หน่วยงาน สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง
ลำดับที่ : 1

ชื่อโครงการ : โครงการสนับสนุนการใช้กฎหมายสาธารณสุข ปี 2561

ยุทธศาสตร์ : 2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 15. ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างน้อยตำบลละ 1 ชุมชน

cluster : กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (56)18.2 ขับเคลื่อนการบังคับใช้กฎหมาย

แผนจัดสรรงบประมาณ :   3. แผนงานบูรณาการบริหารจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม

หลักการและเหตุผล : สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง มีพื้นที่เป็นลักษณะเขตเมือง เป็นที่ตั้งของโรงงานอุตสาหกรรมหลายแห่ง และบางส่วนเป็นจุดขนถ่ายและกระจายสินค้าจากแหล่งผลิต อีกทั้งพื้นที่บางส่วนเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและโครงการบ้านจัดสรรที่มีประชากรอาศัยอยู่ค่อนข้างหนาแน่น ด้วยลักษณะทางภูมิศาสตร์ดังกล่าว ทำให้เกิดปัญหาข้อร้องเรียนต่างๆ ด้านสิ่งแวดล้อม เช่น เรื่องฝุ่น สารเคมี น้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมหรือปัญหาเรื่องกลิ่น ควัน และเสียงดังในเขตชุมชนที่อยู่อาศัย ซึ่งปัญหา ดังกล่าวอาจก่อให้เกิดปัญหาเหตุรำคาญ และส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนที่อยู่ใกล้เคียงทั้งทางตรงและทางอ้อม ส่วนใหญ่เกิดจากการประกอบกิจการต่างๆ ที่เป็นกิจการที่เข้าข่ายกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕ หรือนอกเหนือจากนี้ ซึ่งต้องแก้ปัญหาตามขั้นตอนที่กำหนดในกฎหมายดังกล่าว จากการดำเนินงานการตามโครงการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อคุ้มครองสิทธิและสุขภาพของประชาชนในเขตเมือง ปีงบประมาณ 2560 ที่ผ่านมา พบว่า ปัญหาอุปสรรคในการบังคับใช้มาตรการด้านกฎหมายสาธารณสุขตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕ เกิดจากเครือข่ายสาธารณสุขไม่มั่นใจในองค์ความรู้ ขาดทักษะในการบังคับใช้กฎหมาย ไม่ทราบถึงข้อกฎหมายนั้นๆ และมีการเปลี่ยนผู้รับผิดชอบงานกฎหมายสาธารณสุขบ่อยครั้ง ทำให้ไม่กล้าใช้อำนาจของตนตามที่กฎหมายกำหนดเมื่อเกิดกรณีละเมิดกฎหมาย ประกอบกับประชาชนมีความรู้เรื่องกฎหมายสาธารณสุขและมีช่องทางในการร้องเรียนเพิ่มมากขึ้น จึงทำให้มีการร้องเรียนและการอุทธรณ์ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ดังนั้น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในฐานะองค์กรหลักที่มีอำนาจหน้าที่ควบคุม กำกับดูแล และระงับเหตุรำคาญในท้องถิ่น ตามที่พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ให้อำนาจไว้ จำเป็นต้องศึกษาขั้นตอน วิธีการ และมาตรการการบังคับใช้กฎหมายให้ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ ดังนั้นสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง จึงได้จัดทำโครงการ เพื่อเป็นการสนับสนุนและส่งเสริมให้มีการใช้มาตรการด้านกฎหมายสาธารณสุขอย่างกว้างขวางและมั่นใจ ตลอดจนรองรับให้มีการสนับสนุนภาคีเครือข่ายในการดำเนินงานด้านกฎหมายสาธารณสุขได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีผลในการคุ้มครองสิทธิของประชาชน รวมถึงการติดตามแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียน เหตุรำคาญและกรณีอุทธรณ์คำสั่งเจ้าพนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกิดขึ้นในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วัตถุประสงค์ : เพื่อติดตามสถานการณ์และสนับสนุนการดำเนินงานการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียน การตรวจสอบข้อเท็จจริงในการจัดการเรื่องร้องเรียน และการหาข้อเท็จจริงกรณีอุทธรณ์ รวมถึงเพื่อเป็นการสนับสนุนและส่งเสริมให้มีการใช้มาตรการด้านกฎหมายสาธารณสุขอย่างกว้างขวางและมั่นใจ ตลอดจนรองรับให้มีการสนับสนุนภาคีเครือข่ายในการดำเนินงานด้านกฎหมายสาธารณสุขได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีผลในการคุ้มครองสิทธิของประชาชน

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
เป้าหมายโครงการ 1. กรณีการอุทธรณ์ในพื้นที่ได้รับการแก้ไขปัญหาและตรวจสอบข้อเท็จจริงตามระบบงานของหน่วยงาน (จังหวัดกรุงเทพมหานคร) 24 ครั้ง 2. จัดประชุมพัฒนากฎหมายสาธารณสุขให้มีประสิทธิภาพ และการบังคับใช้กฎหมายสาธารณสุขขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 1 ครั้ง ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ เชิงปริมาณ : เรื่องร้องเรียน/เหตุรำคาญ และกรณีการอุทธรณ์ในพื้นที่ได้รับการแก้ไขปัญหาและตรวจสอบ ร้อยละ 100 เชิงคุณภาพ : สถานการณ์และรูปแบบการจัดการเหตุรำคาญและการจัดการกรณีการอุทธรณ์ในพื้นที่ ร้อยละ 100 เชิงเวลา : ร้อยละของการดำเนินงานได้ตามกำหนดเวลาร้อยละ 80

วิธีการดำเนินงาน : ๑) สนับสนุนการดำเนินงานด้านกฎหมายสาธารณสุข ๑.๑) ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเสนอคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ๒) พัฒนาฐานข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการเรื่องการอุทธรณ์ และการบังคับใช้กฎหมายสาธารณสุขขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๓) พัฒนากฎหมายสาธารณสุขให้มีประสิทธิภาพ และการบังคับใช้กฎหมายสาธารณสุขขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๔) สนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายพระราชบัญญัติ ควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสําหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ. ๒๕๖๐ และ พระราชบัญญัติอนามัยการเจริญพันธุ์

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 เข้าร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริงเสนอคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 1,200.00
2 จัดประชุมพัฒนากฎหมายสาธารณสุขให้มีประสิทธิภาพ การบังคับใช้กฎหมายสาธารณสุขขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และนำเสนอ Case Study 1 ธ.ค. 2560 - 31 ม.ค. 2561 69,020.00
รวมเป็นเงิน 70,220.00
งบประมาณ : 70,220.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. เรื่องร้องเรียน และกรณีการอุทธรณ์ในพื้นที่ ได้รับการแก้ไขปัญหาและตรวจสอบข้อเท็จจริงตามระบบงานของหน่วยงาน 2. เครือข่ายกฎหมายสาธารณสุขมีความสามารถและทักษะในการดำเนินงานด้านกฎหมายสาธารณสุข 3.เพื่อให้ประชาชนได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายสาธารณสุข

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1 ชื่อ-สกุล นางสาวศิริทร ดวงสวัสดิ์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 2 ชื่อ-สกุล นางสาวกนกอร ศรีจันทวงษ์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 3 ชื่อ-สกุล นางสาวภาวีนี แสนสำราญ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 4 ชื่อ-สกุล นางสาวพรพรรณ ทองผดุงโรจน์ ตำแหน่ง นิติกร

ผู้เสนอโครงการ : นางสาวศิริทร ดวงสวัสดิ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : ทันตแพทย์วรวิทย์ ใจเมือง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายเกษม เวชสุทธานนท์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง
ลำดับที่ : 2

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาการจัดการน้ำในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและสร้างการมีส่วนร่วมเฝ้าระวังน้ำบริโภคเขตเมือง

ยุทธศาสตร์ : 2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 15. ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างน้อยตำบลละ 1 ชุมชน

cluster : กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (70)23.5 พัฒนาการจัดการน้ำในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

แผนจัดสรรงบประมาณ :   7. แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาด้านสาธารณสุขและสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก

หลักการและเหตุผล : แผนงานพัฒนาการจัดการน้ำบริโภคกำหนดในแผนยุทธศาสตร์ความร่วมมือส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคสู่ความเป็นเลิศ กรุงเทพมหานคร ๒๕๖๐-๒๕๗๙ แผนงานที่ ๓ ลดปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพและคุ้มครองผู้บริโภค ตัวชี้วัดที่ ๓ ร้อยละของตู้น้ำหยอดเหรียญผ่านเกณฑ์ด้านสุขลักษณะและคุณภาพน้ำบริโภค สถานการณ์ด้านสุขาภิบาลอาหารและน้ำ ปี ๒๕๕๘ ร้านอาหารได้ป้ายรับรองมาตรฐานอาหารปลอดภัยกรุงเทพฯ ร้อยละ ๗๓.๖ แผงลอยร้อยละ ๘๘.๗ ตลาดร้อยละ ๕๔.๓ ซุปเปอร์มาร์เกต ร้อยละ มินิมาร์ท ร้อยละ ๖๘.๐ ด้านการเฝ้าระวัง ปี ๒๕๕๘ พบการปนเปื้อน จุลิทรีย์ E.coli ร้อยละ ๒๒.๔ S.aureus ร้อยละ ๑๐.๒๓ Salmonella spp. ร้อยละ ๕.๑๖ สถานการณ์การปนเปื้อนสารเคมี ๔ ชนิดมีแนวโน้มลดลง มีเพียงฟอร์มาลินมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากร้อยละ ๐.๐๙ (๒๕๕๗) เป็น ๐.๓ (๒๕๕๘) ผลการเฝ้าระวังการจำแนกตามประเภทของสถานประกอบการ พบว่าโรงอาหารในโรงเรียนไม่ผ่านเกณฑ์มากที่สุด (รายงานประจำปีโครงการกรุงเทพเมืองอาหารปลอดภัย, ๒๕๕๘ ซึ่งจากการสำรวจโรงเรียนพัฒนาเด็กและเยาวชนตามพระราชดำริฯ สมเด็จพระเทพรัต ราชสุดา สยามบรมราชกุมารี จำนวน ๑๐ แห่ง ปี ๒๕๖๐ พบว่าไม่มีระบบการจัดการน้ำบริโภคที่ได้มาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ ปัญหาที่พบ ได้แก่ ไม่มีการแสดงข้อมูลวันเวลาที่เปลี่ยนไส้กรอง ทำให้ไม่ทราบว่าควรถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนไส้กรองตามระยะเวลาที่กำหนด สภาพภายนอกตู้ขาดการดูแลรักษาความสะอาด ไม่มีการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำด้วยชุดทดสอบภาคสนามและไม่เคยส่งน้ำตรวจสอบทางห้องปฏิบัติการ บางแห่งแขวนแก้วน้ำให้เด็กใช้ดื่มร่วมกัน ปัญหาเหล่านี้หากมีการจัดการที่ไม่ดี จะเป็นจุดเสี่ยงทำให้น้ำบริโภคไม่สะอาดและไม่ปลอดภัยต่อสุขภาพ สถานการณ์ด้านการสุขาภิบาลส้วมสาธารณะ ในระดับประเทศพบว่าประเภทของสถานที่ของส้วมสาธารณะที่ผ่านเกณฑ์น้อยที่สุด ได้แก่ ส้วมวัด ดังนั้นจากสถานการณ์งานสุขาภิบาลน้ำและส้วมสาธารณะจะเห็นได้ว่า โรงเรียนไม่ผ่านเกณฑ์ด้านสุขาภิบาลอาหารและน้ำมากที่สุด และวัดเป็นสถานประกอบการที่ส้วมไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานส้วมสาธารณะมากที่สุด ในการนี้สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมืองเห็นโอกาสในการพัฒนา จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาการจัดการน้ำในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและสร้างการมีส่วนร่วมเฝ้าระวังน้ำบริโภคเขตเมือง เพื่อร่วมอภิบาลระบบฯ และสนับสนุนการดำเนินงานกรุงเทพฯ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามแผนพัฒนากรุงเทพมหานคร ๒๐ ปี และแผนยุทธศาสตร์ความร่วมมือส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคสู่ความเป็นเลิศ กรุงเทพมหานครต่อไป

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อศึกษาสถานการณ์การจัดการน้ำบริโภคในโรงเรียน กพด. เขตกรุงเทพมหานคร 2. เพื่อพัฒนารูปแบบและต้นแบบการจัดการน้ำบริโภคในโรงเรียนพัฒนาเด็กและเยาวชนฯ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1 เป้าหมายโครงการ โรงเรียน กพด. เขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 25 แห่ง 2. ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ 1. สถานการณ์การจัดการน้ำบริโภคในโรงเรียน กพด. เขตกรุงเทพมหานคร 1 ชุด 2. รูปแบบการจัดการน้ำบริโภคในโรงเรียนพัฒนาเด็กและเยาวชนตามพระราชดำริฯ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 1 รูปแบบ

วิธีการดำเนินงาน : 1 สำรวจสถานการณ์การจัดการน้ำบริโภคในโรงเรียนพัฒนาเด็กและเยาวชนฯ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 2 ประชุมภาคีเครือข่ายพัฒนาระบบการจัดการน้ำบริโภคในโรงเรียนพัฒนาเด็กและเยาวชนตามพระราชดำริฯ 3 เยี่ยมเสริมพลัง สนับสนุนการดำเนินงานพัฒนาระบบการจัดการน้ำบริโภคในโรงเรียนพัฒนาเด็กฯ 4 ถอดบทเรียนการพัฒนาระบบการจัดการน้ำบริโภคในโรงเรียนพัฒนาเด็กฯ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 สำรวจสถานการณ์การจัดการน้ำบริโภคในโรงเรียนพัฒนาเด็กและเยาวชนฯ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 1 พ.ย. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 4,975.00
2 ประชุมภาคีเครือข่ายพัฒนาระบบการจัดการน้ำบริโภคในโรงเรียนพัฒนาเด็กและเยาวชนตามพระราชดำริฯ 1 เม.ย. 2561 - 30 เม.ย. 2561 21,550.00
รวมเป็นเงิน 26,525.00
งบประมาณ : 26,525.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 พ.ย. 2560 - 30 เม.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : นักเรียนโรงเรียน กพด. กรุงเทพมหานครมีน้ำดื่มและส้วมที่สะอาดปลอดภัย

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางสาวศิริทร ดวงสวัสดิ์

ผู้เสนอโครงการ : นางสาวศิริทร ดวงสวัสดิ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : ทันตแพทย์วรวิทย์ ใจเมือง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายเกษม เวชสุทธานนท์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง
ลำดับที่ : 3

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรสู่นักวิจัยมืออาชีพ

ยุทธศาสตร์ : 3. อภิบาลระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 17. ร้อยละของภาคีเครือข่ายภาครัฐที่นำสินค้าและบริการ (Product Champion) ของกรมอนามัยไปใช้
19. จำนวนงานวิจัย ผลงาน วิชาการ และนวัตกรรมที่ถูกนำไปใช้ประโยชน์

cluster : กลุ่ม KISS

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (71)24.1 พัฒนาระบบเฝ้าระวัง การจัดการความรู้ และนวัตกรรมด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

แผนจัดสรรงบประมาณ :   2. แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

หลักการและเหตุผล : น่าเชื่อถือ มีข้อมูลที่ทันสมัย เป็นหน่วยงานที่ได้รับการอ้างอิงทางวิชาการ จากการดำเนินงานที่ผ่านมา พบว่านักวิจัยของสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง มีความพร้อม และตั้งใจในการทำการวิจัย เพื่อแก้ปัญหาภาวะสุขภาพของประชาชน โดยงานวิจัยที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เป็นการวิจัยจากงานประจำ (R2R) นักวิชาการมีความมุ่งมั่น แต่ยังขาดทักษะและประสบการณ์ในการทำวิจัย จึงทำให้กระบวนการทำวิจัยไม่สามารถดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง และมีความต้องการพี่เลี้ยงให้คำแนะนำตลอดกระบวนการวิจัย จากความจำเป็นดังกล่าว ในปีงบประมาณ 2561 กลุ่มพัฒนาวิจัยและนวัตกรรม ซึ่งมีหน้าที่พัฒนากระบวนงานการจัดการความรู้ วิจัยและนวัตกรรม ให้องค์กรดำเนินงานส่งเสริมสุขภาวะ และสร้างสมดุลอนามัยสิ่งแวดล้อม เป็นองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพและขยายผลไปสู่การปฏิบัติในพื้นที่เขตเมืองและจังหวัดอื่น ๆ จึงมีการปรับเปลี่ยนกระบวนการทำวิจัยให้มีความเข้มข้นขึ้น เพื่อให้ได้ผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพ มีคุณค่า สามารถป้องกันและแก้ไขปัญหาสุขภาวะของประชาชน มีการงานวิจัยหมายถึงการแสวงหาความรู้ ความจริงอย่างเป็นระบบแบบแผนด้วยวิธีการที่น่าเชื่อถือเพื่อนำความรู้หรือ ผลการวิจัยที่ได้ไปใช้ในการแก้ปัญหา ต่อยอดการทำงาน หรือตัดสินใจด้านการบริหารจัดการเรื่องต่างๆ อย่างเหมาะสม เพื่อให้เกิดเป็นการพัฒนาองค์ความรู้ และสร้างนวัตกรรม ความสำคัญของการวิจัยนั้นอยู่ที่การนำความรู้ ผลการวิจัยไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมืองเป็นหน่วยงานที่ปรับเปลี่ยนบทบาทจากศูนย์อนามัยที่ 13 กรุงเทพฯ มาเป็นสถาบัน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการพัฒนางานวิจัย หรือวิชาการ เพื่อการพัฒนาสู่การเป็นสถาบันที่ได้รับการยอมรับ มีความเผยแพร่ในเวทีวิชาการ ระดับเขต และระดับประเทศต่อไป

วัตถุประสงค์ : 1 สร้างเสริมวัฒนธรรมการเรียนรู้ในองค์กร 2 พัฒนาศักยภาพบุคลากรให้สามารถดำงานวิจัยได้ 3 งานวิจัยสามารถเผยแพร่ในเวทีระดับเขต ระดับชาติ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1 เป้าหมาย/ผลผลิตของโครงการ 1.1 บุคลากรของสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมืองได้รับการพัฒนาศักยภาพ ด้านงานวิจัย 30 คน 1.2งานวิจัยได้รับการตีพิมพ์ เผยแพร่ อย่างน้อย 3 เรื่อง 2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ เชิงปริมาณ : จำนวนผลงานวิจัยด้านส่งเสริมสุขภาพ และอนามัยสิ่งแวดล้อม อย่างน้อย 3 เรื่อง เชิงคุณภาพ : งานวิจัยได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ อย่างน้อย 3 เรื่อง เชิงเวลา : งานวิจัยแล้วเสร็จตามเวลาที่กำหนด 75 ร้อยละ

วิธีการดำเนินงาน : 1. สำรวจความต้องการพัฒนาศักยภาพด้านการวิจัย องค์ความรู้ และทักษะด้านการวิจัย 2. พัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการวิจัย 3. พัฒนาระบบพี่เลี้ยงงานวิจัย 4. จัดเวทีนำเสนอผลงานวิจัย 5. สนับสนุนการตีพิมพ์ เผยแพร่ในวารสารวิชาการ เวทีวิชาการ และเว็บไซต์ของสถาบัน

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 พัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการวิจัย ครั้งที่ 1 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 16,890.00
2 สนับสนุนการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์องค์ความรู้ วิชาการและวิจัยนวัตกรรมสู่สังคม 1 พ.ย. 2560 - 31 ก.ค. 2561 10,400.00
3 การประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำคำขอวิจัยครั้งที่1 1 พ.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561 5,735.00
4 การประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำคำขอวิจัยครั้งที่ 2 และครั้งที่ 3 1 พ.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2561 19,300.00
รวมเป็นเงิน 52,325.00
งบประมาณ : 52,325.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. วัฒนธรรมการเรียนรู้ในองค์กร 2. มีงานวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาที่สอดคล้องกับบริบทเขตเมือง

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นางสาวบังเอิญ ทองมอญ นักโภชนาการชำนาญการพิเศษ 2. นางชุลีกร ลิ่งไธสง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 3. นางสาวเบญจวรรณ จันทพล นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 4. นางวิระฉัตร ชูสิน พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ 5. นายไพฑูรย์ ประชุมรัตน์ พนักงานธุรการ ส.3 6. นางอมรน้อย ฤทธิเดช พนักงานธุรการ ส.3 7. นางแพรวพราว โพธิ์อยู่ เจ้าพนักงานธุรการ

ผู้เสนอโครงการ : นางสาวบังเอิญ ทองมอญ นักโภชนาการชำนาญการพิเศษ หัวหน้างานพัฒนาวิจัยและนวัตกรรม

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายวรวิทย์ ใจเมือง รักษาการทันตแพทย์เชี่ยวชาญ รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง กลุ่มภารกิจสนับสนุน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายเกษม เวชสุทธานนท์ นายแพทย์เชี่ยวชาญ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง
ลำดับที่ : 4

ชื่อโครงการ : โครงการส่งเสริมการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมให้เอื้อต่อสุขภาวะประชาชนและพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานบริการสาธารณสุข สู่ GREEN & CLEAN ในพื้นที่เขตเมือง ปี ๒๕61

ยุทธศาสตร์ : 2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 15. ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างน้อยตำบลละ 1 ชุมชน

cluster : กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (53)17.2 ส่งเสริมการดำเนินงาน GREEN&CLEAN Hospital

แผนจัดสรรงบประมาณ :   3. แผนงานบูรณาการบริหารจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม

หลักการและเหตุผล : การเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศกำลังเป็นปัญหาสำคัญ และส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อมนุษยชาติที่กล่าวถึงกันมากที่สุดในปัจจุบันคือสภาวะโลกร้อน ซึ่งเป็นผลของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกหลายชนิดที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ จากวิถีชีวิตปัจจุบันของประชาชนที่มีประชากรเพิ่มมากขึ้น มีการขยายตัวของพื้นที่เขตเมือง ทั้งความเป็นอยู่และภาคอุตสาหกรรมที่ก่อให้เกิดปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเผาไหม้เชื้อเพลิงอุตสาหกรรม และเกษตรกรรม มีการคาดการณ์ในอีก 100 ปี ข้างหน้าว่าอุณหภูมิโลกจะสูงขึ้น 3-5 °C หากไม่หาทางป้องกันและแก้ไขสภาพการณ์เลวร้ายต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นและส่งผลกระทบที่เป็นอันตรายต่อโลกและสิ่งมีชีวิตทั้งมวล สถานบริการสาธารณสุข เป็นหน่วยงานที่ให้การบริการประชาชนทั้งด้านการป้องกัน รักษา และฟื้นฟูสุขภาพ ในแต่ละวันจะมีกิจกรรมเป็นจำนวนมาก และหลายๆ กิจกรรมเกี่ยวข้องกับการใช้พลังงานและเชื้อเพลิง เช่น การใช้กระแสไฟฟ้า การเดินทางของบุคลากรและผู้ป่วย การติดต่อสื่อสาร การขนส่งวัสดุอุปกรณ์ สินค้าและบริการต่างๆ อีกทั้งยังมีของเสีย ทั้งเศษอาหารจากตึกผู้ป่วย โรงอาหาร ร้านอาหาร สิ่งปฏิกูลที่เกิดจากการขับถ่าย ตลอดจนเกิดมูลฝอยและมูลฝอยติดเชื้อ และนอกจากนั้นยังมีการใช้สารเคมีเพื่อการรักษาผู้ป่วย กิจกรรมเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม กระทรวงสาธารณสุขได้ตระหนักถึงความสำคัญในการป้องกันและลดผลกระทบต่อสุขภาพจากการดำเนินกิจกรรมของสถานพยาบาล มุ่งเน้นการจัดการสุขาภิบาลอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2560 พื้นที่กรุงเทพมหานคร มีสถานบริการสาธารณสุขที่เข้าร่วมโครงการและพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานพยาบาลเป็น GREEN & CLEAN Hospital เพียง 13 แห่ง ซึ่งเป็นสถานพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข และในปี 2561 ตามแผนยุทธศาสตร์ส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคสู่ความเป็นเลิศ กรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๖๐–๒๕7๙ มีเป้าหมายให้โรงพยาบาลกรุงเทพมหานคร สังกัดกระทรวงสาธารณสุข มีการดำเนินการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมได้ตามเกณฑ์ Green & Clean Hospital อย่างต่อเนื่อง โดยมีการลดปริมาณขยะที่ต้นทาง การใช้ประโยชน์จากของเสีย การพัฒนาส้วม การลดใช้พลังงาน การจัดการสิ่งแวดล้อมที่ช่วยลดโลกร้อน อาหารปลอดสารพิษ และการจัดสิ่งแวดล้อมในสถานพยาบาลในกรุงเทพมหานครให้มีพื้นที่สีเขียวเพิ่มขึ้น กิจกรรมเหล่านี้ เป็นกิจกรรมที่ช่วยลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งสิ้น สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง จัดทำโครงการส่งเสริมการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมให้เอื้อต่อสุขภาวะประชาชนและพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานบริการสาธารณสุข สู่ GREEN & CLEAN ในพื้นที่เขตเมือง ปี ๒๕61 ขึ้นโดยมีการดำเนินงานเกี่ยวกับการลดผลกระทบต่อสุขภาพที่เกิดจากการจัดการอนามัยแวดล้อมในสถานพยาบาล และสร้างกระบวนการให้ประชาชนมีความความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health literacy) ในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพที่ดีของประชาชนทุกกลุ่มวัยในพื้นที่เขตเมือง โดยมุ่งหวังเพื่อให้ประชาชนได้รับการคุ้มครองสิทธิทางสุขภาพ นำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนและเพื่อให้ชุมชนเขตเมือง มีความเข้มแข็ง สุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืนภายใต้สิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการอยู่อาศัยเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี โดยมีเทคโนโลยีและองค์ความรู้ที่เหมาะสมสำหรับประชาชนในพื้นที่เขตเมือง

วัตถุประสงค์ : 7.1. เพื่อพัฒนาและยกระดับการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานพยาบาลในกรุงเทพมหานครให้เป็น GREEN & CLEAN Hospital Plus 7.2 เพื่อพัฒนาศักยภาพคณะทำงานในการขับเคลื่อนและพัฒนาสถานพยาบาลเป็น GREEN & CLEAN Hospital Plus ในกรุงเทพมหานคร 7.3 เพื่อพัฒนานวัตกรรมในการการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานพยาบาลสู่การลดภาวะโลกร้อน 7.4 เพื่อให้ประชาชนได้รับการคุ้มครองสิทธิด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
- เป้าหมาย/ผลผลิตของโครงการ กิจกรรมที่ 1 สนับสนุนการขับเคลื่อนงานอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานพยาบาล 1. จำนวนผู้เชี่ยวชาญเข้าร่วมประชุมพัฒนาเกณฑ์มาตรฐาน GREEN & CLEAN Hospital เป็น GREEN & CLEAN Hospital Plus ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 2. จำนวนคณะทำงานเข้าร่มประชุมการพัฒนาสถานพยาบาลเป็น GREEN & CLEAN Hospital Plus ในกรุงเทพมหานคร ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 3. จำนวนโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขและสังกัด กทม. เข้าร่วมพัฒนาอนามัยสิ่งแวดลอมตามเกณฑ GREEN&CLEAN Hospital ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 4. จำนวนผู้เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานอนามัยสิ่งแวดล้อมในโรงพยาบาล ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 กิจกรรมที่ 2 พัฒนารูปแบบการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในหน่วยงานราชการ - จำนวนผู้เข้าร่วมการถอดบทเรียนการพัฒนาองค์กรให้เป็น GREEN Model ในสถานที่ราชการ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 กิจกรรมที่ 3 ประชุมแลกเปลี่ยนต้นแบบ/นวัตกรรมอนามัยสิ่งแวดล้อม เนื่องในวันอนามัยสิ่งแวดล้อมไทย - จำนวนผู้เข้าร่วมประชุมแลกเปลี่ยนต้นแบบ/นวัตกรรมอนามัยสิ่งแวดล้อม เนื่องในวันอนามัยสิ่งแวดล้อมไทย ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 - ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ เชิงปริมาณ : กิจกรรมที่ 1 สนับสนุนการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานพยาบาล 1. เกณฑ์มาตรฐาน GREEN & CLEAN Hospital ปรับการพัฒนาเป็น GREEN & CLEAN Hospital Plus 1 เรื่อง 2. คณะทำงานในการพัฒนาสถานพยาบาลเป็น GREEN & CLEAN Hospital Plus ในกรุงเทพมหานคร 1 คณะ 3. โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขและสังกัด กทม. พัฒนาอนามัยสิ่งแวดลอมตามเกณฑ GREEN&CLEAN Hospital ระดับพื้นฐาน ร้อยละ 75 4. มีต้นแบบ GREEN & CLEAN Hospital 1 แห่ง 5. นวัตกรรมในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานพยาบาล ได้แก่ การจัดการขยะ ส้วม พลังงาน พื้นที่สีเขียว ระบบบำบัดน้ำเสีย ฯลฯ 1 เรื่อง 6. มีข้อมูลปริมาณมูลฝอยติดเชื้อในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขและสังกัดกรุงเทพมหานคร 23 แห่ง กิจกรรมที่ 2 พัฒนาต้นแบบการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในหน่วยงานราชการ 1. รูปแบบ (Model) การพัฒนากระบวนการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในหน่วยงานราชการ (ศาลปกครองสูงสุด) 1 รูปแบบ กิจกรรมที่ 3 ประชุมแลกเปลี่ยนต้นแบบ/นวัตกรรมอนามัยสิ่งแวดล้อม เนื่องในวันอนามัยสิ่งแวดล้อมไทย 70 คน เชิงคุณภาพ : กิจกรรมที่ 1 สนับสนุนอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานพยาบาล - กทม.มีการพัฒนาคณะกรรมการขับเคลื่อนให้โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขและสังกัด กทม. มีการพัฒนาเป็น GREEN & CLEAN Hospital Plus กิจกรรมที่ 2 พัฒนาต้นแบบการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในหน่วยงานราชการ - ส่งเสริมการขับเคลื่อนให้เกิดรูปแบบ (Model) การพัฒนากระบวนการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในหน่วยงานราชการ (ศาลปกครองสูงสุด) กิจกรรมที่ 3 ประชุมแลกเปลี่ยนต้นแบบ/นวัตกรรมอนามัยสิ่งแวดล้อม เนื่องในวันอนามัยสิ่งแวดล้อมไทย - สนับสนุนให้เกิดนวัตกรรมอนามัยสิ่งแวดล้อม เชิงเวลา : ร้อยละของการดำเนินงานได้ตามกำหนดเวลา 80 ร้อยละ

วิธีการดำเนินงาน : กิจกรรมที่ 1 สนับสนุนอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานพยาบาล 1.1 ประชุมพัฒนาเกณฑ์มาตรฐาน GREEN & CLEAN Hospital เป็น GREEN & CLEAN Hospital Plus 1.2 แต่งตั้งคณะทำงานพัฒนา GREEN & CLEAN Hospital Plus ในกรุงเทพมหานคร 1.3 ประชุมวางแผนคณะทำงาน GREEN & CLEAN Hospital Plus ในกรุงเทพมหานคร 1.4 ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานอนามัยสิ่งแวดล้อมในโรงพยาบาล (1.เวทีเสวนาตัวอย่างความสำเร็จในการดำเนินงาน ปี 2560 2. มอบป้ายเชิดชูเกียรติสถานพยาบาลที่ดำเนินงาน GREEN & CLEAN Hospital ในกรุงเทพมหานคร ปี 2560 3. ชี้แจงแนวทางการดำเนินงานปี 61) 1.5 พัฒนาระบบสารสนเทศและพัฒนาสื่อในการประชาสัมพันธ์เพื่อให้เกิดการเข้าถึงหลักเกณฑ์และข้อมูลวิชาการ -ค่าจัดทำคู่มือ/ แผ่นพับ/ โปสเตอร์/ไวนิล 1.6 ส่งเสริมวิชาการ นิเทศ ติดตาม เสริมพลัง ในโรงพยาบาลเพื่อให้มีการจัดการตามมาตรฐาน GREEN & CLEAN Hospital และพัฒนานวัตกรรมการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานพยาบาลสู่ภาคีเครือข่าย 1.7 สำรวจปริมาณมูลฝอยติดเชื้อในกรุงเทพมหานคร กิจกรรมที่ 2 พัฒนารูปแบบการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในหน่วยงานราชการ 2.1 ประชุมแต่งตั้งคณะทำงานพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมในหน่วยงานราชการ 1 แห่ง 2.2 สนับสนุนวิชาการ เสริมพลัง ให้เกิดการพัฒนากระบวนการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมให้เป็น GREEN Model ในสถานที่ราชการ 2.3 ถอดบทเรียนการพัฒนาองค์กรให้เป็น GREEN Model ในสถานที่ราชการ กิจกรรมที่ 3 ประชุมแลกเปลี่ยนต้นแบบ/นวัตกรรมอนามัยสิ่งแวดล้อม เนื่องในวันอนามัยสิ่งแวดล้อมไทย

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมพัฒนาหลักสูตร/เกณฑ์มาตรฐาน GREEN & CLEAN Hospital Plus เขตเมือง 1 พ.ย. 2560 - 30 พ.ย. 2560 23,450.00
2 พัฒนาระบบสารสนเทศและพัฒนาสื่อในการประชาสัมพันธ์เพื่อให้เกิดการเข้าถึงหลักเกณฑ์และข้อมูลวิชาการ 1 ต.ค. 2560 - 28 ก.พ. 2561 27,000.00
3 ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานพยาบาล 1 ก.พ. 2561 - 31 มี.ค. 2561 110,160.00
รวมเป็นเงิน 160,610.00
งบประมาณ : 160,610.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 31 มี.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : ประชาชนได้รับการคุ้มครองสิทธิทางสุขภาพ นำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนและเพื่อให้ชุมชนเขตเมือง มีความเข้มแข็ง สุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืนภายใต้สิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการอยู่อาศัยเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี

ผู้รับผิดชอบโครงการ : น.ส.ศิริทร ดวงสวัสดิ์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ น.ส.กนกอร ศรีจันทวงษ์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ น.ส.ภาวินี แสนสำราญ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ น.ส.พรพรรณ ทองผดุงโรจน์ ตำแหน่ง นิติกร

ผู้เสนอโครงการ : นางสาวศิริทร ดวงสวัสดิ์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : ทันตแพทยวรวิทย์ ใจเมือง รองผู้อำนวยการฯ สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายเกษม เวชสุทธานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง
ลำดับที่ : 5

ชื่อโครงการ : โครงการเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ เพื่อองค์รวมสุขภาวะในกลุ่มประชารัฐ

ยุทธศาสตร์ : 1.5 ส่งเสริมผู้สูงอายุไทยเพื่อเป็นหลักชัยของสังคม

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 13. อายุคาดเฉลี่ยของการมีสุขภาพ (Health-Adjusted Life Expectancy : HALE)

cluster : กลุ่มผู้สูงอายุ

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (42)14.1 ทบทวนสถานการณ์ และประเมินและคัดกรองสุขภาพ

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) ตั้งแต่พ.ศ.2548 อันเป็นผลมาจากสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางสังคม ค่านิยมและทัศนคติภายใต้ยุคที่มีการแข่งขันสูง ผู้หญิงไทยแต่งงานน้อยลง มีบุตรน้อยลง มีผลให้อัตราการเจริญพันธุ์รวมของประเทศลดลง อีกทั้งความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการสาธารณสุขของประเทศไทยทำให้ประชากรมีอายุยืนยาว ส่งผลให้จำนวนและสัดส่วนประชากรผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจาก 8.5ล้านคนหรือร้อยละ13.2ในปี2553(สำนักงานสถิติแห่งชาติ,2553)เป็น11.3ล้านคนหรือร้อยละ17.2ในเดือนกรกฎาคม 2560(สถาบันวิจัยประชากรและสังคมมหาวิทยาลัยมหิดล,2560) ผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงมีแนวโน้มสูงขึ้น โดยในปี 2553 มีร้อยละ19.7และจะเพิ่มขึ้นร้อยละ58.3ในปี2583 สำหรับกรุงเทพมหานคร ในปี2559 สัดส่วนผู้สูงอายุร้อยละ17.3 มีการดำเนินงานระบบการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาวในชุมชนนำร่อง 136แห่ง ผู้สูงอายุที่ต้องพึ่งพิง(กลุ่มติดบ้านและติดเตียง)ร้อยละ8.1 ผู้สูงอายุมีแนวโน้มอยู่คนเดียวหรืออยู่ลำพังกับคู่สมรสมากขึ้น ยิ่งสูงอายุ ยิ่งต้องการการเกื้อหนุนหรือพึ่งพาผู้อื่น ปัญหาด้านสุขภาพโดยเฉพาะโรคเรื้อรัง ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตประจำวัน จำเป็นต้องได้รับการดูแลระยะยาว ซึ่งเป็นภาระค่าใช้จ่ายที่สูงมากสำหรับครอบครัวและงบประมาณที่ต้องใช้ในการดูแลสำหรับผู้สูงอายุ จากสถานการณ์ดังกล่าวผู้สูงอายุมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วซึ่งส่งผลกระทบทั้งทางด้านสุขภาพ เศรษฐกิจและสังคม โดยรวม การเตรียมการเพื่อรองรับสภาพปัญหาของผู้สูงอายุและคุณภาพระบบส่งเสริมสุขภาพจึงเป็นประเด็นที่สำคัญ สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง ตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว ซึ่งสอดคล้องกับแผนงานพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนกรุงเทพมหานครในแผนยุทธศาสตร์ความร่วมมือส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคสู่ความเป็นเลิศกรุงเทพมหานคร 2560-2573 มีเป้าประสงค์ให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีแบบองค์รวม จึงจัดทำโครงการนี้ โดยมุ่งหวังให้การขับเคลื่อนการดำเนินงานดูแลผู้สูงอายุมีประสิทธิภาพเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนภาคีเครือข่ายในการขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพของกลุ่มผู้สูงอายุ 2. เพื่อเสริมสร้างให้พระสงฆ์ในวัดวัดปริยัติธรรม/วัดส่งเสริมสุขภาพ (นำร่อง)มีความรอบรู้ด้านสุขภาพ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. เป้าหมาย/ผลผลิตของโครงการ 1.1 บุคลากรที่เกี่ยวข้องได้รับการพัฒนาศักยภาพการส่งเสริมป้องกันภาวะเปราะบาง จำนวน 100 คน 1.2 ฐานข้อมูลการดำเนินงานผู้สูงอายุในพื้นที่กรุงเทพมหานคร - - 1.3 พระสงฆ์ในวัดวัดปริยัติธรรม/วัดส่งเสริมสุขภาพ (นำร่อง)มีความรอบรู้ด้านสุขภาพ จำนวน 150 รูป 2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ เชิงปริมาณ : 1. สัดส่วนของผู้เข้าร่วมโครงการเมื่อเทียบกับเป้าหมาย ร้อยละ 70 เชิงคุณภาพ 1.บุคลากรที่่เกี่ยวข้องได้รับการพัฒนาศักยภาพการส่งเสริมป้องกันภาวะเปราะบาง

วิธีการดำเนินงาน : 1. ส่งเสริมป้องกันภาวะเปราะบาง(อบรมครู ก.) 1.1 ประสาน/ชี้แจงการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการส่งเสริมป้องกันภาวะเปราะบาง แก่บุคลากรสาธารณสุข/ศูนย์บริการสาธารณสุข/แกนนำและภาคีเครือข่าย 1.2 จัดอบรมเชิงปฏิบัติการส่งเสริมป้องกันภาวะเปราะบาง 1.3 ประเมินผลการดำเนินกิจกรรมจัดอบรมเชิงปฏิบัติการส่งเสริมป้องกันภาวะเปราะบาง 1.4 เยี่ยมประเมินผล/ติดตามการนำองค์ความรู้ที่ได้จากการอบรมไปใช้ในการคัดกรองและส่งเสริมป้องกันภาวะเปราะบาง 2. สร้างเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพให้กับพระสงฆ์เพื่อพัฒนาให้เกิดสุขภาวะอย่างเป็นองค์รวม 2.1. ประสาน/ชี้แจงจัดทำหลักสูตรการสร้างเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพ 2.2. ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเข้าร่วมกิจกรรม 2.3 จัดทำเอกสาร หนังสือเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 2.4 ประเมินผลการจัดกิจกรรม 2.5 เยี่ยมเสริมพลัง/ติดตามวัดปริยัติธรรม / วัดส่งเสริมสุขภาพ ( นำร่อง )

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การส่งเสริมป้องกันภาวะเปราะบาง "ผู้สูงอายุสุขภาพดีในเขตเมือง" 1 พ.ย. 2560 - 31 ม.ค. 2561 269,810.00
2 เยี่ยมเสริมพลังผู้สูงอายุในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 1 เม.ย. 2561 - 30 เม.ย. 2561 630.00
3 เสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพให้กับพระสงฆ์เพื่อพัฒนาให้เกิดสุขภาวะอย่างเป็นองค์รวม 1 พ.ค. 2561 - 31 พ.ค. 2561 54,482.00
4 การประชุมถอดบทเรียนนวัตกรรมการดำเนินงานรอบ 5 เดือนแรก 1 เม.ย. 2561 - 31 ก.ค. 2561 9,310.00
5 เยี่ยมเสริมพลัง ติดตาม วัดพระปริยัติธรรม วัดส่งเสริมสุขภาพ 1 เม.ย. 2561 - 30 ก.ย. 2561 1,500.00
รวมเป็นเงิน 335,732.00
งบประมาณ : 335,732.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 พ.ย. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. ผู้สูงอายุทั้งกลุ่มปกติและกลุ่มพึ่งพิงได้รับบริการด้านส่งเสริมสุขภาพป้องกันภาวะเปราะบาง 2. พระสงฆ์มีความรอบรู้ด้านสุขภาพสามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันและถ่ายทอดให้กับฆราวาสได้

ผู้รับผิดชอบโครงการ : ทพ.ญ.เยาวเรศ วงศาสุลักษณ์ ตำแหน่ง ทันตแพทย์ชำนาญการพิเศษ นางสาวดรุณี เนตรสูงเนิน ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ นางสาวจันทร์ฉาย วรรณศรี ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ นางสุกัลยา อรุณ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ นางนิพล ชยุพงค์ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ นางสาวพัชรา อาจอินทร์ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ

ผู้เสนอโครงการ : ทพ.ญ.เยาวเรศ วงศาสุลักษณ์ ตำแหน่ง ทันตแพทย์ชำนาญการพิเศษ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายยงยส หัถพรสวรรค์ นายแพทย์เชี่ยวชาญ รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายเกษม เวชสุทธานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง
ลำดับที่ : 6

ชื่อโครงการ : โครงการสร้างความมีส่วนร่วมอภิบาลระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่กรุงเทพฯ

ยุทธศาสตร์ : 2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 15. ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างน้อยตำบลละ 1 ชุมชน

cluster : กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (59)20.1 ประเมินและพัฒนาระบบการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภค

แผนจัดสรรงบประมาณ :   4. แผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ

หลักการและเหตุผล : แผนงานพัฒนาการจัดการน้ำบริโภคกำหนดในแผนยุทธศาสตร์ความร่วมมือส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคสู่ความเป็นเลิศ กรุงเทพมหานคร ๒๕๖๐-๒๕๗๙ แผนงานที่ ๓ ลดปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพและคุ้มครองผู้บริโภค ตัวชี้วัดที่ ๓ ร้อยละของตู้น้ำหยอดเหรียญผ่านเกณฑ์ด้านสุขลักษณะและคุณภาพน้ำบริโภค สถานการณ์ด้านสุขาภิบาลอาหารและน้ำ ปี ๒๕๕๘ ร้านอาหารได้ป้ายรับรองมาตรฐานอาหารปลอดภัยกรุงเทพฯ ร้อยละ ๗๓.๖ แผงลอยร้อยละ ๘๘.๗ ตลาดร้อยละ ๕๔.๓ ซุปเปอร์มาร์เกต ร้อยละ มินิมาร์ท ร้อยละ ๖๘.๐ ด้านการเฝ้าระวัง ปี ๒๕๕๘ พบการปนเปื้อน จุลิทรีย์ E.coli ร้อยละ ๒๒.๔ S.aureus ร้อยละ ๑๐.๒๓ Salmonella spp. ร้อยละ ๕.๑๖ สถานการณ์การปนเปื้อนสารเคมี ๔ ชนิดมีแนวโน้มลดลง มีเพียงฟอร์มาลินมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากร้อยละ ๐.๐๙ (๒๕๕๗) เป็น ๐.๓ (๒๕๕๘) ผลการเฝ้าระวังการจำแนกตามประเภทของสถานประกอบการ พบว่าโรงอาหารในโรงเรียนไม่ผ่านเกณฑ์มากที่สุด (รายงานประจำปีโครงการกรุงเทพเมืองอาหารปลอดภัย, ๒๕๕๘ ซึ่งจากการสำรวจโรงเรียนพัฒนาเด็กและเยาวชนตามพระราชดำริฯ สมเด็จพระเทพรัต ราชสุดา สยามบรมราชกุมารี จำนวน ๑๐ แห่ง ปี ๒๕๖๐ พบว่าไม่มีระบบการจัดการน้ำบริโภคที่ได้มาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ ปัญหาที่พบ ได้แก่ ไม่มีการแสดงข้อมูลวันเวลาที่เปลี่ยนไส้กรอง ทำให้ไม่ทราบว่าควรถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนไส้กรองตามระยะเวลาที่กำหนด สภาพภายนอกตู้ขาดการดูแลรักษาความสะอาด ไม่มีการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำด้วยชุดทดสอบภาคสนามและไม่เคยส่งน้ำตรวจสอบทางห้องปฏิบัติการ บางแห่งแขวนแก้วน้ำให้เด็กใช้ดื่มร่วมกัน ปัญหาเหล่านี้หากมีการจัดการที่ไม่ดี จะเป็นจุดเสี่ยงทำให้น้ำบริโภคไม่สะอาดและไม่ปลอดภัยต่อสุขภาพ สถานการณ์ด้านการสุขาภิบาลส้วมสาธารณะ ในระดับประเทศพบว่าประเภทของสถานที่ของส้วมสาธารณะที่ผ่านเกณฑ์น้อยที่สุด ได้แก่ ส้วมวัด ดังนั้นจากสถานการณ์งานสุขาภิบาลน้ำและส้วมสาธารณะจะเห็นได้ว่า โรงเรียนไม่ผ่านเกณฑ์ด้านสุขาภิบาลอาหารและน้ำมากที่สุด และวัดเป็นสถานประกอบการที่ส้วมไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานส้วมสาธารณะมากที่สุด ในการนี้สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมืองเห็นโอกาสในการพัฒนา จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาการจัดการน้ำในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและสร้างการมีส่วนร่วมเฝ้าระวังน้ำบริโภคเขตเมือง เพื่อร่วมอภิบาลระบบฯ และสนับสนุนการดำเนินงานกรุงเทพฯ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามแผนพัฒนากรุงเทพมหานคร ๒๐ ปี และแผนยุทธศาสตร์ความร่วมมือส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคสู่ความเป็นเลิศ กรุงเทพมหานครต่อไป

วัตถุประสงค์ : 1 เพื่อสร้างความมีส่วนร่วมเฝ้าระวังน้ำบริโภค ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 2 เพื่อสร้างความมีส่วนร่วมอภิบาลระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
เป้าหมาย น้ำบริโภคในเขตกรุงเทพมหานครได้รับการเฝ้าระวัง 150 ตัวอย่าง ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ ต้นแบบการจัดการน้ำบริโภคในโรงเรียนพัฒนาเด็กและเยาวชนฯ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

วิธีการดำเนินงาน : 1 ประชุมเชิงปฏิบัติการภาคีเครือข่ายร่วมเฝ้าระวังน้ำบริโภค กรุงเทพมหานคร 2 ร่วมอภิบาลระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมกับภาคีเครือข่ายและกรุงเทพมหานคร

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมเชิงปฏิบัติการภาคีเครือข่ายร่วมเฝ้าระวังน้ำบริโภค กรุงเทพมหานคร 1 ธ.ค. 2560 - 31 ม.ค. 2561 22,850.00
2 ร่วมอภิบาลระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมกับภาคีเครือข่ายและกรุงเทพมหานคร 1 ม.ค. 2561 - 31 ส.ค. 2561 1,560.00
รวมเป็นเงิน 24,410.00
งบประมาณ : 24,410.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ธ.ค. 2560 - 31 ส.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : นักเรียนโรงเรียน กพด. พระวัดพระปริยัติธรรม กรุงเทพมหานครมีน้ำดื่มและส้วมที่สะอาดปลอดภัย

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางสาวศิริทร ดวงสวัสดิ์ นางสาวภาวินี แสนสำราญ

ผู้เสนอโครงการ : นางสาวศิริทร ดวงสวัสดิ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : ทันตแพทย์วรวิทย์ ใจเมือง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายเกษม เวชสุทธานนท์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง
ลำดับที่ : 7

ชื่อโครงการ : โครงการสร้างเสริมศักยภาพต้นแบบเด็กไทยสุขภาพดี สูงดีสมส่วน ปี 2561

ยุทธศาสตร์ : 1.2 ส่งเสริมเด็กวัยเรียนให้แข็งแรงและฉลาด

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 5. ร้อยละของเด็กวัยเรียน (6-14 ปี) สูงดีสมส่วน ฟันไม่ผุ (caries free) และเด็กอายุ 12 ปี มีส่วนสูงเฉลี่ยตามเกณฑ์
6. ร้อยละของเด็กวัยเรียนมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ด้านการบริโภคอาหาร กิจกรรมทางกาย และทันตสุขภาพ

cluster : กลุ่มวัยเรียน

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (13)5.3 เพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพภาคีเครือข่ายเพื่อการพัฒนาสุขภาพเด็กวัยเรียน 4.0

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : ปัญหาสุขภาพของเด็กวัยเรียนส่วนใหญ่เกิดจากการมีพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่เหมาะสม จากรายงานสถานการณ์ปัญหาเด็กวัยเรียนอายุ 6-14 ปี ของประเทศไทยปี 2559 มีภาวะเริ่มอ้วนและอ้วนร้อยละ 16.3 ( ภาคเรียนที่ 2 ปี2558 , HDC ) สูงดีสมส่วนร้อยละ 66 จากการสำรวจพบว่าเด็กไทยในกรุงเทพและปริมณฑลมีภาวะอ้วน ท้วม มากกว่าเด็กทั่วประเทศ โดยมีภาวะอ้วนและท้วมร้อยละ 19.9 ภาวะค่อนข้างเตี้ยและเตี้ย ร้อยละ 6.31 ซึ่งมีปัจจัยมาจากพฤติกรรมการกินอาหารที่ไม่ถูกต้อง ทั้งปริมาณและสัดส่วน เคลื่อนไหวออกแรงน้อยในแต่ละ วัน รวมทั้งค่านิยม กินอาหารตามวัฒนธรรมตะวันตก คืออาหารขยะ อาหารจานด่วน น้ำอัดลม ขนมกรุบกรอบ ส่งผลให้เด็กไทยมีปัญหาฟันผุ ซึ่งการสำรวจล่าสุดปี 2558 ( สำนักอนามัย กรุงเทพ ฯ ) พบว่าโรคฟังผุร้อยละ 30.27 การเจ็บป่วยและการเกิดปัญหาสุขภาพจะน้อยลง หากทุกคนมีพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องตาม ซึ่งต้องเริ่มต้นปลูกฝังที่เด็ก เยาวชนให้มีการปฏิบัติตัวในการดูแลสุขภาพอย่างถูกต้อง และปฏิบัติเป็นประจำ เพื่อให้เป็นสุขนิสัยเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่

วัตถุประสงค์ : 1 เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมเด็กวัยเรียนให้มีรูปร่างสูงดีสมส่วน 2 เพื่อขับเคลื่อนและพัฒนาให้เกิดโรงเรียนต้นแบบแก้ไขปัญหาทุพโภชนาการ (ให้สูงดีสมส่วน) และส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียน โดยใช้หลักสูตร “กินผัก กินไข่ ดื่มนม นอน กระโดด ดูแลฟัน และสายตา” 3 เพื่อพัฒนาคลินิก DPAC เด็กวัยเรียน ให้มีประสิทธิภาพ 4 เพื่อสร้างเสริม ติดตามการดำเนินงานด้านโภชนาการ/การเจริญเติบโตและสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ โดยบูรณาการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย ของโรงเรียนในโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร/โครงการเด็กไทยแก้มใส/โรงเรียนพระปริยัติธรรม (แผนกสามัญศึกษา) 5 เพื่อจัดทำระบบข้อมูลพฤติกรรมสุขภาพของเด็กวัยเรียนเพื่อพัฒนาองค์ความรู้วิจัย และส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียน

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. ขับเคลื่อนและพัฒนาให้เกิดโรงเรียนต้นแบบโรงเรียนต้นแบบเด็กไทยสุขภาพดี สูงดีสมส่วน โดยใช้หลักสูตร “กินผัก กินไข่ ดื่มนม นอน กระโดด ดูแลฟัน และสายตา” 3 แห่ง 2. พัฒนาคลินิก DPAC เด็กวัยเรียน ให้มีประสิทธิภาพ 1 แห่ง 3. สร้างเสริม ติดตามการดำเนินงานด้านโภชนาการ/การเจริญเติบโตและสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ โดยบูรณาการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย ของโรงเรียนในโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร/โครงการเด็กไทยแก้มใส/โรงเรียนพระปริยัติธรรม (แผนกสามัญศึกษา) - โรงเรียนในโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร 27 แห่ง - โรงเรียนในโครงการเด็กไทยแก้มใส 8 แห่ง - โรงเรียนพระปริยัติธรรม (แผนกสามัญศึกษา) 10 แห่ง 4. จัดทำระบบข้อมูลพฤติกรรมสุขภาพของเด็กวัยเรียนเพื่อพัฒนาองค์ความรู้วิจัย และส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียน 1 เรื่อง

วิธีการดำเนินงาน : กิจกรรมที่ 1 ขับเคลื่อนและพัฒนาให้เกิดโรงเรียนต้นแบบเด็กไทยสุขภาพดี สูงดีสมส่วน โดยใช้หลักสูตร “กินผัก กินไข่ ดื่มนม นอน กระโดด ดูแลฟัน และสายตา” 1.1 ประชุมคณะทำงานพัฒนาหลักสูตร “กินผัก กินไข่ ดื่มนม นอน กระโดด ดูแลฟัน และสายตา พาสุขภาพดีและสูงดีสมส่วน” 1.2 ประชุมชี้แจง/หารือเพื่อหาเครือข่ายสถานศึกษาใน กทม. (ตัวแทนฝ่ายการศึกษา กทม., สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพื้นฐาน (สพฐ.), สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.), สำนักอนามัย กทม., ศูนย์บริการสาธารณสุข , สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง) เพื่อขับเคลื่อนและพัฒนาให้เกิดโรงเรียนต้นแบบเด็กไทยสุขภาพดี สูงดีสมส่วน 1.3 ประชุมพัฒนาหลักสูตร “กินผัก กินไข่ ดื่มนม นอน กระโดด ดูแลฟัน และสายตา พาสุขภาพดีและสูงดีสมส่วน” 1.4 ประชุมผู้แทนจากโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการในการขับเคลื่อนและพัฒนาให้เกิดโรงเรียนต้นแบบเด็กไทยสุขภาพดี สูงดีสมส่วน โดยใช้หลักสูตร “กินผัก กินไข่ ดื่มนม นอน กระโดด ดูแลฟัน และสายตา” 1.5 เยี่ยมเสริมพลังติดตามการดำเนินงานขับเคลื่อนและพัฒนาให้เกิดโรงเรียนต้นแบบเด็กไทยสุขภาพดี สูงดีสมส่วน ในโรงเรียนต้นแบบ 1.6 ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนาเครือข่ายโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการขับเคลื่อนและพัฒนาให้เกิดโรงเรียนต้นแบบเด็กไทยสุขภาพดี สูงดีสมส่วน โดยใช้หลักสูตร “กินผัก กินไข่ ดื่มนม นอน กระโดด ดูแลฟัน และสายตา” กิจกรรมที่ 2 พัฒนาคลินิก DPAC เด็กวัยเรียน ให้มีประสิทธิภาพ 2.1 พัฒนาระบบการรับ-ส่งต่อ-ติดตามนักเรียนกลุ่มเสี่ยงของงานคลินิกไร้พุง (DPAC) เด็กวัยเรียนใน ให้มีประสิทธิภาพ 2.1.1 ให้คำปรึกษา 3 อ. (อาหาร ออกกำลังกาย อารมณ์)/ ติดตาม/ประเมินผล 2.2 พัฒนาและผลิตสื่อ กิจกรรมที่ 3 สร้างเสริม ติดตามการดำเนินงานด้านโภชนาการและการเจริญเติบโต โดยบูรณาการมีส่วนร่วมของ ภาคีเครือข่าย ของโรงเรียนในโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารและโครงการเด็กไทยแก้มใส 3.1 เยี่ยมเสริมพลังติดตามการดำเนินงานของโรงเรียนในโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่น ทุรกันดาร 3.2 เยี่ยมเสริมพลังติดตามการดำเนินงานโครงการเด็กไทยแก้มใส 3.2 เยี่ยมเสริมพลังติดตามการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพในโรงเรียนพระปริยัติธรรม (แผนกสามัญศึกษา) กิจกรรมที่ 4 จัดทำระบบข้อมูลพฤติกรรมสุขภาพของเด็กวัยเรียนเพื่อพัฒนาองค์ความรู้วิจัย และส่งเสริม สุขภาพเด็กวัยเรียน 4.1 การเก็บข้อมูลสถานการณ์สุขภาพและสิ่งแวดล้อมของแต่ละโรงเรียน 4.2 การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล กิจกรรมที่ 5 สื่อแผ่นพับ สนับสนุนการดำเนินงานโครงการสร้างเสริมศักยภาพต้นแบบเด็กไทยสุขภาพดี สูงดี สมส่วน ปี 2561 5.1 ผลิตสื่อ (โปสเตอร์) เรื่องสุขอนามัยทางเพศและเพศวิถี

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่าย เด็กไทยสุขภาพดี สูงดีสมส่วน 1 ธ.ค. 2560 - 31 ม.ค. 2561 70,316.00
2 เยียมเสริมพลังติดตามการดำเนินงานเด็กไทยสุขภาพดี สูงดีสมส่วน (กินผัก กินไข่ ดื่มนม นอน กระโดด ดูแลฟัน และสายตา พาสุขภาพดีและสูงดีสมส่วน) 1 พ.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561 2,500.00
3 ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และถอดบทเรียนการดำเนินงานเด็กไทยสุขภาพดีสูงดีสมส่วน“กินผัก กินไข่ ดื่มนม นอน กระโดด ดูแลฟัน และสายตา พาสุขภาพดีและสูงดีสมส่วน” 1 ต.ค. 2560 - 31 ก.ค. 2561 55,900.00
4 ประชุมคณะทำงานสสม.เพื่อร่างพัฒนาแนวทาง “กินผัก กินไข่ ดื่มนม นอน กระโดด ดูแลฟัน และสายตา พาสุขภาพดีและสูงดีสมส่วน” 1 พ.ย. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 5,365.00
5 ประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมกับภาคีเครือข่ายเพื่อพัฒนาแนวทาง กินผัก กินไข่ ดื่มนม นอน กระโดด ดูแลฟัน และสายตา พาสุขภาพดีและสูงดีสมส่วน 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 5,700.00
6 เยี่ยมเสริมพลังติดตามการดำเนินงานโครงการเด็กไทยแก้มใส 1 พ.ย. 2560 - 31 ส.ค. 2561 4,000.00
7 เยี่ยมเสริมพลังติดตามการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนพระปริยัติธรรม 1 ธ.ค. 2560 - 31 ส.ค. 2561 5,000.00
8 ผลิตสื่อสนับสนุนในเรื่องลดความเสี่ยงการตั้งครรภ์ของเด็กวัยเรียน 1 ม.ค. 2561 - 31 ม.ค. 2561 10,000.00
9 จัดทำคู่มือแนวทาง"กินผัก กินไข่ ดื่มนม นอน กระโดด ดูแลฟัน และสายตาพาสุขภาพดีและสูงดีสมส่วน 1 มิ.ย. 2561 - 30 ก.ย. 2561 13,375.00
รวมเป็นเงิน 172,156.00
งบประมาณ : 172,156.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1 ข้อมูลพฤติกรรมสุขภาพของนักเรียนในโรงเรียน (พฤติกรรมสุขภาพด้านการบริโภคอาหาร กิจกรรมทางกาย และทันตสุขภาพ) 2 เด็กนักเรียนทุกคนได้รับการส่งเสริมสุขภาพ (สูงดีสมส่วน) และสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ 3 เพื่อสร้างเสริม ติดตามการดำเนินงาน ด้านโภชนาการ การเจริญเติบโต และสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ โดยบูรณาการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย ในโครงการเด็กไทยแก้มใส/โครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร/โรงเรียนพระปริยัติธรรม (แผนกสามัญศึกษา) 4 มีการบูรณาการงานและทรัพยากรเพื่อการจัดการด้านอาหาร โภชนาการและการเจริญเติบโต เพื่อให้ และควบคุมป้องกันภาวะอ้วน ผอม เตี้ยและฟันผุในนักเรียนได้ตามเป้าหมาย

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางศรีสุดา สว่างสาลี ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ นางสาววีรฉัตร จรัสฉิมพลีกุล ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพชำนาญการ นางสาวจุไรรัตน์ ทนเสถียร ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ นางสาวจุฬาลักษณ์ สาและ ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุข

ผู้เสนอโครงการ : (นางวิไล รัตนพงษ์) หัวหน้ากลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยเรียน วัยรุ่นและสถานศึกษา

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : (นายวรวิทย์ ใจเมือง) รักษาการทันตแพทย์เชี่ยวชาญ รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : (นายเกษม เวชสุธานนท์) ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง
ลำดับที่ : 8

ชื่อโครงการ : โครงการเสริมสร้างสุขภาวะสตรีและเด็กปฐมวัยบูรณาการอย่างมีส่วนร่วมในกรุงเทพมหานคร

ยุทธศาสตร์ : 1.1 ส่งเสริมการเกิดและเติบโตคุณภาพ

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 1. อัตราส่วนการตายมารดาไทย ต่อการเกิดมีชีพแสนคน
2. ร้อยละของเด็กอายุ 0-5 ปี มีพัฒนาการสมวัย
3. ร้อยละของเด็กอายุ 0-5 ปี สูงดีสมส่วน และส่วนสูงเฉลี่ยที่อายุ 5 ปี

cluster : กลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัย

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (3)1.3 สนับสนุนส่งเสริมการใช้มาตรฐานอนามัยแม่และเด็กเพื่อการพัฒนา

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : สถานการณ์และปัญหาด้านสุขภาพของกรุงเทพมหานคร สถานการณ์สุขภาพของประชาชนตลอดช่วงชีวิต สถานการณ์สุขภาวะสตรีและเด็กปฐมวัย (0–5 ปี) แม่และเด็กด้านสุขภาวะของมารดา ข้อมูลจากรายงาน สถิติกรุงเทพมหานคร ปี 2557 โดยสำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล พบว่าอัตราการตายมารดาในสถานบริการสาธารณสุขสังกัดกรุงเทพมหานคร มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในปี 2554, 2555, 2556 เท่ากับ 6.9, 14.5 และ 16.0 ต่อการเกิดมีชีพแสนคน ตามลำดับ และในปี 2559 พบว่า หญิงตั้งครรภ์มาฝากครรภ์คุณภาพครบ 5 ครั้ง ตามเกณฑ์ ร้อยละ 61.8 และอัตราทารกแรกเกิดน้ำหนักน้อยกว่า 2,500 กรัม ร้อยละ 10.0 ด้านภาวะโภชนาการ พบว่าเด็กในกรุงเทพมหานคร มีภาวะอ้วน ร้อยละ 9.1 เด็กอายุ 0–6 เดือนกินนมแม่อย่างเดียวเพียง ร้อยละ 6.4 ด้านการเจริญเติบโตของเด็กปฐมวัย และการสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทย พ.ศ. 2558–2559 ด้านพัฒนาการของเด็กปฐมวัย การศึกษาพัฒนาการเด็กปฐมวัยไทยปี 2558 โดยใช้เครื่องมือ Denver II พบว่าเด็กปฐมวัยมีพัฒนาการสมวัยรวมทุกด้าน ร้อยละ 63.0 เมื่อจำแนกตามรายด้าน พบว่าพัฒนาการสมวัยด้านกล้ามเนื้อมัดใหญ่สูงสุด ร้อยละ 94.1 รองลงมาพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อมัดเล็ก ร้อยละ 92.0 ด้านสังคม ร้อยละ 92.0 และด้านภาษาพบต่ำสุด ร้อยละ 74.5 (จินตนา พัฒนพงศธร และคณะ, 2558) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปีงบประมาณ 2559 ศูนย์อนามัยที่ 13 กรุงเทพฯ ได้เยี่ยมเสริมพลังและจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครูพี่เลี้ยงศูนย์เด็กเล็กในเขตบางเขน ดินแดง และดุสิต จำนวน 18 แห่ง ข้อมูลจากการถอดบทเรียนพบว่าภาคีเครือข่ายศูนย์เด็กเล็กต้องการให้ศูนย์อนามัยที่ 13 เป็นพี่เลี้ยงสนับสนุนด้านวิชาการ เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์เด็กเล็กคุณภาพ จึงเป็นโอกาสพัฒนาในการร่วมอภิบาลระบบส่งเสริมสุขภาพเด็กปฐมวัยในพื้นที่นำร่องกรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ สถาบันราชานุกูลกรม (สุขภาพจิต) ได้อบรมพัฒนาศักยภาพบุคลากร เพื่อเป็นภาคีเครือข่ายระบบส่งเสริมพัฒนาการเด็ก ศูนย์บริการสาธารณสุขจำนวน 68 แห่ง และคลินิกชุมชนอบอุ่นจำนวน 37 แห่ง ครูพี่เลี้ยงศูนย์เด็กเล็กจำนวน 30 แห่ง โดยใช้คู่มือ DSPM ผลการประเมินโครงการ พบว่า เด็กปฐมวัยได้รับโอกาสในการตรวจประเมินพัฒนาการและส่งต่อเข้าระบบได้เพิ่มขึ้น แต่ยังมีข้อจำกัดในด้านความครอบคลุมของการติดตาม DSPM 2 และการขยายเครือข่ายยังไม่ครอบคลุมทั้ง 50 เขต กรมอนามัยได้ตระหนักและเห็นความสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนการดำเนินงานส่งเสริมพัฒนาการเด็กโดยพัฒนาทีมนักส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย ในพื้นที่กรุงเทพมหานครเพิ่มขึ้นเพื่อปกป้องสนับสนุนให้เด็กมีการเจริญเติบโต มีพัฒนาการสมวัยพร้อมเรียนรู้ตามช่วงวัยและสามารถนำแนวทางองค์ความรู้ต่างๆไปถ่ายทอดขยายการดำเนินงานสู่พื้นที่ต่อไป

วัตถุประสงค์ : 1 เพื่อพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่ายบุคลากรด้านอนามัยแม่และเด็กในเขตเมือง 2 เสริมสร้างศักยภาพพ่อแม่ครอบครัวในการเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยที่ถูกต้อง 3 พัฒนาระบบบริการอนามัยแม่และเด็กให้มีมาตรฐานโรงพยาบาลสายสัมพันธ์แม่ลูก 4 บูรณาการและสร้างเสริมการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายด้านการพัฒนาการเด็กปฐมวัย 5 เพื่อพัฒนาศูนย์เด็กวัยเตาะแตะ และศูนย์เด็กเล็กคุณภาพ ให้ได้มาตรฐานศูนย์เด็กเล็กคุณภาพแห่งชาติ 6 เพื่อสื่อสารสังคมด้านการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และอาหารตามวัยในเขตเมือง 7 เพื่อเฝ้าระวังและประชาสัมพันธ์มาตรการทางกฎหมายในเขตเมือง

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1 เป้าหมายโครงการ 1.ภาคีเครือข่าย/ ประชาชนกลุ่มเป้าหมายได้รับการพัฒนาด้านการส่งเสริมการตั้งครรภ์คุณภาพเพื่อลูกเกิดรอด แม่ปลอดภัย พัฒนาการสมวัย 60 คน 2.ส่งเสริมสนับสนุนปกป้องการเลี้ยงด้วยนมแม่เพื่อพัฒนาการที่ดีในขวบปีแรกใน คลินิกอบอุ่น /รพ.เอกชน/สถานประกอบการ 110 คน 3.ภาคีเครือข่าย/ ประชาชนกลุ่มเป้าหมายได้รับการพัฒนาศักยภาพด้านการส่งเสริมเด็กปฐมวัยสูงดี สมส่วน ฟันไม่ผุและมีระบบเฝ้าระวังการเจริญเติบโตที่มีประสิทธิภาพ 60 คน 4.ครูพี่เลี้ยงศูนย์เด็กเล็ก/รร.อนุบาล /ครูกศน. ได้รับการพัฒนาศักยภาพด้านการเฝ้าระวังและคัดกรองพัฒนาการเด็กปฐมวัยด้วยคู่มือ DSPM และติดตามส่งต่อตามระบบ 80 คน 2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ เชิงปริมาณ : 1. จำนวนคลินิกอบอุ่นและศูนย์เด็กเล็ก ที่ใช้เกณฑ์มาตรฐาน ANC คุณภาพ / WCC คุณภาพ 30 แห่ง 2. จำนวนศูนย์เด็กเล็กที่ใช้คู่มือ DSPM เฝ้าระวังและคัดกรองพัฒนาการเด็กปฐมวัย 80 แห่ง 3. จำนวนศูนย์เด็กเล็กประเมินตนเองผ่านเกณฑ์ระดับพื้นฐาน การประเมินรับรองมาตรฐานศูนย์เด็กเล็กแห่งชาติ 80 แห่ง 4. พ่อแม่ผู้ปกครอง สถานรับเลี้ยงเด็กกลางวันวัยเตาะแตะของสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมืองได้รับการพัฒนาศักยภาพครอบครัวคุณภาพ กิน กอด เล่น เล่า เฝ้าดูฟัน เพื่อเตรียมความพร้อมสู่วัยเรียน 30 คน

วิธีการดำเนินงาน : เชิงคุณภาพ : 1. เกิดองค์ความรู้เรื่องระบบฝากครรภ์และการคลอดคุณภาพ ระหว่างผู้ปฏิบัติงานอนามัยแม่และเด็ก 2. เกิดการสื่อสารสังคมด้านการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และอาหารตามวัยในเขตเมือง และมีการจัดตั้งมุมนมแม่ต้นแบบในสถานประกอบการเขตเมือง 3. เกิดการสื่อสารสังคมในการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยแก่พ่อแม่ผู้เลี้ยงดูเด็ก ครูพี่เลี้ยง ภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง โดยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน และมีเผยแพร่ผ่านทางสังคมออนไลน์ (Social Media) 4. เด็กปฐมวัยในพื้นที่กรุงเทพมหานครได้รับการส่งเสริม เฝ้าระวัง และคัดกรอง พัฒนาการตามวัย เมื่อพบพัฒนาการสงสัยล่าช้าได้รับการกระตุ้นติดตามและส่งต่อตามระบบอย่างมีประสิทธิภาพ เชิงเวลา : - กิจกรรมโครงการดำเนินงานได้ตามระยะเวลาในแผนงาน ร้อยละ 80 - งบประมาณค่าใช่จ่ายโครงการเบิกจ่ายได้ตามระยะเวลา ร้อยละ 80

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 อบรมพัฒนาศักยภาพดำเนินงานอนามัยแม่และเด็ก MCH Network บูรณาการส่งเสริมเด็กปฐมวัยสูงดีสมส่วน 1 ธ.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 168,058.00
2 เยี่ยมเสริมพลังการดำเนินงาน 1 ก.พ. 2561 - 31 พ.ค. 2561 8,280.00
3 แลกเปลี่ยนเรียนรู้ผู้ปฎิบัติงานอนามัยแม่และเด็ก ในคลินิกอบอุ่น ( ลูกรักฉลาดด้วย สมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก และ DSPM ) 1 มิ.ย. 2561 - 30 มิ.ย. 2561 38,000.00
4 ประชุมเชิงปฏิบัติการการดำเนินงานเครือข่าย เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมขับเคลื่อน พรบ. Milk Code เพื่อการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 1 ม.ค. 2561 - 31 ม.ค. 2561 22,500.00
5 จัดรณรงค์การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในสัปดาห์วันแม่ และมอบรางวัลหนูน้อยนมแม่ 1 ส.ค. 2561 - 31 ส.ค. 2561 7,200.00
6 จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ส่งเสริมบทบาทพ่อแม่เพื่อการเลี้ยงดูเด็กในสถานรับเลี้ยงเด็กกลางวัน สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมืองและสถานรับเลี้ยงเด็กในพื้นที่ใกล้เคียง 1 ม.ค. 2561 - 30 มิ.ย. 2561 23,800.00
7 ประชุมเชิงปฏิบัติการการพัฒนาศักยภาพครูพี่เลี้ยงศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนต้นแบบ HLO "กินนอนกอดเล่นอ่านเล่า" 1 พ.ย. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 67,112.00
รวมเป็นเงิน 334,950.00
งบประมาณ : 334,950.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 พ.ย. 2560 - 31 ส.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : ภาคีเครือข่ายในพื้นที่รับผิดชอบได้รับการเยี่ยมเสริมพลัง สนับสนุนวิชาการ และการบริหารจัดการระบบANC คุณภาพ WCC คุณภาพ ตามเกณฑ์มาตรฐานอนามัยแม่และเด็ก ส่งผลให้ลูกเกิดรอด แม่ปลอดภัย เด็กมีพัฒนาการสมวัย เติบโตอย่างมีคุณภาพ ศูนย์เด็กเล็กมีระบบส่งเสริม เฝ้าระวังและคัดกรอง พัฒนาการเด็ก โดยใช้คู่มือ DSPM และประเมินตนเองผ่านเกณฑ์คุณภาพอย่างน้อยขั้นพื้นฐานขึ้นไป ตลอดจนเกิดการสื่อสารสังคมด้านการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และอาหารตามวัยในเขตเมืองโดยอสม.นมแม่ โดยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ตลอดจนเกิดทีมเฝ้าระวัง ตาม พรบ. Milk Code ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ส่งผลให้การส่งเสริมสุขภาพอนามัยแม่และเด็กมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางศิริพรรณ บุตรศรี ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ/ นางดวงประทีป ไตรสุรัตน์ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ

ผู้เสนอโครงการ : นางศิริพรรณ บุตรศรี ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ /นางดวงประทีป ไตรสุรัตน์ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : (นายวรวิทย์ ใจเมือง ) รักษาการในตำแหน่ง ทันตแพทย์เชี่ยวชาญ รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : (นายเกษม เวชสุทธานนท์) ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง
ลำดับที่ : 9

ชื่อโครงการ : โครงการบริหารจัดการเพื่อรองรับแผนงานบุคลากรภาครัฐ

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 21. คะแนนการประเมินระดับคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน ตามระบบ ITA โดย ปปท.

cluster : กลุ่ม FIN

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (79)25.6 การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ

แผนจัดสรรงบประมาณ :   10. แผนงานบุคลากรภาครัฐ

หลักการและเหตุผล : การบริหารงานขององค์กรในส่วนของหน่วยงานสนับสนุน (Supporting Unit) ซึ่งประกอบด้วยงานด้านงานบริหารการคลังและพัสดุ งานด้านกฎหมาย นิติกร ระเบียบข้อบังคับ งานธุรการ งานอาคารสถานที่และยานพาหนะ งานด้านนโยบายและแผน งานพัฒนาศักยภาพบุคลากร งานข้อมูลสารสนเทศตลอดจน เป็นงานที่มีความสำคัญยิ่งในการสนับสนุนให้การดำเนินงานขององค์กร ให้บรรลุตามวิสัยทัศน์ พันธกิจของ สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง และนโยบายหลักของการกรมอนามัย เป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวดเร็ว ฉับไวและมีประสิทธิภาพ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องสนับสนุนงบประมาณเพื่อดำเนินการทางด้านนี้อย่างพอเพียง

วัตถุประสงค์ : เพื่อให้การบริการ สนับสนุน ส่งเสริมประสานงานและอำนวยการ ให้ปฏิบัติงานของสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง เป็นไปอย่าประสิทธิภาพ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. เป้าหมายโครงการ 1.หน่วยงานบริหารจัดการ การดำเนินงานของสถาบันพัฒนาฯ ให้บรรลุตาม เป้าหมาย 1 หน่วยงาน 2. ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ เชิงปริมาณ : คิดเป็นร้อยละ100 ของเป้าหมายกรมอนามัย เชิงคุณภาพ : ถูกต้องตามระเบียบของการเบิกจ่าย ร้อยละ 100 เชิงเวลา : สามารถเบิกจ่ายได้ทันตามกำหนดระยะเวลาตามเป้าหมายของกรมอนามัยคิดเป็นร้อยละ 100

วิธีการดำเนินงาน : 1. จัดทำแผนการเบิกจ่ายงบประมาณ 2. ดำเนินการเบิกจ่ายงบประมาณตามแผน 3. รายงานผลการเบิกจ่ายทุกวันที่ 15 ของเดือน 4 สรุปรายงานผลเมื่อสิ้นงบประมาณ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 แพทย์ไม่ทำเวช 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 510,000.00
2 พ.ต.ส. 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 1,930,295.00
3 ค่าเช่าบ้าน 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 58,000.00
4 ประกันสังคม 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 111,200.00
รวมเป็นเงิน 2,609,495.00
งบประมาณ : 2,609,495.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : การใช้จ่ายงบประมาณ มีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์ ต่อประชาชน

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางนฤมล กระแสร์ ตำแหน่ง เจ้าพนักงานพัสดุชำนาญงาน นางชณภา ศรีหล้า ตำแหน่ง เจ้าพนักงานการเงินและบัญชีชำนาญงาน

ผู้เสนอโครงการ : นางชณภา ศรีหล้า เจ้าพนักงานการเงินและบัญชีชำนาญงาน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายวรวิทย์ ใจเมือง รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายเกษม เวชสุทธานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง
ลำดับที่ : 10

ชื่อโครงการ : โครงการยกระดับ ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล การพัฒนาองค์กรและขับเคลื่อนกำลังคน สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กลุ่ม KISS
กลุ่ม HR

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (71)24.1 พัฒนาระบบเฝ้าระวัง การจัดการความรู้ และนวัตกรรมด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม
(75)25.2 ยกระดับคุณภาพชีวิต การบริหารและพัฒนาบุคลากร

แผนจัดสรรงบประมาณ :   2. แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

หลักการและเหตุผล : ปัจจุบันสถานการณ์กำลังคนของสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง มีความหลากหลาย (Diversity) ทั้งด้านอายุ วิชาชีพ ความต้องการพัฒนาศักยภาพตนเองของบุคลากร ซึ่งส่งผลต่อการบริหารกำลังคนให้สำเร็จตามเป้าประสงค์ของหน่วยงาน โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่เป็นยุคแห่งเทคโนโลยีและสารสนเทศ ที่บุคลากรต้องเรียนรู้ให้มีความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว กรมอนามัย กำหนดแผนยุทธศาสตร์การบริหารกำลังคน กรมอนามัย พ.ศ. 2560 - 2564 เพื่อกำหนดประเด็นยุทธศาสตร์ เป้าประสงค์เชิงกลยุทธ์ ตัวชี้วัดผลการปฏิบัติงานของแต่ละเป้าประสงค์ที่มีเป้าหมายความสำเร็จของการดำเนินงานด้านการบริหารงานบุคคลกรมอนามัย คือ “คนดี สร้างคุณค่า สร้างความสุข ดังนั้น เพื่อให้สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง มีการวางแผน การบริหารและพัฒนากำลังคน(HR Strategy and organization) โดยยึดหลักการมีส่วนร่วม โปร่งใส และเป็นธรรม ยกระดับ ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ในการบริหารกำลังคน (Manpower management) สอดรับกับ ระบบการบริหารผลปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพ และอำนวยความเป็นธรรม ส่งผลให้เพิ่มความสุข และดุลยภาพชีวิตการทำงาน ให้บุคลากรมีคุณธรรม จริยธรรม และเกิดความผูกพันต่อองค์กรได้ กลุ่มพัฒนาองค์กรและขับเคลื่อนกำลังคน สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง จึงขออนุมัติโครงการยกระดับ ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล การพัฒนาองค์กรและขับเคลื่อนกำลังคนสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง เพื่อให้การดำเนินงานสร้างผู้บริหารและบุคลากรทุกระดับให้มีสรรถนะ ทักษะการเป็นผู้นำ ทันต่อการเปลี่ยนแปลง ได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง ทันเวลา ต่อไป

วัตถุประสงค์ : 1 เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากร รองรับการปฏิรูปโครงสร้างภารกิจ มุ่งมั่นสู่องค์กรสมรรถนะสูง ของกรมอนามัย 2 เพื่อให้หน่วยงานมีการขับเคลื่อนองค์กรแห่งความสุขและมีดุลยภาพชีวิตในการทำงาน 3 เพื่อพัฒนาสมรรถนะและขีดความสามารถบุคลากรกรมอนามัยให้มีสรรถนะทางวิชาการด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม จนสามารถสร้างนวัตกรรมและการวิจัย ไปใช้ประโยชน์ให้หน่วยงาน

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
เป้าหมายโครงการ 1. บุคลากรมีสมรรถนะทางวิชาการด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม 160 คน 2. ภาคีเครือข่ายกลุ่มเป้าหมายได้รับการพัฒนาด้านด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม 70 คน ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ เชิงปริมาณ : กลุ่มเป้าหมายเข้ารับการประชุม ไม่ต่ำกว่า 130 คน เชิงคุณภาพ : ผู้เข้ารับการอบรมมีความพึงพอใจในภาพรวม ไม่ต่ำกว่า 80 ร้อยละ เชิงเวลา : ผู้เข้าร่วมการประชุมเข้าร่วมการประชุม ไม่ต่ำกว่า 80 ร้อยละ

วิธีการดำเนินงาน : 1 มอบหมายผู้รับผิดชอบ แต่งตั้งคณะทำงาน วิเคราะห์ข้อมูล จัดทำรายละเอียดกิจกรรม จัดประชุมคณะทำงาน 2 ดำเนินการจัดกิจกรรมตามแผนการดำเนินงานที่กำหนด 3 ประเมินผล สรุปผลงานแต่ละกิจกรรม 4 ถอดบทเรียนพัฒนางานอย่างต่อเนื่อง

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 พัฒนาบุคลากรให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี และประชาสัมพันธ์ DOH Dashboard หน่วยงานส่วนภูมิภาค (เขตเมือง) 1 ธ.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 16,520.00
2 พัฒนาศักยภาพบุคลากรเรื่องการทำงานระบบสารสนเทศ สู่การทำงานผ่านระบบออนไลน์ฯ 1 ต.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 37,360.00
3 การประชุมเชิงปฏิบัติการยกระดับคุณภาพชีวิต เรียนรู้เครือข่ายสัมพันธ์ สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง 1 พ.ย. 2560 - 30 พ.ย. 2560 612,110.00
4 การประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพทีมนำ สร้างสุขด้วยสติในองค์กร สร้างสุขภาวะที่ดีในการทำงาน 1 ม.ค. 2561 - 31 มี.ค. 2561 153,220.00
5 การประชุมมอบนโยบายและการยกย่องเชิดชูเกียรติคนดีศรีอนามัยสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง 1 พ.ย. 2560 - 31 ก.ค. 2561 5,250.00
6 การประชุมเชิงปฏิบัติการสื่อสารขับเคลื่อนค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กรจนเกิดพฤติกรรมพึงประสงค์สู่การปฏิบัติ 1 มี.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2561 11,400.00
7 การพัฒนาศักยภาพบุคลากรเรื่องการดำเนินงานคลินิกหมอครอบครัวพื้นที่กรุงเทพมหานคร 1 ต.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 18,800.00
8 ประชุมปรับปรุงระบบฐานข้อมูลในการวางแผนกำลังคน และเทคโนโลยีสารสนเทศ การบริหารทรัพยากรบุคคล 1 ธ.ค. 2560 - 31 พ.ค. 2561 7,030.00
9 การประชุมเชิงปฏิบัติการถ่ายทอดตัวชี้วัด ระดับหน่วยงาน สู่ระดับบุคคลและกำหนดแนวทางการจัดทำแผนพัฒนาบุคคล 1 ธ.ค. 2560 - 31 พ.ค. 2561 26,080.00
10 การพัฒนาศักยภาบุคลากรให้มีทักษะการเงินและการบัญชีและพัสดุ 1 ธ.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 13,200.00
11 การสื่อสารประชาสัมพันธ์สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง 1 ธ.ค. 2560 - 31 ม.ค. 2561 48,899.00
รวมเป็นเงิน 949,869.00
งบประมาณ : 949,869.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมืองมีกระบวนการพัฒนาบุคลากร มีความรู้ ทักษะ และสมรรถนะที่เพียงพอ ต่อการพัฒนาและปรับปรุงการทำงานที่มีคุณภาพ บุคลากรสามารถตัดสินใจและบริหารงาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2. หน่วยงานมีการยกระดับการถ่ายระดับตัวชี้วัดตั้งแต่ระดับยุทธศาสตร์สู่ระดับหน่วยงาน และระดับบุคคล อย่างมีความสอดคล้องและสร้างผลสัมฤทธิ์ให้กับกรมอนามัย

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางเกศรา ประเสริฐจิต หัวหน้ากลุ่มพัฒนาองค์กรและขับเคลื่อนกำลังคน นางวิชดา คุ้มยิ้ม ตำแหน่งนักจัดการงานทั่วไปชำนาญการ นางสาวสุชาดา เดชเดชา ตำแหน่งนายช่างศิลป์ชำนาญการ นางอัจฉริยา กิจชมพู ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ นางชญานิษฐ์ สมเจริญ ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ นางสาวอัจฉรา โพชะโน ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ นายเทวพงศ์ วงค์เขื่อนแก้ว ตำแหน่งนักวิชาการคอมพิวเตอร์ นายเมธีร์ ชะรัดรัมย์ ตำแหน่งนักวิชาการคอมพิวเตอร์ นายวิทยุทธ์ นิลรัตน์ ตำแหน่งนักวิชาการคอมพิวเตอร์

ผู้เสนอโครงการ : นางเกศรา ประเสริฐจิต หัวหน้ากลุ่มพัฒนาองค์กรและขับเคลื่อนกำลังคน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายวรวิทย์ ใจเมือง รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายเกษม เวชสุทธานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง
ลำดับที่ : 11

ชื่อโครงการ : โครงการคนไทยวัยทำงานยุค ๔.๐ ในกรุงเทพมหานคร หุ่นดี สุขภาพดี

ยุทธศาสตร์ : 1.4 ส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานที่พึงประสงค์

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 12. ร้อยละของวัยทำงานมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

cluster : กลุ่มวัยทำงาน

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (36)12.2 จัดทำและขับเคลื่อนข้อเสนอเชิงนโยบาย Healthy eating Active living และ Environmental health

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : จากผลการสำรวจข้อมูลด้านสุขภาพคนกรุงเทพมหานคร รวบรวมโดยศูนย์เตือนภัยสุขภาพคนกรุงเทพมหานคร ปี ๒๕๕๘ พบว่าประชากรวัยทำงานในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พบโรคเรื้อรังและภาวะเสี่ยงมากกว่าในระดับประเทศ คือ ความชุกของโรคเบาหวาน ร้อยละ ๙.๒ ความชุกของโรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ ๒๙.๘ ความชุกของโรคหลอดเลือดหัวใจ ร้อยละ ๓.๖ และมีภาวะไขมันในเลือดสูง ร้อยละ ๒๕.๘ และยังพบว่าประชากรอายุ ๑๕ ปีขึ้นไปมีภาวะอ้วน (ดัชนีมวลกายมากกว่าหรือเท่ากับ ๒๕ Kg/m๒) ร้อยละ ๔๔.๕ ประชาชนในกลุ่มอายุ 15 ปีขึ้นไป ในกรุงเทพมหานครมีอัตราการบริโภคผักและผลไม้น้อยกว่าทุกภาค ร้อยละ 69 ในเพศชายและ ร้อยละ 65 ในเพศหญิง การออกกำลังกายหรือกิจกรรมทางกายของประชาชนกลุ่มอายุ 15 ปีขึ้นไป มีกิจกรรมทางกายทีไม่เพียงพอ ในเพศหญิง ร้อยละ 27.1 เพศชาย ร้อยละ 23.4 และพบว่าในภาคกลางและกรุงเทพมหานครมีกิจกรรมทางกายน้อยกว่าภาคอื่นๆผลการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากระดับประเทศ ครั้งที่ 7 พ.ศ. 2555 โดย สำนักทันตสาธาณสุข กรมอนามัย พบว่า คนไทยวัยทำงานในเขตกรุงเทพมหานครแปรงฟันหลังตื่นนอนตอนเช้า ร้อยละ ๑๐๐ แปรงฟันก่อนเข้านอน ร้อยละ ๙๑.๘ และใช้อุปกรณ์เสริมร่วมกับการแปรงฟันร้อยละ ๖๑.๙ โดยใช้น้ำยาบ้วนปาก/น้ำเกลือ ร้อยละ ๓๗.๓ ไหมขัดฟัน ร้อยละ ๑๔.๙ ผลจากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติพ.ศ. 2552 พบว่าการนอนหลับของคนไทยวัยทำงาน 8.2 ชั่วโมงต่อวัน (ประชากรอายุ 10 ปีขึ้นไป) สถานการณ์ดังกล่าวเป็นปัจจัยเชิงสาเหตุเบื้องต้นต่อสุขภาพวะของคนไทยในปัจจุบัน ไม่สอดคล้องกับสังคมผู้สูงอายุของประเทศ ที่ประชาชนมีอายุขัยเฉลี่ยสูงขึ้นทั้งเพศหญิงและเพศชายแต่กลับมีภาระโรคร่วมด้วยมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคกระดูก โรคไต และโรคความจำเสื่อมซึ่งโรคต่างๆนี้สามารถป้องกันได้หากประชาชนมีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพที่เหมาะสม การมีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพในวัยทำงานไม่เหมาะสมส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง ทำให้ผลผลิตมวลรวมของชาติลดลง และยังส่งผลต่อวัยผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ไม่ดี ดังนั้นการจัดทำโครงการคนไทยวัยทำงานยุค 4.0 ในกรุงเทพมหานคร หุ่นดี สุขภาพดีเป็นการสร้างการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมที่ยั่งยืนโดยมุ่งเน้นให้ประชาชนวัยทำงานสามารถดูแลสุขภาพตนเอง ครอบครัว และชุมชน ได้ด้วยตนเอง ภายใต้การส่งเสริมสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นทางตรงคือการเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชากรวัยทำงานให้สูงขึ้น และผลลัพธ์ทางอ้อมคือการลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล การลดวันลา/วันขาดงาน และเพิ่มประสิทธิภาพและศักยภาพกำลังคนวัยทำงานต่อการผลักดันความก้าวหน้าประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนการเพิ่มค่า GDP ของประเทศที่เกิดจากบุคคลวัยทำงาน ดังนั้น เพื่อให้การขับเคลื่อนการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานที่พึงประสงค์ในวัยประชากรทำงานเขตกรุงเทพมหานคร ดำเนินงานได้ตอบสนองต่อประเด็นยุทธศาสตร์กรมอนามัย และเชื่อมโยงกับผลลัพธ์ที่เป็นประเด็นเน้นหนักตามตัวชี้วัดที่กรมอนามัยกำหนดสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง จึงจัดทำโครงการคนไทยวัยทำงานยุค 4.0 ในกรุงเทพมหานคร หุ่นดี สุขภาพดีซึ่งต้องรวมพลัง สนับสนุน องค์ความรู้ เทคโนโลยี เพื่อส่งมอบให้ภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคประชาชน และภาคการเมือง เพื่อเป็นการให้ความรู้ เสริมพลังประชาชน เกิดการรับรู้สร้างพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ ทำให้หุ่นดี สุขภาพดี มีดัชนีมวลกายปกติ และมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึ่งประสงค์ครบทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ การบริโภคอาหาร กิจกรรมทางกาย การนอนหลับสนิท และการดูแลอนามัยช่องปาก จนกระทั่งก้าวสู่วัยผู้สูงอายุที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีตลอดไป

วัตถุประสงค์ : 1 ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนารูปแบบการส่งเสริมสุขภาพประชาชนกลุ่มวัยทำงานในสถานบริการ สถานประกอบการ และชุมชน 2 สำรวจสถานการณ์ภาวะสุขภาพประชาชนวัยทำงานในเขตกรุงเทพมหานคร 3. เพื่อพัฒนาช่องทางการสื่อสารให้ตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย 4. เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของบุคลากรในพื้นที่/สร้างเครือข่ายการส่งเสริมสุขภาพและพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมในเขตกรุงเทพมหานคร

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
เป้าหมายโครงการ 1. รูปแบบการส่งเสริมสุขภาพประชากรวัยทำงานในสถานบริการ สถานประกอบการ และชุมชน 1 แห่ง 2. สถานการณ์ภาวะสุขภาพ ความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ในประชากรวัยทำงาน ๑ ชุด 3.ประชาชนในชุมชนและองค์กรต่างๆพื้นที่เขตกรุงเทพมหานคร 5,000 คน ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ เชิงปริมาณ : - ต้นแบบการส่งเสริมสุขภาพประชากรวัยทำงาน 1 แห่ง - ข้อมูลภาวะสุขภาพ และพฤติกรรมสุขภาพในประชากรวัยทำงาน 1 ชุด - จำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ/จำนวนเครือข่ายของสถาบัน ร้อยละ 80 เชิงคุณภาพ : - ได้บทเรียนการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพวัยทำงาน 1 แห่ง - วิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูลและนำไปใช้ประโยชน์ 1 ชุด - ความสำเร็จของโครงการ/การมีส่วนร่วมของเครือข่าย/งานวิจัยทางด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ร้อยละ 80 เชิงเวลา : ดำเนินกิจกรรมได้ตามแผนปฏิบัติการ 80 ร้อยละ

วิธีการดำเนินงาน : ขั้นเตรียมการ 1 ทบทวนสถานการณ์ จัดทำโครงการเพื่อขออนุมัติดำเนินการ 2 ประสานงานผู้รับผิดชอบ 3 ประชุมทีมงานเพื่อเตรียมความพร้อมในการดำเนินกิจกรรมตามโครงการ 4 จัดเตรียมความพร้อมด้านเอกสาร/สถานที่ และสื่อต่างๆที่ต้องการใช้งาน ขั้นดำเนินการ 1 พัฒนารูปแบบการส่งเสริมสุขภาพประชากรวัยทำงาน - จัดการประชุมเพื่อพัฒนาต้นแบบระบบการส่งเสริมสุขภาพและระบบส่งต่อประชากรวัยทำงานภายใต้บริบทสังคมเมืองในชุมชน สถานประกอบการและสถานบริการ ให้ประชากรวัย ทำงานมีความรอบรู้ด้านสุขภาพ/การสืบสารพระราชปฎิธานสมเด็จย่าต้านภัยมะเร็งเต้านม - เยี่ยมเสริมพลังและติดตามการดำเนินงาน - จัดการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงาน - สรุปบทเรียน 2 สำรวจสถานการณ์ภาวะสุขภาพประชาชนวัยทำงานในเขตกรุงเทพมหานคร - พัฒนาเครื่องมือ - ดำเนินการสำรวจข้อมูล - ประมวลผล วิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูล - จัดทำรายงาน คืนข้อมูลแก่พื้นที่และเผยแพร่ข้อมูล 3. การสืบสารพระราชปฎิธานสมเด็จย่าต้านภัยมะเร็งเต้านม ประเมินผลโครงการ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดการประชุมเพื่อพัฒนาผู้นำสุขภาพวัยทำงานในสถานที่ทำงาน 1 ธ.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 25,686.00
2 การประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานผู้นำสุขภาพในการส่งเสริมสุขภาพประชากรวัยทำงาน 1 ก.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561 980.00
3 การส่งเสริมสุขภาพพฤติกรรมสุขภาพประชาชนเขตกรุงเทพมหานครเชิงรุก 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 56,199.00
4 การประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาผู้นำสุขภาพในสถานที่ทำงานสำนักงานเขตยานนาวา 1 เม.ย. 2561 - 31 ก.ค. 2561 4,010.00
5 การประชุมเชิงปฏิบัติกรพัฒนาผู้นำสุขภาพในสถานที่ทำงานสำนักงานเขตคันนายาว 1 พ.ค. 2561 - 30 มิ.ย. 2561 4,770.00
6 เยี่ยมเสริมพลังและติดตามการดำเนินงานผู้นำสุขภาพวัยทำงานในสถานที่ทำงาน 1 พ.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2561 840.00
7 การประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานผู้นำสุขภาพประชากรวัยทำงานสำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย 1 พ.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561 4,525.00
8 สำรวจข้อมูลภาวะสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ในประชากรวัยทำงาน 1 มิ.ย. 2561 - 31 ก.ค. 2561 13,500.00
รวมเป็นเงิน 110,510.00
งบประมาณ : 110,510.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1 ข้อมูลภาวะสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ในประชากรวัยทำงานพื้นที่กทม. ที่สามารถนำไปวางแผนการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพในกทม. 2 ต้นแบบระบบส่งเสริมสุขภาพและระบบส่งต่อในวัยทำงาน

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางจารินี ยศปัญญา นางสุมารีย์ เอกบุศย์

ผู้เสนอโครงการ : ( นางจารินี ยศปัญญา)

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : (นายแพทย์ยงยศ หัถพรสวรรค์ ) รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : (นายแพทย์เกษม เวชสุทธานนท์) ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง
ลำดับที่ : 12

ชื่อโครงการ : โครงการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยการเจริญพันธ์วัยรุ่นในเขตเมือง

ยุทธศาสตร์ : 1.3 ส่งเสริมพฤติกรรมอนามัยการเจริญพันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับวัยรุ่น

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 7. อัตราคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15-19 ปี ต่อประชากรหญิง อายุ 15-19 ปี พันคน
8. อัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ 10-14 ปี ต่อประชากรอายุ 10-14 ปี พันคน
10. ร้อยละของวัยรุ่น 15-18 ปี สูงดีสมส่วน และอายุ 19 ปี มีส่วนสูงเฉลี่ยตามเกณฑ์

cluster : กลุ่มวัยรุ่น

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (26)9.4 การพัฒนาศักยภาพแกนนำวัยรุ่นต้นแบบด้านสุขภาพแบบองค์รวมในชุมชน

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : ปัจจุบันจำนวนประชากรวัยรุ่น อายุ10 – 19 ปี ในกรุงเทพมหานครจากระบบสถิติทางการทะเบียน ปี 2559มีทั้งหมด 663,471 คน คิดเป็น ร้อยละ11.6 ของประชากรทั้งหมด ซึ่งในสถานการณ์ปัจจุบันแนวโน้มของปัญหาการตั้งครรภ์ ความเครียด ปัญหาสุขภาพอื่นๆของวัยรุ่นมีความรุนแรงและซับซ้อนเพิ่มขึ้น ทั้งยังมีการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ สังคม และครอบครัวตลอดจนเทคโนโลยีในปัจจุบันส่งผลให้วัยรุ่นจำนวนไม่น้อยที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหา โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นเมืองขนาดใหญ่ มีวิถีชีวิตแบบสังคมเมืองและมีความเฉพาะเป็นปัจเจก มีความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมสูง จากข้อมูลของสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์พบว่าในปี 2556,2557,2558 อัตราการคลอดในวัยรุ่นอายุ 15 – 19 ปีของกรุงเทพมหานครคิดเป็น 47.9,43.5 และ 39.4 ตามลำดับ และจากการข้อมูลการตรวจสุขภาพของเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่1- 6 ปี 2559 และ 2560 โรงเรียนสารวิทยา เขตจตุจักร กรุงเทพมหานครพบว่า มีภาวะเริ่มอ้วนและอ้วนร้อยละ 18.7 และ 22.9 สูงสมส่วน ร้อยละ 62.2 และ 60.6 และภาวะค่อนข้างผอมและผอม ร้อยละ 13.2และ16.7 และจากการศึกษาสภาวะสุขภาพของประชาชนในเขตกรุงเทพหานครปี 2557 ของ รศ.ดร.พิทยา จารุพูนผลและคณะ ม.มหิดลประชากรอายุ 10-18 ปีของกรุงเทพมหานคร ร้อยละ 10 เคยมีเพศสัมพันธ์ และร้อยละ 40.6 ใส่ถุงยางอนามัยเสมอ ร้อยละ 30.3 ใส่ถุงยางอนามัยบางครั้ง และร้อยละ9.7 ไม่เคยใช้ถุงยางอนามัยเลย จากข้อมูลดังกล่าวสถาบันพัฒนาการสุขภาวะเขตเมือง ซึ่งมีบทบาทหน้าที่ในการอภิบาลระบบส่งเสริมสุขภาพในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยเจริญพันธ์วัยรุ่นในเขตเมือง เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวข้างต้น โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อลดปัญหา รวมทั้งทำให้เกิดการส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่นอย่างเป็นระบบ มีการทำงานร่วมกันแบบเครือข่ายในการขับเคลื่อนการดำเนินงานภายใต้พ.ร.บ.ป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.๒๕๕๙ ให้วัยรุ่นสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพได้ง่าย สถานบริการมีการจัดบริการสุขภาพที่เป็นมิตรกับวัยรุ่นได้มาตรฐาน รวมทั้งพัฒนาศักยภาพบุคลากรผู้ปฏิบัติงานและแกนนำวัยรุ่น ในภาคีเครือข่ายระดับพื้นที่ ท้องถิ่น และชุมชนให้มีการทำงานอย่างเชื่อมโยงกัน ส่งผลให้วัยรุ่นมีทักษะชีวิตและพฤติกรรมทางเพศที่เหมาะสมปลอดภัย ใช้ชีวิตในสังคมอย่างมีคุณภาพ เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี ลดภาวะเสี่ยงต่อการเป็นโรค สามารถดูแลตนเองได้ และมีชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข

วัตถุประสงค์ : 1. ขับเคลื่อน นโยบายและกฎหมายด้านอนามัยการเจริญพันธุ์วัยรุ่น นำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ร่วมกับภาคีเครือข่าย 2. ส่งเสริม สนับสนุน การพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่าย 3. สร้างกระแสการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยการเจริญพันธุ์วัยรุ่น 4. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบบริการสุขภาพที่เป็นมิตรสำหรับวัยรุ่นที่ได้มาตรฐาน 5. ศึกษาพฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพตามแนวทาง NEST ของวัยรุ่น 6. พัฒนารูปแบบการส่งเสริมความรอบรู้สุขภาพของวัยรุ่น และต้นแบบองค์กรเสริมสร้างความรอบรู้สุขภาพในสถานศึกษา

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
เป้าหมายโครงการ 1. แกนนำวัยรุ่นที่ผ่านการพัฒนาทักษะการส่งเสริมสุขภาพตามแนวทางของ NEST 50 คน 2. เผยแพร่ประชาสัมพันธ์อนามัยเจริญพันธุ์วัยรุ่นและการส่งเสริมสุขภาพตามแนวทางNEST ในโรงเรียนมัธยมศึกษา/มหาวิทยาลัย 3 ครั้ง 3. จัดกิจกรรมเรียนรู้พื้นที่การดำเนินงาน การจัดบริการสุขภาพที่เป็นมิตรสำหรับวัยรุ่นและเยาวชน ฉบับบูรณาการ ใน 6 เขตนำร่อง ของกรุงเทพมหานคร 6 ครั้ง 4. จัดประกวดวีดิโอคลิปการส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่นตามแนวทางของ NEST 1 ครั้ง 5. การเสริมสร้างความรอบรู้ในการดูแลตนเองของแม่วัยรุ่นและครอบครัว 20 คน 6. ศึกษาพฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพตามแนวทาง NEST ของวัยรุ่นระดับมัธยมศึกษาตอนต้นของโรงเรียนสารวิทยา กรุงเทพมหานคร 1 เรื่อง ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ เชิงปริมาณ : 1. จำนวนแกนนำวัยรุ่นที่ผ่านการพัฒนาทักษะการส่งเสริมสุขภาพตามแนวทางของ NEST 50 คน 2. จำนวนครั้งของการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์อนามัยเจริญพันธุ์วัยรุ่นและการส่งเสริมสุขภาพตามแนวทาง NEST ในโรงเรียนมัธยมศึกษา/มหาวิทยาลัย 2 ครั้ง 3. จำนวนครั้งของการจัดกิจกรรมเรียนรู้พื้นที่การดำเนินงาน การจัดบริการสุขภาพที่เป็นมิตรสำหรับวัยรุ่นและเยาวชน ฉบับบูรณาการ ใน 6 เขตนำร่อง ของกรุงเทพมหานคร 6 ครั้ง 4. จำนวนวีดิโอคลิปการส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่นตามแนวทางของ NEST ที่ส่งเข้าประกวด 20 เรื่อง 5. จำนวนแม่วัยรุ่นที่เข้าร่วมกิจกรรมการเสริมสร้างความรอบรู้ในการดูแลตนเองของแม่วัยรุ่น 20 คน 6. จำนวนรายงานศึกษาพฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพตามแนวทาง NEST ของวัยรุ่นระดับมัธยมศึกษาตอนต้นของโรงเรียนสารวิทยา กรุงเทพมหานคร 1 เรื่อง เชิงคุณภาพ : 1. ร้อยละของแกนนำวัยรุ่นที่ผ่านการพัฒนาทักษะการส่งเสริมสุขภาพตามแนวทางของ NEST มีระดับความรู้เพิ่มมากขึ้น ร้อยละ 80 2. ร้อยละของวีดิโอคลิปการส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่นตามแนวทางของ NEST ที่ชนะการประกวดได้รับการเผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์ ร้อยละ 100 เชิงเวลา : ร้อยละของกิจกรรมที่ดำเนินการได้ตามเวลาที่กำหนด ร้อยละ 80

วิธีการดำเนินงาน : 1. พัฒนาศักยภาพแกนนำวัยรุ่นเกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพตามแนวทางของ NEST 2. สื่อสารสร้างกระแสสังคม จัดรณรงค์ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับพ.ร.บ.การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น และส่งเสริมสุขภาพ สูงดีสมส่วน ภาวะโภชนาการที่ดีของวัยรุ่นในสถานศึกษา (Smart Teen Smart NEST) 3. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาวัยรุ่นระหว่างภาคีเครือข่าย โดยการจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานแนวทางการจัดบริการสุขภาพที่เป็นมิตรสำหรับวัยรุ่นและเยาวชน ฉบับบูรณาการ ใน 6 เขตนำร่อง (ดินแดง, ลาดกระบัง, หนองแขม,คลองเตย ,บางบอน,คลองสาน ) 4. จัดประกวดวีดิโอคลิปการส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่นตามแนวทางของ NEST 5. การเสริมสร้างความรอบรู้ในการดูแลตนเองของแม่วัยรุ่นและครอบครัว โดยการจัดกิจกรรม เปิดประตูใจสู่แม่วัยรุ่นและครอบครัว 6. ศึกษาพฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพตามแนวทาง NEST ของวัยรุ่นในเขตกรุงเทพมหานคร

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 พัฒนาศักยภาพแกนนำวัยรุ่นเกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพตาม แนวทางของ NEST (อบรม 1 รุ่น 2 วัน) 1 ธ.ค. 2560 - 31 ม.ค. 2561 34,540.00
2 จัดรณรงค์ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับพ.ร.บ.การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น และส่งเสริมสุขภาพ สูงดีสมส่วน ภาวะโภชนาการที่ดีของวัยรุ่นในสถานศึกษา (Smart Teen Smart NEST) 1 ก.พ. 2561 - 28 ก.พ. 2561 11,135.00
3 จัดกิจกรรมเรียนรู้พื้นที่การดำเนินงาน การจัดบริการสุขภาพที่เป็นมิตรสำหรับวัยรุ่นและเยาวชน ใน 6 เขตนำร่อง ของกรุงเทพมหานคร 1 ธ.ค. 2560 - 30 เม.ย. 2561 12,300.00
4 จัดประกวดวีดิโอคลิปการส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่นตามแนวทางของ NEST 1 ธ.ค. 2559 - 31 พ.ค. 2560 2,325.00
5 เปิดประตูใจสู่แม่วัยรุ่นและครอบครัวหญิงตั้งครรภ์วัยรุ่นในคลินิก 1 ธ.ค. 2560 - 30 มิ.ย. 2561 4,750.00
รวมเป็นเงิน 65,050.00
งบประมาณ : 65,050.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ธ.ค. 2559 - 30 มิ.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. ภาคีเครือข่ายในกรุงเทพมหานครมีการขับเคลื่อนการดำเนินงานภายใต้พ.ร.บ.ป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น 2. ภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการดำเนินงานอนามัยการเจริญพันธุ์ และส่งเสริมสุขภาพตามแนวทาง NEST ในวัยรุ่น 3. แกนนำวัยรุ่นได้รับการพัฒนาศักยภาพ ความรู้ ทักษะชีวิตในด้านการส่งเสริมสุขภาพตามแนวทาง NEST และอนามัยการเจริญพันธุ์ที่เหมาะสม 4. มีระบบบริการของวัยรุ่นที่เข้าถึงได้ง่ายโดยใช้ช่องทางสื่อสังคมออนไลน์(FB)

ผู้รับผิดชอบโครงการ : (นางณิชนันทน์ ไพรวิจารณ์) พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ

ผู้เสนอโครงการ : (นางวิไล รัตนพงษ์) พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : (ทันตแพทย์วรวิทย์ ใจเมือง) รักษาการในตำแหน่งทันตแพทย์เชี่ยวชาญ รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : ( นายเกษม เวชสุทธานนท์ ) ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง
ลำดับที่ : 13

ชื่อโครงการ : โครงการบริหารยุทธศาสตร์และขับเคลื่อนนโยบายกรมอนามัยสู่การปฏิบัติ

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กรมอนามัย

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (74)25.1 พัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

แผนจัดสรรงบประมาณ :   2. แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

หลักการและเหตุผล : การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรของประเทศเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ในช่วง 3-4 ทศวรรษที่ผ่านมา ทำให้ประเทศไทยเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุ ตั้งแต่ ปี 2544 คือมีสัดส่วนผู้สูงอายุมากกว่า ร้อยละ 10 ของประชากรทั้งหมด สาเหตุสำคัญของการเพิ่มสัดส่วนประชากรผู้สูงอายุอย่างรวดเร็ว มาจากปัจจัยสำคัญ 2 ประการ คือ อัตราการเกิดลดลง และไทยมีอายุยืนยาวขึ้น ซึ่งเกิดจากความสำเร็จของนโยบายวางแผนครอบครัวที่เน้นการคุมกำเนิด ตั้งแต่ปี 2513 ที่ส่งผลให้อัตราการเกิดลดลงอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งความก้าวหน้าทางการแพทย์และการสาธารณสุข ทำให้คนไทยมีอายุยืนยาว แม้พบว่าคนไทยจะมีอายุยืนยาวขึ้น แต่กลุ่มผู้สูงอายุกลับมีภาวะเจ็บป่วยเพิ่มขึ้น กลุ่มโรคที่ผู้สูงอายุเจ็บป่วยมาก 3 ลำดับแรก คือ กลุ่มโรคระบบกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ กลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจ และกลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นกลุ่มโรคที่เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผู้สูงอายุมีภาวะพึ่งพิง (กลุ่มติดบ้านและกลุ่มติดเตียง) ซึ่งสถานการณ์พึ่งพิงในผู้สูงอายุของไทย มีแนวโน้มสูงขึ้น โดยในปี 2553 พบว่าผู้สูงอายุอยู่ในภาวะพึ่งพิง ร้อยละ 19.7 และจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 58.3 ในปี 2583 ดังนั้น เพื่อลดภาวะพึ่งพิงในผู้สูงอาย โดยที่ผู้สูงอายุจะต้องมีสุขภาพดี และช่วยเหลือตัวเองได้ จึงต้องมีมาตรการส่งเสริมสุขภาพประชากรทุกช่วงวัย มีสุขภาพดี เพื่อในบั้นปลายชีวิต จะได้ผู้สูงอายุที่มีคุณภาพ สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง ตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว จึงได้จัดทำโครางการโครงการบริหารยุทธศาสตร์และขับเคลื่อนนโยบายกรมอนามัยสู่การปฏิบัติ ขึ้นเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของ ๕ กลุ่มวัย และอนามัยสิ่งแวดล้อม ทฤษฎีถนนชีวิตเพื่อสุขภาพ (Life Course Approach)

วัตถุประสงค์ : 1 เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานจัดทำแผนยุทธศาสตร์ แผนปฏิบัติการ แผนคำของบประมาณ ของสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง 2 สนับสนุนการดำเนินงานทุกกลุ่มวัยให้บรรลุเป้าหมาย 3 นิเทศ กำกับ ติดตาม การดำเนินงานทุกกลุ่มวัย

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
เป้าหมายโครงการ 1. บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 13 ทุกระดับได้รับการถ่ายทอดนโยบายเพื่อนำไปปฏิบัติิ 150 คน 2. การดำเนินของศูนย์อนามัยที่ 13 ใน 5 กลุ่มวัย และอนามัยสิ่งแวด บรรลุตามเป้าหมาย 1 หน่วยงาน ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ 3. เชิงปริมาณ : จำนวนกิจกรรมในโครงการดำเนินการได้ 2 กิจกรรม เชิงคุณภาพ : ร้อยละความสำเร็จตามเป้าหมายแต่ละ ร้อยละ 80 เชิงเวลา : ร้อยละการดำเนินโครงการเป็นไปตาม กำหนดการ ร้อยละ 80

วิธีการดำเนินงาน : 1 จัดทำแผนงานโครงการ 2 จัดตั้งคณะกรรมการบริหารเปลี่ยนแปลง ศูนย์อนามัยที่ 13 และคณะกรรมการพัฒนาขับเคลื่อนและพัฒนาระบบราชการสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง มุ่งสู่การเป็นองค์การสมรรถนะสูง (HPO) ตามแนวทางการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA) 3 ประสาน สนับสนุนการดำเนินในแต่ละกิจกรรม 4 สรุปผลการดำเนินงาน

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 รับการตรวจราชการและนิเทศงาน กรมอนามัย 1 ธ.ค. 2560 - 31 ส.ค. 2561 48,700.00
รวมเป็นเงิน 48,700.00
งบประมาณ : 48,700.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ธ.ค. 2560 - 31 ส.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1 การดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมปีงบประมาณ 2561 ของสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง บรรลุเป้าหมาย 2 สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง ดำเนินการพัฒนาองค์กร รองรับการเป็นองค์กรคุณภาพ

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางเตือนใจ ชีวาเกียรติยิ่ยง นางสาวเมธ์วดี นามจรัสเรืองศรี นางสาวนงนุช เดชอุปการ นางสาวธัญญ์ธิดา มากรด นางสาวอนุธิดา บุญยืน นางปณิดา ศรีบุญธรรม

ผู้เสนอโครงการ : นางเตือนใจ ชีวาเกียรติยิ่งยง นักวิชาการชำนายการพิเศษ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายวรวิทย์ ใจเมือง ทันตแพทย์ชำนาญการพิเศษ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายเกษม เวชสุทธานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง
ลำดับที่ : 14

ชื่อโครงการ : ก้าวทันคุณภาพระบบส่งเสริมสุขภาพการดำเนินงานผู้สูงอายุในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

ยุทธศาสตร์ : 1.5 ส่งเสริมผู้สูงอายุไทยเพื่อเป็นหลักชัยของสังคม

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 13. อายุคาดเฉลี่ยของการมีสุขภาพ (Health-Adjusted Life Expectancy : HALE)
14. ร้อยละของผู้สูงอายุ (60-74 ปี) มีฟันแท้ใช้งานอย่างน้อย 20 ซี่ และ 4 คู่สบ

cluster : กลุ่มผู้สูงอายุ

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (46)15.1 ทบทวนสถานการณ์ และ พัฒนาศักยภาพบุคลากรในการส่งเสริมสุขภาพสุขภาพผู้สูงอายุ ทุกระดับ ส่วนกลางเขต จังหวัด อำเภอ ตำบล

แผนจัดสรรงบประมาณ :   2. แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

หลักการและเหตุผล : ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) ตั้งแต่พ.ศ.2548 อันเป็นผลมาจากสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางสังคม ค่านิยมและทัศนคติภายใต้ยุคที่มีการแข่งขันสูง ผู้หญิงไทยแต่งงานน้อยลง มีบุตรน้อยลง มีผลให้อัตราการเจริญพันธุ์รวมของประเทศลดลง อีกทั้งความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการสาธารณสุขของประเทศไทยทำให้ประชากรมีอายุยืนยาว ส่งผลให้จำนวนและสัดส่วนประชากรผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจาก 8.5ล้านคนหรือร้อยละ13.2ในปี2553(สำนักงานสถิติแห่งชาติ,2553)เป็น11.3ล้านคนหรือร้อยละ17.2ในเดือนกรกฎาคม 2560(สถาบันวิจัยประชากรและสังคมมหาวิทยาลัยมหิดล,2560) ผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงมีแนวโน้มสูงขึ้น โดยในปี 2553 มีร้อยละ19.7และจะเพิ่มขึ้นร้อยละ58.3ในปี2583 สำหรับกรุงเทพมหานคร ในปี2559 สัดส่วนผู้สูงอายุร้อยละ17.3 มีการดำเนินงานระบบการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาวในชุมชนนำร่อง 136แห่ง ผู้สูงอายุที่ต้องพึ่งพิง(กลุ่มติดบ้านและติดเตียง)ร้อยละ8.1 ผู้สูงอายุมีแนวโน้มอยู่คนเดียวหรืออยู่ลำพังกับคู่สมรสมากขึ้น ยิ่งสูงอายุ ยิ่งต้องการการเกื้อหนุนหรือพึ่งพาผู้อื่น ปัญหาด้านสุขภาพโดยเฉพาะโรคเรื้อรัง ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตประจำวัน จำเป็นต้องได้รับการดูแลระยะยาว ซึ่งเป็นภาระค่าใช้จ่ายที่สูงมากสำหรับครอบครัวและงบประมาณที่ต้องใช้ในการดูแลสำหรับผู้สูงอายุ จากสถานการณ์ดังกล่าวผู้สูงอายุมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วซึ่งส่งผลกระทบทั้งทางด้านสุขภาพ เศรษฐกิจและสังคม โดยรวม การเตรียมการเพื่อรองรับสภาพปัญหาของผู้สูงอายุและคุณภาพระบบส่งเสริมสุขภาพจึงเป็นประเด็นที่สำคัญ สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง ตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว ซึ่งสอดคล้องกับแผนงานพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนกรุงเทพมหานครในแผนยุทธศาสตร์ความร่วมมือส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคสู่ความเป็นเลิศกรุงเทพมหานคร 2560-2573 มีเป้าประสงค์ให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีแบบองค์รวม จึงจัดทำโครงการนี้ โดยมุ่งหวังให้การขับเคลื่อนการดำเนินงานดูแลผู้สูงอายุมีประสิทธิภาพเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

วัตถุประสงค์ : 1.เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านการดูแลผู้สูงอายุ 2. เพื่อสนับสนุนภาคีเครือข่ายให้มีระบบการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาว (LTC) 3.เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดการระบบการดูแลผู้สูงอายุและรองรับสถานการณ์ผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วอย่างมีส่วนร่วม 4.เพื่อพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครสาธารณสุขให้มีความเชี่ยวชาญทางด้านสุขภาพช่องปาก

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1 เป้าหมาย/ผลผลิตของโครงการ - แนวทาง/มาตรฐานระบบการส่งเสริมสุขภาพดูแลผู้สูงอายุระยะยาว 1 เรื่อง - ภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องได้พัฒนามาตรฐานระบบการส่งเสริมสุขภาพดูแลผู้สูงอายุระยะยาว 75 คน - อาสาสมัครสาธารณสุขให้มีความเชี่ยวชาญทางด้านสุขภาพช่องปาก 600 คน 2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ เชิงปริมาณ : 1. สัดส่วนของผู้เข้าร่วมโครงการเมื่อเทียบกับเป้าหมาย ร้อยละ 70 เชิงคุณภาพ : พื้นที่เป้าหมายสามารถจัดระบบบริการดุแลช่วยเหลือผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิงได้อย่างถูกต้อง เหมาะสมและได้มาตรฐาน

วิธีการดำเนินงาน : 1. จัดทำมาตรฐานระบบการส่งเสริมสุขภาพดูแลผู้สูงอายุระยะยาว (LTC) 1.1 ประชุมวางแผนการดำเนินงานผู้รับผิดชอบและผู้เกี่ยวข้องการดำเนินกิจกรรมพร้อมมอบหมายหน้าที่รับผิดชอบ 1.2 ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเข้าร่วมกิจกรรม 1.3 จัดทำเอกสาร หนังสือเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 1.4 ดำเนินกิจกรรมตามแผน 1.5 ประเมินผลการดำเนินกิจกรรม 1.6 พัฒนาฐานข้อมูลการดำเนินงานผู้สูงอายุในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 2.เยี่ยมเสริมพลังการดำเนินงานระบบการส่งเสริมสุขภาพการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว (LTC) 2.1 ประชุมวางแผนการดำเนินงานผู้รับผิดชอบและผู้เกี่ยวข้องการดำเนินกิจกรรมพร้อมมอบหมาย หน้าที่รับผิดชอบ 2.2 ประสานสำนักอนามัยเพื่อทราบวัตถุประสงค์และพื้นที่เป้าหมายดำเนินการ 2.3 ดำเนินกิจกรรมตามแผน 2.4 ประเมินผลการดำเนินกิจกรรม 3. พัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุภายใต้แผนงานทันตสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ ประเทศไทย 3.1 ประชุมวางแผนการดำเนินงานผู้รับผิดชอบและผู้เกี่ยวข้องการดำเนินกิจกรรมพร้อมมอบหมายหน้าที่รับผิดชอบ 3.2 ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเข้าร่วมกิจกรรม 3.3 จัดทำเอกสาร หนังสือเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 3.4 ดำเนินกิจกรรมตามแผน 3.5 ประเมินผลการดำเนินกิจกรรม

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 เยี่ยมเสริมพลังการดำเนินงานระบบการส่งเสริมสุขภาพการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว ( LTC ) 1 มิ.ย. 2561 - 31 ก.ค. 2561 1,600.00
2 พัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุภายใต้แผนงานทันตสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ ประเทศไทย 1 ธ.ค. 2560 - 28 ก.พ. 2561 471,627.00
3 ส่งเสริมคุณค่าผู้สูงอายุ 1 เม.ย. 2561 - 30 เม.ย. 2561 60,800.00
รวมเป็นเงิน 534,027.00
งบประมาณ : 534,027.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ธ.ค. 2560 - 31 ก.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1.บุคลากรและภาคีเครือข่ายที่ทำงานด้านการดูแลผู้สูงอายุในพื้นที่เป้าหมายมีความรู้ ความเข้าใจระบบการดูแลผู้สูงอายุระยะยาวโดยใช้กระบวนการ Care Management 2. อาสาสมัครสาธารณสุขให้มีความเชี่ยวชาญทางด้านสุขภาพช่องปาก

ผู้รับผิดชอบโครงการ : ทพ.ญ.เยาวเรศ วงศาสุลักษณ์ ตำแหน่ง ทันตแพทย์ชำนาญการพิเศษ นางสาวดรุณี เนตรสูงเนิน ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ นางสาวจันทร์ฉาย วรรณศรี ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ นางสุกัลยา อรุณ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ นางนิพล ชยุพงค์ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ นางสาวพัชรา อาจอินทร์ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ

ผู้เสนอโครงการ : นางสาวเยาวเรศ วงศาสุลักษณ์ ทันตแพทย์ชำนาญการพิเศษ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายยงยส หัถพรสวรรค์ นายแพทย์เชี่ยวชาญ รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายเกษม เวชสุทธานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง
ลำดับที่ : 15

ชื่อโครงการ : โครงการบริหารจัดการเพื่อรองรับแผนงานยุทธศาสตร์(คชจ. การดำเนินงานยุทธศาสตร์หลัก)

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กรมอนามัย

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (78)25.5 การบริหารจัดการหน่วยงาน

แผนจัดสรรงบประมาณ :   7. แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาด้านสาธารณสุขและสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก

หลักการและเหตุผล : การบริหารงานขององค์กรในส่วนของหน่วยงานสนับสนุน (Supporting Unit) ซึ่งประกอบด้วยงานด้านงานบริหารการคลังและพัสดุ งานด้านกฎหมาย นิติกร ระเบียบข้อบังคับ งานธุรการ งานอาคารสถานที่และยานพาหนะ งานด้านนโยบายและแผน งานพัฒนาศักยภาพบุคลากร งานข้อมูลสารสนเทศตลอดจน เป็นงานที่มีความสำคัญยิ่งในการสนับสนุนให้การดำเนินงานขององค์กร ให้บรรลุตามวิสัยทัศน์ พันธกิจของ สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง และนโยบายหลักของการกรมอนามัย เป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวดเร็ว ฉับไวและมีประสิทธิภาพ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องสนับสนุนงบประมาณเพื่อดำเนินการทางด้านนี้อย่างพอเพียง

วัตถุประสงค์ : เพื่อให้การบริการ สนับสนุน ส่งเสริมประสานงานและอำนวยการ ให้ปฏิบัติงานของสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง เป็นไปอย่าประสิทธิภาพ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. เป้าหมายโครงการ 1.หน่วยงานบริหารจัดการ การดำเนินงานของสถาบันพัฒนาฯ ให้บรรลุตาม เป้าหมาย 1 หน่วยงาน 2. ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ เชิงปริมาณ : คิดเป็นร้อยละ100 ของเป้าหมายกรมอนามัย เชิงคุณภาพ : ถูกต้องตามระเบียบของการเบิกจ่าย ร้อยละ 100 เชิงเวลา : สามารถเบิกจ่ายได้ทันตามกำหนดระยะเวลาตามเป้าหมายของกรมอนามัยคิดเป็นร้อยละ 100

วิธีการดำเนินงาน : 1. จัดทำแผนการเบิกจ่ายงบประมาณ 2. ดำเนินการเบิกจ่ายงบประมาณตามแผน 3. รายงานผลการเบิกจ่ายทุกวันที่ 15 ของเดือน 4 สรุปรายงานผลเมื่อสิ้นงบประมาณ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ค่าใช้จ่ายพื้นฐาน ( ค่าจ้างเหมาบุคลกร/ค่าไฟฟ้า/ค่าน้ำประปา/ค่าโทรศัพท์ ไปรษณีย์ /ค่าวัสดุ /ค่าใช้สอย/ค่าใช้สอยซ่อมต่่างๆ/ค่าจ้างเหมากำจัดปลวก/ค่าจ้างเหมาช่างแอร์/ค่าจ้างเช่าเครื่องถ่ายเอกสาร) 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 169,775.00
รวมเป็นเงิน 169,775.00
งบประมาณ : 169,775.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : การใช้จ่ายงบประมาณ มีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์ ต่อประชาชน

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางนฤมล กระแสร์ เจ้าพนักงานพัสดุชำนาญงาน นางชณภา ศรีหล้า เจ้าพนักงานการเงินและบัญชีชำนาญงาน

ผู้เสนอโครงการ : นางชณภา ศรีหล้า เจ้าพนักงานการเงินและบัญชีชำนาญงาน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายวรวิทย์ ใจเมือง รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายเกษม เวชสุทธานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง
ลำดับที่ : 16

ชื่อโครงการ : โครงการบริหารจัดการเพื่อรองรับแผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กรมอนามัย

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (78)25.5 การบริหารจัดการหน่วยงาน

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : การบริหารงานขององค์กรในส่วนของหน่วยงานสนับสนุน (Supporting Unit) ซึ่งประกอบด้วยงานด้านงานบริหารการคลังและพัสดุ งานด้านกฎหมาย นิติกร ระเบียบข้อบังคับ งานธุรการ งานอาคารสถานที่และยานพาหนะ งานด้านนโยบายและแผน งานพัฒนาศักยภาพบุคลากร งานข้อมูลสารสนเทศตลอดจน เป็นงานที่มีความสำคัญยิ่งในการสนับสนุนให้การดำเนินงานขององค์กร ให้บรรลุตามวิสัยทัศน์ พันธกิจของ สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง และนโยบายหลักของการกรมอนามัย เป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวดเร็ว ฉับไวและมีประสิทธิภาพ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องสนับสนุนงบประมาณเพื่อดำเนินการทางด้านนี้อย่างพอเพียง

วัตถุประสงค์ : เพื่อให้การบริการ สนับสนุน ส่งเสริมประสานงานและอำนวยการ ให้ปฏิบัติงานของสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง เป็นไปอย่าประสิทธิภาพ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ 1. เป้าหมายโครงการ 1.หน่วยงานบริหารจัดการ การดำเนินงานของสถาบันพัฒนาฯ ให้บรรลุตาม เป้าหมาย 1 หน่วยงาน 2. ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ เชิงปริมาณ : คิดเป็นร้อยละ100 ของเป้าหมายกรมอนามัย เชิงคุณภาพ : ถูกต้องตามระเบียบของการเบิกจ่าย ร้อยละ 100 เชิงเวลา : สามารถเบิกจ่ายได้ทันตามกำหนดระยะเวลาตามเป้าหมายของกรมอนามัยคิดเป็นร้อยละ 100

วิธีการดำเนินงาน : 1. จัดทำแผนการเบิกจ่ายงบประมาณ 2. ดำเนินการเบิกจ่ายงบประมาณตามแผน 3. รายงานผลการเบิกจ่ายทุกวันที่ 15 ของเดือน 4 สรุปรายงานผลเมื่อสิ้นงบประมาณ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ค่าใช้จ่ายพื้นฐาน ( ค่าจ้างเหมาบุคลกร/ค่าไฟฟ้า/ค่าน้ำประปา/ค่าโทรศัพท์ ไปรษณีย์ /ค่าวัสดุ /ค่าใช้สอย/ค่าใช้สอยซ่อมต่่างๆ/ค่าจ้างเหมากำจัดปลวก/ค่าจ้างเหมาช่างแอร์/ค่าจ้างเช่าเครื่องถ่ายเอกสาร) 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 1,539,322.00
รวมเป็นเงิน 1,539,322.00
งบประมาณ : 1,539,322.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : การใช้จ่ายงบประมาณ มีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์ ต่อประชาชน

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางนฤมล กระแสร์ เจ้าพนักงานพัสดุชำนาญงาน นางชณภา ศรีหล้า เจ้าพนักงานการเงินและบัญชีชำนาญงาน

ผู้เสนอโครงการ : นางชณภา ศรีหล้า เจ้าพนักงานการเงินและบัญชีชำนาญงาน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายวรวิทย์ ใจเมือง รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายเกษม เวชสุทธานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง
ลำดับที่ : 17

ชื่อโครงการ : โครงการบริหารจัดการเพื่อรองรับแผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กรมอนามัย

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (78)25.5 การบริหารจัดการหน่วยงาน

แผนจัดสรรงบประมาณ :   2. แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

หลักการและเหตุผล : การบริหารงานขององค์กรในส่วนของหน่วยงานสนับสนุน (Supporting Unit) ซึ่งประกอบด้วยงานด้านงานบริหารการคลังและพัสดุ งานด้านกฎหมาย นิติกร ระเบียบข้อบังคับ งานธุรการ งานอาคารสถานที่และยานพาหนะ งานด้านนโยบายและแผน งานพัฒนาศักยภาพบุคลากร งานข้อมูลสารสนเทศตลอดจน เป็นงานที่มีความสำคัญยิ่งในการสนับสนุนให้การดำเนินงานขององค์กร ให้บรรลุตามวิสัยทัศน์ พันธกิจของ สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง และนโยบายหลักของการกรมอนามัย เป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวดเร็ว ฉับไวและมีประสิทธิภาพ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องสนับสนุนงบประมาณเพื่อดำเนินการทางด้านนี้อย่างพอเพียง

วัตถุประสงค์ : เพื่อให้การบริการ สนับสนุน ส่งเสริมประสานงานและอำนวยการ ให้ปฏิบัติงานของสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง เป็นไปอย่าประสิทธิภาพ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. เป้าหมายโครงการ 1.หน่วยงานบริหารจัดการ การดำเนินงานของสถาบันพัฒนาฯ ให้บรรลุตาม เป้าหมาย 1 หน่วยงาน 2. ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ เชิงปริมาณ : คิดเป็นร้อยละ100 ของเป้าหมายกรมอนามัย เชิงคุณภาพ : ถูกต้องตามระเบียบของการเบิกจ่าย ร้อยละ 100 เชิงเวลา : สามารถเบิกจ่ายได้ทันตามกำหนดระยะเวลาตามเป้าหมายของกรมอนามัยคิดเป็นร้อยละ 100

วิธีการดำเนินงาน : 1. จัดทำแผนการเบิกจ่ายงบประมาณ 2. ดำเนินการเบิกจ่ายงบประมาณตามแผน 3. รายงานผลการเบิกจ่ายทุกวันที่ 15 ของเดือน 4 สรุปรายงานผลเมื่อสิ้นงบประมาณ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ค่าใช้จ่ายพื้นฐาน ( ค่าจ้างเหมาบุคลกร/ค่าไฟฟ้า/ค่าน้ำประปา/ค่าโทรศัพท์ ไปรษณีย์/ค่าอินเตอร์เนท /ค่าวัสดุ /ค่าใช้สอย/ค่าใช้สอยซ่อมต่่างๆ/ค่าจ้างเหมากำจัดปลวก/ค่าจ้างเหมาช่างแอร์/ค่าจ้างเช่าเครื่องถ่ายเอกสาร) 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 997,726.00
รวมเป็นเงิน 997,726.00
งบประมาณ : 997,726.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : การใช้จ่ายงบประมาณ มีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์ ต่อประชาชน

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางนฤมล กระแสร์ เจ้าพนักงานพัสดุชำนาญงาน นางชณภา ศรีหล้า เจ้าพนักงานการเงินและบัญชีชำนาญงาน

ผู้เสนอโครงการ : นางชณภา ศรีหล้า เจ้าพนักงานการเงินและบัญชีชำนาญงาน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายวรวิทย์ ใจเมือง รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายเกษม เวชสุทธานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง
ลำดับที่ : 18

ชื่อโครงการ : โครงการบริหารจัดการเพื่อรองรับแผนแผนงานบูรณาการบริหารจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กรมอนามัย

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (78)25.5 การบริหารจัดการหน่วยงาน

แผนจัดสรรงบประมาณ :   3. แผนงานบูรณาการบริหารจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม

หลักการและเหตุผล : การบริหารงานขององค์กรในส่วนของหน่วยงานสนับสนุน (Supporting Unit) ซึ่งประกอบด้วยงานด้านงานบริหารการคลังและพัสดุ งานด้านกฎหมาย นิติกร ระเบียบข้อบังคับ งานธุรการ งานอาคารสถานที่และยานพาหนะ งานด้านนโยบายและแผน งานพัฒนาศักยภาพบุคลากร งานข้อมูลสารสนเทศตลอดจน เป็นงานที่มีความสำคัญยิ่งในการสนับสนุนให้การดำเนินงานขององค์กร ให้บรรลุตามวิสัยทัศน์ พันธกิจของ สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง และนโยบายหลักของการกรมอนามัย เป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวดเร็ว ฉับไวและมีประสิทธิภาพ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องสนับสนุนงบประมาณเพื่อดำเนินการทางด้านนี้อย่างพอเพียง

วัตถุประสงค์ : เพื่อให้การบริการ สนับสนุน ส่งเสริมประสานงานและอำนวยการ ให้ปฏิบัติงานของสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง เป็นไปอย่าประสิทธิภาพ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. เป้าหมายโครงการ 1.หน่วยงานบริหารจัดการ การดำเนินงานของสถาบันพัฒนาฯ ให้บรรลุตาม เป้าหมาย 1 หน่วยงาน 2. ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ เชิงปริมาณ : คิดเป็นร้อยละ100 ของเป้าหมายกรมอนามัย เชิงคุณภาพ : ถูกต้องตามระเบียบของการเบิกจ่าย ร้อยละ 100 เชิงเวลา : สามารถเบิกจ่ายได้ทันตามกำหนดระยะเวลาตามเป้าหมายของกรมอนามัยคิดเป็นร้อยละ 100

วิธีการดำเนินงาน : 1. จัดทำแผนการเบิกจ่ายงบประมาณ 2. ดำเนินการเบิกจ่ายงบประมาณตามแผน 3. รายงานผลการเบิกจ่ายทุกวันที่ 15 ของเดือน 4 สรุปรายงานผลเมื่อสิ้นงบประมาณ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ค่าใช้จ่ายพื้นฐาน ( ค่าจ้างเหมาบุคลกร/ค่าไฟฟ้า/ค่าน้ำประปา/ค่าโทรศัพท์ ไปรษณีย์ /ค่าวัสดุ /ค่าใช้สอย/ค่าใช้สอยซ่อมต่่างๆ/ค่าจ้างเหมากำจัดปลวก/ค่าจ้างเหมาช่างแอร์/ค่าจ้างเช่าเครื่องถ่ายเอกสาร) 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 619,970.00
รวมเป็นเงิน 619,970.00
งบประมาณ : 619,970.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : การใช้จ่ายงบประมาณ มีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์ ต่อประชาชน

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางนฤมล กระแสร์ เจ้าพนักงานพัสดุชำนาญงาน นางชณภา ศรีหล้า เจ้าพนักงานการเงินและบัญชีชำนาญงาน

ผู้เสนอโครงการ : นางชณภา ศรีหล้า เจ้าพนักงานการเงินและบัญชีชำนาญงาน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายวรวิทย์ ใจเมือง รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายเกษม เวชสุทธานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง
ลำดับที่ : 19

ชื่อโครงการ : โครงการบริหารจัดการเพื่อรองรับแผนบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กรมอนามัย

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (78)25.5 การบริหารจัดการหน่วยงาน

แผนจัดสรรงบประมาณ :   4. แผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ

หลักการและเหตุผล : การบริหารงานขององค์กรในส่วนของหน่วยงานสนับสนุน (Supporting Unit) ซึ่งประกอบด้วยงานด้านงานบริหารการคลังและพัสดุ งานด้านกฎหมาย นิติกร ระเบียบข้อบังคับ งานธุรการ งานอาคารสถานที่และยานพาหนะ งานด้านนโยบายและแผน งานพัฒนาศักยภาพบุคลากร งานข้อมูลสารสนเทศตลอดจน เป็นงานที่มีความสำคัญยิ่งในการสนับสนุนให้การดำเนินงานขององค์กร ให้บรรลุตามวิสัยทัศน์ พันธกิจของ สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง และนโยบายหลักของการกรมอนามัย เป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวดเร็ว ฉับไวและมีประสิทธิภาพ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องสนับสนุนงบประมาณเพื่อดำเนินการทางด้านนี้อย่างพอเพียง

วัตถุประสงค์ : เพื่อให้การบริการ สนับสนุน ส่งเสริมประสานงานและอำนวยการ ให้ปฏิบัติงานของสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง เป็นไปอย่าประสิทธิภาพ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. เป้าหมายโครงการ 1.หน่วยงานบริหารจัดการ การดำเนินงานของสถาบันพัฒนาฯ ให้บรรลุตาม เป้าหมาย 1 หน่วยงาน 2. ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ เชิงปริมาณ : คิดเป็นร้อยละ100 ของเป้าหมายกรมอนามัย เชิงคุณภาพ : ถูกต้องตามระเบียบของการเบิกจ่าย ร้อยละ 100 เชิงเวลา : สามารถเบิกจ่ายได้ทันตามกำหนดระยะเวลาตามเป้าหมายของกรมอนามัยคิดเป็นร้อยละ 100

วิธีการดำเนินงาน : 1. จัดทำแผนการเบิกจ่ายงบประมาณ 2. ดำเนินการเบิกจ่ายงบประมาณตามแผน 3. รายงานผลการเบิกจ่ายทุกวันที่ 15 ของเดือน 4 สรุปรายงานผลเมื่อสิ้นงบประมาณ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ค่าใช้จ่ายพื้นฐาน ( ค่าจ้างเหมาบุคลกร/ค่าไฟฟ้า/ค่าน้ำประปา/ค่าโทรศัพท์ ไปรษณีย์ /ค่าวัสดุ /ค่าใช้สอย/ค่าใช้สอยซ่อมต่่างๆ/ค่าจ้างเหมากำจัดปลวก/ค่าจ้างเหมาช่างแอร์/ค่าจ้างเช่าเครื่องถ่ายเอกสาร) 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 116,590.00
รวมเป็นเงิน 116,590.00
งบประมาณ : 116,590.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : การใช้จ่ายงบประมาณ มีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์ ต่อประชาชน

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางนฤมล กระแสร์ เจ้าพนักงานพัสดุชำนาญงาน นางชณภา ศรีหล้า เจ้าพนักงานการเงินและบัญชีชำนาญงาน

ผู้เสนอโครงการ : นางชณภา ศรีหล้า เจ้าพนักงานการเงินและบัญชีชำนาญงาน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายวรวิทย์ ใจเมือง รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายเกษม เวชสุทธานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง
ลำดับที่ : 20

ชื่อโครงการ : โครงการเฝ้าระวังและติดตามโรคขาดสารไอโอดีนในกรุงเทพมหานคร

ยุทธศาสตร์ : 1.4 ส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานที่พึงประสงค์

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 12. ร้อยละของวัยทำงานมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

cluster : กลุ่มวัยทำงาน

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (69)23.4 ควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนแห่งชาติ

แผนจัดสรรงบประมาณ :   7. แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาด้านสาธารณสุขและสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก

หลักการและเหตุผล : สารไอโอดีนมีความสำคัญในกระบวนการสร้างไทรอยด์ฮอร์โมนที่จำเป็นต่อการสร้างเซลล์ของร่างกายและสมอง ทำให้มีการเจริญเติบโตอย่างปกติ โดยเฉพาะทารกที่อยู่ในครรภ์มารดาจนถึงอายุ ๒ ขวบ หากขาดสารไอโอดีนส่งผลกระทบต่อการพัฒนาการสมองและร่างกายของทารกในครรภ์ จะทำให้สมองเจริญเติบโตไม่เต็มที่ ลดความเฉลียวฉลาด หรือระดับสติปัญญา(ไอคิว) ของเด็กถึง ๑๐-๑๕ จุด ทำให้เด็กมีปัญหาการเรียน และกระทบต่อการเจริญเติบโต ส่วนวัยเด็กถึงวัยรุ่นร่างกายจะเจริญเติบโตช้า สติปัญญาด้อยลงกว่าคนปกติ และมีอาการคอพอก ส่วนในวัยผู้ใหญ่จะมีอาการคอพอก เหนื่อยง่าย สมรรถนะในการทำงานลดลง จากผลการสำรวจสถานการณ์ระดับสติปัญญานักเรียนไทย ของกระทรวงสาธารณสุข พบว่า ไอคิวเฉลี่ยของเด็กประถมศึกษาปีที่ ๑ ในกรุงเทพมหานครเฉลี่ยมีแนวโน้มลดลง โดยครั้งล่าสุดปี 2557 อยู่ที่ 101.35 จุด ลดลงจากปี 2554 ซึ่งอยู่ที่ 103 จุด (เกณฑ์มาตรฐาน 100 จุด) ในขณะที่ผลการสำรวจปริมาณไอโอดีนในปัสสาวะของหญิงตั้งครรภ์มีแนวโน้มการขาดสารไอโอดีนเพิ่มสูงขึ้น และผลการสำรวจความครอบคลุมของการใช้เกลือเสริมไอโอดีนในครัวเรือนกรุงเทพมหานคร ปี 2557 พบว่า มีการใช้เกลือไอโอดีนที่มีคุณภาพร้อยละ 80.47 ต่ำกว่าเกณฑ์ที่องค์การอนามัยโลกกำหนดไว้ ร้อยละ 90 จากการติดตามความก้าวหน้าการดำเนินการสู่เป้าหมายการขจัดโรคขาดสารไอโอดีนในประเทศไทย ปี พ.ศ.๒๕๕๒ โดยผู้เชี่ยวชาญจากองค์การอนามัยโลก องค์การยูนิเซฟและสภานานาชาติเพื่อการควบคุมโรคขาดสาร ไอโอดีน ระบุว่ามีความก้าวหน้าเพียงเล็กน้อยในการดำเนินการเฝ้าระวังสถานการณ์ขาดสารไอโอดีนในระยะ ๕ ปี ที่ผ่านมา แม้ว่าจะสามารถควบคุมโรคคอพอกประจำถิ่น (endemic goiter) ในกลุ่มเด็กได้แล้ว แต่ยังคงมีปัญหาการขาดสารไอโอดีนในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ ทารกแรกเกิดและผู้สูงอายุ ประเด็นปัญหาที่สำคัญ คือ ขาดการวางแผนและดำเนินการอย่างบูรณาการ ข้อมูลที่ได้นำมาเชื่อมโยงเพื่อบ่งชี้สถานการณ์พื้นที่ที่เป็นปัญหาและได้ให้ข้อเสนอไว้ว่า การดำเนินงานจะให้ประสบผลสำเร็จสูงสุดต้องได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน รวมทั้งให้ข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุงโครงการและบ่งชี้ประเด็นและยุทธศาสตร์ที่จำเป็นต้องแก้ไขเพื่อเร่งความก้าวหน้าในประเทศไทย สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง จึงได้จัดทำโครงการเฝ้าระวังและติดตามโรคขาดสารไอโอดีนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ประจำปีงบประมาณ ๒๕6๑ ขึ้น ทั้งนี้ข้อมูลที่ได้จากการดำเนินงานดังกล่าว จะนำไปใช้ในการวางแผนบริหารจัดการเฝ้าระวังโรคขาดสารไอโอดีนต่อไป

วัตถุประสงค์ : เพื่อทราบสถานการณ์ภาวะขาดสารไอโอดีนของผู้สูงอายุในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
- เป้าหมายโครงการ 1. สถานการณ์ภาวะขาดสารไอโอดีนของผู้สูงอายุในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ๑ ชุด 2. ข้อมูลการประเมินตนเองของชุมชนนำร่อง ๑ ชุด - ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ เชิงปริมาณ : กลุ่มตัวอย่างได้รับการเก็บข้อมูลครบตามเป้าหมาย ๓๐๐ คน เชิงคุณภาพ : มีการนำสถานการณ์ภาวะขาดสารไอโอดีนของผู้สูงอายุ ในพื้นที่กรุงเทพฯ ไปใช้ในการกำหนดนโยบาย ๑ ครั้ง เชิงเวลา :ดำเนินกิจกรรมได้ตามแผนปฏิบัติการ

วิธีการดำเนินงาน : ๑. เก็บปัสสาวะผู้สูงอายุและตรวจหาไอโอดีนในเกลือบริโภคในครัวเรือนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร - ประสานและชี้แจงแนวทางการเก็บปัสสาวะในหญิงตั้งครรภ์และตรวจหาไอโอดีนในเกลือบริโภค - จัดเตรียมอุปกรณ์การเก็บปัสสาวะและตรวจหาไอโอดีนในเกลือบริโภค - พื้นที่ดำเนินการเก็บปัสสาวะตามมาตรฐานที่กำหนด จัดส่งให้ห้องปฏิบัติการ (ห้อง Lab)สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมืองตรวจหาสารไอโอดีนในปัสสาวะ - พื้นที่ดำเนินการสุ่มตรวจหาไอโอดีนในเกลือบริโภค - ติดตามตรวจสอบ วิเคราะห์ข้อมูล - สรุปและรายงานผล ๒. ชุมชนนำร่องมีการประเมินตนเองเพื่อพัฒนาเป็นชุมชนไอโอดีน

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 การตรวจหาไอโอดีนในเกลือบริโภคในคครัวเรือน 1 ม.ค. 2561 - 28 ก.พ. 2561 22,500.00
รวมเป็นเงิน 22,500.00
งบประมาณ : 22,500.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ม.ค. 2561 - 28 ก.พ. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : สถานการณ์ภาวะขาดสารไอโอดีนของผู้สูงอายุในพื้นที่กรุงเทพมหานครและมีการนำสถานการณ์ภาวะขาดสารไอโอดีนของผู้สูงอายุ ในพื้นที่กรุงเทพฯ ไปใช้ในการกำหนดนโยบาย

ผู้รับผิดชอบโครงการ : กลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยทำงาน

ผู้เสนอโครงการ : นางจารินี ยศปัญญา

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายยงยส หัถพรสวรรค์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายเกษม เวชสุทธานนท์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง
ลำดับที่ : 21

ชื่อโครงการ : โครงการ การพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ปี 2561

ยุทธศาสตร์ : 1.2 ส่งเสริมเด็กวัยเรียนให้แข็งแรงและฉลาด

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 5. ร้อยละของเด็กวัยเรียน (6-14 ปี) สูงดีสมส่วน ฟันไม่ผุ (caries free) และเด็กอายุ 12 ปี มีส่วนสูงเฉลี่ยตามเกณฑ์
6. ร้อยละของเด็กวัยเรียนมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ด้านการบริโภคอาหาร กิจกรรมทางกาย และทันตสุขภาพ

cluster : กลุ่มวัยเรียน

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (66)23.1 ส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร (กพด.) ตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

แผนจัดสรรงบประมาณ :   7. แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาด้านสาธารณสุขและสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก

หลักการและเหตุผล : ปัญหาสุขภาพของเด็กวัยเรียนส่วนใหญ่เกิดจากการมีพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่เหมาะสม จากรายงานสถานการณ์ปัญหาเด็กวัยเรียนอายุ 6-14 ปี ของประเทศไทยปี 2559 มีภาวะเริ่มอ้วนและอ้วนร้อยละ 16.3 ( ภาคเรียนที่ 2 ปี2558 , HDC ) สูงดีสมส่วนร้อยละ 66 จากการสำรวจพบว่าเด็กไทยในกรุงเทพและปริมณฑลมีภาวะอ้วน ท้วม มากกว่าเด็กทั่วประเทศ โดยมีภาวะอ้วนและท้วมร้อยละ 19.9 ภาวะค่อนข้างเตี้ยและเตี้ย ร้อยละ 6.31 ซึ่งมีปัจจัยมาจากพฤติกรรมการกินอาหารที่ไม่ถูกต้อง ทั้งปริมาณและสัดส่วน เคลื่อนไหวออกแรงน้อยในแต่ละ วัน รวมทั้งค่านิยม กินอาหารตามวัฒนธรรมตะวันตก คืออาหารขยะ อาหารจานด่วน น้ำอัดลม ขนมกรุบกรอบ ส่งผลให้เด็กไทยมีปัญหาฟันผุ ซึ่งการสำรวจล่าสุดปี 2558 ( สำนักอนามัย กรุงเทพ ฯ ) พบว่าโรคฟังผุร้อยละ 30.27 การเจ็บป่วยและการเกิดปัญหาสุขภาพจะน้อยลง หากทุกคนมีพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องตาม ซึ่งต้องเริ่มต้นปลูกฝังที่เด็ก เยาวชนให้มีการปฏิบัติตัวในการดูแลสุขภาพอย่างถูกต้อง และปฏิบัติเป็นประจำ เพื่อให้เป็นสุขนิสัยเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่

วัตถุประสงค์ : 7.1 เพื่อสร้างเสริม ติดตามการดำเนินงานด้านโภชนาการ/การเจริญเติบโต ของเด็กนักเรียนในโรงเรียนถิ่นทุรกันดาร

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
8.1 เป้าหมาย/ผลผลิตของโครงการ จำนวน หน่วยนับ 1. โรงเรียนในถิ่นทุรกันดารได้รับการเยี่ยมพัฒนาด้านด้านโภชนาการ/การเจริญเติบโตและสิ่งแวดล้อมของเด็กนักเรียนในโรงเรียนถิ่นทุรกันดาร 27 โรงเรียน 8.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ เชิงปริมาณ : โรงเรียนในถิ่นทุรกันดารได้รับการเยี่ยมพัฒนาด้านด้านโภชนาการ/การเจริญเติบโตและสิ่งแวดล้อมของเด็กนักเรียนในโรงเรียนถิ่นทุรกันดาร 27 โรงเรียน เชิงคุณภาพ : 1. เด็กเยาวชนและบุคลากรมีความรู้ด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม 27 โรงเรียน

วิธีการดำเนินงาน : กิจกรรมที่ 1 สร้างเสริม ติดตามการดำเนินงานด้านโภชนาการและการเจริญเติบโต โดยบูรณาการมีส่วนร่วมของ ภาคีเครือข่าย ของโรงเรียนในโครงการในถิ่นทุรกันดาร 1.1 เยี่ยมเสริมพลังติดตามการดำเนินงานของโรงเรียนในโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร กิจกรรมที่ 2 สื่อ สนับสนุนการดำเนินงานโครงการ การพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ปี 2561 2.1 ผลิตสื่อประชาสัมพันธ์

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 เยี่ยมเสริมพลังติดตามการดำเนินงานของโรงเรียนในโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร 1 พ.ย. 2560 - 31 ส.ค. 2561 12,480.00
2 จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียน วัยรุ่น และสถานศึกษา 1 ธ.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 33,420.00
รวมเป็นเงิน 45,900.00
งบประมาณ : 45,900.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 พ.ย. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1 เพื่อให้เด็กนักเรียนได้รับการส่งเสริมด้านโภชนาการและการเจริญเติบโต โดยบูรณาการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย 2 โรงเรียนมีการพัฒนาสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อสุขภาพของเด็กนักเรียน

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางวิไล รัตนพงษ์ ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพชำนาญการ นางศรีสุดา สว่างสาลี ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ นางสาววีรฉัตร จรัสฉิมพลีกุล ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพชำนาญการ นางสาวศศิทร ดวงสวัสดิ์ ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ นางสาวจุไรรัตน์ ทนเสถียร ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ นางสาวจุฬาลักษณ์ สาและ ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุข

ผู้เสนอโครงการ : นางวิไล รัตนพงษ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายวรวิทย์ ใจเมือง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายเกษม เวชสุธานนท์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง
ลำดับที่ : 22

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาชุมชนต้นแบบบูรณาการด้านส่งเสริมสุขภาพ 5 กลุ่มวัยและอนามัยสิ่งแวดล้อมเขตเมือง โดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย

ยุทธศาสตร์ : 1.5 ส่งเสริมผู้สูงอายุไทยเพื่อเป็นหลักชัยของสังคม

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 13. อายุคาดเฉลี่ยของการมีสุขภาพ (Health-Adjusted Life Expectancy : HALE)

cluster : กลุ่มผู้สูงอายุ

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (46)15.1 ทบทวนสถานการณ์ และ พัฒนาศักยภาพบุคลากรในการส่งเสริมสุขภาพสุขภาพผู้สูงอายุ ทุกระดับ ส่วนกลางเขต จังหวัด อำเภอ ตำบล

แผนจัดสรรงบประมาณ :   2. แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

หลักการและเหตุผล : กรุงเทพฯ เป็นพื้นที่สำคัญทางการปกครองที่มีลักษณะเฉพาะเป็นทั้งเมืองหลวงและ ศูนย์กลางความเจริญของประเทศ ลักษณะเฉพาะที่สำคัญมีสองประการคือ (1) มีความเป็นอิสระ (Autonomy) เนื่องจากเป็นเขตการปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ องค์กรปกครองคือกรุงเทพมหานครซึ่ง มีขอบเขตอำนาจหน้าที่และวิธีบริหารงานตาม พรบ.ระเบียบบริหาราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2528 และ (2) มีความเป็นมหานคร (megacity) ซึ่งหมายความว่าเป็นเมืองใหญ่ที่มีประชากรอาศัยอยู่เกินกว่า 10 ล้านคน กรุงเทพฯ จึงซับซ้อนและหลากหลายกว่าพื้นที่อื่น กรุงเทพฯมีพื้นที่ 1,569 ตารางกิโลเมตร แบ่งเขตปกครองเป็น 50 เขต 169 แขวง จำนวนประชากรตามทะเบียนราษฏร์ 5.6 9 ล้านคน เมื่อสิ้นปี 2557 และในปี 2558 มีประชากร 15.4 ล้านคน จัดเป็นมหานครที่มีขนาดใหญ่เป็นลำดับที่ 21 ในจำนวน 36 มหานครทั่วโลก (Wikipedia : Largest cities 2015) สังคมกรุงเทพฯ มีทั้งสังคมเมืองและสังคมกึ่งชนบท โครงสร้างชุมชนกรุงเทพฯ จึงแตกต่างจากชุมชนชนบท ประชากรมีมากและแออัด เฉลี่ย 3,600 คนต่อตารางกิโลเมตร มีหลากหลายวัฒนธรรม ความเชื่อ เชื้อชาติและสัญชาติ คนส่วนใหญ่มีวิถีชีวิตแบบสังคมเมืองที่เร่งรีบและเน้นความเป็นปัจเจก มีความตื่นตัวเรื่องสิทธิและสุขภาพในกรุงเทพฯ มีผู้ให้บริการทั้งภาครัฐและเอกชน เมื่อเดือนมกราคม 2558 มีโรงพยาบาลทั้งหมด 142 แห่ง เป็นของรัฐร้อยละ 28 เตียงผู้ป่วยทั้งหมด 31,623 เตียง เป็นของรัฐร้อยละ 56 ในระดับปฐมภูมิมีคลินิกเอกชน เช่น เวชกรรม ทันตกรรม การแพทย์แผนไทย การพยาบาลและผดุงครรภ์ เทคนิคการแพทย์ และกายภาพบำบัด รวมทั้งสิ้นกว่า 4,400 แห่ง ในขณะที่ภาครัฐเน้นการจัดบริการระดับปฐมภูมิทั้งเชิงรุกและเชิงรับ ครอบคลุมการให้บริการที่บ้านและในชุมชนรวมทั้งการรับบริการที่คลินิกของรัฐ โดยผ่านศูนย์บริการสาธารณสุขของกรุงเทพมหานครและสาขา รวมทั้งสิ้น 128 แห่ง แม้ว่าจำนวนหน่วยบริการสุขภาพของรัฐโดยรวมในกรุงเทพฯจะมีน้อยเมื่อเทียบกับภาคเอกชน ปริมาณการใช้บริการก็มิได้น้อยตาม เนื่องจากเป็นบริการสาธารณะที่ประชาชนทั่วไปรู้จัก ไว้วางใจและเข้าถึง ได้สะดวก ปราศจากข้อจำกัดทางการเงิน อย่างไรก็ตามหน่วยงานสาธารณสุขของรัฐในกรุงเทพฯที่มีภารกิจหลักให้บริการสุขภาพต่อประชาชนทั่วไปโดยตรงมีจำนวนน้อย อย่างไรก็ตามยังมีศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะที่มีขีดความสามารถสูงในการรองรับผู้ป่วยจากทั่วประเทศในหลายกรณี ระบบบริการสุขภาพในพื้นที่กรุงเทพฯ จึงซับซ้อนมาก ดังนั้น ความท้าทายของระบบบริการสุขภาพในกรุงเทพฯ ที่พบได้แก่ (1) การเข้าไม่ถึงบริการสุขภาพพื้นฐานของคนบางกลุ่ม ทำให้เกิดโรคระบาดขึ้นเป็นครั้งคราว (2) ปัญหาเตียงรับผู้ป่วยเต็มและการจัดระบบส่งต่อส่งกลับผู้ป่วยให้มีประสิทธิภาพและคุณภาพ เพิ่มความคุ้มค่าเรื่องเตียงผู้ป่วยหรือบริการเฉพาะทางบางอย่าง และลดการลงทุนซ้ำซ้อน (3) การใช้สิทธิตามระบบหลักประกันสุขภาพของคนกรุงเทพฯยังมีอัตราต่ำ เชื่อว่า เป็นผลจากพฤติกรรมการเลือก เนื่องจากคนกรุงเทพฯ มีทางเลือกมากรวมทั้งมีรสนิยมและมาตรฐานความพอใจที่แตกต่างหลากหลายตามสถานะเศรษฐกิจและสังคม (4) การจัดให้มีบริการสุขภาพที่ดีและไร้รอยต่อจนเป็นที่น่าพอใจแก่ทุกฝ่าย คือฝ่ายผู้รับบริการ (Clients) ฝ่ายผู้ให้บริการทั้งรัฐและเอกชน (service providers) และฝ่ายผู้จัดซื้อบริการสุขภาพ (service purchasers) เป็นต้น ในปี 2560 สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง เป็นหน่วยงานร่วมรับผิดชอบการอภิบาลระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ โดยพัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยีการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมที่สอดคล้องกับพฤติกรรมตามกลุ่มวัย พัฒนาสมรรถนะเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนในเขตเมืองและภาคีเครือข่ายในการให้บริการด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชน สนับสนุนและพัฒนาการบริการสู่มาตรฐานอย่างเป็นระบบ ให้สามารถแก้ไขปัญหาสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงปรับกลไกการขับเคลื่อนงานตามสภาพปัญหาของพื้นที่ให้เหมาะสมกับเขตกรุงเทพมหานคร โดยบูรณาการความร่วมมือของภาคีเครือข่ายให้หลากหลายเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้มีการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพตามกลุ่มวัยและสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดีเป็นที่พึงพอใจของชุมชนและภาคีเครือข่าย ให้เกิดความยั่งยืนในเขตเมืองต่อไป

วัตถุประสงค์ : 1 เพื่อส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาชุมชน ภาคีเครือข่ายในการขับเคลื่อนการส่งเสริมสุขภาพทุกกลุ่มวัยและอนามัยสิ่งแวดล้อมในเขตเมือง 2 เพื่อให้ชุมชนสามารถเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพในประชากรกลุ่มเสี่ยงได้ 3 เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เผยแพร่การส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมระหว่างชุมชน 4 เพื่อให้เกิดนวัตกรรม/Best Practice ในแต่ละชุมชน

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
8.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ 1. ผู้นำชุมชน/แกนนำ/ทีมนำในชุมชนได้รับการพัฒนาศักยภาพด้านส่งเสริมสุขภาพ 5 กลุ่มวัยและอนามัยสิ่งแวดล้อม 6 ชุมชน 2. ชุมชนเป้าหมายใช้กระบวนการมีส่วนร่วมกับพื้นที่เพื่อพัฒนาส่งเสริมสุขภาพ 5 กลุ่มวัยและอนามัยสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดนวัตกรรมหรือ Best Practice 6 ชุมชน 8.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ เชิงปริมาณ : จำนวนชุมชนเป้าหมายมีนวัตกรรม/Best Practice อย่างน้อย ชุมชนละ 1 นวัตกรรม/Best Practice 6 ชุมชน เชิงคุณภาพ : มีกระบวนการขับเคลื่อนการดำเนินงานการพัฒนาชุมชนต้นแบบด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมเขตเมือง 6 ชุมชน เชิงเวลา : บริหารโครงการได้แล้วเสร็จตามแผนที่กำหนด 80 ร้อยละ

วิธีการดำเนินงาน : 1 ประชุมค้นหาปัญหาและความต้องการของชุมชน (ศึกษาชุมชน) 2 ประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาศักยภาพวิทยากรกระบวนการ 3 เยี่ยมเสริมพลังการส่งเสริมสุขภาพ ๕ กลุ่มวัยและอนามัยสิ่งแวดล้อม 4 สรุปบทเรียนการดำเนินงานร่วมกับภาคีเครือข่ายและชุมชน 5 นำเสนอผลงานนวัตกรรมหรือ Best Practice ของแต่ละชุมชน

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 อบรมพัฒนาศักยภาพวิทยากรกระบวนการแกนนำชุมชน 5 กลุ่มวัย และอนามัยสิ่งแวดล้อม 1 ก.พ. 2561 - 30 ก.ย. 2561 43,455.00
2 เยี่ยมเสริมพลังการส่งเสริมสุขภาพ ๕ กลุ่มวัยและอนามัยสิ่งแวดล้อม 1 มี.ค. 2561 - 31 พ.ค. 2561 6,360.00
รวมเป็นเงิน 49,815.00
งบประมาณ : 49,815.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ก.พ. 2561 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. เกิดกระบวนการขับเคลื่อนการดำเนินงานการพัฒนาชุมชนต้นแบบด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัย สิ่งแวดล้อมในเขตเมือง 2. ชุมชนมีการวางแผนแก้ไขสุขภาพด้วยตนเอง 3. เกิดนวัตกรรมสังคม/Best Practice ในแต่ละชุมชน

ผู้รับผิดชอบโครงการ : คณะทำงานขับเคลื่อนชุมชนต้นแบบบูรณาการด้านส่งเสริมสุขภาพ 5 กลุ่มวัย และอนามัยสิ่งแวดล้อมเขตเมือง

ผู้เสนอโครงการ : นางสาวศิริทร ดวงสวัสดิ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายวรวิทย์ ใจเมือง และ นายยงยส หัถพรสวรรค์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายเกษม เวชสุทธานนท์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง
ลำดับที่ : 23

ชื่อโครงการ : โครงการการบริหารความโปร่งใส และคุณธรรมของสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง (สสม.) ปี 2561

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 21. คะแนนการประเมินระดับคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน ตามระบบ ITA โดย ปปท.

cluster : กลุ่ม HR

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (77)25.4 ส่งเสริมการพัฒนาและบริหารการดำเนินงานด้วยคุณธรรมและความโปร่งใส

แผนจัดสรรงบประมาณ :   2. แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

หลักการและเหตุผล : ด้วยกรมอนามัยมีนโยบาย ในการดำเนินงานเพื่อพัฒนาและขับเคลื่อนกรมอนามัย 4.0 องค์กรคุณภาพคู่คุณธรรม โดยมีกิจกรรมสำคัญในการบริหารจัดการหน่วยงาน มุ่งสู่การเป็นองค์กรสมรรถนะสูง สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง ตระหนักถึงเรื่องนี้ จึงกำหนดให้มีผู้ตรวจสอบภายในประจำหน่วยงาน เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆ หลังการเบิก-จ่ายเงิน และการควบคุมภายใน การกำกับติดตามงานในความรับผิดชอบของสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง ให้เป็นไปด้วยความถูกต้องมีประสิทธิภาพและเป็นการป้องกันข้อบกพร่องหรือข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้ทันเวลา ลดขั้นตอนการปฏิบัติงานและเป็นระบบมากยิ่งขึ้น

วัตถุประสงค์ : 1.เพื่อให้บริการในการตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆ อย่างเที่ยงธรรม มีความครบถ้วน เรียบร้อย ถูกต้อง ตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ คำสั่ง และมติคณะรัฐมนตรีเพื่อไม่ให้มีข้อทักท้วงจากกลุ่มตรวจสอบภายในและสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน 2 เพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับหน่วยงาน โดยการปรับปรุงกระบวนงานการกำกับดูแล การบริหารความเสี่ยง และการควบคุมภายในเพื่อลดขั้นตอนและจัดระบบงานให้ดียิ่งขึ้น 3 เพื่อให้ผู้บริหารได้ทราบถึงปัญหาในการดำเนินงานและสามารถพิจารณาสั่งการให้มีการแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วทันต่อสถานการณ์ ในรูปแบบของรายงานผลการตรวจสอบ 4 เพื่อให้ผู้บริหาร มั่นใจว่าข้อมูลและรายงานทางการเงิน บัญชี มีความถูกต้อง ครบถ้วน และทันเวลา

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ 1.1 ร้อยละของเอกสารหลักฐานต่างๆ ทั้งทางด้านรับ-ด้านจ่าย ครบถ้วน เรียบร้อย ถูกต้องตามระเบียบ 100 ร้อยละ 2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ เชิงปริมาณ : จำนวนเอกสารประกอบการรับและการเบิกจ่ายมีความครบถ้วน 100 ร้อยละ เชิงคุณภาพ : ร้อยละของเอกสารต่างๆ ที่ตรวจสอบ (สุ่มตรวจ) มีความถูกต้อง เรียบร้อย 80 ร้อยละ เชิงเวลา : แล้วเสร็จทันเวลาตามเกณฑ์ที่กำหนด 90 ร้อยละ

วิธีการดำเนินงาน : 1.ทบทวนสถานการณ์ จัดทำโครงการเพื่อขออนุมัติดำเนินการ 2 ประสานงานผู้บริหาร ขอรายชื่อเพื่อแต่งตั้งคณะทำงาน 3 แต่งตั้งคณะทำงาน 4 จัดประชุมคณะทำงาน เพื่อจัดทำแผนการตรวจ 5 ส่งแผนการตรวจให้กลุ่มเป้าหมาย เพื่อเตรียมการรับตรวจ 6 วิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูล 7 จัดทำรายงานเสนอผู้บริหารของสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง และกรมอนามัย

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 การประชุมคณะทำงาน 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 1,330.00
รวมเป็นเงิน 1,330.00
งบประมาณ : 1,330.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1.ลดข้อทักท้วงจากกลุ่มตรวจสอบภายในและภายนอก 2 ผู้บริหารได้รับข้อมูลที่ถูกต้องทางด้านการเงิน

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางอุทัย อึ้งทองคณะทำงาน

ผู้เสนอโครงการ : นางอุทัย อึ้งทอง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายยงยส หัถพรสวรรค์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายเกษม เวชสุทธานนท์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง
ลำดับที่ : 24

ชื่อโครงการ : โครงการบริการจัดการเพื่อรองรับแผนงานพื้นฐานด้านการพัฒนาและเสริมสร้างสุขภาพเชิงรุก

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กลุ่ม FIN

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (76)25.3 การพัฒนากระบวนการบริหารการเงินการคลังและงบประมาณ

แผนจัดสรรงบประมาณ :   11. แผนงานพื้นฐานด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคน

หลักการและเหตุผล : การบริหารงานขององค์กรในส่วนของหน่วยงานสนับสนุน (Supporting Unit) ซึ่งประกอบด้วยงานด้านงานบริหารการคลังและพัสดุ งานด้านกฎหมาย นิติกร ระเบียบข้อบังคับ งานธุรการ งานอาคารสถานที่และยานพาหนะ งานด้านนโยบายและแผน งานพัฒนาศักยภาพบุคลากร งานข้อมูลสารสนเทศตลอดจน เป็นงานที่มีความสำคัญยิ่งในการสนับสนุนให้การดำเนินงานขององค์กร ให้บรรลุตามวิสัยทัศน์ พันธกิจของ สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง และนโยบายหลักของการกรมอนามัย เป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวดเร็ว ฉับไวและมีประสิทธิภาพ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องสนับสนุนงบประมาณเพื่อดำเนินการทางด้านนี้อย่างพอเพียง

วัตถุประสงค์ : เพื่อให้การบริการ สนับสนุน ส่งเสริมประสานงานและอำนวยการ ให้ปฏิบัติงานของสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง เป็นไปอย่าประสิทธิภาพ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. เป้าหมายโครงการ 1.หน่วยงานบริหารจัดการ การดำเนินงานของสถาบันพัฒนาฯ ให้บรรลุตาม เป้าหมาย 1 หน่วยงาน 2. ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ เชิงปริมาณ : คิดเป็นร้อยละ100 ของเป้าหมายกรมอนามัย เชิงคุณภาพ : ถูกต้องตามระเบียบของการเบิกจ่าย ร้อยละ 100 เชิงเวลา : สามารถเบิกจ่ายได้ทันตามกำหนดระยะเวลาตามเป้าหมายของกรมอนามัยคิดเป็นร้อยละ 100

วิธีการดำเนินงาน : 1. จัดทำแผนการเบิกจ่ายงบประมาณ 2. ดำเนินการเบิกจ่ายงบประมาณตามแผน 3. รายงานผลการเบิกจ่ายทุกวันที่ 15 ของเดือน 4 สรุปรายงานผลเมื่อสิ้นงบประมาณ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ค่าใช้สอยต่างๆ 1 ต.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 1,500,000.00
รวมเป็นเงิน 1,500,000.00
งบประมาณ : 1,500,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2560
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : การใช้จ่ายงบประมาณ มีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์ ต่อประชาชน

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางนฤมล กระแสร์ เจ้าพนักงานพัสดุชำนาญงาน นางชณภา ศรีหล้า เจ้าพนักงานการเงินและบัญชีชำนาญงาน

ผู้เสนอโครงการ : นางชณภา ศรีหล้า เจ้าพนักงานการเงินและบัญชีชำนาญงาน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายวรวิทย์ ใจเมือง รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายเกษม เวชสุทธานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง
ลำดับที่ : 25

ชื่อโครงการ : โครงการการทดสอบประสิทธิภาพของอุปกรณ์ช่วยในการทำความสะอาดช่องปากสำหรับเด็ก( (นวัตกรรมทันตสุขภาพ Bite Me Please)

ยุทธศาสตร์ : 1.1 ส่งเสริมการเกิดและเติบโตคุณภาพ

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 4. ร้อยละของเด็กอายุ 3 ปี ปราศจากฟันผุ

cluster : กลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัย

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (10)4.3 พัฒนากลไกส่งเสริมเด็กอายุ 0-5 ปี เพื่อสูงดีสมส่วน ฟันไม่ผุ พัฒนาการสมวัยในระดับตำบลโดยผ่านกลไกคณะกรรมการคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : ปัญหาฟันน้ำนมผุหรือฟันผุในวัยเด็กสามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่อายุ ๙ เดือน โดยฟันน้ำนมซี่แรกของเด็กจะขึ้นประมาณ ๖ เดือน เนื่องจากชั้นเคลือบฟันของฟันน้ำนมจะบางกว่าชั้นเคลือบฟันของฟันแท้มาก คือหนาประมาณครึ่งหนึ่งของฟันแท้เท่านั้น นอกจากนี้ฟันน้ำนมยังมีแร่ธาตุที่เป็นองค์ประกอบของความแข็งแรง เช่น แคลเซียมและฟอสฟอรัสน้อยกว่าในฟันแท้อีกด้วย จึงทำให้ฟันน้ำนมผุได้ง่ายและเร็วกว่าฟันแท้มาก ในเด็กเล็กทั่วไปฟันน้ำนมจะผุทางด้านบดเคี้ยวมากกว่าด้านที่ชิดกัน ตำแหน่งฟันน้ำนมที่ผุมากที่สุดคือฟันกรามน้ำนมซี่ที่ ๒ และฟันกรามน้ำนมซี่ที่ ๑ ตามลำดับ ส่วนฟันผุทางด้านชิดกันมักจะเป็นฟันหน้ามากกว่าฟันหลัง ผู้ปกครองที่เลี้ยงลูกด้วยนมหวานหรือใช้ขวดนมนานเกินไปจะพบการผุมากทางด้านริมฝีปากและทางลิ้น จากการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากปี ๒๕๕๕ พบว่าเด็กอายุ ๓ ปี ปราศจากฟันผุร้อยละ ๔๘.๓ และเด็กอายุ ๕ ปีปราศจากฟันผุ ร้อยละ ๒๑.๕ โดยมีสาเหตุจากการเลี้ยงดู เนื่องจากเด็กในวัยนี้ยังไม่สามารถดูแลตัวเองได้ ผู้ปกครองเริ่มแปรงฟันให้เด็กช้า มีการศึกษาพบว่าเด็กที่ผู้ปกครองแปรงฟันให้เป็นประจำเมื่ออายุ ๑ – ๒ ปี จะมีสภาวะปราศจากฟันผุเมื่ออายุ ๓ ปีสูงกว่ากลุ่มเด็กที่ไม่ได้รับการแปรงฟันให้เป็นประจำจากผู้ปกครอง การแปรงฟันในส่วนของฟันกรามเข้าทำได้ยาก ผู้ปกครองมีปัญหาในการแปรงฟันให้เด็ก มีการศึกษาพบว่าความสามารถของผู้ปกครองในการจัดการพฤติกรรมเด็กที่ไม่ให้ความร่วมมือเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการแปรงฟัน ผู้ปกครองให้ความร่วมมือน้อยในการฝึกแปรงฟันให้กับเด็กเมื่ออยู่ที่บ้าน ดังนั้นวิธีป้องกันฟันผุที่ดีผู้ปกครองควรแปรงฟันให้เด็กตั้งแต่ฟันน้ำนมเริ่มขึ้นต่อเนื่องจนถึงฟันแท้ขึ้น รวมถึงการสร้างวินัยไม่กินรสหวาน นวัตกรรมทันตสุขภาพที่ออกแบบมานี้สามารถช่วยผู้ปกครองให้สามารถเข้าไปแปรงฟันให้ลูกได้อย่างสะดวกและทั่วถึง เนื่องจากการแปรงฟันในเด็กเล็ก โดยเฉพาะเด็กอายุ ๑ ขวบครึ่งเป็นต้นไปจะมีฟันกรามซี่แรกขึ้น ถ้าเด็กไม่ยอมอ้าปากให้แปรงด้านบดเคี้ยวทำให้ฟันผุด้านบดเคี้ยวได้ และในขณะที่ผู้ปกครองพยายามนำแปรงสีฟันเข้าไปทำความสะอาด แต่ลูกไม่ยอมอ้าปากหรือเม้มปากทำให้เจ็บขณะเข้า แปรงฟันได้ ดังนั้นนอกจากการใช้เทคนิคการจัดท่าการเข้าแปรงฟันโดยวิธีต่างๆร่วมกับการสร้างบรรยากาศการแปรงฟันของลูกให้เป็นเรื่องสนุก น่าทำ และมีประโยชน์แล้ว การใช้อุปกรณ์นี้สามารถช่วยในการให้เด็กอ้าปากเพื่อเข้าไปแปรงบริเวณต่างๆได้ทั่วถึงมากขึ้น ซึ่งจะลดปัญหาฟันผุด้านบดเคี้ยวและด้านชิดกันในเด็กเล็กได้ หลังแปรงฟันเสร็จแล้วควรกล่าวชมให้กำลังใจ เมื่อลูกยอมปรับตัวและให้ความร่วมมือมากขึ้น ในที่สุดจะยอมให้ผู้ปกครองสามารถแปรงฟันได้ โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์อีกต่อไป

วัตถุประสงค์ : 1.เพื่อจัดทำอุปกรณ์ช่วยในการแปรงฟันเด็ก 2.เพื่อประเมินความพึงพอใจผู้ปกครองในการใช้อุปกรณ์ช่วยในการแปรงฟันเด็ก

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1.เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ 1.1 อุปกรณ์ช่วยในการแปรงฟันเด็ก ๑ ชิ้น 2. ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ เชิงปริมาณ : เด็กอายุ ๑.๖ – ๓ ปี ได้ทดลองใช้ อุปกรณ์ช่วยในการแปรง ฟัน ๔๐ คน เชิงคุณภาพ : การประเมินความพึงพอใจผู้ปกครองในการใช้อุปกรณ์ช่วย ใน การแปรงฟันเด็ก ๔๐ คน การประเมินความสะอาดในการแปรงฟันเปรียบเทียบก่อน และหลังใช้อุปกรณ์ช่วยในการแปรงฟัน ๔๐ คน เชิงเวลา : ดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม ๒๕๖๑

วิธีการดำเนินงาน : ๑ จัดทำโครงการ ๒ ประชุมวางแผนการดำเนินงาน ๓ จัดทำนวัตกรรมทันตสุขภาพ ๔ ทดลองใช้นวัตกรรมทันตสุขภาพ ๕ วิเคราะห์ข้อมูลแปลผล ๖ จัดทำรายงาน ๗ นำนวัตกรรมทันตสุขภาพไปใช้ประโยชน์ ๘ เผยแพร่นวัตกรรมทันตสุขภาพแก่สาธารณชน

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดทำนวัตกรรม (แท่งยางกัดช่วยในการแปรงฟัน) 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 2,000.00
2 ทดลองใช้นวัตกรรม(อุปกรณ์ช่วยในการแปรงฟันเด็ก) 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 3,400.00
รวมเป็นเงิน 5,400.00
งบประมาณ : 5,400.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : ๑ ผู้ปกครองสามารถใช้อุปกรณ์ช่วยในการแปรงฟัน แปรงฟันให้ลูกได้สะอาดขึ้น ๒ ผู้ปกครองมีความพึงพอใจในการใช้อุปกรณ์ช่วยในการแปรงฟัน

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นางสาวปัทมา โพธิ ทันตแพทย์ชำนาญการพิเศษ 2. นางสาวจิราพร ไพศาลสินสุข ทันตแพทย์ชำนาญการ 3. นายสิทธิเดช สุขแสง ทันตแพทย์ชำนาญการ

ผู้เสนอโครงการ : (นางสาวปัทมา โพธิ)

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายยงยส หัถพรสวรรค์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายเกษม เวชสุทธานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง
ลำดับที่ : 26

ชื่อโครงการ : โครงการขับเคลื่อนการดำเนินงานแบบบูรณาการในวัยรุ่นตาม พ.ร.บ.การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น 2559 ในกรุงเทพมหานคร

ยุทธศาสตร์ : 1.3 ส่งเสริมพฤติกรรมอนามัยการเจริญพันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับวัยรุ่น

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 7. อัตราคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15-19 ปี ต่อประชากรหญิง อายุ 15-19 ปี พันคน

cluster : กลุ่มวัยรุ่น

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (23)9.1 การขับเคลื่อนพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : สถานการณ์ปัจจุบันของประเทศไทยพบว่า วัยรุ่นมีแนวโน้มในการเริ่มมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกเร็วขึ้น โดยมีอายุเฉลี่ยลดลงจากเดิมอายุเฉลี่ย ๑๘ - ๑๙ ปี ใน พ.ศ.๒๕๓๙ มาเป็น ๑๕ - ๑๖ ปี ใน พ.ศ.๒๕๕๒ อัตราคลอดในวัยรุ่น ๑๐ - ๑๔ ปี เพิ่มขึ้นจากร้อยละ ๐.๕ ใน พ.ศ.๒๕๔๓ เป็นร้อยละ ๑.๓ ใน พ.ศ.๒๕๕๘ อัตราคลอดซ้ำในมารดาอายุ ๑๕ - ๑๙ ปี ต่อประชากรหญิงอายุ๑๕ - ๑๙ ปีพันคน เพิ่มขึ้นจาก ๑๑.๔ ในปี พ.ศ. ๒๕๕๑ เป็น ๑๒.๕ ในปี พ.ศ. ๒๕๕๘ และจากระบบสถิติทางการทะเบียน ปี 2559 จำนวนประชากรวัยรุ่น อายุ10 – 19 ปี ในกรุงเทพมหานคร มีทั้งหมด 663,471 คน คิดเป็น ร้อยละ11.6 ของประชากรทั้งหมด ซึ่งพบว่าปัญหาการตั้งครรภ์ ความเครียด ปัญหาสุขภาพอื่นๆ ของวัยรุ่นมีความรุนแรงและซับซ้อนเพิ่มขึ้น รวมทั้งมีการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ สังคมและครอบครัวตลอดจนเทคโนโลยีในปัจจุบัน ส่งผลให้วัยรุ่นจำนวนไม่น้อยที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหา โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นเมืองขนาดใหญ่ มีวิถีชีวิตแบบสังคมเมืองและมีความเฉพาะเป็นปัจเจก มีความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมสูง จากข้อมูลของสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์พบว่าในปี 2556,2557 และ 2558 อัตราการคลอดในวัยรุ่นอายุ 15 – 19 ปี ของกรุงเทพมหานคร คิดเป็น 47.9,43.5 และ 39.4 ตามลำดับ และมีแนวโน้มลดลง แต่ยังต้องการการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจตามมาหลายด้าน ตามพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.2559 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม 2559 โดยในการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ครั้งที่ 1/2560 เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2560 มีมติเห็นชอบให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับกรุงเทพมหานคร และสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมืองมีบทบาทหน้าที่ในการประสานงานและสนับสนุนการจัดประชุมคณะอนุกรรมการการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับกรุงเทพมหานคร เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานภายใต้พระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.๒๕๕๙ ไปสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิผลและประสิทธิภาพ ส่งเสริมให้เกิดการบูรณาการการทำงานระหว่างภาคีเครือข่ายระดับพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม ดังนั้นงานพัฒนา สุขภาวะวัยเรียน วัยรุ่น และสถานศึกษา สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง จึงขออนุมัติงบประมาณในการจัดประชุมคณะอนุกรรมการการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์วัยรุ่นระดับกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 1/2561 และ 2/2561 ซึ่งจะดำเนินการในปีงบประมาณ 2561 ตามกำหนดการที่เป็นข้อตกลงของคณะอนุกรรมการฯ กรุงเทพมหานคร

วัตถุประสงค์ : 1 ส่งเสริมการบูรณาการการทำงานวัยรุ่นระหว่างภาคีเครือข่ายของกรุงเทพมหานครอย่างเป็น รูปธรรม 2 สนับสนุนการจัดประชุมคณะอนุกรรมการการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นกรุงเทพมหานคร

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1 ส่งเสริมการบูรณาการการทำงานวัยรุ่นระหว่างภาคีเครือข่ายของกรุงเทพมหานครอย่างเป็น รูปธรรม 2.สนับสนุนการจัดประชุมคณะอนุกรรมการการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นกรุงเทพมหานคร

วิธีการดำเนินงาน : 1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ การจัดประชุมคณะอนุกรรมการการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นกรุงเทพมหานคร 2 ครั้ง 2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ เชิงปริมาณ : จำนวนครั้งของการจัดประชุมคณะอนุกรรมการการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นกรุงเทพมหานคร ในปี 2561 จำนวน 2 ครั้ง เชิงคุณภาพ : ร้อยละของหน่วยงาน/องค์กรในกรุงเทพมหานครที่มีคณะอนุกรรมการมีการขับเคลื่อน การดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.๒๕60 – 2569 ตามพ.ร.บ.การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.2559 8๐ ร้อยละ เชิงเวลา : ร้อยละของการจัดประชุมที่ดำเนินการได้ตามเวลาที่กำหนด ๘๐ ร้อยละ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 สนับสนุนงบประมาณในการจัดประชุม คณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นกรุงเทพมหานคร จำนวน 2 ครั้ง 1 ม.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2561 32,520.00
รวมเป็นเงิน 32,520.00
งบประมาณ : 32,520.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ม.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : ๑) หน่วยงาน/องค์กรของกรุงเทพมหานครมีการขับเคลื่อนการดำเนินงานภายใต้พ.ร.บ.การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นแบบบูรณาการอย่างเป็นรูปธรรม

ผู้รับผิดชอบโครงการ : งานพัฒนาสุขภาวะวัยเรียน วัยรุ่น และสถานศึกษา สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง

ผู้เสนอโครงการ : (นางวิไล รัตนพงษ์) พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายวรวิทย์ ใจเมือง รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายเกษม เวชสุทธานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง
ลำดับที่ : 27

ชื่อโครงการ : โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการการสนทนาสร้างแรงจูงใจเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในบุคลากรสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง

ยุทธศาสตร์ : 1.4 ส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานที่พึงประสงค์

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 12. ร้อยละของวัยทำงานมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

cluster : กลุ่มวัยทำงาน

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (41)13.4 พัฒนาระบบเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : ตามที่ทางสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมืองได้เข้าร่วมโครงการศูนย์การจัดการความรู้การดูแลพฤติกรรมและจิตสังคม ในระบบสาธารณสุข (BPSC) ซึ่งดําเนินการโครงการศูนย์การจัดการความรู้การดูแลพฤติกรรมและจิตสังคม โดยกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข เพื่อใหโรงพยาบาลสามารถพัฒนาระบบการใหบริการดานพฤติกรรมและจิตสังคมที่ตอบสนองความตองการของผูรับบริการโดยไมแยกสวนและเปนไปตามบริบทของโรงพยาบาลดวยนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพและหลักฐานเชิงประจักษ การพัฒนาบุคลากรทุกระดับใหสามารถจัดบริการที่มีคุณภาพดวยระบบรับรองการฝกอบรมวิทยากรการสรางแรงจูงใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม (MI)และระบบรับรองผูบําบัดสติบําบัด (MBTC) รวมทั้งการจัดระบบขอมูลในการสร้างองคความรูนํามาสูการปรับปรุงและขยายผล และจัดทําขอเสนอเชิงนโยบายในการปรับปรุงระบบ Behavior and Psychosocial careระดับจังหวัด เขตและกระทรวง และได้จัดอบรมปฏิบัติการสําหรับวิทยากรการสรางแรงจูงใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม (MI) และผูบําบัดสติบําบัด (MBTC) เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรของสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง ( หน่วยบริการผู้ป่วยนอก) ใหสามารถเปนผูบําบัดสติบําบัดและเปนวิทยากรการสรางแรงจูงใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่มีความรูและทักษะในการฝกอบรมใหกับบุคลากรของสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง ทางคลินิก 3อ ส่งเสริมสุขภาพไร้พุงผู้รับผิดชอบหลัก จึงได้นำความรู้และทักษะด้านการสรางแรงจูงใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม (MI) มาจัดอบรมเชิงปฏิบัติการฯ ขึ้น เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรผู้ให้บริการของสถาบันพัฒนาสุขภาพให้มีความรู้และทักษะด้านการสนทนาสร้างแรงจูงใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม (MI) สามารถนำมาจัดบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วัตถุประสงค์ : 1 ผู้เข้าอบรมฝึกทักษะด้านการสนทนาสร้างแรงจูงใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 2 ผู้เข้าอบรมสามารถสนทนาสร้างแรงจูงใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1.เป้าหมายโครงการ 1.ผู้เข้าอบรมได้รับการฝึกทักษะด้านการสนทนาสร้างแรงจูงใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและสามารถนำไปใช้ได้ 25 คน 2.ผู้เข้าอบรมมีความสามารถในการสนทนาสร้างแรงจูงใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 25 คน 8.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ เชิงปริมาณ : ผู้เข้าอบรมได้รับการฝึกทักษะด้านการสนทนาสร้างแรงจูงใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 25 คน เชิงคุณภาพ : ผู้เข้าอบรมมีความสามารถในการสนทนาสร้างแรงจูงใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 25 คน เชิงเวลา : ร้อยละของกิจกรรมที่ดำเนินการแล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนด ร้อยละ 90

วิธีการดำเนินงาน : 1 แต่งตั้งคณะทำงาน 2 จัดประชุมคณะทำงาน 3 เสนอโครงการเพื่อขออนุมัติ 4 ดำเนินอบรมเชิงปฏิบัติการตามแผน 5 ประเมินผลโครงการ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดอบรมเชิงปฏิบัติการการสนทนาสร้างแรงจูงใจเพื่อปรับเปลียนพฤติกรรมสุขภาพในบุคลากรสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง 28 ก.พ. 2561 - 2 มี.ค. 2561 5,700.00
รวมเป็นเงิน 5,700.00
งบประมาณ : 5,700.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 28 ก.พ. 2561 - 2 มี.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1.ผู้เข้ารอบรมมีทักษะด้านการสนทนาสร้างแรงจูงใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและสามารถนำไปใช้ได้ 2 ผู้รับบริการที่มีปัญหาด้านพฤติกรรมสุขภาพได้รับการคัดกรองเบื้องต้นและการสร้างแรงจูงใจในการปรับเปลี่ยนสุขภาพ

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1 นาง พิกุล ศรีบุตรดี ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 2 นางสาว วิภาดา รูปงาม ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ 3 นางสาว หทัยรัตน์ ศรีวงค์ไชย ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ 4 นางสาว สุภาพรรณ อยู่ประเสริฐ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ

ผู้เสนอโครงการ : นายแพทย์ยงยส หัถพรสวรรค์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : -

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายแพทย์เกษม เวชสุทธานนท์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง
ลำดับที่ : 28

ชื่อโครงการ : โครงการบูรณาการขับเคลื่อนงานดูแลผู้สูงอายุในเขตกรุงเทพมหานคร

ยุทธศาสตร์ : 1.5 ส่งเสริมผู้สูงอายุไทยเพื่อเป็นหลักชัยของสังคม

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 13. อายุคาดเฉลี่ยของการมีสุขภาพ (Health-Adjusted Life Expectancy : HALE)

cluster : กลุ่มผู้สูงอายุ

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (46)15.1 ทบทวนสถานการณ์ และ พัฒนาศักยภาพบุคลากรในการส่งเสริมสุขภาพสุขภาพผู้สูงอายุ ทุกระดับ ส่วนกลางเขต จังหวัด อำเภอ ตำบล

แผนจัดสรรงบประมาณ :   2. แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

หลักการและเหตุผล : วิสัยทัศน์และเป้าหมายของกระทรวงสาธารณสุขล่าสุดนั้นได้มีการมุ่งเน้นแผนผู้สูงอายุแห่งชาติ ที่มีการวางอายุคาดเฉลี่ยตั้งแต่แรกเกิดอยู่ที่อายุ ๘๐ ปี และช่วงอายุของการมีสุขภาพดีอยู่ที่ ๗๒ ปี อีกทั้งปัจจุบัน จากความก้าวหน้าทางการแพทย์ และงานด้านสาธารณสุข ส่งผลให้จำนวนและสัดส่วนของประชากรผู้สูงอายุไทย เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จากร้อยละ ๑๐.๗ ในปี ๒๕๕๐ เป็นร้อยละ ๑๑.๘ ในปี ๒๕๕๓ และคาดว่าจะเป็น ร้อยละ ๒๐ ในปี ๒๕๖๘ นับว่าอัตราเข้าสู่ภาวะประชากรสูงอายุ“Population Ageing”ที่รวดเร็วมาก ส่งผลให้จำนวนและสัดส่วนประชากรผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจาก 8.5 ล้านคน หรือร้อยละ 13.2ในปี 2553 (สำนักงานสถิติแห่งชาติ,2553)เป็น 11.3 ล้านคน หรือร้อยละ 17.2 ในเดือนกรกฎาคม 2560(สถาบันวิจัยประชากรและสังคมมหาวิทยาลัยมหิดล, 2560) ผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงมีแนวโน้มสูงขึ้น โดยในปี 2553 มีร้อยละ 19.7 และจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 58.3 ในปี 2583 สำหรับกรุงเทพมหานคร ในปี 2559 สัดส่วนผู้สูงอายุร้อยละ 17.3 มีการดำเนินงานระบบการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาวในชุมชนนำร่อง 136 แห่ง ผู้สูงอายุที่ต้องพึ่งพิง(กลุ่มติดบ้านและติดเตียง)ร้อยละ 8.1 ผู้สูงอายุมีแนวโน้มอยู่คนเดียวหรืออยู่ลำพังกับคู่สมรสมากขึ้น ยิ่งสูงอายุ ยิ่งต้องการการเกื้อหนุนหรือพึ่งพาผู้อื่น ปัญหาด้านสุขภาพโดยเฉพาะโรคเรื้อรัง ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตประจำวัน จำเป็นต้องได้รับการดูแลระยะยาว ซึ่งเป็นภาระค่าใช้จ่ายที่สูงมากสำหรับครอบครัวและงบประมาณที่ต้องใช้ในการดูแลสำหรับผู้สูงอายุ จากสถานการณ์ดังกล่าวผู้สูงอายุมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วซึ่งส่งผลกระทบทั้งทางด้านสุขภาพ เศรษฐกิจและสังคม โดยรวม การขับเคลื่อนงานสาธารณสุขเพื่อรองรับสภาพปัญหาของผู้สูงอายุและคุณภาพของระบบการส่งเสริมสุขภาพจึงเป็นประเด็นที่มีความสำคัญในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมืองได้ตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว ซึ่งสอดคล้องกับแผนงานพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนกรุงเทพมหานคร ในแผนยุทธศาสตร์ความร่วมมือส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคสู่ความเป็นเลิศกรุงเทพมหานคร 2560-2573 อีกทั้งแผนการต่อยอดสู่เมืองที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ (Age Friendly City) ด้วยการบูรณาการกับการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาว (Long Term Care : LTC) ที่มีการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนมากในพื้นที่กรุงเทพมหานครโดยมีเป้าประสงค์ให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีแบบองค์รวม จากเครือข่ายที่ขับเคลื่อนงานผู้สูงอายุอย่างบูรณาการกันทุกภาคส่วนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

วัตถุประสงค์ : 1.เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว(LTC) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 2 เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการบูรณาการภาคีเครือข่ายในการขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพของกลุ่มผู้สูงอายุในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 3 เพื่อวางแนวทางในการขับเคลื่อนงาน วัดส่งเสริมสุขภาพในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 4 เพื่อเตรียมความพร้อมในการพัฒนาศักยภาพของพระสงฆ์ “หลักสูตรพระศิลานุปัฏฐาก (พระอาสาสมัครสาธารณสุขประจำวัด-อสว.)”

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1 เป้าหมาย/ผลผลิตของโครงการ 1. รายงานการถอดบทเรียนจากเวทีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ดูแลผู้สูงอายุระยะยาวในเขตกรุงเทพมหานคร 1 เรื่อง 2. ภาคีเครือข่ายที่ขับเคลื่อนงานผู้สูงอายุในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 5 เครือข่าย 3. การจัดประชุมหรือเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และแผนงานการขับเคลื่อนงานผู้สูงอายุในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๒ 1 ครั้ง 2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ เชิงปริมาณ : สัดส่วนของผู้เข้าร่วมประชุมเมื่อเทียบกับเป้าหมาย ร้อยละ 70 เชิงคุณภาพ : พื้นที่เป้าหมายมีการขับเคลื่อนงานวัดส่งเสริมสุขภาพและความพร้อมในการพัฒนาศักยภาพของพระสงฆ์ “หลักสูตรพระศิลานุปัฏฐาก (พระอาสาสมัครสาธารณสุขประจำวัด-อสว.)” เชิงเวลา : ร้อยละของการดำเนินงานได้ตามกำหนดเวลา ร้อยละ 80

วิธีการดำเนินงาน : 1 ประชุมวางแผนการดำเนินงานผู้รับผิดชอบและผู้เกี่ยวข้องการดำเนินกิจกรรมพร้อมมอบหมายหน้าที่รับผิดชอบ 2 ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม 3 จัดทำเอกสาร หนังสือเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 4 ดำเนินกิจกรรมตามแผน 5 ประเมินผลการดำเนินกิจกรรม 6 ถอดบทเรียนจากการจัดกิจกรรม

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมคัดเลือกต้นแบบการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว 1 มี.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2561 12,600.00
2 ประชุมคัดเลือกต้นแบบนวัตกรรมการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว 1 มี.ค. 2561 - 31 มี.ค. 2561 5,650.00
3 จัดประชุม”เวทีเชิดชูเกียรติต้นแบบการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาว” 1 มี.ค. 2561 - 30 เม.ย. 2561 48,488.00
4 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ดำเนินงานส่งเสริม ผู้สูงอายุระยะยาว 1 พ.ค. 2561 - 30 มิ.ย. 2561 50,720.00
5 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการหลักสูตรพระคิลานุปัฏฐากแก่พระภิกษุสงฆ์ 1 เม.ย. 2561 - 30 มิ.ย. 2561 36,400.00
6 จัดประชุมเชืงปฏิบัติการหลักสูตรพระศิลานุปัฏฐากแก่พระภิกษุสงฆ์ (ทดลอง) 1 มิ.ย. 2561 - 31 ก.ค. 2561 27,350.00
รวมเป็นเงิน 181,208.00
งบประมาณ : 181,208.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 มี.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1 พัฒนาระบบส่งเสริมสุขภาพและบริการการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน 2 มีแนวทางในการขับเคลื่อนงานวัดส่งเสริมสุขภาพ และพัฒนาศักยภาพของพระสงฆ์ 3 บุคลากรและภาคีเครือข่ายมีการบูรณาการทำงานด้านการดูแลผู้สูงอายุในพื้นที่เป้าหมายร่วมกัน

ผู้รับผิดชอบโครงการ : ทพ.ญ.เยาวเรศ วงศาสุลักษณ์ ตำแหน่ง ทันตแพทย์ชำนาญการพิเศษ นางสาวดรุณี เนตรสูงเนิน ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ นางสาวจันทร์ฉาย วรรณศรี ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ นางสุกัลยา อรุณ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ นางนิพล ชยุพงค์ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ นางสาวพัชรา อาจอินทร์ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ

ผู้เสนอโครงการ : ทพ.ญ.เยาวเรศ วงศาสุลักษณ์ ตำแหน่ง ทันตแพทย์ชำนาญการพิเศษ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายยงยส หัถพรสวรรค์ นายแพทย์เชี่ยวชาญ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายเกษม เวชสุทธานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................