หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 1

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาการดำเนินงานกลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัยแบบบูรณาการ ศูนย์อนามัยที่ 7ขอนแก่นปีงบประมาณ 2561

ยุทธศาสตร์ : 1.1 ส่งเสริมการเกิดและเติบโตคุณภาพ

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 1. อัตราส่วนการตายมารดาไทย ต่อการเกิดมีชีพแสนคน
2. ร้อยละของเด็กอายุ 0-5 ปี มีพัฒนาการสมวัย
3. ร้อยละของเด็กอายุ 0-5 ปี สูงดีสมส่วน และส่วนสูงเฉลี่ยที่อายุ 5 ปี

cluster : กลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัย

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (2)1.2 เสริมพลังภาคีเครือข่าย (MCH Board ) และสืบสวนการตายมารดาระดับเขต

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : จากยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ภายใต้แผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 พ.ศ.2560-2564 และยุทธศาสตร์กระทรวงสาธารณสุขที่ 1 ในประเด็นการพัฒนาสุขภาพตามกลุ่มวัยที่ได้จัดกลุ่มตามช่วงอายุเป็น 5 กลุ่มวัย คือ 1) ส่งเสริมการเกิดและเติบโตคุณภาพ 2) ส่งเสริมเด็กวัยเรียนให้แข็งแรงและฉลาด3) ส่งเสริมพฤติกรรมอนามัยการเจริญพันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับวัยรุ่น 4) ส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานที่พึงประสงค์ และ 5) ส่งเสริมผู้สูงอายุไทยเพื่อเป็นหลักชัยของสังคม ส่วนงานของกลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัยได้กำหนดตัวชี้วัดระดับกระทรวง 4 ตัวชี้วัด คือ 1) อัตราส่วนการตายมารดาไม่เกิน 20 ต่อการมีชีพแสนคน 2) เด็กอายุแรกเกิด - 5ปี มีพัฒนาการสมวัยร้อยละ 85 3)เด็กอายุ 0-5 ปี สูงดีสมส่วน ร้อยละ 54และ 4) เด็กอายุ 3 ปี ฟันไม่ผุ ร้อยละ 52 ดังนั้นเพื่อให้ผลการดำเนินงานบรรลุตามตัวชี้วัดที่ตั้งไว้ตามกรอบแนวคิดในการพัฒนางานสตรีและเด็กปฐมวัยอย่างองค์รวม ต้องอาศัยความร่วมมือของเครือข่ายทุกระดับ นำนโยบายลงสู่พื้นที่ จากระดับกระทรวงฯ เขตสุขภาพ จังหวัด อำเภอ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ สถานการณ์งานสตรีและเด็กปฐมวัยเขตสุขภาพที่ 7 ในกลุ่มมารดา พบว่า อัตราส่วนมารดาตายจากปี 2557-2560 (ไตรมาสที่ 3) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น คือ 11.7, 21.4, 26.1และ 14.92ต่อแสนการเกิดมีชีพฝากครรภ์ครั้งแรกน้อยกว่า 12 สัปดาห์ร้อยละ 68ฝากครรภ์ครบ 5 ครั้งคุณภาพร้อยละ 55.6 ยังมีปัญหาเรื่องการทำงานต่างถิ่นและฝากครรภ์ช้า ปกปิดการตั้งครรภ์ในมารดาวัยรุ่น และปัญหามารดาครรภ์หลังๆ ไม่เห็นความสำคัญของการฝากครรภ์ การรับยาบำรุงครรภ์เสริมไอโอดีนจึงช้า ภาวะโลหิตจางในหญิงตั้งครรภ์ ร้อยละ 17.5ในกลุ่มเด็กปฐมวัย พบว่า เด็ก 0-5ปี มีพัฒนาการสมวัยร้อยละ 93.6 โดยเด็กที่พัฒนาการสงสัยล่าช้า ได้รับการติดตามกระตุ้นและส่งเสริมพัฒนาการ ร้อยละ 73.8 ช่วงรณรงค์ตรวจพัฒนาการ 17-21 กรกฎาคม 2560 ค้นพบเด็กที่สงสัยพัฒนาการล่าช้า ร้อยละ 29.7(ข้อมูลจากโปรแกรม Special PP วันที่ 3กันยายน 2560) เด็ก 0-5 ปีรูปร่างดี สูงสมส่วน ร้อยละ 51.4ทารกแรกเกิดจนถึงอายุต่ำกว่า6 เดือนกินนมแม่อย่างเดียว ร้อยละ 72.6มีทารกแรกเกิดน้ำหนักน้อยกว่า 2,500กรัม ภาพรวมเขต ร้อยละ5.5ทารกแรกเกิดมีค่า TSH ร้อยละ 9.72มิลลิยูนิต/ลิตร โดยพบว่าทุกจังหวัดยังมีอัตราสูงกว่าเป้าหมาย อัตราทารกแรกเกิดขาดออกซิเจนภาพรวมเขต 31.2 : 1,000การเกิดมีชีพโดยมีอัตราสูงเกินเกณฑ์ในจังหวัดขอนแก่นและกาฬสินธุ์45.1: 1,000 และ 29.1 : 1,000 การเกิดมีชีพ ตามลำดับ เด็กอายุ 3 ปีฟันไม่ผุ ร้อยละ 79.2 ส่วนการพัฒนาศูนย์เด็กเล็กด้วยมาตรฐานศูนย์เด็กเล็กแห่งชาติยังอยู่ในกระบวนการบูรณาการเกณฑ์และจัดทำคู่มือการดำเนินงาน จากสถานการณ์ดังกล่าว ศูนย์อนามัยที่ 7ขอนแก่นจึงได้จัดทำโครงการพัฒนาการดำเนินงานกลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัยแบบบูรณาการขึ้น เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงาน สนับสนุนการแก้ไขปัญหาแบบผสานการทำงานอย่างเป็นองค์รวม สามารถบรรลุเป้าหมายการดำเนินงานทั้ง 4ตัวชี้วัด อันประกอบด้วย การป้องกันและเฝ้าระวังมารดาตาย การเฝ้าระวัง คัดกรอง ส่งเสริมพัฒนาการ การเจริญเติบโต ภาวะโภชนาการ (ไอโอดีน) และทันตสุขภาพ (ฟันผุ) ในเด็กปฐมวัย รวมทั้งการพัฒนาศูนย์เด็กเล็กแห่งชาติ ให้ลูกเกิดรอด แม่ปลอดภัย มีพัฒนาการสมวัย สูงดีสมส่วน ฟันไม่ผุ สอดคล้องตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขต่อไป

วัตถุประสงค์ : 1. ขับเคลื่อนระบบและขยายการดำเนินงาน การป้องกันเฝ้าระวังมารดาตาย การเฝ้าระวัง คัดกรอง ส่งเสริมพัฒนาการ การเจริญเติบโต ภาวะโภชนาการ (ไอโอดีน) และทันตสุขภาพ (ฟันผุ) ในเด็กปฐมวัย พื้นที่รับผิดชอบศูนย์อนามัยที่ 7 2. พัฒนาศักยภาพบุคลากรงานพัฒนากลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัยระดับแม่ข่าย (NODE)เพื่อเป็นพี่เลี้ยงในการขับเคลื่อน พัฒนางานและแก้ไขปัญหาให้กับบุคลากรในระดับพื้นที่ได้ 3. พัฒนาและสนับสนุนสถานบริการเพื่อผ่านมาตรฐานบริการอนามัยแม่และเด็กคุณภาพและศูนย์เด็กเล็กคุณภาพแห่งชาติ 4. สนับสนุนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และค้นหานวัตกรรม

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1.มีแนวทางการขับเคลื่อนงานพัฒนาสตรีและเด็กปฐมวัยระดับจังหวัด 4 จังหวัด 2.อำเภอ/ตำบลต้นแบบจัดการระบบเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็ก 0-5 ปีโดยการจัดการค่ากลาง มีแผนปฏิบัติการและการดำเนินงานเพื่อเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยโดยชุมชนจำนวน 38 อำเภอ/ตำบล 3.อำเภอ/ตำบลต้นแบบฯ มีลานเล่น/ของเล่นภูมิปัญญา เพื่อส่งเสริมพัฒนาการเด็ก 0-5 ปี ในชุมชน จำนวน 38 อำเภอ/ตำบล 4.บุคลากรงานพัฒนากลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัยระดับแม่ข่าย (NODE)ผ่านการพัฒนาเพื่อเป็นพี่เลี้ยงในการขับเคลื่อน พัฒนางานและแก้ไขปัญหาให้กับบุคลากรในระดับพื้นที่ - ประเด็นการป้องกันและเฝ้าระวังมาดาตาย การเฝ้าระวัง คัดกรอง และส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย จำนวน 66 คน - ประเด็นการเจริญเติบโต ภาวะโภชนาการ (ไอโอดีน) ศูนย์เด็กเล็กคุรภาพและการเฝ้าระวังฟันผุในเด็กปฐมวัย จำนวน 56 คน 5.อสม.ได้รับการพัฒนาเพื่อเป็นครู ข พัฒนาตำบลจัดการระบบเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการโดยการจัดการค่ากลาง จำนวน 154 คน 6.ประเมินสถานบริการ (รพท./รพช. ใน 4 จังหวัด) ตามมาตรฐานอนามัยแม่และเด็กคุณภาพและศูนย์พัฒนาเด็กเล็กคุณภาพแห่งชาติ จำนวน 10 แห่ง 7.สรุปบทเรียนการดำเนินงานพัฒนาสตรีและเด็กปฐมวัย 1 เล่ม

วิธีการดำเนินงาน : 1. การดำเนินงานระดับเขตสุขภาพ(ศูนย์อนามัยร่วมดำเนินงาน) 1.1ประชุมคณะกรรมการอนามัยสตรีและเด็กปฐมวัยระดับเขต เพื่อกำหนดนโยบาย มาตรการ การสนับสนุน กำกับ ติดตามประเมินผลการดำเนินงานพัฒนากลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัย ระดับเขต (งบประมาณเขตสุขภาพ) 1.2 ประชุมคณะกรรมการสหวิชาชีพเพื่อการตั้งครรภ์และการคลอดคุณภาพระดับเขตเพื่อประสานการดำเนินงานและแก้ไขปัญหาในการป้องกันและดูแลมารดาตายจากโรคทางอายุรกรรม (งบประมาณเขตสุขภาพ) 2. การดำเนินงานระดับศูนย์อนามัย 2.1 ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพและแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานพัฒนากลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัย(ใน 2 ประเด็นหลัก คือ 1) การป้องกัน และเฝ้าระวังมารดาตาย การเฝ้าระวัง คัดกรอง และส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยและ 2) การเฝ้าระวังการเจริญเติบโต ภาวะโภชนาการ (ไอโอดีน) และฟันผุในเด็กปฐมวัย) 2.2 เยี่ยมติดตามเสริมพลังบุคลากรงานพัฒนากลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัย ระดับแม่ข่าย (Node) 4 จังหวัด พื้นที่รับผิดชอบศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น (ร้อยเอ็ด ขอนแก่น มหาสารคาม และกาฬสินธุ์) 2.3 ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานพัฒนากลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัยเพื่อสรุปบทเรียนและค้นหานวัตกรรม 2.4 ตำบลบูรณาการจัดการเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็ก 0-5ปีในชุมชน ด้วยการจัดการค่ากลาง(งบฯ สปสช. และศูนย์อนามัยที่ 7ขอนแก่น ปี 2560) กิจกรรมประกอบด้วย 1) อบรมครู ข พัฒนาตำบลจัดการระบบเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการโดยการจัดการค่ากลาง 2) สนับสนุนการเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็ก 0-5 ปี โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยมีครู ข เป็นแกนนำขับเคลื่อนการดำเนินงาน และ CPM ระดับอำเภอ เป็นพี่เลี้ยง (Coacher)

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมคณะกรรมการอนามัยสตรีและเด็กปฐมวัย (งบเขตสุขภาพที่ 7) 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 0.00
2 ประชุมคณะกรรมการสหวิชาชีพเพื่อการตั้งครรภ์และการคลอดคุณภาพ (งบเขตสุขภาพที่ 7) 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 0.00
3 ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพและแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานพัฒนากลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัย ประเด็นการป้องกัน และเฝ้าระวังมารดาตาย การเฝ้าระวัง คัดกรอง และส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยและ 1 พ.ย. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 179,536.00
4 ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพและแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานพัฒนากลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัย ประเด็นการเจริญเติบโต ภาวะโภชนาการ (ไอโอดีน) ศูนย์เด็กเล็กคุณภาพ และการเฝ้าระวังฟันผุในเด็กปฐมวัย 1 พ.ย. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 145,096.00
5 เยี่ยมติดตามเสริมพลังบุคลากรงานพัฒนากลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัย ระดับแม่ข่าย (Node) 1 พ.ค. 2561 - 31 พ.ค. 2561 39,095.00
6 ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานพัฒนากลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัยเพื่อสรุปบทเรียนและค้นหานวัตกรรม 1 ก.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561 474,990.00
7 อบรมครู ข พัฒนาตำบลจัดการระบบเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการโดยการจัดการค่ากลาง (งบ สปสช.เขต7) 1 ส.ค. 2560 - 31 ต.ค. 2560 0.00
8 สนับสนุนการเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็ก ๐-๕ ปี โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยมีครู ข เป็นแกนนำขับเคลื่อนการดำเนินงาน และ CPM ระดับอำเภอ เป็นพี่เลี้ยง (Coacher) (งบ สปสช.เขต7) 1 ต.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 0.00
รวมเป็นเงิน 838,717.00
งบประมาณ : 838,717.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ส.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. ผู้ปฏิบัติงานด้านการดูแล ส่งเสริม ป้องกัน เฝ้าระวัง และพัฒนากลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัยตลอดจนภาคีเครือข่ายและผู้เกี่ยวข้อง รับทราบนโยบายและแนวทางที่ชัดเจนในการขับเคลื่อนการดำเนินงานพัฒนาศักยภาพกลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัย 2. แนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงานเพื่อพัฒนาศักยภาพกลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัยระดับจังหวัด 4จังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบ 3. สรุปบทเรียนที่ประสบผลสำเร็จและนวัตกรรมการดำเนินงานพัฒนาศักยภาพกลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัยในระดับพื้นที่ซึ่งสามารถนำไปขยายผลให้ครอบคลุมทุกระดับต่อไป

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นางทัศนีย์ รอดชมภู นักวิชาการสาธารณสุขเชี่ยวชาญ (ด้านสาธารณสุข) รองผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 7 ด้านวิชาการ (ที่ปรึกษา) 2. นางตำแหน่ง สินสวาท นักวิชาการสาธารณสุขเชี่ยวชาญ (ด้านโภชนาการ) ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านโภชนาการ (ที่ปรึกษา) 3. นางสาวศริญทิพย์ ชาลีเครือ ทันตแพทย์ชำนาญการพิเศษ 4. นางสุจิรา ขวาแซ้น นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ (ที่ปรึกษา) 5. นางธิโสภิญ ทองไทย นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 6. นางจันทิยา เนติวิภัชธรรม พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 7. นางกัญญา จันทร์พล นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 8. นางลัดดา ปุริมายะตา พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 9. นางสาวธนิศรา นามบุญเรือง พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ 10. นางสาวลัดดา ดีอันกอง พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ

ผู้เสนอโครงการ : นางธิโสภิญ ทองไทย นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางทัศนีย์ รอดชมภู นักวิชาการสาธารณสุขเชี่ยวชาญ (ด้านสาธารณสุข) รองผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 7 ด้านวิชาการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายประสิทธิ์ สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 2

ชื่อโครงการ : โครงการส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียนสูงดี สมส่วน สมองดีแข็งแรง ศูนย์อนามัยที่ 7 ปีงบประมาณ 2561

ยุทธศาสตร์ : 1.2 ส่งเสริมเด็กวัยเรียนให้แข็งแรงและฉลาด

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 5. ร้อยละของเด็กวัยเรียน (6-14 ปี) สูงดีสมส่วน ฟันไม่ผุ (caries free) และเด็กอายุ 12 ปี มีส่วนสูงเฉลี่ยตามเกณฑ์
6. ร้อยละของเด็กวัยเรียนมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ด้านการบริโภคอาหาร กิจกรรมทางกาย และทันตสุขภาพ

cluster : กลุ่มวัยเรียน

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (13)5.3 เพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพภาคีเครือข่ายเพื่อการพัฒนาสุขภาพเด็กวัยเรียน 4.0

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : เด็กถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศ เนื่องจากเด็กวันนี้จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ซึ่งต้องนำพาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าทัดเทียมอารยะประเทศ ดังนั้น การส่งเสริมให้เด็กเจริญเติบโตสมวัยเต็มศักยภาพจึงเป็นพัฒนาประเทศชาติอีกทางหนึ่ง กรมอนามัยได้กำหนดตัวชี้วัดให้เด็กวัยเรียนสูงดีสมส่วนร้อยละ 66 แต่จากการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขรอบที่ 2 ปี 2560 พบว่า เด็กอายุ 6-14 ปี มีส่วนสูงระดับดีและรูปร่างสมส่วนร้อยละ 65.1 ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมาย และเมื่อพิจารณารายเขตพบว่า เขตสุขภาพที่ 7 เด็กสูงดีสมส่วนร้อยละ 68.3 โดยจังหวัดขอนแก่นและร้อยเอ็ดมีเด็กสูงดีสมส่วนใกล้เคียงกันคือร้อยละ 70.1 และ 70.0 รองลงมาได้แก่จังหวัดมหาสารคามร้อยละ 67.0 ส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์มีเด็กส่วนสูงดีและสมส่วนต่ำกว่าเป้าหมายคือร้อยละ 64.7 นอกจากนี้ยังพบเริ่มอ้วนและอ้วนร้อยละ 9.4 โดยจังหวัดมหาสารคามมีเด็กเริ่มอ้วนและอ้วนมากที่สุดคือ ร้อยละ 10.8 ซึ่งเกินกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ร้อยละ 10 รองลงมาเป็นจังหวัดร้อยเอ็ดและขอนแก่นร้อยละ 9.5 และกาฬสินธุ์ ร้อยละ 7.4 เด็กเตี้ยร้อยละ 4.5 โดยจังหวัดที่มีเด็กเตี้ยมากที่สุดคือ จังหวัดกาฬสินธุ์ ร้อยละ 8.7 รองลงมาเป็นจังหวัดขอนแก่นและมหาสารคามใกล้เคียงกันคือร้อยเอ็ด 4.0 และ 3.9 และน้อยที่สุดคือจังหวัดร้อยเอ็ดร้อยละ 2.7 ส่วนเด็กผอมพบร้อยละ 4.9 จังหวัดที่มีเด็กผอมมากที่สุดได้แก่ จังหวัดร้อยเอ็ดร้อยละ 5.2 รองลงมาเป็นจังหวัดมหาสารคาม ขอนแก่นและกาฬสินธุ์ร้อยละ 5.0, 4.7 และ 4.4 ตามลำดับ และจากการนิเทศติดตามงานพบว่า เจ้าหน้าที่สาธารณสุขมีการเคลื่อนย้ายปรับเปลี่ยนงานทำให้ผู้รับผิดชอบงานวัยเรียนขาดความรู้ทักษะในการให้บริการอนามัยโรงเรียน การเฝ้าระวังคัดกรองสุขภาพรวมถึงการแก้ไขปัญหาเด็กอ้วนและการส่งต่อเข้าสู่คลินิก DPAC รวมถึงขาดการเชื่อมโยงข้อมูลสถานการณ์ปัญหาสุขภาพไปยังภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ผู้ปกครอง ชุมชน จากสถานการณ์ดังกล่าวข้างต้นจะพบว่าเด็กวัยเรียนยังคงประสบกับปัญหาโภชนาการทั้งเกินและขาดซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการเรียนรู้ รวมถึงบุคลากรยังต้องได้รับการพัฒนาทักษะการส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียน ดังนั้น ศูนย์อนามัยที่ 7 จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียนสูงดี สมส่วน สมองดีแข็งแรง ปีงบประมาณ 2561 โดยมุ่งหวังให้เกิดความร่วมมือระหว่างบุคคลากรสาธารณสุข บุคลากรด้านการศึกษาและภาคีที่เกี่ยวข้องขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียนอย่างจริงจังส่งผลให้เด็กวัยเรียนเขตสุขภาพที่ 7 เจริญเติบเติบโตตามวัยเต็มศักยภาพ มีสุขภาพกายและจิตที่ดี อันจะส่งผลให้เป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์แข็งแรง

วัตถุประสงค์ : วัตถุประสงค์ทั่วไป: เพื่อส่งเสริมสุขภาพอนามัยของเด็กวัยเรียนให้สูงดีสมส่วน แข็งแรงและฉลาด วัตถุประสงค์เฉพาะ 1. เพื่อให้บุคลากรสาธารณสุขและภาคีเครือข่าย มีความรู้และทักษะการเสริมสร้างการเจริญเติบโตของเด็กให้เหมาะสมตามวัยและสูงสมส่วน 2. เพื่อสร้างกระแส และกระตุ้นให้บุคลากรสาธารณสุข ภาคีเครือข่าย และประชาชนทั่วไปมีส่วนร่วมในเสริมสร้างสุขภาพเด็กวัยเรียนเขตสุขภาพที่ 7 3. เพื่อเสริมสร้างให้เด็กวัยเรียนเขตสุขภาพที่ 7 มีพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม 4. เพื่อให้โรงเรียนพัฒนายกระดับโรงเรียนให้เป็นโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชร

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. ภาคีเครือข่ายได้รับการพัฒนาศักยภาพครู ก "ส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียนสูงดีสมส่วน" จำนวน 200 คน 2. สื่อความรอบรู้ด้านสุขภาพ 1 เรื่อง 3. ติดตามการดำเนินงาน 8 ครั้ง 4. โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชร 4 แห่ง

วิธีการดำเนินงาน : 1. พัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพโดยการจัดประชุม/อบรม 2. สนับสนุนการดำเนินงานของบุคลากรสาธารณสุขและเครือข่าย ได้แก่ การเป็นวิทยากร ที่ปรึกษา และสนับสนุนเอกสารวิชาการ สื่อ วัสดุอุปกรณ์ต่างๆ 3. สร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพแก่เด็กวัยเรียน โดยผลิตชุดความรอบรู้การส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียน เช่น อินโฟกราฟฟิค และแบบประเมินตนเองอย่างง่ายด้านสุขภาพเด็กวัยเรียน 4. รณรงค์สร้างกระแสการส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียน 5. การติดตามและประเมินผล

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมคณะกรรมการวัยเรียน เขตสุขภาพที่ 7 1 ต.ค. 2560 - 29 ก.ย. 2561 0.00
2 อบรมพัฒนาศักยภาพครู ก “ส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียนสูงดีสมส่วน” 1 พ.ย. 2560 - 30 พ.ย. 2560 472,500.00
3 สนับสนุนการรณรงค์ส่งเสริมเด็กสูงดี สมส่วน Love Milk Day ตรวจวัดสายตาในวันเด็กแห่งชาติร่วมกับจังหวัด 1 ม.ค. 2561 - 31 ม.ค. 2561 0.00
4 ติดตามการดำเนินงานใช้ค่ากลางในการส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียน 1 พ.ย. 2560 - 30 ก.ย. 2561 39,640.00
5 ประเมินรับรองรร.เพชร 1 ม.ค. 2561 - 31 ส.ค. 2561 30,500.00
6 สร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพแก่เด็กวัยเรียน โดยผลิตชุดความรอบรู้การส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียน 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 0.00
รวมเป็นเงิน 542,640.00
งบประมาณ : 542,640.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : เด็กวัยเรียนเขตสุขภาพที่ 7 มีสุขภาพร่ายกายและจิตใจสมบูรณ์แข็งแรงเติบโตสมวัยเต็มตามศักยภาพและมีพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นางบังอร กล่ำสุวรรณ์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 2. นางสุภาภรณ์ ศรีสุพรรณ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 3. นางกฤษฎา เอื้ออภิศักดิ์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ

ผู้เสนอโครงการ : นางบังอร กล่ำสุวรรณ์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางทัศนีย์ รอดชมภู รองผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 7 ด้านวิชาการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายประสิทธิ์ สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 3

ชื่อโครงการ : โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ การบริหารจัดการด้วยค่ากลาง ในการดำเนินงานพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่น ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ปีงบประมาณ 2561

ยุทธศาสตร์ : 1.3 ส่งเสริมพฤติกรรมอนามัยการเจริญพันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับวัยรุ่น

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 10. ร้อยละของวัยรุ่น 15-18 ปี สูงดีสมส่วน และอายุ 19 ปี มีส่วนสูงเฉลี่ยตามเกณฑ์

cluster : กลุ่มวัยรุ่น

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (33)11.3 สร้างการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายในการขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริมวัยรุ่นสูงดีสมส่วน สาวไทยแก้มแดง ในระดับพื้นที่

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : สถานการณ์ปัญหาวัยรุ่นในเขตสุขภาพที่ 7 ระหว่างปี 2558 – 2560 อัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15 – 19 ปี ต่อพันประชากร มีแนวโน้มลดลง คิดเป็นอัตรา 38.16 , 32.27 และ 25.27 อัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ 10 -14 ปี ต่อพันประชากร คิดเป็นอัตรา 1.42 , 1.20 และ 0.76 และการตั้งครรภ์ซ้ำในมารดาอายุน้อยกว่า20ปี คิดเป็นร้อยละ 13.96 , 13.97 และ 14.25 ตามลำดับ เมื่อเทียบกับเป้าหมายปี 2560 ของประเทศ อัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15-19 ปี ต่อพันประชากร ไม่เกิน 42อัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ 10-14 ปี ต่อพันประชากร ไม่เกิน 1.4 และการตั้งครรภ์ซ้ำในมารดาอายุน้อยกว่า 20 ปี ไม่เกินร้อยละ 10 พบว่าภาพรวมเขตสุขภาพที่ 7 สามารถดำเนินการลดอัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15-19 ปี และ 10 – 14 ปี ได้ต่ำกว่าเป้าหมายของประเทศ ยกเว้นการตั้งครรภ์ซ้ำ กลไกสำคัญที่ส่งผลให้การดำเนินงานลดปัญหาของแม่ในวัยรุ่นของเขตสุขภาพที่ 7 จากการวิเคราะห์การดำเนินงานที่ผ่านมาพบว่า มีการขับเคลื่อนงานผ่านระบบสุขภาพอำเภอ (DHS) ในทุกพื้นที่ ภายใต้ อำเภออนามัยการเจริญพันธุ์ ร่วมมือกันทุกภาคส่วนในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น และมีสถานบริการสุขภาพที่เป็นมิตรกับวัยรุ่นและเยาวชน (YFHS) ที่พร้อมให้บริการ ให้คำปรึกษาแก่วัยรุ่นและครอบครัว รวมทั้งส่งต่อให้ได้รับการดูแลอย่างเป็นรูปธรรมร่วมกับภาคีเครือข่าย การดำเนินงานแก้ไขปัญหาวัยรุ่นจำเป็นต้องมีการขับเคลื่อนเชิงสังคมอย่างจริงจังและต่อเนื่อง อาศัยครอบครัวเป็นฐาน ภายใต้การสนับสนุนของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ 4 กระทรวงหลัก ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงแรงงาน และกระทรวงมหาดไทย ที่มีบทบาทดูแลป้องกันแก้ไขปัญหาและส่งเสริมสุขภาวะทางเพศของวัยรุ่นในพื้นที่ ตามพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.2559 นอกจากนี้สถาบันครอบครัวมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมทางเพศและการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ครอบครัวที่มีความสัมพันธ์ไปในทางที่ดี มีการสื่อสารเรื่องเพศภายในครอบครัว จะส่งผลไปในทางที่ดีต่อพฤติกรรมทางเพศ การสื่อสารเรื่องเพศคุยได้ในครอบครัว นับว่าเป็นกลไกหนึ่งที่จะช่วยป้องกันและแก้ไขปัญหาสุขภาพและพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของวัยรุ่น สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.2560-2564 ว่าด้วย “การส่งเสริมบทบาทครอบครัวและชุมชนในการเลี้ยงดู สร้างสัมพันธภาพและการสื่อสารด้านสุขภาวะทางเพศของวัยรุ่น” และจากข้อมูลการสำรวจสถานการณ์ภาวะโภชนาการและพฤติกรรมสุขภาพของวัยรุ่นอายุ 15-21 ปี โดยสำนักโภชนาการ กรมอนามัย ปี 2559-2560 พบว่า วัยรุ่นอายุ 19 ปี มีส่วนสูงเฉลี่ยในเพศชาย 170.5 เซนติเมตร และเพศหญิง 158.1 เซนติเมตร ด้านพฤติกรรมการบริโภคอาหาร พบว่า 1 ใน 5ของเพศชาย และ 1 ใน 4 ของเพศหญิง ไม่ดื่มนมเลย แต่กลับพบว่าวัยรุ่นชายและหญิง มีการดื่มน้ำอัดลมสีดำถึงร้อยละ 73.5 และร้อยละ 65.7 ตามลำดับ ดื่มเครื่องดื่มประเภทคาเฟอีน เช่น กาแฟและชาเย็น ร้อยละ 71.2 และร้อยละ 68.3 ตามลำดับ ซึงเครื่องดื่มดังกล่าวมีคาเฟอีนและน้ำตาลสูง นอกจากนี้ยังพบว่า มีการบริโภคอาหารที่มีโซเดียมสูง ประเภทบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปร้อยละ 87.0 และร้อยละ 89.5 ตามลำดับและประเภทขนมถุงกรุบกรอบร้อยละ 78.9 และร้อยละ 82.9 ตามลำดับ ด้านสุขภาพช่องปากพบว่า วัยรุ่นอายุ 15 – 17 ปี และ 18 – 21 ปี แปรงฟันตอนตื่นนอนร้อยละ 97.1 และร้อยละ 98.0 ตามลำดับ และแปรงฟันก่อนนอนร้อยละ 90.5 และร้อยละ 91.7 ตามลำดับมีปัญหาสุขภาพช่องปาก ได้แก่ ฟันผุ มากที่สุด ร้อยละ 31.3 และร้อยละ 38.1 ตามลำดับ มีความต้องการบริการทันตกรรม ได้แก่ ขูดหินปูน มากที่สุด ร้อยละ 54.3 และร้อยละ 62.4 ตามลำดับ ด้านการออกกำลังกาย พบว่าวัยรุ่นอายุ 15 – 21 ปี ใช้เวลาออกกำลังกายยามว่าง โดยเฉลี่ย เพศชาย 24.1นาที/วัน และเพศหญิง 17.5นาที/วัน ด้านการหลับนอน พบว่าวัยรุ่นนอนหลับโดยเฉลี่ย7.2 ชั่วโมงในวันทำงานหรือเรียนปกติ (จันทร์-ศุกร์) ส่วนวันหยุด (เสาร์-อาทิตย์) นอนหลับ 8.5 ชั่วโมง นอกจากนี้วัยรุ่นยังมีพฤติกรรมเสี่ยงในเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร นำไปสู่ปัญหาการตั้งครรภ์ การทำแท้ง ซึ่งทำให้เกิดปัญหาทางสุขภาพและเชื่อมโยงไปถึงปัญหาเศรษฐกิจ สังคมจะเห็นได้ว่าวัยรุ่นไทย ยังมีพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่เหมาะสม ดังนั้น ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น จึงได้จัดทำ “โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ การบริหารจัดการด้วยค่ากลาง ในการดำเนินงานพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่น ศูนย์อนามัยที่7 ขอนแก่น ปีงบประมาณ 2561” เพื่อพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่ายในการขับเคลื่อนการดำเนินงานพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่น โดยการบริหารจัดการด้วยค่ากลางตามบริบทของพื้นที่ ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น เฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยง ส่งเสริมให้วัยรุ่นสูงดีสมส่วน มีทักษะชีวิตพฤติกรรมอนามัยการเจริญพันธุ์ที่เหมาะสม และพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ ซึ่งจะส่งผลให้การคลอดและการตั้งครรภ์ซ้ำลดลง รวมทั้งส่งเสริมให้วัยรุ่นสูงดีสมส่วน Strong Smart Smile

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อถ่ายทอดการบริหารจัดการด้วยค่ากลาง ในการดำเนินงานพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่น สู่แผนปฏิบัติการ 2. เพื่อขยายผลต้นแบบตำบลจัดการสุขภาพวัยรุ่นแบบบูรณาการ โดยใช้ค่ากลาง 3. เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นและการส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่นที่พึงประสงค์ภายใต้ NEST

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1.ประชุมเชิงปฏิบัติการ การบริหารจัดการด้วยค่ากลาง ในการดำเนินงานพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่น 4 จังหวัด 2.ผู้เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการ การบริหารจัดการด้วยค่ากลาง ในการดำเนินงานพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่น จำนวน 140 คน 3.สรุปการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นและการส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่นที่พึงประสงค์ภายใต้ NEST 1 ฉบับ

วิธีการดำเนินงาน : 1. จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ การบริหารจัดการด้วยค่ากลาง ในการดำเนินงานพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่นศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ปีงบประมาณ 2561 เพื่อขยายผลต้นแบบตำบลจัดการสุขภาพวัยรุ่นแบบบูรณาการ โดยใช้ค่ากลาง 2. เยี่ยมเสริมพลังเครือข่ายที่ขยายผลตำบลจัดการสุขภาพวัยรุ่น โดยใช้ค่ากลาง รวม 8 ตำบล

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดประชุมขยายผลต้นแบบตำบลจัดการสุขภาพวัยรุ่นแบบบูรณาการ โดยใช้ค่ากลาง 1 ม.ค. 2561 - 31 มี.ค. 2561 105,286.00
2 เยี่ยมเสริมพลังเครือข่ายที่ขยายผลตำบลจัดการสุขภาพวัยรุ่นโดยใช้ค่ากลาง 1 เม.ย. 2561 - 30 เม.ย. 2561 132,334.00
รวมเป็นเงิน 237,620.00
งบประมาณ : 237,620.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ม.ค. 2561 - 30 เม.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. ผู้เข้าร่วมประชุมสามารถรบริหารจัดการด้วยค่ากลาง ในการดำเนินงานพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่น สู่แผนปฏิบัติการได้อย่างเหมาะสม 2. วัยรุ่นในพื้นที่ได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้ มีทักษะชีวิต พฤติกรรมอนามัยการเจริญพันธุ์ที่เหมาะสม และพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ภายใต้ NEST สู่วัยรุ่นสูงดีสมส่วน Strong Smart Smile

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นายพิพัฒน์ ฟูศรีนวล นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 2. นายวิมล ปักกุนนัน พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 3. นางนรินทร มาตรา พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 4. นางสุจิตรา ขุนน้อย พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ

ผู้เสนอโครงการ : นายพิพัฒน์ ฟูศรีนวล หัวหน้ากลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางทัศนีย์ รอดชมภู รองผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายประสิทธิ์ สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 4

ชื่อโครงการ : โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ปีงบประมาณ 2561

ยุทธศาสตร์ : 1.3 ส่งเสริมพฤติกรรมอนามัยการเจริญพันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับวัยรุ่น

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 7. อัตราคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15-19 ปี ต่อประชากรหญิง อายุ 15-19 ปี พันคน
8. อัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ 10-14 ปี ต่อประชากรอายุ 10-14 ปี พันคน
9. ร้อยละการตั้งครรภ์ซ้ำในหญิงอายุ น้อยกว่า 20 ปี

cluster : กลุ่มวัยรุ่น

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (23)9.1 การขับเคลื่อนพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : สถานการณ์ปัญหาวัยรุ่นในเขตสุขภาพที่ 7 ระหว่างปี 2558 – 2560 อัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15 – 19 ปี ต่อพันประชากร มีแนวโน้มลดลงคิดเป็นอัตรา 38.16,32.27 และ 25.27 อัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ 10-14 ปี ต่อพันประชากรคิดเป็นอัตรา 1.42,1.20 และ 0.76 และการตั้งครรภ์ซ้ำในมารดาอายุน้อยกว่า 20 ปี คิดเป็นร้อยละ 13.96 , 13.97 และ 14.25 ตามลำดับ เมื่อเทียบกับเป้าหมายปี 2560 ของประเทศอัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15 – 19 ปี ต่อพันประชากร ไม่เกิน 42อัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ 10-14 ปี ต่อพันประชากร ไม่เกิน 1.4 และการตั้งครรภ์ซ้ำในมารดาอายุน้อยกว่า 20 ปี ไม่เกินร้อยละ 10 พบว่าภาพรวมเขตสุขภาพที่ 7 สามารถดำเนินการลดอัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15-19 ปี และ 10 – 14ปี ได้ต่ำกว่าเป้าหมายของประเทศ ยกเว้นการตั้งครรภ์ซ้ำ กลไกสำคัญที่ส่งผลให้การดำเนินงานลดปัญหาของแม่ในวัยรุ่นของเขตสุขภาพที่ 7จากการวิเคราะห์การดำเนินงานที่ผ่านมาพบว่า มีการขับเคลื่อนงานผ่านระบบสุขภาพอำเภอ (DHS) ในทุกพื้นที่ ภายใต้ อำเภออนามัยการเจริญพันธุ์ ร่วมมือกันทุกภาคส่วนในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น และมีสถานบริการสุขภาพที่เป็นมิตรกับวัยรุ่นและเยาวชน (YFHS) ที่พร้อมให้บริการ ให้คำปรึกษาแก่วัยรุ่นและครอบครัว รวมทั้งส่งต่อให้ได้รับการดูแลอย่างเป็นรูปธรรมร่วมกับภาคีเครือข่าย การดำเนินงานแก้ไขปัญหาวัยรุ่นจำเป็นต้องมีการขับเคลื่อนเชิงสังคมอย่างจริงจังและต่อเนื่อง อาศัยครอบครัวเป็นฐาน ภายใต้การสนับสนุนของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ 5 กระทรวงหลัก ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงแรงงาน และกระทรวงมหาดไทย ที่มีบทบาทดูแลป้องกันแก้ไขปัญหาและส่งเสริมสุขภาวะทางเพศของวัยรุ่นในพื้นที่ ตามพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.2559 นอกจากนี้สถาบันครอบครัวมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมทางเพศและการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ครอบครัวที่มีความสัมพันธ์ไปในทางที่ดี มีการสื่อสารเรื่องเพศภายในครอบครัว จะส่งผลไปในทางที่ดีต่อพฤติกรรมทางเพศ การสื่อสารเรื่องเพศคุยได้ในครอบครัว นับว่าเป็นกลไกหนึ่งที่จะช่วยป้องกันและแก้ไขปัญหาสุขภาพและพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของวัยรุ่น สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.2560 – 2564 ว่าด้วย “การส่งเสริมบทบาทครอบครัวและชุมชนในการเลี้ยงดู สร้างสัมพันธภาพและการสื่อสารด้านสุขภาวะทางเพศของวัยรุ่น” ดังนั้น ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น จึงได้จัดทำ “โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ศูนย์อนามัยที่ 7 ปีงบประมาณ 2561” เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานตามนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาอนามัยการเจริญพันธุ์ฉบับที่ 2 และพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.2559 พัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่ายเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาวัยรุ่นในระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล ขุมชน โรงเรียน และครอบครัว รวมทั้งเฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยง ส่งเสริมให้วัยรุ่นมีทักษะชีวิตและพฤติกรรมอนามัยการเจริญพันธุ์ที่เหมาะสม ซึ่งจะส่งผลให้อัตราการคลอดและการตั้งครรภ์ซ้ำลดลง

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานโดยผ่านกลไก การประชุมคณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ระดับจังหวัด 2. เพื่อเยี่ยมเสริมพลัง พัฒนาโรงพยาบาลตามมาตรฐาน YFHS และอำเภออนามัยการเจริญพันธุ์ โดยใช้กลไกคณะกรรมการคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (DHB) 3. เพื่อถอดบทเรียนการบริหารจัดการด้วยค่าและแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำหรับเป็นแหล่งเรียนรู้

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. ประชุมคณะอนุกรรมการป้องก้นและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับจังหวัด 4 จังหวัดๆ ละ 2 ครั้ง 2.เยี่ยมเสริมพลัง พัฒนาโรงพยาบาลตามมาตรฐาน YFHS 2 แห่ง และอำเภออนามัยการเจริญพันธุ์ 1 แห่ง โดยใช้กลไกคณะกรรมการคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (DHB) 3.บทเรียนการบริหารจัดการด้วยค่ากลางและแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำหรับเป็นแหล่งเรียนรู้ 1 แห่ง

วิธีการดำเนินงาน : 1. จัดประชุมคณะอนุกรรมการป้องก้นและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับจังหวัด กลุ่มเป้าหมาย : คณะอนุกรรมการป้องก้นและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ระดับจังหวัด 2. เยี่ยมเสริมพลัง พัฒนาโรงพยาบาลตามมาตรฐาน YFHS และอำเภออนามัยการเจริญพันธุ์ โดยใช้กลไกคณะกรรมการคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (DHB) กลุ่มเป้าหมาย : โรงพยาบาลและอำเภอในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 7 3.ถอดบทเรียนการบริหารจัดการด้วยค่ากลางและแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำหรับเป็นแหล่งเรียนรู้ กลุ่มเป้าหมาย : องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในเขตสุขภาพที่ 7

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดประชุมคณะอนุกรรมการป้องก้นและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับจังหวัด 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 232,480.00
2 เยี่ยมเสริมพลัง พัฒนาโรงพยาบาลตามมาตรฐาน YFHS และอำเภออนามัยการเจริญพันธุ์ โดยใช้กลไกคณะกรรมการคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (DHB) 1 ต.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 4,480.00
3 ถอดบทเรียนการบริหารจัดการด้วยค่ากลางและแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำหรับเป็นแหล่งเรียนรู้ 1 พ.ย. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 21,620.00
รวมเป็นเงิน 258,580.00
งบประมาณ : 258,580.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. วัยรุ่นได้รับความคุ้มครองตามสิทธิอนามัยการเจริญพันธุ์ ภายใต้ พระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.2559 2. วัยรุ่นได้รับบริการสุขภาพด้านอนามัยการเจริญพันธุ์ที่ถูกต้องและเหมาะสม 3. ได้ Best Practice และค่ากลางการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ที่เหมาะสมสามารถขยายไปสู่พื้นที่อื่นในเขตรับผิดชอบ

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นายพิพัฒน์ ฟูศรีนวล นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 2. นายวิมล ปักกุนนัน พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 3. นางนรินทร มาตรา พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 4. นางสุจิตรา ขุนน้อย พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ

ผู้เสนอโครงการ : ( นายพิพัฒน์ ฟูศรีนวล ) หัวหน้ากลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : ( นางทัศนีย์ รอดชมภู ) รองผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : ( นายประสิทธิ์ สัจจพงษ์ ) ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 5

ชื่อโครงการ : โครงการอบรมให้บริการยาฝังคุมกำเนิดสำหรับพยาบาล

ยุทธศาสตร์ : 1.3 ส่งเสริมพฤติกรรมอนามัยการเจริญพันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับวัยรุ่น

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 9. ร้อยละการตั้งครรภ์ซ้ำในหญิงอายุ น้อยกว่า 20 ปี

cluster : กลุ่มวัยรุ่น

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (30)10.2 การพัฒนาศักยภาพบุคลากรในการให้บริการด้านอนามัยการเจริญพันธุ์

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : สถานการณ์การคลอดในประเทศไทย พบว่าการคลอดในวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 20 ปี เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ข้อมูลจากสถิติสาธารณสุขพบว่าวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 20 ปีคลอดบุตรเพิ่มขึ้นจากประมาณ 90,000 คนในปีพ.ศ.2543 เป็น 104,289 คนในปี พ.ศ.2558 ในจำนวนนี้เป็นการคลอดบุตรโดยวัยรุ่นที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปีจำนวน 2,988 คน นอกจากนั้นวัยรุ่นอายุ 10-19 ปีที่คลอดบุตรซ้ำหรือคลอดเป็นครั้งที่๒ ขึ้นไป มีมากถึง ๑๒,๗๐๒ คน หรือเท่ากับร้อยละ 12.2 ของการคลอดในวัยรุ่นอายุ 10-19 ปีทั้งหมด การตั้งครรภ์ในวัยรุ่นส่งผลกระทบเชิงลบทางสุขภาพต่อแม่วัยรุ่นและทารก เนื่องจากวัยรุ่นที่ตั้งครรภ์ มีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์สูงกว่าหญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุมากกว่าเช่นการเสียชีวิตของมารดาจากการตกเลือดหลังคลอด การเสียชีวิตของทารก ทารกน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ โดยสถิติพบว่าในปี พ.ศ.2555 เด็กแรกเกิดน้ำหนักต่ำกว่า 2,500 กรัม ในกลุ่มมารดาวัยรุ่นที่มีอายุน้อยกว่า 15 ปีพบร้อยละ 38.2 และอายุอายุ 15-19 ปีพบร้อยละ 13.7 ยิ่งไปกว่านั้นแม่วัยรุ่นยังมีความเสี่ยงต่อการทำแท้งที่ไม่ปลอดภัยซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อชีวิต ข้อมูลจากการศึกษาสถานการณ์การแท้งในประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๗ พบว่าประมาณหนึ่งในสามของผู้ป่วยทำแท้งที่มีภาวะแทรกซ้อนและเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเป็นวัยรุ่นที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี องค์การอนามัยโลกและราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย แนะนำให้แม่วัยรุ่นหลังคลอดใช้วิธีคุมกำเนิดชนิดห่วงอนามัยและยาฝังคุมกำเนิดเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ซ้ำ เนื่องจากเป็นวิธีคุมกำเนิดที่ออกฤทธิ์ได้นานตั้งแต่ ๓ปี ๕ปี และ๑๐ ปี ดังนั้นสำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กรมอนามัยจึงได้จัดทำโครงการอบรมให้บริการยาฝังคุมกำเนิดสำหรับพยาบาล เพื่อให้วัยรุ่นอายุต่ำกว่า ๒๐ ปีได้เข้าถึงบริการยาฝังคุมกำเนิดเพื่อเว้นช่วงการมีบุตรออกไปจนกว่าร่างกายพร้อมที่จะมีบุตรคนต่อไป รวมทั้งหญิงวัยเจริญพันธุ์ได้เข้าถึงบริการวิธีคุมกำเนิดที่หลากหลายวิธี

วัตถุประสงค์ : 1. พัฒนาศักยภาพพยาบาลวิชาชีพ ที่ปฏิบัติงาน ณ โรงพยาบาลศูนย์/จังหวัด โรงพยาบาลชุมชน และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพระดับตำบลให้สามารถฝังยาคุมกำเนิดได้ 2. สถานบริการสามารถให้บริการคุมกำเนิดได้หลากหลายวิธีแก่หญิงที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์( อายุ15-49 ปี ) ตามความต้องการและสุขภาพของผู้รับบริการ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
พยาบาลวิชาชีพ ที่ปฏิบัติงาน ณ โรงพยาบาลศูนย์/จังหวัด โรงพยาบาลชุมชน และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพระดับตำบล ผ่านการอบรมให้บริการยาฝังคุมกำเนิด จำนวน 24 คน

วิธีการดำเนินงาน : 1. ประสานงานสำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ผู้รับผิดชอบโครงการอบรมให้บริการยาฝังคุมกำเนิดสำหรับพยาบาล 2. ประสานงานโรงพยาบาลสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้แก่ โรงพยาบาลขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น โรงพยาบาลกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ และโรงพยาบาลเชียงยืน จังหวัดมหาสารคามเพื่อขอความร่วมมือเป็นสถานที่ฝึกอบรม 3. ประสานวิทยากรภาคทฤษฎี และภาคฝึกปฏิบัติเป็นระยะๆเพื่อแจ้งกำหนดการอบรมและนัดผู้รับบริการ มารับบริการระหว่างการ 4. ประชาสัมพันธ์การให้บริการฟรีระหว่างการอบรม และนัดผู้รับบริการมารับบริการ ระหว่างการอบรม 5. จัดเตรียมวัสดุ อุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์ ภาคทฤษฏีในการฝึกปฏิบัติฝังยาคุมกำเนิดกับหุ่นแขนจำลอง 6. จัดเตรียมวัสดุ อุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์ ในการฝึกปฏิบัติฝังยาคุมกำเนิดกับผู้รับบริการระหว่างการอบรม 7. ดำเนินการจัดอบรม ทดสอบความรู้ก่อนและหลังการอบรม 8. การบรรยายเรื่องสถานการณ์อนามัยการเจริญพันธุ์ในวัยรุ่น และการป้องกันการตั้งครรภ์ซ้ำในวัยรุ่น 9. การบรรยายเรื่องการคุมกำเนิดด้วยยาฝังคุมกำเนิด เทคนิคการฝัง – การถอดยาฝังคุมกำเนิด 10. การแบ่งกลุ่มฝึกปฏิบัติฝัง – ถอดยาฝังคุมกำเนิด กับหุ่นจำลอง 11. ฝึกปฏิบัติกับผู้รับบริการในคลินิกวางแผนครอบครัว ณ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่๗ ขอนแก่น โรงพยาบาลขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น โรงพยาบาลกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ และโรงพยาบาลเชียงยืน จังหวัดมหาสารคาม 12. ประเมินผลหลังการบรรยายและการฝึกปฏิบัติฝังยาคุมกำเนิด 13. มอบประกาศนียบัตรให้แก่ผู้สำเร็จการอบรม

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 อบรมให้บริการยาฝังคุมกำเนิดสำหรับพยาบาล 5 ก.พ. 2561 - 9 ก.พ. 2561 27,000.00
รวมเป็นเงิน 27,000.00
งบประมาณ : 27,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 5 ก.พ. 2561 - 9 ก.พ. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. อัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15-19 ปีไม่เกิน 40 ต่อประชากรหญิงอายุ 15-19ปี พันคนลดลง 2. การตั้งครรภ์ซ้ำในหญิงอายุน้อยกว่า 20 ปี ลดลง 3. ผู้รับบริการมีทางเลือกของวิธีคุมกำเนิดเพิ่มมากขึ้น

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1.นางทิพพาพรรณ บุญมา ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 2. นางสมร ธรรมบุตร ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพชำนาญการ

ผู้เสนอโครงการ : นางทิพพาพรรณ บุญมา ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพชำนาญการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางพรรณนภา แมดสถาน ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายประสิทธิ์ สัจจพงษ์ ตำแหน่ง ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 7ขอนแก่น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 6

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ในประชากรวัยทำงานเขตสุขภาพที่ 7 ปีงบประมาณ 2561

ยุทธศาสตร์ : 1.4 ส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานที่พึงประสงค์

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 12. ร้อยละของวัยทำงานมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

cluster : กลุ่มวัยทำงาน

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (39)13.2 พัฒนารูปแบบการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ในชุมชน สถานบริการ และสถานพยาบาล

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : ประเทศไทย มีประชากรวัยทำงาน (อายุ 15 – 59 ปี) จำนวน55.6 ล้านคน ประชากรที่อยู่ในวัยแรงงาน พร้อมทำงาน 38.7 ล้านคน ภาคเกษตรกรรม 12.56 ล้านคน นอกภาคเกษตรกรรม 25.61 ล้านคน (ที่มา : ระบบสถิติทางการทะเบียน กระทรวงมหาดไทย ธ.ค.2559) ประชากรวัยงานมีความเสี่ยงและมีแนวโน้มในการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง(NCDs)เพิ่มขึ้นทุกปีจากพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่พึงประสงค์ นอกจากนี้ยังมีปัญหา การบาดเจ็บเนื่องจากอุบัติเหตุจากยานพาหนะ ปัญหาความเครียดจากการทำงาน โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่ ดื่มสุรา และการใช้สารเสพติดอื่นๆ ในช่วงปี พ.ศ. 2558 – 2560 พบประชากรไทยมีอัตราป่วยรายใหม่ด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เพิ่มมากขึ้น ดังนี้ โรคหัวใจและหลอดเลือดร้อยละ0.04, 0.05, 0.04ตามลำดับ โรคเบาหวาน461.87, 518.75, 534.17 ต่อแสนประชากร โรคความดันโลหิตสูง914.13, 1178.77, 1250.94 ต่อแสนประชากร ประชากรวัยทำงานมีดัชนีมวลกายเกิน(BMI มากกว่า 25 ตารางเมตร) ร้อยละ30.7, 32.5, 32.7 ตามลำดับ เขตสุขภาพที่ 7 พบอัตราป่วยรายใหม่ด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) โรคหัวใจและหลอดเลือดสมองร้อยละ0.03, 0.06, 0.05 ตามลำดับ โรคเบาหวาน 483.36, 625.84, 685.09 ต่อแสนประชากร โรคความดันโลหิตสูง 810.20, 1199.11, 1376.61 ต่อแสนประชากรและพบว่าประชากรวัยทำงานมีดัชนีมวลกายเกิน (BMIมากกว่า 25 ตารางเมตร) ร้อยละ27.6, 28.8, 28.5 ตามลำดับ (ข้อมูล HDC สนย.29 ส.ค.60) อัตราป่วยรายใหม่โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่เพิ่มมากขึ้นส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตทุกระดับและเป็นภาระค่าดูแลรักษาในระดับชาติที่เปล่าประโยชน์ แต่กลุ่มโรคเหล่านี้สามารถป้องกันได้ด้วยการลดพฤติกรรมเสี่ยง กรมอนามัยได้วางกรอบแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ตามแผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 พ.ศ.2560 - 2564 โดยมีกลยุทธ์ในการดำเนินงาน 2 ประเด็นได้แก่ 1. พัฒนานโยบายและยุทธศาสตร์ระดับชาติที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ของกลุ่มวัยทำงาน 2.การเตรียมความพร้อมวัยทำงานเข้าสู่วัยสูงอายุที่มีคุณภาพ ตั้งเป้าประสงค์ประชากรวัยทำงาน“วัยทำงานหุ่นดี สุขภาพดี ความสุข” คือมีดัชนีมวลกายปกติ (BMI 18.5 -22.9 ตารางเมตร) เน้นพฤติกรรมพึงประสงค์ 4 ด้าน คือ 1. มีพฤติกรรมการบริโภคผักผลไม้สด ลดอาหารหวาน มัน เค็ม 2. มีกิจกรรมทางกายเพียงพอต่อสุขภาพ 3. พฤติกรรมการนอน 4. มีการดูแลสุขภาพช่องปาก ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่นได้ตระหนักถึงความสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพประชากรวัยทำงาน จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ในประชากรวัยทำงาน เขตสุขภาพที่ 7 ปีงบประมาณ 2561

วัตถุประสงค์ : 1. ศึกษาการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพวัยทำงานในพื้นที่ตำบลจัดการสุขภาพแบบบูรณการโดยใช้ค่ากลาง 2. ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนารูปแบบการส่งเสริมสุขภาพประชาชนวัยทำงาน 3. พัฒนาระบบเฝ้าระวังภาวะสุขภาพวัยทำงาน

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. สรุปผลการถอดบทเรียนในพื้นที่ตำบลต้นแบบจัดการสุขภาพแบบบูรณการโดยใช้ค่ากลาง 1 เรื่อง 2. พื้นที่ได้รับการขยายผลต้นแบบที่ดีในการดำเนินงานตำบลจัดการสุขภาพวัยทำงานแบบบูรณการโดยใช้ค่ากลาง 4 จังหวัดๆละ 1 อำเภอ 3. พื้นที่เขตสุขภาพที่ 7 ที่ได้รับการพัฒนาระบบเฝ้าระวังฯ /เยี่ยมเสริมพลังภาคีเครือข่าย 8 ตำบล

วิธีการดำเนินงาน : 1.)ขั้นเตรียมการ 1. ทบทวนสถานการณ์ จัดทำโครงการเพื่อขออนุมัติดำเนินการ 2. ประสานงานผู้รับผิดชอบ 3. ทำหนังสือเชิญกลุ่มเป้าหมาย 4. ประชุมทีมงานเพื่อเตรียมความพร้อมในการดำเนินงาน 5. จัดเตรียมความพร้อมด้านเอกสาร/สถานที่ และสื่อต่างๆที่ต้องการใช้งาน 2) ขั้นดำเนินการ 1. ถอดบทเรียน ตำบลต้นแบบโดยใช้ค่ากลางในการส่งเสริมสุขภาพวัยทำงาน พื้นที่ ต.ร่องคำ อ.ร่องคำ จ.กาฬสินธุ์ 2. ขยายผลต้นแบบที่ดีในการดำเนินงานตำบลจัดการสุขภาพวัยทำงานแบบบูรณการโดยใช้ค่ากลางใน 4 จังหวัด 3. เยี่ยมเสริมพลังเติมเต็มเครือข่าย / พัฒนาระบบเฝ้าระวัง ใน 4 จังหวัด 3) ประเมินผลโครงการ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมถอดบทเรียน ตำบลต้นแบบโดยใช้ค่ากลางในการส่งเสริมสุขภาพวัยทำงาน พื้นที่ ต.ร่องคำ อ.ร่องคำ จ.กาฬสินธุ์ 1 ม.ค. 2561 - 31 ม.ค. 2561 32,527.00
2 ประชุมขยายผลต้นแบบตำบลจัดการสุขภาพวัยทำงานแบบบูรณาการ โดยใช้ค่ากลาง 1 ก.พ. 2561 - 31 มี.ค. 2561 123,930.00
3 เยี่ยมเสริมพลังเครือข่ายที่ขยายผลตำบลจัดการสุขภาพวัยทำงานโดยใช้ค่ากลาง 1 พ.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561 130,228.00
รวมเป็นเงิน 286,685.00
งบประมาณ : 286,685.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ม.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. มีต้นแบบที่ดี (Best practice) ตำบลต้นแบบจัดการสุขภาพแบบบูรณการ 2. เกิดการพัฒนาและขยายเครือข่ายตำบลจัดการสุขภาพวัยทำงานโดยใช้ค่ากลาง 3. มีระบบเฝ้าระวังภาวะสุขภาพในประชาชนวัยทำงาน

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นางตำแหน่ง สินสวาท นักวิชาการสาธารณสุขเชี่ยวชาญ (ด้านโภชนาการ) 2. นางเพ็ญนิดา ไชยสายัณห์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 3. นางเดือนเพ็ญ ใจเต้ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 4.นางวาสนา มงคลศิลป์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 5.นางสาวสุนันทินี ศรีประจันทร์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ

ผู้เสนอโครงการ : นางตำแหน่ง สินสวาท นักวิชาการสาธารณสุขเชี่ยวชาญ(ด้านโภชนาการ)

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางทัศนีย์ รอดชมภู รองผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายประสิทธิ์ สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 7

ชื่อโครงการ : โครงการสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่า ต้านภัยมะเร็งเต้านม และการควบคุมป้องกันโรคขาดสารไอโอดีน เขตสุขภาพที่ 7

ยุทธศาสตร์ : 1.4 ส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานที่พึงประสงค์

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 12. ร้อยละของวัยทำงานมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

cluster : กลุ่มวัยทำงาน

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (68)23.3 สืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่า ต้านภัยมะเร็งเต้านม

แผนจัดสรรงบประมาณ :   7. แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาด้านสาธารณสุขและสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก

หลักการและเหตุผล : สตรีเสียชีวิตจากโรคมะเร็งประมาณ 3-4 หมื่น คนต่อปี โดยมะเร็งปากมดลูกเป็นสาเหตุตายอันดับแรก แต่ในปัจจุบันโรคมะเร็งเต้านมมีอัตราป่วยและตายที่สูงขึ้นทั่วโลก ในประเทศไทยอัตราป่วยด้วยโรคมะเร็งเต้านมต่อประชากร 100,000 ในสตรีอายุ 30-70 ปีพ.ศ.2556-2558 พบอัตราการเกิดมะเร็งเต้านมร้อยละ 33.1 28.9 และ27.8 โอกาสที่สตรีจะป้องกันตนเองจากมะเร็งเต้านมจึงไม่มีเทคโนโลยีที่เหมาะสมช่วย นอกจากการตรวจเต้านมอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอจะได้พบก้อนที่สงสัยตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพื่อที่จะรักษาให้หายขาดได้ (Early detection Early Protection) การให้ความรู้แก่สตรีไทยเพื่อการตรวจเต้านมด้วยตนเอง(Breast Self Exam : BSE) ได้มีการดำเนินการมานานแล้ว แต่การประเมินผลว่ามีประสิทธิภาพมากแค่ไหนยังเป็นคำถามที่สำคัญและอาจเป็นประโยชน์ต่อประเทศกำลังพัฒนาที่ไม่สามารถพึ่งพาเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่มีราคาแพงได้ (มูลนิธิถันยรักษ์ กระทรวงสาธารณสุข, 2559) มูลนิธิถันยรักษ์ฯ ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีได้ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขจัดทำโครงการ สืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่า ต้านมะเร็งเต้านม เพื่อสืบสานพระราชประสงค์ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ผู้ทรงก่อตั้งมูลนิธิถันยรักษ์ฯให้ผู้หญิงไทยพ้นภัยมะเร็งเต้านม ซึ่งมีพื้นที่เข้าร่วมดำเนินงานโครงการ จำนวน 21 จังหวัดของประเทศไทย และในเขตสุขภาพที่ 7 มีจังหวัดร้อยเอ็ดที่ได้ดำเนินโครงการฯในเขตอำเภอเมือง สำหรับกรมอนามัยมีบทบาทหน้าที่เป็นศูนย์กลางการประสานภาคีเครือข่ายสร้างความเข้มแข็งของสตรีให้มีความรู้ มีทักษะ มีความเข้าใจในการดูแลตนเอง การตรวจเต้านมตนเองที่ถูกต้อง บริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศ และสนับสนุนสื่อ เอกสาร ดังนั้นการพัฒนาศักยภาพบุคลากรระดับพื้นที่ในการดำเนินงานโครงการสืบสานฯให้มีความรู้ มีทักษะในการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม และขยายระบบบริการคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยการตรวจเต้านมด้วยตนเองในพื้นที่จังหวัดอื่นเพิ่ม จะช่วยทำให้การตรวจคัดกรองและพบก้อนได้ในระยะเริ่มต้นเร็วขึ้น ลดอัตราการเสียชีวิตของสตรีไทยด้วยมะเร็งเต้านม นอกจากนี้ภาวะขาดสารไอโอดีนยังเป็นปัญหาทางด้านสาธารณสุขที่สำคัญที่อยู่ในโครงการตามพระราชดำริ เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดสารไอโอดีนของประชาชนไทย เนื่องจากมีผลกระทบต่อสุขภาพและการดำรงชีวิตของประชากรทุกกลุ่มวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบที่ร้ายแรงต่อการพัฒนาสมองของทารกในครรภ์ ทารกแรกเกิด และเด็กปฐมวัย อย่างไรก็ตามภาวะขาดสารไอโอดีนเป็นปัญหาที่ป้องกันได้ หากประชากรทุกกลุ่มวัยเข้าถึงแหล่งอาหารที่มีไอโอดีน และมีพฤติกรรมการบริโภคอาหาร เครื่องปรุงรส หรือผลิตภัณฑ์อื่นๆที่มีไอโอดีนอย่างเพียงพอต่อความต้องการของแต่ละวัย ปัจจุบันสถานการณ์ของภาวะขาดสารไอโอดีนในประชากรไทยยังคงอยู่ในระดับที่เป็นปัญหา ดังข้อมูลคือ ๑) ผลการสุ่มสำรวจไอโอดีนในปัสสาวะหญิงตั้งครรภ์ ในปี ๒๕๕๖ พบสัดส่วนของหญิงตั้งครรภ์ที่มีระดับไอโอดีนในปัสสาวะต่ำกว่า ๑๕๐ µg/L ของจังหวัดขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ พบร้อยละ ๖๕.๗ ๔๖.๑, ๖๘.๔,และ๖๒.๕, ตามลำดับ ถือว่าเป็นปัญหาเพราะเกณฑ์องค์การอนามัยโลกกำหนดไว้คือ พื้นที่ที่มีสัดส่วนของหญิงตั้งครรภ์ที่มีระดับไอโอดีนในปัสสาวะน้อยกว่า ๑๕๐ µg/L เกินร้อยละ ๕๐ เป็นพื้นที่ขาดสารไอโอดีน ๒) ปี 2560 ภาวะขาดสารไอโอดีนในทารกแรกเกิด เกณฑ์องค์การอนามัยโลกกำหนดไว้ว่าพื้นที่ใดที่มีผลการตรวจ TSH มากกว่า ๑๑.๒ มิลลิยูนิตต่อลิตรเกินร้อยละ ๓ ถือว่าเป็นพื้นที่ขาดไอโอดีน ผลของการตรวจพบว่าเป็นปัญหาทุกจังหวัด กล่าวคือ จังหวัดขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ พบร้อยละ 7.44, 8.26 14.07, และ11.07 จำนวนหมู่บ้านที่ผ่านเกณฑ์การประเมินเป็นหมู่บ้านไอโอดีน ขณะนี้พบว่าจังหวัดมหาสารคาม ดำเนินการผ่านเกณฑ์ร้อยละ 100 ขอนแก่นร้อยละ 81.7 ร้อยเอ็ดร้อยละ 78.3 และกาฬสินธุ์ร้อยละ 66.7 จากนโยบายเป้าหมายและตัวชี้วัดของการควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีน สรุปได้ว่า ทุกจังหวัดเป็นพื้นที่ที่มีหญิงตั้งครรภ์ ทารกแรกเกิด มีภาวะขาดสารไอโอดีน และจากการประเมินรับรองอำเภอไอโอดีนทั้ง 4 จังหวัดพบว่า กระบวนการดำเนินงานและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นมีแนวโน้มในการควบคุมโรคได้ แสดงให้เห็นศักยภาพภาคีเครือข่ายระดับอำเภอ เพราะเชื่อมโยงการดำเนินงานระดับตำบลและหมู่บ้านได้ดี สามารถกำกับ ติดตามและประเมินผลภาวะขาดสารไอโอดีน ดังนั้นการเฝ้าระวัง กำกับ ติดตามและประเมินผลควรได้รับการปรับปรุงให้เข้มแข็ง ถ้าจะให้บรรลุเป้าหมายจำเป็นจะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง การดำเนินงานจึงมุ่งไปสู่อำเภอไอโอดีน และจังหวัดไอโอดีน ซึ่งถือว่าเป็นการวางรากฐานที่สำคัญในการสร้างความเข้มแข็งของระบบเฝ้าระวัง ภาคีเครือข่าย และภาคประชาชนได้ดูแลตนเอง ด้านการควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับกระบวนการขับเคลื่อนแบบมีส่วนร่วมเพื่อให้เกิดผลผลิตและผลลัพธ์ที่ดี โดยอาศัยการรวมพลังจากทุกภาคส่วน ร่วมใจกัน ขจัดโรคไอโอดีนให้หมดไป ปีงบประมาณ ๒๕61 ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น จึงได้จัดทำโครงการสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่าต้านภัยมะเร็งเต้านม และการควบคุมป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนในเขตสุขภาพที่ 7 ตามนโยบายแผนยุทธศาสตร์ของกรมอนามัย เพื่อพัฒนาระบบการคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยตนเองและขยายระบบบริการคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยการตรวจเต้านมตนเอง รวมทั้งพัฒนาชมรมผู้ประกอบการเกลือเสริมไอโอดีน พัฒนาศูนย์การเรียนรู้ชุมชน/หมู่บ้านไอโอดีนให้ยั่งยืนต่อไป

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อขยายระบบบริการคัดกรองมะเร็งเต้านม ด้วยการตรวจเต้านมด้วยตนเอง 2. เพื่อขยายศูนย์การเรียนรู้ชุมชน/หมู่บ้านไอโอดีน และเกลือบริโภคเสริมไอโอดีน มีคุณภาพได้มาตรฐาน และมีการ กระจายได้อย่างยั่งยืน

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1.ค่ากลางความสำเร็จการดำเนินงานมะเร็งเต้านม 1 ฉบับ 2.ค่ากลางความสำเร็จการดำเนินงานไอโอดีน 1 ฉบับ 3.ขยายต้นแบบในการดำเนินงานไอโอดีนและมะเร็งเต้านมโดยใช้ค่ากลางความสำเร็จในพื้นที่ 4 จังหวัดๆละ 2 ตำบล

วิธีการดำเนินงาน : 1) ขั้นเตรียมการ 1.1 จัดทำโครงการเพื่อขออนุมัติดำเนินการ 1.2 ประสานงานพื้นที่และผู้รับผิดชอบงานระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล 1.3 ทบทวนค้นหาพื้นที่ที่ดำเนินงานได้ดีในจังหวัด เพื่อคัดเลือกเป็นพื้นที่ในการถอดบทเรียนงานไอโอดีนและมะเร็งเต้านม 1.4 ประชุมทีมงานเพื่อเตรียมความพร้อมการในการดำเนินงาน 1.5 จัดเตรียมความพร้อมด้านเอกสาร/สถานที่ และสื่อที่ใช้ในการถอดบทเรียน 1.6 ชี้แจงการดำเนินงานโครงการผ่านเวทีประชุมคณะกรรมการ เขตสุขภาพที่ 7 2) ขั้นดำเนินการ 2.1 จัดประชุมถอดบทเรียนในการดำเนินงานไอโอดีนและมะเร็งเต้านมในพื้นที่ที่ดำเนินการได้ดีและการจัดทำค่ากลางในระดับปฏิบัติการ 2.2 สรุปผลการถอดบทเรียนและการจัดทำค่ากลาง 2.3 ประชุมขยายต้นแบบในการดำเนินงานไอโอดีนและมะเร็งเต้านม แบบบูรณาการโดยใช้ค่ากลางใน 4 จังหวัด 2.4 เยี่ยมเสริมพลังเติมเต็มพื้นที่ที่มีการขยายการดำเนินงานใน 4 จังหวัด 8 ตำบล 3) ประเมินผลโครงการ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมถอดบทเรียนพื้นที่ต้นแบบในการดำเนินงานมะเร็งเต้านมและจัดทำค่ากลาง 1 ม.ค. 2561 - 31 ม.ค. 2561 25,636.00
2 ถอดบทเรียนพื้นที่ต้นแบบในการดำเนินงานไอโอดีน 1 ม.ค. 2561 - 31 ม.ค. 2561 26,164.00
3 ถ่ายทำ VTR พื้นที่ต้นแบบการดำเนินงานไอโอดีน ณ ต.วังหิน อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น 27 พ.ย. 2560 - 6 ธ.ค. 2560 4,540.00
รวมเป็นเงิน 56,340.00
งบประมาณ : 56,340.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 27 พ.ย. 2560 - 31 ม.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. จังหวัดมีการขยายพื้นที่ดำเนินงานโครงการสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่าต้านภัยมะเร็งเต้านม และศูนย์การเรียนรู้ชุมชน/หมู่บ้านไอโอดีน 2. มีต้นแบบการดำเนินงานไอโอดีนและมะเร็งเต้านมในเขตสุขภาพที่ 7 เพิ่มขึ้น จังหวัดละ 2 ตำบล

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นางตำแหน่ง สินสวาท นักวิชาการสาธารณสุขเชี่ยวชาญ(ด้านโภชนาการ) 2. นางเพ็ญนิดา ไชยสายัณห์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 3. นางเดือนเพ็ญ ใจเต้ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 4. นางวาสนา มงคลศิลป์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 5.นางสาวสุนันทินี ศรีประจันทร์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ

ผู้เสนอโครงการ : นางเพ็ญนิดา ไชยสายัณห์ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยทำงาน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางทัศนีย์ รอดชมภู รองผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายประสิทธิ์ สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 8

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขับเคลื่อนระบบการดูแลส่งเสริมสุขภาพ ผู้สูงอายุระยะยาว ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ปีงบประมาณ 2561

ยุทธศาสตร์ : 1.5 ส่งเสริมผู้สูงอายุไทยเพื่อเป็นหลักชัยของสังคม

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 13. อายุคาดเฉลี่ยของการมีสุขภาพ (Health-Adjusted Life Expectancy : HALE)

cluster : กลุ่มผู้สูงอายุ

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (48)15.3 พัฒนา ภาคีเครือข่าย (Partnership)

แผนจัดสรรงบประมาณ :   2. แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

หลักการและเหตุผล : ผู้สูงอายุ หมายถึง ผู้ที่มีอายุ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป จากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า ประเทศไทยมีจำนวนและสัดส่วนของผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง โดยในปี 2550 มีจำนวนผู้สูงอายุคิดเป็นร้อยละ 10.7 ของประชากรทั้งประเทศและเพิ่มขึ้นเป็น ร้อยละ 11.7 และ 15.4 ในปี 2553 และ 2557 ตามลำดับ โดยด้านสุขภาพพบว่า มีผู้สูงอายุเพียงร้อยละ 5 ที่แข็งแรง นอกนั้นมีความเจ็บป่วยด้วยโรคและปัญหาสุขภาพ อาทิ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน ข้อเข่าเสื่อม โรคซึมเศร้า พิการและติดเตียง ผู้สูงอายุในชุมชนได้รับการการดูแลโดยการเยี่ยมบ้านของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขแต่ยังไม่เพียงพอกับความต้องการของผู้สูงอายุและญาติโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้สูงอายุที่ติดเตียง ต้องการความช่วยเหลือและการดูแลจากบุคลากรสาธารณสุขมาก ปัจจุบันการเยี่ยมบ้านแต่ละครั้งมีเวลาน้อยอีกทั้งยังขาดแคลนบุคลากรในการบริหารจัดการการดูแลผู้สูงอายุในชุมชนที่มีประสิทธิภาพ รัฐบาล โดยกระทรวงสาธารณสุข ได้ประกาศให้การสร้างเสริมสุขภาวะสำหรับผู้สูงอายุและผู้อยู่ในภาวะพึ่งพิง เป็นนโยบายสำคัญเร่งด่วน โดยกำหนดกิจกรรม การคัดกรองเพื่อจำแนกกลุ่มผู้สูงอายุตามภาวะพึ่งพิง และการผลิต ผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) และ ผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Care Giver) อย่างพอเพียง เพื่อช่วยดูแลผู้สูงอายุและผู้อยู่ในภาวะพึ่งพิง มุ่งเน้นให้ผู้สูงอายุและผู้ป่วยระยะสุดท้ายได้รับการดูแลอย่างมีคุณภาพ กลไกขับเคลื่อนการดำเนินงานในชุมชนที่สำคัญคือ การสร้างและพัฒนา ผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care manager) ให้ครอบคลุมพื้นที่ตำบลที่มีระบบการส่งเสริมดูแลผู้สูงอายุระยะยาว (Long Term Care) ในชุมชน ทุกจังหวัดเพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบบริการดูแลผู้สูงอายุที่ต้องการพึ่งพิงด้านสุขภาพให้เป็นรูปธรรม ต่อเนื่องและยั่งยืน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น กรมอนามัย ตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว จึงจัดทำโครงการฝึกอบรมผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) และ ผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Care Giver) ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ปีงบประมาณ 2561 ขึ้น เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) และ ผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Care Giver) ให้มีความรู้และทักษะในการดูแลผู้สูงอายุได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะส่งผลให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพดีทั้งกายและใจ สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข และมีคุณภาพชีวิตที่ดีในสังคมต่อไป

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) 2. เพื่อให้ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ป่วยระยะสุดท้าย ได้รับการดูแลที่ดีอยู่ในสังคมอย่างมีศักดิ์ศรี 3. เพื่อให้ผู้สูงอายุเข้าถึงบริการสุขภาพอย่างเท่าเทียมกัน และได้รับความคุ้มครองให้ปลอดภัยมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์และมีคุณภาพชีวิตที่ดี 4. เพื่อสนับสนุนการอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Care Giver) ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 7

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ผ่านการอบรมผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) จำนวน 460 คน 2.ผู้ดูแลผู้สูงอายุในชุมชน ผ่านการอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Care Giver) จำนวน 2,160 คน

วิธีการดำเนินงาน : 1. สำรวจหน่วยบริการสาธารณสุขในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 7 ที่ยังไม่มีบุคลากรที่ผ่านการอบรมหลักสูตร ผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) และ ผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Care Giver) ของกรมอนามัย 2. จัดทำโครงการขออนุมัติ 3. ประสานวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีขอนแก่นเพื่อขอหน่วยคะแนนการศึกษาต่อเนื่อง สาขาพยาบาล ศาสตร์ (CNEU) จากสภาการพยาบาล 4. จัดทำหนังสือเชิญกลุ่มเป้าหมายให้ครอบคลุมทุกหน่วยบริการสาธารณสุขในเขตสุขภาพที่ 7 5. ติดต่อประสานงานกับวิทยากรทุกเนื้อหาวิชาในหลักสูตร 6. ประชุมคณะดำเนินงานเตรียมความพร้อมกระบวนการฝึกอบรมฯ ของผู้จัดและวิทยากร 7. เตรียมความพร้อมทั้งด้านเอกสาร สถานที่ สื่อและโสตทัศนูปกรณ์ที่จำเป็นในการฝึกอบรม 8. จัดการฝึกอบรมผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) จำนวน 4 รุ่น รุ่นละ 10 วัน 9. ประเมินผลความพึงพอใจหลังการอบรมฯ 10. ประเมินผลหลังการฝึกอบรม 3 เดือน โดย ระบบรายงาน การตรวจราชการ นิเทศติดตามงาน และ Application Line 11. สนับสนุนงบประมาณในการจัดอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Care Giver) แก่จังหวัดในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 7 12 .สรุปผลการดำเนินงาน

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 การจัดอบรมผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ Care Manager 1 พ.ย. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 2,443,975.00
2 สนับสนุนงบประมาณการจัดอบรมหลักสูตรผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Care Giver) แก่จังหวัดในเขตสุขภาพที่ 7 1 พ.ย. 2560 - 31 มี.ค. 2561 2,592,000.00
รวมเป็นเงิน 5,035,975.00
งบประมาณ : 5,035,975.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 พ.ย. 2560 - 31 มี.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : ผู้ผ่านการอบรมมีความรู้ความเข้าใจมีทักษะในการบริหารจัดการดูแลผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพและได้รับความคุ้มครองทางสุขภาพ โดยมีความรู้สึกมั่นคงปลอดภัยและมีพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรีและมีความสุขต่อไป

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นางไพจิตร วรรณจักร์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 2. นางสาวชญานิศ เขียวสด ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 3. นางปาริชาต ภามนตรี ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 4. นางสาวปาริชาติ ชนะหาญ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ

ผู้เสนอโครงการ : นางสาวชญานิศ เขียวสด นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางทัศนีย์ รอดชมภู นักวิชาการสาธารณสุขเชี่ยวชาญ (ด้านสาธารณสุข)

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายประสิทธิ์ สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 9

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนางานทันตสาธาณสุข 5 กลุ่มวัย ศูนย์อนามัยที่ 7 ปีงบประมาณ 2561

ยุทธศาสตร์ : 1.5 ส่งเสริมผู้สูงอายุไทยเพื่อเป็นหลักชัยของสังคม

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 14. ร้อยละของผู้สูงอายุ (60-74 ปี) มีฟันแท้ใช้งานอย่างน้อย 20 ซี่ และ 4 คู่สบ

cluster : กลุ่มผู้สูงอายุ

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (51)16.3 การพัฒนา เทคโนโลยี นวัตกรรม เพื่อการสร้างเสริม ป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคในช่องปากในประเด็นใหม่

แผนจัดสรรงบประมาณ :   2. แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

หลักการและเหตุผล : ปีงบประมาณ 2560 กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดแผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปีเพื่อการพัฒนาระบบสุขภาพคนไทยให้บรรลุวิสัยทัศน์ “เป็นองค์กรหลักด้านสุขภาพที่รวมพลังสังคม เพื่อประชาชนสุขภาพดี” ซึ่งกรมอนามัยได้กำหนดตัวชี้วัดระดับกรมอนามัยเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามยุทธศาสตร์กระทรวงสาธารณสุข ด้านที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพช่องปาก ได้แก่ การดูแลสุขภาพช่องปากที่เหมาะสมในทุกกลุ่มวัย โดยเน้นในเรื่องการปรับพฤติกรรม การลดปัญหาฟันน้ำนมผุในกลุ่มเด็กเล็ก เด็กปฐมวัย และนักเรียนประถมศึกษาทั้งที่ปกติและมีความพิการ โรงเรียนเครือข่ายเด็กไทยฟันดี โรงเรียนจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพช่องปาก กลุ่มผู้สูงอายุมีโครงการฟันเทียมพระราชทาน และการจัดบริการป้องกันโรคในช่องปากตามชุดสิทธิประโยชน์ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพระดับตำบล จากผลการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากและการติดตามผลการดำเนินงานของจังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบของศูนย์ฯ ในปี 2557 - 2559 พบว่า ในกลุ่มเด็ก 18 เดือนปราศจากฟันน้ำนมผุ มากกว่าร้อยละ 80 เด็กอายุ 3 ปี ปราศจากฟันน้ำนมผุในภาพรวมเขตเพิ่มขึ้น ไม่น้อยกว่าร้อยละ50 และกลุ่มผู้สูงอายุมีการจัดบริการใส่ฟันเทียมพระราชทาน พบว่า ภาพรวมเขตมีผลงานมากกว่าเป้าหมายที่กำหนดอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการค้นหาต้นแบบผู้สูงวัยฟันดี วัย 80 ปี และ 90 ปี ของเขตเพื่อเป็นแบบอย่างและปรับความเชื่อในเรื่องฟันจะหลุดเมื่ออายุมากขึ้นลดลง แม้ว่าจะมีผลงานระดับเขตเกิดเป้าหมายของประเทศแต่จะเห็นว่าฟันผุในเด็กเล็กเริ่มเห็นตั้งแต่เด็กเล็กยังไม่ถึง 2 ขวบ และมีฟันผุเพิ่มขึ้นเมื่อเด็กโตขึ้น รวมทั้งผู้สูงอายุยังมีการสูญเสียฟันแท้สูง เพื่อให้การดำเนินงานทันตสาธารณสุขมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จึงควรสร้างแรงจูงใจ และสนับสนุนการพัฒนางานทันตสาธารณสุขโดยการสนับสนุนวิชาการและการสื่อสารให้พื้นที่ได้ทราบข่าวสารและแหล่งเรียนรู้ในการดำเนินงานทันตสุขภาพ ที่สามารถนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ ศูนย์อนามัยที่ 7 จึงได้จัดทำโครงการพัฒนางานทันตสาธาณสุข 5กลุ่มวัย ศูนย์อนามัยที่ 7 ประจำปีงบประมาณ 2561 เพื่อให้การขับเคลื่อนและการพัฒนางานทันตสาธารณสุขเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้คนไทยมีสุขภาพช่องปากที่ดีต่อไป

วัตถุประสงค์ : 1. สนับสนุนให้เกิดการมีส่วนร่วมระหว่างภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนงานทันตสาธารณสุขให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ 2. เพื่อสนับสนุนให้เกิดการแก้ปัญหาโรคฟันผุในกลุ่มแม่และเด็ก เด็กปฐมวัย เด็กประถมวัย และวัยเรียน 3. เพื่อให้มีแหล่งเรียนรู้การดำเนินงาน “โรงเรียนส่งเสริมทันตสุขภาพเขตสุขภาพที่ 7” ในระดับอำเภอ จังหวัด 4. เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติบุคคลที่เป็นแบบอย่างที่ดีในการดูแลสุขภาพช่องปาก

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. มีการพัฒนางานส่งเสริมทันตสุขภาพ ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 7 : 4 จังหวัด 2. มีนวัตกรรมการส่งเสริมทันตสุขภาพ ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 7 : 1 เรื่อง 3. อสม. ผ่านการอบรมการดูแลสุขภาพช่องปาก 5 กลุ่มวัย จำนวน 1,200 คน 4.ทันตบุคลากร และบุคลากรด้านสาธารณสุข มีการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับนวัตกรรมทันตสาธารณสุข จำนวน 100 คน 5.หลักสูตรการส่งเสริมสุขภาพช่องปากและการป้องกันสมองเสื่อม 1 หลักสูตร 6.คู่มือการดูแลสุขภาพช่องปาก 1 เรื่อง 7. มีผู้สูงอายุฟันดีวัย 80 ปี และ 90 ปีระดับจังหวัด จำนวน 8 คน

วิธีการดำเนินงาน : กิจกรรมที่ 1 พัฒนาศักยภาพอาสาสมัครหมู่บ้าน (อสม.) ในการดูแลสุขภาพช่องปาก เขตสุขภาพที่ 7 กิจกรรมสำคัญ: 1. อบรมให้ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพช่องปาก 5 กลุ่มวัย 2. เยี่ยมเสริมพลังและติดตามการดำเนินงานของอาสาสมัครหมู่บ้าน (อสม.) กลุ่มเป้าหมาย: อาสาสมัครหมู่บ้าน (อสม.) เขตสุขภาพที่ 7 จำนวน 1,200 คน พื้นที่ดำเนินการ: โรงแรมในจังหวัดขอนแก่น ระยะเวลาดำเนินการ: ธันวาคม 2560-มกราคม 2561 กิจกรรมที่ 2 การพัฒนาคู่มือและผลการใช้คู่มือการดูแลสุขภาพช่องปากในโรงเรียนผู้สูงอายุพื้นที่นำร่อง เขตสุขภาพที่ 7 กิจกรรมสำคัญ: 1. ลงพื้นที่เพื่อศึกษาสถานการณ์พฤติกรรมสุขภาพและสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุในโรงเรียนผู้สูงอายุพื้นที่นำร่องเขต 2. พัฒนาและจัดทำคู่มือการดูแลสุขภาพช่องปากในโรงเรียนผู้สูงอายุ เขตสุขภาพที่ 7 3. ลงพื้นที่เพื่อนำเสนอวิธีการใช้คู่มือ 4. ลงพื้นที่เพื่อประเมินผลการใช้คู่มือการดูแลสุขภาพช่องปากในโรงเรียนผู้สูงอายุพื้นที่นำร่องเขตสุขภาพที่ 7 กลุ่มเป้าหมาย: เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานโรงเรียนผู้สูงอายุ และผู้สูงอายุที่อยู่ในโรงเรียน ผู้สูงอายุในเขตพื้นที่นำร่อง เขตสุขภาพที่ 7 พื้นที่ดำเนินการ: โรงเรียนผู้สูงอายุ 4จังหวัดๆ ละ 2 แห่ง ระยะเวลาดำเนินการ: ตุลาคม 2560-กันยายน 2561 กิจกรรมที่ 3 ประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำหลักสูตรการส่งเสริมสุขภาพช่องปากและการป้องกันสมองเสื่อม เขตสุขภาพที่ ๗ กิจกรรมสำคัญ: จัดประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำหลักสูตรการส่งเสริมสุขภาพช่องปากและการ ป้องกันสมองเสื่อม กลุ่มเป้าหมาย: เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับงานผู้สูงอายุใน รร.ผส. /รพ.สต./ครู กศน.อำเภอ/งาน ผู้สูงอายุ อปท./Aging Manager อำเภอ/พม.จ./สสจ ในเขตพื้นที่นำร่องเขตสุขภาพที่ 7 จำนวน 4 จังหวัดๆ ละ2 แห่ง พื้นที่ดำเนินการ: โรงแรมในจังหวัดขอนแก่น ระยะเวลาดำเนินการ: มกราคม 2561 กิจกรรมที่ 4 ประกวดและคัดเลือกผู้สูงวัยฟันดี วัย 80 ปี และ 90 ปี ระดับเขตสุขภาพที่ 7 กิจกรรมสำคัญ: 1. คัดเลือกผู้สูงวัยฟันดี เข้าร่วมประกวด “10 ยอดฟันดี วัย 80 ปี และ 90 ปี” ระดับประเทศในเดือนตุลาคม 2561 2. จัดทำเกียรติบัตรแก่ผู้สูงวัยฟันดีระดับเขตสุขภาพที่ 7 กลุ่มเป้าหมาย: ผู้สูงอายุ วัย 80 ปี และ 90 ปี จังหวัดละ 2 คน รวม8 คน ระยะเวลาดำเนินการ: สิงหาคม – กันยายน 2561 กิจกรรมที่ 5 ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้นวัตกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากในชมรม/ โรงเรียนผู้สูงอายุ เขตสุขภาพที่ 7 กิจกรรมสำคัญ: จัดประชุมประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้นวัตกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากใน ชมรม/โรงเรียนผู้สูงอายุ เขตสุขภาพที่ 7 กลุ่มเป้าหมาย: เจ้าหน้าที่สาธารณสุข/อสม./CM/CG /ผู้นำชุมชน และภาคีเครือข่าย พื้นที่ดำเนินการ: โรงแรมในจังหวัดขอนแก่น ระยะเวลาดำเนินการ: พฤษภาคม-มิถุนายน 2561 กิจกรรมที่ 6 พัฒนาแบบประเมินสภาวะสุขภาพช่องปากในกลุ่มวัยทำงาน เขตสุขภาพที่ 7 กิจกรรมสำคัญ: จัดประชุมประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้พัฒนาแบบประเมินสภาวะสุขภาพช่องปาก ในกลุ่มวัยทำงาน กลุ่มเป้าหมาย: ทันตบุคลากรในพื้นที่นำร่อง 2 แห่งคือ อำเภอคำม่วง จ.กาฬสินธุ์ และอำเภอ วาปีปทุม จ.มหาสารคาม พื้นที่ดำเนินการ: ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ระยะเวลาดำเนินการ: พฤศจิกายน 2560 -เมษายน 2561 กิจกรรมที่ 7 สำรวจปัจจัยที่มีผลต่อการเข้าถึงบริการสุขภาพช่องปากในกลุ่มวัยทำงานในพื้นที่นำร่อง กิจกรรมสำคัญ: สำรวจปัจจัยที่มีผลต่อการเข้าถึงบริการสุขภาพช่องปากในกลุ่มวัยทำงานใน พื้นที่นำร่องโดยใช้แบบสัมภาษณ์/แบบสอบถาม กลุ่มเป้าหมาย: ทันตบุคลากรในพื้นที่นำร่อง 2 แห่งคือ อำเภอคำม่วง จ.กาฬสินธุ์ และอำเภอ วาปีปทุม จ.มหาสารคาม พื้นที่ดำเนินการ: อำเภอคำม่วง จ.กาฬสินธุ์ และอำเภอวาปีปทุม จ.มหาสารคาม

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดประชุมปฏิบัติการจัดทำหลักสูตรการส่งเสริมสุขภาพช่องปากและการป้องกันสมองเสื่อม 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 135,513.00
2 ลงพื้นที่เก็บข้อมูลสุขภาพช่องปากและพฤติกรรมสุขภาพผู้สูงอายุในโรงเรียนผู้สูงอายุพื้นที่นำร่องเขตสุขภาพที่ 7 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 29,470.00
3 พัฒนาการจัดทำหลักสูตรพร้อมจัดทำคู่มือการดูแลสุขภาพช่องปากในโรงเรียนผู้สูงอายุ 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 12,000.00
4 ชี้แจงวิธีการใช้คู่มือ 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 92,321.00
5 ประกวดและคัดเลือกผู้สูงวัยฟันดีวัย 80ปี และ 90 ปี ระดับเขต 1 ส.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2561 11,080.00
6 ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้นวัตกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากในชมรม/โรงเรียนผู้สูงอายุ เขตสุขภาพที่ 7 1 พ.ค. 2561 - 30 มิ.ย. 2561 337,306.00
7 การประชุมเชิงปฏิบัติการ การถอดบทเรียนเครือข่ายโรงเรียนเด็กไทยฟันดี เขตสุขภาพที่ 7 31 ส.ค. 2560 - 31 ส.ค. 2561 102,310.00
รวมเป็นเงิน 720,000.00
งบประมาณ : 720,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 31 ส.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : พื้นที่รับผิดชอบของศูนย์อนามัยที่ 7ขอนแก่น มีผลการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพช่องปากบรรลุ เป้าหมายตามตัวชี้วัดกรมอนามัยดังนี้ 1. เด็กอายุ 3ปี ปราศจากฟันน้ำนมผุ ร้อยละ 52 2. เด็กอายุ 12 ปี ฟันดีไม่มีฟันผุ ร้อยละ 52 3. เด็กวัยเรียนสามารถแปรงฟันด้วยตนเองอย่างมีคุณภาพ 4. กลุ่มวัยทำงาน ผู้สูงอายุ มีอัตราการแปรงฟัน ร้อยละ 50 5. รพ.สต./ศสม.ให้บริการสุขภาพช่องปากที่มีคุณภาพ ร้อยละ 60 6. หน่วยบริการปฐมภูมิที่จัดบริการส่งเสริมป้องกันโรคในช่องปากผู้สูงอายุตามแนวทางกรมอนามัย 7. ผู้สูงอายุมีฟันใช้งานได้อย่างน้อย 20 ซี่ หรือ 4 คู่สบ ร้อยละ 44

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางสาวศริญทิพย์ ชาลีเครือ ทันตแพทย์ชำนาญการพิเศษ นางไพจิตร วรรณจักร นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ นางชญานิศ เขียวสด นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ นางกัญญา จันทร์พล นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

ผู้เสนอโครงการ : นางสาวศริญทิพย์ ชาลีเครือ ทันตแพทย์ชำนาญการพิเศษ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางทัศนีย์ รอดชมภู รองผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น (ด้านวิชาการ)

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายประสิทธิ์ สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ ๗ ขอนแก่น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 10

ชื่อโครงการ : โครงการส่งเสริมการจัดการขยะและสิ่งแวดล้อมและพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานบริการสาธารณสุข สู่ GREEN & CLEAN Hospital ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ปีงบประมาณ 2561

ยุทธศาสตร์ : 2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 15. ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างน้อยตำบลละ 1 ชุมชน

cluster : กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (53)17.2 ส่งเสริมการดำเนินงาน GREEN&CLEAN Hospital

แผนจัดสรรงบประมาณ :   3. แผนงานบูรณาการบริหารจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม

หลักการและเหตุผล : ปัจจุบันปัญหาด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม มีความซับซ้อน และเกิดขึ้นหลากหลายรูปแบบตามวิวัฒนาการทางอุตสาหกรรมและสังคมซึ่งเพื่อเป็นการจัดการปัญหาดังกล่าวรัฐบาลได้กำหนดนโยบายในระดับประเทศส่งเสริมให้เกิดการพัฒนางานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะประเด็นการจัดการขยะประเภทต่างๆ อย่างไรก็ตาม กรมอนามัย เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนางานอนามัยสิ่งแวดล้อม ร่วมกับการสร้างร่วมมือจากภาคประชาชน จึงกำหนดให้มี แผนยุทธศาสตร์ ๕ ปี กรมอนามัย ที่ส่งเสริมให้มีระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมใน ชุมชนที่ยั่งยืน ซึ่งตัวชี้วัดคือ ชุมชนมีความ เข้มแข็งในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อม (Active community) จากการดำเนินงานที่ผ่านมาถึงปัจจุบัน ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมเป็นปัญหาพื้นฐานที่มีความสำคัญ ของประเทศ โดยเฉพาะปัญหาโลกร้อน (Global Warming) กรมอนามัย ได้มีโครงการสาธารณสุขรวมใจรณรงค์ลดโลกร้อน (GREEN and CLEAN Hospital) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพของกรมอนามัยได้ดำเนินการลดและแก้ไขปัญหาโลกร้อน จากการดำเนินการที่ผ่านมาโรงพยาบาลได้ดำเนินกิจกรรมเพื่อลดการเกิดก๊าซเรือนกระจก เช่น การลดการใช้พลังงาน การจัดสิ่งแวดล้อมเพื่อช่วยประหยัดพลังงาน การลดปริมาณขยะในหน่วยงาน ฯลฯ กิจกรรมเหล่านี้ เป็นกิจกรรมที่ช่วยลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งสิ้น จากปีงบประมาณ 2560 ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ได้มีการติดตามระบบการจัดการขยะติดเชื้อของสถานบริการสาธารณสุขของรัฐในเขตพื้นที่รับผิดชอบ โดยเน้นให้สถานบริการสาธารณสุขของรัฐมีการจัดการขยะติดเชื้ออย่างถูกสุขลักษณะและมีการส่งเอกสารกำกับการขนส่งขยะติดเชื้อของหน่วยงานสถานบริการสาธารณสุขของรัฐทุกแห่ง ด้านการจัดการน้ำเสีย พบว่า ในปัจจุบัน โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขส่วนใหญ่ประสบปัญหาด้านการควบคุมระบบบำบัดน้ำเสียให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากผู้ดูและระบบขาดการพัฒนาองค์ความรู้และที่สำคัญการดำเนินการตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2535 โดยมาตรา 80 กำหนดให้โรงพยาบาลมีการส่งรายงานการจัดการระบบบำบัดน้ำเสียทุกเดือนต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น ซึ่งให้เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนตุลาคม 2555 เป็นต้นมา เพื่อให้ปัญหาด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมที่กล่าวมาทั้งหมด มีการจัดการอย่างเป็นระบบ ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น จึงได้มีการพัฒนาชุมชนต้นแบบด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในชุมชนและท้องถิ่นให้มีศักยภาพในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่สามารถพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้หรือเป็นแบบอย่างการปฏิบัติที่ดีแก่ชุมชนอื่นต่อไป และจากการที่ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และ กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ได้จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการพัฒนาคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมร่วมกัน โดยในปีงบประมาณ 2558 มุ่งหวังให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมได้มาตรฐานคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมตามเงื่อนไขที่กรมอนามัยกำหนดไว้ในด้านการจัดการสุขาภิบาลอาหาร การจัดการคุณภาพน้ำบริโภค การจัดการมูลฝอย และด้านการจัดการสิ่งปฏิกูล และทางกรมอนามัยได้สนับสนุนวิชาการแก่บุคลากรสาธารณสุข และบุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในระดับพื้นที่ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้วในปี 2560 มี อปท.สมัครรับการประเมิน EHA ทั้งหมด 72 แห่ง ผ่านการประเมินระดับเกียรติบัตร 19 แห่ง พื้นฐาน 32 แห่ง ไม่ผ่าน 16 แห่ง ซึ่งจากการดำเนินงานที่ผ่านมาศูนย์ฯได้มีการจัดอบรมพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่สาธารณสุขระดับจังหวัดและอำเภอเพื่อให้คำปรึกษาแนะนำในการพัฒนาการดำเนินงานระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมขององค์กรปกครองท้องถิ่นในพื้นที่ ในปี 2558 ยังเป็น SOP แบบเดิม ซึ่งในปี2560 มีการปรับเปลี่ยนแบบประเมินในทุกประเด็นทำให้เกิดความเข้าใจไม่ตรงกันทั้งผู้ให้คำปรึกษาและผู้รับการประเมิน จึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาศักยภาพผู้ให้คำปรึกษาแนะนำในการพัฒนาการดำเนินงานระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมขององค์กรปกครองท้องถิ่นในพื้นที่ และจากการที่ พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535(และที่แก้ไขเพิ่มเติม) มีเจตนารมณ์ในการป้องกันการกระทำที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพและสภาวะความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน เพื่อมุ่งเน้นให้เกิดการจัดการด้านสุขลักษณะและการอนามัยสิ่งแวดล้อม ตามที่พระราชบัญญัติการสาธารณสุข(ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2560 ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัดเพื่อเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมและ การบังคับใช้กฎหมายการสาธารณสุขในระดับพื้นที่ซึ่งการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการสาธารณสุขจังหวัดที่ผ่านมาในบางพื้นที่ยังไม่สามารถดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพด้วยข้อจำกัดและปัจจัยหลายประการของพื้นที่ ผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา พบว่า ประเด็นงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมที่สำคัญและ ที่ประชุมได้มีมติให้มีการดำเนินการส่วนใหญ่ ได้แก่ การจัดการมูลฝอยทั่วไป มูลฝอยติดเชื้อ งานอาหารปลอดภัย การออกข้อกำหนดท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุขขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ซึ่งจังหวัดที่ได้ดำเนินการจัดประชุมคณะอนุกรรมการสาธารณสุขจะมีการติดตามมติที่ได้จากการสั่งการในการประชุมคณะอนุกรรมการสาธารณสุขจังหวัด โดยจากการรายงานผลการดำเนินงานตามมติจังหวัดส่วนใหญ่ระบุว่า อยู่ระหว่างการดำเนินการตามแผน เนื่องจากมติสั่งการต้องใช้ระยะเวลาในการแก้ไขปัญหา และต้องมีการประสานขอความร่วมมือจากหน่วยงานในหลายภาคส่วนส่งผลให้บางจังหวัดยังไม่มีผลการดำเนินงานที่ชัดเจน สำหรับบางจังหวัดที่มีผลการดำเนินงานเรียบร้อยนั้น เป็นการดำเนินการตามมติสั่งการที่ให้มีการพัฒนาศักยภาพบุคลากรตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕ เช่น การบังคับใช้กฎหมาย การยกร่างข้อกำหนดท้องถิ่นเพื่อควบคุมปัญหาในพื้นที่ การผลักดันให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าร่วมการประเมินผลการพัฒนาคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อม (EHA) และโครงการรณรงค์ลด ละ เลิก การใช้ภาชนะโฟมบรรจุอาหาร (NO FOAM) ซึ่งได้รับความสนใจและเข้าร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงจากหน่วยงาน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เป็นต้น จากการสำรวจข้อมูลสถานการณ์การดำเนินงานตามกฎหมายสาธารณสุขขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พบว่า มีการออกข้อกำหนดยังไม่ครอบคลุมและยังมีการดำเนินการไม่ครบถ้วนตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดไว้ สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการมีบุคลากรน้อย ขาดความรู้ความเข้าใจและทักษะในการปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ ที่กฎหมายกำหนด จากสภาพของการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาระบบอนามัยสิ่งแวดล้อม ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ได้ เล็งเห็นความสำคัญของปัญหาที่กล่าวมาทั้งหมด จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมการจัดการขยะและสิ่งแวดล้อมและพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานบริการสาธารณสุข สู่ GREEN & CLEAN Hospital ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ปีงบประมาณ 2561ขึ้น

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการดำเนินงานสถานบริการสาธารณสุขด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม 2. เพื่อพัฒนาชุมชนต้นแบบด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม 3. เพื่อพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่สาธารณสุขผู้รับผิดชอบงานอนามัยสิ่งแวดล้อมทั้งในระดับจังหวัดและระดับอำเภอ ให้มีขีดความสามารถเป็นผู้ให้คำแนะนำปรึกษา(Instructor)ในการจัดทำระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อม ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามมาตรฐาน 4. เพื่อส่งเสริมและพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้มีระบบคุณภาพบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมได้ มาตรฐานตามที่กำหนดไว้ 5. เพื่อกระตุ้นและส่งเสริมให้เกิดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้นแบบด้านระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อม 6. เพื่อเข้าร่วมประชุมติดตามการดำเนินงานของคณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัด/คณะกรรมการเปรียบเทียบ 7. เพื่อติดตามกลไกการออกข้อกำหนดท้องถิ่น และการบังคับใช้ตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข(รวมมาตรา 54)

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1.โรงพยาบาลได้รับการสุ่มประเมินรับรองมาตรฐานสถานบริการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม จำนวน 25 แห่ง 2.ผู้เข้าประชุมชี้แจงแนวทานการดำเนินงาน Active community จำนวน 142 คน 3.เจ้าหน้าที่ สสจ. สสอ. รพช. ผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการในการดำเนินงานตามบทบาท Instructor ของระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อม จำนวน 58 คน 4.องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่มีคะแนน LPA 80 คะแนนขึ้นไปได้รับการประเมินคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (EHA) จำนวน 30 แห่ง 5.ภาคีเครือข่ายได้รับการพัฒนาศักยภาพการจัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมและกลไกการออกข้อกำหนดท้องถิ่นและการบังคับใช้ตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (รวมมาตรา 54) จำนวน 24 คน 6.ร่วมประชุมติดตามการดำเนินงานของคณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัด/คณะกรรมการเปรียบเทียบ 4 จังหวัด 7.ติดตามการบังคับใช้ข้อกำหนดท้องถิ่น 4 จังหวัด

วิธีการดำเนินงาน : กิจกรรมส่งเสริมการดำเนินงาน GREEN & CLEAN Hospital 1. ประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินการพัฒนาชุมชนมีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ณ ห้องประชุมในจังหวัดเป้าหมาย 4 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ 2. สุ่มประเมินรับรองมาตรฐานสถานบริการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม ( Green and Clean Hospital ) ในพื้นที่รับผิดชอบ จังหวัดขก. 9 แห่ง รอ.กส จังหวัดละ 6 แห่ง มค 4 แห่ง รวม 25 แห่ง กิจกรรมส่งเสริมการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมในจังหวัด ท้องถิ่นและชุมชน 1. อบรมเชิงปฏิบัติการเจ้าหน้าที่ สสจ. สสอ. รพช.ในการดำเนินงานตามบทบาท Instructor ของระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อม เพื่อพัฒนาศักยภาพให้แก่บุคลากรทั้งในระดับจังหวัดและอำเภอเป็นผู้ให้คำแนะนำปรึกษาแก่อปท.ที่เข้าร่วมโครงการ หลักสูตร 3 วัน 2 คืน 2. ออกประเมินระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่มี LPA 80 คะแนนขึ้นไป โดยศูนย์อนามัยที่ 7 (กุมภาพันธ์ – เมษายน 2561) 3. รณรงค์ล้างมือเนื่องในวันล้างมือโลก วันที่ 15 ตุลาคมของทุกปี กิจกรรมการพัฒนา ปรับปรุงและขับเคลื่อนการบังคับใช้กฎหมาย 1. การจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงานของกรรมการสาธารณสุขจังหวัด ตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข(ฉบับที่3) พ.ศ. 2560 2.การร่วมประชุมติดตามการดำเนินงานของคณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัด/คณะกรรมการเปรียบเทียบ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินการพัฒนาชุมชนมีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนและชี้แจงการใช้งานระบบการจัดการมูลฝอยติดเชื้อ (Digital Tracking infectious waste) ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ 1 ก.พ. 2561 - 28 ก.พ. 2561 25,110.00
2 สุ่มประเมินรับรองมาตรฐานสถานบริการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม ( Green and Clean Hospital ) 1 มี.ค. 2561 - 31 มี.ค. 2561 32,700.00
3 อบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพ เจ้าหน้าที่ สสจ. สสอ. รพช.ในการดำเนินงานตามบทบาท Instructor ของระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อม 1 ธ.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 162,400.00
4 ประเมินระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่มี LPA 80 คะแนนขึ้นไป 1 ก.พ. 2561 - 30 เม.ย. 2561 103,500.00
5 รณรงค์ล้างมือเนื่องในวันล้างมือโลก 13 ต.ค. 2560 - 13 ต.ค. 2560 4,500.00
6 สำรวจและจัดทำฐานข้อมูลกิจการและพื้นที่เสี่ยงใน 3 กลุ่มประเภทกิจการความเสี่ยง 1 ก.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561 296.00
7 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงานของกรรมการสาธารณสุขจังหวัด ตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข(ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2560 1 ธ.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 47,560.00
8 จัดประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพการดำเนินงานเฝ้าระวังด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม ตามพ.ร.บ. การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ในคณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัด(คสจ.) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 ก.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561 97,520.00
9 ร่วมประชุมติดตามการดำเนินงานของคสจ./คณะกรรมการเปรียบเทียบ 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 2,840.00
10 ติดตามการบังคับใช้ข้อกำหนดท้องถิ่น 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 4,980.00
รวมเป็นเงิน 481,406.00
งบประมาณ : 481,406.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. มีชุมชนต้นแบบด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม 2.ประชาชนเห็นความสำคัญและมีพฤติกรรมสุขภาพในการจัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดี 3. เจ้าหน้าที่ สสจ. สสอ. รพช.ได้รับการพัฒนาในบทบาทInstructor ของระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อม 4. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีการพัฒนาคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อม จนผ่านเกณฑ์มาตรฐาน 5. เกิดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้นแบบที่มีคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมใน 4 ระบบหลักคือระบบจัดการสุขาภิบาลอาหาร ระบบการจัดการคุณภาพน้ำบริโภค ระบบการจัดการสิ่งปฏิกูล และระบบการจัดการด้านขยะ(ตามที่ สถ.กำหนดไว้) 6. คณะกรรมการสาธารณสุขมีแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงานเพื่อรองรับสู่การเปลี่ยนแปลงตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข(ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2560 7. ผู้เข้าประชุมมีความรู้ความเข้าใจกลไกการออกข้อกำหนดท้องถิ่น และการบังคับใช้กฎหมาย 8. มีต้นแบบในการดำเนินงานของคณะกรรมการสาธารณสุข

ผู้รับผิดชอบโครงการ : กลุ่มพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น

ผู้เสนอโครงการ : นางสาวจริยา อินทรรัศมี หัวหน้ากลุ่มพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางทัศนีย์ รอดชมภู รองผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายประสิทธิ์ สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 11

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาการจัดการสิ่งปฏิกูลเพื่อลดการปนเปื้อนสู่แหล่งน้ำและระบบผลิตประปา ในพื้นที่รับผิดชอบ ศูนย์อนามัยที่ 7 ปีงบประมาณ 2561

ยุทธศาสตร์ : 2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 15. ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างน้อยตำบลละ 1 ชุมชน

cluster : กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (61)21.1 ประเมินสถานการณ์และพัฒนาระบบฐานข้อมูลการจัดการสิ่งปฏิกูล

แผนจัดสรรงบประมาณ :   4. แผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ

หลักการและเหตุผล : “สุขภาพดี สิ่งแวดล้อมดี สังคมดี” คุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอนามัยของประชาชนมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด จากสถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของบริบทโลกและปัจจัยภายในประเทศหลายประการ ทั้งจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเพิ่มขึ้นของประชากรและสภาพความเป็นเมืองที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่กระทบต่อคุณภาพชีวิตและสุขภาพของประชาชนมากขึ้น เช่น ปัญหาโลกร้อน การปนเปื้อนสิ่งปฏิกูล ปัญหาขยะมูลฝอย และปัญหามลพิษต่างๆ จากสถานประกอบกิจการ นำมาซึ่งเหตุรำคาญและผลกระทบของสุขภาพประชาชน ในแผนยุทธศาสตร์อนามัยสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 พ.ศ.2560-2564 เน้นบูรณาการการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืนโดยมีหลักที่สำคัญ ได้แก่ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หลักป้องกันไว้ก่อน การกระจายอำนาจ และการมีส่วนร่วม ปัจจุบันสถานการณ์การจัดการสิ่งปฏิกูล เขตบริการสุขภาพที่ 7 พบว่า ครัวเรือนที่มีส้วมใช้มีจำนวนทั้งหมด 1,296,750 แห่ง ครัวเรือนที่ได้รับบริการสูบส้วม 1,057,118 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 81.52 มีการลักลอบทิ้งสิ่งปฏิกูลในที่สาธารณะ จำนวน 118 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 29.5 รถเถื่อนไม่มีใบอนุญาต จำนวน 48 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 12.0 บุคลากรที่เกี่ยวข้องได้รับการพัฒนาศักยภาพด้านจัดการสิ่งปฏิกูลได้อย่างถูกต้อง โดยบูรณาการในการจัดอบรม EHA : 3002 แก่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีการเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพ ในพื้นที่การจัดการสิ่งปฏิกูลต้นแบบ ที่ อบต.เหล่าอ้อย อ.ร่องคำ จ.กาฬสินธุ์ มีการออกข้อกำหนดท้องถิ่นเรื่องสิ่งปฏิกูล ครอบคลุมพื้นที่เป้าหมายทั้ง 21 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 100 และมีการขับเคลื่อนระบบการจัดการสิ่งปฏิกูลผ่านกลไก คณะอนุกรรมการสาธารณสุขจังหวัด (อสธจ.) ครอบคลุม 4 จังหวัด แต่จากข้อมูลการปกครองพื้นที่เขตสุขภาพที่ 7 พบว่า มีองค์การบริหารส่วนจังหวัด 4 แห่ง เทศบาลนคร/เทศบาลเมือง/เทศบาลตำบล รวม 253 แห่ง และองค์การบริหารส่วนตำบล 465 แห่ง แต่มีท้องถิ่นที่มีระบบบำบัดสิ่งปฏิกูลที่ถูกหลักวิชาการเพียง 6 แห่ง และในปี 2561 มีแผนจะดำเนินการก่อสร้างอีก 6 แห่ง ด้านการจัดการน้ำบริโภค ได้ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดการน้ำในชุมชนของตนเอง เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำสะอาดด้วยตนเอง เพื่อให้ประชาชนได้มีน้ำสะอาดสำหรับดื่มและใช้อย่างทั่วถึงและพอเพียง กรมอนามัยได้ดำเนินการสำรวจ ส่งเสริม พัฒนาติดตาม และประเมินสถานการณ์คุณภาพน้ำบริโภคในประเทศไทยเพื่อเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภคให้สะอาดปลอดภัยจากการปนเปื้อนของแบคทีเรีย สารเคมีและโลหะหนัก จากแหล่งน้ำบริโภคทุกประเภท ร่วมกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรที่เกี่ยวข้องในระดับการผลิต การควบคุมคุณภาพและผู้บริโภค เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการจัดการน้ำสะอาดทั้งในระดับครัวเรือนและชุมชนและเพื่อสนับสนุนและสนองโครงการพระราชดำริครอบคลุม เยาวชน เด็ก แม่บ้าน และอาสาสมัครในระดับครัวเรือนและชุมชนเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตในด้านน้ำบริโภคที่สะอาด ปลอดภัย และสุขอนามัยของประชาชน ซึ่งจะเป็นพื้นฐานของสุขภาพชีวิตที่ดีในที่สุด

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น/เจ้าหน้าที่หน่วยงานสาธารณสุข/ผู้เกี่ยวข้องในการดำเนินงานการจัดการสิ่งปฏิกูลและระบบผลิตประปา 2. เพื่อส่งเสริมการบังคับกฎหมายตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 เกิดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้นแบบการจัดการบริโภคและการจัดการสิ่งปฏิกูล 3. เพื่อหาค่ากลางความสำเร็จการดำเนินงานการจัดการสิ่งปฏิกูลและระบบผลิตประปาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 4. เพื่อจัดทำสถานการณ์ ควบคุม ติดตาม เฝ้าระวังและศึกษาแนวทางการจัดการคุณภาพน้ำบริโภคจากปัจจัยเสี่ยง

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1.ค่ากลางความสำเร็จการจัดการสิ่งปฏิกูล 1 ฉบับ 2.อปท.ที่มี/มีแผนก่อสร้างระบบบำบัดสิ่งปฏิกูล ได้รับการเยี่ยมติดตาม จำนวน 10 แห่ง 3.ประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมรณรงค์ล้างส้วมพร้อมกันรับวันสงกรานต์ จำนวน 100 คน 4.ค่ากลางความสำเร็จการจัดการคุณภาพน้ำบริโภค 1 ฉบับ 5.จังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบมีการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำประปา จำนวน4 จังหวัด/120 ตัวอย่าง 6.โรงเรียนในถิ่นทุรกันดารได้รับการสำรวจและเฝ้าระวังด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม สุขาภิบาลอาหารและน้ำและคุณภาพน้ำบริโภค จำนวน 3 แห่ง

วิธีการดำเนินงาน : 1. สำรวจและเฝ้าระวังสถานการณ์ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม สุขาภิบาลอาหารและน้ำและคุณภาพน้ำบริโภคของโรงเรียนและพื้นที่ในถิ่นทุรกันดาร 2.ประสานผู้เกี่ยวข้อง/เครือข่าย และเตรียมการอบรมพัฒนาศักยภาพและหาค่ากลางความสำเร็จ 3. เยี่ยมติดตามอปท.ที่มี / มีแผนก่อสร้างระบบบำบัดสิ่งปฏิกูลเพื่อให้ถูกหลักวิชาการ 4. จัดกิจกรรมรณรงค์ล้างส้วมพร้อมกันรับวันสงกรานต์

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 สนับสนุนจังหวัดในการสำรวจข้อมูลสภาพแวดล้อมและสุ่มเก็บตัวอย่างน้ำประปาส่งทดสอบยังห้องปฏิบัติการและภาคสนาม 1 ธ.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 30,000.00
2 จัดประชุมหาค่ากลางความสำเร็จในการจัดการคุณภาพประปา/น้ำบริโภคในพื้นที่รับผิดชอบศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น 25 ม.ค. 2561 - 25 ม.ค. 2561 32,214.00
3 จัดประชุมหาค่ากลางความสำเร็จในการจัดการสิ่งปฏิฏุลในพื้นที่รับผิดชอบเพื่อลดการปนเปื้อนสู่แหล่งน้ำ 1 ธ.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 32,214.00
4 จัดประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถ่ายทอดค่ากลางความสำเร็จในการจัดการสิ่งปฏิกูลในพื้นที่รับผิดชอบศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น เพื่อลดการปนเปื้อนสู่แหล่งน้ำ 30 มี.ค. 2561 - 30 มี.ค. 2561 21,500.00
5 จัดประชุมเยี่ยมติดตามการใช้ค่ากลางและการดำเนินงานจัดการสิ่งปฏิกูลใน อปท.เป้าหมาย 1 พ.ค. 2561 - 30 มิ.ย. 2561 14,700.00
6 เยี่ยมติดตาม อปท.ที่มี/ มีแผนก่อสร้างระบบบำบัด สิ่งปฏิกูล 1 มี.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561 19,400.00
7 จัดกิจกรรมรณรงค์ล้างส้วมพร้อมกันรับวันสงกรานต์ 1 เม.ย. 2561 - 7 เม.ย. 2561 5,832.00
รวมเป็นเงิน 155,860.00
งบประมาณ : 155,860.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ธ.ค. 2560 - 31 ก.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีน้ำดื่มที่สะอาด ปลอดภัย และมีระบบการจัดการสิ่งปฏิกูลที่ถูกหลักวิชาการ เพื่อลดการปนเปื้อนสู่แหล่งน้ำ

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นางสุภาภรณ์ ลมูลศิลป์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 2. นายยุทธยา สุภาปัญญากุล นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

ผู้เสนอโครงการ : นางสาวจริยา อินทรรัศมี หัวหน้ากลุ่มพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางทัศนีย์ รอดชมภู รองผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายประสิทธิ์ สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 12

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาการจัดการสิ่งปฏิกูลเพื่อลดการปนเปื้อนสู่แหล่งน้ำและระบบผลิตประปา ในพื้นที่รับผิดชอบ ศูนย์อนามัยที่ 7 ปีงบประมาณ 2561

ยุทธศาสตร์ : 2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 15. ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างน้อยตำบลละ 1 ชุมชน

cluster : กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (70)23.5 พัฒนาการจัดการน้ำในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

แผนจัดสรรงบประมาณ :   7. แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาด้านสาธารณสุขและสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก

หลักการและเหตุผล : “สุขภาพดี สิ่งแวดล้อมดี สังคมดี” คุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอนามัยของประชาชนมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด จากสถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของบริบทโลกและปัจจัยภายในประเทศหลายประการ ทั้งจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเพิ่มขึ้นของประชากรและสภาพความเป็นเมืองที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่กระทบต่อคุณภาพชีวิตและสุขภาพของประชาชนมากขึ้น เช่น ปัญหาโลกร้อน การปนเปื้อนสิ่งปฏิกูล ปัญหาขยะมูลฝอย และปัญหามลพิษต่างๆ จากสถานประกอบกิจการ นำมาซึ่งเหตุรำคาญและผลกระทบของสุขภาพประชาชน ในแผนยุทธศาสตร์อนามัยสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 พ.ศ.2560-2564 เน้นบูรณาการการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืนโดยมีหลักที่สำคัญ ได้แก่ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หลักป้องกันไว้ก่อน การกระจายอำนาจ และการมีส่วนร่วม ปัจจุบันสถานการณ์การจัดการสิ่งปฏิกูล เขตบริการสุขภาพที่ 7 พบว่า ครัวเรือนที่มีส้วมใช้มีจำนวนทั้งหมด 1,296,750 แห่ง ครัวเรือนที่ได้รับบริการสูบส้วม 1,057,118 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 81.52 มีการลักลอบทิ้งสิ่งปฏิกูลในที่สาธารณะ จำนวน 118 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 29.5 รถเถื่อนไม่มีใบอนุญาต จำนวน 48 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 12.0 บุคลากรที่เกี่ยวข้องได้รับการพัฒนาศักยภาพด้านจัดการสิ่งปฏิกูลได้อย่างถูกต้อง โดยบูรณาการในการจัดอบรม EHA : 3002 แก่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีการเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพ ในพื้นที่การจัดการสิ่งปฏิกูลต้นแบบ ที่ อบต.เหล่าอ้อย อ.ร่องคำ จ.กาฬสินธุ์ มีการออกข้อกำหนดท้องถิ่นเรื่องสิ่งปฏิกูล ครอบคลุมพื้นที่เป้าหมายทั้ง 21 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 100 และมีการขับเคลื่อนระบบการจัดการสิ่งปฏิกูลผ่านกลไก คณะอนุกรรมการสาธารณสุขจังหวัด (อสธจ.) ครอบคลุม 4 จังหวัด แต่จากข้อมูลการปกครองพื้นที่เขตสุขภาพที่ 7 พบว่า มีองค์การบริหารส่วนจังหวัด 4 แห่ง เทศบาลนคร/เทศบาลเมือง/เทศบาลตำบล รวม 253 แห่ง และองค์การบริหารส่วนตำบล 465 แห่ง แต่มีท้องถิ่นที่มีระบบบำบัดสิ่งปฏิกูลที่ถูกหลักวิชาการเพียง 6 แห่ง และในปี 2561 มีแผนจะดำเนินการก่อสร้างอีก 6 แห่ง ด้านการจัดการน้ำบริโภค ได้ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดการน้ำในชุมชนของตนเอง เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำสะอาดด้วยตนเอง เพื่อให้ประชาชนได้มีน้ำสะอาดสำหรับดื่มและใช้อย่างทั่วถึงและพอเพียง กรมอนามัยได้ดำเนินการสำรวจ ส่งเสริม พัฒนาติดตาม และประเมินสถานการณ์คุณภาพน้ำบริโภคในประเทศไทยเพื่อเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภคให้สะอาดปลอดภัยจากการปนเปื้อนของแบคทีเรีย สารเคมีและโลหะหนัก จากแหล่งน้ำบริโภคทุกประเภท ร่วมกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรที่เกี่ยวข้องในระดับการผลิต การควบคุมคุณภาพและผู้บริโภค เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการจัดการน้ำสะอาดทั้งในระดับครัวเรือนและชุมชนและเพื่อสนับสนุนและสนองโครงการพระราชดำริครอบคลุม เยาวชน เด็ก แม่บ้าน และอาสาสมัครในระดับครัวเรือนและชุมชนเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตในด้านน้ำบริโภคที่สะอาด ปลอดภัย และสุขอนามัยของประชาชน ซึ่งจะเป็นพื้นฐานของสุขภาพชีวิตที่ดีในที่สุด

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น/เจ้าหน้าที่หน่วยงานสาธารณสุข/ผู้เกี่ยวข้องในการดำเนินงานการจัดการสิ่งปฏิกูลและระบบผลิตประปา 2. เพื่อส่งเสริมการบังคับกฎหมายตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 เกิดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้นแบบการจัดการบริโภคและการจัดการสิ่งปฏิกูล 3. เพื่อหาค่ากลางความสำเร็จการดำเนินงานการจัดการสิ่งปฏิกูลและระบบผลิตประปาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 4. เพื่อจัดทำสถานการณ์ ควบคุม ติดตาม เฝ้าระวังและศึกษาแนวทางการจัดการคุณภาพน้ำบริโภคจากปัจจัยเสี่ยง

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1.ค่ากลางความสำเร็จการจัดการสิ่งปฏิกูล 1 ฉบับ 2.อปท.ที่มี/มีแผนก่อสร้างระบบบำบัดสิ่งปฏิกูล ได้รับการเยี่ยมติดตาม จำนวน 10 แห่ง 3.ประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมรณรงค์ล้างส้วมพร้อมกันรับวันสงกรานต์ จำนวน 100 คน 4.ค่ากลางความสำเร็จการจัดการคุณภาพน้ำบริโภค 1 ฉบับ 5.จังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบมีการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำประปา จำนวน 4 จังหวัด/120 ตัวอย่าง 6.โรงเรียนในถิ่นทุรกันดารได้รับการสำรวจและเฝ้าระวังด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม สุขาภิบาลอาหารและน้ำและคุณภาพน้ำบริโภค จำนวน 3 แห่ง

วิธีการดำเนินงาน : 1. สำรวจและเฝ้าระวังสถานการณ์ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม สุขาภิบาลอาหารและน้ำและคุณภาพน้ำบริโภคของโรงเรียนและพื้นที่ในถิ่นทุรกันดาร 2.ประสานผู้เกี่ยวข้อง/เครือข่าย และเตรียมการอบรมพัฒนาศักยภาพและหาค่ากลางความสำเร็จ 3. เยี่ยมติดตาม อปท.ที่มี / มีแผนก่อสร้างระบบบำบัดสิ่งปฏิกูลเพื่อให้ถูกหลักวิชาการ 4. จัดกิจกรรมรณรงค์ล้างส้วมพร้อมกันรับวันสงกรานต์

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 สำรวจและเฝ้าระวังสถานการณ์สถานการณ์ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม สุขาภิบาลอาหารและนำ้และคุณภาพน้ำบริโภคของโรงเรียนและพื้นที่ในถิ่นทุรกันดาร 1 พ.ย. 2560 - 30 พ.ย. 2560 8,880.00
2 จัดประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถ่านทอดค่ากลางเพื่อพัฒนางานอนามัยสิ่งแวดล้อมการจัดการสุขาภิบาลอาหารและน้ำในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 1 ก.พ. 2561 - 28 ก.พ. 2561 11,400.00
3 จัดประชุมเยี่ยมติดตามการใช้ค่ากลางและการดำเนินงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม สุขาภิบาล 1 มี.ค. 2561 - 31 ส.ค. 2561 10,800.00
รวมเป็นเงิน 31,080.00
งบประมาณ : 31,080.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 พ.ย. 2560 - 31 ส.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีน้ำดื่มที่สะอาด ปลอดภัย และมีระบบการจัดการสิ่งปฏิกูลที่ถูกหลักวิชาการ เพื่อลดการปนเปื้อนสู่แหล่งน้ำ

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นางสุภาภรณ์ ลมูลศิลป์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 2. นายยุทธยา สุภาปัญญากุล นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

ผู้เสนอโครงการ : นางสาวจริยา อินทรรัศมี หัวหน้ากลุ่มพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางทัศนีย์ รอดชมภู รองผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายประสิทธิ์ สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 13

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาระบบการเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพและการปรับตัวด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ศูนย์อนามัยที่7 ขอนแก่น ประจำปีงบประมาณ 2561

ยุทธศาสตร์ : 2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 15. ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างน้อยตำบลละ 1 ชุมชน

cluster : กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (57)19.1 เฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพในพื้นที่มลพิษอากาศ

แผนจัดสรรงบประมาณ :   3. แผนงานบูรณาการบริหารจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม

หลักการและเหตุผล : จากสถานการณ์การขยายตัวของความเป็นเมืองที่ขาดการวางแผน การพัฒนาอุตสาหกรรมที่เน้นการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นหลัก โครงการพัฒนาทั้งภาครัฐและเอกชน โดยขาดการคำนึงถึงต้นทุนทางด้านสุขภาพ ด้านสิ่งแวดล้อมและด้านสังคมที่ต้องสูญเสียไป ทำให้ประเทศที่กำลังพัฒนาทั่วโลกต้องเผชิญปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงวิถีการดำรงชีพ และปัญหาต่างๆอีกมากมาย ทั้งทางด้านเศ ปัญหาการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อมวลมนุษย์ สาเหตุของปัญหาหลักเกิดจากกิจกรรมการกระทำของมนุษย์ที่ทำให้เกิดก๊าชเรือนกระจกในบรรยากาศเพิ่มมากขึ้นต่อปัจจัย ต่าง ๆเช่น ก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ มีเทน และไนโตรเจนออกไซด์ เป็นต้น ซึ่งก๊าซเหล่านั้นส่งผลให้อุณหภูมิผิวโลกสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศน์ในวงกว้างทั้งระดับภูมิภาคและระดับโลก รวมทั้งประเทศไทยอีกด้วย เช่น คลื่นความร้อนเกิดบ่อยครั้งและรุนแรงขึ้น เกิดการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล ปริมาณน้ำฝนมีความแปรปรวนในหลายพื้นที่ในพื้นที่ที่ปริมาณน้ำฝนลดลงส่งผลให้สมดุลน้ำมีแนวโน้มลดลง ทำให้บางพื้นที่เกิดภาวะขาดแคลนน้ำ ทำให้ภัยพิบัติทางธรรมชาติเกิดขึ้นบ่อยครั้งและรุนแรง เป็นต้น จากการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมข้างต้น มีความเชื่อมโยงต่อสุขภาพทั้งทางตรงและทางอ้อม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จึงเป็นปัญหาที่มีความสำคัญต่อปัญหาสาธารณสุขที่มีความจำเป็น อย่างยิ่งที่จะต้องมีการรับมือและปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับประชากรในพื้นที่เสี่ยงที่ได้รับผลกระทบดังกล่าว และเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการเตรียมการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสร้างความร่วมมือในระดับชุมชนและภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง จากความสำคัญดังกล่าว กรมอนามัยจึงได้นำร่องในการพัฒนาระบบการเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพและการปรับตัวด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และได้คัดเลือกพื้นที่ของศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่นดำเนินการในปีงบประมาณ 2560 และคัดเลือกพื้นที่ใน 2 ตำบล ของอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ได้แก่ ตำบลเมืองเพีย และตำบลละว้า เป็นพื้นที่ดำเนินการ โดยสร้างความรู้ความเข้าใจแก่บุคลากรสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและแกนนำชุมชน เพื่อหาแนวทางการดำเนินงานร่วมกัน ดังนั้นเพื่อให้การดำเนินงานมีความต่อเนื่องและเกิดความเข้มแข็งของชุมชนในการเตรียมการณ์ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง งานยุทธศาสตร์การประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ กลุ่มพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม ศูนย์อนามัยที่ ๗ ขอนแก่น จึงได้ทำโครงการเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพและการปรับตัวด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ศูนย์อนามัยที่7 ขอนแก่น ประจำปีงบประมาณ 2561 ขึ้น

วัตถุประสงค์ : 1.เพื่อพัฒนาระบบการเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพและการปรับตัวด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมของชุมชนจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 2. เพื่อพัฒนาศักยภาพและเตรียมความพร้อมของบุคลากรสาธารณสุข ภาคีเครือข่าย และแกนนำชุมชนรองรับการเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพและการปรับตัวด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. ชุมชนมีระบบเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพ และอนามัยสิ่งแวดล้อม เตรียมความพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จำนวน 1 แห่ง 2. บุคลากรสาธารณสุข แกนนำชุมชน อปท. ได้รับการอบรมการปรับตัวด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม เตรียมความพร้อม รองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จำนวน 50 คน

วิธีการดำเนินงาน : 1) จัดประชุมประสานงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมแก่ภาคีเครือข่ายระดับเขตและจังหวัด จำนวน 2 ครั้ง ๆ ละ 1 วัน ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 ขอนแก่น สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค10 ขอนแก่น สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและภาคีเครือข่าย รวม 20 คน ผู้จัดการประชุม 3 คน รวม จำนวน 23 คน 2) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำแผนการเฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมรองรับผลกระทบต่อสุขภาพและการปรับตัวจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโดยใช้กระบวนการประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ ระยะเวลา 2 วัน ณ ห้องประชุมหน่วยงานราชการในจังหวัดขอนแก่น ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น สสจ. สสอ.รพ.สต. อปท.และผู้นำชุมชน จำนวน 50 คน วิทยากร 2 คน ผู้จัดการประชุม 5 คน รวม 57 คน 3) ออกเก็บข้อมูลด้านผลกระทบต่อสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบต่อสุขภาพจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ได้แก่ พื้นที่ประสบอุทกภัย/ภัยแล้ง/ข้อมูลการเจ็บป่วย เป็นต้น 4) จัดประชุมคืนข้อมูลและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แนวทางการปรับตัวกับผลกระทบต่อสุขภาพจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผู้เข้าประชุมประกอบด้วยสสจ. สสอ.รพ.สต. อปท. และแกนนำประชาชน จำนวน 40 คน วิทยากร 2 คน ผู้จัดการประชุม 6 คน รวม 48 คน ระยะเวลา 1 วันณ ห้องประชุมโรงแรมในจังหวัดขอนแก่น 5) ติดตาม เยี่ยมพื้นที่ในการดำเนินงานเฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมรองรับผลกระทบต่อสุขภาพและการปรับตัวจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศครั้งละ 1 วัน จำนวน 2 ครั้ง 6) สรุปและจัดทำรายงานผลการดำเนินการ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดประชุมคืนข้อมูลผลการดำเนินงานปี 2560 หาความต้องการและเตรียมความพร้อมด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมรองรับผลกระทบต่อสุขภาพและการปรับตัวจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 21 ธ.ค. 2560 - 21 ก.พ. 2561 33,265.00
2 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่องการพัฒนาต้นแบบชุมชนเข้มแข็งเพื่อรับมือกับผลกระทบต่อสุขภาพจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาส 5 ก.พ. 2561 - 7 ก.พ. 2561 5,640.00
3 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และจัดทำแผนการดำเนินงานของหน่วยงานทุกระดับและชุมชนในพื้นที่เรื่องปรับตัวกับผลกระทบต่อสุขภาพจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 20 ก.พ. 2561 - 20 ก.พ. 2561 30,832.00
4 ติดตาม เยี่ยมพื้นที่ในการดำเนินงานเฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมรองรับผลกระทบต่อสุขภาพและการปรับตัวจากการเปลี่ยนแปลง 1 ม.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561 4,510.00
5 จัดกิจกรรมรณรงค์วันอนามัยสิ่งแวดล้อมไทยและรณรงค์ Big Cleaning Day 1 ก.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561 10,510.00
รวมเป็นเงิน 84,757.00
งบประมาณ : 84,757.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 21 ธ.ค. 2560 - 31 ก.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น /หน่วยงานสาธารณสุข/ชุมชนได้รับการพัฒนาศักยภาพและมีแนวทางการดำเนินงานเฝ้าระวัง/แผนการเตรียมความพร้อมรองรับผลกระทบต่อสุขภาพจากความเสี่ยงต่อสุขภาพด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม และการปรับตัวจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 2. ชุมชนมีแผนเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพ และอนามัยสิ่งแวดล้อม เตรียมความพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 3. ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ได้รับการคุ้มครองสิทธิด้านสุขภาพจากผลกระทบด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นางสาวจริยา อินทรรัศมี หัวหน้ากลุ่มพัฒนาระบบอนามัยสิ่งแวดล้อม 2. นางวาทินี แจ่มใส นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 3. นางสาวปิยมาภรณ์ ดวงมนตรี นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 4. นางสาวนิธิวดี ศรีกัณหา นิติกร

ผู้เสนอโครงการ : นางสาวจริยา อินทรรัศมี หัวหน้ากลุ่มพัฒนาระบบอนามัยสิ่งแวดล้อม

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางทัศนีย์ รอดชมภู รองผู้อำนวยการด้านวิชาการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายประสิทธิ์ สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 14

ชื่อโครงการ : โครงการบริหารยุทธศาสตร์และการขับเคลื่อนนโยบาย กรมอนามัย สู่การปฏิบัติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2561 ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กรมอนามัย

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (74)25.1 พัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดยุทธศาสตร์ 4 Excellence ภายใต้ ยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (ด้านสาธารณสุข) ที่เชื่อมโยงกับแผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี ของประเทศ คือ ยุทธศาสตร์ที่1 ส่งเสริมสุขภาพและความป้องกันโรคเป็นเลิศ( Prevention & Promotion Excellence) พัฒนาคุณภาพชีวิตคนไทยทุกกลุ่มวัย การป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ ความปลอดภัย ด้านอาหารและลดปัจจัยเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรังและการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม ยุทธศาสตร์ที่ 2 ระบบบริการเป็นเลิศ (Service Excellence) ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย เหมาะสมในการดูแลผู้ป่วยทุกระดับ ยุทธศาสตร์ที่ 3 บุคลากรเป็นเลิศ (People Excellence) การวางแผนความต้องการอัตรา กำลังคนการผลิตและพัฒนากาลังคน การพัฒนาประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการกำลังคน การพัฒนาเครือข่าย ภาคประชาชนและภาคประชาสังคมด้านสุขภาพ ยุทธศาสตร์ที่ 4 บริหารจัดการเป็นเลิศ (Governance Excellence) ระบบข้อมูล สารสนเทศด้านสุขภาพ ระบบหลักประกันสุขภาพ ความมั่นคงด้านยาและเวชภัณฑ์ และการคุ้มครอบผู้บริโภค ระบบธรรมาภิบาล โดยมีการบริหารจัดการร่วมกันของหน่วยงานสาธารณสุขส่วนภูมิภาค ในรูปแบบเขตสุขภาพ แบ่งเป็น 13 เขต ซึ่งในส่วนของกรมอนามัยได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมของประเทศ มีหน้าที่หลักเป็นผู้กำกับ และควบคุมดูแล (Regulator) กรมอนามัยไดกําหนด วิสัยทัศน พันธกิจ และวัฒนธรรมองคกร โดยการมีสวนรวมของผูบริหาร นักวิชาการ และบุคลากร กรมอนามัย และมีกลไกในการจัดทํารายละเอียดของแผนยุทธศาสตรการพัฒนาระบบสงเสริมสุขภาพ และอนามัยสิ่งแวดลอมฯ ในรูปแบบของคณะจัดทําแผนยุทธศาสตรการพัฒนาระบบสงเสริมสุขภาพ และอนามัยสิ่งแวดลอมฯ คณะกรรมการขับเคลื่อนการบริหารการเปลี่ยนแปลงดานวิชาการและ พัฒนาองคความรู 6 กลุม(กลุมสตรีและเด็กปฐมวัย, กลุมวัยเรียน, กลุมวัยรุน, กลุมวัยทํางาน, กลุมวัย สูงอายุและกลุมอนามัยสิ่งแวดลอม) และคณะกรรมการสนับสนุนการบริหารการเปลี่ยนแปลง 3 กลุม (กลุม 1 คณะกรรมการยุทธศาสตรกําลังคน (HR Strategy), กลุม 2 คณะกรรมการบูรณาการ จัดการความรูขอมูลและการการเฝาระวัง (KM & IT Surveillance) และกลุม 3 คณะกรรมการ การคลังและงบประมาณ (FIN) เพื่อวางยุทธศาสตร (Strategic Development) โดยกําหนด ประเด็นยุทธศาสตรหรือประเด็นหลักที่ตองคํานึงถึง/พัฒนา/หรือมุงเนน มีเปาประสงคเชิงยุทธศาสตร ตัวชี้วัดและเปาหมายรองรับ รวมถึงกลยุทธและมาตรการที่จะสงผลใหกรมอนามัยบรรลุวิสัยทัศน นอกจากนี้ ยังแปลงแผนยุทธศาสตรสูการปฏิบัติ ผานการสื่อสารและถายทอด (Strategic Communication and Translation) ใหหนวยงานจัดทําแผนปฏิบัติการ บริหารความเสี่ยง แผนงาน/โครงการสําคัญ ถายทอดตัวชี้วัดและเปาหมายสูระดับบุคคล ตลอดจนกําหนดแนวทาง การกํากับติดตามและประเมินผลอยางเปนระบบ ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น เป็นหน่วยงานในสังกัดของกรมอนามัยที่ตั้งอยู่ในส่วนภูมิภาค จึงต้องปรับบทบาทการดำเนินงานให้สอดคล้องกับนโยบายกรมอนามัยและรับผิดชอบเขตสุขภาพที่ 7 ได้แก่กาฬสินธุ์ ขอนแก่น มหาสารคามและร้อยเอ็ด งานยุทธศาสตร์ มีบทบาทหน้าที่ 1) วิเคราะห์นโยบายกระทรวง กรมอนามัย ปัญหาของพื้นที่ เพื่อจัดทำแผนของหน่วยงาน 2) กำหนดกรอบแนวทางการจัดทำแผนงาน งบประมาณ ให้สอดคล้องกับนโยบายเป้าหมายองค์กร 3) ร่วมปฏิบัติการและบูรณาการแผนของศูนย์ฯ 4) ประสานและชี้แจงการทำงานกับภาคีเครือข่ายของศูนย์ฯ ได้แก่ เขตสุขภาพ, สสจ.,อปท., สถานศึกษา, องค์กรเอกชน ฯลฯ 5) จัดระบบการกำกับ ติดตามการดำเนินงานตามแผนงาน/โครงการของหน่วยงาน และพัฒนาศักยภาพการวิจัยแก่บุคลากรของศูนย์ฯ ทุกระดับ ดังนั้นเพื่อขับเคลื่อนและสนับสนุนให้การดำเนินงานของศูนย์ฯสอดคล้องกับนโยบายของกรมอนามัยและบรรลุผลสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพจึงได้จัดทำ โครงการบริหารยุทธศาสตร์และการขับเคลื่อนนโยบาย กรมอนามัยสู่การปฏิบัติ ปีงบประมาณ พ.ศ.2561ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อสนับสนุนการดำเนินการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ แผนปฏิบัติการ แผนคำของบประมาณ ของศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น และประสานชี้แจงการทำงานกับภาคีเครือข่าย 2. เพื่อถ่ายทอดนโยบาย วิสัยทัศน์ พันธกิจ แผนยุทธศาสตร์ ตัวชี้วัด และเป้าหมายการดำเนินงาน

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1.บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่นทุกระดับได้รับฟังการชี้แจงนโยบาย กรมอนามัย และของศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น จำนวน 306 คน 2.ผู้เข้าร่วมประชุมชี้แจงและบูรณาการการทำงานกับภาคีเครือข่ายของศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ปีงบประมาณ พ.ศ.2561 จำนวน 100 คน 3.แผนปฏิบัติการปีงบประมาณ พ.ศ.2562 ของศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่นที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ และยุทธศาสตร์กรมอนามัย จำนวน 1 ฉบับ 4.คำของบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ของศูนย์อนามัยที่ 7 : งบดำเนินงาน/งบรายจ่ายอื่น จำนวน 1 ชุด, งบลงทุน จำนวน 1 ชุด

วิธีการดำเนินงาน : 1. ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น พบบุคลากรทุกระดับเพื่อชี้แจงนโยบายและทิศทางการดำเนินงานของศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ปีงบประมาณ พ.ศ.2561 2. จัดประชุมชี้แจงและบูรณาการการทำงานกับภาคีเครือข่ายของศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ปีงบประมาณ พ.ศ.2561 3. จัดประชุมประสานแผนปฏิบัติการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2561 ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น 4.จัดประชุมชี้แจงการจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562 5.ประชุมนำเสนอแผนงาน/โครงการที่จะดำเนินการ ปีงบประมาณ พ.ศ.2562 5. การจัดทำคำของบประมาณประจำปี 2563

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น พบบุคลากรทุกระดับเพื่อชี้แจงนโยบายและทิศทางการดำเนินงานของศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ปีงบประมาณ พ.ศ.2561 1 ต.ค. 2560 - 31 ต.ค. 2560 10,710.00
2 ประชุมชี้แจงและบูรณาการการทำงานกับภาคีเครือข่ายของศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ปีงบประมาณ พ.ศ.2561 1 ต.ค. 2560 - 30 พ.ย. 2560 60,184.00
3 จัดประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินงาน และการจัดทำแผนปฏิบัติการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562 1 ก.ค. 2561 - 31 ส.ค. 2561 2,800.00
4 จัดทำคำของบประมาณ ปีงบประมาณ พ.ศ.2563 1 ก.ย. 2561 - 30 ก.ย. 2561 2,585.00
รวมเป็นเงิน 76,279.00
งบประมาณ : 76,279.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น มีแผนงาน/โครงการ การควบคุม กำกับ ของศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ประสบผลสำเร็จตามวิสัยทัศน์ พันธกิจ ของศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นายพีระยุทธ สานุกูล หัวหน้ากลุ่มขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และพัฒนากำลังคนฯ 2. นางธัญวลัย พิตรพิบูลโภคิน นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 3. นางอารุณลักษณ์ คงยัง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 4. นางประพิณทิพย์ ปักกุนนัน นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

ผู้เสนอโครงการ : นางธัญวลัย พิตรพิบูลโภคิน นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายพีระยุทธ สานุกูล หัวหน้ากลุ่มขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และพัฒนากำลังคนฯ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายประสิทธิ์ สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 15

ชื่อโครงการ : โครงการติดตามประเมินผลและสื่อสารประชาสัมพันธ์การปฏิบัติงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ปีงบประมาณ พ.ศ. 2561

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กลุ่ม HR
กรมอนามัย

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (74)25.1 พัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)
(74)25.1 พัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : การติดตามและประเมินผลเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหาร ซึ่งมีหลักการสําคัญ คือ การติดตามความก้าวหน้าในการปฏิบัติงานและประเมินผลความสําเร็จของงาน อันจะนําไปสู่การดําเนินการแก้ไขปรับปรุงร่วมกันให้บรรลุเป้าหมาย ดังนั้นการติดตามและประเมินผลจึงเป็นกระบวนการที่จําเป็นเพื่อให้ทราบประสิทธิภาพและประสิทธิผลของระบบงานต่างๆ ของหน่วยงานว่าอยู่ในระดับที่เหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันเพียงใด ซึ่งการติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่องย่อมทําให้ทราบปัญหาและความต้องการที่แท้จริงสามารถปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสมมากขึ้น นอกจากการติดตามประเมินผลแล้ว กลไลอีกอย่างที่จะทำให้การดำเนินงานของศูนย์ฯ ลงสู่ประชาชนได้ คือการสื่อสารประชาสัมพันธ์ ทั้ง ผลการดำเนิงานของศูนย์ฯ องค์ความรู้ต่างๆที่ศูนย์ฯ ได้ ศึกษาและผลิต เพื่อสร้างความตระหนักในการดูแลสุขภาพของตนเอง เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย “ประชาชนสุขภาพดี เจ้าหน้าที่มีความสุข ระบบสุขภาพยั่งยืน”

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อติดตามผลการดำเนินงานและผลักดันการดำเนินของศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด 2. เพื่อสื่อสารประชาสัมพันธ์การดำเนินงานของศูนย์ฯ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1.สรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่นปีงบประมาณ พ.ศ.2561 จำนวน 1 File 2.สื่อสารประชาสัมพันธ์การดำเนินงานของศูนย์ฯ ทุกกิจกรรม

วิธีการดำเนินงาน : 1. จัดตั้งคณะกรรมการวางแผนและติดตามประเมินผล (กวป.) และประชุมเพื่อติดตามการดำเนินงาน ปัญหาอุปสรรคและวางแผนแก้ไข 2. จัดประชุมเพื่อติดตามผลการดำเนินงาน รอบ 6 เดือนหรือ 9 เดือน 3. ดำเนินตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ 4. ผลิตสื่อในการประชาสัมพันธ์ผลงานของศูนย์ฯ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดประชุมนำเสนอแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562 1 มิ.ย. 2561 - 31 ส.ค. 2561 310,400.00
2 ร่วมประชุมติดตามผลการดำเนินงานกรมอนามัย รอบ 6 เดือนและ 12 เดือน 1 มี.ค. 2561 - 30 เม.ย. 2561 74,310.00
3 ร่วมประชุมเครือข่าย กพร. กรมอนามัย 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 23,360.00
4 จ้างเหมาทำคู่มือ กพร. 1 พ.ย. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 3,000.00
5 จัดประชุมชี้แจงตัวชี้วัด กพร. 1 พ.ย. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 1,750.00
6 รับการนิเทศจากกรมอนามัย 1 มี.ค. 2561 - 31 ส.ค. 2561 53,950.00
7 ร่วมนิเทศไขว้ 1 มี.ค. 2561 - 31 ส.ค. 2561 19,120.00
8 ร่วมตรวจราชการเขตสุขภาพที่ 7 1 มี.ค. 2561 - 31 ส.ค. 2561 135,520.00
9 ประชาสัมพันธ์การปฏิบัติงานศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 10,000.00
รวมเป็นเงิน 631,410.00
งบประมาณ : 631,410.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น สามารถติดตามและประเมินผลการดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องและสามารถนำผลการดำเนินงานไปใช้ในการจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปีในปีต่อไป

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นางอรพินท์ ภาคภูมิ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 2. นางสาวกันยารัตน์ สมบัติธีระ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ 3. นางสาวนภาพร หานะพันธ์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

ผู้เสนอโครงการ : นางอรพินท์ ภาคภูมิ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายพีระยุทธ สานุกูล หัวหน้ากลุ่มขับเคลือนยุทธศาสตร์ฯ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายประสิทธิ์ สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 16

ชื่อโครงการ : โครงการ KM & Research 2561

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 19. จำนวนงานวิจัย ผลงาน วิชาการ และนวัตกรรมที่ถูกนำไปใช้ประโยชน์
20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กลุ่ม KISS

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (71)24.1 พัฒนาระบบเฝ้าระวัง การจัดการความรู้ และนวัตกรรมด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในด้านการเมือง เศรษฐกิจ เทคโนโลยีฯลฯ มีการเปลี่ยนแปลงในอัตราเร่ง มีนวัตกรรมใหม่ๆ เกิดขึ้นและล้าสมัย ส่งผลต่อพฤติกรรมของประชาชนในหลายด้าน โดยเฉพาะพฤติกรรมที่ส่งผลต่อสุขภาพของประชาชน ซึ่งไม่ได้มีเพียงการเปลี่ยนแปลงของแนวโน้มของปัญหาทางสุขภาพอนามัยสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมเท่านั้นแต่ยังมีการเปลี่ยนแปลงของความต้องการในการพัฒนาในด้านต่างๆอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการแสวงหาแนวทางหรือทางเลือกใหม่ๆ ในการดูแลสุขภาพประชาชนให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นเร่งด่วนกรมอนามัยจึงเตรียมความพร้อมในการปฏิรูปการทำงาน โดยใช้การบริหารการเปลี่ยนแปลงเป็นเครื่องมือในการให้บุคลากรมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ได้ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว และมุ่งแสวงหาวิธีการใหม่ๆ เพื่อสนับสนุนและผลักดันให้บรรลุเป้าหมายสูงสุดของกรมอนามัยและกระทรวงสาธารณสุข ตามพันธกิจที่ได้รับมอบหมาย และเป็นโอกาสสำคัญในการปฏิรูปการดำเนินงานด้านสาธารณสุข เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนอย่างมีพลังจึงต้องอาศัยการดำเนินงานของทุกกลุ่มหน่วยงานแบบมีส่วนร่วม และระบบสนับสนุนการดำเนินงาน อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการศึกษาวิจัยเพื่อเสาะหาวิธีการใหม่ๆในการส่งเสริมสุขภาพและพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมให้กับประชาชนที่อยู่บนฐานความรู้ที่มีระบบระเบียบและเป็นหลักมาตรฐานสากล ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้เกิดการพัฒนางานในประเด็นเร่งด่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพ งานส่งเสริมการวิจัย กลุ่มขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และพัฒนากำลังคนด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ที่ผ่านมาได้ผลักดันและสนับสนุนให้บุคลากรศูนย์ฯผลิตผลงานวิจัยและงานวิชาการอย่างต่อเนื่อง เน้นการพัฒนาผลงานวิจัยให้มีคุณภาพและครอบคลุมปัญหาในพื้นที่ ด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมของเขตสุขภาพ ได้ผลสำเร็จในระดับที่น่าพึงพอใจ จึงเกิดแนวคิดในการเผยแพร่ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้งานวิชาการให้เกิดทั่วทั้งองค์กร เพื่อให้เกิดทั้งประสิทธิผลและคุณภาพ ครอบคลุมทั้งด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมนักวิจัยที่มีศักยภาพผลิตผลงานวิจัยอย่างต่อเนื่อง ตรงตามวิสัยทัศน์ ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น เป็นองค์กรหลักของเขตสุขภาพที่ 7 ในการอภิบาลระบบส่งเสริมสุขภาพ และอนามัยสิ่งแวดล้อม เพื่อสุขภาพประชาชน จึงได้จัดทำโครงการ KM& Research 2561 ขึ้น เพื่อการพัฒนางาน ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อไป

วัตถุประสงค์ : เพื่อบริหารจัดการให้ผลงานวิจัย วิชาการ นวัตกรรมด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมให้มีคุณภาพ มีการแลกเปลี่ยนถูกเผยแพร่ และนำไปใช้ประโยชน์

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1.ผลงานวิจัย วิชาการ นวัตกรรมบุคลากรศูนย์ฯถูกนำไปเผยแพร่เพื่อใช้ประโยชน์จำนวน 1 เรื่อง 2.จำนวนผลงานวิชาการที่ผ่านการคัดเลือกเพื่อนำเสนอเวทีภายนอกปีงบประมาณ 2561 จำนวน 7 เรื่อง 3.บุคลากรศูนย์ฯ ได้รับการพัฒนาศักยภาพนักวิจัย จำนวน 40 คน/เข้าร่วมเวที KM&Research ของศุนย์ฯ จำนวน 100 คน และกิจกรรม Like Talk ของศูนย์ฯ จำนวน 3 ครั้งๆละ 80 คน 4.เผยแพร่ผลงานวิชาการในวารสารศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น จำนวน 150 ฉบับ

วิธีการดำเนินงาน : 1.วิเคราะห์และจัดลำดับความสำคัญของโจทย์วิจัย 2. จัดประชุมพัฒนาศักยภาพนักวิจัย 3. ประชุมคณะกรรมการพัฒนาวิชาการ(กพว.) 4. ประชุมคณะทำงานจัดการความรู้(KM) 5.จัดทำวารสารศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น 6.ปรับปรุงและพัฒนาห้องสมุดศูนย์ฯ 7. ติดตามประเมินผลการนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ 8. ส่งบุคลากรนำเสนอผลงานและร่วมประชุมเวทีวิชาการ เวทีกรมอนามัย เขตสุขภาพ และกระทรวงสาธารณสุข 9. จัดเวที KM& Research 10. จัดทำรูปเล่มสรุปงาน KMประจำปี 11. ส่งบุคลากรเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการพัฒนาวิชาการ กรมอนามัย 12. จัดกิจกรรม Like Talk ศูนย์อนามัยที่ 7

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดทำวารสารศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น 1 ก.พ. 2561 - 31 ส.ค. 2561 67,900.00
2 ปรับปรุงและพัฒนาห้องสมุด 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 20,000.00
3 ส่งบุคลากรเข้าร่วมประชุมและนำเสนอผลงานผ่านเวทีการประกวดวิชาการ กรมอนามัย 1 มิ.ย. 2561 - 30 มิ.ย. 2561 80,700.00
4 ส่งบุคลากรเข้าร่วมประชุมและนำเสนอผลงานผ่านเวทีการประกวดวิชาการเขตสุขภาพ 1 ส.ค. 2561 - 31 ส.ค. 2561 29,620.00
5 ส่งบุคลากรเข้าร่วมประชุมและนำเสนอผลงานผ่านเวทีการประกวดวิชาการ กระทรวง 1 ส.ค. 2561 - 31 ส.ค. 2561 59,600.00
6 จัดเวที KM&Research 1 ก.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561 25,600.00
7 จัดทำรูปเล่มสรุป KM 1 ก.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561 13,000.00
รวมเป็นเงิน 296,420.00
งบประมาณ : 296,420.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. พัฒนาโครงร่างการวิจัย และผลงานวิชาการ 2. พัฒนาระบบส่งเสริม สนับสนุนและติดตามการศึกษาวิจัย 3. ส่งเสริมให้เกิดการเผยแพร่และนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นางทัศนีย์ รอดชมภู ตำแหน่งประธานคณะกรรมการพัฒนาวิชาการ 2. นางสาวจริยา อินทรรัศมี ตำแหน่ง ประธานคณะทำงานจัดการความรู้ 3. นางกรแก้ว ถิรพงษ์สวัสดิ์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 4. นางสาวจันทร์ธรา สมตัว ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

ผู้เสนอโครงการ : นางกรแก้ว ถิรพงษ์สวัสดิ์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายพีระยุทธ สานุกูล หัวหน้ากลุ่มขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ฯ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายประสิทธิ์ สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 17

ชื่อโครงการ : โครงการ KM & Research 2561

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กลุ่ม KISS

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (71)24.1 พัฒนาระบบเฝ้าระวัง การจัดการความรู้ และนวัตกรรมด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

แผนจัดสรรงบประมาณ :   2. แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

หลักการและเหตุผล : ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในด้านการเมือง เศรษฐกิจ เทคโนโลยีฯลฯ มีการ เปลี่ยนแปลงในอัตราเร่ง มีนวัตกรรมใหม่ๆ เกิดขึ้นและล้าสมัย ส่งผลต่อพฤติกรรมของประชาชนในหลายด้าน โดยเฉพาะพฤติกรรมที่ส่งผลต่อสุขภาพของประชาชน ซึ่งไม่ได้มีเพียงการเปลี่ยนแปลงของแนวโน้มของปัญหาทางสุขภาพอนามัยสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมเท่านั้นแต่ยังมีการเปลี่ยนแปลงของความต้องการในการพัฒนาในด้านต่างๆอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการแสวงหาแนวทางหรือทางเลือกใหม่ๆ ในการดูแลสุขภาพประชาชนให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นเร่งด่วนกรมอนามัยจึงเตรียมความพร้อมในการปฏิรูปการทำงาน โดยใช้การบริหารการเปลี่ยนแปลงเป็นเครื่องมือในการให้บุคลากรมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ได้ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว และมุ่ง แสวงหาวิธีการใหม่ๆ เพื่อสนับสนุนและผลักดันให้บรรลุเป้าหมายสูงสุดของกรมอนามัยและกระทรวงสาธารณสุข ตามพันธกิจที่ได้รับมอบหมาย และเป็นโอกาสสำคัญในการปฏิรูปการดำเนินงานด้านสาธารณสุข เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนอย่างมีพลังจึงต้องอาศัยการดำเนินงานของทุกกลุ่มหน่วยงานแบบมีส่วนร่วม และระบบสนับสนุนการดำเนินงาน อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการศึกษาวิจัยเพื่อเสาะหาวิธีการใหม่ๆในการส่งเสริมสุขภาพและพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมให้กับประชาชนที่อยู่บนฐานความรู้ที่มีระบบระเบียบและเป็นหลักมาตรฐานสากล ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้เกิดการพัฒนางานในประเด็นเร่งด่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพ งานส่งเสริมการวิจัย กลุ่มขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และพัฒนากำลังคนด้านส่งเสริมสุขภาพ และอนามัยสิ่งแวดล้อม ที่ผ่านมาได้ผลักดันและสนับสนุนให้บุคลากรศูนย์ฯผลิตผลงานวิจัยและงานวิชาการอย่างต่อเนื่อง เน้นการพัฒนาผลงานวิจัยให้มีคุณภาพและครอบคลุมปัญหาในพื้นที่ ด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมของเขตสุขภาพ ได้ผลสำเร็จในระดับที่น่าพึงพอใจ จึงเกิดแนวคิดในการเผยแพร่ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้งานวิชาการให้เกิดทั่วทั้งองค์กร เพื่อให้เกิดทั้งประสิทธิผลและคุณภาพ ครอบคลุมทั้งด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมนักวิจัยที่มีศักยภาพผลิตผลงานวิจัยอย่างต่อเนื่อง ตรงตามวิสัยทัศน์ ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น เป็นองค์กรหลักของเขตสุขภาพที่ 7 ในการอภิบาลระบบส่งเสริมสุขภาพ และอนามัยสิ่งแวดล้อม เพื่อสุขภาพประชาชน จึงได้จัดทำโครงการ KM& Research 2561 ขึ้น เพื่อการพัฒนางาน ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อไป

วัตถุประสงค์ : เพื่อบริหารจัดการให้ผลงานวิจัย วิชาการ นวัตกรรมด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมให้มีคุณภาพ มีการแลกเปลี่ยนถูกเผยแพร่ และนำไปใช้ประโยชน์

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1.ผลงานวิจัย วิชาการ นวัตกรรมบุคลากรศูนย์ฯถูกนำไปเผยแพร่เพื่อใช้ประโยชน์จำนวน 1 เรื่อง 2.จำนวนผลงานวิชาการที่ผ่านการคัดเลือกเพื่อนำเสนอเวทีภายนอกปีงบประมาณ 2561 จำนวน 7 เรื่อง 3.บุคลากรศูนย์ฯ ได้รับการพัฒนาศักยภาพนักวิจัย จำนวน 40 คน/เข้าร่วมเวที KM&Research ของศุนย์ฯ จำนวน 100 คน และกิจกรรม Like Talk ของศูนย์ฯ จำนวน 3 ครั้งๆละ 80 คน 4.เผยแพร่ผลงานวิชาการในวารสารศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น จำนวน 150 ฉบับ

วิธีการดำเนินงาน : 1.วิเคราะห์และจัดลำดับความสำคัญของโจทย์วิจัย 2. จัดประชุมพัฒนาศักยภาพนักวิจัย 3. ประชุมคณะกรรมการพัฒนาวิชาการ (กพว.) 4. ประชุมคณะทำงานจัดการความรู้ (KM) 5.จัดทำวารสารศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น 6.ปรับปรุงและพัฒนาห้องสมุดศูนย์ฯ 7. ติดตามประเมินผลการนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ 8. ส่งบุคลากรนำเสนอผลงานและร่วมประชุมเวทีวิชาการ เวทีกรมอนามัย เขตสุขภาพ และกระทรวงสาธารณสุข 9. จัดเวที KM& Research 10. จัดทำรูปเล่มสรุปงาน KMประจำปี 11. ส่งบุคลากรเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการพัฒนาวิชาการ กรมอนามัย 12. จัดกิจกรรม Like Talk ศูนย์อนามัยที่ 7

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ส่งบุคลากรเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการพัฒนาวิชาการ กรมอนามัย 1 ก.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561 15,000.00
2 จัดประกวดเรียงความเรื่อง Moph to Health 2 เม.ย. 2561 - 30 เม.ย. 2561 3,400.00
3 จัดประกวดเรียงความเรื่องคุรธรรม จริยธรรมและความโปร่งใส 1 พ.ค. 2561 - 31 พ.ค. 2561 3,400.00
4 จัดเวที Like Talk เรื่อง การสร้างสุขในองค์กร 1 มิ.ย. 2561 - 30 มิ.ย. 2561 8,200.00
รวมเป็นเงิน 30,000.00
งบประมาณ : 30,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 2 เม.ย. 2561 - 31 ก.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. พัฒนาโครงร่างการวิจัย และผลงานวิชาการ 2. พัฒนาระบบส่งเสริม สนับสนุนและติดตามการศึกษาวิจัย 3. ส่งเสริมให้เกิดการเผยแพร่และนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นางทัศนีย์ รอดชมภู ตำแหน่งประธานคณะกรรมการพัฒนาวิชาการ 2. นางสาวจริยา อินทรรัศมี ตำแหน่ง ประธานคณะทำงานจัดการความรู้ 3. นางกรแก้ว ถิรพงษ์สวัสดิ์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 4. นางสาวจันทร์ธรา สมตัว ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

ผู้เสนอโครงการ : นางกรแก้ว ถิรพงษ์สวัสดิ์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายพีระยุทธ สานุกูล หัวหน้ากลุ่มขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ฯ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายประสิทธิ์ สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 18

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากร ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ปีงบประมาณ 2561

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กลุ่ม HR

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (75)25.2 ยกระดับคุณภาพชีวิต การบริหารและพัฒนาบุคลากร

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : สืบเนื่องจากการปฏิรูประบบราชการตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนพ.ศ. 2551 ได้กำหนดแนวทางในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลตามมาตรา 72 บัญญัติให้ส่วนราชการมีหน้าที่เพิ่มพูนประสิทธิภาพและเสริมสร้างแรงจูงใจแก่ข้าราชการพลเรือนสามัญเพื่อให้ข้าราชการมีคุณธรรมจริยธรรมมีคุณภาพชีวิตที่ดีและกำลังใจในการปฏิบัติราชการให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของหน่วยงานและมีคำกล่าวไว้ว่า “การพัฒนาองค์กรคือการพัฒนาคน” (Organization Development is Human Resource Development) ภารกิจขององค์กรจะบรรลุได้นั้น ต้องเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของบุคลากรในองค์กร กล่าวคือ การพัฒนาบุคลากร จะเป็นปัจจัยส่งเสริมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงบุคลากรในเชิงพฤติกรรม จากการขาดความรู้ให้กลายเป็นมีความรู้เพิ่มขึ้น จากการขาดทักษะความเชี่ยวชาญให้กลายเป็นมีความเชี่ยวชาญ จากการขาดความเข้าใจให้กลายเป็นมีความเข้าใจ และจากทัศนคติในเชิงลบหรือไม่ดีให้กลายเป็นทัศนคติเชิงบวกหรือดีกว่าเดิม ซึ่งจะส่งผลให้บุคลากรเกิดความรู้ ทักษะ สมรรถนะ และทัศนคติที่ดีสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีความสุข และมีแรงจูงใจผลักดันภารกิจให้บรรลุเป้าหมายขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ได้ตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าวด้วยการพัฒนาบุคลากรเป็นหัวใจสำคัญประการหนึ่งในการพัฒนาองค์กรให้บรรลุเป้าหมายตามวิสัยทัศน์ พันธกิจ อย่างมีคุณภาพ จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากร ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ปีงบประมาณ 2561 ขึ้น เพื่อพัฒนาขีดสมรรถนะของบุคลากร ให้มีคุณภาพ ทั้งด้านความรู้ และทักษะที่จำเป็นในการทำงาน อันจะส่งผลให้การทำงานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนต่อไป

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อเพิ่มพูนองค์ความรู้ด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมแก่บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 7 อย่างต่อเนื่อง 2.เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจและสร้างความเชื่อมั่นในการปฏิบัติงานแก่บุคลากร 3. เพื่อพัฒนาสมรรถนะเตรียมความพร้อมบุคลากรศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น สู่ตำแหน่งที่สำคัญ 4. เพื่อให้บุคลากรสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ในการทำงานซึ่งจะเป็นผลดีต่อองค์กรและประชาชนต่อไป

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. บุคลากรศูนย์ฯ ได้รับการพัฒนาศักยภาพ เพิ่มพูนความรู้และทักษะ ผ่านการประชุมวิชาการของศูนย์ฯ จำนวน 4 ครั้งๆ ละ 100 คน 2. บุคลากรศูนย์ฯ ได้รับการพัฒนาสมรรถนะเพื่อเตรียมความพร้อมสู่ตำแหน่งที่สำคัญ : หลักสูตร ผบต. และ ผบก. หลักสูตรละ 2 คน 4. บุคลากรศูนย์ฯ ได้รับการอบรมระยะสั้นเพื่อพัฒนาขีดสมรรถนะเฉพาะทาง - หลักสูตร "นักบริหารอนามัยสิ่งแวดล้อมและการส่งเสริมสุขภาพ" จำนวน 2 คน - หลักสูตร "การเตรียมความพร้อมผู้นำการเปลี่ยนแปลงกรมอนามัย (OSOF) " จำนวน 2 คน - หลักสูตร "การอบรมผู้บริหารยุคใหม่ กรมอนามัย (NEGSOF)" จำนวน 2 คน 5. บุคลากรศูนย์ฯ ได้รับการพัฒนาเพื่อเตรียมความพร้อมสู่วัยเกษียน จำนวน 10 คน

วิธีการดำเนินงาน : 1. สำรวจ และวิเคราะห์ความต้องการพัฒนาฯ ของบุคลากรศูนย์ฯ 2. เสนอผลการวิเคราะห์ความต้องการพัฒนา ต่อคณะกรรมการ กบศ. 3. จัดทำแผนงาน/โครงการ ขออนุมัติดำเนินการพัฒนาศักยภาพบุคลากร 4. จัดประชุมวิชาการ/ประชุมเชิงปฏิบัติการภายใน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น 5. ส่งบุคลากรไปรับการพัฒนาสมรรถนะที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง 6. ส่งบุคลากรไปรับการพัฒนาสมรรถนะเพื่อเตรียมความพร้อมสู่ตำแหน่งที่สำคัญ (ผบต. และ ผบก.) 7. ส่งบุคลากรไปรับการพัฒนาเพื่อเตรียมความพร้อมสู่วัยเกษียณ 8. ประเมินผลหลังประชุมวิชาการทุกครั้ง 9. สรุปผลการดำเนินงาน

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดประชุมวิชาการ/ปฏิบัติการ โดยศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ดำเนินการจัดเอง 4 ครั้ง 6 พ.ย. 2560 - 18 พ.ค. 2561 30,428.00
2 ส่งข้าราชการไปรับการพัฒนาสมรรถนะเพื่อเตรียมความพร้อมสู่ตำแหน่งที่สำคัญ (บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น จำนวน 2 คน (หลักสูตร ผบต. และ ผบก. หลักสูตรละ 1 คน ) 1 เม.ย. 2561 - 31 ส.ค. 2561 70,960.00
3 ส่งข้าราชการไปรับการอบรมระยะสั้นเพื่อพัฒนาขีดสมรรถนะเฉพาะทาง1.หลักสูตร "นักบริหารอนามัยสิ่งแวดล้อมและการส่งเสริมสุขภาพ"2.หลักสูตร(OSOF)3. หลักสูตร(NEGSOF) 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 203,000.00
4 ส่งบุคลากรไปรับการพัฒนาเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนวัยเกษียณ 1 ก.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561 70,000.00
5 อบรมการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านคุณธรรม จริยธรรม 3 ม.ค. 2561 - 31 ธ.ค. 2560 70,780.00
6 อบรมหลักสูตรการพัฒนาเว็ปไซต์ด้วย WordPress และสร้าง Android แอปพลิเคชั่นโดยไม่ต้องเขียนโปรแกรม 1 ธ.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 34,600.00
7 ประกวด เว็ปไซต์ ด้วย WordPress และสร้าง Android แอปพลิเคชั่นโดยไม่ต้องเขียนโปรแกรม 1 พ.ค. 2561 - 31 พ.ค. 2561 8,900.00
8 การอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อเสริมสร้างศักยภาพบุคลากร 3 ก.พ. 2561 - 3 ก.พ. 2561 3,040.00
9 จัดอบรมหลักสูตร สร้างสุขด้วยสติในองค์กร สำหรับบุคลากรใหม่และบุคลากรที่ไม่ผ่านการอบรม 2 ก.ค. 2561 - 29 มิ.ย. 2561 12,400.00
10 จัดอบรมเรื่องการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านคุณธรรมจริยธรรม ณ สถาบันพลังจิตตานุภาพ สาขา 31 วัดศรีจันทร์ ตำบลในเมือง จ.ขอนแก่น 2 ก.ค. 2561 - 29 มิ.ย. 2561 17,600.00
รวมเป็นเงิน 521,708.00
งบประมาณ : 521,708.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ที่ได้รับการพัฒนาศักยภาพ มีความรู้และทักษะสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนางานที่รับผิดชอบได้อย่างมีคุณธรรมและมีคุณภาพยิ่งขึ้น

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นางนันทิราพร แถวไธสง ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 2. นางสุพิศ สมพิทักษ์ ตำแหน่ง นักทรัพยากรบุคคล 3. นางสาวณัฐนรี หีบแก้ว ตำแหน่ง นักประชาสัมพันธ์

ผู้เสนอโครงการ : นางนันทิราพร แถวไธสง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายพีระยุทธ สานุกูล หัวหน้ากลุ่มขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และพัฒนากำลังคนฯ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายประสิทธิ์ สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 19

ชื่อโครงการ : โครงการอบรมฟื้นฟูความรู้ เรื่อง การป้องกันอัคคีภัย ศูนย์อนามัยที่ 7 ปีงบประมาณ 2561

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กลุ่ม HR

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (74)25.1 พัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น มีบทบาทหน้าที่ในการพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพและพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 7 รวม 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดร้อยเอ็ด ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ทั้งนี้ ณ ที่ตั้งให้บริการส่งเสริมสุขภาพประชาชนทุกกลุ่มวัย มีพื้นที่ในการให้บริการประกอบด้วย อาคารสูง 6 ชั้น อาคารสำนักงาน บ้านพักเรือนไม้และตึกแถวซึ่งอาจเกิดอัคคีภัยได้และหากเกิดขึ้นแล้วจะทำให้มีความสูญเสียทรัพย์สินของทางราชการ และเป็นอันตรายต่อชีวิตของเจ้าหน้าที่ ผู้รับบริการ และชุมชนใกล้เคียง การเตรียมความพร้อมทั้งด้านความรู้และทักษะในการป้องกันอัคคีภัยแก่บุคลากร เป็นสิ่งสำคัญเมื่อเกิดเหตุจะได้ช่วยเหลือได้อย่างปลอดภัย หรือแก้ไขสถานการณ์ได้ทันท่วงที และอีกประการหนึ่งศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ได้ดำเนินงานโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ตามมาตรฐาน HA (Hospital Accreditation) ซึ่งมีเรื่องการจัดการสิ่งแวดล้อมเพื่อความปลอดภัยเป็นองค์ประกอบหนึ่งในการรับรองมาตรฐานโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ที่ผ่านมา ศูนย์ฯ ได้จัดอบรมการป้องกันอัคคีภัย อย่างต่อเนื่องทุกปีๆ ละ 1 ครั้ง บุคลากรศูนย์ฯ ทุกระดับ ได้รับการอบรมครอบคลุม ร้อยละ 80 ของบุคลากรทั้งองค์กร ถึงอย่างไรก็ตามบุคลากรศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น มีการเกษียณอายุราชการและมีบุคลากรใหม่เข้ามาทำงานทุกปี ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะฟื้นฟูความรู้และทักษะดังกล่าวอย่างต่อเนื่องทุกปี ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าวจึงได้จัดทำโครงการอบรมฟื้นฟูความรู้ เรื่องการป้องกันอัคคีภัย ศูนย์อนามัยที่ 7 ปีงบประมาณ 2561 เพื่อฟื้นฟู ความรู้ และสร้างความตระหนักในการป้องกันอัคคีภัย รวมถึง การเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย และการขนย้ายสิ่งของเมื่อเกิดอัคคีภัยได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมตามแผนอพยพหนีไฟของศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อเพิ่มพูนความรู้ เรื่อง การป้องกันอัคคีภัย แก่บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 7 2. เพื่อพัฒนาทักษะในการดูแลและใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ดับเพลิง ได้อย่างถูกต้อง 3. เพื่อกระตุ้นจิตสำนึก และเสริมสร้างความตระหนักในการป้องกันอัคคีภัยแก่บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 7

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
บุคลากรศูนย์ฯ ได้รับการอบรมฟื้นฟูความรู้ เรื่อง การป้องกันอัคคีภัย จำนวน 300 คน

วิธีการดำเนินงาน : 1. จัดทำโครงการเพื่อขออนุมัติดำเนินการ 2. ประชาสัมพันธ์โครงและประสาน กลุ่ม/หน่วย/งาน ภายในศูนย์อนามัยที่ 7 เพื่อคัดเลือกผู้เข้ารับการอบรมฯ 3. ประสานวิทยากรและกลุ่มเป้าหมาย เตรียมสถานที่ โสตทัศนูปกรณ์ และอุปกรณ์ในการฝึกอบรมฯ 4. จัดเตรียมเอกสารประกอบการอบรมฯ 5. จัดอบรมการฟื้นฟูความรู้การป้องกันอัคคีภัย กิจกรรมประกอบด้วย - การบรรยายให้ความรู้ หลักและทฤษฎีการใช้อุปกรณ์เครื่องมือในการดับเพลิง ด้วยเครื่องดับเพลิงประเภทต่างๆ - สาธิต /ฝึกปฏิบัติ เรื่อง การค้นหา ช่วยเหลือเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย และ การขนย้ายสิ่งของเมื่อเกิดอัคคีภัยตามแผนอพยพหนีไฟของศูนย์อนามัยที่ 7 6. ประเมินผลความพึงพอใจต่อกระบวนการฝึกอบรม หลังการอบรมทันที 7. สรุปผลการอบรม

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดอบรมฟื้นฟูความรู้ เรื่อง การป้องกันอัคคีภัย ศูนย์อนามัยที่ 7ปีงบประมาณ 2561 17 พ.ค. 2561 - 18 พ.ค. 2561 43,040.00
รวมเป็นเงิน 43,040.00
งบประมาณ : 43,040.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 17 พ.ค. 2561 - 18 พ.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 7 มีความรู้และทักษะในการป้องกันอัคคีภัย และสามารถนำความรู้มาใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหารวมทั้งให้การช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุอัคคีภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นายพีระยุทธ สานุกูล นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ 2. นางนันทิราพร แถวไธสง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 3. นางสุพิศ สมพิทักษ์ นักทรัพยากรบุคคล 4. นางสาวณัฐนรี หีบแก้ว นักประชาสัมพันธ์ 5. คณะทำงาน Healthy Work Place

ผู้เสนอโครงการ : นางนันทิราพร แถวไธสง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายพีระยุทธ สานุกูล รองผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายประสิทธิ์ สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 20

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศและเฝ้าระวังด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ปีงบประมาณ พ.ศ. 2561

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 19. จำนวนงานวิจัย ผลงาน วิชาการ และนวัตกรรมที่ถูกนำไปใช้ประโยชน์

cluster : กลุ่ม KISS

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (71)24.1 พัฒนาระบบเฝ้าระวัง การจัดการความรู้ และนวัตกรรมด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

แผนจัดสรรงบประมาณ :   2. แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

หลักการและเหตุผล : ปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพของประเทศมีสาเหตุมาจากประชาชนมีพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่เหมาะสม ทั้งในระดับบุคคล ครอบครัวและชุมชน ดังนั้นการมีข้อมูลพฤติกรรมสุขภาพและปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพประชาชนที่ปรากฏแต่ละช่วงเวลา จะทำให้เห็นถึงสถานการณ์และแนวโน้มของปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต และจะมีประโยชน์ต่อการกำหนดกลยุทธ์/แนวทางในการป้องกันหรือยับยั้งปัญหาไม่ให้ขยายขอบเขตและทวีความรุนแรงจนยากที่จะแก้ไขได้ ดังนั้นเพื่อให้ทราบถึงภาวะสุขภาพของประชาชนและประสิทธิภาพการดำเนินงานในการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ศูนย์อนามัยที่ 7 จึงได้วางแผนในการพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศและเฝ้าระวังด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมขึ้น เพื่อเป็นเครื่องมือในการนำมาใช้ รวบรวม ค้นหา เฝ้าติดตามสถานการณ์ด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม นำข้อมูลมาวิเคราะห์อย่างเป็นระบบและจัดทำเป็นข้อมูลสารสนเทศ เพื่อนำไปบริหารจัดการการดำเนินงานด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม พัฒนาพฤติกรรมสุขภาพประชาชนที่มีประสิทธิภาพ สามารถส่งเสริมให้ประชาชนให้มีความรู้และมีพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้อง ตลอดจนดูแลสุขภาพตนเอง ครอบครัว และชุมชนได้อย่างเหมาะสม

วัตถุประสงค์ : เพื่อพัฒนาและปรับปรุงระบบข้อมูลสารสนเทศเพื่อการเฝ้าระวังด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
ระบบข้อมูลสารสนเทศเพื่อการเฝ้าระวังด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม จำนวน 1 ระบบ

วิธีการดำเนินงาน : 1. วางแผนการพัฒนาระบบเฝ้าระวัง 2. ศึกษารายละเอียดของข้อมูล เทคโนโลยีในการบริหารจัดการข้อมูล และการบริหารจัดการระบบข้อมูล 4. สำรวจและรวบรวมข้อมูล 5. พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศและระบบเฝ้าระวัง 6. ติดตามผลงานดำเนินงานของจังหวัดจากการตรวจราชการและนิเทศงานเขตสุขภาพที่ 7 7. พัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดทำคู่มือการใช้งานระบบ Intranet /เฝ้าระบบวัง ศูนย์ฯ 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 2,000.00
2 พัฒนาศักยภาพบุคลากร ในการใช้ระบบ intranet/เฝ้าระวัง ของศูนย์ฯ 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 19,000.00
3 พัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 9,000.00
รวมเป็นเงิน 30,000.00
งบประมาณ : 30,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : ทราบสถานการณ์และแนวโน้มข้อมูลสุขภาพของประชาชนและสถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อใช้กำหนด กลยุทธ์ในการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นางอรพินท์ ภาคภูมิ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 2. นางสาวกันยารัตน์ สมบัติธีระ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ 3. นางสาวนภาพร หานะพันธ์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

ผู้เสนอโครงการ : นางอรพินท์ ภาคภูมิ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายพีระยุทธ สานุกูล หัวหน้ากลุ่มขับเคลือนยุทธศาสตร์ฯ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายประสิทธิ์ สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 21

ชื่อโครงการ : โครงการบริหารจัดการหน่วยงานค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ์

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 21. คะแนนการประเมินระดับคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน ตามระบบ ITA โดย ปปท.

cluster : กรมอนามัย

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (79)25.6 การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ

แผนจัดสรรงบประมาณ :   10. แผนงานบุคลากรภาครัฐ

หลักการและเหตุผล :

วัตถุประสงค์ : เพื่อบริหารจัดการค่าใช้จ่ายสำหรับบุคลากรของศูนย์ตามสิทธิ์

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
หน่วยงานมีการบิหารจัดการขั้นต่ำตามสิทธิอย่างมีประสิทธิภาพ 1 หน่วยงาน

วิธีการดำเนินงาน :

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ค่าตอบแทนแพทย์ไม่ทำเวชปฏิบัติ 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 790,000.00
2 ค่าตอบแทน พ.ต.ส. 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 2,731,505.00
3 สมทบประกันสังคมพนักงานราชการ 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 160,691.00
รวมเป็นเงิน 3,682,196.00
งบประมาณ : 3,682,196.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ :

ผู้รับผิดชอบโครงการ :

ผู้เสนอโครงการ :

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ :

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ :

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 22

ชื่อโครงการ : โครงการบริหารจัดการของหน่วยงานตามแผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กรมอนามัย

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (78)25.5 การบริหารจัดการหน่วยงาน

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล :

วัตถุประสงค์ : เพื่อสนับสนุนกิจกรรมดำเนินงานและระบบบริหารจัดการของหน่วยงาน

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่นบริหารจัดการ การดำเนินงานของศูนย์ฯ ให้บรรลุตามเป้าหมาย 1 หน่วยงาน

วิธีการดำเนินงาน :

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมประชุม/อบรม/สัมมนาของเจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ (แผนเสริม) 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 116,405.93
2 ค่าสาธารณูปโภค 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 996,257.13
3 ค่าจ้างเหมาบริการ 1 มี.ค. 2561 - 31 มี.ค. 2561 407,522.44
4 ค่าวัสดุ 1 มี.ค. 2561 - 31 มี.ค. 2561 453,088.50
รวมเป็นเงิน 1,973,274.00
งบประมาณ : 1,973,274.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ :

ผู้รับผิดชอบโครงการ :

ผู้เสนอโครงการ :

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ :

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ :

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 23

ชื่อโครงการ : โครงการบริหารจัดการของหน่วยงานตามแผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)
21. คะแนนการประเมินระดับคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน ตามระบบ ITA โดย ปปท.

cluster : กรมอนามัย

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (78)25.5 การบริหารจัดการหน่วยงาน

แผนจัดสรรงบประมาณ :   2. แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

หลักการและเหตุผล :

วัตถุประสงค์ : เพื่อสนับสนุนกิจกรรมดำเนินงานและระบบบริหารจัดการของหน่วยงาน

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่นบริหารจัดการ การดำเนินงานของศูนย์ฯ ให้บรรลุตามเป้าหมาย 1 หน่วยงาน

วิธีการดำเนินงาน :

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมประชุม/อบรม/สัมมนาของเจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ (แผนเสริม) 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 329,318.05
2 ค่าสาธารณูปโภค 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 1,453,299.04
3 ค่าจ้างเหมาบริการ 1 ก.พ. 2561 - 28 ก.พ. 2561 1,082,849.80
4 ค่าวัสดุ 1 ก.พ. 2561 - 30 ก.ย. 2561 45,792.11
รวมเป็นเงิน 2,911,259.00
งบประมาณ : 2,911,259.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ :

ผู้รับผิดชอบโครงการ :

ผู้เสนอโครงการ :

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ :

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ :

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 24

ชื่อโครงการ : โครงการบริหารจัดการของหน่วยงานตามแผนงานบูรณาการบริหารจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)
21. คะแนนการประเมินระดับคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน ตามระบบ ITA โดย ปปท.

cluster : กลุ่ม FIN
กรมอนามัย

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (78)25.5 การบริหารจัดการหน่วยงาน
(78)25.5 การบริหารจัดการหน่วยงาน

แผนจัดสรรงบประมาณ :   3. แผนงานบูรณาการบริหารจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม

หลักการและเหตุผล :

วัตถุประสงค์ : เพื่อสนับสนุนกิจกรรมดำเนินงานและระบบบริหารจัดการของหน่วยงาน

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่นบริหารจัดการ การดำเนินงานของศูนย์ฯ ให้บรรลุตามเป้าหมาย 1 หน่วยงาน

วิธีการดำเนินงาน :

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมประชุม/อบรม/สัมมนาของเจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ (แผนเสริม) 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 783,889.00
2 ค่าวัสดุ 25 มิ.ย. 2561 - 30 ก.ย. 2561 19,745.00
รวมเป็นเงิน 803,634.00
งบประมาณ : 803,634.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ :

ผู้รับผิดชอบโครงการ :

ผู้เสนอโครงการ :

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ :

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ :

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 25

ชื่อโครงการ : โครงการบริหารจัดการของหน่วยงานตามแผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)
21. คะแนนการประเมินระดับคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน ตามระบบ ITA โดย ปปท.

cluster : กลุ่ม FIN
กรมอนามัย

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (78)25.5 การบริหารจัดการหน่วยงาน
(78)25.5 การบริหารจัดการหน่วยงาน

แผนจัดสรรงบประมาณ :   4. แผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ

หลักการและเหตุผล :

วัตถุประสงค์ : เพื่อสนับสนุนกิจกรรมดำเนินงานและระบบบริหารจัดการของหน่วยงาน

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่นบริหารจัดการ การดำเนินงานของศูนย์ฯ ให้บรรลุตามเป้าหมาย 1 หน่วยงาน

วิธีการดำเนินงาน :

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมประชุม/อบรม/สัมมนาของเจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ (แผนเสริม) 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 121,767.26
2 ค่าวัสดุ 26 มิ.ย. 2561 - 30 ก.ย. 2561 39,702.74
รวมเป็นเงิน 161,470.00
งบประมาณ : 161,470.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ :

ผู้รับผิดชอบโครงการ :

ผู้เสนอโครงการ :

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ :

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ :

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 26

ชื่อโครงการ : โครงการบริหารจัดการหน่วยงานตามแผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาด้านสาธารณสุขและสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)
21. คะแนนการประเมินระดับคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน ตามระบบ ITA โดย ปปท.

cluster : กรมอนามัย

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (78)25.5 การบริหารจัดการหน่วยงาน

แผนจัดสรรงบประมาณ :   7. แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาด้านสาธารณสุขและสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก

หลักการและเหตุผล :

วัตถุประสงค์ : เพื่อสนับสนุนกิจกรรมดำเนินงานและระบบบริหารจัดการของหน่วยงาน

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่นบริหารจัดการ การดำเนินงานของศูนย์ฯ ให้บรรลุตามเป้าหมาย 1 หน่วยงาน

วิธีการดำเนินงาน :

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมประชุม/อบรม/สัมมนาของเจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ (แผนเสริม) 1 ต.ค. 2560 - 31 ต.ค. 2560 78,660.00
2 ค่าสาธารณูปโภค 26 มิ.ย. 2561 - 30 ก.ย. 2561 54,990.63
3 ค่าวัสดุ 25 มิ.ย. 2561 - 30 ก.ย. 2561 70,000.37
รวมเป็นเงิน 203,651.00
งบประมาณ : 203,651.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ :

ผู้รับผิดชอบโครงการ :

ผู้เสนอโครงการ :

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ :

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ :

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 27

ชื่อโครงการ : การจัดซื้อนมผงเพื่อป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี จากแม่สู่ลูก

ยุทธศาสตร์ : 3. อภิบาลระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 18. ร้อยละความพึงพอใจของภาคีเครือข่ายภาครัฐที่นำสินค้าและบริการ (Product Champion) ของกรมอนามัยไปใช้

cluster : กรมอนามัย

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (72)24.2 พัฒนาและขับเคลื่อนกฎหมาย นโยบาย และยุทธศาสตร์ด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

แผนจัดสรรงบประมาณ :   11. แผนงานพื้นฐานด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคน

หลักการและเหตุผล : เพื่อจัดให้เด็กที่มีแม่ติดเชื้อเอชไอวี

วัตถุประสงค์ :

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :

วิธีการดำเนินงาน :

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 เพื่อใช้ในการดำเนินงานจัดซื้อนมผง 2 พ.ย. 2560 - 30 ก.ย. 2561 499,950.00
รวมเป็นเงิน 499,950.00
งบประมาณ : 499,950.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 2 พ.ย. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ :

ผู้รับผิดชอบโครงการ :

ผู้เสนอโครงการ :

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ :

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ :

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 28

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาการดำเนินงานระบบการดูแลส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาว (Long Term Care)แบบบูรณาการศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่นปีงบประมาณ 2561

ยุทธศาสตร์ : 1.5 ส่งเสริมผู้สูงอายุไทยเพื่อเป็นหลักชัยของสังคม

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 13. อายุคาดเฉลี่ยของการมีสุขภาพ (Health-Adjusted Life Expectancy : HALE)

cluster : กลุ่มผู้สูงอายุ

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (46)15.1 ทบทวนสถานการณ์ และ พัฒนาศักยภาพบุคลากรในการส่งเสริมสุขภาพสุขภาพผู้สูงอายุ ทุกระดับ ส่วนกลางเขต จังหวัด อำเภอ ตำบล

แผนจัดสรรงบประมาณ :   2. แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

หลักการและเหตุผล : ผู้สูงอายุ หมายถึง ผู้ที่มีอายุ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป จากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า ประเทศไทยมีจำนวนและสัดส่วนของผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง โดยในปี 2550 มีจำนวนผู้สูงอายุคิดเป็นร้อยละ 10.7 ของประชากรทั้งประเทศและเพิ่มขึ้นเป็น ร้อยละ 11.7และ 15.4 ในปี 2553 และ 2557 ตามลำดับ โดยด้านสุขภาพพบว่า มีผู้สูงอายุเพียงร้อยละ 5 ที่แข็งแรง นอกนั้นมีความเจ็บป่วยด้วยโรคและปัญหาสุขภาพ อาทิ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน ข้อเข่าเสื่อม โรคซึมเศร้า พิการและติดเตียง ผู้สูงอายุในชุมชนได้รับการดูแลโดยการเยี่ยมบ้านของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขแต่ยังไม่เพียงพอกับความต้องการของผู้สูงอายุและญาติโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้สูงอายุที่ติดบ้านติดเตียงหรือผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิงที่ต้องการความช่วยเหลือและการดูแลจากบุคลากรสาธารณสุขมาก ปัจจุบันการเยี่ยมบ้านแต่ละครั้งมีเวลาน้อยอีกทั้งยังขาดแคลนบุคลากรในการบริหารจัดการการดูแลผู้สูงอายุในชุมชนที่มีประสิทธิภาพ รัฐบาล โดยกระทรวงสาธารณสุข ได้ประกาศให้การสร้างเสริมสุขภาวะสำหรับผู้สูงอายุและผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิง เป็นนโยบายสำคัญเร่งด่วน โดยกำหนดกิจกรรม การคัดกรองเพื่อจำแนกกลุ่มผู้สูงอายุตามภาวะพึ่งพิง และการผลิต ผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) และ ผู้ดูแลผู้สูงอายุ(Care Giver)อย่างพอเพียง เพื่อมุ่งเน้นให้การช่วยดูแลผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิงและผู้ป่วยสูงอายุระยะสุดท้ายได้รับการดูแลอย่างมีคุณภาพ กลไกขับเคลื่อนการดำเนินงานในชุมชนที่สำคัญคือ การสร้างและพัฒนา ผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager)ให้ครอบคลุมพื้นที่ตำบลที่มีระบบการส่งเสริมดูแลผู้สูงอายุระยะยาว(Long Term Care) ในชุมชน ทุกจังหวัดเพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบบริการดูแลผู้สูงอายุที่ต้องการพึ่งพิงด้านสุขภาพให้เป็นรูปธรรม ต่อเนื่องและยั่งยืน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น กรมอนามัย ตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว จึงจัดทำโครงการพัฒนาการดำเนินงานระบบการดูแลส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาว (Long Term Care)แบบบูรณาการ ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่นปีงบประมาณ 2561 ขึ้น เพื่อสนับสนุนและพัฒนาการดำเนินงานแบบบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน การพัฒนาศักยภาพบุคลากรที่เกี่ยวข้องให้มีความรู้ความเข้าใจและมีทักษะในการดูแลผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการถอดบทเรียนและแลกเปลี่ยนรู้กระบวนการบริหารจัดการการดำเนินงานภายใต้กรอบกิจกรรมสำคัญของเทคนิคการจัดการค่ากลางและปัจจัยที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ตำบลที่มีระบบการส่งเสริมสุขภาพดูแลผู้สูงอายุระยะยาว(Long Term Care) ต้นแบบ เพื่อนำไปขยายผลในการพัฒนาระบบการส่งเสริมสุขภาพดูแลผู้สูงอายุระยะยาวในพื้นที่อื่นๆ ได้ อันจะส่งผลให้ผู้สูงอายุในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 7มีสุขภาพดีทั้งกายและใจ มีคุณภาพชีวิตที่ดีและสามารถดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุขต่อไป

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) 2. เพื่อให้ผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิงและผู้ป่วยสูงอายุระยะสุดท้าย ได้รับการดูแลที่ดีอยู่ในสังคมอย่างมีศักดิ์ศรี 3. เพื่อให้ผู้สูงอายุเข้าถึงบริการสุขภาพอย่างเท่าเทียมกัน ได้รับความคุ้มครองให้ปลอดภัยและมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์และมีคุณภาพชีวิตที่ดี 4. เพื่อศึกษากระบวนการดำเนินงานและปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อการพัฒนาระบบการส่งเสริมสุขภาพดูแลผู้สูงอายุระยะยาว (Long Term Care) ในตำบลต้นแบบ 5. เพื่อเผยแพร่นวัตกรรม รูปแบบระบบการดูแลส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาวในตำบลต้นแบบให้ภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง นำไปเรียนรู้และประยุกต์ใช้ในพื้นที่ที่รับผิดชอบได้

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. จำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80 2. ระดับความพึงพอใจของกลุ่มเป้าหมายต่อกิจกรรม ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80 3. การมีส่วนร่วมในกิจกรรมและการดำเนินงานตามแผน 4 จังหวัด

วิธีการดำเนินงาน : 1 จัดอบรมการใช้โปรแกรมการขึ้นทะเบียน Care Manager Care Giver และการใช้โปรแกรม Care Plan กลุ่มเป้าหมายCare Manager เขตสุขภาพที่ 7 จำนวน 641 คน 2. จัดประชุมถอดบทเรียนและแลกเปลี่ยนเรียนรู้การพัฒนาการดำเนินงานระบบการส่งเสริมสุขภาพดูแลผู้สูงอายุระยะยาว (Long Term Care) 3. จัดการฝึกอบรมหลักสูตรผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) โดยใช้หลักสูตรของกรมอนามัย 70 ชั่วโมง

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดอบรมการใช้โปรแกรมการขึ้นทะเบียน Care Manager Care Giver และการใช้โปรแกรม Care Plan 21 มี.ค. 2561 - 29 มี.ค. 2561 186,886.00
2 จัดประชุมถอดบทเรียนและแลกเปลี่ยนเรียนรู้การพัฒนาการดำเนินงานระบบการส่งเสริมสุขภาพดูแลผู้สูงอายุระยะยาว (Long Term Care) 26 มี.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561 83,940.00
3 การจัดอบรมผู้จัดการดูแลผู้สูงอายุ CM 30 เม.ย. 2561 - 11 พ.ค. 2561 599,173.00
รวมเป็นเงิน 869,999.00
งบประมาณ : 869,999.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 21 มี.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. ผู้ผ่านการอบรมมีความรู้ความเข้าใจมีทักษะในการใช้โปรแกรมการขึ้นทะเบียน Care ManagerCare Giver และ โปรแกรม Care Plan ได้อย่างมีคุณภาพ 2. ผู้ผ่านการอบรมมีความรู้ความเข้าใจมีทักษะในการบริหารจัดการดูแลผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิงในชุมชน ผู้สูงอายุสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ 3. สรุปการถอดบทเรียนการพัฒนาระบบการส่งเสริมสุขภาพดูแลผู้สูงอายุระยะยาว ที่ได้เรียนรู้จากพื้นที่ต้นแบบ สามารถนำไปถ่ายทอด เผยแพร่ผ่านสื่อและนำไปสู่การเรียนรู้ กับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อปรับประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาและบริบทของพื้นที่อื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลมากยิ่งขึ้นต่อไป

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นางไพจิตร วรรณจักร์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 2.นางสาวชญานิศ เขียวสด ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 3. นางสดุดี ภูห้องไสย ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 4. นางอโนทัย ฝ้ายขาว ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 5. นางสาวปาริชาติ ชนะหาญ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ

ผู้เสนอโครงการ : นางสาวชญานิศ เขียวสด ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางไพจิตร วรรณจักร์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายประสิทธิ์ สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 29

ชื่อโครงการ : กิจกรรมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การดำเนินงานและการทัศนศึกษาดูงาน ด้านสุขศึกษากับแผนกสาธารณสุขนครหลวงเวียงจันทร์

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กลุ่ม HR

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (78)25.5 การบริหารจัดการหน่วยงาน

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : ตามหนังสือที่ 0293 / สท.มว ลงวันที่ 16 มีนาคม 2561 เรื่องขอไปทัศนศึกษาเรียนรู้แลกเปลี่ยนบทบาทเกี่ยวกับหน้าที่งานสุขศึกษา โดยแผนกสาธารณสุขนครหลวงเวียงจันทร์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มีกำหนดวันที่ 3 เมษายน 2561 เวลา 10.30 -16.00 น.

วัตถุประสงค์ : เพื่อศึกษาดูงานสุขศึกษา

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :

วิธีการดำเนินงาน :

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดประชุมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การดำเนินงาน และทัศนศึกษาดูงานด้านสุขศึกษากับแผนกนครหลวงเวียงจันทร์ สปป.ลาว 3 เม.ย. 2561 - 3 เม.ย. 2561 13,690.00
รวมเป็นเงิน 13,690.00
งบประมาณ : 13,690.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 3 เม.ย. 2561 - 3 เม.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ :

ผู้รับผิดชอบโครงการ :

ผู้เสนอโครงการ :

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ :

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ :

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 30

ชื่อโครงการ : โครงการสัมมนาและศึกษาดูงานการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุประจำปี 2561

ยุทธศาสตร์ : 1.5 ส่งเสริมผู้สูงอายุไทยเพื่อเป็นหลักชัยของสังคม

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 13. อายุคาดเฉลี่ยของการมีสุขภาพ (Health-Adjusted Life Expectancy : HALE)

cluster : กลุ่มผู้สูงอายุ

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (46)15.1 ทบทวนสถานการณ์ และ พัฒนาศักยภาพบุคลากรในการส่งเสริมสุขภาพสุขภาพผู้สูงอายุ ทุกระดับ ส่วนกลางเขต จังหวัด อำเภอ ตำบล

แผนจัดสรรงบประมาณ :   2. แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

หลักการและเหตุผล : ปัจจุบันประเทศไทยก้าวสู่ "สังคมผู้สูงอายุ" (Aging society) ในปี 2560 ประชากรที่อายุ 60 ปีขึ้นไปมีมากถึง 10 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 16.5 ของประชากรทั้งประเทศ นับว่าเป็นประเทศที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุมากเป็นอันดับ 2 ของประเทศในกลุ่มอาเซียนในขณะเดียวกันปัญหาสุขภาพของผู้สูงอายุพบว่า ผู้สูงอายุมีการเจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน และโรคข้อเข่าเสื่อม คิดเป็นร้อยละ 41 ร้อยละ 18 และร้อยละ 9 ตามลำดับ นอกจากนี้ยังพบว่ามีผู้สูงอายุกลุ่มติดบ้านติดเตียง ร้อยละ 21 ซึ่งเป็นกลุ่มที่อยู่ในภาวะพึ่งพิง บางรายมีอาการเจ็บป่วยและความพิการร่วมด้วย ความสามารถในการเคลื่อนไหวและการช่วยเหลือตนเองลดลง ส่งผลทำให้เกิดปัญหาทางด้านร่างกาย จิตใจและสังคมของผู้สูงอายุ จากปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการเกิดเป็นค่าใช้จ่ายของภาครัฐที่ต้องดำเนินการเพื่อจัดการบริการในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุตั้งแต่นโยบายสนับสนุนการดูแลระยะยาว การสร้างระบบบริการแบบประคับประคอง การพัฒนาบุคลากรหรืออาสาสมัครในชุมชนเพื่อรองรับการดูแลผู้สูงอายุในระยะยาวในสังคมไทยต่อไป ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น เล็งเห็นความสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุโดยเฉพาะอย่างยิ่งการป้องกันผู้สูงอายุกลุ่มติดสังคมไม่ให้เป็นกลุ่มติดบ้านหรือติดเตียงเพิ่มขึ้น จึงได้จัดทำโครงการสัมมนาและศึกษาดูงานการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุประจำปี 2561 ขึ้น

วัตถุประสงค์ : 1.เพื่อเตรียมความพร้อมด้านการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุแบบองค์รวมแก่บุคลากรกรมอนามัยก่อนเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging society) 2.เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาฯมีความรู้และทักษะในการจัดการตนเองให้เป็นผู้สูงอายุที่มีคุณค่า ช่วยเหลือตนเองและสังคมได้ 3.เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาฯมีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับหน่วยงานต้นแบบด้านการเสริมสร้างสุขภาพผู้สูงอายุ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1.จำนวนผู้เข้าร่วมสัมมนาฯไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเป้าหมาย 2.ความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมสัมมนาฯต่อการดำเนินงานโครงการสัมมนาและศึกษาดูงานการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุโดยภาพรวม ในระดับ มาก-มากที่สุด ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80

วิธีการดำเนินงาน : ขั้นเตรียมการดำเนินการ 1. จัดทำแผนงานโครงการสัมมนาและศึกษาดูงานการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ ประจำปี 2561 2.แต่งตั้งคณะทำงาน 3. ประชุมคณะทำงานเพื่อชี้แจงวัตถุประสงค์และวางแผนการดำเนินงานสัมมนาและศึกษาดูงานการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ ประจำปี 2561 4. จัดประชุมเตรียมงานของคณะกรรมการแต่ละชุด 5. ประสานงานกลุ่มเป้าหมาย 6. ประสานงานและจัดเตรียมที่พัก สถานที่จัดสัมมนาฯ สถานที่ศึกษาดูงานและวิทยากร 7. ประสานงานและจัดเตรียมพาหนะ โสต สื่อ และทัศนูปกรณ์ 8. ประสานงานและจัดเตรียมอาหารว่างและเครื่องดื่ม อาหารกลางวัน และอาหารเย็น ขั้นดำเนินการ 1. ดำเนินการจัดสัมมนาให้ความรู้โดยการบรรยาย/อภิปราย 2. ศึกษาดูงานการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุในองค์กร/หน่วยงาน/ชุมชน ในพื้นที่จังหวัดนครพนม การประเมินผลการ 1. การติดตามและประเมินผล ด้วยการใช้แบบประเมินและ After Action Review (AAR) 2. สรุปผลรายงานการจัดสัมมนาและศึกษาดูงานการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ ประจำปี 2561

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดสัมมนาให้ความรู้โดยการบรรยาย/อภิปราย และ ศึกษาดูงานการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ ในองค์กร/หน่วยงาน/ชุมชน ในพื้นที่จังหวัดนครพนม 21 ส.ค. 2561 - 23 ส.ค. 2561 773,000.00
รวมเป็นเงิน 773,000.00
งบประมาณ : 773,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 21 ส.ค. 2561 - 23 ส.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : บุคลากรของกรมอนามัยมีความรู้ ความเข้าใจ ในการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุแบบองค์รวม มีทักษะในการจัดการตนเองและช่วยเหลือสังคมได้อย่างเหมาะสม อันจะส่งผลให้ดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุขในสังคมผู้สูงอายุต่อไป

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นางสุจิรา ขวาแซ้น ตำแหน่ง นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ 2. นางนันทิราพร แถวไธสง ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 3. นางธัญวลัย พิตรพิบูลโภคิน ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 4. นางสุพิศ สมพิทักษ์ ตำแหน่งนักทรัพยากรบุคคล 5. นางสาวณัฐนรี หีบแก้ว ตำแหน่งนักประชาสัมพันธ์

ผู้เสนอโครงการ : นางสุจิรา ขวาแซ้น หัวหน้ากลุ่มขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และพัฒนากำลังคน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายประสิทธิ์ สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายวชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 31

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาศักยภาพพระคิลานุปัฏฐาก (พระอาสาสมัครสาธารณสุขประจำวัด/พระอสว.)ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ปีงบประมาณ 2561

ยุทธศาสตร์ : 1.5 ส่งเสริมผู้สูงอายุไทยเพื่อเป็นหลักชัยของสังคม

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 13. อายุคาดเฉลี่ยของการมีสุขภาพ (Health-Adjusted Life Expectancy : HALE)

cluster : กลุ่มผู้สูงอายุ

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (43)14.2 ขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์พระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะ

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : การส่งเสริมสุขภาพและการดูแลสุขภาพพระสงฆ์ เป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจาก พระสงฆ์บางรูปอาพาธด้วยโรคต่างๆ ในขณะที่บางรูปไม่เคยเข้ารับการตรวจสุขภาพ ทำให้ไม่สามารถ รู้ว่ามีภาวะเสี่ยงต่อโรคใดบ้าง ซึ่งจากข้อมูลกรมการแพทย์ ปี 2559 พบว่า พระสงฆ์-สามเณรอาพาธมารับการรักษาที่โรงพยาบาลสงฆ์ มากที่สุด 5 อันดับแรก คือ โรคไขมันในเลือดสูง 9,609 ราย โรคความดันโลหิตสูง 8,520 ราย โรคเบาหวาน 6,320 ราย โรคไตวายเรื้อรัง 4,320 ราย และโรคข้อเข่าเสื่อม 2,600 รายในขณะที่ ปี 2559 พบว่า ผู้ป่วยที่เป็นพระสงฆ์เข้ารับบริการเป็นผู้ป่วยใน ในสถานบริการสาธารณสุขเขต 7 ป่วยด้วยโรค 5 อันดับแรก คือ โรคกระเพาะอาหารลำไส้อักเสบ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคปอดอักเสบ โรคไตเรื้อรัง (ระยะที่ 5) และโรคหลอดเลือดสมองชนิดขาดเลือด โดยสาเหตุของการเกิดโรคส่วนใหญ่มาจากปัญหาการบริโภคไม่ถูกหลักโภชนาการ อีกทั้งพระสงฆ์ไม่สามารถเลือกฉันอาหารเองได้ ต้องฉันอาหารตามที่ฆราวาสตักบาตร หรือนำอาหารมาถวาย ประกอบกับสถานภาพของพระภิกษุ ไม่เอื้อต่อการออกกำลังกาย ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรค จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนให้พระสงฆ์และวัดมีบทบาทในการส่งเสริมสุขภาพเป็นศูนย์กลางสุขภาพชุมชน และจัดสภาพแวดล้อมที่ดีให้เอื้อต่อการส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย และภาคีเครือข่าย อาทิ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพและพระสงฆ์นักพัฒนาได้ร่วมกันพัฒนาหลักสูตรพระคิลานุปัฏฐาก(พระอาสาสมัครส่งเสริมสุขภาพประจำวัด - อสว.) เพื่อส่งเสริมสุขภาพพระสงฆ์และวัดรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literate Temple) และขับเคลื่อนการดำเนินงานธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ เพื่อเป็นกรอบและแนวทางการส่งเสริมสุขภาวะพระสงฆ์ทั่วประเทศ ซึ่งมีเป้าหมายที่สำคัญคือ พระสงฆ์กับการดูแลสุขภาพตนเองตามหลักพระธรรมวินัย ชุมชนและสังคมกับการดูแลอุปัฏฐากพระสงฆ์ ที่ถูกต้องตามหลักพระธรรมวินัย และบทบาทพระสงฆ์ในการเป็นผู้นำด้านสุขภาวะของชุมชนและสังคม โดยมี พระคิลานุปัฏฐาก(พระอาสาสมัครส่งเสริมสุขภาพประจำวัด-อสว.)เป็นผู้ปฏิบัติดูแลพระสงฆ์อาพาธ รวมทั้งการสร้างเสริมสุขภาพ และการจัดการปัจจัยที่คุกคามสุขภาพของพระสงฆ์ด้วย "ทั้งนี้ บทบาทของพระอาสาสมัครส่งเสริมสุขภาพประจำวัด (อสว.) มีหน้าที่สื่อสารเรื่องสุขภาพพระสงฆ์ เฝ้าระวังสถานการณ์ด้านสุขภาพ ในวัดและชุมชน ประสานงานด้านสุขภาพพระสงฆ์กับคณะสงฆ์ และหน่วยงาน ด้านสาธารณสุข ให้บริการสุขภาพเบื้องต้นแก่พระสงฆ์ในพื้นที่ รวมถึงให้คำปรึกษา แนะนำ ถ่ายทอดความรู้พื้นฐานด้านสุขภาพแก่ชุมชน และดำรงตนเป็นตัวอย่างที่ดีด้านสุขภาพ ตามหลักพระธรรมวินัย”

วัตถุประสงค์ : 1.เพื่อสร้างและพัฒนาพระคิลานุปัฏฐาก (พระอาสาสมัครสาธารณสุขประจําวัด - อสว.) ให้มีความรู้ ความเข้าใจ มีทักษะ ในการดูแลสุขภาพอนามัยตามหลักพระธรรมวินัย และให้คำแนะนำ ดูแลพระสงฆ์ 2.เพื่อเตรียมการรองรับระบบการดูแลพระสงฆ์และการดูแลผู้สูงอายุระยะยาวซึ่งพระสงฆ์ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ 3.เพื่อพัฒนาศักยภาพพระสงฆ์แกนนำเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ และผู้นำด้านสุขภาวะของชุมชน และสังคม

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1.มีผู้ผ่านการอบรมหลักสูตรพระคิลานุปัฏฐาก จำนวน 32 คน

วิธีการดำเนินงาน : 1.สำรวจความต้องการ/จำนวนพระ ในเขตสุขภาพที่ 7 2.จัดทำโครงการขออนุมัติ 3.จัดทำหนังสือเชิญกลุ่มเป้าหมาย พระสงฆ์ที่จำพรรษาที่วัดในเขตสุขภาพที่ 7 4.ติดต่อประสานงานกับวิทยากรทุกเนื้อหาวิชาในหลักสูตร 5.ประชุมคณะดำเนินงานเตรียมความพร้อมกระบวนการฝึกอบรมฯ ของผู้จัดและวิทยากร 6.เตรียมความพร้อมทั้งด้านเอกสาร สถานที่ สื่อ และโสตทัศนูปกรณ์ที่จำเป็นในการอบรม 7.จัดการฝึกอบรมหลักสูตรพระคิลานุปัฏฐาก จำนวน 70 ชั่วโมง (ทฤษฏี 35 ชั่วโมง ฝึกปฏิบัติในพื้นที่ 35 ชั่วโมง) 8.ประเมินความพึงพอใจหลังการอบรม 9.ประเมินผลหลังการอบรม 3 เดือน โดยใช้แบบสอบถาม /เยี่ยมติดตามเสริมพลัง 10.สรุปผลการดำเนินงาน

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 อบรมพระคิลานุปัฏฐาก (พระอาสาสมัครสาธารณสุขประจำวัดพระ อสว. ) 4 มิ.ย. 2561 - 8 มิ.ย. 2561 172,882.00
2 นิเทศติดตามหลังการอบรม 1 มิ.ย. 2561 - 31 ก.ค. 2561 19,795.00
3 ประสานงานค้นหากลุ่มเป้าหมายโครงการฯ 5 มิ.ย. 2561 - 6 มิ.ย. 2561 2,980.00
รวมเป็นเงิน 195,657.00
งบประมาณ : 195,657.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 มิ.ย. 2561 - 31 ก.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : พระที่ผ่านการอบรมมีความรู้ ความเข้าใจ มีทักษะในการดูแลสุขภาพอนามัยตามหลักพระธรรมวินัย และให้คำแนะนำ ดูแลพระสงฆ์ มีศักยภาพในการเป็นแกนนำเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ และผู้นำด้านสุขภาวะของชุมชน และสังคม และเพื่อเตรียมการรองรับระบบการดูแลพระสงฆ์ และการดูแลผู้สูงอายุระยะยาวซึ่งพระสงฆ์ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1.นางไพจิตร วรรณจักร ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 2.นางสาวชญานิศ เขียวสด ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 3.นางสดุดี ภูห้องไสย ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 4.นางอโนทัย ฝ้ายขาว ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 5.นางสาวปาริชาติ ชนะหาญ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ

ผู้เสนอโครงการ : นางสดุดี ภูห้องไสย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางไพจิตร วรรณจักร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายประสิทธิื สัจจพงษ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 32

ชื่อโครงการ : โครงการควบคุมป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนอย่างมีส่วนร่วมในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น

ยุทธศาสตร์ : 1.4 ส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานที่พึงประสงค์

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 12. ร้อยละของวัยทำงานมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

cluster : กลุ่มวัยทำงาน

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (40)13.3 พัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่าย

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : แก้ไขปัญหาการขาดสารไอโอดีนในจังหวัดขอนแก่นโดยมีกิจกรรมจัดประชุมพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่าย ในวันที่ 27 เมษายน 2561 โดยมีผู้เข้าประชุมจาก 13 อำเภอ 13 ตำบล ร่วมจัดทำค่ากลางการพัฒนาชุมชนหมู่บ้านไอโอดีนและแผนปฏิบัติการอย่างมีส่วนร่วม และได้กำหนดการ เยี่ยมเสริมพลังการดำเนินงานใน 13 อำเภอ ในช่วงเดือนมิถุนายน 2561 โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก สำนักโภชนาการ กรมอนามัย

วัตถุประสงค์ : 1.ควบคุมการขาดสารไอโอดีนในจังหวัดขอนแก่น

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
ภาคีเครือข่าย 13 อำเภอ

วิธีการดำเนินงาน : เยี่ยมเสริมพลังติดตามประเมินผลโครงการควบคุมป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนอย่างมีส่วนร่วมในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น เป้าหมาย 13 อำเภอๆ ละ 1 วัน

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 เยี่ยมเสริมพลังติดตามประเมินผลโครงการไอโอดีน 1 มิ.ย. 2561 - 30 มิ.ย. 2561 94,834.00
2 เยี่ยมเสริมพลังชุมชนและหญิงตั้งครรภ์ ณ อ.ชุมแพ และอ.ภูเวียง 1 มิ.ย. 2561 - 30 มิ.ย. 2561 5,166.00
รวมเป็นเงิน 100,000.00
งบประมาณ : 100,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 มิ.ย. 2561 - 30 มิ.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ :

ผู้รับผิดชอบโครงการ :

ผู้เสนอโครงการ : นางเพ็ญนิดา ไชยสายัณห์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ :

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ :

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 33

ชื่อโครงการ : ติดตามการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ปีงบประมาณ 2561

ยุทธศาสตร์ : 1.2 ส่งเสริมเด็กวัยเรียนให้แข็งแรงและฉลาด

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 6. ร้อยละของเด็กวัยเรียนมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ด้านการบริโภคอาหาร กิจกรรมทางกาย และทันตสุขภาพ

cluster : กลุ่มวัยเรียน

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (15)5.5 พัฒนาระบบเฝ้าระวังภาวะสุขภาพเด็กวัยเรียน

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : สำนักทันตสาธารณสุข เพื่อใช้ในการติดตามการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียนและงานอนามัยโรงเรียนให้มีประสิทธิภาพ

วัตถุประสงค์ :

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :

วิธีการดำเนินงาน :

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ติดตามการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียนและเก็บข้อมูลงานบริการอนามัยโรงเรียนและภาวะสุขภาพเด็กวัยเรียนในโรงเรียนตำบลจัดการสุขภาพ 1 มิ.ย. 2561 - 31 ก.ค. 2561 22,000.00
รวมเป็นเงิน 22,000.00
งบประมาณ : 22,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 มิ.ย. 2561 - 31 ก.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ :

ผู้รับผิดชอบโครงการ :

ผู้เสนอโครงการ : นางสาวสุวิชชา สังข์ทอง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางบังอร กล่ำสุวรรณ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ :

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 34

ชื่อโครงการ : พัฒนารูปแบบกลไกการขับเคลื่อนงานอนามัยสิ่งแวดล้อมสู่การปฏิบัติระดับพื้นที่โดยผ่านกลไกคณะอนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัด

ยุทธศาสตร์ : 2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 15. ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างน้อยตำบลละ 1 ชุมชน

cluster : กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (56)18.2 ขับเคลื่อนการบังคับใช้กฎหมาย

แผนจัดสรรงบประมาณ :   3. แผนงานบูรณาการบริหารจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม

หลักการและเหตุผล : กรมอนามัยจัดทำโครงการพัฒนารูปแบบกลไกการขับเคลื่อนงานอนามัย สิ่งแวดล้อมสู่การปฏิบัติระดับพื้นที่ โดยผ่านกลไกคณะอนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัด (คสจ.)ทั้งนี้ เพื่อเป็นต้นแบบของคณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัด (คสจ.) ในการขับเคลื่อนงานอนามัยสิ่งแวดล้อมของประเทศด้วยรูปแบบและกลไกที่มีความเหมาะสมตามบริบทของพื้นที่ เพื่อประโยชน์สูงสุดในการ คุ้มครองสิทธิด้านสุขภาพของประชาชนและเพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้คณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัด (คสจ.) สามารถดำเนินงานตาม บทบาทหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข

วัตถุประสงค์ : เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของ คสจ.

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :

วิธีการดำเนินงาน :

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดประชุมคณะอนุกรรมการสนับสนุนและติดตามกำกับการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข ณ จังหวัดขอนแก่น 26 ก.ค. 2561 - 26 ก.ค. 2561 26,365.00
2 จัดประชุมคณะอนุกรรมการสนับสนุนและติดตามกำกับการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข ณ จังหวัดร้อยเอ็ด 27 ก.ค. 2561 - 27 ก.ค. 2561 22,145.00
3 จัดประชุมคณะอนุกรรมการสาธารณสุขอำเภอชุมแพ 21 ส.ค. 2561 - 21 ส.ค. 2561 22,005.00
4 จัดประชุมคณะอนุกรรมการสาธารณสุขอำเภอเสลภูมิ 7 ส.ค. 2561 - 7 ส.ค. 2561 22,145.00
5 ลงพื้นที่สนับสนุนและติดตามการดำเนินงานพัฒนาต้นแบบการขับเคลื่อนงานอนามัยสิ่งแวดล้อมสู่การปฏิบัติระดับพื้นที่ฯของศูนย์อนามัย ณ อำเภอชุมแพ และอำเภอเสลภูมิ 2 ก.ค. 2561 - 28 ก.ย. 2561 7,340.00
รวมเป็นเงิน 100,000.00
งบประมาณ : 100,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 2 ก.ค. 2561 - 28 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ :

ผู้รับผิดชอบโครงการ : ทัตพิชา คลังกลาง

ผู้เสนอโครงการ :

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ :

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ :

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 35

ชื่อโครงการ : บริหารจัดการหน่วยงานตามแผนงานพื้นฐานด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคน

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กลุ่ม HR

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (78)25.5 การบริหารจัดการหน่วยงาน

แผนจัดสรรงบประมาณ :   11. แผนงานพื้นฐานด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคน

หลักการและเหตุผล : -

วัตถุประสงค์ : -

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
-

วิธีการดำเนินงาน : -

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 จ้างเหมาทำความสะอาด 1 พ.ค. 2561 - 31 พ.ค. 2561 185,363.63
2 ค่าจ้างพนักงานรักษาความปลอดภัย 1 พ.ค. 2561 - 31 พ.ค. 2561 117,218.00
3 ค่าจ้างเหมาบริการทั่วไป 1 พ.ค. 2561 - 31 พ.ค. 2561 72,635.00
4 ค่าวัสดุ 1 พ.ค. 2561 - 30 มิ.ย. 2561 354,783.37
5 ค่าสาธารณูปโภค 2 ก.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561 100,076.00
รวมเป็นเงิน 830,076.00
งบประมาณ : 830,076.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 พ.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : -

ผู้รับผิดชอบโครงการ : -

ผู้เสนอโครงการ : -

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ :

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ :

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 36

ชื่อโครงการ : กิจกรรมรณรงค์เดิน-วิ่ง

ยุทธศาสตร์ : 1.5 ส่งเสริมผู้สูงอายุไทยเพื่อเป็นหลักชัยของสังคม

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 13. อายุคาดเฉลี่ยของการมีสุขภาพ (Health-Adjusted Life Expectancy : HALE)

cluster : กลุ่มผู้สูงอายุ

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (48)15.3 พัฒนา ภาคีเครือข่าย (Partnership)

แผนจัดสรรงบประมาณ :   2. แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

หลักการและเหตุผล : กรมอนามัยขอความร่วมมือจาก ศูนย์อนามัยที่ 1-12 จัดกิจกรรมรณรงค์เดินวิ่ง

วัตถุประสงค์ : 1.เพื่อพัฒนาการมีส่วนร่วมเชิงบูรณาการของภาคีเครือข่าย 2.สร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ 3.ประชาชนมีกิจกรรมทางกายในชีวิตประจำวัน

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
-

วิธีการดำเนินงาน : รณรงค์เดิน - วิ่งเพื่อสุขภาพ ฉลอง 100 ปี สาธารณสุข

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 กิจกรรมรณรงค์เดิน - วิ่ง เพื่อสุขภาพ ฉลอง 100 ปี บึงทุ่งสร้าง จ.ขอนแก่น 19 ส.ค. 2561 - 19 ส.ค. 2561 27,000.00
รวมเป็นเงิน 27,000.00
งบประมาณ : 27,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 19 ส.ค. 2561 - 19 ส.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : ประชาชนและภาคีเครือข่ายในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 7

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางเพ็ญนิดา ไชยสายัณห์

ผู้เสนอโครงการ :

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ :

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ :

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................