หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 1

ชื่อโครงการ : โครงการฝึกอบรมผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) และผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Care giver)

ยุทธศาสตร์ : 1.5 ส่งเสริมผู้สูงอายุไทยเพื่อเป็นหลักชัยของสังคม

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 13. อายุคาดเฉลี่ยของการมีสุขภาพ (Health-Adjusted Life Expectancy : HALE)

cluster : กลุ่มผู้สูงอายุ

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (46)15.1 ทบทวนสถานการณ์ และ พัฒนาศักยภาพบุคลากรในการส่งเสริมสุขภาพสุขภาพผู้สูงอายุ ทุกระดับ ส่วนกลางเขต จังหวัด อำเภอ ตำบล

แผนจัดสรรงบประมาณ :   2. แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

หลักการและเหตุผล : ปัจจุบันมีประชากรผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) ของโลกเพิ่มมากขึ้นทำให้หลายประเทศเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้ว (Ageing Society) จากข้อมูลสำรวจใน พ.ศ. 2556 พบว่าประเทศที่มีผู้สูงอายุมากที่สุดตามลำดับ ดังนี้ 1. ประเทศญี่ปุ่นมีผู้สูงอายุร้อยละ 32.0, 2. ประเทศอิตาลีร้อยละ 26.9 , 3. ประเทศเยอรมันร้อยละ 26.8, และประเทศไทยมีผู้สูงอายุร้อยละ 14.3 มากเป็นอันดับที่ 63 ของโลก และในภูมิภาคอาเซียนประเทศไทยมีผู้สูงอายุมากเป็นอันดับ 2 รองจากประเทศสิงคโปร์ (ข้อมูลกรมอนามัย) ประเทศไทยมีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นทุกปีจากข้อมูลสถานการณ์ผู้สูงอายุของประเทศไทยในปัจจุบันของกรมอนามัย พบว่า พ.ศ. 2537 มีจำนวนผู้สูงอายุ 4.0 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 6.8 พ.ศ. 2545 จำนวน 5.9 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 9.4 พ.ศ. 2550 จำนวน 7.0 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 10.7 พ.ศ. 2554 จำนวน 8.2 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 12.2 ล้านคน และในปี 2557 จำนวน 10.0 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 14.9 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 20 ในปี พ.ศ. 2568 นั้น หมายถึงในอีก 10 ปีข้างหน้าประเทศไทยจะเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society) และยังพบว่า อายุคาดเฉลี่ยเมื่อแรกเกิดของประชากรไทยในอนาคตเพิ่มสูงขึ้นดังนี้ พ.ศ. 2550 ชาย 68.4 ปี หญิง 75.20 ปี พ.ศ. 2553 ชาย 71.0 ปี หญิง 71.70 ปี พ.ศ. 2563 ชาย 73.0 ปี หญิง 79.40 ปี พ.ศ. 2573 ชาย 75.10 ปี หญิง 80.90 ปี และในปี พ.ศ. 2583 ชาย 77.20 ปี และหญิง 82.30 ปี อายุคาดเฉลี่ยฯ หญิงสูงกว่าชาย โดยพบว่าประชากรผู้สูงอายุที่มีอายุยืนยาวขึ้น ผู้สูงอายุวัยปลาย (อายุ 80 ปีขึ้นไป) เพิ่มสูงขึ้นดังนี้ พ.ศ. 2553 จำนวน 1.07 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 12.10 , พ.ศ. 2563 จำนวน 1.69 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 13.40 ,พ.ศ. 2573 จำนวน 2.42 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 13.80 และ พ.ศ. 2583 จำนวน 3.92 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 19.10 ซึ่งเป็นวัยที่ต้องการพึ่งพิงสูง ปัญหาสุขภาพที่พบมีดังนี้ กลุ่มโรคที่พบบ่อยในผู้สูงอายุได้แก่ โรคเรื้อรัง เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และหลอดเลือดสมอง สุขภาพช่องปาก และสุขภาพตาผู้สูงอายุวัยต้นเป็นโรคเรื้อรังร้อยละ 69.30 ผู้สูงอายุ 90 ปีขึ้นไปเป็นโรคเรื้อรังร้อยละ 83.0 และเจ็บป่วยจากโรค 6 โรคพร้อมกันร้อยละ 70.80 การเจ็บป่วยมีแนวโน้มสูงขึ้น โดยเพศหญิงเจ็บป่วยมากกว่าเพศชาย และกลุ่มโรคที่เกิดจากภาวะเสื่อมของร่างกาย (Geriatric Syndrome) เช่น สมองเสื่อม ซึมเศร้า หกล้ม กลั้นปัสสาวะ โภชนาการ และการนอน พบว่าผู้สูงอายุในประเทศไทยมีกลุ่มอาการดังกล่าวมากขึ้น เมื่ออายุมากขึ้นและเพศหญิงพบมากกว่าเพศชาย เขตสุขภาพที่ 1 ก็เช่นกัน มีประชากรผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นใกล้เคียงกับระดับประเทศ จากข้อมูลของศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ พบว่า พ.ศ. 2557 จำนวน 826,921 คน คิดเป็นร้อยละ 14.51 ,พ.ศ. 2558 จำนวน 912,084 คน คิดเป็นร้อยละ 14.59 และในปี พ.ศ. 2559 จำนวน 947,380 คน คิดเป็นร้อยละ 18.1 และในเขตบริการที่ 1 มีจังหวัดที่เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society) คือ จังหวัดแพร่ จากการประเทศความสามารถในการดำเนินชีวิตประจำวัน (ดัชนีบาร์เธลเอดี แอล) พบว่ามีผู้สูงอายุกลุ่มติดสังคมมีจำนวน 819,008 คน คิดเป็นร้อยละ 93.5 กลุ่มติดบ้านจำนวน 48,353 คน คิดเป็นร้อยละ 5.6 กลุ่มติดเตียงจำนวน 8,437 คน คิดเป็นร้อยละ 0.9 รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุตามพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 และตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2550 ช่วยให้ผู้สูงอายุได้รับสิทธิต่างๆ ครอบคลุมแนวทางการพัฒนาผู้สูงอายุ 3 ด้าน คือ 1) ด้านสังคม ได้แก่การบริการทางการแพทย์และการสาธารณสุข เพิ่มอำนวยความสะดวกรวดเร็วแก่ผู้สูงอายุเป็นกรณีพิเศษ การศึกษา การศาสนา และข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิต การพัฒนาตนเองสร้างเครือข่ายและมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม การช่วยเหลือกรณีได้รับอันตรายจากการทารุณกรรม หรือถูกทอดทิ้ง การจัดหาที่อยู่อาศัย อาหาร และเครื่องนุ่งห่มให้ตามความจำเป็นอย่างทั่วถึง การสงเคราะห์เบี้ยยังชีพฯ 2) ด้านเศรษฐกิจ ได้แก่ส่งเสริมอาชีพที่เหมาะสมและสิทธิลดหยุ่นภาษีแก่ผู้อุปการะเลี้ยงดูผู้สูงอายุ 3) ด้านโครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณะ นโยบายการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุกระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดวิสัยทัศน์ “ภายในทศวรรษต่อไป คนไทยทุกคนจะมีสุขภาพแข็งแรงเพิ่มขึ้นเพื่อสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศทั้งทางตรงและทางอ้อมอย่างยั่งยืน” โดยกำหนดผลกระทบระดับชาติ 10 ปี ไว้คือ 1) อายุคาดเฉลี่ยเมื่อแรกเกิดไม่น้อยกว่า 80 ปี และ 2) อายุคาดเฉลี่ยการมีสุขภาพดีไม่น้อยกว่า 72 ปี มีเป้าหมาย 1) เพื่อส่งเสริมและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพผู้สูงอายุให้มีสุขภาพที่พึงประสงค์ โดยผสมผสานมาตรฐานการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมทั้งสุขภาพกายและจิต 2) เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้สูงอายุเข้าถึงบริการสุขภาพอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม 3) เพื่อพัฒนาระบบบริการสุขภาพผู้สูงอายุให้มีคุณภาพทั้งในสถานบริการและบริการเชิงรุกในชุมชน 4) เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้ครอบครัว ชุมชน และท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการดูแลผู้สูงอายุ โดยกลวิธี 1) สร้างและพัฒนาศักยภาพบุคลากร/ภาคีเครือข่าย 2) ใช้กลไกลของ District Health System เพื่อบูรณาการงานใน CUP และ CUP กับส่วนราชการอื่นๆ ท้องถิ่นและภาคประชาชน 3) ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุดูแลสุขภาพตนเองในด้านส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค มีการตรวจคัดกรองสุขภาพกายและจิตใจชุมชนได้แก่การประเมิน ADL การคัดกรองโรคที่พบบ่อยและภาวะเสื่อมของร่างกาย 4) พัฒนาระบบบริการ Home Health Care ให้ได้มาตรฐาน บริการผู้สูงอายุแบบองค์รวมจากสถานบริการสู่ชุมชน ครอบครัว ปรับสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการส่งเสริมสุขภาพ 5) พัฒนาระบบฐานข้อมูลจากนโยบายส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุดังกล่าว ซึ่งเป็นนโยบายที่สำคัญเพื่อการรองรับสังคมผู้สูงอายุอย่างชัดเจน โดยผลักดันให้เกิดการดำเนินงานผู้สูงอายุอย่างเป็นรูปธรรม ทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและองค์กรอิสระ ร่วมกันบูรณาการให้เกิดระบบการผู้สูงอายุอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีผู้สูงอายุและญาติเป็นจุดศูนย์กลางมุ่งเน้นการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว (ตำบลดูแลผู้สูงอายุระยะยาวหรือ Long Term Care) ทั้งด้านสุขภาพ สังคมเศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม โดยมีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) อาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุ (อผส.) จิตอาสา ญาติ และเพื่อนบ้าน ร่วมกันอยู่ในทีมสุขภาพเพื่อให้การดูแลช่วยเหลือผู้สูงอายุให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสุขภาและมีศักดิ์ศรีจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ในการเตรียมการเพื่อรองรับสภาพปัญหาของผู้สูงอายุและเพื่อดำเนินการตามนโยบายการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่และภาคีเครือข่ายการดำเนินงานดูแลผู้สูงอายุซึ่งตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ จึงได้จัดทำโครงการฝึกอบรมผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ(Care Manager) และผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Care giver) ขึ้น

วัตถุประสงค์ : - เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) - เพื่อสนับสนุนการอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Care giver) - เพื่อส่งเสริมสนับสนุนกำกับติดตามการดำเนินงานการส่งเสริสุขภาพผู้สูงอายุ (Long Term Care)

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
- จัดอบรมผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) เขตสุขภาพที่ 1 จำนวน 420 คน - สนับสนุนการอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Care giver) เขตสุขภาพที่ 1 จำนวน 1,500 คน - เยี่ยมติดตามเสริมพลังในการส่งเสริมด้านสุขภาพการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว ร่วมกับ CIPO เขต 8 จังหวัด - สุ่มประเมินรับรองมาตรฐานการการดำเนินงานการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว 8 จังหวัดในเขตสุขภาพที่ 1

วิธีการดำเนินงาน : 1.ขั้นเตรียมการ - ศึกษาข้อมูลจำนวนผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง(ติดบ้าน/ติดเตียง) ข้อมูลผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) และข้อมูลผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Care giver) ของตำบลพื้นที่เป้าหมายการดำเนินงานระบบการดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุขสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง (Long Term Care) 8 จังหวัด ในเขตสุขภาพที่ 1 ประสานภาคีเครือข่ายองค์กรดำเนินงานผู้สูงอายุที่เกี่ยวข้องในการร่วมพัฒนาศักยภาพการจัดการอบรมผู้จัดการผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) และสนับสนุนการอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Care giver) ให้สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานระบบการดูแลระยะยาวทางด้านสาธารณสุข -จัดทำแผนงานโครงการพัฒนาศักยภาพผู้จัดการผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) และผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Care giver) 2.ขั้นดำเนินการ - ดำเนินการฝึกอบรมผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) ในพื้นที่เป้าหมาย - สนับสนุนการจัดอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Care giver) ในพื้นที่เป้าหมาย - สนับสนุนองค์ความรู้วิชาการต่างๆ และแนวทางการดำเนินงานการดูแลละการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ 3.วิธีการติดตามประเมินผล (M&E) - การเยี่ยมติดตามการดำเนินงานผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) และผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Care giver) ในพื้นที่ตำบลเป้าหมาย โครงการการดำเนินงานระบบการดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุขสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงในพื้นที่ Long Term Care 8 จังหวัด ในเขตสุขภาพที่ 1 - วิเคราะห์ผลการดำเนินงานผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) และผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Care giver) ในพื้นที่ Long Term Care 8 จังหวัด ในเขตสุขภาพที่ 1 - ส่งเสริมสนับสนุนนิเทศงานกำกับติดตามงานร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเขต 1 เชียงใหม่ - สุ่มประเมินรับรองมาตรฐานการดำเนินงานระบบการสร้างเสริมสุขภาพการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว (Long Term Care) 8 จังหวัดในเขตสุขภาพที่ 1

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดอบรมผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) 1 ต.ค. 2560 - 31 ม.ค. 2561 3,114,100.00
2 สนับสนุนการอบรมการดูแลผู้สูงอายุ (Care giver) 1 ก.พ. 2561 - 31 มี.ค. 2561 598,400.00
รวมเป็นเงิน 3,712,500.00
งบประมาณ : 3,712,500.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 31 มี.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : - ได้พัฒนาศักยภาพผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) - ได้ส่งเสริมสนับสนุนพัฒนาศักยภาพผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Care giver) - ผู้สูงอายุได้รับการดูแลแบบระยะยาว (Long Term Care) ในสังคมได้อย่างสมศักดิ์ศรี - ผู้สูงอายุเข้าถึงบริการสุขภาพอย่างเท่าเทียมกันและได้รับความคุ้มครองให้ปลอดภัย มีพฤติกรรมที่พึงประสงค์และมีคุณภาพชีวิตที่ดี

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางอุมาพร นิ่มตระกูล นางสาวชุมพร แพรศิลป์ นางชลลดา สรศักดิ์ นางประทิน วิญญรัตน์

ผู้เสนอโครงการ : นางอุมาพร นิ่มตระกูล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายสมศักดิ์ เลิศจีระจรัส

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 2

ชื่อโครงการ : โครงการประชุมบูรณาการงานส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุแก่ภาคีเครือข่ายองค์กรดำเนินงานผู้สูงอายุ (Age Net) เขตสุขภาพที่ 1

ยุทธศาสตร์ : 1.5 ส่งเสริมผู้สูงอายุไทยเพื่อเป็นหลักชัยของสังคม

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 13. อายุคาดเฉลี่ยของการมีสุขภาพ (Health-Adjusted Life Expectancy : HALE)

cluster : กลุ่มผู้สูงอายุ

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (45)14.4 สร้าง พัฒนาเครือข่าย(Partnership) และสร้างสังคมแห่งความรอบรู้ในการส่งเสริมสุขภาพ (Health Literate community)

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : การที่ประเทศไทยประสบความสำเร็จด้านการวางแผนครอบครัว ทำให้ลดอัตราการเพิ่มของประชากรได้ส่งผลทำให้โครงสร้างประชากรเปลี่ยนแปลงอย่างมาก กล่าวคือสัดส่วนประชากรสูงอายุหรือผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปีสูงขึ้น จนกลายเป็นประเทศของสังคมผู้สูงวัยคือมีประชากรสูงอายุมากกว่าร้อยละ 10 จาก สัดส่วนประชากรสูงอายุสูงขึ้นรวดเร็วทำให้ประเทศไทยเข้าสู่สังคมและมีแนวโน้มสถานการณ์ผู้สูงอายุเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วทั้งจำนวนและสัดส่วน โดยปัจจุบันพบว่าประชากรของประเทศไทยมีจำนวนผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 9.4 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 14.57 ของประเทศ ประชากรรวมโดยประชากรผู้สูงอายุใน 8 จังหวัดที่รับผิดชอบในเขตสุขภาพที่ 1 มีจำนวน 826,921 คน คิดเป็นร้อยละ 14.51 ของประชากรทั้งเขต ตามคำนิยามของ UN ถือว่าขณะนี้ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์แล้ว (Aged Society) นอกจากนี้ส่งผลทำให้อัตราการพึ่งพิงของประชากรผู้สูงอายุต่อคนวัยทำงานของประเทศไทยจากปี พ.ศ. 2543 วัยทำงาน 100 คน ต้องดูแลผู้สูงอายุ 14.3 คน และในปี พ.ศ. 2553 วัยทำงาน 100 คน ต้องดูแลผู้สูงอายุ 19.7 คน โดยมีแนวโน้มว่าในปี พ.ศ. 2563 วัยทำงาน 100 คน ต้องดูแลผู้สูงอายุ 30.3 คน จากที่กล่าวมาส่งผลกระทบต่อความชุกของโรคที่เกี่ยวเนื่องกับความเสื่อมถอยของอวัยวะจะเพิ่มมากขึ้น โรคของผู้สูงอายุส่วนใหญ่จะเป็นโรคเรื้อรังที่ต้องการการดูแลระยะยาว ค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพจะต้องเพิ่มสูงขึ้นตามการสูงวัยของประชากร ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายด้านบริการสุขภาพของภาครัฐต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ในปี 2553 รวม 2.2 % (เป็นภาวะค่าใช้จ่ายบริการสุขภาพของผู้สูงอายุ = 0.6 % คิดเป็น 27 % ของค่าใช้จ่ายด้านบริการสุขภาพทั้งหมด ) คาดว่าปี พ 2565 รวม 2.8 % (เป็นภาวะค่าใช้จ่ายบริการสุขภาพของผู้สูงอายุ = 1.1 % คิดเป็นร้อยละ 39 % ของค่าใช้จ่ายด้านบริการสุขภาพทั้งหมด (สำมะโนประชากรและเคหะสำนักงานสถิติแห่งชาติ) เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้สูงอายุให้สามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้ดีชะลออัตราการเจ็บป่วยและภาวะทุพพลภาพในผู้สูงอายุที่เพิ่มมากขึ้น ดังนั้น กลุ่มงานส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ จึงได้เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุ เพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุในการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาวในชุมชน จึงได้จัดโครงการประชุมบูรณางานส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุแก่ภาคีเครือข่ายองค์กรดำเนินงานผู้สูงอายุ (Age Net) เขต ขึ้นเพื่อให้เกิดการบูรณาการงานผู้สูงอายุทุกภาคส่วนให้เกิดการมีส่วนร่วมในการดูแลผู้สูงอายุให้เกิดความเข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป

วัตถุประสงค์ : เพื่อบูรณาการงานส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุระหว่างภาคีเครือข่ายองค์กรดำเนินงานผู้สูงอายุในเขตสุขภาพที่ 1

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
บุคลากรที่เกี่ยวข้องในภาคีเครือข่ายองค์กรดำเนินงานผู้สูงอายุ 8 จังหวัดในเขตสุขภาพที่ 1 จำนวน 200 คน

วิธีการดำเนินงาน : ขั้นเตรียมการ - ศึกษาข้อมูลปัญหาสถานการณ์ผู้สูงอายุในเขตรับผิดชอบ - ศึกษาข้อมูลหน่วยงานภาคีเครือข่ายองค์กรดำเนินงานผู้สูงอายุรวมทั้งกรมวิชาการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดทำแผนงานการส่งเสริมสุขภาพและการดูแลผู้สูงอายุเพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐบาลให้บรรลุตามเป้าหมาย - จัดทำแผนงานโครงการพัฒนาศักยภาพรวมทั้งวิเคราะห์และจัดทำระบบข้อมูล (Eldery data center) ของผู้สูงอายุในเขตให้สอดคล้องกับปัญหาสถานการณ์ผู้สูงอายุในเขตรวมทั้งนโยบายต่างๆ เพื่อขออนุมัติ ขั้นดำเนินการ - จัดประชุมบูรณาการงานผู้สูงอายุแก่ภาคีเครือข่ายองค์กรดำเนินงานผู้สูงอายุ (Age Net) ในเขตสุขภาพที่ 1 วิธีการติดตามประเมินผล (M&E) - การเยี่ยมติดตามส่งเสริมสนับสนุนให้คำปรึกษาการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุในเขตจังหวัดที่รับผิดชอบ - วิเคราะห์ผลการดำเนินงาน งานผู้สูงอายุในเขตจังหวัดที่รับผิดชอบ - นิเทศกำกับ ติดตามงานส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดประชุมบูรณาการงานส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุแก่ภาคีเครือข่ายองค์กรดำเนินงานผู้สูงอายุ (Age Net) เขตสุขภาพที่ 1 1 มี.ค. 2561 - 31 มี.ค. 2561 216,074.00
2 ร่วมประชุมพัฒนางานส่งเสริมสุขภาพผู้สุงอายุ, เยี่ยมติดตามเสริมพลังส่งเสริมสนับสนุนระบบการส่งเสริมสุขภาพการดูแลผู้สูงอายุระยะยาวฯ และสุ่มประเมินรับรองมาตรฐาน 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 57,050.00
รวมเป็นเงิน 273,124.00
งบประมาณ : 273,124.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : ได้บูรณาการงานส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุระหว่างภาคีเครือข่ายองค์กรดำเนินงานผู้สูงอายุในเขตสุขภาพที่ 1

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางอุมาพร นิ่มตระกูล นางสาวชุมพร แพรศิลป์ นางชลลดา สรศักดิ์ นางประทิน วิญญรัตน์

ผู้เสนอโครงการ : นางอุมาพร นิ่มตระกูล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายสมศักดิ์ เลิศจีระจรัส

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 3

ชื่อโครงการ : โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น : ส่งเสริมการจัดบริการสุขภาพที่เป็นมิตรและสร้างเสริมการมีส่วนร่วมและพัฒนาภาคีเครือข่ายอนามัยการเจริญพันธุ์ในวัยรุ่นและเยาวชน

ยุทธศาสตร์ : 1.3 ส่งเสริมพฤติกรรมอนามัยการเจริญพันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับวัยรุ่น

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 7. อัตราคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15-19 ปี ต่อประชากรหญิง อายุ 15-19 ปี พันคน

cluster : กลุ่มวัยรุ่น

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (28)9.6 การส่งเสริมการจัดบริการสุขภาพที่เป็นมิตรและสร้างเสริมการมีส่วนร่วมและพัฒนาภาคีเครือข่ายอนามัยการเจริญพันธุ์ในวัยรุ่นและเยาวชน

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นเป็นเรื่องที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ องค์การสหประชาชาติ ได้กำหนดให้การลดอัตราคลอดในวัยรุ่นอายุ 15-19 ปี เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดของเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ (MDGs) และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) กำหนดให้การลดอัตราคลอดในวัยรุ่น อายุ 10-14 ปี และอายุ 15-19 ปี เป็นส่วนหนึ่งของตัวชี้วัดในการบรรลุเป้าหมายที่ 3 ว่าด้วยการสร้างหลักประกัน ให้คนมีชีวิตที่มีคุณภาพและส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของคนทุกเพศทุกวัยที่นานาชาติต้องการบรรลุให้ได้ ภายในปี พ.ศ. 2573 ประเทศไทยพบการคลอดในวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 20 ปี เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงทศวรรษ ที่ผ่านมา ข้อมูลจากสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่า อัตราคลอดของหญิงอายุ 10-14 ปี ต่อประชากรหญิง 10-14 ปีพันคน คือ 0.7 ในปี พ.ศ. 2546 เป็น 1.4 ในปี พ.ศ. 2559 และอัตราคลอดของหญิงอายุ 15-19 ปี ต่อประชากรหญิง 15-19 ปีพันคน คือ 39.2 ในปี พ.ศ. 2546 เป็น 42.5 ในปี พ.ศ. 2559 นอกจากนั้น วัยรุ่นอายุ 10-19 ปี ที่คลอดบุตรซ้ำหรือคลอด เป็นครั้งที่สองขึ้นไปมีมากถึง 11,225 คน หรือเท่ากับร้อยละ 11.9 ของการคลอดในวัยรุ่นอายุ 10-19 ปีทั้งหมด ซึ่งในเขตสุขภาพที่ 1 พบอัตราการคลอดของหญิงอายุ 15-19 ปีพันคน : ปี 2559 คือ 34.1 ซึ่งมีจังหวัดลำปาง เป็นจังหวัดเดียวที่มีอัตราการคลอดน้อยกว่า 25.0 คือ 22.3 นอกจากนี้การสำรวจการแท้งในประเทศไทย ปี 2558 พบว่าร้อยละ 28.6 ผู้ทำแท้งมีสถานภาพเป็นนักเรียน/นักศึกษา ร้อยละ 26.3 อายุต่ำกว่า 20 ปี ซึ่งร้อยละ 92.6 พบว่าผู้ทำแท้งไม่ตั้งใจให้ตั้งครรภ์ครั้งนี้ (สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์, 2560) การตั้งครรภ์ในวัยรุ่นส่งผลกระทบเชิงลบทางสุขภาพต่อตัวแม่วัยรุ่นและทารก เนื่องจากวัยรุ่นที่ตั้งครรภ์มีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์สูงกว่าหญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุมากกว่า เช่น การเสียชีวิตของมารดา การเสียชีวิตของทารก ทารกน้าหนักต่ำกว่าเกณฑ์ โดยสถิติพบว่าในปี 2555 เด็กแรกเกิดน้ำหนัก ต่ำกว่าเกณฑ์ (ต่ำกว่า 2,500 กรัม ) ในกลุ่มมารดาวัยรุ่นอายุ 15 ปี และ 15-19 ปี มีถึงร้อยละ 18.2 และ 13.7 ตามลำดับ ยิ่งไปกว่านั้น แม่วัยรุ่นยังมีความเสี่ยงต่อการทำแท้งที่ไม่ปลอดภัยซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อชีวิต ข้อมูลจากการศึกษาสถานการณ์การแท้งในประเทศไทย พ .ศ. 2558 พบว่า ประมาณหนึ่งในสี่ของผู้ป่วยทำแท้ง ที่มีภาวะแทรกซ้อนและเข้ามารับบริการรักษาที่โรงพยาบาลเป็นวัยรุ่นที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี

วัตถุประสงค์ : เพื่อส่งเสริมภาคีและเครือข่ายบูรณาการงานอนามัยการเจริญพันธุ์ในวัยรุ่น และดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาอนามัยการเจริญพันธุ์ในวัยรุ่นอย่างยั่งยืน

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. โรงพยาบาลที่ขอรับการประเมิน YFSH/reaccredit โรงพยาบาลหรืออำเภออนามัยการเจริญพันธุ์ 9 รพ./27อำเภอ 2. ผลการศึกษา/งานวิจัย 1 เรื่อง

วิธีการดำเนินงาน : - ศึกษาปัญหาข้อมูลสถานการณ์งานวัยรุ่นเขตสุขภาพที่ 1 - ศึกษานโยบายการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่น กรมอนามัย - รวมรวมข้อมูลโรงพยาบาล/อำเภออนามัยการเจริญพันธุ์ ที่ยังไม่ผ่านเกณฑ์ประเมินมาตรฐาน และข้อมูลโรงพยาบาลที่ผ่านเกณฑ์ YFSH มากกว่า 3 ปี - จัดทำแผนงาน/โครงการ เสนอของบประมาณ - ประสาน 8 จังหวัดในเขตสุขภาพที่ 1 ในการดำเนินโครงการ - จัดประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่น เขตสุขภาพที่ 1 - เยี่ยมพัฒนาโรงพยาบาล/reaccredit โรงพยาบาล และ อำเภออนามัยการเจริญพันธุ์ - ทบทวนวรรณกรรม/จัดทำเครื่องมือวิจย/เก็บข้อมูลวิจัย,วิเคราะห์/สรุปผลและอภิปายผลการศึกษา - สรุป/รายงานผลการดำเนินงาน

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่น เขตสุขภาพที่ 1 1 พ.ย. 2560 - 30 พ.ย. 2560 28,421.00
2 เยี่ยมพัฒนาโรงพยาบาล/reaccredit โรงพยาบาล หรืออำเภออนามัยการเจริญพันธุ์ 1 ม.ค. 2561 - 31 มี.ค. 2561 152,477.00
3 พัฒนาองค์ความรู้ด้านงานวัยรุ่น 1 พ.ย. 2560 - 30 ก.ย. 2561 32,794.00
รวมเป็นเงิน 213,692.00
งบประมาณ : 213,692.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 พ.ย. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. ภาคีเครือข่ายในชุมชนมีความเข็มแข็ง ช่วยป้องกันและลดปัญหาสุขภาพและส่งผลให้วัยรุ่นและเยาวชนในพื้นที่มีสุขภาพและอนามัยการเจริญพันธุ์ดีขึ้น 2. จำนวนวัยรุ่นเข้าถึงบริการสุขภาพเพิ่มขึ้นทั้งเชิงรับ/เชิงรุก อัตราการคลอด ร้อยละการตั้งครรภ์ซ้ำ อัตราการป่วยด้วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธุ์ลดลง ร้อยละการใช้การคุมกำเนิดกึ่งถาวรในวัยรุ่นหลังคลอด หลังแท้งเพิ่มขึ้น 3. ผลงานการศึกษา/วิจัย เพื่อนำไปแก้ไขปัญหาการทำงานในพื้นที่

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นาง ดรุณี ทองคำฟู นางสาวชนานันท์ ปัญญาศิลป์

ผู้เสนอโครงการ : นางสายสุทธี ร่มเย็น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายสมศักดิ์ เลิศจีระจรัส

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 4

ชื่อโครงการ : โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น : ขับเคลื่อนพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น

ยุทธศาสตร์ : 1.3 ส่งเสริมพฤติกรรมอนามัยการเจริญพันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับวัยรุ่น

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 9. ร้อยละการตั้งครรภ์ซ้ำในหญิงอายุ น้อยกว่า 20 ปี

cluster : กลุ่มวัยรุ่น

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (23)9.1 การขับเคลื่อนพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นเป็นเรื่องที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ องค์การสหประชาชาติ ได้กำหนดให้การลดอัตราคลอดในวัยรุ่นอายุ 15-19 ปี เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดของเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ (MDGs) และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) กำหนดให้การลดอัตราคลอดในวัยรุ่น อายุ 10-14 ปี และอายุ 15-19 ปี เป็นส่วนหนึ่งของตัวชี้วัดในการบรรลุเป้าหมายที่ 3 ว่าด้วยการสร้างหลักประกัน ให้คนมีชีวิตที่มีคุณภาพและส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของคนทุกเพศทุกวัยที่นานาชาติต้องการบรรลุให้ได้ ภายในปี พ.ศ. 2573 ประเทศไทยพบการคลอดในวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 20 ปี เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงทศวรรษ ที่ผ่านมา ข้อมูลจากสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่า อัตราคลอดของหญิงอายุ 10-14 ปี ต่อประชากรหญิง 10-14 ปีพันคน คือ 0.7 ในปี พ.ศ. 2546 เป็น 1.4 ในปี พ.ศ. 2559 และอัตราคลอดของหญิงอายุ 15-19 ปี ต่อประชากรหญิง 15-19 ปีพันคน คือ 39.2 ในปี พ.ศ. 2546 เป็น 42.5 ในปี พ.ศ. 2559 นอกจากนั้น วัยรุ่นอายุ 10-19 ปี ที่คลอดบุตรซ้ำหรือคลอด เป็นครั้งที่สองขึ้นไปมีมากถึง 11,225 คน หรือเท่ากับร้อยละ 11.9 ของการคลอดในวัยรุ่นอายุ 10-19 ปีทั้งหมด ซึ่งในเขตสุขภาพที่ 1 พบอัตราการคลอดของหญิงอายุ 15-19 ปีพันคน : ปี 2559 คือ 34.1 ซึ่งมีจังหวัดลำปาง เป็นจังหวัดเดียวที่มีอัตราการคลอดน้อยกว่า 25.0 คือ 22.3 นอกจากนี้การสำรวจการแท้งในประเทศไทย ปี 2558 พบว่าร้อยละ 28.6 ผู้ทำแท้งมีสถานภาพเป็นนักเรียน/นักศึกษา ร้อยละ 26.3 อายุต่ำกว่า 20 ปี ซึ่งร้อยละ 92.6 พบว่าผู้ทำแท้งไม่ตั้งใจให้ตั้งครรภ์ครั้งนี้ (สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์, 2560) การตั้งครรภ์ในวัยรุ่นส่งผลกระทบเชิงลบทางสุขภาพต่อตัวแม่วัยรุ่นและทารก เนื่องจากวัยรุ่นที่ตั้งครรภ์มีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์สูงกว่าหญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุมากกว่า เช่น การเสียชีวิตของมารดา การเสียชีวิตของทารก ทารกน้าหนักต่ำกว่าเกณฑ์ โดยสถิติพบว่าในปี 2555 เด็กแรกเกิดน้ำหนัก ต่ำกว่าเกณฑ์ (ต่ำกว่า 2,500 กรัม ) ในกลุ่มมารดาวัยรุ่นอายุ 15 ปี และ 15-19 ปี มีถึงร้อยละ 18.2 และ 13.7 ตามลำดับ ยิ่งไปกว่านั้น แม่วัยรุ่นยังมีความเสี่ยงต่อการทำแท้งที่ไม่ปลอดภัยซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อชีวิต ข้อมูลจากการศึกษาสถานการณ์การแท้งในประเทศไทย พ .ศ. 2558 พบว่า ประมาณหนึ่งในสี่ของผู้ป่วยทำแท้ง ที่มีภาวะแทรกซ้อนและเข้ามารับบริการรักษาที่โรงพยาบาลเป็นวัยรุ่นที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี การตั้งครรภ์ในวัยรุ่นยังส่งผลต่อโอกาสทางการศึกษา หน้าที่การงาน รวมทั้งรายได้ในอนาคต จากการสำรวจของสานักงานสถิติแห่งชาติ พ.ศ.2556 พบว่าร้อยละ 32 ของวัยรุ่นอายุ 15-19 ปี ต้องออกจากการศึกษา ซึ่งการตั้งครรภ์เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ต้องหยุดเรียน ข้อมูลการสำรวจสภาวะสังคมและเศรษฐกิจยังชี้ให้เห็นว่า ผู้หญิงที่มีบุตรตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น มีโอกาสที่จะได้เรียนต่อในระดับปริญญาตรีน้อยกว่าผู้หญิงทั่วไปถึง 12 เท่า ความไม่พร้อมในการเลี้ยงดูบุตรของแม่วัยรุ่นยังทำให้เด็กจำนวนหนึ่งถูกทอดทิ้ง ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของเด็กไทยในอนาคต จากข้อมูลพบว่าในปัจจุบัน สถานสงเคราะห์เด็กในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ต้องอุปการะเด็กแรกเกิดถึง 18 ปี ประมาณ 6,000 คนต่อปี ดังนั้น การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นด้วยมาตรการที่มีประสิทธิภาพจะช่วยตัดวงจรการเป็นแม่วัยรุ่น ไม่ให้เกิดขึ้นกับประชากรรุ่นต่อๆไป ทำให้วัยรุ่นมีสุขภาวะทางเพศที่ดี มีโอกาสทางการศึกษา และสามารถ ใช้ศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ เพื่อที่จะเติบโตมีคุณภาพต่อไป ดังนั้นในปีงบประมาณ 2561 ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ จึงได้จัดทำโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น : ขับเคลื่อนพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น เพื่อแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ส่งเสริมให้วัยรุ่นมีทักษะชีวิต และพฤติกรรมอนามัยการเจริญพันธุ์ที่เหมาะสม

วัตถุประสงค์ : เพื่อคุ้มครองสิทธิอนามัยการเจริญพันธุ์ เพื่อให้เกิดกลไกในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นที่เป็นรูปธรรม

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
คณะอนุกรรมการการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับจังหวัด 8 จังหวัด ปีละ 2 ครั้ง (23 คน/จังหวัด)

วิธีการดำเนินงาน : - ศึกษานโยบายการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่น กรมอนามัย - จัดทำแผนงาน/โครงการ เสนอของบประมาณ - ประสาน 8 จังหวัดในเขตสุขภาพที่ 1 ในการกำหนดวันการจัดประชุมคณะอนุกรรมการฯ ปีละ 2 ครั้ง - สนับสุนจังหวัดในการจัดประชุมคณะอนุกรรมการฯ ตามวันที่กำหนด - รวบรวมรายงานการประชุมส่งกรมอนามัย

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 สนับสนุนการประชุมคณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ระดับจังหวัด ปีละ 2 ครั้ง 1 พ.ย. 2560 - 30 มิ.ย. 2561 168,729.00
รวมเป็นเงิน 168,729.00
งบประมาณ : 168,729.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 พ.ย. 2560 - 30 มิ.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : เพื่อคุ้มครองสิทธิอนามัยการเจริญพันธุ์ ให้เกิดกลไกในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นที่เป็นรูปธรรม และมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางสาว สุรัสวดี เวียงสุวรรณ นางสาว ผกาสินี กาวี

ผู้เสนอโครงการ : นางสายสุทธี ร่มเย็น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายสมศักดิ์ เลิศจีระจรัส

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 5

ชื่อโครงการ : โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ยุทธศาสตร์ : 1.3 ส่งเสริมพฤติกรรมอนามัยการเจริญพันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับวัยรุ่น

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 8. อัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ 10-14 ปี ต่อประชากรอายุ 10-14 ปี พันคน

cluster : กลุ่มวัยรุ่น

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (25)9.3 การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นเป็นเรื่องที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ องค์การสหประชาชาติ ได้กำหนดให้การลดอัตราคลอดในวัยรุ่นอายุ 15-19 ปี เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดของเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ (MDGs) และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) กำหนดให้การลดอัตราคลอดในวัยรุ่น อายุ 10-14 ปี และอายุ 15-19 ปี เป็นส่วนหนึ่งของตัวชี้วัดในการบรรลุเป้าหมายที่ 3 ว่าด้วยการสร้างหลักประกัน ให้คนมีชีวิตที่มีคุณภาพและส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของคนทุกเพศทุกวัยที่นานาชาติต้องการบรรลุให้ได้ ภายในปี พ.ศ. 2573 ประเทศไทยพบการคลอดในวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 20 ปี เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงทศวรรษ ที่ผ่านมา ข้อมูลจากสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่า อัตราคลอดของหญิงอายุ 10-14 ปี ต่อประชากรหญิง 10-14 ปีพันคน คือ 0.7 ในปี พ.ศ. 2546 เป็น 1.4 ในปี พ.ศ. 2559 และอัตราคลอดของหญิงอายุ 15-19 ปี ต่อประชากรหญิง 15-19 ปีพันคน คือ 39.2 ในปี พ.ศ. 2546 เป็น 42.5 ในปี พ.ศ. 2559 นอกจากนั้น วัยรุ่นอายุ 10-19 ปี ที่คลอดบุตรซ้ำหรือคลอด เป็นครั้งที่สองขึ้นไปมีมากถึง 11,225 คน หรือเท่ากับร้อยละ 11.9 ของการคลอดในวัยรุ่นอายุ 10-19 ปีทั้งหมด ซึ่งในเขตสุขภาพที่ 1 พบอัตราการคลอดของหญิงอายุ 15-19 ปีพันคน : ปี 2559 คือ 34.1 ซึ่งมีจังหวัดลำปาง เป็นจังหวัดเดียวที่มีอัตราการคลอดน้อยกว่า 25.0 คือ 22.3 นอกจากนี้การสำรวจการแท้งในประเทศไทย ปี 2558 พบว่าร้อยละ 28.6 ผู้ทำแท้งมีสถานภาพเป็นนักเรียน/นักศึกษา ร้อยละ 26.3 อายุต่ำกว่า 20 ปี ซึ่งร้อยละ 92.6 พบว่าผู้ทำแท้งไม่ตั้งใจให้ตั้งครรภ์ครั้งนี้ (สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์, 2560) การตั้งครรภ์ในวัยรุ่นส่งผลกระทบเชิงลบทางสุขภาพต่อตัวแม่วัยรุ่นและทารก เนื่องจากวัยรุ่นที่ตั้งครรภ์มีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์สูงกว่าหญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุมากกว่า เช่น การเสียชีวิตของมารดา การเสียชีวิตของทารก ทารกน้าหนักต่ำกว่าเกณฑ์ โดยสถิติพบว่าในปี 2555 เด็กแรกเกิดน้ำหนัก ต่ำกว่าเกณฑ์ (ต่ำกว่า 2,500 กรัม ) ในกลุ่มมารดาวัยรุ่นอายุ 15 ปี และ 15-19 ปี มีถึงร้อยละ 18.2 และ 13.7 ตามลำดับ ยิ่งไปกว่านั้น แม่วัยรุ่นยังมีความเสี่ยงต่อการทำแท้งที่ไม่ปลอดภัยซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อชีวิต ข้อมูลจากการศึกษาสถานการณ์การแท้งในประเทศไทย พ .ศ. 2558 พบว่า ประมาณหนึ่งในสี่ของผู้ป่วยทำแท้ง ที่มีภาวะแทรกซ้อนและเข้ามารับบริการรักษาที่โรงพยาบาลเป็นวัยรุ่นที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี การตั้งครรภ์ในวัยรุ่นยังส่งผลต่อโอกาสทางการศึกษา หน้าที่การงาน รวมทั้งรายได้ในอนาคต จากการสำรวจของสานักงานสถิติแห่งชาติ พ.ศ.2556 พบว่าร้อยละ 32 ของวัยรุ่นอายุ 15-19 ปี ต้องออกจากการศึกษา ซึ่งการตั้งครรภ์เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ต้องหยุดเรียน ข้อมูลการสำรวจสภาวะสังคมและเศรษฐกิจยังชี้ให้เห็นว่า ผู้หญิงที่มีบุตรตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น มีโอกาสที่จะได้เรียนต่อในระดับปริญญาตรีน้อยกว่าผู้หญิงทั่วไปถึง 12 เท่า ความไม่พร้อมในการเลี้ยงดูบุตรของแม่วัยรุ่นยังทำให้เด็กจำนวนหนึ่งถูกทอดทิ้ง ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของเด็กไทยในอนาคต จากข้อมูลพบว่าในปัจจุบัน สถานสงเคราะห์เด็กในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ต้องอุปการะเด็กแรกเกิดถึง 18 ปี ประมาณ 6,000 คนต่อปี ดังนั้น การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นด้วยมาตรการที่มีประสิทธิภาพจะช่วยตัดวงจรการเป็นแม่วัยรุ่น ไม่ให้เกิดขึ้นกับประชากรรุ่นต่อๆไป ทำให้วัยรุ่นมีสุขภาวะทางเพศที่ดี มีโอกาสทางการศึกษา และสามารถ ใช้ศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ เพื่อที่จะเติบโตมีคุณภาพต่อไป ดังนั้นในปีงบประมาณ 2561 ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ จึงได้จัดทำโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ส่งเสริมให้วัยรุ่นมีทักษะชีวิต พฤติกรรมอนามัยการเจริญพันธุ์ที่เหมาะสม และพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่าย

วัตถุประสงค์ : เพื่อคุ้มครองสิทธิอนามัยการเจริญพันธุ์ เพื่อให้เกิดกลไกในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นที่เป็นรูปธรรม

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
แหล่งเรียนรู้ จังหวัดละ 1 แห่ง (8 จังหวัด)

วิธีการดำเนินงาน : - ศึกษานโยบายการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่น กรมอนามัย - จัดทำแผนงาน/โครงการ เสนอของบประมาณ - ประสาน 8 จังหวัดในเขตสุขภาพที่ 1 ในการดำเนินโครงการ - จัดประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้บทบาทอปท.ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์วัยรุ่น และคัดเลือก อปท. เป็นแหล่งเรียนรู้ 1 แห่ง/จังหวัด - รวบรวมผลการดำเนินงานส่งกรมอนามัย

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 นิเทศ/ติดตามผลการดำเนินงานวัยรุ่นของ อปท. (แหล่งเรียนรู้)/ตำบลบูรณาการ 1 ม.ค. 2561 - 31 มี.ค. 2561 29,520.00
รวมเป็นเงิน 29,520.00
งบประมาณ : 29,520.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ม.ค. 2561 - 31 มี.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : ภาคีเครือข่ายในชุมชนมีความเข็มแข็ง ช่วยป้องกันและลดปัญหาสุขภาพและส่งผลให้วัยรุ่นและเยาวชนในพื้นที่มีสุขภาพและอนามัยการเจริญพันธุ์ดีขึ้น

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางสาว ชนานันท์ ปัญญาศิลป์ นาง ดรุณี ทองคำฟู

ผู้เสนอโครงการ : นางสายสุทธี ร่มเย็น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายสมศักดิ์ เลิศจีระจรัส

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 6

ชื่อโครงการ : โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น : พัฒนาศักยภาพแกนนำวัยรุ่นต้นแบบด้านสุขภาพแบบองค์รวมในชุมชน

ยุทธศาสตร์ : 1.3 ส่งเสริมพฤติกรรมอนามัยการเจริญพันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับวัยรุ่น

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 8. อัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ 10-14 ปี ต่อประชากรอายุ 10-14 ปี พันคน

cluster : กลุ่มวัยรุ่น

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (26)9.4 การพัฒนาศักยภาพแกนนำวัยรุ่นต้นแบบด้านสุขภาพแบบองค์รวมในชุมชน

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นเป็นเรื่องที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ องค์การสหประชาชาติ ได้กำหนดให้การลดอัตราคลอดในวัยรุ่นอายุ 15-19 ปี เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดของเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ (MDGs) และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) กำหนดให้การลดอัตราคลอดในวัยรุ่น อายุ 10-14 ปี และอายุ 15-19 ปี เป็นส่วนหนึ่งของตัวชี้วัดในการบรรลุเป้าหมายที่ 3 ว่าด้วยการสร้างหลักประกัน ให้คนมีชีวิตที่มีคุณภาพและส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของคนทุกเพศทุกวัยที่นานาชาติต้องการบรรลุให้ได้ ภายในปี พ.ศ. 2573 ประเทศไทยพบการคลอดในวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 20 ปี เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงทศวรรษ ที่ผ่านมา ข้อมูลจากสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่า อัตราคลอดของหญิงอายุ 10-14 ปี ต่อประชากรหญิง 10-14 ปีพันคน คือ 0.7 ในปี พ.ศ. 2546 เป็น 1.4 ในปี พ.ศ. 2559 และอัตราคลอดของหญิงอายุ 15-19 ปี ต่อประชากรหญิง 15-19 ปีพันคน คือ 39.2 ในปี พ.ศ. 2546 เป็น 42.5 ในปี พ.ศ. 2559 นอกจากนั้น วัยรุ่นอายุ 10-19 ปี ที่คลอดบุตรซ้ำหรือคลอด เป็นครั้งที่สองขึ้นไปมีมากถึง 11,225 คน หรือเท่ากับร้อยละ 11.9 ของการคลอดในวัยรุ่นอายุ 10-19 ปีทั้งหมด ซึ่งในเขตสุขภาพที่ 1 พบอัตราการคลอดของหญิงอายุ 15-19 ปีพันคน : ปี 2559 คือ 34.1 ซึ่งมีจังหวัดลำปาง เป็นจังหวัดเดียวที่มีอัตราการคลอดน้อยกว่า 25.0 คือ 22.3 นอกจากนี้การสำรวจการแท้งในประเทศไทย ปี 2558 พบว่าร้อยละ 28.6 ผู้ทำแท้งมีสถานภาพเป็นนักเรียน/นักศึกษา ร้อยละ 26.3 อายุต่ำกว่า 20 ปี ซึ่งร้อยละ 92.6 พบว่าผู้ทำแท้งไม่ตั้งใจให้ตั้งครรภ์ครั้งนี้ (สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์, 2560) การตั้งครรภ์ในวัยรุ่นส่งผลกระทบเชิงลบทางสุขภาพต่อตัวแม่วัยรุ่นและทารก เนื่องจากวัยรุ่นที่ตั้งครรภ์มีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์สูงกว่าหญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุมากกว่า เช่น การเสียชีวิตของมารดา การเสียชีวิตของทารก ทารกน้าหนักต่ำกว่าเกณฑ์ โดยสถิติพบว่าในปี 2555 เด็กแรกเกิดน้ำหนัก ต่ำกว่าเกณฑ์ (ต่ำกว่า 2,500 กรัม ) ในกลุ่มมารดาวัยรุ่นอายุ 15 ปี และ 15-19 ปี มีถึงร้อยละ 18.2 และ 13.7 ตามลำดับ ยิ่งไปกว่านั้น แม่วัยรุ่นยังมีความเสี่ยงต่อการทำแท้งที่ไม่ปลอดภัยซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อชีวิต ข้อมูลจากการศึกษาสถานการณ์การแท้งในประเทศไทย พ .ศ. 2558 พบว่า ประมาณหนึ่งในสี่ของผู้ป่วยทำแท้ง ที่มีภาวะแทรกซ้อนและเข้ามารับบริการรักษาที่โรงพยาบาลเป็นวัยรุ่นที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี การตั้งครรภ์ในวัยรุ่นยังส่งผลต่อโอกาสทางการศึกษา หน้าที่การงาน รวมทั้งรายได้ในอนาคต จากการสำรวจของสานักงานสถิติแห่งชาติ พ.ศ.2556 พบว่าร้อยละ 32 ของวัยรุ่นอายุ 15-19 ปี ต้องออกจากการศึกษา ซึ่งการตั้งครรภ์เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ต้องหยุดเรียน ข้อมูลการสำรวจสภาวะสังคมและเศรษฐกิจยังชี้ให้เห็นว่า ผู้หญิงที่มีบุตรตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น มีโอกาสที่จะได้เรียนต่อในระดับปริญญาตรีน้อยกว่าผู้หญิงทั่วไปถึง 12 เท่า ความไม่พร้อมในการเลี้ยงดูบุตรของแม่วัยรุ่นยังทำให้เด็กจำนวนหนึ่งถูกทอดทิ้ง ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของเด็กไทยในอนาคต จากข้อมูลพบว่าในปัจจุบัน สถานสงเคราะห์เด็กในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ต้องอุปการะเด็กแรกเกิดถึง 18 ปี ประมาณ 6,000 คนต่อปี ดังนั้น การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นด้วยมาตรการที่มีประสิทธิภาพจะช่วยตัดวงจรการเป็นแม่วัยรุ่น ไม่ให้เกิดขึ้นกับประชากรรุ่นต่อๆไป ทำให้วัยรุ่นมีสุขภาวะทางเพศที่ดี มีโอกาสทางการศึกษา และสามารถ ใช้ศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ เพื่อที่จะเติบโตมีคุณภาพต่อไป ดังนั้นในปีงบประมาณ 2561 ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ จึงได้จัดทำโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น : พัฒนาศักยภาพแกนนำวัยรุ่นต้นแบบด้านสุขภาพแบบองค์รวมในชุมชน เพื่อป้องกันการแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น และส่งเสริมให้วัยรุ่นมีทักษะชีวิต พฤติกรรมอนามัยการเจริญพันธุ์ที่เหมาะสม และพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่าย

วัตถุประสงค์ : เพื่อสงเสริมให้วัยรุ่นได้รับข้อมูล ข่าวสารความรู้ และบริการอนามัยการเจริญพันธุ์ ตามพรบ. การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
แกนนำวัยรุ่นต้นแบบในชุมชน จังหวัดละ 20 คน

วิธีการดำเนินงาน : - ศึกษานโยบายการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่น กรมอนามัย - จัดทำแผนงาน/โครงการ เสนอของบประมาณ - เข้ารับการอบรมหลักสูตรพัฒนาศักยภาพแกนนำวัยรุ่นต้นแบบ จากส่วนกลางเพื่อเป็นวิทยากรในการจัดอบรม - ประสาน 8 จังหวัดในเขตสุขภาพที่ 1 ในการดำเนินโครงการ - จัดอบรมแกนนำวัยรุ่นต้นแบบสุขภาพแบบองค์รวม 8 รุ่น - ติดตามผลการจัดอบรม และการพัฒนาในชุมชน - รายงานผลการดำเนินงานส่งกรมอนามัย

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดอบรมพัฒนาศักยภาพแกนนำวัยรุ่นต้นแบบด้านสุขภาพในชุมชน 1 พ.ย. 2560 - 31 ม.ค. 2561 335,435.00
รวมเป็นเงิน 335,435.00
งบประมาณ : 335,435.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 พ.ย. 2560 - 31 ม.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. วัยรุ่นสามารถเป็นแกนนำต้นแบบในชุมชนได้ 2. ภาคีเครือข่ายในชุมชนมีความเข็มแข็ง ช่วยป้องกันและลดปัญหาสุขภาพและส่งผลให้วัยรุ่นและเยาวชนในพื้นที่มีสุขภาพและอนามัยการเจริญพันธุ์ดีขึ้น

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1.นางสาวสุมาลี สายบุบผา 2. นางสาวไพลิน เชิญทอง

ผู้เสนอโครงการ : นางสายสุทธี ร่มเย็น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายสมศักดิ์ เลิศจีระจรัส

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 7

ชื่อโครงการ : โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น : การขยายผลครูก.เรื่องเพศคุยได้ในครอบครัว

ยุทธศาสตร์ : 1.3 ส่งเสริมพฤติกรรมอนามัยการเจริญพันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับวัยรุ่น

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 7. อัตราคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15-19 ปี ต่อประชากรหญิง อายุ 15-19 ปี พันคน

cluster : กลุ่มวัยรุ่น

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (27)9.5 เพศคุยได้ในครอบครัว

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นเป็นเรื่องที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ องค์การสหประชาชาติ ได้กำหนดให้การลดอัตราคลอดในวัยรุ่นอายุ 15-19 ปี เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดของเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ (MDGs) และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) กำหนดให้การลดอัตราคลอดในวัยรุ่น อายุ 10-14 ปี และอายุ 15-19 ปี เป็นส่วนหนึ่งของตัวชี้วัดในการบรรลุเป้าหมายที่ 3 ว่าด้วยการสร้างหลักประกัน ให้คนมีชีวิตที่มีคุณภาพและส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของคนทุกเพศทุกวัยที่นานาชาติต้องการบรรลุให้ได้ ภายในปี พ.ศ. 2573 ประเทศไทยพบการคลอดในวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 20 ปี เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงทศวรรษ ที่ผ่านมา ข้อมูลจากสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่า อัตราคลอดของหญิงอายุ 10-14 ปี ต่อประชากรหญิง 10-14 ปีพันคน คือ 0.7 ในปี พ.ศ. 2546 เป็น 1.4 ในปี พ.ศ. 2559 และอัตราคลอดของหญิงอายุ 15-19 ปี ต่อประชากรหญิง 15-19 ปีพันคน คือ 39.2 ในปี พ.ศ. 2546 เป็น 42.5 ในปี พ.ศ. 2559 นอกจากนั้น วัยรุ่นอายุ 10-19 ปี ที่คลอดบุตรซ้ำหรือคลอด เป็นครั้งที่สองขึ้นไปมีมากถึง 11,225 คน หรือเท่ากับร้อยละ 11.9 ของการคลอดในวัยรุ่นอายุ 10-19 ปีทั้งหมด ซึ่งในเขตสุขภาพที่ 1 พบอัตราการคลอดของหญิงอายุ 15-19 ปีพันคน : ปี 2559 คือ 34.1 ซึ่งมีจังหวัดลำปาง เป็นจังหวัดเดียวที่มีอัตราการคลอดน้อยกว่า 25.0 คือ 22.3 นอกจากนี้การสำรวจการแท้งในประเทศไทย ปี 2558 พบว่าร้อยละ 28.6 ผู้ทำแท้งมีสถานภาพเป็นนักเรียน/นักศึกษา ร้อยละ 26.3 อายุต่ำกว่า 20 ปี ซึ่งร้อยละ 92.6 พบว่าผู้ทำแท้งไม่ตั้งใจให้ตั้งครรภ์ครั้งนี้ (สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์, 2560) การตั้งครรภ์ในวัยรุ่นส่งผลกระทบเชิงลบทางสุขภาพต่อตัวแม่วัยรุ่นและทารก เนื่องจากวัยรุ่นที่ตั้งครรภ์มีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์สูงกว่าหญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุมากกว่า เช่น การเสียชีวิตของมารดา การเสียชีวิตของทารก ทารกน้าหนักต่ำกว่าเกณฑ์ โดยสถิติพบว่าในปี 2555 เด็กแรกเกิดน้ำหนัก ต่ำกว่าเกณฑ์ (ต่ำกว่า 2,500 กรัม ) ในกลุ่มมารดาวัยรุ่นอายุ 15 ปี และ 15-19 ปี มีถึงร้อยละ 18.2 และ 13.7 ตามลำดับ ยิ่งไปกว่านั้น แม่วัยรุ่นยังมีความเสี่ยงต่อการทำแท้งที่ไม่ปลอดภัยซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อชีวิต ข้อมูลจากการศึกษาสถานการณ์การแท้งในประเทศไทย พ .ศ. 2558 พบว่า ประมาณหนึ่งในสี่ของผู้ป่วยทำแท้ง ที่มีภาวะแทรกซ้อนและเข้ามารับบริการรักษาที่โรงพยาบาลเป็นวัยรุ่นที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี การตั้งครรภ์ในวัยรุ่นยังส่งผลต่อโอกาสทางการศึกษา หน้าที่การงาน รวมทั้งรายได้ในอนาคต จากการสำรวจของสานักงานสถิติแห่งชาติ พ.ศ.2556 พบว่าร้อยละ 32 ของวัยรุ่นอายุ 15-19 ปี ต้องออกจากการศึกษา ซึ่งการตั้งครรภ์เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ต้องหยุดเรียน ข้อมูลการสำรวจสภาวะสังคมและเศรษฐกิจยังชี้ให้เห็นว่า ผู้หญิงที่มีบุตรตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น มีโอกาสที่จะได้เรียนต่อในระดับปริญญาตรีน้อยกว่าผู้หญิงทั่วไปถึง 12 เท่า ความไม่พร้อมในการเลี้ยงดูบุตรของแม่วัยรุ่นยังทำให้เด็กจำนวนหนึ่งถูกทอดทิ้ง ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของเด็กไทยในอนาคต จากข้อมูลพบว่าในปัจจุบัน สถานสงเคราะห์เด็กในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ต้องอุปการะเด็กแรกเกิดถึง 18 ปี ประมาณ 6,000 คนต่อปี ดังนั้น การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นด้วยมาตรการที่มีประสิทธิภาพจะช่วยตัดวงจรการเป็นแม่วัยรุ่น ไม่ให้เกิดขึ้นกับประชากรรุ่นต่อๆไป ทำให้วัยรุ่นมีสุขภาวะทางเพศที่ดี มีโอกาสทางการศึกษา และสามารถ ใช้ศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ เพื่อที่จะเติบโตมีคุณภาพต่อไป ดังนั้นในปีงบประมาณ 2561 ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ จึงได้จัดทำโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น : เพศคุยได้ในครอบครัว เพื่อป้องกันการแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น และส่งเสริมให้วัยรุ่นมีทักษะชีวิต พฤติกรรมอนามัยการเจริญพันธุ์ที่เหมาะสม และพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่าย

วัตถุประสงค์ : เพื่อขยายผลการดำเนินงานในพื้นที่ของวิทยาการ ครู ก ในระดับเขต/ระดับจังหวัด เรื่องเพศคุยได้ในครอบครัว (ฉบับบูรณาการ)

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
พ่อแม่/ผู้ปกครองวัยรุ่น จังหวัดละ 1 รุ่นๆ 25 คน

วิธีการดำเนินงาน : - ศึกษานโยบายการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่น กรมอนามัย - จัดทำแผนงาน/โครงการ เสนอของบประมาณ - ประสาน 8 จังหวัดในเขตสุขภาพที่ 1 ในการดำเนินโครงการ - สนับสนุนครูก. ในการจัดอบรมพัฒนาศักยภาพพ่อแม่/ผู้ปกครอง เรื่องเพศคุยได้ในครอบครัว - เยี่ยมเสริมพลัง นิเทศ ติดตาม และแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงาน - รายงานผลการดำเนินงานส่งกรมอนามัย

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ขยายผลการจัดอบรมพ่อแม่/ผู้ปกครองเรื่องเพศคุยได้ในครอบครัว โดยครู ก. 1 ธ.ค. 2560 - 30 มิ.ย. 2561 161,598.00
รวมเป็นเงิน 161,598.00
งบประมาณ : 161,598.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ธ.ค. 2560 - 30 มิ.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : พัฒนาศักยภาพพ่อแม่ ผู้ปกครองในการสื่อสารกับลูกหลายวัยรุ่น

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางสาวนางสาวสุมาลี สายบุบผา นางสาวผกาสินี กาวี

ผู้เสนอโครงการ : นางสายสุทธี ร่มเย็น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายสมศักดิ์ เลิศจีระจรัส

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 8

ชื่อโครงการ : โครงการวัยรุ่นไทยสูงดีสมส่วน สาวไทยแก้มแดง

ยุทธศาสตร์ : 1.3 ส่งเสริมพฤติกรรมอนามัยการเจริญพันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับวัยรุ่น

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 10. ร้อยละของวัยรุ่น 15-18 ปี สูงดีสมส่วน และอายุ 19 ปี มีส่วนสูงเฉลี่ยตามเกณฑ์

cluster : กลุ่มวัยรุ่น

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (33)11.3 สร้างการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายในการขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริมวัยรุ่นสูงดีสมส่วน สาวไทยแก้มแดง ในระดับพื้นที่

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : ปัญหาภาวะโภชนาการในวัยรุ่น จากการเปรียบเทียบผลการสำรวจพฤติกรรมการบริโภคอาหารของประชากร โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติปี 2548 2552 และปี 2556 พบว่าประชากรอายุ 6 ปีขึ้นไป มีพฤติกรรมการบริโภคอาหารมื้อหลักครบ 3 มื้อเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 82.2 ในปี 2548 เป็นร้อยละ 87.1 และ 88.0 ในปี 2552 และ 2556 ตามลำดับ โดยสัดส่วนเพิ่มขึ้นในกลุ่มวัยเรียน กลุ่มวัยทำงาน และกลุ่มวัยสูงอายุ ส่วนกลุ่มวัยรุ่นเป็นกลุ่มเดียวที่มีพฤติกรรมการบริโภคอาหารมื้อหลัก ครบ 3 มื้อในสัดส่วนที่ลดลง โดยในปี พ.ศ. 2556 กลุ่มวัยรุ่น (15-24 ปี) ร้อย 86.7 ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ต่ำสุดในทุกกลุ่มวัย ผลการสำรวจภาวะโภชนาการ (โครงการวัยรุ่นสูงดีสมส่วน ปี 2560) ของกรมอนามัย พบว่า วัยรุ่นอายุ 19 ปี ผู้ชายมีส่วนสูงเฉลี่ย 170.85 ซม. ผู้หญิงมีส่วนสูงเฉลี่ย 158.1 ซม. โดยเป้าประสงค์ของกรมอนามัยปี 2564 คือ ผู้ชาย 175 ซม. ผู้หญิง 162 ซม. จะเห็นได้ว่าต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ส่วนภาวะโภชนาการ วัยรุ่น อายุ 15-17 ปี ผู้ชายมีภาวะสูงดีสมส่วนร้อยละ 63.7 ผู้หญิงร้อยละ 70.8 วัยรุ่น อายุ 18-21 ปี มีBMI ปกติ ผู้ชายร้อยละ 47.8 ผู้หญิงร้อยละ 51.8 มีรอบเอวปกติ ผู้ชายร้อยละ 86.5 ผู้หญิงร้อยละ 84.7 ดังนั้นในปีงบประมาณ 2561 ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ จึงได้จัดทำโครงการวัยรุ่นไทยสูงดีสมส่วน สาวไทยแก้มแดง เพื่อส่งเสริมวัยรุ่นไทยสูงดีสมสว่น โดยมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

วัตถุประสงค์ : เพื่อส่งเสริมวัยรุ่นไทยสูงดีสมส่วน โดยมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
ตัวแทนจังหวัด (พะเยา) ในเขตสุขภาพที่ 1 ขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริมวัยรุ่นสูงดีสมส่วน

วิธีการดำเนินงาน : - ศึกษานโยบายการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่น กรมอนามัย - จัดทำแผนงาน/โครงการ เสนอของบประมาณ - ประสานจังหวัดพะเยา ในการดำเนินโครงการ - นำเสนอข้อมูลภาวะโภชนาการในวัยรุ่นของจังหวัด และร่วมกันวางแผนการดำเนินงานแก้ไขปัญหา - เยี่ยมเสริมพลัง นิเทศ ติดตาม และแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงาน - รายงานผลการดำเนินงานส่งกรมอนามัย

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดประชุมภาคีเครือข่ายระดับจังหวัดและให้ความรู้ เรื่อง NEST 2 รุ่น 1 ม.ค. 2561 - 31 ม.ค. 2561 24,111.00
รวมเป็นเงิน 24,111.00
งบประมาณ : 24,111.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ม.ค. 2561 - 31 ม.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : วัยรุ่นมีภาวะสูงดีสมส่วน มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางสาวไพลิน เชิญทอง นางสาวนางสาวสุมาลี สายบุบผา

ผู้เสนอโครงการ : นางสายสุทธี ร่มเย็น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายสมศักดิ์ เลิศจีระจรัส

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 9

ชื่อโครงการ : โครงการส่งเสริมการตั้งครรภ์คุณภาพเพื่อลูกเกิดรอด แม่ปลอดภัย ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 1

ยุทธศาสตร์ : 1.1 ส่งเสริมการเกิดและเติบโตคุณภาพ

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 1. อัตราส่วนการตายมารดาไทย ต่อการเกิดมีชีพแสนคน

cluster : กลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัย

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (1)1.1 พัฒนาระบบข้อมูลสุขภาวะหญิงตั้งครรภ์

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : อุบัติการณ์เสียชีวิตของมารดาและทารกยังคงเป็นปัญหาสำคัญของประเทศไทยและเขตสุขภาพที่ 1 ทั้งนี้ภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยได้แก่ ภาวะตกเลือดหลังคลอด ภาวะความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์ กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดเป้าหมายการพัฒนาสุขภาพกลุ่มเด็กปฐมวัยและสตรี ให้มีอัตราส่วนมารดาตายไม่เกิน 15 ต่อการเกิดมีชีพแสนคน เมื่อวิเคราะห์สาเหตุการตายของมารดาพบว่า 1 ใน 3 เกิดจากการบริหารจัดการการคลอด ในขณะที่ 2 ใน 3 เสียชีวิตจากโรคหรือภาวะโรคเช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ อัตราส่วนการตายของมารดาในเขตสุขภาพที่ 1 ปี 2558 2559 และ 2560 ตามลำดับดังนี้18.17 ,39.32 และ37.4 ต่อการเกิดมีชีพแสนคน ซึ่งยังสูงกว่าเป้าหมายพัฒนาสหัสวรรษ (MDGs) ที่กำหนดให้ลดอัตรามารดาตายลง 3 ใน 4 หรือ 15 ต่อการเกิดมีชีพแสนคน อย่างไรก็ตามจากการลงนิเทศติดตามผลการดำเนินงานป้องกันและลดปัญหามารดาตายเขตสุขภาพที่ 1 ในปี 2559 ยังคงพบสาเหตุสำคัญในประเด็นการขาดการวางระบบในการป้องกันและแก้ไขภาวะวิกฤติในห้องคลอดมาตรฐาน และแผนกฝากครรภ์คุณภาพ พบข้อจำกัดด้านองค์ความรู้ ทักษะความชำนาญและประสบการณ์ของบุคลากร โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่จบใหม่ แพทย์จบใหม่ นอกจากนี้จากการวิเคราะห์โดยใช้ทฤษฎี Three Dlays Model พบว่า เกิดจากความล่าช้าในการตัดสินใจเข้ารับบริการจากความเชื่อและวัฒนธรรม ความล่าช้าในการเข้าถึงบริการจากการคมนาคม และความล่าช้าจากคุณภาพบริการ แม้ว่าเขตสุขภาพที่ 1 โดยคณะกรรมการพัฒนาอนามัยแม่และเด็กระดับเขตจะมีการจัดทำแนวปฏิบัติหรือ CPG แต่ยังคงพบปัญหาการไม่ปฏิบัติตาม โรงพยาบาลบางแห่งทั้งในระดับ A S M1 M2 ขาดความพร้อมด้านยา สารน้ำ และการสำรองคลังเลือด โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงต่อการเข้าถึงบริการ ความยากลำบากด้านการคมนาคม อาทิ พื้นที่สูง พื้นที่ชายแดน ในเขตรอยต่อ จ.น่าน จ.เชียงราย จ.แม่ฮ่องสอน และ จ.เชียงใหม่ ในเดียวกันโรงพยาบาลบางแห่งในระดับ F1 F2 ขาดความพร้อมด้านวัสดุ อุปกรณ์เช่นกัน บางแห่งไม่มีชุดกู้ชีพมารดาพร้อมใช้ต้องใช้ร่วมกับแผนกฉุกเฉิน นอกจากนั้นยังพบปัญหาด้านองค์ความรู้ ความเข้าใจของประชาชนที่ไม่ถูกต้อง ปัญหาด้านความเชื่อและวัฒนธรรม จากสภาพปัญหาดังกล่าวข้างต้น ศูนย์อนามัยที่ 1 เล็งเห็นความสำคัญจำเป็นจึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมการตั้งครรภ์คุณภาพเพื่อลูกเกิดรอด แม่ปลอดภัย ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 1

วัตถุประสงค์ : พัฒนาระบบบริการให้ได้มาตรฐานอนามัยแม่และเด็ก

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
-ผู้รับผิดชอบงานแม่และเด็ก และงานITศอ1 จำนวน 5 คน /1 ครั้ง -บุคลากรสาธารณสุขจำนวน 10 คน/1ครั้ง -กรรมการCIPO MCHBและผู้รับผิดชอบงานแม่และเด็ก นิเทศ เยี่ยมเสริมพลัง จังหวัดละ 1 แห่ง รวม 8 แห่ง -สถานบริการสาธารณสุขดำเนินการตามมาตรฐานอนามัยแม่และเด็ก จังหวัดละ 1 แห่ง รวม 8 แห่ง

วิธีการดำเนินงาน : 1.ขั้นเตรียมการ -ศึกษานโยบายและทิศทางการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพแม่และเด็ก ในระดับ กระทรวงฯกรมอนามัย และเขตพื้นที่เครือข่ายบริการที่ 1 -ศึกษาปัญหาข้อมูลสถานการณ์งานอนามัยแม่และเด็กในเขตสุขภาพที่1 -วิเคราะห์ข้อมูลสถานการณ์งานอนามัยแม่และเด็กในเขตสุขภาพที่1 -จัดทำโครงการ 2.ขั้นดำเนินงาน เสนอโครงการเพื่อขออนุมัติ 3.ดำเนินการตามแผน 4.การกำกับติดตามการดำเนินงานโครงการ 5.ประเมินผลโครงการ 6.สรุปผลการดำเนินงานโครงการที่ครอบคลุม ด้านปัจจัยความสำเร็จ ปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนางาน

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ร่วมประชุมวิชาการอนามัยแม่และเด็กแห่งชาติ กรมอนามัย 1 ต.ค. 2560 - 28 ก.พ. 2561 11,368.00
2 การประชุมวิชาการ MCHB เขตสุขภาพที่ 1 เพื่อ เสริมพลัง เครือข่าย MCHB 1 ก.พ. 2561 - 31 มี.ค. 2561 16,180.00
3 การประชุมกรรมการ MCHB CIPO เพื่อทบทวน/สืบสวนมารดาตาย จำนวน 4 ครั้งต่อปี 1 ธ.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 38,490.00
4 สุ่มนิเทศ และการเยี่ยมเสริมพลังการดำเนินงานมาตรฐานอนามัยแม่และเด็กรพศ./รพท/รพช/รพสต และตำบลนมแม่ 1 มี.ค. 2561 - 31 ส.ค. 2561 58,990.00
5 พัฒนาระบบบริการอนามัยแม่และเด็ก ชายแดนไทย ลาว (เชียงของ - แขวงบ่อแก้ว) 1 ม.ค. 2561 - 31 ส.ค. 2561 32,320.00
รวมเป็นเงิน 157,348.00
งบประมาณ : 157,348.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. พัฒนาระบบบริการให้ได้มาตรฐานอนามัยแม่และเด็ก 2. อัตราตายมารดาลดลง

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางกฤษณา กาเผือก นางพิมพ์ดวงใจ ชัยชนะ

ผู้เสนอโครงการ : นางพิมพ์ดวงใจ ชัยชนะ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายสมศักดิ์ เลิศจีระจรัส

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 10

ชื่อโครงการ : โครงการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานทีพึงประสงค์ ศูนย์อนามัยที่1เชียงใหม่ปี2561

ยุทธศาสตร์ : 1.4 ส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานที่พึงประสงค์

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 11. ร้อยละของวัยทำงานอายุ 30-44 ปี มีดัชนีมวลกายปกติ

cluster : กลุ่มวัยทำงาน

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (37)12.3 พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศ และแนวช่องทางสื่อสารกับประชาชนเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานที่พึงประสงค์ (Health Literacy)

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : ประชากรวัยทำงาน มีปัญหาการเจ็บป่วยจากโรคที่เกิดจากพฤติกรรมด้านสุขภาพที่ไม่เหมาะสม จากรายงานการสำรวจพฤติกรรมการบริโภคอาหารของประชาชนไทย ครั้งที่ 4 พ.ศ.2551-2552 พบว่า บริโภคไขมันเฉลี่ย 35.7-57.3 กรัมต่อคนต่อวัน บริโภคโซเดียมมากถึง 2,961.9-3,633.8 มิลลิกรัมต่อคนต่อวัน สูงกว่าจากปริมาณที่องค์การอนามัยโลกแนะนำคือไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อคนต่อวัน จากรายงานสถานการณ์การบริโภคน้ำตาลของคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายพบว่ามีการบริโภคเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 19.3 เป็นร้อยละ 23.1 ช้อนชาต่อคนต่อวัน จากปี 2540 และ 2553 ตามลำดับ และจากรายงานการสำรวจสุขภาพประชาชนไทย ครั้งที่ 5 พ.ศ.2557 พบว่าประชากรที่บริโภคผักผลไม้ไม่เพียงพอ (5 ส่วนมาตรฐาน) มีถึงร้อยละ 74.1 ซึ่งพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องนี้เป็นปัจจัยนำไปสู่โรคอ้วน โรคเบาหวาน ภาวะความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมอง โรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคมะเร็ง อีกทั้งยังมีโอกาสเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนทางไต ภาวะไตวายเรื้อรังได้ ซึ่งจะเห็นแนวโน้มที่เพิ่มสูงขึ้นการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป ครั้งที่ 4 (2551-2552) พบภาวะอ้วนในประชากรไทยตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป เพิ่มจากร้อยละ 34.7 เป็นร้อยละ 37.5 ในปี 2557 ความชุกของโรคเบาหวานเพิ่มจากร้อยละ 6.9 เป็นร้อยละ 8.9 ความชุกของโรคความดันโลหิตสูง เพิ่มจากร้อยละ 21.4 เป็นร้อยละ 24.7 จากสถานการณ์โรค NCDsพบว่าอัตราการตายต่อประชากร 100,000 คน ในปี 2552 ร้อยละ 343.1 ปี 2554 เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 350.3 และในปี 2556 เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 355.3 จากข้อมูลดังกล่าวทำให้แนวโน้มการเข้ารับการรักษาตัวในสถานพยาบาลเพิ่มขึ้น ส่งผลทำให้ภาระโรคมีทิศทางเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 24.0 และในปี 2556 ได้มีการรายงานภาวะโรคและการบาดเจ็บ พบว่ามีการสูญเสียปีสุขภาวะของประชากรไทยมีค่า 10.6 ล้านปี โดยมีสาเหตุหลักจากโรคหลอดเลือดสมองอันดับหนึ่งในเพศหญิง และอันดับสามในเพศชาย คิดเป็นร้อยละ 8.2 และ6.9 ตามลำดับ พบผลการรายงานการสูญเสียทางเศรษฐกิจในประชากรไทยปี 2552 จากโรค NCDs มีมูลค่าทั้งสิ้น 198,512 ล้านบาทต่อปีโดยเป็นค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาล ร้อยละ 23.8 และการสูญเสียจากการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรและการขาดงาน ร้อยละ 74.2 สรุปได้ว่าวัยทำงานกำลังเผชิญกับปัญหาโรควิถีชีวิต ที่มีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น ซึ่งทำให้สูญเสียทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล การส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานที่พึงประสงค์ได้มีการกำหนดในประเด็นยุทธศาสตร์ของกรมอนามัย ดังนั้นศูนย์อนามัยที่1เชียงใหม่จึงได้จัดทำโครงการส่งเสิมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานที่พึงประสงค์ขึ้นเพื่อดำเนินการขับเคลื่อนการส่งเสริมให้ประชากรวัยทำงานหุ่นดี สุขภาพดี มีพฤติกรรมที่พึงประสงค์ 4 ด้าน ได้แก่1) การบริโภคอาหารที่เหมาะสม 2) การมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอต่อสุขภาพ 3) การนอนหลับเพียงพอต่อสุขภาพ 4) การดูแลสุขภาพช่องปากโดยให้กระบวนการดังกล่าวขับเคลื่อนงานทั้งระดับพื้นที่ คือผ่าน ผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาพ( Health Leader) ในชุมชน โดยทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายในพื้นที่ เช่นสำนักงานสาธรณสุขจังหวัด สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ เทศบาล หรือชุมชนระดับผู้ปฎิบัติ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ร่วมกับการส่งเสริมนโยบายสาธารณที่เอื้อต่อการมีพฤตืกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ การสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพให้แก่วัยทำงานในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตนเองให้มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ ส่งผลให้วัยทำงานมีสุขภาพดีเตรียมพร้อมเข้าสู่วัยผู้สูงอายุที่มีคุณภาพต่อไป

วัตถุประสงค์ : เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้มีองค์ความรู้ในการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์และสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้านการส่งเสริมสุขภาพ 5.2. เพื่อพัฒนารูปแบบและสร้างภาคีเครือข่ายความร่วมมือการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ในชุมชน สถานประกอบการและสถานบริการสาธารณสุข 5.3.เพื่อพัฒนารูปแบบการสื่อสารที่สร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพในวัยทำงาน 5.4. เพื่อพัฒนาระบบเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
รายงานสถานการณ์ภาวะสุขภาพ ความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ในประชากรวัยทำงาน 1 เรื่อง ตัวชี้วัด 1. ร้อยละของวัยทำงานอายุ 30-44 ปี มีดัชนีมวลกายปกติ เป้าหมายร้อยละ55 2. ร้อยละของวัยทำงานมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ เป้าหมายร้อยละ28

วิธีการดำเนินงาน : - ศึกษายุทธศาสตร์ เป้าประสงค์ ตัวชี้วัด และแนวทางการส่งเสริมสุขภาพวัยทำงานของกระทรวงและกรมอนามัย - ศึกษาและทบทวนงานวิจัยการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงาน - จัดทำแผนงานโครงการเพื่อขออนุมัติงบประมาณ - ประชุมคณะทำงานเพื่อชี้แจงวัตถุประสงค์ แผนการดำเนินงาน มอบหมายงาน - ประสานกลุ่มเป้าหมายในการดำเนินงาน - ดำเนินงานตามแผนงานและกิจกรรม - ติดตามการดำเนินงานเยี่ยมเสริมพลัง - ถอดบทเรียน แลกเปลียนเรียนรู้ผลการดำเนินงาน - สรุปผลการดำเนินงาน

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 สร้างชุมชนเข้มแข็งโดยหาความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายในตำบลเป้าหมาย 1 ม.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2561 20,000.00
2 จัดประชุมพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้มีองค์ความรู้ในการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ และสร้างผู้นำสุขภาพในจังหวัดเป้าหมาย -ติดตามเยี่ยมเสริมพลัง -เข้าร่วมประชุมกับส่วนกลาง 1 ธ.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 338,270.00
3 พัฒนาองค์ความรู้และจัดทำรูปแบบการสื่อสารเพื่อสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพแก่วัยทำงาน 1 พ.ย. 2560 - 30 พ.ย. 2560 10,000.00
4 พัฒนาและขยายผลระบบเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพในจังหวัดเป้าหมาย 1 ก.พ. 2561 - 28 ก.พ. 2561 47,980.00
5 ส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานในสถานบริการสาธารณสุข 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 43,000.00
รวมเป็นเงิน 459,250.00
งบประมาณ : 459,250.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : มีนโยบายสาธารณะที่ส่งเสริมให้ประชากรวัยทำงานมีการปรับเปลียนพฤติกรรม มีความรอบรู้ด้านสุขภาพและมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นางสิริรำไพ ภูธรใจ 2. นางโสพิณ หมอกมาเมิน 3. นางสาวอนุสรณ์ กันธา 4. นายธนัฐพงษ์ กาละนิโย 5. นางสุนารี เลิศทำนองธรรม 6. นางมยุรา ชูจิตร ตำแหน่ง 7. นายทักษ์ดนัย ลิ้มวิลัย

ผู้เสนอโครงการ : นางสิริรำไพ ภูธรใจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายสมศักดิ์ เลิศจีระจรัส

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 11

ชื่อโครงการ : โครงการสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่าต้านภัยมะเร็งเต้านม

ยุทธศาสตร์ : 1.4 ส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานที่พึงประสงค์

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 12. ร้อยละของวัยทำงานมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

cluster : กลุ่มวัยทำงาน

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (68)23.3 สืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่า ต้านภัยมะเร็งเต้านม

แผนจัดสรรงบประมาณ :   7. แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาด้านสาธารณสุขและสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก

หลักการและเหตุผล : ปัจจุบันโรคมะเร็งเต้านมมีอัตราการป่วยและตายที่สูงขึ้นทั่วโลกและเป็นสาเหตุการตายอันดับ 1 ของมะเร็งในสตรีไทยมากกว่า 10 ปี อุบัติการณ์มะเร็งเต้านมในประเทศไทยมีประมาณ 30 ต่อแสนประชากร แต่ประเทศไทยยังไม่มีโครงการที่รองรับอันตรายจากมะเร็งเต้านมอย่างเป็นระบบ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ได้ทรงก่อตั้งมูลนิธิถันยรักษ์ตั้งแต่ พ.ศ. 2537 เพื่อให้สตรีไทยทุกคน ไม่ว่าจะยากดีมีจนพ้นจากภัยมะเร็งเต้านม C10B9ประเทศไทยโดยกรมอนามัยและมูลนิธิถันยรักษ์ ได้สนับสนุนให้สตรีไทยมีความรู้เรื่องการตรวชเต้านมด้วยตนเองตั้งแต่ พ.ศ. 2542แต่ยังไม่เคยมีการประเมินผลของการตรวจเต้านมด้วยตนเองอย่างจริงจัง ว่าจะมีประสิทธิภาพต่อการต่อสู้กับมะเร็งเต้านมมากนัอยเพียงใด การใช้ Mammogram ที่เป็นเทคโนโลยีราคาแพงเพื่อการคัดกรองมะเร็งเต้านม สำหรับประเทศกำลังพัฒนานั้นเป็นไปได้ยาก แม้ในสหรัฐอเมริกาที่ใช้ Mammogram ทำการคัดกรองครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายยังสามรถทำได้เพียง 75 % แต่ประเทศไทยมีอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.)ที่จะช่วยสอนและกระตุ้นสตรีไทยในชนบท ให้ทำการตรวจ เต้านมด้วยตนเองอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ โครงการสืบสานพระปฏิธานสมเด็จย่าต้านภัยมะเร็งเต้านมเป็นโครงการที่มีรูปแบบการดำเนินงานที่เริ่มต้นจากการตรวจเต้านมมด้วยตนเอง โดยการสนับสนุนจาก อสม. การรับรองผลการตรวจโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ รพ.สต. บันทึกการตรวจเต้านมตนเองลงในสมุดบันทึกทุกเดือน หากพบก้อนสงสัยส่งต่อ รพช./รพท./รพศ.เพื่อยืนยันผลโดยการทำUltrasouuund และMammogram หากพบก้อนผิดปกติจริงให้ส่งต่อเพื่อการรักษาที่ถูกต้องและรวดเร็ว มูลนิธิถนยรักษ์ กรมอนามัยและศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่จึงได้ทำการศึกษาประสิทธฺภาพการตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเองของสตรีไทยยนี้ขึ้น เพื่อติดตามผลในพื้นที่ควบบคุมเป็นระยะเวลา 5-10 ปี จากมะเร็งเต้านม(Canncer SIZE) B3มีขนาดเล็กลง และพบระยะการเป็นมะเร็งการเป็ยมะเร็งเต้านมได้เร็วขึ้น(Early Staging) โดยมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระหว่างกลุ่มที่ตรวจเต้านมด้วยตนเองอย่าสม่ำเสมอกับกลุ่มที่จตรวจไม่สม่ำเสมอซึ่งจากความสำเร็จของโครงการจะเป็นรูปแบบของการคัดกรองมะเร็งเต้านมที่สามารรถขยายผลการดำเนินงานได้ทั้งในระดับชาติและนานานชาติต่อไป

วัตถุประสงค์ : เพื่อพัฒนารูปแบบการคัดกรองมะเร็งเต้านมอย่างเป็นระบบ 2.เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของการตรวจเต้านมด้วยตนเอง

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
มีการพัฒนาระบบคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยตนเอง อย่างน้อย 1 จังหวัด

วิธีการดำเนินงาน : - ศึกษายุทธศาสตร์ เป้าประสงค์ ตัวชี้วัด และแนวทางการส่งเสริมสุขภาพวัยทำงานของกระทรวงและกรมอนามัย - จัดทำแผนงานโครงการเพื่อขออนุมัติงบประมาณ - ประชุมคณะทำงานเพื่อชี้แจงวัตถุประสงค์ แผนการดำเนินงาน มอบหมายงาน - ประสานกลุ่มเป้าหมายในการดำเนินงาน - ดำเนินงานตามแผนงานและกิจกรรม - สรุปผลการดำเนินงาน

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 อบรมพัฒนาศักยภาพบุคลากรผู้รับผิดชอบงานมะเร็งเต้านมที่ได้รับการคัดเลือกเป็นครู ก. 1 ม.ค. 2561 - 28 ก.พ. 2561 66,000.00
รวมเป็นเงิน 66,000.00
งบประมาณ : 66,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ม.ค. 2561 - 28 ก.พ. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : ประชากรวัยทำงานมีการพฤติกรรมตรวจเต้านมด้วยตนเองอย่างถูกต้องและมีระบบระบบคัดกรองมะเร็งเต้านม

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นางสิริรำไพ ภูธรใจ 2. นางโสพิณ หมอกมาเมิน 3. นางสาวอนุสรณ์ กันธา 4. นายธนัฐพงษ์ กาละนิโย 5. นางสุนารี เลิศทำนองธรรม 6. นางมยุรา ชูจิตร 7. นายทักษ์ดนัย ลิ้มวิลัย

ผู้เสนอโครงการ : นางสิริรำไพ ภูธรใจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายสมศักดิ์ เลิศจีระจรัส

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 12

ชื่อโครงการ : โครงการการควบคุมป้องกันโรคขาดสารไอโอดีน ศูนย์อนามัยที่ เชียงใหม่

ยุทธศาสตร์ : 1.4 ส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานที่พึงประสงค์

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 11. ร้อยละของวัยทำงานอายุ 30-44 ปี มีดัชนีมวลกายปกติ

cluster : กลุ่มวัยทำงาน

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (69)23.4 ควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนแห่งชาติ

แผนจัดสรรงบประมาณ :   7. แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาด้านสาธารณสุขและสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก

หลักการและเหตุผล : โรคขาดสารไอโอดีนมีผลกระทบต่อประชากรทุกกลุ่มวัย ส่งผลต่อการพัฒนาทางสมองและความสามารถในการเรียนรู้ของเด็กตั้งแต่ในครรภ์จนถึงอายุ 3 ปี หากขาดจะทำให้สมองเจริญเติบโตไม่เต็มที่ลดความเฉลียวฉลาด หรือระดับสติปัญญาของเด็กได้ถึง 10 – 15 จุด และกระทบต่อการเจริญเติบโต การเรียนรู้ของเด็ก คุณภาพชีวิตของคนหนุ่มสาวอันเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจและการชะลอตัวในการพัฒนาสังคม สำหรับการแก้ไขปัญหาการขาดสารไอโอดีนมีเป้าหมายที่จะทำให้ประชาชนได้รับสารไอโอดีนเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในทุกเพศ ทุกวัย รวมถึงหญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมบุตร 6 เดือน จากสถานการณ์ภาคเหนือตอนบน 8 จังหวัด ปี 2556 พบสัดส่วนหญิงตั้งครรภ์มีระดับไอโอดีนในปัสสาวะต่ำกว่า 150 mg/L ร้อยละ 47.4 ความครอบคลุมการใช้เกลือบริโภคเสริมไอโอดีนที่ได้มาตรฐาน (20-40 ppm) ร้อยละ 89.84 (เกณฑ์องค์การอนามัยโลกกำหนดคือ การบริโภคในครัวเรือนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 90) และมีชุมชน/หมู่บ้านที่เข้าร่วมกระบวนการพัฒนาเป็น “ชุมชน/หมู่บ้านไอโอดีน” จำนวน 8,152 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 99.52 ผ่านการประเมินเป็นชุมชน/หมู่บ้านไอโอดีน จำนวน 3,091 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 37.74 เพื่อสร้างความเข็มแข็งให้ประชาชนสามารถดูแลตนเองได้ โดยมีอาสาสมัครที่เป็นทูตไอโอดีน ซึ่งเป็นนโยบายและมาตรการสำคัญในการแก้ไขปัญหาโรคขาดสารไอโอดีนให้เกิดความยั่งยืน และให้ประชาชนทุกกลุ่มวัยได้รับสารไอโอดีนอย่างเพียงพอไม่อยู่ในภาวะเสี่ยง ศูนย์อนามัยที่ 10 จึงได้เน้นในเรื่องการดำเนินงาน “ชุมชน/หมู่บ้านไอโอดีน” ต่อไป

วัตถุประสงค์ : เพื่อให้ชุมชนเกิดนโยบายและมาตรการในการควบคุมป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนโดยผ่านกระบวนการดำเนินงานชุมชน/หมู่บ้านไอโอดีน 2. เพื่อให้ชุมชนแกนนำและประชาชนมีความรู้และปฏิบัติในเรื่องการควบคุมโรคขาดสารไอโอดีน

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
ผู้ประกอบการเกลือเสริมไอโอดีนและผู้รับผิดชอบงานศูนย์การเรียนชุมชน/ หมู่บ้านไอโอดีนใน 8 จังหวัดได้รับการพัฒนาศักยภาพในการควบคุมป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนโดยผ่านกระบวนการดำเนินงานชุมชน/หมู่บ้านไอโอดีน จำนวน 20คนต่อจังหวัด

วิธีการดำเนินงาน : - ศึกษายุทธศาสตร์ เป้าประสงค์ ตัวชี้วัด และแนวทางการส่งเสริมสุขภาพวัยทำงานของกระทรวงและกรมอนามัย - จัดทำแผนงานโครงการเพื่อขออนุมัติงบประมาณ - ประชุมคณะทำงานเพื่อชี้แจงวัตถุประสงค์ แผนการดำเนินงาน มอบหมายงาน - ประสานกลุ่มเป้าหมายในการดำเนินงาน - ดำเนินงานตามแผนงานและกิจกรรม - สรุปผลการดำเนินงาน

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 เยี่ยมเสริมพลัง การสนทนากลุ่มและสุ่มประเมินเกลือในพื้นที่เป้าหมาย 1 พ.ย. 2560 - 30 ก.ย. 2561 60,000.00
รวมเป็นเงิน 60,000.00
งบประมาณ : 60,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 พ.ย. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : - ชมรมผู้ประกอบการเกลือเสริมไอโอดีน และศูนย์การเรียนรู้ชุมชน/หมู่บ้านไอโอดีนได้รับการพัฒนา

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นางสิริรำไพ ภูธรใจ 2. นางโสพิณ หมอกมาเมิน 3. นางสาวอนุสรณ์ กันธา 4. นายธนัฐพงษ์ กาละนิโย 5. นางสุนารี เลิศทำนองธรรม 6. นางมยุรา ชูจิตร 7. นายทักษ์ดนัย ลิ้มวิลัย

ผู้เสนอโครงการ : นางสิริรำไพ ภูธรใจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายสมศักดิ์ เลิศจีระจรัส

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 13

ชื่อโครงการ : โครงการส่งเสริมครอบครัวคุณภาพเพื่อลูกน้อยพัฒนาการสมวัย

ยุทธศาสตร์ : 1.1 ส่งเสริมการเกิดและเติบโตคุณภาพ

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 2. ร้อยละของเด็กอายุ 0-5 ปี มีพัฒนาการสมวัย

cluster : กลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัย

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (4)2.1 ส่งเสริมบทบาทพ่อแม่เพื่อการเลี้ยงดูเด็ก

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : ครอบครัวเป็นสถาบันพื้นฐานที่สำคัญและเป็นหลักของสังคม เนื่องจากครอบครัวทำหน้าที่ดูแลตั้งแต่เกิดการปฏิสนธิ เลี้ยงดู ส่งเสริมการเจริญเติบโตของเด็กในองค์รวม รวมถึงทำหน้าที่หล่อหลอมและขัดเกลาความเป็นมนุษย์คุณภาพผ่านการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม ตลอดถึงการถ่ายทอดวัฒนธรรมของสังคมให้แก่สมาชิก เพื่อให้มีพัฒนาการตามวัยและเดิบโตเป็นบุคคลที่มีคุณภาพเป็นกำลังของประเทศต่อไป จากสภาพสังคมที่เปลี่ยนไปทำให้พ่อแม่ ต้องออกบ้านไปทำงาน บางครอบครัวเดินทางไปอาศัยในต่างจังหวัด ในขณะที่บางครอบครัวเป็นแม่ หรือ พ่อ เลี้ยงเดี่ยว ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเลี้ยงดูเด็กโดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย จากการนิเทศติดตามงานอนามัยแม่และเด็กในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 1 พบว่า การดำเนินงานด้านโรงเรียนพ่อแม่ยังไม่ครอบคลุมในทุกสถานบริการ นอกจากนี้พบว่า ในด้านเชิงคุณภาพ มีรร.พ่อแม่บางแห่งไม่ได้ให้ความรู้ในเรื่องบทบาทพ่อแม่ในการเลี้ยงดูเด็กอย่างครอบคลุมโดยเฉพาะด้านการกระตุ้นและส่งเสริมพัฒนาการเด็ก 0-5 ปี ซึ่งถือได้ว่าช่วงเวลาปฐมวัยเป็นโอกาสทองของพ่อแม่ที่ส่งเสริมการเลี้ยงดูลูกให้เติบโตมีคุณภาพ ประเด็นสำคัญอีกประเด็นคือ การส่งเสริมด้านกิจกรรมทางกายสำหรับเด็กปฐมวัยเนื่องจากกิจกรรมทางกายมีความสำคัญในการพัฒนาร่างกายและจิตใจของเด็กให้มีความสุขผ่านการเล่น การส่งเสริมกิจกรรมทางกายในเด้กปฐมวัย จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งเพราะเป็นช่วงการจดจำพฤติกรรมและการสร้างนิสัยที่ติดตัวไปตลอดชีวิต แม้ว่ากิจกรรมทางกายของเด็กวัยนี้จะยังไม่ชัดเจน การกระตุ้นพัฒนาการตามคู่มือ DSPM การเล่นของพ่อแม่ ก็ถือว่าเป็นการส่งเสริมการเล่น การเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย ทำให้สมองมีการเจริญเติบโตต่อยอดมาถึงการมีพัฒนาการสมวัยควบคู่ไปด้วย ศูนย์อนามัยที่ 1 ได้ดำเนินงานตามนโยบายส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยในเขตสุขภาพที่ 1 มาอย่างต่อเนื่องอย่างไรก็ตามจากการวิเคราะห์ช่องว่างการดำเนินงานจากกลยุทธ์ PIRAB พบปัญหาด้านความครอบคลุมของการมีส่วนร่วมของสามีและครอบครัวในการดูแลหญิงตั้งครรภ์ผ่านดรงเรียนพ่อแม่โดยเฉพาะในระดับตำบลยังไม่ครอบคลุม สำหรับในด้านพัฒนาการเด็ก 0-5 ปี พบว่าบางจังหวัดไม่มีความเข้มแข็งในการดำเนินงานเชิงรุก การบูรณาการร่วมกับภาคีเครือข่าย การมีส่วนร่วมและด้านการกำกับติดตาม จากสภาพปัญหาข้างต้นจะเห็นได้ว่า ในการดำเนินงานด้านพัฒนาการสมวัย มีจุดตั้งต้นที่ครอบครัว ซึ่งหากครอบครัวมีแนวคิด ความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการดูแลลูก จะส่งผลให้เป็นครอบครัวคุณภาพและเกิดผลดีต่อลูกน้อยมีพัฒนาการสมวัยพร้อมเข้าสู่วัยต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วัตถุประสงค์ : เพื่อส่งเสริมครอบครัวคุณภาพ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
-บุคลากรสาธารณสุขใน รพศ. รพท. รพช.รพสต และเครือข่ายคณะกรรมอนามัยแม่และเด็ก ใน เขตสุขภาพที่1 จำนวน 150 คน -พื้นที่นำร่องการดำเนินงาน 8 แห่ง

วิธีการดำเนินงาน : 1. ขั้นเตรียมการ - ศึกษานโยบายและทิศทางการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพแม่และเด็ก ในระดับ กระทรวงฯกรมอนามัย และเขตพื้นที่เครือข่ายบริการที่ 1 - ศึกษาปัญหาข้อมูลสถานการณ์งานอนามัยแม่และเด็กในเขตสุขภาพที่1 - วิเคราะห์ข้อมูลสถานการณ์งานอนามัยแม่และเด็กในเขตสุขภาพที่1 - จัดทำโครงการ 2. ขั้นดำเนินงาน เสนอโครงการเพื่อขออนุมัติ 3. ดำเนินการตามแผน 4. การกำกับติดตามการดำเนินงานโครงการ 5. ประเมินผลโครงการ 6. สรุปผลการดำเนินงานโครงการที่ครอบคลุม ด้านปัจจัยความสำเร็จ ปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนางาน

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 การพัฒนาแนวทางการดูแลหญิงตั้งครรภ์เพื่อลูกรักน้ำหนักดีภาคีร่วมสร้างพื้นที่ อ.ทุ่งหัวช้าง จ.ลำพูน 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 7,310.00
รวมเป็นเงิน 7,310.00
งบประมาณ : 7,310.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. การดำเนินงาน ต้นแบบโรงเรียนพ่อแม่ 8 แห่ง 2. การดำเนินงาน ต้นแบบมุมเล่นและลานเล่น ตามรอยพระยุคลบาท 8 แห่ง 3. งานวิจัยเชิงพื้นที่ 1 เรื่อง

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นาง ภทรพร พิบูลย์ นางพิมพ์ดวงใจ ชัยชนะ นางกฤษณา กาเผือก

ผู้เสนอโครงการ : นางพิมพ์ดวงใจ ชัยชนะ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายสมศักดิ์ เลิศจีระจรัส

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 14

ชื่อโครงการ : โครงการส่งเสริมการเจริญเติบโตเด็กปฐมวัยบูรณาการอย่างมีส่วนร่วม

ยุทธศาสตร์ : 1.1 ส่งเสริมการเกิดและเติบโตคุณภาพ

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 3. ร้อยละของเด็กอายุ 0-5 ปี สูงดีสมส่วน และส่วนสูงเฉลี่ยที่อายุ 5 ปี

cluster : กลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัย

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (6)3.1 พัฒนาระบบเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยบูรณาการอย่างมีส่วนร่วม

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) ให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต โดยเริ่มตั้งแต่การพัฒนาในกลุ่มเด็กปฐมวัย เน้นการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย อย่างไรก็ตามจากการดำเนินการที่ผ่านมา พบว่ายังไม่สามารถพัฒนางานด้านเด็กปฐมวัยได้อย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายได้อย่างทั่วถึง ประเด็นที่เป็นช่องว่างได้แก่ การบูรณาการการวางแผนและการดำเนินการร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐโดยเฉพาะอย่างยิ่งการบูรณาการการทำงานในลักษณะงานประจำของกระทรวงที่เกี่ยวข้องและกลไกการขับเคลื่อนงานสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ จากผลการคัดกรองในเขตสุขภาพที่ 1 ปี 2559 พบว่า พัฒนาการสมวัยร้อยละ 93.38 สงสัยล่าช้าร้อยละ 18.69 และจากผลการศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพัฒนาการเด็กปฐมวัยในภาคเหนือตอนบน (โชติรส พันธ์พงษ์, 2557) พบว่า เด็กพัฒนาการโดยรวมสมวัยร้อยละ 85.9 พบสงสัยล่าช้าด้านภาษามากที่สุดร้อยละ 25 รองลงมาเป็นกล้ามเนื้อมัดเล็กร้อยละ 13.2 ตามลำดับ ทั้งนี้กระทรวงสาธารณสุขมียุทธศาสตร์ smart kids และมาตรการชวนลูกเล่นตามรอยพระยุคลบาท ผ่านกระบวนการ กิน กอด เล่น เล่า นอน เฝ้าดูฟัน ตลอดจนถึงการประกาศใช้พรบ. ส่งเสริม สนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และปกป้องควบคุมการละเมิดพระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารมและเด็กเล็กและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง พ.ศ.2560 เพื่อบรรลุเป็นหมายเด็กไทยมีพัฒนาการสมวัยและมี 4 H (Head Heart Hand Health) สำหรับผลลัพธ์ของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือน ภาพรวมของประเทศไทยร้อยละ 23 นอกจากนี้ปัจจัยสำคัญที่ทำให้การเลี้ยงนมแม่ทำไม่สำเร็จคือ แม่ลางานได้เพียง 3 เดือน และบางส่วนลาได้เพียง 45 วัน จากสภาพปัญหาดังกล่าว ศูนย์อนามัยที่ 1 จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมการเจริญเติบโตเด็กปฐมวัยบูรณาการอย่างมีส่วนร่วม ขึ้นเพื่อขับเคลื่อนงานอย่างเป็นรูปธรรมร่วมกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง

วัตถุประสงค์ : เพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตเด็กปฐมวัยบูรณาการอย่างมีส่วนร่วมในเขตสุขภาพที่ 1

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
-บุคลากรสาธารณสุขใน รพศ. รพท. รพช.รพสต และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เขตสุขภาพที่1 จำนวน 150 คน -พื้นที่ กพด.เขตสุขภาพที่1 อย่างน้อย 1 ครั้ง -ศดลจังหวัดละ 1 แห่ง และ ศดล ในถิ่นทุรกันดาร พื้นที่ กพด.เขตสุขภาพที่1 จำนวน 6 แห่ง

วิธีการดำเนินงาน : 1. ขั้นเตรียมการ - ศึกษานโยบายและทิศทางการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพแม่และเด็ก ในระดับ กระทรวงฯกรมอนามัย และเขตพื้นที่เครือข่ายบริการที่ 1 - ศึกษาปัญหาข้อมูลสถานการณ์งานอนามัยแม่และเด็กในเขตสุขภาพที่1 - วิเคราะห์ข้อมูลสถานการณ์งานอนามัยแม่และเด็กในเขตสุขภาพที่1 - จัดทำโครงการ 2. ขั้นดำเนินงาน เสนอโครงการเพื่อขออนุมัติ 3. ดำเนินการตามแผน 4. การกำกับติดตามการดำเนินงานโครงการ 5. ประเมินผลโครงการ 6. สรุปผลการดำเนินงานโครงการที่ครอบคลุม ด้านปัจจัยความสำเร็จ ปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนางาน

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 อบรมการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และ พรบ. Milk code และบุคลากร สาธารณสุข /มิสนมแม่ /อสม และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง 1 ม.ค. 2561 - 31 มี.ค. 2561 131,054.00
รวมเป็นเงิน 131,054.00
งบประมาณ : 131,054.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ม.ค. 2561 - 31 มี.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. การขับเคลื่อน พรบ.Milk code และส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 2. มีแกนนำในการขับเคลื่อนการดำเนินงานอย่างน้อย 1 คนต่อ 1 อำเภอ

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางสาวชนิดาภา ภูดอนตอง นางกฤษณา กาเผือก นางรวิวรรณ พงษ์เทพ

ผู้เสนอโครงการ : นางพิมพ์ดวงใจ ชัยชนะ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายสมศักดิ์ เลิศจีระจรัส

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 15

ชื่อโครงการ : โครงการส่งเสริมการเติบโตสูงดีสมส่วนของเด็กปฐมวัยในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 1

ยุทธศาสตร์ : 1.1 ส่งเสริมการเกิดและเติบโตคุณภาพ

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 4. ร้อยละของเด็กอายุ 3 ปี ปราศจากฟันผุ

cluster : กลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัย

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (10)4.3 พัฒนากลไกส่งเสริมเด็กอายุ 0-5 ปี เพื่อสูงดีสมส่วน ฟันไม่ผุ พัฒนาการสมวัยในระดับตำบลโดยผ่านกลไกคณะกรรมการคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) ให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต โดยเริ่มตั้งแต่การพัฒนาในครรภ์มารดาจนถึงอายุ 5 ปี ให้ได้รับการการดูแลที่มีคุณภาพก่อนเข้ารับการศึกษา โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการดำเนินการ เป็นที่มาของการบูรณาการ 4 กระทรวงหลัก ส่วนสูงของเด็กไทยเป็นตัวบ่งชี้ทางอ้อม(proxy indicator)ของสุขภาพในวัยผู้ใหญ่และเป็นต้นทุนในการพัฒนาคนไปสู่ประเทศไทย 4.0 ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ20 ปี ปัจจุบันเด็กไทยรูปร่างสมส่วนเพียง 56%ส่วนสูงเฉลี่ยที่อายุ5 ปี ชาย109.9ซม หญิง109.2ซมและจาการนิเทศตรวจราชการในเขตสุขภาพที่1 พบว่า เด็ก 0-5 ปี สูงดีสมส่วน ร้อยละ46.37 ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ (เกณฑ์ ร้อยละ51) ส่วนสูงเฉลี่ยเด็กชาย 109.33 เซนติเมตร (เป้าหมาย 113 ซม.) ส่วนสูงเฉลี่ยเด็กหญิง 108.74 เซนติเมตร (เป้าหมาย 112 ซม.) ซึ่งยังต่ำกว่าเกณฑ์ เมื่อพิจารณารายจังหวัด พบว่าทุกจังหวัด ไม่ผ่านเกณฑ์เป้าหมาย ผลการเฝ้าระวังปัญหาด้านโภชนาการและการเจริญเติบโตพบว่า มีปัญหาเด็กเตี้ยร้อยละ12.98 (เป้าหมายไม่เกินร้อยละ 10)และเด็กอ้วนพบร้อยละ3.72 (เป้าหมายไม่เกินร้อยละ 10) สำหรับเด็กผอมพบร้อยละ5.65 (เป้าหมายไม่เกินร้อยละ 5) สาเหตุมาจากปัญหาด้านภาวะโภชนาการของเด็ก มีเด็กผอม และเด็กเตี้ย จำนวนไม่น้อย บางรายมีสาเหตุมาจากการขาดสารอาหารเรื้อรัง การได้รับโภชนาการที่ไม่เหมาะสมและเพียงพอ บิดามารดาไม่มีเวลาเลี้ยงดูบุตร ซึ่งอาจส่งผลต่อพัฒนาการในเด็กกลุ่มนี้ได้ อีกทั้งยังพบปัญหาฟันผุในเด็ก จากการสำรวจของสำนักทันตสาธารณสุขกรมอนามัยในปี2555 พบว่า เด็กอายุ3ปีมีฟันผุร้อยละ51.8โดยมีค่าเฉลี่ยฟันผุ ถอน อุด 2.7 ซี่ต่อคน และเด็กอายุ 5 ปีมีฟันผุ ร้อยละ 78.5 โดยมีค่าเฉลี่ยฟันผุ ถอน อุด 4.4 ซี่ต่อคน สาเหตุจากมีพฤติกรรมการไม่แปรงฟันและดูแลสุขภาพช่องปากที่ไม่ถูกต้อง ดังนั้น ศูนย์อนามัยที่ 1 ได้เล็งเห็นความสำคัญของการเฝ้าระวังภาวะโภชนาการ การส่งเสริมพัฒนาการ การดูแลสุขภาพช่องปาก และการได้รับการเลี้ยงดูอย่างเหมาะสม ในเด็กปฐมวัย จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมการเติบโตสูงดีสมส่วนของเด็กปฐมวัยในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 1 โดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายระดับตำบลและขับเคลื่อนผ่านกลไกคณะกรรมการ คุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (DHB)เพื่อให้เด็กปฐมวัยมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง มีการเจริญเติบโตของสมองและร่างกายเหมาะสมตามวัย เติบโตเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่า และเป็นอนาคตที่สำคัญของประเทศชาติต่อไป

วัตถุประสงค์ : เพื่อพัฒนารูปแบบการส่งเสริมสุขภาพกลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัยวัย (community model development ) โดยภาคีเครือข่ายระดับพื้นที่ (DHB)

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
-บุคลากร ศอ1/ ศูนย์สุขภาพจิตที่1/สถาบันพัฒนาการเด็กราชนคริทร์ CPM ระดับจังหวัด อำเภอ ภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง(คปสอ.) 150 คน -ตำบลต้นแบบการดำเนินงาน2 แห่ง ได้แก่ ตำบล หนองควาย อ.หางดง จ. เชียงใหม่ และตำบลแม่แรง อ. ป่าซาง จ. ลำพูน -ตำบลส่งเสริมเด็กอายุ 0 - 5 ปี พัฒนาการสมวัย โภชนาการดี ฟันไม่ผุ 1 อำเภอ 1จังหวัดนำร่อง

วิธีการดำเนินงาน : 1. ขั้นเตรียมการ - ศึกษานโยบายและทิศทางการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพแม่และเด็ก ในระดับ กระทรวงฯกรมอนามัย และเขตพื้นที่เครือข่ายบริการที่ 1 - ศึกษาปัญหาข้อมูลสถานการณ์งานอนามัยแม่และเด็กในเขตสุขภาพที่1 - วิเคราะห์ข้อมูลสถานการณ์งานอนามัยแม่และเด็กในเขตสุขภาพที่1 - จัดทำโครงการ 2. ขั้นดำเนินงาน เสนอโครงการเพื่อขออนุมัติ 3. ดำเนินการตามแผน 4. การกำกับติดตามการดำเนินงานโครงการ 5. ประเมินผลโครงการ 6. สรุปผลการดำเนินงานโครงการที่ครอบคลุม ด้านปัจจัยความสำเร็จ ปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนางาน

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมชี้แจงนโยบาย/จัดตั้งคณะทำงานเพื่อขับเคลื่อนและจัดทำแนวทางการดำเนินงานโครงการมหัศจรรย์ 1000 วัน 1 ต.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 11,780.00
2 ประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำแนวทางการดำเนินงานโครงการมหัศจรรย์ 1000 วัน เพื่่อขับเคลื่อนตำบลส่งเสริมเด็กอายุ 0-5 ปี พัฒนาการสมวัย โภชนาการดีฟันไม่ผุ 1 ต.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 32,648.00
3 อบรมเชิงปฏิบัติการ เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากร ในการดำเนินงาน มหัศจรรย์ 1000 วัน เพื่อขับเคลื่อนตำบลพัฒนาการสมวัย โภชนาการดี ฟันไม่ผุ 1 ต.ค. 2560 - 31 มี.ค. 2561 357,447.00
4 ขับเคลื่อนและดำเนินงานสร้าง Health literacy หรือนวัตกรรมในตำบลต้นแบบด้วยกลยุทธ์ PIRAB และ A2IM การใช้เครื่องมือแผนที่ทางเดินยุทธศาสตร์และค่ากลาง 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 104,790.00
5 พัฒนาระบบเฝ้าระวังการเจริญเติบโตเด็กปฐมวัย การวิจัยเพื่อสำรวจภาวะโภชนาการร่วมกับสำนักโภชนาการ 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 51,543.00
รวมเป็นเงิน 558,208.00
งบประมาณ : 558,208.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. การดำเนินงานตำบลส่งเสริมเด็กอายุ 0 - 5 ปี พัฒนาการสมวัย โภชนาการดี ฟันไม่ผุ 8 แห่ง 2. ต้นแบบการดำเนินงานตำบลส่งเสริมเด็กอายุ 0 - 5 ปี พัฒนาการสมวัย โภชนาการดี ฟันไม่ผุ อย่างน้อย1 แห่ง 3. งานวิจัย 1 เรื่อง

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นาง พิมพ์ดวงใจ ชัยชนะ นาง กฤษณา กาเผือก

ผู้เสนอโครงการ : นางพิมพ์ดวงใจ ชัยชนะ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายสมศักดิ์ เลิศจีระจรัส

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 16

ชื่อโครงการ : โครงการบูรณาการการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ ภายใต้แผนงานทันตสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ ประเทศไทย พ.ศ. 2558 – 2565

ยุทธศาสตร์ : 1.5 ส่งเสริมผู้สูงอายุไทยเพื่อเป็นหลักชัยของสังคม

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 14. ร้อยละของผู้สูงอายุ (60-74 ปี) มีฟันแท้ใช้งานอย่างน้อย 20 ซี่ และ 4 คู่สบ

cluster : กลุ่มผู้สูงอายุ

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (49)16.1 ทบทวนสถานการณ์และการสร้างการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายภาคประชาชน

แผนจัดสรรงบประมาณ :   2. แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

หลักการและเหตุผล : จากเป้าหมายแผนงานทันตสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุประเทศไทย พ.ศ. 2558-2565 ที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2558 ที่ต้องการให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพช่องปากดี มีฟันช้งานได้อย่างเหมาะสมอย่างน้อย ๒๐ ซี่หรือ ๔ คู่สบฟันหลังและนวัตกรรมเพื่อการแก้ปัญหาสุขภาพช่องปากที่ส่งผลต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ทั้งนี้สืบเนื่องจากประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและสุขภาพช่องปากเป็นปัญหาหนึ่งที่มีความชุกและความรุนแรง มีความเชี่อมโยงกับสุขภาพผู้สูงอายุมากกว่ากลุ่มวัยอื่นๆ เนื่องจากพฤติกรรมการดูแลตนเองที่ยังไม่เหมาะสม มีข้จำกัดในการเข้าถึงบริการ ในขณะที่การรักษาฟื้นฟูทำได้ยากซับซ้อน การให้บริการต้องใช้เครื่องมือและบุคลากาเฉพาะด้าน ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประเทศ ภายใต้ยุทธศาสตร์หลักของแผนงานทันตสุขภาพผู้สูงอายุประเทศไทย ซึ่งมีเป้าหมายให้ผู้สูงอายุได้รับการดูแลสุขภาพช่องปาก โดยสามารถดูแลเบื้องต้น และเข้าถึงความรู้เพื่อการดูแลตนเอง รวมทั้งการมีหลักประกันและเข้าถึงบริการสร้างเสรมสุขภาพช่องปากที่เหมาะสม มีคุณภาพครบวงจรเพิ่มขึ้นในทุกระดับ โดยเฉพาะการดูแลในระดับปฐมภูมิซึ่งจัดเป็นรากฐานสำคัญของระบบบริการสาธารณสุขที่ดี สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล และของกระทรวงสาธารณสุข ภายใต้คลินิกครอบครัว

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อประชุมหน่วยงานและเครือข่ายในการขับเคลื่อนโครงการ 2. เพื่อสนับสนุนการอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ (care giver) ด้านทันตสุขภาพ 3. เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถอดบทเรียนชมรมผู้สูงอายุที่มีกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพช่องปาก 4. เพื่อกำกับติดตามตัวชี้วัดเฝ้าระวังมทันตสุขภาพในชมรมผู้สูงอายุ (ผู้สูงอายุมีฟันแท้ใช้งาน 20 ซี่หรือ 4 คู่สบ) 5. เพื่อคัดเลือกเชิดชูผู้สูงอายุสุขภาพช่องปากดี สุขภาพดี เพื่อเป็นแบบอย่างสร้างกระแส 6. เพื่อร่วมประชุมพัฒนางานส่งเสริมทันตสุขภาพผู้สูงอายุกับสำนักทันตสาธารณสุข

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. ประชุมหน่วยงานและเครือข่ายในการขับเคลื่อนโครงการ 1ครั้ง 2. สนับสนุนการอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ (care giver) ด้านทันตสุขภาพ จำนวน 600 คน 3. เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถอดบทเรียนชมรมผู้สูงอายุที่มีกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพช่องปาก 2 ครั้ง (7จังหวัด 1 ครั้ง/1จังหวัด 1 ครั้ง) 4. กำกับติดตามตัวชี้วัดเฝ้าระวังทันตสุขภาพในชมรมผู้สูงอายุ (ผู้สูงอายุมีฟันแท้ใช้งาน 20 ซี่หรือ 4 คู่สบ) จังหวัดละ 1 ครั้ง 8 จังหวัด 5. คัดเลือกเชิดชูผู้สูงอายุสุขภาพช่องปากดี สุขภาพดี เพื่อเป็นแบบอย่างสร้างกระแสจังหวัดละ 1 คน 8 จังหวัด 6. ร่วมประชุมพัฒนางานส่งเสริมทันตสุขภาพผู้สูงอายุกับสำนักทันตสาธารณสุข

วิธีการดำเนินงาน : 1. ประชุมหน่วยงาน เครือข่ายระดับพื้นที่ เพื่อการขับเคลื่อน 2. สนับสนุนการอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ (care giver) ด้านทันตสุขภาพ 3. เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถอดบทเรียนชมรมผู้สูงอายุที่มีกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพช่องปาก 2 ครั้ง 4. กำกับติดตามตัวชี้วัดเฝ้าระวังมทันตสุขภาพในชมรมผู้สูงอายุ 5. คัดเลือกเชิดชูผู้สูงอายุสุขภาพช่องปากดีระดับเขต 6. ร่วมประชุมพัฒนางานส่งเสริมทันตสุขภาพผู้สูงอายุกับสำนักทันตสาธารณสุข

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมหน่วยงานเครือข่ายในการขับเคลื่อนโครงการ 21 ธ.ค. 2560 - 22 ธ.ค. 2560 91,058.00
2 จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถอดบทเรียนชมรมผู้สูงอายุที่มีกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพช่องปาก(จ.ลำปาง) 1 ก.พ. 2561 - 30 เม.ย. 2561 203,860.00
3 จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถอดบทเรียนชมรมผู้สูงอายุที่มีกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพช่องปาก 1 ก.พ. 2561 - 30 เม.ย. 2561 461,869.00
4 กำกับติดตามตัวชี้วัดเฝ้าระวังทันตสุขภาพผู้สูงอายุ 1 มิ.ย. 2561 - 31 ก.ค. 2561 40,400.00
5 คัดเลือกเชิดชูผู้สูงอายุสุขภาพช่องปากดี 1 มิ.ย. 2561 - 31 ก.ค. 2561 32,200.00
6 ร่วมประชุมพัฒนางานส่งเสริมทันตสุขภาพผู้สูงอายุกับสำนักทันตสาธารณสุข 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 45,233.00
7 ประชุมเชิงปฏิบัติการนวัตกรเพื่อสร้างนวัตกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุจังหวัดน่าน 1 ก.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561 134,070.00
8 ประชุมสรุปผลการดำเนินงานพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีการดูแลสุชภาพช่องปากผู้สูงอายุ 1 ก.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561 41,310.00
รวมเป็นเงิน 1,050,000.00
งบประมาณ : 1,050,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : ผู้สูงอายุมีศักยภาพในการดูแลสุขภาพช่องปากเบื้องต้นได้ด้วยตนเองเข้าถึงบริการสุขภาพช่องปาก ทั้งการส่งเสริม ป้องกัน รักษา และฟื้นฟูสภาพช่องปากตามความจำเป็น ซึ่งจะส่งผลให้ผู้สูงอายุมีฟันใช้เคี้ยวอาหารอย่างเหมาะสม รวมทั้งมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตดีขึ้น

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางสาวจรัสพรรณ อรุณแก้ว ทพ.สมศักดิ์ เลิศจีระจรัส

ผู้เสนอโครงการ : ทพ.สมศักดิ์ เลิศจีระจรัส

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : ทพ.สมศักดิ์ เลิศจีระจรัส

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 17

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาสุขภาพเด็กวัยเรียนเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านสติปัญญาและสายตา (เด็กไทยสายตาดี)

ยุทธศาสตร์ : 1.2 ส่งเสริมเด็กวัยเรียนให้แข็งแรงและฉลาด

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 5. ร้อยละของเด็กวัยเรียน (6-14 ปี) สูงดีสมส่วน ฟันไม่ผุ (caries free) และเด็กอายุ 12 ปี มีส่วนสูงเฉลี่ยตามเกณฑ์

cluster : กลุ่มวัยเรียน

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (13)5.3 เพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพภาคีเครือข่ายเพื่อการพัฒนาสุขภาพเด็กวัยเรียน 4.0

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : สถานการณ์ภาวะสุขภาพเด็กวัยเรียนในเขตสุขภาพที่ 1 เชียงใหม่ พบเด็กวัยเรียนสูงดีสมส่วนร้อยละ 62.28 ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน (เกณฑ์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 66) มีเพียง 1 จังหวัดเท่านั้นที่ได้ตามเกณฑ์มาตรฐานคือจังหวัดพะเยาร้อยละ 67.61 ส่วนอีก 7 จังหวัดยังพบปัญหาเด็กสูงดีสมส่วนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน มีความครอบคลุมของข้อมูลการเฝ้าระวังเพียงร้อยละ 35.34 นอกจากนี้ยังพบเด็กนักเรียนอ้วนเกินเกณฑ์มาตรฐานโดยมีภาพรวมของเขตสุขภาพร้อยละ 12.42 มีเพียงจังหวัดเดียวคือจังหวัดแม่ฮ่องสอนร้อยละ 8.59 ที่เหลืออีก 7 จังหวัด สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ส่วนเด็กเตี้ยพบเกินเกณฑ์คือร้อยละ 6.16 มี 4 จังหวัดที่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานคือ ลำปาง ลำพูน พะเยา และแพร่ จังหวัดที่เหลือสูงเกินเกณฑ์ เด็กนักเรียนมีภาวะผอมในภาพรวมของเขตต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานคือร้อยละ 4.96 (ข้อมูลการตรวจราชการ ตก.2 รอบที่ 2/2560) สถานการณ์เหล่านี้ถือเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการแก้ไข โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงที่พบเด็กอ้วน เตี้ย และผอม สถานการณ์การพัฒนาเด็กวัยเรียน โดยกลวิธีโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ พบว่ามีระดับการพัฒนาคือเป็นโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชรจำนวน 46 แห่ง ร้อยละ 1.28 ระดับทองจำนวน 2165 ร้อยละ 60.25 ระดับเงินจำนวน 735 แห่งร้อยละ 20.46 ระดับทองแดงจำนวน 463 ร้อยละ 12.89 ไม่เข้าระดับจำนวน 184 แห่งร้อยละ 5.12 และมีโรงเรียนที่ไม่เข้าร่วมการพัฒนาอีก 33 แห่ง จึงเป็นปัญหาภาพรวมของการพัฒนาที่ต้องเร่งรัดพัฒนาโดยต่อไป

วัตถุประสงค์ : 1.เพื่อส่งเสริมเด็กวัยเรียนให้สูงดีสมส่วน ฟันดีไม่มีผุและมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์(ด้านการบริโภคอาหาร กิจกรรมทางกาย และทันตสุขภาพ) 2.เพื่อส่งเสริมเด็กวัยเรียน ให้เจริญเติบโตเต็มศักยภาพและมีทักษะสุขภาพ 4 H (Head Hard Hand และ Health) และ 3 S (Strong Smart Smile) 3.เพื่อเสริมพลังประชารัฐ ภาคีเครือข่าย องค์กร เอกชน ท้องถิ่น ชุมชน ร่วมกันดำเนินการสนับสนุนและนำสินค้าและบริหารส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียนไปใช้อย่างเหมาะสม 4.เพื่อพัฒนารูปแบบงานอนามัยโรงเรียนที่มีคุณภาพ โดยความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงศึกษาธิการ ภายใต้โรงเรียนต้นแบบนักเรียนไทยสุขภาพดี

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1.ภาคีเครือข่ายในระดับจังหวัดได้รับการถ่ายทอดนโยบายการส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียนปี 2561 จำนวน 50 คน 2.โรงเรียนผ่านการประเมินรับรองเป็นโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชร จำนวน 8 แห่ง 3.โรงเรียนต้นแบบนักเรียนไทยสุขภาพดี ของกระทรวงศึกษาธิการได้รับการพัฒนาต่อยอดให้เป็นโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชรจำนวน 5 แห่ง

วิธีการดำเนินงาน : กลยุทธ์ 1 ขับเคลื่อนเชิงนโยบายและแผนยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาเด็กวัยเรียน ภายใต้โครงการ โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพเพื่อเพิ่มโอกาสการเรียนรู้ตามนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ โดยมีกิจกรรมสำคัญคือ เพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพภาคีเครือข่ายเพื่อการพัฒนาสุขภาพเด็กวัยเรียน 4.0 กิจกรรมดำเนินการ (1)ประชุมถ่ายทอดนโยบายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนาเครือข่ายส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียน 4.0 ระดับเขตสุขภาพ (2) ประเมินรับรองโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชร(3)เยี่ยมเสริมพลัง พัฒนาโรงเรียนให้เป็นโรงเรียนต้นแบบนักเรียนไทยสุขภาพดี ผลักดันต่อยอดการพัฒนาโรงเรียนให้เป็นโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชร ตามความสมัครใจและความพร้อมของโรงเรียน กลยุทธ์ 2 พัฒนามาตรฐานและนวัตกรรมสุขภาพเด็กวัยเรียน ภายใต้โครงการ เด็กวัยเรียน สูงดีสมส่วน แข็งแรงและฉลาด โดยมีกิจกรรมที่สำคัญ ถอดบทเรียนผลงานและนวัตกรรมระดับพื้นที่ กิจกรรมดำเนินการ ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถอดบทเรียนงานโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชร, สูงดีสมส่วน, ChOPA &ChiPA, เด็กไทยแก้มใส โดย (1) ศึกษาระบบการคัดกรองส่งต่อและแก้ไขปัญหาเด็กอ้วนกลุ่มเสี่ยงในสถานศึกษา สถานบริการสาธารณสุขอละคลินิก DPAC เขตสุขภาพที่ 1 เชียงใหม่ (2)ศึกษาการนำค่ากลางไปใช้ในการขับเคลื่อนการพัฒนาเด็กวัยเรียน ภายใต้กลวิธีโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ ในตำบลต้นแบบบูรณาการ (3) การศึกษารูปแบบการบริหารจัดการโครงการอาหารกลางวันแบบพึ่งพาตนเองได้ของโรงเรียนเด็กไทยแก้มใส กลยุทธ์ 3 พัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพบุคลากร ภายใต้โครงการ พัฒนาสุขภาพเด็กวัยเรียนเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านสติปัญญาและสายตา(เด็กไทยสายตาดี) โดยมีกิจกรรมที่สำคัญ พัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรในการเฝ้าระวังสุขภาพเด็กวัยเรียน กิจกรรมดำเนินการ (1)อบรมเพิ่มพูนความรู้แก่บุคลากรในการเฝ้าระวังคัดกรองสายตาและอวัยวะที่มีผลต่อการเรียนรู้ (หู เหา ซีด Learning Disorder ฯลฯ) และเด้กอ้วนเข้าสู่ Service Plan โดยดำเนินการในระดับจังหวัด (2) เข้าร่วมประชุมกับส่วนกลาง กลยุทธ์ 4 พัฒนาระบบสารสนเทศและการกำกับติดตาม ภายใต้โครงการ เสริมสร้างพฤติกรรมเพื่อลดความเสี่ยงการตั้งครรภ์ของเด็กวัยเรียน โดยมีกิจกรรมสำคัญ รณรงค์ความรอบรู้สุขภาพเด็กวัยเรียน (HL) ระดับพื้นที่และผ่านสื่อ กิจกรรมดำเนินการ (1) จัดกิจกรรมรณรงค์เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ความรอบรู้สุขภาพเด็กวัยเรียนผ่านสื่อ Social Media : กิน (ไข่ นม ผัก) นอน เล่น(กระโดดโลดเต้น) แปรง สะอาด ฉลาด (2) เยี่ยมเสริมพลัง ติดตามการดำเนินงานโครงการเด็กไทยสายตาดี,โครงการเด็กวัยเรียนสูงสมส่วน แข็งแรงและฉลาด,โครงการโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพเพื่อเพิ่มโอกาสการเรียนรู้ตามนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมถ่ายทอดนโยบายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนาเครือข่ายส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียน 4.0 ระดับเขตสุขภาพ 20 ธ.ค. 2560 - 21 ธ.ค. 2560 95,600.00
2 ประกันคุณภาพโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชร/เยี่ยมเสริมพลัง 1 พ.ย. 2560 - 31 ส.ค. 2561 201,100.00
รวมเป็นเงิน 296,700.00
งบประมาณ : 296,700.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 พ.ย. 2560 - 31 ส.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1.เด็กวัยเรียนสูงดีสมส่วน ฟันดีไม่มีผุและมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์(ด้านการบริโภคอาหาร กิจกรรมทางกาย และทันตสุขภาพ) 2.เด็กวัยเรียนได้รับการส่งเสริมให้เจริญเติบโตเต็มศักยภาพและมีทักษะสุขภาพ 4 H (Head Hard Hand และ Health) และ 3 S (Strong Smart Smile) 3.พลังประชารัฐ ภาคีเครือข่าย องค์กร เอกชน ท้องถิ่น ชุมชน ร่วมกันดำเนินการสนับสนุนและนำสินค้าและบริหารส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียนไปใช้อย่างเหมาะสม 4.รูปแบบงานอนามัยโรงเรียนได้รับการพัฒนาให้มีคุณภาพ โดยความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงศึกษาธิการ ภายใต้โรงเรียนต้นแบบนักเรียนไทยสุขภาพดี

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางอโนชา วิปุลากร/นางพลอยเนตร ชนานันท์พจนิธิ /นางอรพรรณ พูลสวัสดิ์/นางสาวพรพิสุทธิ์ ศรีประไหม/นางสาวจรัสพรรณ อรุณแก้ว

ผู้เสนอโครงการ : นางอโนชา วิปุลากร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายสมศักดิ์ เลิศจีระจรัส

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 18

ชื่อโครงการ : โครงการเด็กวัยเรียนสูงสมส่วน แข็งแรงและฉลาด

ยุทธศาสตร์ : 1.2 ส่งเสริมเด็กวัยเรียนให้แข็งแรงและฉลาด

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 6. ร้อยละของเด็กวัยเรียนมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ด้านการบริโภคอาหาร กิจกรรมทางกาย และทันตสุขภาพ

cluster : กลุ่มวัยเรียน

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (17)6.2 ถอดบทเรียนผลงานและนวัตกรรมระดับพื้นที่

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : สถานการณ์ภาวะสุขภาพเด็กวัยเรียนในเขตสุขภาพที่ 1 เชียงใหม่ พบเด็กวัยเรียนสูงดีสมส่วนร้อยละ 62.28 ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน (เกณฑ์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 66) มีเพียง 1 จังหวัดเท่านั้นที่ได้ตามเกณฑ์มาตรฐานคือจังหวัดพะเยาร้อยละ 67.61 ส่วนอีก 7 จังหวัดยังพบปัญหาเด็กสูงดีสมส่วนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน มีความครอบคลุมของข้อมูลการเฝ้าระวังเพียงร้อยละ 35.34 นอกจากนี้ยังพบเด็กนักเรียนอ้วนเกินเกณฑ์มาตรฐานโดยมีภาพรวมของเขตสุขภาพร้อยละ 12.42 มีเพียงจังหวัดเดียวคือจังหวัดแม่ฮ่องสอนร้อยละ 8.59 ที่เหลืออีก 7 จังหวัด สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ส่วนเด็กเตี้ยพบเกินเกณฑ์คือร้อยละ 6.16 มี 4 จังหวัดที่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานคือ ลำปาง ลำพูน พะเยา และแพร่ จังหวัดที่เหลือสูงเกินเกณฑ์ เด็กนักเรียนมีภาวะผอมในภาพรวมของเขตต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานคือร้อยละ 4.96 (ข้อมูลการตรวจราชการ ตก.2 รอบที่ 2/2560) สถานการณ์เหล่านี้ถือเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการแก้ไข โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงที่พบเด็กอ้วน เตี้ย และผอม สถานการณ์การพัฒนาเด็กวัยเรียน โดยกลวิธีโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ พบว่ามีระดับการพัฒนาคือเป็นโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชรจำนวน 46 แห่ง ร้อยละ 1.28 ระดับทองจำนวน 2165 ร้อยละ 60.25 ระดับเงินจำนวน 735 แห่งร้อยละ 20.46 ระดับทองแดงจำนวน 463 ร้อยละ 12.89 ไม่เข้าระดับจำนวน 184 แห่งร้อยละ 5.12 และมีโรงเรียนที่ไม่เข้าร่วมการพัฒนาอีก 33 แห่ง จึงเป็นปัญหาภาพรวมของการพัฒนาที่ต้องเร่งรัดพัฒนาโดยต่อไป

วัตถุประสงค์ : 1.เพื่อส่งเสริมเด็กวัยเรียนให้สูงดีสมส่วน ฟันดีไม่มีผุและมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์(ด้านการบริโภคอาหาร กิจกรรมทางกาย และทันตสุขภาพ) 2.เพื่อส่งเสริมเด็กวัยเรียน ให้เจริญเติบโตเต็มศักยภาพและมีทักษะสุขภาพ 4 H (Head Hard Hand และ Health) และ 3 S (Strong Smart Smile) 3.เพื่อเสริมพลังประชารัฐ ภาคีเครือข่าย องค์กร เอกชน ท้องถิ่น ชุมชน ร่วมกันดำเนินการสนับสนุนและนำสินค้าและบริหารส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียนไปใช้อย่างเหมาะสม 4.เพื่อพัฒนารูปแบบงานอนามัยโรงเรียนที่มีคุณภาพ โดยความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงศึกษาธิการ ภายใต้โรงเรียนต้นแบบนักเรียนไทยสุขภาพดี

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
- ระบบการคัดกรองส่งต่อและแก้ไขปัญหาเด็กอ้วนและกลุ่มเสี่ยงในสถานศึกษา สถานบริการสาธารณสุขและคลินิก DPAC เขตสุขภาพที่ 1 - รายงานการนำค่ากลางไปใช้ในการขับเคลื่อนการพัฒนาเด็กวัยเรียนภายใต้กลวิธีโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพในตำบลต้นแบบบูรณาการ - รูปแบบการบริหารจัดการโครงการอาหารกลางวันแบบพึ่งพาตนเองได้ของโรงเรียนเด็กไทยแก้มใส

วิธีการดำเนินงาน : กลยุทธ์ 1 ขับเคลื่อนเชิงนโยบายและแผนยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาเด็กวัยเรียน ภายใต้โครงการ โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพเพื่อเพิ่มโอกาสการเรียนรู้ตามนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ โดยมีกิจกรรมสำคัญคือ เพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพภาคีเครือข่ายเพื่อการพัฒนาสุขภาพเด็กวัยเรียน 4.0 กิจกรรมดำเนินการ (1)ประชุมถ่ายทอดนโยบายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนาเครือข่ายส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียน 4.0 ระดับเขตสุขภาพ (2) ประเมินรับรองโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชร(3)เยี่ยมเสริมพลัง พัฒนาโรงเรียนให้เป็นโรงเรียนต้นแบบนักเรียนไทยสุขภาพดี ผลักดันต่อยอดการพัฒนาโรงเรียนให้เป็นโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชร ตามความสมัครใจและความพร้อมของโรงเรียน กลยุทธ์ 2 พัฒนามาตรฐานและนวัตกรรมสุขภาพเด็กวัยเรียน ภายใต้โครงการ เด็กวัยเรียน สูงดีสมส่วน แข็งแรงและฉลาด โดยมีกิจกรรมที่สำคัญ ถอดบทเรียนผลงานและนวัตกรรมระดับพื้นที่ กิจกรรมดำเนินการ ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถอดบทเรียนงานโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชร, สูงดีสมส่วน, ChOPA &ChiPA, เด็กไทยแก้มใส โดย (1) ศึกษาระบบการคัดกรองส่งต่อและแก้ไขปัญหาเด็กอ้วนกลุ่มเสี่ยงในสถานศึกษา สถานบริการสาธารณสุขอละคลินิก DPAC เขตสุขภาพที่ 1 เชียงใหม่ (2)ศึกษาการนำค่ากลางไปใช้ในการขับเคลื่อนการพัฒนาเด็กวัยเรียน ภายใต้กลวิธีโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ ในตำบลต้นแบบบูรณาการ (3) การศึกษารูปแบบการบริหารจัดการโครงการอาหารกลางวันแบบพึ่งพาตนเองได้ของโรงเรียนเด็กไทยแก้มใส กลยุทธ์ 3 พัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพบุคลากร ภายใต้โครงการ พัฒนาสุขภาพเด็กวัยเรียนเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านสติปัญญาและสายตา(เด็กไทยสายตาดี) โดยมีกิจกรรมที่สำคัญ พัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรในการเฝ้าระวังสุขภาพเด็กวัยเรียน กิจกรรมดำเนินการ (1)อบรมเพิ่มพูนความรู้แก่บุคลากรในการเฝ้าระวังคัดกรองสายตาและอวัยวะที่มีผลต่อการเรียนรู้ (หู เหา ซีด Learning Disorder ฯลฯ) และเด้กอ้วนเข้าสู่ Service Plan โดยดำเนินการในระดับจังหวัด (2) เข้าร่วมประชุมกับส่วนกลาง กลยุทธ์ 4 พัฒนาระบบสารสนเทศและการกำกับติดตาม ภายใต้โครงการ เสริมสร้างพฤติกรรมเพื่อลดความเสี่ยงการตั้งครรภ์ของเด็กวัยเรียน โดยมีกิจกรรมสำคัญ รณรงค์ความรอบรู้สุขภาพเด็กวัยเรียน (HL) ระดับพื้นที่และผ่านสื่อ กิจกรรมดำเนินการ (1) จัดกิจกรรมรณรงค์เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ความรอบรู้สุขภาพเด็กวัยเรียนผ่านสื่อ Social Media : กิน (ไข่ นม ผัก) นอน เล่น(กระโดดโลดเต้น) แปรง สะอาด ฉลาด (2) เยี่ยมเสริมพลัง ติดตามการดำเนินงานโครงการเด็กไทยสายตาดี,โครงการเด็กวัยเรียนสูงสมส่วน แข็งแรงและฉลาด,โครงการโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพเพื่อเพิ่มโอกาสการเรียนรู้ตามนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 นิเทศติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน 1 ม.ค. 2561 - 30 มิ.ย. 2561 148,205.00
2 นิเทศติดตามประเมินผลและถอดบทเรียนการดำเนินงานโครงการเครือข่ายเด็กไทยฟันดี 1 ม.ค. 2561 - 30 มิ.ย. 2561 50,000.00
3 นิเทศติดตามประเมินผลและถอดบทเรียนการพัฒนาโรงเรียนเด็กไทยแก้มใสเป็นศูนย์เรียนรู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านโภชนาการและสุขภาพ 1 ม.ค. 2561 - 30 มิ.ย. 2561 80,000.00
รวมเป็นเงิน 278,205.00
งบประมาณ : 278,205.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ม.ค. 2561 - 30 มิ.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1.เด็กวัยเรียนสูงดีสมส่วน ฟันดีไม่มีผุและมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์(ด้านการบริโภคอาหาร กิจกรรมทางกาย และทันตสุขภาพ) 2.เด็กวัยเรียนได้รับการส่งเสริมให้เจริญเติบโตเต็มศักยภาพและมีทักษะสุขภาพ 4 H (Head Hard Hand และ Health) และ 3 S (Strong Smart Smile) 3.พลังประชารัฐ ภาคีเครือข่าย องค์กร เอกชน ท้องถิ่น ชุมชน ร่วมกันดำเนินการสนับสนุนและนำสินค้าและบริหารส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียนไปใช้อย่างเหมาะสม 4.รูปแบบงานอนามัยโรงเรียนได้รับการพัฒนาให้มีคุณภาพ โดยความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงศึกษาธิการ ภายใต้โรงเรียนต้นแบบนักเรียนไทยสุขภาพดี

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางอโนชา วิปุลากร/นางพลอยเนตร ชนานันท์พจนิธิ /นางอรพรรณ พูลสวัสดิ์/นางสาวพรพิสุทธิ์ ศรีประไหม/นางสาวจรัสพรรณ อรุณแก้ว

ผู้เสนอโครงการ : นางอโนชา วิปุลากร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายสมศักดิ์ เลิศจีระจรัส

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 19

ชื่อโครงการ : โครงการโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพเพื่อเพิ่มโอกาสการเรียนรู้ตามนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้

ยุทธศาสตร์ : 1.2 ส่งเสริมเด็กวัยเรียนให้แข็งแรงและฉลาด

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 6. ร้อยละของเด็กวัยเรียนมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ด้านการบริโภคอาหาร กิจกรรมทางกาย และทันตสุขภาพ

cluster : กลุ่มวัยเรียน

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (19)7.1 พัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรในการเฝ้าระวังสุขภาพเด็กวัยเรียน

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : สถานการณ์ภาวะสุขภาพเด็กวัยเรียนในเขตสุขภาพที่ 1 เชียงใหม่ พบเด็กวัยเรียนสูงดีสมส่วนร้อยละ 62.28 ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน (เกณฑ์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 66) มีเพียง 1 จังหวัดเท่านั้นที่ได้ตามเกณฑ์มาตรฐานคือจังหวัดพะเยาร้อยละ 67.61 ส่วนอีก 7 จังหวัดยังพบปัญหาเด็กสูงดีสมส่วนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน มีความครอบคลุมของข้อมูลการเฝ้าระวังเพียงร้อยละ 35.34 นอกจากนี้ยังพบเด็กนักเรียนอ้วนเกินเกณฑ์มาตรฐานโดยมีภาพรวมของเขตสุขภาพร้อยละ 12.42 มีเพียงจังหวัดเดียวคือจังหวัดแม่ฮ่องสอนร้อยละ 8.59 ที่เหลืออีก 7 จังหวัด สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ส่วนเด็กเตี้ยพบเกินเกณฑ์คือร้อยละ 6.16 มี 4 จังหวัดที่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานคือ ลำปาง ลำพูน พะเยา และแพร่ จังหวัดที่เหลือสูงเกินเกณฑ์ เด็กนักเรียนมีภาวะผอมในภาพรวมของเขตต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานคือร้อยละ 4.96 (ข้อมูลการตรวจราชการ ตก.2 รอบที่ 2/2560) สถานการณ์เหล่านี้ถือเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการแก้ไข โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงที่พบเด็กอ้วน เตี้ย และผอม สถานการณ์การพัฒนาเด็กวัยเรียน โดยกลวิธีโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ พบว่ามีระดับการพัฒนาคือเป็นโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชรจำนวน 46 แห่ง ร้อยละ 1.28 ระดับทองจำนวน 2165 ร้อยละ 60.25 ระดับเงินจำนวน 735 แห่งร้อยละ 20.46 ระดับทองแดงจำนวน 463 ร้อยละ 12.89 ไม่เข้าระดับจำนวน 184 แห่งร้อยละ 5.12 และมีโรงเรียนที่ไม่เข้าร่วมการพัฒนาอีก 33 แห่ง จึงเป็นปัญหาภาพรวมของการพัฒนาที่ต้องเร่งรัดพัฒนาโดยต่อไป

วัตถุประสงค์ : 1.เพื่อส่งเสริมเด็กวัยเรียนให้สูงดีสมส่วน ฟันดีไม่มีผุและมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์(ด้านการบริโภคอาหาร กิจกรรมทางกาย และทันตสุขภาพ) 2.เพื่อส่งเสริมเด็กวัยเรียน ให้เจริญเติบโตเต็มศักยภาพและมีทักษะสุขภาพ 4 H (Head Hard Hand และ Health) และ 3 S (Strong Smart Smile) 3.เพื่อเสริมพลังประชารัฐ ภาคีเครือข่าย องค์กร เอกชน ท้องถิ่น ชุมชน ร่วมกันดำเนินการสนับสนุนและนำสินค้าและบริหารส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียนไปใช้อย่างเหมาะสม 4.เพื่อพัฒนารูปแบบงานอนามัยโรงเรียนที่มีคุณภาพ โดยความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงศึกษาธิการ ภายใต้โรงเรียนต้นแบบนักเรียนไทยสุขภาพดี

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1.ภาคีเครือข่ายในระดับจังหวัดได้รับการอบรมการเฝ้าระวังคัดกรองสายตาและอวัยวะฯ จำนวน 150 คน

วิธีการดำเนินงาน : กลยุทธ์ 1 ขับเคลื่อนเชิงนโยบายและแผนยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาเด็กวัยเรียน ภายใต้โครงการ โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพเพื่อเพิ่มโอกาสการเรียนรู้ตามนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ โดยมีกิจกรรมสำคัญคือ เพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพภาคีเครือข่ายเพื่อการพัฒนาสุขภาพเด็กวัยเรียน 4.0 กิจกรรมดำเนินการ (1)ประชุมถ่ายทอดนโยบายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนาเครือข่ายส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียน 4.0 ระดับเขตสุขภาพ (2) ประเมินรับรองโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชร(3)เยี่ยมเสริมพลัง พัฒนาโรงเรียนให้เป็นโรงเรียนต้นแบบนักเรียนไทยสุขภาพดี ผลักดันต่อยอดการพัฒนาโรงเรียนให้เป็นโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชร ตามความสมัครใจและความพร้อมของโรงเรียน กลยุทธ์ 2 พัฒนามาตรฐานและนวัตกรรมสุขภาพเด็กวัยเรียน ภายใต้โครงการ เด็กวัยเรียน สูงดีสมส่วน แข็งแรงและฉลาด โดยมีกิจกรรมที่สำคัญ ถอดบทเรียนผลงานและนวัตกรรมระดับพื้นที่ กิจกรรมดำเนินการ ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถอดบทเรียนงานโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชร, สูงดีสมส่วน, ChOPA &ChiPA, เด็กไทยแก้มใส โดย (1) ศึกษาระบบการคัดกรองส่งต่อและแก้ไขปัญหาเด็กอ้วนกลุ่มเสี่ยงในสถานศึกษา สถานบริการสาธารณสุขอละคลินิก DPAC เขตสุขภาพที่ 1 เชียงใหม่ (2)ศึกษาการนำค่ากลางไปใช้ในการขับเคลื่อนการพัฒนาเด็กวัยเรียน ภายใต้กลวิธีโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ ในตำบลต้นแบบบูรณาการ (3) การศึกษารูปแบบการบริหารจัดการโครงการอาหารกลางวันแบบพึ่งพาตนเองได้ของโรงเรียนเด็กไทยแก้มใส กลยุทธ์ 3 พัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพบุคลากร ภายใต้โครงการ พัฒนาสุขภาพเด็กวัยเรียนเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านสติปัญญาและสายตา(เด็กไทยสายตาดี) โดยมีกิจกรรมที่สำคัญ พัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรในการเฝ้าระวังสุขภาพเด็กวัยเรียน กิจกรรมดำเนินการ (1)อบรมเพิ่มพูนความรู้แก่บุคลากรในการเฝ้าระวังคัดกรองสายตาและอวัยวะที่มีผลต่อการเรียนรู้ (หู เหา ซีด Learning Disorder ฯลฯ) และเด้กอ้วนเข้าสู่ Service Plan โดยดำเนินการในระดับจังหวัด (2) เข้าร่วมประชุมกับส่วนกลาง กลยุทธ์ 4 พัฒนาระบบสารสนเทศและการกำกับติดตาม ภายใต้โครงการ เสริมสร้างพฤติกรรมเพื่อลดความเสี่ยงการตั้งครรภ์ของเด็กวัยเรียน โดยมีกิจกรรมสำคัญ รณรงค์ความรอบรู้สุขภาพเด็กวัยเรียน (HL) ระดับพื้นที่และผ่านสื่อ กิจกรรมดำเนินการ (1) จัดกิจกรรมรณรงค์เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ความรอบรู้สุขภาพเด็กวัยเรียนผ่านสื่อ Social Media : กิน (ไข่ นม ผัก) นอน เล่น(กระโดดโลดเต้น) แปรง สะอาด ฉลาด (2) เยี่ยมเสริมพลัง ติดตามการดำเนินงานโครงการเด็กไทยสายตาดี,โครงการเด็กวัยเรียนสูงสมส่วน แข็งแรงและฉลาด,โครงการโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพเพื่อเพิ่มโอกาสการเรียนรู้ตามนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 อบรมเพิ่มพูนความรู้แก่บุคลากรในการเฝ้าระวังคัดกรองสายตาและอวัยวะที่มีผลต่อการเรียนรู้ (หู เหา ซีด Learning Disorder ฯลฯ) และเด็กอ้วนเข้าสู่ Service Plan ดำเนินการอบรมในระดับจังหวัด 1 ก.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561 120,000.00
2 เข้าร่วมประชุมการพัฒนาเด็กวัยเรียนร่วมกับกรมอนามัย (โดยส่วนกลางเป็นผู้จัด) 1 พ.ย. 2560 - 31 ก.ค. 2561 91,650.00
รวมเป็นเงิน 211,650.00
งบประมาณ : 211,650.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 พ.ย. 2560 - 31 ก.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1.เด็กวัยเรียนสูงดีสมส่วน ฟันดีไม่มีผุและมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์(ด้านการบริโภคอาหาร กิจกรรมทางกาย และทันตสุขภาพ) 2.เด็กวัยเรียนได้รับการส่งเสริมให้เจริญเติบโตเต็มศักยภาพและมีทักษะสุขภาพ 4 H (Head Hard Hand และ Health) และ 3 S (Strong Smart Smile) 3.พลังประชารัฐ ภาคีเครือข่าย องค์กร เอกชน ท้องถิ่น ชุมชน ร่วมกันดำเนินการสนับสนุนและนำสินค้าและบริหารส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียนไปใช้อย่างเหมาะสม 4.รูปแบบงานอนามัยโรงเรียนได้รับการพัฒนาให้มีคุณภาพ โดยความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงศึกษาธิการ ภายใต้โรงเรียนต้นแบบนักเรียนไทยสุขภาพดี

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางอโนชา วิปุลากร/นางพลอยเนตร ชนานันท์พจนิธิ /นางอรพรรณ พูลสวัสดิ์/นางสาวพรพิสุทธิ์ ศรีประไหม/นางสาวจรัสพรรณ อรุณแก้ว

ผู้เสนอโครงการ : นางอโนชา วิปุลากร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายสมศักดิ์ เลิศจีระจรัส

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 20

ชื่อโครงการ : โครงการเสริมสร้างพฤติกรรมเพื่อลดความเสี่ยงการตั้งครรภ์ของเด็กวัยเรียน

ยุทธศาสตร์ : 1.2 ส่งเสริมเด็กวัยเรียนให้แข็งแรงและฉลาด

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 5. ร้อยละของเด็กวัยเรียน (6-14 ปี) สูงดีสมส่วน ฟันไม่ผุ (caries free) และเด็กอายุ 12 ปี มีส่วนสูงเฉลี่ยตามเกณฑ์

cluster : กลุ่มวัยเรียน

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (22)8.2 รณรงค์ความรอบรู้สุขภาพเด็กวัยเรียน(HL) ในระดับพื้นที่และผ่านสื่อ

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : สถานการณ์ภาวะสุขภาพเด็กวัยเรียนในเขตสุขภาพที่ 1 เชียงใหม่ พบเด็กวัยเรียนสูงดีสมส่วนร้อยละ 62.28 ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน (เกณฑ์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 66) มีเพียง 1 จังหวัดเท่านั้นที่ได้ตามเกณฑ์มาตรฐานคือจังหวัดพะเยาร้อยละ 67.61 ส่วนอีก 7 จังหวัดยังพบปัญหาเด็กสูงดีสมส่วนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน มีความครอบคลุมของข้อมูลการเฝ้าระวังเพียงร้อยละ 35.34 นอกจากนี้ยังพบเด็กนักเรียนอ้วนเกินเกณฑ์มาตรฐานโดยมีภาพรวมของเขตสุขภาพร้อยละ 12.42 มีเพียงจังหวัดเดียวคือจังหวัดแม่ฮ่องสอนร้อยละ 8.59 ที่เหลืออีก 7 จังหวัด สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ส่วนเด็กเตี้ยพบเกินเกณฑ์คือร้อยละ 6.16 มี 4 จังหวัดที่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานคือ ลำปาง ลำพูน พะเยา และแพร่ จังหวัดที่เหลือสูงเกินเกณฑ์ เด็กนักเรียนมีภาวะผอมในภาพรวมของเขตต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานคือร้อยละ 4.96 (ข้อมูลการตรวจราชการ ตก.2 รอบที่ 2/2560) สถานการณ์เหล่านี้ถือเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการแก้ไข โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงที่พบเด็กอ้วน เตี้ย และผอม สถานการณ์การพัฒนาเด็กวัยเรียน โดยกลวิธีโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ พบว่ามีระดับการพัฒนาคือเป็นโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชรจำนวน 46 แห่ง ร้อยละ 1.28 ระดับทองจำนวน 2165 ร้อยละ 60.25 ระดับเงินจำนวน 735 แห่งร้อยละ 20.46 ระดับทองแดงจำนวน 463 ร้อยละ 12.89 ไม่เข้าระดับจำนวน 184 แห่งร้อยละ 5.12 และมีโรงเรียนที่ไม่เข้าร่วมการพัฒนาอีก 33 แห่ง จึงเป็นปัญหาภาพรวมของการพัฒนาที่ต้องเร่งรัดพัฒนาโดยต่อไป

วัตถุประสงค์ : 1.เพื่อส่งเสริมเด็กวัยเรียนให้สูงดีสมส่วน ฟันดีไม่มีผุและมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์(ด้านการบริโภคอาหาร กิจกรรมทางกาย และทันตสุขภาพ) 2.เพื่อส่งเสริมเด็กวัยเรียน ให้เจริญเติบโตเต็มศักยภาพและมีทักษะสุขภาพ 4 H (Head Hard Hand และ Health) และ 3 S (Strong Smart Smile) 3.เพื่อเสริมพลังประชารัฐ ภาคีเครือข่าย องค์กร เอกชน ท้องถิ่น ชุมชน ร่วมกันดำเนินการสนับสนุนและนำสินค้าและบริหารส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียนไปใช้อย่างเหมาะสม 4.เพื่อพัฒนารูปแบบงานอนามัยโรงเรียนที่มีคุณภาพ โดยความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงศึกษาธิการ ภายใต้โรงเรียนต้นแบบนักเรียนไทยสุขภาพดี

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
รณรงค์ เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ความรอบรู้สุขภาพเด็กวัยเรียน 8 จังหวัด

วิธีการดำเนินงาน : กลยุทธ์ 1 ขับเคลื่อนเชิงนโยบายและแผนยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาเด็กวัยเรียน ภายใต้โครงการ โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพเพื่อเพิ่มโอกาสการเรียนรู้ตามนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ โดยมีกิจกรรมสำคัญคือ เพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพภาคีเครือข่ายเพื่อการพัฒนาสุขภาพเด็กวัยเรียน 4.0 กิจกรรมดำเนินการ (1)ประชุมถ่ายทอดนโยบายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนาเครือข่ายส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียน 4.0 ระดับเขตสุขภาพ (2) ประเมินรับรองโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชร(3)เยี่ยมเสริมพลัง พัฒนาโรงเรียนให้เป็นโรงเรียนต้นแบบนักเรียนไทยสุขภาพดี ผลักดันต่อยอดการพัฒนาโรงเรียนให้เป็นโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชร ตามความสมัครใจและความพร้อมของโรงเรียน กลยุทธ์ 2 พัฒนามาตรฐานและนวัตกรรมสุขภาพเด็กวัยเรียน ภายใต้โครงการ เด็กวัยเรียน สูงดีสมส่วน แข็งแรงและฉลาด โดยมีกิจกรรมที่สำคัญ ถอดบทเรียนผลงานและนวัตกรรมระดับพื้นที่ กิจกรรมดำเนินการ ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถอดบทเรียนงานโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชร, สูงดีสมส่วน, ChOPA &ChiPA, เด็กไทยแก้มใส โดย (1) ศึกษาระบบการคัดกรองส่งต่อและแก้ไขปัญหาเด็กอ้วนกลุ่มเสี่ยงในสถานศึกษา สถานบริการสาธารณสุขอละคลินิก DPAC เขตสุขภาพที่ 1 เชียงใหม่ (2)ศึกษาการนำค่ากลางไปใช้ในการขับเคลื่อนการพัฒนาเด็กวัยเรียน ภายใต้กลวิธีโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ ในตำบลต้นแบบบูรณาการ (3) การศึกษารูปแบบการบริหารจัดการโครงการอาหารกลางวันแบบพึ่งพาตนเองได้ของโรงเรียนเด็กไทยแก้มใส กลยุทธ์ 3 พัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพบุคลากร ภายใต้โครงการ พัฒนาสุขภาพเด็กวัยเรียนเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านสติปัญญาและสายตา(เด็กไทยสายตาดี) โดยมีกิจกรรมที่สำคัญ พัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรในการเฝ้าระวังสุขภาพเด็กวัยเรียน กิจกรรมดำเนินการ (1)อบรมเพิ่มพูนความรู้แก่บุคลากรในการเฝ้าระวังคัดกรองสายตาและอวัยวะที่มีผลต่อการเรียนรู้ (หู เหา ซีด Learning Disorder ฯลฯ) และเด้กอ้วนเข้าสู่ Service Plan โดยดำเนินการในระดับจังหวัด (2) เข้าร่วมประชุมกับส่วนกลาง กลยุทธ์ 4 พัฒนาระบบสารสนเทศและการกำกับติดตาม ภายใต้โครงการ เสริมสร้างพฤติกรรมเพื่อลดความเสี่ยงการตั้งครรภ์ของเด็กวัยเรียน โดยมีกิจกรรมสำคัญ รณรงค์ความรอบรู้สุขภาพเด็กวัยเรียน (HL) ระดับพื้นที่และผ่านสื่อ กิจกรรมดำเนินการ (1) จัดกิจกรรมรณรงค์เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ความรอบรู้สุขภาพเด็กวัยเรียนผ่านสื่อ Social Media : กิน (ไข่ นม ผัก) นอน เล่น(กระโดดโลดเต้น) แปรง สะอาด ฉลาด (2) เยี่ยมเสริมพลัง ติดตามการดำเนินงานโครงการเด็กไทยสายตาดี,โครงการเด็กวัยเรียนสูงสมส่วน แข็งแรงและฉลาด,โครงการโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพเพื่อเพิ่มโอกาสการเรียนรู้ตามนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดกิจกรรมรณรงค์เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ความรอบรู้สุขภาพเด็กวัยเรียนผ่านสื่อ Social Media : กิน (ไข่ นม ผัก) นอน เล่น (กระโดดโลดเต้น) แปรง สะอาด ฉลาด 1 เม.ย. 2561 - 30 เม.ย. 2561 20,000.00
2 เยี่ยมเสริมพลัง ติดตามการดำเนินงานโครงการเด็กไทยสายตาดี,โครงการเด็กวัยเรียนสูงสมส่วน แข็งแรงและฉลาด,โครงการโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพเพื่อเพิ่มโอกาสการเรียนรู้ตามนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ 1 มิ.ย. 2561 - 31 ส.ค. 2561 81,150.00
รวมเป็นเงิน 101,150.00
งบประมาณ : 101,150.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 เม.ย. 2561 - 31 ส.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1.เด็กวัยเรียนสูงดีสมส่วน ฟันดีไม่มีผุและมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์(ด้านการบริโภคอาหาร กิจกรรมทางกาย และทันตสุขภาพ) 2.เด็กวัยเรียนได้รับการส่งเสริมให้เจริญเติบโตเต็มศักยภาพและมีทักษะสุขภาพ 4 H (Head Hard Hand และ Health) และ 3 S (Strong Smart Smile) 3.พลังประชารัฐ ภาคีเครือข่าย องค์กร เอกชน ท้องถิ่น ชุมชน ร่วมกันดำเนินการสนับสนุนและนำสินค้าและบริหารส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียนไปใช้อย่างเหมาะสม 4.รูปแบบงานอนามัยโรงเรียนได้รับการพัฒนาให้มีคุณภาพ โดยความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงศึกษาธิการ ภายใต้โรงเรียนต้นแบบนักเรียนไทยสุขภาพดี

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางอโนชา วิปุลากร/นางพลอยเนตร ชนานันท์พจนิธิ /นางอรพรรณ พูลสวัสดิ์/นางสาวพรพิสุทธิ์ ศรีประไหม/นางสาวจรัสพรรณ อรุณแก้ว

ผู้เสนอโครงการ : นางอโนชา วิปุลากร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายสมศักดิ์ เลิศจีระจรัส

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 21

ชื่อโครงการ : โครงการส่งเสริมการจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานบริการสาธารณสุขสู่ชุมชน (GREEN & CLEAN)

ยุทธศาสตร์ : 2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 15. ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างน้อยตำบลละ 1 ชุมชน

cluster : กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (53)17.2 ส่งเสริมการดำเนินงาน GREEN&CLEAN Hospital

แผนจัดสรรงบประมาณ :   3. แผนงานบูรณาการบริหารจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม

หลักการและเหตุผล : โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นหน่วยงานที่ให้บริการประชาชน ทั้งด้านการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค และการรักษาพยาบาลในแต่ละวันจึงมีกิจกรรมที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งทางตรงและทางอ้อม เช่น การเกิดขยะ น้ำเสีย สิ่งปฏิกูล รวมไปถึงการใช้พลังงาน และสารเคมีในกิจกรรมต่างๆ ด้วย ส่งเสริมการจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานบริการสาธารณสุขสู่ชุมชน โดยเริ่มต้นในโรงพยาบาลโดยใช้หลักการสุขาภิบาล อย่างยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Sustainable and Ecological Sanitation) คือ กลยุทธ์ CLEAN และกิจกรรม GREEN เพื่อให้บริหารจัดการสิ่งแวดล้อมในโรงพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ และไม่ส่งผลกระทบ ต่อชุมชนโดยรอบ รวมถึงการเป็นต้นแบบด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมแก่ผู้มารับบริการ เพื่อขยายผลลงสู่ชุมชนและภาคีเครือข่ายต่อไป เกิดเป็นชุมชนที่เข้มแข็ง

วัตถุประสงค์ : 1.เพื่อพัฒนารพ.สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ผ่าน GREEN & CLEAN Hospital 1.1 รพ.สังกัดกระทรวงสาธารณสุขผ่านเกณฑ์ระดับพื้นฐานขึ้นไป ร้อยละ 100 1.2 รพ.สังกัดกระทรวงสาธารณสุขผ่านเกณฑ์ระดับดี ร้อยละ 20 1.3 รพ.สังกัดกระทรวงสาธารณสุขผ่านเกณฑ์ระดับดีมากจังหวัดละ 1 แห่ง 2.เพื่อพัฒนาฐานข้อมูลการจัดการมูลฝอยติดเชื้ออย่างถูกต้องตามกฎหมาย 3.เพื่อพัฒนาศักยภาพชุมชนในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมได้ตามบริบท

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1.โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขผ่าน GREEN & CLEAN Hospital 1.1 รพ.สังกัดกระทรวงสาธารณสุขผ่านเกณฑ์ระดับพื้นฐานขึ้นไป ร้อยละ 100 1.2 รพ.สังกัดกระทรวงสาธารณสุขผ่านเกณฑ์ระดับดี ร้อยละ 20 1.3 รพ.สังกัดกระทรวงสาธารณสุขผ่านเกณฑ์ระดับดีมากจังหวัดละ 1 แห่ง 2.มีฐานข้อมูลการจัดการมูลฝอยติดเชื้ออย่างถูกต้องตามกฎหมาย 3.ชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมได้ตามบริบท

วิธีการดำเนินงาน : 1.วิเคราะห์ข้อมูลและสถานการณ์ 2.วางแผนร่วมกับเครือข่าย สื่อสารสร้างการรับรู้กับพื้นที่เป้าหมาย 3.พัฒนาระบบฐานข้อมูลในด้าน GREEN & CLEAN Hospital การจัดการมูลฝอยติดเชื้อ Active community ที่สอดคล้องกับการทำงานพื้นที่ 4.ร่วมติดตามและประเมินผลร่วมกับภาคีเครือข่ายในการพัฒนาองค์ความรู้ มาตรฐาน นวัตกรรม ด้าน GREEN ในสถานบริการสาธารณสุขมุ่งสู่ชุมชน Active community 5.ติดตาม ประเมินผล

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 สนับสนุนและพัฒนาการดำเนินงาน รวมถึงชุดตรวจภาคสนามสำหรับโรงพยาบาลศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ (พัฒนาศักยภาพการเป็นต้นแบบด้าน GREEN & CLEAN Hospital) 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 3,780.00
2 สนับสนุนการดำเนินงานภายใต้กิจกรรมและกลยุทธ์หลัก GREEN & CLEAN Hospital (เยี่ยมเสริมพลัง, สนับสนุนทางวิชาการ) 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 178,320.00
3 ประชุมชี้แจงและถอดบทเรียนในการขยายผลยกระดับเครือข่ายในการดำเนินงานอนามัยสิ่งแวดล้อม 1 ธ.ค. 2560 - 31 ส.ค. 2561 187,840.00
รวมเป็นเงิน 369,940.00
งบประมาณ : 369,940.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1.เป็นต้นแบบด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม เพื่อขยายผลสู่ชุมชนและภาคีเครือข่าย 2.มีฐานข้อมูลการจัดการมูลฝอยติดเชื้ออย่างถูกต้องตามกฎหมาย 3.ชุมชนมีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมได้ตามบริบท

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางเขมจิรา กออำไพ, น.ส.อิฏฐวรา สำแดงสุข

ผู้เสนอโครงการ : นายวิภู กฤษณุรักษ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายวิภู กฤษณุรักษ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 22

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาคุณภาพการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมและการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข

ยุทธศาสตร์ : 2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 15. ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างน้อยตำบลละ 1 ชุมชน

cluster : กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (56)18.2 ขับเคลื่อนการบังคับใช้กฎหมาย

แผนจัดสรรงบประมาณ :   3. แผนงานบูรณาการบริหารจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม

หลักการและเหตุผล : กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมอนามัย มีหน้าที่ส่งเสริมการพัฒนามาตรฐานการจัดการสิ่งแวดล้อมเพื่อสุขภาพ จึงได้กำหนดแนวทางดำเนินงานอนามัยสิ่งแวดล้อม และเกณฑ์ประเมินคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(Environmental Health Accreditation : EHA) เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาการบริการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้มีกระบวนการดำเนินงานอย่างเป็นระบบและมีคุณภาพได้มาตรฐานวิชาการ สอดคล้องกับกฎหมายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (พ.ร.บ.เทศบาล, พ.ร.บ.สภาตําบลและองค์การบริหารส่วนตําบล, พ.ร.บ.ปกครองพิเศษ กทม.และพัทยา) และ พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.๒๕๓๕ และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.๒๕๕๐ เพื่อพัฒนาการจัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม และคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยมีสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และกรมอนามัยเป็นผู้ให้คำแนะนำด้านวิชาการ ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ จึงได้จัดทำโครงการขึ้นมาเพื่อสนับสนุนการประเมินรับรองคุณภาพระบบบริการฯ การแลกเปลี่ยนประสบการ์ ความรู้ และประสานการดำเนินงานระหว่างหน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุขและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงบุคลากรที่มีความรู้ ประสบการณ์ ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 1

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อพัฒนาและปรับปรุงกฎหมายด้านการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อม 2. สนับสนุนการขับเคลื่อนการบังคับใช้กฎหมาย

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีระบบบริการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมที่ได้มาตรฐาน ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50

วิธีการดำเนินงาน : 1.ชี้แจงแนวทางการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ 2561 2.สนับสนุนสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในการชี้แจงแนวทางการดำเนินงาน 3.แต่งตั้งคณะทำงานพัฒนาคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เขตสุขภาพที่ 1 4.ตรวจประเมินรับรองคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น ประสบการณ์ในการดำเนินงาน 5.สรุปผลการดำเนินงาน

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ร่วมประชุมและติดตามการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการสาธารณสุขจังหวัด 1 ม.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561 20,000.00
2 สนับสนุนสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในการชี้แจงแนวทางการดำเนินงานแก่ผู้รับผิดชอบระดับจังหวัด/อำเภอ 1 ธ.ค. 2560 - 31 ม.ค. 2561 11,360.00
3 ประเมินคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (EHA) 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 100,000.00
รวมเป็นเงิน 131,360.00
งบประมาณ : 131,360.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเห็นโอกาสในการพัฒนาและมีช่องทางในการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นายศุภวิทย์ อมรยุทธ์, นายสราวุธ ปิ่นแก้ว

ผู้เสนอโครงการ : นายวิภู กฤษณุรักษ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายวิภู กฤษณุรักษ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 23

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาการจัดการสิ่งปฏิกูลเพื่อลดการปนเปื้อนสู่แหล่งน้ำ

ยุทธศาสตร์ : 2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 15. ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างน้อยตำบลละ 1 ชุมชน

cluster : กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (61)21.1 ประเมินสถานการณ์และพัฒนาระบบฐานข้อมูลการจัดการสิ่งปฏิกูล

แผนจัดสรรงบประมาณ :   4. แผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ

หลักการและเหตุผล : พื้นที่เขตสุขภาพที่ 1 เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่พบอัตราการติดเชื้อโรคพยาธิใบไม้ในตับสูง ประชาชนยังคงมีพฤติกรรมรับประทานปลาดิบอยู่ มีการตรวจพบพยาธิใม้ในตับในปลาน้ำจืดและไข่พยาธิใบไม้ในตับในแหล่งน้ำธรรมชาติ องค์กรปกครองส่วนท้องไม่สามารถจัดบริการและควบคุมกิจการเก็บขนและกำจัดสิ่งปฏิกูลของเอกชนให้ถูกต้องตามกฏหมายและหลักสุขาภิบาลได้เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างระบบบำบัดสิ่งปฏิกูลแบบบ่อหมักไร้อากาศที่กรมอนามัยแนะนำสูงเกินไป กลุ่มพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ มีแนวคิดที่จะแก้ไชปัญหาการขาดแคลนระบบบำบัดฯด้วยการนำระบบบำบัดสิ่งปฏิกูลชนิดลานอบทรายกรองซึ่งได้รับความนิยมในพื้นที่ภาคอีสานของประเทศมาทดลองเดินระบบและทดสอบความเหมาะสมของการใช้งานในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 1 รวมถึงมองหาแนวทางการต่อยอดรูปแบบการกำจัดสิ่งปฏิกูลที่เหมาะสมในอนาคตต่อไป จึงได้จัดทำโครงการขึ้นเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ตามแนวคิดดังกล่าว

วัตถุประสงค์ : พัฒนารูปแบบการจัดการสิ่งปฏิกูล

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
รูปแบบการจัดการสิ่งปฏิกูล

วิธีการดำเนินงาน : 1.ประสานพื้นที่เป้าหมายที่มีความพร้อมในการสร้างระบบบำบัดสิ่งปฏิกูล 2.สนับสนุนการเตรียมความพร้อมในการกำหนดรูปแบบ พื้นที่ก่อสร้าง และควบคุมการก่อสร้าง 3.สนับสนุนการทดลองเดินระบบบำบัดสิ่งปฏิกูลและทดสอบประสิทธิภาพของระบบบำบัดสิ่งปฏิกูล 4.ตรวจสอบความชื้นไข่พยาธิในกากตะกอน และขาพยายธิในน้ำทิ้งจากระบบบำบัดสิ่งปฏิกูล 5.ประชุมสรุปผลการทดสอบประสิทธิภาพของระบบบำบัดสิ่งปฏิกูล

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 สนับสนุนการเตรียมความพร้อมในการกำหนดรูปแบบ พื้นที่ก่อสร้าง และควบคุมการก่อสร้าง 1 ม.ค. 2561 - 28 ก.พ. 2561 4,800.00
2 สนับสนุนการทดลองเดินระบบบำบัดสิ่งปฏิกูลและทดสอบประสิทธิภาพของระบบบำบัดสิ่งปฏิกูล 1 ก.พ. 2561 - 31 มี.ค. 2561 9,750.00
3 ประชุมสรุปผลการทดสอบประสิทธิภาพของระบบบำบัดสิ่งปฏิกูล 1 ก.ค. 2561 - 31 ส.ค. 2561 73,450.00
รวมเป็นเงิน 88,000.00
งบประมาณ : 88,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ม.ค. 2561 - 31 ส.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : ลดความเสี่ยงการเชื้อเชื้อโรคพยาธิใบไม้ในตับ

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นายศุภวิทย์ อมรยุทธ์

ผู้เสนอโครงการ : นายวิภู กฤษณุรักษ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายวิภู กฤษณุรักษ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 24

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาบุคลากรภาครัฐ

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 21. คะแนนการประเมินระดับคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน ตามระบบ ITA โดย ปปท.

cluster : กลุ่ม FIN

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (79)25.6 การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ

แผนจัดสรรงบประมาณ :   10. แผนงานบุคลากรภาครัฐ

หลักการและเหตุผล :

วัตถุประสงค์ : เพื่อสนับสนุนกิจกรรมดำเนินงานและระบบบริหารจัดการของหน่วยงาน

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
หน่วยงานบริหารจัดการค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ์ตามเป้าหมาย 1 หน่วยงาน

วิธีการดำเนินงาน :

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ์ให้บุคลากรศูนย์ฯ 1 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 4,394,712.00
รวมเป็นเงิน 4,394,712.00
งบประมาณ : 4,394,712.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : สนับสนุนกิจกรรมดำเนินงานและระบบบริหารจัดการของหน่วยงาน

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางอุบลศรี ไชยซาววงค์/นางสาววาสนา ไชยคำ

ผู้เสนอโครงการ : นางสาววาสนา ไชยคำ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางอุบลศรี ไชยซาววงค์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 25

ชื่อโครงการ : โครงการบริหารจัดการหน่วยงาน

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 21. คะแนนการประเมินระดับคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน ตามระบบ ITA โดย ปปท.

cluster : กลุ่ม FIN

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (78)25.5 การบริหารจัดการหน่วยงาน

แผนจัดสรรงบประมาณ :   7. แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาด้านสาธารณสุขและสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก

หลักการและเหตุผล :

วัตถุประสงค์ : เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานให้บรรลุเป้าหมายองค์กรเป็นองค์กรที่มีคุณธรรม มีสมรรถนะสูง

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
หน่วยงานบริหารจัดการสนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์อนามัยที่ 1 เป้าหมาย 1 หน่วยงาน

วิธีการดำเนินงาน :

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 จ้างเหมาทำความสะอาด(แผนเชิงรุก) 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 257,500.00
2 ค่าสาธารณูปโภค-ไฟฟ้า(แผนช่วงวัย) 1 ต.ค. 2560 - 30 เม.ย. 2561 1,564,873.00
3 ค่าสาธารณูปโภค-ประปา(แผนช่วงวัย) 1 ต.ค. 2560 - 31 ม.ค. 2561 629,481.00
4 จ้างเหมาทำความสะอาด(แผนช่วงวัย) 1 ธ.ค. 2560 - 31 พ.ค. 2561 1,802,500.00
5 ค่าสาธารณูปโภค-ประปา(แผนสูงอายุ) 1 ก.พ. 2561 - 28 ก.พ. 2561 130,000.00
6 จ้างเหมาทำความสะอาด(แผนสูงอายุ) 1 มิ.ย. 2561 - 30 มิ.ย. 2561 250,000.00
7 วัสดุสำนักงาน/วัสดุคอมพิวเตอร์(แผนสิ่งแวดล้อม) 1 ต.ค. 2560 - 31 พ.ค. 2561 105,400.00
8 ค่าสาธารณูปโภค-โทรศัพท์(แผนน้ำ) 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 126,900.00
9 ค่าสาธารณูปโภค-ประปา(แผนเศรษฐกิจพิเศษ) 1 มี.ค. 2561 - 30 เม.ย. 2561 260,000.00
10 ค่าสาธารณูปโภค-ไฟฟ้า(แผนสูงอายุ) 1 มี.ค. 2561 - 31 มี.ค. 2561 242,664.77
11 เวชภัณฑ์ยา 1 มี.ค. 2561 - 31 มี.ค. 2561 1,257,335.23
12 ค่าไฟฟ้า (แผนศักยภาพคน) 1 พ.ค. 2561 - 31 พ.ค. 2561 308,000.00
13 ค่าประปา(แผนศักยภาพคน) 1 มิ.ย. 2561 - 30 มิ.ย. 2561 125,512.00
รวมเป็นเงิน 7,060,166.00
งบประมาณ : 7,060,166.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : สนับสนุนการดำเนินงานให้บรรลุเป้าหมายองค์กรเป็นองค์กรที่มีคุณธรรม มีสมรรถนะสูง

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางอุบลศรี ไชยซาววงค์

ผู้เสนอโครงการ : นางอุบลศรี ไชยซาววงค์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางอุบลศรี ไชยซาววงค์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 26

ชื่อโครงการ : โครงการน้ำบริโภคปลอดภัยและสุขอนามัยของประชาชน

ยุทธศาสตร์ : 2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 15. ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างน้อยตำบลละ 1 ชุมชน

cluster : กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (59)20.1 ประเมินและพัฒนาระบบการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภค

แผนจัดสรรงบประมาณ :   4. แผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ

หลักการและเหตุผล : น้ำบริโภคที่สะอาด ปลอดภัย เป้นสิ่งจำเป้นสำหรับการดำรงชีพ ของสิ่งมีชีวิต ตามข้อมูลสถิติ ประเทศไทยมีตามกระบวนทัศน์ “การพัฒนาที่ยั่งยืน” โดยประเด็นสำคัญของวาระการพัฒนาภายหลังปี พ.ศ. 2558 คือ การจัดทำเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals–SDGs) โดยมีเป้าหมายการพัฒนาในการรับรองการมีน้ำใช้ การจัดการน้ำและสุขาภิบาลที่ยั่งยืน ปัจจุบันปัญหาการขาดแคลนน้ำส่งผลกระทบต่อประชาชนทั่วโลกมากกว่า 40 % สิ่งที่น่าตกใจคือคาดว่าจะมีการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกที่เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แม้ว่าประชาชน 2,100 ล้านคน ได้รับการเข้าถึงการสุขาภิบาลน้ำที่ดีขึ้นตั้งแต่ปี 2533 แต่การขาดแคลนอุปกรณ์สำหรับน้ำดื่มที่ปลอดภัยยังคงเป็นปัญหาหลักที่ส่งผลกระทบต่อทุกทวีป ภายในปี 2573 การทำให้มีน้ำดื่มที่ปลอดภัยและราคาเหมาะสม จำเป็นต้องมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสม โดยจัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกด้านสุขอนามัยและส่งเสริมสุขอนามัยในทุกระดับ ปกป้องและฟื้นฟูระบบนิเวศน์ที่เกี่ยวข้องกับน้ำ เช่น ป่าไม้ ภูเขาและแม่น้ำ พื้นที่ชุ่มน้ำเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องดูแล ถ้าหากเราจะลดการขาดแคลนน้ำ

วัตถุประสงค์ : 1.เพื่อติดตามการพัฒนายกระดับระบบประปาของ อปท.มีการพัฒนาคุณภาพน้ำได้ตามเกณฑ์มาตรฐาน 100 แห่ง 2.เพื่อติดตามการพัฒนายกระดับระบบประปาหมู่บ้านได้รับการตรวจสอบมาตรฐาน 300 แห่ง 3.เพื่อติดตามการพัฒนาเครือข่ายประชาชน และเพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภค 4 รูปแบบ 4.เพื่อติดตามการพัฒนาตำบลมีชุมชนเข้มแข็งด้านการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภค จำนวน 1 ชุมชน

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1.ระบบประปาของ อปท.มีการพัฒนาคุณภาพน้ำได้ตามเกณฑ์มาตรฐาน 100 แห่ง 2.ระบบประปาหมู่บ้านได้รับการตรวจสอบมาตรฐาน 300 แห่ง 3.เครือข่ายประชาชนได้รัการพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภค 4 รูปแบบ 4.ตำบลมีชุมชนเข้มแข็งด้านการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภค 1 ชุมชน

วิธีการดำเนินงาน : 1.วิเคราะห์ข้อมูลและสถานการณ์ 2.วางแผนร่วมกับเครือข่าย สื่อสารสร้างการรับรู้กับพื้นที่เป้าหมาย 3.พัฒนายกระดับระบบประปาที่สอดคล้องกับการทำงานพื้นที่ ดังนี้ - ระบบประปาของ อปท.มีการพัฒนาคุณภาพน้ำได้ตามเกณฑ์มาตรฐาน 100 แห่ง - ระบบประปาหมู่บ้านได้รับการตรวจสอบมาตรฐาน 300 แห่ง - เครือข่ายประชาชนได้รัการพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภค 4 รูปแบบ - ตำบลมีชุมชนเข้มแข็งด้านการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภค 1 ชุมชน 4.ร่วมติดตามและประเมินผลร่วมกับภาคีเครือข่ายในการพัฒนาองค์ความรู้ มาตรฐาน นวัตกรรม มุ่งสู่ชุมชน Active community ดังนี้ - ระบบประปาของ อปท.มีการพัฒนาคุณภาพน้ำได้ตามเกณฑ์มาตรฐาน 100 แห่ง - ระบบประปาหมู่บ้านได้รับการตรวจสอบมาตรฐาน 300 แห่ง - เครือข่ายประชาชนได้รัการพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภค 4 รูปแบบ - ตำบลมีชุมชนเข้มแข็งด้านการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภค 1ชุมชน 5. ติดตาม ประเมินผล

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ติดตามและนิเทศงานพร้อมเก็บตัวอย่างน้ำ 1 พ.ย. 2560 - 30 ก.ย. 2561 39,900.00
2 จัดประชุมการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำภาคเหนือตอนบน 1 พ.ย. 2560 - 30 พ.ย. 2560 3,800.00
3 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการฯ 1 พ.ย. 2560 - 30 พ.ย. 2560 19,800.00
รวมเป็นเงิน 63,500.00
งบประมาณ : 63,500.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 พ.ย. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1.ระบบประปาของ อปท.มีการพัฒนาคุณภาพน้ำได้ตามเกณฑ์มาตรฐาน 100 แห่ง 2.ระบบประปาหมู่บ้านได้รับการตรวจสอบมาตรฐาน 300 แห่ง 3.เครือข่ายประชาชนได้รัการพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภค 4 รูปแบบ 4.ตำบลมีชุมชนเข้มแข็งด้านการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภค 8 ชุมชน

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางเขมจิรา กออำไพ, น.ส.อิฏฐวรา สำแดงสุข, นายสราวุธ ปิ่นแก้ว

ผู้เสนอโครงการ : นายวิภู กฤษณุรักษ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายวิภู กฤษณุรักษ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 27

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ

ยุทธศาสตร์ : 2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 16. จังหวัดในเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษมีฐานข้อมูลการเฝ้าระวังด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม

cluster : กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (64)22.1 เฝ้าระวังและพัฒนาขีดความสามารถ จนท.สธ/อปท.ในการดำเนินงานอนามัยสิ่งแวดล้อมพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ

แผนจัดสรรงบประมาณ :   5. แผนงานบูรณาการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ

หลักการและเหตุผล : ตามที่ประเทศไทยกำหนดพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจพิเศษเพื่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจในภูมิภาค ซึ่งพื้นที่เขตสุขภาพที่ 1 มีพื้นที่จังหวัดเชียงราย ประกอบด้วย อำเภอเชียงแสน อำเภอเชียงของ และอำเภอแม่สาย เป็นพื้นที่เป้าหมายการพัฒนา อย่างไรก็ตามเพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยังยืนจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องการเตรียมการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อป้องกันและลดผลกระทบต่อสุขภาพที่อาจเกิดขึ้น ทั้งนี้จากข้อมูลการดำเนินงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ทั้ง 3 อำเภอ (ข้อมูล ณ วันที่ 6 กันยายน 2560) พบว่า ปัญหาอนามัยสิ่งแวดล้อมสำคัญปัญหาที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประสบมากที่สุด คือ การเกิดสาธารณภัยและอุบัติภัย และเรื่องร้องเรียนจากกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ รองลงไปคือการจัดการมูลฝอย และการจัดการประชากรแฝง/ แรงงานต่างด้าว การจัดการสิ่งปฏิกูล และการจัดการสุขาภิบาลของสถานประกอบจำหน่ายและสะสมอาหาร ซึ่งสอดคล้องกับการดำเนินงานบริการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยังไม่ได้มาตรฐานการปฏิบัติงานและพื้นฐานระบบบริการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นส่วนใหญ่ยังไม่มีการเก็บข้อมูล วิเคราะห์สถานการณ์ และการเฝ้าระวังผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากประเด็นอนามัยสิ่งแวดล้อม ทั้งการการจัดการมูลฝอยชุมชน การจัดการสุขาภิบาลอาหาร การจัดการกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ การจัดการการจัดการเหตุรำคาญ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดการแรงงานต่างด้าว ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ โดยกลุ่มพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมจึงดำเนินงานโครงการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ เพื่อเตรียมความพร้อมต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการพัฒนาในพื้นที่

วัตถุประสงค์ : เพื่อเสริมสร้างระบบการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ จังหวัดเชียงราย

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. มีข้อมูล สถานการณ์ และการเฝ้าระวังด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษอย่างน้อย 5 ประเด็น เช่น การจัดการกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ การจัดการกิจการอุตสาหกรรมเป้าหมาย การจัดการมูลฝอย การจัดการเหตุรำคาญ การสุขาภิบาลอาหารและน้ำ การจัดการสิ่งปฏิกูล และการจัดการแรงงานต่างด้าว เป็นต้น 2. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความเหมาะสมมากต่อการพัฒนาเป็นพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษผ่านมาตรฐานระบบบริการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมระดับพื้นฐาน ร้อยละ 50 3. บุคลากรสาธารณสุขและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความเหมาะสมมากต่อการพัฒนาเป็นพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษได้รับการัฒนาขีดความสามารถร้อยละ 100

วิธีการดำเนินงาน : 1.ประชุม ประสานงานสร้างการมีส่วนร่วมภาคีเครือข่ายทั้งในและนอกพื้นที่ 2.พัฒนาและสนับสนุนเครื่องมือการเก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์สถานการณ์และการเฝ้าระวังด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม 3.พัฒนาศักยภาพบุคลากรทุกภาคส่วนให้มีความรู้รอบด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม 4.พัฒนาศักยภาพองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการดำเนินงานระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อม 5.นิเทศติดตาม ประเมินผล 6.สรุปผลการดำเนินงาน

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมหารือจัดทำแผนปฏิบัติการและแนวทางการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม 1 พ.ย. 2560 - 30 ธ.ค. 2560 13,550.00
2 ประชุมชี้แจงแผนปฏิบัติการและแนวทางการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ จังหวัดเชียงราย 1 ธ.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 19,900.00
3 อบรมบุคลากรหลักสูตรอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อยกระดับมาตรฐานระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ 1 ม.ค. 2561 - 31 ม.ค. 2561 154,700.00
4 อบรมบุคลากรหลักสูตรพัฒนาการใช้กฎหมายสาธารณสุข พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ 1 ก.พ. 2561 - 28 ก.พ. 2562 154,700.00
5 เฝ้าระวังด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ 1 มี.ค. 2561 - 31 มี.ค. 2561 20,000.00
6 เฝ้าระวังด้านสุขาภิบาลอาหารและน้ำ พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ 1 เม.ย. 2561 - 31 พ.ค. 2561 158,000.00
7 สนับสนุนการจัดการข้อมูลการเฝ้าระวังด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม การพัฒนาระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อม การพัฒนาการใช้กฎหมายสาธารณสุข 1 มี.ค. 2561 - 30 มิ.ย. 2561 49,800.00
8 จัดประชุมผลการดำเนินงาน 1 ส.ค. 2561 - 31 ส.ค. 2561 20,200.00
9 จัดทำสรุปการดำเนินงานพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ จังหวัดเชียงราย 1 ส.ค. 2561 - 31 ส.ค. 2561 1,500.00
รวมเป็นเงิน 592,350.00
งบประมาณ : 592,350.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 พ.ย. 2560 - 28 ก.พ. 2562
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. ภาคสาธารณสุขมีข้อมูล สถานการณ์ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อใช้วางแผน ประเมินการดำเนินงานในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ 2. ประชาชนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษได้รับการคุมครองสุขภาพให้อาศัยในสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาและการมีสุขภาพดี

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางสาวปวีณา คำแปง

ผู้เสนอโครงการ : นายวิภู กฤษณุรักษ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายวิภู กฤษณุรักษ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 28

ชื่อโครงการ : โครงการเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพจากมลพิษอากาศ

ยุทธศาสตร์ : 2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 15. ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างน้อยตำบลละ 1 ชุมชน

cluster : กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (57)19.1 เฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพในพื้นที่มลพิษอากาศ

แผนจัดสรรงบประมาณ :   3. แผนงานบูรณาการบริหารจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม

หลักการและเหตุผล : พื้นที่เขตสุขภาพที่ 1 นับเป็นอีกหนึ่งพื้นที่วิกฤตมลพิษอากาศโดยเฉพาะอย่างยิ่งหมอกควันซึ่งเป็นผลผลิตของกระบวนการเผาไหม้หรือสันดาปที่ไม่สมบูรณ์ ก่อให้เกิดผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การคมนาคม และผลกระทบต่อสุขภาพ เช่น เพิ่มความรุนแรงของโรคระบบทางเดินหายใจ โรคระบบหลอดเลือดและหัวใจ รวมไปถึงอาการระคายเคืองต่างๆ เป็นต้น การติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์มลพิษอากาศ และการสื่อสารความเสี่ยงให้ประชาชนตระหนักรู้ถึงความเสี่ยง มีความรู้ และปฏิบัติตนเพื่อเลี่ยงความเสี่ยงและป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจึงเป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญอย่างยิ่งก่อนที่จะเกิดความสูญเสียด้านสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ โดยกลุ่มพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมจึงจัดทำโครงการเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพจากมลพิษอากาศเพื่อพัฒนาตำบลต้นแบบรอบรู้ป้องกันเฝ้าระวังกระทบต่อสุขภาพจากมลพิษอากาศ ให้เป็นแนวทางการดำเนินงานเฝ้าระวังด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อคุ้มครองสุขภาพประชาชนโดยภาคประชาชน และเพื่อเสริมสร้างการดำเนินงานเฝ้าระวังและสื่อสารความเสี่ยงผลกระทบต่อสุขภาพจากมลพิษอากาศของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในพื้นที่

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อพัฒนาตำบลต้นแบบรอบรู้ป้องกันเฝ้าระวังกระทบต่อสุขภาพจากมลพิษอากาศ 2. เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งการดำเนินงานเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพจากมลพิษอากาศของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. ตำบลต้นแบบรอบรู้ป้องกันเฝ้าระวังกระทบต่อสุขภาพจากมลพิษอากาศ 2 ตำบล 2. จังหวัดมีเฝ้าระวังสื่อสารความเสี่ยงผลกระทบต่อสุขภาพจากมลพิษอากาศ 8 จังหวัด

วิธีการดำเนินงาน : 1.พัฒนาตำบลต้นแบบรอบรู้ป้องกันเฝ้าระวังกระทบต่อสุขภาพจากมลพิษอากาศ 1) คัดเลือกตำบลต้นแบบ 1 ตำบล 2) ประชุม ประสานงานสร้างการมีส่วนร่วมภาคีเครือข่ายทั้งในและนอกพื้นที่ 3) พัฒนาศักยภาพบุคลากรทุกภาคส่วนให้มีความรู้รอบด้านการเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพจากมลพิษอากาศ 4) สนับสนุนชุมชนเฝ้าระวัง รวบรวม วิเคราะห์ และสังเคราะห์ข้อมูล สถานการณ์ความเสี่ยงสุขภาพจากมลพิษอากาศ เช่น การใช้หลักระบาดวิทยาภาคประชาชน การใช้เทคโนโลยีเพื่อติดตามและสื่อสารความเสี่ยง เป็นต้น 5) สนับสนุนให้มีการสื่อสารและตอบโต้ความเสี่ยงฯ ที่เข้าถึงง่าย รวดเร็ว ให้ทุกภาคส่วนเกิดความตระหนักและร่วมกันดูแลและจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ 6) สนับสนุนให้ภาคเครือข่ายร่วมกำหนดนโยบายสาธารณะด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม เช่น มาตรการไม่เผา เป็นต้น 7) นิเทศติดตาม ประเมินผล 8) สรุปบทเรียน 2.ติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์คุณภาพอากาศ จัดทำสื่อสาธารณะ สื่อสารความเสี่ยง ให้ความรู้การปฏบัติตนป้องกันและลดผลกระทบต่อสุขภาพจากหมอกควัน 3.ให้คำปรึกษา และประสานความร่วมมือระหว่างสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในการเฝ้าระวังฯ สื่อสารความเสี่ยง ให้ความรู้การปฏบัติตนป้องกันและลดผลกระทบต่อสุขภาพจากหมอกควัน

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมหารือการพัฒนาการเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพจากมลพิษอากาศระดับชุมชน 1 ธ.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 14,000.00
2 จัดอบรมการเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพจากมลพิษอากาศระดับชุมชน 1 ม.ค. 2561 - 31 ม.ค. 2561 25,295.00
3 จัดประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสรุปผลการดำเนินงาน 1 มิ.ย. 2561 - 31 ก.ค. 2561 19,950.00
4 สนับสนุนติดตามการเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพจากมลพิษอากาศระดับชุมชน 1 ก.พ. 2561 - 31 พ.ค. 2561 99,755.00
5 จัดทำรายงานการเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพจากมลพิษอากาศ 1 ก.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561 3,000.00
รวมเป็นเงิน 162,000.00
งบประมาณ : 162,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ธ.ค. 2560 - 31 ก.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. ประชาชนในตำบลต้นแบบรอบรู้ป้องกันเฝ้าระวังกระทบต่อสุขภาพจากมลพิษอากาศ ตระหนักรู้ ปฏิบัติตนเพื่อลดความเสี่ยงและป้องกันตนเองจากผลกระทบของมลพิษอากาศได้ 2. ประชาชนทั่วไปในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 1 รับรู้ความเสี่ยง และป้องกันตนเองจากผลกระทบของมลพิษอากาศ

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางสาวปวีณา คำแปง

ผู้เสนอโครงการ : นายวิภู กฤษณุรักษ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายวิภู กฤษณุรักษ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 29

ชื่อโครงการ : โครงการส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยอนามัยเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร(กพด.)ตามแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี

ยุทธศาสตร์ : 1.2 ส่งเสริมเด็กวัยเรียนให้แข็งแรงและฉลาด

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 6. ร้อยละของเด็กวัยเรียนมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ด้านการบริโภคอาหาร กิจกรรมทางกาย และทันตสุขภาพ

cluster : กลุ่มวัยเรียน

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (66)23.1 ส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร (กพด.) ตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

แผนจัดสรรงบประมาณ :   7. แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาด้านสาธารณสุขและสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก

หลักการและเหตุผล : สถานการณ์ปัญหาภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วน ในกลุ่มสามเณรนักเรียนในโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษากลุ่มที่ 6 ในโครงการพระราชดำริฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่กระจายตัวอยู่ในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคเหนือได้แก่จังหวัดน่าน แพร่ เชียงราย พะเยา และลำปาง จำนวน 60 โรงเรียน มีสามเณรนักเรียนรวมทั้งหมด 7,236 รูป จากข้อมูลการเฝ้าระวังภาวะโภชนาการสามเณรในโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษากลุ่มที่ 6 โดยการชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง ในปีการศึกษา 2555-2557 พบสามเณรที่มีภาวะเริ่มอ้วนและอ้วนมีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปีได้แก่ ร้อยละ 9.7 11.7 และ 17.9 ตามลำดับ

วัตถุประสงค์ : 1.พัฒนาสามเณรในโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา ให้เป็นสามเณรยุคใหม่ 4.0 NUPETHS Strong Smart Smile และพัฒนาระบบการจัดทำฐานข้อมูลด้านสุขภาพในโรงเรียนพระปริยัติธรรม 2.พัฒนาเด็กวัยเรียน ให้เป็นเด็กไทยยุคใหม่ 4.0 NUPETHS และพัฒนาระบบการจัดทำฐานข้อมูลด้านสุขภาพในโรงเรียนในสังกัดกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน 3.ถอดบทเรียนการดำเนินงานศูนย์ส่งเสริมสุขภาพสามเณรในโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษาต้นแบบ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
สามเณรมีความรอบรู้ด้านส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัย และได้รับการเฝ้าระวังคัดกรองภาวะสุขภาพ รวมถึงบริบทแวดล้อมโรงเรียนในถิ่นทุรกันดารได้รับการพัฒนาตามเกณฑ์มาตรฐานสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม

วิธีการดำเนินงาน : กลยุทธ์ 1 ขับเคลื่อนเชิงนโยบายและแผนยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาเด็กวัยเรียน ภายใต้โครงการ1.โครงการส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร(กพด.) และโครงการโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพเพื่อเพิ่มโอกาสการเรียนรู้ตามนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ โดยมีกิจกรรมสำคัญคือ เพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพภาคีเครือข่ายเพื่อการพัฒนาสุขภาพเด็กวัยเรียน 4.0 กิจกรรมดำเนินการ (1)พัฒนายกระดับโรงเรียนพระปริยัติธรรมให้เป็นโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ (2)เยี่ยมเสริมพลัง พัฒนาโรงเรียนพระปริยัติธรรมที่มีความพร้อม ผลักดันต่อยอดการพัฒนาให้เป็นโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชร ตามความสมัครใจและความพร้อมของโรงเรียน (3) พัฒนารูปแบบศูนย์ส่งเสริมสุขภาพสามเณร กลยุทธ์ 2 พัฒนาระบบสารสนเทศและการกำกับติดตาม ภายใต้โครงการส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร(กพด) กิจกรรมสำคัญ รณรงค์ความรอบรู้สุขภาพสามเณรนักเรียน (HL) ระดับพื้นที่และผ่านสื่อ 1.เพื่อส่งเสริมให้สามเณรนักเรียน เจริญเติบโตเต็มศักยภาพและมีทักษะสุขภาพ 3 S (Strong Smart Smile) กิจกรรมดำเนินการ จัดกิจกรรมรณรงค์เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ความรอบรู้สุขภาพสามเณรนักเรียนผ่านสื่อ Social Media : สามเณรนักเรียน เจริญเติบโตเต็มศักยภาพและมีทักษะสุขภาพ 3 S (Strong Smart Smile)

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1) )พัฒนาระบบข้อมูลสถานะสุขภาพสามเณรและประยุกต์ใช้เทคโนโลยี่ เพื่อใช้ ICT และสร้างช่องทางแสดงความคิดเห็นและเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการประเมินผล 1 ธ.ค. 2560 - 30 มิ.ย. 2561 27,500.00
2 (2)เยี่ยมเสริมพลัง พัฒนาโรงเรียนพระปริยัติธรรมที่มีความพร้อม ผลักดันต่อยอดการพัฒนาให้เป็นโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชร ตามความสมัครใจและความพร้อมของโรงเรียน 1 พ.ค. 2561 - 30 มิ.ย. 2561 15,000.00
3 3) พัฒนารูปแบบศูนย์ส่งเสริมสุขภาพสามเณร +นิเทศติดตาม เสริมพลัง ประเมินผลการดำเนินงานและถอดบทเรียน 1 ม.ค. 2561 - 30 มิ.ย. 2561 74,400.00
4 4) เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้สรุปผลการดำเนินงานศูนย์ส่งเสริมสุขภาพสามเณรและก้าวต่อไปของการดำเนินงาน 1 ธ.ค. 2560 - 30 มิ.ย. 2561 133,100.00
รวมเป็นเงิน 250,000.00
งบประมาณ : 250,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ธ.ค. 2560 - 30 มิ.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1.สามเณรในโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา ได้รับการพัฒนาให้เป็นสามเณรยุคใหม่ 4.0 NUPETHS Strong Smart Smile 2.ฐานข้อมูลด้านสุขภาพในโรงเรียนพระปริยัติธรรม ได้รับการพัฒนาอย่างเป็นระบบ เป็นปัจจุบัน

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางอโนชา วิปุลากร นางพลอยเนตร ชนานันท์พจนิธิ นางอรพรรณ พูลสวัสดิ์ นางสาวพรพิสุทธิ์ ศรีประไหม นางสาวจรัสพรรณ อรุณแก้ว

ผู้เสนอโครงการ : นางอโนชา วิปุลากร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายสมศักดิ์ เลิศจีระจรัส

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 30

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาการจัดการน้ำบริโภคในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

ยุทธศาสตร์ : 1.2 ส่งเสริมเด็กวัยเรียนให้แข็งแรงและฉลาด

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 6. ร้อยละของเด็กวัยเรียนมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ด้านการบริโภคอาหาร กิจกรรมทางกาย และทันตสุขภาพ

cluster : กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (70)23.5 พัฒนาการจัดการน้ำในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

แผนจัดสรรงบประมาณ :   7. แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาด้านสาธารณสุขและสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก

หลักการและเหตุผล : เป็นโครงการตามพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดา สยามบรมราชกุมารี มีการพัฒนาเพื่อให้เด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารมีสิ่งแวดล้อมที่ดี ส่งเสริมให้ มีโภชนาการดี สุขภาพแข็งแรง มีความซื่อสัตย์ เสียสละ สามัคคี และเมตตาผู้อื่น มีความรู้และทักษะทั้งทางวิชาการและการอาชีพ ที่เป็นรากฐานของการพึ่งตนเองและพัฒนาท้องถิ่นได้ นำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และมีโอกาสได้รับการศึกษาในระดับสูงขึ้นตามศักยภาพของตนเองเป็นคนมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน และประชาชนในพื้นที่มีน้ำบริโภคที่ปลอดภัย 2. เพื่อพัฒนาให้คุณภาพน้ำบริโภคอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำบริโภคอย่างต่อเนื่อง

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
สุ่มประเมินน้ำบริโภค และสถานประกอบการด้านอาหาร 30 แห่ง พัฒนาศักยภาพครู พระพี่เลี้ยง ครูอนามัย 150 คน มีการตรวจวิเคราะหืคุณภาพน้ำบริโภค 200 ตัวอย่าง

วิธีการดำเนินงาน : 1.ประสานหน่วยงานต้นสังกัดและโรงเรียนเป้าหมาย 2.สำรวจโรงเรียนในโครงการ 3.พัฒนาศักยภาพครูผู้ดูแลทางด้านสุขาภิบาลอาหาร และน้ำบริโภค 4.ดำเนินการพัฒนาคุณภาพทางสุขาภิบาลอาหารและน้ำ 5.ติดตามประเมินผล

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 พัฒนารูปแบบการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภคด้วยชุดทดสอบภาคสนาม 1 ธ.ค. 2560 - 30 เม.ย. 2561 5,000.00
2 ติดตามการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม สุขาภิบาลอาหารและน้ำ และการจัดการน้ำบริโภคในโรงเรียนและพื้นที่ในถิ่นทุรกันดาร 1 มี.ค. 2561 - 31 ส.ค. 2561 45,705.00
3 จัดประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะครูอนามัยด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม สุขาภิบาลอาหารและน้ำฯ 1 ธ.ค. 2560 - 28 ก.พ. 2561 11,200.00
รวมเป็นเงิน 61,905.00
งบประมาณ : 61,905.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ธ.ค. 2560 - 31 ส.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. ครู/พระ ใน รร.พระราชดำริ ได้รับการพัฒนาศักยภาพทางด้านสุขาภิบาลอาหารและน้ำ 2. เด็ก เยาวชน และประชาชนในพื้นที่มีน้ำบริโภคที่ปลอดภัย 3. คุณภาพน้ำบริโภคอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานอย่างต่อเนื่อง

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางสาวศิริวรรณ การัตน์

ผู้เสนอโครงการ : นายวิภู กฤษณุรักษ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายวิภู กฤษณุรักษ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 31

ชื่อโครงการ : โครงการเลี้ยงลูกตาม “คำสอนพ่ออย่างพอเพียง” ในพื้นที่ความมั่นคงและหมู่บ้านชายแดนฯ

ยุทธศาสตร์ : 1.2 ส่งเสริมเด็กวัยเรียนให้แข็งแรงและฉลาด

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 6. ร้อยละของเด็กวัยเรียนมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ด้านการบริโภคอาหาร กิจกรรมทางกาย และทันตสุขภาพ

cluster : กลุ่มวัยเรียน

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (67)23.2 ส่งเสริมเลี้ยงดูลูกตาม “คำสอนพ่อ” ในพื้นที่ความมั่นคงและหมู่บ้านยามชายแดนอันเนื่องจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์พระบรมนาถและการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร (พมพ. และ กพด.)

แผนจัดสรรงบประมาณ :   7. แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาด้านสาธารณสุขและสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก

หลักการและเหตุผล : สถานการณ์ภาวะสุขภาพเด็กวัยเรียนในเขตสุขภาพที่ 1 เชียงใหม่ พบเด็กวัยเรียนสูงดีสมส่วนร้อยละ 62.28 ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน (เกณฑ์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 66) มีเพียง 1 จังหวัดเท่านั้นที่ได้ตามเกณฑ์มาตรฐานคือจังหวัดพะเยาร้อยละ 67.61 ส่วนอีก 7 จังหวัดยังพบปัญหาเด็กสูงดีสมส่วนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน มีความครอบคลุมของข้อมูลการเฝ้าระวังเพียงร้อยละ 35.34 นอกจากนี้ยังพบเด็กนักเรียนอ้วนเกินเกณฑ์มาตรฐานโดยมีภาพรวมของเขตสุขภาพร้อยละ 12.42 มีเพียงจังหวัดเดียวคือจังหวัดแม่ฮ่องสอนร้อยละ 8.59 ที่เหลืออีก 7 จังหวัด สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ส่วนเด็กเตี้ยพบเกินเกณฑ์คือร้อยละ 6.16 มี 4 จังหวัดที่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานคือ ลำปาง ลำพูน พะเยา และแพร่ จังหวัดที่เหลือสูงเกินเกณฑ์ เด็กนักเรียนมีภาวะผอมในภาพรวมของเขตต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานคือร้อยละ 4.96 (ข้อมูลการตรวจราชการ ตก.2 รอบที่ 2/2560) สถานการณ์เหล่านี้ถือเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการแก้ไข โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงที่พบเด็กอ้วน เตี้ย และผอม สถานการณ์การพัฒนาเด็กวัยเรียน โดยกลวิธีโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ พบว่ามีระดับการพัฒนาคือเป็นโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชรจำนวน 46 แห่ง ร้อยละ 1.28 ระดับทองจำนวน 2165 ร้อยละ 60.25 ระดับเงินจำนวน 735 แห่งร้อยละ 20.46 ระดับทองแดงจำนวน 463 ร้อยละ 12.89 ไม่เข้าระดับจำนวน 184 แห่งร้อยละ 5.12 และมีโรงเรียนที่ไม่เข้าร่วมการพัฒนาอีก 33 แห่ง จึงเป็นปัญหาภาพรวมของการพัฒนาที่ต้องเร่งรัดพัฒนาโดยต่อไป

วัตถุประสงค์ : - เพื่อส่งเสริมบทบาทพ่อแม่ในการเลี้ยงลูกตามคำสอนพ่ออย่างพอเพียง (Active Learning) - เพื่อส่งเสริมสุขภาพและพัฒนาการเด็กปฐมวัยและวัยเรียน - เพื่อสนับสนุนเครือข่ายในการส่งเสริมสุขภาพกลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัยและวัยเรียนในพื้นที่พมพ.

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
- รายงานสำรวจพื้นที่ความมั่นคงและหมู่บ้านชายแดน 1 เรื่อง

วิธีการดำเนินงาน : - ขับเคลื่อนเชิงนโยบายและแผนยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาเด็กวัยเรียน - พัฒนามาตรฐานและนวัตกรรมสุขภาพเด็กวัยเรียน - พัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพบุคลากร - พัฒนาระบบสารสนเทศและการกำกับติดตาม

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ติดตามความก้าวหน้า 1 มิ.ย. 2561 - 30 ก.ย. 2561 15,000.00
2 ประชุมชี้แจงภาคีเครือข่าย 1 มิ.ย. 2561 - 31 ส.ค. 2561 30,000.00
3 อบรม พ่อ/แม่ หรือผู้ปกครองเด็กปฐมวัยและเด็กนักเรียนชั้นป.1 /อบรมครู ตามแผนการสอน “เลี้ยงลูกตามคำสอนพ่ออย่างพอเพียง” (Active Learning) 1 ม.ค. 2561 - 31 ม.ค. 2561 30,000.00
4 ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสรุปผลการดำเนินงาน 1 ก.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561 20,000.00
5 ประเมินผลสัมฤทธิ์โครงการ 1 ส.ค. 2561 - 31 ส.ค. 2561 15,000.00
รวมเป็นเงิน 110,000.00
งบประมาณ : 110,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ม.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : - เด็กวัยเรียนสูงดีสมส่วน ฟันดีไม่มีผุและมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์(ด้านการบริโภคอาหาร กิจกรรมทางกาย และทันตสุขภาพ) - เด็กวัยเรียนได้รับการส่งเสริมให้เจริญเติบโตเต็มศักยภาพและมีทักษะสุขภาพ 4 H (Head Hard Hand และ Health) และ 3 S (Strong Smart Smile) - พลังประชารัฐ ภาคีเครือข่าย องค์กร เอกชน ท้องถิ่น ชุมชน ร่วมกันดำเนินการสนับสนุนและนำสินค้าและบริหารส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียนไปใช้อย่างเหมาะสม - รูปแบบงานอนามัยโรงเรียนได้รับการพัฒนาให้มีคุณภาพ โดยความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงศึกษาธิการ ภายใต้โรงเรียนต้นแบบนักเรียนไทยสุขภาพดี

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางระวิวรรณ พงษ์เทพ

ผู้เสนอโครงการ : นางระวิวรรณ พงษ์เทพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายสมศักดิ์ เลิศจีระจรัส

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 32

ชื่อโครงการ : โครงการนิเทศติดตามและประเมินผลงานส่งเสริมสุขภาพกลุ่มวัยและพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กลุ่ม KISS

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (71)24.1 พัฒนาระบบเฝ้าระวัง การจัดการความรู้ และนวัตกรรมด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

แผนจัดสรรงบประมาณ :   2. แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

หลักการและเหตุผล : จากสถานการณ์การดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม เขตสุขภาพที่ 1 ประจำปี 2560 ที่ผ่านมา พบว่าผลการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพที่สำคัญบางตัวชี้วัดยังไม่ผ่านเกณฑ์ และคงเป็นปัญหาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดบรรลุเป้าหมาย หน่วยงานต่างๆ ควรได้รับความร่วมมือและการบูรณาการจากทั้งฝ่ายปฏิบัติและฝ่ายสนับสนุน ในฐานะที่ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ เป็นศูนย์วิชาการที่มีบทบาทสำคัญ คือให้การสนับสนุนพื้นที่ในการส่งเสริมสุขภาพประชาชนให้ครอบคลุมทุกกลุ่มวัย ดังนั้นหน่วยงานจึงควรพัฒนาระบบการนิเทศ ติดตามและประเมินผล (Monitoring and Evaluation) ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงาน รับรู้อุปสรรคข้อจำกัดในด้านต่างๆ ตลอดจนให้ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงกระบวนการทำงานและการบริหารจัดการเพื่อควบคุมปัญหาอุปสรรค/แก้ไขปัญหา อีกทั้งการประเมินผลยังเป็นการตรวจสอบความก้าวหน้าของการดำเนินงานตามโครงการว่ามีมากน้อยเพียงใด ได้ผลตามวัตถุประสงค์หรือไม่ และยังใช้เป็นข้อมูลนำไปสู่การตัดสินใจไปสู่สภาพปัจจุบันรวมถึงการแก้ไขปัญหาและตอบสนองความต้องการของพื้นที่ ทั้งนี้ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ กรมอนามัย ได้ตระหนักถึงความสำคัญและความจำเป็นดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการนิเทศติดตามและประเมินผลการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพกลุ่มวัยและพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2561 โดยเน้น 4กิจกรรมหลัก ประกอบด้วย 1. การนิเทศและตรวจราชการร่วมกับสำนักตรวจและประเมินผล กระทรวงสาธารณสุข 2. การติดตามและประเมินผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัด/ผลการดำเนินงานโครงการสำคัญ 3. การรับนิเทศจากกรมอนามัยและรับการตรวจเยี่ยมเฉพาะกิจ และ 4.การสนับสนุนเขตสุขภาพ ซึ่งกิจกรรมในโครงการมีวัตถุประสงค์เพื่อนิเทศ ติดตาม และประเมินผลอย่างเป็นระบบให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสภาพปัญหา/อุปสรรค และข้อเสนอแนะ และเพื่อพัฒนาศักยภาพการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมของเครือข่ายในพื้นที่รับผิดชอบ ซึ่งจะส่งผลให้การดำเนินงานบรรลุตามเป้าหมายที่กำหนด และเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

วัตถุประสงค์ : เพื่อพัฒนาระบบการกำกับติดตามและประเมินผล อย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
การดำเนินงานนิเทศติดตามและประเมินผลงานส่งเสริมสุขภาพกลุ่มวัยและพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ 8 จังหวัดเขตสุขภาพที่ 1

วิธีการดำเนินงาน : 1.การตรวจราชการและนิเทศงาน กระทรวงสาธารณสุข กรณีปกติ และ บูรณาการ เขตสุขภาพที่ 1 2.การติดตามและประเมินผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัด/โครงการ ศูนย์อนามัยที่ 1 ปี 2561 3.การรับนิเทศจากกรมอนามัย, รับการตรวจเยี่ยมจากอธิบดีกรมอนามัย 4.การจัดทำรายงานประจำปี 2560 5.การสนับสนุนเขตสุขภาพ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ร่วมประชุมชี้แจงนโยบาย/การดำเนินงาน/ตัวชี้วัด / แนวทางการตรวจราชการ 1 พ.ย. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 22,770.00
2 ร่วมตรวจราชการและนิเทศงานกับทีมสำนักตรวจราชการ 1 ม.ค. 2561 - 31 ส.ค. 2561 238,280.00
3 จัดประชุมสรุปผลการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม 1 มี.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2561 175,800.00
4 ร่วมประชุมสรุปผลการตรวจราชการและนิเทศงาน กรณีปกติ 1 เม.ย. 2561 - 30 ก.ย. 2561 49,740.00
5 ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาวิชาการ เขตสุขภาพที่ 1 ประจำปี 2561 1 ก.ย. 2561 - 30 ก.ย. 2561 10,620.00
6 ประชุมเขตสุขภาพที่ 1 1 พ.ย. 2560 - 30 ก.ย. 2561 13,640.00
7 รับนิเทศจากกรมอนามัย ปี 2561 1 ก.พ. 2561 - 31 ส.ค. 2561 31,400.00
8 รับการตรวจเยี่ยมเฉพาะกิจ 1 พ.ย. 2560 - 30 พ.ย. 2560 20,000.00
รวมเป็นเงิน 562,250.00
งบประมาณ : 562,250.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 พ.ย. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. เกิดกระบวนการติดตามประเมินผล ที่เป็นระบบ และมีประสิทธิภาพ 2. ได้รับทราบข้อมูลสถานการณ์ ผลการดำเนินงาน ตลอดจนปัญหา/อุปสรรค และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการดำเนินงานด้านส่งเสริมสุขภาพและพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อนำมาเป็นข้อมูลในการวางแผนดำเนินงานด้านส่งเสริมสุขภาพและพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมในอนาคต

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางวรพรรณ บุญมาประเสริฐ

ผู้เสนอโครงการ : นางวรพรรณ บุญมาประเสริฐ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายสมพงษ์ โมราฤทธิ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 33

ชื่อโครงการ : โครงการตำบลต้นแบบบูรณาการด้านการส่งเสริมสุขภาพ 5 กลุ่มวัยและอนามัยสิ่งแวดล้อมปี 2561

ยุทธศาสตร์ : 3. อภิบาลระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 17. ร้อยละของภาคีเครือข่ายภาครัฐที่นำสินค้าและบริการ (Product Champion) ของกรมอนามัยไปใช้
18. ร้อยละความพึงพอใจของภาคีเครือข่ายภาครัฐที่นำสินค้าและบริการ (Product Champion) ของกรมอนามัยไปใช้

cluster : กลุ่ม KISS

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (71)24.1 พัฒนาระบบเฝ้าระวัง การจัดการความรู้ และนวัตกรรมด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

แผนจัดสรรงบประมาณ :   2. แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

หลักการและเหตุผล : กรมอนามัยเป็นองค์กรหลักในการส่งเสริมสุขภาพประชากรทุกกลุ่มวัยและปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับการดูแลสุขภาพประชาชนทั้งประเทศด้านการชี้นำประสานวิชาการและการพัฒนาองค์ความรู้เทคโนโลยีรวมทั้งการบูรณาการทุกภาคส่วน เพื่อการพัฒนาสุขภาพสู่ ไทยแลนด์ 4.0 ต้องมีการขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เพื่อสร้างให้ประชาชนมีความรอบรู้ด้านสุขภาพในระดับบุคคล ครอบครัว ชุมชน ด้วยกระบวนการอย่งเหมาะสมเพื่อให้เกิดชุมชนเข้มแข็ง ศูนยที่ 1 เชียงใหม่ได้เล็งเห็นความสำคัญในการดำเนินโครงการดังกล่าวเพื่อตอบสนองนโยบายของกรมอนามัยในการดำเนินงานขับเคลื่อนในพื้นที่ตำบลต้นแบบในการบริการจัดการเปลี่ยนแปลงเพื่อสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพให้เกิดขึ้นในระดับบุคคล ครอบครัว และชุมชน ตลอดจนเกิดการทำงานแบบบูรณางานส่งเสริมสุขภาพ 5 กลุ่มวัยและอนามัยสิ่งแวดล้อม และการมัส่วนร่วมภาคประชาชนให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล โดยใช้กระบวนการค่ากลาง ในการทำให้เกิดชุมชนเข้มแข็ง และการสร้างวิทยากรกระบวนการในชุมชนจำส่งผลให้ชุมชนเกิดการเรียนรู้เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาของชุมชนและเกิดความยั่งยืน จึงได้จัดดำเนินโครงการตำบลต้นแบบบูรณาการด้านการส่งเสริมสุขภาพ 5 กลุ่มวัยและอนามัยสิ่งแวดล้อมปี 2561ขึ้น

วัตถุประสงค์ : - เพื่อพัฒนาตำบลต้นแบบบูรณางานส่งเสริมสุขภาพ 5 กลุ่มวัยและอนามัยสิ่งแวดล้อม โดยการบูรณาการงานระหว่างศูนย์อนามัยที่1เชียงใหม่และส่วนพื้นที่ (ประชาชน ภาครัฐ:ประชารัฐ และภาคเอกชน รวมทั้งองค์กรภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง) - เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการดำเนินงานตามภารกิจของกรมอนามัย ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ และเป็นการเสริมสร้างคุณค่าของงานนำไปสู่การเรียนรู้และพัฒนากระบวนการดำเนินงาน นวัตกรรม องค์ความรู้ เทคโนโลยีที่สอคล้องกับพื้นที่โดยใช้กระบวนการ SLM และค่ากลาง ในการทำให้เกิดชุมชนเข้มแข็ง โดยมีการสร้างความรอบรู้ในระดับบุคคล ครอบครัว และชุมชน

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1) ตำบลในเขตรับผิดชอบ จำนวน 12 ตำบล 2) เชิงปริมาณ - จำนวนผู้เข้าร่วมอบรมวิทยากรกระบวนการอย่างน้อย 6 คน - มีการนำเสนอนวัตกรรมชุมชนอย่างน้อย 1 เรื่อง 3) เชิงคุณภาพ ตำบลต้นแบบบูรณาการมีการใช้กระบวนการค่ากลาง ในการทำให้เกิดชุมชนเข้มแข็ง โดยมีการสร้างความรอบรู้ในระดับบุคคล ครอบครัว และชุมชน

วิธีการดำเนินงาน : ขั้นเตรียมการ - แต่งตั้งคณะทำงาน/ คณะอนุกรรมการ - ประชุมคณะกรรมการทีมขับเคลื่อนระดับเขต/ จังหวัด ชี้แจงนโยบายแนวทางการดำเนินการและให้clusterคัดเลือกพื้นที่ตำบลต้นแบบบูรณาการด้านการส่งเสริมสุขภาพ 5 กลุ่มวัยและอนามัยสิ่งแวดล้อมปี 2561 - ประชุมวางแผนขับเคลื่อนการดำเนินงานต้นแบบบูรณาการด้านการส่งเสริมสุขภาพ 5 กลุ่มวัยและอนามัยสิ่งแวดล้อมปี 2561 - จัดทำแผนงานโครงการพื้นที่ตำบลต้นแบบบูรณาการด้านการส่งเสริมสุขภาพ 5 กลุ่มวัยและอนามัยสิ่งแวดล้อมปี 2561 ขั้นดำเนินการ - สนับสนุนการเข้าร่วมพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตและระบบสุขภาพอำเภอ DHBเรื่องการจัดการสุขภาพแบบบูรณาการ - สนับสนุนการเข้าร่วมอบรมวิทยากรกระบวนการ - สนับสนุนการเข้าร่วมตลาดนัดนวัตกรรม - สนับสนุนการเข้าร่วมถอดบทเรียนการดำเนินงานตำบลบูรณาการฯ และสำรวจแนวคิดการขับเคลื่อนค่ากลาง 13แห่ง /13เขต - จัดประชุมเชิงปฏิบัติการการสร้างนวัตกรรมเพื่อชุมชน สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน (วิทยากรกระบวนการในชุมชน)

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 สนับสนุนการเข้าร่วมพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตและระบบสุขภาพอำเภอ DHBเรื่องการจัดการสุขภาพแบบบูรณาการ 1 ม.ค. 2561 - 31 มี.ค. 2561 16,200.00
2 สนับสนุนการเข้าร่วมประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการพัมนานวัตกรรมสังคมและอบรมวิทยากรกระบวนการ 1 ธ.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 5,400.00
3 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการการถอดบทเรียนและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ตำบลบูรณาการ 1 ธ.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 156,150.00
รวมเป็นเงิน 177,750.00
งบประมาณ : 177,750.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ธ.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : - เพื่อพัฒนาตำบลต้นแบบบูรณางานส่งเสริมสุขภาพ 5 กลุ่มวัยและอนามัยสิ่งแวดล้อม โดยการบูรณาการงานระหว่างศูนย์อนามัยที่1เชียงใหม่และส่วนพื้นที่ (ประชาชน ภาครัฐ:ประชารัฐ และภาคเอกชน รวมทั้งองค์กรภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง) - เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการดำเนินงานตามภารกิจของกรมอนามัย ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ และเป็นการเสริมสร้างคุณค่าของงานนำไปสู่การเรียนรู้และพัฒนากระบวนการดำเนินงาน นวัตกรรม องค์ความรู้ เทคโนโลยีที่สอคล้องกับพื้นที่โดยใช้กระบวนการค่ากลาง ในการทำให้เกิดชุมชนเข้มแข็ง โดยมีการสร้างความรอบรู้ในระดับบุคคล ครอบครัว และชุมชน

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1.นายสมพงษ์ โมราฤทธิ์ 2. นางบุศยา แรกข้าว 3. นางสาวชัญญา อนุเคราะห์ 4. นางวรพรรณ บุญมาประเสริฐ 5. นางพชรา คำฟู 6. นางสาวพินทร์พจน์ พรหมเสน

ผู้เสนอโครงการ : นางสาวชัญญา อนุเคราะห์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายสมพงษ์ โมราฤทธิ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 34

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาระบบจัดการความรู้ วิจัย และนวัตกรรม

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กลุ่ม KISS

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (71)24.1 พัฒนาระบบเฝ้าระวัง การจัดการความรู้ และนวัตกรรมด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

แผนจัดสรรงบประมาณ :   3. แผนงานบูรณาการบริหารจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม

หลักการและเหตุผล : ศูนย์อนามัยที่ 1 ได้ปรับโครงสร้างภายในองค์กรตามนโยบายกรมอนามัย โดยกำหนดให้กลุ่มขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และพัฒนากำลังคน มีหน้าที่พัฒนาระบบบริหารงานวิจัย ระบบการพัฒนานวัตกรรม และระบบการจัดการความรู้เพื่อนำไปใช้ประโยชน์และต่อยอดในเชิงพาณิชย์ รวมทั้ง การสนับสนุนพัฒนาขีดความสามารถของนักวิจัย นักจัดการความรู้ นวัตกร และผู้บริหารวิชาการให้ครบกระบวนการ จึงมีนโยบายให้จัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมเป็นหน่วยย่อยภายในองค์กร มีหน้าที่ขับเคลื่อนการดำเนินงาน พัฒนาวิธีการดำเนินงานรูปแบบใหม่ๆ และสร้างกลไกการดำเนินงานแบบข้ามสายงาน (Cross Function)

วัตถุประสงค์ : - เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการจัดการความรู้ - เพื่อพัฒนาระบบการจัดการความรู้ในงานวิจัย วิชาการ และนวัตกรรมเพื่อนำไปใช้ประโยชน์

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
ระดับความสำเร็จของการดำเนินงานเพื่อสนับสนุนกรมอนามัยสู่องค์กร HPO ตามแนวทาง PMQA (หมวด ๔)

วิธีการดำเนินงาน : - เข้าร่วมเวที LIKE Talk 2 ครั้ง - เข้าร่วมนำเสนอผลงานวิชาการในเวที LIKE Talk กรมอนามัย

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 เข้าร่วมเวที LIKE Talk ภาคเหนือ ครั้งที่ 2, 3 1 ก.พ. 2561 - 30 มิ.ย. 2561 42,160.00
2 เข้าร่วมนำเสนอผลงานวิชาการในเวที LIKE Talk กรมอนามัย 1 ก.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561 7,840.00
รวมเป็นเงิน 50,000.00
งบประมาณ : 50,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ก.พ. 2561 - 31 ก.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : ผลงานวิจัย วิชาการ และนวัตกรรม ถูกพัฒนาคุณภาพ สกัดองค์ความรู้เพื่อเผยแพร่และนำไปใช้ประโยชน์

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางสาวกิ่งพิกุล ชำนาญคง นางสาวพินทร์พจน์ พรหมเสน นายกฤษณะ จตุรงค์รัศมี นายกฤษณัฐ มุสีสุทธิ์

ผู้เสนอโครงการ : นางสาวพินทร์พจน์ พรหมเสน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายสมพงษ์ โมราฤทธิ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 35

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาระบบข้อมูลเฝ้าระวังด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมในตำบลต้นแบบในการบูรณาการงานส่งเสริมสุขภาพ 5 กลุ่มวัย และอนามัยสิ่งแวดล้อม

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กลุ่ม KISS

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (71)24.1 พัฒนาระบบเฝ้าระวัง การจัดการความรู้ และนวัตกรรมด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

แผนจัดสรรงบประมาณ :   3. แผนงานบูรณาการบริหารจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม

หลักการและเหตุผล : ระบบข้อมูลข่าวสารและสารสนเทศด้านสุขภาพ เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยในการพัฒนางานสาธารณสุขทั้งในด้านการส่งเสริมสุขภาพทุกกลุ่มวัย และอนามัยสิ่งแวดล้อม ข้อมูลสารสนเทศต่างๆ โดยมากได้มาจากการเก็บรวบรวมข้อมูล ระบบข้อมูลข่าวสารและสารสนเทศด้านสุขภาพในปัจจุบัน นับว่ามีการจัดเก็บในหลายระดับด้วยกัน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ ได้ร่วมขับเคลื่อนตำบลต้นแบบในการบูรณาการงานส่งเสริมสุขภาพ 5 กลุ่มวัย และอนามัยสิ่งแวดล้อม ได้มองเห็นถึง ปัญหาด้านการจัดการข้อมูล การเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูล ในระดับฐานข้อมูลภายในหน่วยงานและระหว่างหน่วยงาน การขาดระบบการจัดการการคลังข้อมูลที่มีประสิทธิภาพและครอบคลุมระบบข้อมูลต่างๆ อย่างครบถ้วน ขาดระบบวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูลที่มีความเหมาะสม และที่สำคัญ มีการจัดเก็บข้อมูลจำนวนมากในขณะที่มีเจ้าหน้าที่จำนวนน้อยของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล/งานส่งเสริมป้องกันในโรงพยาบาลชุมชน ซึ่งเป็นหน่วยงานสาธารณสุขที่มีการจัดเก็บจัดทำ ข้อมูลข่าวสารและสารสนเทศด้านสุขภาพที่เป็นหน่วยย่อยสุด ที่ต้องจัดเก็บจัดทำระบบข้อมูลที่ตอบสนองต่อปัญหาสุขภาพของประชาชนที่พื้นที่รับผิดชอบ และต้องตอบสนองตัวชี้วัด ของหน่วยงานเอง หน่วยงานอื่นทั้งกรมต่างๆ ดังนั้น ศูนย์อนามัยที่ 1 จึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้นเพื่อร่วมหาเซ็ตข้อมูลที่เพียงพอต่อเฝ้าระวังด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ในตำบลต้นแบบในการบูรณาการงานส่งเสริมสุขภาพ 5 กลุ่มวัย และอนามัยสิ่งแวดล้อม ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล/ งานส่งเสริมป้องกันในโรงพยาบาลชุมชนในตำบลต้นแบบที่รับผิดชอบ และร่วมพัฒนาระบบคลังข้อมูลสารสนเทศมีคุณภาพ มีความปลอดภัยของระบบ ตรงต่อความต้องการ เชื่อถือได้ เข้าถึงได้สะดวก เพื่อใช้ในการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานแก้ไขปัญหาสุขภาพในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถนำไปใช้ในการบริหาร การควบคุม กำกับ ติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน ตลอดจนใช้ในการตัดสินใจเชิงนโยบาย เพื่อพัฒนางานสาธารณสุขให้ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ

วัตถุประสงค์ : 1. ร่วมหาเซ็ตข้อมูลที่เพียงพอต่อเฝ้าระวังด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ในตำบลต้นแบบในการบูรณาการงานส่งเสริมสุขภาพ 5 กลุ่มวัย และอนามัยสิ่งแวดล้อม 2. ร่วมพัฒนาระบบคลังข้อมูลสารสนเทศมีคุณภาพ มีความปลอดภัยของระบบ ตรงต่อความต้องการ เชื่อถือได้ เข้าถึงได้สะดวก

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1.เซ็ตข้อมูลที่เพียงพอต่อเฝ้าระวังด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ในตำบลต้นแบบในการบูรณาการงานส่งเสริมสุขภาพ 5 กลุ่มวัย และอนามัยสิ่งแวดล้อม 2. ระบบคลังข้อมูลสารสนเทศ ของตำบลต้นแบบในการบูรณาการงานส่งเสริมสุขภาพ 5 กลุ่มวัย และอนามัยสิ่งแวดล้อม

วิธีการดำเนินงาน : 1.ประชุมคณะกรรมการเพื่อชี้แจงแผนและจัดทำโครงการ 2.ร่วมสำรวจ ข้อมูล ที่ต้องจัดทำจัดเก็บ ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล/ งานส่งเสริมป้องกันในโรงพยาบาลชุมชนในตำบลต้นแบบ 3.ร่วมรวบรวม วิเคราะห์ เพื่อหาเซ็ตข้อมูลที่ต้องจัดทำจัดเก็บ ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล/ งานส่งเสริมป้องกันในโรงพยาบาลชุมชนในตำบลต้นแบบ 4.ร่วมออกแบบวิธีการจัดเก็บข้อมูลสารสนเทศ ตามเซ็ตข้อมูลที่ร่วมวิเคราะห์ 5.พัฒนาระบบคลังข้อมูลเพื่อดำเนินการจัดเก็บข้อมูล 6.ทดลองใช้ระบบคลังข้อมูล 7.ปรับปรุงระบบคลังข้อมูล 8.ประชุมชี้แจง สอนการใช้งานและประกาศใช้งานระบบคลังข้อมูล 9.ติดตามการดำเนินงาน 10.สรุปผลการดำเนินงาน

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ร่วมสำรวจข้อมูลที่ต้องจัดทำจัดเก็บของรพ.สต./งานส่งเสริมป้องกันในรพ.ชุมชนในตำบลต้นแบบบูรณาการ 1 ธ.ค. 2560 - 31 ม.ค. 2561 50,000.00
รวมเป็นเงิน 50,000.00
งบประมาณ : 50,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ธ.ค. 2560 - 31 ม.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. ตำบลต้นแบบในมีเซ็ตข้อมูลที่เพียงพอต่อเฝ้าระวังด้านการส่งเสริมสุขภาพ5 กลุ่มวัย และอนามัยสิ่งแวดล้อม 2. ตำบลต้นแบบบูรณาระบบคลังข้อมูลสารสนเทศมีคุณภาพ ไม่ซ้ำซ้อน มีความปลอดภัยของระบบ ตรงต่อความต้องการใช้ และสะดวกในการเข้าถึง

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางพชรา คำฟู นางวรพรรณ บุญมาประเสริฐ นายสาธิต อยู่ศรี

ผู้เสนอโครงการ : นายสมพงษ์ โมราฤทธิ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายสมพงษ์ โมราฤทธิ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 36

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนานักวิจัย นวัตกร ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 19. จำนวนงานวิจัย ผลงาน วิชาการ และนวัตกรรมที่ถูกนำไปใช้ประโยชน์

cluster : กลุ่ม KISS

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (71)24.1 พัฒนาระบบเฝ้าระวัง การจัดการความรู้ และนวัตกรรมด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

แผนจัดสรรงบประมาณ :   2. แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

หลักการและเหตุผล : ศูนย์อนามัยที่ 1 ได้ปรับโครงสร้างภายในองค์กรตามนโยบายกรมอนามัย โดยกำหนดให้กลุ่มขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และพัฒนากำลังคน มีหน้าที่พัฒนาระบบบริหารงานวิจัย ระบบการพัฒนานวัตกรรม และระบบการจัดการความรู้เพื่อนำไปใช้ประโยชน์และต่อยอดในเชิงพาณิชย์ รวมทั้ง การสนับสนุนพัฒนาขีดความสามารถของนักวิจัย นักจัดการความรู้ นวัตกร และผู้บริหารวิชาการให้ครบกระบวนการ จึงมีนโยบายให้จัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมเป็นหน่วยย่อยภายในองค์กร มีหน้าที่ขับเคลื่อนการดำเนินงาน พัฒนาวิธีการดำเนินงานรูปแบบใหม่ๆ และสร้างกลไกการดำเนินงานแบบข้ามสายงาน (Cross Function)

วัตถุประสงค์ : - เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากร : นักวิจัย นวัตกร และนักจัดการความรู้ ให้มีความรู้ สามารถสร้างนวัตกรรมและก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในองค์กร

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
ร้อยละของบุคลากรได้รับการพัฒนาศักยภาพและสมรรถนะสอดคล้องตามยุทธศาสตร์ขององค์กร

วิธีการดำเนินงาน : - ประสานงาน/ชี้แจงแนวทางการดำเนินงานร่วมกัน 5 ศูนย์เขตในภาคเหนือ - จัดเวที LIKE Talk ภาคเหนือ 1 ครั้ง (เจ้าภาพ) - จัดเวที CoP ทุกวันจันทร์(นักวิจัย) อังคาร(การจัดการความรู้) พุธ(นวัตกรรม) ศุกร์(PMQA) - จัดประชุม Innovation Adhoc team - สกัดองค์ความรู้จากผลงานที่โดดเด่น - สรุปประเมินผลการดำเนินงานโครงการ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ LIKE Talk ภาคเหนือ ครั้งที่ 1 (เจ้าภาพ) 1 ธ.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2561 95,000.00
2 จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ CoP PMQA Mechanism 1 พ.ย. 2560 - 30 ก.ย. 2561 55,000.00
รวมเป็นเงิน 150,000.00
งบประมาณ : 150,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 พ.ย. 2560 - 31 ธ.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : บุคลากรมีศักยภาพในการดำเนินงานตามแนวทาง PMQA หมวด 4

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางสาวกิ่งพิกุล ชำนาญคง นางสาวพินทร์พจน์ พรหมเสน นายกฤษณะ จตุรงค์รัศมี

ผู้เสนอโครงการ : นางสาวพินทร์พจน์ พรหมเสน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายสมพงษ์ โมราฤทธิ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 37

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาบุคลากร

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กลุ่ม HR

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (75)25.2 ยกระดับคุณภาพชีวิต การบริหารและพัฒนาบุคลากร

แผนจัดสรรงบประมาณ :   2. แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

หลักการและเหตุผล : การพัฒนาบุคลากรเป็น องค์ประกอบที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาองค์กร และเป็นที่ยอมรับกันว่าบุคลากรที่มีศักยภาพจะช่วยขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ขององค์กรให้บรรลุเป้าหมายได้อย่างมีคุณภาพ อย่างไรก็ตามในการพัฒนาองค์กรนั้น มีองค์ประกอบ สำคัญสองด้านคือการพัฒนาระบบในการทำงานและการพัฒนาศักยภาพบุคลากร เพียงแต่จะแตกต่างกัน คือ การพัฒนาระบบในการทำงาน เมื่อปรับเข้าสู่ระบบแล้วก็เสร็จภารกิจ แต่การพัฒนาศักยภาพของบุคลากรนั้น จะต้องมีการพัฒนาและปรับให้เหมาะสมกับบทบาทและภาระงานที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา การพัฒนาคุณสมบัติและประสิทธิภาพในการทำงาน รวมถึงความรู้ความสามารถในด้านต่าง ๆ ของบุคลากรเป็นเรื่องที่จะต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสามารถนำไปปรับใช้ในการทำงานได้อย่างดียิ่ง ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ ได้ตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าวด้วยการพัฒนาบุคลากรเป็นหัวใจสำคัญประการหนึ่งในการพัฒนาองค์กรให้บรรลุเป้าหมายตามวิสัยทัศน์ พันธกิจ อย่างมีคุณภาพ จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาบุคลากรศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ ปีงบประมาณ 2561 ขึ้น เพื่อพัฒนาขีดสมรรถนะของบุคลากร ให้มีคุณภาพทั้งด้านความรู้ และทักษะที่จำเป็นในการทำงาน อันจะส่งผลให้การทำงานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นเพื่อประโยชน์สูงสุดขององค์กรต่อไป

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อพัฒนาขีดสมรรถนะบุคลากรให้สอดคล้องกับภารกิจวิสัยทัศน์ ยุทธศาสตร์ขององค์กรและยุทธศาสตร์ขององค์กรและยุทธศาสตร์การพัฒนาข้าราชการพลเรือนตามที่ ก.พ กำหนด 2. เพื่อให้บุคลากรสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ในการทำงานซึ่งจะเป็นผลดีต่อองค์กร 3. เพื่อนำหลักแนวคิด และประสบการณ์มาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
บุคลากรได้รับการพัฒนาขีดสมรรถนะไม่น้อยกว่าร้อยละ 80

วิธีการดำเนินงาน : 1 ขั้นเตรียมการ -รับหนังสือราชการจากหน่วยงานผู้จัด -พิจารณาเจ้าหน้าที่ผู้มีคุณสมบัติตามหลักสูตรเสนอผู้บังคับบัญชาอนุมัติ -ส่งตัวผู้รับการอบรมให้หน่วยงานผู้จัด 2 ขั้นดำเนินการ -ประสานผู้เข้ารับการอบรมแต่ละหลักสูตร -ทำเรื่องขออนุมัติไปราชการตามระบบ -สรุปผลการไปประชุม/อบรมฯ 3 วิธีการติดตามประเมินผล (M&E) -การถ่ายทอดองค์ความรู้ในเวทีต่างๆ -รวบรวมวิเคราะห์ผลไปการประชุม/อบรมฯ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุม/อบรม/สัมมนา หน่วยงานภายนอกหน่วยงาน(แผนสูงอายุ) 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 417,500.00
2 ประชุม/อบรม/สัมมนา ภายในหน่วยงาน(แผนสิ่งแวดล้อม) 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 400,000.00
3 พัฒนาขีดสมรรถนะบุคลากร (แผนเศรษฐกิจพิเศษ) 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 224,650.00
4 พัฒนาบุคลากรไปราชการ(แผนช่วงวัย) 1 มิ.ย. 2561 - 30 ก.ย. 2561 352,314.00
5 พัฒนาบุคลากรไปราชการ(แผนศักยภาพคน) 1 มิ.ย. 2561 - 30 ก.ย. 2561 566,488.00
รวมเป็นเงิน 1,960,952.00
งบประมาณ : 1,960,952.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1 บุคลกรศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ ได้รับการพัฒนาสมรรถนะ ด้านความรู้ ทักษะ 2 สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้กับภาระงานที่รับผิดชอบให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางดุจเดือน พิงคยางกูล

ผู้เสนอโครงการ : นางดุจเดือน พิงคยางกูล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางอุบลศรี ไชยซาววงค์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 38

ชื่อโครงการ : จัดซื้อนมผงเพื่อป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูก

ยุทธศาสตร์ : 3. อภิบาลระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 17. ร้อยละของภาคีเครือข่ายภาครัฐที่นำสินค้าและบริการ (Product Champion) ของกรมอนามัยไปใช้

cluster : กลุ่ม HR

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (75)25.2 ยกระดับคุณภาพชีวิต การบริหารและพัฒนาบุคลากร

แผนจัดสรรงบประมาณ :   11. แผนงานพื้นฐานด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคน

หลักการและเหตุผล :

วัตถุประสงค์ :

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :

วิธีการดำเนินงาน :

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดซื้อนมผงเพื่อป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูก 1 พ.ย. 2560 - 30 พ.ย. 2560 500,000.00
รวมเป็นเงิน 500,000.00
งบประมาณ : 500,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 พ.ย. 2560 - 30 พ.ย. 2560
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ :

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางพิมพ์ดวงใจ ชัยชนะ

ผู้เสนอโครงการ : นางพิมพ์ดวงใจ ชัยชนะ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายสมศักดิ์ เลิศจีระจรัส

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 39

ชื่อโครงการ : โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการการใช้โปรแกรมการขึ้นทะเบียน Care Manager, Care Giver และการใช้งานโปรแกรม Care Plan

ยุทธศาสตร์ : 1.5 ส่งเสริมผู้สูงอายุไทยเพื่อเป็นหลักชัยของสังคม

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 13. อายุคาดเฉลี่ยของการมีสุขภาพ (Health-Adjusted Life Expectancy : HALE)

cluster : กลุ่มผู้สูงอายุ

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (46)15.1 ทบทวนสถานการณ์ และ พัฒนาศักยภาพบุคลากรในการส่งเสริมสุขภาพสุขภาพผู้สูงอายุ ทุกระดับ ส่วนกลางเขต จังหวัด อำเภอ ตำบล

แผนจัดสรรงบประมาณ :   2. แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

หลักการและเหตุผล :

วัตถุประสงค์ :

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :

วิธีการดำเนินงาน :

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมเชิงปฏิบัติการการใช้โปรแกรมการขึ้นทะเบียน Care Manager, Care Giver และการใช้งานโปรแกรม Care Plan 1 พ.ค. 2561 - 31 พ.ค. 2561 200,000.00
รวมเป็นเงิน 200,000.00
งบประมาณ : 200,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 พ.ค. 2561 - 31 พ.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ :

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางอุมาพร นิ่มตระกูล

ผู้เสนอโครงการ : นางอุมาพร นิ่มตระกูล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายสมศักดิ์ เลิศจีระจรัส

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 40

ชื่อโครงการ : โครงการฝึกอบรมผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager)

ยุทธศาสตร์ : 1.5 ส่งเสริมผู้สูงอายุไทยเพื่อเป็นหลักชัยของสังคม

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 13. อายุคาดเฉลี่ยของการมีสุขภาพ (Health-Adjusted Life Expectancy : HALE)

cluster : กลุ่มผู้สูงอายุ

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (46)15.1 ทบทวนสถานการณ์ และ พัฒนาศักยภาพบุคลากรในการส่งเสริมสุขภาพสุขภาพผู้สูงอายุ ทุกระดับ ส่วนกลางเขต จังหวัด อำเภอ ตำบล

แผนจัดสรรงบประมาณ :   2. แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

หลักการและเหตุผล : ปัจจุบันมีประชากรผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) ของโลกเพิ่มมากขึ้นทำให้หลายประเทศเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้ว (Ageing Society) จากข้อมูลสำรวจใน พ.ศ. 2556 พบว่าประเทศที่มีผู้สูงอายุมากที่สุดตามลำดับ ดังนี้ 1. ประเทศญี่ปุ่นมีผู้สูงอายุร้อยละ 32.0, 2. ประเทศอิตาลีร้อยละ 26.9 , 3. ประเทศเยอรมันร้อยละ 26.8, และประเทศไทยมีผู้สูงอายุร้อยละ 14.3 มากเป็นอันดับที่ 63 ของโลก และในภูมิภาคอาเซียนประเทศไทยมีผู้สูงอายุมากเป็นอันดับ 2 รองจากประเทศสิงคโปร์ (ข้อมูลกรมอนามัย) ประเทศไทยมีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นทุกปีจากข้อมูลสถานการณ์ผู้สูงอายุของประเทศไทยในปัจจุบันของกรมอนามัย พบว่า พ.ศ. 2537 มีจำนวนผู้สูงอายุ 4.0 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 6.8 พ.ศ. 2545 จำนวน 5.9 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 9.4 พ.ศ. 2550 จำนวน 7.0 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 10.7 พ.ศ. 2554 จำนวน 8.2 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 12.2 ล้านคน และในปี 2557 จำนวน 10.0 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 14.9 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 20 ในปี พ.ศ. 2568 นั้น หมายถึงในอีก 10 ปีข้างหน้าประเทศไทยจะเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society) และยังพบว่าอายุคาดเฉลี่ยเมื่อแรกเกิดของประชากรไทยในอนาคตเพิ่มสูงขึ้นดังนี้ พ.ศ. 2550 ชาย 68.4 ปี หญิง 75.20 ปี พ.ศ. 2553 ชาย 71.0 ปี หญิง 71.70 ปี พ.ศ. 2563 ชาย 73.0 ปี หญิง 79.40 ปี พ.ศ. 2573 ชาย 75.10 ปี หญิง 80.90 ปี และในปี พ.ศ. 2583 ชาย 77.20 ปี และหญิง 82.30 ปี อายุคาดเฉลี่ยฯ หญิงสูงกว่าชาย โดยพบว่าประชากรผู้สูงอายุที่มีอายุยืนยาวขึ้น ผู้สูงอายุวัยปลาย (อายุ 80 ปีขึ้นไป) เพิ่มสูงขึ้นดังนี้ พ.ศ. 2553 จำนวน 1.07 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 12.10 , พ.ศ. 2563 จำนวน 1.69 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 13.40 ,พ.ศ. 2573 จำนวน 2.42 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 13.80และ พ.ศ. 2583 จำนวน 3.92 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 19.10 ซึ่งเป็นวัยที่ต้องการพึ่งพิงสูง ปัญหาสุขภาพที่พบมีดังนี้ กลุ่มโรคที่พบบ่อยในผู้สูงอายุได้แก่ โรคเรื้อรัง เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และหลอดเลือดสมอง สุขภาพช่องปาก และสุขภาพตาผู้สูงอายุวัยต้นเป็นโรคเรื้อรังร้อยละ 69.30 ผู้สูงอายุ 90 ปีขึ้นไปเป็นโรคเรื้อรังร้อยละ 83.0 และเจ็บป่วยจากโรค 6 โรคพร้อมกันร้อยละ 70.80 การเจ็บป่วยมีแนวโน้มสูงขึ้น โดยเพศหญิงเจ็บป่วยมากกว่าเพศชาย และกลุ่มโรคที่เกิดจากภาวะเสื่อมของร่างกาย (Geriatric Syndrome) เช่น สมองเสื่อม ซึมเศร้า หกล้ม กลั้นปัสสาวะ โภชนาการ และการนอน พบว่าผู้สูงอายุในประเทศไทยมีกลุ่มอาการดังกล่าวมากขึ้น เมื่ออายุมากขึ้นและเพศหญิงพบมากกว่าเพศชาย เขตสุขภาพที่ 1 ก็เช่นกัน มีประชากรผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นใกล้เคียงกับระดับประเทศ จากข้อมูลของศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ พบว่า พ.ศ. 2557 จำนวน 826,921 คน คิดเป็นร้อยละ 14.51 ,พ.ศ. 2558 จำนวน 912,084 คน คิดเป็นร้อยละ 14.59 และในปี พ.ศ. 2559 จำนวน 947,380 คน คิดเป็นร้อยละ 18.1 และในเขตบริการที่ 1 มีจังหวัดที่เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society) คือ จังหวัดแพร่ จากการประเทศความสามารถในการดำเนินชีวิตประจำวัน (ดัชนีบาร์เธลเอดี แอล) พบว่ามีผู้สูงอายุกลุ่มติดสังคมมีจำนวน 819,008 คน คิดเป็นร้อยละ 93.5 กลุ่มติดบ้านจำนวน 48,353 คน คิดเป็นร้อยละ 5.6 กลุ่มติดเตียงจำนวน 8,437 คน คิดเป็นร้อยละ 0.9 รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุตามพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 และตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2550 ช่วยให้ผู้สูงอายุได้รับสิทธิต่างๆ ครอบคลุมแนวทางการพัฒนาผู้สูงอายุ 3 ด้าน คือ 1) ด้านสังคม ได้แก่การบริการทางการแพทย์และการสาธารณสุข เพิ่มอำนวยความสะดวกรวดเร็วแก่ผู้สูงอายุเป็นกรณีพิเศษ การศึกษา การศาสนา และข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิต การพัฒนาตนเองสร้างเครือข่ายและมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม การช่วยเหลือกรณีได้รับอันตรายจากการทารุณกรรม หรือถูกทอดทิ้ง การจัดหาที่อยู่อาศัย อาหาร และเครื่องนุ่งห่มให้ตามความจำเป็นอย่างทั่วถึง การสงเคราะห์เบี้ยยังชีพฯ 2) ด้านเศรษฐกิจ ได้แก่ส่งเสริมอาชีพที่เหมาะสมและสิทธิลดหยุ่นภาษีแก่ผู้อุปการะเลี้ยงดูผู้สูงอายุ 3) ด้านโครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณะ นโยบายการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุกระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดวิสัยทัศน์“ภายในทศวรรษต่อไป คนไทยทุกคนจะมีสุขภาพแข็งแรงเพิ่มขึ้นเพื่อสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศทั้งทางตรงและทางอ้อมอย่างยั่งยืน” โดยกำหนดผลกระทบระดับชาติ 10 ปี ไว้คือ 1) อายุคาดเฉลี่ยเมื่อแรกเกิดไม่น้อยกว่า 80 ปี และ 2) อายุคาดเฉลี่ยการมีสุขภาพดีไม่น้อยกว่า 72 ปี มีเป้าหมาย 1) เพื่อส่งเสริมและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพผู้สูงอายุให้มีสุขภาพที่พึงประสงค์ โดยผสมผสานมาตรฐานการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมทั้งสุขภาพกายและจิต 2) เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้สูงอายุเข้าถึงบริการสุขภาพอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม 3) เพื่อพัฒนาระบบบริการสุขภาพผู้สูงอายุให้มีคุณภาพทั้งในสถานบริการและบริการเชิงรุกในชุมชน 4) เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้ครอบครัว ชุมชน และท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการดูแลผู้สูงอายุ โดยกลวิธี 1) สร้างและพัฒนาศักยภาพบุคลากร/ภาคีเครือข่าย 2) ใช้กลไกลของ District Health System เพื่อบูรณาการงานใน CUP และ CUP กับส่วนราชการอื่นๆ ท้องถิ่นและภาคประชาชน 3) ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุดูแลสุขภาพตนเองในด้านส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค มีการตรวจคัดกรองสุขภาพกายและจิตใจชุมชนได้แก่การประเมิน ADL การคัดกรองโรคที่พบบ่อยและภาวะเสื่อมของร่างกาย 4) พัฒนาระบบบริการ Home Health Care ให้ได้มาตรฐาน บริการผู้สูงอายุแบบองค์รวมจากสถานบริการสู่ชุมชน ครอบครัว ปรับสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการส่งเสริมสุขภาพ 5) พัฒนาระบบฐานข้อมูลจากนโยบายส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุดังกล่าว ซึ่งเป็นนโยบายที่สำคัญเพื่อการรองรับสังคมผู้สูงอายุอย่างชัดเจน โดยผลักดันให้เกิดการดำเนินงานผู้สูงอายุอย่างเป็นรูปธรรม ทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและองค์กรอิสระ ร่วมกันบูรณาการให้เกิดระบบการผู้สูงอายุอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีผู้สูงอายุและญาติเป็นจุดศูนย์กลางมุ่งเน้นการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว (ตำบลดูแลผู้สูงอายุระยะยาวหรือ Long Term Care) ทั้งด้านสุขภาพ สังคมเศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม โดยมีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) อาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุ (อผส.) จิตอาสา ญาติ และเพื่อนบ้าน ร่วมกันอยู่ในทีมสุขภาพเพื่อให้การดูแลช่วยเหลือผู้สูงอายุให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสุขภาและมีศักดิ์ศรีจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ในการเตรียมการเพื่อรองรับสภาพปัญหาของผู้สูงอายุและเพื่อดำเนินการตามนโยบายการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่และภาคีเครือข่ายการดำเนินงานดูแลผู้สูงอายุซึ่งตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ จึงได้จัดทำโครงการฝึกอบรมผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ(Care Manager) ขึ้น

วัตถุประสงค์ : - เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) - เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับการดูแลแบบระยะยาว (Long Term Care) ในสังคมอย่างสมศักดิ์ศรี - เพื่อให้ผู้สูงอายุเข้าถึงบริการสุขภาพอย่างเท่าเทียมกันและได้รับความคุ้มครองให้ปลอดภัย มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์และมีคุณภาพชีวิตที่ดี

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
จำนวนผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) 60 คน

วิธีการดำเนินงาน : ขั้นเตรียมการ ศึกษาข้อมูลจำนวนผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง(ติดบ้าน/ติดเตียง) ข้อมูลผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) ของตำบลพื้นที่เป้าหมายการดำเนินงานระบบการดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุขสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง (Long Term Care) 8 จังหวัด ในเขตสุขภาพที่ 1 ประสานภาคีเครือข่ายองค์กรดำเนินงานผู้สูงอายุที่เกี่ยวข้องในการร่วมพัฒนาศักยภาพการจัดการอบรมผู้จัดการผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) ให้สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานระบบการดูแลระยะยาวทางด้านสาธารณสุข จัดทำแผนงานโครงการพัฒนาศักยภาพผู้จัดการผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) ขั้นดำเนินการ ดำเนินการฝึกอบรมผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) ในพื้นที่เป้าหมาย สนับสนุนองค์ความรู้วิชาการต่างๆ และแนวทางการดำเนินงานการดูแลละการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ วิธีการติดตามประเมินผล (M&E) การเยี่ยมติดตามการดำเนินงานผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) ในพื้นที่ตำบลเป้าหมาย โครงการการดำเนินงานระบบการดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุขสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงในพื้นที่ Long Term Care 8 จังหวัด ในเขตสุขภาพที่ 1 วิเคราะห์ผลการดำเนินงานผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) ในพื้นที่ Long Term Care 8 จังหวัด ในเขตสุขภาพที่ 1 ส่งเสริมสนับสนุนนิเทศงานกำกับติดตามงาน

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดอบรมผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) 23 เม.ย. 2561 - 2 พ.ค. 2561 500,000.00
รวมเป็นเงิน 500,000.00
งบประมาณ : 500,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 23 เม.ย. 2561 - 2 พ.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : - ได้พัฒนาศักยภาพผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) - ผู้สูงอายุได้รับการดูแลแบบระยะยาว (Long Term Care) ในสังคมได้อย่างสมศักดิ์ศรี - ผู้สูงอายุเข้าถึงบริการสุขภาพอย่างเท่าเทียมกันและได้รับความคุ้มครองให้ปลอดภัย มีพฤติกรรมที่พึงประสงค์และมีคุณภาพชีวิตที่ดี

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางอุมาพร นิ่มตระกูล นางสาวชุมพร แพรศิลป์ นางชลลดา สรศักดิ์ นางประทิน วิญญรัตน์

ผู้เสนอโครงการ : นางอุมาพร นิ่มตระกูล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายสมศักดิ์ เลิศจีระจรัส

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 41

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่ายระดับจังหวัดเพื่อลดการตายมารดาและเตรียมความพร้อมรับการประเมินรับรองมาตรฐาน PNC จากสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน)

ยุทธศาสตร์ : 1.1 ส่งเสริมการเกิดและเติบโตคุณภาพ

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 1. อัตราส่วนการตายมารดาไทย ต่อการเกิดมีชีพแสนคน

cluster : กลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัย

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (2)1.2 เสริมพลังภาคีเครือข่าย (MCH Board ) และสืบสวนการตายมารดาระดับเขต

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล :

วัตถุประสงค์ : 1.เพื่อพัฒนาศักยภาพระบบเครือข่ายบริการอนามัยแม่และเด็กประเด็นการป้องกันปัญหามารดาตายจากการตั้งครรภ์และการคลอดจังหวัดลำพูน 2.เพื่อพัฒนาระบบความเชื่อมโยงของมาตรฐานอนามัยแม่และเด็ก ประเด็นการป้องกันปัญหามารดาตายจากการตั้งครรภ์และการคลอดจังหวัดลำพูน 3.เพื่อเตรียมความพร้อมรับการประเมินรับรองมาตรฐาน PNC จากสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน)

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :

วิธีการดำเนินงาน :

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดซื้อวัสดุในการดำเนินงาน 1 พ.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2561 4,740.00
2 จัดประชุม/เข้าประชุมร่วมกับทีมพัฒนาคุณภาพจังหวัดลำพูน 1 พ.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2561 35,260.00
รวมเป็นเงิน 40,000.00
งบประมาณ : 40,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 พ.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1.เครือข่ายบริการอนามัยแม่และเด็กประเด็นการป้องกันปัญหามารดาตายจากการตั้งครรภ์และการคลอดจังหวัดลำพูนได้รับการพัฒนาศักยภาพ 2.จังหวัดลำพูนผ่านการรับการประเมินมาตรฐาน PNC จากสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน)

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางกฤษณา กาเผือก นางภทรพร พิบุลย์

ผู้เสนอโครงการ : นางกฤษณา กาเผือก

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายสมศักดิ์ เลิศจีระจรัส

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 42

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนารูปแบบกลไกการขับเคลื่อนงานอนามัยสิ่งแวดล้อมสู่การปฏิบัติระดับพื้นที่โดยผ่านกลไกคณะอนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัด

ยุทธศาสตร์ : 2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 15. ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างน้อยตำบลละ 1 ชุมชน

cluster : กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (54)17.3 ส่งเสริมการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมในจังหวัด ท้องถิ่นและชุมชน

แผนจัดสรรงบประมาณ :   3. แผนงานบูรณาการบริหารจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม

หลักการและเหตุผล :

วัตถุประสงค์ : 1.เพื่อศึกษารูปแบบกลไกการขับเคลื่อนงานอนามัยสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมตามบริบทของพื้นที่ ผ่านกลไกคณะอนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัด (คสจ) 2.เพื่อประเมินผลการขับเคลื่อนงานอนามัยสิ่งแวดล้อมสู่การปฏิบัติระดับพื้นที่ โดยผ่านกลไกคณะอนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัด (คสจ)

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
มีคณะอนุกรรมการสนับสนุนและติดตามกำกับการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุขระดับจังหวัด 2 จังหวัด คณะอนุกรรมการสาธารณสุขอำเภอ 2 อำเภอ

วิธีการดำเนินงาน : 1.การพัฒนารูปแบบแนวทางการขับเคลื่อนงานอนามัยสิ่งแวดล้อมสู่การปฏิบัติระดับพื้นที่ โดยผ่านกลไกคณะอนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัด (คสจ) 2.การประเมินผลการขับเคลื่อนงานอนามัยสิ่งแวดล้อมสู่การปฏิบัติระดับพื้นที่ โดยผ่านกลไกคณะอนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัด (คสจ)

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดประชุมคณะอนุกรรมการสนับสนุนและติดตามกำกับการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข 1 มิ.ย. 2561 - 30 ก.ย. 2561 42,000.00
2 จัดประชุมคณะอนุกรรมการสาธารณสุขอำเภอ 1 มิ.ย. 2561 - 30 ก.ย. 2561 42,000.00
3 สนับสนุนและติดตามการดำเนินงานพัฒนาต้นแบบการขับเคลื่อนงานอนามัยสิ่งแวดล้อมสู่การปฏิบัติระดับพื้นที่ฯ 1 มิ.ย. 2561 - 30 ก.ย. 2561 16,000.00
รวมเป็นเงิน 100,000.00
งบประมาณ : 100,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 มิ.ย. 2561 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1.งานอนามัยสิ่งแวดล้อมของประเทศได้รับการขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ โดยผ่านกลไกคณะอนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัด (คสจ) ตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข 2.มีรูปแบบกลไกการดำเนินงานด้านสาธารณสุขและการอนามัยสิ่งแวดล้อมภายใต้คณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัด (คสจ) ที่เหมาะสมตามบริบทของพื้นที่ และสามารถขยายผลเพื่อให้เกิดต้นแบบการขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติระดับพื้นที่ ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการบังคับใช้กฎหมายให้เป็นไปตามเจตนารมย์ของกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นายนณธภัทร ธีระวรรธนะสิริ นายสราวุธ ปิ่นแก้ว

ผู้เสนอโครงการ : นายวิภู กฤษณุรักษ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายสมศักดิ์ เลิศจีระจรัส

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 43

ชื่อโครงการ : โครงการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคสมองเสื่อมในผู้สูงอายุและพระสงฆ์ ปี 2561

ยุทธศาสตร์ : 1.5 ส่งเสริมผู้สูงอายุไทยเพื่อเป็นหลักชัยของสังคม

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 13. อายุคาดเฉลี่ยของการมีสุขภาพ (Health-Adjusted Life Expectancy : HALE)

cluster : กลุ่มผู้สูงอายุ

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (45)14.4 สร้าง พัฒนาเครือข่าย(Partnership) และสร้างสังคมแห่งความรอบรู้ในการส่งเสริมสุขภาพ (Health Literate community)

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล :

วัตถุประสงค์ : 1.เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ "พระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะ" ผ่านธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ และพัฒนาวัดเป็นวัดรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literate Temple) 2.เพื่อพัฒนาศักยภาพพระสงฆ์ "หลักสูตรพระคิลานุปัฏฐาก (พระอาสาสมัครสาธารณสุขประจำวัด-อสว.)" 3.เพื่อสำรวจความรอบรู้ด้านสุขภาพของพระคิลานุปัฏฐาก (พระอาสาสมัครสาธารณสุขประจำวัด-อสว.) 4.เพื่อพัฒนาวัดให้เป็น "วัดรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literate Temple)" สำหรับชุมชน

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
พระสงฆ์และภาคีเครือข่าย 8 จังหวัด

วิธีการดำเนินงาน : 1.ประชุมแนวทางการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ "พระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะ" ผ่านธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติและการพัมนาวัดเป็นวัดรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literate Temple) 2.พัฒนาศักยภาพพระสงฆ์ "หลักสูตรพระคิลานุปัฏฐาก (พระอาสาสมัครส่งเสริมสุขภาพประจำวัด-อสว.)"

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดประชุมแนวทางการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ "พระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะ" ผ่านธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติและการพัฒนาวัดเป็นวัดรอบรู้ด้านสุขภาพ 1 พ.ค. 2561 - 31 พ.ค. 2561 443,512.00
2 จัดอบรมพระคิลานุปัฏฐาก (พระ อสว.) ภาคทฤษฎี 1 มิ.ย. 2561 - 31 ก.ค. 2561 854,546.00
รวมเป็นเงิน 1,298,058.00
งบประมาณ : 1,298,058.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 พ.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1.ได้ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ "พระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะ" ผ่านธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ และพัฒนาวัดเป็นวัดรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literate Temple) 2.ได้พัฒนาศักยภาพพระสงฆ์ "หลักสูตรพระคิลานุปัฏฐาก (พระอาสาสมัครสาธารณสุขประจำวัด-อสว.)" 3.ได้สำรวจความรอบรู้ด้านสุขภาพของพระคิลานุปัฏฐาก (พระอาสาสมัครสาธารณสุขประจำวัด-อสว.) 4.ได้พัฒนาวัดให้เป็น "วัดรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literate Temple)" สำหรับชุมชน

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางอุมาพร นิ่มตระกูล นางประทัน วิญญรัตน์ นางสาวชุมพร แพรศิลป์ นางชลลดา สรศักดิ์

ผู้เสนอโครงการ : นางอุมาพร นิ่มตระกูล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายสมศักดิ์ เลิศจีระจรัส

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................