หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา
ลำดับที่ : 1

ชื่อโครงการ : โครงการบริหารจัดการหน่วยงานค่าใช้จ่ายขั้นต่าตามสิทธิ์

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 21. คะแนนการประเมินระดับคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน ตามระบบ ITA โดย ปปท.

cluster : กลุ่ม HR

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (79)25.6 การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ

แผนจัดสรรงบประมาณ :   10. แผนงานบุคลากรภาครัฐ

หลักการและเหตุผล : ****

วัตถุประสงค์ : เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้บุคลากรศูนย์ฯ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
***

วิธีการดำเนินงาน : ***

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1.1ค่าพตส. 1.2เงินไม่ทำเวช 1.3ค่าตอบแทนชายแดนใต้ 1.4ค่าสมทบประกันสังคม 1 ต.ค. 2560 - 31 ต.ค. 2561 3,703,992.00
รวมเป็นเงิน 3,703,992.00
งบประมาณ : 3,703,992.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 31 ต.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : ***

ผู้รับผิดชอบโครงการ : กลุ่มยุทธศาสตร์

ผู้เสนอโครงการ : ***

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : ***

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : **

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา
ลำดับที่ : 2

ชื่อโครงการ : 8.14 โครงการ การกำกับติดตามผลสัมฤทธิ์การปฏิบัติราชการ

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กลุ่ม HR

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (74)25.1 พัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

แผนจัดสรรงบประมาณ :   2. แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

หลักการและเหตุผล : กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข มีภารกิจในการส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพดี โดยมีการศึกษา วิเคราะห์ วิจัย พัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านการส่งเสริมสุขภาพ การจัดการปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ และการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดี รวมทั้งการประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ เพื่อมุ่งเน้นให้ประชาชนมีความรู้และทักษะในการดูแลตนเอง ครอบครัวและชุมชน รวมตลอดจนถึงการสนับสนุนให้หน่วยงานส่วนภูมิภาค องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชน มีส่วนร่วมในการสร้างเสริมสุขภาพและจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาพดีโดยถ้วนหน้า โดยจัดสรรงบประมาณให้กับหน่วยงานในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคเป็นงบดำเนินงานเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ตามCluster ต่างๆ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามคำรับรองการปฏิบัติราชการกับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้เกิดการใช้จ่ายงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพและประโยชน์สูงสุดการติดตามและประเมินผลเป็นสิ่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งที่จะช่วยให้ทราบว่า โครงการที่ดำเนินการบรรลุวัตถุประสงค์ เป้าหมายที่ต้องการมากน้อยเพียงใด มีประสิทธิภาพหรือไม่ ผลจากการติดตามและประเมินผลจะให้ข้อมูลที่แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จ จุดแข็ง จุดอ่อน และแนวทางในการปรับปรุงแก้ไขการดำเนินงาน ช่วยให้การบริหารแผนงานและโครงการมีประสิทธิภาพสูงยิ่งขึ้น ซึ่งการบริหารแผนงานและโครงการที่ประกอบด้วย การวางแผน (Planning) การปฏิบัติตามแผน (Implementation) การควบคุม (Control) และการประเมินผล (Evaluation) มีความสำคัญเท่ากันทุกส่วน ถ้าขาดส่วนหนึ่งส่วนใด หรือส่วนหนึ่งส่วนใดขาดประสิทธิภาพก็จะส่งผลต่อประสิทธิผลของการบริหารแผนงานและโครงการทั้งหมด ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา เป็นหนึ่งในหน่วยงานของกรมอนามัย ที่ได้รับงบประมาณดำเนินงานในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมตามบริบทในพื้นที่เขตรับผิดชอบ7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง เพื่อให้การดำเนินงานตามโครงการมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการบริหารแผนงานโครงการกลุ่มขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และพัฒนากำลังคนจึงจัดทำโครงการการกำกับติดตามประเมินผลผลผลิตผลลัพธ์งบประมาณและการบริหารการเปลี่ยนแปลงขึ้น เพื่อให้บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 12เห็นถึงความสำเร็จ จุดแข็งจุดอ่อน และแนวทางแก้ไขในการดำเนินงานต่อไป

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อกำกับติดตามแผนปฏิบัติการสู่การปฏิบัติให้บรรลุตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ 2. เพื่อกำกับติดตามระดับความสำเร็จในการดำเนินงานบริหารการเปลี่ยนแปลงองค์กร

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1.ร้อยละ 90 ของกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมประชุม 2.ผลสรุปจำนวนโครงการที่มีการดำเนินการตามแผนกรอบระยะเวลา 3.ผลสรุปตัวชี้วัดที่ผ่านและไม่ผ่านเกณ์ตามที่กำหนด 4.ผลสรุปร้อยละการใช้เงินงบประมาณของแต่ละ Cluster ตามแผน

วิธีการดำเนินงาน : 1.ประชุมเชิงปฏิบัติการการกำกับติดตามผลผลิตผลลัพธ์ แผนงานโครงการงบประมาณและการบริหารการเปลี่ยนแปลง

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1.ประชุมเชิงปฏิบัติการการกำกับติดตามผลผลิตผลลัพธ์ แผนงานโครงการงบประมาณและการบริหารการเปลี่ยนแปลง 1 มิ.ย. 2561 - 30 มิ.ย. 2561 130,000.00
รวมเป็นเงิน 130,000.00
งบประมาณ : 130,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 มิ.ย. 2561 - 30 มิ.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. ผู้บริหารมีสารสนเทศประกอบการกำกับ ควบคุม และเร่งรัดการดำเนินงานและการใช้จ่าย งบประมาณให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสัมฤทธิผลตามวัตถุประสงค์ของงาน/โครงการ 2. มีสารสนเทศประกอบการปรับปรุงแผนปฏิบัติการในช่วงเวลาที่เหมาะสมและประกอบการจัดทำ แผนปฏิบัติการในปีต่อไป 3. มีสารสนเทศประกอบการขอตั้งงบประมาณ และประกอบการชี้แจงงบประมาณ

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นางสาวจรินทรัตน์ แซ่น่า ตำแหน่งนักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ 2. นายวิศัย อักษรแก้ว ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

ผู้เสนอโครงการ : นายวิศัย อักษรแก้ว

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นส.จรินทรัตน์ แซ่น่า

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายบุญแสง บุญอำนวยกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา
ลำดับที่ : 3

ชื่อโครงการ : 8.15 โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อสื่อสารชี้แจงทิศทางและนโยบายการจัดทำแผนปฏิบัติการ กรมอนามัย ปี งบฯ 2561

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กลุ่ม HR

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (74)25.1 พัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

แผนจัดสรรงบประมาณ :   2. แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

หลักการและเหตุผล : ตามที่กรมอนามัยได้ประกาศแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ตามแผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 พ.ศ. 2560 – 2567 โดยให้เชื่อมโยงตั้งแต่ยุทธศาสตร์ระดับประเทศ (ยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี พ.ศ. 2560 – 2579) ยุทธศาสตร์ระดับกระทรวง (แผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี ด้านสาธารณสุข) จนถึงระดับกรม นำมากำหนดแนวทางการบริหารองค์กร (Stratagic Direction Setting) ได้แก่ วิสัยทัศน์ คือ “กรมอนามัยเป็นองค์กรหลักของประเทศในการอภิบาลระบบส่งเสริมสุขภาพ และระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อประชาชนสุขภาพดี” พันธกิจ คือ “ทำหน้าที่ในการสังเคราะห์ใช้ความรู้ และดูภาพรวม เพื่อกำหนดนโยบายและออกแบบระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม โดยประสานสร้างความร่วมมือและกำกับดูแล เพื่อให้เกิดความรับผิดชอบต่อการดำเนินการ” และวัฒนธรรมองค์กร “HEALTH” จนได้ 4 ประเด็นยุทธศาสตร์ 12 เป้าประสงค์ มีการวางยุทธศาสตร์เพื่อกำหนดกลยุทธ์ และมาตรการในการขับเคลื่อนการดำเนินงานให้บรรลุทิศทางหรือผลลัพธ์ที่ต้องการโดยกระบวนการสำคัญประการหนึ่ง คือ การสื่อสารและแปลงยุทธศาสตร์สู่การปฏิบัติเพื่อให้เกิดการรับรู้/เข้าใจทั่วทั้งองค์กรและลงมือนำสู่การปฏิบัติ เพื่อบรรลุเป้าหมายที่กำหนดร่วมกันตั้งแต่ระดับกรม(อธิบดี) สู่ รองอธิบดี ที่รับผิดชอบแต่ละClusterจนลงสู่ระดับหน่วยงาน (ผู้อำนวยการ/สำนัก/กองศูนย์ฯ หรือเทียบเท่า) และสุดท้ายสู่ระดับบุคคล (บุคลากรในสังกัดหน่วยงานกรมอนามัย) เพื่อให้บุคลากรได้มีส่วนร่วมและรับผิดชอบต่อความสำเร็จของการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ เชื่อมโยงระหว่างบทบาทหน้าที่ของตนเอง นโยบายและยุทธศาสตร์ขององค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยจัดทำเป็นคำรับรองการปฏิบัติราชการระดับกรม/cluster/และใบมอบหมายงานพร้อมการวัดและประเมินผลการดำเนินงานในระดับบุคคล ด้วยระบบการสร้างแรงจูงใจที่ชัดเจนและเป็นธรรม ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา เป็นหน่วยงานหนึ่งในส่วนภูมิภาคของกรมอนามัยที่ต้องนำยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมสู่การปฏิบัติ ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ทำให้เกิดความร่วมมือสามารถผลักดันนำสู่การปฏิบัติ เพื่อตอบสนองเป้าประสงค์ตามยุทธศาสตร์ของกรมอนามัยและกระทรวงสาธารณสุข กลุ่มขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และพัฒนากำลังคน จึงได้จัดทำโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อสื่อสารชี้แจงองค์กรและร่วมกันจัดทำแผนปฏิบัติการของศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา ที่สอดคล้องเชื่อมโยงและสามารถขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติ จนบรรลุผลสำเร็จตามเป้าประสงค์และตัวชี้วัดของกรมอนามัยเป็นไปในทิศทางเดียวกันและได้มีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อความสำเร็จของการดำเนินงานสามารถเชื่อมโยงระหว่างบทบาทหน้าที่ของตนเอง กลุ่มงาน หน่วยงาน อย่างมีประสิทธิภาพ

วัตถุประสงค์ : 1.เพื่อให้บุคลากรของศูนย์ฯ มีความรู้ ความเข้าใจ ในประเด็นยุทธศาสตร์ เป้าประสงค์ ตัวชี้วัด กรมอนามัยไปในทิศทางเดียวกัน 2.เพื่อให้ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา สามารถดำเนินการบรรลุผลสำเร็จตามเป้าประสงค์ ประเด็นยุทธศาสตร์ กรมอนามัย

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1.ร้อยละ 90 ของกลุ่มเป้าหมายรับทราบประเด็นยุทธศาสตร์เป้าประสงค์ ตัวชี้วัด กรมอนามัย 2.กลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมประชุมมีความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมการประชุมในระดับ ดี ถึง ดีมาก ร้อยละ 80

วิธีการดำเนินงาน : 1.ประชุมเชิงปฏิบัติการ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1.ประชุมเชิงปฏิบัติการ 6 ธ.ค. 2560 - 7 ธ.ค. 2560 120,000.00
รวมเป็นเงิน 120,000.00
งบประมาณ : 120,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 6 ธ.ค. 2560 - 7 ธ.ค. 2560
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. บุคลากรกลุ่มงานสามารถขับเคลื่อนแผนนโยบายสู่การปฏิบัติให้บรรลุเป้าหมายองค์กร 2. ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา สามารถมอบหมายงานระดับบุคคลได้อย่างเป็นรูปธรรม สามารถเชื่อมโยงตัวชี้วัดตาม คำรับรองปฏิบัติราชการของกลุ่มงานและหน้าที่ความรับผิดชอบของบุคคลได้จริงและเป็นธรรม 3. ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา จัดทำคำรับรองปฏิบัติราชการ ปี 2561 ได้อย่างมีคุณภาพ แสดงความเชื่อมโยงและวัดความสำเร็จต่อหน่วยงานได้ชัดเจน 4. ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา สามารถติดตามการปฏิบัติงานระดับกลุ่มงานและระดับบุคคลได้อย่าง เป็นรูปธรรม และสามารถกำกับงานเป็นไปในทิศทางเดียวกันให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าประสงค์ ประเด็นยุทธศาสตร์กรมอนามัยและติดตามการประเมินผลการปฏิบัติการของหน่วยงานได้อย่าง มีประสิทธิภาพ

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นางสาวจรินทรัตน์ แซ่น่า นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ 2. นายกิติพงศ์ ศักดิ์สวัสดิ์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ 3. นางสาวฉลวย ธรรมโร นักวิเคราะห์นโยบายและแผน

ผู้เสนอโครงการ : นายกิติพงศ์ ศักดิ์สวัสดิ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางสาวจรินทรัตน์ แซ่น่า

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายบุญแสง บุญอำนวยกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา
ลำดับที่ : 4

ชื่อโครงการ : 3.1 โครงการขับเคลื่อนพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น 2559 เขตบริการสุขภาพที่ 12

ยุทธศาสตร์ : 1.3 ส่งเสริมพฤติกรรมอนามัยการเจริญพันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับวัยรุ่น

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 7. อัตราคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15-19 ปี ต่อประชากรหญิง อายุ 15-19 ปี พันคน

cluster : กลุ่มวัยรุ่น

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (23)9.1 การขับเคลื่อนพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : การขับเคลื่อนพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.๒๕๕๙ มีผลบังคับใช้ครบรอบ 1 ปี กรมอนามัยในฐานฝ่ายเลขานุการ จึงดำเนินการประเมินเบื้องต้น เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ตลอดจนปัญหาอุปสรรคต่างๆ จากการประเมิน พบว่าคณะกรรมการได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับจังหวัดและกรุงเทพมหานครนั้น คณะอนุกรรมการฯระดับจังหวัดมีการดำเนินการออกคำสั่งผู้ว่าราชการจังหวัด แต่งตั้งคณะอนุกรรมการที่เพิ่มเติม ซึ่งทำให้มีอนุกรรมการฯครบองค์ประกอบเรียบร้อยแล้วทั้งหมด 59 จังหวัดรวมกรุงเทพมหานคร และมีการจัดประชุมคณะอนุกรรมการฯจำนวน 42 จังหวัด1 ทั้งนี้ในปีงบประมาณ 2560 เขตบริการสุขภาพที่ 12 มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการฯจำนวน 6 จังหวัด คือ จังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส สงขลา พัทลุง และสตูล ส่วนจังหวัดตรังได้จัดทำร่างคำสั่งรอผู้ว่าราชการจังหวัดลงนาม มีการจัดประชุมคณะอนุกรรมการฯ จำนวน 2 จังหวัด คือ จังหวัดปัตตานี และพัทลุง ในส่วนของจังหวัดยะลา นราธิวาส สตูล และสงขลา ไม่ได้จัดการประชุมเนื่องจากผู้รับผิดชอบงานระดับจังหวัดขาดความชัดเจนเรื่องพระราชบัญญัติฯและยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นจากส่วนกลาง ทำให้เกิดความกังวลที่จะจัดประชุม ทั้งนี้ การประชุมคณะอนุกรรมการฯ เป็นการชี้แจงบทบาทและหน้าที่ของแต่ละภาคส่วนที่เกี่ยวข้องตามกฎหมาย ,สถานการณ์การตั้งครรภ์ของวัยรุ่นและพฤติกรรมเสี่ยงของวัยรุ่นแต่ละจังหวัด รวมถึงแผนงาน โครงการ หรือระบบการดูแลช่วยเหลือของแต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการชี้แจงยุทธศาสตร์และร่างแผนปฏิบัติการตามยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับชาติ พ.ศ.2560 – 2569 ตามพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 ดังนั้น ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา จึงได้จัดโครงการขับเคลื่อนพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.๒๕๕๙ เขตบริการสุขภาพที่ 12 ขึ้น เพื่อดำเนินการตามภารกิจในฐานะผู้แทนกรมอนามัยในการดำเนินงานด้านธุรการ และร่วมขับเคลื่อนการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.2559 รวมทั้งการติดตามและร่วมจัดทำยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับจังหวัด ของแต่ละจังหวัดให้ครบทุกจังหวัดต่อไป

วัตถุประสงค์ : 1.เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ตามพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.๒๕๕๙ 2.เพื่อร่วมกันจัดยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับจังหวัด 3.เพื่อกำกับติดตามและประเมินผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.๒๕๕๙

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1.ประชุมคณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น จังหวัดละ 2 ครั้ง 2.ยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น 7 จังหวัด

วิธีการดำเนินงาน : 1.ประชุมคณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับจังหวัด 2.จัดทำยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ระดับจังหวัด 3.ติดตามการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1. ประชุมคณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับจังหวัด 1 พ.ย. 2560 - 1 ก.ย. 2561 406,420.00
2 3 ติดตามการดำเนินงานตามพระราช บัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้ง ครรภ์ในวัยรุ่น 1 พ.ย. 2560 - 30 ก.ย. 2561 14,580.00
รวมเป็นเงิน 421,000.00
งบประมาณ : 421,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 พ.ย. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ตาม พระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.๒๕๕๙ 2. เพื่อร่วมกันจัดทำยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับจังหวัด 3. เพื่อกำกับติดตามและประเมินผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.๒๕๕๙

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นางเริงฤทัย หลีเส็น ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 2. นางสาวณัฐณิชา ขจรเดชชัยยง ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

ผู้เสนอโครงการ : นางสาวณัฐณิชา ขจรเดชชัยยง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางสาวสุดารัตน์ ธีระวร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายบุญแสง บุญอำนวยกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา
ลำดับที่ : 5

ชื่อโครงการ : 3.2.โครงการส่งเสริมการจัดบริการสุขภาพที่เป็นมิตรสำหรับวัยรุ่นและพัฒนาภาคีเครือข่ายอำเภออนามัยการเจริญพันธุ์ เขตบริการสุขภาพที่ 12

ยุทธศาสตร์ : 1.3 ส่งเสริมพฤติกรรมอนามัยการเจริญพันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับวัยรุ่น

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 8. อัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ 10-14 ปี ต่อประชากรอายุ 10-14 ปี พันคน

cluster : กลุ่มวัยรุ่น

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (28)9.6 การส่งเสริมการจัดบริการสุขภาพที่เป็นมิตรและสร้างเสริมการมีส่วนร่วมและพัฒนาภาคีเครือข่ายอนามัยการเจริญพันธุ์ในวัยรุ่นและเยาวชน

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : *จากสถานการณ์ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นเขตบริการสุขภาพที่ 12 ปี 2557 – 2559 พบว่า อัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15-19 ปี ต่อประชากรหญิงอายุ 15-19 ปี พันคน คือ 42.3, 40.1, 371 อัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ 10-14 ปี ต่อประชากรหญิงอายุ 10-14 ปี พันคน คือ 0.702 (เป้าหมายไม่เกิน 1.3 ต่อพัน) และร้อยละของการตั้งครรภ์ซ้ำในหญิงวัยรุ่นอายุน้อยกว่า 20 ปี ในปี 2558 – 2560 คือ ร้อยละ 16.75, 19.0 และ 20.033 ตามลำดับ จะเห็นว่าอัตราคลอดในหญิงอายุ 15 - 19 ปี มีแนวโน้มลดลง แต่การตั้งครรภ์ซ้ำในหญิงวัยรุ่นอายุน้อยกว่า 20 ปีมีแนวโน้มที่สูงขึ้นและเกินค่าเป้าหมาย (ไม่เกินร้อยละ 10) ซึ่งจากปัญหาดังกล่าวจะเห็นได้ว่าการแก้ปัญหาวัยรุ่นไม่สามารถดำเนินการได้ทันทีทันใด จำเป็นต้องใช้เวลา ต้องดำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่อง และต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยอาศัยกระบวนการการดำเนินงานอำเภออนามัยการเจริญพันธุ์ ประกอบด้วย นายอำเภอเป็นประธาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานศึกษา ครอบครัว/ชุมชน และสถานบริการสาธารณสุขตามมาตรฐานบริการสุขภาพที่เป็นมิตรสำหรับวัยรุ่นและเยาวชน (Youth Friendly Health Service) ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.2560-2569 ภายใต้พระราชบัญํติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.2559 ว่าด้วย “พัฒนาระบบการศึกษาที่ส่งเสริมการเรียนรู้ด้านเพศวิถีศึกษาและทักษะชีวิตที่มีคุณภาพ และมีระบบการดูแลช่วยเหลือที่เหมาะสม” “การส่งเสริมบทบาทครอบครัวและชุมชมในการเลี้ยงดู สร้างสัมพันธภาพและการสื่อสารด้านสุขภาวะทางเพศของวัยรุ่น”และ “พัฒนาระบบบริการสุขภาพทางเพศและอนามัยการเจริญพันธุ์ที่มีคุณภาพ และเป็นมิตร” 1 สถิติสาธารณสุข พ.ศ.2535 – 2559 2 จากสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข (16 พฤศจิกายน 2560) 3 ข้อมูลหญิงคลอด พ.ศ.2558 – 2560 จากสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข วิเคราะห์โดยสำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กรมอนามัย) ดังนั้น Cluster วัยรุ่น กลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมสุขภาพและพัฒนาอนามัยการเจริญพันธุ์วัยรุ่นและเยาวชนแบบบูรณาการ เขตสุขภาพที่ 12 เพื่อส่งเสริมการจัดบริการสุขภาพที่เป็นมิตรสำหรับวัยรุ่นและเยาวชน การเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย และเสริมสร้างความรู้และทักษะแก่ภาคีเครือข่ายอนามัยการเจริญพันธุ์ในวัยรุ่นและเยาวชน ในการร่วมกันป้องกันและแก้ไขปัญหาวัยรุ่นในทุกมิติ ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.2560 – 2564 ตามพรบ.ป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.2559

วัตถุประสงค์ : 1.เพื่อส่งเสริมการจัดบริการสุขภาพที่เป็นมิตรสำหรับวัยรุ่นและเยาวชน 2.เพื่อเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย 3.เพื่อเสริมสร้างความรู้และทักษะแก่ภาคีเครือข่ายอนามัยการเจริญพันธุ์ในวัยรุ่นและเยาวชน

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1.1 ร้อยละ 80 ของโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขและ ได้รับการนิเทศ ติดตามและผ่านการประเมินรับรองมาตรฐาน YFHS 1.2.ร้อยละ 80 ของอำเภอผ่านการประเมินรับรองอำเภออนามัยการเจริญพันธุ์ 2.อปท.ที่ได้รับคัดเลือกเป็นแหล่งเรียนรู้การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น จังหวัดละ 1 แห่ง 3.เครือข่ายแกนนำวัยรุ่นได้รับการพัฒนาศักยภาพโดยรูปแบบเสริมพลังวัยรุ่นในชุมชน 7 จังหวัด ๆละ 20 คน 4. พ่อแม่ ผู้ปกครองได้รับการพัฒนาศักยภาพ เรื่องเพศคุยได้ในครอบครัว 7 จังหวัดๆละ 25 คน

วิธีการดำเนินงาน : 1.นิเทศติดตาม และประเมินรับรอง YFHS และอำเภออนามัยการเจริญพันธุ์ 2.คัดเลือก อปท. เป็นแหล่งเรียนรู้ จังหวัดละ 1 แห่ง 3.ติดตามการดำเนินงานพัฒนาศักยาภาพเครือข่ายแกนนำวัยรุ่นโดยรูปแบบเสริมพลังวัยรุ่นในชุมชน 7 จังหวัด 4.ติดตามการอบรมให้ศูนย์อนามัย พัฒนาศักยภาพพ่อแม่ ผู้ปกครอง เรื่องเพศคุยได้ในครอบครัว 7 จังหวัด

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1.นิเทศติดตาม และประเมินรับรอง YFHS และอำเภออนามัยการเจริญพันธุ์ 1 พ.ย. 2560 - 30 ก.ย. 2561 142,930.00
รวมเป็นเงิน 142,930.00
งบประมาณ : 142,930.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 พ.ย. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. โรงพยาบาลสังกัดสำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุขและสาธารณสุขอำเภอมีการดำเนินงานตาม YFHS และอำเภออนามัยการเจริญพันธุ์ และผ่านการประเมินรับรอง 2. อปท.ที่ผ่านคัดเลือกเป็นแหล่งเรียนรู้การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นมีการดำเนินงาน อย่างต่อเนื่อง และขยายผลไปยังอปท.อื่นๆได้ 3. แกนนำวัยรุ่นที่ได้รับการอบรมพัฒนาศักยภาพมีความรู้และทักษะในการดำเนินงานป้องกันและ แก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ 4. พ่อแม่ ผู้ปกครองที่ได้รับการพัฒนาศักยภาพเรื่องเพศคุยได้ในครอบครัว มีความรู้และทักษะใน การสื่อสารเรื่องเพศในครอบครัวได้อย่างเข้าใจและมีประสิทธิภาพ

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางสาวณัฐณิชา ขจรเดชชัยยง และคณะทำงาน Custer กล่มวัยทำงาน

ผู้เสนอโครงการ : นางสาวณัฐณิชา ขจรเดชชัยยง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางสาวสุดารัตน์ ธีระวร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายบุญแสง บุญอำนวยกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา
ลำดับที่ : 6

ชื่อโครงการ : 8.2.โครงการพัฒนาคุณภาพบุคลากรด้านคุณธรรมและจริยธรรม

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กลุ่ม HR

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (77)25.4 ส่งเสริมการพัฒนาและบริหารการดำเนินงานด้วยคุณธรรมและความโปร่งใส

แผนจัดสรรงบประมาณ :   2. แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

หลักการและเหตุผล : จากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ ที่มุ่งเน้นการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมากำกับทิศทางการพัฒนาประเทศให้เติบโตอย่างมีดุลยภาพ คนในชาติได้รับการพัฒนาให้เป็นคนดี คนเก่ง มีคุณธรรม จริยธรรม ความเพียร และมีจิตสำนึกคำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ และนโยบายของรัฐบาลให้ความสำคัญในการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมของประชาชน โดยนำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทุกรัชกาล หลักคำสอนของศาสนา วัฒนธรรมและความเป็นไทยมาสร้างสรรค์สังคมไทยให้เกิดความเข้มแข็งอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม และเกิดกระบวนการสร้างสังคมคุณธรรมแบบ“ระเบิดจากข้างใน” จากพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและหลักธรรมของศาสนาที่ตนนับถือ ควบคู่กับระบบเศรษฐกิจเกิดความมั่งคั่ง เข้มแข็งด้วยวิถีวัฒนธรรมไทย และยั่งยืนด้วยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง รัฐบาลมุ่งหวังที่จะเห็น ๓ สถาบันหลักของชาติ คือ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ มีความวัฒนาสถาพร เป็นฐานรากเชื่อมร้อยให้บ้านเมืองสมานฉันท์สู่ “ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน”โดยเฉพาะ ในปัจจุบันได้มียุทธศาสตร์สำคัญคือ“ประเทศไทย ๔.๐”เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วย “ปัญญา” สร้าง “ความเข้มแข็งจากภายใน” สร้างสังคมไทยเป็น “สังคมที่เกื้อกูลและแบ่งปัน” ภายใต้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง กรมอนามัย จึงได้กำหนดยุทธศาสตร์ พัฒนาระบบการบริหารจัดการองค์กรให้มีบรรยากาศที่เอื้อต่อการส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรม โดยมุ่งหวังพัฒนาบุคลากรให้มีคุณธรรม มีจิตสำนึกที่ดีงาม ให้อยู่ในความรู้สึกนึกคิดเป็นพื้นฐานของการดำเนินชีวิต ในการเสริมสร้างและพัฒนาข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ให้มีความเข็มแข็งด้านวินัย คุณธรรม จริยธรรม สร้างเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่ดีในวงการด้านสุขภาพทุกระดับ เน้นระบบคุณธรรมวัฒนธรรม ความเรียบง่าย รวมถึงส่งเสริมค่านิยมการยกย่องและเชิดชูความดี ความซื่อสัตย์สุจริต อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม ให้เกิดในหมู่ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง และศาสนิกชนทุกหมู่เหล่า ศูนย์อนามัยที่ ๑๒ ยะลา ในฐานะที่เป็นศูนย์วิชาการมีบทบาทสำคัญในด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม เพื่อให้คนไทยมีสุขภาพดีอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ชมรมจริยธรรม ศูนย์อนามัยที่ ๑๒ เห็นความสำคัญในการสนับสนุนให้บุคลากรทุกระดับได้รับการพัฒนา คุณธรรม จริยธรรม และดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยได้มีการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมที่ดีงามให้บุคลากร เพื่อให้มีคุณธรรม จริยธรรม ภายใต้คำขวัญ ซื่อสัตย์ สามัคคี มีจิตบริการ ปฏิบัติงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ มีการสร้างจิตสำนึกที่ดี สามารถนำหลักคุณธรรม เพื่อพัฒนาและส่งเสริมสุขภาพทางด้านจิตใจ และน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในการดำเนินชีวิตอย่างถูกต้อง ก่อให้มีความสุข ทั้งยังเกิดประโยชน์และความมั่นคงต่อตนเอง-ครอบครัว-สังคมและประเทศชาติ เพื่อเป็นการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพ จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาคุณภาพข้าราชการและเจ้าหน้าที่ด้านคุณธรรมและจริยธรรม อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างความสุขในการปฏิบัติงานแก่บุคลากรศูนย์ฯ ในการตอบสนองนโยบายองค์กร

วัตถุประสงค์ : 1.เพื่อพัฒนาบุคลากรให้เป็นคนดีมีคุณธรรมเป็นฐาน เห็นแก่ประโยชน์สุขส่วนรวม 2. เพื่อส่งเสริมสุขภาพให้บุคลากรมีความเข้มแข็ง สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดความรัก ควารมสามัคคี และทำงานอย่างมีความสุขในสถานการณ์ความไม่สงบ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ 3.เพื่อตอบสนองนโยบายองค์กรสร้างจิตสำนึกที่ดี รของบุคลากรอย่างต่อเนื่อง ยึดหลักพอประมาณ มีเหตุผลและภูมิคุ้มกัน

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1.ร้อยละ 90 ของกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมประชุม 2.ความพึงพอใจของกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมประชุมร้อยละ 80 ในระดับดี - ดีมาก 3.ความพึงพอใจของผู้รับบริการในรพ.สส. ในระดับดี ถึง ดีมาก ร้อยละ 80 4.ได้รับการฝึกสมาธิเจริญจิตภาวนา จำนวน 22 คน

วิธีการดำเนินงาน : 1.ประชุมเชิงปฏิบติการเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน 2.ประชุมเชิงปฏิบัติการการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมสร้างความเป็นไทยและวันสถาปนาศูนย์อนามัยที่ 12 3.ประชุมเชิงปฏิบัติการส่งเสริมจริยธรรมเจ้าหน้าที่บุคลากรมุสลิมศูนย์อนามัยที่ 12 4.ประชุมปฏิบัติการการพัฒนาคุณภาพบุคลากรด้านบริการ เพื่อจิตบริการ 5.ประชุมเชิงปฏิบติการและฝึกสมาธิเจริญจิตภาวนา

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1.ประชุมเชิงปฏิบติการเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน 1 ก.พ. 2561 - 31 มี.ค. 2561 9,800.00
2 2.ประชุมเชิงปฏิบัติการการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมสร้างความเป็นไทยและวันสถาปนาศูนย์อนามัยที่ 12 1 มี.ค. 2561 - 30 เม.ย. 2561 24,800.00
3 3.ประชุมเชิงปฏิบัติการส่งเสริมจริยธรรมเจ้าหน้าที่บุคลากรมุสลิมศูนย์อนามัยที่ 12 1 มี.ค. 2561 - 31 มี.ค. 2561 6,900.00
4 4.ประชุมปฏิบัติการการพัฒนาคุณภาพบุคลากรด้านบริการ เพื่อจิตบริการ 1 ธ.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 11,620.00
5 5.ประชุมเชิงปฏิบติการและฝึกสมาธิเจริญจิตภาวนา 1 ม.ค. 2561 - 28 ก.พ. 2561 81,880.00
รวมเป็นเงิน 135,000.00
งบประมาณ : 135,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ธ.ค. 2560 - 30 เม.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. บุคลากรที่เข้าร่วมประชุม มีสติ เรียนรู้ รู้คิดในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการปฏิบัติงานก่อให้เกิดความรักความสามัคคี ความผูกพันที่ดีต่อกัน รู้จักแบ่งปัน และทำงานอย่างมีความสุข ในสถานการณ์ความไม่สงบ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตลอดจนเป็นแบบอย่างอนุรักษ์และการส่งเสริมวัฒนธรรม ขนมธรรมเนียมประเพณีที่ดีงาม 2. บุคลากรมีการปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างตามวัฒนธรรมองค์กร HEALYE

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นางสาววิจิตรา บุรี พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ 2. นายมานะ หะสาเมาะ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 3. นางภิญญา ศรีเงินถม เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน ๔. นางอัญชลี ขาวสังข์ เจ้าพนักงานพัสดุชำนาญงาน

ผู้เสนอโครงการ : นางสาววิจิตรา บุรี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายประวิทย์ ชัยกอเกียรติ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายบุญแสง บุญอำนวยกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา
ลำดับที่ : 7

ชื่อโครงการ : 5.1.โครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุแบบบูรณาการภายใต้แนวคิด ไม่ล้ม ไม่ลืม ไม่ซึมเศร้า กินข้าวอร่อย ในผู้สูงอายุ เขตสุขภาพที่ 12

ยุทธศาสตร์ : 1.5 ส่งเสริมผู้สูงอายุไทยเพื่อเป็นหลักชัยของสังคม

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 14. ร้อยละของผู้สูงอายุ (60-74 ปี) มีฟันแท้ใช้งานอย่างน้อย 20 ซี่ และ 4 คู่สบ

cluster : กลุ่มผู้สูงอายุ

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (42)14.1 ทบทวนสถานการณ์ และประเมินและคัดกรองสุขภาพ

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : ในปี 2560 ประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปในประเทศไทยมีราว 11 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 17.04 จากประชากรทั้งหมด และมีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ได้มีการคาดการณ์ว่าในปี พ.ศ. 2564 สังคมไทยจะก้าวสู่ “สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์” โดยจะมีสัดส่วนประชากรผู้สูงวัยสูงถึงร้อยละ 20 และในปี พ.ศ. 2574 จะเพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 28 ของประชากรทั้งหมด จากการสำรวจผู้สูงอายุของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2537 พบผู้สูงอายุอยู่ตามลำพัง ร้อยละ 3.6 และเพิ่มขึ้นเป็น 6.3 , 7.7 และ 8.6 ตามลำดับ ในปี 2545 2550 2554 และร้อยละ 8.7 ในปี 2557 จากสภาพคนรุ่นหลังอยู่เป็นโสดมากขึ้น คนไทยมีลูกน้อยลง คนวัยทำงานออกไปทำงานที่อื่น มีการคำนวณความชุกของผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ โดยการคำนวณจากข้อมูลการสำรวจสภาวะสุขภาพอนามัยของประชาชนโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 3 พ.ศ. 2546-2547 พบว่าในปี 2563 จะมีผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ ประมาณ 425,000 คน ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการให้การดูแลทั้งทางร่างกายและจิตใจ อายุยิ่งสูงความเสื่อมถอยของร่างกายยิ่งมาก จากรายงานการสำรวจเร่งด่วนงานส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ปี 2556 พบว่าผู้สูงอายุมีโรคความดันโลหิตสูงร้อยละ 41.9 เบาหวาน ร้อยละ 18.7 มีภาวะซึมเศร้า ร้อยละ 15.1 ข้อเข่าเสื่อม ร้อยละ 8.2 มีฟันใช้งานน้อยกว่า 20 ซี่หรือ 4 คู่สบร้อยละ 37.4 ผู้ป่วยติดเตียง ร้อยละ 1 และผู้ป่วยซึมเศร้า ร้อยละ 1 และการสำรวจสภาวะสุขภาพปี 2556 พบว่าผู้สูงอายุเหล่านี้ต้องการดูแลเป็นระยะเวลายาวนานด้วย จากสถานการณ์ปัญหาดังกล่าวรัฐบาลโดย คสช.ได้ จัดทำแผนพัฒนา ฯ ฉบับที่ 12 ได้กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคนตามช่วงวัยและการปฏิรูประบบเพื่อสร้างสังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพโดยช่วงวัยสูงอายุให้มีงานทำที่เหมาะสมตามศักยภาพและประสบการณ์ มีรายได้ในการดำรงชีวิต มีการสร้างเสริมและฟื้นฟูสุขภาพเพื่อป้องกันหรือชะลอความทุพพลภาพและโรคเรื้อรังต่าง ๆ ที่จะก่อให้เกิดภาระแก่ปัจเจกบุคคล ครอบครัว และยุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาสความเสมอภาคและเท่าเทียมทางสังคม ด้วยการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ รวมถึงการสร้างสภาพแวดล้อมและนวตกรรมที่เอื้อต่อการดำรงชีวิตในสังคมสูงวัย ด้วยการปรับปรุงสภาพแวดล้อมและความจำเป็นทางกายภาพให้เหมาะกับวัย และการพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุในรูปแบบที่หลากหลายทั้งในด้านการจัดบริการและสวัสดิการสังคมอย่างอย่างบูรณาการโดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งพัฒนาชุมชนที่มีศักยภาพและความพร้อมให้เป็นต้นแบบของการดูแลผู้สูงอายุเพื่อขยายผลไปสู่ชุมชนอื่น ตลอดจนการพัฒนานวตกรรมในการใช้ชีวิตประจำวันสำหรับผู้สูงอายุ สถานการณ์สุขภาพผู้สูงอายุเขตสุขภาพที่ 12 ปี 2560 มีสัดส่วนประชากรสูงอายุ คิดเป็นร้อยละ 13.83ซึ่งมีสัดส่วนน้อยกว่าระดับประเทศ แต่นับว่าเขตสุขภาพที่ 12 เป็นสังคมผู้สูงอายุสูงอายุเรียบร้อยแล้ว และจากข้อมูลการประเมินความสามารถในกิจวัตรประจำวัน (ADL) พบกลุ่มติดสังคม ร้อยละ 96 กลุ่มติดบ้าน ร้อยละ 3.28 กลุ่มติดเตียง ร้อยละ 0.68 ซึ่งกลุ่มติดสังคมมีสัดส่วนที่มากและจำเป็นต้องได้รับการส่งเสริมการมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์เพื่อลดการเข้าสู่ภาวะพึ่งพิงในส่วนของสถานการณ์โรคที่พบบ่อยโรคที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน และโรคหัวใจและหลอดเลือด พบผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงและเสี่ยงสูงร้อยละ 36.42, 12.63 และ 54.45 ตามลำดับ อีกทั้งยังพบผู้สูงอายุที่มีความผิดปกติของข้อเข่าเสื่อม เสี่ยงต่อการหกล้มร้อยละ 8.14 , 4.71 และมีค่า BMI เริ่มอ้วนจนถึงอ้วนอันตราย ร้อยละ 27.51 อีกด้วย ซึ่งปัญหาสุขภาพเหล่านี้ส่งผลเสี่ยงต่อการเกิดภาวะพึ่งพิงหรือติดบ้านติดเตียงในอนาคต Cluster ผู้สูงอายุ ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา เห็นความสำคัญของสถานการณ์ดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุแบบบูรณาการภายใต้แนวคิด ไม่ล้ม ไม่ลืม ไม่ซึมเศร้า กินข้าวอร่อย ในผู้สูงอายุ เขตสุขภาพที่ 12 โดยมุ่งหวังให้บุคลากรสาธารณสุข เครือข่ายชมรมผู้สูงอายุได้รับการพัฒนาองค์ความรู้และทักษะในการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ เพื่อส่งผลให้ผู้สูงวัยมีพฤติกรรมสุขภาพและภาวะสุขภาพที่พึงประสงค์ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและมีอายุที่ยืนยาวโดยมีสุขภาพที่ดีต่อไป

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรและภาคีเครือข่ายชมรมผู้สูงอายุ ในการส่งเสริม/ป้องกันภาวะหกล้ม สมองเสื่อม ซึมเศร้า โภชนาการและทันตสุขภาพ 2. เพื่อพัฒนาการดำเนินงานชมรมผู้สูงอายุคุณภาพในตำบล Long Term Care

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1.ข้อมูลสถานการณ์ภาวะสุขภาพผู้สูงอายุที่เกี่ยวข้องกับภาวะหกล้ม สมองเสื่อม ซึมเศร้า โภชนาการและทันตสุขภาพ จำนวน 1 ชุด 2. บุคลากรสาธารณสุขผู้รับผิดชอบงานสูงอายุระดับจังหวัด อำเภอตำบล และภาคีเครือข่ายผู้สูงอายุในชมรมผู้สูงอายุ ได้รับการพัฒนาศักยภาพแนวทางการส่งเสริมสุขภาพตามแนวคิด ไม่ล้ม ไม่ลืม ไม่ซึมเศร้า กินข้าวอร่อย ร้อยละ 80 3.บุคลากรสาธารณสุข ผู้รับผิดชอบงานระดับจังหวัด ทราบทิศทางขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์พระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะ จำนวน 7 คน

วิธีการดำเนินงาน : 1)ทบทวน วิเคราะห์สถานการณ์ภาวะสุขภาพผู้สูงอายุในพื้นที่ 2)ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและภาคีเครือข่ายชมรมผู้สูงอายุ ภายใต้แนวคิด ไม่ล้ม ไม่ลืม ไม่ซึมเศร้า กินข้าวอร่อย 3)ชี้แจงทิศทางขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์พระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 2.ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและภาคีเครือข่ายชมรมผู้สูงอายุ ภายใต้แนวคิด ไม่ล้ม ไม่ลืม ไม่ซึมเศร้า กินข้าวอร่อย 1 ก.พ. 2561 - 30 เม.ย. 2561 351,800.00
2 3.ชี้แจงทิศทางขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์พระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะ 1 ก.พ. 2561 - 30 เม.ย. 2561 0.00
รวมเป็นเงิน 351,800.00
งบประมาณ : 351,800.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ก.พ. 2561 - 30 เม.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. บุคลากรสาธารณสุขจากสำนักงานสาธารณสุข อำเภอ ตำบล และเครือข่ายแกนนำชมรมผู้สูงวัยเขต สุขภาพที่ ๑๒ สามารถนำความรู้ ความเข้าใจ ด้านการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุไปพัฒนารูปแบบ ชมรมส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุในพื้นที่ 2. ตำบล Long Term Care มีรูปแบบการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุพฤติกรรมพึงประสงค์ในกลุ่ม ติดสังคม เพื่อส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ ลดและยืดเวลาการเข้าสู่ภาวะพึ่งพิงในอนาคต

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1 นางสาวนวพร เตโช ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 2 นางเริงฤทัย หลีเส็น ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 3 นางโสภิดา สุขจรุง ตำแหน่ง นักโภขนาการชำนาญการพิเศษ 4 นางคนึง ยศอักษร ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 5 นางจันทิรา หนูสุข ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 6 นางสศิกร กอวิวัฒนาการ ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 7 นางสิริมาเรียม จันทรพร ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 8 นางรุซนี เจ๊ะนิ ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 9 นางสาวมุทริกา จินากุล ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 10 นายเฉลิมวุฒิ จันทรสวัสดิ์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ

ผู้เสนอโครงการ : นายเฉลิมวุฒิ จันทรสวัสดิ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางสาวสุดารัตน์ ธีระวร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายบุญแสง บุญอำนวยกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา
ลำดับที่ : 8

ชื่อโครงการ : 5.2.โครงการพัฒนาระบบการดูแลด้านสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาว (Long Term Care) ในชุมชน ปี 2561

ยุทธศาสตร์ : 1.5 ส่งเสริมผู้สูงอายุไทยเพื่อเป็นหลักชัยของสังคม

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 13. อายุคาดเฉลี่ยของการมีสุขภาพ (Health-Adjusted Life Expectancy : HALE)

cluster : กลุ่มผู้สูงอายุ

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (46)15.1 ทบทวนสถานการณ์ และ พัฒนาศักยภาพบุคลากรในการส่งเสริมสุขภาพสุขภาพผู้สูงอายุ ทุกระดับ ส่วนกลางเขต จังหวัด อำเภอ ตำบล

แผนจัดสรรงบประมาณ :   2. แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

หลักการและเหตุผล : สังคมไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ จากการคาดประมาณประชากรของประเทศไทยปี ๒๕๕๓-๒๕๘๓ คาดว่าในปี ๒๕๘๓ ประเทศไทยจะมีผู้สูงอายุ ๖๐ ปีขึ้นไปสูงถึง ๒๐.๕ ล้านคน หรือคิดเป็นสัดส่วน ร้อยละ ๓๒ ของจำนวนประชากรไทยทั้งหมด (สำนักงานสถิติแห่งชาติ ๒๕๕๓) ซึ่งโครงสร้างประชากรไทย ที่เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ จะส่งผลต่อการพัฒนาประเทศ เนื่องจากการลดลงของจำนวนและสัดส่วนของประชากรวัยแรงงานจะกระทบศักยภาพการผลิต นอกจากนี้การก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุส่งผลให้ภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพเพิ่มขึ้น เนื่องจากกลุ่มผู้สูงอายุมีแนวโน้มที่จะเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรัง และมีภาวะทุพพลภาพเพิ่มขึ้น ตามอายุที่มากขึ้น ส่งผลให้ความชุกของโรคที่เกี่ยวเนื่องกับความเสื่อมถอยของอวัยวะจะเพิ่มขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโรคเรื้อรังที่ต้องการระบบบริการฟื้นฟูสภาพและการดูแลระยะยาว จากการคำนวณข้อมูลการสำรวจสภาวะสุขภาพอนามัยของประชาชนโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 3 พ.ศ. 2546-2547 พบว่าในปี 2563 จะมีผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ ประมาณ 425,000 คน ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการให้การดูแลทั้งทางร่างกายและจิตใจ อายุยิ่งสูงความเสื่อมถอยของร่างกายยิ่งมาก จากรายงานการสำรวจเร่งด่วนงานส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ปี 2556 พบว่าผู้สูงอายุมีโรคความดันโลหิตสูงร้อยละ 41.9 เบาหวาน ร้อยละ 18.7 มีภาวะซึมเศร้า ร้อยละ 15.1 ข้อเข่าเสื่อม ร้อยละ 8.2 มีฟันใช้งานน้อยกว่า 20 ซี่หรือ 4 คู่สบร้อยละ 37.4 ผู้ป่วยติดเตียง ร้อยละ 1 และผู้ป่วยซึมเศร้า ร้อยละ 1 และการสำรวจสภาวะสุขภาพปี 2556 พบว่าผู้สูงอายุเหล่านี้ต้องการดูแลเป็นระยะเวลายาวนานด้วยส่งผลให้รายจ่ายด้านสุขภาพของประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจัยร่วมที่สำคัญ ๒ ปัจจัย คือ ค่าใช้จ่ายทางสุขภาพที่สูงขึ้นตามอายุ และค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ “ก่อนการเสียชีวิต”นอกจากนี้ยังพบว่า ผู้สูงอายุไทยร้อยละ ๙๕ มีความเจ็บป่วยด้วยโรคหรือปัญหาสุขภาพ อาทิ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน ข้อเข่าเสื่อม โรคซึมเศร้า พิการและติดบ้านติดเตียง และยังพบว่าการเยี่ยมบ้านโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ยังไม่เพียงพอกับความต้องการของผู้สูงอายุและญาติ โดยเฉพาะผู้สูงอายุติดเตียงที่ต้องการความช่วยเหลือและการดูแลจากบุคลากรสาธารณสุขเป็นอย่างมาก เนื่องจากการเยี่ยมบ้านแต่ละครั้ง มีเวลาน้อย และยังขาดแคลนบุคลากรในการบริหารจัดการการดูแลผู้สูงอายุในชุมชนที่มีประสิทธิภาพ จากสถานการณ์ปัญหาดังกล่าว รัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุขและสำนักงานหลักประกัน สุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จึงได้ดำเนินโครงการพัฒนาระบบการดูแลระยะยาวสำหรับผู้สูงอายุภาวะพึ่งพิง (Long Term Care) เป็นนโยบายสำคัญเร่งด่วน ดำเนินการในระยะเวลา ๓ ปี ตั้งแต่ปี 2559-2561 เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในชุมชน สามารถจัดบริการและให้การดูแลผู้สูงอายุในชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีกลไกที่สำคัญ คือ ผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน (Care Manager) และผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Care Giver) รวมทั้งขับเคลื่อนตำบลที่มีระบบการส่งเสริมสุขภาพดูแลผู้สูงอายุระยะยาว (LTC) ศูนย์อนามัยที่ 12 กลุ่มงานส่งเสริมสุขภาพ Clusterผู้สูงอายุ ตระหนักถึงความสำคัญของนโยบายดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาระบบการดูแลด้านสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาว (Long Term Care) ในชุมชน แบบบูรณาการ ปี 2561 เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานตำบลที่มีระบบการส่งเสริมสุขภาพดูแลผู้สูงอายุระยะยาว (Long Term Care ) ให้ผ่านเกณฑ์ตามเป้าหมาย รวมถึงการพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่สาธารณสุขตามหลักสูตรผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) และสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Care Giver) เพื่อให้ทั้งผู้จัดการและผู้ดูแลผู้สูงอายุ มีความรู้และทักษะในการดูแลผู้สูงอายุอย่างเป็นระบบ คือสามารถจัดรูปแบบการดูแลตามมาตรฐานกรมอนามัย และสามารถให้การดูแลตามประเด็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพผู้สูงอายุ เช่น การดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจเบื้องต้น การสนับสนุนและดูแลสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุ ที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวิชาการ เพื่อผู้สูงอายุเขตสุขภาพที่ 12 ได้รับบริการดูแลสุขภาพที่ดีโดยทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการดำเนินงาน

วัตถุประสงค์ : 1) เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้จัดการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน (Care manager) 2) เพื่อพัฒนาศํกยภาพ อสม. จิตอาสา อาสาสมัครภาคประชาชน สมาชิกในครอบครัวให้มีความรู้ในการดูแลผู้สูงอายุตามมาตรฐาน 3) เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพ่องปากผู้สูงอายุของภาคีเครือข่ายภาคประชน ชุมชน ท้องถิ่น

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1.บุคลากรสาธารณสุขในระดับ รพศ./รพท./รพช./รพ.สต. ได้รับการพัฒนาศักยภาพหลักสูตรผู้จัดการดูแลผู้สูงอายุ (Care manager) จำนวน 300 คน 2.อสม. จิตอาสา สมาชิกในครอบครัว ได้รับการพัฒนาศักยภาพหลักสูตรผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Care giver) จำนวน 1,200 คน 3.บุคลากรสาธารณสุข Care giver อสม. จิตอาสา สมาชิกในครอบครัว ได้รับการพัฒนาศักยภาพในการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ จำนวน 150 คน 4.1 ร้อยละ80ของกลุ่มเป้าหมาย ได้รับการนิเทศติดตามการดำเนินงานด้านทันตสุขภาพผู้สูงอายุ 4.2 รายงานผลสรุปการนิเทศติดตามการดำเนินงานด้านทันตสุขภาพผู้สูงอายุ

วิธีการดำเนินงาน : 1) จัดอบรมผู้จัดการระบบการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาว (Care manager) หลักสูตรกรมอนามัย 2) สนับสนุนการจัดอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ - หลักสูตร Care giver 70 ชั่วโมง กรมอนามัย 3)สนับสนุนการพัฒนาศักยภาพบุคลากรสาธารณสุข อาสาสมัครภาคประชาชนในการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ 4) นิเทศติดตามการดำเนินงานด้านทันตสุขภาพผู้สูงอายุพื้นที่ 7 จังหวัด

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1) จัดอบรมผู้จัดการระบบการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาว (Care manager) หลักสูตรกรมอนามัย 1 พ.ย. 2560 - 31 ม.ค. 2561 1,602,480.00
2 2) สนับสนุนการจัดอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ - หลักสูตร Care giver 70 ชั่วโมง กรมอนามัย 1 ม.ค. 2561 - 30 มิ.ย. 2561 527,520.00
3 3)สนับสนุนการพัฒนาศักยภาพบุคลากรสาธารณสุข อาสาสมัครภาคประชาชนในการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ 1 ม.ค. 2561 - 30 มิ.ย. 2561 218,600.00
4 4) นิเทศติดตามการดำเนินงานด้านทันตสุขภาพผู้สูงอายุพื้นที่ 7 จังหวัด 1 ก.ค. 2561 - 31 ส.ค. 2561 46,400.00
รวมเป็นเงิน 2,395,000.00
งบประมาณ : 2,395,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 พ.ย. 2560 - 31 ส.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. บุคลากรสาธารณสุข รพ.ศ./รพ.ท./รพ.ช./รพ.สต./องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เขตสุขภาพที่ ๑๒ มีความรู้ และทักษะการดำเนินงานการดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุขสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงไปใช้ในการดำเนินงานได้ถูกต้องตามหลักวิชาการ 2. ผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Care Giver) เขตสุขภาพที่ ๑๒ สามารถนำความรู้ ทักษะการดูแลผู้สูงอายุไปใช้ ดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงในพื้นที่ได้อย่างมีคุณภาพตามหลักวิชาการ 3. ผู้สูงอายุทุกกลุ่มเข้าถึงการบริการการดูแลสุขภาพและการดูแลทันตสุขภาพ 4. มีข้อมูลสถานการณ์สุขภาพและทันตสุขภาพในผู้สูงอายุ รวมทั้งปัญหา อุปสรรคและแนวทาวการ แก้ไขปัญหา เพื่อเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการพัฒนาการดำเนินงานตำบลที่ระบบการดูแล สุขภาพผู้สูงอายุระยะยาว (Long term care)

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 18.1 นางสาวนวพร เตโช ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 18.2 นางเริงฤทัย หลีเส็น ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 18.3 นางโสภิดา สุขจรุง ตำแหน่ง นักโภขนาการชำนาญการพิเศษ 18.4 นางคนึง ยศอักษร ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 18.5 นางจันทิรา หนูสุข ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 18.6 นางสศิกร กอวิวัฒนาการ ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 18.7 นางสิริมาเรียม จันทรพร ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 18.8 นางรุซนี เจ๊ะนิ ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 18.9 นางสาวมุทริกา จินากุล ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 18.10 นายเฉลิมวุฒิ จันทรสวัสดิ์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ

ผู้เสนอโครงการ : นางสาวนวพร เตโช

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางสาวสุดารัตน์ ธีระวร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายบุญแสง บุญอำนวยกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา
ลำดับที่ : 9

ชื่อโครงการ : 2.1 โครงการเด็กวัยเรียนสูงดีสมส่วน แข็งแรง และฉลาด เขตสุขภาพที่ 12

ยุทธศาสตร์ : 1.2 ส่งเสริมเด็กวัยเรียนให้แข็งแรงและฉลาด

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 5. ร้อยละของเด็กวัยเรียน (6-14 ปี) สูงดีสมส่วน ฟันไม่ผุ (caries free) และเด็กอายุ 12 ปี มีส่วนสูงเฉลี่ยตามเกณฑ์

cluster : กลุ่มวัยเรียน

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (13)5.3 เพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพภาคีเครือข่ายเพื่อการพัฒนาสุขภาพเด็กวัยเรียน 4.0

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : การเปลี่ยนแปลงของสังคมในปัจจุบัน ส่งผลกระทบต่อสถานการณ์และสภาพปัญหาสุขภาพของเด็กวัยเรียน โดยเฉพาะในสถานการณ์เด็กวัยเรียน อายุ 6-14 ปี เขตสุขภาพที่ 12 พบว่า เด็กวัยเรียนสูงดีสมส่วน ร้อยละ 62.02 ซึ่งยังต่ำกว่าเป้าหมายของกรมอนามัยที่กำหนดไว้ ร้อยละ 66 ในขณะเดียวกัน พบ เด็กวัยเรียนมีภาวะผอม ร้อยละ 6.02 ภาวะเริ่มอ้วนและอ้วน ร้อยละ 8.42 และ ภาวะเตี้ย 8.39 เนื่องจากสาเหตุสำคัญ คือ พฤติกรรมการบริโภคไม่เหมาะสมตามวัย โดยเฉพาะพฤติกรรมการบริโภคอาหารจานด่วน ขนมกรุบกรอบ การบริโภคผักน้อยกว่าปริมาณที่แนะนำ และเครื่องดื่มที่มีรสหวาน รวมไปถึงขาดการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังพบเด็กวัยเรียนอายุ 12 ปี ฟันผุในฟันแท้ ร้อยละ 54.67 1 ซึ่งสูงสุดในประเทศ สาเหตุสำคัญเกิดจากพฤติกรรมด้านการทำความสะอาดสุขภาพช่องปากนั้นยังไม่เพียงพอและไม่ได้คุณภาพ จากสถานการณ์ดังกล่าว ได้สะท้อนถึงปัญหาสาธารณสุขเร่งด่วนที่ต้องควบคุม ป้องกัน และพัฒนากลไกขับเคลื่อนการดำเนินงาน ประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย อาทิ โรงเรียน สาธารณสุข ท้องถิ่น ชุมชน ในการร่วมกันพัฒนาสุขภาพเด็กวัยเรียนและเยาวชน จัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพดี เพื่อให้เด็กวัยเรียนมีทักษะสุขภาพ นำไปสู่การมีพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพต่อไปในอนาคต ซึ่งกรมอนามัยได้กำหนดเป็นยุทธศาสตร์เพื่อส่งเสริมให้เด็กวัยเรียน แข็งแรง ฉลาด เติมโตเต็มศักยภาพ และมีทักษะสุขภาพ โดยตั้งเป้าหมายการพัฒนาในระยะต่อไป คือ การพัฒนาเพื่อให้เด็กวัยเรียนทุกคนสามารถดูแลสุขภาพได้ด้วยตนเอง การดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพกลุ่มเด็กวัยเรียนในเขตสุขภาพที่ 12 เน้นเรื่องโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพและเครือข่ายโรงเรียนเด็กไทยฟันดี นับเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญของกรมอนามัย ในการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพของเด็กวัยเรียน โดยมีโรงเรียนเป็นจุดเริ่มต้นและศูนย์กลางของการพัฒนาสุขภาพอนามัย โดยอาศัยการมีส่วนร่วมระหว่าง โรงเรียน ครอบครัว ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ทำให้ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา พบว่า ส่วนใหญ่โรงเรียนให้ความร่วมมือเข้าร่วมโครงการโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพเป็นอย่างดี ซึ่งจากการสำรวจความพึงพอใจต่อผลิตภัณฑ์สำคัญ (Product Champion) ในเขตภาคใต้ ของกรมอนามัย พบว่า ผู้ใช้บริการมีความพึงพอใจต่อมาตรฐานการดำเนินงานโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพถึงร้อยละ 84.18 ทำให้มีโรงเรียนผ่านการประเมินรับรองเป็นโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับทองร้อยละ 55.37 และสามารถพัฒนาเป็นโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชรเพียงร้อยละ 2.71 นั่นแสดงให้เห็นว่า การพัฒนาเป็นโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชรยังน้อยอยู่มาก สาเหตุส่วนใหญ่ โรงเรียนไม่สามารถดำเนินการได้ตามมาตรฐานด้านการเฝ้าระวังภาวะ การเจริญเติบโต และการส่งต่อการแก้ไขปัญหาสุขภาพของนักเรียน ตลอดจนด้านการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกโรงเรียนที่เอื้อต่อการสร้างเสริมสุขภาพ เช่น น้ำดื่มผ่านมาตรฐานคุณภาพน้ำบริโภค โรงอาหารผ่านเกณฑ์มาตรฐานสุขาภิบาลอาหาร ส้วมผ่านเกณฑ์มาตรฐาน HAS และขณะเดียวกันผลการนิเทศ ติดตาม พบว่า เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและครูอนามัย ยังขาดทักษะด้านการส่งเสริม ป้องกัน และเฝ้าระวังสุขภาพที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง อันจะส่งผลต่อกลุ่มเด็กวัยเรียนได้รับการพัฒนา ให้แข็งแรง ฉลาด เติมโตเต็มศักยภาพ และมีทักษะสุขภาพสามารถดูแลสุขภาพได้ด้วยตนเอง ตามเป้าประสงค์ประเด็นยุทธศาสตร์กรมอนามัยต่อไป ดังนั้น Cluster วัยเรียน กลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 12ยะลา จึงได้จัดทำ โครงการเด็กวัยเรียนสูงดีสมส่วน แข็งแรง และฉลาด เขตสุขภาพที่ 12 ขึ้น เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพในเด็กวัยเรียน ด้วยการพัฒนาศักยภาพและประสิทธิภาพภาคีเครือข่าย สร้างความเข้มแข็งทั้งฝ่ายสาธารณสุข ฝ่ายการศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการสร้างมูลค่าสู่การพัฒนาสุขภาพเด็กวัยเรียน ด้วยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ค้นหานวัตกรรม ผลงานเด่น แนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) เป็นฐานข้อมูลระดับพื้นที่ เพื่อให้ภาคีเครือข่าย สามารถนำองค์ความรู้ดังกล่าว เป็นแนวทางการดำเนินงานส่งเสริมและเฝ้าระวังสุขภาพเด็กวัยเรียน และต่อยอดการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะส่งผลให้บรรลุเป้าหมาย เด็กวัยเรียนมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ด้านการบริโภคอาหาร กิจกรรมทางกาย และทันตสุขภาพ มีความรอบรู้ด้านสุขภาพ สามารถนำไปปรับใช้ และมีพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม นำไปสู่เด็กนักเรียนมีสุขภาพสมบูรณ์ แข็งแรง เติบโตสมวัย เป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพของประเทศชาติต่อไป

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อเพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพภาคีเครือข่ายเพื่อการพัฒนาสุขภาพเด็กวัยเรียน 4.0 2.เพื่อถอดบทเรียนผลงานและนวัตกรรมระดับพื้นที่ 3.พัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรในการเฝ้าระวังสุขภาพเด็กวัยเรียน

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1.1.กลุ่มเป้าหมายไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ได้รับการถ่ายทอดนโยบายการส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียน 4.0 1.2.จำนวน โรงเรียนที่ได้รับการเยี่ยมเสริมพลัง 20 แห่ง 1.3 ผลิตสื่อนวัตกรรม 1 เรื่อง 2.1.จำนวน โรงเรียนที่ได้รับการเยี่ยมเสริมพลัง 20 แห่ง 2.2.ผลิตสื่อนวัตกรรม 1 เรื่อง3.1 ร้อยละ 80 ของกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถอดบทเรียนงาน 3.1 ร้อยละ 80 ของกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถอดบทเรียนงาน 3.2 รายงานการถอดบทเรียนผลงานและนวัตกรรมระดับพื้นที่ 1 เรื่อง 4.ร้อยละ80ของกลุ่มเป้าหมายได้รับกาเพิ่มพูนความรู้การเฝ้าระวังสุขภาพเด็กวัยเรียน

วิธีการดำเนินงาน : 1.ประชุมถ่ายทอดนโยบายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนาเครือข่ายส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียน 4.0 ระดับเขตสุขภาพ 2.ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถอดบทเรียนงาน HPS เพชร , สูงดีสมส่วน, ChOPA & ChiPA , เด็กไทยแก้มใส 3.อบรมเพิ่มพูนความรู้การเฝ้าระวังสุขภาพเด็กวัยเรียน 4.เยี่ยมเสริมพลัง ผลิตสื่อนวัตกรรม 5 ผลิตสื่อนวัตกรรม

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1.ประชุมถ่ายทอดนโยบายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนาเครือข่ายส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียน 4.0 ระดับเขตสุขภาพ 1 ม.ค. 2561 - 31 ม.ค. 2561 110,000.00
2 4.เยี่ยมเสริมพลัง ผลิตสื่อนวัตกรรม 1 ธ.ค. 2560 - 31 ก.ค. 2561 85,920.00
3 2.ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถอดบทเรียนงาน HPS เพชร , สูงดีสมส่วน, ChOPA & ChiPA , เด็กไทยแก้มใส 1 ม.ค. 2561 - 31 ม.ค. 2561 140,000.00
4 3.อบรมเพิ่มพูนความรู้การเฝ้าระวังสุขภาพเด็กวัยเรียน 1 พ.ย. 2560 - 30 พ.ย. 2560 350,000.00
5 .5 ผลิตสื่อนวัตกรรม 1 ก.พ. 2561 - 31 ก.ค. 2561 14,080.00
รวมเป็นเงิน 700,000.00
งบประมาณ : 700,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 พ.ย. 2560 - 31 ก.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1.บุคลากรสาธารณสุข การศึกษาและภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องให้ความร่วมมือในการดำเนินงานตามนโยบายและแผนยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาสุขภาพเด็กวัยเรียน 2.บุคลากรสาธารณสุข การศึกษา และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องมีองค์ความรู้ในการส่งเสริมและเฝ้าระวังสุขภาพเด็กวัยเรียน สามารถนำไปดำเนินงานได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ 3.มีสื่อ นวัตกรรม และข้อมูลองค์ความรู้จากการถอดบทเรียนการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพเด็กวัย เรียนเป็นฐานข้อมูลในการนำมาพัฒนาต่อยอดให้การดำเนินงานดียิ่งขึ้น

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 16.1 นางทรงสมร พิเชียรโสภณ รักษาการ ในตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขเชี่ยวชาญ ด้านโภชนาการ 16.2 นางกาญจนา ขุนนุ้ย พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ ๑๖.๓ นางอุษา ไชยอ่อน พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ ๑๖.๔ นางถรรศนา เจริญวัย พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ ๑๖.๕ นางรุสนานีย์ ขำนุรักษ์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ ๑๖.๖ นางคนึง ยศอักษร นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ ๑๖.๗ นางจารุรัตน์ จิณะมูล นักโภชนาการปฏิบัติการ ๑๖.๘ นางสาวศิริลักษณ์ เชี่ยวชาญ นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ

ผู้เสนอโครงการ : นางจารุรัตน์ จิณะมูล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางสาวสุดารัตน์ ธีระวร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายบุญแสง บุญอำนวยกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา
ลำดับที่ : 10

ชื่อโครงการ : 2.2 โครงการเสริมสร้างความรอบรู้สุขภาพเด็กวัยเรียน

ยุทธศาสตร์ : 1.2 ส่งเสริมเด็กวัยเรียนให้แข็งแรงและฉลาด

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 5. ร้อยละของเด็กวัยเรียน (6-14 ปี) สูงดีสมส่วน ฟันไม่ผุ (caries free) และเด็กอายุ 12 ปี มีส่วนสูงเฉลี่ยตามเกณฑ์

cluster : กลุ่มวัยเรียน

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (22)8.2 รณรงค์ความรอบรู้สุขภาพเด็กวัยเรียน(HL) ในระดับพื้นที่และผ่านสื่อ

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : จากสภาพสังคมและสิ่งแวดลอมในปจจุบันที่เปลี่ยนแปลงอยางรวดเร็ว สงผลตอวิถีชีวิตของเด็กวัยเรียน โดยเฉพาะดานพฤติกรรมเสี่ยงจากการไดรับแบบอยางที่ไมเหมาะสม มีค่านิยมและ วัฒนธรรมตามกระแสสังคมที่ไมถูกตอง นําไปสูปญหาที่เกิดจากตัวเด็ก ครอบครัว และสภาพแวดลอมทางสังคม เชน การมีเพศสัมพันธกอนวัยอันควร การตั้งครรภไมพึงประสงค ยาเสพติด ความรุนแรง และอุบัติเหตุ จากการสำรวจภาวะโภชนาการเด็กไทย โดยกรมอนามัย ปี 2557 พบว่า เด็กวัยเรียน มีภาวะอ้วน (อ้วนและเริ่มอ้วน) จำนวน 216,521 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 9.46 ผลการประเมินภาวการณ์เจริญเติบโตที่เหมาะสมและการพัฒนาการทางสมองผ่านการชั่งน้ำหนักและวัดส่วนสูง พบว่า เด็กที่มีรูปร่าง ส่วนสูงระดับดีและรูปร่างสมส่วน 1.20 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 64.1 หมายความว่า ยังมีเด็กอีกร้อยละ 35.9 ที่มีการเจริญเติบโตไม่เหมาะสมกับช่วงวัย รายงานการสำรวจภาวะสุขภาพช่องปากระดับประเทศ โดยกรมอนามัย ณ วันที่ 17 มกราคม 2560 พบว่า ร้อยละเด็ก 0-12 ปีฟันดีไม่มีผุ (Cavity Free) พ.ศ.2558 ร้อยละ 35.15 และ พ.ศ. 2559 ร้อยละ 68.07 ตามลำดับ (กระทรวงสาธารณสุข 2560) ปญหาดังกลาว หากไมมีการปองกันลวงหนา จะกอใหเกิดความสูญเสียนานัปการ จําเปนตองใหความสําคัญและเรงสรางคุณภาพทั้งการศึกษาควบคูไปกับสุขภาพ เพื่อพัฒนาศักยภาพใหเด็กและเยาวชนเป็นผูที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี หากเด็กมีพัฒนาการทางรางกาย สติปญญาและจิตใจที่ สมบูรณแข็งแรง มีทักษะ สามารถดูแลสุขภาพตนเองและมีพฤติกรรมที่เหมาะสม และมีความพรอมในการเรียนรูยอมสงผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาเช่นกัน ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา จึงได้จัดทำโครงการเสริมสร้างความรอบรู้สุขภาพเด็กวัยเรียน ประจำปีงบประมาณ 2561 ขึ้น เพื่อสร้างเสริมความรู้ ทักษะ พฤติกรรมสุขภาพ และการมีส่วนร่วมในกิจกรรมด้านสุขภาพ อันนำไปสู่ความรอบรู้ด้านสุขภาพให้แก่เด็กวัยเรียน ซึ่งเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุขในสิ่งแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลง

วัตถุประสงค์ : เพื่อรณรงค์ความรอบรู้ด้านสุขภาพเด็กวัยเรียน (HL)

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
เด็กวัยเรียน 6-14 ปี ได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้การเสริมสร้างพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ และลดความเสี่ยงการตั้งครรภ์ของเด็กวัยเรียน จำนวน 100 คน

วิธีการดำเนินงาน : 1.จัดกิจกรรมเสริมสร้างพฤติกรรมสุขภาพที่พีงประสงค์ และลดความเสี่ยงการตั้งครรภ์ของเด็กวัยเรียน

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1.จัดกิจกรรมเสริมสร้างพฤติกรรมสุขภาพที่พีงประสงค์ และลดความเสี่ยงการตั้งครรภ์ของเด็กวัยเรียน 1 ม.ค. 2561 - 31 ม.ค. 2561 105,000.00
รวมเป็นเงิน 105,000.00
งบประมาณ : 105,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ม.ค. 2561 - 31 ม.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : เด็กวัยเรียน มีความรู้ ทักษะ พฤติกรรมสุขภาพ อันนำไปสู่ความรอบรู้ด้านสุขภาพของเด็กวัยเรียน

ผู้รับผิดชอบโครงการ : กลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ และ Cluster วัยเรียน 1. นางคนึง ยศอักษร นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 2. นางกาญจนา ขุนนุ้ย พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 3. นางอุษา ไชยอ่อน พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 4. นางถรรศนา เจริญไว พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 5. นางรุสนานีย์ ขำนุรักษ์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 6. นางสาวศิริลักษณ์ เชี่ยวชาญ นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 7. นางจารุรัตน์ จิณะมูล นักโภชนาการปฏิบัติการ

ผู้เสนอโครงการ : นางรุสนานีย์ ขำนุรักษ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นส.สุดารัตน์ ธีระวร นายประวิทย์ ชัยกองเกียรติ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายบุญแสง บุญอำนวยกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา
ลำดับที่ : 11

ชื่อโครงการ : 2.3 โครงการ ส่งเสริม โภชนาการ และ สุขภาพ อนามัย เด็กและ เยาวชนใน ถิ่น ทุรกันดาร (กพด.)

ยุทธศาสตร์ : 1.2 ส่งเสริมเด็กวัยเรียนให้แข็งแรงและฉลาด

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 6. ร้อยละของเด็กวัยเรียนมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ด้านการบริโภคอาหาร กิจกรรมทางกาย และทันตสุขภาพ

cluster : กลุ่มวัยเรียน

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (66)23.1 ส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร (กพด.) ตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

แผนจัดสรรงบประมาณ :   7. แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาด้านสาธารณสุขและสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก

หลักการและเหตุผล : *สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีทรงห่วงใย เด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารและได้โปรดเกล้าฯให้จัดทำแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารฉบับแรกขึ้น ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๓๕ เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางในการทำงานพัฒนาจนถึงปัจจุบัน ได้จัดทำแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารตามพระราชดำริฉบับที่ ๕ (พ.ศ. ๒๕๖๐–๒๕๖๙) เพื่อให้เด็กและเยาวชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ขยายการพัฒนาจากโรงเรียนสู่ชุมชนผลักดันให้สถานศึกษาพัฒนาเป็นศูนย์บริการความรู้ สามารถถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีการพัฒนาให้กับผู้ปกครองชุมชนทั้งนี้ ก่อนสิ้นสุดแผนฯฉบับที่ ๔ ในปี ๒๕๕8 ยังพบ ปัญหาด้านโภชนาการในเด็กปฐมวัย เตี้ย ผอม ร้อยละ 7.1 และ 6.5 ตามลำดับ และเด็กวัยเรียนเตี้ย ผอม ร้อยละ 7.2 และ 3.8 ตามลำดับรวมถึงการพัฒนาอนามัยส่วนบุคคล พบว่า โรงเรียนได้เกิดความตื่นตัวและมีการพัฒนาทั้งในส่วนของโครงสร้างทางกายภาพ เช่น ห้องส้วม ที่ล้างมือ ห้องครัวโรงอาหารที่ถูกสุขลักษณะ เป็นต้น และกระตุ้นให้เด็กฝึกปฏิบัติจนพัฒนาเป็นนิสัยอันพึงประสงค์ เช่น อาบน้ำอย่างน้อยวันละ ๑ ครั้ง สระผมอย่างน้อยสัปดาห์ละ ๒ ครั้ง ล้างมือก่อนรับประทานอาหาร ล้างมือหลังขับถ่าย ตัดเล็บมือเล็บเท้าให้สั้นอยู่เสมอ สวมรองเท้า ราดน้ำเมื่อใช้ส้วม ใช้แก้วน้ำตนเองเมื่อดื่มน้ำ เป็นต้น ผลจากการประเมินพฤติกรรมของนักเรียน พบว่า นักเรียนมีการพัฒนาสุขนิสัยที่พึงประสงค์ไปในทิศทางที่ดีขึ้น สอดคล้องกับผลการสำรวจโรคหนอนพยาธิ เมื่อสิ้นสุดแผนฯฉบับที่ ๔ ใน พ.ศ. ๒๕๕๙ พบว่า อัตราความชุกของโรคหนอนพยาธิลดลงจาก 10.4 ในปี 2554 เป็น 9.4 ในปี 2558 และจากการประชุมวิชาการการพัฒนาสุขภาพเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารสู่โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 6 เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2558 สมเด็จพระรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเปิดการประชุม และ มีพระราชดำรัส ความว่า “สุขภาพของเด็กและเยาวชน เป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ...ควรได้รับการดูแลทั้งด้านสุขภาพร่างกาย สุขภาพจิตใจ เพื่อให้เจริญเติบโตอย่างเหมาะสม มีสภาพร่างกายและจิตใจพร้อมที่จะศึกษาเล่าเรียน และมีความคิดเห็นอันเหมาะควร ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องตลอดจนผู้ปกครอง ครู อาจารย์ ควรจะต้องช่วยกันประคับประคองดูแล เช่น ในด้านสุขอนามัย การรักษาพยาบาล โภชนาการ เป็นที่ปรึกษาแนะนำในเรื่องต่างๆ ที่จะช่วยทางด้านจิตใจ ที่สำคัญจะต้องดูแลให้ทั่วถึงไปจนถึงเด็กและเยาวชนเป็นจำนวนมากในถิ่นทุรกันดาร เด็กและเยาวชนเหล่านี้ หากได้รับการดูแลให้มีสุขภาพร่างกายและจิตใจที่ดี ในภายภาคหน้า จะสามารถเป็นกำลังช่วยเหลือครอบครัว ชุมชน และประเทศชาติได้เป็นอย่างดี....” ดังนั้น Cluster วัยเรียน กลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา จึงได้จัดทำ โครงการส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร (กพด.) ขึ้น เพื่อส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่โรงเรียน กพด. เขตสุขภาพที่ 12 ทำให้เด็กและเยาวชนในพื้นที่โรงเรียน กพด. ได้รับการดูแลและส่งเสริมการเจริญเติบโตอย่างเหมาะสม มีสภาพร่างกายและจิตใจพร้อมที่จะศึกษาเล่าเรียน โดยผู้ปกครอง ชุมชนช่วยกันประคับประคองดูแล เป็นที่ปรึกษาแนะนำในเรื่องสุขนิสัยที่พึงประสงค์ ในชีวิตประจำวันตามบริบทของพื้นที่ต่อไป

วัตถุประสงค์ : เพื่อส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่โรงเรียนกพด. เขตสุขภาพที่ 12

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1 กลุ่มเป้าหมายไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 เข้าร่วม แลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานส่งเสริม โภชนาการ และสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร (กพด.) 2 รายงานการถอดบทเรียนการดำเนินงานส่งเสริม โภชนาการ และสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร (กพด.) 1 เรื่อง 3 กลุ่มเป้าหมายไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 เข้าร่วมประชุมการพัฒนาความรู้การส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม 4 กลุ่มเป้าหมายที่ เข้าร่วมประชุมมีความพึงพอใจต่อกิจกรรมการจัดประชุมในระดับดีถึงดีมากร้อยละ80 5.โรงเรียน กพด.ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 12 ได้รับการเยี่ยมเสริมพลัง 10 แห่ง

วิธีการดำเนินงาน : 1. ประชุมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานส่งเสริม โภชนาการ และสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร (กพด.) 2. ประชุมเชิงปฏิบัติการถ่ายทอดองค์ความรู้การส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่นำร่อง 3 เยี่ยมเสริมพลัง ติดตาม สนับสนุนการดำเนินงานส่งเสริมโภชนาการ และสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1. ประชุมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานส่งเสริม โภชนาการ และสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร (กพด.) 7 ธ.ค. 2560 - 8 ธ.ค. 2560 150,000.00
2 2. ประชุมเชิงปฏิบัติการถ่ายทอดองค์ความรู้การส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่นำร่อง 1 ก.พ. 2561 - 31 มี.ค. 2561 30,000.00
3 3 . เยี่ยมเสริมพลัง ติดตาม สนับสนุนการดำเนินงานส่งเสริมโภชนาการ และสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร 1 ก.พ. 2561 - 31 ก.ค. 2561 20,000.00
รวมเป็นเงิน 200,000.00
งบประมาณ : 200,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 7 ธ.ค. 2560 - 31 ก.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. ผู้บริหาร ครู ในโรงเรียนกพด.เขตสุขภาพที่ ๑๒ ให้ความร่วมมือในการดำเนินงาน ส่งเสริมให้เด็ก และเยาวชนในโรงเรียนมีสุขภาวะที่ดี มีพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม 2. ผู้บริหาร ครู เด็กวัยเรียน และเยาวชน ประชาชน มีความพึงพอใจและมีทักษะ ในการขับเคลื่อนงาน ส่งเสริมสุขภาพให้เด็กวัยเรียน และเยาวชน ได้รับโภชนาการที่ดี มีสุขอนามัยที่พึงประสงค์ มีการ พัฒนาด้านสุขาภิบาล ภายใต้ความร่วมมือของภาคีเครือข่าย แกนนำชุมชน และองค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น 3. มีข้อมูลองค์ความรู้จากการถอดบทเรียนการดำเนินงานส่งเสริม โภชนาการ และสุขภาพอนามัยเด็ก และเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร (กพด.) เป็นฐานในการนำมาพัฒนาให้การดำเนินงานดียิ่งขึ้นและต่อเนื่อง

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นายสะหลัน สามะ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 2. นางรุสนานีย์ ขำนุรักษ์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 3. นางคนึง ยศอักษร นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 4. นางสาวศิริลักษณ์ เชี่ยวชาญ นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 5. นางกาญจนา ขุนนุ้ย พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 6. นางอุษา ไชยอ่อน พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 7. นางถรรศนา เจริญไว พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 8. นางจารุรัตน์ จิณะมูล นักโภชนาการปฏิบัติการ

ผู้เสนอโครงการ : นางจารุรัตน์ จิณะมูล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางสาวสุดารัตน์ ธีระวร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายบุญแสง บุญอำนวยกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา
ลำดับที่ : 12

ชื่อโครงการ : 4.1.โครงการส่งเสริมการส่งเสริมสุขภาพและพัฒนาระบบเฝ้าระวังสุขภาพวัยทำงาน

ยุทธศาสตร์ : 1.4 ส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานที่พึงประสงค์

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 11. ร้อยละของวัยทำงานอายุ 30-44 ปี มีดัชนีมวลกายปกติ
12. ร้อยละของวัยทำงานมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

cluster : กลุ่มวัยทำงาน

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (39)13.2 พัฒนารูปแบบการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ในชุมชน สถานบริการ และสถานพยาบาล

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : ประชากรวัยทำงาน เป็นกลุ่มประชากรที่มีศักยภาพมากที่สุดในการสร้างผลผลิตแก่ประเทศ เป็นแรงงานสำคัญในการผลักดันการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศและมีส่วนช่วยสร้างเสริมประเทศให้มีความสามารถในการแข่งขันระดับสากล นอกเหนือจากบทบาททางด้านเศรษฐกิจแล้ว ประชากรวัยแรงงานยังเป็นผู้ให้การดูแลประชากรเด็กและประชากรผู้สูงอายุด้วย หากประชากรกลุ่มนี้ได้รับการพัฒนาคุณภาพชีวิตในด้านต่างๆ ให้เป็นประชากรคุณภาพ จะสามารถสร้างผลผลิตได้อย่างเต็มศักยภาพ ประเทศจะได้รับปันผลสูงสุด นอกจากนี้ยังเป็นการเตรียมการเพื่อให้ประชากรกลุ่มนี้ก้าวย่างไปสู่วัยสูงอายุที่ดีทั้งสุขภาพกาย สมอง และจิตใจแต่จากสถานการณ์ภาวะสุขภาพประชากรวัยทำงาน พบว่ามีปัญหาการเจ็บป่วยจากโรคที่เกิดจากพฤติกรรมด้านสุขภาพที่ไม่เหมาะสม จากรายงานการสำรวจพฤติกรรมการบริโภคอาหารของประชาชนไทย ครั้งที่ 4 พ.ศ.2551-2552 (ที่มา : สำนักโภชนาการ กรมอนามัย) พบว่า บริโภคไขมันเฉลี่ย 35.7-57.3 กรัมต่อคนต่อวัน บริโภคโซเดียมมากถึง 2,961.9-3,633.8 มิลลิกรัมต่อคนต่อวัน สูงกว่าจากปริมาณที่องค์การอนามัยโลกแนะนำคือไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อคนต่อวัน จากรายงานสถานการณ์การบริโภคน้ำตาลของของคนไทย ปี2540-2553 (ที่มา :สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข) พบว่ามีการบริโภคเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 19.3 เป็นร้อยละ 23.1 ช้อนชาต่อคนต่อวัน จากปี 2540 และ 2553 ตามลำดับ และจากรายงานการสำรวจสุขภาพประชาชนไทย ครั้งที่ 5 พ.ศ.2557 (ที่มา : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข) พบว่า ประชากรที่บริโภคผักผลไม้ไม่เพียงพอ (5 ส่วนมาตรฐาน) มีถึงร้อยละ 74.1 ซึ่งพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องนี้เป็นปัจจัยนำไปสู่โรคอ้วน โรคเบาหวาน ภาวะความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมอง โรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคมะเร็ง อีกทั้งยังมีโอกาสเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนทางตา ภาวะไตวายเรื้อรังได้ ซึ่งจะเห็นแนวโน้มที่เพิ่มสูงขึ้น การสำรวจสุขภาพประชาชนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป ครั้งที่ 4 (2551-2552) (ที่มา: สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข) พบ ภาวะอ้วนในประชากรไทยตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป เพิ่มจากร้อยละ 34.7 เป็นร้อยละ 37.5 ในปี 2557 ความชุกของโรคเบาหวานเพิ่มจากร้อยละ 6.9 เป็นร้อยละ 8.9 ความชุกของโรคความดันโลหิตสูง เพิ่มจากร้อยละ 21.4 เป็นร้อยละ 24.7 จากสถานการณ์โรค NCDs (ที่มา: สำนักควบคุมโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข) พบว่า อัตราการตายต่อประชากร 100,000 คน ในปี 2552 ร้อยละ 343.1 ปี 2554 เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 350.3 และในปี 2556 เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 355.3 จากข้อมูลดังกล่าว ทำให้แนวโน้มการเข้ารับการรักษาตัวในสถานพยาบาลเพิ่มขึ้น ส่งผลทำให้ภาระโรคมีทิศทางเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 24.0 และในปี 2556 ได้มีการรายงานภาวะโรคและการบาดเจ็บ (ที่มา: สำนักควบคุมโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข) พบว่า มีการสูญเสียปีสุขภาวะของประชากรไทยมีค่า 10.6 ล้านปี โดยมีสาเหตุหลักจากโรคหลอดเลือดสมองอันดับหนึ่งในเพศหญิง และอันดับสามในเพศชาย คิดเป็นร้อยละ 8.2 และ6.9 ตามลำดับ พบผลการรายงานการสูญเสียทางเศรษฐกิจในประชากรไทยปี 2552 จากโรค NCDs มีมูลค่าทั้งสิ้น 198,512 ล้านบาทต่อปี โดยเป็นค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาล ร้อยละ 23.8 และการสูญเสียจากการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรและการขาดงาน ร้อยละ 74.2 สรุปได้ว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหาโรควิถีชีวิต ที่มีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น ซึ่งทำให้สูญเสียทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล เพื่อให้คนไทยวัยทำงาน มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ด้านอาหารและโภชนาการ กิจกรรม ทางกาย การนอนที่มีคุณภาพ และการดูแลอนามัยช่องปาก Cluster วัยทำงาน ศูนย์อนามัยที่12 ยะลา ตระหนักและเห็นความสำคัญของการส่งเสริมให้ประชาชนวัยทำงาน ในระดับพื้นที่และภาพรวมของประเทศ จึงจัดให้มีการพัฒนาระบบเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ในชุมชน สถานบริการ และสถานพยาบาล เพื่อให้มีระบบการจัดเก็บข้อมูลที่ถูกต้องทันสมัย และนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาการดำเนินการส่งเสริมสุขภาพที่สอดคล้องกับปัญหาและความต้องการของพื้นที่ อันจะนำไปสู่ประชาชนกลุ่มเป้าหมายมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ สร้างสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน

วัตถุประสงค์ : 1.เพื่อพัฒนารูปแบบการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ในวัยทำงาน 2.เพื่อพัฒนาระบบเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ผ่านระบบบันทึกระดับปฐมภูมิIHCIS/HOS xp

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1.1 ร้อยละ80ของแกนนำสุขภาพในชุมชน/สถานบริการสาธารณสุข/สถานประกอบการและบุคลากรศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลาที่เข้าร่วมประชุม ได้รับความรู้การส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ 2.1 จังหวัดในพื้นที่นำ ร่อง2จังหวัดได้รับการเยี่ยมติดตาม การดำเนินงาน พัฒนาระบบเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ 2.2 มีระบบเฝ้าระวัง พฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ผ่านระบบบันทึกในระดับปฐมภูมิในพื้นที่นำ ร่อง2จังหวัด จำนวน 2 แห่ง

วิธีการดำเนินงาน : 1.ประชุมพัฒนาศักยภาพแกนนำสุขภาพในชุมชน/สถานบริการ/สถานประกอบการ 2.เยี่ยมติดตามการพัฒนาระบบเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ผ่านระบบบันทึกในระดับปฐมภูมิในพื้นที่จังหวัดนำร่อง 2 จังหวัด

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1.ประชุมพัฒนาศักยภาพแกนนำสุขภาพในชุมชน/สถานบริการ/สถานประกอบการ 1 ก.พ. 2561 - 28 ก.พ. 2561 125,000.00
2 2.เยี่ยมติดตามการพัฒนาระบบเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ผ่านระบบบันทึกในระดับปฐมภูมิในพื้นที่จังหวัดนำร่อง 2 จังหวัด 1 พ.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561 50,000.00
รวมเป็นเงิน 175,000.00
งบประมาณ : 175,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ก.พ. 2561 - 31 ก.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. แกนนำสุขภาพที่เข้าร่วมกิจกรรม สามารถนำความรู้ไปถ่ายทอดแก่ประชาชนกลุ่มเป้าหมายในชุมชน และประชาชนที่มารับบริการได้ 2. สถานบริการสาธารณสุขในระดับปฐมภูมิในพื้นที่นำร่อง มีการพัฒนาระบบเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ผ่านระบบบันทึกข้อมูล IHCIS / HOS xp ที่ทันสมัย สามารถเข้าถึง และนำมาใช้ประโยชน์ได้

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นางโสภิดา สุขจรุง นักโภชนาการชำนาญการพิเศษ 2. นางมณฑา ศรีเทพ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ

ผู้เสนอโครงการ : นางโสภิดา สุขจรุง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางสาวสุดารัตน์ ธีระวร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายบุญแสง บุญอำนวยกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา
ลำดับที่ : 13

ชื่อโครงการ : 4.2.โครงการขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริมสุขภาพวัยทำงาน

ยุทธศาสตร์ : 1.4 ส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานที่พึงประสงค์

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 12. ร้อยละของวัยทำงานมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

cluster : กลุ่มวัยทำงาน

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (36)12.2 จัดทำและขับเคลื่อนข้อเสนอเชิงนโยบาย Healthy eating Active living และ Environmental health

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : ประชาชนที่มีอายุ 15 - 59 ปี จัดอยู่ในกลุ่มประชากรวัยทำงานโดยประเทศไทยมีจำนวน 55.6 ล้านคน ประชาชนที่อยู่ในวัยแรงงาน พร้อมทำงาน 38.7 ล้านคน ภาคเกษตรกรรม 12.56 ล้านคน นอกภาคเกษตรกรรม 25.61 ล้านคน (ที่มา ระบบสถิติทางการทะเบียน กระทรวงมหาดไทย ธ.ค.2559) ถ้าหากประชากรวัยทำงานมีพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่ถูกต้อง อาจส่งผลทำให้เป็นกลุ่มวัยมีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วย และมีภาวะเสี่ยงสูงต่อการเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง จากพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่พึงประสงค์ เช่น การรับประทานอาหารที่มีรสหวาน มัน เค็ม อาหารปิ้ง ย่าง รมควัน การสูบบุหรี่ การดื่มสุรา กิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ ความเครียดสะสม การรับสารพิษทั้งทางตรงโดยการกิน สัมผัส และทางอ้อมจากมลพิษสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดโรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจขาดเลือด โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคอ้วน และโรคมะเร็งทุกชนิดตามมา อัตราป่วยรายใหม่ของผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือดของประเทศไทยร้อยละ 0.04 อัตราป่วยรายใหม่ของโรคเบาหวานของประเทศไทย = 512 ต่อแสนประชากร และในเขตสุขภาพที่ ๘ = 671 ต่อแสนประชากร อัตราป่วยรายใหม่ของโรคความดันโลหิตสูงเขตของประเทศไทย 1,200 ต่อแสนประชากร (ที่มา: สำนักควบคุมโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข) อัตราการตายด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่เพิ่มมากขึ้นส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตทุกระดับและเป็นภาระค่าดูแลรักษาในระดับชาติที่เปล่าประโยชน์ แต่กลุ่มโรคเหล่านี้สามารถป้องกันได้ด้วยการลดพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ ข้างต้น กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมอนามัย ได้วางกรอบแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบการส่งเสริมสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ตามแผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 พ.ศ.2560 – 2564 ได้กำหนดตัวชี้วัดวัยทำงาน คือ ร้อยละของวัยทำงานอายุ 30-44 ปี มี ดัชนีมวลกายปกติ และร้อยละของวัยทำงานมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ โดยกำหนดกลยุทธ์ในการดำเนินงาน 2 ประเด็นได้แก่ การพัฒนานโยบายและยุทธศาสตร์ระดับชาติที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ของกลุ่มวัยทำงาน และการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่วัยสูงอายุ และมีมาตรการเชิงนโยบายและยุทธศาสตร์ระดับชาติ เรื่อง Healthy Eating Active living and Environmental Health และการส่งเสริมวัยทำงานอายุ 15-59 ปี มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ ตั้งเป้าประสงค์ประชากรวัยทำงานหุ่นดี สุขภาพดีมีความสุข คือ มีดัชนีมวลกายปกติ (BMI 18.5 -22.9) เน้นพฤติกรรมพึงประสงค์มี 4 ข้อ ดังนี้ 1) มีพฤติกรรมการบริโภคผัก ผลไม้สด ลดอาหารหวาน มัน เค็ม 2) มีกิจกรรมทางกายเพียงพอต่อสุขภาพ 3) มีพฤติกรรมการนอนที่เพียงพอ และ 4) มีการดูแลสุขภาพช่องปาก แปรงฟันตามหลัก 2:2:2 ซึ่งสอดคล้องกับกรอบแนวคิดขององค์การอนามัยโลกและกฎบัตรออตตาวา ดังนั้น Cluster : กลุ่มวัยทำงาน ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการดูแลสุขภาพประชากรวัยทำงาน จึงได้จัดทำโครงการขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริมสุขภาพวัยทำงานปี 2561 ขึ้น เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติ ในองค์กรภาครัฐ เอกชน และชุมชน

วัตถุประสงค์ : 1.เพื่อขับเคลื่อนนโยบาย Health eating Acting Livingและ Environmental Health ในองค์กรภาครัฐ เอกชน และชุมชน 2.เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และรูปแบบการสื่อสาร สาธารณะที่เหมาะสมในการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานที่พึงประสงค์

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1.1 .ร้อยละ80ของแกนนำหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง 5 กระทรวงหลักและบุคลากรศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา เข้าร่วมเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้การขับเคลื่อนนโยบาย Health eating Acting LivingและEnvironmental Health 1.2. รายงานสรุปข้อเสนอการผลักดันการดำเนินงานนโยบาย Health eating Acting LivingและEnvironmental Health 2 .ร้อยละ80ของกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมประชุมพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศและช่องทางการสื่อสารพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ในวัยทำงาน 3.. มีช่องทางการสื่อสารพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ในวัยทำงาน ระดับอำเภออย่างน้อย 2 ช่องทาง

วิธีการดำเนินงาน : 1.จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผลักดันการดำเนินงานนโยบาย Health eating Acting LivingและEnvironmental Health 2.ประชุมพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศ และช่องทางสื่อสารกับประชาชนในการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานที่พึงประสงค์ (Health Literacy) 3.พัฒนาช่องทางการสื่อสารเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานที่พึงประสงค์ในวัยทำงาน (Health Literacy

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 11.1 จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผลักดันการดำเนินงานนโยบาย Health eating Acting LivingและEnvironmental Health 1 มี.ค. 2561 - 31 มี.ค. 2561 70,000.00
2 11.2.1.ประชุมพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศ และช่องทางสื่อสารกับประชาชนในการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานที่พึงประสงค์ (Health Literacy) 1 เม.ย. 2561 - 30 เม.ย. 2561 9,860.00
3 11.3.พัฒนาช่องทางการสื่อสารเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานที่พึงประสงค์ในวัยทำงาน (Health Literacy) 1 เม.ย. 2561 - 30 เม.ย. 2561 67,500.00
4 11.2.2 สุ่มสำรวจเก็บข้อมูลพฤติกรรมสุขภาพพึงประสงค์ในวัยทำงาน 1 เม.ย. 2561 - 31 พ.ค. 2561 20,140.00
รวมเป็นเงิน 167,500.00
งบประมาณ : 167,500.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 มี.ค. 2561 - 31 พ.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. หน่วยงานภาคีเครือข่าย 5 กระทรวงหลัก มีการดำเนินงานโครงการ/กิจกรรมนโยบาย Healthy eating Active living และ Environmental health 2. บุคลากรด้านสาธารณสุขมีองค์ความรู้และแนวทางการดำเนินงานพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศ และช่องทางการสื่อสารกับประชาชน ในการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานที่พึงประสงค์ (Health Literacy)

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นางโสภิดา สุขจรุง นักโภชนาการชำนาญการพิเศษ 2. นางมณฑา ศรีเทพ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ

ผู้เสนอโครงการ : นางโสภิดา สุขจรุง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางสาวสุดารัตน์ ธีระวร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายบุญแสง บุญอำนวยกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา
ลำดับที่ : 14

ชื่อโครงการ : 4.3 โครงการสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จผ่าต้านภัยมะเร็งเต้านม

ยุทธศาสตร์ : 1.2 ส่งเสริมเด็กวัยเรียนให้แข็งแรงและฉลาด

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 6. ร้อยละของเด็กวัยเรียนมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ด้านการบริโภคอาหาร กิจกรรมทางกาย และทันตสุขภาพ

cluster : กลุ่มวัยทำงาน

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (68)23.3 สืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่า ต้านภัยมะเร็งเต้านม

แผนจัดสรรงบประมาณ :   7. แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาด้านสาธารณสุขและสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก

หลักการและเหตุผล : ปัจจุบันมะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุด และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของสตรีไทย ในปี2553 พบผู้ป่วยมะเร็งเต้านมรายใหม่ 13,185 ราย และเสียชีวิตประมาณ 4,665 ราย หรือทุกๆ 2 ชั่วโมงจะพบว่า สตรีไทยเสียชีวิตด้วยมะเร็งเต้านม 1 คน และมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และพบว่า โรคมะเร็งเต้านมมีอัตราป่วยและตายที่สูงขึ้นทั่วโลก ในประเทศไทยอัตราป่วยด้วยโรคมะเร็งเต้านมต่อประชากร 100,000 ในสตรีอายุ 30-70 ปี พ.ศ.2556-2558 พบอัตราการเกิดมะเร็งเต้านมร้อยละ 33.1 28.9 และ 27.8 (ที่มา : สำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย กรนะทรวงสาธารณสุข) โอกาสที่สตรีจะป้องกันตนเองจากมะเร็งเต้านมจึงไม่มีเทคโนโลยีที่เหมาะสมช่วย นอกจากการตรวจเต้านมอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ จะได้พบก้อนที่สงสัยตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพื่อที่จะรักษาให้หายขาดได้ (Early detection Early Protection) การให้ความรู้แก่สตรีไทยเพื่อการตรวจเต้านมด้วยตนเอง (Breast Self Exam : BSE) ได้มีการดำเนินการมานานแล้ว แต่การประเมินผลว่ามีประสิทธิภาพมากแค่ไหนยังเป็นคำถามที่สำคัญและอาจเป็นประโยชน์ต่อประเทศกำลังพัฒนาที่ไม่สามารถพึ่งพาเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่มีราคาแพงได้ (มูลนิธิถันยรักษ์ กระทรวงสาธารณสุข, 2559) มูลนิธิถันยรักษ์ฯ ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีได้ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขจัดทำโครงการสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่า ต้านมะเร็งเต้านม เพื่อสืบสานพระราชประสงค์ของสมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี ผู้ทรงก่อตั้งมูลนิธิถันยรักษ์ฯให้ผู้หญิงไทยพ้นภัยมะเร็งเต้านม ปัจจุบันยังไม่ทราบถึงสาเหตุของมะเร็งเต้านมที่แน่ชัด แต่พบว่า มีปัจจัยเสี่ยง คือ กลุ่มคนที่มีประจำเดือนมาเมื่ออายุน้อยหรือหมดประจำเดือน (Menopause) เมื่ออายุมากขาดการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รับประทานอาหารไขมัน และสตรีที่มีญาติพี่น้องสายตรงเป็นมะเร็งเต้านม เช่นแม่ ป้า น้า เป็นต้นและมักพบในสตรีอายุ 40 ปีขึ้นไป แต่สตรีอายุ 20-30 ปี ก็พบได้บ่อยเช่นกัน ผู้ป่วยมักมาด้วยอาการมีก้อน และแผลที่เต้านม หรือมีเลือด หรือน้ำเหลืองไหลจากหัวนม การป้องกันมะเร็งเต้านม คือ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รับประทานผักและผลไม้ให้มากขึ้น ลดอาหารไขมัน และการป้องกันที่ดีที่สุด คือ การตรวจพบให้เร็วที่สุดตั้งแต่ระยะเริ่มแรก ดังนั้นการสร้างความรู้ ความเข้าใจให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายได้มีการตรวจเต้านมด้วยตนเองอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง ซึ่งสามารถคลำพบก้อนที่โตประมาณ 1 เซนติเมตร ขึ้นไปได้ หากตรวจพบในระยะ 2-5 เซนติเมตร อัตรารอดชีวิตมีถึงร้อยละ 75- 90 หากคลำพบก้อนขนาด 5 เซนติเมตรขึ้นไปอัตราการอยู่รอดมีเพียงร้อยละ 15 - 30 เท่านั้น โดยกรมอนามัยมีบทบาทหน้าที่เป็นศูนย์กลางการประสานภาคีเครือข่ายสร้างความเข้มแข็งของภาคีเครือข่าย และประชาชนกลุ่มสตรีให้มีความรู้ มีทักษะ มีความเข้าใจในการดูแลตนเอง การตรวจเต้านมตนเองที่ถูกต้อง บริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศ และสนับสนุนสื่อ เอกสาร ปีงบประมาณ ๒๕61 Cluster วัยทำงาน ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา ตระหนักและเห็นความสำคัญของการส่งเสริมสุขภาพ และการป้องกันปัญหาสุขภาพดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่าต้านภัยมะเร็งเต้านม ตามนโยบายแผนยุทธศาสตร์ของกรมอนามัย เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรระดับพื้นที่ในการดำเนินงานโครงการสืบสานฯ ส่งเสริมให้สตรีไทยมีพฤติกรรมการตรวจเต้านมตนเองที่ถูกต้อง และพัฒนาระบบการคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยตนเอง และขยายระบบบริการคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยการตรวจเต้านมด้วยตนเองในพื้นที่จังหวัดในเขตรับผิดชอบ จะช่วยทำให้การตรวจคัดกรองและพบก้อนได้ในระยะเริ่มต้นเร็วขึ้น และช่วยลดอัตราการเสียชีวิตของสตรีไทยด้วยมะเร็งเต้านมได้ต่อไป

วัตถุประสงค์ : 1.เพื่อสืบสานพระราชประสงค์ของสมเด็จพระศรีนครินทร์ทราบรมราชชนนี ผู้ก่อตั้งมูลนิธิถันยรักษ์ฯ ในหญิงไทยพ้นภัยมะเร็งเต้านม 2.เพื่อพัฒนาระบบบริการคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยการตรวจเต้านมตนเอง

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. ร้อยละ80ของกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมการพัฒนาศักยภาพการคัดกรองมะเร็งเต้านม.เพื่อสืบสานพระราชประสงค์ของสมเด็จพระศรีนครินทร์ทราบรมราชชนนี 2. จังหวัดได้รับการเยี่ยมติดความก้าวหน้าในการดำเนินงาน พัฒนาระบบบริการคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยการตรวจเต้านมตนเอง

วิธีการดำเนินงาน : 1.พัฒนาศักยภาพบุคลากรผู้ร้บผิดชอบงานคัดกรองมะเร็งเต้านมดำเนินงานโครงการสืบสานฯ 2.เยี่ยมติดตามความก้าวหน้าในการดำเนินงาน

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1.พัฒนาศักยภาพบุคลากรผู้ร้บผิดชอบงานคัดกรองมะเร็งเต้านมดำเนินงานโครงการสืบสานฯ 1 ม.ค. 2561 - 31 ม.ค. 2561 60,000.00
2 2.เยี่ยมติดตามความก้าวหน้าในการดำเนินงาน 1 ก.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561 15,000.00
รวมเป็นเงิน 75,000.00
งบประมาณ : 75,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ม.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. ได้ภาคีเครือข่ายการดำเนินงานการคัดกรองมะเร็งเต้านมในเขตพื้นที่ 2. บุคลากรด้านสาธารณสุขมีองค์ความรู้และแนวทางการดำเนินงานโครงการสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่าต้านภัยมะเร็งเต้านม 3. ประชากรกลุ่มสตรีเข้าถึงระบบบริการ มีความรู้ด้านการดูแลตนเอง และเฝ้าระวังการตรวจมะเร็ง เต้านมด้วยตนเองได้

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นางโสภิดา สุขจรุง นักโภชนาการชำนาญการพิเศษ 2. นาสาวรัชนุช เพิ่มพูนมหาศาล พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 3. นางมณฑา ศรีเทพ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ

ผู้เสนอโครงการ : นางโสภิดา สุขจรุง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางสาวสุดารัตน์ ธีระวร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา
ลำดับที่ : 15

ชื่อโครงการ : 4.4 โครงการควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนแห่งชาติ

ยุทธศาสตร์ : 1.4 ส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานที่พึงประสงค์

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 12. ร้อยละของวัยทำงานมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

cluster : กลุ่มวัยทำงาน

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (69)23.4 ควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนแห่งชาติ

แผนจัดสรรงบประมาณ :   7. แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาด้านสาธารณสุขและสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก

หลักการและเหตุผล : โรคขาดสารไอโอดีนยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทย เนื่องจากการขาดสารไอโอดีนเป็นปัญหาสำคัญที่สุดของความพิการทางสติปัญญา ซึ่งส่งผลต่อพัฒนาการทางสมองและความสามารถในการเรียนรู้ของเด็กไทยที่จะเติบโตเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติในอนาคต โรคขาดสารไอโอดีนมีผลกระทบต่อประชากรทุกกลุ่มวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งทารกที่อยู่ในครรภ์มารดาจนถึงอายุ 3 ปี หากขาดสารไอโอดีนจะทำให้สมองเจริญเติบโตไม่เต็มที่ลดความเฉลียวฉลาด หรือระดับสติปัญญาของเด็ก ได้ถึง 10 – 15 จุด ทำให้เด็กมีปัญหาการเรียน และกระทบต่อการเจริญเติบโต และยังส่งผลถึงความสามารถในการเรียนรู้ของเด็ก ต่อเนื่องถึงคุณภาพชีวิตของคนหนุ่มสาว อันเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ และการชะลอตัวในการพัฒนาสังคม และเศรษฐกิจของชุมชนนั้นๆ การดำเนินโครงการควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีน ได้มีการดำเนินการมาเป็นระยะเวลาอันยาวนาน จนสามารถลดภาวะความรุนแรงลงได้ระดับหนึ่ง แต่เพื่อป้องกันไม่ให้โรคนี้มาเป็นปัญหาของสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ จึงต้องมีการดำเนินการควบคุม ป้องกัน และเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง จึงมีความจำเป็นต้องบูรณาการงานและได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนทั้งในระดับกระทรวง กรม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งภาคีเครือข่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันรณรงค์ เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบและตระหนักถึงความสำคัญของการขาดสารไอโอดีน การรู้จักเลือกใช้เกลือหรือผลิตภัณฑ์เสริมไอโอดีนที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน เพื่อป้องกันโรคขาดสารไอโอดีน โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์ต้องกินยาเม็ดเสริมไอโอดีนทุกวัน วันละ 3 เม็ด ตลอดการตั้งครรภ์และระหว่างให้นมบุตร 6 เดือน ทั้งนี้ต้องอาศัยความร่วมมือของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข อสม. ค้นหาหญิงตั้งครรภ์ให้รีบมาฝากครรภ์ให้ความรู้และติดตามการได้รับและกินยาเม็ดเสริมไอโอดีนของหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอดให้นมบุตร 6 เดือน ทุกรายในชุมชน เพื่อเสริมสร้างสติปัญญาของเด็กไทยให้เต็มศักยภาพ และพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของประชากร จากความสำคัญของการควบคุม ป้องกันโรคขาดสารไอโอดีน และปัญหาผลกระทบต่อสุขภาพดังกล่าว การให้ความรู้และการสร้างความเข้มแข็งแก่เจ้าหน้าที่ที่ทำงานกับชุมชน โดยเฉพาะกับกลุ่มหญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมบุตร ภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เพื่อช่วยกันรณรงค์ให้ประชาชนเกิดความตระหนักถึงภัยที่เกิดจากการขาดสารไอโอดีนในทุกกลุ่มอายุ โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมบุตรที่ต้องการไอโอดีนมากกว่ากลุ่มอื่นๆ จึงมีความจำเป็นและต้องทำอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา กรมอนามัย จึงได้เน้นในเรื่องการดำเนินงาน “ชุมชน/หมู่บ้านไอโอดีน” เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ประชาชนสามารถดูแลตนเองได้ และได้มีการแต่งตั้ง อสม.เป็นทูตไอโอดีนเพื่อขับเคลื่อนมาตรการแก้ไขปัญหาขาดสารไอโอดีนเชิงรุกในชุมชน เพื่อความยั่งยืนของการขจัดโรคขาดสารไอโอดีนให้หมดไปจากประเทศไทย และเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตในชุมชนให้เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไป จึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้น

วัตถุประสงค์ : เพื่อขับเคลี่อนการขยายผล ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน/หมู่บ้านไอโอดีนและพัฒนาระบบเกลือเสริมไอโอดีนที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1.1 ขยายผลชุมชนหมู่บ้านไอโอดีนเป็น ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนหมู่บ้านไอโอดีนในพื้นที่ เขต 12 จำนวน 1 แห่ง 2.1.ชุมชนหมู่บ้านไอโอดีนพื้นที่เป้าหมายได้รับการติดตามความ ก้าวหน้าการดำนินงาน จำนวน 1 ครั้ง 2.2.สรุปบทเรียนผลการดำเนินงานศูนย์การเรียนรู้ชุมชนหมู่บ้านไอโอดีน 1 เรื่อง

วิธีการดำเนินงาน : 1.ขับเคลื่อนและขยายผลการดำเนินงานศูนย์การเรียนรู้ชุมชนหมู่บ้านไอโอดีนในพื้นที่ เขต 12 2.ติดตามความก้าวหน้าการขับเคลื่อนและขยายผลการดำเนินงาน ชุมชน/หมู่บ้านไอโอดีในพื้นที่เขต 12

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1.ขับเคลื่อนและขยายผลการดำเนินงานศูนย์การเรียนรู้ชุมชนหมู่บ้านไอโอดีนในพื้นที่ เขต 12 1 ก.พ. 2561 - 28 ก.พ. 2561 15,000.00
2 2..ติดตามความก้าวหน้าการขับเคลื่อนและขยายผลการดำเนินงาน ชุมชน/หมู่บ้านไอโอดีในพื้นที่เขต 12 1 ก.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561 15,000.00
รวมเป็นเงิน 30,000.00
งบประมาณ : 30,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ก.พ. 2561 - 31 ก.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. เกิดการขับเคลื่อนและขยายผลการดำเนินงานศูนย์การเรียนรู้ชุมชน/หมู่บ้านไอโอดีนในพื้นที่และสามารถขยายผลไปในพื้นที่อื่นๆได้ 2. ประชาชนมีความตื่นตัวในการดูแลสุขภาพตนเองเพื่อป้องกันไม่ให้ขาดสารไอโอดีนโดยการเลือกบริโภคเกลือเสริมไอโอดีนที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางโสภิดา สุขจรุง และCluster วัยทำงาน

ผู้เสนอโครงการ : นางโสภิดา สุขจรุง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางสาวสุดารัตน์ ธีระวร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา
ลำดับที่ : 16

ชื่อโครงการ : 1.4 โครงการครอบครัวคุณภาพเพื่อลูกน้อยพัฒนาการสมวัยเตรียมพร้อมเรียนรู้สู่วัยเรียน

ยุทธศาสตร์ : 1.1 ส่งเสริมการเกิดและเติบโตคุณภาพ

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 2. ร้อยละของเด็กอายุ 0-5 ปี มีพัฒนาการสมวัย

cluster : กลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัย

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (6)3.1 พัฒนาระบบเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยบูรณาการอย่างมีส่วนร่วม

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : เด็กเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าและเป็นอนาคตที่สำคัญต่อการพัฒนาประเทศ เด็กมีสิทธิขั้นพื้นฐานที่จะได้รับการดูแลจากครอบครัวและสังคม การวางรากฐานที่ดีให้กับเด็กปฐมวัย จึงเป็นการเตรียมความพร้อม และสร้างพลเมืองที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะในเด็กช่วงปฐมวัย (0-5 ปี ) เป็นระยะที่สำคัญของชีวิต เนื่องจากเป็นวัยที่มีพัฒนาการเจริญเติบโตทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา มีการเรียนรู้โดยผ่านประสาทสัมผัสทั้ง ๕ ด้าน จากบิดามารดาและผู้คนรอบข้าง รวมไปถึงสิ่งแวดล้อมรอบตัวเด็กด้วย ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ จะส่งผลต่อการพัฒนาจิตใจและความคิดของเด็ก หล่อหลอมให้เกิดเป็นบุคลิกภาพและอุปนิสัยของเด็กเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ดังนั้นครอบครัว ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก รวมถึงผู้เลี้ยงดู จึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อเด็กในช่วงวัยนี้ แต่จากสภาพทางเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปโครงสร้างครอบครัวเป็นครอบครัวเดี่ยวมากขึ้น ความจำเป็นในการประกอบอาชีพ การออกไปทำงานนอกบ้านของพ่อแม่เนื่องจากภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ทำให้เด็กขาดการอบรมเลี้ยงดูจากพ่อแม่สอดคล้องกับรายงานการสำรวจสุขภาพประชาชนครั้งที่ 4 พ.ศ.2551-2552 พบว่าเด็กอายุ 1-2 ปี อยู่บ้านร้อยละ 80 ที่เหลือร้อยละ 12 ถูกส่งไปโรงเรียนอนุบาลหรือศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและเมื่ออายุ 3-5 ปี ร้อยละ 76 อยู่ในโรงเรียนอนุบาลหรือศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก แสดงให้เห็นว่า ศูนย์เด็กเล็กเป็นทางเลือกหนึ่งในการทำหน้าที่แทนพ่อแม่ ครูผู้ดูแลเด็กคือผู้ที่ทำหน้าที่แทนพ่อแม่ในการเลี้ยงดูเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เพื่อให้เด็กทุก ๆ คนในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กได้รับการเลี้ยงดูอย่างเหมาะสม มีพัฒนาการสมวัย ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่สะอาด ปลอดภัย เอื้อต่อพัฒนาการเด็กในทุกด้าน ด้วยกิจกรรม “นอน กิน กอด เล่น เต้น เล่า เฝ้าดูฟัน” นอน : ขณะที่เด็กหลับ สมองไม่ได้ หลับไปด้วย แต่จะมีการเร่งพัฒนาระบบ ประสาท เพื่อช่วยในการเรียนรู้ และ ความจำ จึงกล่าวได้ว่า สมองของเด็ก สามารถเรียนรู้และพัฒนาได้ตลอดเวลา ทั้งกลางวันและกลางคืน หากนอนหลับอย่างเพียงพอ ก็จะมีส่วนช่วยใน เรื่องของความฉลาดและความสามารถ เรื่องความจำ ในอนาคต กิน : การดูแลทั้งในเรื่องของอาหารและการเจริญเติบโต พัฒนาการที่เหมาะสมตามวัย เพราะเด็กปฐมวัยเป็นวัยที่มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว เป็นวัยที่เสี่ยงต่อภาวะทุพโภชนาการ และเป็นการสร้างพฤติกรรมการบริโภคที่ถูกต้อง กอด : การให้ความรักความอบอุ่น การสร้างสัมพันธภาพที่ดีของเด็กกับ พ่อแม่ ผู้เลี้ยงดู จะส่งผลให้เด็กมีความรู้สึกที่ดีต่อตนเอง และผู้อื่น สามารถสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับกลุ่มเพื่อนใหม่ ช่วยให้ดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข เล่น : เป็นกิจกรรมหรือการกระทำใดๆ ที่ให้ความสนุกสนานเพลิดเพลิน เป็นสัญลักษณ์ของการถ่ายทอดประสบการณ์เด็กซึ่งเป็นการตอบสนองความต้องการของเด็กในปัจจุบัน และถ่ายโยงประสบการณ์นี้ไปยังอนาคตของเด็ก เด็กจะมีความสุข และเป็นการสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ เต้น : เป็นการทำกิจกรรมทางกาย การเคลื่อนไหวส่วนต่างๆของร่างกาย ทั้งใช้หรือไม่ใช้ ทำนองประกอบดนตรีก็ได้ ลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง ช่วยให้เด็กได้เรียนรู้การเคลื่อนไหวส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น เดิน วิ่ง กระโดดโลดเต้น ชูมือ หมุนตัว ส่ายเอว เพื่อที่จะสามารถพัฒนาทักษะในการเคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และพัฒนาอวัยวะทุกส่วนของเด็กให้มีความสัมพันธ์กันอย่างดี เล่า : การเล่านิทานหรืออ่านหนังสือนิทานที่เหมาะสมตามวัยจะช่วยจุดประกายความสนใจให้เกิดขึ้นในใจเด็ก เป็นสื่อกลางสร้างความผูกพันระหว่างเด็กกับผู้เลี้ยงดู ช่วยให้เด็กมีจินตนาการ เรียนรู้ภาษา มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ สร้างความสามารถในการอ่านหนังสือและรักการอ่านในอนาคต เฝ้าดูฟัน : การดูแลสุขภาพช่องปาก การสอนให้ดูแลสุขภาพปากและฟันอย่างถูกต้องตั้งแต่เด็กเป็นการลงทุนในสุขภาพที่สามารถปันผลให้ได้ตลอดชีวิต การรักษาสุขภาพปากและฟันที่ดีจะช่วยให้รับประทานอาหารได้สะดวก พูดได้อย่างชัดถ้อยชัดคำ และ ลดอาการเจ็บป่วยด้วยโรคฟันผุ ไม่เป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้เพื่อให้มีพัฒนาการสมวัยดี กิจกรรมการเลี้ยงดูดังกล่าวครูผู้ดูแลเด็ก และบุคลากรสาธารณสุข จำเป็นที่จะต้องรู้ และสามารถปฏิบัติกับเด็กและถ่ายทอดไปยังพ่อแม่ให้ดูแลลูกที่บ้านได้อย่างเชื่อมโยงและต่อเนื่อง ศูนย์อนามัยที่ 12 เห็นความสำคัญดังกล่าว จึงจัดทำโครงการครอบครัวคุณภาพเพื่อลูกน้อยพัฒนาการสมวัยเตรียมพร้อมเรียนรู้สู่วัยเรียน ขึ้น

วัตถุประสงค์ : 1.เพื่อให้ครูผู้ดูแลเด็กมีความรู้ในการทำกิจกรรม แบบองค์รวมเพื่อให้เด็กมีพัฒนาการสมวัย การเจริยเติบโตสูงดีสมส่วน 2.เพื่อให้ครูผู้ดูแลเด็กถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่องแรดูแลเด้กแบบองค์รวมสุ่พ่อแม่ ครอบครัวเด็ก

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1.ร้อยละ 60 ของครูผู้ดูแลเด็กที่เข้าประชุมถ่ายทอดความรู้สู่ผู้ปกครองในการส่งเสริมสุขภาพเด็กแบบองค์รวม (กิน/เฝ้าระวังการเจริญเติบโตให้เด็กสูงดี สมส่วน) กอด เล่น เล่า ส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกาย 2.มีรูปแบบการจัดกิจกรรมทางกายที่เหมาะสมอย่างน้อย 1 รูปแบบ

วิธีการดำเนินงาน : 1. ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายครูผู้ดูแลเด็กในการดูแลเด็กแบบองค์รวม (นอน กิน กอด เล่น เต้น เล่า เฝ้าดูฟัน) 2.ติดตามการดำเนินงานกิจกรรมทางกายในศพด.

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1 .ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายครูผู้ดูแลเด็กในการดูแลเด็กแบบองค์รวม (นอน กิน กอด เล่น เต้น เล่า เฝ้าดูฟัน) 1 มิ.ย. 2561 - 30 มิ.ย. 2561 150,000.00
2 2..ติดตามการดำเนินงานกิจกรรมทางกายในศพด. 1 มิ.ย. 2561 - 31 ส.ค. 2561 14,000.00
รวมเป็นเงิน 164,000.00
งบประมาณ : 164,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 มิ.ย. 2561 - 31 ส.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : ครูผู้ดูแลเด็ก และ พ่อแม่ผู้ปกครองเลี้ยงดูเด็กแบบองค์รวมด้วยกิจกรรม นอน กิน กอด เล่น เต้น เล่า เฝ้าดูฟัน อย่างสม่ำเสมอ ส่งผลให้ เด็กมีพัฒนาการสมวัย มีการเจริญเติบโตสูงดีสมส่วนในอัตราที่สูงขึ้น และ ลดอัตราฟันผุ ในเด็ก 3 ปี

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางทรงสมร พิเชียรโสภณ นางเริงฤทัย หลีเส็น ละ Custer แม่และเด็ก

ผู้เสนอโครงการ : นางทรงสมร พิเชียรโสภณ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางสาวสุดารัตน์ ธีระวร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายบุญแสง บุญอำนวยกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา
ลำดับที่ : 17

ชื่อโครงการ : 1.1.โครงการสำรวจสถานกาณ์ภาวะโภชนาการหญิงตั้งครรภ์ และ เด็กปฐมวัย

ยุทธศาสตร์ : 1.1 ส่งเสริมการเกิดและเติบโตคุณภาพ

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 2. ร้อยละของเด็กอายุ 0-5 ปี มีพัฒนาการสมวัย
3. ร้อยละของเด็กอายุ 0-5 ปี สูงดีสมส่วน และส่วนสูงเฉลี่ยที่อายุ 5 ปี

cluster : กลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัย

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (6)3.1 พัฒนาระบบเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยบูรณาการอย่างมีส่วนร่วม

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : การเจริญเติบโต และภาวะโภชนาการของเด็กเป็นเครื่องบ่งชี้ภาวะเศรษฐกิจของประเทศ ภาวะโภชนาการที่ดี เป็นรากฐานสำคัญของการมีสุขภาพดีตลอดชีวิต โดยเฉพาะในช่วงมีการเจริญเติบโตตั้งแต่ในครรภ์มารดาจนถึงอายุ 5 ปี เนื่องจากมีการเจริญเติบโตทั้งด้านสมองและร่างกาย แต่หากปล่อยให้เด็กขาดสารอาหาร จะก่อให้เกิดผลเสียในทุกช่วงอายุ ส่งผลโดยตรงต่อพัฒนาการทางด้านสมองและโครงสร้างของร่างกาย ทำให้พัฒนาการและการเจริญเติบโตไม่สมวัย เด็กที่มีภาวะเตี้ย เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่จะมีรูปร่างเล็ก นอกจากนี้ ยังส่งผลให้การสร้างภูมิต้านทานโรคลดลง เป็นผลให้เจ็บป่วยบ่อย (http://www.cochrane.org/CD009085 และ Susan PW, Theodore DW, Julie MG, Betsy L, Gail AW, Ernesto P, Julie AC. ; อ้างถึงใน ชัยพร พรหมสิงห์ และ คณะ , 2557) ภาวะขาดสารอาหาร (Under nutrition) มีผลเสียโดยตรงต่อโครงสร้างของสมอง และ กล้ามเนื้อมัดใหญ่ โดยพบว่า เด็กที่มีภาวะเตี้ย และค่อนข้างเตี้ย มีค่าเฉลี่ยของระดับพัฒนาการ/เชาวน์ปัญญาต่ำกว่าเด็กที่มีส่วนสูงตามเกณฑ์ และในเด็กแคระแกร็นรุนแรงใน 2 ปีแรก จะมีระดับไอคิวที่อายุ 8-10 ปี ต่ำกว่าเด็กที่ความสูงปกติ 3-10 จุด เด็กที่มีาวะซีดเนื่องจากการขาดธาตุเหล็ก จะส่งผลเสียต่อการเจริญเติบโต พัฒนาการด้านกล้ามเนื้อและสมอง รวมทั้งการสร้างภูมิต้านทานของร่างกายลดลง เด็กจะเจ็บป่วยบ่อย และถึงแม้ได้รับการรักษาแต่ก็ไม่สามารถช่วยให้ความสามารถทางสติปัญญากลับมาดีได้ดังเดิม ส่วนภาวะอ้วนในเด็กมีผลต่อสุขภาพในระยะยาวเช่นกัน ได้แก่ ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรัง จากการศึกษาที่สนับสนุนโดยองค์การยูนิเซฟ พบว่า ทั่วโลกมีเด็กปฐมวัย 200 ล้านคน ที่ไม่สามารถพัฒนาสติปัญญาและอารมณ์ได้เต็มศักยภาพ ด้วยสาเหตุปัจจัยที่ป้องกันได้ 4 ประการ คือ 1) ภาวะทุพโภชนาการ 2) การขาดธาตุไอโอดีน 3) โลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก และ 4) การขาดการเลี้ยงดูที่เหมาะสม (ลัดดา เหมาะสุวรรณ : เอกสารประกอบการประชุมเชิงปฏิบัติการ “ร่วมใจสร้างเด็กไทยสูง สมส่วน สมองดี แข็งแรง” ) โดยเฉพาะปัจจัยที่มีผลต่อภาวะทุพโภชนาการของเด็กปฐมวัย ประกอบด้วย การศึกษา ภาวะสุขภาพของแม่ และ ภาวะโภชนาการของแม่ระหว่างตั้งครรภ์ ที่มีผลต่อน้ำหนักทารกแรกคลอด รวมถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมของพฤติกรรมการเลี้ยงดูเด็ก ด้านการส่งเสริมการบริโภคอาหารที่ถูกสัดส่วน ทันตสุขภาพ การออกแรงกาย การพักผ่อน นอนหลับ จึงจำเป็นต้องมีการสังเกต ติดตามเฝ้าระวัง และการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยแบบบูรณาการระหว่างครอบครัว ชุมชนและสถานบริการสาธารณสุข เพื่อร่วมกันส่งเสริมให้เด็กมีการเจริญเติบโตเต็มศักยภาพ (Full Potential Growth) ซึ่งพิจารณาจากส่วนสูงที่อยู่ในระดับดีขึ้นไป (ส่วนสูงตามเกณฑ์ ค่อนข้างสูง และสูง จากกราฟส่วนสูงตามเกณฑ์อายุ) และมีน้ำหนักอยู่ในระดับสมส่วน (จากกราฟน้ำหนักตามเกณฑ์ส่วนสูง) เป็นการดูการเจริญเติบโตทั้งส่วนสูงและน้ำหนักพร้อมกันในเด็กคนเดียวกัน ซึ่งจะใช้คำว่า “เด็กอายุ 0-5 ปี สูงดีสมส่วน” ทั้งนี้ส่วนสูงของเด็กปฐมวัย เป็นตัวบ่งชี้ทางอ้อม (proxy indicator) ของสุขภาพในวัยผู้ใหญ่ ผลการดำเนินงานเฝ้าระวังการเจริญเติบโตเด็กปฐมวัย 3 ปีย้อนหลัง (ปีงบประมาณ 2558 – 2560) พบว่า เด็กปฐมวัยมีการเจริญเติบโตสูงดีสมส่วน ร้อยละ 44.81 , 46.22 และ 47.43 ตามลำดับ (เป้าหมายกำหนดไม่น้อยกว่าร้อยละ 51) เด็กมีภาวะทุพโภชนาการ เตี้ย ร้อยละ 14.06 , 13.80 , 12.35 ตามลำดับ ผอม ร้อยละ 5.92 , 6.47 และ 6.53 ตามลำดับ เด็กปฐมวัย มีภาวะอ้วน ร้อยละ 3.03 , 2.77 และ2.60 ตามลำดับ (HDC : 20 พ.ย.60 ) จากการสำรวจพัฒนาการเด็กปฐมวัยปี 2560 พบว่า เด็กปฐมวัยในเขต 12 มีการเจริญเติบโตสูงดี สมส่วน ร้อยละ 62.61 เดี้ย และ ค่อนข้างเตี้ย ร้อยละ 12.4 และ 10.7 ผอมและ ค่อนข้างผอมร้อยละ 5.2 3.68 ส่วนภาวะ อ้วนและ ค่อนข้างอ้วน ร้อยละ 2.7 และ 3.5 ตามลำดับ จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้นแสดงให้เห็นว่า การเจริญเติบโตเด็กไทยยังไม่เต็มตามศักยภาพทางพันธุกรรม หากได้รับอาหารและการเลี้ยงดูอย่างดี จะสามารถเพิ่มส่วนสูงของเด็กได้ ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ได้กำหนดวิสัยทัศน์ “มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” และจุดยืนของประเทศคือ เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว และพัฒนาประเทศจากที่มีรายได้ปานกลางเป็นรายได้สูง ซึ่งจำเป็นต้องพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีศักยภาพและมีสุขภาพดีในการขับเคลื่อนประเทศไปสู่จุดยืนดังกล่าว โดยกระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดเป้าหมาย ให้อายุคาดเฉลี่ยที่ 72 ปี มีสุขภาพดี กรมอนามัย เป็นหน่วยงานที่มีพันธะกิจในการส่งเสริมสุขภาพประชาชน จึงได้ตั้งเป้าหมายให้เด็กไทยสูงดีสมส่วน และเพิ่มส่วนสูงของเด็กในอีก 20 ปีข้างหน้า โดยส่วนสูงเฉลี่ยที่อายุ 19 ปี ชายไทย เท่ากับ 183 เซนติเมตร หญิงไทยเท่ากับ 170 เซนติเมตร ในปีพ.ศ. 2579 จึงจำเป็นต้องสำรวจสถานการณ์ภาวะโภชนาการหญิงตั้งครรภ์ และ เด็กปฐมวัย รวมถึงปัจจัยสำคัญต่อภาวะการเจริญเติบโตของเด็กปฐมวัย และปัญหาการดำเนินงานโภชนาการในสถานบริการสาธารณสุข ,ศูนย์เด็กเล็ก , อปท., หมู่บ้าน และครอบครัว เพื่อจะได้ข้อมูลสถานการณ์ที่สะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ จะได้นำมาใช้ในการวางแผน ส่งเสริมให้เด็กปฐมวัยสูงดีสมส่วน เติบโตเป็นผู้ใหญ่อย่างเต็มศักยภาพ มีคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนในอนาคต และเป็นพลังในการขับเคลื่อนประเทศไปสู่จุดยืนดังกล่าว

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อทราบสถานกาณ์ภาวะโภชนาการหญิงตั้งครรภ์ และ เด็กปฐมวัย 2. เพื่อนำข้อมูลมาวางระบบการเฝ้าระวัง และส่งเสริสมการเจริญเติบโตของเด็กปฐมวัย ให้พร้อมสู่วัยเรียน

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. ร้อยละ 90 ของข้อมูลที่เก็บมีความครบถ้วนสมบูรณ์ สามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้ 2. เก็บข้อมูลได้ครบถ้วนตามกำหนดเวลา 3. รายงานสถานกาณ์ภาวะโภชนาการหญิงตั้งครรภ์ และ เด็กปฐมวัย

วิธีการดำเนินงาน : 1.สำรวจภาวะโภชนาการ พฤติกรรมการบริโภคอาหารของหญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร และเด็กอายุ 0-5 ปี และ ภาวะโลหิตจางในหญิงให้นมบุตร กิจกรรม ทางกาย การนอน 2.นิเทศติดตามการดำเนินงานการเฝ้าระวังส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยบูรณากรอย่างมีส่วนร่วม

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 11.3 .สำรวจเก็บข้อมูล 1 มี.ค. 2561 - 30 มิ.ย. 2561 200,000.00
2 11.6 นิเทศติดตามการดำเนินงานการเฝ้าระวังส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยบูรณากรอย่างมีส่วนร่วม 1 ก.พ. 2561 - 31 ก.ค. 2561 32,000.00
รวมเป็นเงิน 232,000.00
งบประมาณ : 232,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ก.พ. 2561 - 31 ก.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : ได้รายงานสถานการณ์ภาวะโภชนาการหญิงตั้งครรภ์ การเจริญเติบโต ของเด็กปฐมวัย ปัญหา และแนวทางของการดำเนินงานส่งเสริมการเจริญเติบโตของเด็กปฐมวัยเขต 12 ที่ถูกต้อง ครบถ้วน สำหรับ ใช้ในการวางแผน ส่งเสริม ภาวะโภชนาการ และการเจริญเติบโตเด็ก 0-5 ปี

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางทรงสมร พิเชียรโสภณ นางเริงฤทัย หลีเส็น นางกนกพร นาคปานและ Custer แม่และเด็ก

ผู้เสนอโครงการ : นางทรงสมร พิเชียรโสภณ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางสาวสุดารัตนฺ์ ธีระวร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายบุญแสง บุญอำนวยกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา
ลำดับที่ : 18

ชื่อโครงการ : 1.2 โครงการขับเคลื่อนตำบลบูรณาการพัฒนาการดีสูงดีสมส่วน ฟันไม่ผุ

ยุทธศาสตร์ : 1.1 ส่งเสริมการเกิดและเติบโตคุณภาพ

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 3. ร้อยละของเด็กอายุ 0-5 ปี สูงดีสมส่วน และส่วนสูงเฉลี่ยที่อายุ 5 ปี

cluster : กลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัย

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (10)4.3 พัฒนากลไกส่งเสริมเด็กอายุ 0-5 ปี เพื่อสูงดีสมส่วน ฟันไม่ผุ พัฒนาการสมวัยในระดับตำบลโดยผ่านกลไกคณะกรรมการคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : การลงทุนเพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในช่วงตั้งแต่แรกเกิด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด จากการศึกษาของ James J. Heckman นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล (2542) (อ้างถึงใน คู่มือแนวทางพัฒนาตำบลส่งเสริมเด็ก 0-5 ปี : กรมอนามัย 2560) ได้ติดตามศึกษาเด็กและเยาวชนอย่างต่อเนื่องหลายทศวรรษในต่างประเทศ พบว่าการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ตั้งแต่ช่วงปฐมวัยเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า โดยเด็กที่ได้รับการพัฒนาแบบองค์รวมในช่วงแรกของชีวิต จะมีทักษะทางร่างกาย และอารมณ์ที่ดีกว่า มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จทั้งทางการศึกษาและการทำงานในอนาคต เป็นทรัพยากรที่มีคุณภาพของประเทศ การส่งเสริมสุขภาพเด็กปฐมวัย เพื่อบรรลุเป้าหมาย Promotion and Prevention Excellence ในยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ด้านสาธารณสุขจำเป็นต้องดูแลเด็กแบบองค์รวม ทั้งการส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการสมวัย การเจริญเติบโต (โภชนาการ) ตามวัยเต็มศักยภาพที่ควรจะเป็น ทันตสุขภาพที่ดี การพักผ่อน การมีกิจกรรมทางกาย การมีสุขภาพจิตที่ดี เหมาะสมกับวัยของแต่ละคน และการได้รับวัคซีนป้องกันโรคครบถ้วน การดำเนินการให้เด็กได้รับครบถ้วนดังกล่าว จำเป็นจะต้องบูรณาการการดำเนินงานและร่วมกันขับเคลื่อนงานของทุกภาคส่วน โดยประสานความร่วมมือกับหน่วยงานและภาคีเครือข่ายต่างๆ ในพื้นที่ ตั้งแต่ ครอบครัว ชุมชน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานบริการสาธารณสุข ได้แก่ คลินิกฝากครรภ์ คลินิกสุขภาพเด็กดี ในตำบลบูรณาการพัฒนาการดี สูงดีสมส่วน ฟันไม่ผุ จึงเป็นจุดที่จะดูแลให้เด็กปฐมวัยมีสุขภาพที่พึงประสงค์ ตำบลบูรณาการพัฒนาการดี ฯ มีการดำเนินงาน 4 ขั้นตอนประกอบด้วย 1 ) Setting ต่าง ๆ ในตำบล ซึ่งประกอบด้วย สถานบริการสาธารณสุขของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก หมู่บ้าน/ชุมชน ประเมินตนเองเกี่ยวกับกิจกรรมการให้บริการ และพฤติกรรมการดูแลสุขภาพแม่และเด็ก 2 ) วิเคราะห์ส่วนขาด จัดทำแผนปรับปรุง 3) ภาคีเครือข่าย และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในพื้นที่ ร่วมดำเนินการตามแผนเพื่อให้ พัฒนาการสมวัย การเจริญเติบโต ฟันผุ ของเด็กปฐมวัยบรรลุเป้าหมายตัวชี้วัดที่กำหนด 4) ประเมินกระบวน การ และผลลัพธ์ แจ้งหน่วยงานระดับสูงขึ้นรับรองมาตรฐาน ที่ผ่านมาสถานการณ์สุขภาพเด็กปฐมวัยเขต 12 ปี 2560 พบว่า เด็กปฐมวัยมีพัฒนาการสมวัย การเจริญเติบโตสูงดีสมส่วน และเด็กอายุ 3 ปี มีฟันผุ ร้อยละ 93.94 47.12 และ 38.72 โดยเป้าหมายกำหนดไว้ ร้อยละ 80 51 และไม่เกินร้อยละ 51 ตามลำดับ (HDC : 4 พย 60) ซึ่งในปี 2561 กระทรวงสาธารณสุข กำหนดเป้าหมายเด็กปฐมวัยมีพัฒนาการสมวัยไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ร้อยละของเด็กอายุ 0-5 ปี สูงดีสมส่วน ร้อยละ 51 และ เด็ก 3 ปี มีฟันผุ ไม่เกินร้อยละ 46 และในปี 2560 ได้มีการชี้แจงการดำเนินงานตำบลบูรณาการ ฯ โดยชี้แจงในคราวการจัดประชุมชี้แจงงานส่งเสริมสุขภาพ และ การตรวจราชการกรณีปกติ กระทรวงสาธารณสุข ดังนั้นในปี 2561 จึงจำเป็นต้องจัดทำโครงการขับเคลื่อนตำบลบูรณาการพัฒนาการดี สูงดีสมส่วน ฟันไม่ผุ เพื่อให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงาน ได้รูปแบบการดำเนินงานตำบลบูรณาการ ฯ ในการขยายผลพื้นที่อื่น และ รับรองมาตรฐานต่อไป

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานตำบล ฯ 2.เพื่อพัฒนาให่ตำบลได้มาตรฐานตำบลบูรณาการ ฯ 3. เพื่อเยี่ยมเสริมพลัง และ รับรองมาตรฐาน ตำบลบูรณาการ ฯ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. กลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมประชุมร้อยละ 80 2. รูปแบบการดำเนินงานขับเคลื่อนตำบล อย่างน้อย 5 รูปแบบ" 3.จำนวนตำบลบูรณาการที่ได้รับการเยี่ยมเสริมพลัง 14 ตำบล

วิธีการดำเนินงาน : 1.จัดประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กาพัฒนาตำบลบูรณาการ ฯ 2.เยี่ยมเสริมพลัง รับรองมาตรฐาน ตำบลบูรณาการ และ ศพด.มาตรฐานคุณภาพแห่งชาติ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1. จัดประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กาพัฒนาตำบลบูรณาการ ฯ 22 เม.ย. 2561 - 23 เม.ย. 2561 160,000.00
2 2.เยี่ยมเสริมพลัง รับรองมาตรฐาน ตำบลบูรณาการ และ ศพด.มาตรฐานคุณภาพแห่งชาติ 1 ธ.ค. 2560 - 31 ก.ค. 2561 64,000.00
รวมเป็นเงิน 224,000.00
งบประมาณ : 224,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ธ.ค. 2560 - 31 ก.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : เด็กปฐมวัยได้รับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมโดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ศูนย์พัฒนา เด็กเล็กผ่านมาตรฐานศูนย์เด็กเล็กคุณภาพ ส่งผลให้มีพัฒนาการสมวัย มีการเจริญเติบโตสูงดีสมส่วนใน อัตราที่สูงขึ้น และ ลดอัตราฟันผุในเด็ก 3 ปี

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นางทรงสมร พิเชียรโสภณ ตำแหน่ง รก.นักวิชาการสาธารณสุขเชี่ยวชาญ(ด้านโภชนาการ) 2.. นางเริงฤทัย หลีเส็น ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 3. นางกนกพร นาคปาน ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 4. นายพิเชษฐ์ เท่งประกิจ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 5. Custer แม่และเด็ก รพ.ส่งเสริมสุขภาพเขต 12 ยะลา

ผู้เสนอโครงการ : นางทรงสมร พิเชียรโสภณ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางสาวสุดารัตน์ ธีระวร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายบุญแสง บุญอำนวยกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา
ลำดับที่ : 19

ชื่อโครงการ : 1.3 โครงการขับเคลื่อนนโยบายมหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของชีวิต

ยุทธศาสตร์ : 1.1 ส่งเสริมการเกิดและเติบโตคุณภาพ

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 2. ร้อยละของเด็กอายุ 0-5 ปี มีพัฒนาการสมวัย

cluster : กลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัย

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (9)4.2 ขับเคลื่อนนโยบายมหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของชีวิต

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : การสร้างคนไทยรุ่นใหม่ในศตวรรษที่ 21 ให้มีสุขภาพแข็งแรง และปราศจากโรคต้องให้ความสำคัญกับโภชนาการที่ดีตั้งแต่ช่วงแรกของชีวิต เริ่มปฏิสนธิ จนถึงอายุ 2 ปี นั่นก็คือ ช่วงหญิงตั้งครรภ์ (270 วัน) เด็กอายุ 0-6 เดือน (180 วัน) และเด็กอายุ 6 เดือน – 2 ปี (550 วัน) ซึ่งเป็นช่วงสำคัญยิ่งที่จะดูแลสุขภาพหญิงตั้งครรภ์ และเด็ก 0-2 ปี ที่ได้มาตรฐาน เพราะเป็นช่วงที่โครงสร้างสมองมีการพัฒนาสูงสุดทั้งการสร้างเซลล์สมองการเชื่อมโยงระหว่างเซลล์สร้างสมองเป็นเครือข่ายเส้นใย เรียนรู้ จดจำ นอกจากนี้การเจริญเติบโตของร่างกายเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นกัน และยังเป็นช่วงของการสร้างอวัยวะต่างๆ ดังนั้น จึงเป็นช่วง ที่สำคัญมากใน“1,000 วันแรกของชีวิต” ผลการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพแม่และเด็ก เขต 12 ปี 2560 ที่ดำเนินการได้บรรลุเป้าหมายประกอบด้วย หญิงตั้งครรภ์ได้รับการฝากครรภ์ครั้งแรกก่อนหรือเท่ากับ 12 สัปดาห์ ,หญิงตั้งครรภ์ได้รับการดูแลก่อนคลอด 5 ครั้งตามเกณฑ์ และหญิงหลังคลอดได้รับการดูแลครบ 3 ครั้งตามเกณฑ์ ร้อยละ 75.5, 62.30 และ 63.70 ซึ่งเป้าหมายกำหนดไว้ ร้อยละ 60, 60 และ 65 ตามลำดับ ( HDC : 22 พ.ย.2560) ภาวะโลหิตจางในหญิงตั้งครรภ์ในเขต 12 มีร้อยละ 18.51 (เป้าหมายไม่เกินร้อยละ 20) ภาวะขาดออกซิเจนในทารกแรกเกิดระหว่างคลอด (Birth Asphyxia) ร้อยละ 4.03 (เป้าหมายไม่เกิน 5 ต่อพันการเกิดมีชีพ) ( จากรายงานสรุปตรวจราชการระดับจังหวัดรอบ 2 ปี 2560 (ตก 2)) ผลการคัดกรองพัฒนาการเด็กด้วย DSPM ดำเนินการได้ครอบคลุม ร้อยละ 91.19 พบเด็กปฐมวัยมีพัฒนาการสงสัยล่าช้า ร้อยละ 20.50 (เป้าหมาย ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20) ติดตามเด็กที่มีพัฒนาการสงสัยล่าช้าหลังกระตุ้น 1 เดือน ได้ ร้อยละ 87.85 โดยสรุปเด็กมีพัฒนาการสมวัยทั้งสิ้นร้อยละ 96.94 (เป้าหมายร้อยละ 80) ( จาก HDC : 2 พ.ย.60) ส่วนตัวชี้วัดที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมายประกอบด้วย ทารกแรกเกิดน้ำหนักน้อยกว่า 2,500 กรัม ร้อยละ 7.66 (เป้าหมายที่กำหนดไว้ ไม่เกินร้อยละ 7) ( จากรายงานสรุปตรวจราชการระดับจังหวัดรอบ 2 ปี 2560 (ตก 2)) เด็กปฐมวัยเขต 12 มีการเจริญเติบโตสูงดี สมส่วน ร้อยละ 47.12 (เป้าหมายร้อยละ 51) และเด็ก 3 ปี ฟันดี ไม่มีผุ ร้อยละ 61.28 (เป้าหมาย ร้อยละ 54) (จาก HDC : 22 พ.ย.2560) ถึงแม้ว่า ผลการดำเนินงานอนามัยแม่และเด็กเขต 12 จะบรรลุเป้าหมายเป็นส่วนใหญ่ก็ตาม แต่จากการสำรวจระดับสติปัญญาเด็กชั้นประถมปีที่ 1 ของกรมสุขภาพจิตในปี 2554 พบว่ามีเด็กในจังหวัดของเขต 12 มีระดับไอคิวอยู่ใน 2 อันดับสุดท้ายของประเทศ และจากการสำรวจปี 2559 พบว่าระดับไอคิวเฉลี่ยของเขต 12 เท่ากับ 94.76 จุด ดังนั้นการส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการสมวัย การเจริญเติบโต และสุขภาพโดยรวมที่ดีเพื่อเป็นทรัพยากรที่มีคุณภาพ จึงต้องพัฒนา ศักยภาพบุคลาการสาธารณสุข และ ภาคีเครือข่าย ในการดูแลเรื่องอาหาร โภชนาการ และสุขภาพโดยรวมของหญิงตั้งครรภ์ และเด็กปฐมวัย ซึ่งช่วงที่สำคัญที่สุดคือ “ช่วง 1,000 วันแรกของชีวิต” ศูนย์อนามัยที่ 12 จึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้น

วัตถุประสงค์ : เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลาการสาธารณสุข ในการดูแลเรื่องอาหาร และโภชนาการของหญิงตั้งครรภ์ และเด็กปฐมวัย

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. กลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมประชุมร้อยละ 80 2. ร้อยละ 70 ของสถานบริการมีการจัดกิจกรรมการส่งเสริมภาวะโภชนาการหญิงตั้งครรภ์ และ การเจริญเติบโตของเด็กปฐมวัย"

วิธีการดำเนินงาน : 1.ประชุมสัมมนาการดูแลเรื่องอาหาร และโภชนาการของหญิงตั้งครรภ์และเด็กปฐมวัย

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1.ประชุมสัมมนาการดูแลเรื่องอาหาร และโภชนาการของหญิงตั้งครรภ์และเด็กปฐมวัย 22 มี.ค. 2561 - 23 ม.ค. 2561 150,000.00
รวมเป็นเงิน 150,000.00
งบประมาณ : 150,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 22 มี.ค. 2561 - 23 ม.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : ภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ร่วมกันดูแลหญิงตั้งครรภ์ และ เด็ก 0-2 ปี ส่งผลให้ลูกเกิดรอด แม่ปลอดภัย เด็กมีพัฒนาการสมวัย มีการเจริญเติบโตสูงดีสมส่วนในอัตราที่สูงขึ้น และ ลดอัตราฟันผุในเด็ก 3 ปี

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นางทรงสมร พิเชียรโสภณ ตำแหน่ง รก.ในตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขเชี่ยวชาญ (ด้านโภชนาการ) 2. นางเริงฤทัย หลีเส็น ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 3. นางกนกพร นาคปาน ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 4. Custer แม่และเด็ก รพ.ส่งเสริมสุขภาพเขต 12 ยะลา

ผู้เสนอโครงการ : นางทรงสมร พิเชียรโสภณ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางสาวสุดารัตนฺ์ ธีระวร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายบุญแสง บุญอำนวยกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา
ลำดับที่ : 20

ชื่อโครงการ : 3.3 โครงการอบรมให้บริการยาฝังคุมกำเนิด สำหรับพยาบาล

ยุทธศาสตร์ : 1.3 ส่งเสริมพฤติกรรมอนามัยการเจริญพันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับวัยรุ่น

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 9. ร้อยละการตั้งครรภ์ซ้ำในหญิงอายุ น้อยกว่า 20 ปี

cluster : กลุ่มวัยรุ่น

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (30)10.2 การพัฒนาศักยภาพบุคลากรในการให้บริการด้านอนามัยการเจริญพันธุ์

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : สถานการณ์ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นเขตบริการสุขภาพที่ 12 ปี 2557 – 2559 พบว่า อัตราการคลอดในหญิงอายุ 15 - 19 ปี ต่อประชากรหญิงอายุ 15-19 ปี พันคน คือ 42.3, 40.1, 37 1 ตามลำดับ และร้อยละของการตั้งครรภ์ซ้ำในหญิงวัยรุ่นอายุน้อยกว่า 20 ปี ในปี 2558 – 2560 คือ ร้อยละ 16.75, 19.0 และ 20.03 2 ตามลำดับ จะเห็นว่าอัตราคลอดในหญิงอายุ 15 - 19 ปี มีแนวโน้มลดลง แต่การตั้งครรภ์ซ้ำในหญิงวัยรุ่นอายุน้อยกว่า 20 ปีมีแนวโน้มที่สูงขึ้นและเกินค่าเป้าหมาย (ไม่เกินร้อยละ 10) ซึ่งการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นส่งผลกระทบเชิงลบทางสุขภาพต่อตัวแม่วัยรุ่นและทารก เนื่องจากวัยรุ่นที่ตั้งครรภ์มีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์สูงกว่าหญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุมากกว่า เช่น การเสียชีวิตของมารดาจากการตกเลือดหลังคลอด การเสียชีวิตของทารก ทารกน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ โดยสถิติ พบว่า ในปี 2558 เด็กแรกเกิดน้ำหนักต่ำกว่า 2,500 กรัม ในกลุ่มมารดาวัยรุ่นที่อายุ 10 – 14 ปี มีถึงร้อยละ 18.3 และอายุ 15 – 19 ปี มีถึงร้อยละ 13.5 3 ยิ่งไปกว่านั้น แม่วัยรุ่นยังมีความเสี่ยงต่อการทำแท้งที่ไม่ปลอดภัยซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อชีวิต ข้อมูลจากการศึกษาสถานการณ์แท้งในประเทศไทย พ.ศ.2557 พบว่าประมาณหนึ่งในสามของผู้ป่วยทำแท้งที่มีภาวะแทรกซ้อนและเข้ามารับบริการรักษาที่โรงพยาบาลเป็นแม่วัยรุ่นที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี ดังนั้นเพื่อเป็นการแก้ปัญหาต่างๆ และเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการบริการที่ดีที่สุดสำหรับประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวางแผนครอบครัวที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับผู้รับบริการที่เป็นวัยรุ่น ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา จึงได้จัดทำโครงการอบรมให้บริการยาฝังคุมกำเนิด สำหรับพยาบาลขึ้น เพื่อให้พยาบาลมีความรู้และทักษะการให้บริการวางแผนครอบครัวด้วยวิธียาฝังคุมกำเนิด เนื่องจากเป็นวิธีคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพ สะดวกสำหรับผู้ใช้บริการและสามารถคุมกำเนิดได้ระยะเวลานานถึง 3 ถึง 5 ปี เพื่อให้วัยรุ่นอายุต่ำกว่า 20 ปี ได้เข้าถึงบริการคุมกำเนิดที่หลากหลายวิธี และเว้นช่วงระยะการมีบุตรออกไปจนกว่าร่างกายพร้อมที่จะมีบุตรคนต่อไป

วัตถุประสงค์ : 1.เพื่อพัฒนาศักยภาพพยาบาลสามารถให้บริการวางแผนครอบครัวด้วยวิธียาฝังคุมกำเนิด 2.เพื่อเพิ่มความรู้ การให้คำปรึกษา และการสื่อสารในคลินิกวางแผนครอบครัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
พยาบาลวิชาชีพได้รับการอบรมฝังยาคุม จำนวน 20 คน

วิธีการดำเนินงาน : 1.อบรมให้บริการยาฝังคุมกำเนิดสำหรับพยาบาลวิชาชีพ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1.อบรมให้บริการยาฝังคุมกำเนิดสำหรับพยาบาลวิชาชีพ 1 ม.ค. 2561 - 31 ม.ค. 2561 45,000.00
รวมเป็นเงิน 45,000.00
งบประมาณ : 45,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ม.ค. 2561 - 31 ม.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. พยาบาลวิชาชีพที่ได้รับการอบรม มีความรู้ สามารถให้คำปรึกษา และการสื่อสารในคลินิกวางแผนครอบครัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2. วัยรุ่นเข้าถึงคลินิกวางแผนครอบครัวและได้รับบริการวางแผนครอบครัวด้วยวิธีฝังยาคุมกำเนิด 3. อัตราคลอดของหญิงอายุต่ำกว่า 20 ปีลดลง 4. จำนวนการตั้งครรภ์ซ้ำในหญิงอายุต่ำกว่า 20 ปีลดลง

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นางเริงฤทัย หลีเส็น ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 2. นางสาวณัฐณิชา ขจรเดชชัยยง ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

ผู้เสนอโครงการ : นางสาวณัฐณิชา ขจรเดชชัยยง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางสาวสุดารัตนฺ์ ธีระวร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายบุญแสง บุญอำนวยกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา
ลำดับที่ : 21

ชื่อโครงการ : 3.4 โครงการสนับสนุนการขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริมวัยรุ่นสูงดีสมส่วน สาวไทยแก้มแดง ในระดับพื้นที่เขตบริการสุขภาพที่ 12

ยุทธศาสตร์ : 1.3 ส่งเสริมพฤติกรรมอนามัยการเจริญพันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับวัยรุ่น

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 10. ร้อยละของวัยรุ่น 15-18 ปี สูงดีสมส่วน และอายุ 19 ปี มีส่วนสูงเฉลี่ยตามเกณฑ์

cluster : กลุ่มวัยรุ่น

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (33)11.3 สร้างการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายในการขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริมวัยรุ่นสูงดีสมส่วน สาวไทยแก้มแดง ในระดับพื้นที่

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : *

วัตถุประสงค์ : 1.เพื่อสนับสนุนพื้นที่ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริมวัยรุ่นสูงดีสมส่วน สาวไทยแก้มแดง 2.เพื่อสร้างกระแสและรณรงค์ให้วัยรุ่นในพื้นที่มีพฤติกรรมพึงประสงค์ภายใต้ NEST 3.เพื่อรณรงค์ให้หญิงวัยเจริญพันธุ์ลงทะเบียนออนไลน์ผ่าน website www.สาวไทยแก้มแดง.comเพื่อรับยาเม็ดธาตุเหล็กและวิตามินโฟลิก

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
สนับสนุนสื่อในการรณรงค์ให้พื้นที่ 7 จังหวัด และศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา ดังนี้ 1.ไวนิลพฤติกรรมพึงประสงค์ภายใต้ NEST จำนวน 8 ชุด 2.แผ่นพับจำนวน 5000 แผ่น

วิธีการดำเนินงาน : 1.ผลิตและสนับสนุนสื่อไวนิลพฤติกรรมพึงประสงค์ภายใต้ NEST 2.ผลิตและสนับสนุนสื่อแผ่นพับ พฤติกรรมพึงประสงค์ภายใต้ NEST 3.รณรงค์ให้หญิงวัยเจริญพันธุ์ลงทะเบีบนออนไลน์ผ่าน website www.สาวไทยแก้มแดง.com เพื่อรับยาเม็ดธาตุเหล็กและวิตามินโฟลิก

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1.ผลิตและสนับสนุนสื่อ 1 พ.ย. 2560 - 30 พ.ย. 2560 53,750.00
รวมเป็นเงิน 53,750.00
งบประมาณ : 53,750.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 พ.ย. 2560 - 30 พ.ย. 2560
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : **

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางสาวณัฐณิชา ขจรเดชชัยยง

ผู้เสนอโครงการ : นางสาวณัฐณิชา ขจรเดชชัยยง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางสาวสุดารัตนฺ์ ธีระวร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายบุญแสง บุญอำนวยกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา
ลำดับที่ : 22

ชื่อโครงการ : 1.5 โครงการตั้งครรภ์คุณภาพเพื่อลูกเกิดรอดแม่ปลอดภัย

ยุทธศาสตร์ : 1.1 ส่งเสริมการเกิดและเติบโตคุณภาพ

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 1. อัตราส่วนการตายมารดาไทย ต่อการเกิดมีชีพแสนคน

cluster : กลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัย

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (1)1.1 พัฒนาระบบข้อมูลสุขภาวะหญิงตั้งครรภ์

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : งานอนามัยแม่และเด็กเป็นงานที่เป็นปัญหาสาธารณสุขเฉพาะพื้นที่ โดยเฉพาะการตายของมารดาขณะตั้งครรภ์ คลอดและหลังคลอด รวมทั้งพัฒนาการของเด็ก ๐-๕ปี จากรายงานการตายของมารดาปีงบประมาณ ๒๕๕๙ อัตราส่วนการตายของมารดา ๔๕.๒๖ (๓๐ คน) ต่อแสนการเกิดมีชีพสูงกว่าเป้าหมายระดับประเทศ ที่กำหนดไว้ ไม่เกิน ๑๕ แต่แสนการเกิดมีชีพกว่า ๓ เท่า, ปี2560 อัตราส่วนการตายของมารดา39.03 ( 21 คน) ต่อแสนการเกิดมีชีพ มีแนวโน้มลดลง แต่ยังเกิน ๑๕ แต่แสนการเกิดมีชีพ สาเหตุการตายที่เป็นสาเหตุหลัก ได้แก่ การตกเลือดหลังคลอด มารดามีความดันโลหิตสูงระหว่างคลอด สาเหตุรองได้แก่ มารดามีประวัติเป็นโรคปอดติดเชื้อ และโรคทางอายุรกรรมอื่น ๆ ในขณะที่พัฒนาการในเด็ก ๐-๕ปี พบว่า พัฒนาการสมวัย ร้อยละ ๙๖.๐๗ ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๕ แต่จากการศึกษาเรื่องผลกระทบของเหตุความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการเด็กของ รอฮานี เจ๊ะอาแซและคณะ ในปี ๒๕๕๓ พบว่าเด็ก ๑-๕ ปี มีพัฒนาการสมวัยร้อยละ ๖๓ ซึ่งสอดคล้องกับการตรวจราชการที่พบว่า การประเมินพัฒนาการยังไม่เป็นไปตามมาตรฐาน การดำเนินงานเพื่อพัฒนางานอนามัยแม่และเด็กที่ผ่านมาได้ใช้กลไกของคณะกรรมการอนามัยแม่ และเด็ก ในการควบคุม กำกับ รวมทั้งวางแผนในการดำเนินงานตามปัญหาที่พบ ได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการในการวิเคราะห์การตายของมารดา เพื่อวิเคราะห์หาสาเหตุการตายรวมทั้งร่วมกันหาแนวทางในการแก้ไขปัญหา อย่างไรก็ตามจากการติดตามการดำเนินงานแก้ไขปัญหาโดย MCH Board ของแต่ละจังหวัด พบว่า ยังมีความหลากหลายในการแก้ไขปัญหา บางจังหวัดสามารถดำเนินงานและพัฒนางานเพื่อแก้ปัญหาได้อย่างเป็นระบบ ในขณะที่บางจังหวัดยังคงต้องปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงาน ในปีงบประมาณ ๒๕60ได้มีนโยบายที่ชัดเจนในการติดตามการดำเนินงานของ MCH board จังหวัด ในการตรวจราชการและนิเทศงาน รวมทั้งกำหนดตัวชี้วัด การตายของมารดา ANC คุณภาพและพัฒนาการในเด็ก ๐-๕ปี เป็นตัวชี้วัดหลักของงานอนามัยแม่และเด็ก เช่น เขตบริการสุขภาพที่ 12 มีนโยบายลดอัตรามารดาตายจากการตกเลือดหลังคลอดและจากความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์ซึ่งเป็นสาเหตุที่สามารถป้องกันได้ ให้เหลือร้อยละ 0 แต่ยังไม่สามารถทำได้ ดังนั้นการประชุม MCH Board เขต คณะกรรมการวิเคราะห์การตายของมารดา และคณะกรรมการพัฒนาเด็ก ๐-๕ ปี จึงจัดทำโครงการตั้งครรภ์คุณภาพเพื่อลูกเกิดรอดแม่ปลอดภัยขึ้น เพื่อให้เกิดการกำหนดมาตรการ และเพิ่มความเข้มข้น ในการวางแผนในการดำเนินงานและควบคุมกำกับเป็นสำคัญและต้องทำอย่างต่อเนื่อง ทำให้การพัฒนาการดำเนินงานเป็นไปอย่างรวดเร็วและสอดคล้องตามบริบทของพื้นที่

วัตถุประสงค์ : 1)เพื่อพัฒนาโปรแกรมการติดตามภาวะเสี่ยง ๕ โรค(DM, HT, Heart, Thyroid และ PPH) ในหญิงตั้งครรภ์ในเขตสุขภาพที่ 12 2.1)เพื่อควบคุม กำกับและวางแผนแก้ไขปัญหาอนามัยแม่และเด็กในเขตสุขภาพที่ 12 2.2)เพื่อวิเคราะห์ปัญหาผลต่อมารดาตายและหาแนวทางป้องกันมารดาตาย ในเขตสุขภาพที่ 12" 3)เพื่อให้สถานบริการมีการให้บริการตามมาตรฐานอนามัยแม่และเด็ก

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1.โปรแกรมการติดตามภาวะเสี่ยง ๕ โรค (DM, HT, Heart, Thyroid และ PPH) ในหญิงตั้งครรภ์ในเขตสุขภาพที่ 12 จำนวน 1 โปรแกรม 2.1.จำนวนครั้งการประชุมหาแนวทางแก้ไขปัญหาแม่และเด็กโดยคณะกรรมการMCH Board 2.2.จำนวนครั้งการ วิเคราะห์มารดาตายในเขต12 โดยคณะกรรมการ วิเคราะห์มารดาตาย เขต " 3.โรงพยาบาลทั่วไป ผ่านการประเมินครบ 3ปี ได้รับการประเมินรับรองมาตรฐานอนามัยแม่และเด็ก จำนวน 5 แห่ง

วิธีการดำเนินงาน : 1) จัดประชุมพัฒนาระบบการจัดการข้อมูลด้านแม่และเด็ก 2) จัดประชุมคณะกรรมการMCH Board ระดับเขต หาแนวทางแก้ไขปัญหาแม่และเด็ก 3) จัดประชุมการวิเคราะห์มารดาตาย ระดับเขต 4) นิเทศและรับรองมาตรฐานการใช้มาตรฐานอนามัยแม่และเด็กเพื่อการพัฒนา

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1) จัดประชุมพัฒนาระบบการจัดการข้อมูลด้านแม่และเด็ก 1 ธ.ค. 2560 - 31 ม.ค. 2561 18,250.00
2 2 จัดประชุมคณะกรรมการMCH Board ระดับเขต หาแนวทางแก้ไขปัญหาแม่และเด็ก 1 ม.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561 23,100.00
3 4) นิเทศและรับรองมาตรฐานการใช้มาตรฐานอนามัยแม่และเด็กเพื่อการพัฒนา 1 เม.ย. 2561 - 31 ส.ค. 2561 100,000.00
4 3.จัดประชุมการวิเคราะห์มาดาตายระดับเขต 1 ม.ค. 2561 - 31 ส.ค. 2561 23,100.00
รวมเป็นเงิน 164,450.00
งบประมาณ : 164,450.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ธ.ค. 2560 - 31 ส.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. บุคลากรทางแพทย์ และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข มีโปรมแกรมฐานข้อมูลหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะเสี่ยงเป็นแนวทางเดียวกัน 2. มีแนวทางการการดูแลมารดาภาวะวิกฤติ PPH / PIH ลดอัตราหญิงคลอดเสี่ยงต่อการเกิด PPH และ PIH ร้อยละ 50 3. ลดอัตรามารดตาย เหลือ 20 :แสนการเกิดมีชีพ 4. โรงพยาบาลผ่านมาตรฐานอนามัยแม่และเด็ก

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นางเริงฤทัย หลีเส็น ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 2. นางกนกพร นาคปาน ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 3. นางสุวรรณี กอวิวัฒนาการ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ

ผู้เสนอโครงการ : นางเริงฤทัย หลีเส็น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางสาวสุดารัตน์ ธีระวร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายบุญแสง บุญอำนวยกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา
ลำดับที่ : 23

ชื่อโครงการ : 1.6 โครงการขับเคลื่อนพรบ.ส่งเสริมการตลาดอาหารสําหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ.2560

ยุทธศาสตร์ : 1.1 ส่งเสริมการเกิดและเติบโตคุณภาพ

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 1. อัตราส่วนการตายมารดาไทย ต่อการเกิดมีชีพแสนคน

cluster : กลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัย

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (7)3.2 ขับเคลื่อนพรบ. MlikCode และการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : ***

วัตถุประสงค์ : 1.เพื่อให้ความรู้กับผู้เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการตลาดอาหารสําหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ.2560 2.เพื่อสร้างการเข้าถึงภาคีเครือข่ายอย่างทั่วถึงเท่าเทียมและสนับสนุนการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1.ร้อยละ80ของกลุ่มเป้าหมายได้รับ การชี้แจงนโยบายและพรบ.ส่งเสริมการตลาดอาหารสําหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ.2560 2.มีการแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อน พรบ.ส่งเสริมการตลาดอาหารสําหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ.2560 ระดับเขต 1 คณะ จำนวน30คน 3.กลุ่มเป้าหมายมีการนิเทศขับเคลื่อนพรบ.ส่งเสริมการตลาดอาหารสําหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ.2560 ระดับเขต ใน 7 จว. 4.ร้อยละ80ของกลุ่มเป้าหมายร่วมรณรงค์การการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่การส่งเสริมการตลาดอาหารสําหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ.2560

วิธีการดำเนินงาน : 1.ประชุมชี้แจงนโยบายและพรบ.ส่งเสริมการตลาดอาหารสําหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ.2560 2.ประชุม.แต่งตั้งคณะ กรรมการขับเคลื่อนพรบ.ส่งเสริมการตลาดอาหารสําหรับทารกและเด็กเล็กพ.ศ.2560 ระดับเขต 3.ติดตามผลการดำเนินงานขับเคลื่อนพรบ.ส่งเสริมการตลาดอาหารสําหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ.2560 4.รณรงค์การการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่การส่งเสริมการตลาดอาหารสําหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ.2560

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1.ประชุมชี้แจงนโยบายส่งเสริมการตลาดอาหารสําหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ.2560 1 ธ.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 150,000.00
2 2.ประชุม.แต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนพรบ.ส่งเสริมการตลาดอาหารสําหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ.2560 ระดับเขต 1 ธ.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 10,000.00
3 3.ติดตามผลการดำเนินงานขับเคลื่อนพรบ.ส่งเสริมการตลาดอาหารสําหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ.2560 1 มี.ค. 2561 - 30 มิ.ย. 2561 30,000.00
4 4. รณรงค์การการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่การส่งเสริมการตลาดอาหารสําหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ.2560 1 ก.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561 27,000.00
รวมเป็นเงิน 217,000.00
งบประมาณ : 217,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ธ.ค. 2560 - 31 ก.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : ***

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางเริงฤทัย หลีเส็น นางถรรศนา เจริญไว

ผู้เสนอโครงการ : นางเริงฤทัย หลีเส็น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางสาวสุดารัตน์ ธีระวร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายบุญแสง บุญอำนวยกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา
ลำดับที่ : 24

ชื่อโครงการ : 8.1 โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนและผลักดันการทำวิจัยในองค์กร

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กลุ่ม HR

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (75)25.2 ยกระดับคุณภาพชีวิต การบริหารและพัฒนาบุคลากร

แผนจัดสรรงบประมาณ :   2. แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

หลักการและเหตุผล : จากกระแสสังคมโลกที่เปลี่ยนไปส่งผลให้ประเทศไทยต้องปรับกลยุทธ์ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของอารยประเทศ ทุกประเทศต้องพัฒนาเพื่อให้สามารถรับมือกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงต่างๆที่จะเกิดขึ้นในปี พ.ศ.2559รัฐบาลได้พัฒนาโมเดลThailand 4.0 ‘ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม’ เพื่อเปลี่ยนผ่านประเทศไทยไปสู่ประเทศในโลกที่หนึ่ง ที่มีความมั่นคงมั่งคั่งและยั่งยืนตามแนวทางแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี(พ.ศ. 2560 – 2579)ซึ่งเป็นแผนหลักในการพัฒนาประเทศไทยในปี พ.ศ. 2559กระทรวงสาธารณสุขจึงได้กำหนดยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (ด้านสาธารณสุข) 4 ด้าน คือ 1. การส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคสู่ความเป็นเลิศ 2. การบริการเป็นเลิศ 3. บุคลากรเป็นเลิศ 4. การบริหารเป็นเลิศโดยมุ่งหวังว่าหากประสบความสำเร็จสมบูรณ์ทั้ง 4 ด้าน จะเกิดเป็นนวัตกรรมของระบบการแพทย์และสาธารณสุขที่เป็นตัวอย่างแก่นานาประเทศ กรมอนามัยมุ่งสู่การเป็น “กรมอนามัย 4.0” จึงต้องสร้างภาพลักษณ์ (Images) ให้องค์กรเป็น ศูนย์วิชาการที่ได้รับการยอมรับ และได้นำแนวคิดการบริหารการเปลี่ยนแปลงองค์กร (Change) มาใช้ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดด (Breakthrough) กรมอนามัยได้พัฒนายุทธศาสตร์การพัฒนาระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2560 – 2564 เป็นแผนพัฒนาระยะ 5 ปี ซึ่งกำหนดวิสัยทัศน์คือ “กรมอนามัยเป็นองค์กรหลักของประเทศไทยในการอภิบาลระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อสุขภาพของประชาชน” โดยตระหนักถึงความสำคัญและความจำเป็นของการเปลี่ยนแปลงพัฒนาตนสู่ยุคThailand ๔.๐ ด้วยนวัตกรรม มุ่งสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาลและผลักดันองค์กรของกรมอนามัยให้เป็นองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literate Organization) และต้องพัฒนา 3 เสาหลักให้เข้มแข็งคือเสาหลักการบริการเสาหลักข้อมูลข่าวสารและเสาหลักการพัฒนาเทคโนโลยี (Research & Model Development Center) เพื่อสร้างภาพลักษณ์ (Images)เป็นองค์กรที่มีสมรรถนะสูง (High Performance Organization) ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา จำเป็นต้องขับเคลื่อนองค์กรตามแนวทางของกรมอนามัย ภายใต้ เป้าหมายกรมอนามัย 4.0 เพื่อให้เกิดงานวิจัยและพัฒนานักวิจัยของศูนย์อนามัยที่ 12 อย่างต่อเนื่องทั้งในด้านรูปแบบการบริหารจัดการโครงการวิจัยและด้านผลงานวิจัยที่มีคุณภาพ โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชน ดังนั้น ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา จึงได้จัดทำโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนและผลักดันการทำวิจัยในองค์กร ประจำปีงบประมาณ 2561 ขึ้นเพื่อให้นักวิจัยในองค์กรสามารถเข้าใจระเบียบวิธีการวิจัย และมีผลงานด้านการวิจัยเผยแพร่ไปยังเวทีต่างๆ สู่ภายนอก ก้าวเข้าสู่ศูนย์วิชาการที่เป็นเลิศและได้รับการยอมรับในระดับประเทศ

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อผลักดันให้เกิดงานวิจัยภายในองค์กร 2. เพื่อให้บุคลากรมีความรู้ความเข้าใจในการทำงานวิจัย 3. ผลิตผลงานวิชาการ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1 ร้อยะ70ของกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมประชุมในแต่ลครั้ง 2 ร้อยละ40ของกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมประชุมทุกครั้ง 3 กลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมประชุมทุกครั้งมีการทำวิจัยจนสำเร็จ 2เรื่อง 4 ร้อยะ70ของกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมมหกรรมวิชาการ 5. จำนวนเรื่องที่เสนอในเวทีมหกรรมวิชาการได้รับคัดเลือกอย่างน้อย 3 เรื่อง เพื่อเสนอในเวทีกรมอนามัย

วิธีการดำเนินงาน : 1.จัดประชุมเชิงปฏิบัติการการทำวิจัยเป็นระยะๆ 2.จัดมหกรรมวิชาการ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1.จัดประชุมเชิงปฏิบัติการการทำวิจัยเป็นระยะๆ 1 ต.ค. 2560 - 31 พ.ค. 2561 31,800.00
2 2.จัดมหกรรมวิชาการ 1 พ.ค. 2561 - 30 มิ.ย. 2561 33,200.00
รวมเป็นเงิน 65,000.00
งบประมาณ : 65,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 มิ.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1.ความร่วมมือของบุคลากรทุกหน่วยงานในการพัฒนางานวิจัย 2.บุคลากรนำองค์ความรู้ไปใช้ในการออกแบบงานวิจัยด้านการส่งเสริมสุขภาพทุกกลุ่มวัย และ อนามัยสิ่งแวดล้อม โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ 3.มีผลงานการวิจัยและสามารถนำไปเผยแพร่สู่ภายนอกได้

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางสาวเสาวคนธ์ ภักดี นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ นางสาวภาวิณี โภคสินจำรูญ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ นางสาวมุทริกา จินากุล นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ นางรุสนานีย์ ขำนุรักษ์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

ผู้เสนอโครงการ : นางสาวมุทริกา จินากุล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางสาววนิดา สุขขี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายบุญแสง บุญอำนวยกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา
ลำดับที่ : 25

ชื่อโครงการ : 6.9 โครงการฐานข้อมูลและสถานการณ์การจัดการสิ่งปฏิกูล

ยุทธศาสตร์ : 2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 15. ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างน้อยตำบลละ 1 ชุมชน

cluster : กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (61)21.1 ประเมินสถานการณ์และพัฒนาระบบฐานข้อมูลการจัดการสิ่งปฏิกูล

แผนจัดสรรงบประมาณ :   4. แผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ

หลักการและเหตุผล : ***

วัตถุประสงค์ : เพื่อจัดทำข้อมูลการจัดการสิ่งปฏิกูลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
สถานการณ์ การจัดการสิ่งปฏิกูล 1 เรื่อง

วิธีการดำเนินงาน : 1.สำรวจข้อมูลและสถานการณ์การจัดการสิ่งปฏิกูล

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1. สำรวจข้อมูลและสถานการณ์การจัดการสิ่งปฏิกูล 1 พ.ค. 2561 - 30 มิ.ย. 2561 38,500.00
รวมเป็นเงิน 38,500.00
งบประมาณ : 38,500.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 พ.ค. 2561 - 30 มิ.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : ****

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นายพัฒนศักดิ์ คำมณีจันทร์

ผู้เสนอโครงการ : นายพัฒนศักดิ์ คำมณีจันทร์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายมานะ หะสาเมาะ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายบุญแสง บุญอำนวยกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา
ลำดับที่ : 26

ชื่อโครงการ : 6.1.โครงการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานบริการการสาธารณสุขสู่ GREEN & CLEAN Hospital

ยุทธศาสตร์ : 2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 15. ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างน้อยตำบลละ 1 ชุมชน

cluster : กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (53)17.2 ส่งเสริมการดำเนินงาน GREEN&CLEAN Hospital

แผนจัดสรรงบประมาณ :   3. แผนงานบูรณาการบริหารจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม

หลักการและเหตุผล : สถานบริการสาธารณสุขเป็นองค์กรที่มีความสำคัญต่อชุมชนทั้งในเขตเมืองและชนบท มีบทบาทโดยตรงเกี่ยวข้องกับชีวิตและสุขภาพของประชาชน ได้แก่ การรักษาพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพ และส่งเสริมอนามัยสิ่งแวดล้อมแก่ประชาชนผู้มารับบริการ ดังนั้นภารกิจต่างๆ ในสถานบริการสาธารณสุข จึงต้องคำนึงถึงปัจจัยที่เอื้อต่อการส่งเสริมสุขภาพและการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อให้ผู้มารับบริการมีสุขภาพดีและปลอดภัย กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว จึงกำหนดเป็นนโยบายสำคัญ เพื่อพัฒนาระบบการจัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานบริการสาธารณสุขให้มีการบริหารจัดการให้เกิดสุขาภิบาลและอนามัยสิ่งแวดล้อมที่ดี ลดผลกระทบต่อสุขภาพของผู้มารับบริการและเจ้าหน้าที่ด้วยเหตุอันเนื่องมาจากการจัดการสุขาภิบาลและอนามัยสิ่งแวดล้อมที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ภายใต้กิจกรรม GREEN & CLEAN Hospitalรวมถึงการลดการก่อมลพิษ และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในชุมชนใกล้เคียงอีกด้วย ในปี 2559 ผลการดำเนินงานกิจกรรม GREEN & CLEAN Hospital สถานบริการสาธารณสุข (รพศ./ รพท./รพช. รพ.ในสังกัดกรมวิชาการของกระทรวงสาธารณสุข) เป้าหมาย จำนวน 83 แห่งผ่านระดับพื้นฐานขึ้นไป จำนวน 73 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 87.95 และไม่ผ่านระดับพื้นฐาน จำนวน 10 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 12.05 ประเด็นปัญหาที่ไม่ผ่าน ได้แก่ เรื่องการจัดการมูลฝอยติดเชื้อ และเรื่องการพัฒนาส้วมสาธารณะ กลุ่มพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานบริการการสาธารณสุขสู่ GREEN & CLEAN Hospital ประจำปีงบประมาณ 2561 ขึ้น เพื่อส่งเสริมและผลักดันการพัฒนางานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมของสถานบริการสาธารณสุขตามนโยบายของกรมอนามัยและตามสภาพปัญหาของพื้นที่ รวมทั้งการสนับสนุนความร่วมมือในการดำเนินงานของภาคีเครือข่ายระดับต่างๆ เพื่อให้การดำเนินงานบรรลุเป้าหมาย สถานบริการสาธารณสุขมีคุณภาพถูกต้องตามหลักวิชาการและเป็นไปตามกฎหมายกำหนด ตลอดจนการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนใกล้เคียงมุ่งสู่การพัฒนาให้เป็นเมืองสุขภาพ อันจะส่งผลต่อสุขภาพที่ดีของประชาชน ให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุขต่อไป

วัตถุประสงค์ : 1.สนับสนุนให้เกิดการจัดการมูลฝอยติดเชื้อที่มีประสิทธิภาพ 2.ส่งเสริมการดำเนินงาน GREEN & CLEAN Hospital

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1.1 บุคลากรรพ เข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าร้อยละ80 1.2 บุคลากรที่เข้าร่วมประชุมมีความพึงพอใจต่อกิจกรรมการจัดประชุมในระดับดีถึงดีมากร้อยละ80" 2. ผู้เข้าร่วมกิจกรรมรณรงค์ร้อยละ 80 มีความพึงพอใจในงานรณรงค์ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม 3. รพ.ที่พัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมได้ตามเกณฑ์ GREEN&CLEAN Hospital ระดับดีมาก ร้อยละ 20

วิธีการดำเนินงาน : 1.ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม ได้ตามเกณฑ์ GREEN & CLEAN Hospital 2.รณรงค์ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม 3.นิเทศติดตาม และประเมินผล

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1..ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม ได้ตามเกณฑ์ GREEN & CLEAN Hospital 25 ธ.ค. 2560 - 26 ธ.ค. 2560 120,850.00
2 2.รณรงค์ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม - การดำเนินงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม -การจัดการมูลฝอยติดเชื้อ -GREEN&CLEAN hospital 1 เม.ย. 2561 - 31 ก.ค. 2561 51,000.00
3 3.นิเทศติดตาม และประเมินผล - การดำเนินงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม -การจัดการมูลฝอยติดเชื้อ - GREEN&CLEAN hospital 1 เม.ย. 2561 - 31 ก.ค. 2561 58,800.00
รวมเป็นเงิน 230,650.00
งบประมาณ : 230,650.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 25 ธ.ค. 2560 - 31 ก.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. ผู้รับผิดชอบงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในเขตพื้นที่รับผิดชอบของศูนย์อนามัยที่ 12 มีศักยภาพในการดำเนินงานอย่างมีส่วนร่วมและสามารถใช้ความรู้ความสามารถในการจัดการงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2. สถานบริการสาธารณสุขในเขตพื้นที่รับผิดชอบของศูนย์อนามัยที่ 12 มีการจัดการงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานบริการสาธารณสุขอย่างมีคุณภาพถูกต้องตามหลักวิชาการและเป็นไปตามกฎหมาย เพื่อเอื้อต่อการสร้างเสริมสุขภาพประชาชนในพื้นที่ 3. ทราบข้อมูลสถานการณ์ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานบริการสาธารณสุขเพื่อวิเคราะห์/ วางแผนหรือแก้ไขปัญหาต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนให้ลดน้อยลง

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1.นายมานะ หะสาเมาะ ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 2.นายสุธน เขียวขำ ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 3.นายสะหลัน สามะ ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 4.นางสาวมารินี โด ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 5.นายอนุรัตน์ ไชยนุราช ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 6.นายมูฮัมหมัดยัมรี อาแว ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

ผู้เสนอโครงการ : นายอนุรัตน์ ไชยนุราช

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายมานะ หะสาเมาะ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายบุญแสง บุญอำนวยกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา
ลำดับที่ : 27

ชื่อโครงการ : 6.2 โครงการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นและชุมชน

ยุทธศาสตร์ : 2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 15. ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างน้อยตำบลละ 1 ชุมชน

cluster : กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (54)17.3 ส่งเสริมการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมในจังหวัด ท้องถิ่นและชุมชน

แผนจัดสรรงบประมาณ :   3. แผนงานบูรณาการบริหารจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม

หลักการและเหตุผล : กรมอนามัยมุ่งเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมของท้องถิ่นและชุมชนอย่างยั่งยืน โดยการสร้างเครือข่ายในการขับเคลื่อนงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม และความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานที่มีภารกิจด้านการดูแลสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ส่งเสริมบทบาทของภาคประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีความเข้มแข็งสามารถจัดการปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพได้อย่างทันท่วงทีและเสริมสร้างสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมที่ เอื้อต่อการมีสุขภาพดีของประชาชน เพื่อให้ลดปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพด้านการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมที่ดีต่อไป โครงการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นและชุมชน ที่กลุ่มพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลาได้จัดทำขึ้นนี้ เพื่อมุ่งสร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืนในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง โดยการเพิ่มขีดความสามารถของผู้นำด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม ทั้งในระดับจังหวัด ระดับอำเภอ ระดับตำบลและระดับชุมชน ให้สามารถจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนให้ดียิ่งๆขึ้นไป

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อให้แกนนำในระดับจังหวัด มีความรู้ความเข้าใจ สามารถขับเคลื่อนงานแอนามัยสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2. เพื่อให้ผู้นำชุมชนในพื้นที่เป้าหมายมีความรู้และทักษะในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชน

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. มีผู้เข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าร้อยละ80 2. ร้อยละ 80 ของผู้เข้าร่วมประชุมมีความพึงพอใจในระดับดีถึงดีมากในการประชุมด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม

วิธีการดำเนินงาน : 2.1.ประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนงานอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชน

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1.ประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนงานอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชน วิทยากรกระบวนการ 1 ม.ค. 2561 - 31 ม.ค. 2561 75,500.00
รวมเป็นเงิน 75,500.00
งบประมาณ : 75,500.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ม.ค. 2561 - 31 ม.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. บุคลากรด้านสาธารณสุขจังหวัด สาธารณสุขอำเภอ/โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล/ผู้นำชุมชน มีขีดความสามารถในการดำเนินการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น 2. ชุมชนมีศักยภาพในการจัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม มีชุมชนต้นแบบในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนเพิ่มขึ้น

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1 นายมานะ หะสาเมาะ ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 2 นายสุธน เขียวขำ ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 3 นายสะหลัน สามะ ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 4 นางสาวมารินี โด ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 5 นายอนุรัตน์ ไชยนุรัตน์ ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 6 นายมูฮำหมัดยัมรี อาแว ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 7 นางสาวพรทิพย์ ศิริวัฒนโสภา ตำแหน่งนิติกร

ผู้เสนอโครงการ : นายมูฮำหมัดยัมรี อาแว

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายมานะ หะสาเมาะ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายบุญแสง บุญอำนวยกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา
ลำดับที่ : 28

ชื่อโครงการ : 6.4.โครงการเฝ้าระวังและ การจัดการชุมชนด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม

ยุทธศาสตร์ : 2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 16. จังหวัดในเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษมีฐานข้อมูลการเฝ้าระวังด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม

cluster : กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (64)22.1 เฝ้าระวังและพัฒนาขีดความสามารถ จนท.สธ/อปท.ในการดำเนินงานอนามัยสิ่งแวดล้อมพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ

แผนจัดสรรงบประมาณ :   5. แผนงานบูรณาการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ

หลักการและเหตุผล : กรมอนามัยมุ่งเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน โดยการสร้างให้มีเครือข่ายในการขับเคลื่อนงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม และความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานที่มีภารกิจด้านการดูแลสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ เพื่อให้มีการขับเคลื่อนงานด้านการจัดการและเฝ้าระวังด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมส่งเสริมบทบาทของภาคประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีความเข้มแข็งสามารถจัดการปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพได้อย่างทันท่วงทีและเสริมสร้างสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดีของประชาชน เพื่อให้ลดปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพโดยมีการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมที่ดีต่อไป โครงการเฝ้าระวังและการจัดการชุมชนด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม ที่กลุ่มพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลาได้จัดทำขึ้นนี้ เพื่อสร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน เพื่อให้ชุมชนมีความเข้มแข็งในการจัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมของชุมชนในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง โดยการเพิ่มขีดความสามารถของเครือข่ายด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม ทั้งในระดับจังหวัด ระดับอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้นำชุมชน ให้สามารถจัดการชุมชนและเฝ้าระวังด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนให้ดียิ่งๆขึ้นไป

วัตถุประสงค์ : 1.เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของผู้นำด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมทั้งในระดับจังหวัดและระดับชุมชน ให้สามารถจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชน 2. เพื่อให้ชุมชนมีการเฝ้าระวังด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1.ได้แนวทางการดำเนินงานเฝ้าระวังอนามัยสิ่งแวดล้อม 3 รูปแบบ 2. ตำบลมีชุมชนเข้มแข็งด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมต้นแบบ 7 ชุมชน 3. ตำบลมีชุมชนเข้มแข็งด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมต้นแบบ 7 ชุมชน

วิธีการดำเนินงาน : 1.ประชุมหารือแนวทางการเฝ้าระวังด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม 2.ประชุมเชิงปฏิบัติการ การจัดการชุมชนด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม 3.นิเทศติดตาม

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1..ประชุมหารือแนวทางการเฝ้าระวังด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม 1 ม.ค. 2561 - 31 ม.ค. 2561 34,900.00
2 2.ประชุมเชิงปฏิบัติการ การจัดการชุมชนด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม 1 พ.ค. 2561 - 31 พ.ค. 2561 122,963.00
3 .3.นิเทศติดตาม 1 เม.ย. 2561 - 30 มิ.ย. 2561 29,100.00
รวมเป็นเงิน 186,963.00
งบประมาณ : 186,963.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ม.ค. 2561 - 30 มิ.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. บุคลากรสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน มีแนวทางการดำเนินงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น 2. ชุมชนมีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนและมีต้นแบบชุมชนเข้มแข็งในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนเพิ่มขึ้น

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นายมานะ หะสาเมาะ ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 2. นายสุธน เขียวขำ ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 3. นายสะหลัน สามะ ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 4. นางสาวมารินี โด ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 5. นายอนุรัตน์ ไชยนุรัตน์ ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 6. นายมูฮำหมัดยัมรี อาแว ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 7. นางสาวพรทิพย์ ศิริวัฒนโสภา ตำแหน่งนิติกร

ผู้เสนอโครงการ : นายมูฮำหมัดยัมรี อาแว

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายมานะ หะสาเมาะ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายบุญแสง บุญอำนวยกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา
ลำดับที่ : 29

ชื่อโครงการ : 6.3 โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพสาธารณสุขอำเภอด้านการบังคับใช้ตามพรบ.การสาธารณสุข 2535

ยุทธศาสตร์ : 2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 15. ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างน้อยตำบลละ 1 ชุมชน

cluster : กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (56)18.2 ขับเคลื่อนการบังคับใช้กฎหมาย

แผนจัดสรรงบประมาณ :   3. แผนงานบูรณาการบริหารจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม

หลักการและเหตุผล : ศูนย์อนามัยที่ ๑๒ ยะลา มีบทบาทหน้าที่ในการส่งเสริม สนับสนุน ให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ ทั้งระดับจังหวัด อำเภอ ๗ จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมและด้านกฎหมายสาธารณสุขให้สอดคล้องกับนโยบายของกรมอนามัยและแผนยุทธศาสตร์แห่งชาติ แต่ปัจจุบันสภาวการณ์ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วและหลากหลาย จึงทำให้ไม่สามารถจัดการปัญหาด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ประกอบกับมีการปรับปรุงแก้ไข พระราชบัญญัติการสาธารณสุข ฉบับที่ ๓ พ.ศ. ๒๕๖๐ โดยประกาศในพระราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๖๕ ก เมื่อวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๖๐ และมีผลบังคับในวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๖๐ เป็นต้นไป ซึ่งพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าว มีกลไกการขับเคลื่อนงานอนามัยสิ่งแวดล้อมและการบังคับใช้กฎหมายทั้งในระดับจังหวัด อำเภอ โดยมาตรา ๑๗/๑ ได้บัญญัติให้มีคณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัด มีอำนาจหน้าที่ ส่งเสริม สนับสนุน กำกับติดตาม และควบคุมดูแลการดำเนินงานของราชการส่วนท้องถิ่น ประกอบกับมาตรา ๔๖ ได้บัญญัติให้เจ้าพนักงานสาธารณสุขซึ่งตรวจพบเหตุที่ไม่ถูกหรือมีการกระทำใดๆที่ฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติการสาธารณสุขฉบับนี้ มีหน้าที่แจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นและคณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัดเพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่โดยไม่ชักช้า ทั้งนี้ประโยชน์เพื่อคุ้มครองสุขภาพและสภาวะความเป็นอยู่ที่เหมาะสมกับการดำรงชีพของประชาชน ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมและการบังคับใช้กฎหมาย มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับนโยบายของกรมอนามัยและแผนยุทธศาสตร์แห่งชาติที่กำหนด ศูนย์อนามัยที่ ๑๒ ยะลา จึงได้จัดทำโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพสาธารณสุขอำเภอด้านการบังคับใช้ พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.๒๕๓๕ ให้แก่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอ มีความรู้ ความเข้าใจบทบาท อำนาจหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข ฉบับที่ ๓ พ.ศ. ๒๕๖๐ และสามารถนำความรู้ดังกล่าวไปส่งเสริมและสนับสนุนหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องให้มีความเข้าใจเกี่ยวกับการสาธารณสุขและการอนามัยสิ่งแวดล้อม ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

วัตถุประสงค์ : เพื่อให้สาธารณสุขอำเภอ มีความรู้ความเข้าใจ สามารถขับเคลื่อนงานอนามัยสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
ร้อยละ 80 ของสาธารณสุขอำเภอทำบทบาทเจ้าพนักงานสาธารณสุขตามกฎหมายสาธารณสุข

วิธีการดำเนินงาน : 1.ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพสาธารณสุขอำเภอด้านการบังคับใช้ตามพรบ.การสาธารณสุข 2535

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1. ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพสาธารณสุขอำเภอด้านการบังคับใช้ตามพรบ.การสาธารณสุข 2535 26 ธ.ค. 2560 - 27 ธ.ค. 2560 119,700.00
รวมเป็นเงิน 119,700.00
งบประมาณ : 119,700.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 26 ธ.ค. 2560 - 27 ธ.ค. 2560
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดมีความรู้ความเข้าใจบทบาทเจ้าพนักงานสาธารณสุขตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.๒๕๓๕ 2. เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัด สามารถขับเคลื่อนงานอนามัยสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้รับผิดชอบโครงการ : ๑.นายมานะ หะสาเมาะ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ ๒.นายสุธน เขียวขำ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ ๓.นายสะหลัน สามะ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ ๔.นางสาวมารีนี โด ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ ๕.นายอนุรัตน์ ไชยนุราช ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 6.นายมูฮำหมัดยัมรี อาแว ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 7.นางสาวพรทิพย์ สิริวัฒนโสภา ตำแหน่ง นิติกร

ผู้เสนอโครงการ : นางสาวพรทิพย์ สิริวัฒนาโสภา

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายมานะ หะสาเมาะ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายบุญแสง บุญอำนวยกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา
ลำดับที่ : 30

ชื่อโครงการ : 6.5.โครงการพัฒนาคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(EHA)

ยุทธศาสตร์ : 2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 16. จังหวัดในเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษมีฐานข้อมูลการเฝ้าระวังด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม

cluster : กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (64)22.1 เฝ้าระวังและพัฒนาขีดความสามารถ จนท.สธ/อปท.ในการดำเนินงานอนามัยสิ่งแวดล้อมพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ

แผนจัดสรรงบประมาณ :   5. แผนงานบูรณาการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ

หลักการและเหตุผล : กรมอนามัยได้จัดทำเครื่องมือการพัฒนาคุณภาพระบบบริการคุณภาพอนามัยสิ่งแวดล้อม (Emvironmental Health Accreditation : EHA ) เพื่อมุ่งพัฒนาและปรับปรุงกระบวนงานอนามัยสิ่งแวดล้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เป็นไปตามกฏหมายกำหนดและตามมาตรฐานหลักวิชาการ รวมถึงให้มีการจัดการเพื่อรองรับการดำเนินงานอนามัยสิ่งแวดล้อมที่ดี เกิดระบบและคุณภาพงานอนามัยสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน อันนำไปสู่การลดความเสี่ยงสุขภาพที่เกิดจากปัญหาด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้เป็นการสร้างหลักประกัน การบริการที่เป็นมาตรฐานและมีคุณภาพแก่ประชาชนอย่างเสมอภาค ภายใต้บทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นไปตามกฎหมายได้แก่ พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.2496 พระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537, พระราชบัญญัติเขตปกครองพิเศษกรุงเทพมหานครและพัทยา และให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุขพ.ศ.2535 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2550 ซึ่งครอบคลุมการดำเนินงาน 9 ประเด็นงาน คือ การจัดการสุขาภิบาลอาหาร การจัดการน้ำบริโภค การจัดการสิ่งปฏิกูล การจัดการมูลฝอย การรองรับภาวะฉุกเฉินและภัยพิบัติ การจัดการเหตุรำคาญ การจัดการกิจการที่เป็นอันตราย การประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ และการบังคับใช้กฎหมาย โดยในปี 2557 กรมอนามัยและกรมส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่นได้มีการประสานความร่วมมือในการผลักดันให้เกิดการพัฒนาคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยบูรณาการเกณฑ์ประเมินมาตรฐานร่วมกัน และมีกลไกการประเมินรับรองมาตรฐาน 2 ระดับได้แก่ ระดับเกียรติบัตรรับรองประเมินโดยศูนย์อนามัย และระดับพื้นฐานประเมินโดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ดังนั้นศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (EHA) เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรสาธารณสุขและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้มีความรู้ความสามารถ และมีการพัฒนาคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อม ร่วมกับมีทักษะการประเมินด้านคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เป็นไปตามมาตรฐานและมีคุณภาพต่อไป

วัตถุประสงค์ : เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีการพัฒนาตุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อม

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. มีผู้เข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าร้อยละ80 2 .ร้อยละ 80 ของผู้เข้าร่วมประชุมมีความพึงพอใจในระดับดีถึงดีมากในการประชุมด้านEHA 3. เทศบาลผ่านเกณฑ์คุณภาพฯ (EHA) ร้อยละ50

วิธีการดำเนินงาน : 1.ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(EHA) 2.นิเทศติดตาม และประเมินผล

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1.ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(EHA) 18 ธ.ค. 2560 - 19 ธ.ค. 2560 89,000.00
2 2.นิเทศติดตาม และประเมินผล 1 ม.ค. 2561 - 30 เม.ย. 2561 71,000.00
รวมเป็นเงิน 160,000.00
งบประมาณ : 160,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 18 ธ.ค. 2560 - 30 เม.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีการดำเนินงานเป็นไปตามมาตรฐานคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อม 2. ผู้ปฏิบัติงานมีความรู้ความสามารถในเรื่องคุณภาพระบบบริการอนามัยอนามัยสิ่งแวดล้อม 3. ประชาชนได้รับหลักประกัน การบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมที่ได้มาตรฐานและมีคุณภาพ อย่างเสมอภาค

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1.นางสาวมารีนี โด ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 2.นายมานะ หะสาเมาะ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 3.นายสุธน เขียวขำ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 4.นายสะหลัน สามะ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ ๕.นายอนุรัตน์ ไชยนุราช ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ ๖.นายมูฮัมหมัดยัมรี อาแว ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ ๗.นางสาวพรทิพย์ สิริวัฒนโสภา ตำแหน่งนิติกร

ผู้เสนอโครงการ : นางสาวมารีนี โด

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายมานะ หะสาเมาะ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายบุญแสง บุญอำนวยกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา
ลำดับที่ : 31

ชื่อโครงการ : 6.6 .โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ “แลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานอนามัยสิ่งแวดล้อมภาคใต้”

ยุทธศาสตร์ : 2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 16. จังหวัดในเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษมีฐานข้อมูลการเฝ้าระวังด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม

cluster : กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (64)22.1 เฝ้าระวังและพัฒนาขีดความสามารถ จนท.สธ/อปท.ในการดำเนินงานอนามัยสิ่งแวดล้อมพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ

แผนจัดสรรงบประมาณ :   5. แผนงานบูรณาการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ

หลักการและเหตุผล : ***

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อให้บุคลากรด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมได้เพิ่มพูนความรู้ ทักษะ รวมถึงการติดตามผลสำเร็จการดำเนินงานอนามัยสิ่งแวดล้อม 2. เพื่อให้เกิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้การจัดการให้มีระบบการจัดการปัจจัยเสี่ยงด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมภาคใต้

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
บทสรุปการดำเนินงานอนามัยสิ่งแวดล้อมภาคใต้ 1 เรื่อง

วิธีการดำเนินงาน : 1.ประชุมเชิงปฏิบัติการ “แลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานอนามัยสิ่งแวดล้อมภาคใต้”

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1.ประชุมเชิงปฏิบัติการ “แลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานอนามัยสิ่งแวดล้อมภาคใต้” 1 ก.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561 126,000.00
รวมเป็นเงิน 126,000.00
งบประมาณ : 126,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ก.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : ***

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นายมานะ หะสาเมาะ และกลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

ผู้เสนอโครงการ : นายมานะ หะสาเมาะ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายมานะ หะสาเมาะ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายบุญแสง บุญอำนวยกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา
ลำดับที่ : 32

ชื่อโครงการ : 6.7 .โครงการน้ำบริโภคปลอดภัยและสุขอนามัยของประชาชน

ยุทธศาสตร์ : 2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 15. ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างน้อยตำบลละ 1 ชุมชน

cluster : กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (59)20.1 ประเมินและพัฒนาระบบการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภค

แผนจัดสรรงบประมาณ :   4. แผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ

หลักการและเหตุผล : การมีอาหารและน้ำดื่มที่สะอาด ปลอดภัย ถือเป็นความจำเป็นพื้นฐานของการดำรงชีวิต ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้ประชาชนมีสุขภาพดี แต่ยังเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงความเจริญของประเทศอีกด้วย องค์การสหประชาชาติ ได้กำหนดเป้าหมาย การพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) เป้าหมายที่ 6 คือ สร้างหลักประกันว่า จะมีการจัดให้มีน้ำและสุขอนามัยสำหรับทุกคนและมีการบริหารจัดการที่ยั่งยืน ประเทศไทยจึงได้กำหนดเป้าหมายแผนพัฒนาเศรษฐกิจฯ ฉบับที่ 12 เป้าหมายที่ 2 คือ การสร้างความมั่นคงด้านน้ำและบริหารทรัพยากรน้ำ ทั้งน้ำ ผิวดินและน้ำใต้ดิน และได้มีการจัดทำแผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เป้าหมายที่ 1 ทุกหมู่บ้านและชุมชนเมืองมีน้ำสะอาดเพื่ออุปโภคบริโภค โดยกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขได้รับมอบหมาย ด้านการพัฒนาการเฝ้าระวังการจัดการน้ำเพื่อการบริโภค ซึ่งเรื่องคุณภาพน้ำบริโภคและการสุขาภิบาลอาหารเป็นด้านหนึ่งที่รัฐให้ความสำคัญที่จะต้องเร่งสร้างความรู้ ความเข้าใจ ให้กับเจ้าหน้าที่และประชาชนผู้บริโภค ฉะนั้นเจ้าหน้าที่ภาครัฐผู้รับผิดชอบในเรื่องการดำเนินงานด้านคุณภาพน้ำบริโภคและการสุขาภิบาลอาหาร ไม่ว่าจะเป็นผู้รับผิดชอบระดับเทศบาล ระดับจังหวัด และระดับอำเภอ ต้องเร่งดำเนินการในเชิงรุกให้มากขึ้น แต่เนื่องจากเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบมีการสับเปลี่ยน โยกย้ายอยู่เป็นประจำ ทำให้เจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินงานที่เข้ามารับงานใหม่ ขาดทักษะ ความรู้ ความเข้าใจ ในการดำเนินงาน ทำให้การดำเนินงานขาดความต่อเนื่อง จึงมีความจำเป็นที่จะต้องฟื้นฟู และพัฒนาความรู้ด้านคุณภาพน้ำบริโภคและการสุขาภิบาลอาหารให้แก่เจ้าหน้าที่ดังกล่าว และปัจจุบันเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ทำให้ข้อมูลข่าวสารทางวิชาการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา จึงได้จัดทำโครงการน้ำบริโภคปลอดภัยและสุขอนามัยของประชาชน เพื่อเป็นการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านคุณภาพน้ำบริโภคและการสุขาภิบาลอาหารสำหรับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และหน่วยงานราชการส่วนท้องถิ่น ตลอดจนพัฒนารูปแบบการจัดการน้ำบริโภคในครัวเรือนและชุมชนในพื้นที่นำร่องเพื่อขยายผลไปยังชุมชนอื่นๆต่อไป

วัตถุประสงค์ : 1.เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ดำเนินงานและเครือข่ายเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภค 2 เพื่อ.พัฒนารูปแบบการจัดการน้ำสะอาดจากชุมชนสู่ครัวเรือน พื้นที่ ต.ลานข่อย อ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. ร้อยละ 80 ของผู้เข้าร่วมประชุมมีการดำเนินงานกิจกรรมเฝ้าระวังด้านระวังอาหารและน้ำ 2. รูปแบบการจัดการน้ำสะอาดจากชุมชนสู่ครัวเรือน 1 เรื่อง

วิธีการดำเนินงาน : 1.ประขุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายเฝ้าระวังอาหารและน้ำ 2.พัฒนารูปแบบการจัดการน้ำสะอาดจากชุมชนสู่ครัวเรือน

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1.ประขุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายเฝ้าระวังอาหารและน้ำ 6 ธ.ค. 2560 - 7 ธ.ค. 2560 70,000.00
2 2. พัฒนารูปแบบการจัดการน้ำสะอาดจากชุมชนสู่ครัวเรือน 1 พ.ค. 2561 - 31 พ.ค. 2561 30,000.00
รวมเป็นเงิน 100,000.00
งบประมาณ : 100,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 6 ธ.ค. 2560 - 31 พ.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. มีการดำเนินงานเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภคตลอดจนการสุขาภิบาลอาหารในพื้นที่เป้าหมาย 2. มีการนำข้อมูลการเฝ้าระวังมาใช้ในการจัดการน้ำบริโภคและการสุขาภิบาลอาหารให้ได้ตามมาตรฐาน 3. มีการนำรูปแบบการปรับปรุงคุณภาพน้ำในชุมชนและครัวเรือนมาใช้ในพื้นที่เป้าหมาย ตามกิจกรรม ที่ 2 และเกิดการขยายผล

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นายสุธน เขียวขำ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 2. นายสะหลัน สามะ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 3. นางสาวมารีนี โด ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

ผู้เสนอโครงการ : นายสุธน เขียวขำ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายมานะ หะสาเมาะ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายบุญแสง บุญอำนวยกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา
ลำดับที่ : 33

ชื่อโครงการ : 6.8.โครงการพัฒนาการจัดการน้ำในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

ยุทธศาสตร์ : 2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 15. ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างน้อยตำบลละ 1 ชุมชน

cluster : กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (70)23.5 พัฒนาการจัดการน้ำในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

แผนจัดสรรงบประมาณ :   7. แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาด้านสาธารณสุขและสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก

หลักการและเหตุผล : การมีน้ำดื่มที่สะอาด ปลอดภัยถือเป็นความจำเป็นพื้นฐานของการดำรงชีวิต ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้ประชาชนมีสุขภาพดี แต่ยังเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงความเจริญของประเทศอีกด้วย รัฐบาลจึงได้ดำเนินการจัดหาน้ำสะอาดเพื่อบริการประชาชนมาโดยตลอดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 และได้บรรจุไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 1 (พ.ศ.2505-2509) จนถึงในปัจจุบัน ซึ่งหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องได้จัดให้มีการจัดบริการน้ำสะอาดแก่ประชาชนทั้งในเขตเมืองและเขตชนบท โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ห่างไกลหรือพื้นที่ทุรกันดารซึ่งเป็นพื้นที่ในโครงการพระราชดำริฯ มักจะประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำบริโภคและน้ำบริโภคไม่ได้คุณภาพ โดยในปี 2556 กรมอนามัยได้สำรวจภาวะอนามัยสิ่งแวดล้อมโรงเรียนถิ่นทุรกันดารทั่วประเทศ พบปัญหา น้ำดื่มไม่เพียงพอร้อยละ 16 น้ำดื่มไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานร้อยละ 83 และปีงบประมาณ 2560 ศูนย์อนามัยที่ 12 ได้ทำการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภคโดยเก็บและส่งวิเคราะห์ตัวอย่างน้ำในพื้นที่โครงการพระราชดำริ ลุ่มน้ำปากพนัง จำนวน 17 ตัวอย่างครอบคลุมพื้นที่ 2 ตำบลของจังหวัดพัทลุง และ 1 ตำบลของจังหวัดสงขลา จากแหล่งน้ำบริโภคส่วนใหญ่คือ น้ำประปา รองลงมาคือโรงผลิตน้ำดื่มประชารัฐ และน้ำบรรจุขวด พบว่า น้ำบริโภคไม่ผ่านเกณฑ์คุณภาพมาตรฐานร้อยละ 53 โดยน้ำประปาไม่ผ่านมาตรฐานมากที่สุด ร้อยละ 66.7 รองลงมาคือน้ำดื่มโครงการน้ำดื่มประชารัฐ ไม่ผ่านมาตรฐานร้อยละ 33.3 ตามลำดับ ส่วนใหญ่ไม่ผ่านมาตรฐานด้านแบคทีเรีย รองลงมาคือค่าสนิมเหล็กเกินมาตรฐานในน้ำประปา และได้เก็บและส่งวิเคราะห์ตัวอย่างน้ำในโรงเรียนในโครงการพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารีฯ (โรงเรียน กพด.) คือกลุ่มโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนในพื้นที่ จังหวัดสงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส จำนวน 16 ตัวอย่าง และกลุ่มโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม จำนวน 12 ตัวอย่าง พบว่า คุณภาพน้ำในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ซึ่งส่วนใหญ่ คือน้ำประปาภูเขา โดยน้ำประปาภูเขาที่ผ่านเครื่องกรองไม่ผ่านมาตรฐาน ร้อยละ 83.3 ส่วนที่ไม่ผ่านเครื่องกรอง ไม่ผ่านมาตรฐานร้อยละ 100 ส่วนใหญ่ไม่ผ่านมาตรฐานด้านแบคทีเรีย เนื่องจากระบบการกรองขาดการบำรุงรักษาที่ดีและไม่มีระบบการฆ่าเชื้อโรค และพบค่าความขุ่นสูงและสีเกินมาตรฐานในน้ำประปาภูเขาที่ไม่ผ่านการกรองอีกด้วย ในส่วนแหล่งน้ำบริโภคในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม พบว่า น้ำประปาบาดาลผ่านเครื่องกรองซึ่งเป็นแหล่งน้ำบริโภคหลักในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามไม่ผ่านมาตรฐานร้อยละ 72.7 ส่วนใหญ่ไม่ผ่านเกณฑ์คุณภาพน้ำด้านแบคทีเรีย บางแห่งมีค่าสนิมเหล็กเกินมาตรฐาน เนื่องจากการดูแลบำรุงรักษาระบบกรองน้ำไม่ดี ทำให้ขาดประสิทธิภาพในการกรองสนิมเหล็กและแมงกานีส ส่วนน้ำบาดาลที่ไม่ผ่านการกรองพบทั้ง โคลิฟอร์มแบคทีเรียและค่าสนิมเหล็กเกินมาตรฐาน จากสถานการณ์ดังกล่าว จะเห็นได้ว่าในกลุ่มโรงเรียน กพด. ยังขาดโอกาสที่จะเข้าถึงแหล่งน้ำบริโภคที่สะอาดและมีคุณภาพ จึงต้องมีการติดตามและเฝ้าระวังคุณภาพน้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ถึงแม้โรงเรียนหลายแห่งได้รับการสนับสนุนระบบการกรองเพื่อปรับปรุงคุณภาพน้ำ แต่ก็ยังขาดองค์ความรู้และทรัพยากรเพื่อที่จะจัดการระบบดังกล่าวให้มีประสิทธิภาพได้ ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา จึงจัดทำโครงการนี้ขึ้นมา เพื่อจัดประชุมหารือแนวทางในการแก้ไขปัญหาและจัดการน้ำบริโภคในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามให้สะอาดปลอดภัย และครอบคลุมกิจกรมการติดตาม เฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภคในพื้นที่โครงการพระราชดำริ ทั้งพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังและโรงเรียน กพด. โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนและโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม เพื่อจัดเก็บรวบรวมเป็นฐานข้อมูลสถานการณ์คุณภาพน้ำบริโภคในพื้นที่โครงการพระราชดำริอย่างต่อเนื่องเป็นปัจจุบัน

วัตถุประสงค์ : 1.เพื่อเฝ้าระวังคุณภาพน้ำในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 2.เพื่อจัดทำข้อมูลสถานการณ์การคุณภาพน้ำบริโภคในพื้นที่โครงการ 3.พัฒนาศักยภาพผู้ดูแลระบบการจัดการน้ำบริโภคในพื้นที่โครงการ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. มีการเฝ้าระวังคุณภาพนํ้าบริโภคจำนวน 120 ตย. 2. ร้อยละ 80 ของผู้เข้าร่วมประชุมมีการดูแลระบบน้ำบริโภคใด้ตามเกณฑ์

วิธีการดำเนินงาน : 1.เฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภคในพื้นที่โครงการพระราชดำริ 2.ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาขีดความสามารถผู้ดูแลระบบน้ำบริโภคในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1.เฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภคในพื้นที่โครงการพระราชดำริ 1 ม.ค. 2561 - 31 พ.ค. 2561 50,000.00
2 2.ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาขีดความสามารถผู้ดูแลระบบน้ำบริโภคในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 1 มี.ค. 2561 - 31 มี.ค. 2561 31,100.00
รวมเป็นเงิน 81,100.00
งบประมาณ : 81,100.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ม.ค. 2561 - 31 พ.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. ได้ข้อมูลสถานการณ์คุณภาพน้ำบริโภคในพื้นที่โครงการพระราชดำริที่เป็นปัจจุบัน และใช้เป็นข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชน มีการจัดการน้ำบริโภคให้สะอาดปลอดภัย 2. ได้แนวทางการจัดการคุณภาพน้ำเพื่อแก้ปัญหาคุณภาพน้ำบริโภคในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามในโครงการพระราชดำริฯ

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1.นายสะหลัน สามะ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 2.นายสุธน เขียวขำ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 3.นางสาวมารีนี โด ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

ผู้เสนอโครงการ : นายสะหลัน สามะ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายมานะ หะสาเมาะ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายบุญแสง บุญอำนวยกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา
ลำดับที่ : 34

ชื่อโครงการ : 8.3.โครงการจัดการความรู้เพื่อพัฒนาองค์กร ปีงบประมาณ 2561

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 19. จำนวนงานวิจัย ผลงาน วิชาการ และนวัตกรรมที่ถูกนำไปใช้ประโยชน์

cluster : กลุ่ม KISS

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (71)24.1 พัฒนาระบบเฝ้าระวัง การจัดการความรู้ และนวัตกรรมด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

แผนจัดสรรงบประมาณ :   2. แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

หลักการและเหตุผล : ตามที่กรมอนามัยได้มีการปฎิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาลซึ่งเป็น 1 ใน 4 ประเด็นยุทธศาสตร์ โดยมีเป้าประสงค์เชิงยุทธศาสตร์คือ กรมอนามัยเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ ด้วยมุ่งหวังให้บุคลากรของกรมอนามัยทุกคนมีความรู้ ความเข้าใจ มีทักษะในการจัดการความรู้ สามารถสร้างสรรค์งานวิจัยและนวตกรรม เกิดขึ้นในองค์กร ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการมุ่งสู่ความเป็นเลิศ (KM for Performance Excellence)เพื่อรองรับการบริหารจัดการระบบการจัดการความรู้ วิจัย และนวัตกรรมของกรมอนามัยในภาพรวมให้เป็นมาตรฐานสากล ทั้งนี้ ต้องมีการพัฒนาระบบการจัดการความรู้ภายในหน่วยงาน เพื่อให้เกิดการนำความรู้มาใช้พัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรให้มีความพร้อมเป็นนักจัดการความรู้ที่มีทักษะและความสามารถในการสร้างสรรค์และพัฒนางานวิชาการด้วยการบริหารจัดการข้อมูล ความรู้ (ทบทวน/วิเคราะห์สถานการณ์ บ่งชี้ข้อมูล ความรู้สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งยวด สร้าง/แสวงหา รวบรวม จัดเก็บให้เป็นระบบ) เพื่อให้เกิดกลไกพร้อมใช้งานและขับเคลื่อนการเติบโตขององค์กรด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง งานจัดการความรู้และการศึกษาด้านสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา จึงได้เล็งเห็นความสำคัญของการนำกระบวนการจัดการความรู้มาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคน พัฒนางาน พัฒนาคุณภาพให้เกิดประสิทธิภาพ และพัฒนาฐานความรู้ภายในหน่วยงาน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายและบังเกิดผลต่อการปฏิบัติด้านพัฒนาองค์กร ดังนั้น จึงได้จัดทำโครงการจัดการความรู้เพื่อพัฒนาองค์กร ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลาขึ้น เพื่อสื่อสารและพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้สามารถปฏิบัติงานตอบสนองนโยบายยุทธศาสตร์ของกรมอนามัยและกลยุทธ์ของศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา อันนำไปสู่การปฏิบัติงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

วัตถุประสงค์ : 1.เพื่อให้เกิดการแบ่งปันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของบุคลากรในหน่วยงาน 2.เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรของศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลาด้านข้อมูลสารสนเทศ 3.เพื่อกระตุ้นให้บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลาได้แสดงออกซึ่งความรู้ความสามารถและถ่ายทอด Best Practiceในรูปแบบการนำเสนอ"เรื่องเล่า เร้าพลังสร้างสรรค์ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1.1 ร้อยละ70ของกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 1.2 จำนวนการถอดบทเรียน 5 เรื่อง" 2.1 Websiteได้รับการพัฒนา 2 กลุ่มงาน 2.2 จำนวนบุคลากรศูนย์เข้าไปใช้และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในWebblog 3.ร้อยละ20ของกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมประกวดเรื่องเล่า เร้าพลัง

วิธีการดำเนินงาน : 1.จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของบุคลากรศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา 2.จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่องการพัฒนาWebblog/Website 3.จัดประกวด"เรื่องเล่า เร้าพลัง สร้างสรรค์ศูนย์ (Like Talk Award)อนามัยที่12ยะลา"

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1.จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของบุคลากรศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา 1 ธ.ค. 2560 - 31 มี.ค. 2561 17,500.00
2 2.จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่องการพัฒนาWebblog/Website 1 ม.ค. 2561 - 31 ม.ค. 2561 3,000.00
3 3.จัดประกวด"เรื่องเล่า เร้าพลัง สร้างสรรค์ศูนย์ (Like Talk Award)อนามัยที่12ยะลา" 1 เม.ย. 2561 - 31 พ.ค. 2561 18,185.00
รวมเป็นเงิน 38,685.00
งบประมาณ : 38,685.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ธ.ค. 2560 - 31 พ.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. บุคลากรได้รับการพัฒนาศักยภาพสามารถปฏิบัติงานตอบสนองนโยบายยุทธศาสตร์ของกรมอนามัย และศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา 2. บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา เกิดการเรียนรู้และพัฒนากระบวนการจัดการความรู้และ นำองค์ความรู้นั้นไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นางสาวเสาวคนธ์ ภักดี ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 2. นางสาวนวพร เตโช ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ

ผู้เสนอโครงการ : นางสาวเสาวคนธ์ ภักดี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางสาววนิดา สุขขี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายบุญแสง บุญอำนวกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา
ลำดับที่ : 35

ชื่อโครงการ : โครงการบริหารจัดการหน่วยงาน (ภายใต้แผนบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ)

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กลุ่ม HR

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (78)25.5 การบริหารจัดการหน่วยงาน

แผนจัดสรรงบประมาณ :   4. แผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ

หลักการและเหตุผล : พัฒนาและสนับสนุนการดำเนินงานนี้้ให้สามารถขับเคลื่อนการดำเนินงานชองหน่วยงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วัตถุประสงค์ : พัฒนาและสนับสนุนการดำเนินงานชองศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
หน่วยงานบริหารจัดการค่าใช้จ่ายพื้้นตามเป้าหมาย 1 หน่วยงาน

วิธีการดำเนินงาน : 1.ค่าใช้จ่ายพื้นฐาน ประกอบด้วย 1.ค่าใช้จ่ายเข้าร่วมประชุม/อบรม/สัมมนา/ 2.ค่าจ้างเหมาพนักงาน 3. ค่าบำรุงลิฟท์ 2.ค่าวัสดุ 3.ค่าสาธารณูปโภค 4.ค่าใช้จ่ายต่างภายในหน่วยงาน

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1.ค่าใช้จ่ายพื้นฐาน 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 138,500.00
รวมเป็นเงิน 138,500.00
งบประมาณ : 138,500.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : ดำเนินงานชองศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา มีประสิทธิภาพ

ผู้รับผิดชอบโครงการ : กลุ่มบริหารยุทธศาสตร์และการวิจัย กลุ่มอำนวยการ

ผู้เสนอโครงการ : นางวิภาภรณ์ เร่งเทียน นายกิติพงศ์ ศักดิ์สวัสด์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางสาวจรินทรัตน์ แซ่น่า

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายบุญแสง บุญอำนวยกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา
ลำดับที่ : 36

ชื่อโครงการ : โครงการบริหารจัดการหน่วยงาน (ภายใต้แผนบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ)

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กลุ่ม HR

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (78)25.5 การบริหารจัดการหน่วยงาน

แผนจัดสรรงบประมาณ :   2. แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

หลักการและเหตุผล : พัฒนาและสนับสนุนการดำเนินงานนี้้ให้สามารถขับเคลื่อนการดำเนินงานชองหน่วยงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วัตถุประสงค์ : พัฒนาและสนับสนุนการดำเนินงานชองศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
หน่วยงานบริหารจัดการค่าใช้จ่ายพื้้นตามเป้าหมาย 1 หน่วยงาน

วิธีการดำเนินงาน : 1..ค่าใช้จ่ายพื้นฐาน ประกอบด้วย 1.ค่าใช้จ่ายเข้าร่วมประชุม/อบรม/สัมมนา/ 2.ค่าจ้างเหมาพนักงาน 3. ค่าบำรุงลิฟท์ 2.ค่าวัสดุ 3.ค่าสาธารณูปโภค 4.ค่าใช้จ่ายต่างภายในหน่วยงาน

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 . 1.ค่าใช่จ่ายพื้้นฐาน 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 1,556,315.00
รวมเป็นเงิน 1,556,315.00
งบประมาณ : 1,556,315.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : ดำเนินงานชองศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา มีประสิทธิภาพ

ผู้รับผิดชอบโครงการ : กลุ่มบริหารยุทธศาสตร์และการวิจัย กลุ่มอำนวยการ

ผู้เสนอโครงการ : นางวิภาภรณ์ เร่งเทียน นายกิติพงศ์ ศักดิ์สวัสด์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางสาวจรินทรัตน์ แซ่น่า

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายบุญแสง บุญอำนวยกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา
ลำดับที่ : 37

ชื่อโครงการ : 8.4 โครงการพัฒนาเครือข่ายสื่อสารประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ ปี 2561

ยุทธศาสตร์ : 2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 16. จังหวัดในเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษมีฐานข้อมูลการเฝ้าระวังด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม

cluster : กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (64)22.1 เฝ้าระวังและพัฒนาขีดความสามารถ จนท.สธ/อปท.ในการดำเนินงานอนามัยสิ่งแวดล้อมพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ

แผนจัดสรรงบประมาณ :   5. แผนงานบูรณาการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ

หลักการและเหตุผล : กระทรวงสาธารณสุขได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (ด้านสาธารณสุข) ตามนโยบายรัฐบาลที่จะนำประเทศไทยก้าวสู่ Thailand 4.0 เพื่อรองรับอนาคตที่มีความเป็นสังคมเมืองสังคมผู้สูงอายุซึ่งในปี 2573 ประเทศไทยจะมีผู้สูงอายุถึง 1 ใน 4 ของประชากรทั้งหมดรวมทั้งการเข้าสู่การเชื่อมต่อการค้าและการลงทุนความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและลดความเหลื่อมล้ำการเข้าถึงระบบสุขภาพซึ่งในการดำเนินงานได้กำหนดแผนเป็น 4 ระยะคือระยะที่ 1 การปฏิรูประบบสุขภาพระยะที่ 2 เป็นการสร้างความเข้มแข็งระยะที่ 3 ดำเนินการให้เกิดความยั่งยืนและระยะที่ 4 ประเทศไทยจะเป็นผู้นำด้านการแพทย์และสาธารณสุข 1 ใน 3 ของเอเชียเมื่อสิ้นแผนในปี 2579 โดยแผนยุทธศาสตร์ของกระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดเป้าหมายคือประชาชนสุขภาพดีเจ้าหน้าที่มีความสุขระบบสุขภาพยั่งยืนภายใต้การพัฒนาความเป็นเลิศใน 4 ด้านคือ 1.การส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคและคุ้มครองผู้บริโภค (PP&P Excellence) 2.ระบบบริการ (Service Excellence) 3.การพัฒนาคน (PeopleExcellence) และ 4.ระบบบริหารจัดการ (Governance Excellence) เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายของกระทรวงสาธารณสุข “ประชาชนสุขภาพดีเจ้าหน้าที่มีความสุขและระบบสุขภาพยั่งยืน” (สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข) ในเขตสุขภาพที่ 12 นั้น พบว่าสภาพปัญหาสุขภาพรวมถึงปัจจัยต่างๆ ที่กระทบกับสุขภาพเป็นไปอย่าง ซับซ้อนกว่าในอดีตที่ผ่านมาโดยเฉพาะพฤติกรรมสุขภาพที่เปลี่ยนไปและการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุตลอดจนปัญหาสุขภาพอันอาจเกิดจากสิ่งแวดล้อมและกระแสของการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่ทันสมัยรวดเร็วทำให้คุณภาพชีวิตและสุขภาพประชาชนทุกกลุ่มวัยต้องเผชิญหน้ากับความเสื่อมถอยของสุขภาพกายใจสังคมจึงจำเป็นต้องสร้างความตระหนักในพันธะรับผิดชอบต่อสังคมร่วมกันด้วยการเสริมสร้างพลังการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ ด้วยการคืนข้อมูลสถานการณ์สุขภาพในกลุ่มแม่และเด็ก ปี ๒๕๕๙ พบว่าอัตราส่วนการตายของมารดาเท่ากับ ๔๕.๓ ต่อแสนการเกิดมีชีพสูงกว่าระดับประเทศเมื่อจำแนกเป็นรายจังหวัดพบว่าการตายใน ๓จังหวัดชายแดนภาคใต้อันได้แก่ นราธิวาส ยะลา และปัตตานี สูงกว่าจังหวัดอื่นๆอัตราส่วน 11๓.๒, ๕๔.๒ และปัตตานี ๓๕.๗ ตามลำดับสาเหตุการตายของมารดา ร้อยละ ๕๖.๗ ตายจากสาเหตุทางตรงส่วนใหญ่จากตกเลือดหลังคลอดภาวะความดันโลหิตสูงในขณะตั้งครรภ์และน้ำคร่ำอุดตันในกระแสเลือดสาเหตุทางอ้อมร้อยละ๔๓.๓ส่วนใหญ่จากปอดบวมโรคหัวใจและการติดเชื้อในกระแสเลือดผลการสำรวจสถานการณ์พัฒนาการเด็กปฐมวัยปี 2559 พบเด็กพัฒนาการสมวัยร้อยละ 97.27 สูงดีสมส่วน ร้อยละ 46.21 อัตราฟันผุในกลุ่มอายุ 3 ปีพบร้อยละ 54.6 ซึ่งสูงกว่าระดับประเทศที่มีอัตราฟันผุร้อยละ 51.5 และสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนด (เป้าหมาย ต่ำกว่าร้อยละ 48) ส่วนสถานการณ์เด็กวัยเรียนอายุ 6-14 ปีปี 2559 มีแนวโน้มดีขึ้นเล็กน้อยพบเด็กวัยเรียนสูงดีสมส่วนร้อยละ 62.63 ซึ่งยังต่ำกว่าเป้าหมายของกรมอนามัย (ไม่น้อยกว่าร้อยละ 66) (ข้อมูลจากระบบรายงาน HDC ปี 2559) ในกลุ่มวัยรุ่น พบว่าการตั้งครรภ์ซ้ำในวัยรุ่นอายุ 15 – 19 ปีร้อยละ 19.0 (เป้าหมายไม่เกินร้อยละ 10)สาเหตุของการตั้งครรภ์ซ้ำเกิดจากวัยรุ่นหลังคลอดหรือแท้งไม่คุมกำเนิดหรือคุมกำเนิดด้วยวิธีชั่วคราวทำให้เกิดปัญหาการตั้งครรภ์ซ้ำและยังพบภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากการตั้งครรภ์อายุน้อยได้แก่การคลอดก่อนกำหนดทารกน้ำหนักน้อยและภาวะซีดขณะตั้งครรภ์กลุ่มวัยทำงาน พบว่าความชุกของภาวะอ้วนในประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป (BMI ≥ 25 กก/ม2 และหรือภาวะอ้วนลงพุง (รอบเอวเกินชาย 90 ซม. หญิง 80 ซม.) ร้อยละ 36.65 (ข้อมูลจากระบบรายงาน HDC ปี 2559) สำหรับในกลุ่มผู้สูงอายุ ประเทศไทยมีจำนวนและสัดส่วนของผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องจากการสำรวจประชากรผู้สูงอายุในประเทศไทย พ.ศ.2557 พบว่ามีผู้สูงอายุ จำนวน 10,014,705 คนคิดเป็นร้อยละ 14.9 ปี 2560 มีสัดส่วนผู้สูงอายุคิดเป็นร้อยละ 17.57 ของประชากรทั้งหมด (ชายร้อยละ 15.69 และหญิงร้อยละ 18.59) สำหรับเขตสุขภาพที่ 12 มีสัดส่วนประชากรสูงอายุคิดเป็นร้อยละ 13.93 (ชายร้อยละ 12.44 และหญิงร้อยละ 15.35) ซึ่งยังคงน้อยกว่าระดับประเทศแต่ยังคงมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆจากปี 2558 และ 2559 ที่มีสัดส่วน 12.76 และ 13.43 ตามลำดับ (ข้อมูลจาก HDC-Report ณวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2560) นอกจากนี้ ข้อมูลการสำรวจพฤติกรรมเสี่ยงโรคไม่ติดต่อและการบาดเจ็บสำนักโรคไม่ติดต่อปี 2558 พบว่าภาพรวมเขตสุขภาพที่ 12 รับประทานผักหรือผลไม้เพียงพอเพียงแค่ร้อยละ 35.6 การศึกษาการเฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วนในประชาชนที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไปพบว่ามีการบริโภคน้ำมันมากกว่าเกณฑ์ที่กำหนด (ปริมาณ 6 ช้อนชา/วัน) จำนวน 8 ช้อนชาร้อยละ 22.0 การบริโภคน้ำตาลมากกว่าเกณฑ์ที่กำหนด(ปริมาณ 6 ช้อนชา/วัน) จำนวนวัน 8 ช้อนชาร้อยละ 33.6 และ 12 ช้อนชา/วันร้อยละ 5.6 และบริโภคเกลือมากกว่าเกณฑ์ที่กำหนด(ปริมาณ๑ช้อนชา/วัน) จำนวน 2 ช้อนชา/วันร้อยละ 34.8 จากข้อมูลการสำรวจพฤติกรรมเสี่ยงโรคไม่ติดต่อและการบาดเจ็บพ.ศ. 255๘ประชากรอายุ๑๕ – ๗๙ ปี ออกกำลังกายร้อยละ ๖๔.๖ได้ทำกิจกรรมทางกายต่างๆเช่นเต้นแอโรบิกเต้นรำโยคะเดินเป็นต้นซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยภาพรวมประเทศ (๓๖.๑) จากสถานการณ์สุขภาพในเขตสุขภาพที่ 12 จะเห็นว่า ปัญหาสุขภาพ ยังน่าเป็นห่วงในทุกกลุ่มวัยกระทรวงสาธารณสุข จึงกำหนดกลยุทธ์และมาตรการในการขับเคลื่อนงานส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมให้บรรลุเป้าหมายประชาชนมีสุขภาพดีโดยมีอายุคาดเฉลี่ยของการมีสุขภาพดี อยู่ที่ 75 ปี และอายุคาดเฉลี่ยเมื่อแรกเกิด เท่ากับ 85 ปี เช่น การเสริมสร้างขีดความสามารถและการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายในการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมพัฒนาข้อมูลนวัตกรรมข่าวสารความรอบรู้สุขภาพด้านการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคและปกป้องคุ้มครองด้านสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมโดยใช้เทคโนโลยีที่สมัยและหลากหลายช่องทางรวมทั้งสนับสนุนสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ เป็นต้น จากปัญหาและความสำคัญดังกล่าว cluster บูรณาการจัดการความรู้ ข้อมูล การเฝ้าระวัง เห็นความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องบูรณาการ ภาคีเครือข่ายในพื้นที่ โดยเฉพาะภาคีเครือข่ายสื่อมวลชน สื่อท้องถิ่น และนักประชาสัมพันธ์ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสื่อสารความรู้ ความเข้าใจด้านสุขภาพที่ถูกต้อง ให้แก่ประชาชนและภาคีเครือข่าย ในพื้นที่เขต 12 ซึ่งจากการดำเนินงานที่ผ่านมา ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา ได้รับการสนับสนุน และร่วมมือจากเครือข่ายสื่อมวลชนและนักประชาสัมพันธ์ ในเขต 12 ด้วยดีตลอดมา เช่น การนำสื่อไปเผยแพร่ผ่านช่องทางวิทยุหลัก วิทยุชุมชน เวปไซต์ต่างๆ โดยช่องทางการส่งข่าวสาร ไปยังเครือข่าย ได้แก่ E-mail, ไลน์กลุ่ม , การโฟนอินในรายการวิทยุ , การสัมภาษณ์ผ่านวิทยุเป็นต้น จึงจัดทำโครงการพัฒนาเครือข่ายสื่อสารประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ ปี 2561 ขึ้น เพื่อสานสัมพันธ์อันดี และประสานความร่วมมือกับเครือข่ายประชาสัมพันธ์ในพื้นที่ อาทิ สื่อมวลชน ศิลปินพื้นบ้าน อสม. และผู้รับผิดชอบด้านการประชาสัมพันธ์ในสำนักงานสาธารณสุขและโรงพยาบาล ให้รับทราบนโยบายกรมอนามัย สามารถถ่ายทอดความรู้ด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ในทิศทางเดียวกัน อันจะส่งผลให้ประชาชน ได้รับรู้ข่าวสาร มีความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) เพิ่มมากขึ้น และสามารถนำองค์ความรู้ดังกล่าว ไปปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพและการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อม ให้สามารถพึ่งตนเองได้และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น บรรลุเป้าหมาย ประชาชนสุขภาพดี เจ้าหน้าที่มีความสุข ระบบสุขภาพยั่งยืน

วัตถุประสงค์ : 1.เพื่อให้เครือข่ายสื่อมวลชนและผู้รับผิดชอบด้านการประชาสัมพันธ์รับทราบนโยบายกรมอนามัย สามารถถ่ายทอดความรู้ด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม 2.เพื่อสานสัมพันธ์อันดี และสร้างความร่วมมือกับเครือข่ายประชาสัมพันธ์ในพื้นที่

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1 ร้อยละ80ของกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมประชุมสัมนา 2 กลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมประชุมสัมนา มีความพึงพอใจต่อกิจกรรมการจัดประชุมในระดับดีถึงดีมากร้อยละ80

วิธีการดำเนินงาน : 1. ประชุมสัมมนาเครือข่ายสื่อมวลชนในเขต 12

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1.ประชุมสัมนาเครือข่ายสื่อมวลชนในเขต 12 1 ก.พ. 2561 - 28 ก.พ. 2561 220,000.00
รวมเป็นเงิน 220,000.00
งบประมาณ : 220,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ก.พ. 2561 - 28 ก.พ. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. เครือข่ายสื่อสารสุขภาพมีความสัมพันธภาพอันดีกับศูนย์อนามัยที่ 12นำองค์ความรู้ด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมตามนโยบายและยุทธศาสตร์กรมอนามัยไปสื่อสาร/ถ่ายทอดต่อให้กับ ประชาชนภาคีเครือข่ายในพื้นที่ 2. ประชาชนในพื้นที่ ได้รับข้อมูลข่าวสารจากศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลาอย่างต่อเนื่อง

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นางสาวนวพร เตโช ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 2. นางสาววนิดา สุขขี ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 3. นางสาวเสาวคนธ์ ภักดี ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 4. นายอุสมาน ยิมิง ตำแหน่ง นักวิชาการเผยแพร่ 5. นางสาวนูรลีนา ดาราเซะ ตำแหน่ง นักประชาสัมพันธ์

ผู้เสนอโครงการ : นางสาวนวพร เตโช

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางสาววนิดา สุขขี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายบุญแสง บุญอำนวยกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา
ลำดับที่ : 38

ชื่อโครงการ : 8.5 โครงการรณรงค์สร้างความรอบรู้สุขภาพ (HL) ระดับพื้นที่และผ่านสื่อ

ยุทธศาสตร์ : 1.4 ส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานที่พึงประสงค์

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 12. ร้อยละของวัยทำงานมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

cluster : กลุ่มวัยทำงาน

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (37)12.3 พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศ และแนวช่องทางสื่อสารกับประชาชนเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานที่พึงประสงค์ (Health Literacy)

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : กรมอนามัยให้ความสำคัญในการยกระดับกรมอนามัยสู่กรมอนามัย 4.0 เพื่อเป็นกรมนวัตกรรม ที่มีการพัฒนาคนงานและระบบสำหรับการตอบสนองต่อวิสัยทัศน์ประเทศไทย 4.0 มั่นคงมั่งคั่งยั่งยืน ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา เป็นศูนย์วิชาการ ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง มีการดำเนินงานภายใต้วิสัยทัศน์ เป็นองค์กรนำด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ของเขตสุขภาพที่ 12 โดยมีการขับเคลื่อน 4 ประเด็นยุทธศาสตร์ของกรมอนามัย ได้แก่ 1) ส่งเสริมสุขภาพ 5 กลุ่มวัย 2) สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน 3) อภิบาลระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม และ 4) ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาลเพื่อเป้าหมาย ประชาชนสุขภาพดี ภาคีเครือข่ายและเจ้าหน้าที่มีความสุข ระบบสุขภาพยั่งยืน ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์กรมอนามัย และกระทรวงสาธารณสุขจำเป็นต้องใช้การสื่อสาร ประชาสัมพันธ์สร้างความรู้ ความเข้าใจด้านสุขภาพ เพื่อให้ประชาชนมีความรอบรู้ด้านสุขภาพ สามารถเข้าถึงข้อมูลสุขภาพครอบคลุมทุกกลุ่มวัย ตัดสินใจที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเลือกใช้บริการและผลิตภัณฑ์สุขภาพได้อย่างเหมาะสม ซึ่งการดำเนินงานประชาสัมพันธ์ในปัจจุบันมีความเปลี่ยนแปลงจากในอดีตซึ่งมักจะเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ และนิตยสารเป็นหลัก มาสู่การใช้เครือข่ายสังคม (Social Network) อย่างแพร่หลาย นักประชาสัมพันธ์ในปัจจุบันจึงต้องปรับตัวโดยใช้เครือข่ายสังคม เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการนำเสนอข้อมูลเชิงเนื้อหาขององค์กร สินค้าและบริการไปยังผู้บริโภค (เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ, 2553, 2) ซึ่งเป็นชุมชนเสมือนเพื่อแสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยนประสบการณ์ โดยมีกิจกรรมที่มีความสนใจร่วมกัน และเป็นเครื่องมือที่สร้างความรักความผูกพันระหว่างองค์กรกับผู้บริโภค จากการศึกษาค้นคว้าพบว่า ประเทศไทยมีการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์อย่างแพร่หลายมากจนได้ชื่อว่าเป็นประเทศอันดับที่ 4 โดยใช้เวลาเฉลี่ยที่ 8.7 ชั่วโมง (“ไทยติดอันดับ 4 ใช้เวลาท่องโซเชียลเน็ตเวิร์ก”, 2555) เครือข่ายสังคมออนไลน์เป็นสื่อที่เป็นที่นิยมและมีคนใช้เป็นจำนวนมากทำให้เกิดเครือข่ายสังคมออนไลน์ใหม่ๆเข้ามาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ เครือข่ายสังคมออนไลน์ที่เป็นที่นิยมใช้มากที่สุด ได้แก่ Facebook รองลงมา ได้แก่ Twitter และ Google ตามลำดับ (“Thailand Zocial Awards 2014”, 2557) นอกจากนี้ ผลการสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในปี พ.ศ. 2556 กล่าวได้ว่า ปัจจุบันนี้คนใช้ เวลาเกือบ 1 ใน 3 ของวันเพื่อใช้งานอินเทอร์เน็ต จากผลการสำรวจแสดงให้เห็นว่าผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่เพื่อความบันเทิงและการสื่อสารเป็นหลัก โดย 3 อันดับแรก ได้แก่อันดับ 1 การพูดคุยผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ ร้อยละ 78 อันดับ 2 อ่านข่าวหรือ e-book ร้อยละ 56 และอันดับ 3 ค้นหาข้อมูล ร้อยละ 56 และเครือข่ายสังคมออนไลน์และแอปพลิเคชั่นยอดนิยม 3 อันดับแรก ได้แก่ Facebook คิดเป็นร้อยละ 93.7 LINE คิดเป็นร้อยละ 86.8 และ Google คิดเป็นร้อยละ 34.6 (สำนักพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์, 2557) พฤติกรรมการสื่อสารผ่าน “เครือข่ายสังคม” (Social Network) ของประชาชนที่เพิ่มมากขึ้น ในปัจจุบันทำให้องค์กรของรัฐและเอกชนในประเทศไทยหันมาใช้เครือข่ายสังคมเป็นเครื่องมือในการประชาสัมพันธ์เพื่อช่วยเสริมสื่อประชาสัมพันธ์หลักให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ Facebook เข้ามามีอิทธิพลกับชีวิตคนในปัจจุบันเป็นอย่างมาก ดังนั้น ช่องทางในการประชาสัมพันธ์องค์กรการสร้างรายได้ หรือการทำการตลาดออนไลน์ผ่าน Facebook นั้น เป็นช่องทางในการสื่อสารประชาสัมพันธ์และสร้างรายได้ให้กับธุรกิจ รวมทั้งประหยัดต้นทุนและเข้าถึงคนได้จำนวนมาก ดังนั้น cluster : งานบูรณาการจัดการความรู้ ข้อมูล การเฝ้าระวังศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา จึงจัดทำโครงการรณรงค์สร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ (HL) ระดับพื้นที่และผ่านสื่อขึ้นเพื่อรณรงค์สร้างกระแสความตื่นตัวในด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม แก่ประชาชนและภาคีเครือข่ายในพื้นที่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) เช่น เฟสบุ๊ค แฟนเพจศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา ซึ่งมีสมาชิก จำนวน 7,025 คน you tube, Line@ศูนย์อนามัยที่ 12 , เครือข่ายสื่อมวลชนในพื้นที่ อสม. ตลอดจนการจัดกิจกรรมพิเศษ ซึ่งคาดว่า การสื่อสารผ่าน Social Media และสื่อสาธารณะที่หลากหลายอย่างต่อเนื่อง จะทำให้ประชาชน และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ เข้าถึงข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพ มีความรู้ความเข้าใจ ตัดสินใจและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม สามารถพึงตนเองด้านสุขภาพและบอกต่อให้คนในครอบครัว ชุมชน สังคมในการดูแลสุขภาพร่วมกันได้

วัตถุประสงค์ : 1.เพื่อผลิตสื่ออินโฟกราฟฟิค เผยแพร่สู่ประชาชนและภาคีเครือข่าย 2.เพื่อรณรงค์สร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพแก่ประชาชน ผ่านสื่อสาธารณะ สื่อ (Social Media) และกิจกรรมพิเศษ 3.เพื่อสร้างกระแสให้ เกิดการรับรู้ ข่าวสารด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1.ชุดความรู้อินโฟ กราฟฟิคจำนวน 120 ชิ้น 2.รณรงค์ผ่านสื่อสาธารณะและSocial Media จำนวน 10 เรื่อง 3. ความพึงพอใจของประชาชนทุกกลุ่มวัยต่อการจัดกิจกรรมรณรงค์ในระดับดีถึงดีมากไม่น้อยกว่าร้อยละ 80

วิธีการดำเนินงาน : 1.ผลิตสื่ออินโฟกราฟฟิค ตามกลุ่มวัยและอนามัยสิ่งแวดล้อม 2. รณรงค์แผยแพร่ปชส.ความรอบรู้สุขภาพผ่านสื่อ (Social Media) 3. จัดรณรงค์ผ่านกิจกรรมพิเศษ 3.1.รณรงค์ดื่มนมและออกกำลังกายเด็กวัยเรียน ในวันเด็กแห่งชาติจ.ยะลา 3.2. จัดนิทรรศการงานสมโภชนหลักเมืองยะลา"

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1.ผลิตสื่ออินโฟกราฟฟิค ตามกลุ่มวัยและอนามัยสิ่งแวดล้อม 1 พ.ย. 2560 - 31 มี.ค. 2562 36,000.00
2 2. รณรงค์แผยแพร่ปชส.ความรอบรู้สุขภาพผ่านสื่อ (Social Media) 1 พ.ย. 2560 - 31 ส.ค. 2561 24,000.00
3 3. จัดรณรงค์ผ่านกิจกรรมพิเศษ 1 ม.ค. 2561 - 30 เม.ย. 2561 20,000.00
รวมเป็นเงิน 80,000.00
งบประมาณ : 80,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 พ.ย. 2560 - 31 มี.ค. 2562
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : ประชาชนและภาคีเครือข่ายในเขตสุขภาพที่ 12 เข้าถึง รับรู้ ข้อมูล ข่าวสารของศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลาผ่าน Social Media สื่อมวลชน อสม.ในพื้นที่ นิทรรศการ และการจัดกิจกรรมพิเศษ ทำให้มีความรู้ ความเข้าใจ และตระหนักในการดูแลสุขภาพตนเอง สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพให้เหมาะสม อันจะนำไปสู่การมีสุขภาพดีและบอกต่อ

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นางสาวนวพร เตโช ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 2. นางสาววนิดา สุขขี ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 3. นางสาวเสาวคนธ์ ภักดี ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 4. นายอุสมาน ยิมิง ตำแหน่ง นักวิชาการเผยแพร่ 5. นายนิคม ศรีเงินถม ตำแหน่ง พนักงานพิมพ์ ส. 3

ผู้เสนอโครงการ : นางสาวนวพร เตโช

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางสาววนิดา สุขขี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายบุญแสง บุญอำนวยกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา
ลำดับที่ : 39

ชื่อโครงการ : 8.6 โครงการพัฒนาตนเอง (Indindual Development Plan)

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กลุ่ม HR

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (75)25.2 ยกระดับคุณภาพชีวิต การบริหารและพัฒนาบุคลากร

แผนจัดสรรงบประมาณ :   2. แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

หลักการและเหตุผล : กรมอนามัยเป็นองค์กรหลักของประเทศในการอภิบาลระบบส่งเสริมสุขภาพและระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อสุขภาพประชาชนด้วยพันธกิจ“ ทำหน้าที่ในการสังเคราะห์ ใช้ความรู้ และดูภาพรวมเพื่อกำหนดนโยบายและออกแบบระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมโดยการประสานงาน สร้างความร่วมมือและกำกับดูแลเพื่อให้เกิดความรับผิดชอบต่อการดำเนินงาน ” เพื่อให้การดำเนินงานของบุคลากรสอดรับกับพันธกิจดังกล่าวไปพร้อมๆกับการพัฒนาองค์กรให้เป็นองค์กรที่มีศักยภาพสามารถแข่งขันได้ทั้งในระดับพื้นที่และระดับสากลจึงเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งในยุคนี้ที่เป็นยุคแห่งการแข่งขันไร้พรมแดน (Globalization)ซึ่งต้องอาศัยความรู้ความสามารถของบุคลากรองค์ความรู้และการบริหารจัดการที่ดีตามหลักธรรมาภิบาลคือ ปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้องค์กรมีการพัฒนาสู่ความเป็นเลิศได้บุคลากรกรมอนามัยจึงต้องปรับเปลี่ยนบทบาท วิธีคิด และวิธีปฏิบัติงาน รวมถึงการพัฒนาความรู้ ความสามารถของตนเองให้สามารถตอบสนองต่อภารกิจขององค์การได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเน้นการนำหลักสมรรถนะมาประกอบในการบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคล ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลาได้เห็นความสำคัญในการดำเนินการเรื่องการพัฒนาบุคลากรเป็นรายบุคคลเพื่อเพิ่มพูนประสิทธิภาพให้แก่บุคลากร หากมีการดำเนินการตามกระบวนการพัฒนารายบุคคลอย่างเป็นระบบและต่อเนื่องแล้ว บุคลากรของศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา จะมีคุณภาพ คุณธรรม จริยธรรม สามารถปฏิบัติงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจที่ได้รับมอบหมาย อันจะมีผลเชื่อมโยงไปสู่การประเมินผลการปฏิบัติงานและการเลื่อนขั้นเงินเดือนทำให้บุคลากรมีขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานเพื่อประโยชน์ต่อประชาชนและสังคมต่อไป

วัตถุประสงค์ : 1.เพื่อพัฒนาความสามารถหรือประสิทธิภาพของบุคลากรเน้นรายบุคคลในองค์กร 2.เพื่อเตรียมกำลังคนไว้สำหรับการรองรับขององค์กรในอนาคต

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1.ผลสำรวจความต้องการพัฒนาตนเองของหัวหน้ากลุ่มงาน จำนวน 1 ชุด 2.แผนพัฒนาตนเองของหัวหน้ากลุ่มงานในอนาคต จำนวน 1 ชุด

วิธีการดำเนินงาน : 1.สำรวจความต้องการพัฒนาตนเองของบุคลากร ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา ประจำปีงบประมาณ 2560 2.ประชุมจัดทำแผนพัฒนาตนเอง

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 2.ประชุมจัดทำแผนพัฒนาตนเอง 1 เม.ย. 2561 - 30 เม.ย. 2561 5,000.00
2 1.สำรวจความต้องการพัฒนาตนเองของบุคลากร ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา ประจำปีงบประมาณ 2560 1 เม.ย. 2561 - 30 เม.ย. 2561 0.00
รวมเป็นเงิน 5,000.00
งบประมาณ : 5,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 เม.ย. 2561 - 30 เม.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1.บุคลากรในองค์การได้รับการพัฒนาความสามารถหรือประสิทธิภาพเป็นรายบุคคล 2.หน่วยงานสามารถเตรียมกำลังคนไว้สำหรับการรองรับขององค์กรในอนาคต

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นางสาวเสาวคนธ์ ภักดี ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 2. นางสาวนวพร เตโช ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 3. นางสาววนิดา สุขขี ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ

ผู้เสนอโครงการ : นางสาววนิดา สุขขี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางสาววนิดา สุขขี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายบุญแสง บุญอำนวยกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา
ลำดับที่ : 40

ชื่อโครงการ : 8.7 โครงการพัฒนาบุคลากรเพื่อสร้างแรงจูงใจ

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กลุ่ม HR

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (75)25.2 ยกระดับคุณภาพชีวิต การบริหารและพัฒนาบุคลากร

แผนจัดสรรงบประมาณ :   2. แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

หลักการและเหตุผล : การให้ความสำคัญกับบุคลากร ถือเป็นหัวใจหลักที่สำคัญอย่างยิ่งในองค์กร เพราะบุคลากรจะเป็นแรงขับเคลื่อนให้องค์กรนั้นเป็นองค์กรแห่งการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าองค์กรใดต่างก็ต้องการบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในด้านต่าง ๆ ที่จะส่งผลให้องค์กรนั้นเป็นองค์กรที่มีคุณภาพทั้งนี้ ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา ได้เห็นถึงความสำคัญเป็นอย่างดี ในการพัฒนาระบบบริหารจัดการบุคลากรให้สอดคล้องกับรูปแบบการบริหารจัดการภายในหน่วยงาน และหน่วยงานมีตัวชี้วัดการประกันคุณภาพ และการปฏิบัติราชการตามคำรับรองปฏิบัติราชการ (ก.พ.ร.) ประจำปี 2561 ในด้านการพัฒนาบุคลากร ดังนั้น กลุ่มงานพัฒนากำลังคนศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา จึงเห็นสมควรจัดให้มีโครงการพัฒนาบุคลากรเพื่อสร้างแรงจูงใจ ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา ปีงบประมาณ 2561 ขึ้นเพื่อต้องการพัฒนาบุคลากร สร้างแรงจูงใจให้บุคลากรปฏิบัติงานได้อย่างเต็มศักยภาพ และตระหนักถึงความสำคัญในบทบาทของตนเองสามารถพัฒนาคุณค่าในตนเองโดยดึงศักยภาพที่ซ่อนเร้นอยู่ออกมาใช้ประโยชน์ได้อย่างสูงสุด

วัตถุประสงค์ : 1.เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับเทคนิคการสร้างแรงจูงใจ การคิดกรอบการสร้างนวัตกรรมตลอดทั้งบริหารความขัดแย้งภายในทีมงาน 2.เพื่อให้บุคลากรได้ตระหนักถึงความสำคัญในบทบkทของตนเองและพัฒนาคุณค่าในตนเอง โดยดึงศักยภาพที่ซ่อนเร้นอยู่ออกมาใช้นำไปสู่การยกระดับความสามารถ 3.โครงการพัฒนาบุคลากร ศอ.12 คุณภาพชีวิตก่อนบุคลากรมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1.ร้อยละ 70 ของบุคลากรศูนย์ฯที่เข้าร่วมประชุมมีความรู้ความเข้าใจเทคนิดการสร้างแรงจูงใจ 2.ร้อยละ 10 ของบุคลากรศูนย์ฯที่เข้าร่วมประชุมสามารถดึงศักยภาพตนเองในการบริหารจัดการงานแทนหัวหน้ากลุ่มงานได้

วิธีการดำเนินงาน : 1.จัดประชุมพัฒนาบุคลากรเพื่อสร้างแรงจูงใจ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1.จัดประชุมพัฒนาบุคลากรเพื่อสร้างแรงจูงใจ 1 เม.ย. 2561 - 31 พ.ค. 2561 187,950.00
รวมเป็นเงิน 187,950.00
งบประมาณ : 187,950.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 เม.ย. 2561 - 31 พ.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. บุคลากรมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับเทคนิคการสร้างแรงจูงใจสามารถคิดกรอบการสร้างนวัตกรรมตลอดทั้งบริหารความขัดแย้งภายในทีมงาน 2. บุคลากรได้ตระหนักถึงความสำคัญในบทบาทของตนเองและพัฒนาคุณค่าในตนเองโดยดึงศักยภาพที่ซ่อนเร้นอยู่ออกมาใช้นำไปสู่การยกระดับความสามารถ

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นางสาวเสาวคนธ์ ภักดี ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 2. นางสาวนวพร เตโช ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 3. นางสาววนิดา สุขขี ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ

ผู้เสนอโครงการ : นางสาวนิดา สุขขี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางสาวนิดา สุขขี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายบุญแสง บุญอำนวยกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา
ลำดับที่ : 41

ชื่อโครงการ : 8.8 โครงการพัฒนาบุคลากรของศอ.12 คุณภาพชิวิตก่อนบุคลากรมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กลุ่ม HR

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (75)25.2 ยกระดับคุณภาพชีวิต การบริหารและพัฒนาบุคลากร

แผนจัดสรรงบประมาณ :   2. แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

หลักการและเหตุผล : ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา ได้ตระหนักและเห็นความสำคัญของผู้ที่กำลังเกษียณอายุราชการซึ่งได้ทำคุณประโยชน์ให้แก่องค์กรและเมื่อต้องพ้นจากราชการไปเพราะอายุครบเกษียณราชการ ซึ่งแต่ละท่านต่างมีความรู้ความสามารถและมากด้วยประสบการณ์ อีกทั้งยังเป็นผู้นำหรือผู้อาวุโส ในครอบครัวนับว่าเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่าที่จะทำประโยชน์ให้กับสังคมต่อไปหลังการเกษียณอายุราชการ ผู้เกษียณต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงในชีวิต ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ ด้านร่างกายและจิตใจ ตลอดจนด้านสภาพแวดล้อมทางสังคม ดังนั้น การเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงและได้เรียนรู้เชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ การปรับสภาพจิตใจ อารมณ์ การปรับตัวและการวางแผนการดำเนินชีวิตเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุจะทำให้ผู้เกษียณอายุสามารถใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพและอยู่ร่วมกับครอบครัวและสังคมได้อย่างมีความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดีตลอดไป ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา จึงเห็นควรจัดโครงการพัฒนาบุคลากรของศูนย์อนามัยที่12 คุณภาพชีวิตก่อนบุคลากรมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ปีงบประมาณ 2561 ขึ้น เพื่อให้บุคลากรที่มีอายุก่อนหรือครบ 60 ปีบริบูรณ์มีความรู้ ความเข้าใจในการเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยผู้สูงอายุอย่างมีคุณภาพ

วัตถุประสงค์ : เพื่อให้บุคลากรที่มีอายุก่อนหรือครบ 60 ปีบริบูรณ์มีความรู้ ความเข้าใจในการเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยผู้สูงอายุในด้านต่างๆ สามารถมีความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้เป็นแนวทางการปฏิบัติในการดำเนินชีวิต เพื่อรับสูงอายุที่มีคุณภาพ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
บุคลากรที่มีอายุก่อนหรือครบ 60 ปีบริบูรณ์จำนวน 20 คน ได้รับการเตรียมความพร้อมการดำเนินชีวิตในวัยเกษียนอายุราชการ

วิธีการดำเนินงาน : 1.จัดประชุมพัฒนาคุณภาพชีวิตก่อนบุคลากรมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1.จัดประชุมพัฒนาคุณภาพชีวิตก่อนบุคลากรมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ 1 ส.ค. 2561 - 31 ส.ค. 2561 3,000.00
รวมเป็นเงิน 3,000.00
งบประมาณ : 3,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ส.ค. 2561 - 31 ส.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. บุคลากรที่มีอายุก่อนหรือครบ 60 ปีบริบูรณ์ มีความรู้ ความเข้าใจในการเตรียมความพร้อม เข้าสู่วัยผู้สูงอายุในด้านต่างๆ สามารถมีความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้เป็นแนวทางการปฏิบัติใน การดำเนินชีวิต 2. บุคลากรที่มีอายุก่อนหรือครบ 60 ปีบริบูรณ์ สามารถนำความรู้ ประสบการณ์ มาแลกเปลี่ยน เรียนรู้ไปปรับใช้และเสริมสร้างคุณภาพและคุณค่าของชีวิตทั้งต่อตนเองและสังคม

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นางสาวเสาวคนธ์ ภักดี ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 2. นางสาวนวพร เตโช ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 3. นางสาววนิดา สุขขี ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ

ผู้เสนอโครงการ : นางสาววนิดา สุขขี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางสาววนิดา สุขขี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายบุญแสง บุญอำนวยกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา
ลำดับที่ : 42

ชื่อโครงการ : 8.9 โครงการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตและความสุขของบุคลากรศูนย์อนามัยที่12ยะลา(Healthy Workplace Happy for Lift)

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กลุ่ม HR

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (75)25.2 ยกระดับคุณภาพชีวิต การบริหารและพัฒนาบุคลากร

แผนจัดสรรงบประมาณ :   2. แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

หลักการและเหตุผล : ทรัพยากรบุคคลเป็นส่วนสำคัญที่จะขับเคลื่อนให้การปฏิบัติราชการ เกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผล จากพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา ๗๒ ได้กำหนดให้ส่วนราชการมีหน้าที่ดำเนินการเพิ่มพูนประสิทธิภาพ และเสริมสร้างแรงจูงใจแก่ข้าราชการพลเรือนสามัญ เพื่อให้ข้าราชการ พลเรือนสามัญมีคุณภาพ คุณธรรม จริยธรรม มีขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติราชการ และมีคุณภาพชีวิตในการทำงานและองค์กรแห่งความสุข เป็นแนวคิดหลักที่มุ่งดำเนินงานกับกลุ่มเป้าหมายหลักคือ “คนทำงานในองค์กร” ที่ถือเป็นบุคคลสำคัญและเป็นกำลังหลักขององค์กร รวมทั้งครอบครัว ชุมชน และสังคม ทั้งนี้ได้มีการส่งเสริมและพัฒนานโยบาย การสร้างองค์ความรู้และการขับเคลื่อนเครือข่ายในการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตคนทำงาน ด้วยเห็นความสำคัญว่า เมื่อคนทำงานในองค์กรมีความสุข ย่อมส่งผลดีต่อการทำงานขององค์กร และความผาสุกในครอบครัว ชุมชน ส่งผลต่อสังคมมีความสุขที่ยั่งยืน ดังนั้นการสร้างความสุขในที่ทำงาน นับว่าเป็นปัจจัยสำคัญในการบริหารองค์กร มุ่งเน้นให้บุคลากรทุกคนในองค์กรมีความสุขในการทำงาน ความสุขที่เกิดขึ้นนั้นก่อให้เกิดการสร้างสรรค์ทางความคิด ส่งผลให้งานที่ได้รับมอบหมายมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดความตึงเครียดจากการทำงานและสภาพแวดล้อม ลดความขัดแย้งในองค์กร ทำให้ความสุขที่เกิดขึ้นจากการทำงานเปรียบเสมือนน้ำหล่อเลี้ยงให้พฤติกรรมคนปรับเปลี่ยนและพัฒนาในแนวโน้มที่ดีขึ้น ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา ได้ตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว จึงจัดทำโครงการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตและความสุขของบุคลากร ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา Healthy Workplace Happy for Lift) ขึ้น เพื่อเพิ่มความสุขและดุลยภาพชีวิตการทำงาน ให้แก่บุคลากร ส่งผลให้บุคลากรมีคุณธรรม จริยธรรม เกิดความสุขและความผูกพันต่อองค์กรมากขึ้น

วัตถุประสงค์ : 1.เพื่อหาค่าเฉลี่ยความสุข Happy body ขององค์กร 2.เพื่อจัดทำแผนเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตและความสุขของบุคลากรในภาพรวมของศูนย์อนามัยที่12ยะลา(Healthy Work Place Happy for life) 3.เพื่อให้บุคลากรศูนย์ฯได้รับการผ่อนคลายความรู้สึกผ่านการวาดลายเส้น

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1.ผลการประเมินความสุข Happy body เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 70 2.แผนการสร้างคุณภาพชีวิตและความสุขของบุคลากรศุนย์ฯ จำนวน 1 แผน 3.ร้อยละ 8 0ของบุคลากรศูนย์ฯที่เข้าร่วมประชุมได้รับการผ่อนคลายความรู้สึกผ่านการวาดลายเส้น

วิธีการดำเนินงาน : 1.ประเมินบุคลากร/วิเคราะห์ผลรายบุคคลและภาพรวมขององค์กร (ครั้งที่1) 2.จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่องการจัดทำแผนเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตและความสุขของบุคลากรในภาพรวมของศูนย์อนามัยที่12ยะลา(Healthy Work Place Happy for life) 3.ประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่องการผ่อนคลายความเครียด ความรู้สึกผ่านการวาดลายเส้น

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 2.จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่องการจัดทำแผนเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตและความสุขของบุคลากรในภาพรวมของศูนย์อนามัยที่12ยะลา(Healthy Work Place Happy for life) 1 เม.ย. 2561 - 31 พ.ค. 2561 21,100.00
2 3.ประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่องการผ่อนคลายความเครียด ความรู้สึกผ่านการวาดลายเส้น 1 เม.ย. 2561 - 31 พ.ค. 2561 12,750.00
รวมเป็นเงิน 33,850.00
งบประมาณ : 33,850.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 เม.ย. 2561 - 31 พ.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถามการหาค่าเฉลี่ยความสุข Happy body ขององค์กรเพิ่มขึ้นเป็น ร้อยละ 70 2. มีแผนสร้างคุณภาพชีวิตและความสุขของบุคลากรในภาพรวมของศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา (Healthy Work Place Happy for life) 3. บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลาได้รับการผ่อนคลายความรู้สึกผ่านการวาดลายเส้น

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นางสาวเสาวคนธ์ ภักดี ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 2. นางสาวนวพร เตโช ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 3. นางสาววนิดา สุขขี ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ

ผู้เสนอโครงการ : นางสาววนิดา สุขขี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางสาววนิดา สุขขี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายบุญแสง บุญอำนวยกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา
ลำดับที่ : 43

ชื่อโครงการ : 8.10 โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อมุ่งสู่การเป็นองค์กรคุณภาพคู่คุณธรรรมตามแนวทาง PMQA

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กลุ่ม HR

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (74)25.1 พัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

แผนจัดสรรงบประมาณ :   2. แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

หลักการและเหตุผล : รัฐบาลมีนโยบายปรับปรุงประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการ เพื่อให้ส่วนราชการมีคุณภาพสูงในการปฏิบัติงานให้กับประชาชน มุ่งสัมฤทธิ์ผลของงาน เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารสินทรัพย์ภาครัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุด และวางระบบบริหารราชการแบบบูรณาการ ทั้งนี้ มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2556 ได้มีมติเห็นชอบแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการไทย เป็นฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2556 – พ.ศ. 2561) ซึ่งจะรองรับยุทธศาสตร์ประเทศ (Country Strategy) ซึ่งจะเป็นกรอบทิศทางสำคัญที่มีเป้าหมายร่วมกันกับทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนประเทศ โดยมีเป้าประสงค์เชิงยุทธศาสตร์เพื่อ “สร้างความเชื่อถือไว้วางใจในระบบราชการให้มีสุขภาวะและบังเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน” โดยมีวิสัยทัศน์ของการพัฒนาระบบราชการ คือ ระบบราชการไทยมุ่งเน้นพัฒนาการทำงาน เพื่อประชาชนและรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ ภายใต้หลักธรรมาภิบาลของการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ยกระดับขีดสมรรถนะไปสู่ความเป็นเลิศ บูรณาการและเพิ่มประสิทธิภาพงานของภาครัฐ ประสานการทำงานกับทุกภาคส่วน สร้างความโปร่งใสต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ เป็นที่น่าเชื่อถือและศรัทธาของประชาชน ดังนั้น การผลักดันนโยบายให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และนำสู่การปฏิบัติ ก่อให้เกิดผลอย่างมีรูปธรรม กรมอนามัย จึงจัดทำแผนยุทธศาสตร์อย่างเป็นระบบ เพื่อบรรลุนโยบายดังกล่าว ด้วย 4 ประเด็นยุทธศาสตร์ หนึ่งในประเด็นยุทธศาสตร์ดังกล่าว คือ ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 4 “ ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูง และมีธรรมาภิบาล” โดยมีเป้าประสงค์เชิงยุทธศาสตร์เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ (LO) องค์กรที่มีสมรรถนะสูง (HPO) และองค์กรที่มีธรรมาภิบาล สอดรับกับแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ตามแผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติ ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560 – 2564) ใน ปี 2561 กรมอนามัยได้กำหนดตัวชี้วัดระดับความสำเร็จของการดำเนินงาน ด้วยการผลักดันและขับเคลื่อนองค์กรให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เพื่อยกระดับคุณภาพการบริหารจัดการให้มีขีดสมรรถนะสูง ทันสมัย มีธรรมาภิบาล ที่สอดรับกับเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA) ๗ หมวด มีการสื่อสารที่ชัดเจน เพื่อนำไปปฏิบัติ และกำกับดูแลให้ดำเนินการตามหลักธรรมาภิบาล จนเกิดผลลัพธ์การดำเนินงาน (หมวด 7 ) ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา ได้ตระหนักถึงการมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบต่อการบรรลุเป้าหมายผลงานอย่างมีประสิทธิภาพ จึงขานรับนโยบาย เพื่อสนับสนุนกรมอนามัยมุ่งสู่การเป็นองค์กรสมรรถนะสูง (HPO) ตามแนวทางการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA) เป็นกรอบทิศทางในการกำหนดกลยุทธ์และมาตรการที่จะขับเคลื่อนสู่เป้าหมายขององค์กรคุณภาพคู่คุณธรรม ดังนั้น เพื่อให้บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา รับรู้ เรียนรู้ สามารถทบทวน ประเมินตนเอง และจัดทำแผนพัฒนาองค์กร ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมวิชาการ ผลงานโดดเด่นการพัฒนากระบวนการดำเนินงานในหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง (หมวด 6) จนบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล กลุ่มขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และพัฒนากำลังคน ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา จึงเห็นสมควรจัดทำ “โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อมุ่งสู่การเป็นองค์กรคุณภาพคู่คุณธรรมตามแนวทางการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA) ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2561” ขึ้น

วัตถุประสงค์ : เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความสามารถผลักดันและขับเคลื่อนองค์กรให้เกิดการเปลี่ยนแปลง สู่องค์การคุณภาพคู่คุณธรรมตามแนวทาง PMQA

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1 ร้อยละ 50 ของบุคลากรศูนย์ฯมีความรู้และสามารถประเมินตนเองตามเกณฑ์ PMQA 2 แผนพัฒนาองค์การ และคิดค้นเสนอ นวตกรรมให้มีความโดดเด่น 1 แผน

วิธีการดำเนินงาน : ครั้งที่ 1 จัดประชุมให้ความรู้ และ การประเมินตนเองตามเกณฑ์ PMQA ครั้งที่ 2 จัดทำแผนพัฒนาองค์การ และคิดค้นเสนอ นวตกรรมให้มีความโดดเด่น

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ครั้งที่ 1 จัดประชุมให้ความรู้ และ การประเมินตนเองตามเกณฑ์ PMQA 26 ธ.ค. 2560 - 26 ธ.ค. 2560 22,500.00
2 ครั้งที่ 2 จัดทำแผนพัฒนาองค์การ และคิดค้นเสนอ นวตกรรมให้มีความโดดเด่น 1 มิ.ย. 2561 - 30 มิ.ย. 2561 16,500.00
รวมเป็นเงิน 39,000.00
งบประมาณ : 39,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 26 ธ.ค. 2560 - 30 มิ.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : บุคลากรศูนย์ฯที่เข้าร่วมประชุม มีความรู้ ความสามารถผลักดันและขับเคลื่อนองค์กรให้เกิดการ เปลี่ยนแปลงมุ่งสู่การเป็นองค์กรคุณภาพคู่คุณธรรม ตามแนวทางการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA ) และ มีนวัตกรรมที่โดดเด่น เพื่อนำไปพัฒนาองค์กร ให้บรรลุผลสำเร็จตามตัวชี้วัดคำรับรองการปฏิบัติราชการ (ก.พ.ร) และเป้าหมายขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1.นายพิเชษฐ์ เท่งประกิจ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ และคณะกรรมการ PMQA

ผู้เสนอโครงการ : นายพิเชษฐ์ เท่งประดิษฐ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางสาวจรินทรัตน์ แซ่น่า

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายบุญแสง บุญอำนวยกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา
ลำดับที่ : 44

ชื่อโครงการ : 8.11 โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้มีความรู้และทักษะด้านวิชาชีพ

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กลุ่ม HR

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (75)25.2 ยกระดับคุณภาพชีวิต การบริหารและพัฒนาบุคลากร

แผนจัดสรรงบประมาณ :   2. แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

หลักการและเหตุผล : โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ มีกระบวนการพัฒนาระบบบริการสุขภาพในทิศทางการสร้างเสริมสุขภาพอย่างเป็นระบบผสมผสานการควบคุมป้องกันโรค การรักษาพยาบาลและการฟื้นฟูสภาพ เน้นการปรับเปลี่ยนค่านิยม พฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องแก่เจ้าหน้าที่ ประชาชนอันเป็นพื้นฐานการดูแลสุขภาพของตนเองท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ และมีบทบาทประเมินมาตรฐานต่างๆ กรมอนามัยได้กำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจและกระบวนการหลักของกรมอนามัย (core business process) เป็นการอภิบาลระบบการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม โดยการปรับบทบาทเป็นผู้กำหนดมาตรฐาน ( standard body ) ลดบทบาทการเป็นผู้ประเมิน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพมีเข็มมุ่งในการพัฒนาต้นแบบเพื่อให้เป็นที่ศึกษาดูงานด้านนมแม่ การส่งเสริมสุขภาพเด็กดี DPAC และพัฒนามาตรฐานงานอนามัยแม่และเด็ก ปัจจุบัน การพัฒนาเป็นต้นแบบ เป็นที่ศึกษาดูงานยังขาดคู่มือ หลักสูตรในการฝึกอบรม เจ้าหน้าที่ยังขาดทักษะการเป็นวิทยากรมืออาชีพ อีกทั้งตัวชี้วัดในงานอนามัยแม่และเด็กที่ยังไม่ผ่านเกณท์ ปี 2560 คือ เด็กแรกคลอดนน.น้อยกว่า 2500กรัม ร้อยละ 8.7 (ไม่เกินร้อยละ 7) มารดามีภาวะตกเลือดหลังคลอดร้อยละ 5.6 (ไม่เกินร้อยละ 5 ) และมีแม่ตาย 1 ราย ดังนั้นเพื่อการพัฒนาโรงพยาบาลให้เป็นต้นแบบและผ่านมาตรฐานอนามัยแม่และเด็ก จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้มีความรู้และทักษะด้านวิชาชีพขึ้น

วัตถุประสงค์ : 1.เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้เป็นวิทยากรมืออาชีพ 2.เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้มีความรู้และทักษะในการจัดทำหลักสูตรและคู่มือการฝึกอบรม 3.เพื่อนำผลการวิเคราะห์มาวางแผน พัฒนางานอนามัยแม่และเด็ก

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. บุคลากรศูนย์ฯที่เข้ารับการอบรมสามารถเป็นวิทยากรมืออาชีพ 15 คน 2.ร้อยละ 80 ของบุคลากรศูนย์ฯที่เข้าร่วมประชุมสามารถจัดทำหลักสูตรและคู่มือการฝึกอบรมได้ 3.ผลสรุปวิเคราะห์สถานการณ์อนามัยแม่และเด็ก จำนวน 4 ชุด 4 แผนพัฒนางานอนามัยแม่และเด็ก 1 แผน

วิธีการดำเนินงาน : 1.จัดอบรมบุคลากรศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลาเรื่องการเป็นวิทายากรมืออาชีพ 2.จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่องจัดทำหลักสูตรและคู่มือการฝึกอบรม 3.จัดประชุมวิเคราะห์สถานการณ์อนามัยแม่และเด็ก

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1. จัดอบรมบุคลากรศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลาเรื่องการเป็นวิทายากรมืออาชีพ 1 เม.ย. 2561 - 31 พ.ค. 2561 9,600.00
2 2.จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่องจัดทำหลักสูตรและคู่มือการฝึกอบรม 1 ม.ค. 2561 - 31 มี.ค. 2561 36,600.00
3 3.จัดประชุมวิเคราะห์สถานการณ์อนามัยแม่และเด็ก 1 พ.ย. 2560 - 31 ส.ค. 2561 7,200.00
รวมเป็นเงิน 53,400.00
งบประมาณ : 53,400.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 พ.ย. 2560 - 31 ส.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา มีความรู้ความเข้าใจสามารถจัดทำหลักสูตรและมีทักษะการเป็นวิทยากรได้ 2. ผ่านการประเมินมาตรฐานงานอนามัยแม่และเด็กโดยทีมประเมินศูนย์อนามัยที่ 12

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นางกนกพร นาคปาน พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 2. นางพรพิไล เลากาวงศ์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ

ผู้เสนอโครงการ : นางกนกพร นาคปาน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางสาวสุดารัตน์ ธีระวร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายบุญแสง บุญอำนวยกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา
ลำดับที่ : 45

ชื่อโครงการ : 8.12 โครงการอบรมหลักสูตรการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่สำหรับบุคลากรสาธารณสุข ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กลุ่ม HR

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (75)25.2 ยกระดับคุณภาพชีวิต การบริหารและพัฒนาบุคลากร

แผนจัดสรรงบประมาณ :   2. แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

หลักการและเหตุผล : เด็กที่มีภาวะสุขภาพที่ดีถือเป็นรากฐานแห่งคุณภาพชีวิตที่ดี และพร้อมที่จะเติบโตเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและเป็นทรัพยากรที่สำคัญของชาติในอนาคต เด็กทุกคนจึงสมควรและจำเป็นที่จะต้องได้รับการเลี้ยงดูอย่างถูกต้องเหมาะสมในทุกๆด้าน เพื่อให้เด็กมีความสามารถในการสร้างสรรค์ประโยชน์ต่างๆได้อย่างเต็มที่ ที่สำคัญ คือ เด็กต้องการเรียนรู้จากบิดามารดา สังคมและสิ่งแวดล้อมต่างๆรอบตัว ซึ่งจะส่งผลต่อบุคลิกภาพ อุปนิสัยและพัฒนาการของเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงปฐมวัย นับตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ ๖ ปี ถือได้ว่าเป็นช่วงวัยที่สำคัญที่สุดของการเจริญเติบโตและพัฒนาการทุกๆด้านของมนุษย์ ทั้งนี้กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายในการส่งเสริมพัฒนาการเด็กไทย โดยส่งเสริมให้ บิดา มารดา และผู้ปกครองเด็ก สนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างน้อย ๖ เดือน รวมถึงการมีส่วนร่วมของชุมชน ภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชนให้การสนับสนุน ช่วยเหลือกระตุ้นให้เกิดการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง และเป็นแหล่งเรียนรู้แก่ชุมชนอื่น ๆ ด้วยการรณรงค์การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว ๖ เดือน และสนับสนุนให้ครอบครัวมีความอบอุ่นจากการเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ โดยมุ่งเน้นให้ทุกคนมีความตระหนักถึงความสำคัญในการส่งเสริมสถาบันครอบครัวให้มีความมั่นคง เพื่อสร้างเยาวชนรุ่นใหม่ที่มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี โดยเริ่มต้นจากครอบครัวให้ลูกได้ดื่มนมแม่ เพราะน้ำนมแม่ เป็นอาหารที่ดีที่สุด สำหรับทารกแรกเกิด โดยมีคุณค่าสารอาหารครบถ้วนตามความต้องการของทารก เพราะการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในขวบปีแรกจะช่วยให้เด็กมีการพัฒนาทั้งทางด้านร่างกาย สติปัญญา ร่วมกับการพัฒนาทางด้านอารมณ์ เด็กจะมีความสุข มั่นใจในสิ่งแวดล้อม นำไปสู่ความรู้สึกไว้วางใจในบุคคล ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาการของเด็กในแต่ละช่วงวัยต่อไป จากการดำเนินงานขับเคลื่อนโครงการตำบลนมแม่ที่ผ่านมา ได้เน้นกิจกรรมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ สร้างความผูกพันของคนในครอบครัว โดยคาดหวังว่าเด็กที่เลี้ยงดูด้วยความรัก ความอบอุ่น จะหล่อหลอมให้เด็กเติบโตขึ้น แข็งแรง ฉลาด อารมณ์ดี จิตใจดีมีความสุข สถานการณ์การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในประเทศไทย จากรายงานการสำรวจสถานะสุขภาพเด็กไทยในปี ๒๕๕๕ โดย สำนักงานสถิติแห่งชาติ ด้วยการสนับสนุนขององค์การ UNICEF เรื่อง การกินนมแม่ของทารกตามช่วงอายุ ของประเทศไทย ๒๕๕๕ พบว่า อัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วงอายุ ๐-๑ , ๓ และ ๖ เดือนอยู่ที่ร้อยละ ๓๐, ๑๕ และ ๑๒.๓ ตามลำดับ เมื่อเปรียบเทียบกับปี ๒๕๔๙ ในช่วงอายุเดียวกัน อยู่ที่ร้อยละ ๑๑.๖, ๗.๖ และ ๕.๔ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในระดับหนึ่ง ภาพรวมของทารกที่ได้รับนมแม่ ในช่วงอายุ ๖-๗ เดือนแรกยังอยู่ในระดับที่ดี คือ ร้อยละ ๕๕ และข้อมูลปี ๒๕๕๘ อัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในประเทศไทย Exclusive breast feeding ๐-๖ month ร้อยละ ๒๓.๑ breast feeding to ๑ year ร้อยละ ๓๓.๓ , breast feeding to ๒ year ร้อยละ ๑๕.๖ และผลการดำเนินงานมาตรฐานงานอนามัยแม่และเด็กของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ ๑๒ ยะลา พบว่า อัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว ๖ เดือน ในปี ๒๕๕๗ -2560 อยู่ร้อยละ ๒๒.๕ ๒๓.๘ ๓๒.๒ และร้อยละ ๓๗.๖ ตามลำดับ ซึ่งในปี ๒๕๖๐ สามารถบรรลุเป้าหมายตามองค์การอนามัยโลกกำหนดไว้ที่ ร้อยละ ๓๕ แต่ยังไม่บรรลุเป้าหมายอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในทารกอายุน้อยกว่า ๖ เดือน ของกรมอนามัยในปี ๒๕๕๖ ไม่น้อยกว่า ร้อยละ ๕๐ ทั้งนี้เป็นเพราะการให้น้ำเปล่าหรืออาหารอื่นๆร่วมกับนมแม่เป็นพฤติกรรมของการเลี้ยงดูเด็กที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น การสร้างความเชื่อว่านมแม่อย่างเดียว ๖ เดือนเพียงพอสำหรับทารก จำเป็นที่จะต้องหาวิธีการสื่อสารที่เข้าถึงกลุ่มต่างๆมากขึ้น รวมทั้งความร่วมมือจากบุคลาการทางการแพทย์และสาธารณสุขทุกระดับที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น เพื่อให้อัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพิ่มขึ้นบรรลุตามเป้าหมาย จึงมีแนวคิดในการพัฒนาศักยภาพ และสมรรถนะในการดูแลคุณภาพสุขภาพประชากรแม่และเด็กสู่ความยั่งยืน ในเขตสุขภาพที่ ๑๒ โดยการพัฒนาการดำเนินงานตามกระบวนการคุณภาพ การจัดระบบบริการมาตรฐานงานอนามัยและเด็กในพื้นที่ตามมาตรฐาน เชื่อมโยงสู่ครัวเรือน ชุมชน และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ให้มีส่วนร่วมในการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพอนามัยแม่และเด็ก เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องและยั่งยืน ทางศูนย์อนามัยที่ ๑๒ ยะลา ได้จัดทำ “โครงการอบรมหลักสูตรการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ สำหรับบุคลากรสาธารณสุข ศูนย์อนามัยที่ ๑๒ ยะลา” ปี ๒๕๖๑ ขึ้น เพื่อให้บุคลากรสาธารณสุขและผู้ที่เกี่ยวข้อง มีความรู้ ความเข้าใจ มีความพร้อมในการพัฒนาและขับเคลื่อนทางสังคม ในการส่งเสริมสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ให้เป็นรากฐานการพัฒนาในเขตสุขภาพที่ ๑๒ ตลอดจนประเทศชาติต่อไป

วัตถุประสงค์ : 1.เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ ทักษะ และศักยภาพบุคลากรสาธารณสุขและผูที่เกี่ยวข้องในการปกป้อง ส่งเสริมสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 2.เพื่อพัฒนาระบบบริการอนามัยแม่และเด็กที่ได้มาตรฐานควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ. 2560 3.เพื่อขับเคลื่อนสู่องค์กรต้นแบบการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. ข้อมูลความต้องการและความจำเป็นในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรเกี่ยวกับการดูแลมารดาและทารกตามหลักสูตรอบรมบุคลากรผู้ดูแลนมแม่ 20 ชั่วโมงบันไดสิบขั้นของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 2 .ร้อยละ80 ของบุคลากรศูนย์ฯมีความรู้ ทักษะการปกป้อง ส่งเสริมสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 3 .องค์กรต้นแบบการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

วิธีการดำเนินงาน : 1. วิเคราะห์ข้อมูลความต้องการและความจำเป็นในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรเกี่ยวกับการดูแลมารดาและทารกตามหลักสูตรอบรมบุคลากรผู้ดูแลนมแม่ 20 ชั่วโมงบันไดสิบขั้นของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1. วิเคราะห์ข้อมูลความต้องการและความจำเป็นในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรเกี่ยวกับการดูแลมารดาและทารกตามหลักสูตรอบรมบุคลากรผู้ดูแลนมแม่ 20 ชั่วโมงบันไดสิบขั้นของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 1 พ.ค. 2561 - 31 พ.ค. 2561 27,800.00
รวมเป็นเงิน 27,800.00
งบประมาณ : 27,800.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 พ.ค. 2561 - 31 พ.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : ๑. เกิดระบบการดำเนินงาน การปกป้อง ส่งเสริม สนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และการควบคุม เฝ้าระวังการละเมิด พรบ.ควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ.๒๕๖๐ ระดับศูนย์อนามัยที่ ๑๒ ยะลา ๒. บุคลากรศูนย์อนามัยที่ ๑๒ ยะลา มีความรู้ สมรรถนะ และทักษะการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และ ส่งเสริมการ เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ๓. บุคลากรศูนย์อนามัยที่ ๑๒ ยะลา ให้ความร่วมมือในการดำเนินการตามพรบ.milk code และส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ๔. เป็นองค์กรต้นแบบการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และโรงพยาบาลปลอดนมผง

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นางถรรศนา เจริญไว ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 2.นางรัชนีวรรณ ซื่อตรง ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 3. นางทัศนีย์ ลีเมาะ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 4. นางสาวรุสไนณี โลงซา ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ

ผู้เสนอโครงการ : นางถรรศนา เจริญไว

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางสาววนิดา สุขขี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายบุญแสง บุญอำนวยกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา
ลำดับที่ : 46

ชื่อโครงการ : โครงการบริหารจัดการหน่วยงาน (ภายใต้แผนงานบูรณาการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ)

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กลุ่ม HR

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (78)25.5 การบริหารจัดการหน่วยงาน

แผนจัดสรรงบประมาณ :   5. แผนงานบูรณาการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ

หลักการและเหตุผล : พัฒนาและสนับสนุนการดำเนินงานนี้ให้สามารถขับเคลื่อนการดำเนินงานของหน่วยงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วัตถุประสงค์ : หน่วยงานสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายพื้นฐานเป้าหมาย 1 หน่วยงาน

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
หน่วยงานบริหารค่าใช้จ่ายพื้นตามเป้าหมาย 1 หน่วยงาน

วิธีการดำเนินงาน : 1.ค่าใช้จ่ายพื้นฐานประกอบด้วย 1.ค่าใช้จ่ายเข้าร่วมประชุม/อบรม/สัมมนา 2. ค่าจ้างเหมาพนักงาน 3.ค่าบำรุงลิฟท์ 4.ค่าวัสดุ 5.ค่าสาธารณูปโภค 6.ค่าใช้จ่ายอื่นๆ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1.ค่าใช้จ่ายพื้นฐาน 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 252,962.00
รวมเป็นเงิน 252,962.00
งบประมาณ : 252,962.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : การดำเนินงานของศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา มีประสิทธิภาพ

ผู้รับผิดชอบโครงการ : กลุ่มบริหารยุทธศาสตร์และวิจัย กลุ่มอำนวยการ

ผู้เสนอโครงการ : นางวิภาภรณ์ เร่งเทียน นายกิติพงศ์ ศักดิ์สวัสดิ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางสาวจรินทรัตน์ แซ่น่า

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายบุญแสง บุญอำนวยกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา
ลำดับที่ : 47

ชื่อโครงการ : โครงการบริหารจัดการหน่วยงาน (ภายใต้แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาพ้านสาธารณสุขและสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก)

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กลุ่ม HR

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (78)25.5 การบริหารจัดการหน่วยงาน

แผนจัดสรรงบประมาณ :   7. แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาด้านสาธารณสุขและสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก

หลักการและเหตุผล : พัฒนาและสนับสนุนการดำเนินงานนี้ให้สามารถขับเคลื่อนการดำเนินงานของหน่วยงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วัตถุประสงค์ : หน่วยงานสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายพื้นฐานเป้าหมาย 1 หน่วยงาน

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
หน่วยงานบริหารค่าใช้จ่ายพื้นตามเป้าหมาย 1 หน่วยงาน

วิธีการดำเนินงาน : 1.ค่าใช้จ่ายพื้นฐานประกอบด้วย 1.ค่าใช้จ่ายเข้าร่วมประชุม/อบรม/สัมมนา 2. ค่าจ้างเหมาพนักงาน 3.ค่าบำรุงลิฟท์ 4.ค่าวัสดุ 5.ค่าสาธารณูปโภค 6.ค่าใช้จ่ายอื่นๆ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1.ค่าใช้จ่ายพื้นฐาน 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 386,100.00
รวมเป็นเงิน 386,100.00
งบประมาณ : 386,100.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : การดำเนินงานของศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา มีประสิทธิภาพ

ผู้รับผิดชอบโครงการ : กลุ่มบริหารยุทธศาสตร์และวิจัย กลุ่มอำนวยการ

ผู้เสนอโครงการ : นางวิภาภรณ์ เร่งเทียน นายกิติพงศ์ ศักดิ์สวัสดิ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางสาวจรินทรัตน์ แซ่น่า

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายบุญแสง บุญอำนวยกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา
ลำดับที่ : 48

ชื่อโครงการ : โครงการบริหารจัดการหน่วยงาน (ภายใต้แผนงานบูรณาการจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม)

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กลุ่ม HR

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (78)25.5 การบริหารจัดการหน่วยงาน

แผนจัดสรรงบประมาณ :   3. แผนงานบูรณาการบริหารจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม

หลักการและเหตุผล : พัฒนาและสนับสนุนการดำเนินงานนี้ให้สามารถขับเคลื่อนการดำเนินงานของหน่วยงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วัตถุประสงค์ : หน่วยงานสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายพื้นฐานเป้าหมาย 1 หน่วยงาน

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
หน่วยงานบริหารจัดการค่าใช้จ่ายพื้นฐานตามเป้าหมาย 1 หน่วยงาน

วิธีการดำเนินงาน : 1.ค่าใช้จ่ายพื้นฐานประกอบด้วย 1.ค่าใช้จ่ายเข้าร่วมประชุม/อบรม/สัมมนา 2. ค่าจ้างเหมาพนักงาน 3.ค่าบำรุงลิฟท์ 4.ค่าวัสดุ 5.ค่าสาธารณูปโภค 6.ค่าใช้จ่ายอื่นๆ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1.ค่าใช้จ่ายพื้นฐาน 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 425,850.00
รวมเป็นเงิน 425,850.00
งบประมาณ : 425,850.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : การดำเนินงานของศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา มีประสิทธิภาพ

ผู้รับผิดชอบโครงการ : กลุ่มบริหารยุทธศาสตร์และวิจัย กลุ่มอำนวยการ

ผู้เสนอโครงการ : นางวิภาภรณ์ เร่งเทียน นายกิติพงศ์ ศักดิ์สวัสดิ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางสาวจรินทรัตน์ แซ่น่า

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายบุญแสง บุญอำนวยกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา
ลำดับที่ : 49

ชื่อโครงการ : โครงการบริหารจัดการหน่วยงาน (ภายใต้แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย)

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กลุ่ม HR

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (78)25.5 การบริหารจัดการหน่วยงาน

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : พัฒนาและสนับสนุนการดำเนินงานนี้ให้สามารถขับเคลื่อนการดำเนินงานของหน่วยงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วัตถุประสงค์ : หน่วยงานสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายพื้นฐานเป้าหมาย 1 หน่วยงาน

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
หน่วยงานบริหารค่าใช้จ่ายพื้นตามเป้าหมาย 1 หน่วยงาน

วิธีการดำเนินงาน : 1.ค่าใช้จ่ายพื้นฐานประกอบด้วย 1.ค่าใช้จ่ายเข้าร่วมประชุม/อบรม/สัมมนา 2. ค่าจ้างเหมาพนักงาน 3.ค่าบำรุงลิฟท์ 4.ค่าวัสดุ 5.ค่าสาธารณูปโภค 6.ค่าใช้จ่ายอื่นๆ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1.ค่าใช้จ่ายพื้นฐาน 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 2,233,430.00
รวมเป็นเงิน 2,233,430.00
งบประมาณ : 2,233,430.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : การดำเนินงานของศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา มีประสิทธิภาพ

ผู้รับผิดชอบโครงการ : กลุ่มบริหารยุทธศาสตร์และวิจัย กลุ่มอำนวยการ

ผู้เสนอโครงการ : นางวิภาภรณ์ เร่งเทียน นายกิติพงศ์ ศักดิ์สวัสดิ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางสาวจรินทรัตน์ แซ่น่า

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายบุญแสง บุญอำนวยกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา
ลำดับที่ : 50

ชื่อโครงการ : 8.13.โครงการตำบลบูรณาการงานส่งเสริมสุขภาพ ๕ กลุ่มวัยและอนามัยสิ่งแวดล้อม ปี 2561

ยุทธศาสตร์ : 1.2 ส่งเสริมเด็กวัยเรียนให้แข็งแรงและฉลาด1.3 ส่งเสริมพฤติกรรมอนามัยการเจริญพันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับวัยรุ่น1.4 ส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานที่พึงประสงค์

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 5. ร้อยละของเด็กวัยเรียน (6-14 ปี) สูงดีสมส่วน ฟันไม่ผุ (caries free) และเด็กอายุ 12 ปี มีส่วนสูงเฉลี่ยตามเกณฑ์
6. ร้อยละของเด็กวัยเรียนมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ด้านการบริโภคอาหาร กิจกรรมทางกาย และทันตสุขภาพ
9. ร้อยละการตั้งครรภ์ซ้ำในหญิงอายุ น้อยกว่า 20 ปี
11. ร้อยละของวัยทำงานอายุ 30-44 ปี มีดัชนีมวลกายปกติ

cluster : กลุ่มวัยเรียน
กลุ่มวัยรุ่น
กลุ่มวัยทำงาน

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (17)6.2 ถอดบทเรียนผลงานและนวัตกรรมระดับพื้นที่
(26)9.4 การพัฒนาศักยภาพแกนนำวัยรุ่นต้นแบบด้านสุขภาพแบบองค์รวมในชุมชน
(40)13.3 พัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่าย

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : งานส่งเสริมสุขภาพและงานอนามัยสิ่งแวดล้อม เป็นงานพื้นฐานสำคัญในการทำให้ประชาชนสุขภาพดี ในการดำเนินงานดังกล่าว ต้องเริ่มต้นตั้งแต่ครอบครัว ชุมชนและขยายไปสู่ตำบล อำเภอและจังหวัด โดยต้องร่วมมือกันในทุกภาคีเครือข่าย ในช่วงที่ผ่านมาระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดให้เครือข่ายสุขภาพอำเภอ (District Health System : DHS) เป็นยุทธศาสตร์และตัวชี้วัดของกระทรวง โดยเน้นให้มีการทำงานร่วมกันของโรงพยาบาลชุมชน สาธารณสุขอำเภอ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชนและประชาชนเป็นภาคีเครือข่าย ในการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาสุขภาพของพื้นที่ร่วมกัน และเน้นหนักที่การส่งเสริมป้องกัน การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพและจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมที่เป็นปัญหาของแต่ละพื้นที่ ตามแผนยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนของกระทรวงสาธารณสุข โดยมีนโยบายในการสร้างเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตตั้งแต่อยู่ในครรภ์จนถึงวันสุดท้ายของชีวิต ซึ่งกรมอนามัยได้นำนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าวมาแปลงสู่การปฏิบัติ ทั้งนี้ได้กำหนดให้ทุกศูนย์ฯเขตดำเนินการตำบลต้นแบบการบูรณาการการดูแลสุขภาพของประชาชนทุกกลุ่มวัยและอนามัยสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ ปี 2560 และให้มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องร่วมกับมีการขยายพื้นที่อีก ๒๐๐ ตำบล ในปีงบประมาณ ๒๕๖1 เพื่อสนองตอบต่อนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขและกรมอนามัยที่ได้กำหนดให้มีการบูรณาการงานส่งเสริมสุขภาพ ๕ กลุ่มวัยและอนามัยสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการสร้างเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา จึงนำยุทธศาสตร์เครือข่ายสุขภาพอำเภอ : (District Health System : DHS) มาขับเคลื่อนการดำเนินงาน เป็นการพัฒนารูปแบบระบบส่งเสริมสุขภาพระดับอำเภอ (District Health Promotion System : DHPS) ในมิติ “เมืองสุขภาพดี” ด้วยการสร้างแนวคิดในการขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติ การแก้ไขปัญหาของพื้นที่ ให้เป็นเมืองที่ผู้คนใส่ใจเรื่องสุขภาพและการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี โดยเริ่มที่อำเภอละ ๑ ตำบลในการดูแลสุขภาพทุกกลุ่มวัยรวมทั้งการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อม ด้วยการทำงานแบบบูรณาการ ใช้หลัก AFP (Area, Function, Participation) อันประกอบด้วย 1) Area บูรณาการทำงานพร้อม ๆ กันในกลุ่มอายุเดียวกัน ได้แก่ กลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัย 0-5 ปี เด็กวัยเรียน 5-14 ปี กลุ่มวัยรุ่น 15-19 ปี กลุ่มวัยทำงาน 15-๖๐ ปี วัยผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และผู้พิการหรือกลุ่มที่อยู่หรือทำงานพร้อม ๆ กันในสถานที่เดียวกัน ได้แก่ ชุมชน (ชมรม ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ศาสนสถาน ตลาด ร้านอาหาร) โรงเรียน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานบริการสาธารณสุข 2) Function บูรณาการงานด้านการส่งเสริมสุขภาพทุกกลุ่มวัย และอนามัยสิ่งแวดล้อม เอื้อต่อ การสร้างเสริมสุขภาพ ร่วมกับสุขภาพภาคประชาชน ไปพร้อมๆ กัน 3) Participation บูรณาการความร่วมมือกับภาคี 3 ภาคส่วน ประกอบด้วย ภาครัฐ ภาคการเมือง (ท้องถิ่น) และภาคประชาชนในพื้นที่ ร่วมมือกันทั้งร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ ร่วมวางแผน ร่วมดำเนินการ ใช้ทรัพยากรร่วมกัน ร่วมติดตามผล และภาคภูมิใจร่วมกันในความสำเร็จที่ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการที่ดีมีคุณภาพ ประชาชนในเมืองมีสุขภาพดี สามารถลดอัตราการเจ็บป่วย และอัตราการตายได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มวัยมีทักษะในการส่งเสริมสุขภาพของตนเอง สามารถมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ จึงได้วางกรอบแนวทางการขับเคลื่อนเมืองสุขภาพ ด้วยการสนับสนุนทางวิชาการ และการรับรองมาตรฐานเมืองสุขภาพดี (Healthy Cities Award) สื่อถึงคุณภาพของหน่วยงานใน 4 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านระบบบริหารจัดการคุณภาพขององค์กร ด้วยกระบวนการทำงาน ตามแนวทาง DHS 2) ด้านการมีส่วนร่วมและความเข้มแข็งของภาคีเครือข่าย 3) ด้านการจัดระบบบริการตาม Area ( Setting ) สู่มาตรฐานตามที่กำหนด 4) ด้านผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน คุณภาพของหน่วยงานทั้ง ๔ ด้านเป็นตัวบ่งชี้ระดับความสุขขั้นพื้นฐานที่ประชาชนพึงได้รับการคุ้มครองสิทธิการเข้าถึงและดำรงชีวิตในสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการสร้างเสริมสุขภาพ จากการร่วมพัฒนาแบบบูรณาการ ทั้งจากภาครัฐ ภาคการเมือง และการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ศูนย์อนามัยที่ ๑๒ มีพันธกิจในการพัฒนาระบบการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมให้เข้มแข็ง ซึ่งครอบคลุมทั้งระบบ การเฝ้าระวัง การกำกับ ติดตามและประเมินผล เพื่อนำมาสู่การพัฒนานโยบาย กฎหมาย และระบบงานอย่างต่อเนื่องและมีคุณภาพ จึงได้จัดทำโครงการตำบลบูรณาการงานส่งเสริมสุขภาพ ๕ กลุ่มวัยและอนามัยสิ่งแวดล้อม ปี 2561 ขึ้น เพื่อส่งเสริมให้มีการดำเนินงานตำบลบูรณาการงานส่งเสริมสุขภาพ ๕ กลุ่มวัยและอนามัยสิ่งแวดล้อม ต่อเนื่องจากปีงบประมาณที่ผ่านมา โดยเน้นคุณภาพของการดำเนินงานตามกระบวนการที่เหมาะสมของแต่ละพื้นที่ รวมทั้งขยายการดำเนินงานให้ได้ครบถ้วนตามมาตรฐานของ setting งานส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม โดยพัฒนาพื้นที่นำร่องเดิมและขยายพื้นที่นำร่องใหม่ ให้มีการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพได้ครอบคลุมทุกกลุ่มวัย รวมทั้งมีการจัดสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการสร้างเสริมสุขภาพ มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้นวตกรรมสิ่งดี ๆ ด้านส่งเสริมสุขภาพ 5 กลุ่มวัยและอนามัยสิ่งแวดล้อม ในพื้นที่ เพื่อต่อยอดการพัฒนางาน และสามารถเป็นตัวอย่างหรือเป็นพี่เลี้ยงให้กับพื้นที่ที่สนใจภายในจังหวัดหรือจังหวัดใกล้เคียงต่อไป

วัตถุประสงค์ : 1.1 เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานเมืองสุขภาพดี 1.2 เพื่อเชิดชูเกรียติพื้นที่ๆผ่านการประเมินตำบลบูรณาการงานส่งเสริมสุขภาพ๕ กลุ่มวัยและอนามัยสิ่งแวดล้อม 2.เพื่อการเผยแพร่นวตกรรมของพื้นที่ 3.เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการประเมินตนเองของชุมชน 4.เพื่อพัฒนาศักยภาพแกนนำในการดำเนินงานตำบลบูรณาการงานส่งเสริมสุขภาพ 5 กลุ่มวัยและอนามัยสิ่งแวดล้อม ปี 2561 5. เพื่อส่งเสริมการดำเนินงานตำบลบูรณาการงานส่งเสริมสุขภาพ๕ กลุ่มวัยและอนามัยสิ่งแวดล้อมผ่านเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1.1 ผู้เข้าร่วมประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร้อยละ 80 1.2. มอบเกรีบติบัตรพื้นที่ ที่ผ่านเกณฑ์ฯ 10 พื้นที่ 1.3 ถอดบทเรียนผลงานและนวัตกรรมระดับพื้นที่ 2. จำนวนสื่อ ผลงานทางวิชาการนวัตกรรมและสิ่งดีๆ ของพื้นที่โดยผ่านช่องทางรายการ Focus สุขภาพ จำนวน 10 สื่อ 3. คู่มือการดำเนินงาน ตำบลบูรณาการ ฯ 1 ชุดจำนวน 300 เล่ม 4.1 แกนนำในระดับจังหวัด อำเภอและตำบลในพื้นที่ ต.บูรณาการงานส่งเสริมสุขภาพ 5 กลุ่มวัยและอนามัยสิ่งแวดล้อม และบุคลากรศูนย์อนามัยที่12 เข้ารับการประชุมฯไม่น้อยกว่าร้อยละ80 4.2 มีแกนนำวิทยากรต้นแบบในพื้นที่ ต.บูรณาการงานส่งเสริมสุขภาพ 5 กลุ่มวัยและอนามัยสิ่งแวดล้อม 5.ตำบลที่ผ่านการดำเนินงานตำบลบูรณาการงานส่งเสริมสุขภาพ 5 กลุ่มวัยและอนามัยสิ่งแวดล้อม จังหวัดละ 2 ตำบล 14 ตำบล/7 จังหวัด

วิธีการดำเนินงาน : 1.จัดเวที แลกเปลี่ยนเรียนรู้นวัตกรรม ตำบลบูรณาการ 2. มอบเกรียติบัตร 2. ผลิตสื่อสารคดีสั้นรายการ Focus สุขภาพ เพื่อเผยแพร่ผลงานทางวิชาการและนวตกรรมและสิ่งดีๆ ของพื้นที่ 3.พัฒนาคู่มือการดำเนินงานตำบลบูรณาการงานส่งเสริมสุขภาพ๕ กลุ่มวัยและอนามัยสิ่งแวดล้อม 4.ประชุมเชิงปฏิบัติการสร้างวิทยากรการดำเนินงานตำบลบูรณาการงานส่งเสริมสุขภาพ๕ กลุ่มวัยและอนามัยสิ่งแวดล้อม ปี 2561 5.เยียมเสริมพลังและ ประเมินมาตรฐานการดำเนินงานบูรณาการ 5กลุ่มวัยและอนามัยสวล

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1.จัดเวที แลกเปลี่ยนเรียนรู้นวัตกรรม ตำบลบูรณาการ 2. มอบเกรียติบัตร 21 ธ.ค. 2560 - 22 ธ.ค. 2560 559,800.00
2 2. ผลิตสื่อสารคดีสั้นรายการ Focus สุขภาพ เพื่อเผยแพร่ผลงานทางวิชาการและนวตกรรมและสิ่งดีๆ ของพื้นที่ 1 พ.ย. 2560 - 31 ก.ค. 2561 40,200.00
3 3. พัฒนาคู่มือการดำเนินงานตำบลบูรณาการงานส่งเสริมสุขภาพ 5 กลุ่มวัยและอนามัยสิ่งแวดล้อม 1 มี.ค. 2561 - 31 มี.ค. 2561 20,000.00
4 4. ประชุมเชิงปฏิบัติการสร้างวิทยากรการดำเนินงานตำบลบูรณาการงานส่งเสริมสุขภาพ 5 กลุ่มวัยและอนามัยสิ่งแวดล้อม ปี 2561 1 มี.ค. 2561 - 31 มี.ค. 2561 200,000.00
5 5.1 เยียมเสริมพลัง (ประชุมราชการ) 1 พ.ย. 2560 - 31 ส.ค. 2561 118,000.00
6 5.2 เยี่ยมเสริมพลัง (นิเทศ ติดตาม /ประเมินรับรองมาตรฐาน) 1 มี.ค. 2561 - 31 ส.ค. 2561 62,000.00
รวมเป็นเงิน 1,000,000.00
งบประมาณ : 1,000,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 พ.ย. 2560 - 31 ส.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. การมีส่วนร่วมในการพัฒนาจัดการงานส่งเสริมสุขภาพและงานอนามัยสิ่งแวดล้อมแบบบูรณาการ และปรับปรุงให้บรรลุเมืองสุขภาพดีต้นแบบ บุคคลและองค์กรต้นแบบ 2. องค์ความรู้ นวตกรรมสิ่งดี ๆ ด้านส่งเสริมสุขภาพ 5 กลุ่มวัยและอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ เพื่อต่อยอดการพัฒนางาน และสามารถเป็นตัวอย่างหรือเป็นพี่เลี้ยงให้กับพื้นที่ที่สนใจภายในจังหวัดหรือจังหวัดใกล้เคียงได้

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นางสาววนิดา สุขขี นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 2. นายมานะ หะสาเมาะ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 3. นางโสภิดา สุขจรุง นักโภชนาการชำนาญการพิเศษ

ผู้เสนอโครงการ : นางโสภิดา สุขจรุง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางสาวสุดารัตน์ ธีระวร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายบุญแสง บุญอำนวยกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา
ลำดับที่ : 51

ชื่อโครงการ : 7.1 โครงการเฝ้าระวังด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมปีงบประมาณ2561

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กลุ่ม KISS

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (71)24.1 พัฒนาระบบเฝ้าระวัง การจัดการความรู้ และนวัตกรรมด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

แผนจัดสรรงบประมาณ :   2. แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

หลักการและเหตุผล : กรมอนามัยเป็นองค์กรหลักของประเทศในการอภิบาลระบบส่งเสริมสุขภาพและระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อประชาชนสุขภาพดีได้ตระหนักถึงความสำคัญและความจำเป็นถึงการทำงานให้เท่าทัน สถานการณ์และปัญหาสุขภาพที่เปลี่ยนแปลงไปการอภิบาลระบบสุขภาพที่มีประสิทธิภาพจะเกิดขึ้นได้ภายใต้ แนวคิด “การมีกลไกสนับสนุนการจัดการความรู้ระบบข้อมูลสารสนเทศที่ดีและมีประสิทธิภาพ” สำหรับระบบเฝ้าระวังการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมที่เป็นความรับผิดชอบโดยตรงของกรมอนามัยประกอบด้วย 5 กลุ่มวัยและอนามัยสิ่งแวดล้อม ได้แก่ กลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัย กลุ่มวัยเรียน กลุ่มวัยรุ่น กลุ่มวัยทำงาน กลุ่มผู้สูงอายุและอนามัยสิ่งแวดล้อม ซึ่งในการพัฒนาโมเดลขับเคลื่อนกรมอนามัย 4.0 เพื่อมุ่งสู่การเป็นองค์กรคุณภาพมุ่งสู่คุณธรรมด้วยเครื่องมือ PMQA ในการผลักดันและขับเคลื่อนองค์กรให้เกิดการเปลี่ยนแปลง จำเป็นที่บุคลากรต้องมีการแสวงหาข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย เพื่อนำความรู้ใหม่ๆมาสร้างนวัตกรรมและพัฒนางานให้มีประสิทธิภาพ มีช่องทางในการสืบค้นข้อมูลสุขภาพจากระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data)ของกระทรวงสาธารณสุข ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา ได้เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้รู้เท่าทันด้านเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์ข้อมูล ให้มีความรู้ ความสามารถ ในการเข้าไปสืบค้นจากระบบ DOH Dashboard ของกรมอนามัย และนำไปวิเคราะห์ สังเคราะห์ แปรผลเป็นสารสนเทศ เพื่อใช้ในการสนับสนุนการดำเนินงานและการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วัตถุประสงค์ : เพื่อพัฒนาบุคลากรศูนย์อนามัยที่12ยะลามีความรู้ความเข้าใจและสามารถใช้DOH Dashboard และถ่ายทอดให้กับภาคีเครือข่ายในการเฝ้าระวังข้อมูลตัวชี้วัดด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม กรมอนามัย

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1 .ร้อยละ90ของกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมประชุม 2. กลุ่มเป้ามายที่เข้าร่วมประชุมมีการเข้าไปใช้ฐานข้อมูลDOH Dashboard ร้อยละ30

วิธีการดำเนินงาน : 1.ประชุมเชิงปฏิบัติการการเฝ้าระวังด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมด้วยฐานข้อมูลDOH Dashboard

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1.ประชุมเชิงปฏิบัติการการเฝ้าระวังด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมด้วยฐานข้อมูลDOH Dashboard 1 ม.ค. 2561 - 31 พ.ค. 2561 25,000.00
รวมเป็นเงิน 25,000.00
งบประมาณ : 25,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ม.ค. 2561 - 31 พ.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลามีฐานข้อมูลผลการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติราชการ 2. บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลาและภาคีเครือข่ายทราบและเข้าถึงแหล่งข้อมูลสถานการณ์ภาวะสุขภาพของประชาชนเขตสุขภาพที่ 12

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นางสาวเสาวคนธ์ ภักดี ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 2. นางสาวนวพร เตโช ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 3. นางสาววนิดา สุขขี ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ

ผู้เสนอโครงการ : นางสาววนิดา สุขขี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางสาววนิดา สุขขี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายบุญแสง บุญอำนวยกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา
ลำดับที่ : 52

ชื่อโครงการ : 7.2 โครงการพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศของศูนย์อนามัยที่12ยะลา

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กลุ่ม KISS

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (71)24.1 พัฒนาระบบเฝ้าระวัง การจัดการความรู้ และนวัตกรรมด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

แผนจัดสรรงบประมาณ :   2. แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

หลักการและเหตุผล : ระบบข้อมูลข่าวสารและสารสนเทศด้านสุขภาพ เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยในการพัฒนางานสาธารณสุข สารสนเทศต่างๆ โดยได้มาจากการเก็บรวบรวมข้อมูล ทั้งจากแหล่งปฐมภูมิและแหล่งทุติยภูมิ ซึ่งข้อมูลที่ได้จะต้องนำมาจัดระบบสารสนเทศ (Management Information System : MIS) ให้เป็นหมวดหมู่ที่ง่ายและสะดวกในการนำไปใช้ในการบริหาร การควบคุม กำกับ ติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน ตลอดจนการเฝ้าระวังและการใช้ในการตัดสินใจเชิงนโยบาย ดังนั้น เพื่อพัฒนาและจัดระบบสารสนเทศในงานสาธารณสุขให้ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยกรมอนามัยได้กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ปี 2558 – 2561 เป้าหมายสำคัญ คือ มีโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่คุ้มค่า ปลอดภัย ทันสมัย และพอเพียงต่อความต้องการใช้งานเพื่อส่งเสริมพันธกิจของกรม และรองรับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง พร้อมให้ผู้ใช้บริการทุกภาคส่วน (เครือข่าย ประชาชน เจ้าหน้าที่ ) สามารถเข้าถึงและใช้บริการสารสนเทศด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ทั่วถึงและเท่าเทียมด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ดังนั้น ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา ได้ตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการการพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศ ของศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา เพื่อพัฒนาบุคลากรให้มีองค์ความรู้ ความเข้าใจด้านการเชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศกรมอนามัยและร่วมกันพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศ ของศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลาเพื่อให้สอดรับกับของกรมอนามัย และมีความทันสมัยเป็นปัจจุบัน

วัตถุประสงค์ : 1.เพื่อพัฒนาบุคลากรให้มีองค์ความรู้ ความเข้าใจด้านการเชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศกรมอนามัย 2.เพื่อการพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศของศูนย์อนามัยที่12ยะลา

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1 ร้อยละ90ของกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมประชุม 2 ผลสรุปข้อมูลชี้เป้าด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมในระดับพื้นที่ เขต12 จำนวน 1 ชุด

วิธีการดำเนินงาน : 1.ประชุมเชิงปฏิบัติการการวิเคราะห์ข้อมูลชี้เป้าการปฏิบัติการในระดับพื้นที่ เขต12

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1.ประชุมเชิงปฏิบัติการการวิเคราะห์ข้อมูลชี้เป้าการปฏิบัติการในระดับพื้นที่ เขต12 1 มี.ค. 2561 - 30 เม.ย. 2561 25,000.00
รวมเป็นเงิน 25,000.00
งบประมาณ : 25,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 มี.ค. 2561 - 30 เม.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลามีองค์ความรู้ ความเข้าใจด้านการเชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศกรมอนามัย 2. บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา ร่วมกันพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศ ของศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา เพื่อให้สอดรับกับของกรมอนามัย และมีความทันสมัยเป็นปัจจุบัน 3. มีข้อมูลชี้เป้าด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมในระดับพื้นที่เขต 12 เพื่อการเฝ้าระวัง และพัฒนางาน

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางสาววนิดา สุขขี นางสาวเสาวคนธ์ ภักดี นางสาววิไลพร ชูกำเนิด

ผู้เสนอโครงการ : นางสาววนิดา สุขขี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางสาววนิดา สุขขี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายบุญแสง บุญอำนวยกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา
ลำดับที่ : 53

ชื่อโครงการ : 7.3 โครงการส่งเสริมสนับสนุนให้ภาคีเครือข่ายร่วมสร้าง วิจัยและนวัตกรรม ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :