หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 6 ชลบุรี
ลำดับที่ : 1

ชื่อโครงการ : โครงการประสานแผนงานส่งเสริมสุขภาพ ปี 2561

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กลุ่ม HR

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (77)25.4 ส่งเสริมการพัฒนาและบริหารการดำเนินงานด้วยคุณธรรมและความโปร่งใส

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : กระทรวงสาธารณสุข ได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์ด้านสาธารณสุขระยะ 20 ปี ตามนโยบายรัฐบาลที่จะนำประเทศไทยก้าวสู่ Thailand 4.0 รองรับอนาคตที่มีความเป็นสังคมเมือง สังคมผู้สูงอายุ ตั้งเป้าหมายให้ “ประชาชนสุขภาพดี เจ้าหน้าที่มีความสุข ระบบสุขภาพยั่งยืน” กรมอนามัย เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคสู่ความเป็นเลิศ ซึ่งเป็น 1 ใน 4 ยุทธศาสตร์สู่ความเป็นเลิศด้านสาธารณสุข ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ด้านสาธารณสุข และได้กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม (พ.ศ. 2560-2564) โดยกำหนดประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1 ส่งเสริมสุขภาพ 5 กลุ่มวัย คือ 1) ส่งเสริมการเกิดและเติบโตคุณภาพ 2) ส่งเสริมเด็กวัยเรียนให้แข็งแรงและฉลาด 3) ส่งเสริมพฤติกรรมอนามัยการเจริญพันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับวัยรุ่น 4) ส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานที่พึงประสงค์ 5) ส่งเสริมผู้สูงอายุไทยเพื่อเป็นหลักชัยของสังคม เพื่อให้เกิดการประสานแนวคิด เป้าหมาย และบทบาทของภาคีเครือข่ายให้เชื่อมโยงกันอย่างเป็นเหตุเป็นผล นำไปสู่การจัดทำแผนงาน/โครงการ เพื่อบรรลุเป้าหมายประชาชนทุกคนมีสุขภาพดี เจ้าหน้าที่มีความสุข ศูนย์อนามัยที่ 6 ในฐานะที่เป็นหน่วยงานสังกัดกรมอนามัย จึงจัดทำโครงการประสานแผนงานส่งเสริมสุขภาพ ปี 2561 เพื่อชี้แจงแผนงานส่งเสริมสุขภาพแก่บุคลากรสาธารณสุขในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 6 เพื่อพัฒนาและดำเนินการระบบส่งเสริมสุขภาพไปในทิศทางเดียวกัน

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อประสานแผนการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพ ปี 2561 2. เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ และการเชื่อมโยงแผนไปสู่การปฏิบัติ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. ผู้รับผิดชอบงานส่งเสริม (จังหวัดละ 10 คน/ และเจ้าหน้าที่ศูนย์ มีการประสานแผนการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพ ปี 2561 จำนวน 120 คน

วิธีการดำเนินงาน : ประชุมประสานแผนงานส่งเสริมสุขภาพ ปี 2561

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมประสานแผนงานส่งเสริมสุขภาพปี 2561 1 ต.ค. 2560 - 31 ต.ค. 2560 45,000.00
รวมเป็นเงิน 45,000.00
งบประมาณ : 45,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 31 ต.ค. 2560
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในเขตสุขภาพที่ 6 มีแนวทางการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพ ปี 2561

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางศิริพร จริยาจิรวัฒนา

ผู้เสนอโครงการ : นางศิริพร จริยาจิรวัฒนา

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางวรรณภา กางกั้น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายพนิต โล่เสถียรกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 6 ชลบุรี
ลำดับที่ : 2

ชื่อโครงการ : โครงการนิเทศงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้งานส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ปี 2561

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กลุ่ม HR

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (74)25.1 พัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : กรมอนามัยได้กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม (พ.ศ.2560-2564) เพื่อให้วิสัยทัศน์ของกรมอนามัยบรรลุผลสำเร็จ โดยมีจุดยืน (Positioning) คือส่วนกลางยกระดับเป็นองค์กรหลักของชาติ (National Lead) ด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม และส่วนภูมิภาคเป็นหน่วยงานหลักระดับพื้นที่ (Regional Lead) ทำหน้าที่ชี้เป้า เฝ้าดู รู้การเปลี่ยนแปลงของการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมในเขต ศูนย์อนามัยที่ 6 เป็นหน่วยงานสังกัดกรมอนามัย มีภารกิจด้านการส่งเสริมให้ประชาชนทุกกลุ่มวัยมีสุขภาพดี รวมถึงส่งเสริมการจัดการสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดี ปีงบประมาณ 2561 มีกลยุทธ์ขับเคลื่อนการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์กรมอนามัย ร่วมกับภาคีเครือข่ายในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 6 ศูนย์อนามัยที่ 6 จึงจัดโครงการนิเทศงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ปี 2561 ขึ้น เพื่อให้ผู้บริหารและผู้ที่เกี่ยวข้องทราบสถานการณ์และความก้าวหน้าในการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม รวมทั้งปัญหา อุปสรรคในการดำเนินงาน เพื่อนำผลการนิเทศไปปรับปรุงการทำงานและบริหารงานโครงการให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลยิ่งขึ้นต่อไป

วัตถุประสงค์ : 1. สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างเจ้าหน้าที่ทั้งส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค ทําให้เกิดความคล่องตัวในการติดต่อประสานงาน 2. เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสามารถนํามากําหนดแนวทางการพัฒนาระบบงานส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมของศูนย์ฯ ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด 3. เพื่อรวบรวมและศึกษาข้อมูลต่างๆ ซึ่งได้จากการนิเทศงาน อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาและปรับปรุงงานต่อไป

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่กรมอนามัย มีการเพิ่มขีดความสามารถในการเปลี่ยนแปลง จำนวน 100 คน 2. คณะผู้บริหารจากกรมอนามัย และเจ้าหน้าที่ศูนย์อนามัยที่ 6 มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก จำนวน 50 คน 3. เจ้าหน้าที่ศูนย์วิชาการ เขตสุขภาพที่ 6 มีการบูรณาการการขับเคลื่อนงานศูนย์วิชาการ ผ่าน พชอ. จำนวน 50 คน

วิธีการดำเนินงาน : 1.ประชุมเชิงปฏิบัติการ Empowerment for change 2.ประชุมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก 3. ประชุมเชิงปฏิบัติการบูรณาการขับเคลื่อนงานศูนย์วิชาการ ผ่าน พชอ.

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมเชิงปฏิบัติการ Empowerment for change 14 มิ.ย. 2561 - 14 มิ.ย. 2561 3,930.00
2 ประชุมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก 8 ธ.ค. 2560 - 8 ธ.ค. 2560 9,500.00
3 ประชุมเชิงปฏิบัติการบูรณาการขับเคลื่อนงานศูนย์วิชาการผ่าน ผชอ. 22 พ.ค. 2561 - 22 พ.ค. 2561 7,750.00
รวมเป็นเงิน 21,180.00
งบประมาณ : 21,180.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 8 ธ.ค. 2560 - 14 มิ.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. เจ้าหน้าที่ศูนย์อนามัยที่ 6 มีความเข้าใจ มีขวัญและกำลังใจที่จะปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ 2. เจ้าหน้าที่ศูนย์อนามัยที่ 6 ปฏิบัติงานได้ผลตามเป้าหมายและวัตถุประสงค์ที่วางไว้

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางศิริพร จริยาจิรวัฒนา

ผู้เสนอโครงการ : นางศิริพร จริยาจิรวัฒนา

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางวรรณภา กางกั้น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายพนิต โล่เสถียรกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 6 ชลบุรี
ลำดับที่ : 3

ชื่อโครงการ : โครงการเรื่องเล่าเพื่อการเรียนรู้ สู่สื่อวีดิทัศน์ ศูนย์อนามัยที่ 6

ยุทธศาสตร์ : 3. อภิบาลระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 18. ร้อยละความพึงพอใจของภาคีเครือข่ายภาครัฐที่นำสินค้าและบริการ (Product Champion) ของกรมอนามัยไปใช้

cluster : กลุ่ม KISS

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (73)24.3 การสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพและพัฒนาระบบการสื่อสาร

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : ปัจจุบันความรู้กลายเป็นสิ่งสำคัญสำหรับองค์กรมากกว่าทรัพยากรด้านอื่นๆ ความรู้กลายเป็นทรัพยากรหลักที่ใช้ในการดำเนินงาน โดยการจัดการความรู้ (KM) เป็นการรวบรวม สร้าง จัดระเบียบ แลกเปลี่ยนและประยุกต์ใช้ความรู้ในองค์กร โดยพัฒนาระบบจากข้อมูลไปสู่สารสนเทศ เพื่อให้เกิดความรู้และปัญญาในที่สุด การถอดบทเรียนเป็นวิธีการจัดการความรู้รูปแบบหนึ่งที่เน้นเสริมสร้างการเรียนรู้ในกลุ่มที่เป็นระบบเพื่อสกัดความรู้ฝังลึกในตัวคนและองค์ความรู้ของพื้นที่ออกมาเป็นบทเรียนที่สามารถนำไปสรุป และสังเคราะห์เป็น ชุดความรู้ คู่มือ สื่อ รูปแบบต่างๆ การถ่ายทอดองค์ความรู้ที่ได้จากการถอดบทเรียนถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง ที่จะสื่อสารอย่างไรให้ภาคีเครือข่ายและประชาชนทั่วไป เข้าถึง และมีความเข้าใจในองค์ความรู้ด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ศูนย์อนามัยที่ 6 เล็งเห็นความสำคัญของการใช้รูปแบบสื่อที่จะถ่ายทอดองค์ความรู้จากการ ถอดบทเรียนงานด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม จึงได้จัดทำโครงการเรื่องเล่าเพื่อการเรียนรู้ สู่สื่อวีดิทัศน์ ศูนย์อนามัยที่ 6 ขึ้น ซึ่งเป็นการผลิตสื่อในรูปแบบวีดิทัศน์ที่นำเสนอบทสรุปจากการ ถอดบทเรียนด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ประชาชนได้รับความรู้ความเข้าใจ ด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมได้อย่างสะดวกและเข้าใจง่ายขึ้น รวมถึงภาคีเครือข่ายในเขตสุขภาพที่ 6 สามารถนำความรู้จากการถอดบทเรียนในรูปแบบสื่อวีดิทัศน์นี้ไปใช้ในการการพัฒนางานได้

วัตถุประสงค์ : เพื่อสร้างการเรียนรู้จากสื่อถอดบทเรียนการส่งเสริมสุขภาพ 5 กลุ่มวัยกับภาคีเครือข่ายเขตสุขภาพที่ 6

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
วีดิทัศน์สรุปถอดบทเรียนด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม จำนวน 1 เรื่อง

วิธีการดำเนินงาน : จัดทำสื่อ วีดิทัศน์สรุปถอดบทเรียนด้านส่งเสริมสุขภาพ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดทำสื่อ วีดิทัศน์สรุปถอดบทเรียนด้านส่งเสริมสุขภาพ 1 ก.พ. 2561 - 31 พ.ค. 2561 12,190.00
รวมเป็นเงิน 12,190.00
งบประมาณ : 12,190.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ก.พ. 2561 - 31 พ.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. ภาคีเครือข่ายในเขตสุขภาพที่ 6 สามารถนำความรู้จากการถอดบทเรียนในรูปแบบสื่อวีดิทัศน์ไปใช้ในการพัฒนางานได้ 2. ประชาชนได้รับความรู้ และมีความเข้าใจงานส่งเสริมสุขภาพมากขึ้น

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางสาวดลนภัส ทองนพคุณ นายวีระพงษ์ ก๋องบุญ นายธนาพล กิตติสิทธิโชค

ผู้เสนอโครงการ : นางสาวดลนภัส ทองนพคุณ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางวรรณภา กางกั้น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายพนิต โล่เสถียรกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 6 ชลบุรี
ลำดับที่ : 4

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาศูนย์อนามัยที่ 6 สู่การเป็นองค์กรสมรรถนะสูง

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กลุ่ม HR

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (74)25.1 พัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : จากนโยบายการพัฒนาประเทศเพื่อก้าวสู่โมเดล “ไทยแลนด์ 4.0 ” กระทรวงสาธารณสุข ได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (ด้านสาธารณสุข) โดยมีเป้าหมาย ประชาชนสุขภาพดี เจ้าหน้าที่มีความสุข ระบบสุขภาพยั่งยืน กอรปกับเป็นระยะเข้าสู่แผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติ ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) การปรับเปลี่ยนเพื่อให้การพัฒนางานบรรลุเป้าหมายเกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable development Goals) โดยยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนากำลังคน คือ การวางแผนกำลังคนด้านสุขภาพ การผลิตและพัฒนากำลังคน การพัฒนาประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการกำลังคนด้านสุขภาพ และการพัฒนาเครือข่ายภาคประชาชนและภาคประชาสังคมด้านสุขภาพ การพัฒนางานวิจัยและองค์ความรู้ด้านสุขภาพ เป็นประเด็นหนึ่งในเป้าหมายยุทธศาสตร์ ระยะ 20 ปี(ด้านสาธารณสุข) ภายใต้ยุทธศาสตร์ Governance Excellence Strategies จึงนับเป็นความท้าทายอย่างยิ่งของบุคลากรสาธารณสุข ที่ต้องพัฒนาตนเองให้มีความรู้ ความสามารถ สู่ความเป็นมืออาชีพ (Strong Smart Smile) ในการพัฒนางานวิจัยและองค์ความรู้ในด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ศูนย์อนามัยที่ 6 ได้มีการดำเนินงานเพื่อให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ การพัฒนาศักยภาพบุคลากรของศูนย์ฯให้มีคุณธรรม จริยธรรม มีคุณภาพชีวิตที่ดี เป็นมืออาชีพ (ดี มีสุข เก่ง) โดยมีการกำหนดเป้าประสงค์ในการดำเนินงาน เพื่อให้ บุคลากรมีจริยธรรม คุณธรรม มีความผาสุก เป็นมืออาชีพด้านวิชาการและเป็นศูนย์ฝึกอบรม ด้วยกลวิธี สร้างการมีส่วนร่วมของบุคลากรในการดำเนินงานภายในเพื่อให้เกิดความผูกพันต่อองค์กร(Participation) มีการพัฒนาศักยภาพบุคลากรของศูนย์อนามัยที่6 ให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมืออาชีพ และมีความก้าวหน้าในอาชีพ (Capacity building) ดังนั้นในบทบาทศูนย์อนามัยที่ 6 สังกัดกรมอนามัย ภายใต้สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั้งในและนอกระบบสาธารณสุข จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการปรับเปลี่ยนการทำงาน ให้สามารถขับเคลื่อน ตอบสนองได้ตามทิศทางและนโยบายดังกล่าว

วัตถุประสงค์ : เพื่อพัฒนาระบบการบริหารจัดการ และพัฒนาศักยภาพของบุคลากรศูนย์อนามัยที่ 6 เพื่อมุ่งสู่การเป็นองค์กรสมรรถนะสูง (HPO)

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. บุคลากร ศอ.6 ได้รับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรศูนย์อนามัยที่ 6ในการปรับปรุงกระบวนงานและการพัฒนาองค์กรสู่ HL จำนวน 50 คน 2. บุคลากรศอ.6 ได้เข้ารับการอบรมพัฒนาความรู้และทักษะในการใช้คอมพิวเตอร์ จำนวน 60 คน

วิธีการดำเนินงาน : 1. อบรมเชิงปฏิบัติการการพัฒนาองค์กรแห่งความรอบรู้ด้านสุขภาพ 2. อบรมเชิงปฏิบัติการการจัดการความรู้สู่ความรอบรู้ด้านสุขภาพ (KM to Health Literacy) 3. อบรมคอมพิวเตอร์ - การป้องกันไวรัส - พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์พ.ศ.2560

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 อบรมเชิงปฏิบัติการการพัฒนาองค์กรแห่งความรอบรู้ด้านสุขภาพ 7 ธ.ค. 2560 - 7 ธ.ค. 2560 20,220.00
2 อบรมคอมพิวเตอร์ - การป้องกันไวรัส - พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์พ.ศ.2560 1 ต.ค. 2560 - 31 ต.ค. 2560 0.00
3 อบรมเชิงปฏิบัติการการจัดการความรู้สู่ความรอบรู้ด้านสุขภาพ (KM to Health Literacy) 1 ก.พ. 2561 - 28 ก.พ. 2561 21,300.00
รวมเป็นเงิน 41,520.00
งบประมาณ : 41,520.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 28 ก.พ. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. บุคลากรของศูนย์ได้รับการพัฒนาศักยภาพให้มีความรู้ ทักษะ สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมี ประสิทธิภาพมากขึ้น 2. บุคลากรของศูนย์รับทราบตัวชี้วัดของหน่วยงาน และ กลุ่มงาน เพื่อวางแผนการดำเนินงานของ ตนเองให้สอดคล้องกับตัวชี้วัดของกลุ่มงาน และ หน่วยงาน 3. การดำเนินงานเพื่อการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภายในศูนย์ฯ เกิดการมีส่วนร่วมของ บุคลากรศูนย์มากขึ้น

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางปาณิสรา สิทธินาม , นายวิษณุ คุณากรธำรง , นางสาวดลนภัส ทองนพคุณ นายนิธิศ วีระธิดิศ , นางสาวพรพิมล รัตนตรัยดำรง , นายชูชีพ เทียนพิมาย

ผู้เสนอโครงการ : นางปาณิสรา สิทธินาม

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางวรรณภา กางกั้น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายพนิต โล่เสถียรกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 6 ชลบุรี
ลำดับที่ : 5

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ ศูนย์อนามัยที่ 6 ปีงบประมาณ 2561

ยุทธศาสตร์ : 2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 16. จังหวัดในเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษมีฐานข้อมูลการเฝ้าระวังด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม

cluster : กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (64)22.1 เฝ้าระวังและพัฒนาขีดความสามารถ จนท.สธ/อปท.ในการดำเนินงานอนามัยสิ่งแวดล้อมพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ

แผนจัดสรรงบประมาณ :   5. แผนงานบูรณาการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ

หลักการและเหตุผล : ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 ประเทศไทยได้เข้าสู่ประชาคมอาเซียนซึ่งอาจส่งผลกระทบทั้งทางด้านบวกและด้านลบต่อประเทศในหลายด้าน โดยเฉพาะผลกระทบด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ชายแดนที่ประกาศเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ สังคม อุตสาหกรรม การเคลื่อนย้ายการลงทุน การเคลื่อนย้ายแรงงานเสรี การท่องเที่ยว การเดินทางและขนส่ง ระบบสุขาภิบาล ที่ถูกสุขลักษณะเป็นการป้องกันควบคุมโรค การเจ็บป่วยด้วยโรคที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อมต่างๆ ในปี 2561 นี้ รัฐบาลยังคงมีนโยบายให้หน่วยงานและส่วนราชการต่างๆ เตรียมความพร้อมรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในทุกด้าน สำหรับด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมนั้น ผลกระทบที่เกิดขึ้นมีแนวโน้มว่าจะเกิดผลกระทบที่ต้องรองรับการเปลี่ยนแปลงในทางลบ และเสริมการพัฒนาในทางบวก เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจระบบคมนาคมขนส่ง การศึกษาระหว่างประเทศและการท่องเที่ยว ทั้งนี้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ้นจากการเปลี่ยนแปลง และการเคลื่อนย้ายแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน ย่อมส่งผลกระทบต่อระบบสุขาภิบาลพื้นฐานและความมั่งคงด้านอาหารของประเทศได้ ศูนย์อนามัยที่ 6 ในฐานะหน่วยงานหลักด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมของเขตสุขภาพที่ 6 ได้ดำเนินการเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นที่เป็นผลมาจากการเป็นประชาคมอาเซียนและพัฒนาระบบการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ ศูนย์อนามัยที่ 6 ปีงบประมาณ 2561เพื่อเตรียมความพร้อมและร่วมดำเนินการดำเนินงานด้านระบบฐานข้อมูลและระบบเฝ้าระวังสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ พัฒนากลไกลของคณะกรรมการสาธารณสุขระดับจังหวัด และคณะอนุกรรมการสาธารณสุขระดับอำเภอในการขับเคลื่อนดำเนินงานพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมในระดับต่างๆ อีกทั้งสนับสนุนการดำเนินงานของภาคีเครือข่ายระดับต่างๆ และสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในระดับชุมชน อันนำไปสู่การป้องกันและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่อาจเป็นผลจากการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนส่งผลให้ประชาชนอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดี

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อเฝ้าระวังและพัฒนาขีดความสามารถเจ้าหน้าที่สาธารณสุข/อปท. ในการดำเนินงานอนามัยสิ่งแวดล้อมพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ 2. เพื่อจัดทำฐานข้อมูลและสถานการณ์ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. เจ้าหน้าที่ได้รับการพัฒนาศักยภาพในการดำเนินงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม จำนวน 2 รุ่นๆ ละ 100 คน 2. เจ้าหน้าที่ได้รับการพัฒนาศักยภาพในการจัดทำฐานข้อมูล จำนวน 21 คน 3. มีฐานข้อมูลและระบบเฝ้าระวังด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม จำนวน 1 ระบบ และสนับสนุนการดำเนินงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม (ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ) จำนวน 20 ครั้ง 4. มีรายงานการเฝ้าระวังสถานการณ์อาหารและน้ำ จังหวัดละ 1 ฉบับ

วิธีการดำเนินงาน : 1.พัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่สาธารณสุข/อปท. สถานประกอบการ/ประชาชน/โรงเรียน/วัด/ตชด. ในการดำเนินงานอนามัยสิ่งแวดล้อมพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ 1.1 ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาระบบฐานข้อมูลเฝ้าระวังและการบริการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษชายแดน จังหวัดสระแก้ว ครั้งที่ 1 1.2 ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาระบบฐานข้อมูลเฝ้าระวังและการบริการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษชายแดน จังหวัดตราด ครั้งที่ 1 2.พัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ในการจัดทำฐานข้อมูลในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ 2.1ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาระบบฐานข้อมูลเฝ้าระวังและการบริการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษชายแดน จังหวัดตราด ครั้งที่ 2 3.พัฒนาระบบฐานข้อมูลระบบเฝ้าระวังด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนการดำเนินงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม(ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ) 4.เฝ้าระวังสุขาภิบาลอาหารและน้ำในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1.1ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาระบบฐานข้อมูลเฝ้าระวังและการบริการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษชายแดน จังหวัดสระแก้ว ครั้งที่ 1 1 ธ.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 132,715.00
2 2.1ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาระบบฐานข้อมูลเฝ้าระวังและการบริการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษชายแดน จังหวัดตราด ครั้งที่ 2 1 พ.ค. 2561 - 31 พ.ค. 2561 132,285.00
3 3.พัฒนาระบบฐานข้อมูลและระบบเฝ้าระวังด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนการดำเนินงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม(ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ) 1 ม.ค. 2561 - 30 มิ.ย. 2561 59,700.00
4 4.เฝ้าระวังสุขาภิบาลอาหารและน้ำในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ 1 มี.ค. 2561 - 31 พ.ค. 2561 60,000.00
5 1.2 ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาระบบฐานข้อมูลเฝ้าระวังและการบริการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษชายแดน จังหวัดตราด ครั้งที่ 1 1 ม.ค. 2561 - 31 ม.ค. 2561 135,000.00
รวมเป็นเงิน 519,700.00
งบประมาณ : 519,700.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ธ.ค. 2560 - 30 มิ.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. หน่วยงานทุกภาคส่วนสามารถนำสถานการณ์ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม ในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษไปใช้ในการเตรียมความพร้อมเพื่อป้องกันและลดผลกระทบต่อสุขภาพที่อาจเป็นผลจากการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน 2. หน่วยงานในระดับอำเภอและตำบลสามารถจัดทำฐานข้อมูล สถานการณ์ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษและการเฝ้าระวังด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม สำหรับในการรองรับการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจได้

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นายสิทธิ์ทัศน์ ผาณิบุศย์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ นางอรอนงค์ ทวีสุข ตำแหน่ง นักโภชนาการชำนาญการพิเศษ นายสุธีร์ สุนิตย์สกุล ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ นางสุภาพร อานมณี ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ นางธัญพร อศัลยเศรษฐ์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ นายวิรุท นนสุรัตน์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ นายชยพล วิริยะประเสริฐ ตำแหน่ง นิติกร นางสาวอนุธิดา ศรีนาแก้ว ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข(สิ่งแวดล้อม) นางสาวมนฤดี เอี่ยมวงษ์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข(สิ่งแวดล้อม)

ผู้เสนอโครงการ : นายสุธีร์ สุนิตย์สกุล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายชาญศักดิ์ เทพมาลี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายพนิต โล่เสถียรกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 6 ชลบุรี
ลำดับที่ : 6

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 6

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กลุ่ม HR

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (75)25.2 ยกระดับคุณภาพชีวิต การบริหารและพัฒนาบุคลากร

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : จากนโยบายและแนวทางการดำเนินงานของกระทรวงสาธารณสุข ในการปฏิรูปประเทศไทยด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (ด้านสาธารณสุข) โดยมีเป้าหมายและให้ความสำคัญต่อการพัฒนางานสาธารณสุข เพื่อประชาชนสุขภาพดี เจ้าหน้าที่มีความสุข ระบบสุขภาพยั่งยืน และเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายและแนวทางการทำงาน ศูนย์อนามัยที่6 ในสังกัดของกรมอนามัย ได้พัฒนาและสร้างสรรค์สิ่งที่ดีสำหรับประชาชนเพื่อให้สอดรับกับความเปลี่ยนแปลงและความท้าทายจึงมีการบริหาร การเปลี่ยนแปลง (Change Management) ของการทำงาน เพื่อสามารถขับเคลื่อนการทำงานได้ตอบสน ทิศทางการทำงาน เพื่อการเป็นผู้นำในด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ตามแนวคิดและแนวทางการบริหารจัดการของกรมอนามัยในปัจจุบัน ตามวิสัยทัศน์“กรมอนามัยเป็นองค์กรหลักของประเทศในการอภิบาลระบบส่งเสริมสุขภาพและระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อสุขภาพประชาชน” การพัฒนาองค์กรเป็นกระบวนการใดก็ตามที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในองค์กร เพื่อให้องค์กรนั้น เข้าใกล้เป้าหมายที่วางเอาไว้ได้ และดีขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้บุคลากรมีความรู้ ความสามารถ มีสมรรถนะสอดคล้องตามเป้าหมายและยุทธศาสตร์ของ หน่วยงาน ตลอดจนมีคุณลักษณะที่ดีที่พึงประสงค์ และมีทัศนคติที่ดี และเกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังเป็นการเตรียมความพร้อมของบุคลากร ให้สามารถรองรับและเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นทั้งในปัจจุบันและอนาคตด้วย ศูนย์อนามัยที่ 6 ได้ตระหนักถึงความสำคัญ จึงได้จัดทำโครงการ โครงการพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 6 เพื่อพัฒนาให้บุคลากรได้เกิดการพัฒนาองค์ความรู้ สร้างภาพลักษณ์องค์กรคือ 3S ; Smile, Smart และ Strong เกิดวัฒนธรรม คุณธรรมในองค์ มีการพัฒนาศักยภาพบุคลากรของศูนย์อนามัยที่6 ให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมืออาชีพ และมีความก้าวหน้าในอาชีพ (Capacity building) ภายใต้แนวคิดซึ่งมีความหมายโดยรวมว่า “เราชาวกรมอนามัย จะเป็นต้นแบบสุขภาพ มีจริยธรรม ปฏิบัติงานมุ่งผลสัมฤทธิ์ เรียนรู้ร่วมกัน เคารพและเชื่อมั่นกันและกัน พร้อมเป็นหนึ่งเดียว”

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาการดำเนินงานโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง 2. เพื่อพัฒนาทักษะ องค์ความรู้ด้านการส่งเสริมสุขภาพของบุคลากร ผู้รับบริการ ครอบครัวและญาติ ชุมชน และการจัดการสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการส่งเสริมสุขภาพ 3. เพื่อพัฒนาและสร้างระบบความปลอดภัยในการทำงานของบุคลากร และการจัดการความเสี่ยง เพื่อให้เกิดคุณภาพการให้บริการและเกิดบรรยากาศการทำงานที่เอื้อต่อการส่งเสริมสุขภาพ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. บุคลากร ศอ6. ได้รับการความรู้ในการป้องกันอัคคีภัย ไม่น้อยกว่า 50 คน 2. บุคลากร ศอ6. ได้รับการพัฒนาสถานที่ทำงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในศูนย์อนามัย ไม่น้อยกว่า 40 คน 3. บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 6 ได้รับการพัฒนาตนเอง เกิดวัฒนธรรมในองค์กร ไม่น้อยกว่า 85 คน

วิธีการดำเนินงาน : 1. อบรมเชิงปฏิบัติการ การซ้อมแผนการป้องกันอัคคีภัย 2. อบรมเชิงปฏิบัติการ เตรียมความพร้อมสร้างคนรุ่นใหม่พัฒนาองค์กร เพื่อการจัดการสิ่งแวดล้อม 3. ประชุมเชิงปฏิบัติการการพัฒนาคุณภาพ บุคลากร ( เก่ง ดี มีสุข )

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1. อบรมเชิงปฏิบัติการการซ้อมแผนการป้องกันอัคคีภัย 1 ก.พ. 2561 - 28 ก.พ. 2561 18,900.00
2 2. อบรมเชิงปฏิบัติการ เตรียมความพร้อมสร้างคนรุ่นใหม่พัฒนาองค์กร เพื่อการจัดการสิ่งแวดล้อม 1 ก.พ. 2561 - 28 ก.พ. 2561 10,800.00
3 3. ประชุมเชิงปฏิบัติการการพัฒนาคุณภาพ บุคลากร ( เก่ง ดี มีสุข ) 1 ม.ค. 2561 - 31 พ.ค. 2561 63,720.00
รวมเป็นเงิน 93,420.00
งบประมาณ : 93,420.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ม.ค. 2561 - 31 พ.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. บุคลากรของศูนย์ได้รับการพัฒนาศักยภาพให้มีความรู้ ทักษะ สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น 2. เพื่อให้เกิดการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภายในศูนย์ฯ เกิดการมีส่วนร่วมของบุคลากรศูนย์มากขึ้น

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางสาวพลอย กองกูต , นางสาวกรกนก วุฒิเจริญกิจ , นายบุญนาม งามศิริ , นางสาวสุฑามาศ ตานะเศรษฐ, นางอนรรฆวี ศรีเมือง , นางสาวนุชจรินทร์ พูลสวัสดิ์ , นางสาวมนสิชา เปลี่ยนเพ็ง

ผู้เสนอโครงการ : นางวรรณภาพร งามศิริ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายอภิชาติ วัฒนโกศล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายพนิต โล่เสถียรกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 6 ชลบุรี
ลำดับที่ : 7

ชื่อโครงการ : โครงการเสริมสร้างความรอบรู้ด้านส่งเสริมโภชนาการสุขภาพอนามัย และเฝ้าระวังคัดกรองภาวะสุขภาพ รวมถึงพัฒนาบริบทแวดล้อมโรงเรียนในถิ่นทุรกันดารสู่ชุมชน

ยุทธศาสตร์ : 1.2 ส่งเสริมเด็กวัยเรียนให้แข็งแรงและฉลาด

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 5. ร้อยละของเด็กวัยเรียน (6-14 ปี) สูงดีสมส่วน ฟันไม่ผุ (caries free) และเด็กอายุ 12 ปี มีส่วนสูงเฉลี่ยตามเกณฑ์

cluster : กลุ่มวัยเรียน

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (66)23.1 ส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร (กพด.) ตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

แผนจัดสรรงบประมาณ :   7. แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาด้านสาธารณสุขและสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก

หลักการและเหตุผล : เด็กและเยาวชนที่อยู่ในถิ่นทุรกันดารส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล เดินทางไปมาลำบาก มีสภาพขาดแคลน ประสบปัญหาภัยพิบัติต่างๆ หรือได้รับโอกาสไม่เท่ากับเด็กปกติ ทำให้ขาดโอกาสในการเข้าถึงบริการสุขภาพ นอกจากนี้ยังพบปัญหาทุพโภชนาการ เช่น การได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ น้ำหนักน้อย เตี้ย รูปร่างไม่สมส่วน กรมอนามัยได้ดำเนินโครงการส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยแม่และเด็ก ในถิ่นทุรกันดารตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี มาตั้งแต่ ปี 2539 จนถึงปัจจุบัน โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมภาวะโภชนาการของเด็กตั้งแต่อยู่ในครรภ์และเด็กแรกเกิดซึ่งเป็นช่วงวิกฤติที่สุดของชีวิต โดยจัดบริการดูแลอนามัยแม่และเด็กขั้นพื้นฐานให้เหมาะสมกับบริบทของชุมชน ให้ความรู้ ด้านสุขภาพอนามัยแม่และเด็ก การพัฒนาศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาเด็ก วัยเตาะแตะ ในส่วนการดูแลสุขภาพอนามัยเด็กวัยเรียนและเยาวชน ได้จัดอบรมให้ความรู้ครูโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) พัฒนาศักยภาพครูอาสาสมัครศูนย์การเรียนรู้ชุมชนชาวไทยภูเขา เพื่อให้จัดกระบวนการเรียนรู้ที่ส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่เป็นปัจจัยเอื้อต่อการมีสุขภาพดี เช่น สุขบัญญัติ โภชนบัญญัติ สุขาภิบาลอาหารและสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้เพื่อให้สามารถจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพนักเรียน เช่น การจัดอาหารกลางวันที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่ครบถ้วน สะอาดและปลอดภัย ส่งเสริมการใช้เกลือไอโอดีน พัฒนาสิ่งแวดแวดล้อมของโรงเรียนให้เอื้อต่อการมีสุขภาพดี ส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายอย่างเหมาะสมและสม่ำเสมอ และจัดระบบเฝ้าระวังทางโภชนาการที่มีประสิทธิภาพ ศูนย์อนามัยที่ 6 ได้ดำเนินการส่งเสริมสุขภาพอนามัยของเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารมาโดยตลอด โดยการอบรมให้ความรู้แก่ครูโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน และโรงเรียนสังกัด สพฐ. ในถิ่นทุรกันดาร ติดตามสนับสนุนการดำเนินงาน พัฒนาศักยภาพแกนนำนักเรียนชมรมเด็กไทยทำได้ ในพื้นที่ ๔ จังหวัด ได้แก่ จังหวัดจันทบุรี, ตราด, สระแก้ว และฉะเชิงเทรา เพื่อให้นักเรียนมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาและพัฒนาโรงเรียนภายใต้บริบท โดยเน้นการพัฒนา ด้านอาหารสะอาดปลอดภัย สุขาน่าใช้ การออกกำลังกาย การนอนหลับและเด็กไทยฟันดี อีกทั้งสนับสนุนงบประมาณในการทำโครงงานสุขภาพเพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพในโรงเรียนผ่านกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ ๑๑ และ ๑๒ ดังนั้นเพื่อส่งเสริมการดำเนินงานดังกล่าว ศูนย์อนามัยที่ 6 จึงได้จัดทำโครงการโครงการเสริมสร้างความรอบรู้ด้านส่งเสริมโภชนาการสุขภาพอนามัย และเฝ้าระวังคัดกรองภาวะสุขภาพ รวมถึงพัฒนาบริบทแวดล้อมโรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร สู่ชุมชนขึ้นเพื่อ ให้มีการเฝ้าระวังคัดกรองภาวะสุขภาพและการจัดการฐานข้อมูลอย่างเป็นระบบ พัฒนาศักยภาพด้านกระบวนการเรียนรู้และความรอบรู้ด้านสุขภาพแก่ครูและชุมชนในถิ่นทุรกันดาร และมีการส่งเสริมการจัดสภาพสภาพแวดล้อมของโรงเรียนและพัฒนาร่วมกับชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป

วัตถุประสงค์ : เพื่อพัฒนาการจัดการฐานข้อมูล กระบวนการเรียนรู้ด้านสุขภาพและการจัดสภาพแวดล้อมของโรงเรียนเอื้อต่อการส่งเสริมสุขภาพให้เด็กวัยเรียนสูงดี สมส่วน แข็งแรง และมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ และพัฒนาลงสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. บุคลากรด้านการศึกษาเข้าร่วมประชุมและ ได้รับองค์ความรู้เพื่อใช้ในการเฝ้าระวังคัดกรองภาวะสุขภาพและการจัดการฐานข้อมูลอย่างเป็นระบบ พัฒนาศักยภาพด้านกระบวนการเรียนรู้และความรอบรู้ด้านสุขภาพแก่ครูและชุมชนในถิ่นทุรกันดาร และมีการส่งเสริมการจัดสภาพสภาพแวดล้อมของโรงเรียนและพัฒนาร่วมกับชุมชนอย่างยั่งยืน จำนวน 80 คน/ 22 แห่ง 2. โรงเรียนในสังกัด กก. ตชด.ที่ 11 และ 12 จนท.จากหน่วยงาน สสจ. สสอ. และ รพ.สต. อปท. และผู้นำชุมชน จำนวน 4 รุ่นๆละ 15 คน 3. โรงเรียนในสังกัด กก. ตชด.ที่ 11 และ 12 จำนวน 8 โรงเรียน 4. ผู้รับผิดชอบงาน กพด. เข้าร่วมประชุม จำนวน 2 ครั้ง

วิธีการดำเนินงาน : 1.จัดประชุมเชิงปฏิบัติการชี้แจงนโยบายและเสริมสร้างความรอบรู้ 2. ประชุมติดตามความก้าวหน้า 3. ติดตามเยี่ยมเสริมพลัง 4. ร่วมประชุมความก้าวหน้ากับส่วนกลาง

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1.จัดประชุมชี้แจงนโยบายและเสริมสร้างความรอบรู้ 1 ธ.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 87,450.00
2 3.ติดตามเยี่ยมเสริมพลัง 1 พ.ค. 2561 - 30 มิ.ย. 2561 40,758.00
3 4.ร่วมประชุมความก้าวหน้ากับส่วนกลาง 1 ธ.ค. 2560 - 30 มิ.ย. 2561 2,220.00
4 2.ประชุมติดตามความก้าวหน้า 1 ม.ค. 2561 - 31 พ.ค. 2561 17,145.00
รวมเป็นเงิน 147,573.00
งบประมาณ : 147,573.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ธ.ค. 2560 - 30 มิ.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : โรงเรียนร่วมกับหน่วยงานสาธารณสุขมีการเฝ้าระวังคัดกรองภาวะสุขภาพและการจัดการฐานข้อมูลอย่างเป็นระบบ พัฒนาศักยภาพด้านกระบวนการเรียนรู้และความรอบรู้ด้านสุขภาพแก่ครูและชุมชนในถิ่นทุรกันดาร และมีการส่งเสริมการจัดสภาพสภาพแวดล้อมของโรงเรียนและพัฒนาร่วมกับชุมชนอย่างยั่งยืน

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นายธนุเดช พูนน้อย นางยุพา ชัยเพ็ชร

ผู้เสนอโครงการ : นายธนุเดช พูนน้อย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายพนิต โล่เสถียรกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายพนิต โล่เสถียรกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 6 ชลบุรี
ลำดับที่ : 8

ชื่อโครงการ : โครงการส่งเสริมการจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม และพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานบริการการสาธารณสุขสู่ GREEN&CLEAN Hospital ศูนย์อนามัยที่ 6 ปีงบประมาณ 2561

ยุทธศาสตร์ : 2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 15. ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างน้อยตำบลละ 1 ชุมชน

cluster : กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (52)17.1 สนับสนุนให้เกิดการจัดการมูลฝอยติดเชื้อที่มีประสิทธิภาพ

แผนจัดสรรงบประมาณ :   3. แผนงานบูรณาการบริหารจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม

หลักการและเหตุผล : สาระสำคัญของแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ภายใต้แผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 พ.ศ. 2560-2564 เน้นประชาชนมีสุขภาพดี เจ้าหน้าที่มีความสุข ระบบสุขภาพยั่งยืน และสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี ของกรมอนามัย ที่เน้นสร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน ซึ่งการดำเนินงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม ใน 5 ปี ข้างหน้า มุ่งเน้นคุ้มครองสุขภาพของประชาชน จากปัจจัยเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม บนพื้นฐานของการบูรณาการการดำเนินงานของหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ทั้งในเชิงพื้นที่เชิงประเด็น และกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ ให้ความสำคัญกับการดำเนินงานอนามัยสิ่งแวดล้อม 7 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านคุณภาพอากาศ 2) น้ำ การสุขาภิบาลและสุขอนามัย 3) ขยะมูลฝอยและของเสียอันตราย 4) สารเคมีเป็นพิษและสารอันตราย 5) การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 6)การจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในภาวะฉุกเฉิน และสาธารณภัย 7)การประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ โดยมุ่งเน้นส่งเสริมบทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการดำเนินงานอนามัยสิ่งแวดล้อมให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาของพื้นที่และทันต่อสถานการณ์ ด้วยการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน การมีส่วนร่วมของภาคประชาชน พัฒนากลไกการจัดการ กฎหมาย กฎระเบียบ มาตรฐาน และมาตรการต่างๆ ให้สามารถรองรับการบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ พัฒนาศักยภาพของบุคลากร ระบบฐานข้อมูลเชื่อมโยงและเข้าถึงได้ง่าย พัฒนาเทคโนโลยีและองค์ความรู้ที่เหมาะสม และดำเนินการป้องกันลดความเสี่ยง จากปัญหาอนามัยสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ ศูนย์อนามัยที่ 6 กรมอนามัย ในฐานะองค์กรที่ดำเนินงานด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ตระหนักถึงความสำคัญในการดำเนินงานด้านการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในประเด็นของการจัดการมูลฝอยติดเชื้อ การจัดการสิ่งปฏิกูล การสุขาภิบาลอาหาร และการจัดการน้ำบริโภค การบังคับใช้กฎหมาย และระบบการบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งมีความสำคัญและยังเป็นปัญหาด้านการจัดการอยู่ในปัจจุบัน ดังนั้น ศูนย์อนามัยที่ 6 จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมการจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม และพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานบริการการสาธารณสุขสู่ GREEN&CLEAN Hospital ศูนย์อนามัยที่ 6 ปีงบประมาณ 2561 เพื่อพัฒนาและผลักดันงานส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมทั้งระดับจังหวัด ระดับอำเภอ ระดับตำบลและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามสภาพปัญหาของพื้นที่ อีกทั้งสนับสนุนการดำเนินงานของภาคีเครือข่ายระดับต่างๆ ให้การบรรลุเป้าหมายอันจะส่งผลให้ประชาชนอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดีต่อไป

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อสนับสนุนให้เกิดการจัดการมูลฝอยติดเชื้อที่มีประสิทธิภาพ 2. เพื่อส่งเสริมการดำเนินงาน GREEN&CLEAN Hospital 3. เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมในจังหวัดท้องถิ่นและชุมชน 4. เพื่อสนับสนุนและพัฒนาการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการบังคับใช้กฎหมาย 5. เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. จนท.สสจ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับการชี้แจงแผนการดำเนินงาน จำนวน 50 คน 2. สุ่มประเมินโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข จำนวน 25 แห่ง 3. สุ่มประเมิน EHA จำนวน 15 แห่ง 4. เข้าร่วมประชุม คสจ. อย่างน้อยจังหวัดละ 2 ครั้ง และสนับสนุนการดำเนินงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม(ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ) จำนวน 20 ครั้ง 5. สนับสนุนการบังคับใช้กฎหมาย จำนวน 18 ครั้งและสนับสนุนการดำเนินงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม(ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ) จำนวน 20 ครั้ง 6. มีข้อมูลและสถานการณ์ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นเสี่ยง จำนวน 1 ฉบับ

วิธีการดำเนินงาน : 1.ประชุมชี้แจงแผนการดำเนินงานและประเมินกระบวนการจัดการมูลฝอยติดเชื้อของจังหวัดในเขตพื้นที่เขตสุขภาพที่ 6 2.สุ่มประเมินมาตรฐาน GREEN&CLEAN Hospital ในเขตพื้นที่เขตสุขภาพที่ 6 3.ส่งเสริม สนับสนุนพัฒนา ประเมิน ติดตาม การดำเนินงาน EHA และชุมชนต้นแบบ 4.สนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมสาธารณสุขจังหวัด/คณะกรรมการเปรียบเทียบและสนับสนุนการดำเนินงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม(ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ) 5.ส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดการบังคับใช้กฎหมายและสนับสนุนการดำเนินงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม(ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ) 6.จัดทำฐานข้อมูลจุดเสี่ยงในพื้นที่มลพิษอากาศ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1.ประชุมชี้แจงแผนกา รดำเนินงานและประเมินกระบวนการจัดการมูลฝอยติดเชื้อของจังหวัดในเขตพื้นที่เขตสุขภาพที่ 6 1 ต.ค. 2560 - 30 เม.ย. 2561 9,600.00
2 2. สุ่มประเมินมาตรฐาน GREEN&CLEAN Hospital ในเขตพื้นที่เขตสุขภาพที่ 6 1 เม.ย. 2561 - 31 พ.ค. 2561 30,775.00
3 3. ส่งเสริม สนับสนุนพัฒนา ประเมิน ติดตาม การดำเนินงาน EHA และชุมชนต้นแบบ 1 มี.ค. 2561 - 30 เม.ย. 2561 4,325.00
4 4. สนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมสาธารณสุขจังหวัด/คณะกรรมการเปรียบเทียบและสนับสนุนการดำเนินงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม(ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ) 1 ต.ค. 2560 - 30 มิ.ย. 2561 18,373.00
5 5. ส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดการบังคับใช้กฎหมายและสนับสนุนการดำเนินงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม(ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ) 1 พ.ย. 2560 - 31 มี.ค. 2561 8,030.00
รวมเป็นเงิน 71,103.00
งบประมาณ : 71,103.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 มิ.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. หน่วยงานและบุคลากรของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องมีระบบเฝ้าระวัง และสื่อสารความเสี่ยงด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม 2. มีการขับเคลื่อนการใช้มาตรการทางกฎหมาย และการจัดบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ 3. มีกฎหมาย มาตรฐาน ชุดความรู้ งานวิจัย วิชาการ และการจัดการความรู้ ในงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม 4. บุคลากร และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ได้รับการพัฒนาศักยภาพในด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม 5. มีการพัฒนา ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม 6. มีการบังคับใช้กฎหมายเพื่อสนันสนุนการดำเนินงานด้าน อสวล. (คสจ.) ในพื้นที่ 7. เรื่องร้องเรียน / อุทธรณ์ ด้าน อนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ ได้รับการตรวจสอบและแก้ไขปัญหา

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1.นายสิทธิ์ทัศน์ ผาณิบุศย์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 2.นางอรอนงค์ ทวีสุข ตำแหน่ง นักโภชนาการชำนาญการพิเศษ 3.นายสุธีร์ สุนิตย์สกุล ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 4.นางสุภาพร อานมณี ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 5.นางธัญพร อศัลยเศรษฐ์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 6.นายวิรุท นนสุรัตน์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 7.นายชยพล วิริยะประเสริฐ ตำแหน่ง นิติกร 8.นางสาวอนุธิดา ศรีนาแก้ว ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข(สิ่งแวดล้อม) 9.นางสาวมนฤดี เอี่ยมวงษ์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข(สิ่งแวดล้อม)

ผู้เสนอโครงการ : นายสิทธิ์ทัศน์ ผาณิบุศย์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายชาญศักดิ์ เทพมาลี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายพนิต โล่เสถียรกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 6 ชลบุรี
ลำดับที่ : 9

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก ศูนย์อนามัยที่ 6 ปีงบประมาณ 2561

ยุทธศาสตร์ : 2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 16. จังหวัดในเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษมีฐานข้อมูลการเฝ้าระวังด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม

cluster : กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (65)22.2 เฝ้าระวังและพัฒนาขีดความสามารถ จนท.สธ./อปท.ในการดำเนินงานอนามัยสิ่งแวดล้อมพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก

แผนจัดสรรงบประมาณ :   6. แผนงานบูรณาการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก

หลักการและเหตุผล : พื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออกหรืออีสเทิร์นซีบอร์ดถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์การลงทุนและเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมชั้นนําของประเทศ อาทิปิโตรเคมีอุตสาหกรรมยานยนต์และพลังงาน ซึ่งมีผลิตภัณฑ์มวลรวมคิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 5 ของประเทศ โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เป็นแผนยุทธศาสตร์ภายใต้ไทยแลนด์ 4.0 ด้วยการพัฒนาเชิงพื้นที่ ที่ต่อยอดความสำเร็จมาจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ Eastern Seaboard ซึ่งดำเนินมาตลอดกว่า 30 ปีที่ผ่านมา มีเป้าหมายหลักในการเติมเต็มภาพรวมในการส่งเสริมการลงทุน ซึ่งจะเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมของประเทศ เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และทำให้เศรษฐกิจของไทยเติบโตได้ในระยะยาว โดยในระยะแรกจะเป็นการยกระดับพื้นที่ในเขต 3 จังหวัด คือ ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา ให้เป็นพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก เพื่อรองรับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ ซึ่งมีการพัฒนาเพื่อรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีการส่งเสริมเพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจประกอบกับปัจจัยสนับสนุนจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจากภาครัฐรวมทั้งการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่จะก่อให้เกิดการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจและการลงทุนในธุรกิจและอุตสาหกรรมต่อเนื่องหลากหลายประเภทซึ่งคาดว่าจะดึงดูดการลงทุนจากชาวไทยและต่างชาติและการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมหรือภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดีในชุมชนและเมืองจึงเป็นการพัฒนาที่รองรับการเปลี่ยนแปลงในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม การพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยมีกลไกหลักที่สำคัญคือ การพัฒนาการบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นบริการสาธารณะภายใต้พระราชบัญญัติการสาธารณสุข 2535 และระบบเฝ้าระวังและการป้องกันปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ศูนย์อนามัยที่ 6 ในฐานะหน่วยงานหลักด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมของเขตสุขภาพที่ 6 เห็นเป็นเรื่องที่สำคัญและจำเป็นเร่งด่วนต้องดำเนินการเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นที่ จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก ศูนย์อนามัยที่ 6 ปีงบประมาณ 2561 เพื่อดำเนินการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม การพัฒนาฐานข้อมูลอนามัยสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาระบบป้องกันปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพ อีกทั้งสนับสนุนการดำเนินงานของภาคีเครือข่ายระดับต่างๆ และสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม อันนำไปสู่การป้องกันและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการพัฒนาเป็นพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ซึ่งจะส่งผลให้ประชาชนอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดีต่อไป

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อเฝ้าระวังและพัฒนาขีดความสามารถเจ้าหน้าที่สาธารณสุข/อปท. ในการดำเนินงานอนามัยสิ่งแวดล้อมพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก 2. เพื่อจัดทำฐานข้อมูลและสถานการณ์ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. เจ้าหน้าที่สาธารณสุข/จนท.อปท./สถานประกอบการ/ประชาชน/โรงเรียน/วัด/ตชด.ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกได้รับการพัฒนาศักยภาพ จำนวน 500 คน 2. เจ้าหน้าที่สาธารณสุข/ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับการพัฒนาศักยภาพ จำนวน 3 ครั้งๆละ 50 คน 3. มีฐานข้อมูลด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ระเบียงเศรษกิจภาคตะวันออก 1 ระบบ และสนับสนุนการดำเนินงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม(ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ) จำนวน 20 ครั้ง 4. รายงานการเฝ้าระวังสถานการณ์อาหารและน้ำ จำนวน 1 ฉบับ 5. จนท.สธ.ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจ และเขตจังหวัดภาคตะวันออก ได้รับการพัฒนาศักยภาพ จำนวน 1 ครั้ง 200 คน

วิธีการดำเนินงาน : 1. ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาระบบฐานข้อมูลระบบเฝ้าระวังและการประเมินปัจจัยเสี่ยงในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) 2. ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาระบบฐานข้อมูลระบบเฝ้าระวังและการบริการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) 3. พัฒนาระบบฐานข้อมูลและระบบเฝ้าระวังด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนการดำเนินงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม(ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ) 4. เฝ้าระวังสุขาภิบาลอาหารและน้ำในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก 5. ประชุมเชิงปฏิบัติการ "การแลกเปลี่ยนเรียนรู้การพัฒนางานอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจและเขตจังหวัดภาคตะวันออก

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1. ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาระบบฐานข้อมูลระบบเฝ้าระวังและการประเมินปัจจัยเสี่ยงในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) 1 ธ.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 427,890.00
2 2. ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาระบบฐานข้อมูลระบบเฝ้าระวังและการบริการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) 1 ม.ค. 2561 - 30 เม.ย. 2561 300,000.00
3 3. พัฒนาระบบฐานข้อมูลและระบบเฝ้าระวังด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนการดำเนินงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม(ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ) 1 ต.ค. 2560 - 30 มิ.ย. 2561 142,800.00
4 4. เฝ้าระวังสุขาภิบาลอาหารและน้ำในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก 1 ธ.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 300,000.00
5 5. ประชุมเชิงปฏิบัติการ "การแลกเปลี่ยนเรียนรู้การพัฒนางานอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจและเขตจังหวัดภาคตะวันออก 1 พ.ค. 2561 - 31 พ.ค. 2561 922,110.00
รวมเป็นเงิน 2,092,800.00
งบประมาณ : 2,092,800.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 มิ.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. หน่วยงานทุกภาคส่วนสามารถนำสถานการณ์ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกไปใช้ในการเตรียมความพร้อมเพื่อป้องกันและลดผลกระทบต่อสุขภาพที่อาจเป็นผลจากการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน 2. หน่วยงานในระดับอำเภอและตำบลสามารถจัดทำฐานข้อมูล สถานการณ์ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกและการเฝ้าระวังด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม สำหรับในการรองรับการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจได้

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นายสิทธิ์ทัศน์ ผาณิบุศย์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ นางอรอนงค์ ทวีสุข ตำแหน่ง นักโภชนาการชำนาญการพิเศษ นายสุธีร์ สุนิตย์สกุล ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ นางสุภาพร อานมณี ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ นางธัญพร อศัลยเศรษฐ์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ นายวิรุท นนสุรัตน์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ นายชยพล วิริยะประเสริฐ ตำแหน่ง นิติกร นางสาวอนุธิดา ศรีนาแก้ว ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข(สิ่งแวดล้อม) นางสาวมนฤดี เอี่ยมวงษ์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข(สิ่งแวดล้อม)

ผู้เสนอโครงการ : นายสุธีร์ สุนิตย์สกุล, นางสุภาพร อานมณี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายชาญศักดิ์ เทพมาลี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายพนิต โล่เสถียรกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 6 ชลบุรี
ลำดับที่ : 10

ชื่อโครงการ : โครงการน้ำบริโภคปลอดภัยและสุขอนามัยของประชาชนและการจัดการสิ่งปฏิกูลเพื่อลดการปนเปื้อนสู่แหล่งน้ำ ศูนย์อนามัยที่ 6 ปีงบประมาณ 2561

ยุทธศาสตร์ : 2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 15. ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างน้อยตำบลละ 1 ชุมชน

cluster : กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (59)20.1 ประเมินและพัฒนาระบบการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภค

แผนจัดสรรงบประมาณ :   4. แผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ

หลักการและเหตุผล : น้ำเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญในการดำรงชีวิตของมนุษย์ โดยเฉพาะน้ำที่ใช้บริโภคนั้นจะต้องสะอาด ปราศจากเชื้อโรคและสิ่งเจือปนต่าง ๆ ซึ่งรัฐบาลได้กำหนดเป็นนโยบายสำคัญและมีเป้าหมายให้ประชาชนมีน้ำและอาหารสะอาดบริโภคอย่างครอบคลุม และเพียงพอตามเกณฑ์มาตรฐาน จากสถานการณ์การเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภค และจากข้อมูลการศึกษาวิจัย พบว่าคุณภาพน้ำประปา ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล คือประปาเทศบาล และหมู่บ้าน ส่วนใหญ่ไม่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำบริโภคกรมอนามัย (พ.ศ.2553) ส่งผลให้ประชาชนเจ็บป่วยจากโรคที่เกิดจากน้ำเป็นสื่อ โดยเฉพาะโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน ปีละมากกว่า 1 ล้านราย และแนวโน้มฟันตกกระในเด็กและฟลูออไรด์เป็นพิษ เนื่องจากฟลูออไรด์ปนเปื้อนในน้ำสูงและกระจายตามพื้นที่ต่างๆเพิ่มขึ้น ดังนั้น เพื่อเป็นการคุ้มครองประชาชนให้มีน้ำบริโภคที่สะอาด ปลอดภัย อันจะเป็นการส่งเสริมสุขภาพอนามัยของประชาชนอีกทางหนึ่ง กรมอนามัยจึงพิจารณาเร่งรัดการพัฒนาคุณภาพน้ำประปาโดยการยกระดับคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้าน และน้ำประปาเทศบาลให้มีคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานสู่น้ำประปาดื่ม ตลอดจนมีการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงาน การประปาส่วนภูมิภาค ในการให้การรับรองเป็นพื้นที่น้ำประปาดื่มให้มากขึ้นทั้งปริมาณและคุณภาพ และร่วมพัฒนาคุณภาพน้ำบริโภคให้ได้มาตรฐาน กับหน่วยงานองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น โดยยกระดับศักยภาพของเทศบาลในเรื่อง การพัฒนากระบวนการคุณภาพ ศูนย์อนามัยที่ 6 จึงได้จัดทำโครงการน้ำบริโภคปลอดภัยและสุขอนามัยของประชาชนและการจัดการสิ่งปฏิกูลเพื่อลดการปนเปื้อนสู่แหล่งน้ำ เพื่อเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบ

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อพัฒนาระบบประปาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ได้มาตรฐาน 2. เพื่อเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภคในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 6 3. เพื่อจัดทำสถานการณ์คุณภาพน้ำบริโภค 4. เพื่อจัดทำฐานข้อมูลและสถานการณ์ด้านการจัดการสิ่งปฏิกูลในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 6 5. เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีการดำเนินการด้านการจัดการสิ่งปฏิกูลให้ได้มาฐาน(EHA)

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. เฝ้าระวังน้ำประปา/ น้ำบริโภค จำนวน 160 ตัวอย่าง 2. มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในโรงพยาบาล จำนวน 45 คน

วิธีการดำเนินงาน : 1.ประเมินและพัฒนาระบบการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภค 2. ประชุมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในโรงพยาบาล ศูนย์อนามัยที่ 6

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 พัฒนาระบบและเฝ้าระวังคุณภาพคุณภาพน้ำบริโภค 1 มี.ค. 2561 - 31 มี.ค. 2561 13,520.00
2 ประชุมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในโรงพยาบาล ศูนย์อนามัย 1 พ.ค. 2561 - 31 พ.ค. 2561 72,150.00
รวมเป็นเงิน 85,670.00
งบประมาณ : 85,670.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 มี.ค. 2561 - 31 พ.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. ระบบประปาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ได้มาตรฐาน 2. หน่วยงานทุกภาคส่วนสามารถนำสถานการณ์ด้านคุณภาพน้ำบริโภคและสิ่งปฏิกูลไปใช้ในการเตรียมความพร้อมเพื่อป้องกันและลดผลกระทบต่อสุขภาพในพื้นที่ 3. ระบบการจัดการสิ่งปฏิกูลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้มาฐานตามหลักสุขาภิบาล

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นายสิทธิ์ทัศน์ ผาณิบุศย์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ นางอรอนงค์ ทวีสุข ตำแหน่ง นักโภชนาการชำนาญการพิเศษ นายสุธีร์ สุนิตย์สกุล ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ นางสุภาพร อานมณี ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ นางธัญพร อศัลยเศรษฐ์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ นายวิรุท นนสุรัตน์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ นายชยพล วิริยะประเสริฐ ตำแหน่ง นิติกร นางสาวอนุธิดา ศรีนาแก้ว ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข(สิ่งแวดล้อม) นางสาวมนฤดี เอี่ยมวงษ์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข(สิ่งแวดล้อม)

ผู้เสนอโครงการ : นางสาวธัญพร อศัลยเศรษฐ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายชาญศักดิ์ เทพมาลี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายพนิต โล่เสถียรกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 6 ชลบุรี
ลำดับที่ : 11

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาการจัดการน้ำในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ศูนย์อนามัยที่ 6 ปีงบประมาณ 2561

ยุทธศาสตร์ : 2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 15. ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างน้อยตำบลละ 1 ชุมชน

cluster : กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (70)23.5 พัฒนาการจัดการน้ำในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

แผนจัดสรรงบประมาณ :   7. แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาด้านสาธารณสุขและสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก

หลักการและเหตุผล : น้ำเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญในการดำรงชีวิตของมนุษย์ โดยเฉพาะน้ำที่ใช้บริโภคนั้นจะต้องสะอาด ปราศจากเชื้อโรคและสิ่งเจือปนต่าง ๆ ซึ่งรัฐบาลได้กำหนดเป็นนโยบายสำคัญและมีเป้าหมายให้ประชาชนมีน้ำสะอาดบริโภคเพียงพอตามเกณฑ์มาตรฐาน จากสถานการณ์การเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภค พบว่าคุณภาพน้ำประปาซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ส่วนใหญ่ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำบริโภคกรมอนามัย (พ.ศ.๒๕๕๓) ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน พบการเจ็บป่วยจากโรคที่เกิดจากน้ำเป็นสื่อ โดยเฉพาะโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน ปีละมากกว่า ๑ ล้านราย และมีแนวโน้มเกิดปัญหาฟันตกกระในเด็กและฟลูออไรด์เป็นพิษ เนื่องจากมีปริมาณฟลูออไรด์ปนเปื้อนในน้ำสูงและกระจายตามพื้นที่ต่างๆเพิ่มขึ้น ดังนั้น เพื่อเป็นการคุ้มครองประชาชนให้มีน้ำบริโภคที่สะอาด ปลอดภัย อันจะเป็นการส่งเสริมสุขภาพอนามัยของประชาชนอีกทางหนึ่ง กรมอนามัยจึงพิจารณาเร่งรัดการพัฒนาคุณภาพน้ำประปาโดยการยกระดับคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้าน และน้ำประปาเทศบาลให้มีคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานสู่น้ำประปาดื่มได้ ตลอดจนมีการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงาน การประปาส่วนภูมิภาค ในการให้การรับรองเป็นพื้นที่น้ำประปาดื่มได้ให้มากขึ้น และร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพัฒนาคุณภาพน้ำบริโภคให้ได้มาตรฐานตามเกณฑ์กรมอนามัยต่อไป ศูนย์อนามัยที่ 6 จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาการจัดการน้ำในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบ

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภคในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 2. เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ดูแลระบบน้ำบริโภคในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. เฝ้าระวังน้ำบริโภค จำนวน 60 ตัวอย่าง 2. พัฒนาศักยภาพผู้ดูแลระบบน้ำบริโภคในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จำนวน 60 คน

วิธีการดำเนินงาน : 1.สุ่มประเมินน้ำบริโภคในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 2.พัฒนาศักยภาพผู้ดูแลระบบน้ำบริโภคในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1. สุ่มประเมินน้ำบริโภคในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 1 ม.ค. 2561 - 31 ม.ค. 2561 9,600.00
2 2. พัฒนาศักยภาพผู้ดูแลระบบน้ำบริโภคในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 1 ธ.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 20,000.00
รวมเป็นเงิน 29,600.00
งบประมาณ : 29,600.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ธ.ค. 2560 - 31 ม.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. หน่วยงานในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริสามารถนำสถานการณ์ด้านคุณภาพ น้ำบริโภคไปใช้ในการพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพน้ำเพื่อให้ได้มาตรฐาน 2. ครูพี่เลี้ยง/ พระพี่เลี้ยงในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริได้รับการพัฒนาศักยภาพเพื่อนำไปใช้ในจัดการคุณภาพน้ำบริโภคอย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นายสิทธิ์ทัศน์ ผาณิบุศย์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ นางอรอนงค์ ทวีสุข ตำแหน่ง นักโภชนาการชำนาญการพิเศษ นายสุธีร์ สุนิตย์สกุล ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ นางสุภาพร อานมณี ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ นางธัญพร อศัลยเศรษฐ์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ นายชยพล วิริยะประเสริฐ ตำแหน่ง นิติกร นางสาวอนุธิดา ศรีนาแก้ว ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข(สิ่งแวดล้อม)

ผู้เสนอโครงการ : นางอรอนงค์ ทวีสุข

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายชาญศักดิ์ เทพมาลี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายพนิต โล่เสถียรกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 6 ชลบุรี
ลำดับที่ : 12

ชื่อโครงการ : โครงการส่งเสริมทักษะชีวิตและพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของวัยรุ่น เขตสุขภาพที่ 6

ยุทธศาสตร์ : 1.3 ส่งเสริมพฤติกรรมอนามัยการเจริญพันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับวัยรุ่น

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 7. อัตราคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15-19 ปี ต่อประชากรหญิง อายุ 15-19 ปี พันคน
9. ร้อยละการตั้งครรภ์ซ้ำในหญิงอายุ น้อยกว่า 20 ปี
10. ร้อยละของวัยรุ่น 15-18 ปี สูงดีสมส่วน และอายุ 19 ปี มีส่วนสูงเฉลี่ยตามเกณฑ์

cluster : กลุ่มวัยรุ่น

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (30)10.2 การพัฒนาศักยภาพบุคลากรในการให้บริการด้านอนามัยการเจริญพันธุ์

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : ศูนย์อนามัยที่ 6 ชลบุรี กรมอนามัยเป็นองค์กรหนึ่งในการอภิบาลระบบส่งเสริมสุขภาพและระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อให้ประชาชนในเขตสุขภาพที่ 6 มีสุขภาพดี ภาคีเครือข่ายและเจ้าหน้าที่มีความสุข โดยทำหน้าที่ในการสังเคราะห์ ให้ความรู้และดูภาพรวมของเขต ร่วมกำหนดนโยบายและออกแบบระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม จึงต้องสร้างความร่วมมือ ประสานงานและกำกับติดตามเพื่อให้เกิดการดำเนินงานในทุกภาคส่วน โดยดำเนินการตามประเด็นยุทธศาสตร์ของกรมอนามัย 4 ยุทธศาสตร์ คือ 1) ยุทธศาสตร์การส่งเสริมสุขภาพ 5 กลุ่มวัย โดยเน้นการส่งเสริมเสริมพฤติกรรมอนามัยเจริญพันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับวัยรุ่น 2) สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน 3) อภิบายระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม และ 4) ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล ตามแนวทาง PIRAB จากการดำเนินงานรอบ 9 เดือน เขตสุขภาพที่ 6 ในปีที่ผ่านมา พบว่า การตั้งครรภ์ซ้ำในหญิงอายุน้อยกว่า 20 ปียังมีการตั้งครรภ์ซ้ำสูงกว่าค่าเป้าหมาย (ร้อยละ 20.32) ร้อยละของหญิงอายุน้อยกว่า 20 ปี ที่คลอดหรือหลังแท้งบุตรที่ได้รับบริการคุมกำเนิดด้วยวิธีกึ่งถาวรน้อยกว่าค่าเป้าหมาย (ร้อยละ 77.46) ร้อยละของอำเภอที่ผ่านการประเมินอำเภออนามัยเจริญพันธุ์และร้อยละของโรงพยาบาลที่ผ่านการประเมินการจัดบริการสุขภาพที่เป็นมิตรสำหรับวัยรุ่นและเยาวชน ยังไม่ถึงเป้าหมายที่วางไว้ (ร้อยละ 68.12 และ 85.51) เพื่อเป็นการแปลงนโยบายสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่ให้เป็นรูปธรรมที่ชัดเจน บรรลุตามเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ ศูนย์อนามัยที่ 6 จึงจัดโครงการส่งเสริมทักษะชีวิตและพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของวัยรุ่น เขตสุขภาพที่ 6 ขึ้น เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมอนามัยเจริญพันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับวัยรุ่น ในเขตสุขภาพที่ 6 ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น 2. เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานการส่งเสริมพฤติกรรมที่พึงประสงค์ให้วัยรุ่นสูงดี-สมส่วน และสาวไทยแก้มแดง

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. โรงพยาบาลหรืออำเภออนามัยเจริญพันธุ์ได้รับการเยี่ยมประเมินพัฒนา จำนวน 8 จังหวัด 2. คณะอนุกรรมการการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นเข้าร่วมประชุมเพื่อขับเคลื่อน พรบ. ระดับจังหวัดๆละ 2 ครั้ง จำนวน 25 คน 3. ประชุมขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริมวัยรุ่นสูงดีสมส่วนภายใต้ NEST จำนวน 8 จังหวัด

วิธีการดำเนินงาน : 1. เยี่ยมประเมินพัฒนาโรงพยาบาลหรืออำเภออนามัยเจริญพันธุ์/ Reaccredit 2. ประชุมคณะอนุกรรมการการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ระดับจังหวัด 3. ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาการดำเนินงานส่งเสริมวัยรุ่นสูงดีสมส่วนภายใต้ NEST ในระดับพื้นพี่

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1.เยี่ยมประเมินพัฒนาโรงพยาบาลหรืออำเภออนามัยเจริญพันธุ์ (Reaccredit) 1 ม.ค. 2561 - 30 มิ.ย. 2561 12,980.00
2 2.ประชุมคณะอนุกรรมการการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ระดับจังหวัด 1 ม.ค. 2561 - 30 มิ.ย. 2561 354,235.00
3 3. ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาการดำเนินงานส่งเสริมวัยรุ่นสูงดีสมส่วนภายใต้ NEST ในระดับพื้นที่ 1 ม.ค. 2561 - 31 ม.ค. 2561 72,785.00
รวมเป็นเงิน 440,000.00
งบประมาณ : 440,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ม.ค. 2561 - 30 มิ.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : มีกลไกการขับเคลื่อนการดำเนินงาน พรบ.การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์วัยรุ่น วัยรุ่นสูงดี-สมส่วน และสาวไทยแก้มแดง

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางสาวเพ็ญศรี กองสัมฤทธิ์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ นางศรัชฌา กาญจนสิงห์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ นางวริสา คุณากรธำรง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ นางสาววนิดา ราชมี นักวิชาการสาธารณสุข

ผู้เสนอโครงการ : นางศรัชฌา กาญจนสิงห์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายพนิต โล่เสถียรกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายพนิต โล่เสถียรกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 6 ชลบุรี
ลำดับที่ : 13

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาและการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ในประชากรวัยทำงาน เขตสุขภาพที่ 6

ยุทธศาสตร์ : 1.4 ส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานที่พึงประสงค์

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 11. ร้อยละของวัยทำงานอายุ 30-44 ปี มีดัชนีมวลกายปกติ

cluster : กลุ่มวัยทำงาน

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (37)12.3 พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศ และแนวช่องทางสื่อสารกับประชาชนเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานที่พึงประสงค์ (Health Literacy)

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : ประชาชนที่มีอายุ 15 - 59 ปี จัดอยู่ในกลุ่มประชากรวัยทำงานโดยประเทศไทยมีจำนวน 55.6 ล้านคนประชาชนที่อยู่ในวัยแรงงาน พร้อมทำงาน 38.7 ล้านคน ภาคเกษตรกรรม 12.56 ล้านคน นอกภาคเกษตรกรรม 25.61 ล้านคน ( ที่มา : ระบบสถิติทางการทะเบียน กระทรวงมหาดไทย ธ.ค.2559) ถ้าประชากรวัยทำงานมีพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่ถูกต้อง จะเป็นกลุ่มวัยมีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วย และมีภาวะเสี่ยงสูงต่อการเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง จากพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่พึงประสงค์ เช่น การรับประทานอาหารที่มีรสหวาน มัน เค็ม อาหารปิ้ง ย่าง รมควัน การสูบบุหรี่ การดื่มสุรา กิจกรรมทางกายน้อย ความเครียดสะสม การรับสารพิษทั้งทางตรงโดยการกิน สัมผัส และทางอ้อมจากมลพิษสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดโรคหลอดเลือดสมองโรคหัวใจขาดเลือดโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคอ้วน และโรคมะเร็งทุกชนิดตามมา อัตราป่วยรายใหม่ของผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือดของเขตสุขภาพที่ 6 = 0.05% ของประเทศไทย =0.04% อัตราป่วยรายใหม่ของโรคเบาหวาน เขตสุขภาพที่ 6 =671 ต่อแสนประชากร ของประเทศไทย=512 ต่อแสนประชากร อัตราป่วยรายใหม่ของโรคความดันโลหิตสูงเขตสุขภาพที่ 6=1,356.8 ต่อแสนประชากร ของประเทศไทย 1,200 ต่อแสนประชากร อัตราการตายด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง(NCDs) ที่เพิ่มมากขึ้นส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตทุกระดับและเป็นภาระค่าดูแลรักษาในระดับชาติที่เปล่าประโยชน์ แต่กลุ่มโรคเหล่านี้สามารถป้องกันได้ด้วยการลดพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆข้างต้น กระทรวงสาธารณสุขและกรมอนามัยโดยสำนักส่งเสริมสุขภาพ ได้วางกรอบแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบการส่งเสริมสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ตามแผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 พ.ศ.2560- พ.ศ.2564 ได้กำหนดตัวชี้วัดวัยทำงาน 2 ตัวชี้วัดคือ 1.ร้อยละของวัยทำงานอายุ 30-44 ปี มี BMI ปกติ 2. ร้อยละของวัยทำงานมีพฤติกรรมสุขภาพ ที่พึงประสงค์ โดยมีกลยุทธ์ในการดำเนินงาน 2 ประเด็นได้แก่ 1. พัฒนานโยบายและยุทธศาสตร์ระดับชาติที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ของกลุ่มวัยทำงาน 2.การเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่วัยสูงอายุ พร้อมทั้งมี 2.มาตรการประกอบด้วย 1. ทำข้อเสนอเชิงนโยบายและยุทธศาสตร์ระดับชาติ เรื่อง Healthy Eating Active living and Environmental Health 2. ส่งเสริมวัยทำงานอายุ 15-59 ปี มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ ตั้งเป้าประสงค์ประชากรวัยทำงาน“วัยทำงานหุ่นดี สุขภาพดี”ความสุข คือมีดัชนีมวลกายปกติ (BMI 18.5 -22.9) เน้นพฤติกรรมพึงประสงค์มี 4 ข้อ คือ1.มีพฤติกรรมการบริโภคผักผลไม้สด ลดอาหารหวาน มัน เค็ม 2.มีกิจกรรมทางกายเพียงพอต่อสุขภาพ 3.มีพฤติกรรมการล้างมือก่อนรับประทานอาหาร และหลังใช้ห้องน้ำ 4.มีการดูแลสุขภาพช่องปาก แปรงฟันตามหลัก 2:2:2 สอดคล้องกรอบแนวคิดขององค์การอนามัยโลกและกฎบัตรออตตาวา ศูนย์อนามัยที่ ๖ ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการดูแลสุขภาพประชากรวัยทำงาน จึงได้จัดทำโครงการสร้างเสริมสุขภาพประชาชนวัยทำงาน เขตสุขภาพที่ 6 ปีงบประมาณ 2561

วัตถุประสงค์ : พัฒนาองค์ความรู้และรูปแบบการสื่อสาร สาธารณะที่เหมาะสมในการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานที่พึงประสงค์ (Key message) และสร้างแกนนำสุขภาพ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
ภาคีเครือข่าย 8 จังหวัด สสจ./ สสอ./ รพ.สต/ ผู้สังเกตการณ์ รวมจำนวน 100 คน

วิธีการดำเนินงาน : ประชุมเชิงปฏิบัติการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทํางานที่พึงประสงค์

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมเชิงปฏิบัติการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทํางานที่พึงประสงค์ 1 ก.พ. 2561 - 28 ก.พ. 2561 215,400.00
รวมเป็นเงิน 215,400.00
งบประมาณ : 215,400.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ก.พ. 2561 - 28 ก.พ. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. เกิดการพัฒนาและขยายเครือข่ายองค์กรต้นแบบจัดการสุขภาพ 2. มีต้นแบบที่ดี ( Best practice) ตำบลต้นแบบจัดการสุขภาพ 3. องค์กรมีระบบเฝ้าระวังภาวะสุขภาพในประชาชนวัยทำงาน

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางปัณฑารีย์ หิรัณย์สิริกุล นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ นางสาวพัชรา ชุ่มชูจันทร์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ นางสาวกฤษณา วงษ์วรรณ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

ผู้เสนอโครงการ : นางปัณฑารีย์ หิรัณย์สิริกุล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายพนิต โล่เสถียรกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายพนิต โล่เสถียรกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 6 ชลบุรี
ลำดับที่ : 14

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาระบบการส่งเสริมการเกิดและเติบโตคุณภาพ เขตสุขภาพที่ 6

ยุทธศาสตร์ : 1.1 ส่งเสริมการเกิดและเติบโตคุณภาพ

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 1. อัตราส่วนการตายมารดาไทย ต่อการเกิดมีชีพแสนคน
2. ร้อยละของเด็กอายุ 0-5 ปี มีพัฒนาการสมวัย
4. ร้อยละของเด็กอายุ 3 ปี ปราศจากฟันผุ

cluster : กลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัย

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (2)1.2 เสริมพลังภาคีเครือข่าย (MCH Board ) และสืบสวนการตายมารดาระดับเขต

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : จากยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ทำให้กรมอนามัยกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนนโยบายยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบส่งเสริมและอนามัยสิ่งแวดล้อม ภายใต้แผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 พ.ศ. 2560-2564 เพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพดี ภาคีเครือข่ายและเจ้าหน้าที่มีความสุข ระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมยั่งยืน เป็น 4 ประเด็นยุทธศาสตร์ คือ 1. การส่งเสริมสุขภาพ 5 กลุ่มวัย 2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน 3. อภิบาลระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม และ 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล โดยกรมอนามัยทำหน้าที่ในการสังเคราะห์ ใช้ความรู้ และดูภาพรวม เพื่อกำหนดนโยบายและออกแบบระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม โดยการประสานงาน สร้างความร่วมมือและกำกับดูแลเพื่อให้เกิดความรับผิดชอบต่อการดำเนินงาน งานอนามัยแม่และเด็ก กลุ่มส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 6 เป็นหน่วยงานภูมิภาคขึ้นตรงกับกรมอนามัย รับนโยบายและดำเนินงานเพื่อตอบสนองตัวชี้วัดและยุทธศาสตร์ของกรมอนามัย ในเขตสุขภาพที่ 6 ด้านการส่งเสริมการเกิดและเติบโตคุณภาพ กลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัย ครอบคลุม 4 ตัวชี้วัด คือ อัตราส่วนมารดาตายต่อการเกิดมีชีพแสนคน, ร้อยละของเด็ก 0-5 ปี มีพัฒนาสมวัย, ร้อยละของเด็ก 0-5 ปี สูงดีสมส่วนและส่วนสูงเฉลี่ยที่อายุ 5 ปี และร้อยละของเด็ก 0-5 ปี ฟันไม่ผุ ทำให้ต้องดำเนินการร่วมกับศูนย์วิชาการ หน่วยงานและเครือข่ายทั้งใน-นอกกระทรวงสาธารณสุข ในการให้องค์ความรู้ กำกับ ติดตามและประเมินผล ด้านการส่งเสริมสุขภาพกลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัย สถานการณ์การส่งเสริมสุขภาพในกลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัย เขตสุขภาพที่ 6 พบว่า ในภาพรวมยังมีปัญหาเรื่องของอัตราการตายมารดาจากสาเหตุที่สามารถป้องกันได้และโรคแทรกซ้อนที่เกิดกับมารดาก่อนและระหว่างตั้งครรภ์ เช่น โรคความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจ และปัญหาเรื่องพัฒนาการเด็กสมวัย รวมทั้งตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ยังต่ำกว่าเกณฑ์ ดังนั้น เพื่อทำให้กลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัย ในเขตสุขภาพที่ 6 ได้รับการส่งเสริมการเกิดและเติบโตคุณภาพ งานอนามัยแม่และเด็ก ศูนย์อนามัยที่ 6 จึงจัดทำโครงการพัฒนาระบบการส่งเสริมการเกิดและเติบโตคุณภาพ เขตสุขภาพที่ 6 ขึ้น เพื่อพัฒนาแนวทางการส่งเสริมสุขภาพสตรีและเด็กปฐมวัย

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อพัฒนากลไกการขับเคลื่อนการดำเนินงาน MCH Board เขตสุขภาพที่ 6 2. เพื่อพัฒนายกระดับมาตรฐานการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพกลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัย เขตสุขภาพที่ 6

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. คณะกรรมการอนามัยแม่และเด็ก และผู้ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 60 คน 2. คกก.แม่และเด็ก/ แพทย์ พยาบาล ผู้ที่เกี่ยวข้อง/ วิทยากร/ จนท. ศอ.6 มีการประชุม Dead Case/ วาระฉุกเฉินเรื่องเร่งด่วน จำนวน 40 คน 3. ทีมเยี่ยม พัฒนา ประเมินรับรอง/ รพ.อภัยภูเบศรฯ ประเมินรับรองมาตรฐานอนามัยแม่และเด็ก จำนวน 2 แห่ง 4. ขับเคลื่อน พรบ. Milk Code และการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ จำนวน 200 คน 5. สสจ. และ สสอ. ทุกแห่ง/ จังหวัดละ 2 ตำบล (รพ.สต. อปท ศพด. แกนนำ ) ได้รับการพัฒนาตำบล 3 วัย จำนวน 180 คน 6. สสจ./ สสอ./จังหวัดละ 2 ตำบล (รพ.สต. อปท ศพด.) ได้รับการติดตามและประเมินการดำเนินงาน “พัฒนาตำบล 3 วัย จำนวน 150 คน

วิธีการดำเนินงาน : 1. ประชุมเชิงปฏิบัติ การคณะกรรมการอนามัยแม่และเด็ก (MCH B) ระดับเขต 2. ประชุมDead Case / วาระฉุกเฉินเรื่องเร่งด่วน 3. ประเมินรับรองมาตรฐานอนามัยแม่และเด็ก 4. ประชุมเชิงปฏิบัติ การ “ขับเคลื่อน พรบ. Milk Code และการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 5. ประชุมเชิงปฏิบัติการ “พัฒนาตำบล 3 วัย (วัยรุ่น สตรี และเด็กปฐมวัย) ลูกเกิดรอดแม่ปลอดภัย พัฒนาการสมวัย สูงดีสมสมวัย ฟันไม่ผุ”แบบมีส่วนร่วม 6. ประชุมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และคัดเลือกพื้นที่ดีเด่นตำบลมหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของชีวิตเขตสุขภาพ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมเชิงปฏิบัติการคณะกรรมการอนามัยแม่และเด็ก (MCH B) ระดับเขต 1 พ.ค. 2561 - 31 พ.ค. 2561 11,880.00
2 ประชุม Dead Case / วาระฉุกเฉินเรื่องเร่งด่วน 1 ต.ค. 2560 - 28 ก.พ. 2561 15,420.00
3 ประเมินรับรองมาตรฐานอนามัยแม่และเด็ก 1 เม.ย. 2561 - 31 พ.ค. 2561 8,960.00
4 ประชุมเชิงปฏิบัติการ “ขับเคลื่อน พรบ. Milk Code และการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ (2 วัน) 1 ม.ค. 2561 - 31 ม.ค. 2561 106,530.00
5 ประชุมเชิงปฏิบัติการ “พัฒนาตำบล 3 วัย (วัยรุ่น สตรี และเด็กปฐมวัย) ลูกเกิดรอดแม่ปลอดภัย พัฒนาการสมวัย สูงดีสมสมวัย ฟันไม่ผุ”แบบมีส่วนร่วม 23 พ.ย. 2560 - 24 พ.ย. 2560 288,240.00
6 ประชุมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และคัดเลือกพื้นที่ดีเด่น ตำบล มหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของชีวิต เขตสุขภาพ 4 มิ.ย. 2561 - 5 มิ.ย. 2561 86,500.00
รวมเป็นเงิน 517,530.00
งบประมาณ : 517,530.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 5 มิ.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. แนวทางการดำเนินงานตามมาตรฐาน MCH Board 2. กลไกการขับเคลื่อนการดำเนินงานเรื่องสตรีและเด็กปฐมวัย สอดคล้องกับบริบท/ปัญหาของพื้นที่

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางสาวเพ็ญศรี กองสัมฤทธิ์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ นางศรัชฌา กาญจนสิงห์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ นางวริสา คุณากรธำรง ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ นางสาววนิดา ราชมี ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข

ผู้เสนอโครงการ : นางสาวเพ็ญศรี กองสัมฤทธิ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายพนิต โล่เสถียรกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายพนิต โล่เสถียรกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 6 ชลบุรี
ลำดับที่ : 15

ชื่อโครงการ : โครงการสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่าต้านภัยมะเร็งเต้านมและการควบคุมป้องกันโรค ขาดสารไอโอดีน เขตสุขภาพที่ 6

ยุทธศาสตร์ : 1.4 ส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานที่พึงประสงค์

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 11. ร้อยละของวัยทำงานอายุ 30-44 ปี มีดัชนีมวลกายปกติ
12. ร้อยละของวัยทำงานมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

cluster : กลุ่มวัยทำงาน

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (68)23.3 สืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่า ต้านภัยมะเร็งเต้านม

แผนจัดสรรงบประมาณ :   7. แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาด้านสาธารณสุขและสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก

หลักการและเหตุผล : สตรีเสียชีวิตจากโรคมะเร็งประมาณ 3-4 หมื่น คนต่อปี โดยมะเร็งปากมดลูกเป็นสาเหตุตายอันดับแรก แต่ในปัจจุบันโรคมะเร็งเต้านมมีอัตราป่วยและตายที่สูงขึ้นทั่วโลก ในประเทศไทยอัตราป่วยด้วยโรคมะเร็งเต้านมต่อประชากร 100,000 ในสตรีอายุ 30-70 ปีพ.ศ.2556-2558 พบอัตราการเกิดมะเร็งเต้านมร้อยละ 33.1 28.9 และ27.8 โอกาสที่สตรีจะป้องกันตนเองจากมะเร็งเต้านมจึงไม่มีเทคโนโลยีที่เหมาะสมช่วย นอกจากการตรวจเต้านมอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอจะได้พบก้อนที่สงสัยตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพื่อที่จะรักษาให้หายขาดได้ (Early detection Early Protection) การให้ความรู้แก่สตรีไทยเพื่อการตรวจเต้านมด้วยตนเอง(Breast Self Exam : BSE) ได้มีการดำเนินการมานานแล้ว แต่การประเมินผลว่ามีประสิทธิภาพมากแค่ไหนยังเป็นคำถามที่สำคัญและอาจเป็นประโยชน์ต่อประเทศกำลังพัฒนาที่ไม่สามารถพึ่งพาเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่มีราคาแพงได้ (มูลนิธิถันยรักษ์ กระทรวงสาธารณสุข, 2559) มูลนิธิถันยรักษ์ฯ ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีได้ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขจัดทำโครงการ สืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่า ต้านมะเร็งเต้านม เพื่อสืบสานพระราชประสงค์ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ผู้ทรงก่อตั้งมูลนิธิถันยรักษ์ฯให้ผู้หญิงไทยพ้นภัยมะเร็งเต้านม ซึ่งมีพื้นที่เข้าร่วมดำเนินงานโครงการ จำนวน 21 จังหวัดของประเทศไทย และในเขตสุขภาพที่ 7 มีจังหวัดร้อยเอ็ดที่ได้ดำเนินโครงการฯในเขตอำเภอเมือง สำหรับกรมอนามัยมีบทบาทหน้าที่เป็นศูนย์กลางการประสานภาคีเครือข่ายสร้างความเข้มแข็งของสตรีให้มีความรู้ มีทักษะ มีความเข้าใจในการดูแลตนเอง การตรวจเต้านมตนเองที่ถูกต้อง บริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศ และสนับสนุนสื่อ เอกสาร ดังนั้นการพัฒนาศักยภาพบุคลากรระดับพื้นที่ในการดำเนินงานโครงการสืบสานฯให้มีความรู้ มีทักษะในการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม และขยายระบบบริการคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยการตรวจเต้านมด้วยตนเองในพื้นที่จังหวัดอื่นเพิ่ม จะช่วยทำให้การตรวจคัดกรองและพบก้อนได้ในระยะเริ่มต้นเร็วขึ้น ลดอัตราการเสียชีวิตของสตรีไทยด้วยมะเร็งเต้านม นอกจากนี้ภาวะขาดสารไอโอดีนยังเป็นปัญหาทางด้านสาธารณสุขที่สำคัญที่อยู่ในโครงการตามพระราชดำริ เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดสารไอโอดีนของประชาชนไทย เนื่องจากมีผลกระทบต่อสุขภาพและการดำรงชีวิตของประชากรทุกกลุ่มวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบที่ร้ายแรงต่อการพัฒนาสมองของทารกในครรภ์ ทารกแรกเกิด และเด็กปฐมวัย อย่างไรก็ตามภาวะขาดสารไอโอดีนเป็นปัญหาที่ป้องกันได้ หากประชากรทุกกลุ่มวัยเข้าถึงแหล่งอาหารที่มีไอโอดีน และมีพฤติกรรมการบริโภคอาหาร เครื่องปรุงรส หรือผลิตภัณฑ์อื่นๆที่มีไอโอดีนอย่างเพียงพอต่อความต้องการของแต่ละวัย ภาวะขาดสารไอโอดีนเป็นภาวะทุพโภชนาการที่เกิดขึ้นกับประชากรทั่วโลกและเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของภาวะปัญญาอ่อนและความเสียหายต่อสมอง การได้รับสารไอโอดีนไม่เพียงพอในหญิงตั้งครรภ์จะส่งผลให้เกิดความด้อยของสมองในทารกและเด็ก และมีความเสี่ยงต่อการแท้งบุตรสูง ส่วนเด็กที่ได้รับสารไอโอดีนไม่เพียงพอ จะมีสมองและร่างกายเติบโตช้ากว่าปกติ และมีส่วนทําให้ไอคิวของเด็กตํ่าลง อาการผิดปกติเหล่านี้สามารถป้องกันได้ ประเทศไทยจึงให้ความสําคัญกับการส่งเสริมให้เด็กและประชาชนทุกคนได้รับสารไอโอดีนอย่างเพียงพอ โดยการผลักดันนโยบายให้ผู้ผลิตเกลือเติมสารไอโอดีนในเกลือทุกประเภท อีกทั้งสนับสนุนให้หญิงตั้งครรภ์ได้รับยาเม็ดเสริมไอโอดีนตลอดการตั้งครรภ์ ตลอดจนผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนชุมชนหมู่บ้านไอโอดีนครอบคลุมทุกหมู่บ้าน ซึ่งเป็นวิธีที่สามารถรับประกันได้ว่า ประชาชนจะได้รับสารไอโอดีนถ้วนหน้า ปีงบประมาณ ๒๕61 ศูนย์อนามัยที่ 6 ชลบุรี จึงได้จัดทำโครงการสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่าต้านภัยมะเร็งเต้านม และการควบคุมป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนในเขตสุขภาพที่ 6 ตามนโยบายแผนยุทธศาสตร์ของกรมอนามัย เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรระดับพื้นที่ในการดำเนินงานโครงการสืบสานฯ ส่งเสริมให้สตรีไทยมีพฤติกรรมการตรวจเต้านมตนเองที่ถูกต้อง และพัฒนาระบบการคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยตนเอง รวมทั้งพัฒนาชมรมผู้ประกอบการเกลือเสริมไอโอดีน พัฒนาศูนย์การเรียนรู้ชุมชน/หมู่บ้านไอโอดีนให้ยั่งยืนต่อไป

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรระดับพื้นที่ในการดำเนินงานโครงการสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่า ต้านภัยมะเร็งเต้านมและขยายระบบบริการคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยการตรวจเต้านมด้วยตนเอง 2. เพื่อส่งเสริมให้สตรีไทยมีพฤติกรรมการตรวจเต้านมตนเองที่ถูกต้องและสม่ำเสมอ 3. เพื่อให้จังหวัดพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ชุมชน/หมู่บ้านไอโอดีน 4. เพื่อพัฒนาชมรมผู้ประกอบการเกลือเสริมไอโอดีน

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. ผู้เข้ารับการอบรมตรวจเต้านม ครู ก จำนวน 200 คน 2. ติดตามและขับเคลื่อนชุมชน/หมู่บ้านไอโอดีนต่อเนื่อง จำนวน 17 ตำบล 3. ผู้รับผิดชอบงาน รับทราบแนวทางการดำเนินงาน/ ขับเคลื่อนงาน จำนวน 6 ครั้ง

วิธีการดำเนินงาน : 1. อบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพบุคลากรตรวจมะเร็งเต้านมและพัฒนาระบบรายงาน 2. เยี่ยมติดตามหมู่บ้านไอโอดีน 3. ประสานการดำเนินงาน/ร่วมประชุมกับหน่วยงานเกี่ยวข้องเพื่อขับเคลื่อนงานวัยทำงาน 4. อบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพบุคลากรตรวจมะเร็งเต้านมและพัฒนาระบบรายงาน

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 อบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพบุคลากรตรวจมะเร็งเต้านมและพัฒนาระบบรายงาน 1 ก.พ. 2561 - 28 ก.พ. 2561 86,560.00
2 เยี่ยมติดตามหมู่บ้านไอโอดีน 1 เม.ย. 2561 - 30 มิ.ย. 2561 25,930.00
3 ประสานการดำเนินงาน/ร่วมประชุมกับหน่วยงานเกี่ยวข้องเพื่อขับเคลื่อนงานวัยทำงาน 1 พ.ย. 2560 - 30 มิ.ย. 2561 4,210.00
4 อบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพบุคลากรตรวจมะเร็งเต้านมและพัฒนาระบบรายงาน 1 พ.ค. 2561 - 31 พ.ค. 2561 50,836.00
รวมเป็นเงิน 167,536.00
งบประมาณ : 167,536.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 พ.ย. 2560 - 30 มิ.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. ขยายพื้นที่ดำเนินงานโครงการสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่าต้านภัยมะเร็งเต้านมในเขตสุขภาพที่ 6 เพิ่มขึ้น แลไอโอดีน ะการคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยการตรวจเต้านมตนเอง 2. มีการพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ชุมชน/หมู่บ้านไอโอดีน และผู้ประกอบการเกลือเสริมไอโอดีน

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางปัณฑารีย์ หิรัณย์สิริกุล นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ นางสาวพัชรา ชุ่มชูจันทร์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ นางสาวกฤษณา วงษ์วรรณ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

ผู้เสนอโครงการ : นางปัณฑารีย์ หิรัณย์สิริกุล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายพนิต โล่เสถียรกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายพนิต โล่เสถียรกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 6 ชลบุรี
ลำดับที่ : 16

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาระบบการดูแลด้านสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาว (Long Term Care) ในชุมชน เขตสุขภาพที่ 6 ปีงบประมาณ 2561

ยุทธศาสตร์ : 1.5 ส่งเสริมผู้สูงอายุไทยเพื่อเป็นหลักชัยของสังคม

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 13. อายุคาดเฉลี่ยของการมีสุขภาพ (Health-Adjusted Life Expectancy : HALE)

cluster : กลุ่มผู้สูงอายุ

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (48)15.3 พัฒนา ภาคีเครือข่าย (Partnership)

แผนจัดสรรงบประมาณ :   2. แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

หลักการและเหตุผล : สังคมไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ จากการคาดประมาณประชากรของประเทศไทยปี ๒๕๕๓-๒๕๘๓พบว่า ในปี ๒๕๘๓ ประเทศไทยจะมีผู้สูงอายุ ๖๐ ปีขึ้นไป สูงถึง ๒๐.๕ ล้านคน หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ ๓๒ ของจำนวนประชากรไทยทั้งหมด(สำนักงานสถิติแห่งชาติ ๒๕๕๓) ซึ่งโครงสร้างประชากรไทยที่เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ จะส่งผลต่อการพัฒนาประเทศเนื่องจากการลดลงของจำนวนและสัดส่วนของประชากรวัยแรงงานจะกระทบศักยภาพการผลิต นอกจากนี้การก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุส่งผลให้ภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพเพิ่มขึ้น เนื่องจากกลุ่มผู้สูงอายุมีแนวโน้มที่จะเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรัง และมีภาวะทุพพลภาพเพิ่มขึ้นตามอายุที่มากขึ้น ส่งผลให้ความชุกของโรคที่เกี่ยวเนื่องกับความเสื่อมถอยของอวัยวะจะเพิ่มขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโรคเรื้อรังที่ต้องการระบบบริการฟื้นฟูสภาพและการดูแลระยะยาว ส่งผลให้รายจ่ายด้านสุขภาพของประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจัยร่วมที่สำคัญ ๒ ปัจจัย คือ ค่าใช้จ่ายทางสุขภาพที่สูงขึ้นตามอายุ และค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ “ก่อนการเสียชีวิต”นอกจากนี้ยังพบว่า ผู้สูงอายุไทยร้อยละ ๙๕ มีความเจ็บป่วยด้วยโรคหรือปัญหาสุขภาพ อาทิโรคความดันโลหิต โรคเบาหวาน ข้อเข่าเสื่อม โรคซึมเศร้า พิการและติดบ้านติดเตียง (โครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ ๒๕๕๗) อีกทั้งผู้สูงอายุในชุมชนได้รับการดูแลโดยการเยี่ยมบ้านโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขแต่ยังไม่เพียงพอกับความต้องการของผู้สูงอายุและญาติ โดยเฉพาะผู้สูงอายุติดเตียงที่ต้องการความช่วยเหลือและการดูแลจากบุคลากรสาธารณสุขเป็นอย่างมาก เนื่องจากการเยี่ยมบ้านแต่ละครั้งมีเวลาน้อย อีกทั้งยังขาดแคลนบุคลากรในการบริหารจัดการการดูแลผู้สูงอายุในชุมชนที่มีประสิทธิภาพ จากสถานการณ์ปัญหาดังกล่าว รัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุขและสำนักงานหลักประกัน สุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้ดำเนินโครงการพัฒนาระบบการดูแลระยะยาวสำหรับผู้สูงอายุภาวะพึ่งพิงเป็นนโยบายสำคัญเร่งด่วน เป้าหมายดำเนินการในปี 2559-2561 โดยคาดหวังให้เกิดการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในชุมชน มีการจัดตั้งศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุที่สามารถจัดบริการและให้การดูแลผู้สูงอายุทุกคน โดยมีการดำเนินงานที่สำคัญ คือ การพัฒนาบุคลาการผู้สูงอายุ คือ ผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน (Care Manager) และผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Care Giver) ดังนั้นศูนย์อนามัยที่ ๖ ตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาระบบการดูแลด้านสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาวในชุมชน (Long Term Care) เขตสุขภาพที่ ๖ ปีงบประมาณ ๒๕๖๑ ขึ้น เพื่อขับเคลื่อนระบบดูแลผู้สูงอายุระยะยาว อย่างต่อเนื่อง

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน (Care Manager) เขตสุขภาพที่ 6 2. เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Care Giver) เขตสุขภาพที่ 6 3. เพื่อติดตามการดำเนินงานผู้สูงอายุและร่วมประชุมกับหน่วยงานด้านผู้สูงอายุ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. ผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน (Care Manager) เขตสุขภาพที่ 6 ได้รับการพัฒนาศักยภาพ จำนวน 330 คน 2. ผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Care Giver) ได้รับการพัฒนาศักยภาพ ด้วยหลักสูตร 70 ชม.กรมอนามัย จำนวน 1,200 คน 3. มีการติดตามการดำเนินงานและเข้าร่วมประชุมกับหน่วยงานด้านผู้สูงอายุ จำนวน 10 ครั้ง

วิธีการดำเนินงาน : 1. จัดอบรมผู้จัดการการดูแล ผู้สูงอายุ (Care Manager) 2. จัดอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Care Giver) 3. ร่วมประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขับเคลื่อนงานผู้สูงอายุ 4. ติดตามการดำเนินงานผู้สูงอายุ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1. จัดอบรมผู้จัดการการดูแล ผู้สูงอายุ (Care Manager) 1 ธ.ค. 2560 - 31 ม.ค. 2561 2,188,140.00
2 2. จัดอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Care Giver) 1 ม.ค. 2561 - 30 เม.ย. 2561 1,544,370.00
3 3. ร่วมประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขับเคลื่อนงานผู้สูงอายุ 1 ต.ค. 2560 - 30 มิ.ย. 2561 4,790.00
4 4. ติดตามการดำเนินงานผู้สูงอายุ 1 เม.ย. 2561 - 31 พ.ค. 2561 22,475.00
รวมเป็นเงิน 3,759,775.00
งบประมาณ : 3,759,775.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 มิ.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. ผู้รับผิดชอบงานผู้สูงอายุ จากรพศ./รพท./รพช./รพ.สต./อปท. ในเขตสุขภาพที่ 6 มีความรู้ ทักษะในการดำเนินงานเพื่อพัฒนาระบบดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุขสำหรับผู้สูงอายุภาวะพึ่งพิงในชุมชน (Long Term Care) 2. ผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Care Giver) เขตสุขภาพที่ 6 มีความรู้ ทักษะการดูแลผู้สูงอายุ 3. ข้อมูลการดำเนินงานของผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน (Care Manager) และผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Care Giver) สามารถใช้เป็นข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อพัฒนาระบบดูแลผู้สูงอายุระยะยาวในชุมชน (LTC) เขตสุขภาพที่ 6

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางสาวพัชรา ชุ่มชูจันทร์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ นางสาวกฤษณา วงษ์วรรณ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ นางปัณฑารีย์ หิรัณย์สิริกุล นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

ผู้เสนอโครงการ : นางสาวพัชรา ชุ่มชูจันทร์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายพนิต โล่เสถียรกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายพนิต โล่เสถียรกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 6 ชลบุรี
ลำดับที่ : 17

ชื่อโครงการ : โครงการบูรณาการการพัฒนานวตกรรมและเทคโนโลยีการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ ภายใต้แผนงานทันตสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ ในประเทศไทย พ.ศ. 2558-2565 เขตสุขภาพที่ 6

ยุทธศาสตร์ : 1.5 ส่งเสริมผู้สูงอายุไทยเพื่อเป็นหลักชัยของสังคม

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 14. ร้อยละของผู้สูงอายุ (60-74 ปี) มีฟันแท้ใช้งานอย่างน้อย 20 ซี่ และ 4 คู่สบ

cluster : กลุ่มผู้สูงอายุ

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (49)16.1 ทบทวนสถานการณ์และการสร้างการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายภาคประชาชน

แผนจัดสรรงบประมาณ :   2. แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

หลักการและเหตุผล : สุขภาพช่องปากเป็นส่วนหนึ่งของการมีสุขภาพดีช่วยเสริมคุณภาพชีวิต เพราะปัญหาสุขภาพช่องปากจะส่งผลต่อระบบอื่นๆ ของร่างกาย ดังนั้นจำเป็นต้องดูแลสุขภาพในช่องปากให้สมบูรณ์ ซึ่งในปัจจุบันแนวคิดการดูแลช่องปากมิใช่การกำจัดโรคอย่างเดียวเท่านั้น แต่จะต้องดูแลสุขภาพช่องปากให้ดีตั้งแต่แรกเริ่ม และคงสภาพที่ดีไว้นั่นคือ ให้ความสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค ซึ่งดีกว่าการรักษาเพราะกระทำในสภาพปกติ ไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวด ไม่ต้องทนทุกข์ทรมาน ไม่เสียเวลาในการรักษา ไม่ต้องเสียเงินค่ารักษา และที่สำคัญคือไม่ต้องสูญเสียฟัน การส่งเสริมทันตสุขภาพและการป้องกันโรคในช่องปาก มุ่งเน้นที่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอนามัย โดยเฉพาะพฤติกรรมการทำความสะอาดช่องปาก และพฤติกรรมการบริโภคอันเป็นสาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดโรคฟันผุ เหงือกอักเสบ จากการสำรวจทันตสุขภาพระดับจังหวัดปี 2556 พบว่า ผู้สูงอายุมีฟันแท้ ที่ใช้เคี้ยวอาหารได้ 20 ซี่ขึ้นไปเพียงร้อยละ 40.6 อีกทั้งการจัดกิจกรรมทันตสุขภาพเชิงรุกในชมรมผู้สูงอายุ โดยเฉพาะในพื้นที่ตำบล LTC ส่วนใหญ่ ยังไม่ชัดเจน ยังขาดการบูรณาการการดำเนินงานในการจัดบริการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ ศูนย์อนามัยที่ ๖ จึงได้จัดทำโครงการบูรณาการการพัฒนานวตกรรมและเทคโนโลยีการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ ภายใต้แผนงานทันตสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ ในประเทศไทย พ.ศ. 2558-2565 เขตสุขภาพที่ 6 ขึ้น เพื่อพัฒนาเครือข่ายชมรมผู้สูงอายุให้เข้มแข็ง สามารถเป็นกลไกที่สำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพช่องปากและการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุแบบบูรณาการ

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่ายชมรมผู้สูงอายุและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรคในช่องปากและการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุแบบบูรณาการ 2. เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และคัดเลือกพื้นที่ดีเด่นด้านการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค ในช่องปากและการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุแบบบูรณาการ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. ภาคีเครือข่ายชมรมผู้สูงอายุและเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ได้รับการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรคในช่องปากและการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุแบบบูรณาการ จำนวน 250 คน 2. สสจ./สสอ./รพ.สต./อปท./เครือข่ายชมรมผู้สูงอายุ 8 จังหวัด แลกเปลี่ยนเรียนรู้และคัดเลือกพื้นที่ดีเด่นด้านการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรคในช่องปากและการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุแบบบูรณาการ เขตสุขภาพที่ 6 จำนวน 120 คน

วิธีการดำเนินงาน : 1. ประชุมเชิงปฏิบัติการ “เครือข่ายชมรมผู้สูงอายุเพื่อส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคในช่องปากและการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุแบบบูรณาการ” 2. ประชุมเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และคัดเลือกพื้นที่ดีเด่นด้านการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรคในช่องปากและการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุแบบบูรณาการ เขตสุขภาพที่ 6

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1. ประชุมเชิงปฏิบัติการ “เครือข่ายชมรมผู้สูงอายุเพื่อส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคในช่องปากและการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุแบบบูรณาการ” 1 พ.ค. 2561 - 31 พ.ค. 2561 878,622.00
2 2. ประชุมเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และคัดเลือกพื้นที่ดีเด่นด้านการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรคในช่องปากและการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุแบบบูรณาการ เขตสุขภาพที่ 6 1 พ.ค. 2561 - 31 พ.ค. 2561 208,875.00
รวมเป็นเงิน 1,087,497.00
งบประมาณ : 1,087,497.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 พ.ค. 2561 - 31 พ.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. ภาคีเครือข่ายชมรมผู้สูงอายุและเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานผู้สูงอายุได้รับการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรคในช่องปากและการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุแบบบูรณาการ 2. มีพื้นที่ดีเด่นด้านการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรคในช่องปากและการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุแบบบูรณาการ เป็นตัวอย่างที่ดีในการดำเนินงานแก่พื้นที่อื่น

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางสาวกฤษณา วงษ์วรรณ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ นางสาวพัชรา ชุ่มชูจันทร์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ

ผู้เสนอโครงการ : นางสาวกฤษณา วงษ์วรรณ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายพนิต โล่เสถียรกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายพนิต โล่เสถียรกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 6 ชลบุรี
ลำดับที่ : 18

ชื่อโครงการ : โครงการเด็กวัยเรียนเติบโตเต็มศักยภาพ สูงดี สมส่วน แข็งแรง ฉลาด และมีพฤติกรรมที่พึงประสงค์ เขตสุขภาพที่ 6 ปีงบประมาณ 2561

ยุทธศาสตร์ : 1.2 ส่งเสริมเด็กวัยเรียนให้แข็งแรงและฉลาด

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 5. ร้อยละของเด็กวัยเรียน (6-14 ปี) สูงดีสมส่วน ฟันไม่ผุ (caries free) และเด็กอายุ 12 ปี มีส่วนสูงเฉลี่ยตามเกณฑ์
6. ร้อยละของเด็กวัยเรียนมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ด้านการบริโภคอาหาร กิจกรรมทางกาย และทันตสุขภาพ

cluster : กลุ่มวัยเรียน

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (16)6.1 ทบทวนสถานการณ์และพัฒนามาตรฐาน หลักสูตร และนวัตกรรมสุขภาพเด็กวัยเรียน

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : การเจริญเติบโตเต็มศักยภาพ หมายถึง การเจริญเติบโตสูงสุดตามที่พันธุกรรมกำหนด เป็นผลจากการได้รับพลังงานและสารอาหารครบถ้วน เพียงพอ และได้สมดุล การเจริญเติบโตของเด็กยังถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญต่อคุณภาพชีวิตตั้งแต่เกิดจนถึงสูงอายุ เนื่องจากมีผลกระทบต่อสติปัญญา พัฒนาการ ภูมิต้านทานโรค และการเกิดโรคเรื้อรัง การเจริญเติบโตที่ดี หมายถึง เด็กมีส่วนสูงระดับดีและมีรูปร่างสมส่วน การที่เด็กจะมีการเจริญเติบโตที่ดีได้ต้องได้รับการส่งเสริมมาตั้งแต่อยู่ในครรภ์ มารดา และต่อเนื่องไปจนถึงระยะหลังคลอด ตลอดจนการให้อาหารเสริมตามวัยอย่างเหมาะสมและเพียงพอ หากหญิงตั้งครรภ์ขาดอาหาร จะมีผลต่อการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ทำให้ทารกเกิดมาตัวเล็ก (Intra Uterine Growth Retardation ; IUGR) มีน้ำหนักแรกเกิดน้อยกว่า ๒,๕๐๐ กรัม ส่งผลต่อการติดเชื้อโรคซึ่งอาจถึงขั้นเสียชีวิต เจ็บป่วยบ่อยหรือมีความรุนแรง การพัฒนาสมองไม่ดี มีความบกพร่องพัฒนาการทางด้านอารมณ์และความสามารถในการเรียนรู้ สติปัญญาต่ำ และมีผลเสียต่อการพัฒนาอวัยวะต่างๆ อย่างถาวร ตับ ตับอ่อน ไต ซึ่งจะมีผลต่อการเกิดโรคเรื้อรัง เช่น ภาวะอ้วน โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือดเมื่อเป็นผู้ใหญ่ ส่วนเด็กที่รับประทานอาหารไม่เพียงพอ เป็นผลให้เด็กขาดอาหาร หากขาดอาหารระยะสั้น เด็กจะผอม ผลกระทบอาจไม่ชัดเจน แต่หากขาดอาหารเป็นเวลานานแบบเรื้อรัง จะส่งผลให้เด็กเตี้ย ซึ่งมีผลมากมายต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิต ทั้งระยะสั้นและระยะยาว ได้แก่ ภูมิต้านทานโรคต่ำ สติปัญญาต่ำ ความสามารถในการเรียนรู้บกพร่อง เมื่อทำงานจะมีรายได้ หรือค่าจ้างต่ำ เสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรัง และถ่ายทอดการขาดอาหารในรุ่นถัดไป องค์การอนามัยโลกระบุว่า เด็กที่ขาดอาหารระดับปานกลางและรุนแรง จะมีความเสี่ยงต่อการตาย ๕ เท่า และ ๘ เท่า ตามลำดับ เมื่อเทียบกับเด็กที่มีภาวะการเจริญเติบโตดี การศึกษาในโครงการพัฒนาการแบบองค์รวมของเด็กไทยปี ๒๕๔๗ ชี้ให้เห็นว่า เด็กอายุ ๒–๑๘ ปี ที่มีส่วนสูงระดับสูงกว่าเกณฑ์ ค่อนข้างสูง และสูงตามเกณฑ์ มีระดับเชาวน์ปัญญามากกว่าเด็กที่มีส่วนสูงอยู่ในระดับค่อนข้างเตี้ยและเตี้ยประมาณ ๖ จุด การศึกษาในประเทศฟิลิปปินส์ ชี้ให้เห็นว่า ความสูงของผู้ใหญ่ที่ลดลงทุกๆ ร้อยละ ๑ ทำให้ผลผลิตจากการทำงานลดลง ร้อยละ ๑.๔ ภาวะเตี้ยยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในอนาคต เช่น โรคกระดูกพรุน โรคอ้วนลงพุง (Metabolic syndrome) โรคเบาหวาน โรคความดัน-โลหิตสูง และโรคหัวใจ ในทางตรงกันข้ามเด็กที่กินอาหารมากเกินไป เป็นผลให้เด็กอ้วนเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรังในเด็ก เช่น โรคเบาหวาน ปัญหาโภชนาการขาดและเกินดังกล่าว มีผลต่อการพัฒนาประเทศ ก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจและสังคมทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งขณะนี้ประเทศไทยกำลังประสบปัญหาสุขภาพ ของคนวัยทำงานและผู้สูงอายุ รวมทั้งจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่อัตราการเกิดน้อย ซึ่งหมายความว่าเด็กต้องแบกรับปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งๆ ที่ตัวเองก็ด้อยคุณภาพ ประกอบกับภาวะโลกร้อน ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ทำให้เกิดน้ำท่วม หรือภัยแล้ง ซึ่งมีผลกระทบต่อแหล่งอาหารของชุมชน มีโอกาสเกิดโรคระบาดเพิ่มขึ้น ดังนั้นหญิงตั้งครรภ์และเด็กแรกเกิดถึง ๑๘ ปี จึงต้องเตรียมร่างกายให้พร้อมโดยการบริโภคอาหารอย่างเหมาะสมตามวัยเพื่อสร้างภูมิต้านทานโรคและการมีโครงสร้างร่างกายที่สมบูรณ์ ทั้งนี้การมีโครงสร้างร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง จะสามารถพัฒนา สู่ความเป็นเลิศทางกีฬาเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ได้ด้วย จากการศึกษาข้อมูลจาก HDC ปีงบประมาณ ๒๕๕๘-๒๕๖๐ ในพื้นที่รับผิดชอบของเขตสุขภาพที่ ๖ พบเด็กวัยเรียนเริ่มอ้วนและอ้วน ร้อยละ ๑๑.๗๕, ๑๒.๕๖, ๑๒.๗๔ ตามลำดับ ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดคือ เด็กวัยเรียนเริ่มอ้วนและอ้วน ไม่เกินร้อยละ ๑๐ และจากการสำรวจภาวะโภชนาการ และพฤติกรรมสุขภาพด้านอาหาร การออกกำลังกาย และการนอนหลับของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔-๖ ในเขตสุขภาพ ที่ ๖ ปี ๒๕๕๘ จำนวน ๘๓๔ คน พบนักเรียนที่มีภาวะเริ่มอ้วนและอ้วน จำนวน ๑๓๗ คน (ร้อยละ ๑๖.๔) ภาวะค่อนข้างเตี้ยและเตี้ย ๖๒ คน (ร้อยละ ๗.๔๓) ภาวะค่อนข้างผอมและผอม ๗๕ คน (ร้อยละ ๙) นักเรียนที่ได้รับการคัดกรองทั้งหมด พบนักเรียนที่มีภาวะ AcanthosisNigricans ๙๕ คน (ร้อยละ ๑๑.๔) ส่วนพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่เหมาะสม พบว่ามีการบริโภคอาหารทุกวัน ได้แก่ กินอาหารเช้าที่มีกลุ่มอาหารอย่างน้อย ๒ กลุ่ม คือ กลุ่มข้าว-แป้ง และเนื้อสัตว์หรือกลุ่มข้าว-แป้งและนมจำนวน ๔๓๔ คน (ร้อยละ ๕๒) กินอาหารมื้อหลักวันละ ๓ มื้อ (เช้า กลางวัน เย็น) จำนวน ๕๐๗ คน (ร้อยละ ๖๐.๘) กินไข่วันละ ๑ ฟอง จำนวน ๒๔๔ (ร้อยละ ๒๙.๓) ดื่มนมจืดวันละ ๓ แก้ว/กล่อง ขนาด ๒๐๐ มิลลิลิตร จำนวน ๒๑๖ คน (ร้อยละ ๒๕.๙) ซึ่งจากภาวะโภชนาการและพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่กล่าวมาไม่ถูกต้อง อาจส่งผลให้เด็กวัยเรียนเหล่านี้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรัง ส่งผลกระทบต่อคุณภาพประชากรวัยทำงานที่ไม่มีคุณภาพ และเสียชีวิตก่อนวัยอันควรได้ จึงมีความจำเป็นอย่างเร่งด่วนที่จะต้องให้ความสำคัญกับสุขภาพของหญิงตั้งครรภ์ และเด็กแรกเกิดถึง ๑๘ ปี อย่างจริงจัง ส่วนประเด็นของฟันดี ไม่มีผุ (Cavity free) ปีงบประมาณ ๒๕๖๐ ภาพรวมพบว่า เด็กกลุ่มอายุ ๑๒ ปี ฟันดี ไม่มีผุ ร้อยละ ๗๒.๘๓ (เกณฑ์ร้อยละ ๕๒) อย่างไรก็ตามศูนย์อนามัยที่ ๖ ได้ตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการเด็กวัยเรียนเติบโตเต็มศักยภาพ สูงดี สมส่วน แข็งแรง ฉลาด และมีพฤติกรรมที่พึงประสงค์ เพื่อให้มีกระบวนการดำเนินงานให้เด็กมีการเจริญเติบโตเต็มศักยภาพ โดยการดำเนินกิจกรรมด้านอาหารและโภชนาการ เพื่อให้ได้รับพลังงานและสารอาหารที่ครบถ้วน เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย โดยให้ได้รับอาหารครบ ๕ กลุ่มอาหาร (กลุ่มข้าว-แป้ง กลุ่มผัก กลุ่มผลไม้ กลุ่มเนื้อสัตว์ และกลุ่มนม) ในปริมาณเพียงพอ และได้คุณค่าอาหาร ตามหลักโภชนาการ รวมทั้งฝึกพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่เหมาะสม เพื่อให้มีบริโภคนิสัยที่ดี มีการออกกำลังกายให้เหมาะสมกับเพศและวัยอย่างเพียงพอ มีการนอนหลับอย่างเพียงพอ และมีพฤติกรรมดูแลฟันอย่างถูกต้องเหมาะสม ดังนั้น ศูนย์อนามัยที่ ๖ ได้จัดทำโครงการส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียนเติบโตเต็มศักยภาพ สูงดี สมส่วน แข็งแรง ฉลาด และมีพฤติกรรมที่พึงประสงค์ เขตสุขภาพที่ ๖ ปีงบประมาณ ๒๕๖๑ ขึ้น เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรเรื่อง อาหารและโภชนาการ กิจกรรมทางกาย การนอนหลับ และทันตสุขภาพ เพื่อให้เด็กเติบโตเต็มศักยภาพ กล่าวคือ สูงดี สมส่วนแข็งแรง ฉลาด มีทันตสุขภาพที่ดี รวมทั้งมีพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติต่อไป

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียนให้เติบโตเต็มศักยภาพ สูงดี สมส่วน แข็งแรง ฉลาด และมีพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ในเขตสุขภาพที่ 6 2. เพื่อพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่สาธารณสุข, ศึกษาในการจัดบริการสุขภาพเพื่อแก้ปัญหาภาวะทุพโภชนาการในเด็กวัยเรียน 3. เพื่อสื่อสารสังคมให้เด็กวัยเรียนและโรงเรียนรอบรู้ด้านสุขภาพ (HLS)

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพที่ขอรับการประเมิน เป็นโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชร จำนวน 8 แห่ง 2. สพป.1, 2และ 3 / ผู้รับผิดชอบงานกลุ่มวัยเรียน จากสสจ./ สสอ./ รพ. / ครูโรงเรียนๆ ละ 2 คน / ผู้เกี่ยวข้อง(อปท., ผู้ดำเนินการ) มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และคัดเลือกพื้นที่ดีเด่นด้านการส่งเสริมและสรุปบทเรียนการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพให้เด็กไทยสุขภาพดีใน (ร.ร.เพชร,/ ChoPA & ChiPA/ เด็กไทยแก้มใส/ ร.ร.สูงดี สมส่วน/ เครือข่ายเด็กไทยฟันดี) จำนวน 60 คน 3. เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ได้รับการพัฒนาศักยภาพ และศึกษาในการส่งเสริมสุขภาพ(เรื่องอาหาร กิจกรรมทางกาย การนอนและทันตสุขภาพ: ฟัน)และการจัดบริการสุขภาพเพื่อแก้ไขภาวะทุพโภชนาการ ในเด็กวัยเรียน จำนวน 100 คน

วิธีการดำเนินงาน : 1. เยี่ยมพัฒนาและประเมินรับรอง ร.ร.ส่งเสริมสุขภาพระดับเพชร, โรงเรียนต้นแบบเด็กไทยแก้มใส 2. ประชุมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และคัดเลือกพื้นที่ดีเด่นระดับเขต/แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสรุปบทเรียนการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพให้เด็กไทยสุขภาพดีใน (ร.ร.เพชร/ ChoPA & ChiPA /เด็กไทยแก้มใส /ร.ร.สูงดี สมส่วน/เครือข่ายเด็กไทยฟันดี) 3. อบรมเชิงปฏิบัติการ เพื่อเพิ่มพูนศักยภาพแก่บุคลากรในการส่งเสริมเด็กสูงดี สมส่วน แข็งแรง ฉลาด มีพฤติกรรมที่พึงประสงค์ รวมทั้งการจัดการแก้ปัญหาภาวะทุพโภชนาการตลอดจนการสื่อสารความรอบรู้ด้านสุขภาพให้กับภาคีเครือข่าย

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1. เยี่ยมพัฒนาและประเมินรับรอง ร.ร.ส่งเสริมสุขภาพระดับเพชร, โรงเรียนต้นแบบเด็กไทยแก้มใส 1 พ.ย. 2560 - 31 มี.ค. 2561 6,330.00
2 2. ประชุมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และคัดเลือกพื้นที่ดีเด่นระดับเขต/แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสรุปบทเรียนการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพให้เด็กไทยสุขภาพดีใน (ร.ร.เพชร/ ChoPA & ChiPA / เด็กไทยแก้มใส /ร.ร.สูงดี สมส่วน/เครือข่ายเด็กไทยฟันดี) 1 มิ.ย. 2561 - 30 มิ.ย. 2561 224,151.00
3 3. อบรมเชิงปฏิบัติการ เพื่อเพิ่มพูนศักยภาพแก่บุคลากรในการส่งเสริมเด็กสูงดี สมส่วน แข็งแรง ฉลาด มีพฤติกรรมที่พึงประสงค์ รวมทั้งการจัดการแก้ปัญหาภาวะทุพโภชนาการตลอดจนการสื่อสารความรอบรู้ด้านสุขภาพให้กับภาคีเครือข่าย 1 พ.ย. 2560 - 30 พ.ย. 2560 342,900.00
รวมเป็นเงิน 573,381.00
งบประมาณ : 573,381.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 พ.ย. 2560 - 30 มิ.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : ภาคีเครือข่ายมีแนวคิด องค์ความรู้ และกระบวนการการดำเนินงานที่ทำให้เด็กวัยเรียนเติบโตเต็มศักยภาพสูงดี สมส่วน แข็งแรง ฉลาด และมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางยุพา ชัยเพ็ชร รก.ในตำแหน่ง.นักวิชาการสาธารณสุขเชี่ยวชาญ (ด้านโภชนาการ) นายธนุเดช พูนน้อย นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ

ผู้เสนอโครงการ : นางยุพา ชัยเพ็ชร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายพนิต โล่เสถียรกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายพนิต โล่เสถียรกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 6 ชลบุรี
ลำดับที่ : 19

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาและขับเคลื่อนกรมอนามัย 4.0 องค์กรคุณภาพคู่คุณภาพ

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 21. คะแนนการประเมินระดับคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน ตามระบบ ITA โดย ปปท.

cluster : กลุ่ม FIN

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (79)25.6 การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ

แผนจัดสรรงบประมาณ :   10. แผนงานบุคลากรภาครัฐ

หลักการและเหตุผล : -

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้บุคลา่กรศุนย์อนามัยที่ 6 2. เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ศูนย์อนามัยที่ 6

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. บริหารจัดการหน่วยงานค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 1 หน่วยงาน 2. บริหารจัดการหน่วยงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 1 หน่วยงาน

วิธีการดำเนินงาน : 1. บริหารจัดการหน่วยงานค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2. บริหารจัดการหน่วยงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1. ค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ์ 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 993,000.00
2 2. ค่าไฟฟ้า/ ค่าน้ำประปา/ จ้างเหมาบริการบุคคลภายนอก/ จ้างเหมาบริการรักษาความปลอดภัย/ จ้างเหมาบริการล้างบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศ/ วัสดุสำนักงาน/ วัสดุคอมพิวเตอร์/ ค่าใช้จ่ายไปราชการ 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 3,647,568.00
รวมเป็นเงิน 4,640,568.00
งบประมาณ : 4,640,568.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : เพื่อให้หน่วยงานมีประสิทธิภาพในการดำเนินงาน

ผู้รับผิดชอบโครงการ : กลุ่มอำนวยการ

ผู้เสนอโครงการ : นางสาวศิริพร พูลสมบัติ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางสาวศิริพร พูลสมบัติ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายพนิต โล่เสถียรกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 6 ชลบุรี
ลำดับที่ : 20

ชื่อโครงการ : โครงการจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์ ปี 2561

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 21. คะแนนการประเมินระดับคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน ตามระบบ ITA โดย ปปท.

cluster : กลุ่ม FIN

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (78)25.5 การบริหารจัดการหน่วยงาน

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : เนื่องด้วยโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 6 มีหน้าที่ให้บริการรักษาและส่งเสริมสุขภาพประชาชนให้มีสุขภาพดี ดังนั้นเพื่อให้มียาและเวชภัณฑ์เพียงพอต่อการให้บริการ แก่ประชาชนที่มารับบริการของโรงพยาบาลฯ และเพื่อให้การจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์มีคุณภาพที่ดี ราคาที่เหมาะสม จึงจัดทำโครงการจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์ ปี 2561

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อให้ได้ยาที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐานตามหลักวิชาการ และเกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการรักษาผู้ป่วย 2. เพื่อให้มีเวชภัณฑ์ยาสำรองไว้เพียงพอต่อการให้บริการผู้ป่วยของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
ยามีคุณภาพและเพียงพอต่อการให้บริการ จำนวน 50 รายการ

วิธีการดำเนินงาน : จัดซื้อยาและเวชภัณฑ์

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดซื้อยาและเวชภัณฑ์ 1 ก.พ. 2561 - 31 พ.ค. 2561 272,470.00
รวมเป็นเงิน 272,470.00
งบประมาณ : 272,470.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ก.พ. 2561 - 31 พ.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : ผู้มารับบริการได้รับยาที่มีคุณภาพ และเพียงพอ

ผู้รับผิดชอบโครงการ : ห้องยา ศูนย์อนามัยที่ 6 ชลบุรี

ผู้เสนอโครงการ : นางสาวสุฑามาศ ตานะเศรษฐ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายอภิชาติ วัฒนโกศล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายพนิต โล่เสถียรกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 6 ชลบุรี
ลำดับที่ : 21

ชื่อโครงการ : โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการถ่ายทอดตัวชี้วัดและวางระบบการกำกับติดตามผลการดำเนินงานของ ศูนย์อนามัยที่ 6

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กลุ่ม HR

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (74)25.1 พัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : จากสถานการณ์ของโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ภาครัฐจจำเป็นต้องมีการปรับบทบาทการทำงานและการให้บริการ รวมถึงการบริหารจัดการภาครัฐให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ประกอบ กับยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการไทย (พ.ศ. 2546 - 2550) กำหนดให้มีการปรับเปลี่ยนกระบวนการ และวิธีการทำงาน เพื่อยกระดับขีดความสามารถและมาตรฐานการทำงานของหน่วยงานราชการให้อยู่ใน ระดับสูงเทียบเท่ามาตรฐานสากล โดยยึดหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ซึ่งเป็นหลักการบริหารราชการที่ ได้รับการตราขึ้นเป็นกฎหมาย ดังที่ปรากฏในพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545 มาตรา 3/1 และต่อมาได้มีการออกพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการ บ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 เพื่อให้มีแนวทางการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยกำหนดเป้าหมายของ การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ให้เป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ มีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ ลดขั้นตอนการปฏิบัติงานที่เกินจำเป็น ประชาชนได้รับ การอำนวยความสะดวกและได้รับการตอบสนองความต้องการ รวมทั้งมีการประเมินผลการปฏิบัติงาน โดยใช้แนวทาง PMQA เป็นเครื่องมือในการพัฒนาองค์การ ให้ส่วนราชการมีการปรับปรุงตนเองอย่างรอบด้านและต่อเนื่อง ส่งเสริมให้ข้าราชการพัฒนาตนเอง มีความคิดริเริ่มและเรียนรู้อย่างต่อเนื่องวางแผนและตัดสินใจอย่างมีเหตุผลโดยอาศัยข้อมูลสารสนเทศและทำงานโดยมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ ตลอดระยะเวลา ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2546 ถึง ปัจจุบัน ศูนย์อนามัยที่ 6 ได้มีการพัฒนาระบบราชการตามแนวทาง PMQA มาโดยตลอด ส่งผลให้การพัฒนาองค์การเป็นไปอย่างมีระบบและต่อเนื่อง สอดคล้องกับกรมอนามัยที่มีการดำเนินงานที่มีการบริหารการเปลี่ยนแปลง (Change Management ) เพื่อการเป็นผู้นำในด้านส่งเสริมสุขภาพ ภายใต้การขับเคลื่อนกรมอนามัย 4.0 เพื่อมุ่งสู่การเป็นองค์กรสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล ด้วยเครื่องมือ PMQA โดยการมุ่นเน้นให้ความสำคัญกับประชาชนผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และจัดทำยุทธศาสตร์ให้สามารถสนองตอบต่อความต้องการความคาดหวังตามบริบทของพื้นที่ มีการนำยุทธศาสตร์ไปสู่การปฏิบัติ มีการวัดทบทวนกำกับติดตามงานอย่างเป็นระบบและปรับปรุงกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพอยู่สม่ำเสมอ ดังนั้นการจัดกิจกรรมถ่ายทอดนโยบาย ยุทธศาสตร์การดำเนินงาน แผนการดำเนินงาน และการกำกับติดตามรวมทั้งการถ่ายทอดตัวชี้วัดในการดำเนินงานจะเป็นการดำเนินงานที่ทำให้งานบรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมาย ลดการผิดพลาดคลาดเคลื่อนที่จะเกิดขึ้น ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร

วัตถุประสงค์ : เพื่อพัฒนาบุคลากรของศูนย์อนามัยที่ 6 ให้สามารถดำเนินงานตามแนวทางการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการหน่วยงานภาครัฐ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
บุคลากรใน ศอ.6 และผู้รับผิดขอบตัวชี้วัดเข้าร่วมประชุมและรับทราบแนวทางในการกำกับติดตามตัวชี้วัด จำนวน 80 คน

วิธีการดำเนินงาน : ประชุมเชิงปฏิบัติการถ่ายทอดตัวชี้วัดและการกำกับติดตามผลการดำเนินงานของศูนย์อนามัยที่ 6

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมเชิงปฏิบัติการถ่ายทอดตัวชี้วัดและการกำกับติดตามผลการดำเนินงานของศูนย์อนามัยที่ 6 2 พ.ย. 2560 - 3 พ.ย. 2560 105,780.00
รวมเป็นเงิน 105,780.00
งบประมาณ : 105,780.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 2 พ.ย. 2560 - 3 พ.ย. 2560
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. บุคลากรของศูนย์รับทราบตัวชี้วัดของหน่วยงาน และ กลุ่มงาน เพื่อวางแผนการดำเนินงานของตนเองให้สอดคล้องกับตัวชี้วัดของกลุ่มงาน และหน่วยงาน 2. การดำเนินงานเพื่อการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภายในศูนย์ฯเกิดการมีส่วนร่วมของบุคลากรศูนย์มากขึ้น

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางปาณิสรา สิทธินาม นางศิริพร จริยาจิรวัฒนา

ผู้เสนอโครงการ : นางปาณิสรา สิทธินาม

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางวรรณภา กางกั้น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายพนิต โล่เสถียรกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 6 ชลบุรี
ลำดับที่ : 22

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ดูแลผู้สูงอายุ(Care Giver) ในระบบการดูแลด้านสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาว (Long Term Care)ในชุมชน เขตสุขภาพที่ 6 ปีงบประมาณ 2561

ยุทธศาสตร์ : 1.5 ส่งเสริมผู้สูงอายุไทยเพื่อเป็นหลักชัยของสังคม

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 13. อายุคาดเฉลี่ยของการมีสุขภาพ (Health-Adjusted Life Expectancy : HALE)

cluster : กลุ่มผู้สูงอายุ

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (48)15.3 พัฒนา ภาคีเครือข่าย (Partnership)

แผนจัดสรรงบประมาณ :   2. แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

หลักการและเหตุผล : ประเทศไทยเข้าสู่ “สังคมสูงอายุ” (Aged Society) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 กล่าวคือ มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 10 ของประชากรทั้งประเทศ และเพิ่มเป็นร้อยละ 15 ของประชากรทั้งประเทศเมื่อสิ้นปี พ.ศ. 2558 ที่ผ่านมา คาดว่าประเทศไทยจะมีประชากรสูงอายุสูงถึงร้อยละ 20ใน พ.ศ.2564 กลายเป็น “สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์” (complete aged society) จาการสำรวจของ กรมอนามัย (2556) พบว่าผู้สูงอายุร้อยละ 95 เจ็บป่วยด้วยโรคใดโรคหนึ่ง ส่วนใหญ่เป็นโรคเรื้อรังซึ่งจะนำไปสู่ภาวะทุพพลภาพและพึ่งพิง นอกจากนั้นยังพบว่าผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงระดับสูงแต่ต้องดูแลตนเองหรือไม่มีคนดูแลถึงร้อยละ 13 รัฐบาลจึงให้ความสำคัญในการดำเนินการเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ มีเป้าหมายสำคัญที่จะป้องกันไม่ให้ผู้สูงอายุที่ยังแข็งแรงมีการเจ็บป่วยจนต้องอยู่ในภาวะพึ่งพิง และผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิงจะได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม จากสถานการณ์ปัญหาดังกล่าว กระทรวงสาธารณสุขและสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จึงได้ดำเนินโครงการพัฒนาระบบการดูแลระยะยาวสำหรับผู้สูงอายุภาวะพึ่งพิงเป็นนโยบายสำคัญเร่งด่วน เป้าหมายดำเนินการในปี 2559-2561 โดยคาดหวังให้เกิดการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในชุมชน มีการจัดตั้งศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุที่สามารถจัดบริการและให้การดูแลผู้สูงอายุทุกคนโดยมีกลไกที่สำคัญคือการพัฒนาศักยภาพผู้ดูแลผู้สูงอายุ Care Giver ทั้งนี้ศูนย์อนามัยที่ ๖ ตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาศักยภาพผู้ดูแลผู้สูงอายุ ในระบบการดูแลด้านสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาว (Long Term Care)ในชุมชนเขตสุขภาพที่ 6 ปีงบประมาณ 2561 ให้เพียงพอตามความต้องการ และครอบคลุมพื้นที่เขตสุขภาพที่ 6

วัตถุประสงค์ : เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Care Giver) ด้วยหลักสูตร 70 ชม.กรมอนามัย

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
ผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Care Giver) ได้รับการพัฒนาศักยภาพ ด้วยหลักสูตร 70 ชม. กรมอนามัย จำนวน 35 คน จังหวัดตราด

วิธีการดำเนินงาน : จัดอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Care Giver)

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Care Giver) 1 เม.ย. 2561 - 30 เม.ย. 2561 80,320.00
รวมเป็นเงิน 80,320.00
งบประมาณ : 80,320.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 เม.ย. 2561 - 30 เม.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : ผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Care Giver) เขตสุขภาพที่ 6 มีความรู้ ทักษะการดูแลผู้สูงอายุสามารถเป็นกลไกที่สำคัญในการพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุระยะยาวในชุมชน

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางสาวกฤษณา วงษ์วรรณ นางสาวพัชรา วงษ์วรรณ นางปัณฑารีย์ หิรัณย์สิริกุล

ผู้เสนอโครงการ : นางสาวกฤษณา วงษ์วรรณ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางสาวพัชรา ชุ่มชูจันทร์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายพนิต โล่เสถียรกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 6 ชลบุรี
ลำดับที่ : 23

ชื่อโครงการ : โครงการขับเคลื่อนพัฒนานวัตกรรมการส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 4, 5, 6

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 19. จำนวนงานวิจัย ผลงาน วิชาการ และนวัตกรรมที่ถูกนำไปใช้ประโยชน์

cluster : กลุ่ม KISS

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (71)24.1 พัฒนาระบบเฝ้าระวัง การจัดการความรู้ และนวัตกรรมด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : ปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขใช้โมเดล ประเทศไทย 4.0 ตามนโยบายรัฐบาล เป็นเครื่องมือสำคัญในการนำประเทศให้ก้าวไปสู่การเป็นประเทศในโลกที่หนึ่งที่มีความมั่นคั่ง และยั่งยืน โดยจะต้องมีการปรับเปลี่ยน โครงสร้างเศรษฐกิจจากเดิมที่ขับเคลื่อนด้วยการพัฒนาประสิทธิภาพในการผลิตอุตสาหกรรม ไปสู่เศรษฐกิจที่ ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม (Innovation Drive Economy) การพัฒนางานวิชาการ และงานวิจัยนวัตกรรม เป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้การดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมมีประสิทธิภาพสามารถสร้างเสริมองค์ความรู้ก่อให้เกิดคุณค่าทางสังคม และก่อให้เกิดผลกระทบทางสร้างสรรค์ในด้านการพัฒนาสังคม การรังสรรค์นวัตกรรมงานส่งเสริมสุขภาพ จำเป็นต้องพัฒนาองค์ความรู้ ทักษะ และแนวคิดบุคลากรขององค์กร การแลกเปลี่ยนเรียนรู้การพัฒนางานนวัตกรรมระหว่างหน่วยงานระดับศูนย์อนามัยถือเป็นการเปิดโลกทัศน์ และ ประสานความร่วมมือ การรังสรรค์นวัตกรรมการส่งเสริมสุขภาพที่มีประสิทธิภาพวิธีหนึ่ง จึงเกิดแนวคิดความร่วมมือกันระหว่างศูนย์อนามัยที่ 4 , 5 ,6 เพื่อขับเคลื่อนพัฒนานวัตกรรมการส่งเสริมสุขภาพ ระหว่างองค์กร กลุ่มขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และพัฒนากำลังคนจึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้น

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อพัฒนาคุณภาพการผลิตสร้างสรรค์งานนวัตกรรมการส่งเสริมสุขภาพ 2. เพื่อพัฒนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ องค์ความรู้และทักษะด้านการผลิตงานนวัตกรรมการส่งเสริมสุขภาพ ระหว่างศูนย์อนามัยเขตพื้นที่ภาคกลาง (4,5และ6) 3. เพื่อพัฒนาการนำเสนอผลงานวิชาการ นวัตกรรม เชิงสร้างสรรค์

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. บุคลากรศอ.6 ได้รับการพัฒนาคุณภาพการผลิตสร้างสรรค์งานนวัตกรรมการส่งเสริมสุขภาพ จำนวน 22 คน 2. เครือข่ายศูนย์อนามัยที่ 4,5,6 เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ องค์ความรู้และทักษะด้านการผลิตงานนวัตกรรมการส่งเสริมสุขภาพ จำนวน 60 คน

วิธีการดำเนินงาน : 1. ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาการรังสรรค์งานนวัตกรรมการส่งเสริมสุขภาพบุคลากรศูนย์อนามัยที่ 6 2. ประชุมเชิงปฏิบัติการจัดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างหน่วยงานศูนย์อนามัยที่ 4, 5, 6

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาการรังสรรค์งานนวัตกรรมการส่งเสริมสุขภาพบุคลากรศูนย์อนามัยที่ 6 1 มี.ค. 2561 - 31 มี.ค. 2561 19,380.00
2 ประชุมเชิงปฏิบัติการจัดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างหน่วยงานศูนย์อนามัยที่ 4,5,6 1 พ.ค. 2561 - 31 พ.ค. 2561 75,945.00
รวมเป็นเงิน 95,325.00
งบประมาณ : 95,325.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 มี.ค. 2561 - 31 พ.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. บุคลากรของศูนย์ฯ ได้รับการพัฒนาศักยภาพให้มีความรู้ ทักษะ สามารถผลิตงานงานนวัตกรรมการส่งเสริมสุขภาพ ได้ตามเกณฑ์มาตรฐานเป็นที่ยอมรับ 2. บุคลากรของศูนย์ฯ ได้รับการพัฒนาศักยภาพสามารถนำเสนอ ถ่ายทอดผลงานได้อย่างมีคุณภาพ 3. องค์กรมีผลงานวิชาการคุณภาพสามารถนำเสนอในเวทีวิชาการระดับชาติ ต่อเนื่องยั่งยืน

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นายวิษณุ คุณากรธำรง นางปาณิสรา สิทธินาม นางสาวดลนภัส ทองนพคุณ นางสาวพรพิมล รัตนตรัยดำรง

ผู้เสนอโครงการ : นายวิษณุ คุณากรธำรง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางวรรณภา กางกั้น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายพนิต โล่เสถียรกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 6 ชลบุรี
ลำดับที่ : 24

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรบรรจุใหม่สู่การเป็นบุคลากรที่มีสมรรถนะสูง

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กลุ่ม HR

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (74)25.1 พัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : กำลังคนด้านสุขภาพ (Human Resources for Health) เป็นทรัพยากรที่มีความสำคัญในระบบสุขภาพ เป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จ หรือความล้มเหลวของการดำเนินงานด้านสุขภาพ เพราะเป็นทั้งผู้สร้างและผู้นำเทคโนโลยีด้านสุขภาพไปใช้อีกทั้งเป็นผู้บริหารจัดการระบบบริการสุขภาพเพื่อให้เกิดสุขภาพที่ดีขึ้นในหมู่ประชาชน ดังนั้นกำลังคนด้านสุขภาพจึงเป็นทรัพยากรที่สำคัญในระบบสุขภาพที่ควรได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องและจริงจัง รัฐบาลไทยมีบทบาทหน้าที่ในการจัดบริการ ด้านสุขภาพที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้อย่างเป็นธรรม มีคุณภาพและประสิทธิภาพ ตลอดทั้งมีกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน ดังนั้น ระบบสุขภาพจำเป็นต้อง มีกำลังคนที่เพียงพอ มีการกระจายอย่างเท่าเทียม มีสัดส่วนประเภทกำลังคนที่เหมาะสม มีกำลังคนที่มีความรู้ความสามารถและมีแรงจูงใจในการปฏิบัติงาน และมีกระบวนการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชนและจากแผนยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (ด้านสาธารณสุข) ได้มีเป้าหมายให้ ประชาชนสุขภาพดี เจ้าหน้าที่มีความสุข ระบบสุขภาพยั่งยืน โดยยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนากำลังคน คือ การวางแผนกำลังคนด้านสุขภาพ การผลิตและพัฒนากำลังคน การพัฒนาประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการกำลังคนด้านสุขภาพ และการพัฒนาเครือข่ายภาคประชาชนและภาคประชาสังคมด้านสุขภาพ การพัฒนางานวิจัยและองค์ความรู้ด้านสุขภาพ ภายใต้ยุทธศาสตร์ Governance Excellence Strategies จึงนับเป็นความท้าทายอย่างยิ่งของบุคลากรสาธารณสุข ที่ต้องพัฒนาตนเองให้มีความรู้ ความสามารถ สู่ความเป็นมืออาชีพ (Strong Smart Smile) ศูนย์อนามัยที่ 6 ได้รับการจัดสรรอัตรากำลังเพิ่มขึ้นเพื่อให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ และได้มีการดำเนินงานเพื่อให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ โดยการพัฒนาศักยภาพบุคลากรของศูนย์ฯให้มีคุณธรรม จริยธรรม มีคุณภาพชีวิตที่ดี เป็นมืออาชีพ (ดี มีสุข เก่ง) โดยมีการกำหนดเป้าประสงค์ในการดำเนินงาน เพื่อให้ บุคลากรมีจริยธรรม คุณธรรมมีความผาสุกเป็นมืออาชีพด้านวิชาการและเป็นศูนย์ฝึกอบรม ด้วยกลวิธี สร้างการมีส่วนร่วมของบุคลากรในการดำเนินงานภายในเพื่อให้เกิดความผูกพันต่อองค์กร(Participation) ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่บุคลากรใหม่ต้องได้รับการปลูกฝังและพัฒนาให้มีความรู้ ความเข้าใจในแนวทางการดำเนินงานขององค์กรตามบริบทของพื้นที่ รวมถึงระเบียบการต่างๆ เพื่อให้บุคลากรสามารถปฏิบัติงานได้มีประสิทธิภาพ และมีความเป็นมืออาชีพ สามารถสร้างความก้าวหน้าในอาชีพ (Capacity building)ได้อย่างเหมาะสมต่อไป

วัตถุประสงค์ : เพื่อเตรียมความพร้อมและสร้างสมรรถนะบุคลากรต่อการปฏิบัติภารกิจของกรมอนามัยและศูนย์อนามัยที่ 6

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. บุคลากรที่ได้รับการบรรจุใหม่ได้เข้ารับการอบรม ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 2. บุคลากรที่เข้ารับการอบรมมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับโครงสร้าง การบริหารงานและแนวทางการดำเนินงานขององค์กร ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80

วิธีการดำเนินงาน : อบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพบุคลากรบรรจุใหม่สู่การ เป็นบุคลากรที่มีสมรรถนะสูง

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 อบรมเชิงปฏิบัติการ พัฒนาศักยภาพบุคลากรบรรจุใหม่สู่การเป็นบุคลากรที่มีสมรรถนะสูง 1 เม.ย. 2561 - 30 เม.ย. 2561 5,400.00
รวมเป็นเงิน 5,400.00
งบประมาณ : 5,400.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 เม.ย. 2561 - 30 เม.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. บุคลากรที่บรรจุใหม่ของศูนย์ได้รับการพัฒนาศักยภาพให้มีความรู้ ทักษะ สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2. บุคลากรที่บรรจุใหม่ของศูนย์ได้รับทราบตัวชี้วัดและแนวทางในการดำเนินงานของหน่วยงาน และ กลุ่มงาน

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางปาณิสรา สิทธินาม นางสาวดลนภัส ทองนพคุณ นางสาวพรพิมล รัตนตรัยดำรง

ผู้เสนอโครงการ : นางปาณิสรา สิทธินาม

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางวรรณภา กางกั้น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายพนิต โล่เสถียรกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 6 ชลบุรี
ลำดับที่ : 25

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อใช้โปรแกรม LTC ปีงบประมาณ 2561

ยุทธศาสตร์ : 1.5 ส่งเสริมผู้สูงอายุไทยเพื่อเป็นหลักชัยของสังคม

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 13. อายุคาดเฉลี่ยของการมีสุขภาพ (Health-Adjusted Life Expectancy : HALE)

cluster : กลุ่มผู้สูงอายุ

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (48)15.3 พัฒนา ภาคีเครือข่าย (Partnership)

แผนจัดสรรงบประมาณ :   2. แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

หลักการและเหตุผล : สังคมไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ จากการคาดประมาณประชากรของประเทศไทยปี 2553 – 2583 พบว่า ในปี 2583 ประเทศไทยจะมีผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป สูงถึง 20.5 ล้านคน หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 32 ของจำนวนประชากรไทยทั้งหมด(สำนักงานสถิติแห่งชาติ 2553) การก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุส่งผลให้ภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพเพิ่มขึ้น โดยปัจจัยร่วมที่สำคัญ 2 ปัจจัย คือ ค่าใช้จ่ายทางสุขภาพที่สูงขึ้นตามอายุ และค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ “ก่อนการเสียชีวิต”นอกจากนี้ยังพบว่า ผู้สูงอายุไทยร้อยละ 95 มีความเจ็บป่วยด้วยโรคหรือปัญหาสุขภาพ อาทิโรคความดันโลหิต โรคเบาหวาน ข้อเข่าเสื่อม โรคซึมเศร้า พิการและติดบ้านติดเตียง(โครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ 2557) อีกทั้งผู้สูงอายุในชุมชนได้รับการดูแลโดยการเยี่ยมบ้านโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขแต่ยังไม่เพียงพอกับความต้องการของผู้สูงอายุและญาติ โดยเฉพาะผู้สูงอายุติดเตียงที่ต้องการความช่วยเหลือและการดูแลจากบุคลากรสาธารณสุขเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังขาดแคลนบุคลากรในการบริหารจัดการการดูแลผู้สูงอายุในชุมชนที่มีประสิทธิภาพ จากสถานการณ์ดังกล่าว ในปี 2559 รัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุข จึงได้มุ่งเน้นในการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงทั้งกลุ่มติดบ้านและกลุ่มติดเตียง โดยมีกลไกการดำเนินงานด้วยหลัก 3 C คือ การพัฒนาศักยภาพ Care Manager , Care Giver และการจัดทำ Care Plan ดูแลผู้สูงอายุรายบุคคล โดยเน้นการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในชุมชน และในปี 2561 กรมอนามัยได้พัฒนาโปรแกรม LTC เพื่อช่วยสนับสนุนการจัดบริการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาว (Long Term Care) ในชุมชน ศูนย์อนามัยที่ 6 จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อใช้โปรแกรม LTC ปีงบประมาณ 2561 ขึ้น

วัตถุประสงค์ : เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรการใช้โปรแกรม LTC ในการจัดบริการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาว (Long Term Care) ในชุมชน ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 6

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
บุคคลากรสาธารณสุข/ผู้รับผิดชอบงานผู้สูงอายุ/ผู้จัดการการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุในชุมชน (Care Manager) ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 6 ได้รับการพัฒนาศักยภาพ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80

วิธีการดำเนินงาน : ประชุมเชิงปฏิบัติการ “การใช้โปรแกรม LTC กรมอนามัย” ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 6 ปีงบประมาณ 2561

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมเชิงปฏิบัติการ “การใช้โปรแกรม LTC กรมอนามัย” ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 6 ปีงบประมาณ 2561 1 พ.ค. 2561 - 31 พ.ค. 2561 277,175.00
รวมเป็นเงิน 277,175.00
งบประมาณ : 277,175.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 พ.ค. 2561 - 31 พ.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : บุคคลากรสาธารณสุข/ผู้รับผิดชอบงานผู้สูงอายุ/ผู้จัดการการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุในชุมชน (Care Manager) ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 6 มีความรู้ ทักษะการใช้โปรแกรม LTC เพื่อจัดการระบบการดูแลผู้สูงอายุระยะยาวให้มีประสิทธิภาพ ทำให้ผู้สูงอายุได้รับบริการและมีคุณภาพชีวิตที่ดี

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นางสาวกฤษณา วงษ์วรรณ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 2. นางปัณฑารีย์ หิรัณย์สิริกุล นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 3. นางสาววรารัตน์ เหล่าสูง พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ

ผู้เสนอโครงการ : นางสาวกฤษณา วงษ์วรรณ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางสาวพัชรา ชุ่มชูจันทร์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายพนิต โล่เสถียรกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 6 ชลบุรี
ลำดับที่ : 26

ชื่อโครงการ : โครงการศึกษาปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการเจริญเติบโตและรูปแบบการส่งเสริมการเจริญเติบโตเต็มศักยภาพ ของเด็กปฐมวัยไทย เขตสุขภาพที่ 6

ยุทธศาสตร์ : 1.1 ส่งเสริมการเกิดและเติบโตคุณภาพ

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 2. ร้อยละของเด็กอายุ 0-5 ปี มีพัฒนาการสมวัย

cluster : กลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัย

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (6)3.1 พัฒนาระบบเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยบูรณาการอย่างมีส่วนร่วม

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : ทั่วโลกต่างให้ความสำคัญกับโภชนาการในสตรีและเด็ก อาทิเช่น ประชุมสมัชชาอนามัยโลก (World health assembly WHA) ได้ตั้งเป้าหมายยุทธศาสตร์ทางโภชนาการโลกปี พ.ศ.2568 (WHA Global Nutrition Targets 2025 ) และองค์การสหประชาชาติ (United Nations : UN) ได้ประกาศเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals SGDs) ซึ่งมีทั้งหมด 17 เป้าหมาย ทั้งนี้ เป้าหมายที่เกี่ยวโดยตรงกับโภชนาการเด็กอายุ 0-5 ปี คือ เป้าหมายที่ 2 ยุติความหิวโหย บรรลุความมั่นคงทางอาหารและยกระดับโภชนาการ และส่งเสริมการเกษตรกรรมที่ยั่งยืน พร้อมทั้งมีการเรียกร้องให้ดำเนินการยุติความหิวโหย และยุติปัญหาทุพโภชนาการทุกรูปแบบ (The Zero Hanger Challenge) เนื่องจากปัญหาทุพโภชนาการในสตรีและเด็กปฐมวัยมีผลต่อระดับเชาว์ปัญญาลดต่ำลง 3-15 จุด การสร้างภูมิคุ้มต้านทานโรคลดลง เป็นผลให้ความเจ็บป่วยบ่อยหรือเป็นนาน เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่จะมีรูปร่างเล็ก ทำให้ความสามารถในการทำงานไม่ดี ประสิทธิภาพการทำงานต่ำ ผลิตภาพต่ำ ส่งผลต่อความสำเร็จในอาชีพและรายได้ เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรัง มีผลต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ และถ่ายทอดการขาดอาหารให้รุ่นลูกรุ่นหลาน โดยผู้หญิงเตี้ยเมื่อเป็นผู้ใหญ่และตั้งครรภ์มีความเสี่ยงที่ลูกจะมีน้ำหนักแรกเกิดน้อยจากการศึกษามากมายทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งการศึกษาจากองค์การอนามัยโลก (WHO) แสดงให้เห็นถึงปัจจัยเสี่ยงที่มีผลต่อน้ำหนักแรกเกิดน้อยกว่า 2,500 กรัม ได้แก่ 1)น้ำหนักตัวของมารดาก่อนตั้งครรภ์มีความเสี่ยง 1.3-2.4 เท่า 2)ส่วนสูงของแม่มีความเสี่ยง 1.5-2.3 เท่า 3)น้ำหนักที่เพิ่มตลอดการตั้งครรภ์มีความเสี่ยง 2.0-7.8 เท่า เด็กที่มีน้ำหนักแรกเกิดน้อยกว่า 2,500 กรัม จะมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อน ระดับเชาว์ปัญญา การเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง และ Metabolic syndrome ในผู้ใหญ่ ในขณะที่มารดาที่มีภาวะโภชนาการเกินทำให้ทารกแรกเกิดมีน้ำหนักมากกว่า 4,000 กรัม หรือตัวใหญ่ (Macrosomia) จากการรายงานข้อมูลกระทรวงสาธารณสุข (HDC) ปี พ.ศ.2559 พบทารกมีน้ำหนักแรกเกิดน้อยกว่า 2,500 กรัม ร้อยละ 8 และการสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทย ( Multiple Indicator Cluster Survey : MICS) ครั้งที่ 3 , 4 , 5 ในปี 2559 , 2555 และ 2559 ตามลำดับ พบเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี มีภาวะเตี้ย ผอม อ้วน ลดลง โดยปี 2559 ภาวะเตี้ยยังคงมีความชุกที่สุด คือร้อยละ 10.5 ภาวะโลหิตจางหญิงตั้งครรภ์ในช่วง พ.ศ.2556-2559 มีแนวโน้มลดลงเล็กน้อย โดยในปี 2559 พบภาวะโลหิตจางร้อยละ 19.2 เด็กปฐมวัยช่วงอายุ 6 เดือน – 3 ปี มีภาวะโลหิตจางในเขตชนบท ร้อยละ 41.7 ในเขตเมือง ร้อยละ 26 ปัญหาการขาดสารไอโอดีนยังเป็นปัญหาในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ เนื่องจากครอบคลุมการได้รับยาเม็ดไอโอดีนประมาณร้อยละ 80 และการกินยาทุกวันร้อยละ 80 ปัญหาทุพโภชนาการดังกล่าว มีสาเหตุโดยตรงมาจากพฤติกรรมการบริโภคอาหาร โดยข้อมูลจาก MICS พบอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือนแรก มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 23.1 ในปี พ.ศ.2558 แต่ยังมีอัตราต่ำมาก ส่วนการได้รับอาหารในอายุ 6-24 เดือน ไม่เพียงพอถึงร้อยละ 50 สำหรับเด็กอายุ 1-5 ปี มีปัญหาพฤติกรรมการบริโภคอาหาร ได้แก่ ไม่กินอาหารเช้า กินอาหารมื้อหลักไม่ครบ 3 มื้อ ไม่กินผัก ผลไม้ นม ทุกวัน แต่ละวันกินไม่เพียงพอ กินอาหารไม่มีประโยชน์ทุกวัน เช่น ดื่มน้ำอัดลม น้ำหวาน ขนมขบเคี้ยว ลูกอม เป็นต้น นอกจากปัจจัยด้านโภชนาการ ยังมีปัจจัยอื่นที่ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของเด็กปฐมวัยหลายปัจจัย ได้แก่ กิจกรรมทางการของเด็ก การนอนหลับที่เพียงพอ การเจ็บป่วยของเด็ก เช่น เป็นไข้หวัด ปอดบวม ท้องร่วง เป็นต้น การศึกษาของพ่อแม่และผู้ดูแลแล้ว ฐานะความเป็นอยู่ของครอบครัว อย่างไรก็ตาม การกำหนดมาตรการส่งเสริมการเจริญเติบโตของเด็กให้เต็มศักยภาพ จำเป็นต้องการข้อมูลที่มีรายละเอียดแต่ละกลุ่ม เช่น ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการเจริญเติบโต ชนิดอาหารที่แนะนำ หรือความถี่ในการบริโภคอาหารชนิดนั้นๆ ในแต่ละไตรมาสของการตั้งครรภ์ ซึ่งข้อมูลการสำรวจและวิจัยดังกล่าวยังไม่มีข้อมูลดังกล่าว การเจริญเติบโตของเด็ก เป็นเครื่องบ่งชี้ภาวะเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะทารกในครรภ์มารดาจนถึงอายุ 5 ปี เนื่องจากมีการเจริญเติบโตทั้งด้านสมองและร่างกาย จึงจำเป็นต้องส่งเสริมให้มีโภชนาการที่ดีตั้งแต่เริ่มปฏิสนธิ จนถึงอายุ 5 ปี จะช่วยสร้างอวัยวะ กล้ามเนื้อ กระดูก ระบบภูมิต้านทานโรคของร่างกายให้สมบูรณ์ ส่งผลต่อการเจริญเติบโตเต็มศักยภาพ โดยดูจากการที่เด็กมีส่วนสูงอยู่ในระดับดีขึ้นไป (ส่วนสูงตามเกณฑ์ส่วนสูง) เป็นเพียงการดูการเจริญเติบโตทั้งส่วนสูงและน้ำหนักพร้อมกันในเด็กคนเดียวกัน ซึ่งจะใช้คำว่า “เด็กอายุ 0-5 ปี สูงดีสมส่วน” พบเพียงร้อยละ 49.5 (รายงานระบบ HDC ไตรมาสที่ 3 ปี พ.ศ.2560 ) ทั้งนี้ส่วนสูงของเด็กปฐมวัยเป็นตัวบ่งชี้ทางอ้อม (proxy indicator) ของสุขภาพในวัยผู้ใหญ่ เนื่องจากเด็กที่มีส่วนสูงดีเป็นผลให้ระดับสติปัญญาดี มีความสามารถในการเรียนรู้ ผลการเรียนดี มีโอกาสเรียนต่อในระดับสูง เป็นผลให้รายได้ดี และสามารถพัฒนาสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการ รวมทั้งด้านกีฬาเพราะมีความสูงลดความเสียเปรียบด้านโครงสร้างร่างกาย มีการสร้างระบบภูมิคุ้มกันโรค ลดการเจ็บป่วยด้วยโรคติดต่อ หรือเป็นแล้วหายเร็ว ลดการเสียชีวิต และเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ส่งผลต่อผลผลิตมวลรวมของประเทศเพิ่มมากขึ้น และการมีคุณภาพชีวิตที่ดี ทั้งนี้ ส่วนสูงเฉลี่ยของเด็กไทยยังคงเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่มีการสำรวจ โดยการสำรวจล่าสุดเมื่อปี พ.ศ.2558 พบว่า ส่วนสูงเฉลี่ยที่อายุ 19 ปี ชายไทย เท่ากับ 171.0 เซนติเมตร หญิงไทย 158 เซนติเมตร นั้นแสดงว่า การเจริญเติบโตเด็กไทยยังไม่เต็มศักยภาพทางพันธุกรรม หากได้รับอาหารและการเลี้ยงดูอย่างดี จะสามารถเพิ่มความสูงของเด็กได้ ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ได้กำหนดวิสัยทัศน์ “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” และจุดยืนของประเทศคือ เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว และพัฒนาประเทศจากที่มีรายได้ปานกลางเป็นรายได้สูง ซึ่งจำเป็นต้องพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีศักยภาพและมีสุขภาพที่ดีในการขับเคลื่อนประเทศไปสูจุดยั่งยืนดังกล่าว โดยกระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดเป้าหมายให้อายุคาดเฉลี่ยที่ 72 ปี มีสุขภาพดี กรมอนามัย เป็นหน่วยงานที่มีพันธะกิจในการส่งเสริมสุขภาพประชาชน จึงได้ตั้งเป้าหมายให้เด็กไทยสูงดีสมส่วน และเพิ่มส่วนสูงของเด็กในอีก 20 ปี ข้างหน้า โดยส่วนสูงเฉลี่ยที่อายุ 19 ปี ชายไทย เท่ากับ 183 เซนติเมตร หญิงไทยเท่ากับ 170 เซนติเมตรในปี พ.ศ.2579 จึงทำให้คณะผู้วิจัยสนใจศึกษาสถานการ์การเจริญเติบโต รวมถึงปัจจัยสำคัญต่อภาวการณ์เจริญเติบโตของเด็กปฐมวัย และปัญหาการดำเนินงานโภชนาการในสถานบริการสาธารณสุข ศูนย์เด็กเล็ก อปท. หมู่บ้าน และครอบครัว เพื่อนำมาใช้ในการกำหนดและศึกษารูปแบบการส่งเสริมการเจริญเติบโตเต็มศักยภาพในปี พ.ศ.2562-2563 สำหรับใช้เป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการจัดบริการสุขภาพที่เหมาะสมอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และประเด็นในการบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในและนอกกระทรวงสาธารณสุขในการส่งเสริมให้เด็กปฐมวัยสูงดีสมส่วนนำไปสู่การเพิ่มศักยภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชน

วัตถุประสงค์ : 1) เพื่อศึกษาสถานการณ์การเจริญเติบโตของเด็กปฐมวัยไทย 2) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ของปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตของเด็กปฐมวัยไทย 3) เพื่อศึกษาปัญหาของการดำเนินงานส่งเสริมการเจริญเติบโตของเด็กปฐมวัยไทยในสถานบริการสาธารณสุข ศูนย์เด็กเล็ก อปท. และหมู่บ้าน

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
- กลุ่มเป้าหมาย 10 คน - 4 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี, ฉะเชิงเทรา, ระยอง, จันทบุรี

วิธีการดำเนินงาน : 1. ประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การปรับมาตรฐานการเก็บข้อมูล และรายละเอียดพื้นที่เก็บข้อมูล 2. เก็บรวบรวมข้อมูล

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การปรับมาตรฐานการเก็บข้อมูล และรายละเอียดพื้นที่เก็บข้อมูล 1 มี.ค. 2561 - 31 มี.ค. 2561 2,200.00
2 เก็บรวบรวมข้อมูล 1 มี.ค. 2561 - 30 มิ.ย. 2561 193,820.00
รวมเป็นเงิน 196,020.00
งบประมาณ : 196,020.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 มี.ค. 2561 - 30 มิ.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. ข้อมูลสถานการณ์เจริญเติบโตของเด็กปฐมวัยไทย และปัญหาการดำเนินงานนำไปกำหนด intervention เพื่อนำไปทดลองใช้ในพื้นที่เป้าหมาย 2. รูปแบบการส่งเสริมการเจริญเติบโตเต็มศักยภาพของเด็กปฐมวัยไทย 3. ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่สามารถนำไปใช้ในการขับเคลื่อนในระดับประเทศ 4. เด็กปฐมวัยมีการเจริญเติบโตเต็มศักยภาพ นำไปสู่การมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ และเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีศักยภาพในการพัฒนาประเทศให้เกิดความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางสาวเพ็ญศรี กองสัมฤทธิ์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ นางศรัชฌา กาญจนสิงห์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ พิเศษ นางวริสา คุณากรธำรง ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ นายกิติพงษ์ เรือนเพ็ชร ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ นายกิตติธัช สาธร ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ นางสาวอัจฉราพรรณ พลเยี่ยม ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ นางสาวธนภรณ์ อินทร์โสม ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ นางสาวเลขญา วัฒน์ชัยพนา ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ นางสาววนิดา ราชมี ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข นางสาวสุพัฒตรา สังข์กร ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข

ผู้เสนอโครงการ : น.ส.เพ็ญศรี กองสัมฤทธิ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : น.ส.พัชรา ชุ่มชูจันทร์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายพนิต โล่เสถียรกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 6 ชลบุรี
ลำดับที่ : 27

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาเครือข่ายประชาสัมพันธ์ (SMART CITIZEN 4.0) เขตสุขภาพที่ 6

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กลุ่ม KISS

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (73)24.3 การสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพและพัฒนาระบบการสื่อสาร

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : กระทรวงสาธารณสุข ได้มีแผนยุทธศาสตร์ชาติด้านสาธารณสุขระยะ 20 ปี ตามนโยบายรัฐบาลที่จะนำประเทศไทยก้าวสู่ Thailand 4.0 เพื่อรองรับอนาคตที่มีความเป็นสังคมเมือง สังคมผู้สูงอายุซึ่งในปี 2573 ประเทศไทยจะมีผู้สูงอายุถึง 1 ใน 4 ของประชากรทั้งหมด กรมอนามัยจึงมีนโยบายในการขับเคลื่อนนโยบายอภิบาลระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม เพื่อให้รองรับการปฏิรูประบบสุขภาพของประเทศ โดยเน้นหนัก 5 ด้าน คือ 1. การพัฒนาสุขภาพตามกลุ่มวัย ดูแลตั้งแต่ครรภ์มารดาจนถึงการดูแลในระยะสุดท้าย 2. สร้างเสริมศักยภาพกลุ่มวัยเรียนและวัยรุ่นให้แข็งแรง ฉลาดและมีพฤติกรรมที่เหมาะสม 3. การบริหารจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม และการคุ้มครองสุขภาพประชาชนจากมลพิษ สิ่งแวดล้อมในพื้นที่เสี่ยง (Hot Zone) 4. การพัฒนาระบบการดูแลสุขภาพช่องปาก และ 5. การดูแล ผู้สูงอายุ ผู้พิการและ ผู้ด้อยโอกาสและการดูแลสุขภาพระยะยาว (Long Term Care) ในชุมชน เมื่อประเทศไทยกำลังเปลี่ยนแปลงไปในสู่ยุค Thailand 4.0 อย่างเต็มรูปแบบ ในฐานะนักสื่อสารและการประชาสัมพันธ์จึงจำเป็นต้องเตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ อาทิ การเรียนรู้และเข้าใจพฤติกรรมของประชาชนในการรับข้อมูลข่าวสาร รวมทั้งวิธีการและเครื่องมือการสื่อสารการประชาสัมพันธ์ ด้วยเช่นกัน ในปัจจุบัน รูปแบบการสื่อสารได้พัฒนาไปในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการประชาสัมพันธ์การตลาด ตั้งแต่ยุค 1.0 ถึง ยุค 3.0 โดยเป็นยุคที่มีความร่วมมือของภาคประชาสังคม เครือข่ายสื่อมวลชน อยู่แล้ว สำหรับด้านการประชาสัมพันธ์ไม่เพียงแต่สื่อสารกับสาธารณชน แต่ยังต้องนำสื่อสังคมออนไลน์มาผสมผสานอย่างกลมกลืน หรือ การสร้างนวัตกรรมการประชาสัมพันธ์ยุค 4.0 ที่จะนำสื่อดิจิทัลมาใช้ในการสร้างและเปิดโลกทัศน์ของการรับรู้ ข้อมูลข่าวสารให้ถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง และบริหารจัดการด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ การสร้างความศรัทธาให้กับองค์กรโดยการใช้ชื่อเสียงขององค์กร (Brand) ในยุคดิจิทัล นั้น กลายเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น ศูนย์อนามัยที่ 6 จึงเห็นความสำคัญของการสื่อสารประชาสัมพันธ์ ในยุค 4.0 ว่าเป็นการเข้าถึงประชาชนครอบคลุมพื้นที่ความรับผิดชอบทั้ง 8 จังหวัด ในเขตสุขภาพที่ 6 จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาเครือข่ายประชาสัมพันธ์ (SMART CITIZEN 4.0) เขตสุขภาพที่ 6 ปีงบประมาณ 2561 ขึ้น เพื่อจัดทำและร่วมขับเคลื่อนแผนบูรณาการประชาสัมพันธ์การส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันในเขตสุขภาพที่ 6 พร้อมสร้างนวัตกรรมความรอบรู้ (Health Literacy) การส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม เขตสุขภาพที่ 6 ให้ประชาชนได้รับทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่ดี ทั้งยังสื่อสารประชาสัมพันธ์นวัตกรรม ความรอบรู้ (Health Literacy) และการส่งเสริมสุขภาพละอนามัยสิ่งแวดล้อม ให้แก่ประชาชนเขตสุขภาพที่ 6 โดยความร่วมมือของภาคีเครือข่ายประชาสัมพันธ์ ในการดำเนินการครั้งนี้ ทำให้ประชาชนเข้าถึงสื่อได้อย่างรวดเร็ว และตรงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อจัดทำและร่วมขับเคลื่อนแผนบูรณาการสื่อสารประชาสัมพันธ์การส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม เขตสุขภาพที่ 6 2 เพื่อสื่อสารประชาสัมพันธ์นวัตกรรมความรอบรู้ (Health Literacy) การส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม เขตสุขภาพที่ 6 ให้ประชาชนได้รับรู้พร้อมเข้าใจในความรู้และสามารถสื่อสารให้กับผู้อื่นได้นำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้อง 3. เพื่อสร้างความสัมพันธ์การสื่อสารประชาสัมพันธ์กับภาคีเครือข่ายสื่อมวลชนในเขตสุขภาพที่ 6 ให้มีความสัมพันธ์ที่ดี

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
บุคลากร กรมอนามัย กรมประชาสัมพันธ์ สื่อมวลชน ผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 6 และเจ้าหน้าที่ศูนย์อนามัยที่ 6 มีการจัดทำแผนการขับเคลื่อนประชาสัมพันธ์การส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมเขตสุขภาพที่ 6 จำนวน 70 คน

วิธีการดำเนินงาน : ประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนแผนบูรณาการประชาสัมพันธ์การส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม(Health Literacy) เขตสุขภาพที่ 6

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนแผนบูรณาการประชาสัมพันธ์การส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม(Health Literacy) เขตสุขภาพที่ 6 10 พ.ค. 2561 - 11 พ.ค. 2561 179,725.00
รวมเป็นเงิน 179,725.00
งบประมาณ : 179,725.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 10 พ.ค. 2561 - 11 พ.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. บุคลากรสังกัดกรมประชาสัมพันธ์ และกรมอนามัยรวมทั้งเจ้าหน้าที่สังกัดกระทรวงสาธารณสุขได้รับรู้ เข้าใจ และสื่อสารบอกต่อด้านสุขภาพให้ประชาชนมีความรอบรู้ (Health Literacy) การส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม นำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้องมีประสิทธิภาพ 2. จัดทำแผนบูรณาการขับเคลื่อนการประชาสัมพันธ์ส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมของภาคีเครือข่ายภายในและภายนอกกระทรวงสาธารณสุขอย่างมีส่วนร่วมและบูรณาการการทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ 3. บุคลากรกรมประชาสัมพันธ์ระดับจังหวัด ภาคีเครือข่ายสื่อมวลชน และศูนย์อนามัยที่ 6 กรมอนามัย มีความสัมพันธ์ที่ดีในการบูรณาการความร่วมมือการดำเนินการสื่อสารประชาสัมพันธ์ความรอบรู้ (Health Literacy) การส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นายธนาพล กิตติสิทธิโชค นักประชาสัมพันธ์ 2. นางศิริพร จริยาจิรวัฒนา นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ 3. นางสาวดลนภัส ทองนพคุณ เจ้าพนักงานโสตทัศนศึกษาชำนาญงาน 4. นายวีระพงษ์ ก๋องบุญ เจ้าพนักงานโสตทัศนศึกษาชำนาญงาน 5. นางสาวพัชราภรณ์ แสงภู นักวิเคราะห์นโยบายและแผน

ผู้เสนอโครงการ : นายธนาพล กิตติสิทธิโชค

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางวรรณภา กางกั้น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายพนิต โล่เสถียรกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 6 ชลบุรี
ลำดับที่ : 28

ชื่อโครงการ : โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ศูนย์อนามัยที่ 6 ปีงบประมาณ 2561

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กลุ่ม KISS

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (71)24.1 พัฒนาระบบเฝ้าระวัง การจัดการความรู้ และนวัตกรรมด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : กรมอนามัยได้ขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมตามแนวทางการปฏิรูปประเทศไทย เพื่อตอบสนองแนวโน้มความเปลี่ยนแปลงของสังคมและประชากร ตลอดจนความต้องการด้านสุขภาพของประเทศ ศูนย์อนามัยที่ 6 เป็นหน่วยงานสังกัดกรมอนามัย ได้ทบทวน ปรับปรุงวิธีการและกลไกการดำเนินงานที่ผ่านมา ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปและความท้าทายต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เพื่อมุ่งสู่การเป็นองค์กรนำด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมระดับเขต พร้อมก้าวสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ เพื่อเพิ่มความเข้มแข็งทางวิชาการให้แก่เขต การนำนโยบายและยุทธศาสตร์ไปสู่การปฏิบัติที่บรรลุเป้าหมาย จำเป็นต้องมีการติดตามประเมินผลที่แสดงความสำเร็จตามเป้าหมายในทุกระดับ รวมทั้งปัจจัยและเงื่อนไขที่มีผลกระทบต่อความสำเร็จ และข้อจำกัดในการดำเนินงานอันจะนำไปสู่การปรับปรุง และแก้ไขให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลสัมฤทธิ์ตามเป้าหมายที่กำหนด ศูนย์อนามัยที่ 6 ได้ตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว จึงจัดทำโครงการประชุมเชิงปฎิบัติการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ปี 2561 เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภายในหน่วยงาน เป็นการสนับสนุน ปรับปรุง พัฒนางาน และให้การดำเนินงานขององค์กรบรรลุวัตถุประสงค์ตามพันธกิจ

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อทราบความก้าวหน้าและปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานของศูนย์อนามัยที่ 6 นำไปสู่การปรับปรุงแผนการดำเนินงานที่เหมาะสม 2. เพื่อพัฒนากระบวนการติดตามประเมินผลการดำเนินงานของศูนย์ฯให้มีประสิทธิภาพ 3 เพื่อให้บุคลากรได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ปัจจัยความสำเร็จ และนวัตกรรมการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
เจ้าหน้าที่ศูนย์อนามัยที่ 6 เข้าร่วม ประชุมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม จำนวน 55 คน

วิธีการดำเนินงาน : ประชุมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม 31 พ.ค. 2561 - 1 มิ.ย. 2561 108,610.00
รวมเป็นเงิน 108,610.00
งบประมาณ : 108,610.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 31 พ.ค. 2561 - 1 มิ.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. ศูนย์ฯ มีระบบการถายทอดและแลกเปลี่ยนเรียนรู้งานส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมอยางมีประสิทธิภาพ 2. องค์ความรู้ด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นางศิริพร จริยาจิรวัฒนา ตำแหน่ง นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ 2. น.ส.ดลนภัส ทองนพคุณ ตำแหน่ง เจ้าพนักงานโสตทัศนศึกษาชำนาญงาน 3. น.ส.พัชราภรณ์ แสงภู ตำแหน่ง นักวิเคราะห์นโยบายและแผน 4. น.ส.ปภาวดี สามพิมพ์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข

ผู้เสนอโครงการ : นางศิริพร จริยาจิรวัฒนา

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางวรรณภา กางกั้น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายพนิต โล่เสถียรกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 6 ชลบุรี
ลำดับที่ : 29

ชื่อโครงการ : โครงการตั้งครรภ์คุณภาพเพื่อลูกน้อยในครรภ์เกิดรอดครบ 32 สมองดี

ยุทธศาสตร์ : 1.1 ส่งเสริมการเกิดและเติบโตคุณภาพ

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 1. อัตราส่วนการตายมารดาไทย ต่อการเกิดมีชีพแสนคน

cluster : กลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัย

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (3)1.3 สนับสนุนส่งเสริมการใช้มาตรฐานอนามัยแม่และเด็กเพื่อการพัฒนา

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : จากยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ทำให้กรมอนามัยกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนนโยบายยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบส่งเสริมและอนามัยสิ่งแวดล้อม ภายใต้แผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 พ.ศ. 2560-2564 เพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพดี ภาคีเครือข่ายและเจ้าหน้าที่มีความสุข ระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมยั่งยืน เป็น 4 ประเด็นยุทธศาสตร์ คือ 1. การส่งเสริมสุขภาพ 5 กลุ่มวัย 2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน 3. อภิบาลระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม และ 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล โดยกรมอนามัยทำหน้าที่ในการสังเคราะห์ ใช้ความรู้ และดูภาพรวม เพื่อกำหนดนโยบายและออกแบบระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม โดยการประสานงาน สร้างความร่วมมือและกำกับดูแลเพื่อให้เกิดความรับผิดชอบต่อการดำเนินงาน สถานการณ์การส่งเสริมสุขภาพในกลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัย เขตสุขภาพที่ 6 พบว่า ในภาพรวมยังมีปัญหาเรื่องของอัตราการตายมารดาจากสาเหตุที่สามารถป้องกันได้และโรคแทรกซ้อนที่เกิดกับมารดาก่อนและระหว่างตั้งครรภ์ เช่น โรคความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจ และปัญหาเรื่องพัฒนาการเด็กสมวัย รวมทั้งตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ยังต่ำกว่าเกณฑ์ ดังนั้น เพื่อทำให้กลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัย ในเขตสุขภาพที่ 6 ได้รับการส่งเสริมการเกิดและเติบโตคุณภาพ งานอนามัยแม่และเด็ก ศูนย์อนามัยที่ 6 จึงจัดทำโครงการพัฒนามาตรฐานเครือข่ายบริการสุขภาพอนามัยแม่และเด็ก (Provincial Network Certification : PNC) เพื่อสนับสนุนบุคลากรสาธารณสุขทุกระดับให้เกิดการพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ และมีศักยภาพในการดูแลสุขภาพกลุ่มแม่และเด็ก รวมทั้งพัฒนาระบบ กระบวนการและในการตั้งครรภ์คุณภาพเพื่อลูกน้อยในครรภ์เกิดรอดครบ 32 สมองดี ให้มีคุณภาพตามมาตรฐาน ครอบคลุม เชื่อมโยงระบบบริการที่เป็นเครือข่ายแบบไร้รอยต่อ เพื่อสุขภาพที่ดีของแม่และเด็ก

วัตถุประสงค์ : 1. ศึกษาวิเคราะห์ปัญหาเครือข่ายบริการสุขภาพอนามัยแม่และเด็ก ระดับตำบล อำเภอ จังหวัด 2. วางแผนแก้ไขปัญหางานเครือข่ายบริการสุขภาพอนามัยแม่และเด็ก เพื่อตอบสนองปัญหาตามบริบทของแต่ละพื้นที่ และร่วมกันกำหนดมาตรฐาน พัฒนาคุณภาพเครือข่ายบริการ ยกระดับบริการงานอนามัยแม่และเด็ก

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. โรงพยาบาลภาครัฐ สาธารณสุขอำเภอทุกแห่ง ตัวแทนของผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุกอำเภอ คณะทำงานอนามัยแม่และเด็กของจังหวัด และอำเภอ 2. วิทยากร ผู้จัดการประชุม และผู้สังเกตการณ์

วิธีการดำเนินงาน : การประชุมเชิงปฏิบัติการการพัฒนามาตรฐานเครือข่ายบริการสุขภาพอนามัยแม่และเด็ก (Provincial Network Certification : PNC)

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมเชิงปฏิบัติการการพัฒนามาตรฐานเครือข่ายบริการสุขภาพอนามัยแม่และเด็ก (Provincial Network Certification : PNC) 1 พ.ค. 2561 - 31 พ.ค. 2561 30,005.00
รวมเป็นเงิน 30,005.00
งบประมาณ : 30,005.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 พ.ค. 2561 - 31 พ.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. แนวทางการดำเนินงานตามมาตรฐาน MCH Board 2. กลไกการขับเคลื่อนการดำเนินงานเรื่องสตรีและเด็กปฐมวัย สอดคล้องกับบริบท/ปัญหาของพื้นที่

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นางสาวเพ็ญศรี กองสัมฤทธิ์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 2. นางศรัชฌา กาญจนสิงห์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 3. นางวริสา คุณากรธำรง ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 4. นายกิติพงษ์ เรือนเพ็ชร ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ 5. นายกิตติธัช สาธร ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ 6. นางสาวอัจฉราพรรณ พลเยี่ยม ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ 7. นางสาววนิดา ราชมี ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข 8. นางสาวสุพัฒตรา สงข์กร ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข

ผู้เสนอโครงการ : นางสาวเพ็ญศรี กองสัมฤทธิ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางสาวเพ็ญศรี กองสัมฤทธิ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายพนิต โล่เสถียรกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 6 ชลบุรี
ลำดับที่ : 30

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนารูปแบบงานอนามัยโรงเรียนที่มีคุณภาพ

ยุทธศาสตร์ : 1.2 ส่งเสริมเด็กวัยเรียนให้แข็งแรงและฉลาด

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 6. ร้อยละของเด็กวัยเรียนมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ด้านการบริโภคอาหาร กิจกรรมทางกาย และทันตสุขภาพ

cluster : กลุ่มวัยเรียน

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (16)6.1 ทบทวนสถานการณ์และพัฒนามาตรฐาน หลักสูตร และนวัตกรรมสุขภาพเด็กวัยเรียน

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : เด็กเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีค่ามาก ดังนั้นการดูแลและรักษาคุณภาพชีวิตที่ดีของเด็ก ในประเด็นทางสุขภาพเป็นสิ่งจำเป็นต้องส่งเสริมโดยเฉพาะในเด็กวัยเรียน การมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงและเจริญเติบโตเต็มศักยภาพจึงมีความสำคัญ ปัจจุบันสถานการณ์ปัญหาสุขภาพที่เด็กวัยเรียนกำลังเผชิญอยู่มีหลายด้าน เช่น ปัญหาทุพโภชนาการในเด็กวัยเรียน ซึ่งพบทั้งโภชนาการขาดและเกิน โดยพบเด็กวัยเรียนมีทั้งภาวะเตี้ย ภาวะอ้วน ภาวะผอม และภาวะซีด และการเจริญเติบโตที่ไม่เหมาะสมกับวัย เด็กใช้เวลาที่โรงเรียนมากเป็นอันดับสองรองจากบ้าน จากหลักฐานทางวิชาการพบว่าการจัดอาหารในโรงเรียนยังมีข้อจำกัดหลายด้าน ไม่สามารถแก้ปัญหาทุพโภชนาการทั้งขาดและเกิน ด้านคุณภาพอาหารโดยเฉพาะอาหารกลางวันในโรงเรียนที่พบว่ายังมีคุณค่าทางโภชนาการที่ควรปรับปรุงให้เหมาะสมกับความต้องการของเด็ก ความปลอดภัยของอาหาร การจัดสิ่งแวดล้อมและการจัดกระบวนการอาหารศึกษาที่เอื้อต่อการมีพฤติกรรมบริโภคที่ดีของเด็กและเยาวชน นอกจากนั้นปัญหาสุขอนามัยในเด็กนักเรียน จากการสำรวจสภาวะสุขภาพในเด็กวัยเรียนในส่วนภูมิภาคของประเทศไทย ศูนย์อนามัยที่ ๑-๑๒ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข พ.ศ.๒๕๕๕ พบว่านักเรียนประถมศึกษามีเหา ร้อยละ ๑๘.๑ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษามีเหาร้อยละ ๒.๔ มีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพทั่วไป ได้แก่ อาบน้ำวันละ ๒ ครั้งร้อยละ ๘๗.๙ สระผมวันเว้นวันร้อยละ ๕๐.๑ ล้างมือหลังใช้ส้วมเป็นประจำร้อยละ ๖๘.๐ ล้างมือด้วยน้ำและสบู่ร้อยละ ๕๙.๓ ใช้ช้อนกลางตักอาหารทุกครั้งร้อยละ ๔๕.๘ รับประทานอาหารเช้าทุกวัน ร้อยละ ๖๒.๐ ใช้แก้วน้ำส่วนตัวร้อยล่ะ ๓๖.๐ จากรายงานผลการสำรวจสุขภาวะช่องปากระดับประเทศครั้งที่ ๗ พ.ศ. ๒๕๕๕ โดยสำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย พบว่าเด็กวัยเรียนมีฟันผุร้อยละ ๕๒.๓ มีเหงือกอักเสบร้อยละ ๕๒.๙ และพบว่าสภาวะโรคฟันผุมีความสัมพันธ์กับภาวะโภชนาการของเด็ก พฤติกรรมบริโภคพบว่าเด็กอายุ ๑๒ ปี ร้อยละ ๙.๖ ดื่มน้ำอัดลมเป็นประจำทุกวัน และพบว่าร้อยละ ๓๘.๙ ของเด็กอายุ ๑๒ ปี บริโภคขนมกรุบกรอบทุกวัน และจากรายงานผลการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกายครั้งที่ ๔ พ.ศ.๒๕๕๑-๒๕๕๒ (สุขภาพเด็ก) พบว่า เด็กอายุ ๖-๑๔ ปี มีการออกกำลังกายเพียงพอ (อย่างน้อยวันละ ๖๐ นาที ๕ วันต่อสัปดาห์) เพียงร้อยละ ๓๗.๘ นอกจากนี้ยังพบปัญหาสุขภาพในเด็กที่เกิดจากสิ่งแวดล้อม เช่น ปัญหาสุขภาพของเด็กจากสิ่งแวดล้อมในการใช้ชีวิตประจำวัน ปัญหาสุขภาพของเด็กที่เกิดจากสิ่งแวดล้อมรอบๆตัวเด็ก เริ่มมีความสำคัญมากยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น ปัญหามลพิษในอาคารจากสีที่มีสารตะกั่วปนเปื้อน คุณภาพอากาศภายในไม่เหมาะสม สารโลหะหนักปนเปื้อนของเล่นเด็ก อุบัติเหตุจากสนามเด็กเล่นที่ไม่ปลอดภัยสามารถก่อให้เกิดผลกระทบทางสุขภาพแก่เด็กได้ นอกจากนั้นการจัดสภาพแวดล้อมในโรงเรียนเป็นองค์ประกอบสำคัญประการหนึ่ง ตามนโยบายปฏิรูปโรงเรียนเพื่อยกระดับมาตรฐานการศึกษาของโรงเรียน ผลกระทบปัญหาสุขภาพในเด็กวัยเรียน รายงานในปี ๒๕๕๘ จากระบบฐานข้อมูลกระทรวงสาธารณสุข มีเด็กวัยเรียนที่มีส่วนสูงระดับดีและรูปร่างสมส่วนเพียงร้อยละ ๕๖ สาเหตุสำคัญที่ทำให้เด็กเตี้ยส่วนหนึ่งเกิดจากการขาดสารอาหารเรื้อรัง นอกจากนี้ปัญหาในด้านภาวะทุพโภชนาการที่ทำให้เกิดปัญหาเด็กที่เตี้ยกว่าเกณฑ์มาก น้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์รุนแรง เด็กขาดสารไอโอดีนและเด็กขาดธาตุเหล็ก มีความเสี่ยงต่อภาวะเชาว์ปัญญาต่ำ ซึ่งอาจส่งผลต่อการพัฒนาประเทศในอนาคต จากการสำรวจสุขภาพประชาชนโดยการตรวจร่างกายครั้งที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๕๑-๒๕๕๒) พบว่าเด็กที่เตี้ยและเด็กค่อนข้างเตี้ยมีค่าเฉลี่ยระดับเชาว์ปัญญาต่ำกว่าเด็กที่มีส่วนสูงตามเกณฑ์ การศึกษาในประเทศพบว่าปัญหาทุพโภชนาการในเด็กทำให้ผลผลิตมวลรวมประชาชาติของประเทศลดลงได้ถึงร้อยละ ๒-๓ นอกจากนี้ปัญหาเรื่องเด็กปฏิบัติกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอต่อการมีสุขภาพดี มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก่อให้เกิดปัญหาโรคอ้วน นำไปสู่การไร้ความสามารถและเสียชีวิตก่อนวัยอันสมควรด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งปัจจุบันเป็นสาเหตุการตายลำดับต้นๆของประเทศไทย โรคอ้วนเป็นภัยอันตรายที่คุกคามเด็กไทยโดยเด็กอายุ ๑๒-๑๔ ปี มีภาวะน้ำหนักมากกว่าเกณฑ์สูงกว่าเด็กวัยอื่น (ร้อยละ ๑๑.๗) รองลงมาเป็นเด็กอายุ ๖-๑๑ ปี (ร้อยละ ๘.๗) ตามลำดับ ปัจจุบันปัญหาโรคภาวะอ้วนในวัยเรียนยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในส่วนของการจัดสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนให้ถูกสุขลักษณะการควบคุมดูแลปรับปรุงสภาพสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนให้อยู่ในสภาพที่สามารถป้องกันโรคภัยไข้เจ็บและช่วยลดอุบัติเหตุ ช่วยส่งเสริมให้นักเรียนมีสุขภาพอนามัยดี ตลอดจนเกิดสุขนิสัยที่ดี จากผลการประเมินการบริการอนามัยโรงเรียนระดับประถมศึกษาในปี ๒๕๕๗-๒๕๕๘ โดยนักวิจัยโครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ (HITAP) ร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กระทรวงศึกษาธิการ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในพื้นที่ พบว่า ครูที่ดูแลงานด้านอนามัยโรงเรียนมีไม่เพียงพอและไม่มีประสบการณ์ และต้องรับผิดชอบดูแลนักเรียนทั้งโรงเรียน โดยไม่เคยผ่านการอบรมมาก่อนรับงานเป็นครูอนามัยของโรงเรียนอีกทั้งขาดระบบสนับสนุนจากโรงพยาบาล และเครื่องมืออุปกรณ์ นอกจากนี้ระบบข้อมูลและการรายงานผลสุขภาพเด็กมีหลากหลายซ้ำซ้อน บางแบบบันทึกไม่ได้รับการปรับปรุงมานาน ไม่มีการอบรมวิธีใช้เครื่องมือ ทำให้ไม่ได้ใช้ประโยชน์จากข้อมูลสุขภาพเด็ก เนื่องจากไม่มีการอบรมครูเกี่ยวกับการอ่านและแปลความหมายของข้อมูลที่บันทึก ทำให้เด็กไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาสุขภาพ ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตในระยะยาว ซึ่งสอดคล้องกับการวิเคราะห์ตนเองของหน่วยงานกรมอนามัยพบว่า ยังมีข้อจำกัดในการดำเนินงานอนามัยโรงเรียนในการขับเคลื่อนเชิงนโยบาย การบูรณาการกันอย่างชัดเจนระหว่างกระทรวงสาธารณสุขกับกระทรวงศึกษาธิการ การกำหนดแนวทางยุทธศาสตร์ ศักยภาพของบุคลากรระดับปฏิบัติงานด้านเด็กและเยาวชนขาดความรู้ความเข้าใจ ไม่มีการกำหนดบทบาทหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานอนามัย ครูอนามัยโรงเรียนที่ชัดเจน ทำให้เกิดการดูแลสุขภาพเด็กนักเรียนขาดความต่อเนื่อง เนื่องจากภาระงานมากและขาดความรู้การบริหารจัดการ ขาดการสนับสนุนทรัพยากรอย่างต่อเนื่อง ระบบข้อมูลและการรายงานผลด้านสุขภาพเด็กวัยเรียนมีความซับซ้อน จากผลการทบทวนสถานการณ์งานอนามัยโรงเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔และนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ในปี พ.ศ. ๒๕๕๙-๒๕๖๐ โดยสำนักทันตสาธารณสุขพบว่าในเขตสุขภาพที่ ๖มีภาวะโภชนาการสูงดี สมส่วนคิดเป็นร้อยละ ๖๓นักเรียนชั้น ป.๔นอนหลับเหมาะสมตามเกณฑ์ คิดเป็นร้อยละ ๗๕.๓ นักเรียนชั้น ป.๖ คิดเป็นร้อยละ ๕๔ ฟันดีไม่มีผุ นักเรียนชั้น ป.๔ คิดเป็นร้อยละ ๗๐ นักเรียนชั้น ป.๖ คิดเป็นร้อยละ ๘๐ และมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์นักเรียนชั้น ป.๔ คิดเป็นร้อยละ ๗๖.๔นักเรียนชั้น ป.๖ คิดเป็นร้อยละ ๗๕.๑ ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการดำเนินงานอนามัยโรงเรียนยังมีข้อจำกัดในการแก้ไขปัญหาสุขภาพและส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียน การวิจัยพัฒนาชุดองค์ความรู้การดูแลสุขภาพเด็กวัยเรียนแบบองค์รวม (Holistic package) ในครั้งนี้ทำขึ้นเพื่อให้เกิดการพัฒนาเครื่องมือและพัฒนาระบบ ส่งผลให้เกิดการทำงานแบบบูรณาการ ลดความซ้ำซ้อนของหน่วยงาน อันก่อให้เกิดการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งบประมาณ และพัฒนาการทำงานให้มีประสิทธิผลมากขึ้น และสามารถแก้ไขปัญหาสุขภาพเด็กวัยเรียน และส่งเสริมการดำเนินงานอนามัยโรงเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้เด็กวัยเรียนฉลาดและแข็งแรง

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อประเมินสถานการณ์การจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพในโรงเรียนและพฤติกรรมอนามัยของเด็กนักเรียน 2. เพื่อพัฒนาชุดองค์ความรู้การดูแลสุขภาพเด็กวัยเรียนแบบองค์รวม (Holistic package) พร้อมทั้งกลไกระบบงานอนามัยโรงเรียนที่เกิดจากการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง (Stakeholders) อย่างมีประสิทธิภาพ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
ประเมินสถานการณ์งานอนามัยโรงเรียน จำนวน 4 โรงเรียน

วิธีการดำเนินงาน : ติดตาม ตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูลในการเก็บข้อมูลวิจัยในโรงเรียนที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ติดตาม ตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูลในการเก็บข้อมูลวิจัยในโรงเรียนที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง 1 มิ.ย. 2561 - 10 มิ.ย. 2561 15,345.00
รวมเป็นเงิน 15,345.00
งบประมาณ : 15,345.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 มิ.ย. 2561 - 10 มิ.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : นำผลการศึกษาจัดทำเป็นร่างข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อการพัฒนางานระบบอนามัยโรงเรียนที่มีคุณภาพ

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นางยุพา ชัยเพ็ชร นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 2. นางสาวขนิษฐา ดีสม พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ 3. นายจิรายุ สำเนียงดี พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ 4. นางสาวมนฤดี เอี่ยมวงษ์ นักวิชาการสาธารณสุข

ผู้เสนอโครงการ : นางสาวขนิษฐา ดีสม

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางสาวพัชรา ชุ่มชูจันทร์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายพนิต โล่เสถียรกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 6 ชลบุรี
ลำดับที่ : 31

ชื่อโครงการ : โครงการ Reform Organization Performance to Excellent Regional Lead (RE to Lead) ศูนย์อนามัยที่ 6 ชลบุรี ปีงบประมาณ 2561

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กลุ่ม HR

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (75)25.2 ยกระดับคุณภาพชีวิต การบริหารและพัฒนาบุคลากร

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : กรมอนามัย ได้กำหนดทิศทางองค์กรไว้อย่างชัดเจนโดยมีวิสัยทัศน์คือ เป็นองค์กรหลักของประเทศในการอภิบาลระบบส่งเสริมสุขภาพ และอนามัยสิ่งแวดล้อม เพื่อสุขภาพของประชาชน และมีพันธกิจ โดย ทำหน้าที่ในการสังเคราะห์ใช้ความรู้ ดูภาพรวมเพื่อกำหนดนโยบาย และออกแบบระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมโดยการประสานงาน สร้างความร่วมมือและกำกับดูแลเพื่อให้เกิดความรับผิดชอบต่อการดำเนินงาน และขับเคลื่อนการดำเนินงานไปสู่วิสัยทัศน์ที่กำหนด โดย มุ่งเป้าหมายไปที่การพัฒนากำลังคนให้มีศักยภาพ เป็นกำลังคนที่มีสมรรถนะพึงประสงค์เป็น“คนดี มีคุณค่า มีความสุข”เป็นกำลังคนซึ่งมีความเป็นมืออาชีพเป็นเครือข่ายกำลังคนด้านสุขภาพที่มีคุณภาพมุ่งไปสู่การเป็นกรมอนามัย 4.0 (DoH 4.0) ศูนย์อนามัยที่ 6ชลบุรี ได้เห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาบุคลากร ซึ่งเป็นกำลังสำคัญขององค์กร จึงได้ดำเนินการ โครงการ Reform Organization Performance to Excellent Regional Lead (Re to Lead) ศูนย์อนามัยที่ 6 ชลบุรี ปีงบประมาณ 2561 เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง และก้าวเข้าสู่ ศูนย์อนามัยที่ 6 ชลบุรี 4.0 (DoH 4.0) ต่อไป

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อเตรียมความพร้อมบุคลากรศูนย์อนามัยที่ 6 ชลบุรี ให้รองรับการเปลี่ยนแปลง DOH Change 2. เพื่อถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ และทักษะการทำงานจากรุ่นหนึ่งไปยังอีกรุ่นหนึ่ง

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 6 เข้ารับการอบรมครบ 5 ครั้ง จำนวน 50 คน 2. บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 6 ที่เข้ารับการอบรมได้รับการติดตามหลังการอบรม จำนวน 50 คน

วิธีการดำเนินงาน : 1. ประชุมเชิงปฏิบัติการ “Change is good” 2. ประชุมเชิงปฏิบัติการ “ เจาะลึก DNA กรมอนามัย 3. ประชุมเชิงปฏิบัติการ“คิดเป็นระบบ สยบทุกปัญหา” 4.ประชุมเชิงปฏิบัติการ“Click of Reform Organization” 5.ประชุมเชิงปฏิบัติการ“เสริมพลัง ปลุกยักษ์ขยับองค์กร ”

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1. ประชุมเชิงปฏิบัติการ "Change is good" 17 มิ.ย. 2561 - 19 มิ.ย. 2561 399,195.00
2 2. ประชุมเชิงปฏิบัติการ "เจาะลึก DNA กรมอนามัย" 1 ก.ค. 2561 - 3 ก.ค. 2561 377,570.00
รวมเป็นเงิน 776,765.00
งบประมาณ : 776,765.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 17 มิ.ย. 2561 - 3 ก.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 6 ได้รับการพัฒนาสมรรถนะในการทำงานให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2. บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 6 สามารถทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายภายในและภายนอกกระทรวงสาธารณสุขได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางศิริพร จริยจิรวัฒนา นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ นางปาณิสรา สิทธินาม นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ นางสาวดลนภัส ทองนพคุณ เจ้าพนักงานโสตทัศนศึกษาชำนาญงาน นางสาวพรพิมล รัตนตรัยดำรง บรรณารักษ์ นางสาวศุภรัตน์ บ้านใหม่ นักทรัพยากรบุคคล

ผู้เสนอโครงการ : นางปาณิสรา สิทธินาม

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางวรรณภา กางกั้น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายพนิต โล่เสถียรกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................