หน่วยงาน ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธ์ุ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ
ลำดับที่ : 1

ชื่อโครงการ : โครงการส่งเสริมการจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม GREEN & CLEAN Hospital บนพื้นที่สูง

ยุทธศาสตร์ : 2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 15. ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างน้อยตำบลละ 1 ชุมชน

cluster : กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (54)17.3 ส่งเสริมการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมในจังหวัด ท้องถิ่นและชุมชน

แผนจัดสรรงบประมาณ :   3. แผนงานบูรณาการบริหารจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม

หลักการและเหตุผล : ปัญหาสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ซึ่งมีสาเหตุมาจากการ เพิ่มขึ้นของประชากร การขยายตัวของสังคมเมือง การขยายตัวภาคอุตสาหกรรม มลพิษสิ่งแวดล้อมทั้งทาง กายภาพ การใช้สารเคมีในการเพาะปลูก ก่อให้เกิดปัญหาด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ และภาวะโลกร้อน และส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยและความเป็นอยู่ของประชาชน ซึ่ง หลายหน่วย งานที่เกี่ยวข้องทั้งในระดับโลก เช่น สหประชาชาติที่มีการผลักดันให้หลายประ เทศบรรลุผล MDG (Millennium Development Goal) ในปี ๒๐๑๕ โดยมีแนวคิดในเรื่องการใช้ประโยชน์จากการพัฒนาระบบสุขาภิบาลและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมไปใช้ประโยชน์ และรัฐบาลมีนโยบายกำหนดให้ทุกกระทรวงดำเนินการ ตามยุทธศาสตร์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การพัฒนางานอนามัยสิ่งแวดล้อมจึงมุ่งเน้นการจัดการ สุขาภิบาลอย่างยั่งยืน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Sustainable and Ecological Sanitation) โดยการดำเนิน กิจกรรม GREEN ได้แก่ G : Garbage คือ การจัดการมูลฝอยและการใช้ประโยชน์จากขยะและสิ่งปฏิกูลด้วยหลักการ ๓ Rs ประกอบด้วย Reduce Reuse Recycle R : Res room คือ การจัดการส้วมสาธารณะให้ได้มาตรฐาน HAS ตลอดจนส่งเสริมพฤติกรรม การใช้ส้วมสาธารณะอย่างถูกต้อง E : Energy คือ ลดการใช้พลังงานและพลังงานทดแทนจากชีวภาพและชีวมวล และลดการใช้พลังงาน ไฟฟ้าเพื่อประหยัดทรัพยากร E : Environment คือ การจัดการสิ่งแวดล้อมที่ช่วยลดภาวะโลกร้อน และเอื้อต่อสุขภาพ โดยเน้นหลัก ๕ ส. จัดสถานที่ทำงานให้น่าอยู่ น่าทำงาน และปลูกต้นไม้เพื่อความร่มรื่น N : Nutrition คือ รณรงค์อาหารปลอดสารพิษ ดูแลสุขภาพด้วยการบริโภคผักพื้นบ้าน อาหารพื้นเมือง เพื่อลดการใช้สารเคมี โรงพยาบาลที่พัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมได้ตามเกณฑ์ GREEN & CLEAN Hospital หมายถึง โรงพยาบาลที่มีกระบวนการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมของโรงพยาบาลให้เอื้อต่อการมีสุขภาพดีแบบองค์รวมทั้ง ร่างกาย จิตใจ และสังคมของผู้รับบริการ ทั้งผู้ป่วยและญาติ รวมถึงบุคลากรที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาล ตาม หลักการแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข มีพันธกิจในการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมประชาชนกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ และได้เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนางาน GREEN & CLEAN Hospital ของสถานบริการสาธารณสุขในพื้นที่สูง เพื่อมุ่งสู่การจัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมที่ถูกต้อง เกิดการพัฒนาด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมทั้งในส่วนของสถานบริการสาธารณสุขและชุมชน

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อส่งเสริม สนับสนุน การพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม ตามแนวทางการดำเนินงาน GREEN & CLEAN ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชนบนพื้นที่สูง 2. เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานจัดการขยะและอนามัยสิ่งแวดล้อม ตามแนวทาง GREEN & CLEAN ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชนบนพื้นที่สูง

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อม 1 ตำบล 2. เชิงปริมาณ : ชุมชนที่มีการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อม 1 ชุมชน 3. เชิงคุณภาพ : ร้อยละ 80 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุชนมีความพึงพอใจต่อการดำเนินงาน 3. เชิงเวลา : ร้อยละความสำเร็จในการดำเนินงานเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนดร้อยละ 80

วิธีการดำเนินงาน : 1. ประสานงานกับภาคีเครือข่ายในจังหวัดเชียงใหม่ทั้งในส่วนของสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น โดยบูรณาการร่วมกับศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ 2. จัดประชุมเชิงปฏิบัติการถอดบทเรียน และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การพัฒนางาน GREEN & CLEAN ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชน 3. สนับสนุน เอกสาร แผ่นพับ สื่อความรู้ในการดำเนินงาน GREEN & CLEAN 4. สรุปบทเรียนรู้ การดำเนินงาน GREEN & CLEAN

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการถอดบทเรียนและแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงาน GLEEN & CLEAN 1 พ.ย. 2560 - 30 พ.ย. 2560 13,660.00
2 จัดทำเอกสารประกอบการประชุม รายงานสรุปผลการดำเนินงาน 1 พ.ย. 2560 - 31 ม.ค. 2561 1,000.00
3 จัดไวนิลการประชุม 1 พ.ย. 2560 - 30 พ.ย. 2560 340.00
รวมเป็นเงิน 15,000.00
งบประมาณ : 15,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 พ.ย. 2560 - 31 ม.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชนมีการนำแนวทาง GREEN & CLEAN Hospital มาใช้ในการจัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม 2. บุคลากรในส่วนของสถานบริการสาธารณสุข องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น แกนนำชุมชน และภาคีเครือข่ายอื่นๆ เกิดการพัฒนาองค์ความรู้ในการดำเนินงาน GREEN & CLEAN

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นางอโณทัย พรมชัย ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 2. นางสาวพัฒนา สมาธิ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข

ผู้เสนอโครงการ : นางสาวพัฒนา สมาธิ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางศรีวรรณ ทาวงศ์มา ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางสมควร ใจกระจ่าง ผู้อำนวยการศูนย์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธ์ุ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ
ลำดับที่ : 2

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรกรมอนามัย ด้านการพัฒนาวิชาการ วิจัย และนวัตกรรม

ยุทธศาสตร์ : 3. อภิบาลระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 17. ร้อยละของภาคีเครือข่ายภาครัฐที่นำสินค้าและบริการ (Product Champion) ของกรมอนามัยไปใช้
18. ร้อยละความพึงพอใจของภาคีเครือข่ายภาครัฐที่นำสินค้าและบริการ (Product Champion) ของกรมอนามัยไปใช้

cluster : กลุ่ม KISS

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (71)24.1 พัฒนาระบบเฝ้าระวัง การจัดการความรู้ และนวัตกรรมด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

แผนจัดสรรงบประมาณ :   2. แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

หลักการและเหตุผล : ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ เป็นหน่วยงานด้านวิชาการที่สังกัดกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข มีพันธกิจในการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมประชาชนกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ และเป็นศูนย์กลางข้อมูลและสารสนเทศด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ในกลุ่มประชากรดังกล่าว ที่ผ่านมาศูนย์ได้มีการพัฒนาด้านวิชาการของหน่วยงานมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการผลิตผลงานวิจัย วิชาการ การพัฒนานวัตกรมการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม การผลิตสื่อองค์ความรู้ในการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ของประชาชนในกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงาน ข้ามชาติ ทั้งนี้ เพื่อให้ผลงานด้านวิชาการ วิจัย นวัตกรรม สื่อองค์ความรู้ ของศูนย์ถูกภาคีเครือข่ายนำไปใช้ประโยชน์ เผยแพร่ และพัฒนาต่อยอด รวมถึงมีการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านวิชาการของหน่วยงาน ให้มีความรู้ ทักษะในการเป็นนักวิจัย นักนวัตกรรม และนักจัดการความรู้ รวมถึงการขับเคลื่อนการดำเนินงานของหน่วยงานให้มุ่งไปสู่การเป็นองค์กรที่มีสมรรถนะสูง (HPO) มีการดำเนินงานตามแนวทางเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA) พัฒนาองค์กรให้มุ่งสู่องค์กรคุณภาพคู่คุณธรรม

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อเผยแพร่สินค้าและบริการ (Product Champion) ของศูนย์ ไปสู่ภาคีเครือข่ายภาครัฐ ให้เกิดการนำไปใช้ประโยชน์ 2. เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรของหน่วยงานด้านวิชาการ วิจัยและนวัตกรรม 3. เพื่อพัฒนาองค์กรให้มุงสู่องค์กรที่มีความเป็นเลิศและองค์กรคุณภาพคู่คุณธรรม

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. ภาคีเครือข่ายมีการนำองค์ความรู้ ผลงานวิชาการ วิจัยและนวัตกรรมการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ไปประยุกต์ใช้ ร้อยละ 50 2. บุคลากรได้รับการพัฒนาศักยภาพด้านวิชาการ วิจัยและนวัตกรรม 5 คน 3. บุคลากรของศูนย์ ได้รับการสื่อสาร สนับสนุน สร้างจิตสำนึก ปลูกฝังและเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาองค์กรคุณภาพคู่คุณธรรม 45 คน 4. ระดับคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงาน (ITA) ร้อยละ 77 5. ภาคีเครือข่ายภาครัฐที่นำที่นำสินค้าและบริการ (Product Champion) ของกรมอนามัยไปใช้ มีความพึงพอใจร้อยละ 80 6. ดำเนินงานเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนดร้อยละ 80

วิธีการดำเนินงาน : 1. รวบรวม ผลงานวิชาการ วิจัย นวัตกรรม องค์ความรู้ของศูนย์ และจัดทำเป็นฐานข้อมูลด้านองค์ความรู้ 2. พัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการวิจัย วิชาการ องค์ความรู้ การผลิตและพัฒนานวัตกรรม 3. สื่อสาร ประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ ผลงานวิจัย วิชาการ นวัตกรรม องค์ความรู้ ไปยังภาคีเครือข่ายภาครัฐ ผ่านการดำเนินงาน PMQA หมวด 3 4. ขับเคลื่อนการดำเนินงานพัฒนาองค์กรตามเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (๗ หมวด) ดังนี้ 4.1 ทบทวนคณะทำงาน PMQA 4.2 ประชุมชี้แจงวิธีการดำเนินงาน นโยบาย ของการดำเนินงานตามเกณฑ์คุณภาพ การบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA) ปี ๒๕๖๑ ต่อคณะทำงาน และร่วมกันวิเคราะห์และประเมิน PMQA ของหน่วยงานเบื้องต้น มอบหมายความรับผิดชอบของคณะทำงานแต่ละหมวด 4.3ขับเคลื่อนการดำเนินงานตามแนวทาง PMQA ทั้ง ๗ หมวด ดังนี้ - ผู้บริหารสื่อสารนโยบายการดำเนินงาน วัฒนธรรมองค์กร (MOPH, Health, ITA) ให้กับบุคลากรศูนย์ และทบทวนลักษณะสำคัญขององค์กรพร้อมประเมินตนเองตามเกณฑ์ ADL (หมวด ๑) - ผู้รับผิดชอบ PMQA รายหมวดทบทวนและประเมินตนเองตามเกณฑ์ ADL - จัดทำยุทธศาสตร์ของหน่วยงานให้สอดคล้องกับกรมอนามัย จัดทำแผนปฏิบัติการและถ่ายทอดตัวชี้วัดสู่การปฏิบัติ (หมวด ๒ ) - ทบทวน ประเมินตนเอง วิเคราะห์การให้ความสำคัญกับผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ศึกษาและจัดฐานข้อมูลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องให้เป็นระบบ รับฟังความคิดเห็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย นำสินค้าและบริการของหน่วยงานให้ไปสู่ภาคีเครือข่าย ประเมินความพึงพอใจต่อการใช้สินค้าและบริการ (หมวด ๓) - ทบทวน ประเมินตนเอง จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภายในองค์กรตามความจำเป็นให้ไปสู่เป้าหมายขององค์กรทำแผน (หมวด ๔ ) และพัฒนาระบบข้อมูลเพื่อการจัดการ และการให้บริการทั้งภายในภายนอกหน่วยงาน - ทบทวน ประเมินตนเอง วิเคราะห์ความต้องการขององค์กรในการพัฒนาบุคลากร วิเคราะห์ความจำเป็นของบุคลากรที่ต้องพัฒนาศักยภาพ และจัดทำแผนพัฒนาบุคลากรให้สอดคล้องกับนโยบายหน่วยงาน นโยบายกรมอนามัย (หมวด ๕) ประกอบด้วยกิจกรรม กิจกรรมฝึกทักษะการเข้าระบบวันลาในระบบ กิจกรรมกิจกรรมเตรียมความพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลง และการมอบหมายงานที่ท้าทาย - ทบทวน ประเมินตนเอง พัฒนา ปรับปรุงกระบวนงานให้สอดคล้องกับภารกิจของหน่วยงาน มีการติดตาม ประเมินผลการปฏิบัติงานตาม sop ของหน่วยงาน เพื่อให้เกิดการทำงานที่ก่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล - ทบทวน ประเมินตนเอง วิเคราะห์ผลลัพธ์การดำเนินงานขององค์กรในภาพรวม (หมวด 7 หมวด) 4.4 ติดตาม ประเมินผลการดำเนินงานและปรับปรุงการดำเนินงาน ทุกๆ ๓ เดือน โดยการประชุมติดตามการดำเนินงาน 4.5 ผู้รับผิดชอบรายหมวด วิเคราะห์ ประเมินตนเอง สรุปผลการประเมินตนเอง นำส่งคณะทำงาน ตามกรอบการดำเนินงานที่กรมอนามัยกำหนด รอบ 6 เดือน ,9 เดือน และ 12 เดือน ประเมินตนเองตามเกณฑ์บริหารจัดการภาครัฐ (ประเมิน ADL) 4.6 คณะทำงานสรุปผลนำเสนอผู้บริหาร รอบ 6 เดือน 9 เดือน และ 12 เดือน และนำส่งกรมอนามัยตามแผนการดำเนินงานของกรมอนามัย (สรุปผลการประเมิน ADL) 4.7 จัดทำรายงานและสรุปผลการดำเนินงาน PMQA ประจำปีงบประมาณ 2561 5. ขับเคลื่อนกิจกรรมองค์กรคุณภาพคู่คุณธรรม ให้เป็นไปตามแนวทางการดำเนินงานคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงาน (ITA) สื่อสาร สร้างจิตสำนึกให้บุคลากร สร้างกลไกการป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบของบุคลากรสู่การปฏิบัติ 6. วิเคราะห์ผลการดำเนินงานโครงการ สรุปผลการดำเนินงานโครงการ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมสื่่อสารวัฒนธรรมองค์กร 1 เม.ย. 2561 - 30 เม.ย. 2561 13,000.00
2 รับการนิเทศติดตามการดำเนินงานผู้บริหารกรมอนามัย 1 ก.พ. 2561 - 31 ส.ค. 2561 18,665.00
3 พัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการวิจัย วิชาการ องค์ความรู้ การผลิตและพัฒนานวัตกรรม โดยการการเข้าร่วมประชุม/อบรม ด้านวิชาการ/วิจัย หรืออื่นๆ 1 ต.ค. 2560 - 31 ส.ค. 2561 11,835.00
4 วิเคราะห์ผลการดำเนินงานโครงการ สรุปผลการดำเนินงานโครงการ 1 ธ.ค. 2560 - 31 ก.ค. 2561 6,500.00
รวมเป็นเงิน 50,000.00
งบประมาณ : 50,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 31 ส.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. ภาคีเครือข่ายมีการนำสินค้าและบริการของหน่วยงานไปประยุกต์ใช้ หน่วยงานได้รับการประเมินความพึงพอใจต่อการนำสินค้าและบริการไปใช้ นำไปสู่การพัฒนาและปรังปรุงสินค้าและบริการให้ได้มาตรฐาน 2. บุคลากรด้านวิชาการได้รับการส่งเสริมและพัฒนาองค์ความรู้ เพิ่มความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาชีพและสร้างความเชื่อมั่นให้กับหน่วยงาน 3. ศูนย์ฯ มีการดำเนินงานตามแนวทางเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA) ภายใต้โครงการพัฒนาและบริการส่งเสริมสุขภาพประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสม สอดคล้องกับนโยบายของกรมอนามัยและมีการปรับปรุงการทำงานให้เป็นไปตามแนวทางเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA) 4. หน่วยงานมีการดำเนินงานเพื่อป้องกันและปราบปรามการทุจริตตามแนวทาง ITA และได้รับการประเมินรับรอง

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นายวันเฉลิม ฤทธิมนต์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 2. นางจารุวรรณ ปงผาบ ตำแหน่ง เจ้าพนักงานการเงินและบัญชีชำนาญงาน 3. นางสาวพัฒนา สมาธิ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข 4. นางสาวปวิตรา ไพทอง ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข 5. นางสาวปวีณา ทองคำ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข 6. นายชัยวัฒน์ สุวรรณวิภาต ตำแหน่ง ยักวิชาการคอมพิวเตอร์

ผู้เสนอโครงการ : นางสาวพัฒนา สมาธิ นักวิชาการสาธารณสุข

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางศรีวรรณ ทาวงศ์มา ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางสมควร ใจกระจ่าง ตำแหน่ง ผู้อำนวยการศูนย์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธ์ุ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ
ลำดับที่ : 3

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านการส่งเสริมเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมตามแนวทางพระราชดำริ

ยุทธศาสตร์ : 2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 15. ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างน้อยตำบลละ 1 ชุมชน

cluster : กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (70)23.5 พัฒนาการจัดการน้ำในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

แผนจัดสรรงบประมาณ :   7. แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาด้านสาธารณสุขและสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก

หลักการและเหตุผล : ประชาชนชาวไทยภูเขาในชุมชนบนพื้นที่สูง ถูกคุกคามและมีความเสี่ยงจากการดื่มน้ำที่ไม่สะอาด ขาดระบบการบริหารจัดการที่ดี ขาดการฝ้าระวัง สภาพภูมิศาสตร์ วิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป มีการทำการเกษตรบนพื้นที่สูง ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำ ทำให้ประชาชนในชุมชนพื้นที่สูงมีความเสี่ยงต่อการได้รับสารมลพิษทางน้ำที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ ข้อมูลกระทรวงสาธารณสุข ปี 2558 พบว่า น้ำดื่มในประเทศไทยผ่านเกณฑ์มาตรฐานเพียงร้อยละ 33 องค์การอนามัยโลก เผยขณะนี้ประชากรโลกเสียชีวิตจากการดื่มน้ำไม่สะอาด ปีละ 5 แสนคน ส่วนไทยพบป่วย ปีละ 1 ล้านกว่าคน สำนักระบาดวิทยารายงานในปี 2557 พบผู้ป่วยโรค อุจาระร่วง โรคบิด ซึ่งเกิดจากการดื่มน้ำไม่สะอาดทั่วประเทศ 1 ล้านกว่าคน เสียชีวิต 8 คน ในรอบ 2 เดือน มีการเจ็บป่วยเกือบ 2 แสนคน ในปี 2552 ศูนย์ฯ ได้สำรวจข้อมูลการมีและใช้น้ำจำนวน 5,419 ครัวเรือน พบว่า ประชาชนชาวไทยภูเขา ดื่มน้ำจากน้ำประปาภูเขา ร้อยละ 92.40 โดยต่อระบบท่อส่งผ่านไปยังชุมชน โดยไม่มีการปรับปรุงคุณภาพน้ำดื่ม ผลการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำประปาภูเขาในปี 2554 - 2558 พบว่า ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานน้ำประปาดื่มได้ทางชีวภาพ โดยตรวจวิเคราะห์จากโคลิฟอร์มแบคทีเรียและฟีคัล โคลิฟอร์ม ร้อยละ 100 พบเชื้อโคลิฟอร์มมากกว่า 1,600 เอ็มพีเอ็น/100 มิลลิลิตร ผลการตรวจวิเคราะห์การปนเปื้อนสารเคมีทางการเกษตรในน้ำดื่ม ปี 2559 ในพื้นที่ลุ่มน้ำปิงน้อย อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ และลุ่มน้ำคำ จังหวัดเชียงราย พบว่า มีการปนเปื้อนสารเคมีตั้งแต่ 2 – 10 ชนิด สารเคมีทางการเกษตรที่พบในปริมาณที่สูงสุด คือ dettamethrin ในจำนวน 708.41 ไมโครกรัม/ลิตร ส่วนสารเคมีที่พบเกือบทุกแหล่งน้ำ คือ chlorpyrifos คิดเป็นร้อยละ 68.8 และในปีงบประมาณ 2560 ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ ร่วมกับสำนักงานสุขาภิบาลอาหารและน้ำ ได้ร่วมกันพัฒนารูปแบบการจัดการน้ำบริโภค โดยการพัฒนาระบบกรองน้ำแบบทรายกรองช้าสำหรับชุมชน และได้จัดเก็บตัวอย่างน้ำเพื่อทำการเฝ้าระวังในพื้นที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ผลการตรวจวิเคราะห์ พบว่า แหล่งน้ำผิวดินที่นำมาผลิตน้ำประปาภูเขา ไม่พบการปนเปื้อนของสารเคมีทางการเกษตร แต่ยังมีปริมาณโคลิฟอร์มแบคทีเรียที่เกินค่ามาตรฐาน ไม่เหมาะสมสำหรับการนำมาบริโภค ส่วนการพัฒนาน้ำบริโภคผ่านระบบกรองชุมชนนั้น พบว่า สามารถลดการปนเปื้อนของเชื้อโคลิฟอร์มแบคทีเรียได้ แต่ยังไม่สามารถกำจัดได้หมด 100 % จากการดำเนินงานผ่านมา ประกอบกับประเทศไทยได้มีแผนยุทธศาสตร์บูรณาการจัดการ น้ำใน 25 ลุ่มน้ำ ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์หลักที่ต้องเร่งดำเนินการ โดยเฉพาะในพื้นที่โครงการพระราชดำริ ภายใต้โครงการพัฒนาการจัดการน้ำในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เน้นการเฝ้าระวังน้ำบริโภค พัฒนาศักยภาพของผู้ดูแลระบบประปา ครู เจ้าหน้าที่สาธารณสุข แกนนำชุมชน และพัฒนาต้นแบบการจัดการน้ำบริโภคที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่ต้องมีการดำเนินการโครงการดังกล่าวข้างต้น

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อศึกษาข้อมูลสถานการณ์และเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภคในพื้นที่โครงการรักษ์น้ำ โครงการ กพด. และโครงการพื้นที่หมู่บ้านพัฒนาเพื่อความมั่นคงและหมู่บ้านยามชายแดน 2. เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ดูและระบบน้ำบริโภค บุคลากรองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ครู และ แกนนำชุมชน คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำของชุมชน ในการดูและระบบน้ำบริโภคให้สะอาดได้มาตรฐาน 3. เพื่อพัฒนาต้นแบบการจัดการน้ำบริโภคในชุมชน

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. เฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภคในพื้นที่โครงการพระราชดำริ (กพด. พมพ, รักษ์น้ำ) 120 ตัวอย่าง 2. ต้นแบบการจัดการน้ำบริโภค 1 ต้นแบบ 3. เชิงปริมาณ : มีการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภคในพื้นที่โครงการพระราชดำริ 120 ตัวอย่าง : รายงานสรุปผลการดำเนินงาน 1 เรื่อง 4. เชิงคุณภาพ : ภาคีเครือข่ายมีความพึงพอใจต่อการดำเนินงานโครงการร้อยละ 80 5. เชิงเวลา : ร้อยละความสำเร็จในการดำเนินงานเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนดร้อยละ 80

วิธีการดำเนินงาน : 1. ศึกษาข้อมูล สถานการณ์คุณภาพน้ำบริโภคในพื้นที่โครงการพระราชดำริ 2. ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหน่วยงานภายในและภายนอก องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่โครงการพระราชดำริ รักษ์น้ำ, กพด. และ พมพ. 3. แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่โครงการพระราชดำริเพื่อให้เกิดการบูรณาการการดำเนินงานร่วมกัน 4. อบรม ประชุมเชิงปฏิบัติการ พัฒนาศักยภาพบุคลากรส่วนท้องถิ่น บุคลากรด้านสาธารณสุข ครู ผู้ดูแลระบบประปา และแกนนำชุมชน ในการดูแลระบบน้ำบริโภคและพัฒนารูปแบบการจัดการน้ำบริโภคที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ 5. สุ่มเก็บตัวอย่างน้ำในพื้นที่โครงการพระราชดำริตามเป้าหมายของกรมอนามัย 120 ตัวอย่าง (กพด. ,รักษ์น้ำ, พมพ.) 6. คืนข้อมูลให้กับภาคีเครือข่าย ร่วมกันพัฒนาแนวทางการจัดการน้ำบริโภค 7. พัฒนารูปแบบ/แนวทาง การจัดการน้ำบริโภคของชุมชน/ครัวเรือน และทดสอบระบบกรองน้ำชุมชน โดยเน้นการกำจัดสารเคมีทางการเกษตรและโคลิฟอร์มแบคทีเรีย 8. ติดตามการดำเนินงาน ให้ข้อเสนอแนะต่อการดำเนินงาน 9. ถอดบทเรียน สรุปผลการดำเนินงาน รับฟังข้อเสนอแนะ แล่ร่วมกันจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายต่อการพัฒนาคุณภาพน้ำบริโภค 10. จัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินงาน เผยแพร่และประชาสัมพันธ์องค์ความรู้

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่ายและคืนข้อมูลสถานการณ์น้ำบริโภค พัฒนาแนวทาง/ต้นแบบการจัดการน้ำบริโภค 1 เม.ย. 2561 - 30 เม.ย. 2561 19,000.00
2 สุ่มเก็บตัวอย่างน้ำในพื้นที่โครงการพระราชดำริตามเป้าหมายของกรมอนามัย 120 ตัวอย่าง (กพด. ,รักษ์น้ำ, พมพ. 1 พ.ย. 2560 - 30 เม.ย. 2561 68,000.00
3 การพัฒนาต้นแบบการจัดการน้ำบริโภค 1 มี.ค. 2561 - 31 มี.ค. 2561 32,850.00
4 พัฒนาศักยภาพบุคลากร 1 มี.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2561 65,900.00
5 ศึกษาประสิทธิภาพระบบกรองน้ำชุมชน (ต้นแบบการจัดการน้ำบริโภค) 1 ธ.ค. 2560 - 31 ม.ค. 2561 26,730.00
6 ติดตามการดำเนินงานการจัดการน้ำบริโภคของภาคีเครือข่าย 1 ก.พ. 2561 - 28 ก.พ. 2561 9,160.00
7 การประชุมเชิงปฏิบัติการถอดบทเรียน รับฟังข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย 1 ก.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561 21,440.00
8 ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพบุคลากรประชุม PMQA 1 ธ.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 31,862.00
9 จัดซื้อจัดจ้างเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานโครงการและหน่วยงาน 1 ม.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2561 8,733.00
10 จัดจ้างถ่ายเอกสาร/จัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินงาน 1 ก.พ. 2561 - 31 ก.ค. 2561 2,000.00
รวมเป็นเงิน 285,675.00
งบประมาณ : 285,675.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 พ.ย. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. ประชาชนในพื้นที่โครงการพระราชดำริได้รับการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภค 2. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่มีการบริหารจัดการน้ำบริโภค การพัฒนารูปแบบการจัดการน้ำบริโภคที่ได้มาตรฐาน 3. ประชาชนและภาคีเครือข่ายได้รับความรู้ในการปรับปรุงคุณภาพน้ำบริโภค มีรูปแบบการปรับปรุงคุณภาพน้ำบริโภคที่เหมาะสมต่อชุมชนบนพื้นที่สูง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถพัฒนาต่อยอดได้

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นางอโณทัย พรมชัย ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 2. นางสาวพัฒนา สมาธิ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข 3. นางสาวอังสินีย์ สุพรม ตำแหน่ง นักวิชาการเผยแพร่ 4. นางนงเยาว์ เอี่ยมสอาด ตำแหน่ง เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน

ผู้เสนอโครงการ : นางสาวพัฒนา สมาธิ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางศรีวรรณ ทาวงศ์มา ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางสมควร ใจกระจ่าง ตำแหน่ง ตำแหน่ง ผู้อำนวยการศูนย์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธ์ุ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ
ลำดับที่ : 4

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาระบบการส่งเสริมสุขภาพการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว (Long Term Care)

ยุทธศาสตร์ : 1.5 ส่งเสริมผู้สูงอายุไทยเพื่อเป็นหลักชัยของสังคม

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 13. อายุคาดเฉลี่ยของการมีสุขภาพ (Health-Adjusted Life Expectancy : HALE)

cluster : กลุ่มผู้สูงอายุ

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (47)15.2 สร้าง พัฒนา นวัตกรรม

แผนจัดสรรงบประมาณ :   2. แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

หลักการและเหตุผล : กรมอนามัยได้มีนโยบายการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาว โดยเริ่มนําร่องในปี 2551 ได้มีการพัฒนารูปแบบการดูแลผู้สูงอายุระยะยาวจนถึงปัจจุบัน โดยมีระบบการดูแลผู้สูงอายุทั้งใน สถานบริการสาธารณสุขและในชุมชนเพื่อให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการส่งเสริม สุขภาพ จึงแบ่งผู้สูงอายุออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้ กลุ่มที่ 1 เรียกว่ากลุ่มติดสังคมคือ ผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตนเองได้ดี โดยให้มีการรวมตัวกันจัดตั้งเป็น ชมรมผู้สูงอายุเพื่อที่จะได้มีการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรครวมทั้งร่วมทํากิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม และอาจช่วยเหลือดูแลผู้สูงอายุอื่นๆที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้หรือได้บ้างเล็กน้อย กลุ่มที่ ๒ เรียกว่ากลุ่มที่ติดบ้านคือผู้สูงอายุที่ดูแลตนเองและช่วยเหลือตนเองได้บ้าง กลุ่มนี้ต้องมีคน ให้ความช่วยเหลือบ้างในบางเรื่อง กลุ่มที่ ๓ เรียกว่ากลุ่มติดเตียงคือ ผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ พิการหรือทุพพลภาพ ต้องมีผู้ดูแล ตลอดเวลา การสำรวจภาวะสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมของผู้สูงอายุ ในพื้นที่หมู่บ้านพัฒนาเพื่อความมั่นคงพื้นที่ยามชายแดนฯ ปี พ.ศ. 2557 ของศูนย์พัฒนาอนามัยพื้นที่สูง พบว่า ผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) ได้รับการตรวจมีความผิดปกติมากถึงร้อยละ 60.9 ส่วนใหญ่ คือ โรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ 60 รองลงมาคือโรคเบาหวาน ร้อยละ 10 และโรคจากการทำงาน ร้อยละ7.5 การเกิดอุบัติเหตุของผู้สูงอายุชาวไทยภูเขาพบว่า เคยเกิดอุบัติเหตุ ร้อยละ 10 หรือจำนวน 27 คน จากผู้ที่เคยเกิดอุบัติเหตุ 27 คน ในจำนวนผู้ที่เคยเกิดอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดอุบัติเหตุลื่นล้ม ร้อยละ 70.4 หรือ 19 คน รองลงมาคือ ตกจากที่สูง ร้อยละ 14.8 และรถจักรยานยนต์ล้ม ร้อยละ 11.1 เมื่อทำการประเมินข้อมูลผู้สูงอายุตามกลุ่มศักยภาพตามความสามารถในการประกอบกิจวัตรประจำวัน (Barthel Activities of Daily Living : ADL) พบว่าส่วนใหญ่สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ด้วยตนเองโดยไม่มีใครช่วยเหลือร้อยละ 88.5 จากจำนวนผู้สูงอายุทั้งหมด 270 คน การกระทำที่จะช่วยให้ผู้สูงอายุแข็งแรงได้จะต้องมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ ผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป จะต้องมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์หมายถึง พฤติกรรมการออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วัน ครั้งละ 15 – 30 นาที รับประทานผักสด ผลไม้สด เป็นประจำ ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว ไม่สูบบุหรี่ /ไม่สูบยาเส้น ไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์เช่น สุรา เบียร์ยาดองเหล้า เป็นต้น และผ่านการประเมินทั้ง 5 ข้อ ถือผ่านการประเมินพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ จากข้อมูลดังกล่าว ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติได้ตระหนักถึงความสำคัญของสภาวะสุขภาพและการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุ โดยหลักสำคัญของการดูแลผู้สูงอายุด้วยตัวผู้สูงอายุเหล่านั้นสามารถดำเนินชีวิตได้ด้วยตนเอง โดยพึ่งพาผู้อื่นน้อยที่สุด และมีความสุขกายสบายใจในบั้นปลายของชีวิต จะทำอย่างไรให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดี คือ ผู้สูงอายุที่มีความสุขความพอใจตามอัตภาพ สามารถทำประโยชน์ทั้งต่อตนเอง ต่อผู้อื่น ต่อชุมชน และต่อสังคม เพื่อที่จะนำไปสู่การได้รับคำยกย่องและสรรเสริญจากสังคมโดยรวม สิ่งสำคัญที่จะทำให้ผู้สูงอายุมีชีวิตที่เป็นสุขคือ การมีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป

วัตถุประสงค์ : 1 เพื่อส่งเสริมให้มีระบบและนวัตกรรมส่งเสริมสุขภาพดูแลผู้สูงอายุระยะยาวในพื้นที่เฉพาะ ที่ครอบคลุมด้านสุขภาพ ด้านจิตวิทยา สังคม การดูแลช่วยเหลือในการดำรงชีวิตและกิจวัตรประจำวัน พฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ ซึ่งเป็นการดูแลอย่างต่อเนื่อง ตามศักยภาพที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุแต่ละกลุ่ม 2 เพื่อเตรียมการรองรับระบบส่งเสริมสุขภาพดูแลผู้สูงอายุระยะยาว (Long term care) โดยท้องถิ่น ชุมชน ในพื้นที่เฉพาะ ของประเทศไทย 3 ได้ข้อเสนอเชิงนโยบายในการพัฒนาระบบส่งเสริมสุขภาพดูแลผู้สูงอายุระยะยาว (Long term care) ในพื้นที่เฉพาะ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1.เป้าหมาย/ผลผลิตของโครงการ นวัตกรรมการส่งเสริมสุขภาพการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว (Long Term Care) 1 เรื่อง 2.เชิงปริมาณ :มีนวัตกรรมการส่งเสริมสุขภาพการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว (Long Term Care) 1 เรื่อง 3.เชิงคุณภาพ : ผู้เข้าร่วมโครงการฯ มีความพึงพอใจ ร้อยละ 80 4.เชิงเวลา : ร้อยละความสำเร็จในการดำเนินงานเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนด ร้อยละ 80

วิธีการดำเนินงาน : 1. พัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อเสริมสร้างระบบการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุและนวัตกรรมการส่งเสริมสุขภาพการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว (Long Term Care) 2. ทบทวนสถานการณ์ สำรวจข้อมูล รวบรวมวิเคราะห์ข้อมูลและสถานการณ์สภาวะสุขภาพ (3 จังหวัด ตาก แม่ฮ่องสอนและเชียงใหม่) 3. สนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมกับภาคีเครือข่ายอย่างมีส่วนร่วม 4. ติดตามผลการดำเนินงานและเยี่ยมเสริมพลัง 5. แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถอดบทเรียน และสรุปผลโครงการ 6. พัฒนาศักยภาพบุคลากรศูนย์ตามบทบาทหน้าที่ 7. สนับสนุนการประชาสัมพันธ์ด้านการส่งเสริมสุขภาพ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 พัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อเสริมสร้างระบบการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุและนวัตกรรมการส่งเสริมสุขภาพการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว (Long Term Care) 1 พ.ย. 2560 - 30 พ.ย. 2560 90,821.00
2 สำรวจข้อมูลและรวบรวมวิเคราะห์ข้อมูลและสถานการณ์สภาวะสุขภาพ 1 ธ.ค. 2560 - 31 พ.ค. 2561 144,470.00
3 ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถอดบทเรียน และสรุปผลโครงการ 1 มิ.ย. 2561 - 30 มิ.ย. 2561 132,260.00
4 การพัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อสนับสนุนโครงการและหน่วยงาน 1 ต.ค. 2560 - 30 มิ.ย. 2561 261,629.00
5 ค่าถ่ายเอกสาร ค่าจัดทำรูปเล่มรายงาน 1 ธ.ค. 2560 - 31 ก.ค. 2561 14,980.00
6 ประชาสัมพันธ์ด้านการส่งเสริมสุขภาพ 1 พ.ย. 2560 - 30 เม.ย. 2561 30,600.00
7 ค่าวัสดุอุปกรณ์ วัสดุโฆษณาและเผยแพร่ วัสดุคอมพิวเตอร์ 1 พ.ย. 2560 - 31 มี.ค. 2561 74,640.00
8 ค่าปฏิบัติการนอกเวลา 1 ม.ค. 2561 - 31 ม.ค. 2561 600.00
รวมเป็นเงิน 750,000.00
งบประมาณ : 750,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 31 ก.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1 เกิดระบบส่งเสริมสุขภาพการดูแลผู้สูงอายุระยะยาวในพื้นที่เฉพาะ 2 เกิดการบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผู้สูงอายุ ครอบครัว ในการดูแลผู้สูงอายุ 3 เกิดการมีส่วนร่วมและเพิ่มคุณค่าของผู้สูงอายุและสนับสนุนการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นางศรีวรรณ ทาวงศ์มา ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 2. นางสาวสิริภา ภาคนะภา ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข 3. นางนงเยาว์ เอี่ยมสอาด ตำแหน่ง เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน 4. นางสาวปิยะนุช ฤทธิ์ชารี ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข 5. นางสาวอังสินีย์ สุพรม ตำแหน่ง นักวิชาการเผยแพร่

ผู้เสนอโครงการ : นางสาวสิริภา ภาคนะภา

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางศรีวรรณ ทาวงศ์มา

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางสมควร ใจกระจ่าง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธ์ุ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ
ลำดับที่ : 5

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาและขับเคลื่อนหน่วยงาน

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 21. คะแนนการประเมินระดับคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน ตามระบบ ITA โดย ปปท.

cluster : กรมอนามัย

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (78)25.5 การบริหารจัดการหน่วยงาน

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : : ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ เป็นหน่วยงานวิชาการของ กรมอนามัย มีบทบาทเพื่อมุ่งสู่การเป็น “องค์กรนำด้านสารสนเทศและการเรียนรู้ ด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม กลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ” ซึ่งต้องดำเนินงานเพื่อตอบสนอง และให้มีความสอดคล้องต่อภารกิจ จึงต้องมีการบริหารจัดการภายใน เพื่อให้หน่วยงานสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้จัดทำโครงการบริหารจัดการหน่วยงาน นี้ขึ้น เพื่อบริหารจัดการภายในหน่วยงาน และสนับสนุนการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพ

วัตถุประสงค์ : เพื่อบริหารจัดการภายในหน่วยงาน และสนับสนุนการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. การบริหารจัดการภายในหน่วยงาน 1 หน่วยงาน 2. เชิงเวลา : ร้อยละความสำเร็จในการดำเนินงานเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนด ร้อยละ 80

วิธีการดำเนินงาน : 1. ประมาณการและสำรวจความต้องการวัสดุของหน่วยงาน 2. ตรวจสอบครุภัณฑ์ วัสดุคงเหลือของหน่วยงาน 3. จัดทำแผนการจัดหาครุภัณฑ์ วัสดุ ค่าสาธารณูปโภค ค่าจ้างเหมาบริการ ค่าประกันสังคม ค่าตอบแทน และค่าใช้สอย 4. เบิกจ่ายตามแผนที่กำหนด

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ค่าใช่จ่ายพื้นฐานในหน่วยงาน 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 1,000,000.00
รวมเป็นเงิน 1,000,000.00
งบประมาณ : 1,000,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ มีการบริหารจัดการภายในหน่วยงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางนงเยาว์ เอี่ยมสอาด ตำแหน่ง เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน

ผู้เสนอโครงการ : นางนงเยาว์ เอี่ยมสอาด ตำแหน่ง เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางเสาวลักษณ์ ดวงคำ ตำแหน่ง เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน หัวหน้าฝ่ายอำนวยการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางสมควร ใจกระจ่าง ตำแหน่ง ผู้อำนวยการศูนย์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธ์ุ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ
ลำดับที่ : 6

ชื่อโครงการ : พัฒนาการจัดการสิ่งปฏิกูลเพื่อลดการปนเปื้อนสู่แหล่งน้ำ

ยุทธศาสตร์ : 2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 15. ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างน้อยตำบลละ 1 ชุมชน

cluster : กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (61)21.1 ประเมินสถานการณ์และพัฒนาระบบฐานข้อมูลการจัดการสิ่งปฏิกูล

แผนจัดสรรงบประมาณ :   4. แผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ

หลักการและเหตุผล : ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ชายขอบและแรงงานข้ามชาติ มีบทบาทในการส่งเสริมสุขภาพและพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมกลุ่มชาติพันธุ์ คนชายขอบและแรงงานข้ามชาติ ในการดำเนินงานพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนที่มีกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งอาศัยอยู่บนพื้นที่สูง พื้นที่ชายขอบ และในถิ่นทุรกันดารได้มีการประเมินสถานการณ์ด้านการมีและใช้ส้วมมาเป็นระยะ พบว่าชุมชนบนพื้นที่สูงมีส้วมเพิ่มมากขึ้น แต่ก็ยังไม่ครอบคลุม จากการสำรวจในชุมชนพื้นที่สูงใน ๒๐ จังหวัด ในปี ๒๕๓๙ พบว่าครัวเรือนมีและใช้ส้วมถูกสุขลักษณะร้อยละ ๖๒.๙ ปี ๒๕๔๔ ร้อยละ ๖๗.๐ ปี ๒๕๕๖ ร้อยละ ๘๙.๕ ในปี ๒๕๕๗ ได้มีการประเมินสถานการณ์การมีและใช้ส้วมในหมู่บ้านพื้นที่เพื่อความมั่นคงตามแนวชายแดนซึ่งมีจำนวน ๔๓ หมู่บ้านในอำเภอเชียงดาว อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอปาย อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน พบว่ามีส้วมใช้ร้อยละ ๙๔.๒๘ ในปี ๒๕๕๘ ได้มีการประเมินสถานการณ์การมีและใช้ส้วมในพื้นที่แผนงานพัฒนาเด็กและเยาวชน อันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ใน ๔ จังหวัดได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน น่าน และตาก สำรวจจำนวน ๑,๒๖๗ ครัวเรือนพบว่ามีส้วมใช้ร้อยละ ๕๑.๖๓ จะเห็นได้ว่าระยะเวลา ๒๐ ปีที่ผ่านมาการมีและใช้ส้วมของชุมชนบนพื้นที่สูง มีเพิ่มขึ้นแต่ก็ยังไม่ครอบคลุมโดยเฉพาะในพื้นที่ตามถิ่นทุรกันดาร การส่งเสริมให้ประชาชนมีและใช้ส้วม เป็นงานบริการสาธารณสุขพื้นฐาน (Basic Health Service) และการจัดการสิ่งปฏิกูลอย่างถูกหลักสุขาภิบาล มีความจำเป็นต้องเร่งรัดการพัฒนาแนวทางการดำเนินงาน เพื่อให้กลุ่มชาติพันธุ์ ในถิ่นทุรกันดารได้มีส้วมใช้อย่างครอบคลุม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีการจัดการสิ่งปฏิกูลอย่างเหมาะสมเพื่อลดการปนเปื้อนลงสู่แหล่งน้ำ จากเหตุผลดังกล่าวข้างต้น จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาการจัดการสิ่งปฏิกูลในพื้นที่สูง ซึ่งเป็นถิ่นทุรกันดาร เพื่อลดการปนเปื้อนสู่แหล่งน้ำทั้งบนพื้นที่สูง และส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นราบ

วัตถุประสงค์ : 1. ศึกษาข้อมูลการจัดการสิ่งปฏิกูลของชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่โครงการรักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของแผ่นดินจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดน่าน 2.เพื่อส่งเสริมให้ชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีการจัดการสิ่งปฏิกูลอย่างเหมาะสมเพื่อลดการปนเปื้อนของแหล่งน้ำ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. ข้อมูลการจัดการสิ่งปฏิกูลของชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 2 ลุ่มน้ำ 2. เชิงปริมาณ : ชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีศักยภาพในการจัดการสิ่งปฏิกูลอย่างเหมาะสม 1 ชุมชน 3. เชิงคุณภาพ : ร้อยละ 80 เครือข่ายมีความพึงพอใจในกิจกรรม 4. เชิงเวลา : ร้อยละ 80 ของการดำเนินงานได้ตามระยะเวลา

วิธีการดำเนินงาน : 1. ประสานการดำเนินงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 2. ศึกษาสถานการณ์การมีและใช้ส้วม และการจัดการสิ่งปฏิกูล ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 3. จัดทำฐานข้อมูลการจัดการสิ่งปฏิกูล 4. นำเสนอข้อมูลแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพัฒนาแนวทางการดำเนินงานต่อไป สื่อสารและประชาสัมพันธ์ไปยังกลุ่มเป้าหมาย

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ประสานการดำเนินงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ศึกษาข้อมูลการจัดการสิ่งปฏิกูล และพัฒนาแนวทางการจัดการสิ่งปฏิกูล 1 พ.ย. 2560 - 30 พ.ย. 2560 9,880.00
2 การประชุมพัฒนาศักยภาพ/การศึกษาข้อมูลการจัดการสิ่งปฏิกูล และพัฒนาแนวทางการจัดการสิ่งปฏิกูล (สนับสนุนพื้นที่) 1 ม.ค. 2561 - 31 ม.ค. 2561 19,320.00
3 การติดตามการดำเนินงาน 1 พ.ค. 2561 - 31 พ.ค. 2561 12,840.00
4 การประชุมสรุปผลการดำเนินงาน 1 ก.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561 20,120.00
5 จัดทำสื่่อประชาสัมพันธ์ (หนังสือ) 1 ม.ค. 2561 - 31 ม.ค. 2561 30,000.00
6 จัดซื้อจัดจ้างเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานโครงการและหน่วยงาน 1 พ.ย. 2560 - 30 พ.ย. 2560 10,900.00
7 จัดทำกระเป๋าเอกสารสำหรับการประชุม 1 พ.ย. 2560 - 30 พ.ย. 2560 10,000.00
8 ค่าถ่ายเอกสาร/เข้าเล่ม 1 ก.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561 940.00
9 ค่าใช้จ่ายในการพัฒนาศักยภาพบุคลากร 1 เม.ย. 2561 - 30 ก.ย. 2561 36,000.00
รวมเป็นเงิน 150,000.00
งบประมาณ : 150,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 พ.ย. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : ชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีฐานข้อมูลการจัดการสิ่งปฏิกูล เพื่อมีการควบคุมกำกับ จะส่งผลให้ลดการปนเปื้อนลงสู่แหล่งน้ำ

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นางอโณทัย พรมชัย ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 2. นาวสาวพัฒนา สมาธิ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข 3. นางนงเยาว์ เอี่ยมสอาด ตำแหน่ง เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน 4. น.ส.อังสินีย์ สุพรม ตำแหน่ง นักวิชาการเผยแพร่

ผู้เสนอโครงการ : นางอโณทัย พรมชัย ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางศรีวรรณ ทาวงศ์มา นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางสมควร ใจกระจ่าง ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธ์ุ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ
ลำดับที่ : 7

ชื่อโครงการ : เรื่องเล่า เร้าพลัง (LIKE Talk ) ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบและแรงงานข้ามชาติ

ยุทธศาสตร์ : 3. อภิบาลระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 18. ร้อยละความพึงพอใจของภาคีเครือข่ายภาครัฐที่นำสินค้าและบริการ (Product Champion) ของกรมอนามัยไปใช้

cluster : กลุ่ม KISS

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (73)24.3 การสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพและพัฒนาระบบการสื่อสาร

แผนจัดสรรงบประมาณ :   2. แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

หลักการและเหตุผล : เรื่องเล่าเร้าพลัง เป็นหนึ่งในเครื่องมืออันทรงพลังของการจัดการความรู้ เป็นการสกัดเอาความรู้ในตัว ออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาคน พัฒนางาน พัฒนาองค์กรและสังคม ในมิติการแก้ปัญหาและการพัฒนาต่อยอด ที่ครอบคลุมถึงความรู้ที่เปิดเผย (Explicit Knowledge) และความรู้ที่ฝังลึกในตัวคน(Tacit Knowledge) ซึ่งความรู้ประเภทฝังลึกในตัวคน (Tacit Knowledge) ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นความรู้ เป็นเคล็ดวิชา ภูมิปัญญา หรือเทคนิคที่เกิดจากการ ทำจริง เรียนรู้จริง จนก่อให้เกิดปัญญา หรือปัญญาจากการปฏิบัติของแต่ละบุคคล อันสะท้อนให้เห็นมิติความรู้ที่ฝังลึกในแต่ละคนใน 3 สถานะคือความรู้ที่ฝังลึกในสมอง (Head) ความรู้ที่ฝังลึกจากการปฏิบัติ (Hand) และความรู้ที่ฝังรากลึกในจิตใจ (Heart) กรมอนามัย ได้นำเรื่องเล่าเร้าพลังมาเป็นวิธีการพัฒนาคน เพื่อนำเสนอสิ่งที่ได้ดำเนินงาน สำหรับนักวิชาการทุกสาขา ภายใต้กิจกรรม “LIKE Talk”ก่อให้เกิดการพัฒนาคน พัฒนางาน และสร้างความตื่นตัวให้กับบุคลากร อีกทั้งยังเป็นเวทีในการนำเสนอความรู้ ความสามารถ และการถ่ายทอดแนวทางปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ซึ่งหมายถึงวิธีปฏิบัติ หรือขั้นตอนการปฏิบัติงาน ที่ทำให้องค์กรประสบความสำเร็จหรือนำไปสู่ความเป็นเลิศตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบและแรงงานข้ามชาติ เป็นหน่วยงานสังกัดกรมอนามัย จึงจัดให้มีการจัดการความความรู้ของหน่วยงาน เช่นการจัดกิจกรรมเรื่องเล่า เร้าพลัง (LIKE Talk ) หรือกิจกรรมการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้วยวิธีต่างๆ เพื่อเป็นการถ่ายทอดประสบการณ์ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ อันเป็นการเสริมการปฏิรูปหน่วยงานสู่องค์กรที่สมรรถนะสูง และเป็นการเตรียมการก้าวสู่ยุค ไทยแลนด์ 4.0

วัตถุประสงค์ : 1. พัฒนาระบบจัดการความรู้ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างนวัตกรรมส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม 2. เพื่อกระตุ้นให้บุคลากรในหน่วยงาน ได้แสดงออกซึ่งความรู้ ความสามารถ และการถ่ายทอด Best Practice ในรูปแบบการนำเสนอ “เรื่องเล่า เร้าพลัง”

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. ผลงานวิชาการที่เข้าร่วมโครงการ 2 เรื่อง 2. องค์ความรู้สำคัญ(Critical knowledge) ด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม 2 เรื่อง 3. เชิงปริมาณ องค์ความรู้สำคัญ ภายในหน่วยงาน (Critical knowledge) 2 เรื่อง 3.1 ความรู้เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของนักวิชาการ 3 เรื่อง 3.2 ความรู้เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของผู้ปฏิบัติงานสนับสนุน 3 เรื่อง 4 . จำนวนเรื่องเล่าฯ ที่ส่งเข้าประกวด 2 เรื่อง 5. เชิงคุณภาพ : ผู้เข้าร่วมกิจกรรม(เจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ) มีความพึงพอใจระดับมากขึ้นไปร้อยละ 80 6. เชิงเวลา : ดำเนินการแล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนดร้อยละ 80

วิธีการดำเนินงาน : 1. กิจกรรมเรื่องเล่า เร้าพลัง (LIKE Talk ) 1.1 วางแผน และกำหนดประเด็น เพื่อคัดเลือกผลงานทางวิชาการ เพื่อเข้าสู่กิจกรรม เรื่องเล่า เร้าพลัง (LIKE Talk ) 1.2 จัดกิจกรรมประกวดเรื่องเล่า เร้าพลัง (LIKE Talk ) ในหน่วยงาน 1.3 คัดเลือกผลงาน เข้าร่วมกิจกรรมประกวดเรื่องเล่า เร้าพลัง (LIKE Talk Award) ของกรมอนามัย 2. กิจกรรมการจัดการความรู้ 2.1 กำหนดองค์ความรู้สำคัญ (Critical knowledge) 2.2 การสร้างและแสวงหาความรู้ 2.3 รวบรวมและจัดการความรู้ให้เป็นระบบ(knowledge Organization) 2.4 การประมวลและกลั่นกรองความรู้ 2.5 การเข้าถึงความรู้ 2.6 ถ่ายทอด/แลกเปลี่ยน 2.7 นำไปใช้ประโยชน์ 3. วิเคราะห์ ประเมินผลและปรับการดำเนินงานกิจกรรม รายไตรมาส 4. สรุปและรายงานผลการดำเนินโครงการฯ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 กิจกรรมประกวดเรื่องเล่า เร้าพลัง (LIKE Talk ) ในหน่วยงาน 1 ธ.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 6,110.00
2 เข้าร่วมกิจกรรมประกวดเรื่องเล่า เร้าพลัง (LIKE Talk Award)ของ กรมอนามัย 1 มี.ค. 2561 - 31 พ.ค. 2561 14,650.00
3 ประชุมถ่ายทอด/แลกเปลี่ยนองค์ความรู้สำคัญด้านการปฏิบัติงาน 1 ธ.ค. 2560 - 30 มิ.ย. 2561 19,240.00
4 จัดซื้อจัดจ้างเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานโครงการและหน่วยงาน 1 ธ.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 10,000.00
รวมเป็นเงิน 50,000.00
งบประมาณ : 50,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ธ.ค. 2560 - 30 มิ.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : บุคลากรศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบและแรงงานข้ามชาติ สามารถนำความรู้ที่ได้จากกิจกรรมเรื่องเล่า เร้าพลัง (LIKE Talk)และจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ มาใช้ในการพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรได้อย่างเหมาะสม

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นายวันเฉลิม ฤทธิมนต์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ นางสาวอังสินีย์ สุพรม ตำแหน่ง นักวิชาการเผยแพร่ นางนงเยาว์ เอี่ยมสอาด ตำแหน่ง เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน

ผู้เสนอโครงการ : นายวันเฉลิม ฤทธิมนต์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางรุ่งรัศมี ศรีวงศ์พันธ์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ หัวหน้าฝ่ายสารสนเทศและการจัดการความรู้

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางสมควร ใจกระจ่าง ตำแหน่ง ผู้อำนวยการศูนย์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธ์ุ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ
ลำดับที่ : 8

ชื่อโครงการ : โครงการน้ำบริโภคปลอดภัยและสุขอนามัยของประชาชน

ยุทธศาสตร์ : 2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 15. ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างน้อยตำบลละ 1 ชุมชน

cluster : กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (60)20.2 ผลักดันให้เกิดการพัฒนารูปแบบการจัดการน้ำบริโภค

แผนจัดสรรงบประมาณ :   4. แผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ

หลักการและเหตุผล : ประชาชนในกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ ถูกคุกคามและมีความเสี่ยงจากการดื่มน้ำ ที่ไม่สะอาดขาดระบบการบริหารจัดการที่ดี ขาดการฝ้าระวัง สภาพภูมิศาสตร์ วิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป มีการทำการเกษตรบนพื้นที่สูง ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำ ทำให้ประชาชนในชุมชนพื้นที่สูงมีความเสี่ยงต่อการได้รับสารมลพิษทางน้ำที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ ข้อมูลกระทรวงสาธารณสุข ปี 2558 พบว่า น้ำดื่มในประเทศไทยผ่านเกณฑ์มาตรฐานเพียงร้อยละ 33 องค์การอนามัยโลก เผยขณะนี้ประชากรโลกเสียชีวิตจากการดื่มน้ำ ไม่สะอาด ปีละ 5 แสนคน ส่วนไทยพบป่วย ปีละ 1 ล้านกว่าคน สำนักระบาดวิทยารายงานในปี 2557 พบผู้ป่วยโรคอุจาระร่วง โรคบิด ซึ่งเกิดจากการดื่มน้ำไม่สะอาดทั่วประเทศ 1 ล้านกว่าคน เสียชีวิต 8 คน ในรอบ 2 เดือน มีการเจ็บป่วยเกือบ 2 แสนคน ในปี 2552 ศูนย์ฯ ได้สำรวจข้อมูลการมีและใช้น้ำจำนวน 5,419 ครัวเรือน พบว่า ประชาชนชาวไทยภูเขา ดื่มน้ำจากน้ำประปาภูเขา ร้อยละ 92.40 โดยต่อระบบท่อส่งผ่านไปยังชุมชน โดยไม่มีการปรับปรุงคุณภาพน้ำดื่ม ผลการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำประปาภูเขา ในปี 2554 - 2558 พบว่า ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานน้ำประปาดื่มได้ทางชีวภาพ โดยตรวจวิเคราะห์จากโคลิฟอร์มแบคทีเรียและฟีคัลโคลิฟอร์ม ร้อยละ 100 พบเชื้อโคลิฟอร์มมากกว่า 1,600 เอ็มพีเอ็น/100 มิลลิลิตร ผลการตรวจวิเคราะห์การปนเปื้อนสารเคมีทางการเกษตรในน้ำดื่ม ปี 2559 ในพื้นที่ลุ่มน้ำปิงน้อย อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ และลุ่มน้ำคำ จังหวัดเชียงราย พบว่า มีการปนเปื้อนสารเคมีตั้งแต่ 2 – 10 ชนิด สารเคมี ทางการเกษตรที่พบในปริมาณที่สูงสุด คือ dettamethrin ในจำนวน 708.41 ไมโครกรัม/ลิตร ส่วนสารเคมี ที่พบเกือบทุกแหล่งน้ำ คือ chlorpyrifos คิดเป็นร้อยละ 68.8 และจากการดำเนินงานของศูนย์ที่ผ่านมา จากการดำเนินงานผ่านมา ประกอบกับประเทศไทยได้มีแผนยุทธศาสตร์บูรณาการจัดการ น้ำใน 25 ลุ่มน้ำ เน้นการเฝ้าระวังน้ำบริโภค พัฒนาศักยภาพของผู้ดูแลระบบประปา ครู เจ้าหน้าที่สาธารณสุข แกนนำชุมชน และพัฒนาต้นแบบการจัดการน้ำบริโภคที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่ต้องมีการดำเนินการโครงการดังกล่าวข้างต้น

วัตถุประสงค์ : เพื่อผลักดันให้เกิดการพัฒนารูปแบบการจัดการน้ำบริโภคขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชน ในพื้นที่โครงการรักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของแผ่นดิน ลุ่มน้ำน่าน จังหวัดน่าน

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
รูปแบบการจัดการน้ำบริโภคปลอดภัย 1 ลุ่มน้ำ

วิธีการดำเนินงาน : 1. ประสานการดำเนินงานกับภาคีเครือข่ายลุ่มน้ำน่าน 2. ศึกษาข้อมูล สถานการณ์โภคในพื้นที่ลุ่มน้ำน่าน ร่วมกับภาคีเครือข่าย 3. พัฒนารูปแบบ การจัดการน้ำบริโภคร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชนในพื้นที่โครงการรักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของแผ่นดิน ลุ่มน้ำน่าน จังหวัดน่าน 4. ติดตามการพัฒนาการจัดการน้ำบริโภค เพื่อหาแนวทางการพัฒนาต่อยอด 5. สรุปผลการดำเนินงาน จัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ผลักดันข้อมูลสู่ระดับกรม

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ประสานงาน ศึกษาข้อมูล สถานการณ์น้ำบริโภค 1 พ.ย. 2560 - 30 พ.ย. 2560 9,820.00
2 ประชุมพัฒนาศักยภาพเครือข่ายพัฒนารูปแบบการจัดการน้ำบริโภคในพืื้นที่โครงการรักษ์น้ำ 1 ธ.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 21,680.00
3 การประชุมสรุปผลการดำเนินงาน 1 มิ.ย. 2561 - 30 มิ.ย. 2561 11,500.00
4 ติดตามผลการดำเนินงาน 1 ก.พ. 2561 - 28 ก.พ. 2561 7,000.00
5 พัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อสนับสนุนโครงการและหน่วยงาน 1 พ.ย. 2560 - 31 ก.ค. 2562 50,000.00
รวมเป็นเงิน 100,000.00
งบประมาณ : 100,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 พ.ย. 2560 - 31 ก.ค. 2562
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : ประชาชนได้รับการจัดการน้ำบริโภคปลอดภัย ภาคีเครือข่ายมีรูปแบบการจัดการน้ำบริโภคที่เหมาะสมกับพื้นที่

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นางอโณทัย พรมชัย ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 2. นางสาวพัฒนา สมาธิ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข

ผู้เสนอโครงการ : นางอโณทัย พรมชัย ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางศรีวรรณ ทาวงศ์มา นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางสมควร ใจกระจ่าง ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธ์ุ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ
ลำดับที่ : 9

ชื่อโครงการ : โครงการส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชน ในถิ่นทุรกันดาร (กพด.) อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่

ยุทธศาสตร์ : 1.2 ส่งเสริมเด็กวัยเรียนให้แข็งแรงและฉลาด

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 5. ร้อยละของเด็กวัยเรียน (6-14 ปี) สูงดีสมส่วน ฟันไม่ผุ (caries free) และเด็กอายุ 12 ปี มีส่วนสูงเฉลี่ยตามเกณฑ์

cluster : กลุ่มวัยเรียน

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (66)23.1 ส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร (กพด.) ตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

แผนจัดสรรงบประมาณ :   7. แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาด้านสาธารณสุขและสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก

หลักการและเหตุผล : เด็กวัยเรียนกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง ในพื้นที่ดำเนินงานตามแผนพัฒนาเด็กและเยาวชน ในถิ่นทุรกันดาร อันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญของกรมอนามัยในการดำเนินงานเพื่อพัฒนาและสร้างเด็กไทยสูงดีสมส่วนและพัฒนาการสมวัย เนื่องจากมีภาวะการเจริญเติบโตที่ยังน่าเป็นห่วง จากการสำรวจข้อมูลสุขภาวะเด็กและเยาวชนชาวไทยภูเขาใน ถิ่นทุรกันดาร ปี 2558 ของศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ พบว่าเด็กอายุ 0 – 5 ปี มีปัญหาด้านโภชนาการ มีส่วนสูงตามเกณฑ์ ร้อยละ 46.50 น้ำหนักตามเกณฑ์อายุ ร้อยละ 58.40 น้ำหนักตามเกณฑ์ส่วนสูง มีรูปร่างสมส่วน ร้อยละ 79.80 สอดคล้องกับข้อมูล จากการดำเนินการพัฒนาศักยภาพด้านการประเมินผล ติดตาม และพัฒนาการด้านการเจริญเติบโตเด็กวัยเรียน และเสริมสร้างศักยภาพครูในการพัฒนาสุขภาพเด็กและเยาวชน ในศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” (ศศช.) ใน 20 ศศช. ตำบล นาเกียน อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 จากการดำเนินงาน พบว่ามีเด็กที่มีส่วนสูงดีสมส่วน (เด็กที่มีความยาวหรือส่วนสูงอยู่ในระดับสูงตามเกณฑ์ขึ้นไปและมีน้ำหนักอยู่ในระดับสมส่วน ในคนเดียวกัน) ร้อยละ 47.53 ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายของกระทรวงสาธารณสุข และยังมีเด็กที่มีปัญหาด้านโภชนาการ กล่าวคือ มีส่วนสูงตามเกณฑ์ ร้อยละ 52.46 และเตี้ย ร้อยละ 31.16 จากการวิเคราะห์ถึงการดำเนินการแก้ไขปัญหาพบว่าจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเหมาะสม และพัฒนารูปแบบและแนวทางที่จำเป็นในการส่งเสริมเด็กวัยเรียน ร่วมกันทั้งภาคีเครือข่ายและชุมชน เพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์การส่งเสริมสุขภาพขององค์การอนามัยโลกสอดคล้องกับเป้าประสงค์เด็กวัยเรียนแข็งแรงและฉลาด การพัฒนาเด็กและเยาวชน ตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นการดำเนินงานโดยใช้ฐานของโรงเรียนหรือสถานศึกษาเป็นฐานของการพัฒนา เนื่องจากทรงเห็นว่าโรงเรียนหรือสถานศึกษา เป็นสถานที่ที่รวมเด็กในวัยเรียนของชุมชน ทำให้เข้าถึงได้ง่ายและครอบคลุมได้ทั้งหมด ง่ายต่อการดำเนินงาน เป็นสถานที่ที่มีผู้ที่มีความรู้ คือครู เป็นแกนนำสำคัญในการถ่ายทอดให้เด็กได้พัฒนาความรู้และทักษะต่างๆ และโรงเรียนหรือสถานศึกษา ยังเป็นสถานที่ที่คนในชุมชนเข้าถึงได้ง่าย ในปีงบประมาณ 2560 ที่ผ่านมา ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ ได้ใช้ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” (ศศช.) ในสังกัดศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 20 แห่ง เป็นฐานในการพัฒนาศักยภาพของครูนิเทศ ครูอาสาสมัคร และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง ของตำบลนาเกียน ซึ่งเป็น 1 ใน 6 ตำบลของอำเภออมก๋อย เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านการประเมินผล ติดตาม และพัฒนาการด้านการเจริญเติบโตเด็กวัยเรียน และเสริมสร้างศักยภาพ ของครู และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาสุขภาพเด็กและเยาวชน จากการดำเนินงาน พบว่าควรมีการพัฒนาเป็นรูปแบบการส่งเสริมภาวะโภชนาการและสุขอนามัย รวมถึงพัฒนานวัตกรรมเพื่อประเมินพัฒนาการเด็กอายุ 0-5 ปี กลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง ใน 2 ด้าน ได้แก่ด้านการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กและสติปัญญา (Fine Motor , FM) และด้านการเข้าใจภาษา (Receptive Language , RL) ที่ได้พัฒนาขึ้นในปีงบประมาณ 2560 เนื่องจากพบว่าพัฒนานวัตกรรมดังกล่าว พบว่ายังต้องพัฒนาทางวิชาการ ในประเด็นความครอบคลุมของ การตรวจประเมินพัฒนาการเพิ่มอีก 3 ด้าน ได้แก่ ด้านการเคลื่อนไหว (Gross Moter,GM), ด้านการใช้ภาษา(Expressive Language,EL),ด้านการช่วยเหลือตัวเองและสังคม( Personal and Social,PS) และประเมินประสิทธิผลและประสิทธิภาพของนวัตกรรมดังกล่าว ด้วยเหตุนี้ ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ จึงสนใจพัฒนารูปแบบการส่งเสริมภาวะโภชนาการและสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชน ในถิ่นทุรกันดาร (กพด.) และพัฒนานวัตกรรมเครื่องมือประเมินพัฒนาการเด็ก 0-5 ปี กลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง ชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยง ขึ้น เพื่อให้สามารถใช้ในการเฝ้าระวังและประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัยได้อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ เพื่อนำไปใช้เป็นต้นแบบในการพัฒนาส่งเสริมสุขภาพในถิ่นทุรกันดารต่อไป

วัตถุประสงค์ : 1. ประเมินองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับภาวะโภชนาการและสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชน 2. พัฒนารูปแบบกิจกรรมส่งเสริมภาวะโภชนาการและสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชน 3. พัฒนานวัตกรรมประเมินพัฒนาการเด็ก0-5ปี กลุ่มชาติพันธุ์ บนพื้นที่สูง ชาวไทยภูเขา เผ่ากะเหรี่ยง 5 ด้าน 4. ประเมินประสิทธิผล และประสิทธิภาพ ของนวัตกรรมเครื่องมือการประเมินพัฒนาการเด็ก 0-5 ปี กลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง ชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยง

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. รูปแบบการส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชน 1 รูปแบบ 2. มีกิจกรรมส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชน 3/20 กิจกรรม/ศศช. 3. จำนวนเด็กและเยาวชน มีภาวะโภชนาการและสุขภาพอนามัย เพิ่มขึ้น 20 ศศช. 4. เชิงคุณภาพ : ความพึงพอใจต่อการมีส่วนร่วมในการพัฒนารูปแบบการส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชน ของกลุ่มเป้าหมาย ระดับมากขึ้นไปร้อยละ 80 5. เชิงเวลา : ร้อยละความสำเร็จในการดำเนินงานเสร็จ ตามระยะเวลาที่กำหนดร้อยละ 80 6. นวัตกรรมการประเมินพัฒนาการเด็ก 0-5ปี กลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง ชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยง 1 ชุด 7. คู่มือการใช้นวัตกรรมการประเมินพัฒนาการเด็ก 0-5ปี กลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง ชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยง 1 ชุด 8. มีนวัตกรรมการประเมินพัฒนาการเด็ก 0-5ปี กลุ่มชาติพันธุ์ บนพื้นที่สูง ชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยง 1 ชุด 9. ประสิทธิผล ของนวัตกรรมการประเมินพัฒนาการเด็ก0-5ปี กลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง ชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยง ร้อยละ 80 10. ประสิทธิภาพ ของนวัตกรรมการประเมินพัฒนาการเด็ก0-5ปี กลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง ชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยง ร้อยละ 80 11. ความพึงพอใจ/ไม่พึงพอใจของผู้ใช้นวัตกรรมการประเมินพัฒนาการเด็ก0-5ปี กลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง ชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยง ร้อยละ 80

วิธีการดำเนินงาน : 1. กิจกรรมส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชน ในถิ่นทุรกันดาร (กพด.) 1.1 วิเคราะห์องค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชน ใน 20 ศศช.ของตำบลนาเกียน มีขั้นตอนดังนี้ 1) เก็บรวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพด้านโภชนาการและสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชน ตามเป้าหมายการพัฒนาตามแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ฉบับที่ 5 พ.ศ. 2560 – 2569 เป้าหมายที่ 1 เสริมสร้างสุขภาพของเด็กตั้งแต่ในครรภ์มารดา และวิเคราะห์ปัจจัยที่เอื้อ/สนับสนุน หรือขัดขวางการส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามกลยุทธ์การส่งเสริมสุขภาพ (PIRAB) 2) สังเคราะห์ข้อมูล เพื่อจำแนกเด็ก ออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 2.1 กลุ่มเด็กปกติ 2.2 กลุ่มเสี่ยง 2.3 กลุ่มเสี่ยงสูงและป่วย นำเข้าข้อมูลในการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนารูปแบบการส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชน ให้คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสุขภาพระดับอำเภอ (District Health Board : DHB) และหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง วางแผนส่งเสริมภาวะโภชนาการและสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชน 1.2 พัฒนารูปแบบกิจกรรมการส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยเด็กและเด็ก แบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นที่ 1 ออกแบบเพื่อสร้างรูปแบบกิจกรรม 1) รวบรวมข้อมูลจากการสังเคราะห์ในข้อ 7.1 และการวิเคราะห์เอกสารที่เกี่ยวข้อง (Review Literature) 2) สนับสนุน (advocate) และร่วมกับหน่วยงานเครือข่ายในพื้นที่ ออกแบบกิจกรรมการส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชน 3) ร่วมกันจัดทำรูปแบบกิจกรรมการส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชน ขั้นที่ 2 การพัฒนารูปแบบกิจกรรมการส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชน 1) ใช้เครื่องมือคือรูปแบบกิจกรรมการส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชน ในการดำเนินงาน 2) ประเมินผลการใช้รูปแบบกิจกรรมการส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชน ขั้นตอนที่ 3 วิเคราะห์ผลการใช้รูปแบบกิจกรรมการส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชน โดยวิธีการประเมินผลแบบการจดบันทึก การสัมภาษณ์ การสังเกต และการสนทนากลุ่มเป้าหมาย ด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) 1.3 สรุปและประเมินผลการพัฒนารูปแบบการส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชน 2 กิจกรรมพัฒนานวัตกรรมและประเมินประสิทธิผล ประสิทธิภาพของเครื่องมือประเมินพัฒนาการเด็ก อายุ 0-5 ปี กลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง ชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยง 2.1 ขั้นการสร้างและออกแบบการพัฒนานวัตกรรม 1.) ศึกษาองค์ความรู้ ที่เกี่ยวข้องกับการประเมินพัฒนาการเด็ก0-5 ปีเพิ่มเติมอีก 3 ด้าน 2.) ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็ก จากสถาบันพัฒนาอนามัยเด็กแห่งชาติ กรมอนามัย เพื่อให้ข้อเสนอแนะในการพัฒนาและปรับปรุงนวัตกรรมการประเมินพัฒนาการเด็ก0-5ปี 3.) พัฒนาออกแบบและผลิตนวัตกรรมการประเมินพัฒนาการ 4.) ทดสอบ (try Out) นวัตกรรมการประเมินพัฒนาการเด็ก0-5ปี 5.) พัฒนาและผลิตคู่มือการใช้ (Hand Book) นวัตกรรมการประเมินพัฒนาการเด็ก0-5ปี 2.2 ขั้นทดสอบประสิทธิผล และประสิทธิภาพของนวัตกรรม 1.) ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็ก จากสถาบันพัฒนาอนามัยเด็กแห่งชาติ กรมอนามัย เพื่อให้ข้อเสนอแนะในการพัฒนาและปรับปรุงนวัตกรรมการประเมินพัฒนาการเด็ก0-5ปี 2.) คัดเลือกพื้นที่ในการประเมินผลนวัตกรรม 3.) ประเมินประสิทธิผลและประสิทธิภาพของเครื่องมือ ใน 2 กลุ่ม ได้แก่ 3.1 กลุ่มเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ครูอาสาสมัคร สังกัดกศน. และครูพี่เลี้ยงประจำศูนย์พัฒนา เด็กเล็ก 3.2. กลุ่มผู้ปกครอง ที่มีบุตรอายุ0-5 ปี 2.3 ขั้นปรับปรุงนวัตกรรม 1.) พัฒนาและปรับปรุงเครื่องมือ หลังจากที่ได้มีการทดสอบประสิทธิผล และประสิทธิภาพของนวัตกรรม 2.) ส่งมอบนวัตกรรมการประเมินพัฒนาการเด็ก0-5ปี กลุ่มชาติพันธุ์ บนพื้นที่สูงชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยง แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 2.4 สรุป และรายงานผลการดำเนิน

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ประสานงานและเตรียมการดำเนินงานในแตละกิจกรรม 1 ต.ค. 2560 - 30 พ.ย. 2560 11,580.00
2 รวบรวมข้อมูล เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบทุกกลุ่มวัย ที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชน 1 พ.ย. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 45,570.00
3 ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนารูปแบบการส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชน 1 ก.พ. 2561 - 31 มี.ค. 2561 39,210.00
4 ติดตามความก้าวหน้าของการดำเนินงาน 1 เม.ย. 2561 - 30 เม.ย. 2561 8,160.00
5 ค่าวัสดุคอมพิวเตอร์ 1 พ.ย. 2560 - 30 พ.ย. 2560 10,900.00
6 พัฒนาศักยภาพบุคลากร เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานโครงการและหน่วยงาน 1 พ.ย. 2560 - 31 ก.ค. 2561 153,708.00
7 สรุปรายงานผลการดำเนินงาน ค่าถ่ายเอกสารเข้าเล่ม 1 ก.ย. 2561 - 30 ก.ย. 2561 5,000.00
8 ประสานงาน และจัดทำนวัตกรรมการประเมินพัฒนาการเด็ก0-5ปี กลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง ชาวไทยภูเขา เผ่ากะเหรี่ยง ในพื้นที่ 1 ธ.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 14,920.00
9 ทบสอบ(Try out) นวัตกรรมการประเมินพัฒนาการเด็ก 0-5ปี กลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง ชาวไทยภูเขา เผ่ากะเหรี่ยง 1 ธ.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 15,230.00
10 จัดเวทีประชุมถ่ายทอดนวัตกรรมการประเมินพัฒนาการเด็ก0-5ปี แก่ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข,ครูพี่เลี้ยงประจำศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและผู้ปกครองเด็ก 1 ม.ค. 2561 - 31 ม.ค. 2561 32,500.00
11 ประเมินประสิทธิผล และประสิทธิภาพของนวัตกรรมการประเมินพัฒนาการเด็ก0-5ปี กลุ่มชาติพันธุ์ บนพื้นที่สูง ชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยงในกลุ่มเจ้าหน้าที่สาธารณสุข,ครูพี่เลี้ยงประจำศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและผู้ปกครองเด็ก 1 เม.ย. 2561 - 31 พ.ค. 2561 43,340.00
12 ผลิตนวัตกรรมการประเมินพัฒนาการเด็ก0-5ปี กลุ่มชาติพันธุ์ บนพื้นที่สูง ชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยงในกลุ่มเจ้าหน้าที่สาธารณสุข,ครูศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและผู้ปกครองเด็ก 1 มี.ค. 2561 - 31 มี.ค. 2561 55,000.00
13 ผลิตคู่มือการใช้นวัตกรรมการประเมินพัฒนาการเด็ก0-5ปี กลุ่มชาติพันธุ์ บนพื้นที่สูง ชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยงในกลุ่มเจ้าหน้าที่สาธารณสุข,ครูศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและผู้ปกครองเด็ก 1 มี.ค. 2561 - 31 มี.ค. 2561 10,000.00
14 ประชุมสรุปผลการดำเนินงาน 1 พ.ค. 2561 - 31 พ.ค. 2561 25,160.00
15 สนับสนุนการดำเนินงานของหน่วยงาน 1 ธ.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 29,722.00
รวมเป็นเงิน 500,000.00
งบประมาณ : 500,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. วิธีการส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร (กพด.) ที่ผ่านการพัฒนารูปแบบ จนสามารถนำไปขยายผลหรือประยุกต์ใช้ ในพื้นที่ตามแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร อันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี 2. มีนวัตกรรมการประเมินพัฒนาการเด็ก0-5ปี กลุ่มชาติพันธุ์ บนพื้นที่สูงชาวไทยภูเขาผ่ากระเหรี่ยง และมีนำไปใช้ในพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นางรุ่งรัศมี ศรีวงศ์พันธ์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 2. นายวันเฉลิม ฤทธิมนต์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 3. นางสาวปวีณา ทองคำ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข 4. นางนงเยาว์ เอี่ยมสอาด ตำแหน่ง เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน

ผู้เสนอโครงการ : นายวันเฉลิม ฤทธิมนต์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางรุ่งรัศมี ศรีวงศ์พันธ์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ หัวหน้าฝ่ายสารสนเทศและการจัดการความรู้

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางสมควร ใจกระจ่าง ตำแหน่ง ผู้อำนวยการศูนย์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธ์ุ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ
ลำดับที่ : 10

ชื่อโครงการ : โครงการศึกษาสถานการณ์การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ยุทธศาสตร์ : 1.3 ส่งเสริมพฤติกรรมอนามัยการเจริญพันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับวัยรุ่น

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 7. อัตราคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15-19 ปี ต่อประชากรหญิง อายุ 15-19 ปี พันคน

cluster : กลุ่มวัยรุ่น

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (25)9.3 การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้ตราพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 โดยเหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ การตั้งครรภ์ในวัยรุ่นของประเทศมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของบุคคล ครอบครัว ชุมชน สังคม และเศรษฐกิจในภาพรวมและปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นของประเทศมีความซับซ้อนและไม่อาจแก้ไขได้ด้วยอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง โดยในมาตรา 10 กำหนดให้ราชการส่วนท้องถิ่น มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการให้วัยรุ่นในเขตราชการส่วนท้องถิ่น ได้รับสิทธิตามมาตรา 5 คือ ได้รับการรักษาความลับและความเป็นส่วนตัวได้รับการจัดสวัสดิการสังคม อย่างเสมอภาคและไม่ถูกเลือกปฏิบัติ และได้รับสิทธิอื่นใดที่เป็นไปเพื่อประโยชน์ตามพระราชบัญญัตินี้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน และเพียงพอ ประกอบกับมาตรา 22 กำหนดให้กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข รับผิดชอบงานธุรการโดยการประสาน ติดตาม สนับสนุน และจัดทำแนวทางการดำเนินงาน รวมทั้งเป็นศูนย์กลางฐานข้อมูลเกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นและดำเนินการ หรือสนับสนุนให้มีการศึกษาวิจัยในเรื่องดังกล่าวดังนั้นจึงสมควรสร้างกลไกในการดำเนินการร่วมกัน เพื่อบูรณาการให้การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นเป็นรูปธรรม มีความเป็นเอกภาพ และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ เป็นศูนย์วิชาการของกรมอนามัย มีบทบาทในการจัดการข้อมูล สารสนเทศ เพื่อเป็นองค์ความรู้ในการพัฒนางานส่งเสริมสุขภาพในแต่ละกลุ่มวัย วัยรุ่นกลุ่มชาติพันธุ์ นับเป็นกลุ่มประชากรชายขอบที่มีปัญหาการตั้งครรภ์ การคลอด และหลังคลอด จากผลการสำรวจสภาวะสุขภาพของประชากรชาวไทยภูเขาภาคเหนือตอนบน (ตัวแทนกลุ่มชาติพันธุ์) โดยศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ พ.ศ. 2556 พบว่าในกลุ่มสตรีวัยเจริญพันธุ์ยังพบปัญหาการคลอดบุตรคนแรกเมื่ออายุต่ำกว่า 20 ปี สูงถึงร้อยละ 44.2 ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับประชากรทั้งประเทศ ที่พบเพียงร้อยละ 5.1 อาจกล่าวได้ว่าอัตราการคลอดบุตรคนแรกเมื่ออายุต่ำกว่า 20 ปีในกลุ่มชาติพันธุ์ สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั้งประเทศถึง 8.6 เท่า (สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ 2556) นอกจากนี้ยังพบกลุ่มบุคคลผู้มีปัญหาสถานะและสิทธิ (People with citizenship problems) ที่กระจุกตัวอยู่ตามจังหวัดชายแดน มีปัญหาด้านสุขภาพ อีกทั้งกลุ่มคนไร้รัฐที่เป็นชาวเขา ยังมีการคลอดบุตรกับหมอตำแยพื้นบ้าน ส่งผลให้มีปัญหาในการจัดการด้านสาธารณสุขของประเทศ   จากสถานการณ์ดังกล่าว จะเห็นได้ว่าสภาวะสุขภาพของกลุ่มประชากรวัยรุ่น ยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายระดับประเทศ โดยเฉพาะปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นและปัญหาสุขภาพอื่นๆที่ทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นส่งผลกระทบตามมาหลายด้าน ประกอบกับมีปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคมเข้ามาร่วมด้วยทำให้การแก้ปัญหายุ่งยากและซับซ้อนยิ่งขึ้น ตามพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 ที่ได้กำหนดราชการส่วนท้องถิ่น มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการให้วัยรุ่น ได้รับสิทธิในการได้รับสวัสดิการสังคม อย่างเสมอภาคและไม่ถูกเลือกปฏิบัติ และได้รับสิทธิอื่นใดที่เป็นไปเพื่อประโยชน์ตามพระราชบัญญัติ นั้น เป็นสถานการณ์ใหม่ที่น่าสนใจว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พื้นที่พิเศษ เช่นพื้นที่กลุ่มชาติพันธุ์ เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ หรือพื้นที่สาธารณสุขชายแดน จะมีข้อมูล สถานการณ์ แนวทางหรือดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นอย่างไร ดังนั้น ในปีงบประมาณ 2561 ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ จึงได้ศึกษาสถานการณ์การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในกลุ่มเป้าหมายพิเศษต่างๆ เพื่อใช้ประโยชน์ในการจัดการและพัฒนา ให้สอดรับกับเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 ต่อไป

วัตถุประสงค์ : เพื่อศึกษาสถานการณ์การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 4 ภาค

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. สถานการณ์การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 1 ชุด 2. แนวทางการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 1 ชุด

วิธีการดำเนินงาน : 1. ศึกษาสถานการณ์การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น 1.1 เก็บข้อมูลเชิงลึก (In depth Interview) 1.2 ทอดแบบสอบถาม 2. วิเคราะห์ สังเคราะห์ สรุปผลการศึกษา 3. รายงานผลการศึกษา

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ศึกษาสถานการณ์และวิเคราะห์ข้อมูลสภาวะสุขภาพ 4 ภาค 1 พ.ย. 2560 - 30 เม.ย. 2561 155,560.00
2 จัดทำเอกสารรายงานผลการศึกษา 1 ก.ค. 2561 - 31 ส.ค. 2561 8,000.00
3 พัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อสนับสนุนโครงการและหน่วยงาน 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 226,440.00
4 จัดซื้อจัดจ้างเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานโครงการและหน่วยงาน 1 เม.ย. 2561 - 30 มิ.ย. 2561 10,000.00
รวมเป็นเงิน 400,000.00
งบประมาณ : 400,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : ได้ข้อมูลสถานการณ์ด้านสุขภาพและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นเพื่อใช้ประโยชน์ในการวางแผนด้านสาธารณสุข ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นายอนุชา รักสนิท ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข 2. นางสาวปวิตรา ไพทอง ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข 3. นางนงเยาว์ เอี่ยมสอาด ตำแหน่ง เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน

ผู้เสนอโครงการ : นายอนุชา รักสนิท นักวิชาการสาธารณสุข

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางรุ่งรัศมี ศรีวงศ์พันธ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางสมควร ใจกระจ่าง ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธ์ุ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ
ลำดับที่ : 11

ชื่อโครงการ : โครงการวิเคราะห์สถานการณ์สุขภาพ และอนามัยสิ่งแวดล้อม กลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง

ยุทธศาสตร์ : 1.4 ส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานที่พึงประสงค์

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 12. ร้อยละของวัยทำงานมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

cluster : กลุ่มวัยทำงาน

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (37)12.3 พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศ และแนวช่องทางสื่อสารกับประชาชนเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานที่พึงประสงค์ (Health Literacy)

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : กลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย มีประชากรจำนวน 56 กลุ่ม ประมาณ 6.1 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 9.68 ของประชากรในประเทศไทย ซึ่งกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง มีวัฒนธรรม ประเพณี และภาษาพูด เป็นของตนเอง โดยแต่ละชนเผ่าจะมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันออกไป มีรายได้จากการประกอบอาชีพเกษตรกรเป็นหลัก ส่วนสุขภาวะด้านสุขภาพหากเปรียบเทียบกับประชากรชาวพื้นราบยังมีความแตกต่างกัน ซึ่งมีสาเหตุจากปัจจัยที่หลากหลาย อาทิ การศึกษา เศรษฐกิจ สังคม และวิถีชีวิต ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ มีบทบาทในการแสวงหา วิเคราะห์ข้อมูล เพื่อจัดทำเป็นสารสนเทศ และองค์ความรู้เกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพ และอนามัยสิ่งแวดล้อม แต่เนื่องด้วยระบบข้อมูลข่าวสาร และสารสนเทศด้านสุขภาพใน กลุ่มชาติพันธุ์ ยังขาดระบบการเชื่อมโยง และแลกเปลี่ยนข้อมูลในระดับฐานข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขาดระบบการวิเคราะห์ และสังเคราะห์ข้อมูล ให้มีประสิทธิภาพและเหมาะสม พร้อมสำหรับการใช้ประโยชน์ของข้อมูล จากสถานการณ์ดังกล่าว การพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศด้านสุขภาพ เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยในการพัฒนางานสาธารณสุขทั้งในด้านการส่งเสริมสุขภาพสุขภาพ ป้องกันโรค รักษาพยาบาล และฟื้นฟูสภาพ จึงมีความสำคัญ เพื่อแสดงสถานการณ์ แนวโน้ม ที่จะช่วยในการวางแผน และตัดสินใจ ในการดำเนินงาน ด้วยเหตุผลดังกล่าว ฝ่ายสารสนเทศและจัดการความรู้ ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ จึงสนใจพัฒนาข้อมูลสารสนเทศด้านการส่งเสริมสุขภาพสุขภาพ ป้องกันโรค และอนามัยสิ่งแวดล้อม กลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง จากการเก็บรวบรวมข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ซึ่งข้อมูลที่ได้จะต้องนำมาจัดระบบสารสนเทศ (Management Information System: MIS) ให้เป็นหมวดหมู่ที่ง่าย และสะดวกต่อการนำไปใช้ในการบริหาร การควบคุม กำกับ ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงาน ตลอดจนใช้ในการตัดสินใจเชิงนโยบาย เพื่อใช้ข้อมูลมาวางแผน วิเคราะห์ เปรียบเทียบ และเชื่อมกับระบบคลังข้อมูลสุขภาพ (Health Data Center : HDC) ของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นระบบจัดการข้อมูลด้านสุขภาพ เพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะส่งผลต่อการพัฒนาสุขภาพที่ยั่งยืนต่อไป

วัตถุประสงค์ : เพื่อประเมินและวิเคราะห์สถานการณ์ด้านการส่งเสริมสุขภาพ และอนามัยสิ่งแวดล้อม กลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง ตามกลุ่มวัย

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
สถานการณ์สุขภาพ และอนามัยสิ่งแวดล้อม กลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง ตามกลุ่มวัย 1 ชุด

วิธีการดำเนินงาน : 1.ศึกษาระบบจัดการข้อมูลด้านสุขภาพของกระทรวงสาธารณสุข (คลังข้อมูลสุขภาพ (Health Data Center: HDC) และทำเนียบชุมชนบนพื้นที่สูง ประจำปี พ.ศ. 2559 ของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 2.วิเคราะห์สถานการณ์การส่งเสริมสุขภาพ และอนามัยสิ่งแวดล้อม กลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง 20 จังหวัด เปรียบเทียบกับตัวชี้วัดสำคัญด้านพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพ และอนามัยสิ่งแวดล้อม จากระบบจัดการข้อมูลด้านสุขภาพของกระทรวงสาธารณสุข (คลังข้อมูลสุขภาพ (Health Data Center: HDC)) 3.จัดการข้อมูลเป็นสารสนเทศเพื่อจัดทำเป็นรายงานสถานการณ์การส่งเสริมสุขภาพ และอนามัยสิ่งแวดล้อม กลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง ตามกลุ่มวัย 4. สรุปรายงานสถานการณ์การส่งเสริมสุขภาพ และอนามัยสิ่งแวดล้อม กลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง ตามกลุ่มวัย

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ประสานงานและเตรียมการดำเนิงาน 1 พ.ย. 2560 - 30 พ.ย. 2560 12,640.00
2 สรุปรายงานสถานการณ์และการพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกัน และอนามัยสิ่งแวดล้อม กลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง ทุกกลุ่มวัย 1 ส.ค. 2561 - 31 ส.ค. 2561 7,360.00
รวมเป็นเงิน 20,000.00
งบประมาณ : 20,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 พ.ย. 2560 - 31 ส.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย สามารถประยุกต์ใช้ข้อมูลสารสนเทศ ในการวิเคราะห์ วางแผน และเฝ้าระวังเกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพสุขภาพ และอนามัยสิ่งแวดล้อม กลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง ในการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นางสาวปวีณา ทองคำ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข 2. นายสุรสีห์ ฉันทกุล ตำแหน่ง นักวิชาการคอมพิวเตอร์

ผู้เสนอโครงการ : นางสาวปวีณา ทองคำ นักวิชาการสาธารณสุข

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางรุ่งรัศมี ศรีวงศ์พันธ์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางสมควร ใจกระจ่าง ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธ์ุ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ
ลำดับที่ : 12

ชื่อโครงการ : โครงการเพิ่มการเข้าถึงบริการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกระยะก่อนเป็นมะเร็ง ด้วยวิธีวีไอเอ และให้การรักษาด้วยวิธีจี้เย็น

ยุทธศาสตร์ : 1.4 ส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานที่พึงประสงค์

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 12. ร้อยละของวัยทำงานมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

cluster : กลุ่มวัยทำงาน

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (40)13.3 พัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่าย

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : ในปีงบประมาณ 2556 – 2560 ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ ได้ดำเนินโครงการส่งเสริมพฤติกรรมหญิงวัยเจริญพันธุ์กลุ่มชาติพันธุ์ชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและพัฒนาแนวทางตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในกลุ่มชาติพันธุ์ ในถิ่นทุรกันดาร ซึ่งประชากรเข้าถึงบริการสุขภาพในระดับต่ำและมีพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่ดีเท่าที่ควร จากการดำเนินงาน พบว่าสตรีวัยเจริญพันธุ์ชาวไทย เข้ารับบริการทั้งสิ้น 692 คน จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ 600 ราย จำแนกเป็นสตรีวัยเจริญพันธุ์อายุ 30 – 45 ปี เข้าตรวจคัดกรองด้วยวิธี VIA จำนวน 575 ราย คิดเป็นร้อยละ 83.0 ของผู้เข้ารับการตรวจคัดกรองทั้งหมด พบรอยโรคระยะก่อนเป็นมะเร็งปากมดลูก จำนวน 86 ราย และตรวจด้วยวิธี V-pap จำนวน 76 ราย ทำการจี้เย็นหลังตรวจพบรอยโรคทันที จำนวน 74 ราย ส่งต่อเนื่องจากมีรอยโรคเกิน ๗๕ % ของปากมดลูก จำนวน 12 ราย ซึ่งอัตราความผิดปกติเท่ากับ ร้อยละ 15.11 ซึ่งถือว่ายังสูงอยู่ จากการดำเนินงานดังกล่าวยังไม่สามารถดำเนินการคัดกรองฯ ได้อย่างครอบคลุม หากสตรีวัยเจริญพันธุ์ ยังไม่สามารถเข้าถึงบริการได้ จะส่งผลกระทบต่อการดูแลสุขภาพ และพฤติกรรมสุขภาพในภาพรวม ดังนั้น ในปีงบประมาณ 2561 ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ จึงได้ จัดทำโครงการเพิ่มการเข้าถึงบริการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกระยะก่อนเป็นมะเร็งด้วยวิธีวีไอเอ และ ให้การรักษาด้วยวิธีจี้เย็น อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ขึ้น เพื่อให้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง กลุ่มเป้าหมายเกิดความตระหนัก มีการป้องกัน และเฝ้าระวังตนเองจากโรคมะเร็งปากมดลูก รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบแวทางการพัฒฯเพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก

วัตถุประสงค์ : 1. เพิ่มการเข้าถึงบริการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก และรับการรักษาด้วยวิธีจี้เย็น กลุ่มสตรีวัยเจริญพันธุ์ชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยง อายุ 30 – 45 ปี 2. สรุปแนวทางการพัฒนาการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกระยะก่อนเป็นมะเร็ง ด้วยวิธีวีไอเอ และให้การรักษาด้วยวิธีจี้เย็น

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. สตรีเจริญพันธุ์ อายุ 30 – 45 ปี เข้าถึงบริการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกระยะก่อนเป็นมะเร็งด้วยวิธีวีไอเอ และให้การรักษาด้วยวิธีจี้เย็น 100 คน 2. สตรีเจริญพันธุ์ อายุ 30 – 45 ปี ได้รับบริการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ด้วยวิธีวีไอเอ 30 คน 3. สตรีเจริญพันธุ์ อายุ 30 – 45 ปี ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม 100 คน 4. เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และภาคีเครือข่าย มีส่วนร่วมในการดำเนินงาน 100 คน 5. ความพึงพอใจ/ไม่พึงพอใจ ของผู้รับบริการ ระดับมาก ขึ้นไป ร้อยละ 80 6. ความพึงพอใจ/ไม่พึงพอใจ ของหน่วยงานร่วมดำเนินงาน ระดับมาก ขึ้นไป ร้อยละ 80 7. การดำเนินงานได้ตามระยะเวลาที่กำหนด ร้อยละ 80

วิธีการดำเนินงาน : 1. ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วางแผนการดำเนินงาน กำหนดพื้นที่ดำเนินการ 2. ดำเนินกิจกรรมตามแผน - ประชุมสรุปบทเรียน และแนวทางการพัฒนาการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธีวีไอเอ - จัดกิจกรรมตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก และรักษาด้วยวิธีจี้เย็น 3. สรุปและรายงานผลการดำเนินงาน

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมสรุปบทเรียน และแนวทางการพัฒนาการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธีวีไอเอและให้บริการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในพื้นที่ 1 ม.ค. 2561 - 31 ม.ค. 2561 69,900.00
2 สรุปและรายงานผลการดำเนินงาน 1 มิ.ย. 2561 - 30 มิ.ย. 2561 10,000.00
3 สนับสนุนการดำเนินงานของหน่วยงาน 1 มี.ค. 2561 - 31 มี.ค. 2561 8,300.00
4 พัฒนาศักยภาพบุคลากร 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 61,800.00
รวมเป็นเงิน 150,000.00
งบประมาณ : 150,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : สตรีวัยเจริญพันธุ์ อายุ 30 – 45 ปี ในพื้นที่สูง ได้รับบริการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเพิ่มขึ้น และได้รับการรักษาด้วยวิธีจี้เย็น เมื่อผลตรวจผิดปกติ

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นางรุ่งรัศมี ศรีวงศ์พันธ์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 2. นายวันเฉลิม ฤทธิมนต์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 3. นางสาวปวีณา ทองคำ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข 4. นางนงเยาว์ เอี่ยมสอาด ตำแหน่ง เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน

ผู้เสนอโครงการ : นายวันเฉลิม ฤทธิมนต์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางรุ่งรัศมี ศรีวงศ์พันธ์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ หัวหน้าฝ่ายสารสนเทศและการจัดการความรู้

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางสมควร ใจกระจ่าง ตำแหน่ง ผู้อำนวยการศูนย์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธ์ุ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ
ลำดับที่ : 13

ชื่อโครงการ : โครงการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 21. คะแนนการประเมินระดับคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน ตามระบบ ITA โดย ปปท.

cluster : กรมอนามัย

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (79)25.6 การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ

แผนจัดสรรงบประมาณ :   10. แผนงานบุคลากรภาครัฐ

หลักการและเหตุผล : ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ เป็นหน่วยงานวิชาการของ กรมอนามัย มีบทบาทเพื่อมุ่งสู่การเป็น “องค์กรนำด้านสารสนเทศและการเรียนรู้ ด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม กลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ” ซึ่งต้องดำเนินงานเพื่อตอบสนอง และให้มีความสอดคล้องต่อภารกิจ จึงต้องมีการบริหารจัดการภายใน เพื่อให้หน่วยงานสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้จัดทำโครงการบริหารจัดการหน่วยงาน นี้ขึ้น เพื่อบริหารจัดการภายในหน่วยงาน และสนับสนุนการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพ

วัตถุประสงค์ : เพื่อการบริหารจัดการ ค่าใช้จ่ายตามสิทธิ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
หน่วยงานมีการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิที่มีประสิทธิภาพ 1 หน่วยงาน

วิธีการดำเนินงาน : บริหารจัดการค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ ให้แก่บุคลากรในหน่วยงาน

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 109,803.00
รวมเป็นเงิน 109,803.00
งบประมาณ : 109,803.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : บุคลากรในหน่วยงานได้รับค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางสุวิมล ข้ามสาม ตำแหน่ง เจ้าพนักงานการเงินและบัญชีชำนาญงาน

ผู้เสนอโครงการ : นางสุวิมล ข้ามสาม ตำแหน่ง เจ้าพนักงานการเงินและบัญชีชำนาญงาน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางเสาวลักษณ์ ดวงคำ ตำแหน่ง เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน หัวหน้าฝ่ายอำนวยการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางสมควร ใจกระจ่าง ตำแหน่ง ผู้อำนวยการศูนย์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................