หน่วยงาน สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ
ลำดับที่ : 1

1. ชื่อโครงการ :
โครงการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมพื้นที่โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ

2. ยุทธศาสตร์ :
2 สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อสุขภาพ

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
16) ร้อยละของจังหวัด มีระบบจัดการปัจจัยเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ

4. cluster :
คทง.โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 8 ) 1.8 พัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมพื้นที่โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ
5.2 โครงการสำคัญ โครงการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมตามแนวทางโครงการพระราชดำริ และโครงการเฉลิมพระเกียรติ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานยุทธศาสตร์เสริมสร้างให้คนมีสุขภาวะที่ดี
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการพัฒนาและบริการการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมกับประชาชนในพื้นที่โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ

7. หลักการและเหตุผล :
น้ำ มีความสำคัญต่อการประกอบอาชีพและการดำรงชีวิตของประชาชน ทั้งน้ำใช้เพื่อการอุปโภค บริโภค และน้ำเพื่อการเกษตร ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ พบปัญหาภัยแล้ง อุทกภัย การปนเปื้อนสารเคมีเกษตร และภัยอื่นๆ รัฐบาลได้เล็งเห็นความสำคัญของปัญหาจึงได้กำหนดแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงาน มีความสอดคล้องกับเป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ภายใต้ยุทธศาสตร์ ด้านที่ 5 การเติบโตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อ การพัฒนาอย่างยั่งยืน และแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติประเด็นที่ 19 การบริหารจัดการน้ำทั้งระบบเพื่อใช้เป็นแนวทางในการบริหารจัดการน้ำ มีวิสัยทัศน์ให้ทุกหมู่บ้านมีน้ำสะอาดอุปโภคบริโภค น้ำเพื่อการผลิตมั่นคง ความเสียหายจากอุทกภัยลดลง คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน บริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน ภายใต้การพัฒนาอย่างสมดุล โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) เป้าหมายด้านการส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพดี ด้านการพัฒนาคุณภาพน้ำบริโภค การสุขาภิบาล และสุขอนามัย รวมทั้งด้านการสร้างความยั่งยืนของความเป็นเมืองและชุมชน เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำมีความเท่าเทียมทั้งประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติในการแก้ไขปัญหาน้ำจึงมีประโยชน์มากต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชน มีกรอบแนวคิดการพัฒนาต้องอยู่บนฐานของการพึ่งตนเอง คิดแก้ปัญหาอย่างองค์รวมหรือคิดให้เชื่อมโยงกัน เน้นการแก้ปัญหาด้วยหลักใช้ธรรมชาติแก้ธรรมชาติ การแก้ปัญหาต้องสอดคล้องเหมาะสมกับพื้นที่ ทุกอย่างมีค่าไม่มีของเสียทำแล้วต้องไม่มีคนเสียประโยชน์ เกิดความยั่งยืน ต้องลงมือทำสร้างตัวอย่างความสำเร็จให้เห็น เพื่อให้เกิดการขยายผลต่อไป สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ ได้ดำเนินการใน 3 กิจกรรม ได้แก่ 1. กิจกรรมการพัฒนาคุณภาพ น้ำบริโภคในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตามโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดพัทลุง และจังหวัดสงขลา แก้ไขปัญหาน้ำท่วมในฤดูฝน ขาดแคลนน้ำจืดเพื่อการอุปโภคและบริโภคในช่วงฤดูแล้ง การปนเปื้อนของเหล็กสูง 2. กิจกรรมการพัฒนาคุณภาพน้ำบริโภคในพื้นที่รักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของแผ่นดิน แก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง คุณภาพน้ำไม่ได้มาตรฐาน การใช้สารเคมีทางการเกษตรจำนวนมาก และ 3. กิจกรรมพัฒนาคุณภาพน้ำบริโภคภายใต้โครงการพัฒนาเด็ก และเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี (กพด.) เพื่อให้เด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารมีน้ำบริโภคที่สะอาด ปลอดภัย มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหลายด้าน เพื่อส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้และพัฒนาอาชีพตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ส่งเสริมความเข้มแข็งและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของครอบครัวและชุมชน ฟื้นฟู และอนุรักษ์ทรัพยากรดิน น้ำ ป่าไม้ เพื่อความสมดุลและยั่งยืนซึ่งพระราชกรณียกิจในพื้นที่เยี่ยมติดตามงานโครงการฯ ทรงมีพระราชกระแสสำคัญเกี่ยวกับการพัฒนาด้านน้ำ โภชนาการ สุขาภิบาล และสุขภาพอนามัย ในปีงบประมาณ 2565 กรมอนามัย โดยสำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ จึงจัดทำโครงการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมพื้นที่โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ กำหนดให้มีการพัฒนาการจัดการคุณภาพน้ำบริโภคและการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ สนับสนุนการพัฒนาเครือข่ายเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภค เพื่อสนับสนุนและสนองพระราชดำริครอบคลุมเด็กนักเรียน เยาวชน ประชาชนทุกลุ่มวัยในระดับครัวเรือนและชุมชน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตในด้านน้ำบริโภคที่สะอาด ปลอดภัย ซึ่งจะเป็นปัจจัยขั้นพื้นฐานของการมีสุขภาพที่ดี

8. วัตถุประสงค์ :
1 เพื่อพัฒนาโรงเรียนต้นแบบการจัดการคุณภาพน้ำบริโภคพื้นที่โครงการพระราชดำริ 2 เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านการจัดการคุณภาพน้ำให้แก่ครู นักเรียนแกนนำ 3 เพื่อส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน และประชาชนในพื้นที่โครงการพระราชดำริมีน้ำบริโภคที่สะอาด ปลอดภัย และมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภคอย่างต่อเนื่อง

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.โรงเรียนต้นแบบการจัดการคุณภาพน้ำบริโภค 123 แห่ง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : มีสรุปการดำเนินงานการจัดการคุณภาพน้ำบริโภคพื้นที่โครงการพระราชดำริ 1 ฉบับ
2.เชิงปริมาณ : บุคลากรของโรงเรียนได้รับการพัฒนาศักยภาพด้านการจัดการน้ำบริโภค 259 แห่ง
3.เชิงคุณภาพ : คุณภาพน้ำบริโภคของโรงเรียน กพด. ผ่านมาตรฐานคุณภาพน้ำบริโภค 40 ร้อยละ
4.เชิงคุณภาพ : โรงเรียนต้นแบบผ่านเกณฑ์กำหนดด้านการจัดการคุณภาพน้ำบริโภค 123 แห่ง

10. วิธีการดำเนินงาน :
1 กิจกรรมการพัฒนาคุณภาพน้ำบริโภคในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 1) ประสานสนับสนุนและติดตามการดำเนินงานการจัดการคุณภาพน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 2) รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ และสรุปสถานการณ์การจัดการน้ำบริโภคในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง 2 กิจกรรมการพัฒนาคุณภาพน้ำบริโภคในพื้นที่รักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของแผ่นดิน 1) ประสานสนับสนุนและติดตามการดำเนินงานการจัดการคุณภาพน้ำในพื้นที่รักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของแผ่นดิน 2) รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ และสรุปผลการดำเนินงานในพื้นที่รักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของแผ่นดิน 3 กิจกรรมพัฒนาคุณภาพน้ำบริโภคภายใต้โครงการพัฒนาเด็ก และเยาวชน ตามพระราชดำริสมเด็จ พระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี (กพด.) 1) ประชุมบูรณาการหน่วยงาน ทบทวนสถานการณ์และออกแบบระบบกลไกการดำเนินงาน/ประชุมถอดบทเรียน/แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสรุปผลการดำเนินงานโครงการ 2) ลงพื้นที่ทำ Focus group ศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อกลไกการขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพน้ำโรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร 3) ประสานสนับสนุนและติดตามขับเคลื่อนการดำเนินงานการจัดการคุณภาพน้ำในโรงเรียน กพด. 4) รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ และสรุปสถานการณ์การจัดการคุณภาพน้ำบริโภคในพื้นที่โครงการพระราชดำริ

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ลงพื้นที่ทำ Focus group ศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อกลไกการขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพน้ำโรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร 1 งาน 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 50,950.00
2 ประสานสนับสนุนและติดตามขับเคลื่อนการดำเนินงานการจัดการคุณภาพน้ำในโรงเรียน กพด. 1 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 25,000.00
3 ประสานสนับสนุนและติดตามการดำเนินงานการจัดการคุณภาพน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 2 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 50,000.00
4 ประสานสนับสนุนและติดตามการดำเนินงานการจัดการคุณภาพน้ำในพื้นที่รักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของแผ่นดิน 2 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 50,000.00
5 ประชุมบูรณาการหน่วยงาน ทบทวนสถานการณ์และออกแบบระบบกลไกการดำเนินงาน/ประชุมถอดบทเรียน/แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสรุปผลการดำเนินงานโครงการ 3 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 9,050.00
รวมเป็นเงิน 185,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
185,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
1. กิจกรรมการพัฒนาคุณภาพน้ำบริโภคในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ - จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดพัทลุง และจังหวัดสงขลา 2. กิจกรรมการพัฒนาคุณภาพน้ำบริโภคในพื้นที่รักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของแผ่นดิน - พื้นที่ลุ่มน้ำจำนวน 11 ลุ่มน้ำ 3. กิจกรรมพัฒนาคุณภาพน้ำบริโภคภายใต้โครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี (กพด.) - โรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร ประกอบด้วย โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน สถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนพระปริยัติธรรม โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาเด็กวัยเตาะแตะ ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” (ศศช.) ฯลฯ

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
1. กิจกรรมการพัฒนาคุณภาพน้ำบริโภคในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ - ประชาชน - องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น - หน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ - ศูนย์อนามัยที่ 11 นครศรีธรรมราช และศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา 2. กิจกรรมการพัฒนาคุณภาพน้ำบริโภคในพื้นที่รักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของแผ่นดิน - ประชาชน - องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น - หน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ - ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ ศูนย์อนามัยที่ 2 พิษณุโลก ศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี 3. กิจกรรมพัฒนาคุณภาพน้ำบริโภค ภายใต้โครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี (กพด.) - โรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร ประกอบด้วย โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน สถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนพระปริยัติธรรม โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาเด็กวัยเตาะแตะ ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” (ศศช.) ฯลฯ - ครู ตชด. ครูอนามัย พระพี่เลี้ยง ครูพี่เลี้ยง แกนนำนักเรียน อสม. ประชาชนในพื้นที่ - องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น - สาธารณสุขในพื้นที่ - ศูนย์อนามัยที่ 1-12 สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง และศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
ประชาชนพื้นที่โครงการพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โครงการรักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของแผ่นดิน นักเรียน ครูของโรงเรียน กพด. และชุมชนใกล้โรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
กลุ่มพัฒนาระบบจัดการคุณภาพน้ำบริโภค

19. ผู้เสนอโครงการ :
นายรัชชผดุง ดำรงพิงคสกุล ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายสมศักดิ์ ศิริวนารังสรรค์ ตำแหน่ง ผู้อำนวยการกองประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ ปฏิบัติหน้าที่ ผู้อำนวยการสำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
อธิบดีกรมอนามัย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ
ลำดับที่ : 2

1. ชื่อโครงการ :
โครงการบริหารจัดการและส่งเสริมสนับสนุนการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสุขาภิบาลอาหารและพัฒนาคุณภาพน้ำบริโภค ปีงบประมาณ 2565

2. ยุทธศาสตร์ :
2 สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อสุขภาพ

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
17) ร้อยละขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมได้ตามมาตรฐานที่กำหนดและมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพดี
26) ร้อยละความผูกพันของบุคลากรต่อองค์กร
27) ร้อยละของบุคลากรมีสมรรถนะในการขับเคลื่อนระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

4. cluster :
ยุทธศาสตร์กำลังคน (HR)
การคลังและงบประมาณ(FIN)

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 78 ) 21.2 พัฒนาสมรรถนะกำลังคนกรมอนามัยในระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม( 88 ) 23.5 บริหารจัดการค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ์
5.2 โครงการสำคัญ โครงการยกระดับการบริหารงานคลังและงบประมาณตามหลักธรรมาภิบาล

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ เป็นหน่วยงานที่มีบทบาทหน้าที่ศึกษาพัฒนาหลักเกณฑ์มาตรฐานวิชาการด้านสุขาภิบาลอาหารและด้านพัฒนาคุณภาพน้ำบริโภค ส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนามาตรฐานของสถานประกอบการด้านอาหารตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535 ส่งเสริมการจัดการคุณภาพ น้ำบริโภค เสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพของประชาชน ดำเนินการผลิต Product ด้านสุขาภิบาลอาหารและพัฒนาคุณภาพน้ำบริโภค และบูรณาการร่วมกับหน่วยงานใน Cluster อนามัยสิ่งแวดล้อมและศูนย์อนามัยนำ Product ไปถ่ายทอดให้ภาคีเครือข่ายนำไปใช้ในพื้นที่ ทั้งในพื้นที่ทั่วไป พื้นที่เสี่ยง พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ และพื้นที่ตามโครงการพระราชดำริ ในปีงบประมาณ พ.ศ.2565 สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำได้ขับเคลื่อนการดำเนินงานตามแผนงานบุคลากรภาครัฐ แผนงานยุทธศาสตร์สร้างเสริมให้คนมีสุขภาวะที่ดี แผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ แผนงานบูรณาการการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ แผนงานบูรณาการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว และได้เข้าร่วมดำเนินงานพัฒนาสุขาภิบาลอาหารและน้ำบริโภคในกลุ่มวัยต่างๆ ตามแผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ โดยกำหนดเป้าหมายที่จะส่งเสริมสนับสนุนการขับเคลื่อนและพัฒนาศักยภาพในการดำเนินงานด้านสุขาภิบาลอาหารและพัฒนาคุณภาพน้ำบริโภคของเจ้าหน้าที่สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำและภาคีเครือข่ายทั่วประเทศ พร้อมทั้งจัดทำขับเคลื่อนแผนงานนโยบายด้านสุขาภิบาลอาหารและคุณภาพน้ำบริโภคในระดับประเทศ เพื่อกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนงานให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ ๒๐ ปี ด้านสาธารณสุขและด้านต่างๆที่เกี่ยวข้อง และสอดรับกับแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมตามแผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2565) และสนองนโยบายในการพัฒนาหน่วยงานให้เป็นองค์กร HPO และองค์กร HLO ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินงานของสำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำบรรลุผลตามบทบาทหน้าที่และพันธกิจที่ได้รับมอบหมาย จึงได้จัดทำโครงการบริหารจัดการและส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินงานด้านสุขาภิบาลอาหารและพัฒนาคุณภาพน้ำบริโภคปี 2565 ขึ้น

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินงานสุขาภิบาลอาหารและพัฒนาคุณภาพน้ำบริโภคของเจ้าหน้าที่สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ และภาคีเครือข่ายทุกพื้นที่ทั่วประเทศ 2. เพื่อนิเทศ ติดตาม ประเมินผล เยี่ยมเสริมพลังการดำเนินงานสุขาภิบาลอาหารและพัฒนาคุณภาพน้ำบริโภคของเจ้าหน้าที่สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ ศูนย์อนามัย และภาคีเครือข่ายทุกพื้นที่ทั่วประเทศ 3. เพื่อพัฒนาศักยภาพ และสร้างขวัญกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ และภาคีเครือข่ายในการดำเนินงานสุขาภิบาลอาหารและพัฒนาคุณภาพน้ำบริโภค 4. เพื่อจัดทำแผนขับเคลื่อนด้านสุขาภิบาลอาหารและคุณภาพน้ำบริโภคในระดับประเทศ 5. เพื่อพัฒนาหน่วยงานให้เป็นองค์กร HPO และ HLO พร้อมทั้งส่งเสริม สนับสนุนการสร้างความรอบรู้ด้านสุขาภิบาลอาหารและพัฒนาคุณภาพน้ำบริโภคให้แก่ภาคีเครือข่ายและประชาชน

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.หน่วยงานมีการบริหารจัดการและการส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ 1 หน่วยงาน
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : เจ้าหน้าที่สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ ภาคีเครือข่ายได้รับการสนับสนุนการดำเนินงานตามภารกิจ 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
ด้านบริหารจัดการ 1. จัดทำโครงการและจัดทำแผนการดำเนินงาน การเบิกจ่ายงบประมาณ และแผนการจัดซื้อจัดจ้าง 2. จัดซื้อจัดจ้างผลิตวัสดุสาธิตที่ถูกสุขลักษณะด้านสุขาภิบาลอาหารและพัฒนาคุณภาพน้ำบริโภค 3. จัดซื้อวัสดุคอมพิวเตอร์ วัสดุวิทยาศาสตร์ วัสดุสำหรับตกแต่งชุดของที่ระลึกในการออกติดตามงานเยี่ยมเสริมพลัง วัสดุสำนักงาน วัสดุงานบ้านงานครัว วัสดุยานพาหนะ น้ำมันเชื้อเพลิง ค่าผ่านทางพิเศษ ค่าจอดรถ และวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงาน 4. การจัดซื้อจัดจ้างเพื่อซ่อมบำรุงครุภัณฑ์ สำนักงาน และยานพาหนะ 5. การจัดจ้างเหมาบริการต่างๆ เช่น ค่าจ้างเหมาพนักงานขับรถยนต์ ค่าจ้างเหมาขนส่งสิ่งของ 6. การจัดซื้อจัดจ้างผลิตวัสดุอุปกรณ์ สื่อ เอกสารสิ่งพิมพ์ ชุดนิทรรศการ ป้ายสัญลักษณ์รับรองมาตรฐานเพื่อใช้ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสุขาภิบาลอาหารและพัฒนาคุณภาพน้ำบริโภค 7. เบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในการเดินทางเข้าร่วมประชุมต่างๆ ของเจ้าหน้าที่สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ 8. เบิกจ่ายค่าลงทะเบียนฝึกอบรมต่างๆ ของเจ้าหน้าที่สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ 9. เบิกจ่ายค่าตอบแทนการปฏิบัติงานล่วงเวลา ด้านส่งเสริมสนับสนุนการขับเคลื่อน 10. จัดประชุมเจ้าหน้าที่สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ การพัฒนาศักยภาพบุคลากร การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และศึกษาดูงานของเจ้าหน้าที่สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ 11. จัดประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูประบบบริหารและวิธีทำงาน กลุ่มที่ 5 กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม คณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ และคณะทำงานชุดต่างๆที่กระทรวงสาธารณสุข กรมอนามัย และสำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำมีคำสั่งแต่งตั้ง 12. สนับสนุนการจัดกิจกรรมรณรงค์ เผยแพร่ สร้างกระแส แถลงข่าว จัดนิทรรศการ สาธิตการปรุง ประกอบอาหาร การพัฒนาคุณภาพน้ำบริโภคที่ถูกสุขลักษณะ สร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ 13. จัดจ้างผลิตวารสารสุขาภิบาลอาหารและน้ำ ประจำปี 2565 ในรูปแบบสื่ออิเลคทรอนิกส์ จำนวน 2 ฉบับ 14. พัฒนาศักยภาพทีมนำ และพัฒนาบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญด้านวิชาการ ด้านพัฒนานวัตกรรม และ Health Literacy 15. จัดประชุมราชการ ประชุมเชิงปฏิบัติการ ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ถอดบทเรียน จัดอบรม สัมมนา ภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสุขาภิบาลอาหารและพัฒนาคุณภาพน้ำบริโภค 16. เยี่ยมเสริมพลัง นิเทศ ติดตามการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสุขาภิบาลอาหารและพัฒนาคุณภาพน้ำบริโภคของภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทุกภาค 17. การประเมินผลการดำเนินงานด้านสุขาภิบาลอาหารและพัฒนาคุณภาพน้ำบริโภค 18. การพัฒนาระบบฐานข้อมูล ศูนย์ข้อมูลสุขาภิบาลอาหารและคุณภาพน้ำบริโภคเพื่อการสื่อสารสาธารณะ ผลิตสื่อสร้างความรอบรู้แก่ประชาชน 19. การดำเนินการพัฒนาองค์กรสำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำให้เป็นองค์กร HPO และ HLO เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนกรมอนามัยสู่ DOH 4.0 20. การจัดทำแผนขับเคลื่อน แผนปฏิบัติราชการด้านสุขาภิบาลอาหารและคุณภาพน้ำบริโภคในระดับประเทศ 21. การเข้าร่วมประชุม อบรม สัมมนา และกิจกรรมที่จัดโดยกรมอนามัยและหน่วยงานอื่นๆ

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ค่าเช่าบ้าน (ค่าใช้จ่ายบุคลากรภาครัฐ) 1 คน 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 48,000.00
2 จัดจ้างซ่อม บำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศ 1 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 12,000.00
3 ค่าจ้างเหมาบริการขับรถยนต์ 1 คน 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 132,000.00
4 ค่าเช่าเครื่องถ่ายเอกสาร 2 เครื่อง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 24,000.00
5 จัดจ้างบำรุงรักษา ซ่อมแซมครุภัณฑ์ รถยนต์ คอมพิวเตอร์ และอาคารสำนักงาน 2 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 28,104.00
6 จัดจ้างผลิตวารสารสุขาภิบาลอาหารและน้ำ ประจำปี 2565 ในรูปแบบอิเล็คทรอนิกส์ จำนวน 2 ฉบับ 2 ฉบับ 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 38,000.00
7 เข้าร่วมประชุม อบรม , การนิเทศ ติดตาม ประเมินผล ถอดบทเรียน เยี่ยมเสริมพลังการดำเนินงานศูนย์อนามัยที่ 1-12 , ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ฯ, การปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับสาธารณภัย ภัยพิบัติ และป้องกันโรคระบาด,การปฏิบัติงานล่วงเวลา 6 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 66,100.00
8 จัดซื้อวัสดุคอมพิวเตอร์ /วัสดุสำนักงาน/ วัสดุวิทยาศาสตร์ /วัสดุงานบ้านงานครัว/ วัสดุสำหรับตกแต่งฯ/ วัสดุสนับสนุนงานสาธารณภัย และวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ 10 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 44,000.00
9 ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าผ่านทางพิเศษ ค่าจอดรถ 12 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 12,000.00
10 จัดประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูประบบบริหารและวิธีทำงานกลุ่มที่ 5 กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม และประชุมคณะกรรมการ , คณะอนุกรรมการ และคณะทำงานชุดต่าง ๆ ประชุมเจ้าหน้าที่สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ ประชุมคณะกรรมการบริหารสำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ 12 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 60,000.00
รวมเป็นเงิน 464,204.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
464,204.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
กรมอนามัย พื้นที่ 76 จังหวัดทั่วประเทศ และกรุงเทพมหานคร

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
เจ้าหน้าที่สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ และภาคีเครือข่ายทั่วประเทศ

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
เจ้าหน้าที่สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ ภาคีเครือข่ายทั่วประเทศ และประชาชน

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1.กลุ่มอำนวยการ 2.กลุ่มบริหารยุทธศาสตร์

19. ผู้เสนอโครงการ :
1. นางสาวฐิติพร วีระเธียรภิญโญ ตำแหน่ง นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ 2. นายภาคภูมิ องค์สุริยานนท์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายสมศักดิ์ ศิริวนารังสรรค์ ตำแหน่ง ผู้อำนวยการกองประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ ปฏิบัติหน้าที่ ผู้อำนวยการสำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
อธิบดีกรมอนามัย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ
ลำดับที่ : 3

1. ชื่อโครงการ :
โครงการพัฒนาการสุขาภิบาลอาหารและน้ำในเรือนจำและทัณฑสถาน ปีงบประมาณ 2565 (ภายใต้โครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์)

2. ยุทธศาสตร์ :
2 สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อสุขภาพ

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
16) ร้อยละของจังหวัด มีระบบจัดการปัจจัยเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ

4. cluster :
คทง.โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 7 ) 1.7 ราชทัณฑ์ ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสตร์ กษัตริย์
5.2 โครงการสำคัญ โครงการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมตามแนวทางโครงการพระราชดำริ และโครงการเฉลิมพระเกียรติ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานยุทธศาสตร์เสริมสร้างให้คนมีสุขภาวะที่ดี
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการพัฒนาและบริการการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมกับประชาชนในพื้นที่โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ

7. หลักการและเหตุผล :
กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมอนามัย ได้ดำเนินโครงการราชทัณฑ์ ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรอบรู้ด้านการดูแลสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมแก่ผู้ต้องขัง และเพื่อให้ผู้ต้องขังเข้าถึงการรักษาพยาบาลอย่างเท่าเทียมตามหลักมนุษยธรรม เมื่อพ้นโทษจะได้มีสุขภาพสมบูรณ์ทั้งกายและใจ ออกมาสู่สังคมภายนอกและประกอบอาชีพสุจริตอย่างมีคุณภาพ เพราะจากข้อมูลสถิติด้านสุขภาพของผู้ต้องขังในช่วง ๓ ปีที่ผ่านมา พบว่า จำนวนผู้ต้องขังที่เจ็บป่วย และมาเข้ารับการรักษาพยาบาลในเรือนจำ รวมทั้งการส่งต่อผู้ต้องขังที่เจ็บป่วยไปยังโรงพยาบาลภายนอก มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างมาก ทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา เช่น ต้องใช้เจ้าหน้าที่ในการควบคุมตัวผู้ต้องขังจำนวนมากในแต่ละครั้ง ค่ารักษาพยาบาลที่รัฐบาลจะต้องสูญเสีย รวมถึงสุขภาพพลานามัยของผู้ต้องขังที่ได้รับผลกระทบจากอาการเจ็บป่วย และในการดำเนินงานตามโครงการดังกล่าวนั้น จะครอบคลุมไปถึงด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมในเรือนจำ ซึ่งประเด็นของการจัดการสุขาภิบาลอาหารและน้ำในเรือนจำ ก็เป็นหนึ่งในประเด็นอนามัยสิ่งแวดล้อมที่มีความสำคัญ โรคติดต่อทางอาหารและน้ำเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทย เช่น โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน อาหารเป็นพิษ อหิวาตกโรค เป็นต้น รวมถึงพิษเรื้อรัง เช่น ก่อให้เกิดมะเร็ง จากการเฝ้าระวังโรคของสำนักระบาดวิทยาพบว่า อัตราป่วยของโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน และโรคอาหารเป็นพิษยังคงสูงอยู่ โดยในแต่ละปีมีรายงานโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลันไม่ต่ำกว่า ๑ ล้านราย ส่วนใหญ่มีการระบาดเป็นวงกว้าง ทำให้มีผู้ป่วยจำนวนมาก และอาการของโรคอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น ไตวาย หรือถึงแก่ชีวิตได้ และจากรายงานของกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม พบว่าการเจ็บป่วยของผู้ต้องขังในสถานพยาบาล พบโรคที่ผู้ต้องขังมาตรวจรักษาที่สถานพยาบาลในเรือนจำส่วนใหญ่เป็นโรคพื้นฐาน เช่น ระบบทางเดินอาหาร รวมถึงยังพบข่าวการระบาดของโรคที่เกิดจากอาหารและน้ำเป็นสื่อในเรือนจำอยู่บ่อยครั้ง และถึงขั้นทำให้ผู้ต้องขังเสียชีวิต เช่น โรคอาหาร เป็นพิษ โรคอุจจาระร่วง เป็นต้น ปีงบประมาณ 2565 สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาการสุขาภิบาลอาหารและน้ำในเรือนจำและทัณฑสถาน ปีงบประมาณ 2565 (ภายใต้โครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์) เพื่อสนับสนุนและพัฒนาการดำเนินงานจัดการสุขาภิบาลอาหารและน้ำในเรือนจำและ ทัณฑสถาน รายละเอียดประกอบด้วยกิจกรรมต่อไปนี้ กิจกรรมที่ 1 การสนับสนุนการจัดการสุขาภิบาลอาหารและน้ำในเรือนจำและทัณฑสถาน กิจกรรมที่ 2 การสนับสนุนการเฝ้าระวังด้านสุขาภิบาลอาหารและน้ำในเรือนจำและทัณฑสถาน กิจกรรมที่ 3 การติดตามการดำเนินงานด้านสุขาภิบาลอาหารและน้ำในเรือนจำและทัณฑสถาน

8. วัตถุประสงค์ :
1 เพื่อสนับสนุนชุดทำความสะอาดครัวมาตรฐานและคลอรีนเม็ดเพื่อการจัดการสุขาภิบาลอาหารและน้ำที่ถูกสุขลักษณะให้เรือนจำและทัณฑสถานเป้าหมาย 2 เพื่อสนับสนุนวัสดุวิทยาศาสตร์สำหรับใช้ในการเฝ้าระวังด้านสุขาภิบาลอาหารและน้ำในเรือนจำและทัณฑสถานเป้าหมาย 3 เพื่อสร้างความรอบรู้ด้านการจัดการสุขาภิบาลอาหารและน้ำให้แก่เจ้าหน้าที่ และผู้ต้องขังในเรือนจำและทัณฑสถานเป้าหมาย 4 เพื่อลดปัญหาจากการเจ็บป่วยจากโรคที่เกิดจากอาหารและน้ำเป็นสื่อของผู้ต้องขังในเรือนจำและทัณฑสถาน 5 เพื่อพัฒนาการดำเนินงานด้านสุขาภิบาลอาหารและน้ำในเรือนจำและทัณฑสถานให้มีความเหมาะสม

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.สนับสนุนชุดทำความสะอาดครัวมาตรฐานและคลอรีนเม็ดเพื่อการจัดการสุขาภิบาลอาหารและน้ำที่ถูกสุขลักษณะให้เรือนจำและทัณฑสถานเป้าหมาย 27 แห่ง
2.สนับสนุนวัสดุวิทยาศาสตร์สำหรับใช้ในการเฝ้าระวังด้านสุขาภิบาลอาหารและน้ำในเรือนจำและทัณฑสถานเป้าหมาย 27 แห่ง
3.สร้างความรอบรู้ด้านการจัดการสุขาภิบาลอาหารและน้ำสำหรับผู้ปฏิบัติงานสาธารณสุข/ผู้ปฏิบัติงานในเรือนจำและทัณฑสถานเป้าหมาย 27 แห่ง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : นิเทศ ติดตาม ประสานงาน ให้คำแนะนำ สนับสนุนการดำเนินงาน และเยี่ยมเสริมพลังด้านสุขาภิบาลอาหารและน้ำในเรือนจำและทัณฑสถาน 3 ครั้ง
2.เชิงปริมาณ : ร้อยละของเรือนจำและทัณฑสถานเป้าหมาย มีการจัดการสุขาภิบาลอาหารและน้ำอย่างเหมาะสม 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1 ประชุมหารือแนวทางการดำเนินงานปีงบประมาณ 2565 2 จัดทำแผนการดำเนินงานโครงการฯ 3 ประสานงาน/ชี้แจงกิจกรรมโครงการฯ แก่กลุ่มเป้าหมาย 4 จัดเตรียมเอกสาร วัสดุอุปกรณ์ และองค์ความรู้สำหรับใช้ในการดำเนินงาน 5 จัดซื้อสิ่งสนับสนุนให้เรือนจำเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการจัดการสุขาภิบาลอาหารและน้ำที่ถูกสุขลักษณะและการเฝ้าระวังด้านสุขาภิบาลอาหารและน้ำในเรือนจำให้เรือนจำและทัณฑสถานเป้าหมาย 6 จัดทำแบบติดตามสิ่งสนับสนุน และผลการเฝ้าระวังด้านสุขาภิบาลอาหารและน้ำในเรือนจำและทัณฑสถานเป้าหมาย 7 จัดทำระบบรวบรวมผลการดำเนินงาน และการรายงานผลการเฝ้าระวังด้านสุขาภิบาลอาหารและน้ำในเรือนจำและทัณฑสถานเป้าหมาย 8 จัดประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตาม และสรุปผลการเฝ้าระวังด้านสุขาภิบาลอาหารและน้ำในเรือนจำและทัณฑสถานเป้าหมาย 9 จัดประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล และสรุปผลการดำเนินงานด้านสุขาภิบาลอาหารและน้ำในเรือนจำและทัณฑสถานเป้าหมาย 11 นิเทศ ติดตาม ประสานงาน ให้คำแนะนำ สนับสนุนการดำเนินงาน และเยี่ยมเสริมพลังด้านสุขาภิบาลอาหารและน้ำในเรือนจำและทัณฑสถาน 12 รายงานความก้าวหน้าตามระยะเวลาที่กำหนด และจัดทำสรุปผลการดำเนินงานโครงการฯ

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดซื้อวัสดุวิทยาศาสตร์เพื่อใช้สำหรับการเฝ้าระวังด้านสุขาภิบาลอาหารและน้ำในเรือนจำและทัณฑสถานเป้าหมาย 1 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 60,750.00
2 จัดประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล และสรุปผลการดำเนินงานด้านสุขาภิบาลอาหารและน้ำในเรือนจำและทัณฑสถานเป้าหมาย 1 ครั้ง 1 มี.ค. 2565 - 30 ก.ย. 2565 6,560.00
3 จัดประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตาม และสรุปผลการเฝ้าระวังด้านสุขาภิบาลอาหารและน้ำในเรือนจำและทัณฑสถานเป้าหมาย 2 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 6,700.00
4 นิเทศ ติดตาม ประสานงาน ให้คำแนะนำ สนับสนุนการดำเนินงาน และเยี่ยมเสริมพลังด้านสุขาภิบาลอาหารและน้ำในเรือนจำและทัณฑสถาน 3 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 24,240.00
5 จัดซื้อชุดทำความสะอาดครัวมาตรฐานเพื่อสนับสนุนการจัดการสุขาภิบาลอาหารและน้ำที่ถูกสุขลักษณะให้เรือนจำและทัณฑสถานเป้าหมาย 27 แห่ง 1 พ.ย. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 27,000.00
6 จัดซื้อคลอรีนเม็ดเพื่อสนับสนุนการปรับปรุงคุณภาพน้ำในเรือนจำและทัณฑสถานเป้าหมาย 27 แห่ง 1 พ.ย. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 33,750.00
รวมเป็นเงิน 159,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
159,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
ปีงบประมาณ 2565 ดำเนินการในเรือนจำและทัณฑสถานเป้าหมาย 27 แห่ง

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
1 ผู้ต้องขังและพยาบาล 2 ผู้ปฏิบัติงานในเรือนจำและทัณฑสถานเป้าหมาย 27 แห่ง 3 ผู้เตรียม ปรุง ประกอบอาหารงานสูทกรรมในเรือนจำและทัณฑสถาน 4 บุคลากรสังกัดกระทรวงสาธารณสุขส่วนกลางและส่วนภูมิภาค 5 บุคลากรสังกัดกรมอนามัยส่วนกลางและส่วนภูมิภาค 6 ภาคีเครือข่ายด้านสุขาภิบาลอาหารและน้ำที่เกี่ยวข้อง

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
1 ผู้ต้องขังและพยาบาล 2 ผู้ปฏิบัติงานด้านสาธารณสุข ผู้ปฏิบัติงานในเรือนจำและทัณฑสถาน 3 ผู้เตรียม ปรุง ประกอบอาหารงานสูทกรรมในเรือนจำและทัณฑสถาน 4 บุคลากรสังกัดกระทรวงสาธารณสุขส่วนกลางและส่วนภูมิภาค 5 บุคลากรสังกัดกรมอนามัยส่วนกลางและส่วนภูมิภาค

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. กลุ่มพัฒนาระบบสุขาภิบาลอาหาร 2.กลุ่มพัฒนาระบบจัดการคุณภาพน้ำบริโภค

19. ผู้เสนอโครงการ :
1.นายชัยเลิศ กิ่งแก้วเจริญชัย ตำแหน่ง หัวหน้ากลุ่มพัฒนาระบบสุขาภิบาลอาหาร 2.นายรัชชผดุง ดำรงพิงคสกุล ตำแหน่ง หัวหน้ากลุ่มพัฒนาระบบจัดการคุณภาพน้ำบริโภค

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายสมศักดิ์ ศิริวนารังสรรค์ ตำแหน่ง ผู้อำนวยการกองประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ ปฏิบัติหน้าที่ ผู้อำนวยการสำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
อธิบดีกรมอนามัย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ
ลำดับที่ : 4

1. ชื่อโครงการ :
โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการคุณภาพน้ำบริโภค ประจำปีงบประมาณ 2565

2. ยุทธศาสตร์ :
2 สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อสุขภาพ

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
17) ร้อยละขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมได้ตามมาตรฐานที่กำหนดและมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพดี

4. cluster :
อนามัยสิ่งแวดล้อม

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 58 ) 16.3 รับรองมาตรฐานคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้าน (ตามเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำประปาดื่มได้ กรมอนามัย พ.ศ. 2563)
5.2 โครงการสำคัญ โครงการยกระดับท้องถิ่น ชุมชน จัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อเมืองสุขภาพดี

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการน้ำเพื่อการบริโภค

7. หลักการและเหตุผล :
กรมอนามัย ได้ดำเนินการสำรวจ ส่งเสริม พัฒนา ติดตาม และประเมินสถานการณ์คุณภาพน้ำบริโภคในประเทศไทยเพื่อเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภคให้สะอาดปลอดภัยจากการปนเปื้อนของแบคทีเรีย สารเคมีและโลหะหนัก จากแหล่งน้ำบริโภคทุกประเภท ร่วมกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรที่เกี่ยวข้องในระดับการผลิต การควบคุมคุณภาพและผู้บริโภค เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการจัดการน้ำสะอาดทั้งในระดับครัวเรือนและชุมชน จากการสำรวจข้อมูลการจัดการน้ำบริโภคในครัวเรือน แหล่งน้ำที่ประชาชนนิยมใช้บริโภค ได้แก่ น้ำประปา น้ำดื่มบรรจุขวด น้ำบ่อตื้น น้ำบ่อบาดาล น้ำฝน น้ำประปาภูเขา น้ำตู้หยอดเหรียญ และจากการสุ่มเก็บตัวอย่างน้ำส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการกรมอนามัยตั้งแต่ ปี พ.ศ.2551-2563 เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์คุณภาพน้ำบริโภคเปรียบเทียบกับเกณฑ์คุณภาพน้ำประปาดื่มได้ จำนวน 20 พารามิเตอร์ ข้อมูลคุณภาพน้ำบริโภค เฉลี่ย 10 ปี (2553-2563) ผ่านเกณฑ์มาตรฐานฯร้อยละ 34.3 เมื่อพิจารณาภาพรวมของคุณภาพน้ำบริโภคในครัวเรือนของประเทศไทย ตั้งแต่ พ.ศ. 2553-2563 โดยการจำแนกตามความเหมาะสมของน้ำที่สามารถนำมาบริโภคได้นั้น พบว่า คุณภาพน้ำบริโภคในครัวเรือนมีความเหมาะสมสำหรับการบริโภค ร้อยละ 34.3 ต้องปรับปรุงคุณภาพก่อนจึงจะเหมาะสมสำหรับการบริโภค ร้อยละ 49.06 ทั้งนี้เนื่องจากปนเปื้อนแบคทีเรีย ความขุ่นและสี เกินมาตรฐาน จึงต้องมีการกรอง ต้ม หรือเติมคลอรีนฆ่าเชื้อโรคก่อนนำมาบริโภค และไม่เหมาะสมสำหรับการบริโภคเพราะมีการปนเปื้อนทางด้านเคมีเกินค่าเกณฑ์ที่กำหนด ร้อยละ 16.64 ได้แก่ เหล็ก แมงกานีส ความกระด้าง คลอไรด์ ซัลเฟต ฟลูออไรด์ เป็นต้น การดำเนินงานที่ผ่านมามีกิจกรรมสำคัญ 3 กิจกรรมหลัก ได้แก่ 1) การเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภคครัวเรือนเพื่อจัดทำสถานการณ์คณภาพน้ำบริโภคของประเทศ 2) การขับเคลื่อนการพัฒนาระบบประปาหมู่บ้านให้ได้น้ำสะอาด ผ่านเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำประปาดื่มได้ 3) การส่งเสริมและสร้างความเชื่อมั่นคุณภาพน้ำบริโภค แก่ประชาชน พบ GAP การดำเนินงานที่ส่งผลต่อกิจกรรมสำคัญดังกล่าวที่ทำให้ไม่บรรลุแผน ได้แก่ 1) จำนวนตัวอย่างตามหลักการ เฝ้าระวังฯค่อนข้างจำกัดและจำนวนแต่ละปีไม่คงที่อาจส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของข้อมูล 2) ประเภทตัวอย่างน้ำที่ประชาชนนิยมบริโภคกระจายตามความนิยมของพื้นที่เป้าหมายซึ่งอาจไม่เป็นตัวแทนระดับประเภทตัวอย่างน้ำและส่งผลต่อการคาดการณ์ความเสี่ยงกระทบต่อสุขภาพในน้ำประเภทนั้น ๆ 3) ระบบประปาหมู่บ้านส่วนใหญ่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของคณะกรรมการบริหารกิจการประปาหมู่บ้านซึ่งหากขาดความเข้าใจและควบคุมโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะส่งผลต่อการควบคุมคุณภาพน้ำ 4) การส่งเสริมและสร้างความเชื่อมั่นคุณภาพน้ำประปาที่ผ่านมาเน้นการจัดการที่ระบบผลิตประปาเป็นหลักแต่ยังไม่เชื่อมโยงสู่ประชาชนที่เป็นผู้บริโภคหลัก 5) GAP ร่วมของกิจกรรมหลักที่กรมอนามัยพยายามผลักดันมาตลอด 4 ปี คือ ความเข้มแข็งของนโยบายสู่การปฏิบัติ การเข้าถึงน้ำสะอาดของประชาชนสนใจเชิงปริมาณมากกว่าเชิงคุณภาพ กรมอนามัย จึงได้จัดทำโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการคุณภาพน้ำบริโภค เพื่อปิด GAP การดำเนินงานที่ผ่านมา โดยมุ่งเน้นการส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนาระบบการจัดการคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้านให้มีระบบการผลิตน้ำที่ได้มาตรฐาน วิเคราะห์สถานการณ์คุณภาพน้ำประปาหมู่บ้านและสนับสนุน การสร้างต้นแบบจังหวัดขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้าน และพัฒนาศักยภาพเครือข่ายภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ดูแลระบบประปาและประชาชนในการจัดการตรวจสอบ และเฝ้าระวังคุณภาพ น้ำบริโภคในชุมชน อันจะเป็นประโยชน์ต่อการคุ้มครองสุขภาพประชาชนในการบริโภคน้ำสะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน มีคุณภาพเหมาะสมสำหรับการบริโภค ทั้งนี้จะช่วยป้องกันการเจ็บป่วยจากโรคที่เกิดจากน้ำเป็นสื่อและส่งผลให้ประชาชนในประเทศมีคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งภาวะปกติ ภาวะฉุกเฉิน โรคระบาด ภัยพิบัติและการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อสนับสนุน ส่งเสริมการพัฒนาระบบประปาหมู่บ้านให้มีระบบการผลิตน้ำที่ได้มาตรฐาน 2. เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์คุณภาพน้ำประปาหมู่บ้านและสนับสนุนการสร้างต้นแบบจังหวัดขับเคลื่อน การพัฒนาคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้าน 3. เพื่อพัฒนาศักยภาพเครือข่ายภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ดูแลระบบประปาและประชาชน ในการจัดการตรวจสอบ และเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภคในชุมชน

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.จำนวนระบบประปาหมู่บ้านได้รับรองมาตรฐานคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้าน (ตามเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำประปาดื่มได้ กรมอนามัย พ.ศ. 2563) 400 แห่ง
2.หลักสูตรการอบรมพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ภาครัฐ อปท. และผู้ดูแลระบบประปารูปแบบ (E – learning) 2 เรื่อง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : จำนวนระบบประปาหมู่บ้านได้รับรองมาตรฐานคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้าน (ตามเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำประปาดื่มได้ กรมอนามัย พ.ศ. 2563) 400 แห่ง
2.เชิงคุณภาพ : อปท. เป้าหมาย (74 แห่ง จังหวัดละ 1 แห่ง ) มีการขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้านให้ได้มาตรฐาน 74 แห่ง

10. วิธีการดำเนินงาน :
1. การรับรองมาตรฐานคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้าน (ตามเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำประปาดื่มได้ กรมอนามัย พ.ศ. 2563) 1) จัดทำคู่มือแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงานระบบประปาหมู่บ้านสำหรับพื้นที่ 2) จัดทำแบบฟอร์มเสนอรายชื่อพื้นที่เป้าหมายการขับเคลื่อนระบบประปาหมู่บ้าน (google sheet) 3) จัดประชุมถ่ายทอดแนวทางและกลไกการดำเนินงานขับเคลื่อนระบบประปาหมู่บ้านแก่ศูนย์อนามัย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป้าหมาย รูปแบบออนไลน์ 4) จัดประชุมหารือความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินงานของคณะทำงานขับเคลื่อนระบบประปาหมู่บ้านระดับประเทศ ระดับหน่วยงาน และระดับจังหวัด 5) พัฒนาและปรับปรุงคู่มือ เกณฑ์การประเมิน แนวทางการดำเนินงาน เทคนิคการตรวจประเมิน การพัฒนาคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้านและพัฒนาคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมด้านการจัดการ น้ำบริโภค (EHA 2001-2002) 6) สนับสนุนข้อมูลวิชาการสำหรับการดำเนินงาน และให้คำปรึกษาการพัฒนาคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้านรวมถึงการพัฒนาคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อม (EHA) แก่ศูนย์อนามัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 7) สนุบสนุนการขับเคลื่อนและยกระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ผ่านการรับรองคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อม (EHA 2001) โดยแผนจัดการน้ำสะอาด (Water Safety Plan) 8) สนับสนุนและให้การรับรองคุณภาพน้ำประปาดื่มได้ และระบบประปาหมู่บ้านสะอาดแก่หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง และเชิดชูเกียรติหน่วยงานที่ยกระดับคุณภาพน้ำประปาโดยใช้แผนจัดการน้ำสะอาด (Water Safety Plan) 7) รวบรวมวิเคราะห์ความเสี่ยงคุณภาพน้ำจากผลการดำเนินงานของพื้นที่เป้าหมาย วิเคราะห์ จำแนก จัดกลุ่มข้อมูลประมวลผล / วิเคราะห์ผล / ประเมินผลและจัดทำข้อเสนอแนะแนวทางแก้ไข 8) สนับสนุนการพัฒนาเครื่องมือบริหารจัดการข้อมูลในการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภค (DOH Dash Board) โปรแกรมทางสถิติ การออกแบบข้อมูล หรือเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องในการจัดการข้อมูล 9) สรุปสถานการณ์คุณภาพน้ำประปาหมู่บ้าน จัดทำข้อมูลรายการข้อมูลเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภค จัดทำข้อเสนอ และสังเคราะห์องค์ความรู้เพื่อพัฒนา HL แก่ประชาชนผ่านช่องทางต่างๆ 10) จัดทำสื่อวิดีทัศน์การดูแล บำรุง ปรับปรุงคุณภาพน้ำในครัวเรือน รวมถึงสนับสนุนการตรวจสอบคุณภาพน้ำในครัวเรือนด้วยตัวเองแก่ประชาชน 11) จัดซื้อวัสดุสนับสนุนการดำเนินงานวันน้ำโลก หรืองานสัมนาวิชาการด้านน้ำสะอาดที่เกี่ยวข้อง 2. การพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่ายในการพัฒนาคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้าน 1) จัดทำร่างหลักสูตรการพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่ายในการพัฒนาคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้าน 2) แต่งตั้งคณะทำงานพัฒนาหลักสูตรการพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่ายการพัฒนาคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้าน (รูปแบบออนไลน์) 3) ประชุมพิจารณาเนื้อหาและรายละเอียดหลักสูตรเพื่อดำเนินการจัดทำระบบการฝึกอบรมประเภท การเรียนรู้ด้วยตัวเองผ่านระบบออนไลน์อิเลคทรอนิกส์ (E – Learning) และเนื้อหาหลักสูตรสำหรับการจัดอบรมระบบ Intensive Virtual Training สำหรับเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานพัฒนาคุณภาพน้ำบริโภค ผ่านโปรแกรม Zoom meeting 4) จัดทำและขออนุมัติหลักสูตรจากกรมอนามัยเพื่อบรรจุลงใน MOOC ANAMAI สนับสนุนการประกาศรับรองคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้านหรือพิธีมอบประกาศ หรือพิธีเกียรติบัตร EHA) 5) จัดทำระบบออนไลน์อิเลคทรอนิกส์ (E – Learning) และสื่อการเรียนรู้ตามเนื้อหาหลักสูตรที่กำหนด 6) ประชาสัมพันธ์หลักสูตรและเปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมพัฒนาศักยภาพจากหน่วยงานในพื้นที่เป้าหมาย 7) ขอความอนุเคราะห์เปิดระบบ E-Learning และเปิดให้หน่วยงานในพื้นที่เป้าหมายเข้ารับการอบรมในช่วงเวลาที่กำหนด 8) จัดอบรมระบบ Intensive Virtual Training สำหรับเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานพัฒนาคุณภาพน้ำบริโภคผ่านโปรแกรม Zoom meeting 8) สนับสนุนชุดความรู้ ค่าตอบแทนวิทยากร ค่าของสมนาคุณ หรือเครื่องมือในการตรวจสอบคุณภาพน้ำอย่างง่ายประกอบการจัดอบรมพัฒนาศักยภาพออนไลน์ 9) จัดทำและประเมินผลการใช้งานระบบ ผลการตอบรับ ผลความพึงพอใจ จากผู้เข้ารับการอบรม 10) รวบรวมวิเคราะห์ สรุปผลการอบรม และจัดทำข้อมูลการพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่ายในการพัฒนาคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้านแจ้งให้หน่วยงานและผู้บริหารรับทราบ ศูนย์อนามัยที่ 1-12 และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด 74 จังหวัด 1) ประสานงานกับส่วนกลางและชี้แจงแนวทางการดำเนินงานให้แก่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด 2) รวบรวมรายชื่ออปท.เป้าหมายให้แก่ส่วนกลางเพื่อดำเนินการจัดทำข้อมูลการขับเคลื่อนภาพรวม 3) บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เช่น สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค สำนักงานทรัพยากรน้ำบาดาลภาค การประปาส่วนภูมิภาคเขต การประปาส่วนภูมิภาคสาขา สำนักงานท้องถิ่นจังหวัดในการขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้าน 4) สนับสนุนและร่วมดำเนินการกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สาธารณสุขอำเภอ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (เทศบาล อบต.) ในการพัฒนาคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้าน ตามกระบวนการหรือกลไกที่กำหนด 5) สนับสนุน ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่สาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ดูแลระบบประปาหมู่บ้าน อาสาสมัครเฝ้าระวังคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้าน ในรูปแบบของการอบรม Training on the Job (OJT) หรือผ่านระบบ E- learning ที่ส่วนกลางจัดทำขึ้น 6) วิเคราะห์ สังเคราะห์ และจัดทำข้อเสนอแนะทางวิชาการในการพัฒนาคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้าน นำเสนอต่อผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อขับเคลื่อนในเชิงนโยบายในระดับท้องถิ่นต่อไป 7) รวบรวม สรุปผลการดำเนินงาน วิเคราะห์สถานการณ์และให้ข้อเสนอแนะ ผ่านหน่วยงานที่ร่วมบูรณาการการดำเนินงานในระดับพื้นที่ ระดับเขต และส่วนกลาง 6) ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่ประชาชนผ่านช่องทางต่างๆ

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 การพัฒนา ปรับปรุงและจัดทำคู่มือเทคนิคการตรวจประเมินการพัฒนาคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้านและพัฒนาคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมด้านการจัดการน้ำบริโภค (EHA 2001-2002) 1 ฉบับ 1 พ.ย. 2564 - 31 ม.ค. 2565 100,000.00
2 จัดซื้อวัสดุสนับสนุนการดำเนินงานวันน้ำโลก หรืองานสัมนาวิชาการด้านน้ำสะอาดที่เกี่ยวข้อง 1 ครั้ง 1 ก.พ. 2565 - 31 มี.ค. 2565 12,700.00
3 จัดทำระบบออนไลน์อิเลคทรอนิกส์ (E – Learning) และสื่อการเรียนรู้ตามเนื้อหาหลักสูตรที่กำหนด 1 ระบบ 1 พ.ย. 2564 - 28 ก.พ. 2565 450,000.00
4 จัดอบรมระบบ Intensive Virtual Training สำหรับเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานพัฒนาคุณภาพน้ำบริโภคผ่านโปรแกรม Zoom meeting 1 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 31 ม.ค. 2565 25,000.00
5 ประชุมถ่ายทอดแนวทางและกลไกการดำเนินงานขับเคลื่อนระบบประปาหมู่บ้านแก่ศูนย์อนามัย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป้าหมาย รูปแบบออนไลน์ 2 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 20,400.00
6 ประชุมหารือความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินงานของคณะทำงานขับเคลื่อนระบบประปาหมู่บ้านระดับประเทศ ระดับหน่วยงาน และระดับจังหวัด (สถานที่ราชการหรือรูปแบบออนไลน์) 2 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 5,100.00
7 สนับสนุนการขับเคลื่อนและยกระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ผ่านการรับรองคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อม (EHA 2001) โดยแผนจัดการน้ำสะอาด (Water Safety Plan) 2 ครั้ง 1 ม.ค. 2565 - 30 เม.ย. 2565 50,000.00
8 จัดทำสื่อวิดีทัศน์การดูแล บำรุง ปรับปรุงคุณภาพน้ำในครัวเรือน รวมถึงสนับสนุนการตรวจสอบคุณภาพน้ำในครัวเรือนด้วยตัวเองแก่ประชาชน 2 เรื่อง 1 ธ.ค. 2564 - 28 ก.พ. 2565 100,000.00
9 ประชุมพิจารณาเนื้อหาและรายละเอียดหลักสูตรเพื่อดำเนินการจัดทำระบบการฝึกอบรมประเภทการเรียนรู้ด้วยตัวเองผ่านระบบออนไลน์อิเลคทรอนิกส์ (E – Learning) และเนื้อหาหลักสูตรสำหรับการจัดอบรมระบบ Intensive Virtual Training สำหรับเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานพัฒนาคุณภาพน้ำบริโภคผ่านโปรแกรม Zoom meeting 2 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 6,800.00
รวมเป็นเงิน 770,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
770,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 30 เม.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
1. พื้นที่ศูนย์อนามัยที่ 1 – 12 และสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง 2. พื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป้าหมาย 74 จังหวัด 3. พื้นที่จ่ายน้ำหรือให้บริการของประปานครหลวงและการประปาส่วนภูมิภาค

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
- เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานพัฒนาคุณภาพน้ำบริโภคในศูนย์อนามัยที่ 1 – 12 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล - เจ้าหน้าที่จากการประปานครหลวง การประปาส่วนภูมิภาค - เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานหรือได้รับมอบหมายจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป้าหมาย - คณะกรรมการบริหารกิจการประปาหมู่บ้านในพื้นที่เป้าหมาย - แกนนำชุมชน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน และประชาชน - เจ้าหน้าที่จากเครือข่ายด้านน้ำในระดับประเทศ หน่วยงาน และพื้นที่ ได้แก่ เจ้าหน้าที่จากคณะทำงานขับเคลื่อนระบบประปาหมู่บ้าน ท้องถิ่นจังหวัด กรมทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ กรมควบคุมมลพิษ สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค ฯลฯ

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
เจ้าหน้าที่ของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชน

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
กลุ่มพัฒนาระบบจัดการคุณภาพน้ำบริโภค

19. ผู้เสนอโครงการ :
นายรัชชผดุง ดำรงพิงคสกุล ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายสมศักดิ์ ศิริวนารังสรรค์ ตำแหน่ง ผู้อำนวยการกองประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ ปฏิบัติหน้าที่ ผู้อำนวยการสำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
อธิบดีกรมอนามัย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ
ลำดับที่ : 5

1. ชื่อโครงการ :
โครงการพัฒนาและยกระดับระบบการจัดการสุขาภิบาลอาหารเพื่อรองรับการท่องเที่ยวไทย ปีงบประมาณ 2565

2. ยุทธศาสตร์ :
2 สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อสุขภาพ

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
17) ร้อยละขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมได้ตามมาตรฐานที่กำหนดและมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพดี

4. cluster :
อนามัยสิ่งแวดล้อม

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 51 ) 15.1 ยกระดับมาตรฐานด้านสุขาภิบาลอาหารและน้ำในสถานประกอบการประเภทสถานที่จำหน่ายอาหาร
5.2 โครงการสำคัญ โครงการยกระดับการจัดการสุขาภิบาลอาหารและน้ำ และอนามัยสิ่งแวดล้อมรองรับการท่องเที่ยว

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว
6.2 ผลผลิต/โครงการ    ส่งเสริมการจัดการสุขาภิบาลอาหารและการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ท่องเที่ยว

7. หลักการและเหตุผล :
จากสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของสังคมทำให้เกิดสภาพความเป็นเมืองที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง การเพิ่มขึ้นของประชากร การขยายตัวของอุตสาหกรรม และครัวเรือน สิ่งต่างๆ เหล่านี้สามารถเป็นเหตุให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพ ทั้งประเด็นของความปลอดภัยอาหาร คุณภาพน้ำบริโภค การจัดการมูลฝอย และ สิ่งปฏิกูล เป็นต้น ซึ่งทำให้ประชาชนมีความเสี่ยงต่อการได้รับอาหารและน้ำที่ไม่สะอาด มีการปนเปื้อนของเชื้อโรค และสารเคมีที่เป็นพิษจากทั้งวัตถุดิบอาหาร ภาชนะบรรจุอาหาร อันอาจจะเกิดอันตรายต่อสุขภาพได้ทั้งพิษเฉียบพลัน เช่น โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน อาหารเป็นพิษ อหิวาตกโรค เป็นต้น รวมถึงพิษเรื้อรัง เช่น ก่อให้เกิดมะเร็ง จากการเฝ้าระวังโรคของสำนักระบาดวิทยาพบว่า อัตราป่วยของโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน และโรคอาหารเป็นพิษยังคงสูงอยู่โดยในแต่ละปีมีรายงานโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลันไม่ต่ำกว่า ๑ ล้านราย กล่าวคือ การปนเปื้อนของอาหารและน้ำนี้ หากประชาชนบริโภคหรือได้รับเข้าสู่ร่างกายก็อาจทำให้เกิดการเจ็บป่วยด้วยโรคที่เกิดจากอาหารและน้ำเป็นสื่อส่งผลต่อสุขภาพของประชาชน กรมอนามัยเป็นหน่วยงานหลักที่ขับเคลื่อนด้านวิชาการ เพื่อคุ้มครองสุขภาพของประชาชนให้ได้บริโภคอาหารที่สะอาดปลอดภัย โดยดำเนินงานภายใต้พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 มาเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนงานอนามัยสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง ปีงบประมาณ 2565 สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาและยกระดับระบบการจัดการสุขาภิบาลอาหารเพื่อรองรับการท่องเที่ยว ปีงบประมาณ 2565 เพื่อยกระดับมาตรฐานสถานประกอบการด้านอาหารประเภทสถานที่จำหน่ายอาหาร ตลาด สถานที่สะสมอาหาร การจำหน่ายสินค้าในที่หรือทางสาธารณะ ในพื้นที่ท่องเที่ยวให้มีคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐานด้านการสุขาภิบาลอาหารและน้ำและเพื่อพัฒนาต้นแบบสถานประกอบการในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวที่มีการจัดการด้านสุขาภิบาลอาหารที่ดี สามารถสร้างความเชื่อมั่นต่อการให้บริการด้านอาหารแก่นักท่องเที่ยว รายละเอียดประกอบด้วยกิจกรรมต่อไปนี้ กิจกรรมที่ 1 : พัฒนามาตรฐานด้านสุขาภิบาลอาหารในสถานประกอบการด้านอาหาร กิจกรรมที่ 2 : พัฒนาและขับเคลื่อนกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้านสุขาภิบาลอาหาร กิจกรรมที่ 3 : พัฒนาระบบเฝ้าระวังด้านการสุขาภิบาลอาหาร กิจกรรมที่ 4 : พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศและการสื่อสารสาธารณะด้านสุขาภิบาลอาหาร กิจกรรมที่ 5 : พัฒนาบุคลากรและภาคีเครือข่ายด้านสุขาภิบาลอาหาร

8. วัตถุประสงค์ :
1) เพื่อยกระดับมาตรฐานและขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านกฎหมายของสถานประกอบการด้านอาหารประเภท ตลาด สถานที่จำหน่ายอาหารและสะสมอาหาร อาหารริมบาทวิถี ในพื้นที่ท่องเที่ยวให้มีคุณภาพ เป็นไปตามมาตรฐานด้านการสุขาภิบาลอาหาร 2) เพื่อพัฒนาระบบเฝ้าระวังในสถานประกอบการด้านอาหารในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวที่มีการจัดการ ด้านสุขาภิบาลอาหารที่ดี สามารถสร้างความเชื่อมั่นต่อการให้บริการด้านอาหารแก่นักท่องเที่ยวได้ 3) เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ ผู้ประกอบกิจการอาหาร ผู้สัมผัสอาหาร และ ภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง มีความรู้และความเชี่ยวชาญในการดำเนินงานด้านสุขาภิบาลอาหาร 4) เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนได้บริโภคอาหารที่สะอาด ปลอดภัย

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.สถานประกอบการประเภท ตลาด สถานที่จำหน่ายอาหารและสะสมอาหาร อาหารริมบาทวิถี ในแหล่งท่องเที่ยวได้รับการประเมินมาตรฐานด้านสุขาภิบาลอาหาร 76 แห่ง
2.มีระบบฐานข้อมูลสารสนเทศสถานประกอบการประเภทสถานที่จำหน่ายอาหาร เพื่อการเฝ้าระวังและสื่อสารประชาสัมพันธ์ 1 ระบบ
3.มีต้นแบบสถานประกอบกิจการด้านอาหารในแหล่งท่องเที่ยว 76 จังหวัด
4.ภาคีเครือข่ายได้รับการพัฒนาขีดความสามารถและแลกเปลี่ยนเรียนรู้การพัฒนา ด้านสุขาภิบาลอาหารในแหล่งท่องเที่ยว 160 คน
5.สถานประกอบการในพื้นที่ท่องเที่ยวได้มาตรฐานตามกฎหมาย 80 ร้อยละ
6.จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับด้านสุขาภิบาลอาหารและอาหารปลอดภัย 1 เรื่อง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : มีต้นแบบสถานประกอบกิจการด้านอาหารที่ได้มาตรฐาน 28 แห่ง
2.เชิงปริมาณ : ภาคีเครือข่ายในพื้นที่ท่องเที่ยวมีการจัดการด้านสุขาภิบาลอาหาร 60 ร้อยละ
3.เชิงคุณภาพ : จังหวัดมีการบูรณาการร่วมกับภาคีเครือข่ายในพื้นที่ในการเลือกพื้นที่ โดยใช้ระบบและกลไกการขับเคลื่อนผ่านคณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัด และคณะกรรมการอาหารปลอดภัยระดับจังหวัด 76 จังหวัด

10. วิธีการดำเนินงาน :
1) จัดทำแผนการดำเนินงานโครงการฯ 2) ประสานงาน/ประชาสัมพันธ์กิจกรรมโครงการฯ แก่กลุ่มเป้าหมาย 3) จัดเตรียมเอกสาร/วัสดุอุปกรณ์ ประกอบการดำเนินงาน 4) ดำเนินงานโครงการฯ ตามแผนที่กำหนดไว้ 5) ติดตามผลการดำเนินงานโครงการฯ 6) สรุปและประเมินผลโครงการฯ

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดจ้างสำรวจ และรวบรวมข้อมูลสถานประกอบการด้านอาหาร ในแหล่งท่องเที่ยว เพื่อการเฝ้าระวังฯ และสื่อสารประชาสัมพันธ์ ในรูปแบบ Digital Platform 1 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 100,000.00
2 จัดจ้างสำรวจ และรวบรวมข้อมูลสารสนเทศการอบรมผู้ประกอบกิจการ ผู้สัมผัสอาหาร ผู้ขนส่งอาหาร ของสถานประกอบการประเภทสถานที่จำหน่ายอาหาร 1 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 50,000.00
3 จัดจ้างซื้ออุปกรณ์ชุดทดสอบความปลอดภัยด้านอาหาร 1 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 20,000.00
4 พัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่าย ในการควบคุมกำกับ/สุ่มประเมิน - มาตรฐานด้านสุขาภิบาลอาหาร - หน่วยงานจัดการอบรมผู้ประกอบกิจการและผู้สัมผัสอาหาร -พัฒนาระบบและกลไกการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานสถานประกอบกิจการด้านอาหาร 1 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 260,000.00
5 พัฒนารูปแบบและกลไกและสรุปบทเรียนการขับเคลื่อนการจัดการสุขาภิบาลอาหารสถานประกอบกิจการด้านอาหารในแหล่งท่องเที่ยว 1 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 50,000.00
6 พัฒนามาตรฐาน/รูปแบบและกลไกการขับเคลื่อนการจัดการสุขาภิบาลอาหารสถานประกอบกิจการด้านอาหารในแหล่งท่องเที่ยว 2 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 30,000.00
7 สุ่มประเมินเฝ้าระวังด้านการสุขาภิบาลอาหาร ของสถานประกอบการอาหารในแหล่งท่องเที่ยว 2 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 30,000.00
8 จัดกิจกรรมสร้างกระแส ขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะและสร้างความร่วมมือภาคีเครือข่ายในการพัฒนาสถานประกอบการอาหารในแหล่งท่องเที่ยว 4 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 100,000.00
9 สร้างต้นแบบและสุ่มประเมินสถานประกอบกิจการด้านอาหารในแหล่งท่องเที่ยว - นโยบายการพัฒนาอาหารปลอดภัย - GREEN&CLEAN Hospital 5 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 50,000.00
10 พัฒนาและขับเคลื่อนกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องกับด้านสุขาภิบาลอาหาร 5 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 120,000.00
รวมเป็นเงิน 810,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
810,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
1 ศูนย์อนามัยที่ 1 – 12 และสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง 2 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด/ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ/โรงพยาบาล/ รพ.สต. 3 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 4 สถานประกอบกิจการด้านอาหารในแหล่งท่องเที่ยว 5 โรงเรียน/สถาบันการศึกษา 6 หน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องด้านสุขาภิบาลอาหาร

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
1 ผู้บริหารกรมอนามัย เจ้าหน้าที่ Cluster กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม กรมอนามัย 2 ศูนย์อนามัยที่ 1 – 12 และสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง 3 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและอำเภอ/ โรงพยาบาล/ รพ.สต. 4 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 5 ผู้ประกอบกิจการและผู้สัมผัสอาหาร 6 ภาคีเครือข่ายด้านสุขาภิบาลอาหารที่เกี่ยวข้อง

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
1 Cluster กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม กรมอนามัย 2 ศูนย์อนามัยที่ 1 - 12 และสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง 3 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและอำเภอ/ โรงพยาบาล/ รพ.สต. 4 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 5 ผู้ประกอบกิจการด้านอาหารและผู้สัมผัสอาหาร 6 ภาคีเครือข่ายด้านสุขาภิบาลอาหารที่เกี่ยวข้อง 7 ประชาชน

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
กลุ่มพัฒนาระบบสุขาภิบาลอาหาร

19. ผู้เสนอโครงการ :
1.นายชัยเลิศ กิ่งแก้วเจริญชัย ตำแหน่ง หัวหน้ากลุ่มพัฒนาระบบสุขาภิบาลอาหาร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายสมศักดิ์ ศิริวนารังสรรค์ ตำแหน่ง ผู้อำนวยการกองประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ ปฏิบัติหน้าที่ ผู้อำนวยการสำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
อธิบดีกรมอนามัย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ
ลำดับที่ : 6

1. ชื่อโครงการ :
โครงการพัฒนายกระดับการจัดการสุขาภิบาลอาหารและคุณภาพน้ำบริโภค ในพื้นที่พิเศษ ปีงบประมาณ 2565

2. ยุทธศาสตร์ :
2 สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อสุขภาพ

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
16) ร้อยละของจังหวัด มีระบบจัดการปัจจัยเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ

4. cluster :
อนามัยสิ่งแวดล้อม

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 48 ) 14.4 พื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก
5.2 โครงการสำคัญ โครงการส่งเสริมการลดและป้องกันปัจจัยเสี่ยงและการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมของพื้นที่เฉพาะ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก
6.2 ผลผลิต/โครงการ    ส่งเสริมให้เกิดการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก

7. หลักการและเหตุผล :
จากการที่รัฐบาลมีนโยบายจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษของไทยในระยะแรก พ.ศ. 2558 มี 5 จังหวัด ได้แก่ ตาก ตราด สระแก้ว มุกดาหาร และสงขลา และระยะที่สองมี 5 จังหวัด ได้แก่ หนองคาย นครพนม เชียงราย กาญจนบุรี และนราธิวาส รวมถึงพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) 3 จังหวัด ซึ่งประกอบด้วย จังหวัดระยอง จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดชลบุรี เพื่อความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาคนั้น การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว พร้อมการเชื่อมโยงการคมนาคม ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศ ตลอดจนแรงงานต่างถิ่นเข้ามาอยู่ในพื้นที่มากขึ้น ซึ่งหากไม่มีการจัดการที่ดี อาจก่อให้เกิดปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน รวมถึงปัญหาเหตุรำคาญที่ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตโดยปกติสุขของประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียงอีกด้วย โดยพบว่าโรคที่เกิดจากปัจจัยเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ คือ โรคระบบทางเดินอาหารและน้ำประกอบกับข้อมูลการสูญเสีย ปีสุขภาวะของประชากรโลก พบว่าปัจจัยเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมที่ก่อให้เกิดภาระโรคและตายมากที่สุดคือคุณภาพน้ำดื่มน้ำใช้ที่ไม่ได้มาตรฐาน ดังนั้นการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมให้มีประสิทธิภาพจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนและช่วยกระตุ้นภาคธุรกิจการท่องเที่ยวของประเทศ สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาและยกระดับการจัดการสุขาภิบาลอาหารและจัดการคุณภาพน้ำบริโภคในพื้นที่พิเศษ วิถีใหม่ เพื่อยกระดับการจัดการอาหารและน้ำ และสร้างต้นแบบเมืองสุขภาพดีด้านอาหารและน้ำ เพื่อเป็นรูปแบบตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สามารถนำรูปแบบเมืองสุขภาพดีไปประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาเมืองของตนเองให้เป็นเมืองสุขภาพดี โดยการพัฒนาเมืองสุขภาพดีมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ เอกชน และ ภาคประชาชนในพื้นที่ รวมถึงการสร้างกลไกในการเฝ้าระวังโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและชุมชนเพื่อช่วยตรวจสอบ แจ้งเตือน แก้ไข ปรับปรุงให้ทันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน ทั้งนี้ยังได้ประเมินความเสี่ยงผลกระทบต่อสุขภาพจากสุขาภิบาลอาหารและน้ำบริโภค เพื่อให้ประชาชนได้มีอาหารและน้ำที่สะอาด ปลอดภัย อันจะเป็นการป้องกันการเจ็บป่วยจากโรคที่เกิดจากอาหารและน้ำเป็นสื่อส่งผลให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี

8. วัตถุประสงค์ :
1 เพื่อพัฒนายกระดับการจัดการสุขาภิบาลอาหารและน้ำที่เอื้อต่อการสร้างเมืองสุขภาพดี 2 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการสุขาภิบาลอาหารและน้ำของสถานประกอบการกิจการด้านอาหาร และแหล่งท่องเที่ยว ในพื้นที่พิเศษ 3 เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และสื่อสารความเสี่ยงในพื้นที่พิเศษ

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.แนวทางการพัฒนาต้นแบบด้านสุขาภิบาลอาหารและน้ำในเมืองท่องเที่ยวที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดี ในพื้นที่พิเศษ 1 เรื่อง
2.ระบบฐานข้อมูลอาหารและน้ำเพื่อการเฝ้าระวังและการเตือนภัย 1 ระบบ
3.การพัฒนาศักยภาพการจัดการสุขาภิบาลอาหารและคุณภาพน้ำบริโภคให้แก่บุคลากรสาธารณสุข อปท. และภาคีเครือข่าย 100 คน
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : เจ้าหน้าที่สาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องได้รับการพัฒนาศักยภาพ 100 คน
2.เชิงคุณภาพ : พื้นที่สามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้อย่างเกิดประโยชน์ 20 จังหวัด

10. วิธีการดำเนินงาน :
1.ศึกษา ค้นคว้าองค์ความรู้ และวิเคราะห์ข้อมูลการพัฒนาระบบฐานข้อมูล เพื่อการเฝ้าระวังและการเตือนภัย 2.ประชุมชี้แจงการพัฒนาต้นแบบการจัดการสุขาภิบาลอาหารและน้ำบริโภคของเมืองท่องเที่ยว ในพื้นที่พิเศษ 3.ประชุม อบรม และสื่อสารเพื่อพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่ายในพื้นที่พิเศษ 4.ประสานงานและติดตามผลการดำเนินงานด้านสุขาภิบาลอาหารและน้ำบริโภคในพื้นที่พิเศษ 5. สรุปผลการดำเนินงานและจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 จ้างพัฒนาเกณฑ์การประเมินความเสี่ยงอาหารและน้ำ 1 งาน 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 250,000.00
2 ประชุมเชิงปฎิบัติการ "พัฒนาระบบการติดตามคุณภาพอาหารและน้ำ " 1 ครั้ง 1 ม.ค. 2565 - 28 ก.พ. 2565 5,700.00
3 จัดทำคู่มือแนวทางการดำเนินงาน (E-book) 1 งาน 1 ต.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 20,000.00
4 ประชุมเชิงปฎิบัติการ "พัฒนาต้นแบบเมืองสุขภาพดี ด้านอาหารและน้ำ " 1 ครั้ง 1 ม.ค. 2565 - 31 ส.ค. 2565 20,600.00
5 ประชุมเชิงปฎิบัติการ "พัฒนาต้นแบบชุมชนเข้มแข็ง ด้านอาหารและน้ำ " 1 ครั้ง 1 ม.ค. 2565 - 31 ส.ค. 2565 5,700.00
6 จ้างจัดทำหลักสูตรการเรียนรู้ระบบ E-Learning 1 งาน 1 พ.ย. 2564 - 31 ก.ค. 2565 100,000.00
7 จ้างจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์/วิดีทัศน์การจัดการสุขาภิบาลอาหารและจัดการคุณภาพน้ำบริโภค ในพื้นที่พิเศษ วิถีใหม่ 1 งาน 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 25,000.00
8 ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดกรอบและแนวทางการดำเนินงาน 2 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 6,200.00
9 ประชุมเชิงปฏิบัติการ จัดทำหลักสูตรการเรียนรู้ ระบบ E-Learning 2 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 31 ก.ค. 2565 21,900.00
10 ประชุมหารือการดำเนินงานผ่านระบบประชุมออนไลน์ (Conference) 3 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 4,500.00
11 จ้างค่าใช้จ่ายในการรักษาสภาพตัวอย่าง(น้ำแข็ง) และค่าขนส่งตัวอย่างน้ำ 3 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 31 ก.ค. 2565 1,500.00
12 สำรวจพื้นที่และติดตามการพัฒนาต้นแบบการจัดการอาหารและน้ำบริโภคในพื้นที่พิเศษ 3 ครั้ง 1 ม.ค. 2565 - 31 ส.ค. 2565 39,840.00
13 สำรวจพื้นที่และติดตามการพัฒนาต้นแบบการจัดการอาหารและน้ำบริโภคในพื้นที่พิเศษ 4 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 31 ก.ค. 2565 53,660.00
14 ติดตามการพัฒนาระบบติดตามคุณภาพอาหารและน้ำในพื้นที่พิเศษ 5 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 31 ก.ค. 2565 66,400.00
รวมเป็นเงิน 621,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
621,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
1 พื้นที่พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ 10 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดตาก จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดสระแก้ว จังหวัดตราด จังหวัดสงขลา จังหวัดเชียงราย จังหวัดหนองคาย จังหวัดนครพนม จังหวัดกาญจนบุรี 2 พื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดระยอง จังหวัดชลบุรี จังหวัดฉะเชิงเทรา 3 พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดชุมพร จังหวัดระนอง จังหวัด สุราษฎร์ธานี จังหวัดนครศรีธรรมราช 4 พื้นที่เสี่ยงต่างๆ ได้แก่ จังหวัดพิจิตร จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดสระบุรี เป็นต้น

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
- เจ้าหน้าที่ศูนย์อนามัยที่ 1-12 และสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง - เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัด เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในพื้นที่เป้าหมาย - เจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น - เจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรน้ำ /กรมทรัพยากรน้ำบาดาล/องค์การอาหารและยา/กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์/มหาวิทยาลัย - เจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพยากรสิ่งแวดล้อมภาค - สถานประกอบการด้านอาหาร/ผู้ดูแลระบบประปา ในพื้นที่พิเศษ - แกนนำชุมชน อาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน (อสม.) ประชาชน

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
หน่วยงานราชการ ท้องถิ่น ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่พิเศษ

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
กลุ่มพัฒนาระบบจัดการคุณภาพน้ำบริโภค

19. ผู้เสนอโครงการ :
นายรัชชผดุง ดำรงพิงคสกุล ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายสมศักดิ์ ศิริวนารังสรรค์ ตำแหน่ง ผู้อำนวยการกองประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ ปฏิบัติหน้าที่ ผู้อำนวยการสำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
อธิบดีกรมอนามัย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................