หน่วยงาน กองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ
ลำดับที่ : 1

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนารูปแบบและพื้นที่ส่งเสริมกิจกรรมทางกายสำหรับเด็กปฐมวัย ประจำปี พ.ศ. 2561

ยุทธศาสตร์ : 1.1 ส่งเสริมการเกิดและเติบโตคุณภาพ

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 2. ร้อยละของเด็กอายุ 0-5 ปี มีพัฒนาการสมวัย

cluster : กลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัย

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (8)4.1 พัฒนาระบบเฝ้าระวังการเจริญเติบโตเด็กอายุ 0-5 ปี

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : เด็กแรกเกิดถึงช่วงอายุ 5 ปี เป็นช่วงระยะเวลาที่เด็กมีการเจริญเติบโต ทางด้านร่างกายและ สมองเพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยเรียน ผู้ปกครองส่วนใหญ่มักให้ความสำคัญกับเด็กในการส่งเสริมการเจริญเติบโต ทางด้านร่างกาย เช่น รูปร่าง นํ้าหนัก ส่วนสูง เป็นสำคัญ และปล่อยให้พัฒนาการของเด็กเกิดขึ้นเองตามวัย โดยจะผลักภาระความรับผิดชอบนี้ ให้แก่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โรงเรียนอนุบาลในชุมชนเป็นหลัก ซึ่งปัจจัยที่มีผลกระทบต่อพัฒนาการเด็ก นอกจากพันธุกรรมที่ได้รับจากพ่อแม่แล้ว การอบรมเลี้ยงดูของผู้ปกครอง และสิ่งแวดล้อมที่อยู่โดยรอบตัวเด็ก เช่น สถานที่ ของเล่น ล้วนเป็นปัจจัยที่สำคัญต่อพัฒนาการ และการเจริญเติบโตของเด็ก ได้แก่ พัฒนาการด้านการเคลื่อนไหว ด้านการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กและสติปัญญา ด้านความเข้าใจภาษาและการใช้ภาษา ด้านการช่วยเหลือตนเองและทักษะทางสังคม สมวัยตามลำดับ

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อศึกษา พัฒนาข้อแนะนำการจัดการสถานที่และกิจกรรมเพื่อส่งเสริมกิจกรรมทางกายของเด็กปฐมวัย 2. เพื่อจัดทำข้อแนะนำ รูปแบบและพื้นที่ส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายของเด็กปฐมวัย 3. เพื่อเผยแพร่ข้อแนะนำรูปแบบและพื้นที่ส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายของเด็กปฐมวัยแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
เป้าหมาย 1. ข้อแนะนำการส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายของเด็กปฐมวัย จำนวน 1 เรื่อง 2. ข้อแนะนำการจัดการพื้นที่การมีกิจกรรมทางกายของเด็กปฐมวัย จำนวน 1 เรื่อง ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ 1. ข้อแนะนำการส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายของเด็กปฐมวัยที่ได้มีการเผยแพร่ จำนวน 1 เรื่อง 2. ข้อแนะนำพื้นที่ส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายของเด็กปฐมวัยที่ได้มีการเผยแพร่ จำนวน 1 เรื่อง

วิธีการดำเนินงาน : 1.ทบทวนหลักฐานทางวิชาการและเอกสารที่เกี่ยวข้อง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ 2.จัดประชุมคณะทำงานพัฒนารูปแบบและพื้นที่ส่งเสริมกิจกรรมทางกายของเด็กปฐมวัย 3. ลงพื้นที่เก็บข้อมูลสภาพแวดล้อม รูปแบบและพื้นที่ส่งเสริมกิจกรรมทางกายของเด็กปฐมวัย ครั้งที่ 1 4. วิเคราะห์และแปลผลข้อมูล 5. จัดประชุมคณะทำงานพัฒนารูปแบบและพื้นที่ส่งเสริมกิจกรรมทางกายของเด็กปฐมวัย ครั้งที่ 2 6. จัดจ้างผลิตคู่มือต้นฉบับและตีพิมพ์เผยแพร่ข้อแนะกิจกรรมและพื้นที่ส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายของเด็กปฐมวัย พร้อมสื่อเผยแพร่ 7. เผยแพร่คู่มือข้อแนะนำรูปแบบและพื้นที่ส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายของเด็กปฐมวัย 8. การบริหารจัดการหน่วยงาน

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดประชุมคณะทำงานพัฒนารูปแบบและพื้นที่ส่งเสริมกิจกรรมทางกายของเด็กปฐมวัย ครั้งที่ 1 1 ธ.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 40,000.00
2 ลงพื้นที่เก็บข้อมูลสภาพแวดล้อม รูปแบบและพื้นที่ส่งเสริมกิจกรรมทางกายของเด็กปฐมวัย 1 ม.ค. 2561 - 31 มี.ค. 2561 170,000.00
3 จัดประชุมคณะทำงานพัฒนารูปแบบและพื้นที่ส่งเสริมกิจกรรมทางกายของเด็กปฐมวัย ครั้งที่ 2 1 พ.ค. 2561 - 31 พ.ค. 2561 40,000.00
4 จัดจ้างผลิตคู่มือต้นฉบับและตีพิมพ์เผยแพร่ข้อแนะนำกิจกรรมและพื้นที่ส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายของเด็กปฐมวัย พร้อมสื่อเผยแพร่ 1 ก.ค. 2561 - 31 ส.ค. 2561 200,000.00
รวมเป็นเงิน 450,000.00
งบประมาณ : 450,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ธ.ค. 2560 - 31 ส.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1.เครือข่าย ได้แก่ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ศูนย์อนามัย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นำข้อแนะนำองค์ความรู้ไปใช้ส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายสำหรับเด็กปฐมวัยในพื้นที่ 2.ผู้ปกครองมีความรู้ความเข้าใจในการส่งเสริมกิจกรรมทางกายแก่เด็กปฐมวัยให้เหมาะสมตามวัยและถูกต้องในแต่ละบริบท 3.เด็กปฐมวัยมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอเหมาะสมตามวัย

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1.นายฐิติกร โตโพธิ์ไทย นายแพทย์ชำนาญการ 2.นายธีรพงษ์ คำพุฒ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 3.นายวัชรินทร์ แสงสัมฤทธิ์ผล นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 4.นายเศวต เซี่ยงลี่ นักวิทยาศาสตร์การกีฬา

ผู้เสนอโครงการ : นายฐิติกร โตโพธิ์ไทย นายแพทย์ชำนาญการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายอุดม อัศวุตมางกุร นายแพทย์เชี่ยวชาญ (ด้านเวชกรรม) รักษาการแทนผู้อำนวยการกองออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้อำนวยการกองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายแพทย์วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน กองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ
ลำดับที่ : 2

ชื่อโครงการ : โครงการส่งเสริมสุขภาพและพัฒนาระบบเฝ้าระวังสุขภาพวัยทำงาน

ยุทธศาสตร์ : 1.4 ส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานที่พึงประสงค์

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 11. ร้อยละของวัยทำงานอายุ 30-44 ปี มีดัชนีมวลกายปกติ

cluster : กลุ่มวัยทำงาน

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (40)13.3 พัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่าย

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : พฤติกรรมและวิถีชีวิตในปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไปมีผลต่อสุขภาวะของมนุษย์ พฤติกรรมเสี่ยงต่างๆเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเจ็บป่วย และเกิดโรคต่างๆตามมา จากสถานการณ์ของคนไทยในปัจจุบันพบว่า โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นสาเหตุการเจ็บป่วยและการตายในลำดับต้นๆ ปัจจุบันคนไทยมีภาวะอ้วนและอ้วนลงพุงมากขึ้นจากพฤติกรรมบริโภคอาหารรสหวาน มัน เค็มเพิ่มขึ้นรับประทานผักผลไม้น้อยลง และขาดการออกกำลังกาย ในปี 2559 ผลการสำรวจภาวะอ้วนลงพุงในประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ ของกรมอนามัยพบว่า เพศชายมีรอบเอวเกิน 90 เซนติเมตร ร้อยละ 34 และเพศหญิงมีรอบเอวเกิน 80 เซนติเมตร ร้อยละ 58 ทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยด้วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญด้านสาธารณสุขและเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ซึ่งโรคนี้สามารถป้องกันได้โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหาร พฤติกรรมการมีกิจกรรมทางกาย ลดพฤติกรรมเนืองนิ่ง จากการสำรวจการมีกิจกรรมทางกายพบว่า ประชากรไทยมีพฤติกรรมเนือยนิ่ง โดยแต่ละวันเราใช้เวลาติดจอ 6-7 ชั่วโมง โดยรวมแล้วมีพฤติกรรมเนือยนิ่งถึงวันละ 13.42 ชั่วโมง เพื่อเป็น ส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงาน กองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานในชุมชนและสถานบริการสาธารณสุข เพื่อส่งเสริมการดำเนินกิจกรรมที่ส่งเสริมให้เกิดพฤติกรรมสุขภาพที่พึ่งประสงค์ของวัยทำงาน และการมีสุขภาพที่ดีต่อไป

วัตถุประสงค์ : 1 ส่งเสริมให้บุคลากรสาธารณสุขและเครือข่ายเป็นผู้ที่สามารถนำความรู้เกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานในชุมชนและสถานบริการสาธารณสุข 2 เพื่อให้มีกรอบและแนวทางปฏิบัติสำหรับการการส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานในชุมชนและสถานบริการสาธารณสุข

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. ข้อแนะนำสถานประกอบกิจการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ จำนวน 1 เรื่อง 2. ข้อแนะนำคู่มือเกณฑ์สวนสาธารณะเพื่อการออกกำลังกาย จำนวน 1 เรื่อง 3. คู่มือการใช้เครื่องออกกำลังกายในสถานประกอบกิจการสถานทีออกกำลังกาย จำนวน 1 เรื่อง 4. คู่มือการใช้เครื่องออกกำลังกายกลางแจ้ง จำนวน 1 เรื่อง 5. ประชาชน/ภาคีเครือข่ายกลุ่มเป้าหมายได้รับการพัฒนา และมีการขับเคลื่อนขบวนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานในชุมชนและสถานบริการสาธารณสุข จำนวน 150 คน 6. ชุมชนและสถานบริการสาธารณสุข ขับเคลื่อนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพโดยผ่านคลินิกปรับเปลี่ยนพฤติกรรม (DPAC) จำนวน 13 แห่ง 7. ผลักดันคำแนะนำเรื่องแนวทางการควบคุมการประกอบกิจการสถานที่ออกกำลังกายเข้าสู่คณะกรรมการสาธารณสุขเพื่อเป็นคำแนะนำในประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ จำนวน 1 เรื่อง ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ เชิงปริมาณ : 1. ประชาชน/ภาคีเครือข่ายกลุ่มเป้าหมายได้รับการพัฒนา และมีการขับเคลื่อนขบวนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานในชุมชนและสถานบริการสาธารณสุข จำนวน 150 คน เชิงคุณภาพ : 1. ชุมชนและสถานบริการสาธารณสุข ขับเคลื่อนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพโดยผ่านคลินิกปรับเปลี่ยนพฤติกรรม (DPAC) จำนวน 13 แห่ง เชิงเวลา : 1. ผลิตสื่อ/คู่มือองค์ความรู้การใช้เครื่องออกกำลังกายกลางแจ้งภายในไตรมาสที่ 1 จำนวน 1 เรื่อง 2. พัฒนาภาคีเครือข่ายให้มีองค์ความรู้ด้านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานในชุมชนและสถานบริการสาธารณสุข ภายในไตรมาสที่ 2 จำนวน 150 คน

วิธีการดำเนินงาน : 1.แต่งตั้งคณะทำงานโครงการส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานในชุมชนและสถานบริการสาธารณสุข 2. พัฒนารูปแบบการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ (DPAC) ในสถานบริการสาธารณสุข 3. พัฒนารูปแบบการใช้เทคโนโลยีการสื่อสารเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มวัยทำงาน (DPAC Mobile Application) 4. พัฒนารูปแบบการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในชุมชน 5. ถ่ายทอดแนวทางในการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพในวัยทำงาน 6. ติดตามประเมินผล และสะท้อนข้อมูลกลับสู่เครือข่าย 7. ผลักดันคำแนะนำเรื่องแนวทางการควบคุมการประกอบกิจการสถานที่ออกกำลังกายเข้าสู่คณะกรรมการสาธารณสุขเพื่อเป็นคำแนะนำในประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ 8. สรุปผลการดำเนินโครงการฯ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมถ่ายทอดแนวทางการใช้โปรแกรมใบสั่งสุขภาพและการวิเคราะห์ต้นทุนประสิทธิผล (Cost effectiveness in Health Promotion) 1 พ.ย. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 309,500.00
2 ประชุมถอดบทเรียนสถานบริการสาธารณสุขด้านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ (Best Practice สถานบริการสาธารณสุข) 1 พ.ย. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 39,160.00
3 พัฒนารูปแบบการใช้เทคโนโลยีการสื่อสารเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มวัยทำงาน (DPAC Mobile Application) 1 พ.ย. 2560 - 31 มี.ค. 2561 450,000.00
4 ประชุมถอดบทเรียนชุมชนเข้มแข็งด้านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ (Best Practice ชุมชนเข้มแข็ง) 1 พ.ย. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 84,650.00
5 ประชุมถ่ายทอดแนวทางในการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพในวัยทำงาน 1 ม.ค. 2561 - 31 มี.ค. 2561 871,690.00
6 ติดตามประเมินผล และสะท้อนข้อมูลกลับสู่เครือข่าย 1 ก.ค. 2561 - 31 ส.ค. 2561 70,000.00
7 ผลักดันคำแนะนำเรื่องแนวทางการควบคุมการประกอบกิจการสถานที่ออกกำลังกายเข้าสู่คณะกรรมการสาธารณสุขเพื่อเป็นคำแนะนำในประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ 1 พ.ย. 2560 - 31 ส.ค. 2561 50,000.00
รวมเป็นเงิน 1,875,000.00
งบประมาณ : 1,875,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 พ.ย. 2560 - 31 ส.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1 บุคลากรสาธารณสุขและภาคีเครือข่ายมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับด้านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานในชุมชนและสถานบริการสาธารณสุข และสามารถเผยแพร่องค์ความรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2. ชุมชนและสถานบริการสาธารณสุข ขับเคลื่อนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพโดยผ่านคลินิกปรับเปลี่ยนพฤติกรรม (DPAC)

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1 ชื่อ-สกุล นางสาวสุพิชชา วงค์จันทร์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 2 ชื่อ-สกุล นางฐาปะณี คงรุ่งเรือง ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 3 ชื่อ-สกุล นางสาวชิดชนก ปลื้มปรีดี ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 4 ชื่อ-สกุล นายทัพพ์นริศร์ ซ่อนกลิ่น ตำแหน่ง นักวิทยาศาสตร์การกีฬา 5 ชื่อ-สกุล นางสาวบุษยา ภูฆัง ตำแหน่ง นักวิทยาศาสตร์การกีฬา 6 ชื่อ-สกุล นายชวพล หัชลีฬหา ตำแหน่ง นักวิทยาศาสตร์การกีฬา 7 ชื่อ-สกุล นางสาวณัฐนันท์ แซมเพชร ตำแหน่ง นักกายภาพบำบัด 8 ชื่อ-สกุล นายนพดล จันทรังษ์ ตำแหน่ง นักวิทยาศาสตร์การกีฬา

ผู้เสนอโครงการ : นางสาวสุพิชชา วงค์จันทร์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ (หัวหน้ากลุ่มพัฒนาเทคโนโลยีกิจกรรมทางกายวัยทำงาน)

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นพ.อุดม อัศวุตมางกุร ผู้อำนวยการกองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน กองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ
ลำดับที่ : 3

ชื่อโครงการ : โครงการการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายขั้นตำตามสิทธิ์กองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กลุ่ม FIN

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (79)25.6 การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ

แผนจัดสรรงบประมาณ :   10. แผนงานบุคลากรภาครัฐ

หลักการและเหตุผล : เพื่อมุ่งเน้นให้การบริหารจัดการองค์กร ดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

วัตถุประสงค์ : เพื่อพัฒนากระบวนการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
การบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประสิทธิภาพและสามารถดำเนินงานได้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ จำนวน 1 หน่วยงาน

วิธีการดำเนินงาน :

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ค่า พ.ต.ส. 1 ต.ค. 2560 - 31 มี.ค. 2561 120,000.00
2 ค่าแพทย์ไม่ทำเวชฯ 1 ต.ค. 2560 - 31 มี.ค. 2561 120,000.00
3 ค่าเช่าบ้าน 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 36,000.00
รวมเป็นเงิน 276,000.00
งบประมาณ : 276,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : กระบวนการบริหารจัดการภายในองค์กรมีประสิทธิภาพที่ดี

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางสาวพรรณี พันธ์เสือ เจ้าพนักงานพัสดุชำนาญงาน

ผู้เสนอโครงการ : นางสาวพรรณี พันธ์เสือ เจ้าพนักงานพัสดุชำนาญงาน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายอุดม อัศวุตมางกุร นายแพทย์เชี่ยวชาญ (ด้านเวชกรรม) รักษาการแทนผู้อำนวยการกองออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้อำนวยการกองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน กองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ
ลำดับที่ : 4

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนานวัตกรรมการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุด้วยการออกกำลังกาย (2. สร้าง พัฒนา นวัตกรรม)

ยุทธศาสตร์ : 1.5 ส่งเสริมผู้สูงอายุไทยเพื่อเป็นหลักชัยของสังคม

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 13. อายุคาดเฉลี่ยของการมีสุขภาพ (Health-Adjusted Life Expectancy : HALE)

cluster : กลุ่มผู้สูงอายุ

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (44)14.3 สร้าง พัฒนา นวัตกรรม

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : สังคมไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างรวดเร็ว โดยจำนวนประชากรผู้สูงอายุคิดเป็นร้อยละ 25 ของประชากรทั้งหมด หรือมีจำนวนถึง 16 ล้านคน จากจำนวนประชากรผู้สูงอายุที่เพิ่มสูงขึ้นนั้น ส่งผลทำให้ความชุกของโรคที่เกิดจากการเสื่อมถอยของอวัยวะเพิ่มมากขึ้นด้วย เช่นกระดูกและกล้ามเนื้อมีความแข็งแรง และความยืดหยุ่นลดน้อยลง ทำให้ความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวันได้ลดลง ขาดความกระฉับกระเฉง การรับรู้ การแสดงปฏิกริยาช้าลง ความจำลดลง มีภาวะสมองเสื่อม จากรายงานการสำรวจสุขภาพประชาชนโดยการตรวจ ร่างกายครั้งที่ 4 2551-2552 โดยสำนักงานสำรวจสุขภาพประชาชนไทย สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข ซึ่งทำการสำรวจประชาชนทั้งสิ้น 21,960 คน พบว่ามีผู้สูงอายุอายุ 60 ปีขึ้นไปมีภาวะสมองเสื่อม ร้อยละ 12.4 โดยพบในผู้สูงอายุชายร้อยละ 9.8 ขณะที่ผู้สูงอายุหญิงพบที่ร้อยละ 15.1 เทียบเท่าผู้สูงอายุวัยเกิน 60 ปี ทุกๆ8คน จะพบเป็นโรคสมองเสื่อม 1 คน จากปัญหาดังกล่าว กรมอนามัยโดยกองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพมีความตระหนักถึงปัญหาและให้ความสำคัญอย่างยิ่ง จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ และป้องกันภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ ปี 2561 ขึ้น เพื่อส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุด้วยการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอ มีการออกกำลังกายอย่างถูกต้อง ปลอดภัย และเหมาะสม รวมทั้งพัฒนาทักษะ กายใจ ผู้สูงวัยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี และให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมาย ประชากรไทยมีอายุคาดเฉลี่ยของการมีสุขภาพดี (Health Adjust Life Expectancy : HALE) ที่ 75 ปี

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อสร้างและผลิตนวัตกรรมการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุด้วยการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอ และออกกำลังกายอย่างถูกต้อง ปลอดภัย และเหมาะสม 2. เพื่อประเมินประสิทธิผลของโปรแกรมการออกกำลังกายเพื่อผู้สูงวัยแข็งแรงและกระฉับกระเฉง(E75)มีผลต่อสมรรถภาพทางกายของผู้สูงอายุ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1.สื่อวีดีทัศน์ เรื่องโปรแกรมการออกกำลังกายเพื่อผู้สูงวัยแข็งแรง และกระฉับกระเฉง (Elderly exercise program For HALE 75 Years : E75) จำนวน 1 เรื่อง 2.ผลการประเมินประสิทธิผลของโปรแกรมการออกกำลังกายเพื่อผู้สูงวัยแข็งแรงและกระฉับกระเฉง(E75) ที่ผลต่อสมรรถภาพทางกายของผู้สูงอายุ จำนวน 1 เรื่อง

วิธีการดำเนินงาน : 1 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ 2.จัดจ้างผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยทำโปรแกรมการออกกำลังกายเพื่อผู้สูงวัยแข็งแรงและกระฉับกระเฉง (E75) 3.จัดจ้างผลิตวีดีทัศน์ต้นฉบับ พร้อมอัดสำเนา 4.เก็บรวบรวมข้อมูลการออกกำลังกายตามโปรแกรมการออกกำลังกายเพื่อผู้สูงวัยแข็งแรงและกระฉับกระเฉง (E75) 5.จ้างผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยประเมินประสิทธิผลของโปรแกรมการออกกำลังกายเพื่อผู้สูงวัยแข็งแรงและกระฉับกระเฉง (E75)

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการกำหนดกรอบแนวคิดและวางแผนการดำเนินงานจัดทำสื่อวีดีทัศน์ ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยและองค์กรที่เกี่ยวข้อง 1 ต.ค. 2560 - 30 พ.ย. 2560 5,000.00
2 จัดจ้างผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยจัดทำโปรแกรมการออกกำลังกายเพื่อผู้สูงวัยแข็งแรงและกระฉับกระเฉง(E75) 1 ต.ค. 2560 - 30 พ.ย. 2560 50,000.00
3 จัดจ้างผลิตวีดีทัศน์ต้นฉบับ พร้อมอัดสำเนา 1 พ.ย. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 400,000.00
4 เก็บรวบรวมข้อมูลการออกกำลังกายตามโปรแกรมการออกกำลังกายเพื่อผู้สูงวัยแข็งแรงและกระฉับกระเฉง(E75) ที่ผลต่อสมรรถภาพทางกายของผู้สูงอายุ ระยะเวลา 10 สัปดาห์ ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล - ประสานงาน สำนักงานสารธารณสุขสังหวัด และชมรมผู้สูงอายุ (2ครั้ง) - ทดสอบสมรรถภาพทางกายผู้สูงอายุก่อนการการออกกำลังกาย(1ครั้ง) - เก็บรวบรวมข้อมูลการออกกำลังกายผู้สูงอายุรายสัปดาห์ (30 ครั้ง) -ทดสอบสมรรถภาพทางกายผู้สูงอายุก่อนการการออกกำลังกาย (1ครั้ง) (รวมจำนวนครั้งในการดำเนินงานทั้งสิ้น 34 ครั้ง) 1 ก.พ. 2561 - 30 เม.ย. 2561 130,000.00
5 จัดจ้างผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยประเมินประสิทธิผลของโปรแกรมการออกกำลังกายเพื่อผู้สูงวัยแข็งแรงและกระฉับกระเฉง(E75) ที่ผลต่อสมรรถภาพทางกายของผู้สูงอายุ(ประมวลผล วิเคราะห์ข้อมูล และแปลผลข้อมูล) 1 เม.ย. 2561 - 30 เม.ย. 2561 40,000.00
รวมเป็นเงิน 625,000.00
งบประมาณ : 625,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 เม.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. ได้นวัตกรรมการส่งเสริมสุขภาพผู้สุงอายุด้วยรูปแบบโปรแกรมการออกกำลังกาย 2. ได้ผลการประเมินประสิทธิผลของโปรแกรมการออกกำลังกายเพื่อผู้สูงวัยแข็งแรงและกระฉับกระเฉง(E75)มีผลต่อสมรรถภาพทางกายของผู้สูงอายุ

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1.นางสาวอำนวย ภูภัทรพงศ์ ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 2. นายชัยรัชต์ จันทร์ตรี ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ

ผู้เสนอโครงการ : นางสาวอำนวย ภูภัทรพงศ์ ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายอุดม อัศวุตมางกุร นายแพทย์เชี่ยวชาญ (ด้านเวชกรรม) รักษาการแทนผู้อำนวยการกองออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้อำนวยการกองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน กองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ
ลำดับที่ : 5

ชื่อโครงการ : ครงการหน่วยงาน : โครงการส่งเสริมกิจกรรมทางกายของพระสงฆ์ปีงบประมาณ 2561 (1. ขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์พระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะ )

ยุทธศาสตร์ : 1.5 ส่งเสริมผู้สูงอายุไทยเพื่อเป็นหลักชัยของสังคม

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 13. อายุคาดเฉลี่ยของการมีสุขภาพ (Health-Adjusted Life Expectancy : HALE)

cluster : กลุ่มผู้สูงอายุ

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (43)14.2 ขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์พระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะ

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : วัดเป็นทุนทางสังคมส่วนหนึ่งของชุมชน เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ พลังศรัทธาของชาวบ้าน วัดกับชุมชนและผู้สูงอายุมีความสัมพันธ์กันใกล้ชิดลึกซึ้ง จนยากจะแยกจากกันได้ ชีวิตคนในชุมชนเกี่ยวพันกับวัดตั้งแต่เกิดจนกระทั่งตาย วัดเป็นศูนย์กลางในการปฎิบัติกิจกรรมต่างๆทั้งพิธีกรรมทางพุทธศาสนา ศูนย์การศึกษาท้องถิ่น ตลอดถึงแหล่งเรียนรู้สืบทอดศิลปวัฒนธรรมที่สำคัญของท้องถิ่น ในสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงทำให้การดำเนินชีวิตหรือการทำกิจวัตรประจำวันของพระสงฆ์มีความแตกต่างไปจากอดีต เช่นการเดินบิณฑบาตของพระสงฆ์ในเมืองก็จะเป็นระยะสั้นหรือมีรถรับส่ง การรับกิจนิมนต์ใช้การเดินทางด้วยรถยนต์ทำให้สะดวกมากขึ้น ข้อมูลการตรวจคัดกรองสุขภาพพระสงฆ์-สามเณร ทั่งประเทศ 122,680 ราย ในปี2559 พบป่วยมากที่สุดคือโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน และข้อมูลการตรวจคัดกรองในเขตกรุงเทพมหานคร ของโรงพยาบาลสงฆ์ ในปี2559 เปรียบเทียบปี2549 พบว่าพระสงฆ์-สามเณร มีสุขภาพดีลดลงจาก ร้อยละ60.3 เป็นร้อยละ52.3 และมีภาวะเจ็บป่วยเพิ่มสูงขึ้น จากร้อยละ 17.5 เป็นร้อยละ28.5 พบพฤติกรรมเสี่ยงทางสุขภาพได้แก่สูบบุหรี่ โรคอ้วนจากมีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอและบริโภคอาหารไม่เหมาะสม และป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ข้อมูลการเจ็บป่วยของพระสงฆ์-สามเณรอาพาธที่มารับการรักษาที่โรงพยาบาลสงฆ์ปี2559พบว่าพระสงฆ์เจ็บป่วยด้วยโรคอ้วนและโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ร้อยละ 45 และพบมากที่สุด5 อันดับแรกและมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น เปรียบเทียบปี2556และปี2559 คือ 1.ไขมันในเลือดสูง 7,315และ9,609 ราย 2.โรคความดันโลหิตสูง 5,472 และ8,520 ราย 3.โรคเบาหวาน 5,090และ6,320 ราย 4.โรคไตวายเรื้อรัง4,320 ราย(ปี2559)และ5.โรคข้อเข่าเสื่อม2,600 ราย (ปี2559) และยังพบว่าพระสงฆ์มีการออกกำลังกายมากกว่า3ครั้ง2สัปดาห์เพียงร้อยละ 7.35 ซึ่งในอีก5ปีข่างหน้าคาดว่าโรคเรื้อรังในพระสงฆ์จะยังเป็นปัญหาอยู่และมีแนวโน้มที่รุนแรงเพิ่มขึ้นเนื่องจากการฉันอาหารที่ไม่สามารถเลือกได้และการขาดการออกกำลังกายที่เพียงพอต่อการเผาผลาญพลังงานในแต่ละวันจนสะสมเป็นโรคอ้วนลงพุงจากระบบการเผาผลาญพลังงานไม่สมดุลย์จากการปฎิบัติกิจวัตรประจำวันและการปฎิบัติศาสนกิจที่แตกต่างจากบุคคลทั่วไป จากพุทธบัญญัติ/พระธรรมวินัยที่พระสงฆ์ควรอยู่ในอาการสำรวม ส่งผลให้พระสงฆ์มีข้อจำกัดไม่สามารถออกกำลังกายเช่นบุคคลทั่วไปได้ จึงส่งผลให้พระสงฆ์มีปัญหาด้านสุขภาพป่วยจากโรคเรื้อรังเพิ่มขึ้น จากปัญหาดังกล่าวนี้ กองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพจึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย/กายบริหารที่เหมาะสมและสามารถทำได้ในวิถีชีวิตของพระสงฆ์ซึ่งจะกระตุ้นความตระหนักรอบรู้สุขภาพและเห็นความสำคัญของกิจกรรมทางกายที่เหมาะสมและสามารถทำได้ในวิถีชีวิตของพระสงฆ์ และขยายผลต่อให้วัดต่างๆได้นำไปใช้จนเกิดกระแส ซึ่งจะส่งผลให้พระสงฆ์มีปัญหาเจ็บป่วยจากโรคที่พบบ่อย5อันดับแรก คือโรคไขมันในเลือดสูง โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคไตวายเรื้อรัง และโรคข้อเข่าเสื่อมลดลง

วัตถุประสงค์ : 1.ได้แนวทาง/รูปแบบสื่อส่งเสริมกิจกรรมทางกายของพระสงฆ์ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิต 2.ได้สื่อกิจกรรมทางกายที่เหมาะสมและสามารถปฎิบัติได้ในวิถีชีวิตของพระสงฆ์ 3.เผยแพร่สื่อกิจกรรมทางกายที่เหมาะสมและสามารถปฎิบัติได้ในวิถีชีวิต 4. ส่งเสริมให้พระสงฆ์มีกิจกรรมทางกายที่สอดคล้องกับวิถีชีวิต

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1.ได้แนวทางการจัดทำสื่อส่งเสริมกิจกรรมทางกายที่เหมาะสมและสามารถปฎิบัติได้ในวิถีชีวิตของพระสงฆ์ จำนวน 1 เรื่อง 2.ได้สื่อกิจกรรมทางกายที่เหมาะสมและสามารถปฎิบัติได้ในวิถีชีวิตของพระสงฆ์ จำนวน 1 เรื่อง

วิธีการดำเนินงาน : 1.จัดประชุมเชิงปฎิบัติการจัดทำแนวทางสื่อส่งเสริมกิจกรรมทางกายและสามารถปฎิบัติได้ในวิถีชีวิตของพระสงฆ์ 2.จัดจ้างทำองค์ความรู้ กรอบแนวคิด เนื้อหาสาระการส่งเสริมกิจกรรมทางกายที่เหมาะสมและสามารถปฎิบัติได้ในวิถีชีวิตของพระสงฆ์ 3.จัดจ้างทำสื่อวิดีทัศน์กิจกรรมทางกายที่เหมาะสมและสามารถปฎิบัติได้ในวิถีชีวิตของพระสงฆ์ 4.จัดจ้างทำอัดสำเนาและจัดส่งสื่อวีดีทัศน์ให้ศูนย์อนามัยและเครือข่าย 5.ลงพื้นที่ติดตามกำกับ/ประเมินงานโครงการ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดประชุมเชิงปฎิบัติการจัดทำแนวทางสื่อส่งเสริมกิจกรรมทางกายและสามารถปฎิบัติได้ในวิถีชีวิตของพระสงฆ์ 1 ต.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 9,630.00
2 จัดจ้างทำองค์ความรู้ กรอบแนวคิด เนื้อหาสาระการส่งเสริมกิจกรรมทางกายที่เหมาะสมและสามารถปฎิบัติได้ในวิถีชีวิตของพระสงฆ์ 1 ต.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 80,000.00
3 จัดจ้างทำสื่อวิดีทัศน์กิจกรรมทางกายที่เหมาะสมและสามารถปฎิบัติได้ในวิถีชีวิตของพระสงฆ์ 1 ต.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 300,000.00
4 จัดจ้างทำอัดสำเนาและจัดส่งสื่อวีดีทัศน์ให้ศูนย์อนามัยและเครือข่าย 1 ต.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 25,000.00
5 ลงพื้นที่ติดตามกำกับ/ประเมินงานโครงการ 1 เม.ย. 2561 - 30 มิ.ย. 2561 85,370.00
รวมเป็นเงิน 500,000.00
งบประมาณ : 500,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 มิ.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1.ได้เผยแพร่สื่อกิจกรรมทางกายที่เหมาะสมและสามารถปฎิบัติได้ในวิถีชีวิต 2. ได้ส่งเสริมให้พระสงฆ์มีกิจกรรมทางกายที่สอดคล้องกับวิถีชีวิต 3.พระสงฆ์อาสาสมัครประจำวัด(อสว.)มีความรู้ความเข้าใจและปฎิบัติกิจกรรมทางกายที่เหมาะสมและสามารถปฎิบัติได้ในวิถีชีวิต 4.พระสงฆ์ปฎิบัติกิจกรรมทางกายได้เหมาะสมและสามารถปฎิบัติได้ในวิถีชีวิต 5. พระสงฆ์มีร่างกายแข็งแรงลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1.นางศรีสุดา สุรเกียรติ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 2.นายวัฒนา อัมพรพันธ์สกุล ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข

ผู้เสนอโครงการ : (นางศรีสุดา สุรเกียรติ) นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ รก.หัวหน้ากลุ่มพัฒนาเทคโนโลยีกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพผู้สูงอายุ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นพ.อุดม อัศวุตมางกุร ผู้อำนวยการกองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน กองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ
ลำดับที่ : 6

ชื่อโครงการ : โครงการ "ChOPA & ChiPA Games ลดเรียนเพิ่มรู้ สู่เด็กไทยสูง สมส่วน แข็งแรง IQ EQ ดี ปี 2561"

ยุทธศาสตร์ : 1.2 ส่งเสริมเด็กวัยเรียนให้แข็งแรงและฉลาด

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 5. ร้อยละของเด็กวัยเรียน (6-14 ปี) สูงดีสมส่วน ฟันไม่ผุ (caries free) และเด็กอายุ 12 ปี มีส่วนสูงเฉลี่ยตามเกณฑ์

cluster : กลุ่มวัยเรียน

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (16)6.1 ทบทวนสถานการณ์และพัฒนามาตรฐาน หลักสูตร และนวัตกรรมสุขภาพเด็กวัยเรียน

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : จากการดำเนินงานโครงการ“โชป้า แอนด์ ชายด์ป้า เกมส์ ลดเรียน เพิ่มรู้ สู่อาเซียน” ปีงบประมาณ 2559 มีเป้าประสงค์สำคัญ คือ พัฒนาโรงเรียนต้นแบบส่งเสริมกิจกรรมทางกายและสุขภาวะเด็กวัยเรียน วัยรุ่น และเด็กอ้วน สู่การแก้ปัญหาโรคอ้วนในวัยเด็ก ปัญหาเด็กติดไลน์ ติดเกมส์ ติดโทรทัศน์ ติดโทรศัพท์ จดจ่ออยู่กับพฤติกรรมเนือยนิ่ง ภายใต้กระบวนการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย นำร่อง 4 ศูนย์อนามัย 6 จังหวัด 13 โรงเรียน ผ่านกระบวนการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร โชป้า แอนด์ ชายด์ป้า โค้ช ให้กับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งศูนย์อนามัย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ โรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล สำนักงานเทศบาล สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา โรงเรียน คณะครู นักเรียน และผู้ปกครอง จำนวนรวมทั้งสิ้น 293 คน แล้วนำไปขับเคลื่อนสู่กลุ่มเป้าหมายนักเรียนทั้งที่มีปัญหาน้ำหนักตัวเกิน อ้วน (โชป้า) และเด็กทั่วไป (ชายด์ป้า) จำนวน 1,337 คน /13 โรงเรียน (ประถม 1,068 คน /10 โรงเรียน, มัธยม 269 คน /3 โรงเรียน) เป็นเวลา 8 สัปดาห์ ทำการประเมินทัศนคติและมุมมองของผู้เกี่ยวข้อง ตลอดจนประเมินสุขภาวะองค์รวม ความสุขของนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการ พฤติกรรมการนอนหลับ และพฤติกรรมการทำกิจกรรมทางกาย (Physical Activity : PA) รวมไปถึงการขยายผลทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ด้านทัศนคติและมุมมองของผู้เกี่ยวข้องพบว่า ผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้เข้าร่วมโครงการ ผู้ปกครองนักเรียนและบุคลากรสาธารณสุขที่ดูแลโรงเรียน ร้อยละ 100 ชื่นชอบ เห็นคุณค่าต่อการเข้าร่วมโครงการฯ และเสนอแนะให้มีการขยายสู่โรงเรียนอื่นๆ รวมทั้งขยายสู่ผู้ปกครองและชุมชนด้วย ด้านสุขภาวะองค์รวม พบว่า 1) ด้านร่างกาย : เด็กที่เป็นโรคหอบหืด นอนกรน ภูมิแพ้ หวัด โรคติกส์ (กล้ามเนื้อกระตุกโดยไม่ทราบสาเหตุ) ไทรอยด์เป็นพิษ มีอาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เด็กที่เป็นแผลเปื่อย ผดผื่น และแผลผุพองเรื้อรัง หายขาดจากอาการที่เป็น อาการปวดเมื่อยลดลง นอกจากนั้นยังพบว่า เด็กโชป้าที่ทำกิจกรรมตามโปรแกรมวันละอย่างน้อย 60 นาที 5 วันต่อสัปดาห์ ประสบผลสำเร็จสูงสุดในการจัดการน้ำหนักตัว สามารถลดน้ำหนักได้ ร้อยละ 100 (ค่าเฉลี่ย 2 กก., ลดสูงสุด 8.2 กก.) ลดเปอร์เซ็นต์ ไขมันใต้ผิวหนัง (ค่าเฉลี่ย 4.1 %, ลดสูงสุด 11.4 %) และลดรอบเอว (ค่าเฉลี่ย 3.3 ซม., ลดสูงสุด 11 ซม.) นอกจากนั้นยังพบว่าเด็กที่ลดน้ำหนักได้สามารถพัฒนาสมรรถภาพทางกาย เพื่อสุขภาพดีขึ้นทุกด้าน ทั้งกล้ามเนื้อท้องแข็งแรงขึ้น (ค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 2.6 ครั้งต่อนาที, เพิ่มสูงสุด 13 ครั้ง/นาที) กล้ามเนื้ออก แขน แข็งแรงขึ้น (ค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 3.4 ครั้ง ต่อนาที, เพิ่มสูงสุด 14 ครั้ง/นาที) ขาด้านหลังและหลังส่วนล่างยืดหยุ่นขึ้น (ค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 4.9 ซม., เพิ่มสูงสุด 17.9 ซม.) ไหล่ซ้ายยืดหยุ่นขึ้น (ค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 4.1 ซม., เพิ่มสูงสุด 15.5 ซม.) ไหล่ขวายืดหยุ่นขึ้น (ค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 2.8 ซม., เพิ่มสูงสุด 13.8 ซม.) คล่องแคล่วว่องไว มีความอดทนต่อความเหนื่อยเพิ่มขึ้น และมีส่วนสูงเพิ่มขึ้น (ค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 1.8 ซม., เพิ่มสูงสุด 6.8 ซม.) 2) ด้านจิตวิญญาณ : เด็กมีศรัทธาและเชื่อมั่นในการสร้างสุขภาพด้วย PA มากขึ้น มีความตระหนักถึงความสำคัญของการออกกำลังกายเพื่อให้สุขภาพดีขึ้น มีเมตตา เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เสียสละมากขึ้น มีระเบียบวินัยมากขึ้น 3) ด้านปัญญาและการรู้คิด : เรียนรู้ได้เร็วขึ้น มีสมาธิในการเรียนเพิ่มขึ้น มีทัศนคติที่ดีต่อการออกกำลังกายเพิ่มมากขึ้น 4) ด้านสังคม : มีเพื่อนมากขึ้น เข้าสังคมได้ดีขึ้น มีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนและครูดีขึ้น 5) ด้านอารมณ์ : สนุกสนานร่าเริง สดชื่น แจ่มใส มีความมั่นใจในการดูแลตัวเองมากขึ้น กล้าแสดงออกมากขึ้น เอาชนะใจตัวเองได้ดีขึ้น 6) ด้านจิตใจ : มีความเข้มแข็ง อดทน มุ่งมั่น เพียรพยายาม กล้าหาญขึ้น ด้านความสุข พบว่า เด็กๆ มีความสุขในการเข้าร่วมโครงการระดับปานกลางขึ้นไปสูงถึง ร้อยละ 97.8 ด้านพฤติกรรมการนอนหลับ พบว่า นอนหลับสนิทมากขึ้น ไม่มีการพลิกตัว ไม่กรน พักผ่อนเต็มที่ ไม่งอแงเมื่อต้องตื่นเช้า ด้านพฤติกรรมการทำ PA เด็กๆ ที่ไม่ชอบออกกำลังกาย ไม่วิ่งเล่น เล่นเกมทั้งวัน ชอบดูทีวี กินกับนอนเป็นส่วนใหญ่ มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมชัดเจน เช่น กระตือรือร้น ในการขอเวลาผู้ปกครองไปเตะบอลกับน้อง กระโดดโลดเต้นมากขึ้น ทำกิจกรรมผาดโผนมากขึ้น ทำกิจกรรมลดพุงมากขึ้น เล่นกีฬามากขึ้น sit up มากขึ้น ชอบทา PA มากขึ้น ดูทีวีลดลง กระตือรือร้นที่จะแสดงหรือฝึกซ้อม PA กับครูและขอเป็นตัวแทนโรงเรียนในการทำ PA ด้านการขยายผลสู่โรงเรียนอื่นๆ ; 1) โรงพยาบาลทรายทองวัฒนา จังหวัดกำแพงเพชร ทำขยายผลโครงการโชป้าฯ สู่โรงเรียนในพื้นที่รับผิดชอบเพิ่มเติม จำนวน 4 โรงเรียน ในปีเดียวกัน เก็บข้อมูล 3 เดือน พบว่า โรงเรียนบ้านหนองไผ่ เด็กโชป้า 20 คน พัฒนาเป็นเด็กสมส่วน 17 คน (ร้อยละ 85) โรงเรียนบ้านศรีอุดมธัญญะ 15 คน พัฒนาเป็นสมส่วน 11 คน (ร้อยละ 73.33) โรงเรียนบ้านหนองนกชุม 25 คน พัฒนาเป็นเด็กสมส่วน 20 คน (ร้อยละ 80) โรงเรียนบ้านวังน้ำแดง 25 คน พัฒนาเป็นเด็กสมส่วน 22 คน (ร้อยละ 88) และขยายผลสู่ผู้ปกครองร่วมด้วยโดยทั้ง 4 โรงเรียนมีผู้ปกครองนักเรียนที่อยู่ในโครงการเข้าร่วมกิจกรรมออกกำลังกายเก้าอี้ขยี้พุงร่วมกับบุตรหลานด้วย 2) โรงเรียนอนุบาลทรายทอง จังหวัดกำแพงเพชร และโรงเรียนอนุบาลเชียงคำ จังหวัดพะเยา นำไปเผยแพร่เป็น Best Practice ของโรงเรียน 3) โรงเรียนดงขุยวิทยาคม จังหวัดเพชรบูรณ์ คณะครูและนักเรียนได้ทำการเผยแพร่สู่โรงเรียนเครือข่ายในอำเภอดงขุยครอบคลุมทั้งอำเภอ 4) โรงเรียนวัดโขดทิมทาราม จังหวัดระยอง ขยายผลสู่กลุ่มครูในโรงเรียนสหสาขาวิชา เพื่อพัฒนาเป็นโค้ชพร้อมขับเคลื่อนสู่กลุ่มเป้าหมายระดับชั้นเรียนอื่นๆ กลุ่มผู้ปกครอง และกลุ่มนักกีฬาในโรงเรียน 5) โรงเรียนบ้านเขาดินวังตาสี จังหวัดชลบุรีขยายผลครอบคลุมเด็กนักเรียน ทั้งโรงเรียน 6) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพะเยา ขยายผลสู่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ทั้งจังหวัดเพื่อเตรียมการขับเคลื่อนในปีงบประมาณ 2560 ต่อไป เป็นต้น จากการตอบรับของภาคีเครือข่ายในการดาเนินโครงการต้นแบบฯ ปีงบประมาณ 2559 ภายใต้กระบวนการดำเนินงานที่ชัดเจน เป็นรูปธรรม อันเกิดจากความร่วมแรง ร่วมใจ ร่วมพลัง ของทุกภาคส่วน และรูปแบบการทำ PA ในโครงการโชป้าฯ ประกอบด้วย ชุดจิงโจ้ยืดตัว จิงโจ้ FUN for FIT และเก้าอี้...ขยี้พุง เป็นชุด PA ที่เด็กๆ สามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยความสนุกสนาน และมีปฏิสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเพื่อน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการส่งเสริมให้เด็กมีทัศนคติที่ดีต่อการออกกำลังกาย ทั้งการเข้าร่วม และการคงอยู่ (Adherence) กับการออกกำลังกาย หากผู้เกี่ยวข้องให้การสนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดการขยายผลอย่างต่อเนื่อง ย่อมบ่งบอกถึงแนวโน้มแห่งความสำเร็จของประเทศไทยในการจัดการปัญหาโรคอ้วนในเด็กในไม่ช้า และนอกจากโครงการโชป้าฯ จะส่งผลดีต่อการลดโรคอ้วนในเด็กวัยเรียนและวัยรุ่นแล้ว ยังมีแนวโน้มว่าจะส่งผลดีต่อการเจริญเติบโตด้านความสูง ด้านความแข็งแรง และสุขภาวะองค์รวมของเด็กอีกด้วย ในปีงบประมาณ 2560 กองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ กรมอนามัย จึงมีแนวคิดขยายนวัตกรรมองค์ความรู้ การจัดการปัญหาเด็กอ้วน เด็กเตี้ย และเด็กไม่แข็งแรง ด้วยโครงการ “โชป้า แอนด์ ชายด์ป้าเกมส์ ลดเรียน เพิ่มรู้ สู่อาเซียน ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” ครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศ ผ่านการ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการทิศทางการขับเคลื่อนโครงการโชป้าแอนด์ ชายด์ป้า เกมส์ ลดเรียน เพิ่มรู้ สู่อาเซียน ปี 2560 และ ถอดบทเรียนการดาเนินงานปี 2559 รวมทั้งจัดเวทีเสวนาวิชาการ และจัดให้มีเดือนแห่ง “มหกรรมกระโดด...โลดเต้น เล่นสนุก สู่เด็กไทยสูงสมส่วน แข็งแรง IQ EQ ดี” โดยประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักงานสร้างเสริมสุขภาพ ผู้ปกครอง เด็กอ้วน เด็กวัยเรียน และวัยรุ่น ร่วมผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้เด็กวัยเรียน มี PA เหมาะสมเพียงพอ นอนหลับพักผ่อนเพียงพอ กินอาหารที่มีประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตและสุขภาวะ ครอบคลุมโรงเรียน อย่างน้อย 7,700 โรงเรียน นำไปสู่การบรรลุเป้าประสงค์ยุทธศาสตร์ข้อที่ 4) เด็กวัยเรียนเจริญเติบโต เต็มศักยภาพและมีทักษะสุขภาพ ภายใต้ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ข้อที่ 1) ร้อยละ 66 ของเด็กวัยเรียน (6-14 ปี) สูงสมส่วน และเด็กอายุ 14 ปี มีส่วนสูงเฉลี่ยตามเกณฑ์ (ชาย 166 ซม. หญิง 159 ซม. ภายในปี 2564)

วัตถุประสงค์ : 1) เพื่อให้เด็กวัยเรียน วัยรุ่น มีร่างกายแข็งแรง เจริญเติบโตสมวัย สูงสมส่วน แข็งแรง IQ EQ ดี มีสุขภาวะ พร้อมที่จะเฝ้าระวังสุขภาพ ของตนให้มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์และนำไปประยุกต์ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง เพื่อนและครอบครัว 1.2 เพื่อปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ให้เด็กวัยเรียน วัยรุ่น มีวินัยในการเล่น ซื่อสัตย์ สุจริต เสียสละ อดทน และมุ่งมั่น ในการทำงาน การฝึกฝนทักษะต่างๆ ในการเล่นและการแข่งขัน 1.3 เพื่อให้เด็กวัยเรียน วัยรุ่น ทั้งที่เป็นเด็กอ้วน เด็กเตี้ย เด็กผอม เด็กไม่แข็งแรง และเด็กแข็งแรง ผ่อนคลาย สนุกสนานกับการเล่นที่หลากหลาย นำไปสู่การมีความพร้อมในการเรียนรู้ทางวิชาการ และพัฒนาคุณภาพทางการเรียนที่ดีขึ้น 1.4 เพื่อปลูกฝังค่านิยมและจิตสานึกการทำประโยชน์ต่อสังคม มีจิตสาธารณะและการให้บริการด้านต่างๆ ทั้งที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวม 1.5 เพื่อผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนนวัตกรรมส่งเสริมPA วัยเรียน วัยรุ่น และเด็กอ้วนภายใต้ โครงการ “โชป้า แอนด์ ชายด์ป้า เกมส์ ลดเรียน เพิ่มรู้ สู่อาเซียน” ครอบคลุมโรงเรียนทั่วประเทศ 1.6 เพื่อรณรงค์ให้เด็กวัยเรียน วัยรุ่น เด็กอ้วน เด็กเตี้ย เด็กผอม เด็กไม่แข็งแรง มี PA ที่เหมาะสม เพียงพอ นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ และกินอาหารที่มีประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตและสุขภาวะ 1.7 เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ รูปแบบการทำ PA ง่ายๆ ต้นทุนต่ำ เด็กๆ สามารถทำได้ด้วยตนเอง ทั้งทำคนเดียว ทำกับเพื่อนๆ ทำกับครูหรือผู้ปกครอง เพื่อการเจริญเติบโต สูงสมส่วน และแข็งแรง 1.8 เพื่อเป็นทางเลือกให้กับโรงเรียนนำไปใช้ในกิจกรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ สำหรับเด็กวัยเรียน วัยรุ่น 1.9 เพื่อให้โรงเรียนต้นแบบส่งเสริม PA และสุขภาวะเป็นแหล่งเรียนรู้ของผู้บริหาร ครู นักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1.พัฒนาเกณฑ์มาตรฐานการดำเนินงานและคู่มือส่งเสริมกิจกรรมทางกายในโรงเรียน จำนวน 1 เกณฑ์มาตรฐาน 2.พัฒนาสื่อนวัตกรรมสร้างเสริมความรอบรู้ด้านกิจกรรมทางกาย (Physical Literacy : PL) และ ลงพื้นที่ ติดตามเสริมพลัง ประเมินและรับรองการประเมินตนเองเป็น Best Practice ด้าน PA ระดับประเทศ จำนวน 3 รูปแบบ

วิธีการดำเนินงาน : 1 ประชุมพัฒนาเกณฑ์มาตรฐานการดำเนินงานและคู่มือส่งเสริมกิจกรรมทางกายในโรงเรียน 2 ประชุมพัฒนาสื่อนวัตกรรมสร้างเสริมความรอบรู้ด้านกิจกรรมทางกาย (Physical Literacy : PL) และ ลงพื้นที่ ติดตามเสริมพลัง ประเมินและรับรองการประเมินตนเองเป็น Best Practice ด้าน PA ระดับประเทศ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมพัฒนาเกณฑ์มาตรฐานการดำเนินงานและคู่มือส่งเสริมกิจกรรมทางกายในโรงเรียน 1 ต.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 500,000.00
2 ประชุมพัฒนาสื่อนวัตกรรมสร้างเสริมความรอบรู้ด้านกิจกรรมทางกาย (Physical Literacy : PL) และ ลงพื้นที่ ติดตามเสริมพลัง ประเมินและรับรองการประเมินตนเองเป็น Best Practice ด้าน PA ระดับประเทศ 1 ต.ค. 2560 - 31 ส.ค. 2561 491,000.00
3 จ้างเหมาบริการผู้ประสานงานโครงการ 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 384,000.00
รวมเป็นเงิน 1,375,000.00
งบประมาณ : 1,375,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1)ภาคีเครือข่ายและโรงเรียนมีแนวปฏิบัติที่ดีในการขับเคลื่อนงานส่งเสริมกิจกรรมทางกายและการสร้างเสริม สมรรถภาพทางกายเด็กวัยเรียน วัยรุ่น และเด็กอ้วนได้อย่างถูกต้องเหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง 2) เด็กวัยเรียน วัยรุ่น เด็กอ้วนและผู้ปกครองมีความรู้ มีทักษะดี มีความพึงพอใจและมีความมั่นใจในการทำกิจกรรมทางกายและสร้างเสริมสมรรถภาพทางกายตนเองและบุตรหลานได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม 3) ครูและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขมีความรู้ มีทักษะ มีความพึงพอใจและมีความมั่นใจในการขับเคลื่อนงานส่งเสริมกิจกรรมทางกายและสุขภาวะเด็กอ้วน เด็กเตี้ย เด็กผอม และเด็กไม่แข็งแรง ได้อย่างถูกต้องเหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ 4) ประชาชนทั่วไป โรงเรียน และผู้เกี่ยวข้องรับทราบข้อมูลที่ถูกต้องในการจัดการปัญหาโรคอ้วน เด็กไม่แข็งแรง และปัญหาพฤติกรรมเนือยนิ่งในเด็ก 5)ประเทศไทยมีองค์ความรู้ และมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถการจัดการปัญหาโรคอ้วน เด็กไม่แข็งแรง และ ปัญหาพฤติกรรมเนือยนิ่ง ตามหลักวิทยาศาสตร์การออกกำลังกายและกีฬาที่ทันสมัย สามารถนาไปปฏิบัติได้อย่างเหมาะสม ทั่วทุกโรงเรียนทุกจังหวัดทั่วประเทศ

ผู้รับผิดชอบโครงการ : ดร.นภัสบงกช ศุภะพิชน์ นางสาวขนิษฐา ระโหฐาน นายณัฐธี ทองแย้ม

ผู้เสนอโครงการ : ดร.นภัสบงกช ศุภะพิชน์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายอุดม อัศวุตมางกุร นายแพทย์เชี่ยวชาญ (ด้านเวชกรรม) รักษาการแทนผู้อำนวยการกองออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้อำนวยการกองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายแพทย์วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน กองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ
ลำดับที่ : 7

ชื่อโครงการ : โครงการ "แลกเปลี่ยนเรียนรู้การขับเคลื่อนงานส่งเสริมกิจกรรมทางกาย สู่เด็กไทย สูง สมส่วน แข็งแรง IQ EQ ดี"

ยุทธศาสตร์ : 1.2 ส่งเสริมเด็กวัยเรียนให้แข็งแรงและฉลาด

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 5. ร้อยละของเด็กวัยเรียน (6-14 ปี) สูงดีสมส่วน ฟันไม่ผุ (caries free) และเด็กอายุ 12 ปี มีส่วนสูงเฉลี่ยตามเกณฑ์

cluster : กลุ่มวัยเรียน

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (13)5.3 เพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพภาคีเครือข่ายเพื่อการพัฒนาสุขภาพเด็กวัยเรียน 4.0

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : จากการดำเนินงานส่งเสริมกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาวะเด็กวัยเรียนภายใต้โครงการ “โชป้า แอนด์ ชายด์ป้าเกมส์ ลดเรียน เพิ่มรู้ สู่อาเซียน” ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2559 และ 2560 ได้รับการตอบรับ อย่างล้นหลามของภาคีเครือข่ายทั่วประเทศในการดำเนินโครงการโชป้าฯ ภายใต้กระบวนการดำเนินงาน ที่ชัดเจน เป็นรูปธรรม อันเกิดจากความร่วมแรง ร่วมใจ ร่วมพลัง ของทุกภาคส่วน โดยมีรูปแบบการทำกิจกรรมทางกายสำคัญประกอบด้วย “จิงโจ้ยืดตัว” “จิงโจ้ FUN for FIT” และ “เก้าอี้...ขยี้พุง” ซึ่งเป็นการออกกำลังกายที่เด็ก ๆ สามารถทำได้ง่าย ด้วยความสนุกสนานและมีปฏิสัมพันธ์ใกล้ชิด กับเพื่อนซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการส่งเสริมให้เด็กมีทัศนคติที่ดีต่อการออกกำลังกายทั้งการเข้าร่วม และการคงอยู่ (Adherence) กับการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง ผลจากการดำเนินงานตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมามีแนวโน้มส่งผลต่อการเจริญเติบโตด้านบวกของเด็ก นอกจากจะส่งผลดีต่อการลดโรคอ้วน ในเด็กวัยเรียนและวัยรุ่นแล้ว ยังมีแนวโน้มว่าจะส่งผลดีต่อการเจริญเติบโต ด้านความสูง ด้านความแข็งแรง และสุขภาวะองค์รวมของเด็ก ย่อมบ่งบอกถึงแนวโน้มแห่งความสำเร็จของประเทศไทยในการจัดการปัญหาโรคอ้วนในเด็กในไม่ช้า กองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ กรมอนามัยจึงจัดให้มีการสัมมนาวิชาการสร้างมูลค่าการพัฒนาสุขภาพเด็กวัยเรียนสู่ผลงานเชิงนวัตกรรมระดับประเทศ (เครือข่าย ChOPA & ChiPA ) เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ ในการพัฒนาสุขภาพเด็กวัยเรียนให้กับภาคีเครือข่าย รวมทั้ง สร้างองค์ความรู้เพื่อเป็นแนวทางขับเคลื่อนโครงการฯ ในปีงบประมาณ 2562 อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ ในการพัฒนาสุขภาพพเด็กวัยเรียนมุ่งสู่การทำผลงานเชิงนวัตกรรมระดับประเทศให้กับภาคีเครือข่าย ChOPA &ChiPA 2. เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรูความคิดเห็น แนวทางการดำเนินงาน แนวทางการพัฒนากิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ และแนวทางการรับมือและแก้ไขปัญหา ระหว่างผู้เข้าสัมมนาด้วยกัน และวิทยากร 3. เพื่อปลูกฝังค่านิยมและจิตสานึกการทำประโยชน์ต่อสังคม มีจิตสาธารณะและการให้บริการด้านต่างๆ ทั้งที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวม 4. เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ รูปแบบการทำ PA ง่ายๆ ต้นทุนต่ำ เด็กๆ สามารถทำได้ด้วยตนเอง ทั้งทำคนเดียว ทำกับเพื่อนๆ ทำกับครูหรือผู้ปกครอง เพื่อการเจริญเติบโต สูงสมส่วน และแข็งแรง 5. เพื่อผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนนวัตกรรมส่งเสริมPA วัยเรียน วัยรุ่น และเด็กอ้วนภายใต้ โครงการ “โชป้า แอนด์ ชายด์ป้า เกมส์ ลดเรียน เพิ่มรู้ สู่อาเซียน” ครอบคลุมโรงเรียนทั่วประเทศ 6. เพื่อรณรงค์ให้เด็กวัยเรียน วัยรุ่น เด็กอ้วน เด็กเตี้ย เด็กผอม เด็กไม่แข็งแรง มี PA ที่เหมาะสม เพียงพอ นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ และกินอาหารที่มีประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตและสุขภาวะ พร้อมที่จะเฝ้าระวังสุขภาพ ของตนให้มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์และนาไปประยุกต์ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง เพื่อนและครอบครัว 7. เพื่อเป็นทางเลือกให้กับโรงเรียนนำไปใช้ในกิจกรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ สำหรับเด็กวัยเรียน วัยรุ่น

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1.พัฒนาสุขภาพเด็กวัยเรียนสู่ผลงานเชิงนวัตกรรมระดับประเทศ (เครือข่ายChOPA & ChiPA ) จำนวน 100 คน

วิธีการดำเนินงาน : สัมมนาวิชาการสร้างมูลค่าการพัฒนาสุขภาพเด็กวัยเรียนสู่ผลงานเชิงนวัตกรรมระดับประเทศ (เครือข่ายChOPA & ChiPA )

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1.สัมมนาวิชาการสร้างมูลค่าการพัฒนาสุขภาพเด็กวัยเรียนสู่ผลงานเชิงนวัตกรรมระดับประเทศ (เครือข่ายChOPA & ChiPA ) 1 เม.ย. 2561 - 30 มิ.ย. 2561 308,000.00
2 2. จ้างเหมาบริการผู้ประสานงานโครงการ 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 192,000.00
รวมเป็นเงิน 500,000.00
งบประมาณ : 500,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ ในการพัฒนาสุขภาพพเด็กวัยเรียนมุ่งสู่การทำผลงานเชิงนวัตกรรมระดับประเทศให้กับภาคีเครือข่าย ChOPA &ChiPA 2. เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรูความคิดเห็น แนวทางการดำเนินงาน แนวทางการพัฒนากิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ และแนวทางการรับมือและแก้ไขปัญหา ระหว่างผู้เข้าสัมมนาด้วยกัน และวิทยากร 3. เพื่อปลูกฝังค่านิยมและจิตสานึกการทำประโยชน์ต่อสังคม มีจิตสาธารณะและการให้บริการด้านต่างๆ ทั้งที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวม 4. เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ รูปแบบการทำ PA ง่ายๆ ต้นทุนต่ำ เด็กๆ สามารถทำได้ด้วยตนเอง ทั้งทำคนเดียว ทำกับเพื่อนๆ ทำกับครูหรือผู้ปกครอง เพื่อการเจริญเติบโต สูงสมส่วน และแข็งแรง 5. เพื่อผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนนวัตกรรมส่งเสริมPA วัยเรียน วัยรุ่น และเด็กอ้วนภายใต้ โครงการ “โชป้า แอนด์ ชายด์ป้า เกมส์ ลดเรียน เพิ่มรู้ สู่อาเซียน” ครอบคลุมโรงเรียนทั่วประเทศ 6. เพื่อรณรงค์ให้เด็กวัยเรียน วัยรุ่น เด็กอ้วน เด็กเตี้ย เด็กผอม เด็กไม่แข็งแรง มี PA ที่เหมาะสม เพียงพอ นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ และกินอาหารที่มีประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตและสุขภาวะ พร้อมที่จะเฝ้าระวังสุขภาพ ของตนให้มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์และนาไปประยุกต์ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง เพื่อนและครอบครัว 7. เพื่อเป็นทางเลือกให้กับโรงเรียนนำไปใช้ในกิจกรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ สำหรับเด็กวัยเรียน วัยรุ่น

ผู้รับผิดชอบโครงการ : ดร.นภัสบงกช ศุภะพิชน์ นางสาวขนิษฐา ระโหฐาน นายณัฐธี ทองแย้ม นางสาวกัญญามาศ จิรดี

ผู้เสนอโครงการ : ดร.นภัสบงกช ศุภะพิชน์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายอุดม อัศวุตมางกุร นายแพทย์เชี่ยวชาญ (ด้านเวชกรรม) รักษาการแทนผู้อำนวยการกองออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้อำนวยการกองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน กองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ
ลำดับที่ : 8

ชื่อโครงการ : โครงการบริหารจัดการทรัพยากรหน่วยงาน

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กลุ่ม FIN

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (78)25.5 การบริหารจัดการหน่วยงาน

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : เพื่อมุ่งเน้นให้การบริหารจัดการองค์กรกองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพดำเนินงานบรรลุภารกิจหลักอย่างมีคุณภาพและประสิทธิภาพ ได้แก่ การศึกษาวิเคราะห์ วิจัย และพัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยีการส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ พัฒนาและจัดทำเกณฑ์มาตรฐานเกี่ยวกับกามีกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ ส่งเสริมสนับสนุนกลไกการดำเนินงานตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุขและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องรวมทั้งการให้คำปรึกษา แนะนำทางวิชาการด้านการมีกิจกรรมทางกายเพื่อให้เกิดผลลัพธ์สู่ประชาชน ได้แก่ ประชาชนมีทางเลือกในการมีกิจกรรมทางกาย และมีกิจกรรมทางกายอย่างสม่ำเสมอนั้น บุคลากรในหน่วยงานต้องมีความรู้ ความสามารถในการปฏิบัติงานและองค์กรจะต้องมีการบริหารจัดการที่เป็นระบบ จึงจะได้ผลสำเร็จของงานที่มุ่งไว้

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อพัฒนากระบวนการบริหารจัดการภายในองค์กรให้มีประสิทธิภาพ 2. เพื่อพัฒนาบุคลากรในองค์กรให้สามารถปฏิบัติตามภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพอันจะเป็นผลให้เกิดความสำเร็จของงานตามที่มุ่งหวัง

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
หน่วยงานมีการบริหารจัดการอย่างมรประสิทธิภาพ 1 หน่วยงาน

วิธีการดำเนินงาน :

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1.ค่าจ้างเหมาพนักงานขับรถ 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 378,000.00
2 ค่าจ้างเหมานักวิทยาศาสตร์การกีฬา 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 186,000.00
3 ค่าจ้างเหมานักจัดการงานทั่วไป 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 186,000.00
4 ค่าจ้างเหมาพนักงานธุรการ 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 132,000.00
5 ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 60,000.00
6 ค่าน้ำดื่ม 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 21,000.00
7 ค่าเช่าเครื่องถ่ายเอกสาร 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 40,000.00
8 ค่าจ้างเหมาถ่ายเอกสาร 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 40,000.00
9 ค่าผ่านทางด่วน 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 12,000.00
10 ค่าปฏิบัติงานนอกเวลา 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 120,000.00
11 ค่าวัสดุ 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 80,000.00
12 ค่าซ่อมแซมครุภัณฑ์ 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 80,000.00
13 ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 240,000.00
รวมเป็นเงิน 1,575,000.00
งบประมาณ : 1,575,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. กระบวนการบริหารจัดการภายในองค์กรมีประสิทธิภาพที่ดี 2. บุคลากรในองค์กรมีการพัฒนา สามารถปฏิบัติงานตามภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพประสิทธิผลให้เกิดความสำเร็จของงานตามที่มุ่งหวัง

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางสาวพรรณี พันธ์เสือ ตำแหน่ง เจ้าพนักงานพัสดุชำนาญงาน

ผู้เสนอโครงการ : นางสาวพรรณี พันธ์เสือ ตำแหน่ง เจ้าพนักงานพัสดุชำนาญงาน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายอุดม อัศวุตมางกุร นายแพทย์เชี่ยวชาญ (ด้านเวชกรรม) รักษาการแทนผู้อำนวยการกองออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้อำนวยการกองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................