หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี
ลำดับที่ : 1

ชื่อโครงการ : โครงการสร้างการมีส่วนร่วม พัฒนาภาคีเครือข่าย วัยอนามัยการเจริญพันธุ์ วัยรุ่นและเยาวชน และส่งเสริมการจัดบริการที่เป็นมิตร ปีงบประมาณ 2561

ยุทธศาสตร์ : 1.3 ส่งเสริมพฤติกรรมอนามัยการเจริญพันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับวัยรุ่น

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 7. อัตราคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15-19 ปี ต่อประชากรหญิง อายุ 15-19 ปี พันคน
8. อัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ 10-14 ปี ต่อประชากรอายุ 10-14 ปี พันคน
9. ร้อยละการตั้งครรภ์ซ้ำในหญิงอายุ น้อยกว่า 20 ปี
10. ร้อยละของวัยรุ่น 15-18 ปี สูงดีสมส่วน และอายุ 19 ปี มีส่วนสูงเฉลี่ยตามเกณฑ์

cluster : กลุ่มวัยรุ่น

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (28)9.6 การส่งเสริมการจัดบริการสุขภาพที่เป็นมิตรและสร้างเสริมการมีส่วนร่วมและพัฒนาภาคีเครือข่ายอนามัยการเจริญพันธุ์ในวัยรุ่นและเยาวชน

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : สถานการณ์พฤติกรรมเสี่ยงและการตั้งครรภ์ของวัยรุ่นระดับประเทศ พบว่า วัยรุ่นมีแนวโน้มในการเริ่มมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกเร็วขึ้น อายุเฉลี่ยเมื่อมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกลดลงจากเดิมอายุเฉลี่ย 18-19 ปี ใน พ.ศ. 2539 มาเป็น 15-16 ปี ใน พ.ศ.2552 อัตราป่วยด้วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในวัยรุ่น อายุ 15-24 ปี จาก 80.8 ต่อประชากรแสนคน ในปี พ.ศ. 2553 เป็น 127.08 ต่อประชากรแสนคน ในปี พ.ศ. 2558 อัตราคลอดในวัยรุ่น 10-14 ปี เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 0.5 ใน พ.ศ. 2543 เป็นร้อยละ 1.3 ใน พ.ศ.2558 อัตราคลอดซ้ำในมารดาอายุ 15-19 ปี ต่อประชากรหญิงอายุ 15-19 ปี 1,000 คน เพิ่มขึ้นจาก 11.4 ในปี พ.ศ. 2551 เป็น 12.5 ในปี พ.ศ. 2558 จากข้อมูลดังกล่าว พบว่า การคลอดซ้ำในวัยรุ่นมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ส่งผลกระทบตามมาหลายด้าน เช่น เด็กแรกเกิดมีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ การทำแท้ง การขาดโอกาสทางการศึกษา ซึ่งจากข้อมูลพบว่า ร้อยละของเด็กแรกเกิดน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ (<2,500 กรัม) ปี พ.ศ. 2557 ในกลุ่มมารดาวัยรุ่นอายุน้อยกว่า 15 ปี และ 15-19 ปี มีร้อยละ 19.1 และ 13.0 ตามลำดับ ผู้ป่วยทำแท้งที่มีเหตุผลด้านเศรษฐกิจ สังคมและครอบครัว พบว่าผู้ป่วยทำแท้งเป็นกลุ่มอายุต่ำกว่า 20 ปี มากถึงร้อยละ 31.5 ใน ปี พ.ศ. 2557 และร้อยละ 38.1 มีสถานภาพเป็นนักเรียน/นักศึกษา (ข้อมูลจากสำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กรมอนามัย) และตามมติสมัชชาอนามัยโลก ปี ค.ศ. 2012 ได้กำหนดให้ประเทศสมาชิกลดภาวะโลหิตจางในหญิงวัยเจริญพันธุ์ร้อยละ 50 ภายในปี ค.ศ. 2025 สำหรับประเทศไทยผลการสำรวจการบริโภคอาหารของประชาชนไทย ปี 2551-2552 พบว่า หญิงอายุ 19-50 ปี ได้รับธาตุเหล็กจากอาหารประมาณ 8 มิลลิกรัม หรือเพียง 1 ใน 3 ของความต้องการของร่างกาย และผลสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 5 พ.ศ. 2556 - 2557 (NHES5) พบความชุกภาวะโลหิตจางในหญิงวัยเจริญพันธุ์ อายุ 15 - 45 ปี ร้อยละ 22.7 สถานการณ์การตั้งครรภ์ของวัยรุ่น ในเขตสุขภาพที่ 8 มีการเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง โดยได้มีการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น การขับเคลื่อนการดำเนินงานโดยคณะอนุกรรมการป้องกันแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น (ภายใต้ พระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559) ซึ่งจังหวัดในเขตสุขภาพที่ 8 แต่งตั้งคณะอนุกรรมการฯ แล้วจำนวน จำนวน 5 จังหวัด ในภาพอำเภอ ดำเนินงานขับเคลื่อนส่งเสริมสุขภาพและแก้ไขปัญหาวัยรุ่นผ่านคณะกรรมการอำเภออนามัยการเจริญพันธุ์ ควบคู่กับ Teen manager และเชื่อมผสานกับสถานบริการคลินิกเพื่อนใจวัยรุ่น (Youth Friendly Health Service) รวมทั้งการจับสร้างระบบส่งต่อ OHOS โดยเป็นการดำเนินงานระหว่างโรงเรียนผสานกับสถานบริการสาธารณสุข ส่งผลให้การตั้งครรภ์ในวัยรุ่นเขตสุขภาพที่ 8 ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557-2559 อัตราคลอดมีชีพต่อพันประชากรหญิงอายุ 15-19 ปี พบว่า มีอัตราการคลอด 42.30, 40.76 และ 35.68 ตามลำดับ อัตราการคลอดมีชีพในวัยรุ่นของแต่ละจังหวัด มีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ และในปี พ.ศ.2560 (เดือนตุลาคม 2559- มิถุนายน 2560) พบอัตราคลอดมีชีพ 22.26 ต่อพันประชากรหญิงอายุ 15-19 ปี ซึ่งไม่เกินค่าเป้าหมายที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้ แต่อย่างไรก็ตาม ในภาพเขตสุขภาพที่ 8 ก็ยังสูงกว่าอัตราการคลอดระดับประเทศ ในส่วนอัตราคลอดมีชีพในหญิงอายุ 10-14 ปี ต่อพันประชากรหญิงอายุ 10-14 พบว่า เขตสุขภาพที่ 8 มีอัตราการคลอดอยู่ที่ 1.11, 1.23 และ 1.04 ตามลำดับ และในปี พ.ศ.2560 (เดือนตุลาคม 2559- มิถุนายน 2560) พบอัตรา 0.๖3 ต่อพันประชากรหญิงอายุ 10-14 ปี ซึ่งไม่เกินค่าเป้าหมายที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้ ในส่วนการตั้งครรภ์ซ้ำในหญิงอายุน้อยกว่า 20 ปี พ.ศ. 2557-2559 ร้อยละ 14.06, 16.62, และ 15.13 ตามลาดับ จะเห็นได้ว่าร้อยละการตั้งครรภ์ซ้ำเกินค่าเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง และในปี พ.ศ. 2560 (เดือนตุลาคม 2559- มิถุนายน 2560) พบร้อยละ 14.35 การให้บริการคุมกำเนิดของหญิงอายุน้อยกว่า 20 ปี ที่ได้รับบริการคุมกำเนิดด้วยวิธีสมัยใหม่ (Modern Methods) หลังคลอดหรือหลังแท้ง ได้รับบริการคุมกำเนิด เพียงร้อยละ 14.87 และเป็นการคุมกำเนิดด้วยวิธีกึ่งถาวร (ยาฝังคุมกำเนิด/ห่วงอนามัย) เพียงร้อยละ 48.64 ซึ่งต่ำกว่าค่าเป้าหมายที่กำหนด และยังพบว่าวัยรุ่นขาดการสื่อสารเรื่องเพศกับคนในครอบครัว คิดว่าเรื่องเพศเป็นประเด็นที่ไม่สามารถพูดหรือสื่อสารได้ทั่วไปเช่นเรื่องอื่นๆ นอกจากนี้ ศัพท์ที่ใช้ในการสื่อสารเรื่องเพศมีน้อย หรือมักคิดว่าเป็นคำที่หยาบ ทำให้ ไม่สะดวกในการสื่อสาร และอุปสรรคเกี่ยวกับความไม่สะดวกใจในการสื่อสารเรื่องเพศซึ่งเป็นเรื่องเฉพาะของผู้ใหญ่เท่านั้น ซึ่งหากไม่ได้รับการดูแลแก้ไข หรือมองอย่างเข้าใจ ก็อาจทำให้เกิดความเสี่ยงต่อปัญหาต่างๆดังกล่าวมาข้างต้น ส่งผลให้เกิดการแสวงหาคำตอบด้วยตนเองจากแหล่งข้อมูลต่างๆ เช่น สื่อสิ่งพิมพ์ โทรทัศน์ และสื่ออินเตอร์เน็ต ทำให้เกิดความคลุมเครือ เข้าใจผิดพลาด การแก้ไขปัญหาวัยรุ่นไม่สามารถแก้ไขได้ทันทีทันใด จำเป็นต้องใช้เวลา และต้องดำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่อง สถาบันครอบครัวเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลพฤติกรรมทางเพศและการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ครอบครัวที่ความสัมพันธ์เป็นไปในทางที่ดี มีการสื่อสารเรื่องเพศภายในครอบครัว ก็จะส่งผลไปในทางที่ดีต่อพฤติกรรมทางเพศของวัยรุ่น ดังนั้นการจัดการอบรมเรื่องเพศคุยได้ในครอบครัวเป็นเครื่องมือและกลไกสำคัญที่จะช่วยในการป้องกันแก้ไขปัญหาสุขภาพและพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของวัยรุ่นที่จะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายในการร่วมกันป้องกันและแก้ไขปัญหาสุขภาพวัยรุ่น ซึ่งสอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ ในวัยรุ่น พ.ศ. 2560 – 2569 ว่าด้วย “การส่งเสริมบทบาทครอบครัวและชุมชนในการเลี้ยงดู สร้างสัมพันธภาพและการสื่อสารด้านสุขภาวะทางเพศของวัยรุ่น” ตามพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ ในวัยรุ่น พ.ศ.2559 และนโยบายการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคตามกลุ่มวัย และการพัฒนาศักยภาพวิทยากรเรื่องเพศคุยได้ในครอบครัว จะเป็นการขับเคลื่อนการดำเนินงานในภาคีเครือข่ายในระดับพื้นที่ ท้องถิ่น และชุมชน ให้มีแนวทางการพัฒนาการพูดคุยสื่อสารเรื่องเพศ และอนามัยการเจริญพันธุ์ รวมทั้งพฤติกรรมเสี่ยงของวัยรุ่นระหว่างพ่อแม่ ผู้ปกครองกับลูกหลานวัยรุ่น โดยมุ่งหวัง ให้ลูกหลานวัยรุ่นได้เติบโตอย่างสมวัย มีพฤติกรรมที่เหมาะสมและปลอดภัย ดังนั้นในปีงบประมาณ 2561 กลุ่มงานพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี จึงได้จัดโครงการสร้างการมีส่วนร่วม พัฒนาภาคีเครือข่าย วัยอนามัยการเจริญพันธุ์ วัยรุ่นและเยาวชน และส่งเสริมการจัดบริการที่เป็นมิตร ปีงบประมาณ 2561

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อขับเคลื่อน และส่งเสริมให้การบังคับใช้กฎหมาย ตามพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.2559 มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล 2. เพื่อส่งเสริมให้วัยรุ่นได้รับข้อมูลข่าวสารความรู้ และบริการอนามัยการเจริญพันธุ์ และมีพฤติกรรมสุขภาพที่พงประสงค์ 3. เพื่อส่งเสริมภาคีและเครือข่ายบูรณาการงานอนามัยการเจริญพันธุ์ในวัยรุ่นและดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาอนามัยการเจริญพันธุ์ในวัยรุ่นอย่างยั่งยืน 4. เพื่อคุ้มครองสิทธิอนามัยการเจริญพันธุ์ เพื่อให้เกิดกลไกในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นที่เป็นรูปธรรม 5. สร้างการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายในการขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริมวัยรุ่น ในระดับพื้นที่

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแต่งตั้งคณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับจังหวัด และจัดประชุมคณะอนุกรรมการฯ 9 ครั้ง/ปี 2. โรงพยาบาลดำเนินงานสถานบริการที่เป็นมิตรสำหรับวัยรุ่นและเยาวชน จนผ่านมาตรฐาน YFHS และมีอำเภออนามัยการเจริญพันธุ์เพิ่มขึ้น 2 แห่ง 3. มีแกนนำวัยรุ่นในชุมชน ผ่านการอบรมพัฒนาศักยภาพแกนนำวัยรุ่นต้นแบบด้านสุขภาพ ในชุมชน เสริมสร้างความรอบรู้การส่งเสริมสุขภาพ 141 คน 4. ระดับตำบล มีการดำเนินงานพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่น เป็นตำบลต้นแบบบูรณาการส่งเสริมสุขภาพกลุ่มวัยรุ่น และอนามัยสิ่งแวดล้อม โดยใช้ค่ากลาง 7 ตำบล 5. มี พ่อแม่ ผู้ปกครอง ผ่านการอบรมพัฒนาศักยภาพ เรื่องเพศคุยได้ในครอบครัว 180 คน 6. มีรูปเล่มสรุปผลการ นิเทศ ติดตาม และแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานพ่อแม่ ผู้ปกครองเรื่องเพศคุยในครอบครัว และถอดบทเรียน ใน 4 ชุมชน 1 เล่ม 7. มีรณรงค์เครือข่ายในการขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริมวัยรุ่นสูงดีสมส่วน สาวไทยแก้มแดง ในระดับพื้นที่ 1 ครั้ง 8. ฐานข้อมูล สถานการณ์วัยรุ่นสูงดีสมส่วน สาวไทยแก้มแดง 7 จังหวัด 1 เล่ม

วิธีการดำเนินงาน : กิจกรรมที่ 1 เยี่ยมเสริมพลังและประเมินรับรองตามมาตรฐาน อำเภออนามัยการเจริญพันธุ์ และ YFHS 1.1 ชี้แจงการดำเนินงานให้จังหวัด และกำหนดเป้าหมาย (รพ.ที่ยังไม่ผ่านมาตรฐาน) 1.2 เยี่ยมเสริมพลังและประเมินรับรองการดำเนินงานสถานบริการที่เป็นมิตรสำหรับวัยรุ่นและเยาวชนผ่านมาตรฐาน YFHS และมีอำเภออนามัยการเจริญพันธุ์ กิจกรรมที่ 2 จัดประชุมอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวันรุ่นระดับจังหวัด 2.1 ประสานงานกับผู้รับผิดชอบงาน/จังหวัดทบทวน/ปรับแก้ไขคณะอนุกรรมการฯ 2.2 จังหวัดจัดประชุมคณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับจังหวัด 2 ครั้ง/ปี กิจกรรมที่ 3 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ การบริหารจัดการด้วยค่ากลาง ในการดำเนินงานพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่น ต้นแบบตำบลจัดการสุขภาพวัยรุ่นแบบบูรณาการ โดยใช้ค่ากลาง กลุ่มเป้าหมายจังหวัดละ 11 คน สสจ. งานวัยรุ่น/งานควบคุมโรค และสุขภาพจิต จังหวัดละ 3 คน 7 จังหวัด รวม 21 คน สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ 1 แห่งๆ ละ 1 คน 7 จังหวัด/แห่ง รวม 7 คน โรงพยาบาลชุมชน 1 แห่งๆ ละ 1 คน 7 จังหวัด/แห่ง รวม 7 คน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล 1 แห่งๆ ละ 1 คน 7 จังหวัด/แห่ง รวม 7 คน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 1 แห่งๆ ละ 1 คน 7 จังหวัด/แห่ง รวม 7 คน ครูอนามัยโรงเรียนพื้นที่ในตำบล 1 โรงเรียนๆ ละ 1 คน 7 จังหวัด/แห่ง รวม 7 คน อสม/พ่อแม่/ผู้ปกครองวัยรุ่นในชุมชน 1 ชุมชนๆ 2 คน 7 จังหวัด/ชุมชน รวม 14 คน ตัวแทนผู้นำชุมชน 1 ชุมชนๆ ละ 1 คน 7 จังหวัด/ชุมชน รวม 7 คน เจ้าหน้าที่ศูนย์อนามัยผู้จัดการประชุม และวิทยากร รวม 9 คน รวมทั้งสิ้น 88 คน 3.1 ประสานงานกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด/กำหนดแนวทางการคัดเลือก เป้าหมาย 3.2 เตรียมเอกสาร ขอมูล และประสานและเชิญกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมประชุม 3.3 ติดตามการดำเนินงานผลการ และสนับสนุนเป็นแหล่งเรียนรู้ กิจกรรมที่ 4 อบรมพัฒนาศักยภาพแกนนำวัยรุ่นต้นแบบด้านสุขภาพ ในชุมชน เสริมสร้างความรอบรู้การส่งเสริมสุขภาพ 4.1 อบรมพัฒนาศักยภาพแกนนำวัยรุ่นต้นแบบด้านสุขภาพ ในชุมชน เสริมสร้างความรอบรู้การส่งเสริมสุขภาพแก่แกนนำวัยรุ่นในชุมชนด้วยหลักสูตรพัฒนาศักยภาพแกนนำวัยรุ่น จำนวน 2 วัน กลุ่มเป้าหมายนักเรียน กศน./มัธยมศึกษา รร.ขยายโอกาส ม.1-3 จำนวน 141 คน (แบ่งเป็น 3 รุ่นๆ ละ 47 คน วิทยากรและผู้จัด 10 คน) 4.1 ประสานงานกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด/กำหนดแนวทางการคัดเลือกเป้าหมาย 4.2 เตรียมเอกสาร ขอมูล และประสานและเชิญกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมประชุม 4.3 ติดตาม การขยายผลแกนนำวัยรุ่นต้นแบบด้านสุขภาพ ในชุมชน รายไตรมาส กิจกรรมที่ 5 อบรมพัฒนาศักยภาพพ่อแม่ ผู้ปกครองเรื่องเพศคุยได้ในครอบครัว 5.1 อบรมพัฒนาศักยภาพพ่อแม่ ผู้ปกครองเรื่องเพศคุยได้ในครอบครัว จำนวน 180 (อบรม 2 รุ่นๆ ละ 90 คน) 5.1 ประสานงานกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด/กำหนดแนวทางการคัดเลือกเป้าหมาย 5.2 เตรียมเอกสาร ขอมูล และประสานและเชิญกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมประชุม 5.2 ติดตามการดำเนินงาน โดยติดตาม รายไตรมาส กิจกรรมที่ 6 เยี่ยมเสริมพลัง นิเทศ ติดตาม และแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานพ่อแม่ ผู้ปกครองเรื่องเพศคุยในครอบครัว จำนวน 4 ตำบล/ชุมชน/หมู่บ้าน กิจกรรมที่ 7 เฝ้าระวังสถานการณ์วัยรุ่นสูงดีสมส่วน สาวไทยแก้มแดง และจัดทำฐานข้อมูล กลุ่มเป้าหมายผู้รับผิดชอบงาน สสจ. แห่งละ 2 คน 7 แห่ง รวม 14 คน ศูนย์อนามัยที่ 8 จำนวน 6 คน กิจกรรมที่ 8 จัดรณรงค์เครือข่ายในการขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริมวัยรุ่นสูงดีสมส่วน สาวไทยแก้มแดง ในระดับพื้นที่ รณรงค์ 1 ครั้ง

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 เยี่ยมเสริมพลังและประเมินรับรองตามมาตรฐาน อำเภออนามัยการเจริญพันธุ์ และ YFHS ในโรงพยาบาล 1 มิ.ย. 2561 - 30 ก.ย. 2561 10,380.00
2 จัดประชุมอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวันรุ่นระดับจังหวัด 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 360,955.00
3 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ ตำบลต้นแบบบูรณาการส่งเสริมสุขภาพกลุ่มวัยรุ่น และอนามัยสิ่งแวดล้อม โดยใช้ค่ากลาง 1 ก.พ. 2561 - 28 ก.พ. 2561 115,030.00
4 อบรมแกนนำวัยรุ่นต้นแบบด้านสุขภาพในชุมชน เสริมสร้างความรอบรู้การส่งเสริมสุขภาพ SMART YOUTH 1 ต.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 159,788.00
5 อบรม พ่อแม่ ผู้ปกครองเรื่องเพศคุยได้ในครอบครัว 1 ต.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 180,740.00
6 เยี่ยมเสริมพลัง นิเทศ ติดตาม และแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานพ่อแม่ ผู้ปกครองเรื่องเพศคุยในครอบครัว 1 ก.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561 14,455.00
7 ศึกษาสถานการณ์วัยรุ่นสูงดีสมส่วน สาวไทยแก้มแดง และจัดทำฐานข้อมูล 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 56,907.00
8 รณรงค์เครือข่ายในการขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริมวัยรุ่นสูงดีสมส่วน สาวไทยแก้มแดง ในระดับพื้นที่ 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 19,200.00
รวมเป็นเงิน 917,455.00
งบประมาณ : 917,455.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. วัยรุ่นสามารถเป็นแกนนำวัยรุ่นในการสื่อสารเรื่องเพศและอนามัยการเจริญพันธุ์ระหว่างวัยรุ่นกับพ่อแม่/ผู้ปกครองและสามารถนำไปต่อยอด 2. วัยรุ่นเกิดทักษะในการสื่อสารเรื่องเพศและอนามัยการเจริญในครอบครัว 3. วัยรุ่นเข้าถึงบริการสุขภาพเพิ่มขึ้นทั้งเชิงรับ/ เชิงรุก ส่งผลให้ อัตราการป่วยด้วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และ เอดส์ลดลง การตั้งครรภ์ซ้ำในวัยรุ่นอายุ 15 -19 ปี ลดลง ใช้การคุมกำเนิดด้วยวิธีกึ่งถาวรในวัยรุ่นหลังคลอด หลังแท้งเพิ่มขึ้น 4. เกิดการบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นางชัญญานุช ปานนิล ตำแหน่ง นักโภชนาการชำนาญการ 2. นายอภิชิต ศรีอวน ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข (ด้านส่งเสริมสุขภาพ)

ผู้เสนอโครงการ : นางชัญญานุช ปานนิล ตำแหน่ง นักโภชนาการชำนาญการ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายสมภพ สุทัศน์วิริยะ หัวหน้ากลุ่มขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และกำลังคน รองผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางพงศ์สุรางค์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี
ลำดับที่ : 2

ชื่อโครงการ : โครงการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ในวัยทำงาน 2561

ยุทธศาสตร์ : 1.4 ส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานที่พึงประสงค์

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 11. ร้อยละของวัยทำงานอายุ 30-44 ปี มีดัชนีมวลกายปกติ
12. ร้อยละของวัยทำงานมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

cluster : กลุ่มวัยทำงาน

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (36)12.2 จัดทำและขับเคลื่อนข้อเสนอเชิงนโยบาย Healthy eating Active living และ Environmental health

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : ประชาชนที่มีอายุ 15 - 59 ปี จัดอยู่ในกลุ่มประชากรวัยทำงานโดยประเทศไทยมีจำนวน 55.6 ล้านคนประชาชนที่อยู่ในวัยแรงงาน พร้อมทำงาน 38.7 ล้านคน ภาคเกษตรกรรม 12.56 ล้านคน นอกภาคเกษตรกรรม 25.61 ล้านคน (ที่มา ระบบสถิติทางการทะเบียน กระทรวงมหาดไทย ธ.ค.2559) ถ้าหากประชากรวัยทำงานมีพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่ถูกต้อง อาจส่งผลทำให้เป็นกลุ่มวัยมีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วย และมีภาวะเสี่ยงสูงต่อการเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง จากพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่พึงประสงค์ เช่น การรับประทานอาหารที่มีรสหวาน มัน เค็ม อาหารปิ้ง ย่าง รมควัน การสูบบุหรี่ การดื่มสุรา กิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ ความเครียดสะสม การรับสารพิษทั้งทางตรงโดยการกิน สัมผัส และทางอ้อมจากมลพิษสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดโรคหลอดเลือดสมองโรคหัวใจขาดเลือดโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคอ้วน และโรคมะเร็งทุกชนิดตามมา อัตราป่วยรายใหม่ของผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือดของประเทศไทยร้อยละ 0.04 อัตราป่วยรายใหม่ของโรคเบาหวานของประเทศไทย = 512 ต่อแสนประชากร และในเขตสุขภาพที่ 8 = 671 ต่อแสนประชากร อัตราป่วยรายใหม่ของโรคความดันโลหิตสูงเขตของประเทศไทย 1,200 ต่อแสนประชากร และในเขตสุขภาพที่ 8 พบ 1,356.8 ต่อแสนประชากร อัตราการตายด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่เพิ่มมากขึ้นส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตทุกระดับและเป็นภาระค่าดูแลรักษาในระดับชาติที่เปล่าประโยชน์ แต่กลุ่มโรคเหล่านี้สามารถป้องกันได้ด้วยการลดพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆข้างต้น กระทรวงสาธารณสุข กรมอนามัยโดยสำนักส่งเสริมสุขภาพ ได้วางกรอบแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบการส่งเสริมสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ตามแผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 พ.ศ.2560 – 2564 ได้กำหนดตัวชี้วัดวัยทำงาน คือ ร้อยละของวัยทำงานอายุ 30-44 ปี มี ดัชนีมวลกายปกติ และร้อยละของวัยทำงานมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ โดยกำหนดกลยุทธ์ในการดำเนินงาน 2 ประเด็นได้แก่ การพัฒนานโยบายและยุทธศาสตร์ระดับชาติที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ของกลุ่มวัยทำงาน และการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่วัยสูงอายุ และมีมาตรการเชิงนโยบายและยุทธศาสตร์ระดับชาติ เรื่อง Healthy Eating Active living and Environmental Health และการส่งเสริมวัยทำงานอายุ 15-59 ปี มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ ตั้งเป้าประสงค์ประชากรวัยทำงานหุ่นดี สุขภาพดี มีความสุข คือมีดัชนีมวลกายปกติ (BMI 18.5 -22.9) เน้นพฤติกรรมพึงประสงค์มี 4 ข้อ ดังนี้ 1) มีพฤติกรรมการบริโภคผักผลไม้สด ลดอาหารหวาน มัน เค็ม 2) มีกิจกรรมทางกายเพียงพอต่อสุขภาพ 3) มีพฤติกรรมการล้างมือก่อนรับประทานอาหาร และหลังใช้ห้องน้ำ 4) มีการดูแลสุขภาพช่องปาก แปรงฟันตามหลัก 2:2:2 สอดคล้องกรอบแนวคิดขององค์การอนามัยโลกและกฎบัตรออตตาวา ศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการดูแลสุขภาพประชากรวัยทำงาน จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาและการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ในวัยทำงาน 2561

วัตถุประสงค์ : 1. ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนารูปแบบการสร้างเสริมสุขภาพประชาชนกลุ่มวัยทำงานในสถานบริการ สถานประกอบการเอกชน ท้องถิ่น และชุมชน 2. สำรวจสถานการณ์ภาวะสุขภาพประชาชนวัยทำงานในเขตสุขภาพที่ 8 3. ศึกษาการดำเนินงานในพื้นที่ต้นแบบโดยใช้ค่ากลางในการส่งเสริมสุขภาพวัยทำงานให้มีพฤติกรรมที่พึงประสงค์ 4. พัฒนาระบบเฝ้าระวังภาวะสุขภาพวัยทำงานในองค์กร

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
มีนโยบาย Healthy eating Active living และ Environmental health ในจังหวัดอย่างน้อย 1 แห่ง มีระบบเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ 1 แห่ง ประชาชนวัยทำงานมีความรอบรู้เรื่องพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานที่พึงประสงค์ (Health Literacy) 35,272คน รูปแบบการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ในชุมชน (ชุมชนไร้พุง) 14 แห่ง รูปแบบการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ในสถานประกอบการ (องค์กรไร้พุง) 7 แห่ง รูปแบบการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ในสถานพยาบาล (DPAC Quality) 7 แห่ง

วิธีการดำเนินงาน : กิจกรรมที่ 1 ประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนข้อเสนอเชิงนโยบาย Healthy eating Active living และ Environmental health 1 ครั้ง เป้าหมาย : เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานวัยทำงานและภาคีเครือข่าย ในจังหวัดเป้าหมาย 1 จังหวัด 1) ขั้นเตรียมการ 1.1 จัดทำโครงการเพื่อขออนุมัติดำเนินการ 1.2 ประสานงานผู้รับผิดชอบ ทำหนังสือเชิญกลุ่มเป้าหมาย ประชุมทีมงานเพื่อเตรียมความพร้อมในการ จัดประชุม 1.3 จัดเตรียมความพร้อมด้านเอกสาร/สถานที่ และสื่อต่างๆที่ต้องการใช้งาน กิจกรรมที่ ๔ ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศและช่องทางสื่อสารกับประชาชนเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานที่พึงประสงค์(Health Literacy) จำนวน 1 ครั้ง เป้าหมาย : เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานวัยทำงานระดับจังหวัด เครือข่ายประชาสัมพันธ์ จังหวัดละ 5 คน รวม 35 คน 1) ขั้นเตรียมการ 1.1 จัดทำโครงการเพื่อขออนุมัติดำเนินการ 1.2 ประสานงานผู้รับผิดชอบ ทำหนังสือเชิญกลุ่มเป้าหมาย ประชุมทีมงานเพื่อเตรียมความพร้อมในการ จัดประชุม และ จัดเตรียมความพร้อมด้านเอกสาร/สถานที่ และสื่อต่างๆที่ต้องการใช้งาน 2) ขั้นดำเนินการ 2.1 จัดประชุมเชิงปฎิบัติการให้ความรู้เรื่องโฟเลต พัฒนาสื่อให้ความรู้และช่องทางการสื่อสารกับประชาชน กิจกรรมที่ ๕ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนารูปแบบการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ 5.1 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนารูปแบบการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ในชุมชน สถานบริการ และสถานพยาบาล จำนวน 1 ครั้ง เป้าหมาย : เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานวัยทำงานระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล เจ้าหน้าที่สารสนเทศระดับจังหวัด และเครือข่าย 112 คน 5.2 จัดประชุมเติมเต็มรูปแบบการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ในชุมชน สถานบริการ และสถานพยาบาล จำนวน 1 ครั้ง เป้าหมาย : เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานวัยทำงานระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล และภาคีเครือข่าย 49 คน 2) ขั้นดำเนินการ 2.1 จัดประชุมขับเคลื่อนนโยบาย/ชี้แจงแนวทางการ 2.2 กำหนดวางแผนการขับเคลื่อนนโยบาย 2.3 จัดกิจกรรมรณรงค์ 2.๔ เยี่ยมเสริมพลังเติมเต็มเครือข่าย กิจกรรมที่ ๒ เยี่ยมเสริมพลังเติมเต็มเครือข่ายและร่วมกิจกรรมรณรงค์ 1 จังหวัด จำนวน 1 ครั้ง 1) ขั้นเตรียมการ 1.1 ขออนุมัติดำเนินการ 1.2 ประสานงานผู้รับผิดชอบ ทำหนังสือเชิญกลุ่มเป้าหมาย ประชุมทีมงานเพื่อเตรียมความพร้อมในการ จัดประชุม และ จัดเตรียมความพร้อมด้านเอกสาร/สถานที่ และสื่อต่างๆที่ต้องการใช้งาน 2) ขั้นดำเนินการ 2.1 เยี่ยมเสริมพลังเติมเต็มเครือข่าย กิจกรรมที่ ๓ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาระบบเฝ้าระวังและสำรวจพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ จำนวน 1 ครั้ง เป้าหมาย : เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานวัยทำงานระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล เจ้าหน้าที่สารสนเทศระดับจังหวัด ในจังหวัดเป้าหมาย 1 จังหวัด 1) ขั้นเตรียมการ 1.1 จัดทำโครงการเพื่อขออนุมัติดำเนินการ 1.2 ประสานงานผู้รับผิดชอบ ทำหนังสือเชิญกลุ่มเป้าหมาย ประชุมทีมงานเพื่อเตรียมความพร้อมในการ จัดประชุม และ จัดเตรียมความพร้อมด้านเอกสาร/สถานที่ และสื่อต่างๆที่ต้องการใช้งาน 2) ขั้นดำเนินการ 2.1 จัดประชุมเชิงปฎิบัติการ 2.2 กำหนดวางระบบการเฝ้าระวังข้อมูล 2.3 เยี่ยมเสริมพลังเติมเต็มเครือข่ายในการสำรวจข้อมูลสุขภาพ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมชี้แจงการเตรียมการดำเนินงานกับผู้เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนข้อเสนอเชิงนโยบาย Healthy eating Active living & Environmental health 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 1,200.00
2 เยี่ยมเสริมพลัง การดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพทื่พึงประสงค์ใน ชุมชน สถานบริการ และสถานพยาบาล 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 28,200.00
3 ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาระบบเฝ้าระวังและสำรวจพฤติกรรมสุขภาพพึงประสงค์ 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 22,180.00
4 ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาข้อมูลสารสนเทศและช่องทางการสื่อสารกับประชาชนเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานที่พึงประสงค์ (Health Literacy) 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 65,100.00
5 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนารูปแบบการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ในชุมชน สถานบริการ และสถานพยาบาล 1 ต.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 159,337.00
6 รณรงค์ส่งเสริมการมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ 1 ก.ย. 2560 - 1 ต.ค. 2561 20,423.00
7 ประชุมชี้แจงการดำเนินงานระบบเฝ้าระวังและสำรวจพฤติกรรมสุขภาพพึงประสงค์ในจังหวัดเป้าหมาย 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 53,660.00
8 ประชุมบูรณาการแผนงานการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์วัยทำงาน 4 ศูนย์วิชาการและภาคีเครือข่ายในเขตสุขภาพที่ 8 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 41,660.00
9 จัดกิจกรรมรณรงค์การขับเคลื่อนข้อเสนอเชิงนโยบาย Healthy eating Active living และ Environmental health 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 13,600.00
รวมเป็นเงิน 405,360.00
งบประมาณ : 405,360.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ก.ย. 2560 - 1 ต.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : ๑๔.๑ เกิดการพัฒนาและขยายเครือข่ายองค์กรต้นแบบจัดการสุขภาพ ๑๔.๒ มีต้นแบบที่ดี (Best practice) ตำบลต้นแบบจัดการสุขภาพ ๑๔.๓ องค์กรมีระบบเฝ้าระวังภาวะสุขภาพในประชาชนวัยทำงาน

ผู้รับผิดชอบโครงการ : ๑. นางชัญญานุช ปานนิล ตำแหน่ง นักโภชนาการชำนาญการ ๒.นางสาวภัทราพร ชูศร ตำแหน่ง นักโภชนาการชำนาญการ ๓. นายภูเบศร์ ประกายศรี ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพปฎิบัติการ ๔. นายยุทธนา ชนะพันธ์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข

ผู้เสนอโครงการ : นางชัญญานุช ปานนิล หัวหน้ากลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายสมภพ สุทัศน์วิริยะ หัวหน้ากลุ่มขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และพัฒนากำลังคน รองผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางพงศ์สุรางค์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี
ลำดับที่ : 3

ชื่อโครงการ : โครงการสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่าต้านภัยมะเร็งเต้านมและการควบคุมป้องกันโรคขาดสารไอโอดีน

ยุทธศาสตร์ : 1.4 ส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานที่พึงประสงค์

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 12. ร้อยละของวัยทำงานมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

cluster : กลุ่มวัยทำงาน

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (69)23.4 ควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนแห่งชาติ

แผนจัดสรรงบประมาณ :   7. แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาด้านสาธารณสุขและสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก

หลักการและเหตุผล : สตรีเสียชีวิตจากโรคมะเร็งประมาณ 3-4 หมื่น คนต่อปี โดยมะเร็งปากมดลูกเป็นสาเหตุตายอันดับแรก แต่ในปัจจุบันโรคมะเร็งเต้านมมีอัตราป่วยและตายที่สูงขึ้นทั่วโลก ในประเทศไทยอัตราป่วยด้วยโรคมะเร็งเต้านมต่อประชากร 100,000 ในสตรีอายุ 30-70 ปีพ.ศ.2556-2558 พบอัตราการเกิดมะเร็งเต้านมร้อยละ 33.1 28.9 และ27.8 โอกาสที่สตรีจะป้องกันตนเองจากมะเร็งเต้านมจึงไม่มีเทคโนโลยีที่เหมาะสมช่วย นอกจากการตรวจเต้านมอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอจะได้พบก้อนที่สงสัยตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพื่อที่จะรักษาให้หายขาดได้ (Early detection Early Protection) การให้ความรู้แก่สตรีไทยเพื่อการตรวจเต้านมด้วยตนเอง(Breast Self Exam : BSE) ได้มีการดำเนินการมานานแล้ว แต่การประเมินผลว่ามีประสิทธิภาพมากแค่ไหนยังเป็นคำถามที่สำคัญและอาจเป็นประโยชน์ต่อประเทศกำลังพัฒนาที่ไม่สามารถพึ่งพาเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่มีราคาแพงได้ (มูลนิธิถันยรักษ์ กระทรวงสาธารณสุข, 2559) มูลนิธิถันยรักษ์ฯ ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีได้ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขจัดทำโครงการ สืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่า ต้านมะเร็งเต้านม เพื่อสืบสานพระราชประสงค์ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ผู้ทรงก่อตั้งมูลนิธิถันยรักษ์ฯให้ผู้หญิงไทยพ้นภัยมะเร็งเต้านม ซึ่งมีพื้นที่เข้าร่วมดำเนินงานโครงการ จำนวน 21 จังหวัดของประเทศไทย และในเขตสุขภาพที่ 7 มีจังหวัดร้อยเอ็ดที่ได้ดำเนินโครงการฯในเขตอำเภอเมือง สำหรับกรมอนามัยมีบทบาทหน้าที่เป็นศูนย์กลางการประสานภาคีเครือข่ายสร้างความเข้มแข็งของสตรีให้มีความรู้ มีทักษะ มีความเข้าใจในการดูแลตนเอง การตรวจเต้านมตนเองที่ถูกต้อง บริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศ และสนับสนุนสื่อ เอกสาร ดังนั้นการพัฒนาศักยภาพบุคลากรระดับพื้นที่ในการดำเนินงานโครงการสืบสานฯให้มีความรู้ มีทักษะในการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม และขยายระบบบริการคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยการตรวจเต้านมด้วยตนเองในพื้นที่จังหวัดอื่นเพิ่ม จะช่วยทำให้การตรวจคัดกรองและพบก้อนได้ในระยะเริ่มต้นเร็วขึ้น ลดอัตราการเสียชีวิตของสตรีไทยด้วยมะเร็งเต้านม นอกจากนี้ภาวะขาดสารไอโอดีนยังเป็นปัญหาทางด้านสาธารณสุขที่สำคัญที่อยู่ในโครงการตามพระราชดำริ เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดสารไอโอดีนของประชาชนไทย เนื่องจากมีผลกระทบต่อสุขภาพและการดำรงชีวิตของประชากรทุกกลุ่มวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบที่ร้ายแรงต่อการพัฒนาสมองของทารกในครรภ์ ทารกแรกเกิด และเด็กปฐมวัย อย่างไรก็ตามภาวะขาดสารไอโอดีนเป็นปัญหาที่ป้องกันได้ หากประชากรทุกกลุ่มวัยเข้าถึงแหล่งอาหารที่มีไอโอดีน และมีพฤติกรรมการบริโภคอาหาร เครื่องปรุงรส หรือผลิตภัณฑ์อื่นๆที่มีไอโอดีนอย่างเพียงพอต่อความต้องการของแต่ละวัย ปัจจุบันสถานการณ์ของภาวะขาดสารไอโอดีนในประชากรไทยยังคงอยู่ในระดับที่เป็นปัญหา ดังข้อมูลคือ ๑) ผลการสุ่มสำรวจไอโอดีนในปัสสาวะหญิงตั้งครรภ์ ในปี ๒๕๕๖ พบสัดส่วนของหญิงตั้งครรภ์ที่มีระดับไอโอดีนในปัสสาวะต่ำกว่า ๑๕๐ µg/L ของจังหวัดขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ พบร้อยละ ๖๕.๗ ๔๖.๑, ๖๘.๔,และ๖๒.๕, ตามลำดับ ถือว่าเป็นปัญหาเพราะเกณฑ์องค์การอนามัยโลกกำหนดไว้คือ พื้นที่ที่มีสัดส่วนของหญิงตั้งครรภ์ที่มีระดับไอโอดีนในปัสสาวะน้อยกว่า ๑๕๐ µg/L เกินร้อยละ ๕๐ เป็นพื้นที่ขาดสารไอโอดีน ๒) ปี 2560 ภาวะขาดสารไอโอดีนในทารกแรกเกิด เกณฑ์องค์การอนามัยโลกกำหนดไว้ว่าพื้นที่ใดที่มีผลการตรวจ TSH มากกว่า ๑๑.๒ มิลลิยูนิตต่อลิตรเกินร้อยละ ๓ ถือว่าเป็นพื้นที่ขาดไอโอดีน ผลของการตรวจพบว่าเป็นปัญหาทุกจังหวัด กล่าวคือ จังหวัดขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ พบร้อยละ 7.44, 8.26 14.07, และ11.07 จำนวนหมู่บ้านที่ผ่านเกณฑ์การประเมินเป็นหมู่บ้านไอโอดีน ขณะนี้พบว่าจังหวัดมหาสารคาม ดำเนินการผ่านเกณฑ์ร้อยละ 100 ขอนแก่นร้อยละ 81.7 ร้อยเอ็ดร้อยละ 78.3 และกาฬสินธุ์ร้อยละ 66.7 จากนโยบายเป้าหมายและตัวชี้วัดของการควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีน สรุปได้ว่า ทุกจังหวัดเป็นพื้นที่ที่มีหญิงตั้งครรภ์ ทารกแรกเกิด มีภาวะขาดสารไอโอดีน และจากการประเมินรับรองอำเภอไอโอดีนทั้ง 4 จังหวัดพบว่า กระบวนการดำเนินงานและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นมีแนวโน้มในการควบคุมโรคได้ แสดงให้เห็นศักยภาพภาคีเครือข่ายระดับอำเภอ เพราะเชื่อมโยงการดำเนินงานระดับตำบลและหมู่บ้านได้ดี สามารถกำกับ ติดตามและประเมินผลภาวะขาดสารไอโอดีน ดังนั้นการเฝ้าระวัง กำกับ ติดตามและประเมินผลควรได้รับการปรับปรุงให้เข้มแข็ง ถ้าจะให้บรรลุเป้าหมายจำเป็นจะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง การดำเนินงานจึงมุ่งไปสู่อำเภอไอโอดีน และจังหวัดไอโอดีน ซึ่งถือว่าเป็นการวางรากฐานที่สำคัญในการสร้างความเข้มแข็งของระบบเฝ้าระวัง ภาคีเครือข่าย และภาคประชาชนได้ดูแลตนเอง ด้านการควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับกระบวนการขับเคลื่อนแบบมีส่วนร่วมเพื่อให้เกิดผลผลิตและผลลัพธ์ที่ดี โดยอาศัยการรวมพลังจากทุกภาคส่วน ร่วมใจกัน ขจัดโรคไอโอดีนให้หมดไป ปีงบประมาณ ๒๕61 ศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี จึงได้จัดทำโครงการสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่าต้านภัยมะเร็งเต้านม และการควบคุมป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนในเขตสุขภาพที่ 8 ตามนโยบายแผนยุทธศาสตร์ของกรมอนามัย เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรระดับพื้นที่ในการดำเนินงานโครงการสืบสานฯ ส่งเสริมให้สตรีไทยมีพฤติกรรมการตรวจเต้านมตนเองที่ถูกต้อง และพัฒนาระบบการคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยตนเอง รวมทั้งพัฒนาชมรมผู้ประกอบการเกลือเสริมไอโอดีน พัฒนาศูนย์การเรียนรู้ชุมชน/หมู่บ้านไอโอดีนให้ยั่งยืนต่อไป

วัตถุประสงค์ : 5.1 เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรระดับพื้นที่ในการดำเนินงานโครงการสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่า ต้านภัยมะเร็งเต้านมและขยายระบบบริการคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยการตรวจเต้านมด้วยตนเอง 5.2 เพื่อส่งเสริมให้สตรีไทยมีพฤติกรรมการตรวจเต้านมตนเองที่ถูกต้องและสม่ำเสมอ 5.3 เพื่อให้จังหวัดพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ชุมชน/หมู่บ้านไอโอดีน 5.4 เพื่อพัฒนาชมรมผู้ประกอบการเกลือเสริมไอโอดีน

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
- มีการพัฒนาระบบการคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยการตรวจเต้านมด้วยตนเอง 6 จังหวัด - มีการขับเคลื่อนการดำเนินงานชุมชน/หมู่บ้านไอโอดีน - มีการเฝ้าระวังภาวะขาดสารไอโอดีนด้วยการตรวจคุณภาพเกลือเสริมไอโอดีน 7 จังหวัด

วิธีการดำเนินงาน : 1) ขั้นเตรียมการ 1.1 จัดทำโครงการเพื่อขออนุมัติดำเนินการ 1.2 ประสานงานผู้รับผิดชอบจังหวัด/โรงพยาบาล/วิทยากรในการจัดอบรม 1.3 ทบทวนสถานการณ์งานไอโอดีนที่ผ่านมา และสุ่มพื้นที่ที่มีผลค่า TSH สูง ๗ จังหวัดๆ ละ 1 อำเภอ 1.3 ทำหนังสือเชิญกลุ่มเป้าหมายเข้ารับการอบรม 1.4 ประชุมทีมงานเพื่อเตรียมความพร้อมการจัดอบรม 1.5 จัดเตรียมความพร้อมด้านเอกสาร/สถานที่ และสื่อที่ใช้ในการจัดอบรม 1.6 จัดเตรียมความพร้อมด้านเอกสารการเยี่ยมเสริมพลัง และการสนทนากลุ่ม 2) ขั้นดำเนินการ 2.1 ชี้แจงการดำเนินงานโครงการสืบสานฯ เพื่อการขยายพื้นที่การดำเนินงานและการควบคุมป้องกันโรค ขาดสารไอโอดีน 2.2 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพบุคลากรระดับพื้นที่เพื่อการดำเนินงาน 2.3 เยี่ยมเสริมพลังติดตามการดำเนินงานของพื้นที่

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพบุคลากรจัดประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพบุคลากรผู้รับผิดชอบงานมะเร็งเต้านม 1 ต.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 67,484.00
2 ร่วมเฝ้าระวังคัดกรองมะเร็งเต้านมร่วมกับมูลนิธิถันยรักษ์ 1 เม.ย. 2561 - 30 มิ.ย. 2561 31,480.00
3 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพบุคลากรผู้รับผิดชอบงานไอโอดีน 1 ต.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 53,191.00
4 จัดประชุมผู้ประกอบการเกลือเสริมไอโอดีนในเขตสุขภาพที่ 8 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 7,845.00
รวมเป็นเงิน 160,000.00
งบประมาณ : 160,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : ๑๔.๑ เกิดการพัฒนาและขยายเครือข่ายองค์กรต้นแบบจัดการสุขภาพ ๑๔.๒ มีต้นแบบที่ดี (Best practice) ตำบลต้นแบบจัดการสุขภาพ ๑๔.๓ องค์กรมีระบบเฝ้าระวังภาวะสุขภาพในประชาชนวัยทำงาน

ผู้รับผิดชอบโครงการ : ๑.นางชัญญานุช ปานนิล ตำแหน่ง นักโภชนาการชำนาญการ ๒.นางสาวภัทราพร ชูศร ตำแหน่ง นักโภชนาการชำนาญการ ๓.นายภูเบศร์ ประกายศรี ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ ๔.นายยุทธนา ชนะพันธ์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข (ด้านส่งเสริมสุขภาพ)

ผู้เสนอโครงการ : นางชัญญานุช ปานนิล หัวหน้ากลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายสมภพ สุทัศน์วิริยะ หัวหน้ากลุ่มขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และพัฒนากำลังคน รองผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางพงศ์สุรางค์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี
ลำดับที่ : 4

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาระบบการดูแลด้านสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาว (Long Term Care) ในชุมชน ปีงบประมาณ 2561

ยุทธศาสตร์ : 1.5 ส่งเสริมผู้สูงอายุไทยเพื่อเป็นหลักชัยของสังคม

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 13. อายุคาดเฉลี่ยของการมีสุขภาพ (Health-Adjusted Life Expectancy : HALE)
14. ร้อยละของผู้สูงอายุ (60-74 ปี) มีฟันแท้ใช้งานอย่างน้อย 20 ซี่ และ 4 คู่สบ

cluster : กลุ่มผู้สูงอายุ

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (46)15.1 ทบทวนสถานการณ์ และ พัฒนาศักยภาพบุคลากรในการส่งเสริมสุขภาพสุขภาพผู้สูงอายุ ทุกระดับ ส่วนกลางเขต จังหวัด อำเภอ ตำบล

แผนจัดสรรงบประมาณ :   2. แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

หลักการและเหตุผล : รัฐบาลให้ความสำคัญกับการที่ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและมีนโยบายด้านการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุทุกกลุ่มมาอย่างต่อเนื่อง ในปี 2558 กระทรวงสาธารณสุขดำเนินการประเมินคัดกรองสุขภาพผู้สูงอายุจำนวน 6,394,022 คนพบว่าเป็นกลุ่มติดสังคมร้อยละ 79 และเป็นผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงกลุ่มติดบ้านติดเตียงจำเป็นต้องสนับสนุนบริการด้านสุขภาพและสังคมร้อยละ 21 ในปี 2559 รัฐบาลได้มุ่งเน้นในการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงทั้งกลุ่มติดบ้านและกลุ่มติดเตียงโดยมีเป้าหมายสำคัญคือทำอย่างไรจะป้องกันไม่ให้ผู้สูงอายุที่ยังแข็งแรงมีการเจ็บป่วยจนต้องอยู่ในภาวะพึ่งพิงและทำอย่างไรผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิงจะได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม โดยทีมสหวิชาชีพในระดับปฐมภูมิซึ่งจัดบริการดูแลด้านสุขภาพถึงที่บ้านอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอตามปัญหาสุขภาพตามชุดสิทธิประโยชน์โดยการมีส่วนร่วมของครอบครัวชุมชนและท้องถิ่นส่งผลให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีอยู่ในสังคมอย่างมีศักดิ์ศรี ศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี ตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว จึงจัดการอบรมพัฒนาศักยภาพบุคลากร ผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) ผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Care Giver) อสม. และผู้ที่เกี่ยวข้อง ภายใต้โครงการการพัฒนาระบบดูแลด้านสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาว (Long Term Care) ในชุมชน เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และทักษะในการดูแลผู้สูงอายุได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะส่งผลให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพดีทั้งกายและใจ สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดีในสังคมต่อไป

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) ในชุมชน 2. เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Care Giver) ในชุมชน 3. เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับการดูแลและประเมิน คัดกรองสุขภาพเบื้องต้น ทั้งด้านสุขภาพช่องปาก ภาวะสมองเสื่อม การเข้าถึงบริการสุขภาพอย่างเท่าเทียม ได้รับความคุ้มครองให้ปลอดภัย อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์และมีคุณภาพชีวิตที่ดี 4. เพื่อกำกับ ติดตาม สนับสนุนการดำเนินงานการพัฒนาระบบดูแลด้านสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาว (Long Term Care) ในชุมชน

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
ผู้ผ่านการอบรมหลักสูตรผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) ร้อยละ 80 (จำนวน 432 คน) ผู้ผ่านการอบรมหลักสูตรผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Care Giver) ร้อยละ 80(จำนวน1,520 คน)

วิธีการดำเนินงาน : กิจกรรมที่ 1 การอบรมหลักสูตรผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) เป้าหมาย : การอบรมหลักสูตรผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) ผู้เข้าอบรม ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจากหน่วยบริการ (พยาบาลวิชาชีพ นักวิชาการสาธารณสุข จพ.สาธารณสุข) ผู้ปฏิบัติงานใน อปท. ระยะเวลา : เดือนพฤศจิกายน 2560 – เดือนกุมภาพันธ์ 2561 กิจกรรมที่ 2 สนับสนุนการอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Care Giver) เป้าหมาย : ผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Giver)/อสม./อผส./อสค. ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 8 รวมทั้งสิ้น 1,800 คน ระยะเวลา : เดือนเมษายน – พฤษภาคม 2561 กิจกรรมที่ 4 ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพทันตบุคลากร เรื่อง การคัดกรองมะเร็งช่องปากและการสำรวจพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งช่องปาก เป้าหมาย : เจ้าหน้าที่ทันตบุคลากรในพื้นที่จังหวัดเลย ระยะเวลา : เดือนมกราคม 2561 กิจกรรมที่ 5 ติดตามเยี่ยมเสริมพลัง ในตำบล Long Term Care เป้าหมาย : ตำบล Long Term Care ในพื้นที่ เขตสุขภาพที่ 8 รวม 7 จังหวัด ผู้เข้ารับการติดตาม เยี่ยมเสริมพลัง ได้แก่ ผู้รับผิดชอบงานระดับจังหวัด ระดับอำเภอ และระดับตำบล ผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (CM) ผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Care Giver) ตัวแทนจาก อปท. ระยะเวลา : เดือนกรกฎาคม – สิงหาคม 2561

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 กิจกรรมที่ 1 การอบรมหลักสูตรผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) เป้าหมาย : การอบรมหลักสูตรผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) ผู้เข้าอบรม ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจากหน่วยบริการ (พยาบาลวิชาชีพ นักวิชาการสาธารณสุข จพ.สาธารณสุข) ผู้ปฏิบัติงานใน อปท. ระยะเวลา : เดือนพฤศจิกายน 2560 – เดือนกุมภาพันธ์ 2561 1 ธ.ค. 2560 - 30 มี.ค. 2561 3,833,340.00
2 กิจกรรมที่ 2 สนับสนุนการอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Care Giver) เป้าหมาย : ผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Care Giver)/อสม./อผส./อสค. ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 8 รวมทั้งสิ้น 1,800 คน ระยะเวลา : เดือนเมษายน – พฤษภาคม 2561 2 เม.ย. 2561 - 31 พ.ค. 2561 2,011,100.00
3 ติดตาม เยี่ยมเสริมพลังชมรมผู้สูงอายุ 1 ส.ค. 2561 - 31 ส.ค. 2561 49,280.00
4 ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพทันตบุคลากร เรื่อง การคัดกรองมะเร็งช่องปากและการสำรวจพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งช่องปาก 22 ม.ค. 2561 - 23 ม.ค. 2561 87,556.00
5 ประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนระบบการส่งเสริมสุขภาพดูแลผู้สูงอายุระยะยาว (Long Term Care) 12 มี.ค. 2561 - 12 มี.ค. 2561 14,614.00
6 การประชุมเชิงปฏิบัติการระบบขึ้นทะเบียน Care Manager, Caregiver และการใช้งานระบบการจัดทำ Care plan 15 มี.ค. 2561 - 19 มี.ค. 2561 191,460.00
7 คัดเลือกและประเมินผลงานบุคคลและองค์กรต้นแบบด้านส่งเสริมสุขภาพและดูแลผู้สูงอายุประจำปี 2561 30 เม.ย. 2561 - 29 พ.ค. 2561 88,680.00
8 การคัดกรองและสำรวจพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งช่องปากผู้สูงอายุจังหวัดเลย 1 พ.ค. 2561 - 29 มิ.ย. 2561 70,400.00
9 การประชุมถอดบทเรียนโครงการพัฒนาระบบการดูแลด้านสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาว (Long Term Care) ในชุมชน ปีงบประมาณ 2561 6 ส.ค. 2561 - 10 ส.ค. 2561 66,980.00
10 ประชุมสรุปและถอดบทเรียน เรื่อง การคัดกรองมะเร็งช่องปากและการสำรวจพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งช่องปาก 28 ส.ค. 2561 - 30 มี.ค. 2561 76,590.00
รวมเป็นเงิน 6,490,000.00
งบประมาณ : 6,490,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ธ.ค. 2560 - 31 ส.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : ผู้ผ่านการอบรมมีความรู้ความเข้าใจมีทักษะในการบริหารจัดการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน ผู้สูงอายุสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพและได้รับความคุ้มครองทางสุขภาพโดยมีความรู้สึกมั่นคงปลอดภัยและมีพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรีและมีความสุขต่อไป

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางสาววรรณพร สว่างบุญ นางชัญญานุช ปานนิล

ผู้เสนอโครงการ : นางชัญญานุช ปานนิล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายสมภพ สุทัศน์วิริยะ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางพงศ์สุรางค์ เสนีวงศ์ ณ อยุทธยา

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี
ลำดับที่ : 5

ชื่อโครงการ : โครงการ อาหาร น้ำบริโภคปลอดภัย สุขอนามัยของประชาชนและการจัดการน้ำในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริประจำปี 2561

ยุทธศาสตร์ : 2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 15. ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างน้อยตำบลละ 1 ชุมชน

cluster : กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (59)20.1 ประเมินและพัฒนาระบบการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภค

แผนจัดสรรงบประมาณ :   4. แผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ

หลักการและเหตุผล : น้ำเป็นปัจจัยที่สำคัญสำหรับการดำรงชีวิตของมนุษย์ ทั้งในการบริโภค อุปโภค และกิจกรรมต่างๆในชีวิตประจำวันโดยเฉพาะน้ำที่ใช้เพื่อการบริโภคนั้นจะต้องสะอาดปลอดภัยจากเชื้อโรคและสิ่งปนเปื้อนต่างๆ การที่จะมีน้ำบริโภคที่สะอาดปลอดภัย จึงต้องมีการดูแลตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ที่ต้องมีการควบคุมคุณภาพก่อนถึงประชาชน ซึ่งมีความจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหลายด้านด้วยกัน ซึ่งการมีน้ำบริโภคที่สะอาดปลอดภัยคือความจำเป็นพื้นฐานของการดำรงชีวิต ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้ประชาชนมีสุขภาพดีเท่านั้นแต่ยังเป็นถึงความเจริญของประเทศอีกด้วย รัฐบาลไทยจึงได้ดำเนินการจัดหาน้ำสะอาดเพื่อบริการประชาชนมาโดยตลอดตั้งแต่ปี 2475 และได้บรรจุไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ.2505-2509) จนถึงปัจจุบัน และเพื่อให้ประชาชนได้มีน้ำสะอาดสำหรับดื่มและใช้อย่างทั่วถึงและเพียงพอ กรมอนามัยได้ดำเนินการสำรวจส่งเสริม พัฒนา ติดตาม ประเมินสถานการณ์คุณภาพน้ำบริโภคในประเทศไทยเพื่อเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภคให้สะอาดปลอดภัยทั้งในระดับครัวเรือนและชุมชน ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดการน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำสะอาดด้วยตนเอง นอกจากนี้กรมอนามัยยังได้มีการจัดทำโครงการรักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของแผ่นดิน ในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำ และถิ่นทุรกันดารต่างๆ ให้มีน้ำบริโภคที่สะอาดปลอดภัย เพียงพอต่อความต้องการ ในปีงบประมาณ 2559 และดำเนินการต่อเนื่องมายังปีงบประมาณ 2561 การส่งเสริมครัวไทย ให้เป็นครัวของโลกหรือครัวอาเซียน โดยการสนับสนุนและส่งเสริมให้มีการดำเนินงานอาหารปลอดภัย ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เพื่อให้คนไทยได้บริโภคอาหารที่สะอาดปลอดภัยปราศจากสารปนเปื้อนที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพจากแหล่งผลิตและแหล่งจำหน่ายอาหารโดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดสด ตลาดนัด ร้านอาหารและแผงลอยจำหน่ายอาหาร ซึ่งต้องได้รับการพัฒนายกระดับตามมาตรฐานซึ่งกรมอนามัยมีบทบาทในการสนับสนุนการดำเนินงานพัฒนาตลาดสดประเภทที่ ๑, ๒ ให้ได้มาตรฐานตามเกณฑ์ตลาดสดน่าซื้อและตลาดนัดน่าซื้อ รวมถึงการพัฒนาร้านอาหารและแผงลอยให้ได้มาตรฐานอาหารสะอาด รสชาติอร่อย (Clean Food Good Taste ) และพัฒนายกระดับเป็นร้านอาหาร ๕ ดาว และร้านอาหาร CFGT+ ดังนั้นศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี จึงได้จัดทำโครงการ อาหาร น้ำบริโภคปลอดภัย สุขอนามัยของประชาชนและการจัดการน้ำในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริประจำปี 2561ขึ้น เพื่อให้ประชาชนได้รับการบริการอาหารที่สะอาดปลอดภัยต่อสุขภาพ มีน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคที่สะอาด ปลอดภัย เพียงพอและเอื้อต่อการมีสุขภาพดีของประชาชน

วัตถุประสงค์ : 1. ประเมินและพัฒนาระบบการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภค 2. ผลักดันให้เกิดการพัฒนารูปแบบการจัดการน้ำบริโภค 3. เฝ้าระวังคุณภาพน้ำและพัฒนาขีดความสามารถผู้ดูแลระบบน้ำบริโภคในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1.การพัฒนาคุณภาพน้ำบริโภค 1. ภาคีเครือข่ายได้รับการพัฒนาศักยภาพ (ลงทะเบียนเข้าอบรม) 100 คน 2. จังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบมีการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำประปา 136 ตัวอย่าง 2.การจัดการน้ำในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 1. ภาคีเครือข่ายได้รับการพัฒนาศักยภาพ(ครูอนามัย) 30 คน 2. จำนวนตัวอย่างน้ำบริโภคในโรงเรียนถิ่นทุรกันดารที่เฝ้าระวัง 50 ตัวอย่าง 3. สุ่มประเมินคุณภาพน้ำและมาตรฐานสถานที่ประกอบอาหาร 10 แห่ง 3.ทุกจังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบร่วมจัดกิจกรรมรณรงค์ล้างมือ และส่งภาพกิจกรรม 7 จังหวัด เชิงปริมาณ - จำนวนตัวอย่างที่เฝ้าระวัง 50 ตัวอย่าง - จำนวนภาคีเครือข่ายที่ได้รับการพัฒนาศักยภาพ 100 คน เชิงคุณภาพ - เครือข่ายมีการจัดการคุณภาพน้ำบริโภคตามเกณฑ์ - สรุปผลการดำเนินงาน 1 ฉบับ - รายงานผลการจัดกิจกรรมวันล้างมือโลก 1 ฉบับ เชิงเวลา ปีงบประมาณ 2561 1 ปี

วิธีการดำเนินงาน : 1. จัดประชุมพัฒนาศักยภาพผู้ดูแลระบบประปา (ลงทะเบียนเข้าอบรม) 2. จัดประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพครูอนามัย (โครงการพระราชดำริ) 3. สนับสนุนจังหวัดในการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำและสุ่มเก็บตัวอย่างส่งตรวจ 4. จัดกิจกรรมรณรงค์วันล้างมือโลก และรายงานผลการจัดกิจกรรม 5. สนับสนุนการดำเนินงานของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (การประสานหน่วยงานและภาคีเครือข่ายในระดับเขต การให้คำแนะนำทางวิชาการ การติดตามการดำเนินงาน)

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 สนับสนุนวิชาการ และประเมินรับรองน้ำประปา, ตลาด 5 ดาว และร้านอาหาร CFGT+ 1 ก.พ. 2561 - 30 ก.ย. 2561 5,650.00
2 สนับสนุนวิชาการ และชุดทดสอบภาคสนาม 1 ธ.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 22,200.00
3 สนับสนุนจังหวัดในการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำประปาและสุ่มเก็บตัวอย่างน้ำประปาส่งตรวจห้องปฏิบัติการ 1 ก.พ. 2561 - 31 ส.ค. 2561 51,000.00
4 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ด้านการจัดการน้ำบริโภคและน้ำประปา 1 ธ.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 76,650.00
5 สนับสนุนและสุ่มประเมินคุณภาพน้ำและมาตรฐานสถานที่ประกอบอาหารในโรงเรียนถิ่นทุรกันดาร 1 ก.พ. 2561 - 31 ส.ค. 2561 68,350.00
6 จัดกิจกรรมวันล้างมือโลก สนับสนุนอุปกรณ์และประสานภาคีเครือข่ายให้ร่วมจัดกิจกรรมรณรงค์ 1 ต.ค. 2560 - 31 ต.ค. 2560 4,950.00
รวมเป็นเงิน 228,800.00
งบประมาณ : 228,800.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีน้ำดื่มที่มีคุณภาพ สะอาด ปลอดภัย ตามเกณฑ์มาตรฐานของประเทศเทียบเท่ามาตรฐานสากล 2. ประชาชนในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและชุมชนใกล้โรงเรียนในถิ่นทุรกันดารได้ดื่มน้ำสะอาด ปลอดภัย สามารถเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภคได้อย่างต่อเนื่อง

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นายเรืองยศ บุญภักดี ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 2. นางสาวเพียงไผท ชำนาญค้า ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข 3. นางสาวปรียาพร สร้างไร่ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข

ผู้เสนอโครงการ : นายเรืองยศ บุญภักดี ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายสมภพ สุทัศน์วิริยะ ตำแหน่ง นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และพัฒนากำลังคน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางพงศ์สุรางค์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา ตำแหน่ง นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี
ลำดับที่ : 6

ชื่อโครงการ : โครงการส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ประจำปี 2561 (ตามแนวพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี)

ยุทธศาสตร์ : 1.2 ส่งเสริมเด็กวัยเรียนให้แข็งแรงและฉลาด

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 5. ร้อยละของเด็กวัยเรียน (6-14 ปี) สูงดีสมส่วน ฟันไม่ผุ (caries free) และเด็กอายุ 12 ปี มีส่วนสูงเฉลี่ยตามเกณฑ์

cluster : กลุ่มวัยเรียน

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (66)23.1 ส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร (กพด.) ตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

แผนจัดสรรงบประมาณ :   7. แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาด้านสาธารณสุขและสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก

หลักการและเหตุผล : โรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร เป็นพื้นที่เป้าหมายในการดำเนินงานพัฒนาเด็กและเยาวชน ในถิ่นทุรกันดาร ซึ่งเป็นโครงการในพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และด้วย กรมอนามัยเป็นหน่วยงานสนองงานโครงการตามพระราชดำริในโครงการส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารมาตั้งแต่ปี ๒๕๓๙ โดยให้บริการความรู้และดูแลภาวะโภชนาการของเด็กตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา ส่งผลให้เด็กในครรภ์เกิดรอดปลอดภัย มีการเจริญเติบโตและพัฒนาการตามวัย รวมทั้งส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยนักเรียนควบคู่ไปกับการศึกษาเล่าเรียนให้มีสุขภาพแข็งแรงกินอาหารที่ถูก หลักโภชนาการ ดื่มน้ำเสริมไอโอดีนและออกกำลังกายอย่างเหมาะสม รวมทั้งเน้นความสะอาดและสุขาภิบาล มาอย่างต่อเนื่อง แต่ภายใต้ความขาดแคลนปัจจัยสนับสนุนและข้อจำกัดหลายประการทำให้การดำเนินงานหลายกิจกรรมยังไม่บรรลุผลเท่าที่ควร โดยเฉพาะด้านสุขภาพ ภาวะโภชนาการและสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมที่พบว่ายังเป็นปัญหาค่อนข้างมาก เช่น ฟันผุ เหงือกอักเสบ ทุพโภชนาการ (เตี้ย ผอม) ตลอดจนปัญหาสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม จากการสำรวจภาวะสุขภาพเด็กวัยเรียนในปี ๒๕๕๘ พบว่า เด็กวัยเรียนมีน้ำหนักตามเกณฑ์อายุ ร้อยละ 77.6 น้ำหนักค่อนข้างน้อยและน้อยกว่าเกณฑ์ ร้อยละ 13.6 ค่อนข้างมากและมากกว่าเกณฑ์ ร้อยละ 8.8 สมส่วน ร้อยละ 82.6 ค่อนข้างผอมและผอม ร้อยละ 7.1 ท้วม ร้อยละ 2.8 เริ่มอ้วนและอ้วน ร้อยละ 7.5 ส่วนสูง ตามเกณฑ์ขึ้นไป ร้อยละ 88.3 ค่อนข้างเตี้ยและเตี้ย ร้อยละ 11.7 นอกจากนี้ยังพบเด็กวัยเรียนเป็นเหา ร้อยละ 17.2 คอพอก (ระดับ 1) ร้อยละ 13.2 สายตาผิดปกติ ร้อยละ 2.8 การได้ยินผิดปกติ ร้อยละ 1.3 เด็กวัยเรียน มีฟันแท้ผุอุด และถอน ร้อยละ 33.6 เหงือกอักเสบ ร้อยละ 35.8 และยังพบว่ามีการเปลี่ยนครูผู้รับผิดชอบงานอนามัยโรงเรียนบ่อยจึงทำให้ต้องมีการพัฒนาศักยภาพด้วยเหตุนี้ งานอนามัยเด็กวัยเรียน จึงได้จัดทำโครงการเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรในการส่งเสริมสุขภาพเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ประจำปี 2560 (ตามแนวพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี) เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจและทักษะด้านสุขภาพในการดำเนินงานพัฒนาสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชน พัฒนาศักยภาพบุคลากร เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ครูและผู้ที่เกี่ยวข้อง ในการพัฒนาสุขภาพเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร

วัตถุประสงค์ : 1 เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากร เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจทักษะด้านสุขภาพในการดำเนินงานพัฒนาสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชน และบริบทแวดล้อมโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน 2 ให้นักเรียนได้รับบริการดูแลสุขภาพและแก้ไขปัญหาสุขภาพที่เหมาะสม

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
เป้าหมาย/ผลผลิตของโครงการ บุคลากรสาธารณสุข ครูใหญ่ ครูอนามัยโรงเรียนได้รับการพัฒนาศักยภาพ 90 คน

วิธีการดำเนินงาน : 1. ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่ กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ ๒๔ อุดรธานี กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ ๒๓ สกลนคร นักวิชาการ/ผู้รับผิดชอบงานจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพื่อประสานกลุ่มเป้าหมาย 2. ประสานวิทยากร เตรียมเอกสารด้านวิชาการ เครื่องมือที่ใช้ในการอบรมและวัสดุอุปกรณ์ 3. ประชุมสร้างความเข้าใจและกำหนดบทบาทหน้าที่ทีมจัดประชุม 4. ดำเนินการจัดประชุม 5. สรุปผลการประชุม

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมเชิงปฏิบัติการเสริมสร้างความรอบรู้ด้านส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน 1 ม.ค. 2561 - 31 มี.ค. 2561 367,240.00
2 เตรียมการรับเสด็จกับหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่และถวายรายงานและเยี่ยมเสริมพลัง 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 32,760.00
รวมเป็นเงิน 400,000.00
งบประมาณ : 400,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : ครูและบุคลากรที่เกี่ยวข้องสามารถนำองค์ความรู้ไปพัฒนาการให้บริการงานอนามัยในโรงเรียนได้อย่างถูกต้อง ส่งผลให้เด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารมีพัฒนาการสมวัย ได้รับการส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยอย่างเหมาะสม

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางชัญญานุช ปานนิล ตำแหน่ง นักโภชนาการชำนาญการ นางสาวสุภาวดี ฟองฟุ้ง ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข (ด้านส่งเสริมสุขภาพ)

ผู้เสนอโครงการ : (นางชัญญานุช ปานนิล) หัวหน้ากลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : (นายสมภพ สุทัศน์วิริยะ) นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และพัฒนากำลังคน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : (นางพงศ์สุรางค์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา) นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ ปฏิบัติหน้าที่ ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ ๘ อุดรธานี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี
ลำดับที่ : 7

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาระบบบริการงานอนามัยแม่และเด็ก ศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี ปีงบประมาณ2561

ยุทธศาสตร์ : 1.1 ส่งเสริมการเกิดและเติบโตคุณภาพ

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 1. อัตราส่วนการตายมารดาไทย ต่อการเกิดมีชีพแสนคน
2. ร้อยละของเด็กอายุ 0-5 ปี มีพัฒนาการสมวัย
3. ร้อยละของเด็กอายุ 0-5 ปี สูงดีสมส่วน และส่วนสูงเฉลี่ยที่อายุ 5 ปี

cluster : กลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัย

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (2)1.2 เสริมพลังภาคีเครือข่าย (MCH Board ) และสืบสวนการตายมารดาระดับเขต

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : สถานการณ์ในประเด็นงานสตรีและเด็กปฐมวัยเขตสุขภาพที่ 8 ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ ศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี พบว่า มีจำนวนมารดาตาย จำนวน 6 ราย อัตราตายมารดาเท่ากับ 18.65 โดยสาเหตุการตายมารดาเป็นสาเหตุที่สามารถป้องกันได้ หญิงตั้งครรภ์ได้รับการฝากครรภ์ครั้งแรกก่อน 12 สัปดาห์ ร้อยละ 75.78 หญิงตั้งครรภ์ได้รับการฝากครรภ์ครบ 5 ครั้งตามเกณฑ์คุณภาพ ร้อยละ61.70 หญิงหลังคลอดได้รับการดูแลครบ 3 ครั้งตามเกณฑ์ ร้อยละ52.35ซึ่งในแต่ละจังหวัดมีการสนับสนุนการใช้ชุดสิทธิประโยชน์แต่ยังไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ รวมทั้งการคัดกรองหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะเสี่ยงยังคัดกรองได้น้อยมาก สาเหตุ จนท.ส่วนใหญ่ไม่ไดบันทึกข้อมูลและขาดการติดตามกันอย่างจริงจัง อัตราทารกแรกเกิดน้ำหนักน้อยกว่า 2,500 กรัม 5.62 ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ ร้อยละเด็กแรกเกิด- 6 เดือน กินนมแม่อย่างเดียว ร้อยละ56.30 แต่ยังมีการบางจังหวัดที่ยังเก็บข้อมูลยังไม่ถูกต้อง ร้อยละเด็ก 0-5 ปีมีส่วนสูงดีและรูปร่างสมส่วน ร้อยละ49.99 ส่วนสูงเฉลี่ยที่อายุ5 ปีเด็กชายมีส่วนสูงเฉลี่ย 109.56 เซนติเมตร เด็กหญิงมีส่วนสูงเฉลี่ย 109.04 เซนติเมตร ซึ่งยังไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด มีภาวะเตี้ย ร้อยละ 9.79 และภาวะผอมร้อยละ 6.42 ผลการคัดกรองพัฒนาการเด็กปฐมวัย พบว่าเด็กอายุ 0-5 ปี ได้รับการคัดกรองเพียงร้อยละ 69.62 ซึ่งค่อนข้างต่ำมาก และมีพัฒนาการสมวัยร้อยละ 89.27 สงสัยล่าช้า ร้อยละ 10.58 ถือว่าผลกาค้นหาไม่ดีพอ และยังติดตามได้น้อย คือ ร้อยละ51.29 จากสถานการณ์ดังกล่าว กลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพ อนามัยแม่และเด็ก ศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี กรมอนามัยจึงได้จัดทำโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและแลกเปลี่ยนเรียนรู้งานอนามัยสตรีและเด็กปฐมวัยในเขตพื้นที่รับผิดชอบศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานีและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในการดำเนินงานสตรีและเด็กปฐมวัยอย่างเป็นองค์รวมและบรรลุเป้าหมายและแก้ไขปัญหาในพื้นที่เพิ่มการเฝ้าระวังมารดาตายและการเฝ้าระวัง คัดกรอง ส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยเน้นกิจกรรมที่พ่อแม่ หรือผู้ดูแลเด็กสามารถนำไปใช้ทั้งการดูแลภาวะการเจริญเติบโต ภาวะโภชนาการ คุณภาพของศูนย์เด็กเล็ก การเฝ้าระวังฟันผุและกิจกรรมทางกายที่เหมาะสม ให้แม่ได้ฝากท้องไว คลอดปลอดภัย สร้างเด็กไทย4.0 ร่วมกับสร้างความเข้าใจในพระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็กและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง พ.ศ. ... ให้แก่บุคคลากรทางการแพทย์ การพยาบาลและสาธารณสุข เพื่อตอบสนองตามนโยบายกระทรวงสาธารณสุขต่อไป

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อพัฒนา สนับสนุนหน่วยบริการสาธารณสุขและพัฒนาศักยภาพบุคลากรในการให้บริการตามมาตรฐานอนามัยแม่และเด็ก 2. เพื่อพัฒนาระบบการเฝ้าระวังพัฒนาการเด็กปฐมวัย 3. เพื่อสิ่งเสริมสนับสนุนปกป้องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 4. เพื่อส่งเสริมบทบาทพ่อแม่ ผู้ดูแลเด็กในการส่งเสริมพัฒนาการรอบด้าน

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1.สนับสนุนส่งเสริมการใช้มาตรฐานอนามัยแม่และเด็กเพื่อการพัฒนาระบบงานอนามัยแม่และเด็ก 8 กิจกรรมต่อปี 2.ประชุมคณะกรรมการ MCH Board ระดับเขต 2 ครั้งต่อปี (ครั้งละ 30 คน) 3.ประเมินโรงพยาบาลตามมาตรฐานอนามัยแม่และเด็ก 2 รพ. 4.เสริมพลังเครือข่าย (MCH Board) และสืบสวนการตายมารดาระดับเขต 1 ครั้ง 5.ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในการดูแลสุขภาพอนามัยแม่และเด็ก (Raelly ANC LR PP WCC) (1 ครั้งๆละ 110 คน) 110คน 6.พัฒนารูปแบบและพื้นที่ส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายของเด็กปฐมวัย 1 ครั้ง 7.มีแผนขับเคลื่อน“The First 1000 Days Create a Life , Create a Future” 1 แผน 8.ประชุมเชิงปฏิบัติส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และการขับเคลื่อนขับเคลื่อนพรบ.ควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็กและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง (1 ครั้งๆละ 52 คน) 52 คน 9.ประชุมเชิงปฏิบัติการสร้างเสริมพัฒนาการเด็กด้วยเครื่องมือ DSPM (1 ครั้งๆละ120 คน) 120 คน

วิธีการดำเนินงาน : กิจกรรมที่ 1 ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในการดูแลสุขภาพอนามัยแม่และเด็ก (Raelly ANC LR PP WCC) กลุ่มเป้าหมาย สูติแพทย์ กุมารแพทย์ พยาบาลประจำคลินิก ANC LR PP WCC รพท และ รพ node ระยะเวลา รุ่นละ 1 วัน จำนวน 2 รุ่น รุ่นที่ 1 จำนวน 50 คน รุ่นที่ 2 จำนวน 60 คน รวมเป็น 110 คน วิธีดำเนินการ 1. ประสานวิทยากร ชี้แจงรายละเอียดการประชุม 2. ดำเนินการประชุม มีการบรรยายและแบ่งกลุ่มเรียนรู้ กิจกรรมที่ 2 ประชุมคณะกรรมการ MCH board ระดับเขต กลุ่มเป้าหมาย คณะกรรมการ MCH board ระดับเขต ระยะเวลา จำนวน 2 ครั้งๆละ 1 วัน วิธีดำเนินการ ประชุมคณะกรรมการเพื่อชี้แจงการดำเนินงาน และติดตามผลงาน กิจกรรมที่ 3 ประชุมconference MMR & near miss กลุ่มเป้าหมาย แพทย์ พยาบาลที่เกี่ยวข้อง ระยะเวลา จำนวน 2 ครั้งๆละ 1 วัน วิธีดำเนินการ ประชุมคณะกรรมการเพื่อชี้แจงการดำเนินงาน และติดตามผลงาน กิจกรรมที่ 4 สุ่มประเมินโรงพยาบาลมาตรฐานอนามัยแม่และเด็ก กลุ่มเป้าหมาย โรงพยาบาลจังหวัด จำนวน 2 แห่ง ระยะเวลา 3 วัน วิธีดำเนินการ ประเมินร่วมกับส่วนกลาง โดยส่วนกลางจะกำหนดโรงพยาบาลให้ กิจกรรมที่5 ประชุมเชิงปฏิบัติการสร้างเสริมสมรรถนะการดูแลเด็กปฐมวัย (เล่า เล่น เต้น ร้อง กิน ฟัน นอน) กลุ่มเป้าหมาย เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ครูผู้ดูแลในศูนย์เด็กเล็ก โรงเรียนอนุบาล (สสจ.คัดเลือกจากศพด.เดิมที่เคยได้รับการอบรมวันที่ 29 ส.ค.60 - 1 ก.ย. 60 และคัดเลือกโรงเรียนอนุบาลจังหวัดละ 1 แห่ง) ระยะเวลา 3 วัน วิธีดำเนินการ 1. ประสานวิทยากร ชี้แจงรายละเอียดการประชุม 2. ดำเนินการประชุม มีการบรรยายและแบ่งกลุ่มเรียนรู้ กิจกรรมที่ 6 ประชุมเชิงปฏิบัติการสร้างเสริมพัฒนาการเด็กด้วยเครื่องมือ DSPM กลุ่มเป้าหมาย PG ระดับอำเภอ ครูผู้ดูแลในศูนย์เด็กเล็ก โรงเรียนอนุบาล เขตพื้นที่ศึกษาปฐมศึกษา อปท. (สสจ.คัดเลือกจากศพด. และคัดเลือกโรงเรียนอนุบาลจังหวัดละ 1 แห่ง) ระยะเวลา 2 วัน วิธีดำเนินการ 1. ประสานวิทยากร(สถาบันราชานุกูล) ชี้แจงรายละเอียดการประชุม 2. ดำเนินการประชุม มีการบรรยายและแบ่งกลุ่มเรียนรู้ กิจกรรมที่ 7 ประชุมเชิงปฏิบัติการการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และการขับเคลื่อนขับเคลื่อน พ.ร.บ. ควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็กและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง กลุ่มเป้าหมาย มิสนมแม่ สสจ. รพ.จังหวัด (รับผิดชอบงานแม่และเด็ก และ เภสัช สสจ.) ระยะเวลา 2 วัน วิธีดำเนินการ 1. ประชุม บรรยาย แนวทาง และ รายละเอียดการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูล 2. แบ่งกลุ่มเรียนรู้ และฝึกปฏิบัติ กิจกรรมที่ 8 ประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำแผน “The First 1000 Days Create a Life , Create a Future” ระยะเวลา 2 วัน กลุ่มเป้าหมายผู้รับผิดชอบงานแม่และเด็ก สสจ. 7จังหวัด วิธีดำเนินการ 1. ประสานวิทยากรชี้แจงรายละเอียดการประชุม 2. ดำเนินการประชุมทำแผน กิจกรรมที่ 9 ประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำแผนการพัฒนางานอนามัยแม่และเด็กไทย-ลาว กลุ่มเป้าหมาย เจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง ระยะเวลา 2 วัน วิธีดำเนินการ ประชุมวางแผน และ แผนปฏิบัติการในการพัฒนางานอนามัยแม่และเด็ก

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมคณะกรรมการ MCH board ระดับเขต 1 ต.ค. 2560 - 30 มิ.ย. 2561 21,600.00
2 ประชุมconference MMR & near miss 1 มี.ค. 2561 - 30 มิ.ย. 2561 26,310.00
3 เยี่ยมเสริมพลังตามมาตรฐานอนามัยแม่และเด็ก 1 มิ.ย. 2561 - 31 ก.ค. 2561 131,000.00
4 ประชุมเชิงปฏิบัติการเฝ้าระวังพัฒนาการเด็กปฐมวัย 1 ต.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 362,640.00
5 ประชุมเชิงปฏิบัติการการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และการขับเคลื่อนขับเคลื่อน พ.ร.บ. ควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็กและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง 1 ม.ค. 2561 - 31 มี.ค. 2561 99,960.00
6 ประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำแผน “The First 1000 Days Create a Life , Create a Future” 1 ต.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 72,360.00
7 ประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำแผนการพัฒนางานอนามัยแม่และเด็กไทย-ลาว 1 ม.ค. 2561 - 30 มิ.ย. 2561 80,100.00
8 ศึกษาดูงานการจัดบริการคลินิกเด็กดี และฝึกทักษะการใช้เครื่องมือ DSPM 2 มี.ค. 2561 - 2 มี.ค. 2561 8,455.00
9 อบรมผู้เลี้ยงดูเด็กด้วยนิทาน 1 มี.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2561 35,890.00
10 รณรงค์การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 1 มี.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2561 28,500.00
11 อบรม พัฒนาศักยภาพทีมประเมิน 1 มี.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2561 49,300.00
12 เยี่ยมเสริมพลังตามมาตรฐานศูนย์พัฒนาเด็กเล็กแห่งชาติ 1 มี.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2561 26,400.00
13 ประชุมติดตามการดำเนินงานตำบลส่งเสริมเด็ก 0-5 ปี สูงดีสมส่วน ฟันไม่ผุ พัฒนาการสมวัย 1 มี.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2561 38,375.00
14 ประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนนโยบายมหัศจรรย์ 1000 วันแรกของชีวิต และแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานส่งเสริมเด็กอายุ 0-5 ปี สูงดีสมส่วน ฟันไม่ผุ พัฒนาการสมวัย 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 119,200.00
15 ประชุมเชิงปฏิบัติการ ลดอัตราการตายมารดาเเเละป้องกันการคลอดก่อนกำหนด 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 74,640.00
รวมเป็นเงิน 1,174,730.00
งบประมาณ : 1,174,730.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : มีแนวทางการขับเคลื่อนงานอนามัยสตรีและเด็กปฐมวัยระดับจังหวัด 7 จังหวัด เจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้รับการพัฒนาศักยภาพ ทักษะ สามารถนำมาใช้ในการบริการตามมาตรฐานอนามัยแม่และเด็ก ร่วมกับสามารถถ่ายทอดนโยบายสู่ท้องถิ่นตลอดจนครูผู้ดูแลเด็ก ครูโรงเรียนอนุบาล พ่อแม่ เข้าใจและสามารถตามบทบาทในการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางสาวเพ็ญภัทร เล็กพวงทอง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

ผู้เสนอโครงการ : นางชัญญานุช ปานนิล หัวหน้ากลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายสมภพ สุทัศน์วิริยะ หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และวิจัย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางพงศ์สุรางค์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี
ลำดับที่ : 8

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาและขับเคลื่อนการดำเนินงานคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น (EHA) ปีงบประมาณ 2561

ยุทธศาสตร์ : 2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 15. ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างน้อยตำบลละ 1 ชุมชน
16. จังหวัดในเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษมีฐานข้อมูลการเฝ้าระวังด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม

cluster : กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (64)22.1 เฝ้าระวังและพัฒนาขีดความสามารถ จนท.สธ/อปท.ในการดำเนินงานอนามัยสิ่งแวดล้อมพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ

แผนจัดสรรงบประมาณ :   5. แผนงานบูรณาการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ

หลักการและเหตุผล : ปัจจุบันงานอนามัยสิ่งแวดล้อมในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีการดำเนินงานค่อนข้างเข้มข้นมากขึ้นซึ่งหากจะพิจารณาภารกิจในการให้บริการด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ก็พบว่ามีทั้งบริการด้านส่งเสริมสุขภาพการคุ้มครองผู้บริโภค การตรวจสอบและพัฒนาด้านการสุขาภิบาลและอนามัยสิ่งแวดล้อม โดยในด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมก็มีแขนงงานที่หลากหลาย อาทิเช่น การออกใบอนุญาต การควบคุมและดูแลสถานที่จำหน่ายและสะสมอาหาร การจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอย การจัดการคุณภาพน้ำบริโภค เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมสุขภาวะของร่างกาย จิตใจ และความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ส่งผลให้มีการพัฒนาคุณภาพชีวิตและอนามัยสิ่งแวดล้อมที่ดีในท้องถิ่น จากการได้ลงพื้นที่ประเมินคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (Environmental Health Accreditation : EHA) ในเทศบาลต่างๆ พบว่า เทศบาลโดยส่วนใหญ่มีความสนใจที่จะสมัครเข้ารับการประเมินรับรอง แต่ยังไม่ค่อยเข้าใจขั้นตอนและรูปแบบของการประเมิน ดังนั้น เพื่อให้เทศบาลต่างๆ ได้พัฒนาการทำงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง เทศบาลควรใช้การประเมิน EHA จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการประเมินด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมองค์กรด้วยตนเองและเป็นแนวทางในการปรับปรุงการดำเนินงานด้านต่างๆ เพื่อยกระดับและพัฒนาคุณภาพการทำงานให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐาน คุ้มครองสิทธิและสุขภาพของประชาชนให้ได้รับบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมอย่างมีคุณภาพ ศูนย์อนามัยที่ ๘ อุดรธานี จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาและขับเคลื่อนการดำเนินงานคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (EHA) ปีงบประมาณ 2561 ขึ้น เพื่อพัฒนาและส่งเสริมให้จังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีการพัฒนางานอนามัยสิ่งแวดล้อมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้ประชาชนเกิด มีสุขภาพจิต สุขภาพกาย และสุขภาพชีวิตที่ดี พัฒนาชุมชนและประเทศให้น่าอยู่อย่างยั่งยืนต่อไป

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อประเมินรับรององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 2. เพื่อสนับสนุนวิชาการให้แก่จังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
เทศบาลที่เข้ารับการประเมินผ่านระดับพื้นฐานขึ้นไป 50 ร้อยละ เชิงปริมาณ : จำนวนเทศบาลที่เข้ารับการประเมิน 30 แห่ง เชิงคุณภาพ : เอกสารสรุปผลการดำเนินงาน 1 เล่ม เชิงเวลา : ประเมินรับรองคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมฯ 7 จังหวัด

วิธีการดำเนินงาน : 1. ประสานขอข้อมูลเทศบาลที่จะเข้ารับการประเมินจากจังหวัดในเขตรับผิดชอบ 2. เทศบาลสมัครและขอคำแนะนำในการประเมิน 3. ประเมินรับรองคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (EHA) ในพื้นที่รับผิดชอบ 4. สรุปผลการดำเนินงานและคืนข้อมูลให้จังหวัดและส่วนกลาง 5. เข้าร่วมงาน EHA Forum

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ประเมินรับรองคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 1 เม.ย. 2561 - 30 เม.ย. 2561 70,000.00
2 ประเมินรับรองคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 1 เม.ย. 2561 - 30 เม.ย. 2561 96,700.00
รวมเป็นเงิน 166,700.00
งบประมาณ : 166,700.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 เม.ย. 2561 - 30 เม.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีการพัฒนาคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมสำหรับอย่างต่อเนื่อง 2. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนำความรู้ที่ได้ไปปรับปรุงใช้กับงานที่เกี่ยวข้องกับอนามัยสิ่งแวดล้อม

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นายเรืองยศ บุญภักดี ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 2. นางสาวปรียาพร สร้างไร่ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข (ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม)

ผู้เสนอโครงการ : นายเรืองยศ บุญภักดี ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายสมภพ สุทัศน์วิริยะ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ หัวหน้ากลุ่มขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และพัฒนากำลังคน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางพงศ์สุรางค์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ ปฏิบัติหน้าที่ ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี
ลำดับที่ : 9

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาและขับเคลื่อนการอภิบาลระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี ปีงบประมาณ 2561

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 19. จำนวนงานวิจัย ผลงาน วิชาการ และนวัตกรรมที่ถูกนำไปใช้ประโยชน์

cluster : กลุ่ม KISS

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (71)24.1 พัฒนาระบบเฝ้าระวัง การจัดการความรู้ และนวัตกรรมด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

แผนจัดสรรงบประมาณ :   2. แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

หลักการและเหตุผล : ศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี ได้เห็นความสำคัญของการเฝ้าคุมเหตุการณ์ด้านสุขภาพในประชากรอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง เพื่อการป้องกันและควบคุมภาวะสิ่งคุกคามในด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม จำเป็นจะต้องมีข้อมูลทั้งด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม เพื่อหามาตรการการป้องกันแก้ไขให้รวดเร็ว และเกิดองค์ความรู้ใหม่ขึ้น ดังนั้นจึงจำเป็นที่พื้นที่ต้องเริ่มมีระบบเฝ้าระวังเพื่อหาสาเหตุและป้องกันการเกิดซ้ำต่อไป

วัตถุประสงค์ : เพื่อพัฒนาระบบเฝ้าระวังด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1 เป้าหมาย/ผลผลิตของโครงการ จำนวน หน่วยนับ แบบประเมินความพึงพอใจของพื้นที่มีระบบเฝ้าระวังด้านสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ร้อยละ 80 1 ครั้ง 2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ เชิงปริมาณ : บุคลากรพัฒนาศักยภาพด้านข้อมูลสารสนเทศ 2 คน เชิงปริมาณ : การจัดการความรู้ วิจัย และนวัตกรรม (R2R) 2 ฉบับ เชิงปริมาณ : LIKE Talk ระดับหน่วยงาน 1 เรื่อง เชิงคุณภาพ : ภาคีเครือข่ายภาครัฐที่นำสินค้าและบริการ (Product Champion) ของกรมอนามัยไปใช้

วิธีการดำเนินงาน : 1. จัดตั้งคณะทำงานด้านข้อมูลด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม 2. วิเคราะห์สถานการณ์ ปัญหาฐานข้อมูลด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม 3. พัฒนาฐานข้อมูลด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม 4. เฝ้าระวังเสี่ยงความเสี่ยงด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม 5. พัฒนาข้อมูล R2R 6. ประมวลผลโดยการจัดการความรู้

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 พัฒนาระบบข้อมูลส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ศูนย์อนามัยที่ 8 (IT INFORMENTION) สู่การสร้างสรรค์งานวิจัย 1 ต.ค. 2560 - 28 ก.ย. 2561 3,741.00
2 อบรมการจัดการความรู้ วิจัย และนวัตกรรม (R2R) 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 41,915.00
3 กิจกรรมพัฒนาศักยภาพสู่ความสำเร็จในการพัฒนาองค์กร 4.0 ศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี 26 มี.ค. 2561 - 30 มี.ค. 2561 13,250.00
4 - เรื่องเล่า เร้าพลังสร้างสรรค์สร้างสุข (LIKE TALK Award PART I) - เรื่องเล่า เร้าพลังสร้างสรรค์สร้างสุข (LIKE TALK Award PART I) 1 ม.ค. 2561 - 28 ก.พ. 2561 21,090.00
รวมเป็นเงิน 79,996.00
งบประมาณ : 79,996.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : เจ้าหน้าที่ศูนย์อนามัยที่ 8 มีการจัดการความรู้ วิจัย และนวัตกรรม (R2R) ด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม และสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ออกมาในรูปแบบการจัดการความรู้ KNOWLEDGE MANAGEMENT (KM)

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นายสมภพ สุทัศน์วิริยะ ตำแหน่ง นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ 2. นางสาวแคทลียา วงศ์กาไสย ตำแหน่ง นักวิเคราะห์นโยบายและแผน 3. นางธัญวรัชม์ บุญภักดี ตำแหน่ง นักทรัพยากรบุคคล

ผู้เสนอโครงการ : นายสมภพ สุทัศน์วิริยะ ตำแหน่ง นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายสมภพ สุทัศน์วิริยะ ตำแหน่ง นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางพงศ์สุรางค์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี
ลำดับที่ : 10

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาการจัดการสิ่งปฏิกูลเพื่อลดการปนเปื้อนลงสู่แหล่งน้ำ

ยุทธศาสตร์ : 2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 15. ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างน้อยตำบลละ 1 ชุมชน

cluster : กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (62)21.2 จัดทำแผนแม่บท/พัฒนาและปรับปรุงกฎหมาย

แผนจัดสรรงบประมาณ :   4. แผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ

หลักการและเหตุผล : “สุขภาพดี สิ่งแวดล้อมดี สังคมดี” คุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนเป็นสิ่งที่มีความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กับเป็นวงจร ปัจจุบันสถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมของสังคมไทยได้ถูกปรับเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ทั้งจากการเปลี่ยนแปลงลักษณะภูมิอาการที่มีความรุนแรง แปรปรวน จำนวนประชากรที่กระจุกตัวและเพิ่มสูงขึ้นโดยไม่สัมพันธ์กับทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด กรอปกับการขยายของเมืองสู่ชนบท ทำให้วิถีชีวิตของคนส่วนใหญ่เปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมและความเป็นอยู่ของประชากรสูงขึ้น เช่นปัญหาการปนเปื้อนของสิ่งปฏิกูลลงสู่แหล่งน้ำ ปัญหาขยะมูลฝอย ตามมาด้วยปัญหาสุขลักษณะของประชากร นโยบายระดับชาติเรื่องแผนยุทธศาสตร์อนามัยสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ.๒๕๖๐-๒๕๖๔) เน้นบูรณาการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมสุขภาพ สร้างความเข้มแข็งระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยมีหลักสำคัญได้แก่ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หลักป้องกันไว้ก่อน การกระจายอำนาจ การมีส่วนร่วม ในอดีต การส่งเสริมให้มีการใช้ส้วมในครัวเรือนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ในปัจจุบันการมีส้วม ที่ถูกสุขลักษณะกลับส่งผลกระทบในส่วนต่าง คำถามที่ว่า สูบส้วมแล้วไปทิ้งไหน อาจเป็นสิ่งที่พบเห็นได้เป็นประจำตามเรือกสวน ไร่นา เมื่อฝนชะลงกลับกลายเป็นการระบาดของไข่พยาธิปนเปื้อนลงสู่แหล่งน้ำทำให้กลับกลายมาเป็นวงจรการระบาดของพยาธิอีกครั้ง เห็นได้จากการอุบัติการณ์เจ็บป่วยด้วยโรคพยาธิใบไม้ในตับที่สูงเป็นอันดับ ๑ ของโลกในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ศูนย์อนามัยที่ ๘ อุดรธานี ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการตัดวงจร การแพร่ระบาดของพยาธิและสิ่งปฏิกูลในครั้งนี้ จึงได้เกิดแนวความคิดในการผสานองค์ความรู้ด้านวิชาการและนวัตกรรมจากหน่วยวิชาการอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดการตระหนักรู้แก่ประชาชน และบุคลากรที่รับผิดชอบ เพื่อป้องกันปัญหาสุขภาวะของประชาชนต่อไป

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อประเมินสถานการณ์และพัฒนาระบบฐานข้อมูลการจัดการสิ่งปฏิกูล 2. เพื่อพัฒนาและปรับปรุงเทศบัญญัติและข้อบัญญัติท้องถิ่นเรื่องการจัดการสิ่งปฏิกูล

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. จังหวัดได้รับการสนับสนุนการจัดการขับเคลื่อนสิ่งปฏิกูล ใน อปท. 30 คน 2. เยี่ยมติดตาม อปท.ที่มีแผนก่อสร้างระบบบำบัดสิ่งปฏิกูล จำนวน 6 แห่ง เชิงปริมาณ 1.การประชุมเชิงปฏิบัติการ 1.1 จังหวัดได้รับการสนับสนุนการขับเคลื่อนการจัดการสิ่งปฏิกูล ใน อปท. 30 คน 2.การเยี่ยมติดตาม 2.1 จำนวน อปท.มีแผนก่อสร้างระบบบำบัดสิ่งปฏิกูล 6 แห่ง เชิงคุณภาพ -จังหวัดมีการประเมินสถานะการณ์และพัฒนาระบบฐานข้อมูลการจัดการสิ่งปฏิกูล 7 จังหวัด เชิงเวลา -ปีงบประมาณ 2561 จังหวัดได้รับการสนับสนุนด้านวิชาการเพื่อขับเคลื่อนการจัดการสิ่งปฏิกูลใน อปท. 1 ปี

วิธีการดำเนินงาน : 1. วางแผนการดำเนินงานโครงการฯ 2. จัดทำโครงการ ขออนุมัติดำเนินงานโครงการ 3. ดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการ 4. เยี่ยมติดตาม อปท.ที่มีแผนก่อสร้างระบบบำบัดสิ่งปฏิกูล 5. สรุปผลการดำเนินงานโครงการฯ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการจัดการสิ่งปฏิกูล 1 ต.ค. 2560 - 31 ต.ค. 2560 50,000.00
2 เยี่ยมติด ตาม อปท.ที่มีแผนก่อสร้างระบบบำบัดสิ่งปฏิกูล 1 ก.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561 20,000.00
รวมเป็นเงิน 70,000.00
งบประมาณ : 70,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 31 ก.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ความเข้าใจระบบการจัดการสิ่งปฏิกูล 2. มีระบบฐานข้อมูลด้านการจัดการสิ่งปฏิกูล 3. ผู้เข้าร่วมประชุมมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานด้านการจัดการสิ่งปฏิกูล 4. ผู้เข้าร่วมประชุมมีความรู้ในการพัฒนาปรับปรุงเทศบัญญัติและข้อบัญญัติท้องถิ่นในการควบคุมสิ่งปฏิกูล

ผู้รับผิดชอบโครงการ : พ.จ.อ.ชัชวาลย์ โชติประดับ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ น.ส.สุดปารถนา วิชากุล ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข

ผู้เสนอโครงการ : นายเรืองยศ บุญภักดี ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายสมภพ สุทัศน์วิริยะ ตำแหน่ง นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และพัฒนากำลังคน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางพงศ์สุรางค์ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา ตำแหน่ง นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ ปฏิบัติหน้าที่ ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ ๘ อุดรธานี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี
ลำดับที่ : 11

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาศักยภาพและขับเคลื่อนการดำเนินงานตำบลบูรณาการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม ปีงบประมาณ 2561

ยุทธศาสตร์ : 2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 15. ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างน้อยตำบลละ 1 ชุมชน

cluster : กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (54)17.3 ส่งเสริมการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมในจังหวัด ท้องถิ่นและชุมชน

แผนจัดสรรงบประมาณ :   3. แผนงานบูรณาการบริหารจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม

หลักการและเหตุผล : ปัจจุบันปัญหาด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมมีความซับซ้อนและเกิดขึ้นหลากหลายรูปแบบตามวิวัฒนาการทางอุตสาหกรรมและสังคม ซึ่งเพื่อเป็นการจัดการปัญหาดังกล่าวรัฐบาลได้กำหนดนโยบายในระดับประเทศส่งเสริมให้เกิดการพัฒนางานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะประเด็นการจัดการขยะประเภทต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม กรมอนามัยเล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนางานอนามัยสิ่งแวดล้อมร่วมกับการสร้างร่วมมือจากภาคประชาชน จึงกำหนดให้มีแผนยุทธศาสตร์ ๕ ปี กรมอนามัย ที่ส่งเสริมให้มีระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนที่ยั่งยืน ซึ่งตัวชี้วัดคือ ชุมชนมีความเข้มแข็งในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อม (Active community) ดังนั้น การพัฒนาชุมชนให้มีความเข้มแข็งต้องสนับสนุนให้ชุมชนรู้เท่าทันสถานการณ์อนามัยสิ่งแวดล้อมตามบริบทของพื้นที่และสามารถจัดการปัญหาหรือความเสี่ยงด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความยั่งยืนของการมีส่วนร่วมในชุมชน เกิดนวัตกรรมชุมชนที่สามารถเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับชุมชนอื่น ๆ เกิดการสร้างภาคีเครือข่ายการทำงานและพัฒนาระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมแบบองค์รวม ในการนี้ ศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาศักยภาพและขับเคลื่อนการดำเนินงานตำบลบูรณาการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม ปีงบประมาณ 2561 ขึ้น เพื่อให้เกิดการพัฒนางานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมสำหรับให้หน่วยงานและชุมชนนำไปใช้เป็นแนวทางหรือเป็นกรอบในการพัฒนางานอย่างเป็นรูปธรรม

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่และประชาชนในพื้นที่ให้มีความรู้ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม 2. เพื่อผลักดันและส่งเสริมการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมในจังหวัด ท้องถิ่น และชุมชน

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. จำนวนผู้เข้าประชุมที่ได้รับการพัฒนาศักยภาพ 41 คน 2. ชุมชนที่คัดเลือกได้รับการเยี่ยมเสริมพลัง/ติดตาม 7 ชุมชน เชิงปริมาณ : ๑. ร้อยละของจำนวนผู้เข้าร่วมประชุมมีความรู้ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม ร้อยละ 80 ๒. ร้อยละของชุมชนมีการจัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมอย่างน้อย 1 เรื่อง ร้อยละ 50

วิธีการดำเนินงาน : กิจกรรมที่ 1 ประชุมพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่และประชาชนในพื้นที่คัดเลือก 1. ประสานขอข้อมูลการคัดเลือกตำบลที่จะดำเนินการจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด 2. ติดต่อประสานกลุ่มเป้าหมาย 3. จัดประชุมและสรุปผลการประชุม 4. ชุมชนดำเนินการจัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม กิจกรรมที่ 2 เยี่ยมเสริมพลัง/ติดตามผลการดำเนินงาน 1. ประสาน สสจ. ขอข้อมูลของพื้นที่ที่ได้รับการคัดเลือก 2. เยี่ยมเสริมพลัง/ติดตามการดำเนินงาน/สนับสนุนวิชาการ 3. สรุปผลการดำเนินงาน

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่และประชาชนในพื้นที่คัดเลือก 1 ต.ค. 2560 - 31 ต.ค. 2560 82,247.00
รวมเป็นเงิน 82,247.00
งบประมาณ : 82,247.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 31 ต.ค. 2560
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. ชุมชนมีศักยภาพในการจัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน 2. ประชาชนได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดีทั้งกายและจิตใจ

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นายเรืองยศ บุญภักดี ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 2. นางสาวปรียาพร สร้างไร่ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข (ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม) 3. นางสาวสุดปรารถนา วิชากุล ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข (ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม)

ผู้เสนอโครงการ : นายเรืองยศ บุญภักดี ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายสมภพ สุทัศน์วิริยะ ตำแหน่ง นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และพัฒนากำลังคน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางพงศ์สุรางค์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา ตำแหน่ง นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี
ลำดับที่ : 12

ชื่อโครงการ : โครงการเลี้ยงลูกตาม "คำสอนพ่ออย่างพอเพียง" ในพื้นที่ความมั่นคงและหมู่บ้านชายแดนฯ

ยุทธศาสตร์ : 1.2 ส่งเสริมเด็กวัยเรียนให้แข็งแรงและฉลาด

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 6. ร้อยละของเด็กวัยเรียนมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ด้านการบริโภคอาหาร กิจกรรมทางกาย และทันตสุขภาพ

cluster : กลุ่มวัยเรียน

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (67)23.2 ส่งเสริมเลี้ยงดูลูกตาม “คำสอนพ่อ” ในพื้นที่ความมั่นคงและหมู่บ้านยามชายแดนอันเนื่องจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์พระบรมนาถและการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร (พมพ. และ กพด.)

แผนจัดสรรงบประมาณ :   7. แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาด้านสาธารณสุขและสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก

หลักการและเหตุผล : พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีจากสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี โดยเฉพาะในวัยที่ทรงพระเยาว์ ได้รับการปลูกฝังในเรื่องการเล่นเรียนอย่างมีความสุข จะเห็นว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเล่นดิน ทราย ได้สัมผัสของจริง ส่งผลให้พระองค์ท่านเป็นคนที่เรียนรู้จากประสบการณ์จริง รู้จักสังเกต อยากให้พ่อแม่ที่มีลูกในช่วงปฐมวัย ดำเนินรอยตามสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เด็กต้องได้เล่นอย่างสนุกสนาน พ่อแม่จึงต้องเป็นหลักในการส่งเสริมลูก เด็กจะเติบโตอย่างมีคุณภาพได้นั้นขึ้นอยู่กับพ่อแม่เด็กปฐมวัยเป็นช่วงวัยที่มีพัฒนาการด้านสมองและการเรียนรู้เป็นไปอย่างรวดเร็วที่สุด เป็นช่วงวัยที่ต้องการการปลูกฝัง บ่มเพาะเป็นพิเศษ โดยถือว่าการปลูกฝัง หรือการบ่มเพาะใดๆ จะเป็นการสร้างฐานรากของชีวิต ที่ช่วยลดความเหลื่อมลํ้าและสร้างความเป็นธรรมในสังคม และให้ถือว่าการลงทุนในช่วงวัยนี้ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าการเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย มีเป้าหมายให้พ่อแม่ สมาชิกในครอบครัวและผู้นำ การพัฒนาเด็กปฐมวัยได้รับการพัฒนาความรู้และทักษะในการเลี้ยงดูเด็ก รวมทั้งสนับสนุนให้สังคม ชุมชน ท้องถิ่นมีส่วนร่วมรับผิดชอบในการจัดและพัฒนาสิ่งแวดล้อมให้เอื้อต่อการพัฒนาเด็กปฐมวัยให้เติบโตขึ้นเป็นคนไทยที่พึงประสงค์เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของประเทศ

วัตถุประสงค์ : เพื่อให้พ่อแม่ ผู้ดูแลเด็กมีแนวทางการเลี้ยงลูกตาม "คำสอนพ่ออย่างพอเพียง"

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. พ่อแม่ ผู้ดูแลเด็ก ได้รับการอบรมการเลี้ยงลูกตาม "คำสอนพ่ออย่างพอเพียง" 2. ผู้เข้าอบรมมีความพึงพอใจต่อการอบรม ร้อยละ80

วิธีการดำเนินงาน : อบรมพ่อแม่ ผู้ดูแลเด็กแในการเลี้ยงลูกตาม "คำสอนพ่ออย่างพอเพียง"

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 - อบรมพ่อหรือแม่หรือผู้ปกครองเด็กนักเรียนชั้นป.1 ตามแผนการสอน "เลี้ยงลูกตามคำสอนพ่ออย่างพอเพียง" 1 มิ.ย. 2561 - 31 ก.ค. 2561 220,000.00
รวมเป็นเงิน 220,000.00
งบประมาณ : 220,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 มิ.ย. 2561 - 31 ก.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : พ่อแม่ ผู้ดูแลเด็ก มีแนวทางทางการเลี้ยงดูลูกตาม "คำสอนพ่ออย่างพอเพียง" มีการดูแลโดยการใช้ความรุนแรง เด็กมีพัฒนาการสมวัย

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางสาวเพ็ญภัทร เล็กพวงทอง นักวิชาาการสาธารณสุขชำนาญการ

ผู้เสนอโครงการ : นางชัญญานุช ปานนิล หัวหน้ากลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายสมภพ สุทัศน์วิริยะ หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และวิจัย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางพงศ์สุรางค์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี
ลำดับที่ : 13

ชื่อโครงการ : โครงการส่งเสริมและพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานบริการสาธารณสุขสู่ GREEN&CLEAN Hospital ปีงบประมาณ 2561

ยุทธศาสตร์ : 2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 15. ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างน้อยตำบลละ 1 ชุมชน

cluster : กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (52)17.1 สนับสนุนให้เกิดการจัดการมูลฝอยติดเชื้อที่มีประสิทธิภาพ

แผนจัดสรรงบประมาณ :   3. แผนงานบูรณาการบริหารจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม

หลักการและเหตุผล : กระทรวงสาธารณสุข เป็นหน่วยงานภาครัฐที่ใกล้ชิดกับประชาชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าว โดยกรมอนามัยได้ดำเนินงานโครงการสาธารณสุขรวมใจ รณรงค์ลดโลกร้อนด้วยการสุขาภิบาลอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเน้นให้ดำเนินกิจกรรมภายใต้หลักการ GREEN&CLEAN ในเรื่องการจัดการมูลฝอยทั่วไป มูลฝอยติดเชื้อ และอันตราย รวมไปถึงการใช้ประโยชน์จากของเสีย การพัฒนาส้วมสาธารณะ การลดการใช้พลังงาน การจัดการสิ่งแวดล้อมที่ช่วยลดโลกร้อน และการรณรงค์อาหารปลอดสารพิษ การสุขาภิบาลอาหารโรงครัวของโรงพยาบาล จากการดำเนินงาน GREEN & CLEAN Hospital ในปี 2560 ผลการดำเนินงานมีโรงพยาบาลที่ผ่านเกณฑ์ในระดับพื้นฐานขึ้นไป ร้อยละ 95.70 ซึ่งในปี 2561นี้ดำเนินการสนับสนุน ส่งเสริมให้โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข (รพศ. ,รพท. ,รพช และสังกัดกรมวิชาการ)ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 8 ผ่านในระดับพื้นฐานขึ้นไป ร้อยละ 100 กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ที่พระราชทานพระอนุญาตให้อัญเชิญวันคล้ายวันประสูติ วันที่ ๔ กรกฎาคมของทุกปี เป็น “วันอนามัยสิ่งแวดล้อมไทย” อันจะนำไปสู่การกระตุ้นเตือนให้ประชาชน และหน่วยงานทุกภาคส่วน ตระหนักถึงความสำคัญของการอนามัยสิ่งแวดล้อม และเกิดการประสานความร่วมมือ สนับสนุนให้การดำเนินงานดังกล่าวมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับประเทศ ดังนั้น ศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี เป็นหน่วยงานที่มีภารกิจในการสนับสนุนและสร้างความเข้มแข็งของภาคีเครือข่ายด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมจึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมและพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานบริการสาธารณสุขสู่ GREEN&CLEAN Hospital ปีงบประมาณ 2561ขึ้น เพื่อส่งเสริม สนับสนุน และประชาสัมพันธ์ องค์ความรู้ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนให้เกิดต้นแบบการดำเนินงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม อันจะส่งผลให้ประชาชนได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดีต่อไป

วัตถุประสงค์ : 1) สนับสนุนให้เกิดการจัดการมูลฝอยติดเชื้อที่มีประสิทธิภาพ 2) ส่งเสริมการดำเนินงาน GREEN&CLEAN Hospital

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. สถานบริการสาธารณสุขมีการจัดการมูลฝอยติดเชื้อตามกฎกระทรวงว่าด้วยการจัดการมูลฝอยติดเชื้อ พ.ศ.2545 ร้อยละ 100 (93 แห่ง) 2. โรงพยาบาล (รพศ./รพท./รพช.) และโรงพยาบาลสังกัดกรมวิชาการ ผ่านมาตรฐานGREEN&CLEAN Hospital ระดับพื้นฐานขึ้นไป ร้อยละ 100 (93 แห่ง) 3. เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลระบบบำบัดน้ำเสียของโรงพยาบาล ผ่านการพัฒนาศักยภาพ 93 คน 4. ทุกจังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบร่วมจัดกิจกรรม และส่งภาพกิจกรรม (4 กรกฎาคม วันอนามัยสิ่งแวดล้อมไทย) 7 จังหวัด เชิงปริมาณ - โรงพยาบาล (รพศ./รพท./รพช.) และโรงพยาบาลสังกัดกรมวิชาการผ่านมาตรฐาน GREEN&CLEAN Hospital ระดับพื้นฐานขึ้นไป ร้อยละ 100 - จังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบร่วมจัดกิจกรรม 7 จังหวัด เชิงคุณภาพ - เอกสารสรุปผลการดำเนินการโครงการ 1 ฉบับ - รายงานผลการจัดกิจกรรมวันอนามัยสิ่งแวดล้อมไทย 1 ฉบับ เชิงเวลา - ปีงบประมาณ 2561 1 ปี - เดือนกรกฎาคม 2561 (4 กรกฎาคม วันอนามัยสิ่งแวดล้อมไทย) 1 วัน

วิธีการดำเนินงาน : 1) จัดทำฐานข้อมูลโรงพยาบาล GREEN & CLEAN Hospitalปี 2561 2) จัดทำฐานข้อมูลการจัดการมูลฝอยติดเชื้อ สถานบริการสาธารณสุขในเขตสุขภาพที่ 8 3) พัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลระบบบำบัดน้ำเสียของโรงพยาบาล 4) ตรวจประเมิน เยี่ยมเสริมพลังและติดตามการดำเนินงานร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด 5) รายงานผลการประเมินให้กรมอนามัยเพื่อสรุปภาพรวมระดับประเทศ 6) จัดกิจกรรมรณรงค์เนื่องในวันอนามัยสิ่งแวดล้อมไทย 4 กรกฎาคม ปี 2561 ภายใต้ Theme งานที่กำหนด 7) รายงานผลการจัดกิจกรรมวันอนามัยสิ่งแวดล้อมไทย

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ พัฒนาศักยภาพเจ้าที่ผู้ดูแลระบบบำบัดน้ำเสียของโรงพยาบาล 1 ต.ค. 2560 - 30 พ.ย. 2560 182,460.00
2 ตรวจประเมินโรงพยาบาลตามมาตรฐานGREEN&CLEAN Hospital ในระดับดีมากร่วมกับทีมประเมินระดับจังหวัด 1 พ.ค. 2561 - 30 มิ.ย. 2561 31,440.00
3 จัดทำใบประกาศ และพิมพ์ พร้อมกรอบ 1 ส.ค. 2561 - 31 ส.ค. 2561 2,400.00
4 จัดกิจกรรมวันอนามัยสิ่งแวดล้อมไทยและประสานภาคีเครือข่ายให้ร่วมจัดกิจกรรม(ภายใต้ Theme งานที่กำหนด) 1 ก.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561 3,700.00
รวมเป็นเงิน 220,000.00
งบประมาณ : 220,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 31 ส.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. โรงพยาบาลทุกแห่งในเขตสุขภาพที่ 8 สามารถดำเนินกิจกรรมตามมาตรฐาน GREEN & CLEAN Hospitalได้และได้รับการรับรองในระดับพื้นฐานขึ้นไป 2. เจ้าที่ผู้ดูแลระบบบำบัดน้ำเสียของโรงพยาบาล ได้รับการพัฒนาศักยภาพด้านการดูแล ,จัดการระบบบำบัด ,บำรุงรักษาระบบบำบัดน้ำเสีย 3. ประชาชน ผู้รับริการ รวมทั้งบุคลากรที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาล อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพที่ดีแบบองค์รวมทั้งร่างกาย จิตใจ 4. ภาคีเครือข่าย 7 จังหวัดและประชาชนทั่วไป ทราบถึงความสำคัญของวันอนามัยสิ่งแวดล้อมไทย

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นายเรืองยศ บุญภักดี ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 2. นางสาวเพียงไผท ชำนาญค้า ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข

ผู้เสนอโครงการ : นายเรืองยศ บุญภักดี ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายสมภพ สุทัศน์วิริยะ ตำแหน่ง นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และพัฒนากำลังคน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางพงศ์สุรางค์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา ตำแหน่ง นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี
ลำดับที่ : 14

ชื่อโครงการ : โครงการขับเคลื่อนชมรมอนามัยสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทยสาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประจำปีงบประมาณ 2561

ยุทธศาสตร์ : 2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 15. ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างน้อยตำบลละ 1 ชุมชน

cluster : กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (64)22.1 เฝ้าระวังและพัฒนาขีดความสามารถ จนท.สธ/อปท.ในการดำเนินงานอนามัยสิ่งแวดล้อมพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ

แผนจัดสรรงบประมาณ :   5. แผนงานบูรณาการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ

หลักการและเหตุผล : ชมรมอนามัยสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทยสาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นชมรมที่จัดตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนและเสริมสร้างความสัมพันธ์ภาคีเครือข่ายภาคส่วนต่างๆที่ดำเนินงานเกี่ยวข้องกับอนามัยสิ่งแวดล้อม เช่น ศูนย์อนามัย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สถาบันการศึกษา เป็นต้น โดยคณะกรรมการชมรมจะร่วมแสดงความคิดเห็น ปรึกษาหารือ วางนโยบาย แผนงานและกิจกรรม ที่จะช่วยแก้ไขปัญหาสำคัญด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งนี้ คณะกรรมการชมรมในภาคส่วนต่างๆได้มีการบูรณาการข้อมูลและแลกเปลี่ยนแนวทางการทำงาน ในการนี้ ศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี จึงได้จัดทำโครงการขับเคลื่อนชมรมอนามัยสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทยสาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประจำปีงบประมาณ 2561 ขึ้น เพื่อเป็นการสนับสนุนการขับเคลื่อนงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมของชมรมภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้ทำงานอย่างได้ต่อเนื่องและเกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุด

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อสร้างความเข้มแข็งและสานสัมพันธ์ของภาคีเครือข่ายชมรมอนามัยสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย สาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2. เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. คณะกรรมการชมรมอนามัยสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทยสาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้มีประชุมแนวทางการดำเนินงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม 30 คน เชิงปริมาณ : ร้อยละของจำนวนผู้เข้าร่วมประชุม ร้อยละ 80 เชิงคุณภาพ : เอกสารสรุปผลโครงการ 1 เล่ม เชิงเวลา : จำนวน 2 วัน ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 1 ครั้ง

วิธีการดำเนินงาน : วิธีการดำเนินงาน: 1 ติดต่อ/ประสานกลุ่มเป้าหมาย 2 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนชมรมอนามัยสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทยสาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3 สรุปผลการประชุม

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนชมรมอนามัยสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทยสาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 ต.ค. 2560 - 30 พ.ย. 2560 30,000.00
รวมเป็นเงิน 30,000.00
งบประมาณ : 30,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 พ.ย. 2560
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1 ชมรมอนามัยสิ่งแวดล้อมภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีการขับเคลื่อนงานอย่างต่อเนื่อง 2 เครือข่ายอนามัยสิ่งแวดล้อมภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีความเข้มแข็งและมีสัมพันธภาพที่ดีร่วมกัน

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1 นายเรืองยศ บุญภักดี ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 2 นางสาวปรียาพร สร้างไร่ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข (ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม) 3 นางสาวสุดปรารถนา วิชากุล ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข (ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม)

ผู้เสนอโครงการ : นายเรืองยศ บุญภักดี ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายสมภพ สุทัศน์วิริยะ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และพัฒนากำลังคน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางพงศ์สุรางค์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ ปฏิบัติหน้าที่ ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี
ลำดับที่ : 15

ชื่อโครงการ : โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่สาธารณสุข/อปท. ในการดำเนินงานอนามัยสิ่งแวดล้อมพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ

ยุทธศาสตร์ : 2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 15. ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างน้อยตำบลละ 1 ชุมชน
16. จังหวัดในเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษมีฐานข้อมูลการเฝ้าระวังด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม

cluster : กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (64)22.1 เฝ้าระวังและพัฒนาขีดความสามารถ จนท.สธ/อปท.ในการดำเนินงานอนามัยสิ่งแวดล้อมพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ

แผนจัดสรรงบประมาณ :   5. แผนงานบูรณาการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ

หลักการและเหตุผล : การเข้าร่วมเป็นสมาชิกอาเซียนของประเทศไทย เพื่อเป็นการเสริมสร้างความเป็นอยู่ที่ดีแก่ประชาชนในภูมิภาคและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นความมั่นคงทาง เศรษกิจ สังคม วัฒนธรรม การค้าและความร่วมมือต่างๆ จึงเป็นปัจจัยที่สำคัญให้ประเทศไทยผลักดันการเกิดพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษขึ้นมาเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของสังคมและภาคธุรกิจ เพื่อส่งเสริมการมีรายได้และชีวิตที่ดีของประชาชน แต่เนื่องการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อาจส่งผลกระทบต่อประชากรในพื้นที่ โดยเฉพาะประเด็นด้านสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมแม้กระทั่งการมีอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ของแร่โปแตสในพื้นที่ด้วย อีกด้านหนึ่ง ตามประกาศคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษที่ 2 /2558 ได้กำหนดให้จังหวัดหนองคายและจังหวัดนครพนม เป็นพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษระยะที่ 2 โดยกำหนด นโยบายให้ส่วนราชการต่างๆ เตรียมพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ทางด้าน สิ่งแวดล้อมมีแนวโน้มของผลกระทบที่มากขึ้นเนื่องจากมีการเคลื่อนย้ายของแรงงานจากประเทศข้างเคียง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขาภิบาลพื้นฐานและเกิดการอุบัติซ้ำของโรคที่เคยหายไปจากประเทศไทยได้ ดังนั้นศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี จึงได้จัดทำโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่สาธารณสุข/อปท. ในการดำเนินงานอนามัยสิ่งแวดล้อมพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ เพื่อเป็นการพัฒนาขีดความสามารถเจ้าหน้าที่สาธารณสุข/อปท. ในการดำเนินงานอนามัยสิ่งแวดล้อมพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ ให้มีความพร้อมในการป้องกันและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมจากการประกาศพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจพิเศษต่อไป

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อพัฒนาขีดความสามารถเจ้าหน้าที่สาธารณสุข/อปท. ในการดำเนินงานอนามัยสิ่งแวดล้อมพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ 2. เก็บข้อมูลสถานการณ์ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ 3. คืนข้อมูลให้กับพื้นที่เพื่อใช้ในการเฝ้าระวัง

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
มีการจัดอบรมพัฒนาขีดความสามารถเจ้าหน้าที่สาธารณสุข/อปท. 1 ครั้ง จำนวน 60 คน

วิธีการดำเนินงาน : 1. ประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง พัฒนาขีดความสามารถเจ้าหน้าที่สาธารณสุข/อปท.ในการดำเนินงานอนามัยสิ่งแวดล้อมพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ 2. ติดตาม การเก็บข้อมูลรวบรวม วิเคราะห์ และสรุปรายงานสถานการณ์ของแต่ละจังหวัด 3. จัดเวทีคืนข้อมูลแก่พื้นที่เพื่อใช้ในการเฝ้าระวังต่อไป

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 อบรมพัฒนาขีดความสามารถเจ้าหน้าที่สาธารณสุข/อปท.ที่ดำเนินงานอนามัยสิ่งแวดล้อมพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ 1 ธ.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 94,030.00
2 ประสาน ติดตามการเก็บข้อมูล 1 มี.ค. 2561 - 31 พ.ค. 2561 274,000.00
3 วิเคราะห์และสรุปเอกสารโครงการ 1 มิ.ย. 2561 - 31 ก.ค. 2561 9,000.00
4 นำเสนองานวิจัยในเวทีประชุมวิชาการกระทรวง 1 ส.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2561 5,000.00
5 ปรับยอดเงินเกินจากการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการการขับเคลื่อนชมรมอนามัยสิ่งแวดล้อมแห่งประเทสไทยสาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขอปรับใช้เงินคงเหลือจากกิจกรรมที่ 1 (ขอปรับ) 2 ต.ค. 2560 - 31 ม.ค. 2561 15,770.00
6 ประเมิน เก็บข้อมูล อนามัยสิ่งแวดล้อม ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ จังหวัดนครพนม และจังหวัดหนองคาย (ปรับจากยอดเงินคงเหลือจากการจัดกิจกรรมที่ 1 (อบรมพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ฯ) 1 ก.พ. 2561 - 31 มี.ค. 2561 12,200.00
รวมเป็นเงิน 410,000.00
งบประมาณ : 410,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 2 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : เจ้าหน้าที่สาธารณสุข/อปท. ได้รับการเพิ่มศักยภาพและพัฒนาขีดความสามารถ ในการดำเนินงานอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ และมีข้อมูลสถานการณ์ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการเฝ้าระวังและคาดการณ์สถานการณ์ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษในอนาคตต่อไป

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นายเรืองยศ บุญภักดี ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 2. นางสาวสุดปรารถนา วิชากุล ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข (ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม)

ผู้เสนอโครงการ : นายเรืองยศ บุญภักดี ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายสมภพ สุทัศน์วิริยะ ตำแหน่ง นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และพัฒนากำลังคน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางพงศ์สุรางค์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา นักวิเคราะห์นโยบายและแผน ชำนาญการพิเศษ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี
ลำดับที่ : 16

ชื่อโครงการ : โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพเจ้าพนักงานตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.๒๕๓๕

ยุทธศาสตร์ : 2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 15. ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างน้อยตำบลละ 1 ชุมชน

cluster : กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (56)18.2 ขับเคลื่อนการบังคับใช้กฎหมาย

แผนจัดสรรงบประมาณ :   3. แผนงานบูรณาการบริหารจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม

หลักการและเหตุผล : พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535 ได้อาศัยอำนาจแห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยในการจำกัดสิทธิบางประการของประชาชน เพื่อคุ้มครองชนส่วนใหญ่ให้เกิดความสงบสุขและเป็นกฎหมายที่มุ่งคุ้มครองประชาชนด้านสุขลักษณะและการอนามัยสิ่งแวดล้อม ครอบคลุมถึงกิจกรรมและการกระทำทุกอย่างและกิจการประเภทต่างๆที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอนามัยของประชาชน เช่น หาบเร่ แผงลอย สถานที่จำหน่าย/สะสมอาหาร ตลาดสด กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ 141 ประเภท โดยที่พระราชบัญญัตินี้ได้ให้อำนาจแก่เจ้าพนักงานท้องถิ่นในการออกคำสั่งทางปกครอง และหน้าที่อื่นๆตามที่กำหนด โดยมีเจ้าพนักงาน สาธารณสุขและผู้ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยทางด้านวิชาการ ที่มีอำนาจในการให้คำแนะนำในการปรับปรุง แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม ในพื้นที่ ตลอดจนเป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำแก่เจ้าพนักงานท้องถิ่นในการวินิจฉัย สั่งการหรือออกคำสั่งทางปกครอง ซึ่งในปัจจุบันได้มีการปรับปรุง พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.๒๕๓๕ (ฉบับที่ ๓) ขึ้นมาเพื่อให้ทันกับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงและมีความซับซ้อนมากขึ้น มีการกำหนดรายละเอียดปลีกย่อยขึ้นมา ทั้งในด้านการกำหนดโทษที่สูงขึ้น รวมถึงการให้อำนาจเจ้าพนักงานท้องถิ่นในการประกาศพื้นที่ควบคุมเหตุรำคาญ ซึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการทำความเข้าใจในตัวบท เพื่อป้องกันข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้บังคับกฎหมาย แม้ว่าโดยกฎหมายจะกำหนดหน้าที่ของเจ้าพนักงานตามกฎหมายสาธารณสุขไว้หลายประการดังกล่าวข้างต้นแต่จากข้อมูลพบว่าเจ้าพนักงานตามกฎหมายสาธารณสุขภายใต้สังกัดของราชการส่วนท้องถิ่นและกระทรวงสาธารณสุขส่วนใหญ่มีการปรับเปลี่ยนหน้าที่อยู่ตลอดเวลาหรือได้รับการแต่งตั้งใหม่จึงมีความจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาศักยภาพด้านกฎหมายสาธารณสุขให้สามารถดำเนินการตามบทบาทหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและใช้กฎหมายสาธารณสุขได้อย่างถูกต้องเป็นธรรมสมตาเจตนารมณ์ของกฎหมายส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับการคุ้มครอง ศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี จึงเห็นความจำเป็นที่จะต้องเร่งจัดอบรมให้แก่เจ้าพนักงานตามกฎหมายสาธารณสุขเพื่อเพิ่มขีดความรู้ความสามารถในเรื่องความรู้ความเข้าใจด้านกฎหมายสาธารณสุขทักษะในการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเจ้าพนักงานตามกฎหมายสาธารณสุขเพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อให้ผู้เข้าอบรมมีความรู้ความเข้าใจในพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.๒๕๓๕ (ฉบับที่ ๓) 2. พัฒนาและปรับปรุงกฎหมายด้านการจัดการมูลฝอย 3. ขับเคลื่อนการบังคับใช้กฎหมายสาธารณสุข

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. ภาคีเครือข่ายได้รับการพัฒนาศักยภาพตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 จำนวน 100 คน 2. ภาคีเครือข่ายด้านสาธารณสุขได้รับการถ่ายทอดความรู้ในการขับเคลื่อนพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 จำนวน 28 คน เชิงปริมาณ : จำนวนผู้เข้ารับการอบรม ๘๐ ร้อยละ เชิงคุณภาพ : ผลการทดสอบหลังการอบรบของผู้เข้ารับการอบรบ มีคะแนนเพิ่มขึ้น ๘๐ ร้อยละ เชิงเวลา : มกราคม 2561 2 วัน

วิธีการดำเนินงาน : 1. วางแผนการดำเนินงานโครงการฯ 2. จัดทำโครงการ ขออนุมัติดำเนินงานโครงการ 3. ประชาสัมพันธ์โครงการฯ 4. ดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการ 5. สรุปผลการดำเนินงานโครงการฯ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ร่วมประชุมคณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัด(คสจ.)ของจังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบ 7 จังหวัด 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 19,733.00
รวมเป็นเงิน 19,733.00
งบประมาณ : 19,733.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ความเข้าใจในพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.๒๕๓๕ 2. เจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้รับพัฒนาองค์ความรู้และขับเคลื่อนการบังคับใช้กฎหมายสาธารณสุขได้อย่างมีประสิทธิภาพ 3. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้มีการปรับปรุงกฎหมายด้านการจัดการมูลฝอยให้เป็นไปตามกฎหมายปัจจุบัน

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1 นายเรืองยศ บุญภักดี ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 2 นางสาวสุดปรารถนา วิชากุล ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข (ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม)

ผู้เสนอโครงการ : นายเรืองยศ บุญภักดี นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายสมภพ สุทัศน์วิริยะ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และพัฒนากำลังคน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางพงศ์สุรางค์ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ ปฏิบัติหน้าที่ ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี
ลำดับที่ : 17

ชื่อโครงการ : โครงการส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียนสูงดี สมส่วนแข็งแรง และฉลาดส่งเสริมการเรียนรู้แบบบูรณาการ ศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี ปีงบประมาณ 2561

ยุทธศาสตร์ : 1.2 ส่งเสริมเด็กวัยเรียนให้แข็งแรงและฉลาด

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 5. ร้อยละของเด็กวัยเรียน (6-14 ปี) สูงดีสมส่วน ฟันไม่ผุ (caries free) และเด็กอายุ 12 ปี มีส่วนสูงเฉลี่ยตามเกณฑ์

cluster : กลุ่มวัยเรียน

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (13)5.3 เพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพภาคีเครือข่ายเพื่อการพัฒนาสุขภาพเด็กวัยเรียน 4.0

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : โภชนาการที่ดีเป็นรากฐานสำคัญของการมีสุขภาพที่ดีโดยเฉพาะเด็กวัยเรียน เนื่องจากเด็กวัยนี้มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว จึงเป็นโอกาสทองที่จะส่งเสริมให้เด็กมีการเจริญเติบโตเต็มศักยภาพ โดยการจัดอาหาร ให้ครบ 5 หมู่ เน้นเนื้อ นม ไข่ ผัก ผลไม้ ร่วมกับการออกกำลังกายที่เหมาะสม และการนอนที่มีคุณภาพจะส่งผลให้เด็กวัยเรียนสูงสมส่วนได้ จากรายงานของสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข ปี 2560 พบเด็กวัยเรียนสูงดีสมส่วนเพียงร้อยละ 65.1 และจากรายงานการสำรวจสุขภาพประชาชนไทย (สุขภาพเด็ก) โดยการตรวจร่างกายครั้งที่ 4 พ.ศ. 2551 - 2552 พบว่าเด็กชายและเด็กหญิงอายุ 14 ปี มีส่วนสูงเฉลี่ย 161.8 และ 155.8 เซนติเมตร ตามลำดับ แต่ในทางตรงกันข้ามหากเด็กได้รับอาหารไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย จะทำให้การเจริญเติบโตไม่ดีและผอม หากขาดอาหารเรื้อรังเป็นเวลานาน จะทำให้เด็กเตี้ย ส่งผลต่อการพัฒนาสมอง โดยระดับสติปัญญาต่ำกว่าเด็กที่มีส่วนสูงตามเกณฑ์ เด็กจะมีภูมิต้านทานต่ำ ส่งผลให้ติดเชื้อง่าย เจ็บป่วยบ่อยและมีโอกาสเสียชีวิตได้ อีกทั้งเด็กที่มีภาวะเตี้ยมีความเสี่ยงสูงที่จะป่วยเป็นโรคเรื้อรังเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ เช่น โรคอ้วน เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจอีกด้วย ปัญหาอีกอย่างหนึ่งของเด็กวัยเรียน คือ การบริโภคผัก ผลไม้น้อยกว่าปริมาณตามคำแนะนำ จากรายงานการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกายครั้งที่ 4 พ.ศ. 2551 - 2552 พบว่า เด็กอายุ 6 - 14 ปี กินผักและผลไม้ในปริมาณที่น้อยกว่า 1 ส่วนต่อวัน ร้อยละ 68 และร้อยละ 54.9 และพบเพียง ร้อยละ 5 เท่านั้น ที่กินผักในปริมาณที่มากกว่า 3 ส่วนต่อวัน ส่วนผลไม้พบ ร้อยละ 21.7 ที่กินในปริมาณที่เพียงพอ คือ มากกว่า 2 ส่วนต่อวัน ข้อมูลจากการตรวจราชการปี ๒๕60 พบเด็กอายุ ๖-๑๔ ปี สูงดีสมส่วน ร้อยละ ๖5.๖ เด็กนักเรียนมีภาวะเริ่มอ้วนและอ้วนร้อยละ 8.6 เด็กวัยเรียนมีภาวะเตี้ย ร้อยละ 6.5 เด็กวัยเรียนมีภาวะผอม ร้อยละ 5.6 และจากการสำรวจภาวะโลหิตจางโดยสำนักโภชนาการในปี ๒๕๕๗ พบว่า จังหวัดหนองคาย เด็กวัยเรียนมีภาวะโลหิตจาง ร้อยละ ๓๗.๖ ในส่วน IQ พบว่าเด็กวัยเรียนมี IQ ต่ำกว่า 100 เกือบทุกจังหวัดยกเว้นจังหวัดเลย จากสภาพปัญหาที่กล่าวมา กรมอนามัย ได้ใช้กลยุทธ์โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพขับเคลื่อน แก้ไขปัญหาสุขภาพเด็กวัยเรียน เนื่องจากหัวใจหลักในการทำโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพจะมุ่งเน้นกระบวนการการมีส่วนร่วมระหว่างโรงเรียน ชุมชน ตลอดจนหน่วยงานภาคีทุกภาคส่วน เพื่อปลูกฝังทัศนคติ ฝึกทักษะความคิดทำให้เด็กวัยเรียนเกิดพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม ส่งผลต่อสติปัญญาและการเรียนรู้ ศูนย์อนามัยที่ ๘ อุดรธานี ได้ดำเนินนโยบายโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพมาอย่างต่อเนื่องและได้มีการประเมินรับรองโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชร ซึ่งตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ ถึงปัจจุบัน มีโรงเรียนผ่านการประเมินทั้งสิ้น 62 โรงเรียน โดยจังหวัดที่ผ่านการประเมินมากที่สุดได้แก่ จังหวัด อุดรธานี จำนวน 15 โรงเรียน จังหวัดสกลนคร จำนวน 13 โรงเรียน รองลงมาเป็นจังหวัดนครพนม หนองบัวลำภูเลย หนองคาย และบึงกาฬ ตามลำดับ จากการดำเนินงาน ที่ผ่านมาพบว่า โรงเรียนมีความสนใจเข้าร่วมดำเนินโครงการเป็นจำนวนมากและผ่านการรับรองในแต่ละระดับได้แก่ ทองแดง เงิน และทอง แต่จากการติดตามประเมินผลพบว่า โรงเรียนที่ผ่านการรับรองในระดับทองซึ่งเป็นการรับรองโดยทีมประเมินของอำเภอและจังหวัดสุ่มประเมินพบว่า การดำเนินงานในบางองค์ประกอบของโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพยังไม่เข้มแข็งจริงจัง เช่น องค์ประกอบที่๔ การจัดสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนที่เอื้อต่อสุขภาพ องค์ประกอบที่ ๕ บริการอนามัยโรงเรียน และองค์ประกอบที่ ๗ โภชนาการและอาหารที่ปลอดภัย จึงเป็นสาเหตุให้เด็กวัยเรียนยังคงประสบปัญหาภาวะสุขภาพ จากเหตุผลดังกล่าว งานอนามัยเด็กวัยเรียน จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียนสูงดี สมส่วนแข็งแรง และฉลาดแบบบูรณาการ ศูนย์อนามัยที่ ๘ อุดรธานี ปีงบประมาณ ๒๕๖๑ เพื่อส่งเสริมให้เด็กวัยเรียนสูงดีสมส่วน เติบโตเต็มศักยภาพและเป็นผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพแข็งแรงต่อไปในอนาคต อันจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติต่อไป

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อส่งเสริมสุขภาพอนามัยของเด็กวัยเรียนให้สูงดีสมส่วน แข็งแรงและฉลาด 2. เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ให้กับแก่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพอนามัยเด็กวัยเรียน 3. เพื่อให้โรงเรียนพัฒนายกระดับโรงเรียนให้เป็นโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชร

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
เป้าหมาย 1. จำนวนโรงเรียนผ่านการประเมินเป็นโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชร 15 โรงเรียน ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ เชิงปริมาณ : เจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่เข้าร่วมประชุม 270 คน เชิงปริมาณ : ครู ผู้บริหารโรงเรียน และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่เข้าร่วมประชุม 65 คน เชิงปริมาณ : โรงเรียนผ่านการประเมินรับรองเป็นโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชรจังหวัดละ 2 แห่ง รวม 14 แห่ง และโรงเรียนที่เข้าร่วมประกวดฯ ปี 2561 จำนวน 1 แห่ง เชิงปริมาณ : เครือข่ายโรงเรียนเด็กไทยฟันดี 3 เครือข่าย เชิงปริมาณ : รณรงค์ Love Milk Day และตรวจวัดสายตาในวันเด็ก 7 จังหวัด เชิงคุณภาพ : เด็กวัยเรียนสูงดีสมส่วน จำนวน 224435 คน

วิธีการดำเนินงาน : กิจกรรมที่ 1 ประชุมเชิงปฏิบัติการเสริมสร้างสมรรถนะเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนาสุขภาพเด็กวัยเรียน 4.0 ระดับเขตสุขภาพ ระยะเวลา : (ตุลาคม - ธันวาคม 2560) เป้าหมาย : เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานอนามัยเด็กวัยเรียนจังหวัดละ 35 คน รวม 270 คน ประกอบด้วย 1) เจ้าหน้าที่สาธารณสุขผู้รับผิดชอบงานอนามัยโรงเรียน รวม 245 คน 2) ผู้รับผิดชอบงานวัยเรียน สสจ.อุดรธานี เลย หนองคาย เลย หนองบัวลำภู นครพนม สกลนคร บึงกาฬ 7 คน 3) วิทยากรและผู้จัดอบรม 18 คน ขั้นตอนการดำเนินงาน 1) ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด เพื่อประสานกลุ่มเป้าหมาย ๒) ประสานวิทยากร เตรียมเอกสารด้านวิชาการ เตรียมกระบวนการและวัสดุอุปกรณ์ ๓) จัดประชุม 4) สรุปผลการประชุม กิจกรรมที่ 2 ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถอดบทเรียนงานโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชร ระยะเวลา : (มกราคม – มีนาคม ๒561) เป้าหมาย : ครูอนามัยโรงเรียน/ผู้อำนวยการโรงเรียนและเจ้าหน้าที่สาธารณสุข รวม 65 คน ประกอบด้วย 1) เจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ดูแลโรงเรียนแห่งละ 1 คน รวม 24 คน 2) ครูอนามัยโรงเรียน/และผู้อำนวยการโรงเรียน โรงเรียนละ 1 คน รวม 24 คน 3) ผู้รับผิดชอบงานวัยเรียน สสจ.อุดรธานี เลย หนองคาย เลย หนองบัวลำภู นครพนม สกลนคร บึงกาฬ 7 คน 4) วิทยากรและผู้จัดอบรม 10 คน ขั้นตอนการดำเนินงาน ๑) ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด เพื่อประสานกลุ่มเป้าหมาย ๒) ประสานวิทยากร เตรียมเอกสารด้านวิชาการ เตรียมกระบวนการและวัสดุอุปกรณ์ ๓) จัดประชุม ๔) สรุปผลการประชุม กิจกรรมที่ 3 ประเมินรับรองโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชร ระยะเวลา : ธันวาคม ๒๕60 - มีนาคม ๒๕๖1 และมิถุนายน - กันยายน ๒๕๖1 เป้าหมาย : จังหวัดละ ๒ แห่ง และโรงเรียนที่เข้าร่วมประกวดฯ ปี ๒๕๖1 จำนวน ๑ แห่ง รวม ๑๕ แห่ง ขั้นตอนการดำเนินงาน 1) ประสานผู้รับผิดชอบงานอนามัยเด็กวัยเรียน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด เพื่อสร้างข้อตกลงร่วมกันเกี่ยวกับขั้นตอน วิธีการประเมินและระยะเวลาในการประเมิน 2) ประชุมสร้างความเข้าใจตัวชี้วัด เกณฑ์การประเมิน บทบาทหน้าที่ของทีมประเมินรับรอง 3) ประสานสำนักส่งเสริมสุขภาพ เพื่อแต่งตั้งทีมประเมินโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชรของกรมอนามัย 4) ทีมประเมินระดับจังหวัดออกประเมินเบื้องต้น ส่งรายชื่อโรงเรียนและรายงานผลการดำเนินงานเพื่อขอรับการประเมินจากศูนย์ฯ 5) ทีมประเมินของศูนย์ฯ ดำเนินการประเมิน 6) ปรับปรุงแก้ไข ตรวจสอบรายงานการดำเนินงานของโรงเรียนและจัดส่งรายงานไปยังสำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย เพื่อรับรองผลการประเมิน 7) แจ้งผลการประเมินไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด กิจกรรมที่ 4 ประเมินรับรองเครือข่ายโรงเรียนเด็กไทยฟันดี ระยะเวลา : ธันวาคม ๒๕60 - มีนาคม ๒๕๖1 และมิถุนายน - กันยายน ๒๕๖1 เป้าหมาย : เครือข่ายโรงเรียนเด็กไทยฟันดี ๓ เครือข่าย ขั้นตอนการดำเนินงาน 1) ประสานผู้รับผิดชอบงานทันตสุขภาพ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด เพื่อสร้างข้อตกลงร่วมกันเกี่ยวกับขั้นตอน วิธีการประเมินและระยะเวลาในการประเมิน 2) ประชุมสร้างความเข้าใจตัวชี้วัด เกณฑ์การประเมิน บทบาทหน้าที่ของทีมประเมินรับรอง 3) ทีมประเมินระดับจังหวัดออกประเมินเบื้องต้น ส่งรายชื่อโรงเรียนและรายงานผลการดำเนินงานเพื่อขอรับการประเมินจากศูนย์ฯ 4) ทีมประเมินของศูนย์ฯ ดำเนินการประเมิน 5) จัดส่งรายงานไปยังสำนักทันตสุขภาพ กรมอนามัย เพื่อรับรองผลการประเมิน 6) แจ้งผลการประเมินไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด กิจกรรมที่ 5 รณรงค์ Love Milk Day ตรวจวัดสายตาในวันเด็ก และรณรงค์ให้ความรู้สุขภาพเด็กวัยเรียน (กินไข่ นม ผัก กระโดดโลดเต้น นอน แปรงฟัน) ระยะเวลา : มกราคม 2561 เป้าหมาย : จังหวัดละ ๑ ครั้ง รวม ๗ ครั้ง ขั้นตอนการดำเนินงาน 1) ประสานผู้รับผิดชอบงานวัยเรียนสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด เพื่อประสานโรงเรียนเข้าร่วมกิจกรรม 2) ร่วมกับจังหวัดจัดรณรงค์ Love Milk Day ตรวจวัดสายตาในวันเด็ก และรณรงค์ให้ความรู้สุขภาพเด็กวัยเรียน (กินไข่ นม ผัก กระโดดโลดเต้น นอน แปรงฟัน) 3) รายงานผลการดำเนินงาน กิจกรรมที่ 6 สนับสนุนการดำเนินงานของภาคีเครือข่าย ระยะเวลา : มกราคม-กันยายน 2561 เป้าหมาย : 7 จังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบศูนย์อนามัยที่ 1 อุดรธานี ขั้นตอนการดำเนินงาน 1) สนับสนุนองค์ความรู้ ได้แก่ การเป็นวิทยากร การให้คำปรึกษาแก่ผู้รับผิดชอบงานเด็กวัยเรียนใน ระดับจังหวัดและพื้นที่ ตลอดจนครูและผู้เกี่ยวข้อง 2) สนับสนุนการดำเนินงานโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพของภาคีเครือข่าย ได้แก่ การสนับสนุนเอกสารวิชาการ คู่มือการดำเนินงานโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ คู่มือการประเมินโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ และแบบบันทึกสุขภาพนักเรียน ฯลฯ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมเชิงปฏิบัติการเสริมสร้างสมรรถนะเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนาสุขภาพเด็กวัยเรียน 4.0 ระดับเขตสุขภาพ 1 ธ.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 602,630.00
2 ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถอดบทเรียนงานโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชร 1 ม.ค. 2561 - 31 มี.ค. 2561 199,570.00
3 ประเมินรับรองโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชร 1 ธ.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 76,482.00
4 ประเมินรับรองเครือข่ายโรงเรียนเด็กไทยฟันดี 1 ธ.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 17,768.00
5 รณรงค์ Love Milk Day ตรวจวัดสายตาในวันเด็ก และรณรงค์ให้ความรู้สุขภาพเด็กวัยเรียน (กินไข่ นม ผัก กระโดดโลดเต้น นอน แปรงฟัน) 1 ม.ค. 2561 - 31 ม.ค. 2561 17,000.00
6 ติดตามการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียนและงานอนามัยโรงเรียนให้มีประสิทธิภาพ 1 เม.ย. 2561 - 30 ก.ย. 2561 22,000.00
รวมเป็นเงิน 935,450.00
งบประมาณ : 935,450.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ธ.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : เด็กวัยเรียนมีสุขภาพดีทั้งร่างกายและจิตใจ มีพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมโดยโรงเรียนเป็นศูนย์กลาง การพัฒนาสุขภาพของเด็กวัยเรียนและต่อยอดการพัฒนาโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพในระดับสูงขึ้น

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางชัญญานุช ปานนิล ตำแหน่ง นักโภชนาการชำนาญการ นางสาวสุภาวดี ฟองฟุ้ง ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข (ด้านส่งเสริมสุขภาพ)

ผู้เสนอโครงการ : (นางชัญญานุช ปานนิล) หัวหน้ากลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : (นายสมภพ สุทัศน์วิริยะ) นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และพัฒนากำลังคน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : (นางพงศ์สุรางค์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา) นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ ปฏิบัติหน้าที่ ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี
ลำดับที่ : 18

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาระบบบริหารจัดการศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี ปีงบประมาณ 2561 (แผนช่วงวัย)

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กลุ่ม HR
กลุ่ม FIN
กรมอนามัย

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (74)25.1 พัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)
(78)25.5 การบริหารจัดการหน่วยงาน
(78)25.5 การบริหารจัดการหน่วยงาน

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : เพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการและสนับสนุนการทำงานของบุคลากรศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี ตลอดจนดูแลบำรุงรักษา อสังหาริมทรัพย์และสังหาริทรัพย์ให้พร้อมสำหรับการทำงานเพื่อบรรลุผลสำเร็จของงาน

วัตถุประสงค์ : เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของกลุ่มงาน/ฝ่ายต่าง ๆ ของศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี อย่างมีประสิทธิภาพ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
บุคลากรทุกกลุ่มงาน/ฝ่ายของศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี จำนวน 33 คน

วิธีการดำเนินงาน : - สำรวจความต้องการของทุกกลุ่ม/ฝ่าย - จัดทำแผนจัดซื้อ/จข้าง โดยเงินงบประมาณ - ดำเนินการตาม พรบ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 - สรุปและประเมินผล

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 การบริหารจัดการหน่วยงาน 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 1,701,080.00
2 การบริหารการไปราชการศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 905,785.00
3 การพัฒนาศักยภาพบุคลากรศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 411,000.00
รวมเป็นเงิน 3,017,865.00
งบประมาณ : 3,017,865.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : - มีการบริหารจัดการด้านพัสดุอย่างมีประสิทธิภาพและสามารถให้บริการด้านพัสดุแก่เจ้าหน้าที่ศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี ได้ตามแผนที่กำหนดและถูกต้องตามแผนของหลักการบริหาร และตาม พรบ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นายคุณพงษ์ ต้นมิ่ง นางสาวแคทลียา วงศ์กาไสย

ผู้เสนอโครงการ : นายคุณพงษ์ ต้นมิ่ง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายสมภพ สุทัศน์วิิยะ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางพงศ์สุรางค์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี
ลำดับที่ : 19

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาระบบบริหารจัดการศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี ปีงบประมาณ 2561 (แผนเขตเศรษฐกิจพิเศษ)

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กลุ่ม FIN

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (78)25.5 การบริหารจัดการหน่วยงาน

แผนจัดสรรงบประมาณ :   5. แผนงานบูรณาการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ

หลักการและเหตุผล : เพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการและสนับสนุนการทำงานของบุคลากรศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี ตลอดจนดูแลบำรุงรักษา อสังหาริมทรัพย์และสังหาริทรัพย์ให้พร้อมสำหรับการทำงานเพื่อบรรลุผลสำเร็จของงาน

วัตถุประสงค์ : เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของกลุ่มงาน/ฝ่ายต่าง ๆ ของศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี อย่างมีประสิทธิภาพ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
บุคลากรทุกกลุ่มงาน/ฝ่ายของศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี จำนวน 33 คน

วิธีการดำเนินงาน : - สำรวจความต้องการของทุกกลุ่ม/ฝ่าย - จัดทำแผนจัดซื้อ/จข้าง โดยเงินงบประมาณ - ดำเนินการตาม พรบ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 - สรุปและประเมินผล

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 การบริหารจัดการหน่วยงาน (แผนเขตเศรษฐกิจพิเศษ) 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 455,000.00
รวมเป็นเงิน 455,000.00
งบประมาณ : 455,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : - มีการบริหารจัดการด้านพัสดุอย่างมีประสิทธิภาพและสามารถให้บริการด้านพัสดุแก่เจ้าหน้าที่ศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี ได้ตามแผนที่กำหนดและถูกต้องตามแผนของหลักการบริหาร และตาม พรบ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นายคุณพงษ์ ต้นมิ่ง นางสาวแคทลียา วงศ์กาไสย

ผู้เสนอโครงการ : นายคุณพงษ์ ต้นมิ่ง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายสมภพ สุทัศน์วิริยะ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางพงศ์สุรางค์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี
ลำดับที่ : 20

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาระบบบริหารจัดการศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี ปีงบประมาณ 2561 (แผนทรัพยากรน้ำ)

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กลุ่ม FIN

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (78)25.5 การบริหารจัดการหน่วยงาน

แผนจัดสรรงบประมาณ :   4. แผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ

หลักการและเหตุผล : เพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการและสนับสนุนการทำงานของบุคลากรศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี ตลอดจนดูแลบำรุงรักษา อสังหาริมทรัพย์และสังหาริทรัพย์ให้พร้อมสำหรับการทำงานเพื่อบรรลุผลสำเร็จของงาน

วัตถุประสงค์ : เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของกลุ่มงาน/ฝ่ายต่าง ๆ ของศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี อย่างมีประสิทธิภาพ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
บุคลากรทุกกลุ่มงาน/ฝ่ายของศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี จำนวน 33 คน

วิธีการดำเนินงาน : - สำรวจความต้องการของทุกกลุ่ม/ฝ่าย - จัดทำแผนจัดซื้อ/จข้าง โดยเงินงบประมาณ - ดำเนินการตาม พรบ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 - สรุปและประเมินผล

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 การบริหารจัดการหน่วยงาน 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 56,400.00
รวมเป็นเงิน 56,400.00
งบประมาณ : 56,400.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : มีการบริหารจัดการด้านพัสดุอย่างมีประสิทธิภาพและสามารถให้บริการด้านพัสดุแก่เจ้าหน้าที่ศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี ได้ตามแผนที่กำหนดและถูกต้องตามแผนของหลักการบริหาร และตาม พรบ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นายคุณพงษ์ ต้นมิ่ง นางสาวแคทลียา วงศ์กาไสย

ผู้เสนอโครงการ : นายคุณพงษ์ ต้นมิ่ง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายสมภพ สุทัศน์วิริยะ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางพงศ์สุรางค์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี
ลำดับที่ : 21

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาระบบบริหารจัดการศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี ปีงบประมาณ 2561 (แผนขยะ)

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กลุ่ม FIN

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (78)25.5 การบริหารจัดการหน่วยงาน

แผนจัดสรรงบประมาณ :   3. แผนงานบูรณาการบริหารจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม

หลักการและเหตุผล : เพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการและสนับสนุนการทำงานของบุคลากรศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี ตลอดจนดูแลบำรุงรักษา อสังหาริมทรัพย์และสังหาริทรัพย์ให้พร้อมสำหรับการทำงานเพื่อบรรลุผลสำเร็จของงาน

วัตถุประสงค์ : เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของกลุ่มงาน/ฝ่ายต่าง ๆ ของศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี อย่างมีประสิทธิภาพ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
บุคลากรทุกกลุ่มงาน/ฝ่ายของศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี จำนวน 33 คน

วิธีการดำเนินงาน : - สำรวจความต้องการของทุกกลุ่ม/ฝ่าย - จัดทำแผนจัดซื้อ/จข้าง โดยเงินงบประมาณ - ดำเนินการตาม พรบ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 - สรุปและประเมินผล

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 การบริหารจัดการหน่วยงาน 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 33,720.00
รวมเป็นเงิน 33,720.00
งบประมาณ : 33,720.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : - มีการบริหารจัดการด้านพัสดุอย่างมีประสิทธิภาพและสามารถให้บริการด้านพัสดุแก่เจ้าหน้าที่ศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี ได้ตามแผนที่กำหนดและถูกต้องตามแผนของหลักการบริหาร และตาม พรบ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นายคุณพงษ์ ต้นมิ่ง นางสาวแคทลียา วงศ์กาไสย

ผู้เสนอโครงการ : นายคุณพงษ์ ต้นมิ่ง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายสมภพ สุทัศน์วิริยะ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นาง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี
ลำดับที่ : 22

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาระบบบริหารจัดการศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี ปีงบประมาณ 2561 (แผนผู้สูงอายุ)

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กลุ่ม FIN

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (78)25.5 การบริหารจัดการหน่วยงาน

แผนจัดสรรงบประมาณ :   2. แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

หลักการและเหตุผล : เพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการและสนับสนุนการทำงานของบุคลากรศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี ตลอดจนดูแลบำรุงรักษา อสังหาริมทรัพย์และสังหาริทรัพย์ให้พร้อมสำหรับการทำงานเพื่อบรรลุผลสำเร็จของงาน

วัตถุประสงค์ : เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของกลุ่มงาน/ฝ่ายต่าง ๆ ของศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี อย่างมีประสิทธิภาพ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
บุคลากรทุกกลุ่มงาน/ฝ่ายของศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี จำนวน 33 คน

วิธีการดำเนินงาน : - สำรวจความต้องการของทุกกลุ่ม/ฝ่าย - จัดทำแผนจัดซื้อ/จข้าง โดยเงินงบประมาณ - ดำเนินการตาม พรบ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 - สรุปและประเมินผล

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 การบริหารจัดการหน่วยงาน 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 20,004.00
รวมเป็นเงิน 20,004.00
งบประมาณ : 20,004.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : - มีการบริหารจัดการด้านพัสดุอย่างมีประสิทธิภาพและสามารถให้บริการด้านพัสดุแก่เจ้าหน้าที่ศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี ได้ตามแผนที่กำหนดและถูกต้องตามแผนของหลักการบริหาร และตาม พรบ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นายคุณพงษ์ ต้นมิ่ง นางสาวแคทลียา วงศ์กาไสย

ผู้เสนอโครงการ : นายคุณพงษ์ ต้นมิ่ง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายสมภพ สุทัศน์วิริยะ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางพงศ์สุรางค์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................