หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์
ลำดับที่ : 1

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาระบบการดูแลด้านสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาว(Long Term Care) ในชุมชน

ยุทธศาสตร์ : 1.5 ส่งเสริมผู้สูงอายุไทยเพื่อเป็นหลักชัยของสังคม

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 13. อายุคาดเฉลี่ยของการมีสุขภาพ (Health-Adjusted Life Expectancy : HALE)

cluster : กลุ่มผู้สูงอายุ

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (46)15.1 ทบทวนสถานการณ์ และ พัฒนาศักยภาพบุคลากรในการส่งเสริมสุขภาพสุขภาพผู้สูงอายุ ทุกระดับ ส่วนกลางเขต จังหวัด อำเภอ ตำบล

แผนจัดสรรงบประมาณ :   2. แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

หลักการและเหตุผล : ประเทศไทยได้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้ว โดยในปี 2537 ประชากรผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจาก 4 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 6.8 ของประชากรทั้งหมด อีก 20 ปีต่อมา (ปี 2557) เพิ่มขึ้นเป็น 10 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 14.9 และคาดคาดการณ์ว่าในปี 2564 ประเทศไทยจะกลายเป็นสังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ (Aged Society) หมายถึงมีสัดส่วนประชากรผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป คิดเป็นร้อยละ 20 ขึ้นไป จำนวนและสัดส่วนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นส่งผลต่อภาระค่าใช้จ่ายสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นจาก 60,000 ล้านบาทในปี 2553 เป็น 220,000 ล้านบาทในปี 2565 หรือคิดเป็นร้อยละ 2.8 ของ GDP ในปี 2565 เหล่านี้คือความจำเป็นที่ต้องสร้างระบบการดูแลผู้สูงอายุระยะยาวขึ้นมารองรับ ซึ่งในปี 2559 กระทรวงสาธารณสุขให้ความสำคัญและมุ่งเน้นในการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง กลุ่มติดบ้านและติดเตียง ให้ได้รับการดูแลจากทีมสหสาขาวิชาชีพ จากหน่วยบริการปฐมภูมิและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพระดับตำบล บริการดูแลด้านสุขภาพถึงที่บ้านอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ตามปัญหาสุขภาพ โดยการมีส่วนร่วมของครอบครัว ชุมชน ท้องถิ่น เพื่อส่งผลให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดี อยู่ในสังคมอย่างมีศักดิ์ศรีเข้าถึงบริการอย่างถ้วนหน้าและเท่าเทียม ปัจจุบัน (ปี 2560) เขตสุขภาพที่ 3 มีผู้สูงอายุจำนวน 463,733 คน (ร้อยละ 20.79) ได้รับการประเมินคัดกรองสุขภาพ (การประเมินความสามารถในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน, ADL) จำนวน 344,527 คน (ร้อยละ 74.22) จำแนกผู้สูงอายุออกเป็น 3 กลุ่ม คือกลุ่มที่ 1 คือผู้สูงอายุติดสังคมหรือกลุ่มที่ยังช่วยเหลือตนเองและผู้อื่นได้ ทำกิจกรรมต่างๆ ได้ จำนวน 332,339คน (ร้อยละ 96.46) กลุ่มที่ 2 คือผู้สูงอายุติดบ้านหรือกลุ่มพึ่งตนเองได้บ้างและช่วยเหลือตนเองได้บ้าง จำนวน 9,747 คน (ร้อยละ 2.83) และกลุ่มที่ 3 คือผู้สูงอายุติดเตียงหรือกลุ่มที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้เลย จำนวน 2,441 คน คิดเป็นร้อยละ 0.71 ซึ่งจากข้อมูลดังกล่าวพบว่าเป็นผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิง (กลุ่มติดบ้านติดเตียง) ร้อยละ 3.54 ต้องได้รับการดูแลทั้งด้านสุขภาพและสังคมที่บ้านอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ (อ้างอิงจากฐานข้อมูล HDC วันที่ 22 สิงหาคม 2560 เพื่อตอบสนองนโยบายการจัดระบบดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุขสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง และการสร้างเสริมสุขภาวะสำหรับผู้สูงอายุและผู้อยู่ในภาวะพึ่งพิง ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ จัดทำโครงการพัฒนาระบบการดูแลด้านสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาว(Long Term Care) ในชุมชน ประจำปีงบประมาณ 2561 ขึ้น เพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบบริการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว (Long term care) ด้านสุขภาพให้เกิดเป็นรูปธรรม เกิดความต่อเนื่องและยั่งยืน ครอบคลุมในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 3

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อถ่ายทอด นโยบายและ ยุทธศาสตร์การดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ สู่ระดับพื้นที่ 2. เพื่อพัฒนาศักยภาพของบุคลากรสาธารณสุขในการเป็นผู้จัดการระบบดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุข (Care Manager) 3. เพื่อพัฒนาศักยภาพ ภาคีเครือข่ายที่ทำงานด้านการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาว (Care giver)

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1 มีผู้จัดการระบบดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุข (Care Manager) 250 คน 2 ผู้ช่วยเหลือดูแลสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาว (Caregiver) 960 คน 3. ตำบลที่มีระบบการส่งเสริมสุขภาพดูแลผู้สูงอายุระยะยาว(Long Term Care ) ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 16 0ตำบล

วิธีการดำเนินงาน : 1. ตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนระบบส่งเสริมสุขภาพดูแลผู้สูงอายุเขตสุขภาพที่ 3 2. เขียนโครงการและแผนการดำเนินงานตามกิจกรรม 3. ประชุมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนาทักษะผู้ประเมินระบบตำบลดูแลผู้สูงอายุระยะยาว เขตสุขภาพที่ 3 และชี้แจง นโยบาย ยุทธศาสตร์ แนวทางการดำเนินงาน องค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุที่เหมาะสมกับท้องถิ่นและชุมชนให้แก่ผู้รับผิดชอบงานระดับจังหวัดและระดับอำเภอ จำนวน 130 คน 4. จัดอบรมผู้จัดการระบบดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุข (Care Manager) จำนวน 2570 คน (2 รุ่นๆละ 125 คคน) 5. จัดอบรม ผู้ช่วยเหลือดูแลสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาว (Caregiver) จำนวน 9601,080 คน 6. เยี่ยมเสริมพลัง นิเทศติดตาม ควบคุมกำกับ และประเมินผลทั้งด้านการบริหาร การจัดการ การดำเนินงาน การใช้จ่ายงบประมาณ ระดับผลสัมฤทธิ์ของงานในระดับพื้นที่ 7. ร่วมกับจังหวัดประเมินรับรองมาตรฐาน ตำบลที่มีระบบการส่งเสริมสุขภาพดูแลผู้สูงอายุระยะยาว (Long Term Care) (ลงสุ่มประเมินตำบล)

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนาทักษะผู้ประเมินระบบตำบลดูแลผู้สูงอายุระยะยาว เขตสุขภาพที่ 3 1 ต.ค. 2560 - 31 ต.ค. 2560 41,500.00
2 จัดอบรมผู้จัดการระบบดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุข (Care Manager) จัดอบรมผู้จัดการระบบดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุข (Care Manager) 2 รุ่นๆละ 125 คน รุ่น1 ช่วงที่ 1 30 ต.ค.60 – 3 พ.ย.60/ รุ่น1 ช่วงที่ 2 27 พ.ย.60 – 1 ธ.ค.60 รุ่น2 ช่วงที่ 1 6 พ.ย.60 – 10 พ.ย.60 /รุ่น2 ช่วงที่ 2 18 ธ.ค.60 – 22 ธ.ค.60 30 ต.ค. 2560 - 22 ธ.ค. 2560 1,091,770.00
3 จัดอบรมผู้ช่วยเหลือดูแลสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาว (Care giver) 1 ม.ค. 2561 - 30 เม.ย. 2561 969,240.00
4 เยี่ยมเสริมพลัง นิเทศติดตามควบคุมกำกับ และประเมินผลทั้งด้านการบริหาร การจัดการ การดำเนินงาน การใช้จ่ายงบประมาณ ระดับผลสัมฤทธิ์ของงานในระดับพื้นที่ จังหวัดละ 12 ตำบล 4 จังหวัด 1 ก.พ. 2561 - 31 ก.ค. 2561 88,000.00
รวมเป็นเงิน 2,190,510.00
งบประมาณ : 2,190,510.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 31 ก.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. มีบุคลากรสาธารณสุขผ่านการอบรม Care Manager ตามหลักสูตรกรมอนามัยจำนวน 250 คน และสามารถจัดทำ Care Plan รายบุคคลได้ 2. มีผู้ช่วยเหลือดูแลสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาว (Caregiver) ผ่านการอบรมตามหลักสูตรฯกรมอนามัย จำนวน 960 คน 3. ตำบลที่มีระบบการส่งเสริมสุขภาพดูแลผู้สูงอายุระยะยาว (Long Term Care) ผ่านเกณฑ์การ ประเมินรับรองมาตรฐาน ร้อยละ 60

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางนาฎสินี ชัยแก้ว

ผู้เสนอโครงการ : นางนาฎสินี ชัยแก้ว

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางนาฎสินี ชัยแก้ว

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายศักดา อัลภาชน์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์
ลำดับที่ : 2

ชื่อโครงการ : บูรณาการการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี การดูแลสุขภาพช่องปาก ผู้สูงอายุ ภายใน แผนงานทันตสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุประเทศไทย พ.ศ.2558-2565

ยุทธศาสตร์ : 1.5 ส่งเสริมผู้สูงอายุไทยเพื่อเป็นหลักชัยของสังคม

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 14. ร้อยละของผู้สูงอายุ (60-74 ปี) มีฟันแท้ใช้งานอย่างน้อย 20 ซี่ และ 4 คู่สบ

cluster : กลุ่มผู้สูงอายุ

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (49)16.1 ทบทวนสถานการณ์และการสร้างการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายภาคประชาชน

แผนจัดสรรงบประมาณ :   2. แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

หลักการและเหตุผล : สุขภาพช่องปากส่งผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ทั้งด้านสุขภาพ อารมณ์ และสังคม โดยเฉพาะความรู้สึกเจ็บปวด ปัญหาหลักในผู้สูงอายุยังคงเป็นการสูญเสียฟัน ผู้สูงอายุ 60-74 ปี ร้อยละ 88.3 มีการสูญเสียฟันบางส่วนและร้อยละ 7.2 สูญเสียฟันทั้งปาก และการสูญเสียฟันยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตามอายุจนเมื่ออายุ 80-89 ปี พบสูญเสียฟันทั้งปาก สูงถึงร้อยละ 32.2 ความต้องการใส่ฟันเทียมทั้งปากในผู้สูงอายุ60-74 ปี ลดลงจากร้อยละ 4.1 ในการสำรวจครั้งที่ 6 เป็นร้อยละ 2.5 ทั้งนี้อาจจะเนื่องมาจากมีการรณรงค์ใส่ฟันทั้งปากเพื่อการเคี้ยวอาหารอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2548 จนถึงปัจจุบัน ผู้สูงอายุ 60-74 ปี ร้อยละ 57.8มีฟันแท้ใช้งานได้อย่างน้อย 20 ซี่ เฉลี่ย 18.8 ซี่ต่อคน ร้อยละ 43.3 มีฟันหลังสบกันอย่างน้อย 4 คู่สบ ส่วนในกลุ่มอายุ 80-89 ปี มีเพียงร้อยละ 23.5 ที่มีฟันแท้ใช้งานได้อย่างน้อย 20 ซี่ และมีฟันหลังที่ใช้บดเคี้ยวสบกันอย่างน้อย 4 คู่สบ เพียงร้อยละ 15.6 ชี้ให้เห็นถึงประสิทธิภาพการบดเคี้ยวที่ลดลงชัดเจน แม้จำนวนฟันแท้ใช้งานในกลุ่มผู้สูงอายุตอนต้นจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่ฟันแท้ที่เหลืออยู่นี้ยังมีปัญหารอยโรคและความผิดปกติในช่องปากที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลที่เหมาะสมเพื่อป้องกันและชะลอความเจ็บปวด ตลอดจนการสูญเสียฟันอันส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุที่สำคัญ การรักษา เช่น ถอนฟันหรือการรักษาฟันมีความยุ่งยากซับซ้อนหลายขั้นตอน ทำให้ผู้สูงอายุไม่สามารถมารับบริการต่อเนื่องได้ อันนำมาสู่การสูญเสียฟันในที่สุด ดังนั้นประเด็นที่ควรให้ความสำคัญสำหรับกลุ่มผู้สูงอายุ คือเพิ่มข้าใจและสร้างความตระหนักในเรื่องการดูแลสุขภาพช่องปากด้วยตนเองที่ถูกต้อง โดยการสนับสนุนให้มีการตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรค การรับบริการรักษาตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม นับว่าเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นในการลดการสูญเสียฟัน พร้อมกับการใส่ฟันบางส่วนและทั้งปากเพื่อทดแทนฟันที่สูญเสียไป ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ เห็นว่ามีควรมีการเชื่อมโยงภารกิจต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ จึงได้จัดทำโครงการ บูรณาการการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี การดูแลสุขภาพช่องปาก ผู้สูงอายุ ภายในแผนงานทันตสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุประเทศไทย พ.ศ.2558-2565 ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับระบบบริการรักษาทางทันตกรรมได้อย่างเหมาะสม

วัตถุประสงค์ : 1.เพื่อพัฒนาสนับสนุนให้ชมรมผู้สูงอายุ โรงเรียนผู้สูงอายุ ชุมชน ให้มีการจัดสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และปรับพฤติกรรมทางทันตสุขภาพของผู้สูงอายุ โดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องซึ่งมีการเชื่อมโยงกันแบบบูรณาการ 2.กระตุ้นและสร้างให้เกิดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุ โดยมีชมรมผู้สูงอายุเป็นตัวขับเคลื่อนการให้มีการดูแลสุขภาพด้านช่องปากไปพร้อมๆกับการดูแลสุขภาพในผู้สูงอายุทุกๆด้านอื่นๆอย่างครอบคลุม ในเขตสุขภาพที่ 3 3.เพื่อให้มีการเข้าถึงบริการทันตกรรมของผู้สูงอายุ โดยมีการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรในระดับบริการที่เกี่ยวข้อง ให้สามารถบริการทันตกรรมในผู้สูงอายุ(ติดเตียง)ให้มีการเชื่อมโยง และส่งต่อข้อมูลการรับบริการได้อย่างเป็นระบบและครอบคลุม

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1.ชมรมผู้สูงอายุ/ โรงเรียนผู้สูงอายุ/ชุมชนมีการจัดสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียน รู้ และปรับพฤติกรรมทางทันตสุขภาพของผู้สูงอายุ 4 แห่ง 2. ชมรมผู้สูงอายุมีกิจกรรมการส่งเสริมสุขภาพช่องปากร่วมกับการดูแลสุขภาพ ทุกๆด้าน อย่างครอบคลุม 180 ชมรม 3.บุคลากร อาสาสมัครสาธารณสุข มีความรู้และทักษะ สามารถให้บริการทันตสุขภาพในผู้สูงอายุ(กลุ่มติดเตียง)ได้ สามารถส่งต่อข้อมูลการให้บริการทาง ทันตกรรมได้อย่าง เป็นระบบ 350 คน

วิธีการดำเนินงาน : 9.1 แลกเปลี่ยนเรียนรู้กิจกรรมตามบริบทพื้นที่เพื่อพัฒนาบุคลากรสาธารณสุข /ท้องถิ่น/แกนนำผู้สูงอายุให้เกิดการขยายเครือข่ายชมรมผู้สูงอายุที่มีกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพช่องปาก (บูรณาการกับโครงการสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ) 9.2 อบรมพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครสาธารณสุข ในการดูแลสุขภาพช่องปาก ผู้สูงอายุ(ติดเตียง) ให้สามารถบริการทางทันตกรรมที่สามารถปฏิบัติได้ นิเทศ ติดตาม ควบคุม กำกับการดำเนินงานให้เป็นไปตามแผนโครงการฯประกวดผู้สูงอายุมีสุขภาพฟันดี 80ปี 90 ปี (บูรณาการกับโครงการสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ)

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 อบรมพัฒนาศักยภาพอสม.ให้บริการทันตกรรมผู้สูงอายุ(ติดเตียง) 1 ธ.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 490,620.00
รวมเป็นเงิน 490,620.00
งบประมาณ : 490,620.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ธ.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2560
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : ผู้สูงอายุมีสุขภาพฟันดี ได้รับการดูแลสุขภาพในช่องปาก ได้ตามชุดสิทธิประโยชน์ และชมรมผู้สูงอายุมีกิจกรรมส่งเสริมทันตสุขภาพอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางจันจิรา วันแต่ง

ผู้เสนอโครงการ : นางนาฎสินี ชัยแก้ว

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายก้องเกียรติ เติมเกษมศานต์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายศักดา อัลภาชน์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์
ลำดับที่ : 3

ชื่อโครงการ : โครงการโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ เพื่อเพิ่มโอกาสการเรียนรู้ เขตสุขภาพที่ 3 ปี 2561

ยุทธศาสตร์ : 1.2 ส่งเสริมเด็กวัยเรียนให้แข็งแรงและฉลาด

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 5. ร้อยละของเด็กวัยเรียน (6-14 ปี) สูงดีสมส่วน ฟันไม่ผุ (caries free) และเด็กอายุ 12 ปี มีส่วนสูงเฉลี่ยตามเกณฑ์

cluster : กลุ่มวัยเรียน

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (13)5.3 เพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพภาคีเครือข่ายเพื่อการพัฒนาสุขภาพเด็กวัยเรียน 4.0

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : เด็กวัยเรียนและเยาวชนเป็นกลุ่มเป้าหมายที่สำคัญยิ่งของการพัฒนา ดังพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชในปีเด็กสากล พุทธศักราช 2522 ที่ว่า “เด็กเป็นผู้รับช่วงทุกสิ่งทุกอย่างจากผู้ใหญ่ รวมทั้งภาระความรับผิดชอบในการธำรงรักษา ความสุขของประชากรโลก” จากสภาพสังคมและสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลต่อวิถีชีวิตของเด็กวัยเรียนและเยาวชน โดยเฉพาะด้านพฤติกรรมเสี่ยงจากการได้รับแบบอย่างที่ไม่เหมาะสม มีค่านิยมและวัฒนธรรมตามกระแสสังคมที่ไม่ถูกต้อง ส่งผลให้เกิดปัญหาสภาพแวดล้อมทางสังคมและสุขภาพทั้งระดับปัจเจกบุคลและชุมชน เช่น การตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ ยาเสพติด อุบัติเหตุ โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เป็นต้น กรมอนามัยได้นำนโยบายโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ มาเป็นแนวทางการบริหารจัดการสุขภาพเด็กวัยเรียน โดยได้ปฏิรูประบบการศึกษาควบคู่กับระบบสุขภาพโดยโรงเรียนเป็นจุดเริ่มต้นของการส่งเสริมสุขภาพ โดยความร่วมมือร่วมใจพัฒนาพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพเพื่อการมีสุขภาพดี จากการดำเนินงานดังกล่าวในปีงบประมาณ 2560 ที่ผ่านมา โรงเรียนที่ผ่านการประเมินรับรองมาตรฐานโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชร จำนวน 1 แห่ง สำหรับด้านภาวะสุขภาพ พบว่า เด็กวัยเรียน เขตสุขภาพที่ 3 มีอัตราภาวะเริ่มอ้วนและอ้วน ร้อยละ 13.78 โดยมีอัตราสูงสุดที่ จังหวัดชัยนาท พิจิตรและนครสวรรค์ ตามลำดับ (ร้อยละ 17.12, 15.26และ13.82) และส่วนอัตราสูงสมส่วน มีอัตราต่ำสุดที่ จังหวัดชัยนาท นครสวรรค์และพิจิตร ตามลำดับ(ร้อยละ 60.37,60.87และ61.24) จากข้อมูล HDC ณ วันที่ 21 สิงหาคม 2560 ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ จึงได้จัดทำโครงการโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพเพื่อเพิ่มโอกาสการเรียนรู้ เขตสุขภาพที่ 3 ขึ้น โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพภาคีเครือข่ายในการพัฒนาสุขภาพ เด็กวัยเรียน 4.0 ระดับเขตสุขภาพและยกระดับโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพสู่การปฏิบัติ และขยายการดำเนินงานสู่โรงเรียนอื่นๆ ต่อไป

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อเพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพภาคีเครือข่ายในการพัฒนาสุขภาพเด็กวัยเรียน 4.0 ระดับเขตสุขภาพ 2. เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพเพื่อเพิ่มโอกาสการเรียนรู้สู่การปฏิบัติ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. ผู้รับการประชุมมีความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรม ร้อยละ 80 2. ผู้ร่วมประชุมสามารถขับเคลื่อนนโยบายโครงการโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ เพื่อเพิ่มโอกาสการเรียนรู้ในพื้นที่ตนเอง ร้อยละ 60

วิธีการดำเนินงาน : 8.1 ประสานงานกับคณะกรรมการส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียนระดับเขตเพื่อชี้แจงแผนการดำเนินงาน 8.2 ประชุมถ่ายทอดนโยบายโครงการโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพเพื่อเพิ่มโอกาสการเรียนรู้สู่การปฏิบัติ 8.3 สรุปผลการดำเนินงานเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมประสานแผนคณะกรรมการส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียนระดับเขต 1 พ.ย. 2560 - 30 พ.ย. 2560 40,000.00
2 ประชุมเชิงปฏิบัติการถ่ายทอดนโยบายโครงการโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพเพื่อเพิ่มโอกาสการเรียนรู้สู่การปฏิบัติ 1 ม.ค. 2561 - 31 ม.ค. 2561 150,000.00
รวมเป็นเงิน 190,000.00
งบประมาณ : 190,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 พ.ย. 2560 - 31 ม.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 15.1 มีเครือข่ายในการสร้างเสริมสุขภาพและการเฝ้าระวังให้เด็กวัยเรียนทุกคนมีสุขภาพดี 15.2 ผู้บริหาร ครู และบุคลากร มีความตระหนักถึงสุขภาพนักเรียนและให้ความร่วมมือในการบริหาร จัดการกระบวนการเรียนรู้และป้องกันสุขภาพเด็กวัยเรียนทุกคน

ผู้รับผิดชอบโครงการ : น.ส.พจน์กาญจณ์ บัณฑิตวงศ์

ผู้เสนอโครงการ : น.ส.พจน์กาญจณ์ บัณฑิตวงศ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายก้องเกียรติ เติมเกษมศานต์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายศักดา อัลภาชน์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์
ลำดับที่ : 4

ชื่อโครงการ : โครงการส่งเสริมเด็กวัยเรียนสูงดี สมส่วน แข็งแรง และฉลาด เขตสุขภาพที่ ๓

ยุทธศาสตร์ : 1.2 ส่งเสริมเด็กวัยเรียนให้แข็งแรงและฉลาด

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 5. ร้อยละของเด็กวัยเรียน (6-14 ปี) สูงดีสมส่วน ฟันไม่ผุ (caries free) และเด็กอายุ 12 ปี มีส่วนสูงเฉลี่ยตามเกณฑ์

cluster : กลุ่มวัยเรียน

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (17)6.2 ถอดบทเรียนผลงานและนวัตกรรมระดับพื้นที่

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : ปัญหาการเจริญเติบโตในเด็กวัยเรียนมีผลต่อระดับสติปัญญา นั่นหมายถึงกระทบต่อผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา และประสิทธิภาพการทำงานเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ลดประสิทธิภาพการทำงาน ผลผลิตการทำงานน้อยลง ภาวะอ้วนเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่มีความสำคัญ มีผลต่อสุขภาพ เช่น ไขมันในเลือดสูง นอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับ ผิวหนังอักเสบ ติดเชื้อราที่ผิวหนัง นอกจากนี้ยังส่งผลทำให้เป็นโรคกระดูกและข้อ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และความรุนแรงของโรคจะเพิ่มขึ้นเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ การส่งเสริมการเจริญเติบโตในเด็กวัยเรียนเป็นสิ่งที่ทุกภาคส่วนต้องตระหนัก เนื่องจากเป็นช่วงระยะเวลาที่สำคัญ ที่เด็กจะเพิ่มส่วนสูงอย่างรวดเร็ว ในเด็กชายที่อายุ ๑๓ – ๒๐ ปี เด็กหญิงที่อายุ ๑๑.๕ – ๑๖ ปี ปัจจัยที่ทำให้เด็กมีความสูงเพิ่มขึ้นประกอบด้วยสารอาหาร การนอนหลับ การออกกำลังกาย ดังนั้นการให้เด็กได้รับสารอาหาร การนอนหลับ และการออกกำลังกายอย่างเพียงพอ ถูกต้อง เหมาะสม จะช่วยให้เด็กเจริญเติบโตเต็มศักยภาพ มีความพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งต่างๆ และเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ จากการเฝ้าระวังภาวการณ์เติบโตในเด็กวัยเรียนของเขตสุขภาพที่ ๓ เทอม ๒/๒๕๕๙ พบว่าเด็กวัยเรียนมีภาวะสูงดีสมส่วนร้อยละ ๖๔.๔ มีภาวะอ้วนและเริ่มอ้วนร้อยละ ๑๒.๑๕ และเทอม ๑/๒๕๖๐ เด็กวัยเรียนมีภาวะสูงดีสมส่วนร้อยละ ๖๒.๕๗ มีภาวะอ้วนและเริ่มอ้วนร้อยละ ๑๓.๗๘ (ข้อมูลจาก HDC: ๑ กันยายน ๒๕๖๐) จะเห็นได้ว่าเมื่อเปรียบเทียบกัน ๒ เทอม พบว่าเด็กวัยเรียนมีภาวะสูงดีสมส่วนลดลง และมีภาวะอ้วนและเริ่มอ้วนเพิ่มขึ้น ซึ่งไม่เป็นไปตามเป้าหมาย จากข้อมูลเบื้องต้น มีความจำเป็นต้องมีกลวิธีการต่างๆ เช่น การพัฒนาศักยภาพผู้เกี่ยวข้องในการดูแลเด็ก การสื่อสารประชาสัมพันธ์ การรณรงค์สร้างกระแสให้เด็กวัยเรียนมีกิจกรรมทางกาย และรับประทานอาหารที่ถูกหลักโภชนาการ เป็นต้น กลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียน ศูนย์อนามัยที่ ๓ นครสวรรค์ จึงจัดทำโครงการส่งเสริมเด็กวัยเรียนสูงดี สมส่วน แข็งแรง และฉลาด เขตสุขภาพที่ ๓ เพื่อเพิ่มความตระหนักถึงความสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียนให้สูงดี สมส่วน แข็งแรง และฉลาด ต่อไป

วัตถุประสงค์ : 1.เพื่อให้ผู้บริหารโรงเรียน ครู บุคลากรทางการศึกษา ผู้รับผิดชอบงานส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียน สังกัดหน่วยงานสาธารณสุขระดับจังหวัด ระดับอำเภอ ระดับตำบล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้ปกครองตระหนักถึงความสำคัญในการส่งเสริมให้เด็กวัยเรียนมีกิจกรรมทางกาย และรับประทานอาหารที่ถูกหลักโภชนาการ 2. เพื่อให้ผู้บริหารโรงเรียน ครู บุคลากรทางการศึกษา ผู้รับผิดชอบงานส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียน สังกัดหน่วยงานสาธารณสุขระดับจังหวัด ระดับอำเภอ ระดับตำบล และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นำรูปแบบ/นวัตกรรมการส่งเสริมสุขภาพในเด็กวัยเรียนไปใช้ในพื้นที่หรืองานในส่วนที่รับผิดชอบ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1.ผู้รับการประชุมมีความพึงพอใจต่อการจัดประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถอดบทเรียน "สูงดี สมส่วน" เขตสุขภาพที่ 3 ร้อยละ 80 2. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำชุดรูปแบบ/นวัตกรรมการส่งเสริมสุขภาพในเด็กวัยเรียนไปขยายผล 1 ครั้ง/จังหวัด

วิธีการดำเนินงาน : ๙.๑ จัดมหกรรมรวมพลคนสูง (แข่งขันกระโดดเชือกและกิจกรรมทางกาย) ๙.๑.๑ ประสานแผนการดำเนินงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๙.๑.๒ ประสานขอความร่วมมือให้จังหวัดจัดมหกรรมรวมพลคนสูง (แข่งขันกระโดดเชือกและกิจกรรมทางกาย) จังหวัดละ ๑ ครั้ง เพื่อหาตัวแทนระดับจังหวัดๆ ละ ๓ ทีม (เชิญศูนย์อนามัยที่ ๓ ร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสิน) ๙.๑.๓ ประสานจังหวัดร่วมมหกรรมรวมพลคนสูง (แข่งขันกระโดดเชือกและกิจกรรมทางกาย) ระดับเขต ๙.๒ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถอดบทเรียน "สูงดี สมส่วน" เขตสุขภาพที่ 3 ๙.๒.๑ ประสานจังหวัดคัดเลือกหน่วยงาน/โรงเรียนที่มีผลการดำเนินงาน/กิจกรรมที่ส่งเสริมให้เด็กวัยเรียนสูงดีสมส่วนจังหวัดละ ๑ หน่วยงานๆ ละ ๕ คน เพื่อส่งเข้าร่วมประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถอดบทเรียน "สูงดี สมส่วน" เขตสุขภาพที่ 3 ๙.๒.๒ ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถอดบทเรียน "สูงดี สมส่วน" เขตสุขภาพที่ 3 ๙.๓.๓ สรุปผลการถอดบทเรียนเพื่อให้ได้ชุดรูปแบบ/นวัตกรรมการส่งเสริมสุขภาพในเด็กวัยเรียน ในระดับเขตสุขภาพ ๙.๓.๔ เผยแพร่ชุดรูปแบบ/นวัตกรรมการส่งเสริมสุขภาพในเด็กวัยเรียน ในระดับเขตสุขภาพ ๙.๓.๕ ติดตามการนำชุดรูปแบบ/นวัตกรรมการส่งเสริมสุขภาพในเด็กวัยเรียน ในระดับเขตสุขภาพ ไปใช้ ๙.๓ ประเมินรับรองโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชร ๙.๓.๑ ร่วมนิเทศติดตามโรงเรียนต้นแบบสุขภาพเด็กวัยเรียน/เด็กไทยแก้มใส และเสริมพลังให้โรงเรียนเข้าสู่กระบวนการประเมินรับรองมาตรฐานโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชร ๙.๓.๒ รับการประสานการประเมินรับรองโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชรตามระบบ ๙.๓.๓ แจ้งผลการประเมินรับรองโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชร

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดมหกรรมรวมพลคนสูง (แข่งขันกระโดดเชือกและกิจกรรมทางกาย) ระดับจังหวัด จังหวัดละ 80 คน 5จังหวัด 1 มิ.ย. 2561 - 30 มิ.ย. 2561 116,000.00
2 จัดมหกรรมรวมพลคนสูง (แข่งขันกระโดดเชือกและกิจกรรมทางกาย) ระดับเขต 1 ก.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561 165,200.00
3 จัดประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถอดบทเรียน "สูงดี สมส่วน" เขตสุขภาพที่ ๓ 1 ก.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561 40,000.00
4 ประเมินรับรองโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชร 1 ต.ค. 2560 - 31 ส.ค. 2561 8,800.00
รวมเป็นเงิน 330,000.00
งบประมาณ : 330,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 31 ส.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : ๑๕.๑ ผู้บริหารโรงเรียน ครู บุคลากรทางการศึกษา ผู้รับผิดชอบงานส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียน สังกัดหน่วยงานสาธารณสุขระดับจังหวัด ระดับอำเภอ ระดับตำบล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้ปกครองตระหนักถึงความสำคัญในการส่งเสริมให้เด็กวัยเรียนมีกิจกรรมทางกาย และรับประทานอาหารที่ถูกหลักโภชนาการ และนำรูปแบบ/นวัตกรรมการส่งเสริมสุขภาพในเด็กวัยเรียนไปใช้ในพื้นที่หรืองานในส่วนที่รับผิดชอบ ๑๕.๒ เด็กวัยเรียนมีกิจกรรมทางกาย และรับประทานอาหารที่ถูกหลักโภชนาการ ส่งผลให้เจริญเติบโตเต็มศักยภาพ สูงดี สมส่วน แข็งแรง และฉลาด ๑๕.๒ โรงเรียนได้รับการรับรองมาตรฐานโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชร

ผู้รับผิดชอบโครงการ : น.ส.พจน์กาญจณ์ บัณฑิตวงศ์

ผู้เสนอโครงการ : น.ส.พจน์กาญจณ์ บัณฑิตวงศ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายก้องเกียรติ เติมเกษมศานต์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายศักดา อัลภาชน์ )

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์
ลำดับที่ : 5

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาสุขภาพเด็กวัยเรียนเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านสติปัญญาและสายตา เขตสุขภาพที่ 3

ยุทธศาสตร์ : 1.2 ส่งเสริมเด็กวัยเรียนให้แข็งแรงและฉลาด

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 5. ร้อยละของเด็กวัยเรียน (6-14 ปี) สูงดีสมส่วน ฟันไม่ผุ (caries free) และเด็กอายุ 12 ปี มีส่วนสูงเฉลี่ยตามเกณฑ์

cluster : กลุ่มวัยเรียน

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (13)5.3 เพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพภาคีเครือข่ายเพื่อการพัฒนาสุขภาพเด็กวัยเรียน 4.0

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : เด็กวัยเรียน เป็นกลุ่มเป้าหมายที่สำคัญยิ่งในการพัฒนาประเทศ การลงทุนกับเด็กจึงคุ้มค่ามากกว่าการลงทุนใดๆ ทั้งสิ้น เพราะเด็กที่มีคุณภาพจะนำไปสู่การเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพและผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพก็ต้องมาจากวัยเด็กที่ได้รับการพัฒนาอย่างถูกต้อง เหมาะสมด้วยเช่นกัน (สำนักส่งเสริมสุขภาพ, 2554 ) สภาพสังคมในปัจจุบันที่มีการพัฒนาด้านเทคโนโลยีการสื่อสาร ทำให้เด็กวัยเรียนได้รับค่านิยมและวัฒนธรรมตะวันตก เกิดการเปลี่ยนแปลงวิถีการดำรงชีวิตอย่างมากมาย ส่งผลต่อพฤติกรรม เกิดการเลียนแบบนำไปสู่ปัญหาต่างๆ ทั้งตัวเอง ครอบครัว และสังคม และปัญหาสุขภาพเด็กวัยเรียนพบว่าเด็กวัยเรียน ท้วม เริ่มอ้วนและอ้วนร้อยละ 11.1 ผอมและค่อนข้างผอมร้อยละ 5 เตี้ยและ ค่อนข้างเตี้ยร้อยละ 5.08 นักเรียนนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 1 ได้รับการคัดกรองสายตาร้อยละ 98.9 ผลการคัดกรองพบว่า สายตามีความผิดปกติ ร้อยละ 3.1 และสายตาผิดปกติได้รับการส่งต่อร้อยละ 21.07 นักเรียนประถมศึกษามีประสบการณ์ฟันผุร้อยละ 48.2 (HDC : 1 ส.ค. 60) กรมอนามัย ได้ใช้นโยบายโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพเป็นแนวทางในการพัฒนาสุขภาพเด็กและวัยเรียนเนื่องจากเด็กจะใช้เวลาในการดำรงชีวิตส่วนหนึ่งอยู่ในโรงเรียน ดังนั้นโรงเรียนโดยบุคลากรทางการศึกษาจึงควรเป็นสถานที่ส่งเสริมให้เด็กวัยเรียนมีสุขภาวะทางกาย จิต ปัญญาและสังคม โดยการสนับสนุนพฤติกรรมส่วนบุคคล และการจัดการสิ่งแวดล้อมและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดี รวมถึงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเด็กวัยเรียนให้มีศักยภาพในการดำเนินงานด้านการส่งเสริมสุขภาพในเด็กวัยเรียนได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพและยกระดับให้เป็นการวัดผลลัพธ์ทางสุขภาพของเด็กวัยเรียน จากการดำเนินงานที่ผ่านมาพบว่าผู้รับผิดชอบงานอนามัยเด็กวัยเรียนมีการหมุนเวียนบ่อย ทำให้ขาดความต่อเนื่องและไม่เข้าใจแนวคิด เกณฑ์ตัวชี้วัดและกิจกรรมในการดำเนินงาน กลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยเรียน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ จึงจัดทำโครงการพัฒนาสุขภาพเด็กวัยเรียน เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านสติปัญญาและสายตาเพื่อให้เด็กและเยาวชนที่ศึกษาในโรงเรียนได้อยู่ในสถานที่มีการจัดการสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการส่งเสริมสุขภาพตลอดจนปลูกฝังพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้อง และสามารถตัดสินใจจัดการป้องกันและแก้ไขสถานการณ์และปัญหาที่เกิดขึ้นกับตนเอง โดยการสนับสนุนจากองค์กรสาธารณสุขและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรในการฝ้าระวังและส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียน 2. เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประเมินการประกันคุณภาพโรงเรียนต้นแบบสุขภาพเด็กวัยเรียน 3. เพื่อเพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพภาคีเครือข่ายในการพัฒนาสุขภาพเด็กวัยเรียน 4.0 ระดับภาค

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1) ระดับความพึงพอใจของบุคลากรที่เข้าร่วมอบรมพัฒนาศักยภาพในการเฝ้าระวังสุขภาพเด็กวัยเรียน มากกว่าร้อยละ 80 2) ระดับความพึงพอใจของบุคลากรที่เข้าร่วมอบรมพัฒนาศักยภาพในการเฝ้าระวังสุขภาพเด็กวัยเรียน มากกว่าร้อยละ 80

วิธีการดำเนินงาน : 1) ประสานงานเพื่อชี้แจงการดำเนินงานกับสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด พื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจังหวัด สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด โรงเรียน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง 2) พัฒนาสมรรถนะบุคลากรในการดำเนินงานโรงเรียนต้นแบบสุขภาพเด็กวัยเรียน และฟื้นฟูศักยภาพบุคลากรในการเฝ้าระวังคัดกรองสายตาและอวัยวะที่มีผลต่อการเรียนรู้ (หู เหา ซีด Learning Disorder ฯลฯ) และเด็กอ้วน เข้าสู่ระบบ service plan 3) อบรมพัฒนาศักยภาพทักษะผู้ประเมินการประกันคุณภาพโรงเรียนต้นแบบสุขภาพเด็กวัยเรียน 4) พัฒนาเครือข่ายเด็กไทยฟันดีสุขภาพดี สุขภาพดี 5) นิเทศติดตามโรงเรียนต้นแบบสุขภาพเด็กวัยเรียน /เด็กไทยแก้มใส 6) ร่วมสัมมนาวิชาการสร้างมูลค่าสู่การพัฒนาสุขภาพเด็กวัยเรียน : นวัตกรรมผลงานเด่น และแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) 4 ภาค 7) สรุปผลการดำเนินงาน เชิงปริมาณ เชิงคุณภาพและเชิงเวลา ปัญหา อุปสรรคและข้อเสนอแนะ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 อบรมพัฒนาสมรรถนะบุคลากรในการดำเนินงานโรงเรียนต้นแบบสุขภาพเด็กวัยเรียน และฟื้นฟูศักยภาพบุคลากรในการเฝ้าระวังคัดกรองสายตาและอวัยวะที่มีผลต่อการเรียนรู้ (หู เหา ซีด Learning Disorderฯลฯ) และเด็กอ้วน เข้าสู่ระบบ service plan 1 ม.ค. 2561 - 31 ม.ค. 2561 69,600.00
2 อบรมพัฒนาศักยภาพทักษะผู้ประเมินการประกันคุณภาพโรงเรียนต้นแบบสุขภาพเด็กวัยเรียน (รอส่วนกลาง) 1 ม.ค. 2561 - 31 ม.ค. 2561 40,000.00
3 คัดเลือก /สรรหา เครือข่ายเด็กไทยฟันดีสุขภาพดี 1 ม.ค. 2561 - 31 ม.ค. 2561 35,000.00
4 นิเทศติดตามโรงเรียนต้นแบบสุขภาพเด็กวัยเรียน /เด็กไทยแก้มใส 1 มิ.ย. 2561 - 30 มิ.ย. 2561 26,400.00
5 ร่วมสัมมนาวิชาการสร้างมูลค่าสู่การพัฒนาสุขภาพเด็กวัยเรียน : นวัตกรรมผลงานเด่น และแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) 4 ภาค 1 ม.ค. 2561 - 31 ม.ค. 2561 36,500.00
รวมเป็นเงิน 207,500.00
งบประมาณ : 207,500.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ม.ค. 2561 - 30 มิ.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1) บุคลากรสามารถเฝ้าระวังคัดกรองสายตาและอวัยวะที่มีผลต่อการเรียนรู้ และเด็กอ้วน เข้าสู่ ระบบ service plan ได้อย่างถูกต้อง 2) บุคลากรสามารถดำเนินงานโรงเรียนต้นแบบสุขภาพเด็กวัยเรียนได้ 3) เด็กวัยเรียนได้รับการดูแลและเฝ้าระวังภาวะสุขภาพ 4) ได้รูปแบบและนวัตกรรมด้านการส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียน ในระดับเขตสุขภาพ 5) เชิดชูเกียรติภาคีเครือข่ายทีมีผลงานนวัตกรรมด้านการส่งเสริมสุขภาพ

ผู้รับผิดชอบโครงการ : น.ส.พจน์กาญจณ์ บัณฑิตวงศ์

ผู้เสนอโครงการ : น.ส.พจน์กาญจณ์ บัณฑิตวงศ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายก้องเกียรติ เติมเกษมศานต์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายศักดา อัลภาชน์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์
ลำดับที่ : 6

ชื่อโครงการ : โครงการขับเคลื่อนพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ระดับจังหวัด เขตสุขภาพที่ 3

ยุทธศาสตร์ : 1.3 ส่งเสริมพฤติกรรมอนามัยการเจริญพันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับวัยรุ่น

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 7. อัตราคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15-19 ปี ต่อประชากรหญิง อายุ 15-19 ปี พันคน

cluster : กลุ่มวัยรุ่น

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (23)9.1 การขับเคลื่อนพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : ตามที่พระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.2559 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม 2559 ซึ่งในวาระเริ่มแรก สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ได้ดำเนินการในภารกิจตามอำนาจหน้าที่ของอธิบดีกรมอนามัยในฐานะกรรมการและเลขานุการ โดยการจัดให้มีการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น การยกร่างกฎกระทรวงของกระทรวงหลัก 5 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงแรงงาน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ และกระทรวงมหาดไทย โดยในปี พ.ศ. 2560 ให้แต่ละจังหวัดมีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับจังหวัด และจัดประชุมคณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น เพื่อให้เกิดกลไกการขับเคลื่อนการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง ในปีงบประมาณ 2561 ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ จึงได้จัดทำโครงการขับเคลื่อนพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.2559 เพื่อให้เกิดกลไกการดำเนินงานแบบบูรณาการของภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ในการจัดทำแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาพฤติกรรมเสี่ยงของวัยรุ่นโดยเฉพาะการตั้งครรภ์ ร่วมกัน

วัตถุประสงค์ : 1 เพื่อให้เกิดกลไกลการป้องกันและแก้ไขปัญหาพฤติกรรมเสี่ยงและการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นอย่างบูรณาการและเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน 2 เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาพฤติกรรมเสี่ยงและการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ของภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน ในระดับจังหวัด 3 เพื่อกำกับ ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนการดำเนินงานป้องกันและแก้ไข ปัญหาพฤติกรรมเสี่ยงและการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. การประชุมคณะอนุกรรมการระดับจังหวัด เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น 8 ครั้ง (2ครั้ง/จังหวัด) 2. แผนการป้องกันและแก้ไขปัญหาพฤติกรรมเสี่ยงและการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นของจังหวัด 4 แผน (1แผน/จังหวัด) 3. รูปแบบหรือกลไกการป้องกันและแก้ไขปัญหาพฤติกรรมเสี่ยงและการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น 1 รูปแบบ

วิธีการดำเนินงาน : 1 ประสานกับผู้รับผิดชอบงานฝ่ายส่งเสริมฯ และเลขานุการของคณะอนุกรรมการฯ ระดับจังหวัด 2 สนับสนุน/ร่วมจัดประชุมคณะอนุกรรมการฯ ระดับจังหวัด เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับจังหวัด 3 เป็นพี่เลี้ยง/ที่ปรึกษา สนับสนุนข้อมูล ติดตาม ประเมินผล 9.4 รายงานต่อกรมอนามัย

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดประชุมคณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับจังหวัดเพื่อขับเคลื่อนพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.2559 2 ต.ค. 2560 - 31 ส.ค. 2561 267,000.00
รวมเป็นเงิน 267,000.00
งบประมาณ : 267,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 2 ต.ค. 2560 - 31 ส.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1 วัยรุ่นได้รับการดูแลตามสิทธิภายใต้ พ.ร.บ.การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.2559 2 ภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนที่ทำงานเกี่ยวข้องกับวัยรุ่น มีการบูรณาการแผนงานและกิจกรรมเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการพฤติกรรมเสี่ยงและการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นอย่างเป็นรูปธรรม

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางสาวเบ็ญจา ยมสาร ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ

ผู้เสนอโครงการ : นางสาวเบ็ญจา ยมสาร ตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายก้องเกียรติ เติมเกษมศานต์ ตำแหน่งรองผู้อำนวยการด้านวิชาการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายศักดา อัลภาชน์ ตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์
ลำดับที่ : 7

ชื่อโครงการ : โครงการเสริมสร้างพฤติกรรมเพื่อลดความเสี่ยงการตั้งครรภ์ของเด็กวัยเรียน

ยุทธศาสตร์ : 1.2 ส่งเสริมเด็กวัยเรียนให้แข็งแรงและฉลาด

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 6. ร้อยละของเด็กวัยเรียนมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ด้านการบริโภคอาหาร กิจกรรมทางกาย และทันตสุขภาพ

cluster : กลุ่มวัยเรียน

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (22)8.2 รณรงค์ความรอบรู้สุขภาพเด็กวัยเรียน(HL) ในระดับพื้นที่และผ่านสื่อ

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : สังคมไทยในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นเป็นปัญหาสำคัญในลำดับต้นๆ ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงการดำเนินชีวิตของวัยรุ่นไทยที่ซึมซับขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมทางตะวันตกมากขึ้นจากอิทธิพลของเทคโนโลยีและการสื่อสารที่มีความรวดเร็วและง่ายต่อการเข้าถึง ความสัมพันธ์ในครอบครัวจึงถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยี โดยเฉพาะเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรูปแบบวิถีชีวิตใหม่ๆของวัยรุ่นในสังคมไทยตามมา ในงานวิจัยของ Miller และคณะ (2001) พบว่าครอบครัว โดยเฉพาะพ่อ-แม่เป็นปัจจัยสำคัญที่มี อิทธิพลต่อความเสี่ยงที่วัยรุ่นจะตั้งครรภ์ โดยแบ่งเป็น 1) ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อ-แม่กับวัยรุ่น 2) การควบคุม และมีกฎเกณฑ์ในครอบครัว และ 3) การสื่อสารระหว่างพ่อ-แม่กับวัยรุ่น ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ Baumrind (1991) ที่ชี้ให้เห็นว่า พ่อ-แม่ที่ให้การสนับสนุน เอาใจใส่ดี และมีความเข้มงวดระดับปานกลาง (authoritative parenting) นั้นส่งผลให้วัยรุ่นมีพฤติกรรมที่ดี ในขณะที่พ่อ-แม่ที่เข้มงวดมาก และไม่ค่อย ให้ความอบอุ่นกับวัยรุ่น (authoritarian parenting) หรือพ่อ-แม่ที่เลี้ยงดูวัยรุ่นแบบตามใจหรือไม่เอาใจใส่ (permissive parenting) ส่งผลให้วัยรุ่นมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น ดื่มสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่หรือใช้สารเสพติด ซึ่งนำไปสู่การมีเพศสัมพันธ์ และไม่มีการคุมกำเนิด กลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยเรียน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ จึงได้จัดทำโครงการเสริมสร้างพฤติกรรมเพื่อลดความเสี่ยงการตั้งครรภ์ของเด็กวัยเรียนขึ้น โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาลดการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ให้เกิดความยั่งยืน ด้วยการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ความรอบรู้สุขภาพเด็กวัยเรียนผ่านสื่อ (Social Media) กิน (ไข่ นม) นอน เล่น (กระโดด โลดเต้น)แปรง ฉลาด สะอาด การเรียนรู้เพศวิถีศึกษาและทักษะชีวิตในโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นทางสังคม ชุมชน โรงเรียน หรือครอบครัวก็ตาม ซึ่งครอบครัวจะต้องมีการฝึกฝนในการสื่อสารประเด็นเรื่องเพศ ให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น เพื่อให้ช่องว่างของการพูดคุยประเด็นเรื่องเพศภายในครอบครัวลดน้อยลง ซึ่งจะเป็นกลไกที่สำคัญอย่างหนึ่งในการป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นได้

วัตถุประสงค์ : 1.เพื่อสร้างกระแสสังคมในการเสริมสร้างพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียน 2.เพื่อรณรงค์ให้เกิดความรอบรู้เกี่ยวกับปัญหาสุขภาพเด็กวัยเรียน

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
ระดับความพึงพอใจในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ความรอบรู้สุขภาพเด็กวัยเรียนผ่านสื่อ (Social Media)กิน (ไข่ นม) นอน เล่น (กระโดด โลดเต้น)แปรง ฉลาด สะอาด การเรียนรู้เพศวิถีศึกษาและทักษะชีวิตในโรงเรียน มากกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 80

วิธีการดำเนินงาน : 1.ประสานสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด โรงเรียน และพื้นที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ความรอบรู้สุขภาพเด็กวัยเรียนผ่านสื่อ (Social Media)กิน (ไข่ นม) นอน เล่น (กระโดด โลดเต้น) แปรง ฉลาด สะอาด การเรียนรู้เพศวิถีศึกษาและทักษะชีวิตในโรงเรียน 2.สุ่มประเมินการใช้สื่อของโรงเรียนในเขตสุขภาพที่ 3 3.สรุปผลการดำเนินงาน เชิงปริมาณ เชิงคุณภาพและเชิงเวลา ปัญหา อุปสรรคและข้อเสนอแนะ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ความรอบรู้สุขภาพเด็กวัยเรียนผ่านสื่อ (Social Media)กิน (ไข่ นม) นอน เล่น (กระโดด โลดเต้น)แปรง ฉลาด สะอาด การเรียนรู้เพศวิถีศึกษาและทักษะชีวิตในโรงเรียน 1 พ.ค. 2561 - 30 มิ.ย. 2561 2,000.00
2 สุ่มประเมินการใช้สื่อ โดยจนท.ศอ.3 และจนท.สธ.ที่รับผิดชอบงานวัยเรียน 1 ส.ค. 2561 - 31 ส.ค. 2561 8,000.00
รวมเป็นเงิน 10,000.00
งบประมาณ : 10,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 พ.ค. 2561 - 31 ส.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : เด็กวัยเรียนมีความรอบรู้ในด้านส่งเสริมสุขภาพ สามารถนำไปปฏิบัติและบอกต่อได้

ผู้รับผิดชอบโครงการ : น.ส.พจน์กาญจณ์ บัณฑิตวงศ์

ผู้เสนอโครงการ : น.ส.พจน์กาญจณ์ บัณฑิตวงศ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายก้องเกียรติ เติมเกษมศานต์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายศักดา อัลภาชน์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์
ลำดับที่ : 8

ชื่อโครงการ : การพัฒนาศักยภาพแกนนำวัยรุ่นต้นแบบด้านสุขภาพแบบองค์รวมในชุมชน

ยุทธศาสตร์ : 1.3 ส่งเสริมพฤติกรรมอนามัยการเจริญพันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับวัยรุ่น

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 10. ร้อยละของวัยรุ่น 15-18 ปี สูงดีสมส่วน และอายุ 19 ปี มีส่วนสูงเฉลี่ยตามเกณฑ์

cluster : กลุ่มวัยรุ่น

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (26)9.4 การพัฒนาศักยภาพแกนนำวัยรุ่นต้นแบบด้านสุขภาพแบบองค์รวมในชุมชน

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันพบว่าวัยรุ่นมักมีพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่เหมาะสม หลายประการเช่นพฤติกรรมการบริโภคอาหารไม่ถูกต้อง การออกกำลังกายที่ไม่เพียงพอและไม่สม่ำเสมอ การมีเพศสัมพันธ์ การตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร ซึ่งมีแนวโน้มสูงขึ้น จากข้อมูลการสำรวจพฤติกรรมการบริโภคอาหารของประชากรปีพ.ศ. 2556 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ด้านการบริโภคอาหารมื้อหลักในแต่ละวันครบ 3 มื้อ พบว่า กลุ่มวัยที่บริโภคอาหารมื้อหลักในแต่ละวันครบ 3 มื้อ มากที่สุดคือกลุ่มวัยเรียน (6-14 ปี) พบร้อยละ 92.7 และต่ำสุดคือกลุ่มวัยรุ่น (15-24 ปี) พบร้อยละ 86.7 โดยทุกกลุ่มวัยมีอัตราที่เพิ่มขึ้น แต่กลุ่มวัยรุ่นเป็นเพียงกลุ่มเดียวที่มีพฤติกรรมการบริโภคอาหารมื้อหลักครบ 3 มื้อลดลง คิดเป็นร้อยละ 0.5 ซึ่งปัญหาคือ วัยรุ่นมีพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ไม่ถูกต้อง ทำให้เกิดภาวะโภชนาการบกพร่อง โดยส่วนใหญ่มักจะงดอาหารมื้อเช้าด้วยเหตุผลต่างๆ เช่นต้องตื่นแต่เช้าเร่งรีบไปเรียนหรือทำงาน ไม่มีเวลาพอสำหรับการเตรียมอาหารเช้า บางคนงดอาหารเช้าด้วยเหตุผลที่ต้องการลดนํ้าหนัก ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิด เนื่องจากการงดกินอาหารเช้าจะทำให้ระดับ นํ้าตาลในเลือดตํ่า ช่วงสายของวันจะรู้สึกหิว มีอารมณ์หงุดหงิด คิดอะไรไม่ออก ไม่มีสมาธิในการเรียนหรือทำงาน และจะหันมารับประทานอาหารอื่น เช่น ขนม ซึ่งมีแป้ง น้ำตาล และไขมันสูงแทน ทำให้อ้วนเพิ่มขึ้น และเป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆตามมา เช่น โรคภาวะโภชนาการเกิน โรคอ้วน เบาหวาน และไขมันในเลือดสูงเป็นต้น นอกจากนี้พบว่าวัยรุ่นเริ่มมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกเร็วขึ้น อายุเฉลี่ยเมื่อมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกจากเดิมอายุเฉลี่ย 18-19 ปี ใน พ.ศ. 2539 ลดลงมาเป็นอายุเฉลี่ย 15-16 ปี ใน พ.ศ. 2552 การเพิ่มขึ้นของอัตราป่วยด้วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในวัยรุ่นอายุ 15-24 ปีจาก 80.8 ต่อแสนประชากรในปี 2553 เป็น 127.08 ต่อแสนประชากรในปี 2558 อัตราการคลอดในวัยรุ่นเพิ่มสูงขึ้น ในกลุ่มอายุ 10-19 ปีจากร้อยละ 13.9 ใน พ.ศ. 2547 เป็นร้อยละ 16.2 ใน พ.ศ. 2557 และอัตราการคลอดซ้ำในวัยรุ่นอายุ 10-19 ปี เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 11.0 ใน พ.ศ. 2553 เป็นร้อยละ 12.4 ใน พ.ศ. 2557 จากข้อมูลการคลอดและการคลอดซ้ำในวัยรุ่นที่มีแนวโน้มสูงขึ้นนี้ ส่งผลกระทบตามมาหลายด้าน เช่น เด็กแรกเกิดมีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ การทำแท้ง การขาดโอกาสทางการศึกษา โดยปี พ.ศ. 2557 พบเด็กแรกเกิดน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ (<2,500 กรัม) ในแม่วัยรุ่นที่มีอายุน้อยกว่า 15 ปี และ 15-19 ปี ร้อยละ 19.1 และ 13.0 ตามลำดับ ผู้ป่วยที่ทำแท้งด้วยเหตุผลด้านเศรษฐกิจ สังคมและครอบครัว พบว่าเป็นกลุ่มที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี ถึงร้อยละ 31.5 ใน โดยส่วนใหญ่มีสถานภาพเป็นนักเรียน/นักศึกษาที่ขาดความรู้ความเข้าใจเรื่องเพศและการมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย ส่งผลให้เกิดการแสวงหาคำตอบด้วยตนเองจากแหล่งข้อมูลต่างๆ เช่น สื่อสิ่งพิมพ์ โทรทัศน์ และสื่ออินเตอร์เน็ต ทำให้เกิดความคลุมเครือ เข้าใจผิดพลาดอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อปัญหาต่างๆดังกล่าวตามมา นอกจากนี้พฤติกรรมการนอนหลับของวัยรุ่น ที่พบว่าเป็นปัญหา ที่พบได้บ่อยๆคือวัยรุ่น ส่วนใหญ่อยู่ในวัยที่กำลังเรียน มักนอนหลับไม่พอในวันทำการและปรับตัวโดยไปนอนชดเชยในวันหยุดสุดสัปดาห์ หรือนอนดึกตื่นสายวัยรุ่นที่มีปัญหาการนอนหลับมักเข้านอนและตื่นนอนไม่ตรงเวลา หลับยากนอนหลับไม่ต่อเนื่อง นอนดึก ตื่นสายหรือตื่นเช้ามากเกินไป การนอนไม่พอจะทำให้ความสามารถในการเรียนลดลง หงุดหงิดง่าย โกรธง่าย เมื่อยร้าทำให้หลับเวลาเรียน การเรียนตกต่ำลงจนทำให้เกิดผลเสียอื่นๆตามมา จากสถานการณ์ดังกล่าว การแก้ไขปัญหาไม่สามารถแก้ไขได้ในทันที จำเป็นต้องใช้เวลา และความร่วมมือกันของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับวัยรุ่นและที่สำคัญวัยรุ่นเองต้องมีความตระหนัก เห็นความสำคัญที่จะร่วมมือดำเนินการแก้ไขอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ดังนั้นเพื่อให้เกิดประโยชน์กับสุขภาพอนามัยของวัยรุ่น ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ จึงได้จัดทำโครงการการพัฒนาศักยภาพแกนนำวัยรุ่นต้นแบบด้านสุขภาพแบบองค์รวมในชุมชน โดยมุ่งหวัง ให้วัยรุ่นได้เติบโตอย่างสมวัย มีพฤติกรรมที่เหมาะสมและปลอดภัย

วัตถุประสงค์ : 1 เพื่อให้วัยรุ่นได้รับข้อมูลข่าวสารความรู้ และบริการอนามัยการเจริญพันธุ์ ตาม พ.ร.บ.การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.2559 ในชุมชน 4 จังหวัด 2 เพื่อให้วัยรุ่นมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. แกนนำวัยรุ่น ของจังหวัดในเขตสุขภาพที่ 3 ได้รับการพัฒนาศักยภาพทั้ง 5 จังหวัดๆ ละ 20 คน 100 คน 2. แกนนำวัยรุ่นมีความรู้เรื่องโภชนาการ การออกกำลังกาย การนอนหลับ อนามัยการเจริญพันธุ์ สุขภาพฟัน และข้อมูลข่าวสารบริการอนามัยการเจริญพันธุ์ ตาม พ.ร.บ.การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.2559 เพิ่มขึ้นร้อยละ 80 3. แกนนำวัยรุ่นมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ ร้อยละ 60

วิธีการดำเนินงาน : 1 .ประสานผู้รับผิดชอบงานวัยรุ่น เพื่อคัดเลือกแกนนำวัยรุ่น เข้ารับการอบรมจำนวน 5 จังหวัดๆ ละ 1 รุ่น 2 .ประสานวิทยากร 3 .จัดอบรมพัฒนาศักยภาพแกนนำวัยรุ่นต้นแบบด้านสุขภาพ จังหวัดในเขตสุขภาพที่ 3 จำนวน 5 จังหวัดๆ ละ 1 รุ่นๆ ละ 20 คน 4 .นิเทศ ติดตาม การดำเนินงาน จังหวัดละ 1 ครั้ง 5 .สรุปและรายงานผลคืนสู่พื้นที่

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดอบรมพัฒนาศักยภาพแกนนำวัยรุ่นต้นแบบด้านสุขภาพ จังหวัดในเขตสุขภาพที่ 3 จำนวน 5จังหวัดๆ ละ 1 รุ่นๆ ละ 20 คน 1 พ.ย. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 102,720.00
2 นิเทศ ติดตามการดำเนินงาน 1 มิ.ย. 2561 - 31 ก.ค. 2561 13,840.00
3 สรุปและรายงานผลคืนสู่พื้นที่ 1 ส.ค. 2561 - 31 ส.ค. 2561 1,000.00
รวมเป็นเงิน 117,560.00
งบประมาณ : 117,560.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 พ.ย. 2560 - 31 ส.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : - วัยรุ่นในสถานศึกษาและชุมชนได้รับข้อมูลข่าวสารความรู้เรื่องโภชนาการ การออกกำลังกาย การนอนหลับ อนามัยการเจริญพันธุ์ สุขภาพฟัน และบริการอนามัยการเจริญพันธุ์ตาม พ.ร.บ.การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางสาวเบ็ญจา ยมสาร ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ

ผู้เสนอโครงการ : นางสาวเบ็ญจา ยมสาร ตำแหน่ง หัวหน้ากลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายก้องเกียรติ เติมเกษมศานต์ ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการด้านวิชาการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายศักดา อัลภาชน์ ตำแหน่ง ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์
ลำดับที่ : 9

ชื่อโครงการ : โครงการเพศคุยได้ในครอบครัว

ยุทธศาสตร์ : 1.3 ส่งเสริมพฤติกรรมอนามัยการเจริญพันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับวัยรุ่น

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 7. อัตราคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15-19 ปี ต่อประชากรหญิง อายุ 15-19 ปี พันคน
9. ร้อยละการตั้งครรภ์ซ้ำในหญิงอายุ น้อยกว่า 20 ปี

cluster : กลุ่มวัยรุ่น

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (27)9.5 เพศคุยได้ในครอบครัว

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : การดำเนินงานอบรมเรื่องเพศคุยได้ในครอบครัว มุ่งหวังให้พ่อแม่ ผู้ปกครอง ได้มีการพูดคุย สื่อสารเรื่องเพศและอนามัยเจริญพันธุ์กับลูกหลานวัยรุ่น มีทัศนคติที่ดีในเรื่องเพศและอนามัยเจริญพันธุ์ กล้าที่จะเริ่มพูดคุยกับลูกหลานและลูกหลานวัยรุ่นกล้าพูดคุยกับพ่อแม่ ผู้ปกครอง เพื่อส่งผลให้วัยรุ่นมีพฤติกรรมทางเพศที่เหมาะสมและปลอดภัย ซึ่งในปีงบประมาณ 2560 ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกรมอนามัยในการอบรมเรื่องเพศคุยได้ในครอบครัว (ครู ก) ให้กับเครือข่ายผู้รับผิดชอบภารกิจวัยรุ่นในเขตสุขภาพที่ 3 เพื่อสามารถเป็นวิทยากรได้ ตามหลักสูตรคู่มือการจัดการอบรมเรื่องเพศคุยได้ในครอบครัว (ฉบับบูรณาการ) ดำเนินการไป 4 จังหวัด คือ นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท และกำแพงเพชร จำนวน 100 คน ส่วนจังหวัดพิจิตรนั้นมีครู ก ตามหลักสูตรแพธครอบคลุมทุกอำเภอแล้ว เพื่อให้เกิดการพัฒนาต่อเนื่อง ศูนย์อนามัยที่ 3 จึงจัดทำโครงการเพศคุยได้ในครอบครัว เพื่อสนับสนุนให้ ครู ก ได้เป็นวิทยากรสอนเรื่องเพศคุยได้ในครอบครัวให้กับพ่อแม่ ผู้ปกครองในพื้นที่นำร่องใน 4 คือจังหวัดกำแพงเพชร นครสวรรค์ พิจิตร และอุทัยธานี เพื่อให้ ครู ก ได้เพิ่มทักษะในการเป็นวิทยากรสอนเรื่องเพศคุยได้ในครอบครัว และสอนให้พ่อแม่ ผู้ปกครองสามารถสื่อสารเรื่องเพศ กับวัยรุ่นได้

วัตถุประสงค์ : เพื่อขยายผลการดำเนินงานในพื้นที่ของวิทยากร ครู ก ในระดับเขตสุขภาพที่ 3 เรื่องเพศคุยได้ในครอบครัว (ฉบับบูรณาการ)

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1.วิทยากร ครู ก เป้าหมาย จังหวัดละ 1 รุ่น จัดอบรมพ่อแม่ ผู้ปกครองของวัยรุ่นจังหวัดละ 1 รุ่นๆ ละ 25 คน 2. วิทยากร ครู ก เป้าหมาย จังหวัดละ 1 รุ่น สามารถถ่ายทอดการสื่อสารเรื่องเพศกับวัยรุ่นให้กับ พ่อแม่ ผู้ปกครองได้ อย่างมีประสิทธิภาพ 3. ร้อยละของความพึงพอใจในการจัดอบรมร้อยละ 80 4. การติดตามหลังการอบรม ร้อยละของวิทยากรมีความมั่นใจมากขึ้น ร้อยละ 80

วิธีการดำเนินงาน : 1 ประสานงานกับผู้รับผิดชอบภารกิจวัยรุ่นระดับจังหวัด เลือกพื้นที่ระดับอำเภอที่ผ่านการอบรมเรื่องเพศคุยได้ในครอบครัว ครู ก เพื่อจัดกิจกรรมอบรมพ่อแม่ ผู้ปกครอง 2 สนับสนุน/ร่วมจัดอบรม เพื่อการดำเนินงานของวิทยากร ครู ก ระดับอำเภอ 3 เป็นพี่เลี้ยง/ที่ปรึกษา สนับสนุนข้อมูล ติดตาม ประเมินผล สรุปผลการดำเนินงานแต่ละรุ่น 4 จัดสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ภาคีเครือข่ายในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น เขตสุขภาพที่ 3 5 รายงานความก้าวหน้าการดำเนินงาน 6 สรุปผลการดำเนินงานและรายงานผลคืนสู่พื้นที่

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 สนับสนุน/ร่วมจัดอบรม เรื่องเพศคุยได้ในครอบครัว ครู ก ระดับอำเภอ 1 พ.ย. 2560 - 31 ม.ค. 2561 29,650.00
2 จัดสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ภาคีเครือข่ายในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น เขตสุขภาพที่ 3 2 ก.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561 96,160.00
3 ร่วมสังเกตการณ์ในการจัดอบรมเพศคุยได้ในครอบครัว 1 พ.ย. 2560 - 31 ม.ค. 2561 12,940.00
รวมเป็นเงิน 138,750.00
งบประมาณ : 138,750.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 พ.ย. 2560 - 31 ก.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : - วิทยากรครู ก มีศักยภาพในการเป็นวิทยากร เรื่องเพศคุยได้ในครอบครัว (ฉบับบูรณาการ)

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางสาวเบ็ญจา ยมสาร ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ

ผู้เสนอโครงการ : นางสาวเบ็ญจา ยมสาร ตำแหน่ง หัวหน้ากลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายก้องเกียรติ เติมเกษมศานต์ ตำแหน่งรองผู้อำนวยการด้านวิชาการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายศักดา อัลภาชน์ ตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์
ลำดับที่ : 10

ชื่อโครงการ : โครงการส่งเสริมสุขภาพคนไทยวัยทำงาน ยุค 4.0 เขตสุขภาพที่ 3

ยุทธศาสตร์ : 1.4 ส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานที่พึงประสงค์

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 12. ร้อยละของวัยทำงานมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

cluster : กลุ่มวัยทำงาน

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (36)12.2 จัดทำและขับเคลื่อนข้อเสนอเชิงนโยบาย Healthy eating Active living และ Environmental health

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : ประเทศไทยแม้จะอยู่ในช่วงของการได้เปรียบทางประชากร คือมีวัยทำงาน (15- 59 ปี) ซึ่งเป็นวัยที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยในสัดส่วนที่สูงกว่าวัยอื่นร้อยละ 67 แต่อีกไม่กี่ปีข้างหน้า คนวัยทำงานนี้จะค่อยๆลดลงจากอัตราการเกิดที่ลดลงและก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุอย่างเต็มตัว การเตรียมความพร้อมเพื่อเป็นผู้สูงวัย อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี พึ่งตนเองให้ได้มากที่สุด และเป็นภาระต่อสังคมน้อยที่สุด ถือเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง การสำรวจพฤติกรรมการดูแลสุขภาพจากสำนักสถิติแห่งชาติ ในปี 2548 และ 2552 พบว่าวัยทำงานมีพฤติกรรมการทานอาหารครบ 3 มื้อน้อยกว่าวัยอื่น และมีเพียง 1.ใน 5 เท่านั้นที่ออกกำลังกาย ซึ่งน้อยกว่าวัยอื่นเช่นกัน พฤติกรรมเหล่านี้ทำให้วัยทำงานเริ่มสะสมความเสี่ยงต่อการเป็นโรคในกลุ่มไม่ติดต่อมากขึ้น พบผู้เสียชีวิตจากโรคไม่ติดต่อ 50.7% และเป็นคนที่เสียชีวิตอายุน้อยกว่า 60 ปี 27% (กรมควบคุมโรค, 2554) และจากการสรุปผลการดำเนินงาน กรมอนามัย ปีพ.ศ.2560 พบว่าประชาชนวัยทำงานอายุ 30-44 ปี มีดัชนีมวลกายปกติ ร้อยละ 51.77 ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ (ร้อยละ 54) มีพฤติกรรมที่พึงประสงค์ครบทั้ง 4 ด้านเพียง 0.11% และจากการการดำเนินงานในเขตสุขภาพที่ 3 พบว่าไม่มีระบบข้อมูลสารสนเทศและแนวทางการสื่อสาร Health Literacy แกนนำสุขภาพไม่เพียงพอต่อการดำเนินงานการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ของวัยทำงาน มีการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะระดับพื่นที่แต่ไม่เป็นรูปธรรม และไม่มีฐานข้อมูลนวัตกรรมชุมชนในเขตสุขภาพที่ 3 ดังนั้น ศูนย์อนามัยที่ 3 จึงต้องการ ส่งเสริมสุขภาพที่พึงประสงค์ประชากรวัยทำงาน โดยเน้นความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย ในการพัฒนาปัจจัยอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เช่น ระบบข้อมูลสารสนเทศและแนวทางการ การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ เพื่อส่งผลให้กลุ่มประชาชนวัยทำงานเขตสุขภาพที่3 มีดัชนีมวลกายปกติ และมีมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์เพิ่มขึ้น

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อพัฒนานโยบายสาธารณะด้านการส่งเสริมสุขภาพที่พึงประสงค์ประชากรวัยทำงานระดับเขตพื้นที่ เขตสุขภาพที่ 3 2. เพื่อพัฒนาระบบข้อมูล สารสนเทศ และแนวทางการสื่อสาร Health Literacy

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1.ร้อยละความพึงพอใจของหน่วยงาน/องค์กร ผู้ร่วมมือในกระบวนการพัฒนานโยบาย ต่อประโยชน์จากการจัดทำนโยบายสาธารณะ มากกว่า ร้อยละ 80 2.ร้อยละความพึงพอใจของผู้ใช้บริการชุดความรู้เพื่อใช้ในการสื่อสาร Health Literacy มากกว่า ร้อยละ 80

วิธีการดำเนินงาน : 1.จัดทำและขับเคลื่อนข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย Healthy Eating, Active Living, Environmental Health 1.1จัดประชุมขับเคลื่อนและมอบนโยบาย(MOU) 2. พัฒนาระบบข้อมูล สารสนเทศ และแนวทางการสื่อสาร Health Literacy 2.1 ประกวดจัดทำ Content สื่อสาร (animation Info graphic)

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมจัดทำและขับเคลื่อนข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย Healthy Eating, Active Living, Environmental Health 1 ธ.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 41,000.00
2 พัฒนาระบบข้อมูล สารสนเทศ และแนวทางการสื่อสาร Health Literacy 1 พ.ย. 2560 - 30 พ.ย. 2560 87,000.00
รวมเป็นเงิน 128,000.00
งบประมาณ : 128,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 พ.ย. 2560 - 31 ธ.ค. 2560
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. มีนโยบายสาธารณะด้านการส่งเสริมสุขภาพที่พึงประสงค์ ของประชากรวัยทำงานเขตสุขภาพที่ 3 2. มีความรู้เพื่อใช้ในการสื่อสาร Health Literacy

ผู้รับผิดชอบโครงการ : น.ส.อนุช สีนารอด

ผู้เสนอโครงการ : น.ส.อนุช สีนารอด

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายก้องเกียรติ เติมเกษมศานต์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายศักดา อัลภาชน์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์
ลำดับที่ : 11

ชื่อโครงการ : โครงการส่งเสริมการจัดบริการสุขภาพที่เป็นมิตรและสร้างเสริมการมีส่วนร่วมและพัฒนาภาคีเครือข่ายอนามัยเจริญพันธุ์ในวัยรุ่นและเยาวชน

ยุทธศาสตร์ : 1.3 ส่งเสริมพฤติกรรมอนามัยการเจริญพันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับวัยรุ่น

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 7. อัตราคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15-19 ปี ต่อประชากรหญิง อายุ 15-19 ปี พันคน

cluster : กลุ่มวัยรุ่น

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (28)9.6 การส่งเสริมการจัดบริการสุขภาพที่เป็นมิตรและสร้างเสริมการมีส่วนร่วมและพัฒนาภาคีเครือข่ายอนามัยการเจริญพันธุ์ในวัยรุ่นและเยาวชน

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : อัตราการคลอดในวัยรุ่นอายุ 15 -19 ปี ในประเทศไทยมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วง 5 ปี ที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 – 2559 ได้แก่ 53.4, 51.1, 47.9, 44.8 และ 42.5 ต่อประชากรอายุ 15 -19 ปี พันคน ตามลำดับ สำหรับอัตราการคลอดในวัยรุ่นอายุ 10 -14 ปี ในประเทศไทยมีแนวโน้มลดลงอย่างช้าๆ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 – 2559 ได้แก่ 1.8, 1.7, 1.6, 1.5 และ 1.4 ต่อประชากรอายุ 10 -14 ปี พันคน ตามลำดับ สถานการณ์ในเขตสุขภาพที่ 3 อัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15-19 ปีต่อประชากรหญิงอายุ 15 – 19 ปีพันคน มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องเช่นกัน จากข้อมูลย้อนหลัง 5 ปีคือ ปี พ.ศ. 2555 – 2559 ได้แก่ 58.2, 56.1, 52.5, 48.2 และ 44.6 ตามลำดับ โดยจะเห็นว่าในภาพจังหวัดทุกจังหวัดก็มีแนวโน้มลดลงเช่นกัน แต่ยังมีจังหวัดที่สูงกว่าเป้าหมายในปี 2559 ได้แก่ จังหวัดอุทัยธานี เท่ากับ 50.3 ต่อประชากรหญิงอายุ 15 – 19 ปีพันคน และอัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ 10-14 ปีต่อประชากรหญิงอายุ 10 – 14 ปีพันคนมีแนวโน้มลดลงจากข้อมูลย้อนหลัง 5 ปีคือ ปี พ.ศ. 2555 – 2559 ได้แก่ 2.4, 2.3, 1.9, 1.9 และ 1.6 ตามลำดับ (ข้อมูลจากสำนักอนามัยการเจริญพันธุ์)ภาพของจังหวัดจะเห็นว่าแนวโน้มการลดลงยังไม่ดีนัก โดยเฉพาะจังหวัดนครสวรรค์และอุทัยธานี สำหรับการตั้งครรภ์ซ้ำในหญิงอายุน้อยกว่า 20 ปี ยังสูงกว่าเป้าหมายทุกจังหวัด โดยในปี 2559 จังหวัดอุทัยธานี ตั้งครรภ์ซ้ำสูงสุด ร้อยละ 19.9 ระดับเขต ร้อยละ 17.2 (ข้อมูลจาก HDC) ซึ่งสอดคล้องกับร้อยละของวัยรุ่น อายุ 15 – 19 ปี ได้รับบริการคุมกำเนิดหลังคลอด / แท้ง ก่อนออกจากโรงพยาบาล ปี 2558 ร้อยละ 11.98 และวิธีกึ่งถาวร ร้อยละ 62.01 ในปี 2559 ร้อยละของวัยรุ่น อายุ 15 – 19 ปี ได้รับบริการคุมกำเนิดหลังคลอด / แท้ง ก่อนออกจากโรงพยาบาล ร้อยละ 24.81 และวิธีกึ่งถาวร ร้อยละ 66.63 ซึ่งยังต่ำกว่าเป้าหมายมาก เพื่อให้สอดคล้องกับ พรบ.การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 มาตรา 5 การคุ้มครองสิทธิของวัยรุ่น : วัยรุ่นมีสิทธิตัดสินใจด้วยตนเอง ได้รับข้อมูลข่าวสารและความรู้ ได้รับการบริการอนามัยการเจริญพันธุ์ ได้รับการรักษาความลับและความเป็นส่วนตัว ได้รับการจัดสวัสดิการสังคม อย่างเสมอภาคและไม่ถูกเลือกปฏิบัติ, และมาตรา 7 : สถานบริการ ให้ข้อมูล ความรู้ คำปรึกษา จัดบริการอนามัยการเจริญพันธุ์และส่งต่อให้ได้รับสวัสดิการสังคม อีกทั้งยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น 2560 - 2569 ยุทธศาสตร์ที่ 3 พัฒนาระบบบริการสุขภาพทางเพศและอนามัยการเจริญพันธุ์ที่มีคุณภาพและเป็นมิตรและส่งเสริมการเข้าถึงบริการ ที่มีเป้าหมาย ในปี 2569 ให้อัตราคลอดมีชีพในหญิงอายุ 10 - 14 ปี ไม่เกิน 0.5 ต่อประชากรหญิงอายุ 10 - 14 ปี 1,000 คน และอัตราการคลอด มีชีพในหญิงอายุ 15 - 19 ปี ไม่เกิน 25 ต่อประชากรหญิง อายุ 15 - 19 ปี 1,000 คน ความก้าวหน้าการดำเนินงานโรงพยาบาลที่มีบริการสุขภาพที่เป็นมิตรสำหรับวัยรุ่นและเยาวชนที่ผ่านมา มีโรงพยาบาลผ่านเกณฑ์มาตรฐาน YFHS จำนวน 20 โรงพยาบาล คิดเป็น ร้อยละ 37.04 และอำเภอผ่านเกณฑ์การประเมิน “อำเภออนามัยการเจริญพันธุ์” รวม 17 อำเภอ คิดเป็นร้อยละ 31.48 (ข้อมูล ณ วันที่ 1 กันยายน 2560) ซึ่งยังต่ำกว่าเป้าหมายมาก และยังมีโรงพยาบาลที่ผ่านการประเมินและรับรองตามมาตรฐาน YFHS ตั้งแต่ ปี 2556 - 2557 ซึ่งต้องมีการพัฒนาและยกระดับคุณภาพอย่างต่อเนื่อง โดยจะต้องทำการประเมินซ้ำ (Reaccredit) ดังนั้นในปีงบประมาณ 2561 ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมการจัดบริการสุขภาพที่เป็นมิตรและสร้างเสริมการมีส่วนร่วมและพัฒนาภาคีเครือข่ายอนามัยเจริญพันธุ์ในวัยรุ่นและเยาวชนเพื่อขับเคลื่อนงานอย่างต่อเนื่อง

วัตถุประสงค์ : เพื่อส่งเสริมภาคีและเครือข่ายบูรณาการงานอนามัยการเจริญพันธุ์ในวัยรุ่นและดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาอนามัยเจริญพันธุ์ในวัยรุ่นอย่างยั่งยืน

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. จำนวนโรงพยาบาลที่ได้รับการประเมินรับรองตามมาตรฐาน YFHS ฉบับบูรณาการ (ร้อยละ 100) 29 แห่ง 2. จำนวนอำเภอที่ได้รับการประเมินตามมาตรฐานอำเภออนามัยการเจริญพันธุ์ 31 แห่ง 3. จำนวนโรงพยาบาลที่ได้รับการประเมินซ้ำตามมาตรฐาน YFHS ครบ 3 ปี (Reaccredit) 9 แห่ง 4. รายงานผลการประเมินรับรองมาตรฐานโรงพยาบาลและอำเภอ 1 ชุด 5. รายงานผลการประเมินรับรองซ้ำตามมาตรฐานโรงพยาบาล YFHS 1 ชุด 6. รายงานผลการเยี่ยมติดตามเพื่อพัฒนาการดำเนินงานโรงพยาบาลและอำเภอให้ผ่านเกณฑ์มาตรฐานฯ 1 ชุด 7.โรงพยาบาลผ่านเกณฑ์มาตรฐาน YFHS ฉบับบูรณาการ 20 แห่ง 8. อำเภอผ่านเกณฑ์มาตรฐานอำเภออนามัยการเจริญพันธุ์ 22 แห่ง

วิธีการดำเนินงาน : 1 ประสานงานกับผู้รับผิดชอบงานของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด เพื่อ 1.1 กำหนดพื้นที่ที่จะขอรับการประเมินอำเภอตามมาตรฐานอำเภออนามัยการเจริญพันธุ์ และ โรงพยาบาลตามมาตรฐานบริการที่เป็นมิตรสำหรับวัยรุ่นและเยาวชน - ติดตามกำหนดวันที่จะรับการประเมินรับรองฯ - จัดทีมผู้ประเมินรับรองฯ - ติดตามรายงานการประเมินตนเอง / รายงานผลการดำเนินงาน - ประชุมทีมก่อนออกเยี่ยมประเมินรับรองฯ - เยี่ยมประเมินรับรองฯ โดยผู้แทนจากศูนย์อนามัยที่ 3, ศูนย์สุขภาพจิตที่ 3 และ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 3 - ประชุมสรุปผลการเยี่ยมประเมินรับรองฯ และคืนข้อมูลให้พื้นที่ - รายงานการเยี่ยมประเมินรับรองฯ ส่งกรมอนามัย 1.2 กำหนดพื้นที่ที่จะขอรับการเยี่ยมติดตามเพื่อพัฒนาให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐานฯ - ติดตามกำหนดวันที่จะเข้าเยี่ยมติดตามเพื่อพัฒนา - เยี่ยมติดตามเพื่อพัฒนาการดำเนินงานอำเภอและโรงพยาบาล ให้ได้ตามเกณฑ์ มาตรฐานฯ - สรุปผลการเยี่ยมติดตามเพื่อพัฒนาการดำเนินงาน และคืนข้อมูลให้พื้นที่ 1.3 กำหนดโรงพยาบาลที่จะขอรับการประเมินรับรองซ้ำ (Reaccredit) - ติดตามกำหนดวันที่จะรับการประเมินรับรองฯซ้ำ - จัดทีมผู้ประเมินรับรองฯ - ติดตามรายงานการประเมินตนเอง / รายงานผลการดำเนินงาน - เยี่ยมประเมินรับรองซ้ำ - ประชุมสรุปผลการเยี่ยมประเมินรับรองซ้ำ และคืนข้อมูลให้พื้นที่ - รายงานการเยี่ยมประเมินรับรองฯ ส่งกรมอนามัย

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 เยี่ยมติดตามเพื่อพัฒนาอำเภอและโรงพยาบาลให้ผ่านเกณฑ์การประเมินตามมาตรฐาน 1 พ.ย. 2560 - 30 มี.ค. 2561 4,720.00
2 ประเมินรับรองอำเภอตามมาตรฐานอำเภออนามัยการเจริญพันธุ์และโรงพยาบาลตามมาตรฐานบริการสุขภาพที่เป็นมิตรสำหรับวัยรุ่นและเยาวชน 1 พ.ย. 2560 - 31 ก.ค. 2561 47,040.00
3 ประเมินรับรองอำเภอตามมาตรฐานอำเภออนามัยการเจริญพันธุ์และโรงพยาบาลตามมาตรฐานบริการสุขภาพที่เป็นมิตรสำหรับวัยรุ่นและเยาวชน (ประเมินรับรองซ้ำ : Reaccredit) 1 พ.ย. 2560 - 31 ก.ค. 2561 14,580.00
รวมเป็นเงิน 66,340.00
งบประมาณ : 66,340.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 พ.ย. 2560 - 31 ก.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1 วัยรุ่นเข้าถึงบริการสุขภาพเพิ่มขึ้นทั้งเชิงรับ / เชิงรุก 2 ร้อยละการตั้งครรภ์ซ้ำในวัยรุ่นอายุน้อยกว่า 20 ปี ลดลง 3 ร้อยละการใช้วิธีคุมกำเนิดด้วยวิธีกึ่งถาวรในวัยรุ่นหลังคลอด / หลังแท้ง เพิ่มขึ้น 4 อัตราการป่วยด้วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และเอดส์ลดลง

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางสาวเบ็ญจา ยมสาร ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ

ผู้เสนอโครงการ : นางสาวเบ็ญจา ยมสาร ตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายก้องเกียรติ เติมเกษมศานต์ ตำแหน่งรองผู้อำนวยการด้านวิชาการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายศักดา อัลภาชน์ ตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์
ลำดับที่ : 12

ชื่อโครงการ : โครงการส่งเสริมสุขภาพและพัฒนาระบบเฝ้าระวังสุขภาพวัยทำงาน เขตสุขภาพที่ 3

ยุทธศาสตร์ : 1.4 ส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานที่พึงประสงค์

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 12. ร้อยละของวัยทำงานมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

cluster : กลุ่มวัยทำงาน

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (39)13.2 พัฒนารูปแบบการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ในชุมชน สถานบริการ และสถานพยาบาล

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : ศูนย์อนามัยที่ 3 กรมอนามัย เป็นศูนย์วิชาการให้การสนับสนุนเขตสุขภาพที่3 ในจำนวนทั้งหมด 7 ศูนย์วิชาการ ซึ่งประกอบด้วย สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 3 ศูนย์สุขภาพจิตที่ 3 ศูนย์วิศวกรรมการแพทย์ที่ 3 สำนักงานสนับสนุนบริการสุขภาพที่ 3 ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 3 และวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สวรรค์ประชารักษ์ การดำเนินงานของศูนย์ฯปฏิบัติตามพันธกิจกรมอนามัยเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายให้อายุคาดเฉลี่ยของการมีสุขภาพดีไม่น้อยกว่า 72 ปี (HALE ) ดังนั้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตในช่วงกลุ่มวัยทำงานควรให้มีความรอบรู้ด้านสุขภาพ และมีการจัดการสุขภาพด้วยตนเองโดยชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม รวมถึงการใช้มาตรการทางสังคมในการดูแลสุขภาพชุมชน ด้วยความร่วมมือของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนของราชการและเอกชน เช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานประกอบการ เป็นต้น ให้มีส่วนสนับสนุนการขับเคลื่อนจัดทำข้อตกลง กติการะดับชุมชน และสนับสนุนกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพของพนักงานในสถานประกอบการและที่ทำงาน กลุ่มวัยทำงานร่วมกันทั้ง 4 จังหวัด ในเขตสุขภาพที่ 3 .ใช้กลยุทธ์การขับเคลื่อนตามแนวทาง PIRAB ประกอบด้วย P (Partner): มีพันธมิตรทั้งในและนอกกระทรวง ร่วมดำเนินการอย่างเข้มแข็ง เช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย สถาบันการศึกษา สถานประกอบการ เป็นต้น I (Invest): มีงบประมาณสนับสนุนการดำเนินงานอย่างเพียงพอ ทั้งส่วนกลางและท้องถิ่น รวมทั้งภาคเอกชน R (Regulate and Legislate): มีการกำกับติดตาม มีกฎหมาย กฎระเบียบรองรับการดำเนินงาน เช่น พรบ..ควบคุมยาสูบ พรบ. ควบคุมแอลกอฮอล์ และพรบ. ควบคุมโรคติดต่อ เป็นต้น A (Advocate): มีการส่งเสริมให้เกิดนโยบายการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันควบคุมโรคในพื้นที่ มาตรการชุมชน และชุมชนลดเสี่ยง B (Build Capacity): เจ้าหน้าที่ทุกระดับทั้งในและนอกหน่วยงานได้รับการพัฒนาศักยภาพในการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันควบคุมโรคอย่างทั่วถึง (เขตสุขภาพที่ 3: 2560 ) และมีแนวทางการพัฒนาของกลุ่มวัยทำงานโดยมุ่งเน้นการวางแผนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในกลุ่มเสี่ยง สนับสนุนให้มีการดำเนินการแบบ Population base approach และติดตามประเมินผลกระบวนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในกลุ่มเสี่ยงอย่างใกล้ชิด กลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยทำงานจะดำเนินการพัฒนารูปแบบการส่งเสริมสุขภาพในกลุ่มวัยทำงานในชุมชน สถานบริการสาธารณสุข และสถานประกอบการ โดยใช้กระบวนการหลักของ A2IM เพื่อเสริมสร้างศักยภาพภาคีเครือข่ายทุกระดับ และพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศและช่องทางสื่อสารกับประชาชน อันจะส่งผลให้ ประชากรวัยทำงานอายุ 30-40 ปี มีดัชนีมวลกายปกติ และประชาชนวัยทำงานมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ บรรลุเป้าหมาย “ประชาชนวัยทำงาน หุ่นดี สุขภาพดี”

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อพัฒนารูปแบบการส่งเสริมสุขภาพที่พึงประสงค์ประชากรวัยทำงานในชุมชน/สถานบริการ/สถานประกอบการ เขตสุขภาพที่ 3 2. เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้พื้นที่เขตสุขภาพที่ 3 เกิดนวัตกรรมชุมชน/องค์กร ส่งเสริมสุขภาพที่พึงประสงค์ประชากรวัยทำงาน เขตสุขภาพที่ 3

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1.ร้อยละของผู้เข้าร่วมการจัดทำรูปแบบการส่งเสริมสุขภาพวัยทำงานในชุมชน/สถานบริการ/สถานประกอบการ ที่มีความรู้เพิ่มขึ้นหรือมากกว่าก่อนเข้าทำกิจกรรม มากกว่าร้อยละ 80 2.จำนวนนวัตกรรมที่ได้รับการพัฒนาหรือปรับปรุงให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัญหาเรื่องพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของเขตสุขภาพ 2 เรื่อง

วิธีการดำเนินงาน : 1.พัฒนารูปแบบการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ในชุมชน/สถานบริการ/สถานประกอบการ 2.พัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่ายโดยส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์โดยผู้นำสุขภาพและค้นหานวัตกรรม 3.พัฒนาระบบเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 แลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยการนิเทศติดตาม ถอดบทเรียน รูปแบบการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ในชุมชน/สถานบริการ/สถานประกอบการ 1 พ.ย. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 18,230.00
2 ประชุมพัฒนาศักยภาพ Health Leader รายเก่าและรายใหม่ และ จัดบูธ Show & Share นวัตกรรม และติดตามประเมินผลหลังการประชุม 1 พ.ย. 2560 - 30 พ.ย. 2560 211,560.00
3 ประชุมเชิงปฏิบัติการ (ลงพื้นที่นำร่อง 1 จังหวัด) เพื่อพัฒนา/นำร่อง/ขยายผลระบบเฝ้าระวัง พฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ (ระดับจังหวัด) ผ่านระบบบันทึกข้อมูลระดับปฐมภูมิ JHCIS/ HosXp ร่วมกับกรมอนามัย 1 มี.ค. 2561 - 29 มี.ค. 2562 22,460.00
รวมเป็นเงิน 252,250.00
งบประมาณ : 252,250.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 พ.ย. 2560 - 29 มี.ค. 2562
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. มีรูปแบบการส่งเสริมสุขภาพที่พึงประสงค์ประชากรวัยทำงานในชุมชน/สถานบริการ/สถานประกอบการ เขตสุขภาพที่ 3 2. มีนวัตกรรมชุมชน/องค์กร ด้านการส่งเสริมสุขภาพที่พึงประสงค์ ของประชากรวัยทำงานเขตสุขภาพที่ 3

ผู้รับผิดชอบโครงการ : น.ส.อนุช สีนารอด

ผู้เสนอโครงการ : น.ส.อนุช สีนารอด

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายก้องเกียรติ เติมเกษมศานต์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายศักดา อัลภาชน์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์
ลำดับที่ : 13

ชื่อโครงการ : สร้างการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายในการขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริมวัยรุ่นสูงดีสมส่วนสาวไทยแก้มแดงในระดับพื้นที่ ภายใต้โครงการหลัก วัยรุ่นไทยสูงดีสมส่วน สาวไทยก้มแดง มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

ยุทธศาสตร์ : 1.3 ส่งเสริมพฤติกรรมอนามัยการเจริญพันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับวัยรุ่น

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 10. ร้อยละของวัยรุ่น 15-18 ปี สูงดีสมส่วน และอายุ 19 ปี มีส่วนสูงเฉลี่ยตามเกณฑ์

cluster : กลุ่มวัยรุ่น

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (33)11.3 สร้างการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายในการขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริมวัยรุ่นสูงดีสมส่วน สาวไทยแก้มแดง ในระดับพื้นที่

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : จากข้อมูลการสำรวจพฤติกรรมการบริโภคอาหารของประชากรปีพ.ศ. 2548 2552 และปี 2556 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ด้านการบริโภคอาหารมื้อหลักในแต่ละวันครบ 3 มื้อ พบว่า ประชากรที่มีอายุ 6 ปีขึ้นไป มีพฤติกรรมการบริโภคอาหารมื้อหลักครบ 3 มื้อ เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 82.2 เป็นร้อยละ 87.1 และ 88.0 ตามลำดับ และในปี 2556 พบว่ากลุ่มวัยที่บริโภคอาหารมื้อหลักในแต่ละวันครบ 3 มื้อ มากที่สุดคือกลุ่มวัยเรียน (6-14 ปี) พบร้อยละ 92.7 และต่ำสุดคือกลุ่มวัยรุ่น (15-24 ปี) พบร้อยละ 86.7 โดยทุกกลุ่มวัยมีอัตราที่เพิ่มขึ้น แต่กลุ่มวัยรุ่นเป็นเพียงกลุ่มเดียวที่มีพฤติกรรมการบริโภคอาหารมื้อหลักครบ 3 มื้อลดลง คิดเป็นร้อยละ 0.5 โดยปัญหาด้านการบริโภคในกลุ่มวัยรุ่น คือ มีพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ไม่ถูกต้อง ทำให้เกิดภาวะโภชนาการบกพร่อง ซึ่งส่วนใหญ่มักจะงดอาหารมื้อเช้าด้วยเหตุผลต่างๆ เช่น ต้องตื่นแต่เช้าเร่งรีบไปเรียนหรือทำงาน ไม่มีเวลาพอสำหรับการเตรียมอาหารเช้า บางคนงดอาหารเช้าด้วยเหตุผลที่ต้องการลดน้ำหนัก ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิด เนื่องจากการงดกินอาหารเช้าจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ ทำให้ช่วงสายของวันจะรู้สึกหิว มีอารมณ์หงุดหงิด คิดอะไรไม่ออก ไม่มีสมาธิในการเรียนหรือทำงาน ประสิทธิภาพในการเรียนหรือการทำงานจะด้อยกว่าคนที่กินอาหารเช้า เนื่องจากสมองต้องการน้ำตาลกลูโคสหล่อเลี้ยงตลอดเวลา และจะหันมารับประทานอาหารอื่น เช่น ขนม ทำให้อ้วนเพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย เป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆ ที่สามารถป้องกันได้ เช่น โรคภาวะโภชนาการเกิน โรคอ้วน เป็นต้น การส่งเสริมให้วัยรุ่นมีโภชนาการดีจึงเป็นการสร้างรากฐานสำคัญของการมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไปในวัยทำงานและวัยสูงอายุ เนื่องจากช่วงวัยรุ่น อายุระหว่าง 15-21 ปี (กระทรวงสาธารณสุข) เป็นช่วงวัยที่ร่างกายมีการเจริญเติบโตอย่างเต็มที่ รวมถึงมีการเปลี่ยนแปลงทั้งขนาดและโครงสร้าง ดังนั้น การส่งเสริมให้วัยรุ่นได้รับอาหารที่ถูกหลักโภชนาการ เหมาะสมกับความต้องการจึงเป็นสิ่งจำเป็น เนื่องจากอาหารเป็นปัจจัยสำคัญต่อสติปัญญาและสุขภาพ การกินอาหารครบ 5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มข้าว-แป้ง กลุ่มผัก กลุ่มผลไม้ กลุ่มเนื้อสัตว์ และกลุ่มนม โดยมีความหลากหลายของอาหารในกลุ่มเดียวกัน และปริมาณเหมาะสม ร่วมกับการออกกำลังกายระดับปานกลางขึ้นไป วันละ 30นาที อย่างน้อยสัปดาห์ละ 5 วัน และการนอนหลับอย่างเพียงพอ วันละ 8 ชั่วโมง จะทำให้รูปร่างสมส่วน ประสิทธิภาพในการทำงานของสมองดี ทำกิจกรรมต่างๆได้ดี มีภูมิต้านทานโรค แต่หากกินอาหารที่ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการ และ/หรือกินไม่เพียงพอ จะเป็นผลให้ขาดอาหาร ร่างกายซูบผอม ความสามารถในการเรียนรู้บกพร่อง เฉื่อยชา ภูมิต้านทานโรคต่ำทำให้เจ็บป่วยบ่อย ดังนั้น เพื่อส่งเสริมให้วัยรุ่นสูงสมส่วน และมีการเจริญเติบโตเต็มศักยภาพ (Full Potential Growth) เป็นการพัฒนาคนตามช่วงวัยให้มีสุขภาพดี และทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จึงควรมีการส่งเสริมให้วัยรุ่นมีพฤติกรรมโภชนาการที่พึงประสงค์ต่อไป และสร้างการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายในการขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริมวัยรุ่นสูงดี สมส่วน สาวไทยแก้มแดงในระดับพื้นที่เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในการดำเนินงาน

วัตถุประสงค์ : เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายในการขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริมวัยรุ่นสูงดี สมส่วน สาวไทยแก้มแดงในระดับพื้นที่

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. มีกิจกรรมการสร้างมหกรรมให้วัยรุ่นในพื้นที่มีพฤติกรรมที่พึงประสงค์ภายใต้ NEST 1 จังหวัด 2. ประเมินระดับความพึงพอใจของผู้ร่วมกิจกรรม ร้อยละ 80

วิธีการดำเนินงาน : 1 ประสานเพื่อคัดเลือกสถานศึกษาในการจัดกิจกรรมมหกรรมวิชาการ “การมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ภายใต้ NEST” จำนวน 1 แห่งของจังหวัดนครสวรรค์ 2 ประสานสถานศึกษาเพื่อคัดเลือกผู้เข้าร่วมมหกรรมวิชาการ “การมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ภายใต้ NEST” จำนวน 100 คน 3 ประสานวิทยากร 4 จัดกิจกรรมมหกรรมวิชาการ “การมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ภายใต้ NEST” ให้วัยรุ่นในพื้นที่

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดกิจกรรม มหกรรมวิชาการ “การมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ภายใต้ NEST” 1 มี.ค. 2561 - 30 มี.ค. 2561 22,200.00
รวมเป็นเงิน 22,200.00
งบประมาณ : 22,200.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 มี.ค. 2561 - 30 มี.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. ภาคีเครือข่าย (สถานศึกษา) มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริมวัยรุ่นสูงดี สมส่วน สาวไทยแก้มแดงในระดับพื้นที่ ได้แก่ให้ความรู้และแจกยาเสริมธาตุเหล็ก เผยแพร่สื่อ/ความรู้เรื่องวัยรุ่นสูงดี สมส่วน สาวไทยแก้มแดง 2. วัยรุ่นได้รับการกระตุ้นให้มีการรับรู้ เรื่องการมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ ภายใต้ NEST

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางสาวเบ็ญจา ยมสาร ตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่น

ผู้เสนอโครงการ : นางสาวเบ็ญจา ยมสาร ตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายก้องเกียรติ เติมเกษมศานต์ ตำแหน่งรองผู้อำนวยการด้านวิชาการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายศักดา อัลภาชน์ ตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์
ลำดับที่ : 14

ชื่อโครงการ : โครงการขับเคลื่อนการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับท้องถิ่น

ยุทธศาสตร์ : 1.3 ส่งเสริมพฤติกรรมอนามัยการเจริญพันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับวัยรุ่น

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 9. ร้อยละการตั้งครรภ์ซ้ำในหญิงอายุ น้อยกว่า 20 ปี

cluster : กลุ่มวัยรุ่น

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (25)9.3 การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น เป็นหนึ่งในประเด็นปัญหาของเยาวชนที่นานาชาติและประเทศไทย ให้ความสำคัญ นับตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา อัตราการเกิดของประเทศไทยลดลงอย่างต่อเนื่อง จนนำไปสู่การคาดการณ์และเตรียมความพร้อมในการเป็นสังคมผู้สูงอายุ ขณะเดียวกัน กลับมีข้อมูลที่แสดงให้เห็นว่าในรอบสิบปีที่ผ่านมา วัยรุ่นหญิงมีอัตราการคลอดที่เพิ่มขึ้น โดยในปี 2555 มีหญิงไทยคลอดทั้งสิ้น 801,737 ราย ในจำนวนนี้เป็นการคลอดของวัยรุ่นหญิงอายุ 15-19 ปี จำนวน 129,451 ราย หรือ คิดเป็นอัตราการคลอดของวัยรุ่นหญิง 53.8 รายต่อประชากรวัยเดียวกัน 1,000 ราย เพิ่มขึ้นจาก 31.1 รายต่อ 1,000 รายในปี 2543 จากสถานการณ์ดังกล่าวทำให้การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นถูกกำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ โดยหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันกำหนดนโยบายที่มุ่งเน้นการ “บูรณาการ” ทุกภาคส่วน รวมทั้งให้ความสำคัญอย่างมากกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นภาคส่วนที่มีศักยภาพสูงสุดในการขับเคลื่อนภารกิจต่างๆ เนื่องจากมีความใกล้ชิดกับสถานการณ์ปัญหา สามารถประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับพื้นที่ให้เกิดการทำงานร่วมกันได้ และยังเป็นหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 มาตรา 10 ที่กำหนดถึงบทบาทหน้าที่ของหน่วยงานท้องถิ่นคือ ให้ราชการส่วนท้องถิ่นมีอำนาจหน้าที่ดำเนินการให้วัยรุ่นในเขตราชการส่วนท้องถิ่นได้รับสิทธิ ตามมาตรา 5 ที่ระบุว่า “วัยรุ่นมีสิทธิตัดสินใจด้วยตนเองและมีสิทธิ์ได้รับข้อมูลข่าวสารและความรู้ ได้รับบริการอนามัยการเจริญพันธุ์ ได้รับการรักษาความลับและความเป็นส่วนตัว ได้รับการจัดสวัสดิการสังคมอย่างเสมอภาคและไม่ถูกเลือกปฏิบัติ และได้รับสิทฺอื่นใดที่เป็นไปเพื่อประโยชน์ตามพระราชบัญญัตินี้อย่างถูกต้อง ครบถ้วนและเพียงพอ” โดยให้ราชการส่วนท้องถิ่นมีอำนาจออกข้อบัญญัติท้องถิ่นตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง ดังนั้น เพื่อเป็นการสนับสนุนให้ราชการส่วนท้องถิ่นสามารถดำเนินงานตามอำนาจหน้าที่ที่ระบุไว้ ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ จึงได้จัดทำโครงการขับเคลื่อนการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ ในวัยรุ่นระดับท้องถิ่นขึ้น โดยมีเป้าหมายสำคัญในปี 2561 คือ ทุกจังหวัดมีแหล่งเรียนรู้ด้านการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับท้องถิ่น เพื่อให้ราชการส่วนท้องถิ่นอื่นๆสามารถนำวิธีการดำเนินงานไปประยุกต์ ใช้ในพื้นที่ของตนเองได้

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อให้ราชการส่วนท้องถิ่นรับรู้และเข้าใจแนวทางการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ภายใต้ พ.ร.บ.การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.2559 2. เพื่อพัฒนาศักยภาพและสร้างภาคีเครือข่ายแกนนำเยาวชนในพื้นที่ 3. เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานระหว่างเครือข่าย 4. เพื่อให้เกิดการติดตามประเมินผลการดำเนินงานที่เป็นระบบ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. มีราชการส่วนท้องถิ่นที่เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ปี 2560 จังหวัดละ 1 แห่ง (5 แห่ง) 2. มีราชการส่วนท้องถิ่นที่มีการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น สมัครเข้าร่วมเป็นแหล่งเรียนรู้ฯ 12 แห่ง

วิธีการดำเนินงาน : 1 ประสานงานกับผู้รับผิดชอบงานของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและท้องถิ่นจังหวัด เพื่อเสนอรายชื่อราชการส่วนท้องถิ่นเป็นแหล่งเรียนรู้ 2 สรรหาและคัดเลือกแหล่งเรียนรู้ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับท้องถิ่นร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและท้องถิ่นจังหวัด 3 ร่วมจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 4 ภาค

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 สรรหาและคัดเลือกอปท.เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับท้องถิ่นโดยนิเทศ ติดตาม ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและท้องถิ่นจังหวัด 1 ธ.ค. 2560 - 30 มี.ค. 2561 33,600.00
รวมเป็นเงิน 33,600.00
งบประมาณ : 33,600.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ธ.ค. 2560 - 30 มี.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : มีการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น โดยราชการส่วนท้องถิ่นมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนและเป็นองค์กรหลักในการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสามารถพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับท้องถิ่นได้

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางสาวเบ็ญจา ยมสาร ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ

ผู้เสนอโครงการ : นางสาวเบ็ญจา ยมสาร ตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายก้องเกียรติ เติมเกษมศานต์ ตำแหน่งรองผู้อำนวยการด้านวิชาการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายศักดา อัลภาชน์ ตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์
ลำดับที่ : 15

ชื่อโครงการ : การพัฒนาระบบคัดกรองมะเร็งเต้านมในเขตสุขภาพที่ 3 ภายใต้โครงการสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่าต้านภัยมะเร็งเต้านม

ยุทธศาสตร์ : 1.4 ส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานที่พึงประสงค์

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 12. ร้อยละของวัยทำงานมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

cluster : กลุ่มวัยทำงาน

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (68)23.3 สืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่า ต้านภัยมะเร็งเต้านม

แผนจัดสรรงบประมาณ :   7. แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาด้านสาธารณสุขและสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก

หลักการและเหตุผล : มะเร็งเต้านมเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของสตรีไทย และเป็นมะเร็งที่พบบ่อยอันดับ 1-2 ของโรคมะเร็งที่พบได้ในผู้หญิง จากสถานการณ์อัตราป่วยและอัตราตายของโรคมะเร็งในเขตสุขภาพที่ 3 ปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 พบว่า มะเร็งเต้านมเป็นอันดับแรกของอัตราป่วยมะเร็ง และมีอัตราตายเป็น อันดับ 3 รองจากมะเร็งปอด และมะเร็งตับ ซึ่งในปัจจุบันยังไม่มีวิธีป้องกัน และปัจจัยเสี่ยง คือ การเป็นผู้หญิงและอายุที่เพิ่มมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันสามารถรักษาได้หากพบตั้งแต่ระยะเริ่มแรก สตรีสามารถเรียนรู้การคัดกรองความผิดปกติของเต้านมได้ง่ายและสะดวกด้วยการตรวจเต้านมด้วยตนเอง (Breast Self Examination : BSE) ซึ่งเป็นวิธีที่เหมาะสมกับประเทศกำลังพัฒนา แต่ต้องทำอย่างถูกต้องและต่อเนื่อง เชื่อมโยงกับระบบบริการสุขภาพ ตั้งแต่อาสาสมัครสาธารณสุขในชุมชน (อสม.) โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) โรงพยาบาลชุมชน (รพช.) โรงพยาบาลทั่วไป (รพท.) และโรงพยาบาลศูนย์ (รพศ.) ตามลำดับ ที่จะนำไปสู่การสร้างระบบการดูแลมะเร็งเต้านมที่ชัดเจน สามารถประเมินผลได้ โครงการสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่าต้านภัยมะเร็งเต้านมเป็นความร่วมมือระหว่างมูลนิธิ ถันยรักษ์ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี กับกระทรวงสาธารณสุข โดยการประสานงานของกรมอนามัยดำเนินการช่วงแรก ปี พ.ศ. 2555 – 2560 ใน 21 จังหวัดทั่วประเทศ ได้จัดวางแนวทางการคัดกรองมะเร็งเต้านมไว้อย่างเป็นระบบ เริ่มจากการตรวจเต้านมด้วยตนเองอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ การบันทึกลงในสมุดบันทึกการตรวจเต้านมตนเอง การยืนยันการตรวจโดยอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) การรับรองโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข การตรวจยืนยันด้วย Ultrasound และ Mammogram หากพบก้อน และการส่งต่อเพื่อรักษา โดยในเขตสุขภาพที่ 3 ได้ดำเนินการนำร่องในจังหวัดนครสวรรค์และจังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดละ 1 อำเภอ และได้รูปแบบการดำเนินงานที่เชื่อมโยงตั้งแต่ระดับจังหวัด อำเภอ และตำบล สามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานกับพื้นที่อื่นๆ ในเขตสุขภาพที่ 3 ได้ ศูนย์อนามัยที่ 3 จึงจัดทำโครงการนี้ขึ้นเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และขยายผลการจัดวางระบบบริการ คัดกรองมะเร็งเต้านมให้ครอบคลุมพื้นที่เขตสุขภาพที่ 3 โดยมุ่งหวังให้สตรีไทยมีพฤติกรรมการตรวจเต้านมตนเองที่ถูกต้องและสม่ำเสมอ เป็นการเฝ้าระวังและค้นหามะเร็งตั้งแต่ระยะเริ่มแรกด้วยตนเอง ตลอดจนมีระบบการดูแลและส่งต่อที่ชัดเจน อันจะส่งผลต่อการลดระดับความรุนแรง (Staging) และอัตราป่วย อัตราตายด้วยมะเร็งเต้านมของสตรีไทยในเขตสุขภาพที่ 3 ต่อไป

วัตถุประสงค์ : เพื่อขยายระบบบริการคัดกรองมะเร็งเต้านม ด้วยการตรวจเต้านมด้วยตนเองของสตรีอายุ 30-70 ปี

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1.จังหวัดมีการดำเนินการพัฒนาระบบการคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยการตรวจเต้านมด้วยตนเองอย่างเป็นระบบ มากกว่า 1 จังหวัด 2. รายงานสรุปผลสถานการณ์การตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเอง 1 ชุด 3. รายงานสรุปผลการจัดประชุม 1 ชุด 4. รายงานสรุปผลการสนับสนุนและติดตามการดำเนินงาน 1 ชุด

วิธีการดำเนินงาน : 1. วิเคราะห์สถานการณ์ของพื้นที่เขตสุขภาพที่ 3 2. ประชุมชี้แจงภาคีเครือข่าย นำเสนอข้อมูลสถานการณ์ เพื่อขยายพื้นที่ดำเนินงาน แลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานระหว่างพื้นที่นำร่องเดิมกับพื้นที่เป้าหมาย และพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่ายในการพัฒนาระบบคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยการตรวจเต้านมตนเอง 3. สนับสนุนและติดตามการดำเนินงาน 4. สรุปผลการดำเนินงานโครงการ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดทำสื่อสนับสนุนการดำเนินงาน - คู่มือการดำเนินงาน/สมุดบันทึกการตรวจเต้านมด้วยตนเอง 1 ธ.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 10,000.00
2 ประชุมชี้แจง แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่ายในการพัฒนาระบบคัดกรองมะเร็งเต้านม ด้วยการตรวจเต้านมตนเอง (1 ครั้ง/1 วัน/5 จังหวัด) 1 ม.ค. 2561 - 31 ม.ค. 2561 38,250.00
3 สนับสนุนและติดตามการดำเนินงาน (5 จังหวัด) 1 พ.ค. 2561 - 31 พ.ค. 2561 500.00
รวมเป็นเงิน 48,750.00
งบประมาณ : 48,750.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ธ.ค. 2560 - 31 พ.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : สตรีอายุ 30 – 70 ปี สามารถตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเองร่วมกับการใช้สมุดบันทึกการตรวจเต้านมอย่างสม่ำเสมอ

ผู้รับผิดชอบโครงการ : น.ส.อนุช สีนารอด

ผู้เสนอโครงการ : น.ส.อนุช สีนารอด

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายก้องเกียรติ เติมเกษมศานต์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายศักดา อัลภาชน์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์
ลำดับที่ : 16

ชื่อโครงการ : โครงการตั้งครรภ์คุณภาพเพื่อลูกเกิดรอดแม่ปลอดภัย ในเขตสุขภาพที่ 3 ปี 2561

ยุทธศาสตร์ : 1.1 ส่งเสริมการเกิดและเติบโตคุณภาพ

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 1. อัตราส่วนการตายมารดาไทย ต่อการเกิดมีชีพแสนคน

cluster : กลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัย

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (3)1.3 สนับสนุนส่งเสริมการใช้มาตรฐานอนามัยแม่และเด็กเพื่อการพัฒนา

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : จากนโยบายของกรมอนามัยในการส่งเสริมการเกิดและเติบโตคุณภาพ โดยมีเป้าประสงค์ให้มีการตั้งครรภ์คุณภาพ ลูกเกิดรอดแม่ปลอดภัย เด็กมีพัฒนาการสมวัย โดยมีนโยบายสำคัญในปี 2560 เรื่องการลดอัตราการตายของมารดาต้องไม่เกิน 20 ต่อแสนการเกิดมีชีพ และการป้องกันการคลอดก่อนกำหนด จากการศึกษาการตายของมารดาไทยปี 2556 (สราวุฒิ บุญสุขและนงลักษณ์ รุ่งสินทรัพย์, 2558) พบว่าอัตราส่วนการตายมารดาเท่ากับ 31.2 ต่อแสนการเกิดมีชีพ โดยพบการตายมารดาจากสาเหตุโดยตรง (Direct cause) สูงถึงร้อยละ 56 และการตายของมารดาจากสาเหตุทางอ้อม (Indirect cause) ร้อยละ 43.4 ทั้งนี้จากการดำเนินงานของเขตสุขภาพที่ 3 ปีงบประมาณ 2560 พบอัตราส่วนการตายมารดาเท่ากับ 31.6 ต่อแสนการเกิดมีชีพ โดยพบการตายมารดาจากสาเหตุโดยตรง (Direct cause) ร้อยละ 40 จากสาเหตุทางอ้อม (Indirect cause) ร้อยละ 60 ซึ่งใกล้เคียงกับข้อมูลของประเทศ และพบว่ามีเด็กเกิดใหม่ประมาณ 25,000 รายต่อปี เป็นทารกแรกเกิดน้ำหนักน้อยร้อยละ 9 (เป้าหมาย ไม่เกินร้อยละ 7) โดยร้อยละ 50 เป็นทารกที่คลอดก่อนกำหนดซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนสำคัญที่เกิดขึ้นในระยะตั้งครรภ์ทำให้ทารกแรกเกิดของประเทศไทยเสียชีวิตสูงเป็นอันดับ 1 หรือมีพัฒนาการล่าช้าและอาจจะเกิดปัญหาเชาว์ปัญญาต่ำ อวัยวะภายในโดยเฉพาะปอด , ตับ ยังทำงานไม่สมบูรณ์ระบบภูมิต้านทานโรคต่ำทำให้ติดเชื้อง่ายการควบคุมอุณหภูมิในร่างกายไม่ดีพอและมีปัญหาเรื่องการดูดนมต้องได้รับการดูแลจากบุคคลากรทางการแพทย์ที่มีความชำนาญและใช้เครื่องมือแพทย์ราคาแพงใช้เวลานอนอยู่ในโรงพยาบาลเฉลี่ยรายละ 2 – 3 เดือนใช้งบประมาณในการดูแลปีละไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาทซึ่งจากการนิเทศติดตามที่ผ่านมาพบว่าการบริหารจัดการการป้องกันการคลอดก่อนกำหนดและระบบส่งต่อหญิงตั้งครรภ์กลุ่มเสี่ยงและภาวะวิกฤติทางสูติศาสตร์ ยังไม่เป็นระบบ รวมถึงหญิงตั้งครรภ์ หญิงคลอด หญิงหลังคลอด และครอบครัว ยังขาดความรู้ในการดูแลตนเองเพื่อการเฝ้าระวัง (warning signs) จากข้อมูลดังกล่าวศูนย์อนามัยที่ 3 ได้เล็งเห็นความสำคัญจึงจัดทำโครงการตั้งครรภ์คุณภาพเพื่อลูกเกิดรอดแม่ปลอดภัยในเขตสุขภาพที่ 3 ปี 2561 เพื่อสร้างความตระหนักในการพัฒนาสถานบริการทุกระดับให้ได้มาตรฐาน รวมทั้งเครื่องมือ อุปกรณ์ ทักษะของบุคลากร ระบบส่งต่อ การส่งเสริมความคิด ความตระหนักในการดูแลสุขภาพตนเองและชุมชนโดยการบูรณาการจากทุกภาคส่วน

วัตถุประสงค์ : 1 เพื่อจัดทำแนวทางคัดกรองความเสี่ยงและการบริหารจัดการการป้องกันการคลอดก่อนกำหนดของ เขตสุขภาพที่ 3 2 เพื่อพัฒนาระบบส่งต่อหญิงตั้งครรภ์กลุ่มเสี่ยงและภาวะวิกฤติทางสูติศาสตร์ (Fast track ) 3 ส่งเสริมความรอบรู้ในการดูแลตนเองในการเฝ้าระวัง(warning signs) หญิงตั้งครรภ์ หญิงคลอด หญิงหลังคลอด และครอบครัว โดยใช้สื่อและเทคโนโลยี

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1.ได้แนวทางคัดกรองและการบริหารจัดการการป้องกันการคลอดก่อนกำหนด 1 ระบบ 2.ได้ระบบส่งต่อหญิงตั้งครรภ์กลุ่มเสี่ยงและภาวะวิกฤติทางสูติศาสตร์และข้อมูลใน การดูแลให้รวดเร็วทันต่อสถานการณ์ (Fast track ) 1 ระบบ 3.จำนวนผู้เข้าประชุม 150 คน มีความพึงพอใจของผู้เข้ารับการประชุม/อบรม ร้อยละ 85 4.โรงพยาบาลที่มีการบริหารจัดการการป้องกันการคลอดก่อนกำหนดตามแนวทางที่กำหนดไว้ร้อยละ100 5.โรงพยาบาลที่นำระบบส่งต่อหญิงตั้งครรภ์กลุ่มเสี่ยงและภาวะวิกฤติทางสูติศาสตร์และข้อมูลใน การดูแลให้รวดเร็วทันต่อสถานการณ์ (Fast track ) ไปใช้ ร้อยละ100

วิธีการดำเนินงาน : 1 วางแผน 2 คัดเลือกผู้เข้าประชุม 3 ดำเนินการประชุม 4 นิเทศติดตามประเมินผลการประชุม 5 สรุปผล

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดทำสื่อ สนับสนุนสื่อ การดำเนินงาน Service plan ในการจัดทำแนวทางคัดกรองความเสี่ยงและการบริหารจัดการการป้องกันการคลอดก่อนกำหนดและพัฒนาระบบส่งต่อหญิงตั้งครรภ์กลุ่มเสี่ยงและภาวะวิกฤติทางสูติศาสตร์(Fast track )ของเขตสุขภาพที่ 3 (ใช้งบ สปสช. 162 ,600 บาท) 1 ธ.ค. 2560 - 29 ธ.ค. 2560 8,000.00
2 ประชุมจัดทำแนวทางคัดกรองความเสี่ยงและการบริหารจัดการการป้องกันการคลอดก่อนกำหนดและพัฒนาระบบส่งต่อหญิงตั้งครรภ์กลุ่มเสี่ยงและภาวะวิกฤติทางสูติศาสตร์(Fast track )ของเขตสุขภาพที่ 3 1 ธ.ค. 2560 - 29 ธ.ค. 2560 133,800.00
รวมเป็นเงิน 141,800.00
งบประมาณ : 141,800.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ธ.ค. 2560 - 29 ธ.ค. 2560
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1 ได้แนวทางคัดกรองความเสี่ยงและการบริหารจัดการการป้องกันการคลอดก่อนกำหนดของเขตสุขภาพ ที่ 3 2 ได้ระบบส่งต่อหญิงตั้งครรภ์กลุ่มเสี่ยงและภาวะวิกฤติทางสูติศาสตร์และข้อมูลในการดูแลให้รวดเร็วทันต่อสถานการณ์ (Fast track 3 หญิงตั้งครรภ์ หญิงคลอด หญิงหลังคลอด และครอบครัวมีความรอบรู้ในการดูแลตนเองในการเฝ้าระวัง(warning signs) โดยใช้สื่อและเทคโนโลยี

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1 นางสาวจริยา บุญอนันต์ 2 นางบุษรา ใจแสน

ผู้เสนอโครงการ : นางศศิวันต์ ศุภนิเวศพ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายก้องเกียรติ เติมเกษมศานต์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายศักดา อัลภาชน์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์
ลำดับที่ : 17

ชื่อโครงการ : โครงการ ประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อการเสริมทักษะความรู้พระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหาร สำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ.2560ของจังหวัดในเขตสุขภาพที่ 3

ยุทธศาสตร์ : 1.1 ส่งเสริมการเกิดและเติบโตคุณภาพ

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 2. ร้อยละของเด็กอายุ 0-5 ปี มีพัฒนาการสมวัย

cluster : กลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัย

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (7)3.2 ขับเคลื่อนพรบ. MlikCode และการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับลูกเพราะมีสารอาหารกว่า 200 ชนิดที่มีคุณค่าและช่วยในการเจริญเติบโตและส่งเสริมพัฒนาการเด็กอย่างมีคุณภาพ อันจะส่งผลให้เด็กเป็นคนที่มีความฉลาดทั้งทางด้านอารมณ์และสติปัญญาถึงแม้นมแม่จะมีคุณค่ามากมาย แต่อัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ของมารดาไทยกลับลดลง เหลือเพียงร้อยละ 21.30เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจและสังคมที่ทำให้ผู้หญิงต้องออกไปทำงานนอกบ้าน และไม่เห็นความสำคัญของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และจากการดำเนินงานเรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ของศูนย์อนามัยที่ 3 ได้ดำเนินการพัฒนาศักยภาพ ให้ผู้รับผิดชอบงานนมแม่และติดตามประเมินผลการดำเนินงานเรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ผ่านการประเมินตำบลพัฒนาการดีเริ่มที่นมแม่ และโรงพยาบาลสายใยรักที่ผ่านมา พบว่าเด็กแรกเกิดต่ำกว่า 6 เดือนกินนมแม่อย่างเดียว ข้อมูลภาพเขต มีผลการดำเนินงานถึงร้อยละ 71.5 แต่จากการสำรวจในปี 2560 พบว่าเด็กกินนมแม่อย่างเดียวเหลือเพียงร้อยละ 18.3 ซึ่งผลการดำเนินงานต่ำกว่าเป้าหมายสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากมารดาทำงานนอกบ้าน ในสถานประกอบการ กลุ่มพัฒนาอนามัยแม่และเด็ก จึงได้จัดทำโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อการเสริมทักษะความรู้พระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ.2560 และส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในสถานประกอบการของจังหวัดในเขตบริการที่ 3 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ ให้บุคลากรทางด้านสาธารณสุขซึ่งประกอบด้วยแพทย์ เภสัชกร พยาบาล นักวิชาการ จากสำนักงานสาธารสุขจังหวัด สาธารณสุขอำเภอ โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลจังหวัด โรงพยาบาลชุมชน และสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน มีความรู้และสามารถขับเคลื่อน พรบ.ควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ.2560 ในพื้นที่ได้อย่างทั่วถึงรวมทั้งการมีส่วนร่วมของท้องถิ่น ชุมชน เพื่อปกป้อง ส่งเสริมสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และสร้างเครือข่ายการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ด้วยการตั้งมุมนมแม่ในสถานประกอบการ โดยจะส่งผลถึงอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือน มีจำนวนเพิ่มขึ้น

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อให้ภาคีเครือข่ายมีความรู้พระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ.2560 2. เพื่อให้ภาคีเครือข่ายมีการขับเคลื่อนพระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ.2560ไปสู่ท้องถิ่น ชุมชน เพื่อปกป้อง ส่งเสริมสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1.จำนวนภาคีเครือข่ายที่เข้าร่วมประชุมถ่ายทอดความรู้พระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ.2560 155 คน 2. จำนวนภาคีเครือข่ายที่เข้าร่วมประชุมถ่ายทอดความรู้พระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ.2560 ร้อยละ 80 3. มีการขับเคลื่อนพรบ. Milk Code ในพื้นที่ 5 จังหวัด 4. ภาคีเครือข่ายที่เข้าประชุมมีความพึงพอใจ ร้อยละ 85 5. มีการจัดตั้งมุมนมแม่ในสถานประกอบการ (จังหวัดละ 1 แห่ง) 5 แห่ง

วิธีการดำเนินงาน : 1. วางแผน 2.คัดเลือกผู้เข้าประชุม 3.ดำเนินการจัดประชุม 4.นิเทศติดตามประเมินผลการประชุม 5.สรุปผลโครงการ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดประชุมถ่ายทอดความรู้พระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมกาตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ.2560 2 เม.ย. 2561 - 30 เม.ย. 2561 161,900.00
2 นิเทศติดตามการดำเนินงานขับเคลื่อนพรบ.ฯ 2 ก.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561 9,300.00
3 ผลิตสื่อเพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้มีการจัดตั้งมุมนมแม่ในสถานประกอบการ 2 เม.ย. 2561 - 30 เม.ย. 2561 2,000.00
รวมเป็นเงิน 173,200.00
งบประมาณ : 173,200.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 2 เม.ย. 2561 - 31 ก.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. ภาคีเครือข่ายที่เข้าร่วมประชุมมีความรู้และขับเคลื่อนพระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมกาตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ.2560 2. ทารกและเด็กเล็กได้รับการปกป้องเพื่อให้ได้รับนมแม่อย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือนและต่อเนื่องถึง 2 ปี

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางพรรณี ไพบูลย์

ผู้เสนอโครงการ : นางศศิวันต์ ศุภนิเวศพ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายก้องเกียรติ เติมเกษมศานต์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายศักดา อัลภาชน์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์
ลำดับที่ : 18

ชื่อโครงการ : การควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีน เขตสุขภาพที่ 3

ยุทธศาสตร์ : 1.4 ส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานที่พึงประสงค์

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 12. ร้อยละของวัยทำงานมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

cluster : กลุ่มวัยทำงาน

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (69)23.4 ควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนแห่งชาติ

แผนจัดสรรงบประมาณ :   7. แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาด้านสาธารณสุขและสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก

หลักการและเหตุผล : โรคขาดสารไอโอดีนยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทย เนื่องจากการขาดสารไอโอดีน เป็นปัญหาสำคัญที่สุดของความพิการทางสติปัญญา ซึ่งส่งผลต่อการพัฒนาการทางสมองและความสามารถในการเรียนรู้ของเด็กไทยที่จะเติบโตเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติในอนาคต โรคขาดสารไอโอดีนมีผลกระทบต่อประชากรทุกกลุ่มวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งทารกที่อยู่ในครรภ์มารดาจนถึงอายุ 3 ปี หากขาดสารไอโอดีนจะทำให้สมองเจริญเติบโตไม่เต็มที่ ลดความเฉลียวฉลาด หรือสติปัญญาของเด็กได้ถึง 10-15 จุด ทำให้เด็กมีปัญหาการเรียนและกระทบต่อการเจริญเติบโต และยังส่งผลถึงความสามารถในการเรียนรู้ของเด็ก สำหรับการแก้ไขปัญหาการขาดสารไอโอดีนในประเทศไทย มีเป้าหมายที่จะทำให้ประชาชนได้รับสารไอโอดีนเพียงพอความต้องการของร่างกายในทุกเพศ ทุกวัย รวมทั้งหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอดให้นมบุตร การดำเนินงานสู่ความยั่งยืนโดยดำเนินการผ่านกระบวนการขับเคลื่อนชุมชน/หมู่บ้านไอโอดีน ข้อมูลปีงบประมาณ 2559 พบว่ามีชุมชน/หมู่บ้านไอโอดีนที่ผ่านเกณฑ์การประเมินรับรองในเขตสุขภาพที่ 3 เพียงร้อยละ 45.88 และในปีงบประมาณ 2560 ไม่มีการเก็บข้อมูลต่อ ดังนั้น เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่กลุ่มเสี่ยงและประชาชนทั่งไป จึงจำเป็นต้องดำเนินการควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนอย่างต่อเนื่อง โดยชุมชนเพื่อชุมชน และเพื่อส่งเสริมสนับสนุนทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

วัตถุประสงค์ : เพื่อขับเคลื่อนชุมชน/หมู่บ้านไอโอดีน

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. มีศูนย์การเรียนรู้ชุมชน/ หมู่บ้านไอโอดีน 5จังหวัด 2. เกลือบริโภคเสริมไอโอดีน มีคุณภาพได้มาตรฐานและมีการกระจายได้ทั่วถึง

วิธีการดำเนินงาน : 1. สำรวจพื้นที่ที่ดำเนินงานหมู่บ้านไอโอดีน จำนวน 5 จังหวัด 2. สุ่มติดตามการดำเนินงานหมู่บ้านไอโอดีนตามเกณฑ์มาตรฐาน จำนวน 2 แห่ง / จังหวัด 3. คัดเลือกศูนย์การเรียนรู้ชุมชน / หมู่บ้านไอโอดีนที่มีผลงานเด่น จำนวน 1 ครั้ง 4.สรุปผลการดำเนินงานและจัดทำฐานข้อมูลศูนย์การเรียนรู้ชุมชน / หมู่บ้านไอโอดีน จำนวน 1 ครั้ง

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 สำรวจพื้นที่ที่ดำเนินงานหมู่บ้านไอโอดีน โดยจังหวัด(5 จังหวัด) 1 มี.ค. 2561 - 31 มี.ค. 2561 7,000.00
2 สุ่มติดตามการดำเนินงานหมู่บ้านไอโอดีนตามเกณฑ์มาตรฐาน (2 แห่ง/ จังหวัด) โดยดำเนินการร่วมกับสสจ. 5 จังหวัด 1 เม.ย. 2561 - 30 เม.ย. 2561 14,900.00
3 คัดเลือกศูนย์การเรียนรู้ชุมชน/หมู่บ้านไอโอดีน ที่มีผลงานเด่น ในเขตสุขภาพที่ 3 (1 ครั้ง) 1 พ.ค. 2561 - 31 พ.ค. 2561 12,000.00
4 สรุปผลการดำเนินงานและจัดทำฐานข้อมูลศูนย์การเรียนรู้ชุมชน/หมู่บ้าน ไอโอดีน ในเขตสุขภาพที่ 3 (1 ครั้ง) 1 ก.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561 1,000.00
รวมเป็นเงิน 34,900.00
งบประมาณ : 34,900.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 มี.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1.มีศูนย์การเรียนรู้ชุมชน/ หมู่บ้านไอโอดีน 2.เกลือบริโภคเสริมไอโอดีน มีคุณภาพได้มาตรฐานและมีการกระจายได้ทั่วถึง

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นส.อนุช สีนารอด

ผู้เสนอโครงการ : นส.อนุช สีนารอด

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายก้องเกียรติ เติมเกษมศานต์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายศักดา อัลภาชน์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์
ลำดับที่ : 19

ชื่อโครงการ : พัฒนาความเข้มแข็งภาคีเครือข่ายในการดำเนินงานตามมาตรฐานอนามัยแม่และเด็ก ในเขตสุขภาพที่3 ปีงบประมาณ 2561

ยุทธศาสตร์ : 1.1 ส่งเสริมการเกิดและเติบโตคุณภาพ

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 1. อัตราส่วนการตายมารดาไทย ต่อการเกิดมีชีพแสนคน

cluster : กลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัย

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (3)1.3 สนับสนุนส่งเสริมการใช้มาตรฐานอนามัยแม่และเด็กเพื่อการพัฒนา

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : จากนโยบายการดำเนินงานของกรมอนามัยปี 2560-2564 ในการบรรลุเป้าหมายให้ประชาชนมีสุขภาพดี มีการกำหนดประเด็นยุทธศาสตร์ไว้ 2 เรื่องหลัก ๆ ได้แก่ การส่งเสริมสุขภาพ 5 กลุ่มวัย และสร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน เป้าประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับภารกิจกลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัย ได้แก่ การส่งเสริมการเกิดและเติบโตคุณภาพ ตามตัวชี้วัด 4 เรื่อง ได้แก่ อัตราส่วนมารดาตายต่อการเกิดมีชีพแสนคน, ร้อยละของเด็ก 0-5 ปี ที่มีพัฒนาการสมวัย, ร้อยละของเด็กอายุ 0-5 ปี สูงดีสมส่วน และร้อยละของเด็กอายุ 3 ปีฟันไม่ผุ การดำเนินงานให้บรรลุตัวชี้วัดดังกล่าว ต้องมีการพัฒนาระบบบริการให้มีคุณภาพตามมาตรฐาน และพัฒนาบุคลากรให้มีสมรรถนะในการดูแลสตรีตั้งครรภ์ คลอด หลังคลอด และเด็กปฐมวัย ในปี 2560 ศูนย์อนามัยที่ 3 ได้ติดตามการดำเนินงานโรงพยาบาลมาตรฐานอนามัยแม่และเด็กในเขตสุขภาพที่ 3 โดยสุ่มเลือกโรงพยาบาลที่จะติดดามการดำเนินงานจังหวัดละ 1 แห่ง ผลการติดตามฯ พบว่า โรงพยาบาล 4 แห่ง ดำเนินงานตามมาตรฐานอนามัยแม่และเด็ก แต่อีก 1 แห่ง ยังคงต้องพัฒนางานฝากครรภ์ งานคลินิกสุขภาพเด็กดีต่อไปเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามมาตรฐานมากยิ่งขึ้น และในปี 2561 นี้ มีโรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไป 4 แห่งครบรอบการติดตามการดำเนินงานตามมาตรฐานงานอนามัยแม่และเด็ก ทางศูนย์อนามัยที่ 3 จึงมีโครงการที่จะพัฒนาและติดตามการดำเนินงานตามมาตรฐานอนามัยแม่และเด็กของโรงพยาบาลศูนย์/ทั่วไปทั้ง 4 จังหวัด เพื่อให้เกิดความเข้มแข็งในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและสามารถเป็นพี่เลี้ยงในการติดตามการดำเนินงานให้กับโรงพยาบาลที่อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบได้ นอกจากการพัฒนาความเข้มแข็งการดำเนินงานตามมาตรฐานในส่วนของโรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไปแล้ว ทางศูนย์อนามัยที่ 3 ยังได้ติดตามการดำเนินงานตามมาตรฐานอนามัยแม่และเด็กในส่วนของโรงพยาบาลชุมชนด้วย ซึ่งที่ผ่านมา ศูนย์ฯ ประเมินรับรองการดำเนินงานในส่วนของการดำเนินงานตามาตรฐานอนามัยแม่และเด็กของโรงพยาบาลชุมชนเป็นหลัก แต่ก็ไม่สามารถทำให้ตัวชี้วัดของานแม่และเด็กบางตัวผ่านเกณฑ์ได้ เช่น การฝากครรภ์ก่อน 12 สัปดาห์ (ร้อยละ 55.8) การฝากครรภ์ครบเกณฑ์ (ร้อยละ 45.9) ความครอบคลุมของการตรวจคัดกรองพัฒนาการเด็ก (ร้อยละ......) เป็นต้น ซึ่งตัวชี้วัดดังกล่าวแล้วไม่ได้รับการแก้ไขล้วนส่งผลถึงตัวชี้วัดหลักของงานแม่และเด็ก ได้แก่ อัตรามารดาตาย และพัฒนาการเด็กสมวัย ซึงในปี 2560 ในเขตสุขภาพที่ 3 อัตรามารดาตาย 31 ต่อแสนการเกิดมีชีพ (เป้าหมายไม่เกิน 20 ต่อแสนการเกิดมีชีพ และร้อยละพัฒนาการสมวัยในเด็ก 0-5 ปี จากการสำรวจเท่ากับ 60.2 (เป้าหมายไม่น้อยกว่าร้อยละ 85) ซึ่งจากการวิเคราะห์ปัญหาทำให้ทราบว่า การดำเนินงานตามมาตรฐานอนามัยแม่และเด็กในส่วนของโรงพยาบาลศูนย์/ทั่วไป/ชุมชน ส่วนใหญ่ดำเนินงานได้ตามมาตรฐาน แต่ยังขาดความเชื่อมโยงและความเข้มแข็งในการขับเคลื่อนลงไปในชุมชน และยังขาดการกำกับติดตามการดำเนินงานที่ต่อเนื่อง ทำให้ขาดข้อมูลเชิงลึกในการวิเคราะห์การดำเนินงานของพื้นที่ที่เกิดปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงาน การสนับสนุนส่งเสริมของทีมศูนย์อนามัยที่ 3 อาจจะยังไม่ตรงกับประเด็นปัญหาหรือความต้องการของพื้นที่ ดังนั้นในปี 2561 นี้ ทางศูนย์อนามัยที่ 3 จึงได้กำหนดให้มีการติดตามการดำเนินงานมาตรฐานอนามัยแม่และเด็กทั้งในส่วนของโรงพยาบาลและการเชื่อมโยงการดำเนินงานลงสู่ชุมชน เพื่อพัฒนาให้เกิดความเข้มแข้มในการขับเคลื่อนการดำเนินงาน รับทราบปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานและวางแผนในการสนับสนุนช่วยเหลือต่อไป

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการขับเคลื่อนการดำเนินงานอนามัยแม่และเด็กในภาพของอำเภอ 2. เพื่อพัฒนาความเข้มแข็งและติดตามการดำเนินงานโรงพยาบาลมาตรฐานอนามัยแม่และเด็ก ระดับจังหวัด

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1.อำเภอที่ได้รับการส่งเสริมสนับสนุนฯ มีแนวทางการขับเคลื่อนงานอนามัยแม่และเด็กในภาพของอำเภอ (ติดตามจากการจัดประชุม MCH ของอำเภอ) 5 อำเภอ 2.โรงพยาบาลที่อยู่ในอำเภอที่ได้รับการส่งเสริมสนับสนุนฯ มีการขับเคลื่อนงานทั้งอำเภอ ในประเด็นมีแนวทางการดำเนินงานการป้องกันการคลอดก่อนกำหนด,มีการนำแนวทางการส่งต่อหญิงตั้งครรภ์กลุ่มเสี่ยงและสูติวิกฤติไปใช้,มีแนวทางการคัดกรอง ส่งต่อ เรื่องพัฒนาการเด็ก,มีแนวทางการคัดกรองภาวะซีดและแจกยาน้ำเสริมธาตุเหล็ก,- มีการประเมินการเจริญเติบโตและแปรผล รวมถึงการแก้ไขปัญหา,มีการดำเนินงานโรงเรียนพ่อแม่ตามบริบท,- มีแนวทางการคัดกรองซิฟิลิสในหญิงตั้งครรภ์และสามี,มีการนำมาตรฐานการป้องกันและควบคุมโรคธาลัสซีเมียไปใช้ ร้อยละ 100 (1 อำเภอ/จังหวัด) 3.โรงพยาบาลศูนย์/จังหวัดมีการดำเนินงานตามมาตรฐานอนามัยแม่และเด็ก 5 แห่ง

วิธีการดำเนินงาน : 1. ประสานภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในการดำเนินงาน 2. กำกับติดตามการดำเนินงานอนามัยแม่และเด็ก 3. พัฒนาศักยภาพผู้รับผิดชอบงานอนามัยแม่และเด็ก

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมติดตามการดำเนินงานตามมาตรฐานอนามัยแม่และเด็กในระดับอำเภอ 5 อำเภอ 1 มี.ค. 2561 - 30 มี.ค. 2561 26,500.00
2 อบรมพัฒนาความเข้มแข็ง และติดตามการดำเนินงานโรงพยาบาลมาตรฐานอนามัยแม่และเด็ก (รพศ./รพท.) 1 มิ.ย. 2561 - 31 ก.ค. 2561 85,300.00
รวมเป็นเงิน 111,800.00
งบประมาณ : 111,800.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 มี.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. โรงพยาบาลศูนย์/ทั่วไปได้รับการพัฒนาและเยี่ยมเสริมพลังการดำเนินงานตามเกณฑ์โรงพยาบาลมาตรฐานอนามัยแม่และเด็ก 2. เกิดการขับเคลื่อนงานตามมาตรฐานงานอนามัยแม่และเด็กที่เข้มแข็งในระดับอำเภอโดยชุมชนมีส่วนร่วม

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางศศิวันต์ ศุภนิเวศพ์

ผู้เสนอโครงการ : นางศศิวันต์ ศุภนิเวศพ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางสาวไสววรรณ ไผ่ประเสริฐ)

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายศักดา อัลภาชน์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์
ลำดับที่ : 20

ชื่อโครงการ : พัฒนาระบบการดำเนินงานเด็กปฐมวัยสูงดีสมส่วน

ยุทธศาสตร์ : 1.1 ส่งเสริมการเกิดและเติบโตคุณภาพ

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 3. ร้อยละของเด็กอายุ 0-5 ปี สูงดีสมส่วน และส่วนสูงเฉลี่ยที่อายุ 5 ปี

cluster : กลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัย

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (8)4.1 พัฒนาระบบเฝ้าระวังการเจริญเติบโตเด็กอายุ 0-5 ปี

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : จากนโยบายของกรมอนามัยในการส่งเสริมการเกิดและเติบโตคุณภาพ โดยมีเป้าประสงค์ให้มีการตั้งครรภ์คุณภาพ ลูกเกิดรอดแม่ปลอดภัย ส่งเสริมให้ชุมชนมีความตระหนักและมีส่วนร่วมในการดำเนินงานพัฒนาอนามัยแม่และเด็ก และทิศทางการขับเคลื่อนนโยบายยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมภายใต้แผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติ ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 พศ.2560-2564 และจากนโยบายกระทรวงสาธารณสุขที่ได้ดำเนินการตามยุทธศาสตร์กระทรวงสาธารณสุขที่ 1 ในประเด็นการพัฒนาสุขภาพตามกลุ่มวัยที่ได้จัดกลุ่มตามช่วงอายุ 5 กลุ่มวัย ส่วนงานของกลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัยได้กำหนดตัวชี้วัดระดับกระทรวงมี 4 ตัวชี้วัด คือ1) อัตราส่วนการตายมารดาไม่เกิน 20 ต่อการมีชีพแสนคน 2)เด็ก 0-5 ปีที่มีพัฒนาการสมวัยไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 3) เด็ก 0-5 ปีสูงดีสมส่วนร้อยละ 65 4)เด็กอายุ 3 ปีฟันไม่ผุ ร้อยละ 53ดังนั้นเพื่อให้ผลการดำเนินงานบรรลุตามตัวชี้วัดที่ตั้งไว้ตามกรอบแนวคิดในการพัฒนาสตรีและเด็กปฐมวัยอย่างองค์รวม ต้องอาศัยความร่วมมือของเครือข่ายทุกระดับ นำนโยบายลงสู่พื้นที่ จากระดับกระทรวงฯเขตสุขภาพ จังหวัด อำเภอ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลและผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ สถานการณ์ในประเด็นเด็ก 0-5 ปีสูงดีสมส่วนในเขตสุขภาพที่ 3 นครสวรรค์ พบว่า ร้อยละเด็ก 0-5 ปีสูงดีสมส่วน ปี 2558-2560 ร้อยละ 48.94,49.17และ48.11 ตามลำดับ ต่ำกว่าเป้าหมายและแนวโน้มสูงดีสมส่วนในเขตลดลง ผลการดำเนินงาน พบว่าเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและผู้เลี้ยงดูเด็ก รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ให้ความสำคัญในการกระตุ้นส่งเสริมเด็กมีรูปร่างสูงดีสมส่วน และการประเมินตนเองของตำบล 0-5 ปีสูงดีสมส่วน พัฒนาการสมวัย ฟันไม่ผุ พบว่ามีตำบลที่ผ่านการประเมิน ร้อยล่ะ 40 ซึ่งสอดคล้องกับผลของสถานการณ์เด็ก 0-5 ปีสูงดีสมส่วนลดลง เป็นปัญหาที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมดำเนินการแก้ไข ศูนย์อนามัยที่ 3 จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาระบบการดำเนินงานเด็กปฐมวัยสูงดีสมส่วนโดยเน้นกิจกรรมที่พ่อแม่หรือผู้ดูแลเด็กสามารถนำไปใช้ทั้งการดูแลภาวะการเจริญเติบโต ภาวะโภชนาการ คุณภาพของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก การเฝ้าระวังฟันผุและกิจกรรมทางกายที่เหมาะสม เพื่อสร้างเด็กไทย 4.0 เพื่อตอบสนองนโยบายกระทรวงสาธารณสุขและพัฒนาระบบการดำเนินงานสร้างรูปแบบในพื้นที่เพื่อให้พื้นที่สามารถดำเนินงานพัฒนาการเด็กและเด็กปฐมวัยสูงดีสมส่วนเจริญเติบโตได้อย่างมีคุณภาพต่อไป

วัตถุประสงค์ : 1 เพื่อทราบสถานการณ์ภาวะโภชนาการหญิงตั้งครรภ์และเด็กปฐมวัย 2 เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานตำบล 0-5 ปีสูงดีสมส่วน พัฒนาการสมวัย ฟันไม่ผุ 3 เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคคลากรและภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องอาหารและภาวะโภชนาการของหญิงตั้งครรภ์และเด็กปฐมวัย 4 เพื่อพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและครูผู้ดูแลเด็กส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายของเด็กปฐมวัย

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1.มีข้อมูลสถานการณ์ระบบเฝ้าระวังการเจริญเติบโตเด็ก 0-5 ปี 1 ชุด 2.ได้แนวทางการดำเนินงานตำบล 0-5 ปีสูงดีสมส่วน พัฒนาการสมวัย ฟันไม่ผุ 5 จังหวัด 3.ขับเคลื่อนนโยบายมหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของชีวิต5จังหวัด 4.มีรูปแบบและพื้นที่ส่งเสริมกิจกรรมทางกาย 5 แห่ง

วิธีการดำเนินงาน : กิจกรรมที่ 1: เก็บข้อมูลสถานการณ์ภาวะโภชนาการของหญิงตั้งครรภ์และเด็กปฐมวัย (กิจกรรมกรม:พัฒนาระบบเฝ้าระวังการเจริญเติบโตเด็ก 0-5 ปี) - ร่วมพัฒนาเครื่องมือกับสำนักโภชนาการ - ประสานพื้นที่ - เก็บข้อมูล - วิเคราะห์ข้อมูล กิจกรรมที่ 2: จัดประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถอดบทเรียนเพื่อวางแผนและพัฒนาแนวทางการดำเนินงานตำบล 0-5 ปีสูงดีสมส่วน พัฒนาการสมวัย ฟันไม่ผุ 1 ครั้ง/1 วัน/100 คน : ติดตามเยี่ยมเสริมพลังและประเมินผลการดำเนินงานจังหวัดล่ะ 2 อำเภอ (กิจกรรมกรม: พัฒนากลไกส่งเสริมเด็ก 0-5 ปีสูงดีสมส่วน พัฒนาการสมวัย ฟันไม่ผุในระดับตำบลโดยผ่านกลไก คณะกรรมการคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ) - ประสานพื้นที่ที่ดำเนินการตำบล 0-5 ปีสูงดีสมส่วน พัฒนาการสมวัย ฟันไม่ผุ ปี 2559 - จัดประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถอดบทเรียน จนท.สาธารณสุข ระดับ สสจ.,รพช.,สสอ.,รพสต./ ครูผู้ดูแลเด็ก/อบต./อสม. จังหวัดล่ะ 25 คนX4 จังหวัด รวมเป็น 100 คนX1 วัน ผู้ร่วมดำเนินการ 5 คน - ติดตามเยี่ยมเสริมพลังและประเมินผลการดำเนินงานจังหวัดล่ะ 2 อำเภอๆล่ะ 1 ตำบล กิจกรรมที่ 3: จัดประชุมพัฒนาศักยภาพบุคคลากร จนท.สาธารณสุข/ครูผู้ดูแลเด็ก/อบต./ครูอนุบาลเรื่อง อาหารและภาวะโภชนาการหญิงตั้งครรภ์และเด็กปฐมวัย 1 ครั้ง/2 วัน (กิจกรรมกรม:ขับเคลื่อนนโยบายมหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของชีวิต) - จัดประชุมชี้แจงนโยบายและพัฒนาศักยภาพบุคลากรเรื่องอาหาร และภาวะโภชนาการหญิง ตั้งครรภ์และเด็กปฐมวัย จนท.สาธารณสุข/ครูผู้ดูแลเด็ก/อบต./ครูอนุบาล จังหวัดล่ะ 25 คนX4 จังหวัด รวมเป็น 100 คนX1 วัน ผู้ร่วมดำเนินการ 5 คน กิจกรรมที่ 4: สัมมนาสร้างรูปแบบและส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายของเด็กปฐมวัย จนท.สาธารณสุข/ครูผู้ดูแลเด็ก/อบต./ครูอนุบาล 1 ครั้ง/2 วัน (กิจกรรมกรม:พัฒนารูปแบบและพื้นที่ส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายของเด็กปฐมวัย) - ประสานเลือกพื้นที่เป้าหมายจังหวัดละ 2 ตำบล - สัมมนาสร้างรูปแบบและส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายของเด็กปฐมวัย จนท.สาธารณสุข/ครู ผู้ดูแลเด็ก/อบต./ครูอนุบาล 1 ครั้ง/2 วัน

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุม ชี้แจงนโยบายแนวทางและถอดบทเรียนเพื่อวางแผนและพัฒนาแนวทางการดำเนินงานตำบล 0-5 ปีสูงดีสมส่วน พัฒนาการสมวัย ฟันไม่ผุ จังหวัดละ1 ครั้ง/5 จังหวัด/จังหวัดละ20 คนรวมผู้ดำเนินการ 1 ต.ค. 2560 - 31 ต.ค. 2560 30,000.00
2 ติดตามประเมินผลการดำเนินงานพื้นที่เป้าหมาย 1วัน /อำเภอ 1 ก.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561 17,600.00
3 จัดประชุมพัฒนาศักยภาพบุคคลากร เรื่องอาหารและภาวะโภชนาการหญิงตั้งครรภ์และเด็กปฐมวัย 1 ครั้ง/2 วัน 1 พ.ย. 2560 - 30 พ.ย. 2560 166,100.00
4 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถอดบทเรียนเพื่อวางแผนและพัฒนาแนวทางการดำเนินงาน 1 ครั้ง/2 วัน 1 ม.ค. 2561 - 31 ม.ค. 2561 152,400.00
รวมเป็นเงิน 366,100.00
งบประมาณ : 366,100.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 31 ก.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1 ได้ระบบการบริหารจัดการงานอนามัยแม่และเด็กระดับอำเภอ 4 อำเภอ 2 อำเภอเป้าหมายมีระบบการบริหารจัดการงานอนามัยแม่และเด็กที่มีคุณภาพ 3 อำเภอเป้าหมายมีการดำเนินงานอนามัยแม่และเด็กบูรณาการทุกภาคส่วน

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางฐิติชยา ไทยพาท

ผู้เสนอโครงการ : นางศศิวันต์ ศุภนิเวศน์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางสาวไสววรรณ ไผ่ประเสริฐ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายศักดา อัลภาชน์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์
ลำดับที่ : 21

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนารูปแบบระบบเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กอย่างมีส่วนร่วมในเขตสุขภาพที่ 3

ยุทธศาสตร์ : 1.1 ส่งเสริมการเกิดและเติบโตคุณภาพ

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 2. ร้อยละของเด็กอายุ 0-5 ปี มีพัฒนาการสมวัย

cluster : กลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัย

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (6)3.1 พัฒนาระบบเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยบูรณาการอย่างมีส่วนร่วม

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : จากแผนบูรณาการพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิตประจำปีงบประมาณ 2561 กลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัย มีเป้าประสงค์เพื่อให้เด็กและเยาวชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี เหมาะสมตามวัยเป็นพลเมืองสร้างสรรค์ และมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคม เด็กทุกคนได้รับการพัฒนาเต็มศักยภาพ โดยมีมาตรการที่เกี่ยวข้อง คือ ส่งเสริมพัฒนาการเด็กสมวัยและ ส่งเสริมครอบครัวอบอุ่น และชุมชนเข้มแข็ง 4 กระทรวงหลักคือ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงสาธารณสุข โดยบทบาทหนึ่งของกระทรวงสาธารณสุขคือ กิจกรรมเร่งรัดให้เพิ่มความครอบคลุมของการคัดกรองพัฒนาการ การติดตาม กระตุ้นพัฒนาการเด็กสงสัยล่าช้า เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานโรงเรียนพ่อแม่ทุกมิติตามกระบวนการกิน กอด เล่น เล่า นอน เฝ้าดูฟัน พัฒนานักส่งเสริมพัฒนาการเด็กประจำ สถานบริการสาธารณสุขและพี่เลี้ยงเด็กประจำศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก แต่ทั้งนี้การเร่งรัดเพื่อเพิ่มความครอบคลุมในการคัดกรองพัฒนาการนั้นกระทรวงสาธารณสุขได้ผลิตคู่มือ DSPM เพื่อใช้ในการเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็ก โดยมีแนวคิดให้พ่อแม่ ผู้ปกครองเป็นผู้เฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการของลูกเอง ส่วนเจ้าหน้าที่จะทำการประเมินและคัดกรองพัฒนาการเมื่อเด็กอายุ 9, 18, 30 และ 42 เดือน ซึ่งการดำเนินงานของที่ผ่านมาพบ เด็กอายุ 0-2 ปีมีพัฒนาการล่าช้าร้อยละ 22 และเด็กอายุ 3-5 ปีมีพัฒนาการล่าช้าร้อยละ 34 (ข้อมูล การสำรวจสถานการณ์พัฒนาการเด็กปฐมวัยระดับประเทศเมื่อพ.ศ. 2557) และจากข้อมูลของเขตบริการสุขภาพที่ 3 เมื่อพ.ศ. 2559 และ 2560 พบเด็กปฐมวัยมีพัฒนาการสงสัยล่าช้าร้อยละ 23.7 (ข้อมูลรณรงค์คัดกรอง) และ 40.8 (ข้อมูลการสำรวจสถานการณ์พัฒนาการเด็กปฐมวัย) นอกจากนี้เด็กอายุ 9,18,30,42 เดือนทั้งหมด 70,408 คน ไม่ได้รับการคัดกรองพัฒนาการด้วย DSPM ถึงร้อยละ 32.8 (23,088 คน) เมื่อย้อนกลับมาดูที่เจ้าหน้าที่ พบว่าเจ้าหน้าที่ได้รับการอบรมการคัดกรองพัฒนาการ ด้วย DSPM ร้อยละ 84.4 แต่ยังมีเทคนิคการคัดกรองไม่ถูกต้องร้อยละ 43.2 เมื่อสอบถามผู้ปกครองที่เลี้ยงดูเด็กมีเพียงร้อยละ 27 เท่านั้นที่มีการใช้คู่มือ DSPM นอกจากนี้ข้อมูลการสำรวจสถานการณ์พัฒนาการเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2560 ยังพบว่ายังมีผู้เลี้ยงดูเด็กอีกกลุ่มคือกลุ่มศูนย์เด็กเล็ก และโรงเรียน ที่ช่วงกลางวันเด็กเกือบครึ่งไปอยู่ศูนย์เด็กเล็กและโรงเรียน ขณะเดียวกันเมื่อเด็กยังได้รับการเลี้ยงดูที่ไม่เหมาะสมจากผู้ปกครอง ส่วนใหญ่เด็กถูกปล่อยให้อยู่สื่ออิเล็กทรอนิกส์ถึงร้อยละ 36.4 โดยเฉพาะโทรทัศน์ร้อยละ 82.3 มีการเล่านิทานให้เด็กฟังมีเพียงร้อยละ 45.0 และเล่นกับเด็กเพียงร้อยละ 7.7 และเมื่อสอบถามถึงเรื่องการอ่านสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก พบร้อยละ 45.9 ที่ไม่อ่านสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก พิจารณาความสัมพันธ์ของพัฒนาการเด็กปฐมวัย พบว่าพัฒนาการของเด็กปฐมวัยมีความสัมพันธ์กับการอ่าน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.00 โดยมีแนวโน้มว่าถ้ามีการอ่าน ยิ่งทำให้พัฒนาการสมวัยมากขึ้น จากข้อมูลและการดำเนินงานที่ผ่าน จะเห็นได้ว่าพัฒนาการเด็กในเขตบริการสุขภาพที่ 3 ที่ยังพบว่าเป็นปัญหามาจาก เด็กได้รับการคัดกรองด้วย DSPM ไม่ครอบคลุม เจ้าหน้าที่มีเทคนิคไม่ถูกต้องในการคัดกรองด้วย DSPM ผู้ปกครองไม่ใช้คู่มือ DSPM และปล่อยให้เด็กอยู่กับสื่อที่ไม่เหมาะสมทั้งสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และโทรทัศน์ นอกจากนี้ยังขาดการวางแผนร่วมกันในการสนับสนุนการใช้คู่มือ DSPM ลงไปยังผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ของ 4 กระทรวงหลัก จึงยังไม่ได้นำคู่มือ DSPM ไปใช้ในการเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยบูรณาการที่เชื่อมโยงกันอย่างแท้จริงศูนย์อนามัยที่ 3 กรมอนามัย ระทรวงสาธารณสุข จึงได้จัดทำโครงการ การพัฒนารูปแบบระบบเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กอย่างมีส่วนร่วม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ ให้บุคลากร 4 กระทรวงหลักคือ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงสาธารณสุข วางแผนร่วมกันในการพัฒนาการทำงานเพื่อให้เด็กปฐมวัย (อายุ 0-5 ปี) มีพัฒนาการสมวัยเป็นต้นกล้าที่มีคุณภาพของประเทศต่อไป

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อให้ภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมในการพัฒนารูปแบบระบบเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็ก 2. เพื่อให้พัฒนารูปแบบระบบเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กในเขตสุขภาพที่ 3

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. ภาคีเครือข่ายที่เข้าประชุมมีความพึงพอใจ ร้อยละ 85 2. รูปแบบการดำเนินงานของแต่ละจังหวัด 5 จว.

วิธีการดำเนินงาน : 1 วางแผน 2 คัดเลือกผู้เข้าประชุม 3 ดำเนินการประชุม 4 นิเทศติดตามประเมินผลการประชุม 5 สรุปผล

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อพัฒนารูปแบบเฝ้าระวังฯ 1 ธ.ค. 2560 - 29 ธ.ค. 2560 79,500.00
2 นิเทศติดตามเยี่ยมเสริมพลัง 1 เม.ย. 2561 - 30 เม.ย. 2561 10,000.00
3 นิเทศติดตาม ถอดบทเรียนเพื่อวางแผนและพัฒนาแนวทางการดำเนินงาน 1 ก.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561 10,000.00
รวมเป็นเงิน 99,500.00
งบประมาณ : 99,500.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ธ.ค. 2560 - 31 ก.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. ภาคีเครือข่ายที่เข้าร่วมประชุมมีการนำรูปแบบระบบเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กไปใช้ 2. มีเครือข่าย 4 กระทรวงหลักในการดำเนินงานส่งเสริมพัฒนาการเด็กร่วมกัน

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางศศิวันต์ ศุภนิเวศพ์

ผู้เสนอโครงการ : นางศศิวันต์ ศุภนิเวศพ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางสาวไสววรรณ ไผ่ประเสริฐ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายศักดา อัลภาชน์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์
ลำดับที่ : 22

ชื่อโครงการ : เสริมพลังภาคีเครือข่าย (MCH Board) ระดับเขต ปี 2561

ยุทธศาสตร์ : 1.1 ส่งเสริมการเกิดและเติบโตคุณภาพ

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 1. อัตราส่วนการตายมารดาไทย ต่อการเกิดมีชีพแสนคน

cluster : กลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัย

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (2)1.2 เสริมพลังภาคีเครือข่าย (MCH Board ) และสืบสวนการตายมารดาระดับเขต

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : การดูแลด้านอนามัยแม่และเด็กที่ดี มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพของสตรีตั้งแต่ตั้งครรภ์ ระหว่าง คลอด และการดูแลหลังคลอด เพื่อป้องกันมารดาตาย หรือทำให้เด็กที่เกิดมามีความเสี่ยง การดูแลสตรีตั้งครรภ์จนถึงหลังคลอดจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะสาเหตุการตายของมารดา 1 ใน 3 เกิดจาก การบริหารจัดการ ระหว่างการตั้งครรภ์จนถึงคลอด และหลังคลอดซึ่งมารดาอาจมีโรคหรือภาวะแทรกซ้อนบางอย่างอยู่ก่อน ถ้าไม่ได้รับการเฝ้าระวัง ติดตามดูแลอย่างต่อเนื่องก็อาจทำให้มารดาเสียชีวิตได้ สถานการณ์ในเขตสุขภาพที่ 3 ปี 2560 พบว่า อัตรามารดาตาย เท่ากับ 31 ต่อการเกิดมีชีพแสนคน ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดอัตรามารดาตายไม่เกิน 20 ต่อการเกิดมีชีพแสนคน การฝากครรภ์ก่อน 12 สัปดาห์ร้อยละ 55.8 (เป้าหมายร้อยละ 60) การฝากครรภ์ครบ 5 ครั้งตามเกณฑ์ ร้อยละ 45.9 (เป้าหมายร้อยละ 60) ทารกคลอดน้ำหนักน้อยกว่า 2,500 กรัม ร้อยละ 7.7 (เป้าหมายไม่เกินร้อยละ 7) นอกจากปัญหาดังกล่าวแล้ว ยังพบปัญหา Preterm labor มีมากขึ้นทำให้ทารกเสียชีวิตและมีความผิดปรกติสูงขึ้น NICU เตียงไม่พียงพอในการรองรับเด็กที่คลอดออดมาแล้วมีปัญหา รวมทั้งหญิงตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงไม่ได้รับการดูแลโดยแพทย์/สูติแพทย์ เป็นต้น ดังนั้น MCH Board ระดับเขต จึงต้องมีการขับเคลื่อนการดำเนินงาน ติดตาม กำกับและวิเคราะห์การดำเนินงานอนามัยแม่และเด็กของจังหวัดในเขตรับผิดชอบ เพื่อทราบถึงปัญหา/อุปสรรคในการดำเนินงานของจังหวัดในเขต เพื่อวางแผนแก้ไขปัญหาต่อไป

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อให้ MCH Board ระดับเขต วางระบบ/แก้ไขปัญหางานอนามัยแม่และเด็ก /ลดความเสี่ยงของมารดาเสียชีวิตจากการตั้งครรภ์และการคลอด 2. เพื่อเพิ่มคุณภาพบริการงานอนามัยแม่และเด็ก ในโรงพยาบาลชุมชนและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล/เพิ่มความเข้าถึงบริการอย่างครอบคลุมและเท่าเทียม 3. เพื่อสนับสนุนให้ภาคีเครือข่ายสามารถดำเนินการด้านแม่และเด็กให้มีคุณภาพ/ให้มีการจัดระบบบริการส่งเสริมป้องกัน เฝ้าระวังคัดกรองความเสี่ยงในหญิงตั้งครรภ์/คลอด/หลังลอด 4. ให้มีระบบการส่งต่อหญิงตั้งครรภ์/หญิงคลอด กลุ่มเสี่ยง ที่รวมทั้งส่งข้อมูลกลับพื้นที่เพื่อติดตามดูแลอย่างต่อเนื่องในทุกระดับสถานบริการ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
ร้อยละของMCH Board ระดับจังหวัด มีการประชุมแก้ไขปัญหาอนามัยแม่และเด็กของพื้นที่ รับผิดชอบ ร้อยละ 100

วิธีการดำเนินงาน : 1.จัดประชุมขับเคลื่อนงานอนามัยแม่และเด็กโดย MCH Board ระดับเขต 2.สรุปผลโครงการ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดประชุม MCH Board ระดับเขต 2 ครั้ง/ปี 1 ม.ค. 2561 - 31 ม.ค. 2561 57,600.00
รวมเป็นเงิน 57,600.00
งบประมาณ : 57,600.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ม.ค. 2561 - 31 ม.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : - MCH BOARD ระดับเขต และจังหวัด มีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและมีการบริหารจัดการป้องกันมารดาตายอย่างเป็นระบบ - มีระบบการดูแลหญิงตั้งครรภ์/หญิงคลอด/หญิงหลังคลอดแบบครบวงจรจากโรงพยาบาลไปจนถึงรพสต.และชุมชน - มีระบบการส่งต่อหญิงตั้งครรภ์/หญิงคลอด กลุ่มเสี่ยง เพื่อขอคำปรึกษาและได้รับการดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และดูแลต่อเนื่องไปถึง รพสต.

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางศศิวันต์ ศุภนิเวศน์

ผู้เสนอโครงการ : นางศศิวันต์ ศุภนิเวศน์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางสาวไสววรรณ ไผ่ประเสริฐ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายศักดา อัลภาชน์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์
ลำดับที่ : 23

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐาน GREEN&CLEAN Hospital และการจัดการมูลฝอยติดเชื้อถูกต้องตามหลักวิชาการ สู่ GREEN & CLEAN Community เขตสุขภาพที่ ๓ ปีงบประมาณ ๒๕๖๑ (ภายใต้โครงการ ส่งเสริมการจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม และพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถา

ยุทธศาสตร์ : 2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 15. ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างน้อยตำบลละ 1 ชุมชน

cluster : กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (53)17.2 ส่งเสริมการดำเนินงาน GREEN&CLEAN Hospital

แผนจัดสรรงบประมาณ :   3. แผนงานบูรณาการบริหารจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม

หลักการและเหตุผล : ปัญหาสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ซึ่งมีสาเหตุมาจากการ เพิ่มขึ้นของประชากร การขยายตัวของสังคมเมือง การขยายตัวภาคอุตสาหกรรม มลพิษสิ่งแวดล้อมทั้งทาง กายภาพ การใช้สารเคมีในการเพาะปลูก ก่อให้เกิดปัญหาด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อน และส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยและความเป็นอยู่ของประชาชน ซึ่งหลายหน่วย งานที่เกี่ยวข้องมีแนวคิดในเรื่องการสุขาภิบาลอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Sustainable and Ecological Sanitation) มีส่วนช่วยในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดภาวะโลกร้อน โดยเฉพาะสถานบริการสาธารณสุขเป็นหน่วยงานที่ให้บริการประชาชนทั้งด้านการป้องกันและรักษาสุขภาพ ในแต่ละวันจึงมีกิจกรรมจากประชาชนผู้มาใช้บริการเป็นจํานวนมาก รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล ก่อให้เกิดของเสีย อาทิเช่น เศษอาหารจากตึกผู้ป่วย โรงอาหาร ร้านอาหาร สิ่งปฏิกูลที่เกิดจากการขับถ่าย น้ำเสีย ตลอดจนมูลฝอยติดเชื้อ การใช้พลังงาน และการใช้สารเคมีในกิจกรรมต่างๆ กระบวนการเหล่านี้ ล้วนก่อให้เกิดก๊าซที่ส่งผลกระทบต่อภาวะโลกร้อนได้ ซึ่งหากมีการบริหารจัดการโดยใช้หลักการสุขาภิบาลอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแล้ว สถานบริการสาธารณสุขจะสามารถเป็นต้นแบบที่ดีในการรณรงค์และขยายผลสู่สังคมได้ต่อไป จากการดำเนินงาน ปีงบประมาณ ๒๕๖๐ GREEN&CLEAN Hospital ได้มีการปฏิบัติตามคำรับรองการปฏิบัติราชการของกระทรวงสาธารณสุขโดยกำหนด ร้อยละของโรงพยาบาลที่พัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมได้ตามมาตรฐาน GREEN&CLEAN Hospital ผลการดำเนินงาน เขตสุขภาพที่ ๓ โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข(รพศ./รพท./รพช.และรพ.สังกัดศูนย์วิชาการ)ทั้งหมด ๕๖ แห่ง ใน ๕ จังหวัดพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมได้ตามมาตรฐาน GREEN&CLEAN Hospital ผ่านระดับพื้นฐานขึ้นไปทั้งหมด ๕๒ แห่ง คิดเป็นร้อยละ ๙๒.๘๖ โดยแบ่งเป็นระดับดีมาก ๖ แห่ง คิดเป็นร้อยละ ๑๐.๗ ระดับดี ๑๖ แห่ง คิดเป็นร้อยละ ๒๓.๖ ระดับพื้นฐาน ๓๐ แห่ง คิดเป็นร้อยละ ๕๓.๖ ไม่ผ่าน ๔ แห่ง คิดเป็นร้อยละ ๗.๑๔ จังหวัดในเขตสุขภาพที่ ๓ ทั้งหมด ๕ จังหวัดๆ ที่มีผลการดำเนินงานพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมได้ตาม GREEN&CLEAN Hospitalระดับดีมาก ๓ จังหวัด คิดเป็นร้อยละ ๖๐ โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขมีการจัดการมูลฝอยติดเชื้อถูกต้องตามกฎกระทรวง ทั้งหมด ๕๖ แห่ง คิดเป็น ร้อยละ ๑๐๐ ศูนย์อนามัยที่ ๓ เป็นศูนย์วิชาการสังกัดกรมอนามัย เป็นเป้าหมายในการดำเนินตามคำรับรองปฏิบัติราชการของกระทรวงสาธารณสุข ที่ต้องดำเนินงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมตามเกณฑ์ GREEN&CLEAN Hospital จากการดำเนินงานปีงบประมาณ ๒๕๖๐ ที่ผ่านมา ศูนย์อนามัยที่ ๓ ผ่านการประเมินรับรอง โดยทีมประเมินระดับจังหวัด ได้รับการรับรอง ระดับดี ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐาน GREEN&CLEAN Hospital ในสถานบริการสาธารณสุขเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และการจัดการมูลฝอยติดเชื้อ ถูกต้องตามหลักวิชาการจากทุกแหล่งกำเนิด และส่งเสริมการดำเนินงานของศูนย์อนามัยที่ ๓ ให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและพัฒนายกระดับเป็นระดับดีมาก เกิดเครือข่ายการดำเนินงานที่เข้มแข็ง ทั้งระดับนโยบายและระดับปฏิบัติ กลุ่มพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม ศูนย์อนามัยที่ ๓ จึงได้จัดโครงการ โครงการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐาน GREEN&CLEAN Hospital และการจัดการมูลฝอยติดเชื้อถูกต้องตามหลักวิชาการ สู่ GREEN & CLEAN Community เขตสุขภาพที่ ๓ ปีงบประมาณ ๒๕๖๑ (ภายใต้โครงการ ส่งเสริมการจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม และพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานบริการสาธารณสุขสู่ GREEN & CLEAN Hospital)

วัตถุประสงค์ : ๑ เพื่อสนับสนุนให้เกิดการจัดการมูลฝอยติดเชื้อที่มีประสิทธิภาพ ๒ เพื่อส่งเสริมการดำเนินงาน GREEN & CLEAN Hospital ๓ เพื่อส่งเสริมการดำเนินงานของศูนย์อนามัยที่ ๓ ให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
๑. โรงพยาบาลในเขตสุขภาพที่ ๓ พัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมได้ตามเกณฑ์ GREEN & CLEAN Hospital ระดับดีมาก ร้อยละ 20 ๒. เขตสุขภาพที่ ๓ มีโรงพยาบาลพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมได้ตามเกณฑ์ GREEN & CLEAN Hospital ระดับดีมาก (จังหวัดละ ๑ โรงพยาบาล) 1 รพ/จังหวัด ๓. จังหวัดมีการบริหารจัดการมูลฝอยติดเชื้อ ๕ จังหวัด - มีการจัดทำฐานข้อมูลการจัดการมูลฝอยติดเชื้อทุกแหล่งกำเนิด - รายงานจำนวนปริมาณมูลฝอยติดเชื้อที่ได้รับการจัดการอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ

วิธีการดำเนินงาน : ๑ ชี้แจงแนวทางการดำเนินงานโครงการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐาน GREEN&CLEAN Hospital และการจัดการมูลฝอยติดเชื้อถูกต้องตามหลักวิชาการ สู่ GREEN & CLEAN Community เขตสุขภาพที่ ๓ ปีงบประมาณ ๒๕๖๑ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ๕ จังหวัด ๒ ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขทั้ง ๕ จังหวัด จัดทำแผนนิเทศ ติดตาม และตรวจประเมินรับรอง GREEN & CLEAN Hospital การจัดการมูลฝอยติดเชื้อแบบศูนย์รวมเครือข่ายอำเภอ/ตำบล,สรรหาสุดยอดส้วมระดับเขต และ Healthy Workplace ระดับดีเด่น (ระดับดีมาก๕ปีติดต่อกัน) ๓ บูรณาการทีมในการตรวจประเมินรับรอง GREEN & CLEAN Hospital ระดับดีมาก/การจัดมูลฝอยติดเชื้อเครือข่ายสุขภาพระดับอำเภอ/ตำบล, Healthy Workplace ระดับดีเด่น (ระดับดีมาก ๕ปีติดต่อกัน) ๔ สรรหาหน่วยงานต้นแบบด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมเข้าร่วมนำเสนอผลงานแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ผลสำเร็จ ในการดำเนินงานเข้าร่วมในเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานอนามัยสิ่งแวดล้อมในเขตสุขภาพที่ ๓ ๕ จัดเวทีเชิดชูเกียรติ มอบใบรับรองประกาศเกียรติคุณ GREEN & CLEAN Hospital ระดับดีมาก ๖ จัดทำแผนพัฒนาศูนย์อนามัยที่ ๓ ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐาน GREEN & CLEAN Hospital ระดับดีมาก

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 นิเทศ ติดตาม ตรวจประเมินคุณภาพ - GREEN & CLEAN Hospital ระดับดีมาก - การจัดการมูลฝอยติดเชื้อแบบศูนย์รวมเครือข่ายอำเภอ/ตำบล - ตรวจประเมิน Healthy Workplace ระดับดีเด่น(ระดับดีมาก ๕ปีติดต่อกัน) 1 ธ.ค. 2560 - 29 มิ.ย. 2561 70,400.00
2 เชิดชูเกียรติมอบใบประกาศรับรอง/ป้ายG&C hospital 1 ส.ค. 2561 - 31 ส.ค. 2561 9,600.00
3 อบรมการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม ศูนย์อนามัยที่ ๓ ตามมาตรฐาน GREEN&CLEAN Hospital 1 พ.ย. 2560 - 30 พ.ย. 2560 10,175.00
4 เฝ้าระวังสุขาภิบาลอาหารและน้ำ ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ (การดำเนินงาน GREEN & CLEAN Hospital) 1 ธ.ค. 2560 - 30 มี.ค. 2561 13,090.00
5 จัดกิจกรรมรณรงค์ สัปดาห์ ทำความสะอาดBig Cleaning Day ศูนย์อนามัยที่ 3 1 พ.ย. 2560 - 31 ก.ค. 2561 12,600.00
6 สนับสนุนหน่วนงานในการสร้าง/ พัฒนา นวัตกรรม GREEN เพื่อสนับสนุนดำเนินงานกิจกรรม GREEN & CLEAN Hospital ศูนย์อนามัยที่ ๓ 1 พ.ค. 2561 - 31 พ.ค. 2561 4,135.00
รวมเป็นเงิน 120,000.00
งบประมาณ : 120,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 พ.ย. 2560 - 31 ส.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : ๑ โรงพยาบาลที่มีการดำเนินงาน GREEN & CLEAN Hospital มีส่วนในการลดโลกร้อน ๒ โรงพยาบาลเป็นต้นแบบในการดำเนินงาน GREEN & CLEAN Hospital พัฒนาเป็นสู่ GREEN & CLEAN Community ขยายผลสู่ชุมชนเข้มแข็งด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม Active Community ในพื้นที่ความรับผิดชอบของโรงพยาบาล ๓ ศูนย์อนามัยที่ ๓ ผ่านการประเมินรับรอง GREEN & CLEAN Hospital ระดับดีมาก

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางบำเพ็ญ ธนะพัฒน์

ผู้เสนอโครงการ : นางรำไพ เกียรติอดิศร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายก้องเกียรติ เติมเกษมศานต์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายศักดา อัลภาชน์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์
ลำดับที่ : 24

ชื่อโครงการ : น้ำบริโภคปลอดภัยและสุขอนามัยของประชาชน เขตสุขภาพที่ 3 ปีงบประมาณ 2561

ยุทธศาสตร์ : 2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 15. ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างน้อยตำบลละ 1 ชุมชน

cluster : กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (59)20.1 ประเมินและพัฒนาระบบการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภค

แผนจัดสรรงบประมาณ :   4. แผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ

หลักการและเหตุผล : ปัจจุบันรัฐบาลมุ่งเน้นการพัฒนาประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน มีนโยบายและแนวทางการดำเนินงานสานพลังประชารัฐเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐในระดับพื้นที่ และมีนโยบายส่งเสริมสนับสนุนความเข้มแข็งของชุมชนและท้องถิ่น โดยประชาชนมีความตระหนักรู้ มีส่วนร่วมและมีความสามารถจัดการปัญหาและพัฒนาชุมชนด้านต่างๆของตนเองได้ โดยการสนับสนุนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมตามแนวทางประชารัฐ ดังนั้นกรมอนามัยในฐานะเป็นองค์กรหลักในการอภิบาลระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม จึงมีแนวคิดที่จะผลักดันให้เกิดแผนงานโครงการแก้ไขปัญหาการจัดการความเสี่ยงขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งส่วนหนึ่งเชื่อมโยงและสอดคล้องกับระบบการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(EHA) ทั้งนี้ปัญหาอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนมีความหลากหลายตามบริบท ที่เป็นประเด็นสำคัญได้แก่ปัญหาการจัดการมูลฝอยทั่วไป มูลฝอยติดเชื้อ มูลฝอยอันตราย สิ่งปฏิกูล อาหารปลอดภัย คุณภาพน้ำบริโภค/น้ำประปา และความเสี่ยงต่างๆในชุมชนที่ส่งผลกระทบสุขภาพประชาชน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ ภายใต้กรมอนามัย มีบทบาทในการส่งเสริมให้ประชาชนมีน้ำบริโภคที่สะอาดปลอดภัย โดยกลุ่มพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม จึงได้จัดทำโครงการน้ำบริโภคปลอดภัยและสุขอนามัยของประชาชน เขตสุขภาพที่ 3 ขึ้น โดยดำเนินการในพื้นที่ 4 จังหวัดของเขต ต่อเนื่องจากปีงบประมาณ 2560 ซึ่งได้จัดทำโครงการพัฒนาระบบการเฝ้าระวังและสื่อสารความเสี่ยงในพื้นที่ 3 จังหวัดรอยต่อรอบเหมืองแร่ทองคำ ผลการดำเนินงานมีพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ในการเฝ้าระวัง และมีระบบการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำในพื้นที่ และได้จัดทำโครงการการพัฒนาเครือข่ายการจัดการน้ำบริโภค ระดับเทศบาล ผลการดำเนินงาน คือ เทศบาลมีการจัดการน้ำบริโภคอย่างถูกต้อง และแกนนำเครือข่ายการจัดการน้ำบริโภคระดับเทศบาลมีความรู้ด้านการจัดการน้ำบริโภคเพิ่มขึ้นเพื่อสนับสนุน ผลักดันให้ภาคีเครือข่ายขับเคลื่อนงานระบบการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อพัฒนาศักยภาพแกนนำชุมชนในการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้านให้ได้มาตรฐาน 2. เพื่อพัฒนาระบบการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภค

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. แกนนำชุมชนได้รับการพัฒนาศักยภาพในการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้านให้ได้มาตรฐาน 30/55 แห่ง/คน 2. เฝ้าระวังระบบประปาหมู่บ้านและได้รับการตรวจสอบมาตรฐาน โดยวิธีเก็บตัวอย่างน้ำประปาเพื่อตรวจวิเคราะห์คุณภาพ 25 แห่ง 3. มีผลการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างน้ำ 70 ตัวอย่าง 4. มีแกนนำได้รับการพัฒนาศักยภาพในการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำ 55 คน

วิธีการดำเนินงาน : 1 แกนนำชุมชนได้รับการพัฒนาศักยภาพในการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้าน (1) พัฒนาศักยภาพแกนนำชุมชน โดยการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้านให้ได้มาตรฐาน (ดำเนินการในจังหวัดอุทัยธานี) (2) ระบบประปาหมู่บ้านได้รับการตรวจสอบมาตรฐาน โดยวิธีเก็บตัวอย่างน้ำประปาเพื่อตรวจวิเคราะห์คุณภาพ เลือกพื้นที่ชุมชนเข้มแข็งที่มาพัฒนาศักยภาพจากข้อ (1) 25 แห่ง (ที่อปท.ดูแล10 แห่ง,หมู่บ้าน15 แห่ง) การสาธิตวิธีเก็บตัวอย่างน้ำโดยชุมชนมีส่วนร่วม (3) เก็บตัวอย่างน้ำตามโครงการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำในครัวเรือนจำนวน 70 ตัวอย่าง การสาธิตวิธีเก็บตัวอย่างน้ำโดยชุมชนมีส่วนร่วม (4) นิเทศติดตามการดำเนินงานการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำ (5) คืนข้อมูลให้จังหวัด เพื่อคืนชุมชนดำเนินการผลักดันอปท.สู่กระบวนการจัดทำแผนงานโครงการ 2 การจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานอนามัยสิ่งแวดล้อมในเขต สุขภาพที่ 3 3 การเฝ้าระวังคุณภาพน้ำในพื้นที่เสี่ยง (1) เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการ/เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับพื้นที่เสี่ยง (พิจิตร, อุทัยธานี) (2) นิเทศติดตามงาน/ควบคุมกำกับ โดยเป็นที่เป็นที่ปรึกษาด้านวิชาการในเรื่องการเฝ้าระวังคุณภาพ น้ำบริโภคพื้นที่เสี่ยง - ข้อมูลด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมต่อสุขภาพ - การบำรุงรักษาระบบประปา - ประสานการเก็บตัวอย่างน้ำตรวจทางห้องปฏิบัติการกรมอนามัย - สื่อสารความเสี่ยงให้แก่ประชาชนทราบและร่วมเป็นเครือข่ายเฝ้าระวัง

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้านให้ได้มาตรฐาน สำหรับแกนนำชุมชน พร้อมจัดทำใบประกาศสำหรับผู้เข้าอบรม 1 ธ.ค. 2560 - 29 ธ.ค. 2560 87,600.00
2 เก็บตัวอย่างน้ำตามโครงการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำในครัวเรือน 1 ก.พ. 2561 - 30 มี.ค. 2561 14,000.00
3 นิเทศติดตามการดำเนินงาน 1 มี.ค. 2561 - 31 ส.ค. 2561 0.00
4 ติดตามการดำเนินงานระบบเฝ้าระวังและเข้าร่วมประชุมให้ข้อเสนอแนะ/สนับสนุนวิชาการงานอนามัยสิ่งแวดล้อมให้ฯในพื้นที่เสี่ยง 2 ต.ค. 2560 - 31 ส.ค. 2561 17,040.00
รวมเป็นเงิน 118,640.00
งบประมาณ : 118,640.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 2 ต.ค. 2560 - 31 ส.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1 พื้นที่มีระบบการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภคอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน 2 ได้รูปแบบการจัดการน้ำบริโภค

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1 นางสาวฐิรัศท์ชา รอดตัว 2 นางสาวจุไรรัตน์ ชำนาญไพร 3 นางสาวเสาวนีย์ สาบุตร

ผู้เสนอโครงการ : นางรำไพ เกียรติอดิศร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายก้องเกียรติ เติมเกษมศานต์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายศักดา อัลภาชน์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์
ลำดับที่ : 25

ชื่อโครงการ : พัฒนาการจัดการสิ่งปฏิกูลเพื่อลดการปนเปื้อนสู่แหล่งน้ำ เขตสุขภาพที่ 3 ปีงบประมาณ 2561

ยุทธศาสตร์ : 2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 15. ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างน้อยตำบลละ 1 ชุมชน

cluster : กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (59)20.1 ประเมินและพัฒนาระบบการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภค

แผนจัดสรรงบประมาณ :   4. แผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ

หลักการและเหตุผล : สิ่งขับถ่ายที่ออกจากร่างกายของมนุษย์ จำเป็นต้องมีการควบคุมโรคติดต่อ คือ อุจจาระและปัสสาวะ เพราะเป็นสิ่งโสโครกที่มีผลต่อสุขภาพอนามัยสิ่งแวดล้อมของประชาชนโดยตรง นอกจากจะทำให้เกิดกลิ่นเหม็นเป็นที่น่ารังเกียจ ทำให้ดินและแหล่งน้ำสกปรก เป็นแหล่งเพาะพันธุ์แมลงวัน แหล่งแพร่เชื้อโรคต่างๆ เช่น อหิวาตกโรค ไข้รากสาด โรคพยาธิตัวกลม พยาธิตัวตืดและพยาธิใบไม้ หากมีการจัดการไม่ถูกหลักสุขาภิบาลอาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดการระบาดของโรคติดเชื้อหลายชนิดโดยการป้องกันโรคจำเป็นต้องมีการจัดการสิงปฏิกูลให้ถูกวิธี ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยลดอัตราการเจ็บป่วยของประชาชนได้ การจัดการสิ่งปฏิกูลเริ่มต้นจากการมีและใช้ส้วมสำหรับบ้านเรือน และอาคารสถานที่สาธารณะต่างๆ ส้วมเป็นสถานที่เก็บกักสิ่งปฏิกูล เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการปนเปื้อนต่อสิ่งแวดล้อม และควบคุมป้องกันมิให้เชื้อโรคเกิดการแพร่กระจาย เมื่อใช้งานไประยะหนึ่งส้วมจะเต็มจึงต้องมีการสูบหรือดูดไประบาย ถ่ายเททิ้งในระบบบำบัดสิ่งปฏิกูลต่อไป จากการดำเนินงานพัฒนาส้วมสาธารณะของศูนย์อนามัยที่ 3 ที่ผ่านมาพบว่า การพัฒนาส้วมสาธารณะให้มี ความสะอาด เพียงพอ และปลอดภัยตามเกณฑ์มาตรฐานส้วมสาธารณะไทย (HAS) ต้องเกิดจากความตระหนักของเจ้าของสถานประกอบการ หรือผู้บริหารขององค์กรส่วนท้องถิ่นและเห็นประโยชน์ของการพัฒนาส้วมสาธารณะ การส่งเสริม สนับสนุนให้สถานประกอบการหรือหน่วยงานต่างๆ พัฒนาส้วมสาธารณะในพื้นที่ต้นเป็นต้นแบบและเกิดความยั่งยืน การนำสิ่งปฏิกูลไปกำจัดอย่างถูกหลักสุขาภิบาลยังเป็นปัญหาที่สำคัญ มีเทศบาลเพียง 4 แห่งที่มีระบบบำบัดสิ่งปฏิกูล รถสูบส้วมมากกว่าร้อยละ 95 นำสิ่งปฏิกูลไปทิ้งในพื้นที่เกษตร ซึ่งมาตรา 18 และ 19 ของพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535 กำหนดให้ราชการส่วนท้องถิ่นมีอำนาจหน้าที่จัดการสิ่งปฏิกูล หรือมอบหมายให้ผู้อื่นดำเนินงานแทนภายใต้การควบคุมรถสูบส้วมเอกชนต้องนำสิ่งปฏิกูลมากำจัดในระบบบำบัดสิ่งปฏิกูล ด้วยสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นจึงก่อให้เกิดกิจกรรมพัฒนาการจัดการสิ่งปฏิกูลเพื่อลดการปนเปื้อนสู่แหล่งน้ำ และสรรหาสุดยอดส้วมสาธารณะระดับเขต เพื่อพัฒนาส้วมสาธารณะและระบบบำบัดสิ่งปฏิกูลในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ถูกหลักสุขาภิบาล และเป็นไปตามแผนแม่บทส้วมสาธารณะ

วัตถุประสงค์ : 1 พัฒนาการจัดการสิ่งปฏิกูลเพื่อลดการปนเปื้อนสู่แหล่งน้ำ 2 ขับเคลื่อนการบังคับใช้กฎหมายด้านการจัดการสิ่งปฏิกูล 3 เพื่อสรรหาสุดยอดส้วมระดับเขต

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. ผู้เข้าร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ฯ 70 คน 2. มีระบบฐานข้อมูลการจัดการสิ่งปฏิกูล 1 เรื่อง 3. เทศบาลมีระบบจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมผ่านการรับรองมาตรฐานคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อม (EHA) อย่างน้อยระดับพื้นฐานขึ้นไป ร้อยละ 20 ด้านการจัดการสิ่งปฏิกูล (4จังหวัด) 18 แห่ง 4. สุดยอดส้วมระดับเขต 4 แห่ง 5.ผลประเมิน ติดตามระบบการจัดการสิ่งปฏิกูลของ อปท. (4 จังหวัด) 18 แห่ง 6. สรุปประเมินสถานการณ์และพัฒนาระบบฐานข้อมูลการจัดการสิ่งปฏิกูล 1 เรื่อง 7.เทศบาลมีระบบจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมผ่านการรับรองมาตรฐานคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อม (EHA) อย่างน้อยระดับพื้นฐานขึ้นไป ด้านการจัดการสิ่งปฏิกูล (4จังหวัด) 18 แห่ง

วิธีการดำเนินงาน : 1 กิจกรรมการส่งเสริมการจัดการสิ่งปฏิกูลเพื่อลดการปนเปื้อนสู่แหล่งน้ำ 1.1 ส่งเสริมการดำเนินงานตามมาตรฐาน HAS และการจัดการสิ่งปฏิกูลให้ได้ตามมาตรฐานที่กำหนดแผนแม่บทการจัดการส้วมสาธารณะ - กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานส้วมสาธารณะและการจัดการสิ่งปฏิกูลให้ได้ตามมาตรฐานที่กำหนดตามแผนแม่บทการจัดการส้วมฯ 1.2 ผลักดันในเวทีคณะกรรมสาธารณสุขจังหวัด (คสจ.)ให้มีการพัฒนาและปรับปรุงกฎหมาย และมีการบังคับใช้กฎหมาย (4จังหวัด) 1.3 เทศบาลมีระบบจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมผ่านการรับรองมาตรฐานคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อม (EHA) อย่างน้อยระดับพื้นฐานขึ้นไป ด้านการจัดการสิ่งปฏิกูล ร้อยละ 20 (4จังหวัด) 2 สรรหาสุดยอดส้วมระดับเขต 3 การสนับสนุน ประเมิน ติดตาม ประสานงานและประเมินผลการดำเนินงานระบบการกำจัดสิ่งปฏิกูล ของอปท. (4จังหวัด) 4 การประเมินรับรอง - สุดยอดส้วมระดับเขต - ระบบคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อม (EHA) ด้านการจัดการสิ่งปฏิกูล

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุม แลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานส้วมสาธารณะและการจัดการสิ่งปฏิกูลให้ได้ตามมาตรฐานที่กำหนดตามแผนแม่บทการจัดการส้วมฯ 1 ธ.ค. 2560 - 29 ธ.ค. 2560 35,900.00
2 กิจกรรมสรรหาสุดยอดส้วมระดับเขต 1 มิ.ย. 2561 - 31 ส.ค. 2561 8,510.00
3 ค่าจัดทำป้ายสุดยอดส้วมระดับเขต 1 ส.ค. 2561 - 28 ก.ย. 2561 10,000.00
รวมเป็นเงิน 54,410.00
งบประมาณ : 54,410.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ธ.ค. 2560 - 28 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1มีระบบการจัดการสิ่งปฏิกูลอย่างถูกหลักสุขาภิบาล 2พื้นที่มีการพัฒนาและปรับปรุงและมีการบังคับใช้กฎหมาย 3 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีการพัฒนาคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมด้านการจัดการสิ่ง

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางสาวเสาวนีย์ สาบุตร นางสาวจุไรรัตน์ ชำนาญไพร นางสาวสุทธิหญิง ฝอยทอง

ผู้เสนอโครงการ : นางรำไพ เกียรติอดิศร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายก้องเกียรติ เติมเกษมศานต์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายศักดา อัลภาชน์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์
ลำดับที่ : 26

ชื่อโครงการ : ส่งเสริมการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมในจังหวัด ท้องถิ่น และชุมชน

ยุทธศาสตร์ : 2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 15. ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างน้อยตำบลละ 1 ชุมชน

cluster : กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (54)17.3 ส่งเสริมการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมในจังหวัด ท้องถิ่นและชุมชน

แผนจัดสรรงบประมาณ :   3. แผนงานบูรณาการบริหารจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม

หลักการและเหตุผล : รัฐบาลปัจจุบันมุ่งเน้นการพัฒนาประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน มีนโยบายและแนวทางการดำเนินงานสานพลังประชารัฐเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐในระดับพื้นที่ และมีนโยบายส่งเสริมสนับสนุนความเข้มแข็งของชุมชนและท้องถิ่น โดยประชาชนมีความตระหนักรู้ มีส่วนร่วม โดยการสนับสนุนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมตามแนวทางประชารัฐ รวมทั้งการพัฒนาจังหวัดให้สามารถจัดการตนเองด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพได้ หรือ Smart Province มีฐานข้อมูล และระบบเฝ้าระวังอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่เกิดจากสิ่งแวดล้อมทั้งประเด็นพื้นที่เสี่ยงต่อสุขภาพจากสิ่งแวดล้อมและปัญหาตามบริบทของพื้นที่ เป็นหนึ่งในกระบวนการพัฒนาคุณภาพระบบอนามัยสิ่งแวดล้อม การดำเนินงานที่สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติด้านสาธารณสุขระยะ 20 ปี ดังนั้นกรมอนามัยในฐานะเป็นองค์กรหลักในการอภิบาลระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม จึงมีเป้าหมายให้จังหวัดสามารถจัดการปัจจัยเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ปัจจัยเสี่ยงด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมลดลง และชุมชนร่วมคิด ร่วมทำ รู้สถานการณ์ รู้ปัญหา ประเมินวิเคราะห์ความเสี่ยงในชุมชนได้ จัดลำดับความสำคัญ ร่วมวางแผน เฝ้าระวังและ ผลักดันให้เกิดแผนงานโครงการแก้ไขปัญหาการจัดการความเสี่ยงขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยพัฒนาให้เกิดชุมชนเข้มแข็งด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม (Active Community) ที่มุ่งเน้นการขับเคลื่อนอย่างมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย ทั้งภาคประชาชน แกนนำชุมชน/ อสม. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานภาครัฐอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ซึ่งส่วนหนึ่งเชื่อมโยงและสอดคล้องกับระบบการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(EHA) ทั้งนี้ปัญหาอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนมีความหลากหลายตามบริบท ที่เป็นประเด็นสำคัญได้แก่ปัญหาการจัดการมูลฝอยทั่วไป มูลฝอยติดเชื้อ มูลฝอยอันตราย สิ่งปฏิกูล อาหารปลอดภัย คุณภาพน้ำบริโภค/น้ำประปา และความเสี่ยงต่างๆในชุมชนที่ส่งผลกระทบสุขภาพประชาชน ผลสำเร็จของการพัฒนาคือเกิดชุมชนเข้มแข็งและเกิดนวัตกรรมด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมและเพื่อให้การขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมเป็นไปอย่างมีระบบ มีความสอดคล้องกันในทุกระดับ โดยองค์ประกอบที่สะท้อนว่าจังหวัดสามารถจัดการปัจจัยเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ 6 องค์ประกอบได้แก่ 1) มีการพัฒนาระบบฐานข้อมูล สถานการณ์ และการเฝ้าระวังด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ทั้งประเด็นพื้นที่เสี่ยงต่อสุขภาพจากสิ่งแวดล้อมและปัญหาตามบริบทของพื้นที่ 2) มีกลไกการจัดการปัจจัยเสี่ยงจากมลพิษสิ่งแวดล้อมอย่างบูรณาการ โดยขับเคลื่อนการดำเนินงานผ่านกลไกคณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัด (คสจ.) 3) มีระบบและกลไกสนับสนุนการจัดการมูลฝอยติดเชื้อของโรงพยาบาล รพศ./รพท./รพช. สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ให้ถูกต้องตามกฎหมาย 4) มีการส่งเสริมให้ท้องถิ่นมีการจัดบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมที่ได้มาตรฐาน (EHA) 5) มีการดำเนินงานเพื่อส่งเสริม สนับสนุนให้เกิดตำบลที่มีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชน 6) มีการสนับสนุนและพัฒนาระบบการจัดบริการอาชีวอนามัยและเวชกรรมสิ่งแวดล้อม ศูนย์อนามัยที่ 3 โดยกลุ่มพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม มีกิจกรรมสำคัญในการขับเคลื่อนคือ การพัฒนาข้อมูลและระบบเฝ้าระวังด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม และพัฒนาศักยภาพบุคลากรทุกระดับเพื่อสนับสนุนให้ประชาชนในพื้นที่มีความรอบรู้ และมีส่วนร่วมในการจัดการสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดี ผลการดำเนินงานปี 2560ของการสนับสนุนให้จังหวัดมีระบบจัดการปัจจัยเสี่ยง พบว่า เขตสุขภาพที่ 3 มีจังหวัดที่ไม่ผ่านผ่านเกณฑ์ จำนวน 1 แห่ง ผ่านเกณฑ์ระดับพื้นฐาน 1 แห่ง ระดับดี 3 แห่ง สิ่งที่ต้องพัฒนาคือ ระบบฐานข้อมูล และระบบการเฝ้าระวังของทุกจังหวัด ซึ่งพบว่ายังไม่มีประสิทธิภาพและยังไม่มีการนำไปใช้ประโยชน์ในการวางแผนในพื้นที่ได้ ดังนั้น เพื่อพัฒนาระบบฐานข้อมูล และระบบการเฝ้าระวังของจังหวัด ให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการวางแผนในพื้นที่ได้ และสนับสนุนการดำเนินงานให้จังหวัดในเขตสุขภาพที่ 3 บรรลุสู่การเป็น Smart Province จัดการตนเองด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนการดำเนินงาน Active Community โดยดำเนินการในพื้นที่ 5 จังหวัดของเขต ต่อเนื่องจากปีงบประมาณ 2560 ซึ่งสำนักอนามัยสิ่งแวดล้อมได้กำหนดพื้นที่เป้าหมายจำนวน 61 ตำบล ผลการดำเนินงานมี Active Community จำนวน 63 แห่ง สำหรับในปีงบประมาณ 2561 กรมอนามัยกำหนดตัวชี้วัดคือตำบลมีชุมชนเข้มแข็งด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมร้อยละ 50 โดยในเขตสุภาพที่ 3 มี 4 จังหวัด จำนวนตำบลทั้งหมด 366 ตำบล เป้าหมายการดำเนินงาน 183 ตำบล ซึ่งในบทบาทของ ศูนย์อนามัยที่ 3 มีหน้าที่สนับสนุน ผลักดันให้ภาคีเครือข่ายขับเคลื่อนงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้จัดทำ โครงการพัฒนาชุมชนเข้มแข็งด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในเขตสุภาพที่ 3 ขึ้น

วัตถุประสงค์ : 1 เพื่อสนับสนุนให้ตำบลมีชุมชนเข้มแข็งด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม 2 เพื่อนิเทศติดตามและประเมินผลการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมและนวัตกรรม ในจังหวัด ท้องถิ่น และชุมชน 3 สนับสนุนการดำเนินงานให้จังหวัดมีระบบจัดการปัจจัยเสี่ยงจากสิ่งแวดล้อม และเฝ้าระวังอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เสี่ยง 4 พัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่ายในการเฝ้าระวังและประยุกต์ใช้กระบวนการประเมินผลกระทบต่อสุขภาพในการจัดทำข้อเสนอเพื่อการจัดการปัญหาผลกระทบต่อสุขภาพจากสิ่งแวดล้อมในพื้นที่

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. ตำบลมีชุมชนเข้มแข็งด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมร้อยละ 50 183 ตำบล 2.ชุมชนเป็นต้นแบบด้านการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อม 5 จังหวัด/5 ชุมชน 3.ร้อยละของจังหวัดที่มีระบบจัดการปัจจัยเสี่ยงจากสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอย่างบูรณาการ มีประสิทธิภาพ และยั่งยืน ระดับดีขึ้นไปร้อยละ 80 4.วิเคราะห์สถานการณ์จากระบบฐานข้อมูล (NEHIS) เพื่อชี้ประเด็นปัญหาและนำสู่แนวทางแก้ไข

วิธีการดำเนินงาน : 1 ขับเคลื่อนตำบลเข้มแข็งด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม (1) จัดประชุมราชการ ชี้แจงงานการดำเนินงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมให้กับ สสจ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งวางแผนการดำเนินงานร่วมกัน (2) ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการส่งเสริม อสม.เชี่ยวชาญอนามัยสิ่งแวดล้อมของพื้นที่ (3) ชี้แจงงานงานชุมชนเข้มแข็งด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม ในเวทีการประชุมหน่วยงานสาธารณสุข/อปท. ที่มีการจัดโดยจังหวัด (4) ดำเนินการพัฒนาชุมชนต้นแบบ 1 พื้นที่ต่อเนื่องจากปี 2560 (ตำบลเขาทอง นครสวรรค์) - ศูนย์ฯ ผลักดันให้เกิดความร่วมมือเชิงนโยบาย มีการใช้งบประมาณของพื้นที่ต้นแบบ - สร้างความตระหนักรู้ เท่าทันข้อมูลด้านการจัดการ อวล.ให้อปท./แกนนำชุมชน/อสม. และส่งเสริม อสม.เชี่ยวชาญอนามัยสิ่งแวดล้อมของพื้นที่ - การประชุม ระดมสมอง สร้างความเข้าใจในการพัฒนาบ้าน วัด โรงเรียน และติดตามงานอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนเป็นระยะ (5) ดำเนินการนิเทศติดตามและเยี่ยมเสริมพลังการพัฒนาชุมชนเข้มแข็ง (6) จัดทำระบบรายงานชุมชนเข้มแข็ง รวบรวมรายงาน วิเคราะห์และสุ่มประเมิน 30% ของชุมชนที่ผ่านการประเมินชุมชนเข้มแข็ง (7) คัดเลือกชุมชนต้นแบบด้านการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมและนวัตกรรมด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมจังหวัดละ 1 ชุมชน (8) ติดตามการดำเนินงานคัดแยกขยะในชุมชนตามหลัก3R และเสริมเรื่องขอความร่วมมือจังหวัดดำเนินงานองค์กรและชุมชนปลอดโฟม เพื่อสนับสนุนนโยบายการลดขยะ 5% ของรัฐบาล (9) จัดทำใบประกาศเกียรติคุณชุมชนเข้มแข็ง พร้อมซองพลาสติกใส (10) การจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานอนามัยสิ่งแวดล้อมในเขตสุขภาพที่ 3 2 ขับเคลื่อนการพัฒนาฐานข้อมูล และระบบเฝ้าระวังด้านสิ่งแวดล้อม และผลกระทบสุขภาพ กิจกรรม พัฒนาระบบเฝ้าระวังผลกระทบสิ่งแวดล้อม (11) ประสานและจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อชี้แจงแนวทางการดำเนินโครงการ และให้ความรู้แก่ผู้รับผิดชอบงานทุกระดับ และ อปท. เพื่อสร้างทีมเฝ้าระวังฯ ระดับจังหวัด คัดเลือกพื้นที่ต้นแบบร่วมโครงการ (12) ทีมเฝ้าระวังฯ จังหวัดลงพื้นที่ต้นแบบเพื่อดำเนินการประเมิน HIA /รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ (13) ศูนย์อนามัยและ สสจ.ติดตามการดำเนินงาน และสรุปรายงาน กิจกรรมพัฒนาฐานข้อมูล อวล.(NEHIS) (14) ประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินงาน (15) นิเทศติดตามโดยบูรณาการร่วมกับโครงการพัฒนาชุมชนเข้มแข็งด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในเขต สุภาพที่ 3 โดยยึด อปท.กลุ่มเป้าหมายในโครงการพัฒนาชุมชนเข้มแข็งด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม เป็นหลัก ติดตามการดำเนินงานใน 4 จังหวัด จังหวัดละ 2 ครั้ง -วิเคราะห์สถานการณ์เพื่อชี้ประเด็นปัญหาและนำสู่แนวทางแก้ไข -สรุปผลการรายงานโครงการ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมราชการชี้แจงงาน/ความก้าวหน้า การดำเนินงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมให้กับ สสจ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งจัดทำแผนการดำเนินงานร่วมกัน 1 ต.ค. 2560 - 30 เม.ย. 2561 21,000.00
2 นิเทศติดตามงาน และเยี่ยมเสริมพลังในชุมชน 1 ม.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561 38,000.00
3 จัดทำระบบรายงานชุมชนเข้มแข็ง รวบรวมรายงาน วิเคราะห์และสุ่มประเมิน 30% ของชุมชนที่ผ่านการประเมิน 1 เม.ย. 2561 - 31 ส.ค. 2561 30,000.00
4 จัดทำใบประกาศเกียรติคุณ พร้อมซองพลาสติกใส 1 ก.ค. 2561 - 28 ก.ย. 2561 5,500.00
5 จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานอนามัยสิ่งแวดล้อมในเขตสุขภาพที่ 3 1 ส.ค. 2561 - 31 ส.ค. 2561 137,500.00
6 ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายเพื่อเฝ้าระวังและผลประเมินผลกระทบสุขภาพจากสิ่งแวดล้อม เขตสุขภาพที่ 3 1.สร้างทีมเฝ้าระวังและผลประเมินผลกระทบสุขภาพจากสิ่งแวดล้อม ระดับจังหวัด 2. คัดเลือกพื้นที่ต้นแบบดำเนินการนำกระบวนการประเมินผลกระทบสุขภาพไปประยุกต์ใช้ นครสวรรค์ 1 พ.ย. 2560 - 30 พ.ย. 2560 104,200.00
7 สนับสนุนการดำเนินงานการประยุกต์ใช้เครื่องมือการประเมินผลกระทบต่อสุขภาพในพื้นที่ต้นแบบ 1 ธ.ค. 2560 - 31 ก.ค. 2561 80,000.00
8 ติดตามการดำเนินงานประยุกต์ใช้เครื่องมือการประเมินผลกระทบต่อสุขภาพในพื้นที่ต้นแบบ/สรุปและรายงานผล 1 ม.ค. 2561 - 31 ส.ค. 2561 6,880.00
9 นิเทศติดตามโดยบูรณาการร่วมกับโครงการพัฒนาชุมชนเข้มแข็งด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในเขตสุภาพที่ 3 1 ธ.ค. 2560 - 28 ธ.ค. 2561 17,200.00
รวมเป็นเงิน 440,280.00
งบประมาณ : 440,280.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 28 ธ.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1.ได้รูปแบบวิธีการสนับสนุนให้ตำบลมีชุมชนเข้มแข็งด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม 2 ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชน 3จังหวัดมีกลไกการขับเคลื่อนการจัดการปัจจัยเสี่ยงจากสิ่งแวดล้อมและเฝ้าระวังอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เสี่ยง มีระบบฐานข้อมูลด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม เพื่อใช้วางแผนเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหาในพื้นที่ของจังหวัด และมีทีมภาคีเครือข่ายในการเฝ้าระวังและประยุกต์ใช้กระบวนการประเมินผลกระทบต่อสุขภาพในการจัดทำข้อเสนอเพื่อการจัดการปัญหาผลกระทบต่อสุขภาพจากสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ และเป็นจังหวัดที่สามารถจัดการปัจจัยเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมด้วยตนเองได้ในที่สุด

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางกรุณา สุขแท้

ผู้เสนอโครงการ : นางรำไพ เกียรติอดิศร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายก้องเกียรติ เติมเกษมศานต์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายศักดา อัลภาชน์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์
ลำดับที่ : 27

ชื่อโครงการ : พัฒนาคุณภาพการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมและการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 3 ปีงบประมาณ 2561

ยุทธศาสตร์ : 2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 15. ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างน้อยตำบลละ 1 ชุมชน

cluster : กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (56)18.2 ขับเคลื่อนการบังคับใช้กฎหมาย

แผนจัดสรรงบประมาณ :   3. แผนงานบูรณาการบริหารจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม

หลักการและเหตุผล : ปัจจุบันงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมมีความเกี่ยวข้องกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นับตั้งแต่มีการกระจายอำนาจตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535 ส่งผลให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอำนาจและหน้าที่เกี่ยวกับการดำเนินงานอนามัยสิ่งแวดล้อมให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข และมาตรการสำคัญที่ถูกนำมาใช้ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมคือ เพิ่มประสิทธิภาพของกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมาย ตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550 ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2550 ซึ่งมีเนื้อหาหลักคือคุ้มครองประชาชนด้านสุขลักษณะและการอนามัยสิ่งแวดล้อมหรือการสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม โดยกระจายอำนาจในการดำเนินการให้กับท้องถิ่น โดยถือว่าราชการส่วนท้องถิ่นเป็นองค์กรใกล้ชิดประชาชนที่น่าจะปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ที่เป็นผลประโยชน์แก่ประชาชนมากที่สุด ซึ่งท้องถิ่นมีอำนาจในการออกข้อกำหนด และตรวจตรา ให้คำแนะนำในการปรับปรุงแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม รวมทั้งเป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำแก่เจ้าพนักงานท้องถิ่นในการวินิจฉัยหรือออกคำสั่ง มีการขับเคลื่อนงานร่วมกับ คณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัด (คสจ.) กรมอนามัยซึ่งเป็นหน่วยงานรับผิดชอบงานสาธารณสุขสิ่งแวดล้อมมีบทบาทในการควบคุม กำกับดูแลและให้การสนับสนุนการปฏิบัติราชการของราชการส่วนท้องถิ่น จากการวิเคราะห์สถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมในเขตสุขภาพที่ 3 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่มีบทบาทหน้าที่ในการจัดบริการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมและการบังคับใช้กฎหมายเพื่อคุ้มครองสุขภาพประชาชนจากปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม มีการจัดบริการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมตาม พ.ร.บ.สาธารณสุข ยังไม่เหมาะสมตามมาตรฐานทำให้ประชาชนได้รับบริการที่ไม่ได้มาตรฐาน และมีความเสี่ยงในการเกิดเหตุรำคาญ เหตุฉุกเฉิน และมลพิษที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ได้แก่ การจัดการขยะ สิ่งปฏิกูล น้ำบริโภค การบังคับใช้กฎหมายฯ ทำให้การพัฒนางานด้านสิ่งแวดล้อมยังมีค่อนข้างน้อย และไม่ครอบคลุม ทั้งนี้สาเหตุหลักคือบุคลากรที่รับผิดชอบในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ยังขาดความรู้ และทักษะในการดำเนินงาน สถานการณ์การดำเนินงาน ปี 2560 โดยศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ทำหน้าที่ในการสนับสนุนด้านวิชาการ ให้คำปรึกษา กำกับติดตาม และประเมินรับรองผลการดำเนินงาน พบว่า มี อปท. นำเครื่องมือ EHA ไปใช้เป็นกระบวนการพัฒนาคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อม จำนวน 122 แห่ง(4 จังหวัด) ผ่านการประเมินรับรองคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อม จำนวน 118 แห่ง แบ่งเป็นระดับเทศบาลจำนวน 102 แห่ง ระดับองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) จำนวน 16 แห่ง แยกประเด็นที่ผ่านฯ ของเทศบาล คือ การจัดการมูลฝอยทั่วไป จำนวน 56 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 46.46 รองลงมา คือ การจัดการสุขาภิบาลอาหาร จำนวน 24 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 18.90, รองลงมา คือ การจัดการคุณภาพน้ำบริโภค จำนวน 20 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 15.75 และน้อยที่สุด คือ การจัดการสิ่งปฏิกูล จำนวน 1 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 00.79 ด้านงานชุมชนผลการดำเนินงานมี Active Community จำนวน 63 แห่ง ด้านการจัดการน้ำบริโภค มีการพัฒนาเครือข่ายใน อปท. จำนวน 50 แห่ง จากสถานการณ์ข้างต้น แสดงให้เห็นว่า การดำเนินงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมยังจำเป็นต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากละเลยการดำเนินงานอาจส่งผลเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ จึงจัดทำโครงการพัฒนาคุณภาพการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมและการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายผ่านการดำเนินงานของคณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัด(คสจ.) และสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(EHA) เพื่อให้ระบบบริการเกิดความยั่งยืน รวมถึงการพัฒนาให้เกิดชุมชนเข้มแข็งด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม(Active Community) ที่มุ่งเน้นการขับเคลื่อนอย่างมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนอยู่ในสภาวะแวดล้อมที่ดีสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป

วัตถุประสงค์ : 1 เพื่อขับเคลื่อนการบังคับใช้กฎหมายผ่านการดำเนินงานของคณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัด(คสจ.) และใช้ คสจ. เป็นกลไกการดำเนินงานอนามัยสิ่งแวดล้อม 2 เพื่อพัฒนาและปรับปรุงกฎหมายด้านการจัดการมูลฝอย 3 เพื่อพัฒนาคุณภาพการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นผ่านกระบวนการคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อม (EHA) 4 เพื่อสรรหาตำบลต้นแบบที่มีชุมชนเข้มแข็งด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1.จังหวัดมีการจัดประชุมคณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัด อย่างน้อย 2 ครั้งต่อปี 5 แห่ง 2.เทศบาลมีระบบจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมผ่านการรับรองมาตรฐานคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อม (EHA) อย่างน้อยระดับพื้นฐานขึ้นไป เน้น 1 ใน 4 ด้าน ได้แก่ สุขาภิบาลอาหาร ด้านการจัดการคุณภาพน้ำบริโภค ด้านการจัดการสิ่งปฏิกูล และด้านการจัดการมูลฝอย 50 ร้อยละ 3.ตำบลต้นแบบด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม จังหวัดละ 1 แห่ง 4 ชุมชน/ตำบล

วิธีการดำเนินงาน : 1 การประสานจังหวัดเพื่อดำเนินการและชี้แจงเป้าหมาย o การประชุม คสจ.อย่างน้อยจังหวัดละ 2 ครั้ง/ปี เน้นการพัฒนาและปรับปรุงกฎหมายด้านการจัดการมูลฝอย o เทศบาลมีระบบจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมผ่านการรับรองมาตรฐานคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อม (EHA) อย่างน้อยระดับพื้นฐานขึ้นไป เน้น 1 ใน 4 ด้าน ได้แก่ สุขาภิบาลอาหาร ด้านการจัดการคุณภาพน้ำบริโภค ด้านการจัดการสิ่งปฏิกูล และด้านการจัดการมูลฝอย ร้อยละ 50 2 เข้าร่วมสังเกตการณ์การประชุม คสจ.ทุกครั้ง และติดตามมติ รวมถึงผลการดำเนินงาน 3 นิเทศติดตาม 4 การประเมินรับรองมาตรฐานคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อม (EHA) 5 สรรหาตำบลต้นแบบด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม(ที่พัฒนาและปรับปรุงกฎหมายด้านการจัดการมูลฝอย รวมถึงมีการบังคับใช้ผ่านกระบวนการ EHA) 6 ออกใบประกาศนียบัตรรับรอง/ป้ายรับรอง

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 สนับสนุนการจัดประชุมคณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัด (คสจ.)เข้าร่วมสังเกตการณ์และให้ข้อเสนอแนะการประชุม คณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัด 1 ธ.ค. 2560 - 28 ก.ย. 2561 9,600.00
2 นิเทศติดตาม โดยบูรณาการร่วมกับโครงการส่งเสริมการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมในจังหวัด ท้องถิ่นและชุมชน, โครงการน้ำบริโภคปลอดภัยและสุขอนามัยของประชาชน, โครงการพัฒนาการจัดการสิ่งปฏิกูลเพื่อลดการปนเปื้อนสู่แหล่งน้ำ 1 ม.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561 19,800.00
3 การประเมินรับรองมาตรฐานคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อม (EHA) หมายเหตุ : ลงประเมินเฉพาะ อปท.ที่มีคะแนน LPA ตั้งแต่ 80% 1 ม.ค. 2561 - 31 พ.ค. 2561 33,200.00
4 สรรหาตำบลต้นแบบด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม 1 มิ.ย. 2561 - 31 ก.ค. 2561 9,000.00
5 ออกใบประกาศนียบัตรรับรอง/ป้ายรับรอง 1 มิ.ย. 2561 - 31 ส.ค. 2561 4,100.00
รวมเป็นเงิน 75,700.00
งบประมาณ : 75,700.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ธ.ค. 2560 - 28 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : - องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีการพัฒนาคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมให้ได้มาตรฐานขยายผลสู่ชุมชนเข้มแข็งด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม Active Community เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1 นางสาวจุไรรัตน์ ชำนาญไพร 2 นางสาวฐิรัศท์ชา รอดตัว 3 นางกรุณา สุขแท้ 4 นางสาวสุทธิหญิง ฝอยทอง 5 นางสาวเสาวนีย์ สาบุตร

ผู้เสนอโครงการ : นางรำไพ เกียรติอดิศร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายก้องเกียรติ เติมเกษมศานต์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายศักดา อัลภาชน์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์
ลำดับที่ : 28

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนารูปแบบการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ

ยุทธศาสตร์ : 1.5 ส่งเสริมผู้สูงอายุไทยเพื่อเป็นหลักชัยของสังคม

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 13. อายุคาดเฉลี่ยของการมีสุขภาพ (Health-Adjusted Life Expectancy : HALE)

cluster : กลุ่มผู้สูงอายุ

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (45)14.4 สร้าง พัฒนาเครือข่าย(Partnership) และสร้างสังคมแห่งความรอบรู้ในการส่งเสริมสุขภาพ (Health Literate community)

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : ในประเทศไทยกระทรวงสาธารณสุขได้ทำการสำรวจความชุกของโรคสมองเสื่อมในผู้สูงอายุในปี พ.ศ. 2555 พบว่าผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 60 ปี ทั่วประเทศไทย มีจำนวนผู้ที่เป็นโรคสมองเสื่อมร้อยละ 3.34ของจำนวนผู้สูงอายุทั้งหมดโดยในส่วนของผู้สูงอายุในช่วงอายุ 60-64 ปี มีผู้ที่เป็นโรคสมองเสื่อมเพิ่มจากเดิมร้อยละ 1 เป็นร้อยละ 31.3 และในผู้สูงอายุช่วงอายุมากกว่า 90 ปีขึ้นไป พบว่ามีผู้ที่เป็นโรคสมองเสื่อมถึงร้อยละ 70 ปัจจุบัน (ปี 2560) เขตสุขภาพที่ 3 มีผู้สูงอายุจำนวน 463,733 คน (ร้อยละ 20.79) ได้รับการประเมินคัดกรองสุขภาพ (การประเมินความสามารถในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน, ADL) จำนวน 344,527 คน (ร้อยละ 74.22) จำแนกผู้สูงอายุออกเป็น 3 กลุ่ม คือกลุ่มที่ 1 คือผู้สูงอายุติดสังคมหรือกลุ่มที่ยังช่วยเหลือตนเองและผู้อื่นได้ ทำกิจกรรมต่างๆ ได้ จำนวน 332,339คน (ร้อยละ 96.46) กลุ่มที่ 2 คือผู้สูงอายุติดบ้านหรือกลุ่มพึ่งตนเองได้บ้างและช่วยเหลือตนเองได้บ้าง จำนวน 9,747 คน (ร้อยละ 2.83) และกลุ่มที่ 3 คือผู้สูงอายุติดเตียงหรือกลุ่มที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้เลย จำนวน 2,441 คน คิดเป็นร้อยละ 0.71 ซึ่งจากข้อมูลดังกล่าวพบว่าเป็นผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิง (กลุ่มติดบ้านติดเตียง) ร้อยละ 3.54 และในกลุ่มผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิงนี้ พบว่ามีผู้สูงอายุที่เป็นโรคสมองเสื่อมถึง ร้อยละ 2.08 และเป็นผู้สูงอายุที่มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ ร้อยละ 42. 56 ข้อมูลดังกล่าวข้างต้นคือความจำเป็นที่ต้องสร้างและพัฒนารูปแบบการส่งเสริมสุขภาพ และพัฒนาแหล่งเรียนรู้ในชุมชนเพื่อการดูแลผู้สูงอายุให้ มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์และป้องกันภาวะสมองเสื่อม ซึ่งในปี 2560 กระทรวงสาธารณสุขให้ความสำคัญและมุ่งเน้นในการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง กลุ่มติดบ้านและติดเตียง ให้ได้รับการดูแลจาก ทีมสหสาขาวิชาชีพ จากหน่วยบริการปฐมภูมิและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพระดับตำบล บริการดูแลด้านสุขภาพถึงที่บ้านอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ตามปัญหาสุขภาพ และสนับสนุนการมีส่วนร่วมของครอบครัว ชุมชน ท้องถิ่น เพื่อส่งผลให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดี เข้าถึงบริการอย่างถ้วนหน้าและเท่าเทียมเพื่อตอบสนองนโยบายการจัดระบบดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุขสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ จัดทำโครงการพัฒนารูปแบบการส่งเสริมสุขภาพ และพัฒนาแหล่งเรียนรู้ในชุมชนเพื่อการดูแลผู้สูงอายุแบบยั่งยืน มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์และป้องกันภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ ประจำปีงบประมาณ 2561 ขึ้น เพื่อสนับสนุนการสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน และท้องถิ่น สร้างสังคมแห่งการรอบรู้ก่อให้เกิดความต่อเนื่องและยั่งยืน ครอบคลุมในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 3

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อพัฒนารูปแบบการส่งเสริมสุขภาพและดูแลกลุ่มผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) ให้มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ 2. สร้างแหล่งเรียนรู้ ด้านการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ ในชุมชน 3. พัฒนาศักยภาพบุคลากรเกี่ยวกับ รูปแบบการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุและป้องกันภาวะสมองเสื่อม 4. ประเมินภาวะสุขภาพพระสงฆ์และสนับสนุนการดำเนินงานวัดส่งเสริมสุขภาพ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
รูปแบบการขับเคลื่อนโรงเรียนผู้สูงอายุและศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ /ชมรมผู้สูงอายุเพื่อการดูแลผู้สูงอายุ แบบยั่งยืนและมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ 1 รูปแบบ

วิธีการดำเนินงาน : 1. เขียนโครงการและแผนการดำเนินงานตามกิจกรรม 2. ประชุมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กระบวนการขับเคลื่อนโรงเรียนผู้สูงอายุ / ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ /ชมรมผู้สูงอายุ 4 ครั้ง 3. จัดประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ รูปแบบการดำเนินงานชุมชนต้นแบบดีเด่น เพื่อการดูแลผู้สูงอายุแบบยั่งยืนและมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ 1 ครั้ง / 2 วัน 4. เยี่ยมเสริมพลัง การดำเนินการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ ด้านการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ ในชุมชน 5. สนับสนุนการดำเนินการ ตรวจสุขภาพพระสงฆ์และร่วมเยี่ยมประเมินการดำเนินการวัดส่งเสริมสุขภาพ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กระบวนการขับเคลื่อนกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพและทันตสุขภาพใน โรงเรียนผู้สูงอายุ / ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ /ชมรมผู้สูงอายุ 4 ครั้ง 1 ม.ค. 2561 - 28 ก.พ. 2561 181,600.00
2 จัดประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และคัดเลือกพื้นที่ต้นแบบดีเด่นที่มี รูปแบบการดำเนินงาน ในการดูแลผู้สูงอายุแบบยั่งยืนและมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ 2 วัน 1 ก.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561 140,000.00
3 เยี่ยมเสริมพลัง การดำเนินการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ ด้านการส่งเสริมสุขภาพ/ทันตสุขภาพ และป้องกันภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ ในชุมชนและสนับสนุนการดำเนินการวัดส่งเสริมสุขภาพ 1 มี.ค. 2561 - 30 มิ.ย. 2561 29,200.00
รวมเป็นเงิน 350,800.00
งบประมาณ : 350,800.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ม.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : มีแหล่งเรียนรู้ด้านการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุในชุมชน ผู้สูงอายุได้รับการพัฒนาทักษะกายใจและมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นางนาฎสินี ชัยแก้ว 2. ทันตแพทย์หญิงจันจิรา วันแต่ง 3. นางพรทิพย์ รักคำมี 4. นางณัฐพร ม่วงแดง

ผู้เสนอโครงการ : นางนาฏสินี ชัยแก้ว

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายก้องเกียรติ เติมเกษมศานต์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายศักดา อัลภาชน์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์
ลำดับที่ : 29

ชื่อโครงการ : โครงการบริหารจัดการเพื่อรองรับแผนงานบุคลากรภาครัฐ

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กลุ่ม FIN

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (79)25.6 การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ

แผนจัดสรรงบประมาณ :   10. แผนงานบุคลากรภาครัฐ

หลักการและเหตุผล : การบริหารงบประมาณของศูนย์อนามัยที่ ๓ เป็นการบริหารจัดการภาครัฐโดยมีวัตถุประสงค์ของการดำเนินการ มีเป้าหมาย และตัวชี้วัดความสำเร็จที่ชัดเจน ซึ่งมีกรอบการดำเนินงานตามประเด็นยุทธศาสตร์ คือ ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล งานการเงินและบัญชี จึงต้องจัดทำโครงการ เพื่อดำเนินการตามแผนงาน โครงการ ให้บรรลุผล เกิดความประหยัด คุ้มค่า มีประสิทธิภาพเกิดประสิทธิผล

วัตถุประสงค์ : เพื่อให้การบริการ สนับสนุน ส่งเสริม ประสานงานและอำนวยการให้ปฏิบัติงานของ ศูนย์อนามัยที่ 3 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. หน่วยงานมีการบริหารจัดการ การดำเนินงานได้บรรลุตามเป้าหมาย 1 หน่วยงาน 2. มีการเบิกจ่ายได้ทันตามกำหนดระยะเวลาตามเป้าหมายของกรมอนามัย ร้อยละ 100

วิธีการดำเนินงาน : 1. จัดทำแผนการดำเนินงาน 2. ดำเนินการตามแผนการดำเนินงาน 3. ติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน 4. รายงานผลการดำเนินงาน

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ค่าเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุกำลังคนด้านสาธารณสุข(พตส) 1 ต.ค. 2560 - 28 ก.ย. 2561 2,880,000.00
2 ค่าเงินเพิ่มพิเศษแพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร ที่ไม่ทำเวชปฏิบัติส่วนตัว 1 ต.ค. 2560 - 28 ก.ย. 2561 480,000.00
3 ประกันสังคมพนักงานราชการ 1 ต.ค. 2560 - 28 ก.ย. 2561 152,000.00
4 ค่าใช้จ่ายในการประชุม อบรม สัมมนา ค่าตอบแทนผุู้ปฏิบัติงาน ค่าใช้สอย 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 563,740.00
รวมเป็นเงิน 4,075,740.00
งบประมาณ : 4,075,740.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : บุคลากร ศูนย์อนามัยที่ 3 พึงพอใจต่อระบบการดำเนินงาน

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางจุฑารัตน์ ฤทธิ์ฉ่ำ

ผู้เสนอโครงการ : นางจุฑารัตน์ ฤทธิ์ฉ่ำ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางสาวอรพิน บุญชายสินธ์ุ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายศักดา อัลภาชน์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์
ลำดับที่ : 30

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาและขับเคลื่อน นโยบาย ยุทธศาสตร์ ด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ปี 2561

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กลุ่ม KISS

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (72)24.2 พัฒนาและขับเคลื่อนกฎหมาย นโยบาย และยุทธศาสตร์ด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

แผนจัดสรรงบประมาณ :   7. แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาด้านสาธารณสุขและสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก

หลักการและเหตุผล : กระแสการปฏิรูประบบสุขภาพภายใตการปฏิรูปประเทศไทย มุงหวังใหประชาชนตระหนักในการ สรางเสริมสุขภาพของตนเอง เนนใหประชาชนทุกกลุมวัยตระหนักในสุขภาพของตนเอง ลดปจจัยพฤติกรรมเสี่ยง ใหความสําคัญกับสุขภาพในมิติที่กวางกวาการบริการทางการแพทย สรางเสริมระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิที่เอื้อ ตอการเขาถึงบริการสุขภาพที่จําเปน บูรณาการการทํางานของภาคสวนตาง ๆ ในระบบสุขภาพเพื่อให้เกิดเอกภาพ สร้างความเป็นธรรมด้านสุขภาพแก่ประชาชน กรมอนามัยได้ทบทวน ปรับปรุงวิธีการและกลไกการดำเนินงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปและความท้าทายต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน โดยการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ การพัฒนาระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ตามแผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติ ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564 ) เพื่อให้เกิดการผสานแนวคิด เป้าหมาย มาตรการ และบทบาทของทุกฝ่ายให้เชื่อมโยงกันอย่างเป็นเหตุเป็นผล นำไปสู่การจัดทำแผนงาน/โครงการแบบบูรณาการและวัดผลการปฏิบัติงานได้อย่างชัดเจน ในส่วนของศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ มีภารกิจในการสังเคราะห์ความรู้ ดูภาพรวม เพื่อกำหนดข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ออกแบบระบบกระบวนการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม โดยการประสานงาน สร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย และกำกับดูแลเพื่อให้ภาคีเครือข่ายเกิดความรับผิดชอบต่อการดำเนินงานด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม การพัฒนาและขับเคลื่อนนโยบายการสร้างเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม สู่เขตสุขภาพ ถือเป็นอีกบทบาทหนึ่งที่มีความสำคัญ ศูนย์อนามัยที่ 3 ใช้กลวิธีการสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายสุขภาพที่เกี่ยวข้อง ประสานเชื่อมโยง นโยบายและบูรณาการงาน ร่วมกับศูนย์วิชาการในเขตสุขภาพที่ 3 เพื่อผลักดันและขับเคลื่อนนโยบายของกรมอนามัย และกระทรวงสาธารณสุข ให้เกิดการดําเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพในพื้นที่ การขับเคลื่อนการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องมี กระบวนการวางแผนเป็นการกำหนดทิศทางหรือแนวทางการดำเนินงานในอนาคตขององค์กรเน้นกระบวนการและจุดมุ่งหมายรวมที่หน่วยงานหรือองค์กรมุ่งหวังให้เกิดขึ้นในอนาคตเป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้การบริหารและการจัดการขององค์กรมีประสิทธิภาพสูงสุด ดังนั้นกลุ่มขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ ได้จัดทำโครงการ “พัฒนาและขับเคลื่อน นโยบาย ยุทธศาสตร์ ด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ปี 2561 ” ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการภายในองค์กรให้มีประสิทธิภาพ และส่งเสริมให้บุคลากรทำงานกับเขตสุขภาพแบบมืออาชีพ ก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมในระดับเขตสุขภาพ

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการงานแผนงาน งบประมาณและประเมินผลภายในองค์กรให้มีประสิทธิภาพ 2. เพื่อติดตามประเมินผลการดำเนินงานของศูนย์อนามัยที่ 3

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
งานแผนงาน งบประมาณและประเมินผลภายในองค์กร 1 แผน

วิธีการดำเนินงาน : 1 งานบริหารแผนงานโครงการ 1.1 จัดทำรายงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 1.2 จัดทำเอกสารแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 และ จัดทำ Master plan และปฏิทินกิจกรรมภาพรวมศูนย์ฯ 1.3 พัฒนาระบบการทำงาน ในงานแผน งานงบประมาณและงานประเมินผล จัดทำคู่มือปฏิบัติงาน งานนโยบายและแผน งานงบประมาณสำหรับบุคลากรศูนย์อนามัยที่ 3 1.4 จัดประชุมถ่ายทอดยุทธศาสตร์ กลยุทธ์ สู่การปฏิบัติประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 1.5 ประชุมราชการบูรณาการงานกับศูนย์วิชาการในเขตสุขภาพที่ 3 1.6 ประชุมจัดทำแผนปฏิบัติการปีงบประมาณ 2562 1.7 จัดประชุมรับการนิเทศติดตามการดำเนินงานจากกรมอนามัย

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดทำรายงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 1 ธ.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 8,000.00
2 จัดทำเอกสารแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 และ จัดทำ Master plan และปฏิทินกิจกรรมภาพรวมศูนย์ฯ 1 ต.ค. 2560 - 30 พ.ย. 2560 650.00
3 จัดประชุมถ่ายทอดยุทธศาสตร์ กลยุทธ์ สู่การปฏิบัติประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 1 ต.ค. 2560 - 31 ต.ค. 2560 7,000.00
4 ประชุมราชการบูรณาการงานกับศูนย์วิชาการในเขตสุขภาพที่ 3 1 ม.ค. 2561 - 31 ม.ค. 2561 6,800.00
5 ประชุมจัดทำแผนปฏิบัติการปีงบประมาณ 2562 1 ก.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561 17,000.00
6 จัดประชุมรับการนิเทศติดตามการดำเนินงานจากกรมอนามัย 1 เม.ย. 2561 - 30 เม.ย. 2561 11,900.00
รวมเป็นเงิน 51,350.00
งบประมาณ : 51,350.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 31 ก.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : นโยบาย ยุทธศาสตร์ องค์ความรู้ด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ได้รับการขับเคลื่อนโดยภาคีเครือข่ายสุขภาพที่เกี่ยวข้องอย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางอนงค์ รุ่งรัตน์

ผู้เสนอโครงการ : นางอนงค์ รุ่งรัตน์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางบุญชู มากบุญ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายศักดา อัลภาชน์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์
ลำดับที่ : 31

ชื่อโครงการ : พัฒนาระบบเฝ้าระวัง และการจัดการฐานข้อมูลสารสนเทศ ปี 2561

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กลุ่ม KISS

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (71)24.1 พัฒนาระบบเฝ้าระวัง การจัดการความรู้ และนวัตกรรมด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

แผนจัดสรรงบประมาณ :   4. แผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ

หลักการและเหตุผล : ปัจจัยสำคัญประการหนึ่งในการพัฒนาระบบงาน คือ การได้มาซึ่งข้อมูล ที่ถูกต้อง ครบถ้วน และรวดเร็ว โดยใช้ระบบสารสนเทศ (Information System) เป็นเครื่องมือในการแปลงข้อมูล (Data) ให้อยู่ในรูปของสารสนเทศ (Information) ที่พร้อมใช้งานได้ทันทีโดยข้อมูลต้องมีความถูกต้อง ทันสมัย มีความซ้ำซ้อนของข้อมูลน้อยที่สุด และมีการแบ่งกันใช้งานข้อมูล การที่จะได้มาซึ่งข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และรวดเร็ว ต้องรวบรวมข้อมูลต่างๆ ให้เป็นระบบ เก็บไว้ในรูปแบบที่สามารถ เรียกใช้ได้ทันทีเมื่อต้องการ และในการเรียกนั้นอาจเรียกเพียงส่วนใดส่วนหนึ่ง มาใช้ประโยชน์เป็นครั้งคราวก็ได้ ฐานข้อมูลที่ดีควรจะได้รับการปรับปรุงข้อมูล ในระบบฐานข้อมูล และปรับปรุงกระบวนการของระบบงานให้ทันสมัยอยู่เสมอ กลุ่มขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และพัฒนากำลังคน ได้มีการจัดทำระบบฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพของประชาชนทุกกลุ่มวัย และการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมทั้งในครัวเรือน สถานบริการ และชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อวิเคราะห์ประเมินผลการดำเนินงานที่ผ่านมาแล้วยังพบว่า การบริหารจัดการระบบฐานข้อมูลยังมีปัญหาอยู่หลายประเด็นเช่น รายการข้อมูลที่นำเข้าในระบบยังไม่ครอบคลุม ครบถ้วนเพียงพอที่จะทำให้วิเคราะห์ สังเคราะห์ปัญหาสุขภาพของประชาชนได้ การนำเข้าข้อมูลยังไม่อยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน การวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูลยังไม่เกิดการทำงานร่วมกันของนักวิชาการ กับเจ้าหน้าที่งานเทคโนโลยีสารสนเทศ เจ้าหน้าที่ยังวิเคราะห์ สังเคราะห์ และชี้ประเด็นปัญหาได้ไม่ชัดเจน เป็นต้น ดังนั้น เพื่อให้ระบบฐานข้อมูลของศูนย์อนามัยที่ 3 สามารถนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ได้กับการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาระบบเฝ้าระวัง และการจัดการฐานข้อมูลสารสนเทศ ปี 2561ขึ้น

วัตถุประสงค์ : 7.1 พัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่เรื่องการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูล ประเด็นปัญหาสุขภาพ 7.2 พัฒนาฐานข้อมูลให้มีข้อมูลครอบคลุมทุกกลุ่มวัย และอนามัยสิ่งแวดล้อม 7.3 พัฒนาช่องทางการเข้าถึงฐานข้อมูลให้ง่าย และสะดวก

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
ระบบฐานข้อมูลมีข้อมูลงานส่งเสริมสุขภาพกลุ่มวัย และอนามัยสิ่งแวดล้อม ครบถ้วน 1 ระบบ

วิธีการดำเนินงาน : 1. ประชุมเชิงปฏิบัติการ “ข้อมูลชี้วัดสภาวะสุขภาพกลุ่มวัย การวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูล และชี้ประเด็นปัญหาสุขภาพ” 2. ประชุมวางแผนการจัดการฐานข้อมูลสารสนเทศ -รายการข้อมูลประเมินสภาวะสุขภาพกลุ่มวัยและการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อม - การนำข้อมูลเข้าระบบ - รูปแบบการนำเสนอข้อมูล 3.จัดทำแผนการนำเข้าข้อมูล และรูปแบบการนำเสนอข้อมูล 4.จัดทำช่องทางการเข้าถึงระบบฐานข้อมูลให้สะดวกและง่าย 5.ติดตามการนำเข้าข้อมูล/ ร่วมวิเคราะห์ สังเคราะห์และการนำเสนอข้อมูล 6.ประชุมสรุปผลการจัดการฐานข้อมูลสภาวะสุขภาพกลุ่มวัยและการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อม

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมเชิงปฏิบัติการ “ข้อมูลชี้วัดสภาวะสุขภาพกลุ่มวัย การวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูล และชี้ประเด็นปัญหาสุขภาพ” 1 พ.ย. 2560 - 30 พ.ย. 2560 85,950.00
2 ประชุมวางแผนการจัดการฐานข้อมูลสารสนเทศ -รายการข้อมูลประเมินสภาวะสุขภาพกลุ่มวัยและการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อม - การนำข้อมูลเข้าระบบ - รูปแบบการนำเสนอข้อมูล 15 พ.ย. 2560 - 30 พ.ย. 2560 4,500.00
3 ประชุมสรุปผลการจัดการฐานข้อมูลสภาวะสุขภาพกลุ่มวัยและการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อม 15 ส.ค. 2561 - 31 ส.ค. 2561 4,500.00
รวมเป็นเงิน 94,950.00
งบประมาณ : 94,950.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 พ.ย. 2560 - 31 ส.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : ระบบฐานข้อมูลงานส่งเสริมสุขภาพ และอนามัยสิ่งแวดล้อม เป็นระบบที่มีข้อมูลที่ทันสมัย ครบถ้วน ข้อมูลไปใช้ประโยชน์ได้ทันที

ผู้รับผิดชอบโครงการ : น.ส.กมลกาญจน์ คุ้มชู

ผู้เสนอโครงการ : น.ส.กมลกาญจน์ คุ้มชู

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางบุญชู มากบุญ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายศักดา อัลภาชน์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์
ลำดับที่ : 32

ชื่อโครงการ : โครงการ: การจัดการความรู้ และนวัตกรรม ด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ปี 2561

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 19. จำนวนงานวิจัย ผลงาน วิชาการ และนวัตกรรมที่ถูกนำไปใช้ประโยชน์

cluster : กลุ่ม KISS

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (71)24.1 พัฒนาระบบเฝ้าระวัง การจัดการความรู้ และนวัตกรรมด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

แผนจัดสรรงบประมาณ :   2. แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

หลักการและเหตุผล : กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข มีบทบาทสำคัญในการเป็นผู้กำหนดนโยบาย (Policy marker) ด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมให้มีทิศทางการดำเนินงานที่เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน ตามกรอบของ Life Course Approach เนื่องจากสถานการณ์ต่างๆทั้งในและต่างประเทศมีการเปลี่ยนแปลง อย่างรวดเร็ว ดังนั้น การพัฒนาความเป็นวิชาการของบุคลากร การพัฒนาสมรรถนะบุคลากรให้มีความเข้มแข็ง ที่ผ่านกระบวนการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ และเชื่อมโยง แสดงปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในการพยากรณ์ (Forecast) ด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม เพื่อให้สอดคล้องกับบทบาทการนำ และการเป็น ผู้กำหนดนโยบายเขตสุขภาพ ระดับประเทศ จากการวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน 4 ปีย้อนหลัง (ปี 2557-2560) ศูนย์อนามัยที่ 3 สามารถผลิตผลงานเชิงปริมาณ (งานวิจัย/R2R/นวัตกรรม) คือ 7 เรื่อง, 8 เรื่อง, 9 เรื่อง, และ 2 เรื่อง ตามลำดับ เมื่อพิจารณาในเชิงคุณภาพ มีผลงานที่สอดรับปัญหาระดับเขตสุขภาพ จำนวน 1 เรื่อง, 2 เรื่อง, 0 เรื่อง, และ 1 เรื่อง ตามลำดับ ส่วนผลงาน KM ระดับงานหน่วยงานสามารถผลิตได้ จำนวน 41 เรื่อง, 38 เรื่อง, 34 เรื่อง, และ 29 เรื่อง ตามลำดับ ซึ่งพบว่าบุคลากรขาดทักษะด้านการเขียนรายงานและการนำเสนอผลงานที่ดี ขาดความต่อเนื่องการต่อยอดผลงานสู่นวตกรรม หรือ R2R อย่างเป็นรูปธรรมมีน้อย ดังนั้นการปรับกระบวนงานพัฒนาวิชาการด้วยการกำหนดให้ศูนย์วิจัย การจัดการความรู้และนวัตกรรม (R&D KM center) งานประจำต่อเนื่อง และการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้โดยร่วมมือกันจัดเวทีนำเสนอผลงานวิชาการ งานจัดการความรู้ และนวัตกรรมระหว่างศูนย์อนามัยที่ 1- 3 เพื่อให้เกิดเวทีนำเสนอผลงาน แลกเปลี่ยนความรู้ และนวัตกรรมระดับภาคเหนือ ต่อไป

วัตถุประสงค์ : 7.1 เพื่อพัฒนากลไกการผลิตผลงานนวัตกรรม R2R และวิจัย ด้วยการจัดตั้งศูนย์วิจัย การจัดการความรู้และ นวัตกรรม 7.2 เพื่อพัฒนาความรู้ ความเข้าใจในการเลือกประเด็นผลิตผลงานการจัดการความรู้ นวัตกรรม และผลงาน วิชาการ (R2R และวิจัย) 7.3 เพื่อจัดบรรยากาศการแลกเปลี่ยนเรียนรู้สู่การต่อยอดนวัตกรรมระดับภาคเหนือ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1.จำนวน R2R หรือวิจัย (กลุ่มภารกิจละ 1 เรื่อง และ รพ. 3 เรื่อง) 2. จำนวน R2R หรือวิจัยได้รับการตีพิมพ์ผ่านวารสาร ร้อยละ 50

วิธีการดำเนินงาน : 1. จัดบริการ Innovation and research meeting ให้คำปรึกษาการทำงานวิจัย/R2R 1 ครั้ง/เดือน 2. จัดประชุมประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง "ชี้ช่อง มองประเด็นเน้นพัฒนางานประจำ R2R" สำหรับนักวิจัยหน้าใหม่ และบุคลากร Gen Y จำนวน 2 รุ่น 3. จัดกิจกรรมพี่เลี้ยง งานKM และงานวิจัย 4. จัดเวที LIKE Talk 3 ศูนย์อนามัย ภาคเหนือ 3 ครั้ง 5. จัดเวทีวิชาการ ร่วมกับศูนย์วิชาการและเขตสุขภาพที่ 3

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1.จัด Innovation and research meeting 1 ธ.ค. 2560 - 31 ก.ค. 2561 12,600.00
2 2.ประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง "ชี้ช่อง มองประเด็นเน้นพัฒนางานประจำ R2R" (2 รุ่น) 1 พ.ย. 2560 - 30 พ.ย. 2560 13,600.00
3 จัดบรรยากาศการแลกเปลี่ยนเรียนรู้สู่การต่อยอดนวัตกรรมระดับภาคเหนือ คัดเลือกผลงาน จัดเวที like talk award ภาคเหนือ 1 ต.ค. 2560 - 31 ต.ค. 2560 8,500.00
4 จัดบรรยากาศการแลกเปลี่ยนเรียนรู้สู่การต่อยอดนวัตกรรมระดับภาคเหนือ ครั้งที่ 2 ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ เป็นเจ้าภาพ 1 ธ.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 58,000.00
5 จัดบรรยากาศการแลกเปลี่ยนเรียนรู้สู่การต่อยอดนวัตกรรมระดับภาคเหนือครั้งที่ 3 ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ เป็นเจ้าภาพ 1 ก.พ. 2561 - 28 ก.พ. 2561 52,300.00
6 จัดบรรยากาศการแลกเปลี่ยนเรียนรู้สู่การต่อยอดนวัตกรรมระดับภาคเหนือครั้งที่ 4 ศูนย์อนามัยที่ 2 พิษณุโลก เป็นเจ้าภาพ 1 พ.ค. 2561 - 31 พ.ค. 2561 5,000.00
7 จัดเวทีวิชาการ ร่วมกับศูนย์วิชาการและเขตสุขภาพที่ 3 1 ก.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561 50,000.00
รวมเป็นเงิน 200,000.00
งบประมาณ : 200,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 31 ก.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 15.1 บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 3 มีความรู้ด้านการวิจัยและสามารถพัฒนางานประจำไปสูวิจัยและ ผลิตผลงานวิจัย/นวัตกรรม/การจัดการความรู้ได้อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ 15.2 ผลงานวิจัย / นวัตกรรม/การจัดการความรู้ได้รับการเผยแพร่ในเวทีวิชาการภายนอกหน่อยงาน 15.3 ผลงานวิจัย ผลงานวิชาการ และนวัตกรรมที่ถูกนำไปใช้ประโยชน์สอดคล้องกับนโยบาย (กระทรวง) และกลไกการขับเคลื่อนนโยบาย (เขตสุขภาพ)

ผู้รับผิดชอบโครงการ : น.ส.วันเพ็ญ สุทธิโกมินทร์

ผู้เสนอโครงการ : น.ส.วันเพ็ญ สุทธิโกมินทร์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางบุญชู มากบุญ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายศักดา อัลภาชน์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์
ลำดับที่ : 33

ชื่อโครงการ : โครงการอำเภอต้นแบบการจัดการตำบลบูรณาการส่งเสริมสุขภาพ 5 กลุ่มวัยและอนามัยสิ่งแวดล้อม

ยุทธศาสตร์ : 2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 15. ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างน้อยตำบลละ 1 ชุมชน

cluster : กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (54)17.3 ส่งเสริมการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมในจังหวัด ท้องถิ่นและชุมชน

แผนจัดสรรงบประมาณ :   3. แผนงานบูรณาการบริหารจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม

หลักการและเหตุผล : การดูแลสุขภาพของคนไทยในเรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ด้วยการส่งเสริมสุขภาพ โดยการสนับสนุนให้ประชาชนในสังคมเข้ามามีบทบาทในการดูแลสุขภาพของตนเอง และเน้นการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เกิดจากองค์ความรู้ของประชาชนในชุมชนเพื่อให้ง่ายต่อการนำไปปฏิบัติ และเหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ ศูนย์อนามัยที่ 3 ในสังกัดของกรมอนามัยในฐานะเป็นองค์กรหลักของประเทศที่ดูแลระบบส่งเสริมสุขภาพ และระบบอนามัยสิ่งแวดล้อม จึงต้องพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกกลุ่มวัยตลอดช่วงชีวิตให้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีเอื้อต่อการส่งเสริมสุขภาพ โดยการนำกลไกแผนที่ทางเดินยุทธศาสตร์มาใช้ในการพัฒนาแผนงานโครงการสุขภาพโดยการบูรณาการในระดับต่างๆ รวมทั้งการนำรูปแบบที่เหมาะสมในการจัดการพัฒนาให้อำเภอมีความเข้มแข็งในการจัดการสุขภาพตามนโยบายรัฐบาลในการที่จะให้มี คณะกรรมการสาธารณสุขอำเภอเข้ามาดำเนินการสุขภาพ โดยมุ่งเน้นการบูรณาการทุกภาคส่วนเข้ามาสนับสนุน และมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในอำเภอให้ดีขึ้น การใช้ค่ากลางของ ดร.นพ.อมร นนทสุต มาเป็นเครื่องมือในการปรับทิศทางของแผนงานโครงการที่จะส่งผลให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมาย มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ดีขึ้น ซึ่งการจัดทำค่ากลางเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะดึงเอาองค์ความรู้ ภูมิปัญญา และนวัตกรรมต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพของประชาชน และสภาวะแวดล้อมในชุมชนให้เอื้อต่อการมีสุขภาพที่ดี ซึ่งชุมชนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้มาดำเนินการให้เป็นรูปธรรมชัดเจน ศูนย์อนามัยที่ 3 รับแนวคิด และนโยบายดังกล่าวมาจากกรมอนามัย จึงได้จัดทำโครงการตำบลจัดการสุขภาพ 5 กลุ่มวัยและอนามัยสิ่งแวดล้อมขึ้น เพื่อจัดทำค่ากลางความสำเร็จด้านส่งเสริมสุขภาพ 5 กลุ่มวัยและอนามัยสิ่งแวดล้อมระดับเขตในปีงบประมาณ 2560 ได้ดำเนินการทั้งหมดตามเป้าหมายการเป็นตำบลต้นแบบ 20 ตำบลโดยมีการประเมิน ส่งเสริมเผยแพร่วิธีการสนับสนุนงบประมาณและทรัพยากรในบางส่วนที่ใช้เผยแพร่ผลงาน พร้อมทั้งส่งเสริม สนับสนุนให้หน่วยงานในระดับจังหวัด และระดับพื้นที่นำค่ากลางความสำเร็จที่ประกาศ ไปปรับใช้ในการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพ 5 กลุ่มวัย และงานอนามัยสิ่งแวดล้อม โดยคาดหวังที่จะเห็นระบบการดูแลสุขภาพแนวใหม่ที่เกิดจากองค์ความรู้ ภูมิปัญญา และนวัตกรรมของประชาชนในชุมชนโดยในปี 2561ได้ตั้งเป้าหมายที่จะขยายงานออกไปเป็นอำเภอต้นแบบ

วัตถุประสงค์ : 1.เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรแกนนำในกลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพ 5 กลุ่มวัย และกลุ่มพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมศูนย์อนามัยที่ 3 ในระดับอำเภอ ให้มีทักษะการจัดทำค่ากลางการบูรณาการด้านส่งเสริมสุขภาพ 5 กลุ่มวัยและอนามัยสิ่งแวดล้อม 2. เพื่อจัดทำค่ากลางความสำเร็จด้านส่งเสริมสุขภาพ 5 กลุ่มวัยและอนามัยสิ่งแวดล้อมระดับอำเภอให้เป็นต้นแบบ 3.เพื่อสนับสนุนอำเภอต้นแบบในการจัดทำค่ากลางตามความคาดหวังของจังหวัด และเขต 4. เพื่อขับเคลื่อนคณะกรรมการพัฒนาต้นแบบบูรณาการด้านส่งเสริมสุขภาพ 5 กลุ่มวัยและอนามัยสิ่งแวดล้อมในระดับอำเภอ 5. เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้นวัตกรรม องค์ความรู้ และประสบการณ์ในพื้นที่ดำเนินการ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. อำเภอต้นแบบด้านส่งเสริมสุขภาพ 5 กลุ่มวัยและอนามัยสิ่งแวดล้อม (เขตสุขภาพที่ 3) 5 อำเภอ 2. ค่ากลางความสำเร็จด้านส่งเสริมสุขภาพ 5 กลุ่มวัยและอนามัยสิ่งแวดล้อม ระดับอำเภอให้เป็นต้นแบบ 6 ประเด็น 3. ค่ากลางความคาดหวังด้านส่งเสริมสุขภาพ 5 กลุ่มวัยและอนามัยสิ่งแวดล้อม สอดคล้องในระดับจังหวัดและเขตสุขภาพ 5 จังหวัด 4. ได้รูปแบบการพัฒนาอำเภอต้นแบบบูรณาการด้านส่งเสริมสุขภาพ 5 กลุ่มวัย และอนามัยสิ่งแวดล้อมโดยคณะกรรมการสุขภาพอำเภอ (DHB ) 6 รูปแบบ 5.ตำบลต้นแบบบูรณาการด้านส่งเสริมสุขภาพ 5 กลุ่มวัย และอนามัยสิ่งแวดล้อมใช้เทคนิคค่ากลางระดับจังหวัด 20 ตำบล 6. นวัตกรรมรูปแบบการส่งเสริมสุขภาพ และอนามัยสิ่งแวดล้อม ระดับตำบล/ชุมชน 6 รูปแบบ

วิธีการดำเนินงาน : 1.แต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนตำบลจัดการสุขภาพ 5 กลุ่มวัยและอนามัยสิ่งแวดล้อมระดับเขต และระดับจังหวัด และร่วมเป็นคณะทำงานในระดับอำเภอที่ได้รับการคัดเลือกเป็นอำเภอต้นแบบ 2. ประชุมคณะทำงานจัดทำแนวทางการดำเนินการ และร่วมวางแผนการดำเนินงานในรูปแบบการขับเคลื่อนอำเภอจัดการสุขภาพ 5 กลุ่มวัยและอนามัยสิ่งแวดล้อมตามรูปแบบA2IM 3.พัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่กลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพกลุ่มวัย และอนามัยสิ่งแวดล้อมให้เป็นสามารถร่วมเป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการพัฒนาสุขภาพในระดับอำเภอ(DHB)อย่างมีคุณภาพ 4. ประชุมเชิงปฏิบัติการในการดำเนินตามขั้นตอนเพื่อนำไปสู่ความสำเร็จด้านส่งเสริมสุขภาพ 5 กลุ่มวัยและอนามัยสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน ระดับเขตสุขภาพ 5. ประกาศรูปแบบของความสำเร็จระดับเขต และผลงานให้จังหวัดนำไปประกอบการสรุปผลการพัฒนาของจังหวัด 6. ประสานแผนการขับเคลื่อนตำบลจัดการสุขภาพ 5 กลุ่มวัยและอนามัยสิ่งแวดล้อม 7. สนับสนุนวิทยากรด้านการจัดการกระบวนการระดับเขต ระดับจังหวัด และระดับอำเภอ 8. สนับสนุน ติดตาม เยี่ยมเสริมพลังตำบลจัดการสุขภาพ 5 กลุ่มวัยและอนามัยสิ่งแวดล้อม 9.จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และถอดบทเรียนอำเภอจัดการสุขภาพ 5 กลุ่มวัยและอนามัยสิ่งแวดล้อม

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมคณะทำงานจัดทำแนวทางการดำเนินงาน 3 ครั้ง ๆละ 10 คน 1 ต.ค. 2560 - 29 ธ.ค. 2560 4,050.00
2 ประชุมคณะทำงาน จัดทำแผนการขับเคลื่อนอำเภอจัดการสุขภาพ 5 กลุ่มวัยและอนามัยสิ่งแวดล้อมในระดับเขต 1 ต.ค. 2560 - 31 ต.ค. 2560 21,075.00
3 พัฒนาศักยภาพจนท.กลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพกลุ่มวัย และอนามัยสิ่งแวดล้อมให้เป็น ครู ก ในการเป็นทีมสนับสนุนDHB (ส่งพัฒนา) 1 พ.ย. 2560 - 30 พ.ย. 2560 15,780.00
4 ประชุมเชิงปฏิบัติการส่งเสริมสุขภาพ 5 กลุ่มวัยและอนามัยสิ่งแวดล้อมในระดับอำเภอ 1 ม.ค. 2561 - 31 ม.ค. 2561 189,800.00
5 ลงพื้นที่สนับสนุนการขับเคลื่อนตำบลจัดการสุขภาพ 5 กลุ่มวัยและอนามัยสิ่งแวดล้อม 1 ก.พ. 2561 - 29 มิ.ย. 2561 10,000.00
6 สนับสนุนวิทยากรจัดทำกระบวนการDHBระดับอำเภอ และการอบรมครู ข 1 ม.ค. 2561 - 30 มี.ค. 2561 10,000.00
7 นิเทศ ติดตาม เยี่ยมเสริมพลังอำเภอจัดการสุขภาพ 5 กลุ่มวัยและอนามัยสิ่งแวดล้อม 20 ตำบล 10 ครั้ง 1 ก.พ. 2561 - 31 ก.ค. 2561 24,415.00
8 จัดประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และถอดบทเรียน 1 ก.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561 39,500.00
รวมเป็นเงิน 314,620.00
งบประมาณ : 314,620.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 31 ก.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. ได้ต้นแบบบูรณาการด้านส่งเสริมสุขภาพ 5 กลุ่มวัย และอนามัยสิ่งแวดล้อมโดยDHBเป็นแกนหลักในการพัฒนาการดำเนินงานอย่างมีคุณภาพ 2.เกิดนวัตกรรมรูปแบบการส่งเสริมสุขภาพ และอนามัยสิ่งแวดล้อมระดับอำเภอและชุมชน

ผู้รับผิดชอบโครงการ : น.รำไพ เกียรติอดิศร

ผู้เสนอโครงการ : น.รำไพ เกียรติอดิศร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นายก้องเกียรติ เติมเกษมศานต์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายศักดา อัลภาชน์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์
ลำดับที่ : 34

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาและขับเคลื่อนศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์สู่องค์กรคุณภาพคู่คุณธรรมปีงบประมาณ พ.ศ 2561

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)
21. คะแนนการประเมินระดับคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน ตามระบบ ITA โดย ปปท.

cluster : กลุ่ม HR
กลุ่ม FIN

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (75)25.2 ยกระดับคุณภาพชีวิต การบริหารและพัฒนาบุคลากร
(74)25.1 พัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 4 ของกรมอนามัย คือ การปฏิรูประบบงานไปสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล ซึ่งกรมอนามัยมีแนวคิดปรับปรุงทีละขั้นเพื่อก้าวไปสู่การเป็นองค์การที่มีขีดสมรรถนะสูง (High Performance Organization: HPO) โดยเป้าหมายหลักภายในปี 2561 คือ กรมอนามัยผ่านการรับรอง PMQA รายหมวดอย่างน้อย 3 หมวด คือ หมวดที่ 2 หมวดที่ 4 และ หมวดที่ 5 โดยขับเคลื่อนไปพร้อมกันทุกหมวด แต่มุ่งเน้นหมวดที่ขอรับการประเมิน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ ตระหนักถึงความสำคัญและความจำเป็นของการปรับปรุงประสิทธิผล เพื่อยกระดับขีดความสามารถ และพัฒนาองค์กรให้มีสมรรถนะสูงภายใต้การประเมินผลตามเกณฑ์การบริหารจัดการภาครัฐสู่ความเป็นเลิศ (PMQA) จึงมีการจัดทำโครงการพัฒนาและขับเคลื่อนศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์สู่องค์กรคุณภาพคู่คุณธรรมปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 เพื่อการพัฒนาองค์กรไปสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูง (High Performance Organization: HPO) และตอบสนองเป้าหมายของกรมอนามัย

วัตถุประสงค์ : เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาองค์กรตามเกณฑ์การบริหารจัดการภาครัฐสู่ความเป็นเลิศ (PMQA) รายหมวด

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
คะแนนการประเมินตัวชี้วัดที่ 18 ระดับความสำเร็จของการดำเนินงานเพื่อสนับสนุนกรมอนามัยสู่การเป็นองค์กรสมรรถสูง (High Performance Organization : HPO) ตามแนวทาง PMQA มากกว่าหรือเท่ากับ 4 คะแนน

วิธีการดำเนินงาน : 9.1 ประชุมวิเคราะห์ผลการดำเนินงานตามแผนปรับปรุงองค์กรปี 2560 9.2 ประชุมเชิงปฏิบัติการประเมินองค์กร และจัดทำแผนปรับปรุงองค์กร ปี 2561 9.3 ชี้แจงนโยบายและทิศทางการพัฒนาองค์กร 9.4 สื่อสารการพัฒนาองค์กรภายในศูนย์ฯ 9.5 สำรวจการรับรู้และความพึงพอใจของบุคลากรต่อการสื่อสารภายใน 9.6 สำรวจความพึงพอใจของภาคีเครือข่ายต่อการดำเนินงาน/บริการ/ผลิตภัณฑ์ของศูนย์ฯ 9.7 กำหนดแนวทางการรายงานผลการดำเนินงานตามแผนปรับปรุงองค์กรรายหมวด 9.8 จัดกิจกรรม CSR (Corporate Social Responsibility) ร่วมกับ ชุมชนตำบลนครสวรรค์ออก : มหกรรมการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุในตำบลนครสวรรค์ออก 9.9 จัดประชุมสัมมนาภาคีเครือข่ายสัมพันธ์ (CRM : Customer Relationship Management ) 9.10 จัดทำรายงาน Special Report และ Application Report 9.11 สรุปรายงานผลการดำเนินงานโครงการ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมวิเคราะห์ผลการดำเนินงานตามแผนปรับปรุงองค์กรปี 2560 30 ต.ค. 2560 - 30 ต.ค. 2560 3,500.00
2 ประชุมเชิงปฏิบัติการประเมินองค์กร และจัดทำแผนปรับปรุงองค์กรองค์กรปี 2561 (บ้านต้นไม้ บึงฉวาก สุพรรณบุรี) 23 พ.ย. 2560 - 24 พ.ย. 2560 50,000.00
3 จัดมหกรรมส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ กิจกรรม CSR (Corporate Social Responsibility) 1 เม.ย. 2561 - 30 เม.ย. 2561 18,500.00
4 ประชุมสัมมนาภาคีเครือข่ายสัมพันธ์ (ชลพฤกษ์ นครนายก) 16 ส.ค. 2561 - 17 ส.ค. 2561 219,620.00
5 สำรวจความพึงพอใจของภาคีเครือข่ายต่อการดำเนินงาน/บริการ/ผลิตภัณฑ์ของศูนย์ฯ 1 มิ.ย. 2561 - 29 มิ.ย. 2561 8,380.00
6 ประเมินบุคลากร/วิเคราะห์ผลรายบุคคลและภาพรวมขององค์กร (ครั้งที่ 1) โดยใช้แบบวัดความสมดุลในชีวิตและการทำงาน , ประเมินความเครียดโดยแบบประเมินของกรมสุขภาพจิต (ST-5) 1 ต.ค. 2560 - 31 ต.ค. 2560 740.00
7 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่องการจัดทำแผนเสริมสร้างคุณภาพชีวิตและความสุขของบุคลากรในภาพรวมของศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ (Healthy Workplace Happy for Life) 1 ต.ค. 2560 - 30 พ.ย. 2560 80,300.00
8 กิจกรรม Happy Soul วันสงกรานต์ 1 เม.ย. 2561 - 30 เม.ย. 2561 25,000.00
9 กิจกรรม Happy Soul วันแม่แห่งชาติ 1 ส.ค. 2561 - 31 ส.ค. 2561 36,000.00
10 กิจกรรม Happy Soul ธรรมะจัดสรรพัฒนาตน/พัฒนาจิต(วังหิน จ.พิษณุโลก) 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 20,800.00
11 กิจกรรมผ่อนคลายดี ( Happy Relax) ประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่องการผ่อนคลายความคิดความรู้สึกผ่านการวาดลายเส้น (Zentangle : Stress Releasing) 1 มี.ค. 2561 - 30 เม.ย. 2561 80,570.00
12 ติดตาม ประเมินผลการดำเนินงาน 5.1 ประเมินความสุขของบุคลากร โดยใช้ HAPPINOMETER 5.2 ประเมินโดยใช้แบบวัดความสมดุลในชีวิตและการทำงาน 5.3 ประเมินความเครียดโดยแบบประเมินของกรมสุขภาพจิต (ST-5) 5.4 ประเมินพฤติกรรมสุขภาพ 1 พ.ค. 2561 - 30 มิ.ย. 2561 1,480.00
13 จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เรื่องการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตและความสุขของบุคลากรในหน่วยงานและเชิดชูเกียรติบุคคลต้นแบบ 1 ก.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561 35,250.00
14 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่องประเมินสมรรถนะและการจัดทำแผนพัฒนารายบุคคล 1 ต.ค. 2560 - 31 ต.ค. 2560 21,600.00
15 การจัดการกำลังคนคุณภาพเพื่อเตรียมความพรอม บุคลากรให้ก้าวเข้าสู่ตำแหนงที่สูงขึ้น 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 198,180.00
16 ส่งบุคลากรเข้าร่วมประชุมวิชาการ/รับการอบรมหลักสูตร ที่สถาบัน การศึกษา/สมาคมวิชาชีพ / หน่วยงานอื่น จัดขึ้น(ตามแผน) 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 350,000.00
17 จัดฝึกอบรมภายใน เพื่อพัฒนา ความรู ทักษะและสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติงาน 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 235,255.00
18 กิจกรรม Happy Soul วันเด็กแห่งชาติ 13 ม.ค. 2561 - 13 ม.ค. 2561 25,000.00
19 จัดประชุมเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรมในหน่วยงาน 1 พ.ย. 2560 - 30 พ.ย. 2560 25,225.00
20 จัดประชุมสรุปผลการดำเนินงานการเสริมสร้างคุณธรรมความโปร่งใส 1 พ.ค. 2561 - 31 พ.ค. 2561 3,500.00
21 สื่อสร้างเสริมคุณธรรมความโปร่งใสในหน่วยงาน ผ่านทาง เสียงตามสาย,Desktop,บอร์ดประชาสัมพันธ์ 1 ธ.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 5,000.00
22 การปฏิบัติธรรมเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรมของบุคลากร 1 ก.พ. 2561 - 28 ก.พ. 2561 12,200.00
รวมเป็นเงิน 1,456,100.00
งบประมาณ : 1,456,100.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ เป็นองค์กรที่มีคุณภาพ และมีธรรมาภิบาล

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางนัดดา วิรัติสกุล

ผู้เสนอโครงการ : นางนัดดา วิรัติสกุล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางบุญชู มากบุญ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายศักดา อัลภาชน์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์
ลำดับที่ : 35

ชื่อโครงการ : โครงการขับเคลื่อน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ สู่การสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ และพัฒนาระบบการสื่อสาร

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กลุ่ม KISS

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (73)24.3 การสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพและพัฒนาระบบการสื่อสาร

แผนจัดสรรงบประมาณ :   2. แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

หลักการและเหตุผล : ปัจจุบันสังคมเปลี่ยนแปลงสู่สังคมยุคโลกาภิวัตน์ เป็นสังคมแห่งการสื่อสารไร้พรมแดน ประชาชนมีรูปแบบการสื่อสารด้วยเทคโนโลยีได้เอง ทั้งในวงสังคมเครือข่ายใกล้ชิด และในสังคมโลกโดยรวม การพัฒนา การสื่อสารด้านสุขภาพทั้งจากภาครัฐในการให้ข้อมูลด้านสุขภาพ ภาคประชาชนในการเป็นทั้งผู้รับสาร และส่งสารในเครือข่ายของตนเอง รวมถึงการสร้าง การพัฒนาและเผยแพร่เนื้อหาของข่าวสาร เช่น ประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ ภูมิปัญญา และศักยภาพในจัดการสุขภาพ เพื่อให้ประชาชนและเครือข่ายมีทักษะด้านสุขภาพที่ดี มีความสามารถในการตัดสินใจในการดูแลสุขภาพ และการเข้าถึงบริการสุขภาพเมื่อจำเป็น จนสามารถพึ่งตนเองด้านสุขภาพได้อย่างมีคุณภาพและเหมาะสมกับวิถีชีวิตของตนเอง ครอบครัว และสังคม จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งข้อมูลจากรายงานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ในด้าน สถานการณ์ความรอบรู้ด้านสุขภาพของคนไทย พบว่าปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ประชาชนเกิดพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมอย่างยั่งยืน คือ “ความรอบรู้ด้านสุขภาพ” (Health Literacy) ซึ่งหมายถึง กระบวนการทางปัญญา และทักษะทางสังคมที่ก่อเกิดแรงจูงใจและความสามารถของปัจเจกบุคคลที่จะเข้าถึง เข้าใจและใช้ข้อมูลข่าวสารเพื่อนำไปสู่การตัดสินใจที่เหมาะสมนำไปสู่สุขภาวะสุขภาพที่ดี และมีการสำรวจความรอบรู้ด้านสุขภาพของคนไทย ในกลุ่มอายุ 7 - 18 ปี ในสถานศึกษาที่เป็นพื้นที่เป้าหมายการดำเนินงานส่งเสริมพฤติกรรมตามแนวทางสุขบัญญัติแห่งชาติ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 โดยการสุ่มจาก 24 จังหวัด 96 โรงเรียน รวม 4,800 คน พบว่าส่วนใหญ่มีความรอบรู้ด้านสุขภาพระดับพอใช้ คิดเป็นร้อยละ 86.48 และมีพียงร้อยละ 5.25 ที่มีความรอบรู้ด้านสุขภาพ ในระดับดีมาก ซึ่งเป็นระดับที่มีผลต่อการมีพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องอย่างยั่งยืน ในกลุ่มอายุ 15 ปี ขึ้นไป ใน พ.ศ. 2557 มีการประเมินความรอบรู้ด้านสุขภาพของประชาชนเรื่อง 3อ.2ส. (อาหาร ออกกำลัง อารมณ์ ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มสุรา) ในกลุ่มอายุ 15 ปีขึ้นไปในพื้นที่ 77 จังหวัด รวม 31,200 คน พบว่าส่วนใหญ่ มีความรอบรู้ด้านสุขภาพในระดับไม่ดีพอ คิดเป็นร้อยละ 59.4 รองลงมาคือระดับพอใช้คิดเป็นร้อยละ 39.0 และระดับดีมากเพียงร้อยละ 1.6 ปัจจัยสู่ความสำเร็จของการปฏิรูปความรอบรู้และการสื่อสารสุขภาพ คือ การพัฒนาความสามารถ ของประชาชนให้มีความสามารถในการดูแลสุขภาพตนเอง ครอบครัว และชุมชนได้ โดยการสร้างเสริมให้ประชาชนมีความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) ซึ่งตรงกับข้อเสนอขององค์การอนามัยโลกที่กล่าวว่า “การพัฒนาและส่งเสริมให้ประชาชนมีความรอบรู้ด้านสุขภาพเป็นการสร้างและพัฒนาขีดความสามารถในระดับบุคคลในการธำรงรักษาสุขภาพตนเองอย่างยั่งยืน มีการชี้นำระบบสุขภาพที่สอดคล้องกับปัญหาและความต้องการของประชาชน มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพของตนเองร่วมกับผู้ให้บริการ และสามารถคาดการณ์ความเสี่ยงด้านสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นได้” และ นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย ได้ให้คำนิยามของ ความรอบรู้ด้านสุภาพ ไว้ว่า “ความรอบรู้และความสามารถของบุคคลในการที่จะกลั่นกรอง ประเมินและตัดสินใจที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เลือกใช้บริการ และผลิตภัณฑ์สุขภาพได้อย่างเหมาะสม” งานสื่อสารสาธารณะ กลุ่มขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และพัฒนากำลังคน ได้จัดทำโครงการ “ขับเคลื่อน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ สู่การสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพและพัฒนาระบบการสื่อสาร” เพื่อให้ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ เป็นองค์กรแห่งความรอบรู้ด้านสุขภาพ ซึ่งจะเป็นองค์กรที่มีการดำเนินงานที่เน้นการให้ข้อมูล ที่ง่ายต่อความเข้าใจ สามารถนำไปใช้ได้จริง โดยมีกระบวนการพัฒนาบุคลากรขององค์กร ตามแนวคิดการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ และสามารถกำกับ ติดตาม เฝ้าระวังการบรรลุระดับการรอบรู้ ด้านสุขภาพของตนเองและกลุ่มเป้าหมายที่ตนเองรับผิดชอบได้ อีกทั้งมีการจัดการสิ่งแวดล้อมที่เอื้อให้เกิดการเรียนรู้ และความสะดวก ของผู้ใช้บริการ รวมทั้งการรักษาสัมพันธภาพที่ดีกับสื่อมวลชน ซึ่งจะทำให้การส่งต่อความรอบรู้ด้านสุขภาพถึงประชาชนได้อย่างถูกต้องหลากหลายช่องทาง และมีประสิทธิภาพ เพื่อมุ่งสู่ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ องค์กรแห่งความรอบรู้ด้านสุขภาพต่อไป

วัตถุประสงค์ : 7.1 เพื่อพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพให้กับบุคลากรศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ 7.2 เพื่อปรับปรุงศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ ให้เป็นองค์กรแห่งความรอบรู้ด้านสุขภาพ 7.3 เพื่อผลิตสื่อ ที่ส่งเสริมให้มีความรอบรู้ด้านสุขภาพให้กับภาคีเครือข่ายและประชาชน

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. มีการปรับปรุงสิ่งแวดล้อมให้เกิดการเรียนรู้ และสะดวก ของผู้ใช้บริการ 2. มีผลการวิเคราะห์แบบประเมินคุณลักษณะองค์กร และแผนพัฒนาองค์กร

วิธีการดำเนินงาน : 9.1 ประเมินคุณลักษณะองค์กรเพื่อการเป็นองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพ 9.1.1 ประชุมคณะกรรมการความรอบรู้ด้านสุขภาพ เพื่อร่วมกันสร้างแบบประเมินตนเอง ในการเป็นองค์กรแห่งความรอบรู้ด้านสุขภาพ 9.1.2 สร้างแบบประเมิน และส่งให้บุคลกรศูนย์ฯ ร่วมกันทำแบบประเมิน 9.1.3 สรุปผลการทำแบบประเมินตนเองในการเป็นองค์กรแห่งความรอบรู้ด้านสุขภาพ 9.2 อบรมให้ความรู้บุคลากร ให้เข้าใจเรื่องความรอบรู้ด้านสุขภาพ 9.2.1 ประชุมคณะกรรมการความรอบรู้ด้านสุขภาพ เพื่อวางแผนการจัดอบรม 9.2.2 ทำหนังสือประสานวิทยากร และแจ้งเวียนให้บุคลากรส่งรายชื่อเข้าอบรม 9.2.3 สอบทาน งานที่มอบหมาย ก่อนวันประชุม 9.2.4 จัดประชุมตามแผน 9.2.5 สรุปผลการจัดอบรม ก่อน-หลัง 9.3 ปรับปรุงป้ายบอกทาง จุดเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ความรู้ เน้นการให้ข้อมูลที่ง่ายต่อความเข้าใจ สามารถนำไปใช้ได้จริง และมีการจัดการสิ่งแวดล้อมที่เอื้อให้เกิดการเรียนรู้ และสะดวก ของผู้ใช้บริการ 9.3.1 ประชุมคณะกรรมการความรอบรู้ด้านสุขภาพ เพื่อพิจารณาการปรับปรุงสถานที่และจัดการสิ่งแวดล้อมที่เอื้อให้เกิดการเรียนรู้ และสะดวก ของผู้ใช้บริการ 9.3.2 จัดทำขอซื้อ/ขอจ้าง 9.3.3 ส่งข้อมูลการปรับปรุงสถานที่ในจุดต่าง ๆ ให้กับผู้รับเหมา ทำตามแบบ 9.3.4 ตรวจรับงาน 9.3.5 ประเมินผลการปรับปรุงสถานที่ จากผู้ใช้บริการ 9.4 สื่อมวลชนสัมพันธ์ สัญจร 4 จังหวัด 9.4.1 ประสานสื่อมวลชนในการจัดกิจกรรมสื่อมวลชนสัมพันธ์ สัญจร 9.4.2 ทำหนังสือเชิญสื่อเข้าร่วมกิจกรรม ทำหนังสือขออนุมัติจัดประชุม และเอกสารที่เกี่ยวข้อง 9.4.3 จัดกิจกรรมสื่อมวลชนสัมพันธ์ 9.4.4 ประเมินผลความพึงพอใจ และรับฟังความต้องการของสื่อที่มีต่อศูนย์ฯ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 อบรมให้ความรู้บุคลากร ให้เข้าใจเรื่องความรอบรู้ด้านสุขภาพ 1 ม.ค. 2561 - 30 มี.ค. 2561 133,200.00
2 ปรับปรุงป้ายบอกทาง จุดเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ความรู้ เน้นการให้ข้อมูลที่ง่ายต่อความเข้าใจ สามารถนำไปใช้ได้จริง และมีการจัดการสิ่งแวดล้อมที่เอื้อให้เกิดกาเรียนรู้ และสะดวก ของผู้ใช้บริการ 1 ต.ค. 2560 - 31 ส.ค. 2561 96,800.00
3 ผลิตสื่อ สนับสนุนกลุ่มภารกิจ เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ รวมถึงส่งเสริมให้ประชาชนและภาคีเครือข่าย มีความรอบรู้ด้านสุขภาพ อีกทั้งยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กร 1 ต.ค. 2560 - 31 ส.ค. 2561 50,000.00
รวมเป็นเงิน 280,000.00
งบประมาณ : 280,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 31 ส.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 15.1 ผู้นำองค์กรให้ความสำคัญของการสร้างความรอบรู้ให้กับผู้รับบริการและบุคลากรโดยตรง 15.2 มีการประกาศนโยบายการเป็นองค์กรแห่งความรอบรู้ด้านสุขภาพ และระบุในพันธกิจ โครงสร้าง และแผนปฏิบัติการของศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ 15.3 บุคลากรของศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ ได้รับการพัฒนาวิธีการทำงาน ตามแนวคิดการสร้าง ความรอบรู้ด้านสุขภาพ สามารถกำกับ ติดตาม เฝ้าระวังการบรรลุระดับการรอบรู้ด้านสุขภาพ ของตนเองและกลุ่มเป้าหมายที่ตนเองรับผิดชอบได้ 15.4 การสื่อสารสุขภาพองค์กร มีระบบ ตรวจสอบ ประเมิน ผลลัพธ์ของการสื่อสาร ที่จัดทำขึ้น ทุกรูปแบบ ในทุกจุด ทุกหน่วยงานของศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางกัญญารัตน์ คงประกอบ

ผู้เสนอโครงการ : นางนัดดา วิรัติสกุล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางบุญชู มากบุญ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายศักดา อัลภาชน์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์
ลำดับที่ : 36

ชื่อโครงการ : โครงการบริหารจัดการเพื่อรองรับแผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กลุ่ม FIN

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (78)25.5 การบริหารจัดการหน่วยงาน

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : การบริหารงบประมาณของศูนย์อนามัยที่ ๓ เป็นการบริหารจัดการภาครัฐโดยมีวัตถุประสงค์ของการดำเนินการ มีเป้าหมาย และตัวชี้วัดความสำเร็จที่ชัดเจน ซึ่งมีกรอบการดำเนินงานตามประเด็นยุทธศาสตร์ คือ ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล การบริหารการเงิน บัญชี พัสดุ เป็นกิจกรรมที่สำคัญประการหนึ่งในการบริหารจัดการ เป็นระบบการดำเนินงานที่ต้องอาศัยระเบียบ หลักเกณฑ์ และแนวปฏิบัติที่เคร่งครัด งานการเงินและบัญชี จึงต้องจัดทำโครงการ เพื่อดำเนินการตามแผนงาน โครงการ ให้บรรลุผล เกิดความประหยัด คุ้มค่า มีประสิทธิภาพเกิดประสิทธิผล และถูกต้องตามระเบียบ

วัตถุประสงค์ : เพื่อให้การบริการ สนับสนุน ส่งเสริม และประสานงาน ภายในองค์กรให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. หน่วยงานบริหารจัดการ การดำเนินงานขององค์กร ศอ.3 ให้บรรลุตามเป้าหมาย 1 หน่วยงาน 2. หน่วยงานมีการดำเนินงานเพื่อตอบสนองตัวชี้วัดความสำเร็จของกรมอนามัย /กระทรวง ร้อยละ 100 3. การดำเนินงานเบิกจ่ายถูกต้องตามระเบียบของราชการ ร้อยละ 100

วิธีการดำเนินงาน : 1.จัดทำแผนการดำเนินงาน 2.ดำเนินการตามแผนการดำเนินงาน 3. ติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน 4. รายงานผลการดำเนินงาน

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ค่าใช้จ่ายพื้นฐาน (ค่าจ้างเหมาบุคลากร/ค่าสาธารณูปโภค/ ค่าโทรศัพท์ /ค่าไปรษณีย์ / ค่าวัสดุ/ ค่าใช้สอย ซ่อมต่างๆ / ค่าจ้างเหมา ต่างๆ) 1 ต.ค. 2560 - 29 ก.ย. 2560 477,600.00
รวมเป็นเงิน 477,600.00
งบประมาณ : 477,600.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 29 ก.ย. 2560
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายขั้นพื้นฐานในการดำเนินงานภาครัฐของศูนย์อนามัยที่ 3 เป็นไป ตามมติ ครม 2. การเงิน การบัญชี พัสดุ ของศูนย์อนามัยที่ 3 เป็นตามหลักเกณฑ์การบริหารงบประมาณ

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางสมใจ กลิ่นด้วง

ผู้เสนอโครงการ : นางสมใจ กลิ่นด้วง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางสาวอรพิน บุญชายสินธ์ุ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายศักดา อัลภาชน์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์
ลำดับที่ : 37

ชื่อโครงการ : โครงการบริหารจัดการเพื่อรองรับแผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กลุ่ม FIN

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (78)25.5 การบริหารจัดการหน่วยงาน

แผนจัดสรรงบประมาณ :   2. แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

หลักการและเหตุผล : การบริหารงบประมาณของศูนย์อนามัยที่ ๓ เป็นการบริหารจัดการภาครัฐโดยมีวัตถุประสงค์ของการดำเนินการ มีเป้าหมาย และตัวชี้วัดความสำเร็จที่ชัดเจน ซึ่งมีกรอบการดำเนินงานตามประเด็นยุทธศาสตร์ คือ ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล การบริหารการเงิน บัญชี พัสดุ เป็นกิจกรรมที่สำคัญประการหนึ่งในการบริหารจัดการ เป็นระบบการดำเนินงานที่ต้องอาศัยระเบียบ หลักเกณฑ์ และแนวปฏิบัติที่เคร่งครัด งานการเงินและบัญชี จึงต้องจัดทำโครงการ เพื่อดำเนินการตามแผนงาน โครงการ ให้บรรลุผล เกิดความประหยัด คุ้มค่า มีประสิทธิภาพเกิดประสิทธิผล และถูกต้องตามระเบียบ

วัตถุประสงค์ : เพื่อให้การบริการ สนับสนุน ส่งเสริม และประสานงาน ภายในองค์กรให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. หน่วยงานบริหารจัดการ การดำเนินงานขององค์กร ศอ.3 ให้บรรลุตามเป้าหมาย 1 หน่วยงาน 2. หน่วยงานมีการดำเนินงานเพื่อตอบสนองตัวชี้วัดความสำเร็จของกรมอนามัย /กระทรวง ร้อยละ 100 3. การดำเนินงานเบิกจ่ายถูกต้องตามระเบียบของราชการ ร้อยละ 100

วิธีการดำเนินงาน : 1.จัดทำแผนการดำเนินงาน 2. ดำเนินการตามแผนการดำเนินงาน 3. ติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน 4. รายงานผลการดำเนินงาน

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ค่าใช้จ่ายพื้นฐาน (ค่าจ้างเหมาบุคลากร/ค่าสาธารณูปโภค/ ค่าโทรศัพท์ /ค่าไปรษณีย์ / ค่าวัสดุ/ ค่าใช้สอย ซ่อมต่างๆ / ค่าจ้างเหมา ต่างๆ) 1 ต.ค. 2560 - 28 ก.ย. 2561 815,870.00
รวมเป็นเงิน 815,870.00
งบประมาณ : 815,870.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 28 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายขั้นพื้นฐานในการดำเนินงานภาครัฐของศูนย์อนามัยที่ 3 เป็นไป ตามมติ ครม 2. การเงิน การบัญชี พัสดุ ของศูนย์อนามัยที่ 3 เป็นตามหลักเกณฑ์การบริหารงบประมาณ

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางสมใจ กลิ่นด้วง

ผู้เสนอโครงการ : นางสมใจ กลิ่นด้วง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางสาวอรพิน บุญชายสินธ์ุ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายศักดา อัลภาชน์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์
ลำดับที่ : 38

ชื่อโครงการ : โครงการบริหารจัดการเพื่อรองรับแผนงานบูรณาการบริหารจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กลุ่ม FIN

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (78)25.5 การบริหารจัดการหน่วยงาน

แผนจัดสรรงบประมาณ :   3. แผนงานบูรณาการบริหารจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม

หลักการและเหตุผล : การบริหารงบประมาณของศูนย์อนามัยที่ ๓ เป็นการบริหารจัดการภาครัฐโดยมีวัตถุประสงค์ของการดำเนินการ มีเป้าหมาย และตัวชี้วัดความสำเร็จที่ชัดเจน ซึ่งมีกรอบการดำเนินงานตามประเด็นยุทธศาสตร์ คือ ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล การบริหารการเงิน บัญชี พัสดุ เป็นกิจกรรมที่สำคัญประการหนึ่งในการบริหารจัดการ เป็นระบบการดำเนินงานที่ต้องอาศัยระเบียบ หลักเกณฑ์ และแนวปฏิบัติที่เคร่งครัด งานการเงินและบัญชี จึงต้องจัดทำโครงการ เพื่อดำเนินการตามแผนงาน โครงการ ให้บรรลุผล เกิดความประหยัด คุ้มค่า มีประสิทธิภาพเกิดประสิทธิผล และถูกต้องตามระเบียบ

วัตถุประสงค์ : เพื่อให้การบริการ สนับสนุน ส่งเสริม และประสานงาน ภายในองค์กรให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1. หน่วยงานบริหารจัดการ การดำเนินงานขององค์กร ศอ.3 ให้บรรลุตามเป้าหมาย 1 หน่วยงาน 2. หน่วยงานมีการดำเนินงานเพื่อตอบสนองตัวชี้วัดความสำเร็จของกรมอนามัย /กระทรวง ร้อยละ 100 3. การดำเนินงานเบิกจ่ายถูกต้องตามระเบียบของราชการ ร้อยละ 100

วิธีการดำเนินงาน : 1.จัดทำแผนการดำเนินงาน 2.ดำเนินการตามแผนการดำเนินงาน 3. ติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน 4. รายงานผลการดำเนินงาน

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 ค่าใช้จ่ายพื้นฐาน (ค่าจ้างเหมาบุคลากร/ค่าสาธารณูปโภค/ ค่าโทรศัพท์ /ค่าไปรษณีย์ / ค่าวัสดุ/ ค่าใช้สอย ซ่อมต่างๆ / ค่าจ้างเหมา ต่างๆ) 1 ต.ค. 2560 - 28 ก.ย. 2561 100,000.00
รวมเป็นเงิน 100,000.00
งบประมาณ : 100,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 28 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายขั้นพื้นฐานในการดำเนินงานภาครัฐของศูนย์อนามัยที่ 3 เป็นไป ตามมติ ครม 2. การเงิน การบัญชี พัสดุ ของศูนย์อนามัยที่ 3 เป็นตามหลักเกณฑ์การบริหารงบประมาณ

ผู้รับผิดชอบโครงการ : คุณสมใจ กลิ่นด้วง

ผู้เสนอโครงการ : นางสมใจ กลิ่นด้วง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางสาวอรพิน บุญชายสินธ์ุ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายศักดา อัลภาชน์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................