หน่วยงาน สำนักโภชนาการ
ลำดับที่ : 1

ชื่อโครงการ : โครงการบริการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ

ยุทธศาสตร์ : 1.4 ส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานที่พึงประสงค์

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 12. ร้อยละของวัยทำงานมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

cluster : กลุ่มวัยทำงาน

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (69)23.4 ควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนแห่งชาติ

แผนจัดสรรงบประมาณ :   7. แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาด้านสาธารณสุขและสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก

หลักการและเหตุผล : ให้บริการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการในเรื่องคุณค่าอาหารทางโภชนาการ แก่หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อนำผลการตรวจวิเคราะห์ไปใช้ประกอบการขอขึ้นทะเบียนอาหารและจัดทำฉลากโภชนาการตามข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

วัตถุประสงค์ : 1.เพื่อให้บริการตรวจวิเคราะห์คุณค่าโภชนาการในอาหารแก่หน่วยงานต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ 2.เพื่อให้บริการตรวจปริมาณไอโอดีนในปัสสาวะแก่หน่วยงานต่างๆ อย่างถูกต้อง แม่นยำ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
1.บริการตรวจปริมาณสารอาหารในอาหาร จำนวน 500 รายการ 2.ไอโอดีนในปัสสาวะ 300 ตัวอย่าง

วิธีการดำเนินงาน : 1.ทบทวนระเบียบและวิธีการปฏิบัติงานในเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานตรวจวิเคราะห์ 2.ให้บริการตรวจวิเคราะห์คุณค่าทางโภชนาการในอาหาร 3.ให้บริการตรวจปริมาณไอโอดีนในปัสสาวะ 4.จัดการสอบเทียบและซ่อมบำรุงรักษาเครื่องมือ 5.เข้าร่วมทดสอบความชำนาญด้านการตรวจวิเคราะห์

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1.เข้าร่วมทดสอบความชำนาญกับหน่วยงานต่างๆ 1 พ.ย. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 9,500.00
2 2.จัดซื้อวัสดุวิทยาศาสตร์ 1 พ.ย. 2560 - 31 มี.ค. 2561 160,500.00
3 3.สอบเทียบและบำรุงรักษาเครื่องมือวิทยาศาสตร์ 1 พ.ย. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 30,000.00
4 4.จัดการปรับปรุง/ซ่อมแซมห้องปฏิบัติการ 1 พ.ย. 2560 - 30 พ.ย. 2560 40,000.00
รวมเป็นเงิน 240,000.00
งบประมาณ : 240,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 พ.ย. 2560 - 31 มี.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : ห้องปฏิบัติการสำนักโภชนาการสามารถให้บริการตรวจวิเคราะห์แก่หน่วยงานต่างๆ ด้วยความถูกต้องแม่นยำและรวดเร็ว สร้างความพึงพอใจให้แก่ผู้รับบริการมากขึ้น

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1.นางนันทยา จงใจเทศ 2.นางภัทธิรา ยิ่งเลิศรัตนกุล 3.นางปิยนันท์ อึ้งทรงธรรม 4.นางสาววารีทิพย์ พึ่งพันธ์ 5.นางสาวจุฑารัตน์ สุภานุวัฒน์ 6.นางสาวสไบ อินทโชติ

ผู้เสนอโครงการ : นางนันทยา จงใจเทศ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางนภาพรรณ วิริยะอุตสาหกุล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายวชิระ เพ็งจันทร์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สำนักโภชนาการ
ลำดับที่ : 2

ชื่อโครงการ : โครงการควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนแห่งชาติ ปี 2561

ยุทธศาสตร์ : 1.4 ส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานที่พึงประสงค์

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 12. ร้อยละของวัยทำงานมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

cluster : กลุ่มวัยทำงาน

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (69)23.4 ควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนแห่งชาติ

แผนจัดสรรงบประมาณ :   7. แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาด้านสาธารณสุขและสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก

หลักการและเหตุผล : โรคขาดสารไอโอดีนมีผลต่อความพิการทางสติปัญญา ซึ่งส่งผลต่อพัฒนาการทางสมองและความสามารถในการเรียนรู้ของเด็กไทยที่จะเติบโตเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติในอนาคต โรคขาดสารไอโอดีนมีผลกระทบต่อประชากรทุกกลุ่มวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งทารกที่อยู่ในครรภ์มารดาจนถึงอายุ ๓ ปี หากขาดสารไอโอดีนจะทำให้สมองเจริญเติบโตไม่เต็มที่ลดความเฉลียวฉลาด หรือระดับสติปัญญาของเด็กได้ถึง ๑๐-๑๕ จุด ทำให้เด็กมีปัญหาการเรียนและกระทบต่อการเจริญเติบโต และยังส่งผลถึงความสามารถในการเรียนรู้ของเด็ก คุณภาพชีวิตของคนหนุ่มสาวอันเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจและการพัฒนาสังคม ประเทศไทยมีเป้าหมายที่จะทำให้ประชาชนได้รับสารไอโอดีนเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ในทุกเพศ ทุกวัย รวมทั้งหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอดให้นมบุตร ๖ เดือน ซึ่งที่ผ่านมาได้ดำเนินการผ่านกระบวนการขับเคลื่อนชุมชน/หมู่บ้านไอโอดีน โดยประกอบด้วย ชุมชน/หมู่บ้านมีนโยบายและมาตรการควบคุมป้องกันโรคขาดสารไอโอดีน, ผู้นำและแกนนำชุมชน/หมู่บ้าน และประชาชนมีความรู้ และปฏิบัติเรื่องการควบคุมป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนได้, มีการสุ่มตรวจคุณภาพเกลือที่แหล่งผลิต ที่จำหน่าย ร้านอาหาร ครัวเรือน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และโรงเรียน ต้องให้ได้มาตรฐาน และหญิงตั้งครรภ์ทุกคนที่มาฝากครรภ์ในสถานบริการสาธารณสุขต้องได้รับยาเม็ดเสริมไอโอดีน ซึ่งมีเป้าหมายให้ทุกชุมชน/หมู่บ้านดำเนินการ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ประชาชนสามารถดูแลตนเองได้ ปัจจุบันสถานการณ์ของภาวะขาดสารไอโอดีนแม้ดีขึ้นเป็นลำดับ แต่ยังต้องดำเนินการอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการบูรณาการจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีน โดยมีตัวชี้วัด คือ คุณภาพเกลือจากแหล่งผลิต แหล่งจำหน่าย และความครอบคลุมของการใช้เกลือเสริมไอโอดีนที่มีคุณภาพในระดับครัวเรือน รวมทั้งปริมาณไอโอดีนในปัสสาวะของหญิงตั้งครรภ์ โดยใช้มาตรการหลัก คือ มาตรการเกลือเสริมไอโอดีน นอกจากนี้ยังมีน้ำปลา น้ำเกลือปรุงอาหาร ผลิตภัณฑ์ปรุงรสที่ได้จากการย่อยโปรตีนจากถั่วเหลืองต้องมีไอโอดีน และมีมาตรการเสริม ได้แก่ ยาเม็ดเสริมไอโอดีน เหล็กและกรดโฟลิกแก่หญิงตั้งครรภ์ทุกรายตลอดการตั้งครรภ์จนถึงหลังคลอด 6 เดือนที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และการเสริมไอโอดีนในน้ำดื่ม ในโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารตามพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ดังนั้น เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่กลุ่มเสี่ยงและประชาชนทั่วไป จึงจำเป็นต้องดำเนินการควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุม ทั่วถึง และให้เกิดความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีน กลุ่มส่งเสริมโภชนาการวัยทำงาน สำนักโภชนาการ จึงได้จัดทำโครงการควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนแห่งชาติ ปี 2561 นี้ขึ้น

วัตถุประสงค์ : เพื่อเสริมสร้างสติปัญญาของเด็กไทยให้เต็มศักยภาพและพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของประชากรทุกกลุ่มวัย โดยการขจัดปัญหาโรคขาดสารไอโอดีนให้หมดไปจากประเทศไทยอย่างยั่งยืน

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
เป้าหมาย/ผลผลิตของโครงการ 1. ชุมชน/หมู่บ้านไอโอดีนผ่านการรับรองเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 หมู่บ้าน 2. ขับเคลื่อนจังหวัดเกลือเสริมไอโอดีนยั่งยืนอย่างน้อยศูนย์อนามัยละ 1 จังหวัด 3. รณรงค์ประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมการใช้เกลือเสริมไอโอดีนในครัวเรือนและชุมชนในวันไอโอดันแห่งชาติ จำนวน 1 ครั้ง

วิธีการดำเนินงาน : 1. ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคีเครือข่าย 2.จัดประชุมคณะกรรมการ/คณะอนุกรรมการควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนแห่งชาติ 3.จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้/ประกวดนวัตกรรม/เชิดชูเกียรติชุมชน/หมู่บ้านไอโอดีน 4.พัฒนาและขับเคลื่อนระบบเกลือเสริมไอโอดีนยั่งยืน 5.ขับเคลื่อนจังหวัดเกลือเสริมไอโอดีนยั่งยืน 6.ประชาสัมพันธ์ รณรงค์การใช้เกลือเสริมไอโอดีนอย่างต่อเนื่อง, การได้รับและกินยาเม็ดเสริมไอโอดีนของหญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมบุตร, สร้างกระแสให้ผู้เกี่ยวข้องเกิดความตระหนักในการแก้ไขปัญหา โรค ขาดสารไอโอดีน 7.สนับสนุน I-kit ในการดำเนินงานระดับพื้นที่ 8.จัดทำระบบเกลือเสริมไอโอดีนยั่งยืน 9.จัดประชุมพัฒนาศักยภาพชมรมผู้ประกอบการเกลือเสริมไอโอดีน ๓ ภาค 10.การนิเทศ ติดตามการดำเนินงานโครงการ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1.การขับเคลื่อนชุมชน/หมู่บ้านไอโอดีนต่อเนื่อง - จัดเวทีเสนอผลการดำเนินงานชุมชน/หมู่บ้านไอโอดีน 1 มิ.ย. 2561 - 30 มิ.ย. 2561 347,240.00
2 - ติดตามการกินยาเม็ดเสริมไอโอดีน ในพื้นที่เสี่ยงต่อการขาดสารไอโอดีน 1 พ.ย. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 25,920.00
3 - ติดตามการดำเนินงานชุมชน/หมู่บ้านไอโอดีน 1 ก.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2561 51,840.00
4 2.ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการควบคุมป้องกันโรคขาดสารไอโอดีน 4 ชุด อย่างน้อยชุดละ 1 1 ธ.ค. 2560 - 31 ส.ค. 2561 37,000.00
5 - ประชุมคณะกรรมการควบคุมโรคขาดสารไอโอดีนแห่งชาติ โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเป็นองค์ประธาน 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 163,000.00
6 3.ขับเคลื่อนระบบเกลือเสริมไอโอดีนยั่งยืน - ประชุมชี้แจง แลกเปลี่ยนเรียนรู้การขับเคลื่อนจังหวัดเกลือเสริมไอโอดีนยั่งยืน 1 ต.ค. 2560 - 31 ต.ค. 2560 110,000.00
7 - จัดเวทีเสนอผลการดำเนินงานจังหวัดเกลือเสริมไอโอดีนยั่งยืน 1 มิ.ย. 2561 - 30 มิ.ย. 2561 56,060.00
8 - ประชุม พัฒนาระบบเกลือเสริมไอโอดีนยั่งยืนร่วมกับเครือข่ายภาครัฐและเอกชนและ พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการเกลือเสริมไอโอดีนในส่วนกลาง 1 ต.ค. 2560 - 31 ม.ค. 2561 11,100.00
9 - ประชุม พัฒนาระบบเกลือเสริมไอโอดีนยั่งยืนร่วมกับเครือข่ายภาครัฐและเอกชนและ พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการเกลือเสริมไอโอดีนในพื้นที่ 1 พ.ย. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 104,100.00
10 - ติดตามการพัฒนาระบบเกลือเสริมไอโอดีนยั่งยืนในพื้นที่ 1 มิ.ย. 2561 - 31 ส.ค. 2561 53,740.00
11 4.การประชาสัมพันธ์ รณรงค์เพื่อส่งเสริมการบริโภคเกลือเสริมไอโอดีนอย่างต่อเนื่อง, รณรงค์การได้รับและการกินยาเม็ดเสริมไอโอดีนของหญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมบุตร 1 มิ.ย. 2561 - 30 มิ.ย. 2561 350,000.00
12 -จัดทำ I-Kit สำหรับตรวจเกลือเสริมไอโอดีน 1 ส.ค. 2561 - 31 ส.ค. 2561 200,000.00
13 - ค่าจ้างเหมานักโภชนาการ เพื่อค้นคว้ารวบรวม ทำนำเสนอ ข้อมูล 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 180,000.00
14 5.สนับสนุนน้ำเสริมไอโอดีนเข้มข้นและยาตามินเสริมธาตุเหล็กในโครงการ กพด. 1 ม.ค. 2561 - 31 ม.ค. 2561 260,000.00
รวมเป็นเงิน 1,950,000.00
งบประมาณ : 1,950,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1.สถานการณ์โรคขาดสารไอโอดีนดีขึ้น 2.มีระบบควบคุมคุณภาพเกลือเสริมไอโอดีน โดยให้มีเกลือเสริมไอโอดีนที่มีคุณภาพกระจายได้ทั่วถึง 3.ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางสาวนันทจิต บุญมงคล

ผู้เสนอโครงการ : นางพรเลขา บรรหารศุภวาท

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางนภาพรรณ วิริยะอุตสาหกุล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายวชิระ เพ็งจันทร์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สำนักโภชนาการ
ลำดับที่ : 3

ชื่อโครงการ : โครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุและป้องกันภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ

ยุทธศาสตร์ : 1.5 ส่งเสริมผู้สูงอายุไทยเพื่อเป็นหลักชัยของสังคม

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 13. อายุคาดเฉลี่ยของการมีสุขภาพ (Health-Adjusted Life Expectancy : HALE)

cluster : กลุ่มผู้สูงอายุ

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (45)14.4 สร้าง พัฒนาเครือข่าย(Partnership) และสร้างสังคมแห่งความรอบรู้ในการส่งเสริมสุขภาพ (Health Literate community)

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : สังคมไทยเป็นสังคมผู้สูงอายุ จากการคาดประมาณประชากรของประเทศไทย ปี 2553 - 2583 ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สคช.)โดยใช้ข้อมูลสำมะโนประชากรและเคหะ พ.ศ. 2553 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติเป็นฐานในการประมาณ พบว่า ในปี 2583 ประเทศไทยจะมีผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปี ขึ้นไป สูงถึง 20.5 ล้านคน หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 32 ของจำนวนประชากรไทยทั้งหมด แต่จะมีประชากรวัยแรงงานเพียง 35.18 ล้านคน เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2553 ที่มีประชากรวัยแรงงานจำนวน 42.74 ล้านคน หรือลดลง 7.6 ล้านคน ขณะที่ประชากรวัยเด็กจะมีจำนวนลดลงเช่นกันจาก 12.6 ล้านคน ในปี 2553 เป็น 8.2 ล้านคน ในปี 2583 และจากรายงานผลการสำรวจประชากรสูงอายุในประเทศไทย ปี 2557 สำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่ามีจำนวนผู้สูงอายุคิดเป็นร้อยละ 14.9 ของประชากรทั้งหมด ซึ่งถือได้ว่าประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัย (Aging Society) และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วโดยมีการคาดการณ์ไว้ว่าใน ปี 2568 ไทยจะก้าวเข้าสู่การเป็นสังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์ หรือมีผู้สูงอายุเกินร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด สังคมไทยจึงต้องให้ความสำคัญกับการดูแลผู้สูงอายุให้สามารถดำรงชีวิตได้ด้วยตัวเองอย่างเป็นปกติสุขทั้งร่างกาย จิตใจ สังคม และสติปัญญา โดยไม่ต้องพึ่งพาผู้อื่น ลดภาวะเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยต่างๆ และสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปกติสูขต่อไป ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้เกี่ยวข้องทั้งหลายด้วยการบูรณาการภาคีเครือข่ายกลุ่มต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุตรหลานมีหน้าที่ต้องให้การดูแลเอาใจใส่อย่างเหมาะสม กลุ่มอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุที่คอยช่วยเหลือแลกเปลี่ยนเรียนรู้ รวมถึงการสนับสนุนของหน่วยงานภาครัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการให้ช่วยกันดูแลสุขภาพผู้สูงอายุแบบองค์รวม

วัตถุประสงค์ : 1.พัฒนาศักยภาพและเสริมทักษะด้านโภชนาการ ภาคีเครือข่าย 2.สร้างสังคมแห่งความรอบรู้ในการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ (Health Literacy Society)

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
เป้าหมาย/ผลผลิตของโครงการ 1. ภาคีเครือข่ายด้านโภชนาการในการดำเนินงานผู้สูงอายุในชุมชน จำนวน 100 คน 2. ชี้แจงการขับเคลื่อนนโยบายผ่าน DHB ร่วมกับ Clueter ผู้สูงอายุ จำนวน 1 ครั้ง 3. Media / Application/ Tool โภชนาการในการเผยแพร่ความรู้ด้านอาหารป้องกันภาวะสมองเสื่อมและป้องกันโรค NCDs ในผู้สูงอายุ จำนวน 2 เรื่อง 4. Media / Application/ Tool ความรู้ทางด้านอาหารและโภชนาการของพระสงฆ์ จำนวน 1 เรื่อง ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ 1.เชิงปริมาณ : ภาคีเครือข่ายด้านโภชนาการในการดำเนินงานผู้สูงอายุในชุมชน จำนวน 100 คน 2.เชิงคุณภาพ : เจ้าหน้าที่มีความรู้และแนวทางในการดูแลสุขภาพด้านอาหารและโภชนาการในกลุ่มผู้สูงอายุและพระสงฆ์ จำนวน 3 เรื่อง 3.เชิงเวลา : ระยะดำเนินงาน จำนวน 4 ไตรมาส

วิธีการดำเนินงาน : 1.สร้าง/พัฒนานวัตกรรมการส่งเสริมสุขภาพป้องกันภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุที่ผ่านกลไกชมรมผู้สูงอายุ/ศพอส ในชุมชน/ศาสนสถานส่งเสริมสุขภาพ -ประชุมพัฒนาศักยภาพและเสริมทักษะด้านโภชนาการ เพื่อการดูแลผู้สูงอายุตลอดช่วงชีวิตและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับภาคีเครือข่าย 2.ประชุมชี้แจงการขับเคลื่อนนโยบายผ่าน DHB ร่วมกับ Cluster ผู้สูงอายุ 3.สร้าง Media/Application/Tool โภชนาการเพื่อการป้องกันภาวะสมองเสื่อมและป้องกันโรค NCDs ในผู้สูงอายุ 4.สร้าง Media/Application/Tool ความรู้ทางด้านอาหารและโภชนาการของพระสงฆ์

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1.สร้าง/พัฒนานวัตกรรมการส่งเสริมสุขภาพป้องกันภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุที่ผ่านกลไกชมรมผู้สูงอายุ/ศพอส ในชุมชน/ศาสนสถานส่งเสริมสุขภาพ -ประชุมพัฒนาศักยภาพและเสริมทักษะด้านโภชนาการเพื่อการดูแลผู้สูงอายุตลอดช่วงชีวิตและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับภาคีเครือข่าย 1 ต.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 428,000.00
2 3.Media/Application/Tool โภชนาการเพื่อการป้องกันภาวะสมองเสื่อมและป้องกันโรค NCDs ในผู้สูงอายุ -ประชุมผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนาสื่อ -ผลิตและพัฒนา -จัดทำ Media -ทดสอบการยอมรับ 1 ต.ค. 2560 - 28 ก.พ. 2561 397,000.00
3 4.Media/Application/Tool ความรู้ทางด้านอาหารและโภชนาการของพระสงฆ์ -ประชุมผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนาสื่อ -ผลิตและพัฒนา -จัดทำ Media -ทดสอบการยอมรับ 1 พ.ย. 2560 - 28 ก.พ. 2561 300,000.00
รวมเป็นเงิน 1,125,000.00
งบประมาณ : 1,125,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 28 ก.พ. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1.ภาคีเครือข่ายมีความรู้และทักษะด้านโภชนาการ และนำความรู้ไปถ่ายทอดให้กับผู้สูงอายุ และผู้ดูแลผู้สูงอายุ 2.ผู้สูงอายุมีความรอบรู้ในการส่งเสริมสุขภาพด้านอาหารและโภชนาการ

ผู้รับผิดชอบโครงการ : กลุ่มส่งเสริมโภชนาการผู้สูงอายุ

ผู้เสนอโครงการ : นางสาววิไลลักษณ์ ศรีสุระ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางนภาพรรณ วิริยะอุตสาหกุล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายวชิระ เพ็งจันทร์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สำนักโภชนาการ
ลำดับที่ : 4

ชื่อโครงการ : โครงการตำบลโภชนาการดี ลดหวาน มัน เค็ม ควบคุม NCDs

ยุทธศาสตร์ : 1.5 ส่งเสริมผู้สูงอายุไทยเพื่อเป็นหลักชัยของสังคม

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 13. อายุคาดเฉลี่ยของการมีสุขภาพ (Health-Adjusted Life Expectancy : HALE)

cluster : กลุ่มผู้สูงอายุ

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (45)14.4 สร้าง พัฒนาเครือข่าย(Partnership) และสร้างสังคมแห่งความรอบรู้ในการส่งเสริมสุขภาพ (Health Literate community)

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society) โดยจากข้อมูลของ United Nations World Population Ageing พบว่า หลังจากปี 2552 ประชากรที่อยู่ในวัยพึ่งพิงได้แก่ เด็กและผู้สูงอายุ จะมีจำนวนมากกว่าประชากรในวัยแรงงาน และในปี 2560 จะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ประชากรเด็กน้อยกว่าผู้สูงอายุ สถานการณ์นี้เป็นผลมาจากการลดภาวะเจริญพันธุ์อย่างรวดเร็ว และการลดลงอย่างต่อเนื่องของระดับการตายของประชากร นั่นหมายถึงประชากรไทยเกิดน้อยแต่มีอายุยืนขึ้น ทำให้จำนวนและสัดส่วนประชากรสูงอายุของไทยสูงขึ้นจากการรายงานผลเบื้องต้นการสำรวจประชากรสูงอายุในประเทศไทย ปี 2557 สำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่ามีจำนวนผู้สูงอายุคิดเป็นร้อยละ 14.9 ของประชากรทั้งหมด ซึ่งถือได้ว่าประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ( Ageing Society) และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วโดยมีการคาดการณ์ไว้ว่าในปี 2568 ไทยจะก้าวเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ หรือมีผู้สูงอายุเกินร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด ซึ่งหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ต้องร่วมมือกันดำเนินงานเพื่อคุ้มครอง ส่งเสริม และสนับสนุนสถานภาพ บทบาท และกิจกรรมของผู้สูงอายุ ดังนั้นเพื่อให้คนไทย โดยเฉพาะวัยสูงอายุมีสุขภาพที่ดี จึงต้องมีมาตรการส่งเสริมให้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องด้านอาหารและโภชนาการและร่วมสร้างปัจจัยเอื้อทางสภาพแวดล้อมที่มีผลต่อการมีพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมต่อไป

วัตถุประสงค์ : สร้างความรอบรู้ด้านอาหารและโภชนาการเพื่อป้องกัน NCDs ให้กับผู้สูงอายุ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
เป้าหมาย/ผลผลิตของโครงการ 1. ภาคีเครือข่ายได้รับการพัฒนาให้ความรอบรู้ แนวทางการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลดหวาน มัน เค็ม จำนวน 1 ครั้ง 2. ภาคีเครือข่ายได้รับการสร้างความตระหนักลดการกินเค็มผ่านกิจกรรม “สัปดาห์รณรงค์ลดการกินเค็ม” จำนวน 1 ครั้ง 3. Media / Application/ Tool สร้างความรอบรู้ด้านอาหารและโภชนาการผ่านการเผยแพร่สู่ภาคีเครือข่าย/ประชาชน จำนวน 1 เรื่อง 4. ประชาชนได้รับความรู้ และเกิดความตระหนัก เรื่องโภชนาการผ่านการจัดนิทรรศการให้ความรู้ จำนวน 5 ครั้ง ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ 1.เชิงปริมาณ : ภาคีเครือข่ายได้รับการพัฒนาให้ความรอบรู้ แนวทางการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลดหวาน มัน เค็ม จำนวน 1 ครั้ง 2.เชิงคุณภาพ : เจ้าหน้าที่/ประชาชนมีความรู้ในการส่งเสริมสุขภาพด้านอาหารและโภชนาการ ลดหวาน มัน เค็ม จำนวน 7 เรื่อง 3.เชิงเวลา : ระยะดำเนินงาน จำนวน 4 ไตรมาส

วิธีการดำเนินงาน : 1.สร้างความตระหนักรู้ และเข้าใจด้านอาหารและโภชนาการ สำรวจพฤติกรรมการบริโภคผ่านตำบลโภชนาการดี ลดหวาน มัน เค็ม ควบคุม NCDs 2.กิจกรรมสัปดาห์รณรงค์ลดการกินเค็ม 3.จัดจ้างเจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล 4.Media/Application/Tool เผยแพร่ประเด็นความรู้ด้านอาหารและโภชนาการเพื่อสร้างความรอบรู้ให้กับประชาชน 5.รณรงค์ให้ความรู้ด้านอาหารและโภชนาการ สำหรับผู้สูงอายุ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1.สร้างความตระหนักรู้ และเข้าใจด้านอาหารและโภชนาการ สำรวจพฤติกรรมการบริโภค ผ่านตำบลโภชนาการดี ลดหวาน มัน เค็ม ควบคุม NCDs 1 ม.ค. 2561 - 30 มิ.ย. 2561 70,000.00
2 2.กิจกรรมสัปดาห์รณรงค์ลดการกินเค็ม 1 มี.ค. 2561 - 31 มี.ค. 2561 40,000.00
3 3.จัดจ้างเจ้าหน้าหน้าที่บันทึกข้อมูล 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 108,000.00
4 4.Media/Application/Tool เผยแพร่ประเด็นความรู้ด้านอาหารและโภชนาการเพื่อสร้างความรอบรู้ให้กับประชาชน 1 ต.ค. 2560 - 31 ต.ค. 2560 12,000.00
5 5.รณรงค์ให้ความรู้ด้านอาหารและโภชนาการ สำหรับผู้สูงอายุ -จัดนิทรรศการ -สาธิตอาหาร 1 เม.ย. 2561 - 30 เม.ย. 2562 10,000.00
รวมเป็นเงิน 240,000.00
งบประมาณ : 240,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 เม.ย. 2562
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : ประชาชนมีความรอบรู้ในการดูแลสุขภาพด้านการบริโภคอาหารเพื่อการป้องกัน NCDs

ผู้รับผิดชอบโครงการ : กลุ่มส่งเสริมโภชนาการผู้สูงอายุ

ผู้เสนอโครงการ : นางสาววิไลลักษณ์ ศรีสุระ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางนภาพรรณ วิริยะอุตสาหกุล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายวชิระ เพ็งจันทร์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สำนักโภชนาการ
ลำดับที่ : 5

ชื่อโครงการ : โครงการวัยรุ่นไทยสูงดีสมส่วน

ยุทธศาสตร์ : 1.3 ส่งเสริมพฤติกรรมอนามัยการเจริญพันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับวัยรุ่น

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 10. ร้อยละของวัยรุ่น 15-18 ปี สูงดีสมส่วน และอายุ 19 ปี มีส่วนสูงเฉลี่ยตามเกณฑ์

cluster : กลุ่มวัยรุ่น

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (31)11.1 พัฒนาระบบเฝ้าระวัง จัดการข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลวัยรุ่นสูงดีสมส่วน

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : จากการสำรวจสถานการณ์สูงดีสมส่วนและพฤติกรรมสุขภาพวัยรุ่นอายุ 15-21 ปี พ.ศ.2560 พบว่า วัยรุ่นอายุ 15-18 ปี สูงดีสมส่วน เพศชายร้อยละ 63.2 และเพศหญิงร้อยละ 70.8 วัยรุ่นอายุ 19 ปี มีส่วนสูงเฉลี่ยเพศชาย 170.9 เซนติเมตร และเพศหญิง 158.1 เซนติเมตร ด้านพฤติกรรมการบริโภคอาหารของวัยรุ่นอายุ 15-21 ปี พบว่าโดยเฉลี่ยต่อวัน วัยรุ่นชายและหญิงกินอาหารกลุ่มข้าว-แป้ง 7 และ 6 ทัพพีตามลำดับ กินเนื้อสัตว์ 9 และ 6 ช้อนกินข้าวตามลำดับ กินผัก 3 และ 2 ทัพพีตามลำดับ และวัยรุ่นทั้งชายและหญิงกินผลไม้วันละ 2 ส่วน ดื่มนมวันละ 1 แก้ว โดยดื่มนมรสจืด ร้อยละ 16.8 และ 7.6 ตามลำดับ และวัยรุ่นชายและหญิง กินอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง เช่น ตับ เลือด โดยเฉลี่ยเพศชายสัปดาห์ละ 2 ครั้งและเพศหญิงสัปดาห์ละ 1 ครั้ง โดยกินครั้งละ 2 ช้อนกินข้าว เมื่อเปรียบเทียบกับปริมาณที่แนะนำต่อวัน พบว่าโดยเฉลี่ยวัยรุ่นหญิงกินเนื้อสัตว์เพียงวันละ 6 ช้อนกินข้าว น้อยกว่าปริมาณที่แนะนำตามธงโภชนาการ (9 ช้อนกินข้าว/วัน) วัยรุ่นทั้งชายและหญิงดื่มนมวันละ 1 แก้ว ซึ่งน้อยกว่าปริมาณที่แนะนำ (2 แก้ว/วัน) ด้านสุขภาพช่องปากพบว่า วัยรุ่นอายุ 15-17 ปี และ 18-21 ปี แปรงฟันตอนตื่นนอนร้อยละ 97.1 และร้อยละ 98.0 ตามลำดับ และแปรงฟันก่อนนอนร้อยละ 90.5 และร้อยละ 91.7 ตามลำดับ มีปัญหาสุขภาพช่องปาก ได้แก่ ฟันผุ มากที่สุด ร้อยละ 31.3 และร้อยละ 38.1 ตามลำดับ มีความต้องการบริการทันตกรรม ได้แก่ ขูดหินปูน มากที่สุด ร้อยละ 54.3 และ ร้อยละ 62.4 ตามลำดับ ด้านการออกกำลังกาย พบว่าวัยรุ่นอายุ 15-21 ปี ใช้เวลาออกกำลังกายยามว่าง โดยเฉลี่ย เพศชาย 24.1 นาที/วัน และเพศหญิง 17.5 นาที/วัน ซึ่งวัยรุ่นควรมีเวลาออกกำลังกายสะสม 60 นาที/วัน ด้านการนอนหลับ แนะนำให้วัยรุ่นนอนหลับสนิทอย่างน้อย 8 ชั่วโมง/วัน แต่ผลการสำรวจพบว่า วัยรุ่นนอนหลับโดยเฉลี่ย 7.2 ชั่วโมงในวันทำงานหรือเรียนปกติ ส่วนวันหยุดนอนหลับ 8.5 ชั่วโมง และวัยรุ่นยังมีพฤติกรรมเสี่ยงในเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร นำไปสู่ปัญหาการตั้งครรภ์ การทำแท้ง ซึ่งทำให้เกิดปัญหาทางสุขภาพ และเชื่อมโยงไปถึงปัญหาทางเศรษฐกิจสังคม การส่งเสริมให้วัยรุ่นสูงดีสมส่วน จึงเป็นการบูรณาการงานส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวม : NEST ประกอบด้วย Nutrition/Exercise/Sleep/Safe Sex/Sex Education ในการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ เพื่อให้เกิดวัยรุ่นพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ได้แก่ การบริโภคอาหารอย่างถูกหลักโภชนาการ ครบถ้วนและเหมาะสมกับความต้องการ โดยเน้นการดื่มนมวันละ 2 กล่อง กินไข่วันละ 1 ฟอง การมีกิจกรรมทางกายและการนอนหลับอย่างเพียงพอ การดูแลสุขภาพช่องปากตามหลัก 222 ร่วมกับการมีพฤติกรรมอนามัยเจริญพันธุ์ที่เหมาะสม อันจะส่งผลให้สุขภาพแข็งแรง สูงดีสมส่วน มีคุณภาพชีวิตที่ดี เพื่อส่งต่อเข้าสู่วัยทำงานหุ่นดี สุขภาพดีต่อไป

วัตถุประสงค์ : 1.เพื่อส่งเสริมสุขภาพให้วัยรุ่นอายุ 15-21 ปีสูงดีสมส่วน 2.เพื่อให้วัยรุ่นอายุ 15-21 ปี มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
เป้าหมาย/ผลผลิตของโครงการ 1.ทำการศึกษาแบบ pilot เก็บข้อมูลเชิงคุณภาพใน 13 จังหวัดตัวแทนศูนย์อนามัย เพื่อศึกษาปัจจัยส่งเสริมด้านความสูงของวัยรุ่น จำนวน 13 จังหวัด 2.สื่อประชาสัมพันธ์ ในการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ เพื่อกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ ผ่านช่องทางการสื่อสารสาธารณะ จำนวน 1 เรื่อง ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ 1.เชิงปริมาณ : วัยรุ่นอายุ 15-18 ปีสูงดีสมส่วน และอายุ 19 ปีมีส่วนสูงเฉลี่ยตามเกณฑ์ 2.เชิงคุณภาพ : พฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ของวัยรุ่นอายุ 15-21 ปี 3.เชิงเวลา : ดำเนินกิจกรรมได้ตามแผนปฏิบัติการ ร้อยละ 100

วิธีการดำเนินงาน : 1.พัฒนาระบบเฝ้าระวัง จัดการข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลวัยรุ่นสูงดีสมส่วน 2.สร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ เพื่อให้วัยรุ่นมีพฤติกรรมที่พึงประสงค์ 3.นิเทศ ติดตาม ประเมินผล

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 2.จัดทำสื่อให้ความรู้รูปแบบพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ของวัยรุ่นอายุ 15-21 ปี 1 ต.ค. 2560 - 30 พ.ย. 2560 202,820.00
2 3.เก็บข้อมูลพฤติกรรมสุขภาพของวัยรุ่นอายุ 15-21 ปี ใน 5 จังหวัดนำร่อง ก่อนดำเนินการให้ความรู้ 1 พ.ย. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 322,580.00
3 5.ติดตามผลการดำเนินงานให้ความรู้รูปแบบพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ -สุ่มติดตามผลใน 2 จังหวัดนำร่อง 1 ม.ค. 2561 - 31 ม.ค. 2561 20,000.00
4 6.เก็บข้อมูลการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของวัยรุ่นอายุ 15-21 ปี หลังดำเนินการให้ความรู้ 1 ก.พ. 2561 - 31 มี.ค. 2561 258,000.00
5 8.จัดจ้างผู้ช่วยโครงการ 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 180,000.00
รวมเป็นเงิน 983,400.00
งบประมาณ : 983,400.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : วัยรุ่นอายุ 15-21 ปี สูงดีสมส่วนและมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ ทั้งด้านการบริโภคอาหารครบถ้วนหลากหลายตามธงโภชนาการ กินผักผลไม้ปริมาณเพียงพอต่อวัน และกินอาหารไม่หวานจัด ไม่เค็มจัด และไม่มีไขมันสูง มีกิจกรรมทางกายและนอนหลับอย่างเพียงพอ มีการดูแลสุขภาพช่องปาก ร่วมกับการมีพฤติกรรมอนามัยเจริญพันธุ์ที่เหมาะสม

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นางวสุนธรี เสรีสุชาติ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 2. นางสาวลักษณิน รุ่งตระกูล ตำแหน่ง นักโภชนาการปฏิบัติการ 3. นางสาววิภาศรี สุวรรณผล ตำแหน่ง นักโภชนาการปฏิบัติการ 4. นางสาวสุทธาศินี จันทร์ใบเล็ก ตำแหน่ง นักโภชนาการ

ผู้เสนอโครงการ : นางกุลพร สุขุมาลตระกูล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางนภาพรรณ วิริยะอุตสาหกุล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายวชิระ เพ็งจันทร์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สำนักโภชนาการ
ลำดับที่ : 6

ชื่อโครงการ : โครงการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ของวัยทำงานโดยผู้นำสุขภาพ

ยุทธศาสตร์ : 1.4 ส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานที่พึงประสงค์

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 11. ร้อยละของวัยทำงานอายุ 30-44 ปี มีดัชนีมวลกายปกติ

cluster : กลุ่มวัยทำงาน

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (36)12.2 จัดทำและขับเคลื่อนข้อเสนอเชิงนโยบาย Healthy eating Active living และ Environmental health

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : ประชากรวัยทำงานมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ โดยเป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม อีกทั้งยังเป็นกำลังหลักของครอบครัว ในการดูแลสมาชิกที่เป็นกลุ่มวัยต่างๆ ข้อมูลจาก ระบบสถิติ กระทรวงมหาดไทย พ.ศ. 2558 ประชากรวัยทำงาน (15-59 ปี) มีจำนวน 43 ล้านคน เป็นเพศหญิง 22 ล้านคน เพศชาย 21 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 66 ของประชากรทั้งหมด ซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ การส่งเสริมสุขภาพในประชากรวัยทำงานให้มีสุขภาพดี นอกจากจะทำให้ประชากรกลุ่มเป้าหมายมีสมรรถนะในการทำงานได้เต็มศักยภาพ ทั้งยังเป็นการเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยสูงอายุทีมีคุณภาพ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจ สังคม ความเจริญก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีตามกระแสโลกาภิวัฒน์ เป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของประชากรวัยทำงาน จากการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยครั้งที่ 5 พ.ศ. 2557 โดย สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข พบว่าคนไทยวัยทำงานอายุ 15 ปีขึ้นไป มีพฤติกรรมกินผักผลไม้ต่อวันเพียงพอตามข้อแนะนำ (รวม ≥5 ส่วนมาตรฐานต่อวัน) เพียงร้อยละ 25.9 มีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ ร้อยละ 19.2 มีดัชนีมวลกาย (BMI) อยู่ในเกณฑ์ปกติ (18.5-22.9 กิโลกรัม/ตารางเมตร) เพียงร้อยละ 36.43 ความชุกของภาวะอ้วน (BMI ≥ 25 กิโลกรัม/ตารางเมตร) ร้อยละ 37.5 และพบโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ 8.9 และ ร้อยละ 24.7 ตามลำดับ ผลการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากระดับประเทศ ครั้งที่ 7 พ.ศ. 2555 โดย สำนักทันตสาธาณสุข กรมอนามัย พบว่า คนไทยวัยทำงานแปรงฟันหลังตื่นนอนตอนเช้า ร้อยละ 97.8 แปรงฟันก่อนเข้านอน ร้อยละ 79.9 และใช้อุปกรณ์เสริมร่วมกับการแปรงฟันร้อยละ 55.7 ผลจากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติพ.ศ. 2552 พบว่าการนอนหลับของคนไทยวัยทำงาน 8.2 ชั่วโมงต่อวัน (ประชากรอายุ 10 ปีขึ้นไป) สถานการณ์ดังกล่าวเป็นปัจจัยเชิงสาเหตุเบื้องต้นต่อสุขภาพวะของคนไทยในปัจจุบัน ไม่สอดคล้องกับสังคมผู้สูงอายุของประเทศ ที่ประชาชนมีอายุขัยเฉลี่ยสูงขึ้นทั้งเพศหญิงและเพศชายแต่กลับมีภาระโรคร่วมด้วยมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคกระดูก โรคไต และโรคความจำเสื่อมซึ่งโรคต่างๆนี้สามารถป้องกันได้หากประชาชนมีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพที่เหมาะสม ซึ่งกรมอนามัยโดยสำนักโภชนาการได้ส่งเสริมให้ประชาชนวัยทำงานมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ โดยปี 2560 ได้ดำเนินงานโครงการ พัฒนาส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานที่พึงประสงค์ ซึ่งได้มีการสร้างผู้นำสุขภาพ (Health Leader) เพื่อเป็นแกนนำในการกระตุ้น ผลักดัน และขับเคลื่อนชุมชนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปสู่การมีพฤติกรรมที่พึงประสงค์ทั้ง 4 ด้าน และเกิดนโยบายสาธารณะระดับพื้นที่ ดังนั้น สำนักโภชนาการ กรมอนามัย จำเป็นต้องมีโครงการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ของวัยทำงานโดยผู้นำสุขภาพ เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ทั้ง 4 ด้านของประชาชนวัยทำงานในชุมชน เกิดการขับเคลื่อนพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์จนทำให้ประชาชนวัยทำงานหุ่นดี สุขภาพดี และมีดัชนีมวลกายปกติ สามารถเป็นกำลังหลักในการพัฒนาประเทศ การดูแลครอบครัวและเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยผู้สูงอายุต่อไป

วัตถุประสงค์ : 1. พัฒนาและจัดทำร่างนโยบายด้านการส่งเสริมสุขภาพวัยทำงานผ่านเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชนและ ภาคประชาชน 2. ส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ การบริโภคอาหาร กิจกรรมทางกาย การนอน และการดูแลสุขภาพช่องปาก โดยผู้นำสุขภาพ 3. พัฒนาองค์วามรู้และรูปแบบการสื่อสาร สาธารณะที่เหมาะสมในการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพ วัยทำงานที่พึงประสงค์ (Key message)

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
เป้าหมาย/ผลผลิตของโครงการ 1. ข้อเสนอเชิงนโยบายสาธารณะ Healthy eating /active living /environmental health ระดับกระทรวง จำนวน 1 เรื่อง 2. แนวทางการสร้างผู้นำสุขภาพเป็น E-book จำนวน 1 เรื่อง 3. สื่อพฤติกรรมที่พึงประสงค์วัยทำงาน จำนวน 1 เรื่อง 4. สื่ออาหารที่มีโฟเลทสูงในหญิงวัยเจริญพันธุ์ จำนวน 1 เรื่อง ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ 1.เชิงปริมาณ : ค่าดัชนีมวลกายที่เหมาะสมสำหรับประชาชนวัยทำงานอายุ 30-44 ปี ร้อยละ 55 2.เชิงคุณภาพ : พฤติกรรมที่พึงประสงค์ 4 ด้าน ได้แก่ การบริโภคอาหาร กิจกรรมทางกาย การนอนหลับสนิท และการดูแลอนามัยช่องปาก ร้อยละ 30 (ปี 2562) 3.เชิงเวลา : ดำเนินกิจกรรมได้ตามแผนปฏิบัติการ ร้อยละ 100

วิธีการดำเนินงาน : 1. ทบทวนวิธีการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพวัยทำงานและการพัฒนานโยบายสาธารณะ Healthy eating /active living /environmental health ทั้งภายในและต่างประเทศ 2. ค้นคว้า รวบรวม องค์ความรู้และ นวัตกรรม ทั้งภายในและต่างประเทศ วิเคราะห์ สังเคราะห์ จัดการความรู้ และเตรียมชุดคำถามในการสำรวจสถานการณ์ 3. ลงพื้นที่เพื่อสำรวจสถานการณ์การดำเนินงาน องค์ความรู้ นวัตกรรม ของ Health Leader และ นโยบายสาธารณะ Healthy eating /active living /environmental health 4. ประชุมพัฒนาแนวทางการสร้างผู้นำด้านสุขภาพและพัฒนาองค์ความรู้และรูปแบบการสื่อสาร สาธารณะที่เหมาะสม ในการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทํางานที่พึงประสงค์ 5. จัดทำแนวทางการสร้างผู้นำสุขภาพเป็น E-Book 6. ดำเนินการพัฒนารูปแบบนำร่องการสร้างพฤติกรรมที่พึ่งประสงค์ผ่านผู้นำสุขภาพในกระทรวงและ ภาคเอกชน และสรุปผลดำเนินการ 7. ประชุมพัฒนาจัดทำร่างนโยบายสาธารณะและนำไปปฏิบัติจริงร่วมกับ 4 กระทรวงหลัก 8. จัดประชุมร่วมกับ cluster law เพื่อเตรียมเสนอร่างข้อแนะนำการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย สาธารณะ เป็นประกาศกระทรวง 9. จัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายสาธารณะHealthy eating /active living /environmental health ผ่าน กระทรวงสาธารณสุข 10. จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้โครงการวัยทำงาน 4.0 หุ่นดี สุขภาพดี 11. จัดประชุมพัฒนาองค์ความรู้และรูปแบบการสื่อสาร สาธารณะที่เหมาะสม ในการส่งเสริมพฤติกรรม สุขภาพวัยทํางานที่พึงประสงค์และวางแผนการสื่อสารเรื่องโฟเลท ในโครงการ กปร. 12. รณรงค์เกี่ยวกับอาหารที่มีโฟเลทสูงผ่านสื่อต่างๆ เช่น นักข่าวพลเมือง Thai PBS สถานศึกษา ตลาดสด หน่วยงานภาครัฐ เอกชน ห้างร้านใหญ่ๆ ตลาดสด 13. สำรวจการรับรู้คุณประโยชน์ของโฟเลทในหญิงวัยเจริญพันธุ์ทางออนไลน์ (โครงการ กปร.) 14. สรุปผลการดำเนินการสื่อสารอาหารที่มีโฟเลทสูงในหญิงวัยเจริญพันธ์แก่โครงการ กปร. 15. นิเทศ ติดตาม โครงการและนิเทศร่วมกับกรมอนามัย

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1.ส่งเสริมพฤติกรรมที่พึงประสงค์โดยผู้นำสุขภาพ 1.1ลงพื้นที่เพื่อสำรวจสถานการณ์การดำเนินงานและรวบรวมองค์ความรู้และนวัตกรรม ของ Health Leader 1 ต.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 451,300.00
2 1.2พัฒนาเล่มแนวทางการสร้างผู้นำด้านสุขภาพ 1.2.1ประชุมพัฒนาเล่มแนวทางการสร้างผู้นำด้านสุขภาพ 1 พ.ย. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 90,790.00
3 1.2.2 พัฒนารูปเล่มแนวทางการสร้างผู้นำสุขภาพเป็น E Book 1 ธ.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 20,000.00
4 1.3 ทำ Model development การส่งเสริมพฤติกรรมที่พึงประสงค์โดยผู้นำสุขภาพ 1 ธ.ค. 2560 - 31 ก.ค. 2561 85,800.00
5 1.4ประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง การส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ -ผู้นำด้านสุขภาพ -นโยบายสาธารณะ 3 ด้าน -ความรอบรู้ด้านสุขภาพของประชาชนวัยทำงาน 1 ก.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561 911,300.00
6 2.ข้อเสนอเชิงนโยบายสาธารณะ Healthy eating /active living /environmental health ระดับกระทรวง 2.1บูรณาการพัฒนาจัดทำร่างนโยบายสาธารณะและนำไปปฏิบัติจริงร่วมกับ 4 กระทรวงหลัก 1 พ.ย. 2559 - 31 มี.ค. 2561 107,750.00
7 2.2ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฎิรูประบบบริหารและวิธีการทำงาน กลุ่มที่ 4 กลุ่มวัยทำงาน 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 37,200.00
8 2.3 จ้างผู้ช่วยโครงการเพื่อทบทวนค้นคว้า นโยบายสาธารณะ รวบรวมข้อมูล ทั้งในและต่างประเทศ 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 180,000.00
9 3.สร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพเรื่องหุ่นดี สุขภาพดี (Health literacy ) 3.1จัดประชุมพัฒนาองค์ความรู้และรูปแบบการสื่อสาร สาธารณะที่เหมาะสม ในการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทํางานที่พึงประสงค์ 1 ม.ค. 2561 - 31 พ.ค. 2561 15,300.00
10 3.2 จัดทำสื่อและช่องทางการเผยแพร่สื่อ - พฤติกรรมที่พึงประสงค์วัยทำงาน - การกินอาหารที่มีโฟเลทสูงในหญิงวัยเจริญพันธุ์ 1 พ.ย. 2560 - 31 ส.ค. 2561 228,800.00
11 3.3 เผยแพร่ประชาสัมพันธ์รณรงค์เกี่ยวกับพฤติกรรมที่พึงประสงค์วัยทำงาน อาหารที่มีโฟเลทสูงผ่านสื่อต่างๆ เช่น นักข่าว พลเมือง Thai PBS หน่วยงานภาครัฐ เอกชน ห้างร้านใหญ่ๆ 1 ส.ค. 2561 - 31 ส.ค. 2561 200,000.00
12 4.นิเทศ กำกับ ติดตาม 4.1นิเทศผลการดำเนินงานโครงการคนไทยหุ่นดี สุขภาพดี 4.0 1 ก.ค. 2561 - 31 ส.ค. 2561 71,760.00
รวมเป็นเงิน 2,400,000.00
งบประมาณ : 2,400,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 พ.ย. 2559 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. ประชาชนวัยทำงานหุ่นดี สุขภาพดี มีดัชนีมวลกายที่เหมาะสม 2. ประชาชนวัยทำงานอายุ 15-59 ปี มีพฤติกรรมที่พึงประสงค์ 4 ด้าน ได้แก่ การบริโภคอาหาร กิจกรรมทางกาย การนอนหลับสนิท และการดูแลอนามัยช่องปาก 3. ข้อเสนอเชิงนโยบายที่เอื้อต่อการมีพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของประชาชน

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นางกุลพร สุขุมาลตระกูล ตำแหน่ง นักโภชนาการชำนาญการพิเศษ 2. นางวสุนธรี เสรีสุชาติ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 3. นางสาววิภาศรี สุวรรณผล ตำแหน่ง นักโภชนาการปฏิบัติการ 4. นางสาวสุทธาศินี จันทร์ใบเล็ก ตำแหน่ง นักโภชนาการ

ผู้เสนอโครงการ : นางกุลพร สุขุมาลตระกูล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางนภาพรรณ วิริยะอุตสาหกุล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายวชิระ เพ็งจันทร์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สำนักโภชนาการ
ลำดับที่ : 7

ชื่อโครงการ : โครงการบริหารจัดการหน่วยงาน

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กลุ่ม HR

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (78)25.5 การบริหารจัดการหน่วยงาน

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : สามารถดำเนินงานของหน่วยงานได้รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ

วัตถุประสงค์ : เพื่อบริหารจัดการหน่วยงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
หน่วยงานมีการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ 1 หน่วยงาน

วิธีการดำเนินงาน : 1.ค่าตอบแทนในหน่วยงาน 2.ค่าใช้สอยในหน่วยงาน 3.ค่าวัสดุในหน่วยงาน

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1.ค่าใช้จ่ายพื้นฐาน 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 1,312,000.00
รวมเป็นเงิน 1,312,000.00
งบประมาณ : 1,312,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : บริหารจัดการและสนับสนุนการดำเนินงานของหน่วยงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1.นางสาวโสภา ทองนพภา 2.นางสาววิมล มีหิรัญ

ผู้เสนอโครงการ : นางสาวโสภา ทองนพภา

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางนภาพรรณ วิริยะอุตสาหกุล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายวชิระ เพ็งจันทร์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สำนักโภชนาการ
ลำดับที่ : 8

ชื่อโครงการ : โครงการบริหารจัดการหน่วยงาน ค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กลุ่ม HR

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (79)25.6 การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ

แผนจัดสรรงบประมาณ :   10. แผนงานบุคลากรภาครัฐ

หลักการและเหตุผล : การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิของบุคลากรสำนักโภชนาการ สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วัตถุประสงค์ : เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิของสำนักโภชนาการ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
การเบิกจ่ายขั้นต่ำตามสิทธิขอย่างมีประสิทธิภาพ 1 หน่วยงาน

วิธีการดำเนินงาน : 1.ค่าพตส. 2.เงินประจำตำแหน่ง

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1.ค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 603,000.00
รวมเป็นเงิน 603,000.00
งบประมาณ : 603,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : หน่วยงานสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1.นางสาวโสภา ทองนพภา 2.นางสาววิมล มีหิรัญ

ผู้เสนอโครงการ : นางสาวโสภา ทองนพภา

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางนภาพรรณ วิริยะอุตสาหกุล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายวชิระ เพ็งจันทร์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สำนักโภชนาการ
ลำดับที่ : 9

ชื่อโครงการ : โครงการเด็กวัยเรียนสูงดีสมส่วน แข็งแรงและฉลาด

ยุทธศาสตร์ : 1.2 ส่งเสริมเด็กวัยเรียนให้แข็งแรงและฉลาด

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 5. ร้อยละของเด็กวัยเรียน (6-14 ปี) สูงดีสมส่วน ฟันไม่ผุ (caries free) และเด็กอายุ 12 ปี มีส่วนสูงเฉลี่ยตามเกณฑ์

cluster : กลุ่มวัยเรียน

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (16)6.1 ทบทวนสถานการณ์และพัฒนามาตรฐาน หลักสูตร และนวัตกรรมสุขภาพเด็กวัยเรียน

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : โภชนาการที่ดีเป็นรากฐานที่สำคัญของการมีสุขภาพที่ดี โดยเฉพาะเด็กวัยเรียน เนื่องจากเด็กวัยนี้มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว จึงเป็นโอกาสที่จะส่งเสริมให้เด็กมีการเจริญเติบโตอย่างเต็มศักยภาพ หากเด็กได้รับอาหาร ไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย จะทำให้การเจริญเติบโตไม่ดีและผอม หากขาดอาหารเป็นเวลานานเรื้อรัง จะทำให้เด็กเตี้ย ส่งผลต่อการพัฒนาสมอง โดยระดับสติปัญญาต่ำกว่าเด็กที่มีส่วนสูงตามเกณฑ์ พัฒนาการล่าช้า อีกทั้งเด็กที่มีภาวะเตี้ยมีความเสี่ยงสูงที่จะป่วยเป็นโรคเรื้อรังเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ เช่น โรคอ้วน เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ซึ่งการส่งเสริมให้เด็กวัยเรียนได้กินอาหารในปริมาณและสัดส่วนที่เหมาะสม ทำให้เด็กมีการเจริญเติบโตที่ดี มีส่วนสูงในระดับดีและรูปร่างสมส่วน รวมทั้งป้องกันปัญหาภาวะทุพโภชนาการ (อ้วน ผอม เตี้ย) ได้ จากรายงานของสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข ปี 2560 พบภาวะโภชนาการของเด็กวัยเรียนอายุ 6-14 ปีสูงดีสมส่วนเพียง ร้อยละ 65.1 ภาวะผอม เริ่มอ้วนและอ้วน และเตี้ย พบร้อยละ 5 ,11.2 และ 5.1 ตามลำดับ ดังนั้นการส่งเสริมให้เด็กวัยเรียนได้บริโภคอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ครบถ้วน เหมาะสม ตามวัย ทำให้เด็กมีการเจริญเติบโตที่ดีทั้งร่างกายและสมอง โดยเด็กวัยเรียนควรดื่มนมจืดวันละ 2 แก้ว หรือ 400 มิลลิลิตร ทุกวัน เนื่องจากนมเป็นแหล่งของโปรตีนและแคลเซียม ช่วยสร้างมวลกระดูก ทำให้กระดูกแข็งแรง มีผลต่อการเจริญเติบโตด้านความสูง ร่วมกับการออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกของข้อต่อ เพื่อให้การเจริญเติบโตของกระดูก โดยเฉพาะกลุ่ม long bone เพิ่มขึ้น รวมถึงการนอนหลับที่มีคุณภาพอย่างน้อย วันละ 8 ชั่วโมง จะมีผลต่อความสูงที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ควรให้กินไข่ วันละ 1 ฟอง เพราะไข่เป็นแหล่งโปรตีนที่มีคุณภาพสูง เสริมสร้างการเจริญเติบโตของร่างกาย มีแร่ธาตุและวิตามิน ช่วยเพิ่มความจำและความสามารถในการเรียนรู้ของเด็ก นอกจากนี้ยังพบปัญหาว่าเด็กวัยเรียนบริโภคผัก ผลไม้น้อยกว่าปริมาณตามคำแนะนำ จากรายงานการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกายครั้งที่ 4 พ.ศ. 2551-2552 พบว่า เด็กอายุ 6-14 ปี กินผักและผลไม้ในปริมาณที่น้อยกว่า 1 ส่วนต่อวัน ร้อยละ 68 และร้อยละ 54.9 และพบเพียงร้อยละ 5 เท่านั้น ที่กินผักในปริมาณที่มากกว่า 3 ส่วนต่อวัน ส่วนผลไม้พบ ร้อยละ 21.7 ที่กินในปริมาณที่เพียงพอ คือ มากกว่า 2 ส่วนต่อวัน นอกจากนี้ยังพบปัญหาที่สำคัญจากการตรวจราชการของกระทรวงสาธารณสุข และนิเทศติดตามเชิงคุณภาพ ส่วนใหญ่พบว่าไม่มีการเชื่อมโยงการ ส่งต่อ- ส่งกลับเด็กอ้วนกลุ่มเสี่ยงที่มีภาวะ obesity sign ในระบบ service plan อย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้เด็กอ้วนกลุ่มเสี่ยงเสียโอกาสด้านสุขภาพ เพราะไม่ได้รับการส่งต่อรักษาอย่างทันท่วงที จึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาระบบฐานข้อมูลจากหน่วยงานเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพเด็กวัยเรียน เพื่อเชื่อมโยงฐานข้อมูลการเฝ้าระวัง คัดกรอง และส่งต่อ เด็กอ้วนกลุ่มเสี่ยงให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพต่อไป จากความสำคัญดังกล่าว กรมอนามัย ได้กำหนดยุทธศาสตร์ส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียนให้แข็งแรงและฉลาด โดยมีเป้าประสงค์ คือ เด็กวัยเรียนเจริญเติบโตเต็มศักยภาพและมีทักษะสุขภาพ กำหนดตัวชี้วัดร้อยละของเด็กวัยเรียนอายุ 6-14 ปี สูงดีสมส่วน ร้อยละ 66 และเด็กอายุ 12 ปี มีส่วนสูงเฉลี่ยตามเกณฑ์ เป้าหมายระยะ5 ปี ข้างหน้า (ปี 2564 ) เด็กผู้ชายสูง 154 เซนติเมตร และ เด็กผู้หญิง 155 เซนติเมตร เพื่อให้บรรลุเป้าประสงค์ดังกล่าว สำนักโภชนาการ จึงได้จัดทำโครงการเด็กวัยเรียนสูงดีสมส่วน แข็งแรงและฉลาด เพื่อส่งเสริมให้เด็กวัยเรียนมีส่วนสูงระดับดีและรูปร่างสมส่วน เติบโตเต็มศักยภาพ มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ และเป็นผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพแข็งแรงต่อไปในอนาคต อันจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติต่อไป

วัตถุประสงค์ : 1.เพื่อส่งเสริมเด็กวัยเรียนมีส่วนสูงระดับดีและรูปร่างสมส่วน 2.เพื่อส่งเสริมเด็กวัยเรียนให้มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ 3.เพื่อพัฒนาและเชื่อมโยงฐานข้อมูลการเฝ้าระวัง คัดกรอง และส่งต่อ เด็กอ้วนกลุ่มเสี่ยง

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
เป้าหมาย/ผลผลิตของโครงการ 1. ความพึงพอใจและประสิทธิผลของการใช้สื่อความรู้ NuPETHS 1 เรื่อง 2. สื่อและนวัตกรรม HL วัยเรียนโภชนาการดี 2 เรื่อง 3. รณรงค์ดื่มนมจืด 2 ครั้ง 4. โมเดลรักผัก 1 เรื่อง 5.โมเดลนำร่องพัฒนาโปรแกรม web service เพื่อพัฒนาระบบเฝ้าระวังภาวะโภชนาการและการคัดกรองเด็กอ้วนกลุ่มเสี่ยง 1 โปรแกรม ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ 1.เชิงปริมาณ : เด็กวัยเรียน 6-14 ปี สูงดีสมส่วน ร้อยละ 66 2.เชิงคุณภาพ : พฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ด้านโภชนาการ

วิธีการดำเนินงาน : 1.ประชุมพัฒนาหลักสูตรบูรณการงานสุขภาพเด็กวัยเรียน 2.สำรวจความพึงพอใจและประสิทธิผลของการใช้สื่อความรู้ NuPETHS 3.ผลิตสื่อและนวัตกรรม HL วัยเรียนโภชนาการดี (Smart Child Idol) 4.สัมมนาวิชาการสร้างมูลค่าพัฒนาสุขภาพเด็กวัยเรียนสู่ผลงานเชิงนวัตกรรมระดับประเทศ เครือข่าย Smart child 4.0 5.พัฒนาระบบการเฝ้าระวังภาวะโภชนาการเด็กวัยเรียน 6.โมเดลนำร่องพัฒนาโปรแกรม web service เพื่อพัฒนาระบบเฝ้าระวังภาวะโภชนาการและการคัดกรองเด็กอ้วนกลุ่มเสี่ยง 7.พัฒนาโมเดลรักผัก 8.นิเทศติดตามเชิงคุณภาพ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1.ประชุมพัฒนาหลักสูตรบูรณการงานสุขภาพเด็กวัยเรียน 1 ต.ค. 2560 - 31 พ.ค. 2561 40,000.00
2 2.สำรวจความพึงพอใจการใช้ชุดสื่อความรู้ NuPETHS ผ่าน social media 1 พ.ย. 2560 - 28 ก.พ. 2561 200,000.00
3 ผลิตสื่อและนวัตกรรม Health Literacy วัยเรียน โภชนาการดี (Smart Child Idol) 3.1 ผลิตสื่อและนวัตกรรม 1 ม.ค. 2561 - 30 เม.ย. 2561 700,000.00
4 3.2 จัดประกวดสื่อสร้างสรรค์ Smart Child Leader เพื่อพัฒนาชุดสื่อสำหรับเด็กวัยเรียนสูงดี สมส่วน ไม่อ้วน ผอมเตี้ย 1 ม.ค. 2561 - 31 มี.ค. 2561 35,000.00
5 4.จัดกิจกรรมรณรงค์ดื่มนมจืดยืดความสูง วันเด็กแห่งชาติและวันดื่มนมโลก 1 ม.ค. 2561 - 30 มิ.ย. 2561 300,000.00
6 5.สัมมนาวิชาการสร้างมูลค่าพัฒนาสุขภาพเด็กวัยเรียนสู่ผลงานเชิงนวัตกรรมระดับประเทศ เครือข่าย Smart child 4.0 1 เม.ย. 2561 - 30 เม.ย. 2561 400,000.00
7 พัฒนาระบบการเฝ้าระวังภาวะโภชนาการ 6.1 จัดประชุมระดมสมองเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญฐานข้อมูล 1 ต.ค. 2560 - 31 ก.ค. 2561 50,000.00
8 6.2 ประชุมข้อเสนอเชิงระบบเพื่อพัฒนาคุณภาพระบบฐานข้อมูลเฝ้าระวังด้านโภชนาการแบบ บูรณาการเครือข่าย 1 ส.ค. 2561 - 31 ส.ค. 2561 450,000.00
9 6.3 โมเดลนำร่องพัฒนาโปรแกรม web service เพื่อเฝ้าระวังภาวะโภชนาการและการ คัดกรอง ส่งต่อ เด็กอ้วนกลุ่มเสี่ยง 1 พ.ย. 2560 - 30 ก.ย. 2561 400,000.00
10 7.พัฒนานวัตกรรมโมเดล รักผัก 1 ธ.ค. 2560 - 31 ก.ค. 2561 200,000.00
11 8.นิเทศติดตามเชิงคุณภาพ 1 ธ.ค. 2560 - 31 ก.ค. 2561 90,000.00
12 9.จัดจ้างผู้ช่วยโครงการ 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 360,000.00
รวมเป็นเงิน 3,225,000.00
งบประมาณ : 3,225,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1.เด็กวัยเรียนมีส่วนสูงระดับดีและรูปร่างสมส่วนตามเกณฑ์ 2.ด็กวัยเรียนมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ 3.ระบบฐานข้อมูลการเฝ้าระวังภาวะโภชนาการเด็กวัยเรียนที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพ

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1.นางสาวพรวิภา ดาวดวง 2.นางสาวใจรัก ลอยสงเคราะห์ 3.นางสาวณัชชารีย์ มะสีพันธ์ 4.นางสาวกฤษณา ใจวัน

ผู้เสนอโครงการ : นางพรเลขา บรรหารศุภวาท

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางนภาพรรณ วิริยะอุตสาหกุล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายวชิระ เพ็งจันทร์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สำนักโภชนาการ
ลำดับที่ : 10

ชื่อโครงการ : โครงการควบคุมและป้องกันภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก ปี 2561

ยุทธศาสตร์ : 1.3 ส่งเสริมพฤติกรรมอนามัยการเจริญพันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับวัยรุ่น

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 10. ร้อยละของวัยรุ่น 15-18 ปี สูงดีสมส่วน และอายุ 19 ปี มีส่วนสูงเฉลี่ยตามเกณฑ์

cluster : กลุ่มวัยรุ่น

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (32)11.2 พัฒนาองค์ความรู้ด้านภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : สถานการณ์ปัญหาภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก เป็นปัญหาสาธารณสุขไทยที่สำคัญ จากรายงานสำรวจภาวะโภชนาการเด็กไทย อายุ 6 เดือน – 12 ปี พ.ศ. 2554 – 2555 ภายใต้โครงการสำรวจภาวะโภชนาการเด็กในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (South East Asia Nutrition Survey : SEANUTS) โดยสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล พบภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กในเด็กชนบทมีปัญหามากกว่าเด็กในเขตเมืองถึงสองเท่า - เด็กปฐมวัย (6 เดือน – 2.9 ปี) พบความชุกโลหิตจาง ร้อยละ 36.8 ในเขตชนบท ร้อยละ 41.7 เขตเมือง ร้อยละ 26.0 - เด็กปฐมวัย (3 – 5 ปี) พบความชุกโลหิตจาง ร้อยละ 10.3 ในเขตชนบท ร้อยละ 14.3 เขตเมือง ร้อยละ 3.1 - เด็กวัยเรียน (6 – 12 ปี) พบความชุกโลหิตจาง ร้อยละ 10.4 โดยพบความชุกโลหิตจางสูง ในเขตชนบท ร้อยละ 12.2 เขตเมือง ร้อยละ 6.6 กรมอนามัย โดยสำนักโภชนาการ ร่วมกับ กรมสุขภาพจิต ได้สำรวจสถานการณ์ภาวะโภชนาการ ภาวะโลหิตจาง ระดับสติปัญญาในเด็กไทยวัยเรียน ปี 2557 พบความชุกโลหิตจางในเด็กอายุ 6 ปี ร้อยละ 31.1 จากรายงานสำรวจสุขภาพประชาลชนไทย โดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 4 พ.ศ. 2551 – 2552 พบความชุกโลหิตจางในกลุ่มหญิงวัยเจริญพันธุ์ อายุ 15 – 44 ปี ร้อยละ 25.7 จากระบบรายงาน 43 แฟ้ม (ระบบรายงาน HDC : Health Data Center) สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข พบความชุกโลหิตจางในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ ตั้งแต่ พ.ศ. 2553 – 2558 พบร้อยละ 18.6, 32.1, 30.7, 29.9, 29.5 และ 23.5 ตามลำดับ และแนวโน้มความชุกโลหิตจางในกลุ่มผู้สูงอายุที่อายุมากกว่า 60 ปี มีแนวโน้มสูงขึ้น โดยพบความชุกโลหิตจางในกลุ่มผู้สูงอายุ 60-69 ปี ร้อยละ 34.5 กลุ่มผู้สูงอายุ 70–79 ปี ร้อยละ 48.4 และกลุ่มผู้สูงอายุมากกว่า 80 ปี ร้อยละ 60.7 ตามลำดับ โดยภาพรวมของสถานการณ์ปัญหาภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กของประเทศไทย มีผลกระทบต่อประชาชนไทยทุกกลุ่มวัย ซึ่งจะมีผลต่อการพัฒนาศักยภาพของประชากรไทยในระยะยาว กรมอนามัย โดยสำนักโภชนาการ ดำเนินโครงการควบคุมและป้องกันโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กในประชาชนไทย โดยมีมาตรการเสริมยาธาตุเหล็กเชิงป้องกันภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก ในประชากรกลุ่มเสี่ยง และมาตรการส่งเสริมการบริโภคอาหารที่อุดมด้วยธาตุเหล็กนั้น จากการดำเนินโครงการควบคุมและป้องกันโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กที่ผ่านมา พบว่าสถานการณ์ปัญหาโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก ยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทย เนื่องจากยังขาดการสื่อสารเชิงนโยบายการควบคุมและป้องกันโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก ทำให้นโยบายระดับจังหวัดในการดำเนินงานดังกล่าวยังไม่เป็นรูปธรรม ร่วมกับประชาชนยังไม่ตระหนักถึงความสำคัญของธาตุเหล็กกับสติปัญญาและคุณภาพชีวิตคนไทยทุกกลุ่มวัย ดังนั้น จึงมีความจำเป็นต้องดำเนินโครงการควบคุมและป้องกันโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก ซึ่งมุ่งหวังให้ประชาชนไทยทุกกลุ่มวัยได้รับธาตุเหล็กอย่างเพียงพอ อันจะนำไปสู่สมรรถนะทางสติปัญญาและทางร่างกายอย่างเต็มศักยภาพของประชาชนไทย เพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

วัตถุประสงค์ : เพื่อควบคุมและป้องกันโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กในประชากรกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ หญิงวัยเจริญพันธุ์ หญิงตั้งครรภ์ เด็กปฐมวัย เด็กวัยเรียน

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
เป้าหมาย/ผลผลิตของโครงการ 1. ยุทธศาสตร์และทิศทางการดำเนินงานควบคุมและป้องกันโลหิตจาง 6 ยุทธศาสตร์ 2. ระบบการเฝ้าระวังภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กในประชากรไทย 1 ระบบ ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ 1.เชิงปริมาณ : ทราบสถานการณ์การได้รับยาน้ำเสริมธาตุเหล็กและยาเม็ดเสริมธาตุเหล็ก สำหรับเด็กอายุ 6 เดือน – 5 ปี และ 6 – 14 ปี ตามลำดับ 2.เชิงคุณภาพ : พฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ของหญิงวัยเจริญพันธุ์หญิงตั้งครรภ์ เด็กปฐมวัย เด็กวัยเรียน 3.เชิงเวลา : ดำเนินกิจกรรมได้ตามแผนปฏิบัติการ 100 เปอร์เซนต์

วิธีการดำเนินงาน : 1.ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการควบคุมและป้องกันโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก 2.พัฒนาระบบรายงาน ข้อมูลสถานการณ์ภาวะโลหิตจาง ในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ และเด็กปฐมวัย 3.สำรวจความครอบคลุมการได้รับยาน้ำเสริมธาตุเหล็กและยาเม็ดเสริมธาตุเหล็กในกลุ่มเด็กปฐมวัยอายุ 6 เดือน -5 ปี และเด็กวัยเรียน อายุ 5-14 ปีตามลำดับ 4.นิเทศ ติดตาม และประเมินผล

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการควบคุมและป้องกันโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก 1 ธ.ค. 2560 - 31 ก.ค. 2561 81,000.00
2 2.สำรวจความครอบคลุมการได้รับยาน้ำเสริมธาตุเหล็ก ในกลุ่มเด็กปฐมวัย อายุ 6 เดือน ถึง 5 ปีใน well baby clinic และยาเม็ดเสริมธาตุเหล็กในเด็กอายุ 6-14 ปี 1 พ.ย. 2560 - 30 มิ.ย. 2561 85,000.00
3 3.ประชุมจัดทำยุทธศาสตร์การควบคุมและป้องกันภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กของประเทศไทย 1 ธ.ค. 2560 - 31 ก.ค. 2561 49,530.00
4 4.การดำเนินงานควบคุมและป้องกันภาวะโลหิตจางในหญิงวัยเจริญพันธุ์ และลดความพิการแต่กำเนิด ในจังหวัดอุดรธานี บึงกาฬ มุกดาหาร นครพนม และสกลนคร 1 ม.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561 159,470.00
รวมเป็นเงิน 375,000.00
งบประมาณ : 375,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 พ.ย. 2560 - 31 ก.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1.การดำเนินงานควบคุมและป้องกันภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กของประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม 2.ประชาชนไทยได้รับธาตุเหล็กอย่างเพียงพอและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางสุนิสา ศุภเลิศมงคลชัย

ผู้เสนอโครงการ : นางพรเลขา บรรหารศุภวาท

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางนภาพรรณ วิริยะอุตสาหกุล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายวชิระ เพ็งจันทร์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สำนักโภชนาการ
ลำดับที่ : 11

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและองค์กรสมรรถนะสูง

ยุทธศาสตร์ : 4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 20. การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

cluster : กลุ่ม HR

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (74)25.1 พัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : การพัฒนาศักยภาพบุคลากรในหน่วยงานเป็นนโยบายที่กรมอนามัย ได้ตอบสนองยุทธศาสตร์การพัฒนาข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2557-2561 แนวทางการยกระดับขีดสมรรถนะของบุคลากรภาครัฐ พ.ศ. 2556-2558 โดยที่การพัฒนาและบริหารกำลังคนภาครัฐมี 1 ประการ คือ 1) การบริหารกำลังคนให้สอดคล้องกับบทบาทภารกิจที่มีในปัจจุบัน และเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต และ 2) การพัฒนาทักษะและศักยภาพของกำลังคนภาครัฐและเตรียมความพร้อมบุคลากรภาครัฐสู่ประชาคมอาเซียนจากแนวทางดังกล่าวเพื่อให้บุคลากรในหน่วยงานเกิดกรอบแนวคิด กลวิธีและกระบวนการในการปฏิบัติการงานอย่างเป็นระบบ เพิ่มสมรรถนะในการปฏิบัติงาน นำไปสู่การดำเนินงานให้บรรลุตามเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นสำนักโภชนาการ กรมอนามัย ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบในการดำเนินงานด้านวิชาการ สนับสนุนและส่งเสริมให้ประชาชนทุกกลุ่มวัยมีภาวะโภชนาการและสุขภาพที่ดี บุคลากรในหน่วยงานจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องได้รับการพัฒนาองค์ความรู้เพื่อเพิ่มสมรรถนะในการปฏิบัติงาน รวมทั้งต้องมีการพัฒนาเทคโนโลยีและข้อมูลข่าวสารด้านโภชนาการที่ทันสมัย รวดเร็วและทันต่อเหตุการณ์ที่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน นอกจากนี้การพัฒนาบุคลากรยังทำให้เกิดความรู้ ความเข้าใจและเกิดทัศนคติที่ดีของเจ้าหน้าที่ มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การทำงานร่วมกัน เพื่อเป็นประโยชน์ในการนำไปปฏิบัติงานและการบริหารงานทั้งภายในและภายนอกองค์กร นำไปสู่การปฏิบัติงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

วัตถุประสงค์ : 1.เพื่อเพิ่มพูนองค์ความรู้ด้านอาหารและโภชนาการให้แก่บุคลากรในหน่วยงาน 2.เพื่อเพิ่มสมรรถนะในการปฏิบัติงานให้แก่เจ้าหน้าที่นำไปสู่การบรรลุเป้าหมายตามที่กรมอนามัยกำหนด 3.เพื่อให้บุคลากรสำนักโภชนาการและผู้เกี่ยวข้องได้รับพัฒนาสมรรถนะหลักด้านมุ่งผลสัมฤทธิ์ (Achievement Motivation) และการบริการที่ดี (Service Mind) 4.เพื่อให้บุคลากรในหน่วยงานและภาคีเครือข่ายเกิดการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานร่วมกัน ทำให้เกิดกรอบแนวคิดและการพัฒนางานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 5.เพื่อพัฒนาระบบข้อมูลด้านอาหารและโภชนาการ ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์และเผยแพร่ให้แก่หน่วยงานต่างๆ ในการสืบค้นและอ้างอิงได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
เป้าหมาย/ผลผลิตของโครงการ 1. นักโภชนาการ นักวิชาการ และเจ้าหน้าที่สำนักโภชนาการ และผู้ที่รับผิดชอบงานโภชนาการทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ได้รับการพัฒนาองค์ความรู้เพื่อเพิ่มสมรรถนะในการปฏิบัติงาน 400 คน ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ 1.เชิงปริมาณ : กลุ่มเป้าหมายได้รับการพัฒนาองค์ความรู้เพื่อเพิ่มสมรรถนะในการปฏิบัติงาน 400 คน 2.เชิงคุณภาพ : กลุ่มเป้าหมายผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ(PMQA) 1 เรื่อง 3.เชิงเวลา : ระยะดำเนินงาน 4 ไตรมาส

วิธีการดำเนินงาน : 1.ประชุมชี้แจงแผน/ผลการดำเนินงาน 2.ประชุมพัฒนาศักยภาพบุคลากร 3.ประชุมจัดทำแผนอาหารและโภชนาการแห่งชาติ 4.จัดประชุมชี้แจงและวางแผนการดำเนินงานเตรียมความพร้อม ASEAN Health Cluster 1: Promotion Healthy Lifestyle Program strategy 2 Activities 1.3 เรื่องการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานเฝ้าระวังโภชนาการของอาเซียน 5.การอบรมโปรแกรมคอมพิวเตอร์

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1.การประชุมคณะกรรมการบริหารสำนักฯ, กพร., กพว., KM และการประสานแผนฯ. 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 37,440.00
2 2.การประชุมชี้แจงแผน/ผลการดำเนินงาน 1 ต.ค. 2560 - 31 ต.ค. 2560 240,000.00
3 3.การประชุมพัฒนาศักยภาพบุคลากร 1 ส.ค. 2561 - 31 ส.ค. 2561 850,000.00
4 4.จัดทำแผนอาหารและโภชนาการแห่งชาติ 4.1การประชุมเตรียมการและแต่งตั้งคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ และคณะทำงานการจัดทำแผนอาหารและโภชนาการแห่งชาติ 1 พ.ย. 2560 - 30 พ.ย. 2560 9,500.00
5 4.2 การประชุมคณะอนุกรรมการ และคณะทำงานการจัดทำแผนอาหารและโภชนาการแห่งชาติ 1 ธ.ค. 2560 - 30 เม.ย. 2561 38,000.00
6 4.3 การประชุมคณะกรรมการจัดทำแผนอาหารและโภชนาการแห่งชาติ 1 ก.พ. 2561 - 28 ก.พ. 2561 171,500.00
7 5.2จัดประชุมชี้แจงและวางแผนการดำเนินงาน 1 ม.ค. 2561 - 28 ก.พ. 2561 21,300.00
8 5.3สำรวจและเตรียมความพร้อมพื้นที่ 1 มี.ค. 2561 - 31 พ.ค. 2561 40,400.00
9 6.การอบรมโปรแกรมคอมพิวเตอร์ 1 ก.พ. 2561 - 28 ก.พ. 2561 72,200.00
10 7.สนับสนุนการดำเนินงาน 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561 527,920.00
11 8.การพัฒนาบุคลากร อบรม สัมมนา 1 ก.ย. 2561 - 30 ก.ย. 2561 235,000.00
รวมเป็นเงิน 2,243,260.00
งบประมาณ : 2,243,260.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 30 ก.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : นักโภชนาการ นักวิชาการที่เกี่ยวข้องและเจ้าหน้าที่ได้รับการพัฒนาสมรรถนะในการปฏิบัติงาน และเพิ่มพูนองค์ความรู้ด้านอาหารและโภชนาการ รวมทั้งหน่วยงานได้มีการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสน เทศทางอาหารและโภชนาการ เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานให้บรรลุตามเป้าหมายและนโยบายที่ กรมอนามัยกำหนดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1.นางสายสม สุขใจ 2.นางสาวสุรีย์รัตน์ พิพัฒน์จารุกิตติ์ 3.นางสาวนาตยา อังคนาวิน 4.นางสาวกุลธิดา รักกลัด 5.นางสาวสิริลักษณ์ วงศ์ไพฑูรย์ 6.นายพรสรรค์ ภู่ทอง 7.นายสุเมธ ศรีโสดา

ผู้เสนอโครงการ : นางสายสม สุขใจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางนภาพรรณ วิริยะอุตสาหกุล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายวชิระ เพ็งจันทร์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สำนักโภชนาการ
ลำดับที่ : 12

ชื่อโครงการ : โครงการปรับปรุงปริมาณสารอาหารอ้างอิงที่ควรได้รับประจำวันสำหรับคนไทย (DRI) และข้อแนะนำการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี (FBDG)

ยุทธศาสตร์ : 1.4 ส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานที่พึงประสงค์

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 12. ร้อยละของวัยทำงานมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

cluster : กลุ่มวัยทำงาน

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (69)23.4 ควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนแห่งชาติ

แผนจัดสรรงบประมาณ :   7. แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาด้านสาธารณสุขและสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก

หลักการและเหตุผล : โภชนาการ เป็นรากฐานที่สำคัญของการมีสุขภาพดี หากมีพฤติกรรมการบริโภคอาหารไม่เหมาะสม ไม่ได้สัดส่วน ทำให้พลังงานและสารอาหารที่ได้รับมากหรือน้อยเกินไป จะก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพของประชาชนทุกกลุ่มวัย ได้แก่ ภาวะเตี้ย ผอม อ้วนในวัยเด็ก สำหรับวัยผู้ใหญ่ เช่น ภาวะอ้วน/อ้วนลงพุง โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคกระดูกพรุน เป็นต้น จึงจำเป็นต้องมีปริมาณสารอาหารอ้างอิงที่ควรได้รับประจำวันสำหรับคนไทย (Dietary Reference Intake for Thais: DRI) เพื่อนำมาจัดทำข้อแนะนำการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี (Food Based Dietary Guidelines : FBDGs) ปริมาณสารอาหารอ้างอิงที่ควรได้รับประจำวันสำหรับคนไทย (DRI) และข้อแนะนำการบริโภคอาหาร เพื่อสุขภาพที่ดี (FBDGs) เป็นเครื่องมือสำคัญในการดำเนินงานโภชนาการตามนโยบายของประเทศ และจำเป็นต้องมีการปรับปรุงเป็นระยะๆ ตามผลการศึกษาวิจัยใหม่ๆ ทั้งนี้ DRI ได้จัดทำครั้งแรกเมื่อปี 2516 และ มีการทบทวนปรับปรุงอีก 2 ครั้ง คือ ปี 2532 และ 2546 โดยเนื้อหาแสดงถึงปริมาณพลังงานและสารอาหาร ที่ควรได้รับใน 1 วัน แยกตามกลุ่มอายุ รวมทั้งหญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมบุตร ส่วน FBDG ได้จัดทำครั้งแรกเมื่อปี 2541 โดยจัดทำเป็นข้อปฏิบัติการกินอาหาร มี 9 ข้อ และปริมาณอาหารซึ่งทำเป็นสัญลักษณ์ในรูปของ ธงโภชนาการเมื่อปี 2542 เพื่อสื่อสารในเรื่องสัดส่วน ปริมาณ และความหลากหลายของอาหารที่ควรบริโภคใน 1 วัน การจัดทำ DRI และ FBDG ครั้งล่าสุดผ่านมา 10 กว่าปีแล้ว จึงมีความจำเป็นต้องมีการพัฒนาปรับปรุงเพื่อให้สอดคล้องกับองค์ความรู้ปัจจุบันทั้งในและต่างประเทศ โดยประชุมระดมสมองผู้เชี่ยวชาญทางด้านอาหารและโภชนาการ ให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ด้านโภชนาการและสุขภาพ อาหารที่มีในท้องถิ่น และแบบแผนการบริโภคอาหารของประชาชนไทย การดำเนินโครงการปรับปรุงปริมาณสารอาหารอ้างอิงที่ควรได้รับประจำวันสำหรับคนไทย (DRI) และ ข้อแนะนำการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี (FBDG) ได้จัดทำขึ้นใหม่ในปี พ.ศ.2557 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการจัดทำหนังสือ DRI ฉบับสมบูรณ์และจัดพิมพ์ รวมทั้งจัดทำร่างและปรับปรุงข้อแนะนำการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี (FBDG) เพื่อเผยแพร่ต่อไป

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อปรับปรุงปริมาณสารอาหารอ้างอิงที่ควรได้รับประจำวันสำหรับคนไทย (DRI) 2. เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ปริมาณสารอาหารอ้างอิงที่ควรได้รับประจำวันสำหรับคนไทย (DRI) 3. เพื่อพัฒนาข้อแนะนำการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี (FBDG) ทั้งในรูปของข้อปฏิบัติการกินและธงโภชนาการ

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
เป้าหมาย/ผลผลิตของโครงการ 1. หนังสือปริมาณสารอาหารอ้างอิงที่ควรได้รับประจำวันสำหรับคนไทย (DRI) จำนวน 1 เรื่อง 2. ร่างข้อแนะนำการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี (FBDG) จำนวน 1 เรื่อง

วิธีการดำเนินงาน : 1. จัดทำหนังสือ DRI ฉบับสมบูรณ์ และจัดพิมพ์ 2. ประชุมจัดทำมาตรการการป้องกันภาวะขาดวิตามินดี 3. ประชุมคณะกรรมการข้อแนะนำการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี (FBDG) 4. จัดทำและปรับปรุงข้อแนะนำการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี (FBDG) ต้นฉบับ

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1.จัดทำหนังสือ DRI ฉบับสมบูรณ์ และจัดพิมพ์ 1 ก.พ. 2561 - 28 ก.พ. 2561 340,000.00
2 2.ประชุมจัดทำมาตรการการป้องกันภาวะขาดวิตามินดี 1 พ.ย. 2560 - 30 พ.ย. 2560 25,440.00
3 3.ประชุมคณะกรรมการข้อแนะนำการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี (FBDG) 1 ต.ค. 2560 - 28 ก.พ. 2561 44,560.00
รวมเป็นเงิน 410,000.00
งบประมาณ : 410,000.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 28 ก.พ. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1.ปริมาณสารอาหารอ้างอิงที่ควรได้รับประจำวันสำหรับคนไทย ถูกนำไปใช้ในการกำหนดข้อมูลโภชนาการ (Nutrition Fact) ในฉลากโภชนาการของผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ และการกำหนดปริมาณอาหารที่ควรบริโภคใน 1 วัน แยกตามกลุ่มอายุ รวมทั้งหญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมบุตร ตลอดจนใช้ในการประเมินความเพียงพอของการได้รับสารอาหารของประชาชนแต่ละกลุ่มวัย 2.ข้อแนะนำการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี (FBDG) ฉบับร่าง นำไปปรับปรุงและจัดทำเป็นฉบับสมบูรณ์ในปีถัดไป

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1. นายสุพจน์ รื่นเริงกลิ่น 2. นางสาวอารียา กูโน 3. นางสาวณัฐนิช อินทร์ขำ

ผู้เสนอโครงการ : นางณัฐวรรณ เชาวน์ลิลิตกุล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางนภาพรรณ วิริยะอุตสาหกุล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายวชิระ เพ็งจันทร์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สำนักโภชนาการ
ลำดับที่ : 13

ชื่อโครงการ : โครงการจัดทำเกณฑ์อ้างอิงการเจริญเติบโตของเด็กอายุ 5 – 19 ปี ปี 2561

ยุทธศาสตร์ : 1.2 ส่งเสริมเด็กวัยเรียนให้แข็งแรงและฉลาด

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 5. ร้อยละของเด็กวัยเรียน (6-14 ปี) สูงดีสมส่วน ฟันไม่ผุ (caries free) และเด็กอายุ 12 ปี มีส่วนสูงเฉลี่ยตามเกณฑ์

cluster : กลุ่มวัยเรียน

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (15)5.5 พัฒนาระบบเฝ้าระวังภาวะสุขภาพเด็กวัยเรียน

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : การเจริญเติบโตของเด็ก สะท้อนถึงโครงสร้างของร่างกาย สติปัญญา และการเจ็บป่วยทั้งโรคติดต่อและโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ถือเป็นเครื่องชี้วัดภาวะสุขภาพและคุณภาพชีวิตทั้งระยะสั้นและระยะยาว จึงจำเป็นต้องมีเครื่องมือในการประเมินการเจริญเติบโตของเด็ก เครื่องมือที่สำคัญ คือ เกณฑ์อ้างอิงหรือมาตรฐานน้ำหนักและส่วนสูง เกณฑ์อ้างอิงน้ำหนักและส่วนสูงของเด็กไทยได้จัดทำครั้งแรกเมื่อปีพ.ศ. 2518 และมีการปรับปรุงขึ้นใหม่เมื่อปีพ.ศ. 2538 เนื่องจากเกณฑ์อ้างอิงเดิมไม่เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของเด็กใน เขตเมืองใหญ่ ๆ เช่น กรุงเทพฯ เชียงใหม่ นครราชสีมา ขอนแก่น สงขลา เป็นต้น การจัดทำเกณฑ์อ้างอิงใน ครั้งนั้น ได้คัดเลือกเด็กไทยที่มีการเจริญเติบโตเต็มศักยภาพเป็นกลุ่มตัวอย่าง เพื่อพัฒนาเด็กไทยให้มีการเจริญเติบโตให้ถึงศักยภาพที่แท้จริง ทั้งนี้ ข้อมูลเกณฑ์อ้างอิงน้ำหนักส่วนสูงจัดทำในรูปของตารางตัวเลขและกราฟการเจริญเติบโต มี 3 ดัชนีบ่งชี้ ได้แก่ ส่วนสูงตามเกณฑ์อายุ (Height for age) น้ำหนักตามเกณฑ์อายุ (Weight for age) และน้ำหนักตามเกณฑ์ส่วนสูง (Weight for height) แบ่งเป็นเพศหญิงและเพศชาย ใช้ระบบ Z-score ซึ่งเป็นระบบที่ใช้ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานระดับต่าง ๆ เป็นตัวกำหนดเกณฑ์ตัดสินภาวะการเจริญเติบโตเหมือนกับขององค์การอนามัยโลก คือ ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานที่ต่ำกว่าค่ามัธยฐาน 2SD (<-2SD) ทั้ง 3 ดัชนีบ่งชี้ แสดงถึงภาวะขาดอาหาร และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานที่มากกว่าค่ามัธยฐาน 2SD (>+2SD) ของน้ำหนักตามเกณฑ์ส่วนสูง แสดงถึงภาวะอ้วน นอกจากนั้น ประเทศไทยยังเพิ่มจุดตัดอีก 1 จุด คือ ที่ ±1.5 SD เพื่อเตือนให้ระวังการเกิดปัญหาโภชนาการขาดหรือเกิน ในปีพ.ศ.2556-2557 กรมอนามัย ได้แต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาเกณฑ์อ้างอิงการเจริญเติบโตของเด็กแรกเกิด–19 ปี ประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการจากมหาวิทยาลัยต่างๆ และนักโภชนาการจากสำนักโภชนาการ กรมอนามัย ที่ประชุมได้ทบทวนเกณฑ์อ้างอิงการเจริญเติบโตของเด็กอายุ 5-19 ปี ที่ใช้ในปัจจุบันซึ่งเก็บข้อมูลในเด็กไทยเมื่อปีพ.ศ. 2538 โดยเปรียบเทียบค่าน้ำหนักและส่วนสูงระหว่าง เกณฑ์อ้างอิงการเจริญเติบโตขององค์การอนามัยโลก (World Health Organization: WHO) ปีค.ศ. 2007 และเกณฑ์อ้างอิงการเจริญเติบโตของเด็กไทย พบว่า ค่าน้ำหนักและส่วนสูงแตกต่างกันตามอายุที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่วัยรุ่นในช่วงอายุ 10 - 19 ปี เนื่องจากเกณฑ์อ้างอิงการเจริญเติบโตของเด็กอายุ 5-19 ปี ของ WHO ปีค.ศ. 2007 ถูกสร้างขึ้นใหม่แต่ยังคงใช้ข้อมูลชุดเดิมของศูนย์สถิติสุขภาพแห่งชาติ (National Center for Health Statistics : NCHS) ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นข้อมูลแบบภาคตัดขวาง (cross-sectional study) และสำรวจจากเด็กอเมริกัน จึงมีอิทธิพลของพันธุกรรมเข้ามาเกี่ยวข้อง ที่ประชุมจึงมีมติให้ใช้เกณฑ์การเจริญเติบโตของเด็กไทย เพื่อลดอิทธิพลของพันธุกรรม สอดคล้องกับการประชุม The 1st Indonesian Sharing on Child Health Challenges Summit ปีพ.ศ.2557 ที่ประเทศสาธารณรัฐอินโดนีเซีย มีข้อสรุปว่า การทำ National growth reference ในเด็กอายุ 5-19 ปี น่าจะใช้วินิจฉัยปัญหาทุพโภชนาการของประเทศนั้นๆเพื่อติดตามและแก้ไขได้ดีกว่า อย่างไรก็ตาม เกณฑ์อ้างอิงที่ใช้ในปัจจุบันจัดทำมาเป็นเวลา 20 ปีแล้ว และข้อมูลส่วนสูงเฉลี่ยของเด็กจากการสำรวจสุขภาพของประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกายครั้งที่ 4 พ.ศ. 2551-2552 พบว่า เด็กอายุ 5-14 ปี มีส่วนสูงเฉลี่ยสูงกว่าค่ามัธยฐาน (median) ของเกณฑ์อ้างอิงการเจริญเติบโตของเด็กไทย ทั้งเพศชายและเพศหญิง ด้วยเหตุนี้คณะกรรมการพัฒนาเกณฑ์อ้างอิงการเจริญเติบโตของเด็กแรกเกิด–19 ปี จึงมีมติให้จัดทำเกณฑ์อ้างอิงการเจริญเติบโตของเด็กอายุ 5-19 ปี ขึ้นใหม่และดำเนินการเก็บข้อมูลตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2559 จนถึงปัจุบันรวม 10 จังหวัด ยังขาดอีก 6 จังหวัด ที่จะดำเนินการต่อในปี 2561 ให้แล้วเสร็จ เพื่อจัดทำเกณฑ์อ้างอิงการเจริญเติบโตของเด็กอายุ 5-19 ปี ต่อไป

วัตถุประสงค์ : เพื่อจัดทำเกณฑ์อ้างอิงการเจริญเติบโตของเด็กอายุ 5-19 ปี ของเด็กไทยชุดใหม่

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
เกณฑ์การเจริญเติบโตของเด็กอายุ 5 - 19 ปีชุดใหม่ จำนวน 3 เกณฑ์

วิธีการดำเนินงาน : 1.ประสานศูนย์อนามัยในการเตรียมพื้นที่ 2.ประสานโรงเรียนเพื่อแจกแบบคัดกรองให้กับนักเรียน 3.คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างเด็กอายุ 5-19 ปี ตามเกณฑ์การคัดเลือกเข้าและคัดออก 4.เก็บข้อมูลโดยนักวิชาการของสำนักโภชนาการและศูนย์อนามัยทำการตรวจร่างกายอาการแสดงทางคลินิกภาวะทุพโภชนาการ เพื่อคัดเลือกเด็กเข้า/ออกเป็นกลุ่มตัวอย่าง ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง และวัดรอบเอว 5.บันทึกข้อมูลในคอมพิวเตอร์และตรวจสอบความถูกต้องของการบันทึกข้อมูล 6.วิเคราะห์ข้อมูลน้ำหนักและส่วนสูงเพื่อตรวจสอบข้อมูลและคัดเลือกข้อมูลที่จะใช้ในการคำนวณค่ามัธยฐาน (Median) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) และค่าเปอร์เซ็นต์ไทล์ (Percentile) เสนอคณะกรรมการฯเพื่อพิจารณา

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 2.คัดเลือกกลุ่มตัวอย่าง 1 พ.ย. 2560 - 30 มิ.ย. 2561 128,360.00
2 3.เก็บข้อมูลโดยนักวิชาการของสำนักโภชนาการและศูนย์อนามัย 1 พ.ย. 2560 - 31 ม.ค. 2561 366,680.00
รวมเป็นเงิน 495,040.00
งบประมาณ : 495,040.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 พ.ย. 2560 - 30 มิ.ย. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : 1. นำสถานการณ์การเจริญเติบโตของเด็กจากการใช้เกณฑ์อ้างอิงการเจริญเติบโตของเด็กอายุ 5-19 ปี ชุดใหม่ มาใช้ในการตั้งเป้าหมายและกำหนดเป็นนโยบายให้เด็กวัยเรียนมีการเจริญเติบโตเต็มศักยภาพ เพื่อยกระดับการเจริญเติบโตให้เทียบเท่ากับสากล 2.นำเกณฑ์การเจริญเติบโตของเด็กอายุ 5 - 19 ปีชุดใหม่ไปใช้ในการดำเนินงานเฝ้าระวังการเจริญเติบโตของเด็ก เพื่อให้ทราบสถานการณ์ภาวะการเจริญเติบโต และดำเนินการจัดการทั้งในด้านการส่งเสริมการเจริญเติบโต การป้องกันและแก้ไขปัญหาเด็กขาดอาหารและเด็กอ้วน

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1.นายสุพจน์ รื่นเริงกลิ่น 2.นางสาวณัฐนิช อินทร์ขำ 3.นางสาวอารียา กูโน

ผู้เสนอโครงการ : นางณัฐวรรณ เชาวน์ลิลิตกุล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางนภาพรรณ วิริยะอุตสาหกรรม

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายวชิระ เพ็งจันทร์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สำนักโภชนาการ
ลำดับที่ : 14

ชื่อโครงการ : โครงการเด็กปฐมวัย สูงดีสมส่วน ปี 2561

ยุทธศาสตร์ : 1.1 ส่งเสริมการเกิดและเติบโตคุณภาพ

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ : 3. ร้อยละของเด็กอายุ 0-5 ปี สูงดีสมส่วน และส่วนสูงเฉลี่ยที่อายุ 5 ปี

cluster : กลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัย

กิจกรรมสำคัญ/โครงการ : (10)4.3 พัฒนากลไกส่งเสริมเด็กอายุ 0-5 ปี เพื่อสูงดีสมส่วน ฟันไม่ผุ พัฒนาการสมวัยในระดับตำบลโดยผ่านกลไกคณะกรรมการคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ

แผนจัดสรรงบประมาณ :   1. แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย

หลักการและเหตุผล : การพัฒนาศักยภาพของมนุษย์ ต้องเริ่มตั้งแต่การปฏิสนธิในครรภ์มารดาและดูแลอย่างต่อเนื่องจนถึงอายุ 5 ปี แม่ที่ขาดอาหารทั้งก่อนและระหว่างตั้งครรภ์ (แม่เตี้ย น้ำหนักน้อยก่อนตั้งครรภ์ และน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นน้อยระหว่างตั้งครรภ์) จะส่งผลต่อน้ำหนักแรกเกิดของลูก มีโอกาสที่จะมีน้ำหนักแรกเกิดน้อยกว่า 2,500 กรัม (Low Birth Weight) ในทางตรงกันข้ามหญิงตั้งครรภ์ที่อ้วนทำให้ทารกมีน้ำหนักมาก ตัวใหญ่ (Macrosomia) มีความเสี่ยงที่จะเป็นเด็กอ้วนในอนาคต ทั้งนี้ทารกที่มีน้ำหนักแรกเกิดน้อยกว่า 2,500 กรัม และเด็กที่ขาดอาหารแบบเรื้อรังจะมีผลเสียถึง 4 ช่วงอายุ คือในช่วงปฐมวัย วัยเรียน วัยผู้ใหญ่ และวัยชรา นั่นคือมีผลโดยตรงต่อโครงสร้างของร่างกายทำให้การเจริญเติบโตชะงักงัน ตัวเตี้ย และยังมีผลเสียต่อโครงสร้างของสมอง ทำให้ระดับเชาวน์ปัญญาต่ำ ความสามารถในการเรียนรู้บกพร่อง นอกจากนั้นยังส่งผลให้การสร้างภูมิต้านทานโรคลดลง เป็นผลให้เจ็บป่วยบ่อยหรือเป็นนาน เด็กที่มีภาวะเตี้ยมีผลเสียอย่างถาวรต่อเนื่องไปถึงวัยผู้ใหญ่ทำให้ความสามารถในการทำงานไม่ดี ประสิทธิภาพการทำงานต่ำ เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรังในอนาคต เช่น ภาวะอ้วน โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคอ้วนลงพุง รวมทั้งโรคกระดูกพรุน และยังต่อไปถึงรุ่นลูกได้โดยความสูงมีความสัมพันธ์กับการศึกษา ความสำเร็จในอาชีพและรายได้ในวัยผู้ใหญ่ รวมทั้งน้ำหนักแรกเกิดของลูกในอนาคต สถานการณ์ภาวะโลหิตจางของหญิงตั้งครรภ์ ในปี 2560 ร้อยละ 17.4 จากรายงานข้อมูลในระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ (Health Data Center : HDC) สถานการณ์ในปี 2560 ทารกแรกเกิดน้ำหนักน้อยกว่า 2,500 กรัม ร้อยละ 6.2 ข้อมูลจากการสำรวจสถานการณ์เด็กในประเทศไทย (The Multiple Indicator Cluster Survey : MICS) ครั้งที่ 5 พ.ศ. ปี 2558-2559 พบความชุกของภาวะทุพโภชนาการของเด็กแรกเกิด–5 ปี ได้แก่ภาวะเตี้ย ร้อยละ 10.5 ภาวะอ้วน ร้อยละ 8.2 และภาวะผอม ร้อยละ 5.4 ซึ่งเป็นผลมาจากพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ไม่เหมาะสม อัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวใน 6 เดือนแรกเพียงร้อยละ 23.1 ส่วนการให้อาหารอื่นนอกจากนมแม่ที่อายุ 6-11 เดือน พบทารกอายุ 6-8 เดือน และ 9-11 เดือน ได้รับอาหารตามวัยไม่เพียงพอถึงร้อยละ 28.0 และ 29.9 ตามลำดับ และข้อมูลจากการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกายครั้งที่ 4 พ.ศ. 2551–52 พบว่าเด็ก 1–5 ปี กินอาหารไม่ครบ 3 มื้อต่อวัน ไม่กินอาหารเช้า ไม่กินผักและผลไม้ทุกวัน ไม่ดื่มนมทุกวัน กินอาหารว่างที่มีคุณค่าทางโภชนาการต่ำเช่นขนม-เครื่องดื่มที่มีรสหวานจัด ขนมขบเคี้ยว เป็นต้น ปริมาณอาหารที่ได้รับไม่เพียงพอโดยเฉพาะกลุ่มผัก กลุ่มผลไม้ กลุ่มนม เป็นผลให้เด็กบางคนได้รับพลังงานไม่เพียงพอ บางคนได้รับพลังงานมากเกินไป แต่ขาดแคลเซียม เหล็ก วิตามินเอ และวิตามินซี นอกจากนั้นการดำเนินงานโภชนาการสตรีและเด็กในพื้นที่ ยังไม่มีประสิทธิภาพ จากการประเมินผลโครงการจัดบริการคลินิกฝากครรภ์และคลินิกสุขภาพเด็กดีคุณภาพ พบว่า มีการให้บริการคล้ายคลึงกัน ต่างกันที่คุณภาพบริการ โดยในส่วนของโภชนาการใน ANC คือ มีการจุดกราฟโภชนาการหญิงตั้งครรภ์เพียงร้อยละ 17.8 อธิบายกราฟโภชนาการหญิงตั้งครรภ์ร้อยละ 28.7 ให้คำแนะนำอาหารหญิงตั้งครรภ์เพียงร้อยละ 14.3 และจากการสำรวจของกรมอนามัยปี 2558 พบหญิงตั้งครรภ์ได้กินยาเม็ดเสริมไอโอดีน ธาตุเหล็ก และกรดโฟลิก ร้อยละ 83.6 สำหรับเด็กอายุ 0-5 ปี การให้บริการโภชนาการใน WCC ขาดคุณภาพ คือ ชั่งน้ำหนักและวัดส่วนสูงไม่ถูกต้องร้อยละ 16 มีการจุดกราฟการเจริญเติบโตของเด็กร้อยละ 38 อธิบายกราฟร้อยละ 61 ให้คำแนะนำอาหารเด็กร้อยละ 58 ให้วิตามินน้ำเสริมธาตุเหล็กร้อยละ 46.6 สอดคล้องกับการศึกษาการจัดระบบบริการคลินิกสุขภาพเด็กดีคุณภาพ ปี 2554 พบว่า เด็กทุกคนได้รับการประเมินการเจริญเติบโต แต่มีเพียงร้อยละ 55.8 ที่ได้รับบริการทั้งชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง และแจ้งผลต่อผู้เลี้ยงดู นอกจากนั้นยังพบว่า อสม.ขาดความรู้โภชนาการ (ไม่ได้รับการอบรมร้อยละ 53.3) ไม่ได้แนะนำการใช้กราฟการเจริญเติบโตร้อยละ 27.7 ศูนย์เด็กเล็กดำเนินงานไม่ได้มาตรฐานทางโภชนาการ จากการประเมินผลการดำเนินงานโภชนาการในศูนย์เด็กเล็กปี 2551 พบว่า มีเครื่องชั่งน้ำหนัก/วัดส่วนสูงไม่เหมาะสม/ไม่ได้มาตรฐานร้อยละ 100 แปลผลการเจริญเติบโต 3 เกณฑ์ ร้อยละ 31.6 แจ้งผลให้ผู้ปกครองร้อยละ 78.9 จัดผักมื้อกลางวันทุกวันร้อยละ 36.8 จัดผลไม้ให้ทุกวันร้อยละ 10.5 การส่งเสริมโภชนาการสตรีและเด็กจึงเป็นเรื่องที่ต้องเร่งดำเนินการ โดยมีเป้าประสงค์คือ 1) หญิงตั้งครรภ์ได้รับอาหารเหมาะสม และยาเม็ดเสริมไอโอดีน ธาตุเหล็ก และกรดโฟลิก ทุกวัน 2) หญิงให้นมบุตรได้รับอาหารเหมาะสม และยาเม็ดเสริมไอโอดีน ธาตุเหล็ก และกรดโฟลิก ทุกวัน 3) ทารกอายุ 6 เดือนแรกได้นมแม่อย่างเดียว 4) เด็กอายุ 6 เดือน – 5 ปี ได้รับอาหารเหมาะสมและยาน้ำเสริมธาตุเหล็ก เพื่อให้หญิงตั้งครรภ์มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นตามเกณฑ์ ทารกแรกเกิดมีน้ำหนักมากกว่า 2,500 กรัม หญิงให้นมบุตรมีน้ำนมเพียงพอ เป็นผลให้เด็กมีการเจริญเติบโตเต็มศักยภาพ (Full Potential Growth)โดยดูจากเด็กที่มีส่วนสูงอยู่ในระดับดี (ส่วนสูงตามเกณฑ์ ค่อนข้างสูง และสูง จากกราฟส่วนสูงตามเกณฑ์อายุ) และมีน้ำหนักอยู่ในระดับสมส่วน (จากกราฟน้ำหนักตามเกณฑ์ส่วนสูง) เป็นการดูการเจริญเติบโตทั้งส่วนสูงและน้ำหนักพร้อมกันในเด็กคนเดียวกัน ซึ่งจะใช้ คำว่า “เด็กอายุ 0-5 ปี สูงดีสมส่วน” จากรายงาน HDC ไตรมาสที่ 3 ปี 2560 สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข พบว่า มีเด็กอายุ 0-5 ปีสูง สมส่วน เพียงร้อยละ 49.6 ยังต่ำกว่าค่าเป้าหมายในปี 2560 ที่ตั้งเป้าหมายไว้ร้อยละ 51 และในปี 2561 ได้กำหนดเป้าหมายไม่น้อยกว่าร้อยละ 54 นอกจากนั้น ส่วนสูงของเด็กปฐมวัย ยังเป็นตัวบ่งชี้ทางอ้อม (proxy indicator) ของสุขภาพในวัยผู้ใหญ่ จึงต้องส่งเสริมการเพิ่มความสูงของเด็ก โดยกำหนดเป้าหมายในปี 2564 เด็กอายุ 5 ปี มีส่วนสูงเฉลี่ย 113 เซนติเมตรในเพศชาย และ 112 เซนติเมตรในเพศหญิง มาตรการสำคัญในการดำเนินงานมี 3 มาตรการ ได้แก่ 1) พัฒนาระบบเฝ้าระวังการเจริญเติบโต ของเด็กอายุ 0-5 ปี 2) ขับเคลื่อนนโยบายมหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของชีวิต 3) พัฒนากลไกส่งเสริมเด็กอายุ 0-5 ปี เพื่อสูงดีสมส่วน ฟันไม่ผุ พัฒนาการสมวัยในระดับตำบลโดยผ่านคณะกรรมการคุณภาพชีวิตและระบบสุขภาพอำเภอ (Distric Health Board : DHB) และเชื่อมการดำเนินงานระหว่างสถานบริการสาธารณสุข ครอบครัว ศูนย์เด็กเล็ก โรงเรียนระดับอนุบาล และอปท. ตลอดจนพัฒนาคุณภาพการให้บริการด้านโภชนาการใน ANC และ WCC พร้อมทั้งมีการสื่อสารสาธารณะในวงกว้างโดยใช้การตลาดเชิงสังคม (social marketing) ในเรื่อง เด็กปฐมวัยสูงสมส่วน อาหารแม่และเด็ก ยาเม็ดไอโอดีน ธาตุเหล็ก และกรดโฟลิก ยาน้ำเสริมธาตุเหล็ก กิจกรรมทางกาย การนอน โดยประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย เมื่อเด็กปฐมวัยสูงสมส่วนจะทำให้มีระดับสติปัญญาดี มีความสามารถในการเรียนรู้ ผลการเรียนดี มีโอกาสเรียนต่อในระดับสูง เป็นผลให้รายได้ดี และสามารถพัฒนาสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการ รวมทั้งด้านกีฬาเพราะมีส่วนสูงดี ลดความเสียเปรียบด้านโครงสร้างร่างกาย เด็กสูงและสมส่วน จะมีการสร้างระบบภูมิคุ้มกันโรค ลดการเจ็บป่วยด้วยโรคติดต่อ หรือเป็นแล้วหายเร็ว ลดการเสียชีวิต เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่มีประสิทธิภาพในการทำงาน ลดการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เป็นผลให้ค่ารักษาพยาบาลลดลงทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ ส่งผลต่อผลผลิตมวลรวมของประเทศเพิ่มมากขึ้น และการมีคุณภาพชีวิตที่ดี

วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อส่งเสริมโภชนาการสตรีและเด็กปฐมวัย 2. เพื่อให้มีการดำเนินงานโภชนาการแบบบูรณาการใน ANC WCC หมู่บ้าน และศูนย์เด็กเล็ก 3. เพื่อพัฒนาการให้บริการโภชนาการใน ANC และ WCC 4. เพื่อสร้างความรอบรู้ด้านโภชนาการสตรีและเด็ก

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความสำเร็จของโครงการ :
เป้าหมาย/ผลผลิตของโครงการ: 1. พัฒนาระบบเฝ้าระวังการเจริญเติบโตของเด็กอายุ 0-5 ปี จำนวน 1 รูปแบบ 2. ขับเคลื่อนนโยบายมหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของชีวิต จำนวน 77 จังหวัด 3. ขยายตำบลส่งเสริมเด็กอายุ 0-5 ปี สูงสมส่วน ฟันไม่ผุ พัฒนาการสมวัย จำนวน 1,000 ตำบล ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ: เชิงปริมาณ : ร้อยละของเด็กอายุ 0 – 5 ปี สูงสมส่วน จำนวน 54 เปอร์เซนต์ เชิงคุณภาพ : มีนโยบายในการขับเคลื่อนการดำเนินงาน จำนวน 1 เรื่อง

วิธีการดำเนินงาน : 1. พัฒนาระบบเฝ้าระวังการเจริญเติบโตเด็กอายุ 0-5 ปี 1.1 สำรวจภาวะโภชนาการ พฤติกรรมการบริโภคอาหารของหญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร และเด็กอายุ 0-5 ปี ภาวะโลหิตจางในหญิงให้นมบุตร กิจกรรมทางกาย การนอน 1.2 จัดทำ infographic แนวทางการเพิ่มความครอบคลุมการชั่งน้ำหนักและวัดความยาว/ส่วนสูงให้มากกว่าร้อยละ 90 1.3 สื่อสาร เผยแพร่ และประชาสัมพันธ์ A2IM กลุ่มจังหวัดตามค่าร้อยละของเด็กอายุ 0-5 ปี สูงดีสมส่วนผ่านช่องทางต่างๆ 1.4 ปรับปรุงโปรแกรมเฝ้าระวังการเจริญเติบโตให้เชื่อมต่อผลการประเมินกับสมาร์ทโฟนของพ่อแม่/ผู้เลี้ยงดูเด็ก 1.5 กำกับติดตามการดำเนินงาน - นิเทศติดตาม เยี่ยมเสริมพลัง - ประชุมติดตามผลการดำเนินงาน 2. ขับเคลื่อนนโยบายมหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของชีวิต 2.1 ประชุมแผนบูรณาการส่งเสริมเด็กอายุ 0-5 ปี สูงดีสมส่วน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (หน่วยงานกรมอนามัย ศูนย์เขต 2,5,10,11 บุคลากรสาธารณสุขระดับจังหวัด 4 จังหวัด กระทรวงพัฒนาสังคม และความ มั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ) 2.2 แถลงข่าวนโยบายมหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของชีวิต 2.3 ประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่องการขับเคลื่อนนโยบายมหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของชีวิต 2.4 จัดทำสื่อโภชนาการสตรีและเด็กปฐมวัย 2.5 สื่อสาร เผยแพร่ และประชาสัมพันธ์นโยบายองค์ความรู้ และข้อมูลข่าวสารเด็กอายุ 0-5 ปี สูงดีสมส่วน 2.6 กำกับติดตามการดำเนินงาน - นิเทศติดตาม เยี่ยมเสริมพลัง - ประชุมติดตามผลการดำเนินงาน 3. พัฒนากลไกส่งเสริมเด็กอายุ 0-5 ปี เพื่อสูงดีสมส่วน ฟันไม่ผุ พัฒนาการสมวัยในระดับตำบลโดยผ่านคณะกรรมการคุณภาพชีวิตและระบบสุขภาพอำเภอ (Distric Health Board : DHB) 3.1 จัดประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้โรงพยาบาลต้นแบบการให้บริการโภชนาการใน ANC/WCC และตำบลส่งเสริมเด็กอายุ 0-5 ปี สูงดีสมส่วน ฟันไม่ผุ พัฒนาการสมวัย 3.2 กำกับติดตามการดำเนินงาน - นิเทศติดตาม เยี่ยมเสริมพลัง - ประชุมติดตามผลการดำเนินงาน 3.3 เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ตำบลส่งเสริมเด็กอายุ 0-5 ปี สูงดีสมส่วน ฟันไม่ผุ พัฒนาการสมวัย

กิจกรรม/เป้าหมาย
และประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ (บาท)
1 1.พัฒนาระบบเฝ้าระวังการเจริญเติบโตเด็กอายุ 0-5 ปี 1.1 สำรวจภาวะโภชนาการ พฤติกรรมการบริโภคอาหารของหญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร และเด็กอายุ 0-5 ปี ภาวะโลหิตจางในหญิงให้นมบุตร กิจกรรมทางกาย การนอน 1 ม.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561 1,412,500.00
2 1.4 ปรับปรุงโปรแกรมเฝ้าระวังการเจริญเติบโตให้เชื่อมต่อผลการประเมินกับสมาร์ทโฟน ของพ่อแม่/ผู้เลี้ยงดูเด็ก 1 มิ.ย. 2561 - 30 มิ.ย. 2561 100,000.00
3 2.ขับเคลื่อนนโยบายมหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของชีวิต 2.1 ประชุมแผนบูรณาการส่งเสริมเด็กอายุ 0-5 ปี สูงดีสมส่วน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 1 ต.ค. 2560 - 31 ธ.ค. 2560 100,000.00
4 2.2 แถลงข่าวนโยบายมหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของชีวิต 1 พ.ย. 2560 - 30 พ.ย. 2560 100,000.00
5 2.3 ประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่องการขับเคลื่อนนโยบายมหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของชีวิต 1 พ.ย. 2560 - 30 พ.ย. 2560 500,000.00
6 2.4 จัดทำสื่อโภชนาการสตรีและเด็กปฐมวัย 1 เม.ย. 2561 - 30 เม.ย. 2561 690,000.00
7 2.6 กำกับ ติดตามการดำเนินงาน - นิเทศติดตาม เยี่ยมเสริมพลัง 1 ม.ค. 2561 - 31 ส.ค. 2561 70,000.00
8 - ประชุมติดตามผลการดำเนินงาน 1 มี.ค. 2561 - 31 มี.ค. 2561 90,000.00
9 3.พัฒนากลไกส่งเสริมเด็กอายุ 0-5 ปี เพื่อสูงดีสมส่วน ฟันไม่ผุ พัฒนาการสมวัยในระดับตำบลโดยผ่านคณะกรรมการคุณภาพชีวิตและระบบสุขภาพอำเภอ (Distric Health Board : DHB) 3.1 จัดประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้โรงพยาบาลต้นแบบการให้บริการโภชนาการใน ANC/WCC และตำบลส่งเสริมเด็กอายุ 0-5 ปี สูงดีสมส่วน ฟันไม่ผุ พัฒนาการสมวัย 1 พ.ย. 2560 - 30 พ.ย. 2560 1,540,000.00
10 3.2 กำกับติดตามผลการดำเนินงาน - นิเทศติดตาม เยี่ยมเสริมพลัง 1 พ.ค. 2561 - 31 พ.ค. 2561 70,000.00
11 - ประชุมติดตามผลการดำเนินงาน 1 ส.ค. 2561 - 31 ส.ค. 2561 90,000.00
รวมเป็นเงิน 4,762,500.00
งบประมาณ : 4,762,500.00 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 1 ต.ค. 2560 - 31 ส.ค. 2561
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ : หญิงตั้งครรภ์และเด็กอายุ 0-5 ปี ได้รับบริการโภชนาการในคลินิกฝากครรภ์และคลินิกสุขภาพเด็กดี ครบทุกกิจกรรม ได้รับการเฝ้าระวังการเจริญเติบโตที่มีประสิทธิภาพ มีการดำเนินงานส่งเสริมโภชนาการสตรีและเด็กในหมู่บ้านและศูนย์เด็กเล็กรวมทั้งหญิงตั้งครรภ์ พ่อแม่ บุคคลในครอบครัว และครูพี่เลี้ยงมีทักษะการจัดอาหารตามวัยในครอบครัวและศูนย์เด็กเล็กอย่างมีคุณภาพ ในชุมชนมีการจำหน่ายอาหารว่างที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ไม่หวานจัด ไม่เค็มจัด ไม่มีไขมันสูง มีการใช้เกลือและเครื่องปรุงรสเสริมไอโอดีนในการปรุงอาหารทั้งในครอบครัว ชุมชน และศูนย์เด็กเล็ก เป็นผลให้เด็กมีส่วนสูงเพิ่มขึ้น และเด็กปฐมวัยสูงสมส่วน สมองดี แข็งแรง

ผู้รับผิดชอบโครงการ : 1.นายสุพจน์ รื่นเริงกลิ่น 2.นางสาวณัฐนิช อินทร์ขำ 3.นางสาวอารียา กูโน

ผู้เสนอโครงการ : นางณัฐวรรณ เชาวน์ลิลิตกุล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้เห็นชอบโครงการ : นางนภาพรรณ วิริยะอุตสาหกุล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................

ผู้อนุมัติโครงการ : นายวชิระ เพ็งจันทร์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................