโครงการขับเคลื่อนการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับท้องถิ่นขึ้น โดยมีเป้าหมายสำคัญในปี 2561 คือ ทุกจังหวัดมีแหล่งเรียนรู้ด้านการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับท้องถิ่น เพื่อให้ราชการส่วนท้องถิ่นอื่นๆสามารถนำวิธีการดำเนินงานไปประยุกต์ ใช้ในพื้นที่ของตนเองได้

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อให้ราชการส่วนท้องถิ่นรับรู้และเข้าใจแนวทางการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ภายใต้ พ.ร.บ.การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.2559 2. เพื่อพัฒนาศักยภาพและสร้างภาคีเครือข่ายแกนนำเยาวชนในพื้นที่ 3. เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานระหว่างเครือข่าย 4. เพื่อให้เกิดการติดตามประเมินผลการดำเนินงานที่เป็นระบบ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
ราชการส่วนท้องถิ่นที่เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ปี 2561 จังหวัดละ 1 แห่ง

วิธีการดำเนินงาน : สรรหาและคัดเลือก อปท.เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นปี 2561 จังหวัดละ 1 แห่ง ในความรับผิดชอบของศูนย์อนามัยเขต

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ผลิตและเผยแพร่แนวทางการดำเนินงาน 2 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 160,500.00
2 จัดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น 2 ต.ค. 2560 - 30 มี.ค. 2561 184,762.00
3 ประชุมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการดำเนินงาน 2 ต.ค. 2560 - 28 ก.ย. 2561 1,392,107.00
4 ประชุมเชิงปฏิบัติการเสริมสร้างศักยภาพแหล่งเรียนรู้ด้านการดำเนินงานปี 2561 1 มี.ค. 2561 - 31 ส.ค. 2561 123,400.00
5 ประชุมเชิงปฏิบัติการสรุปผลการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับท้องถิ่น 1 มี.ค. 2561 - 31 ส.ค. 2561 165,420.00
6 ประชุมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานฯ ระดับชาติ 1 มี.ค. 2561 - 31 ส.ค. 2561 897,500.00
รวมเป็นเงิน 2,923,689.00
งบประมาณ : 2,923,689.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 2 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : มีการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น โดยราชการส่วนท้องถิ่นมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนและเป็นองค์กรหลักในการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสามารถพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับท้องถิ่นได้

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางปภาวี ไชยรักษ์ นส.นันทิยา พรมวงษา นส.ณิชามัญช์ เอี่ยมแสงจันทร์

ผู้เสนอโครงการ : นายสมสุข โสภาวนิตย์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายกิตติพงศ์ แซ่เจ็ง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : อธิบดีกรมอนามัย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์
ลำดับที่ : 5

ชื่อโครงการ : โครงการเพศคุยได้ในครอบครัว

ยุทธศาสตร์ : 1.3 ส่งเสริมพฤติกรรมอนามัยการเจริญพันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับวัยรุ่น

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 7. อัตราคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15-19 ปี ต่อประชากรหญิง อายุ 15-19 ปี พันคน

cluster : กลุ่มวัยรุ่น

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (27)9.5 เพศคุยได้ในครอบครัว

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : กระทรวงสาธารณสุขได้ตระหนักถึงการดูแลสุขภาพวัยรุ่นอย่างเป็นองค์รวม มีการบูรณาการแผนงาน โครงการ กำหนดมาตรการ แนวทางดำเนินงานระหว่างกรมวิชาการเพื่อส่งเสริมภูมิคุ้มกัน ป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านสุขภาพของวัยรุ่น ภายใต้แผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ.๒๕๖๐-๒๕๖๔) โดยจัดทำร่าง “ยุทธศาสตร์การพัฒนาสุขภาพวัยรุ่นไทย พ.ศ. ๒๕๖๐–๒๕๖๔” และกำหนดเป้าหมาย“วัยรุ่นไทยสดใส ห่างไกลสิ่งเสพติด ไม่ท้องก่อนวัย ทักษะชีวิตดี มีจิตสาธารณะ” ทั้งนี้ในปี ๒๕๖๑ กรมอนามัยได้กำหนดแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม และยุทธศาสตร์ที่สำคัญในกลุ่มวัยรุ่น คือ ส่งเสริมพฤติกรรมอนามัยการเจริญพันธุ์ ที่เหมาะสมสำหรับวัยรุ่น ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๙ ตามพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.๒๕๕๙ ในยุทธศาสตร์ที่ ๒ ว่าด้วย ส่งเสริมบทบาทครอบครัว ชุมชนและสถานประกอบกิจการในการเลี้ยงดู สร้างสัมพันธภาพและการสื่อสารด้านสุขภาวะทางเพสของวัยรุ่น จากการดำเนินงานที่ผ่านมา สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ได้ดำเนินการพัฒนาคู่มือการจัดการอบรมเรื่องเพศคุยได้ในครอบครัว (ฉบับบูรณาการ) โดยร่วมกับ ๔ กรมวิชาการ และได้มีการพัฒนาศักยภาพวิทยากรในระดับเขต, ระดับจังหวัด ดังนั้นใน ปีงบประมาณ ๒๕๖๑ สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ จึงได้จัดทำโครงการเรื่องเพศคุยได้ในครอบครัวเพื่อให้การดำเนินงานให้ถึงในระดับพื้นที่/ครอบครัวโดยให้พื้นที่/จังหวัดได้มีการนำร่องการอบรมฯ เพื่อที่จะพัฒนาศักยภาพพ่อแม่ผู้ปกครองที่มีลูกหลานวัยรุ่นในการสื่อสารเรื่องเพศ อนามัยการเจริญพันธุ์และพฤติกรรมเสี่ยงของวัยรุ่น และสามารถขยายผลการดำเนินในระดับพื้นที่ได้ต่อไป

วัตถุประสงค์ : ๑. เพื่อพัฒนาศักยภาพพ่อแม่ผู้ปกครองที่มีลูกหลานวัยรุ่นในการสื่อสารเรื่องเพศ อนามัยการเจริญพันธุ์และพฤติกรรมเสี่ยงของวัยรุ่น ๒. เพื่อเกิดภาคีเครือข่าย (เช่น สถานปริการสาธารณสุข สถานศึกษา อปท.) มีศักยภาพในการจัดกิจกรรม เรื่องเพศคุยได้ในครอบครัว และขยายผลการจัดอบรมฯ ในพื้นที่ ๓. เพื่อพัฒนาแนวทางในการดำเนินงานการสื่อสารเรื่องเพศในครอบครัว ๔. เพื่อเยี่ยมเสริมพลัง แลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงาน

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
พ่อแม่ ผู้ปกครองที่มีลูกหลานวัยรุ่น ที่ได้เข้ารับการอบรมอบรมเรื่องเพศคุยได้ในครอบครัว 76 จังหวัด

วิธีการดำเนินงาน : เยี่ยมเสริมพลัง ศูนย์อนามัยที่ ๑-๑๓

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1.เยี่ยมเสริมพลังศูนย์อนามัยที่ 1-12 2 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 235,400.00
รวมเป็นเงิน 235,400.00
งบประมาณ : 235,400.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 2 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. พ่อแม่ ผู้ปกครอง ที่มีบุตรหลานวัยรุ่นที่ได้เข้ารับการอบรม มีความรู้ และทัศนคติในการสื่อสารเรื่องเพศ อนามัยการเจริญพันธุ์และพฤติกรรมเสี่ยงกับลูกหลานวัยรุ่น 2. ภาคีเครือข่าย (เช่น สถานปริการสาธารณสุข สถานศึกษา อปท.) มีศักยภาพในการจัดกิจกรรม เรื่องเพศคุยได้ในครอบครัว และขยายผลการจัดอบรมฯ ในพื้นที่ 3. มีแนวทางในการดำเนินงานการสื่อสารเรื่องเพศในครอบครัว

ผู้รับผิดชอบโครงการ : ๑. นางประกายดาว พรหมประพัฒน์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ ๒. นางอรอุมา ทางดี ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ ๓. นางสาวนฎาประไพ สาระ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ ๔. ว่าที่ร้อยตรีภัทรพงศ์ ชูเศษ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข

ผู้เสนอโครงการ : นางประกายดาว พรหมประพัฒน์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายกิตติพงศ์ แซ่เจ็ง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : รองอธิบดีกรมอนามัย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์
ลำดับที่ : 6

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาศักยภาพแกนนำวัยรุ่นต้นแบบด้านสุขภาพแบบองค์รวมในชุมชน

ยุทธศาสตร์ : 1.3 ส่งเสริมพฤติกรรมอนามัยการเจริญพันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับวัยรุ่น

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 7. อัตราคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15-19 ปี ต่อประชากรหญิง อายุ 15-19 ปี พันคน

cluster : กลุ่มวัยรุ่น

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (26)9.4 การพัฒนาศักยภาพแกนนำวัยรุ่นต้นแบบด้านสุขภาพแบบองค์รวมในชุมชน

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : วัยรุ่น นับเป็นช่วงวัยที่มีความสำคัญช่วงหนึ่งในชีวิตมนุษย์ เป็นการก้าวผ่านจากวัยเด็กไปสู่วัยผู้ใหญ่ ที่มีการเปลี่ยนแปลงทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ และพฤติกรรม ทั้งนี้สังคมได้คาดหวังให้วัยรุ่นได้รับ การพัฒนาความรู้ ความสามารถอย่างเต็มศักยภาพและเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ ในขณะเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ สังคม และครอบครัวตลอดจนเทคโนโลยีในปัจจุบัน ส่งผลให้สถานการณ์และแนวโน้มปัญหาการตั้งครรภ์และปัญหาสุขภาพอื่นๆ ของวัยรุ่น นับวันจะทวีความรุนแรง มากขึ้น จากรายงานสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ๒๕๕๙ พบว่า อัตราป่วยต่อแสนประชากร ด้วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในวัยรุ่นและเยาวชน อายุ ๑๕ - ๒๔ ปี จากปี ๒๕๕๕– ๒๕๕๙ เพิ่มสูงขึ้น อย่างต่อเนื่องในระยะเวลา ๕ ปีที่ผ่านมาจากอัตรา ๙๓.๔ ในปี ๒๕๕๕ เป็น ๙๓.๖ ๑๐๓.๔ ๑๒๗.๑ และ๑๔๓.๔ ตามลำดับ จากรายงานสำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กรมอนามัย ๒๕๕๙ พบว่า ร้อยละของการคลอดซ้ำในวัยรุ่นอายุ ๑๕ - ๑๙ ปีในช่วง ๕ ปีหลัง มีแนวโน้มสูงขึ้นจากร้อยละ ๑๑.๓ ในปีพ.ศ. ๒๕๕๓ เพิ่มขึ้นมา สูงถึงร้อยละ ๑๒.๘ ในปีพ.ศ. ๒๕๕๗ และร้อยละ ๑๒.๒ ในปี ๒๕๕๙ ข้อมูลการเฝ้าระวังการแท้งประเทศไทย สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ปี ๒๕๕๘ พบว่าร้อยละ ๒๘.๖ มีสถานภาพนักเรียน/นักศึกษา และร้อยละ ๒๖.๓ อายุต่ำกว่า ๒๐ ปี จากข้อมูลดังกล่าว พบว่าการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นทำให้ส่งผลกระทบตามมาหลายด้าน เช่น การทำแท้งและความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนเด็กแรกเกิดน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ การขาดโอกาส ทางการศึกษา มีแม่เลี้ยงเดี่ยวอายุต่ำกว่า ๑๕ ปีเพิ่มขึ้น จากข้อมูลการสำรวจพฤติกรรมการสูบบุหรี่และการดื่มสุราของประชากร พ.ศ. ๒๕๕๘ ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า กลุ่มเยาวชน อายุ ๑๕-๒๔ ปี มีพฤติกรรมการสูบบุหรี่ ร้อยละ ๑๔.๗ และพฤติกรรมการดื่มสุรา ร้อยละ ๒๕.๒ จากการสำรวจข้อมูลกลุ่มตัวอย่างเด็กและเยาวชน จำนวน ๒ หมื่นคนทั่วประเทศของกรมสุขภาพจิต เมื่อปี ๒๕๕๖ พบว่า มีเด็กติดเกม ร้อยละ ๑๕ และเมื่อเปรียบเทียบกับสถิติจำนวนเยาวชนที่มีอยู่ในปัจจุบัน ๑๘ ล้านคน พบว่าเด็กไทยติดเกมมากกว่า ๒.๗ ล้านคน ซึ่งปัญหาสำคัญเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อคุณภาพประชากร โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นและเยาวชน

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อพัฒนาศักยภาพแกนนำวัยรุ่นในชุมชน ให้มีเจตคติที่ดี มีความรู้ที่ถูกต้อง และฝึกทักษะต่างๆ ที่จำเป็นต่อการป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นและปัญหาพฤติกรรมสุขภาพอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องของวัยรุ่น 2. เพื่อส่งเสริมให้เกิดเครือข่ายแกนนำวัยรุ่น สร้างการมีส่วนร่วมของเครือข่ายแกนนำวัยรุ่นในการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น สนับสนุนรูปแบบกิจกรรมเพื่อนช่วยเพื่อนในการให้ความรู้ การให้คำปรึกษาเบื้องต้น และส่งต่อภาคีเครือข่ายเพื่อการดูแลช่วยเหลือวัยรุ่นได้ตามความเหมาะสม 3. เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานพัฒนารูปแบบการมีส่วนร่วมของเครือข่ายแกนนำวัยรุ่น ในชุมชนต่อการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
๑. แกนนำวัยรุ่นที่ได้รับการพัฒนาศักยภาพเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น 76 จังหวัด โดยศูนย์อนามัยเขต 1-12 ๒. แนวทางการพัฒนารูปแบบการมีส่วนร่วมของเครือข่ายแกนนำวัยรุ่นในการดำเนินงานเพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ของวัยรุ่น 1 เรื่อง

วิธีการดำเนินงาน : 1. แลกเปลี่ยนเรียนรู้การพัฒนาศักยภาพแกนนำวัยรุ่นต้นแบบ 2 คร้้ง 2. อบรมเชิงปฏิบัติพัฒนาศักยภาพแกนนำวัยรุ่นต้นแบบ ดำเนินงานโดยศูนย์อนามัยที่ ๑-๑๓ จำนวน 76 จังหวัด

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 แลกเปลี่ยนเรียนรู้การพัฒนาศักยภาพแกนนำวัยรุ่นต้นแบบ 2 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 700,000.00
รวมเป็นเงิน 700,000.00
งบประมาณ : 700,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 2 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. เครือข่ายแกนนำวัยรุ่นมีส่วนร่วมในการดำเนินงานขับเคลื่อนกลไกป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ส่งเสริมและสนับสนุนรูปแบบการเข้าถึงบริการด้านอนามัยการเจริญพันธุ์ของวัยรุ่น 2. ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น รวมทั้งโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เอดส์ และปัญหาสุขภาพอื่นๆ ของวัยรุ่นลดลง

ผู้รับผิดชอบโครงการ : ๑. นางพัชรินทร์ กสิบุตร นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ ๒. ร้อยโทหญิงณิชารัศม์ ปัจจจิตราพัฒน์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ ๓. นางสาววรรณนี ร่อนแก้ว นักวิชาการสาธารณสุข ๔. นายอำพล มุ่งคิด นักวิชาการสาธารณสุข ๕. นางสาวเจนจิรา อุ่นแก้ว นักวิชาการสาธารณสุข

ผู้เสนอโครงการ : นางพัชรินทร์ กสิบุตร นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายกิตติพงศ์ แซ่เจ็ง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : รองอธิบดีกรมอนามัย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์
ลำดับที่ : 7

ชื่อโครงการ : โครงการเฝ้าระวังด้านอนามัยการเจริญพันธุ์

ยุทธศาสตร์ : 1.3 ส่งเสริมพฤติกรรมอนามัยการเจริญพันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับวัยรุ่น

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 7. อัตราคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15-19 ปี ต่อประชากรหญิง อายุ 15-19 ปี พันคน

cluster : กลุ่มวัยรุ่น

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (24)9.2 การเฝ้าระวังด้านอนามัยการเจริญพันธุ์

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : จากสถานการณ์และแนวโน้มปัญหาการตั้งครรภ์และปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ของวัยรุ่นและเยาวชน พบว่า แนวโน้มของการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกในอายุเฉลี่ยของวัยรุ่น ซึ่งมีอายุเฉลี่ยลดลงจากเดิมจากอายุเฉลี่ย ๑๘-๑๙ ปี ใน พ.ศ. ๒๕๓๙ มาเป็น ๑๓-๑๕ ปี ใน พ.ศ.๒๕๕๙ ร้อยละของมารดาคลอดบุตรอายุ ๑๐-๑๙ ปี เพิ่มขึ้นจากร้อยละ ๑๓.๙ ใน พ.ศ. ๒๕๔๗ เป็นร้อยละ ๑๖.๙ ใน พ.ศ.๒๕๕๔ และมีแนวโน้มลดลงเป็นร้อยละ ๑๔.๒ ใน พ.ศ. ๒๕๕๙ นอกจากนี้ร้อยละการคลอดซ้ำในวัยรุ่นอายุ ๑๐-๑๙ ปี เพิ่มขึ้นจากร้อยละ ๑๐.๗ ใน พ.ศ. ๒๕๔๖ เป็นร้อยละ ๑๒.๔ ใน พ.ศ. ๒๕๕๗ และมีแนวโน้มลดลงเป็นร้อยละ ๑๑.๙ ใน พ.ศ. ๒๕๕๙ จากสถานการณ์ปัญหาการตั้งครรภ์วัยรุ่น ส่งผลกระทบตามมาหลายด้าน เช่น เด็กแรกเกิดมีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ การทำแท้ง การป่วยด้วยติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การขาดโอกาสทางการศึกษา ซึ่งจากข้อมูลพบว่า ร้อยละของเด็กแรกเกิดมีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ (<๒,๕๐๐ กรัม) ใน พ.ศ. ๒๕๕๙ ในกลุ่มมารดาวัยรุ่นอายุ ๑๐-๑๔ ปี และ ๑๕-๑๙ ปี เท่ากับร้อยละ ๒๑.๒ และ ๑๔.๙ ตามลำดับ ผู้ป่วยทำแท้งที่มีเหตุผลด้านเศรษฐกิจ สังคม และครอบครัว พบว่า ผู้ป่วยทำแท้งเป็นกลุ่มที่มีอายุต่ำกว่า ๒๐ ปี มากถึงร้อยละ ๒๖.๓ ใน พ.ศ. ๒๕๕๙ และร้อยละ ๒๘.๖ มีสถานภาพเป็นนักเรียน/นักศึกษา อัตราป่วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในวัยรุ่นและเยาวชนอายุ ๑๕-๒๔ ปี เพิ่มสูงขึ้นเกือบ ๑ เท่า จาก ๘๐.๘ ต่อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน ใน พ.ศ.๒๕๕๓ เป็น ๑๔๓.๔๔ ต่อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน ใน พ.ศ. ๒๕๕๙ ด้านการศึกษา จากข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปี ๒๕๔๘-๒๕๕๒ พบว่า มีนักเรียนหญิงชั้น ม.๑-ม.๖ ออกจากโรงเรียนกลางคันเพราะการสมรสร้อยละ 14 หรือ ๑๙,๑๗๘ คนในจำนวน ๑๓๕,๓๔๒ คน นอกจากนี้พฤติกรรมเสี่ยงของวัยรุ่น พบว่า ความชุกของผู้บริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของวัยรุ่นไทย อายุ ๑๕-๑๙ ปี ลดลงจากร้อยละ ๔๕.๘ พ.ศ. ๒๕๕๘ เป็นร้อยละ ๔๓.๒ ใน พ.ศ. ๒๕๕๙ และอัตราการบริโภคยาสูบของวัยรุ่นอายุระหว่าง ๑๕–๒๔ ปี พบว่า อัตราการบริโภคยาสูบของวัยรุ่นและเยาวชนอายุระหว่าง ๑๕–๒๔ ปี ลดลงจาก ๑๕.๑๑ ใน พ.ศ. ๒๕๔๗ เป็น ๑๔.๗๐ ใน พ.ศ. ๒๕๕๗ จากสถานการณ์ดังกล่าว จะเห็นได้ว่าการมีเพศสัมพันธ์ การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น และปัญหาพฤติกรรมของวัยรุ่นเป็นปัญหาที่มีความซับซ้อนหลายมิติ รวมทั้งประกอบกับมีมิติทางเศรษฐกิจและสังคมเข้ามาร่วมด้วย ทำให้การแก้ปัญหายุ่งยากและซับซ้อนยิ่งขึ้น จำเป็นต้องใช้ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนหลายหน่วยงานร่วมกันส่งเสริมให้วัยรุ่นมีพฤติกรรมทางเพศที่เหมาะสมและปลอดภัย รวมทั้งการป้องกันปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อเฝ้าระวังการแท้งในประเทศไทย 2. เพื่อเฝ้าระวังการตั้งครรภ์ในประเทศไทย

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1.รายงานผลการเฝ้าระวังการแท้งและตั้งครรภ์ในวัยรุ่น จำนวน 1 เรื่อง 2. พยาบาลห้องคลอด และพยาบาล Anc สามารถเก็บข้อมูลได้ 200 คน

วิธีการดำเนินงาน : 1.อบรมการเก็บข้อมูลเฝ้าระวังการแท้ง จำนวน 100 คน 2. อบรมการเก็บข้อมูลเฝ้าระวังการต่ั้งครรภ์ จำนวน 100 คน

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมชี้แจงและอบรมการเก็บข้อมูลด้านอนามัยการเจริญพันธุ์ 2 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 879,000.00
2 ประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนแผนการดำเนินการเฝ้าระวังด้านอนามัยการเจริญพันธุ์ 1 ธ.ค. 2560 - 31 ส.ค. 2561 222,000.00
3 จ้างนักสถิติ 1 ม.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2561 135,000.00
4 ค่าตอบแทนการเก็บข้อมูบเฝ้าระวังฯ 1 เม.ย. 2561 - 31 พ.ค. 2561 423,500.00
รวมเป็นเงิน 1,659,500.00
งบประมาณ : 1,659,500.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 2 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. มีรายงานการเฝ้าระวังการแท้ง 2. มีรายงานการเฝ้าระวังการตั้งครรภ์

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางปิยะรัตน์ เอี่ยมคง นส.อารีรัตน์ จันทร์ลำภู นส.ลดาวัลย์ จิตขาว นส.ศุภรานันท์ ยุทธโกวิท

ผู้เสนอโครงการ : นายสมสุข โสภาวนิตย์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายกิตติพงศ์ แซ่เจ็ง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : รองอธิบดีกรมอนามัย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์
ลำดับที่ : 8

ชื่อโครงการ : โครงการขับเคลื่อนพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น

ยุทธศาสตร์ : 1.3 ส่งเสริมพฤติกรรมอนามัยการเจริญพันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับวัยรุ่น

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 7. อัตราคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15-19 ปี ต่อประชากรหญิง อายุ 15-19 ปี พันคน

cluster : กลุ่มวัยรุ่น

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (23)9.1 การขับเคลื่อนพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : โดยที่กฎหมายได้กำหนดให้อธิบดีกรมอนามัยเป็นกรรมการและเลขานุการของคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ตามมาตรา 11 และให้กรมอนามัยรับผิดชอบงานธุรการ ของคณะกรรมการตามมาตรา 22 อันเป็นกลไกการขับเคลื่อนการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ดังนั้น จึงต้องมีการดำเนินการในภารกิจของอธิบดีกรมอนามัยในฐานะเลขานุการและภารกิจของคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการอย่างต่อเนื่องต่อไปตามที่กำหนด ไว้ในพระราชบัญญัตินี้

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อดำเนินการด้านธุรการของคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น 2. เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นในภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง 3. เพื่อกำกับ ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
รายงานผลการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ ในวัยรุ่น ตามนโยบายแลยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับชาติพ.ศ. 2560-2569 จำนวน 1 เรื่อง

วิธีการดำเนินงาน : 1.ประชุมคณะกรรมการ/คณะอนุกรรมการการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับชาติ 2. ติดตามการดำเนินงานตามนโยบายแลยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับชาติพ.ศ. 2560-2569 3. จัดทำแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ 2562

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1.ประชุมคณะกรรมการ 2 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 543,600.00
2 ประชุมคณะทำงานฝ่ายเลขานุการ/ผู้ช่วย 1 พ.ย. 2560 - 30 มี.ค. 2561 12,000.00
3 ประชุมคณะอนุกรรมการสรรหา 1 พ.ย. 2560 - 28 ก.ย. 2561 34,000.00
4 ป ระชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาอิสระ 1 ธ.ค. 2560 - 28 ก.ย. 2561 83,850.00
5 ประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อน 1 ธ.ค. 2560 - 28 ก.ย. 2561 125,500.00
6 ผลิตสื่อเพื่อดำเนินการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติฯ 1 พ.ย. 2560 - 28 ก.ย. 2561 1,446,610.00
7 ประชุมคณะทำงานเพื่อการติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน 1 ก.พ. 2561 - 28 ก.ย. 2561 9,500.00
8 ประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนพระราชบัญญัติฯ ระดับพื้นที่ 1 ก.พ. 2561 - 28 ก.ย. 2561 205,280.00
9 จ้างประเมินผลการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติฯ 2 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 500,000.00
10 นิเทศและติดตามการดำเนินงาน 2 ม.ค. 2561 - 28 ก.ย. 2561 224,640.00
11 ประชุมคณะกรรมคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิ 4 ธ.ค. 2560 - 31 ส.ค. 2561 14,800.00
12 จ้างผู้ประสานงานโครงการด้านกฏหมาย 2 ม.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2561 144,000.00
13 ประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาข้อมูลพรบ.ฯ 1 ก.พ. 2561 - 31 ส.ค. 2561 148,000.00
14 ประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำ application 1 มี.ค. 2561 - 30 มี.ค. 2561 231,900.00
รวมเป็นเงิน 3,723,680.00
งบประมาณ : 3,723,680.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 2 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. การดำเนินงานของคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น และคณะอนุกรรมการ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และมีประสิทธิภาพ 2. ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นได้รับการสนับสนุนให้ดำเนินการตามดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ ในวัยรุ่น ตามนโยบายและยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับชาติ พ.ศ.2560-2569

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นพ.ประวิช ชวชลาศัย 2. ร้อยโทหญิงณิชารัศม์ ปัญจจิตราพัฒน์ 3. นางอรอุมา ทางดี นางปติมา หิริสัจจะ

ผู้เสนอโครงการ : นพ.ประวิช ชวชลาศัย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายกิตติพงศ์ แซ่เจ็ง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : อธิบดีกรมอนามัย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์
ลำดับที่ : 9

ชื่อโครงการ : พัฒนาแนวทางการจัดการเรียนรู้เพศวิถีศึกษาและทักษะชีวิตในโรงเรียนเพื่อเพิ่ม ศักยภาพครูผู้สอนและนักเรียนแกนนำ

ยุทธศาสตร์ : 1.2 ส่งเสริมเด็กวัยเรียนให้แข็งแรงและฉลาด

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 6. ร้อยละของเด็กวัยเรียนมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ด้านการบริโภคอาหาร กิจกรรมทางกาย และทันตสุขภาพ

cluster : กลุ่มวัยเรียน

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (21)8.1 ผลิตสื่อชุดความรู้การจัดการเรียนรู้เพศวิถีศึกษาและทักษะชีวิตในโรงเรียน

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาการดำเนินชีวิตของวัยรุ่นไทยได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วตามการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีการสื่อสาร ที่พัฒนาไปอย่างไม่หยุดนิ่ง ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมของสังคมไทยรวมทั้งความเป็นอยู่ และส่งผลกระทบต่อผู้เรียนหรือเยาวชนมีการรับรู้ ความคิด ทัศนคติ และพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาทางสังคม ทำให้นักเรียนหรือเยาวชนมีพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ อันส่งผลก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ขึ้นมามากมาย ได้แก่การติดต่อสื่อสารทางสังคมออนไลน์ การท่องโลกอินเตอร์เน็ต การเลียนแบบเพื่อให้ทันยุค ทันสมัย ที่เน้นวัตถุนิยมมากกว่าจิตใจ จากผลของการเปลี่ยนแปลงไปนี้ทำให้เด็กวัยเรียนและวันรุ่นมีแนวโน้มที่จะมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร ส่งผลให้เกิดการตั้งครรภ์ไม่พร้อม การป่วยด้วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ รวมทั้งการทำแท้งที่ไม่ปลอดภัย จนกลายเป็นวิกฤตของประเทศไทยไปแล้ว ซึ่งเป็นปัญหาที่ค่อนข้างรุนแรงที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกันในการแก้ปัญหา จากข้อมูลสถานการณ์อนามัยการเจริญพันธุ์วัยรุ่นไทย ปี 2558 พบว่า นักเรียนชายระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เคยมีเพศสัมพันธ์แล้ว ร้อยละ 25.9 และระดับ ปวช. ชั้นปีที่ 2 เคยมีเพศสัมพันธ์แล้ว ร้อยละ 46.3 ในขณะที่นักเรียนหญิงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เคยมีเพศสัมพันธ์แล้ว ร้อยละ 18.2 และระดับ ปวช. ชั้นปีที่ 2 เคยมีเพศสัมพันธ์แล้ว ร้อยละ 48.2 ซึ่งแนวโน้มการใช้ถุงยางอนามัยในการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก และครั้งล่าสุดของนักเรียนสูงขึ้น ประมาณร้อยละ 64-71 ยกเว้นการใช้ถุงยางอนามัยในการมีเพศสัมพันธ์ครั้งล่าสุด ในกลุ่มนักเรียนชายระดับ ปวช. ชั้นปีที่ 2 ที่ลดลงจาก 64.7 เป็น 62.8 ทำให้เกิดผลกระทบตามมามากมาย ได้แก่ อัตราการป่วยด้วยโรคติดต่อ ทางเพศสัมพันธ์ในวัยรุ่นและเยาวชน อายุ 15-24 ปี ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะเวลา 5 ปี ที่ผ่านมา จากอัตรา 80.8 ต่อประชากรอายุ 15-24 ปี 100,000 คน ใน พ.ศ. 2553 เป็น 127.1 ต่อประชากรอายุ 15-24 ปี 100,000 คน ใน พ.ศ. 2558 สำหรับอัตราการคลอดในวัยรุ่น พ.ศ. 2558 ในกลุ่มอายุ 10-14 ปี และ 15-19 ปี เท่ากับ 1.5 ต่อประชากรหญิงอายุ 10-14 ปี 1,000 คน และ 44.3 ต่อประชากรหญิงอายุ 15-19 ปี 1,000 คน ตามลำดับ สำหรับรายที่ต้องการยุติการตั้งครรภ์มีสถานภาพเป็นนักเรียน นักศึกษา ร้อยละ 36.1 ซึ่งในจำนวนนี้มีอายุต่ำกว่า 20 ปี ร้อยละ 30 มีการทำแท้งซ้ำ ร้อยละ 10.9 ร้อยละ 88.7 ไม่ตั้งใจตั้งครรภ์ครั้งนี้ และ ร้อยละ 45.6 ไม่ได้คุมกำเนิดด้วยวีธีการใด ๆ ส่วนผู้ที่คุมกำเนิดนั้นก็คุมกำเนิดด้วยวิธีชั่วคราวสูงถึง ร้อยละ 96.4 โดยจากข้อมูลดังกล่าวข้างต้น จะเห็นได้ว่าผลกระทบเหล่านี้ เป็นสิ่งที่เราสมารถป้องกันได้จากโรงเรียนและครอบครัว ข้อมูลตาม พ.ร.บ. การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 มาตราที่ 6 ระบุสาระสำคัญว่า สถานศึกษาควรดำเนินการจัดให้มีการเรียนการสอนเพศวิถีศึกษาให้เหมาะสมตามช่วงวัยของนักเรียนหรือนักศึกษา โดยจัดหา พัฒนาผู้สอน และให้คำปรึกษา ตลอดจนจัดให้มีระบบดูแลช่วยเหลือ คุ้มครอง และส่งต่อให้ได้รับบริการอนามัยการเจริญพันธุ์และการจัดสวัสดิการสังคมอย่างเหมาะสม ในปัจจุบันมีหลักสูตรการเรียนการสอนเพศวิถีศึกษาที่หลากหลาย แต่อุปสรรคสำคัญของการสอนเรื่องเพศวิถีศึกษาในโรงเรียนมีหลายประการ เช่น เวลาเรียนไม่พอ เนื้อหาวิชา ที่เรียนมีมากเกินไป และไม่สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย นอกจากนี้ ยังคงมี ความคิดเห็นที่แตกต่าง โดยฝ่ายหนึ่งเห็นว่าเป็นสิ่งจำเป็นที่เด็กจะต้องได้เรียนเพื่อให้รู้เท่าทัน และเป็นเกราะคุ้มกัน ส่วนอีกฝ่ายมองว่าเป็นการชี้โพรงให้กระรอก และอาจเป็นการส่งเสริมให้มีการชิงสุกก่อนห่าม จึงทำให้ครูจำนวนหนึ่งไม่กล้าสอน หรือขาดความมั่นใจในการสอน นอกจากนี้ เรื่องทักษะชีวิตก็มีส่วนสำคัญ เนื่องจากเป็นสิ่งที่ช่วยส่งเสริมให้วัยรุ่นเกิดการเรียนรู้และเป็นการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต และแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งนอกจากจะช่วยในการแก้ไขปัญหาสถานการณ์วิกฤตแล้ว ยังใช้เป็นแนวทางในการป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ในอนาคตอีกด้วย ดังนั้น เพื่อให้การเรียนการสอนเรื่องเพศวิถีศึกษาและทักษะชีวิตในโรงเรียนมีรูปแบบของสื่อที่น่าสนใจ ทันสมัย และตรงตามความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ทั้งครู นักเรียน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยผนวกกับการบูรณาการงานส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวม รวมถึงให้ครูมีศักยภาพในการจัดการเรียนรู้ สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาแนวทางการจัดการเรียนรู้เพศวิถีศึกษาและทักษะชีวิตในโรงเรียนเพื่อเพิ่มศักยภาพครูผู้สอนและนักเรียนแกนนำซึ่งจะช่วยในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อม ตลอดจนเพื่อเตรียมความพร้อมให้เด็กและเยาวชนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพต่อไป

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อจัดทำแนวทางการใช้สื่อการจัดการเรียนรู้เพศวิถีศึกษาและทักษะชีวิตในโรงเรียน 2. เพื่อเพิ่มศักยภาพครูผู้สอนและนักเรียนแกนนำการจัดการเรียนรู้เพศวิถีศึกษาและทักษะชีวิต ในโรงเรียนให้สอดคล้องตามบริบทของพื้นที่ 3. เพื่อถอดบทเรียนการจัดการเรียนรู้เพศวิถีศึกษาและทักษะชีวิตในโรงเรียน

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
ร้อยละ 40 ของโรงเรียนที่มีการจัดการเรียนรู้เพศวิถีศึกษาอย่างเหมาะสม

วิธีการดำเนินงาน : ผลิตและสนับสนุนสื่อการจัดการเรียนรู้เพศวิถีศึกษาและทักษะชีวิตในโรงเรียนเพื่อเพิ่มศักยภาพครูผู้สอนและนักเรียนแกนนำ จำนวน 1 เรื่อง

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 สนับสนุนสื่อการจัดการเรียนรู้เพศวิถีศึกษาและทักษะชีวิตในโรงเรียนเพื่อเพิ่มศักยภาพครูผู้สอนและนักเรียนแกนนำ 2 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 900,000.00
2 ประชุมเพื่อจัดทำ application 1 มี.ค. 2561 - 30 เม.ย. 2561 100,000.00
รวมเป็นเงิน 1,000,000.00
งบประมาณ : 1,000,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 2 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. ได้รูปแบบ และเนื้อหาสื่อการเรียนการสอนเรื่องเพศวิถีศึกษาและทักษะชีวิตในนักเรียนแบบ บูรณาการที่มีความน่าสนใจ ทันสมัย และตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย 2. ได้ข้อเสนอแนะจากหน่วยงานเครือข่าย ต่อการดำเนินงานเพื่อสนับสนุนการจัดการเรียนการ สอนเรื่องเพศวิถีศึกษาและทักษะชีวิตในนักเรียนแบบบูรณาการของกรมอนามัย 3. นักวิชาการ เจ้าหน้าที่ บุคลากรสาธารณสุข และครูจากโรงเรียนภาคีเครือข่าย สามารถถ่ายทอดเทคนิคที่ได้รับ และประยุกต์ใช้สื่อการเรียนการสอนเรื่องเพศวิถีศึกษาและทักษะชีวิตในนักเรียนแบบบูรณาการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นายวัชรากร เรียบร้อย นางปติมา หิริสัจจะ

ผู้เสนอโครงการ : นางปติมา หิริสัจจะ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายกิตติพงศ์ แซ่เจ็ง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : รองอธิบดีกรมอนามัย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์
ลำดับที่ : 10

ชื่อโครงการ : พัฒนาศักยภาพบุคลากรสาธารณสุขในการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธีวีไอเอและรักษาด้วยวิธีจี้เย็น

ยุทธศาสตร์ : 1.4 ส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานที่พึงประสงค์

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 12. ร้อยละของวัยทำงานมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

cluster : กลุ่มวัยทำงาน

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (40)13.3 พัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่าย

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : มะเร็งปากมดลูกเป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญของโลกและเป็นภาระด้านสุขภาพอย่างมากของประเทศ ที่กำลังพัฒนารวมถึงประเทศไทย ศูนย์วิจัยมะเร็งนานาชาติขององค์การอนามัยโลกคำนวณว่าในปีพ.ศ. 2555 วโลกมีสตรีป่วยเป็นมะเร็งปากมดลูกรายใหม่มากถึง 527,624 ราย เสียชีวิต จำนวน 265,672 ราย โดยประเทศไทยมีสตรีป่วยเป็นมะเร็งปากมดลูกรายใหม่ในปีเดียวกัน จำนวน 8,184 ราย หรือคิดเป็นอุบัติการณ์ 23.0 ต่อแสนประชากร และเสียชีวิตมากถึง 4,513 ราย หรือวันละ 12 ราย มีอุบัติการณ์สูงในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา เนื่องจากปัญหาประเพณี ความเชื่อ ความเขินอาย ขาดความรู้ในการดูแลตนเอง ด้อยโอกาส เข้าไม่ถึงบริการการตรวจคัดกรอง รักษาได้ไม่ทันท่วงที และต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรับบริการแต่ละครั้ง ปัญหาความไม่ครอบคลุมของระบบสาธารณสุขในการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกทั้งวิธี pap smear และ VIA (Visual Inspection with Acetic acid) มีส่วนทำให้โรคมะเร็งปากมดลูกยังไม่ลดลง แต่มะเร็งปากมดลูก เป็นโรคที่สามารถป้องกันได้ ถ้าตรวจพบและได้รับการรักษาตั้งแต่เยื่อบุปากมดลูกเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง และถ้ามีการตรวจคัดกรองมากขึ้นถึงร้อยละ 80 จะลดอุบัติการณ์ของมะเร็งปากมดลูกลงได้ ซึ่งการมีคู่นอนหลายคน การมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุน้อย การมีบุตรมาก การสูบบุหรี่ และภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง นับเป็นภาวะเสี่ยง ที่จะทำให้เกิดโรคมะเร็งปากมดลูกมากขึ้น จากสถานการณ์ดังกล่าว สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กรมอนามัย จึงได้ดำเนินงานโครงการป้องกันมะเร็งปากมดลูกโดยการตรวจคัดกรองด้วยวิธีวีไอเอและรักษาความผิดปกติของปากมดลูกด้วยวิธีจี้เย็น ตั้งแต่ ปี 2543 จนถึงปัจจุบัน โดยครอบคลุม 33 จังหวัดคือ ร้อยเอ็ด หนองคาย บึงกาฬ อำนาจเจริญ ยโสธร สุราษฎร์ธานี อุตรดิตถ์ เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช น่าน เพชรบูรณ์ ตาก กระบี่ ลพบุรี สระแก้ว สมุทรปราการ สระบุรี แม่ฮ่องสอน ตรัง สตูล สมุทรสาคร ชัยนาท มุกดาหาร พระนครศรีอยุธยา กำแพงเพชร และจังหวัด พื้นที่ตั้งศูนย์อนามัย (พิษณุโลก นครสวรรค์ นครราชสีมา ราชบุรี ชลบุรี อุบลราชธานี ขอนแก่น และยะลา) ทั้งนี้การดำเนินงานโครงการดังกล่าว ต้องมีการติดตามการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อควบคุมคุณภาพและพัฒนาศักยภาพของบุคลากรสาธารณสุขระดับตำบลในการคัดกรองเพื่อค้นหาสตรีที่ปากมดลูกมีความผิดปกติ ตั้งแต่ระยะเริ่มแรกหรือระยะก่อนเป็นมะเร็ง พร้อมกับมีวิธีรักษาโดยการจี้เย็นได้ทันที จะเป็นแนวทางที่ให้ผลคุ้มค่ากว่าการรักษาเมื่อเป็นมะเร็งแล้ว ตลอดจนติดตามการดำเนินงาน เพื่อความครอบคลุมของการคัดกรองในประชากรกลุ่มเป้าหมายและการรักษาเบื้องต้น จะส่งผลให้อัตราป่วยและอัตราตายด้วยโรคมะเร็งปากมดลูกลดลงได้ในระยะยาว

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อพัฒนาศักยภาพพยาบาลวิชาชีพระดับตำบลในการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธีวีไอเอและการรักษาด้วยวิธีจี้เย็น 2. เพื่อติดตามและประเมินผลการดำเนินงานการป้องกันมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธีวีไอเอและการรักษา ด้วยวิธีจี้เย็น

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
หน่วยงานภาคีเครือข่ายได้รับการถ่ายทอดองค์ความรุ้การคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธีวีไอเอและรักษาด้วยวิธีจี้เย็น จำนวน 2 แห่ง

วิธีการดำเนินงาน : เยี่ยมเสริมพลังการอบรมการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธีวีไอเอและรักษาด้วยวิธีจี้เย็น

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 เยี่ยมเสริมพลังการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธีวีไอเอและรักษาด้วยวิธีจี้เย็น 2 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 250,000.00
รวมเป็นเงิน 250,000.00
งบประมาณ : 250,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 2 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. บุคลากรสาธารณสุขระดับตำบลมีศักยภาพในการคัดกรอง มะเร็งปากมดลูกด้วยวิธีวีไอเอและรักษาด้วย วิธีจี้เย็นได้ 2. ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจและมีพฤติกรรมการเฝ้าระวังตนเอง ในการป้องกันโรคมะเร็ง ปากมดลูกอย่างสม่ำเสมอ และตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก 3. ความครอบคลุมของการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเพิ่มมากขึ้น 4. อัตราป่วยและอัตราตายด้วยโรคมะเร็งปากมดลูกลดลงในระยะยาว

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นางพัชรินทร์ กสิบุตร นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 2. ร้อยโทหญิงณิชารัศม์ ปัจจจิตราพัฒน์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 3. นางสาววรรณนี ร่อนแก้ว นักวิชาการสาธารณสุข 4. นายอำพล มุ่งคิด นักวิชาการสาธารณสุข 5. นางสาวเจนจิรา อุ่นแก้ว นักวิชาการสาธารณสุข

ผู้เสนอโครงการ : นางพัชรินทร์ กสิบุตร นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายกิตติพงศ์ แซ่เจ็ง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : รองอธิบดีกรมอนามัย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์
ลำดับที่ : 11

ชื่อโครงการ : โครงการบริหารจัดการตามสิทธิขั้นต่ำ

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กรมอนามัย

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (79)25.6 การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ

แผนจัดสรรงบประมาณ :   10. แผนงานบุคลากรภาครัฐ

หลักการและเหตุผล :

วัตถุประสงค์ : เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ สามารถปฏิบัติงานได้ด้วยความคล่องตัว 1 แห่ง

วิธีการดำเนินงาน : - ค่าพนักงานจ้างเหมา - ค่าบริหารจัดการ - ค่าวัสดุสำนักงาน ฯลฯ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 การเบิกจ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ อย่างมีประสิทธิภาพ 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 1,032,000.00
รวมเป็นเงิน 1,032,000.00
งบประมาณ : 1,032,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ สามารถปฏิบัติงานได้ด้วยความคล่องตัว

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางณิชมน ผลวิจิตร

ผู้เสนอโครงการ : นางณิชมน ผลวิจิตร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายกิตติพงศ์ แซ่เจ็ง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : รองอธิบดีกรมอนามัย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์
ลำดับที่ : 12

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาบุคลากรสำนักอนามัยการเจริญพันธุ์

ยุทธศาสตร์ : 1.3 ส่งเสริมพฤติกรรมอนามัยการเจริญพันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับวัยรุ่น

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 7. อัตราคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15-19 ปี ต่อประชากรหญิง อายุ 15-19 ปี พันคน

cluster : กลุ่มวัยรุ่น

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (30)10.2 การพัฒนาศักยภาพบุคลากรในการให้บริการด้านอนามัยการเจริญพันธุ์

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ ได้รับมอบหมายจากกรมอนามัยให้เป็นองค์กรนำด้านการรอบรุ้ด้านสุขภาพ ซึ่งหมายถุึงการรอบรู้ด้านสุขภาพซึ่งเป็นเรื่องของทุกคนในองคกร การให้ข้อมูลและความรุ้สุขภาพ การจัดระบบ กระบวนการ และบริการ ฉนั้นเพื่อเตรียมความพร้อมบุคลากรซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการทำให้งานส่งเสริมสุขภาพมุ่งสู่เป้าหมายได้

วัตถุประสงค์ : เพื่อกำหนดทิศทางการเปลี่ยนแปลงเป็นองค์กรรอบรุ้ด้านสุขภาพ การกำหนดบทบาทของบุคลากรและหน่วยงาน

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
บุคลากรสำนักฯ ได้รับการพัฒนาความรุ้ ด้านสุขภาพ จำนวน 70 คน

วิธีการดำเนินงาน : บรรยาย ประชุมกลุ่ม

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 การเบิกจ่ายด้านการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 350,000.00
รวมเป็นเงิน 350,000.00
งบประมาณ : 350,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : บุคลากรสำนักฯ ได้รับการพัฒนาความรุ้ เข้าใจ พร้อมเป็นผู้นำด้านสุขภาพ

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางณิชมน ผลวิจิตร

ผู้เสนอโครงการ : นางณิชมน ผลวิจิตร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายกิตติพงศ์ แซ่เจ็ง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : รองอธิบดีกรมอนามัย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................