หน่วยงาน ศูนย์บริหารกฎหมายสาธารณสุข
ลำดับที่ : 1

1. ชื่อโครงการ :
โครงการพัฒนาและปรับปรุงกฎหมาย

2. ยุทธศาสตร์ :
3. อภิบาลระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
17) ร้อยละของภาคีเครือข่ายภาครัฐที่นำสินค้าและบริการ (Product Champion) ของกรมอนามัยไปใช้

4. cluster :
กลุ่มกฏหมาย

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (57)18.1 พัฒนาและปรับปรุงกฎหมาย
5.2 โครงการสำคัญ 18. โครงการพัฒนาและขับเคลื่อนกฎหมายในความรับผิดชอบของกรมอนามัย

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ และการจัดการมลพิษและสิ่งแวดล้อม
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 12) เพิ่มศักยภาพการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน ของเสียอันตรายชุมชน และมูลฝอยติดเชื้อ

7. หลักการและเหตุผล :
พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม มีเจตนารมณ์ในการป้องกันการกระทำ ที่ก่อให้เกิดหรืออาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพและสภาวะความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน มุ่งเน้นให้เกิดการจัดการทางด้านสุขลักษณะและการอนามัยสิ่งแวดล้อม โดยกระจายอำนาจให้ราชการส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ใช้กฎหมายมีอำนาจหน้าที่ออกข้อกำหนดของท้องถิ่นและบังคับใช้ในพื้นที่ของท้องถิ่นโดยที่พระราชบัญญัติฉบับนี้กำหนดให้มีคณะกรรมการสาธารณสุข เป็นองค์กรส่วนกลางรวมทั้งกรมอนามัยซึ่งเป็นหน่วยงานรับผิดชอบงานสาธารณสุขสิ่งแวดล้อม มีบทบาทในการควบคุม กำกับดูแล และให้การสนับสนุนการปฏิบัติราชการของราชการส่วนท้องถิ่น โดยการเสนอแนะแผนงาน นโยบาย และมาตรการด้านสาธารณสุขรวมทั้งการออกอนุบัญญัติในระดับกฎกระทรวง และประกาศกระทรวงแก่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โดยในบางฉบับมีระยะเวลาการบังคับใช้ ๕ ปีขึ้นไป เข้าข่ายที่จะต้องดำเนินการทบทวนความเหมาะสมของกฎหมายเพื่อให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาการทบทวนความเหมาะสมของกฎหมาย พ.ศ. 2558 ซึ่งต้องได้รับการพัฒนาให้มีความสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน อีกทั้งในการออกกฎหมายรัฐบาลได้มีการกำหนดกรอบระยะเวลาในการดำเนินการกรมอนามัยจึงกำหนดให้มีระบบในการติดตาม ความก้าวหน้าการพัฒนากฎหมายและ การเสนอร่างอนุบัญญัติฯ ฉบับใหม่และการทบทวนอนุบัญญัติฯ ฉบับเดิม รวมทั้งการขับเคลื่อนการใช้กฎหมาย ศูนย์บริหารกฎหมายสาธารณสุข กรมอนามัย จึงเห็นควรจัดทำโครงการพัฒนาและปรับปรุงกฎหมาย เพื่อพัฒนาและปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุขให้มีความทันสมัย สอดคล้องกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลง รวมทั้งขับเคลื่อนการใช้กฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุขให้มีประสิทธิภาพ โดยผ่านกลไกของคณะกรรมการ ตามกฎหมาย

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อพัฒนาและปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุขให้มีความทันสมัย สอดคล้องกับสถานการณ์ การเปลี่ยนแปลง 2. เพื่อเสนอแนะแผนงาน นโยบาย และมาตรการด้านสาธารณสุข แก่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในการสนับสนุนการปฏิบัติการของราชการส่วนท้องถิ่น 3. เพื่อกำกับ ติดตาม และประเมินผลการดำเนินการของคณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัดและคณะกรรมการสาธารณสุขกรุงเทพมหานครในการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.กฎกระทรวง 1 ประกาศกระทรวง 5 6 ฉบับ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1 การประชุมคณะกรรมการสาธารณสุข 2 ประชุมรับฟังความคิดเห็นจัดทำร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการดำเนินการร่วมกันของอปท.กับหน่วยงานของรัฐหรือราชการส่วนท้องถิ่นในการเก็บ ขน หรือกำจัดสิ่งปฏิกูลและมูลฝอย (ม.18 วรรค 2) 3 ประชุมคณะอนุกรรมการจัดทำร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการดำเนินการร่วมกันของอปท.กับหน่วยงานของรัฐหรือราชการส่วนท้องถิ่นในการเก็บ ขน หรือกำจัดสิ่งปฏิกูลและมูลฝอย (ม.18 วรรค 2) 4.ประชุมคณะอนุกรรมการกลั่นกรองร่างกฎหมายระดับอนุบัญญัติตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข 5.การประชุมคณะกรรมการสนับสนุนการขับเคลื่อนปฏิรูปกรมอนามัยมุ่งสู่การเป็นองค์การคุณภาพคู่คุณธรรม กลุ่มที่ 10 กลุ่มกฎหมาย 6. ประชุมคณะทำงานยกร่างประกาศกรมอนามัย การจัดหาอาหารและน้ำดื่มที่มีคุณภาพตามร่างพระราชบัญญัติแรงงานงบประมาณ พ.ศ. ...... 7.จ้างเหมาบุคลากรในการสนับสนุนการพัฒนาและปรับปรุงกฎหมาย

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมรับฟังความคิดเห็นจัดทำร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการดำเนินการร่วมกันขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับหน่วยงานของรัฐหรือราชการส่วนท้องถิ่นอื่นในการเก็บ ขน หรือกำจัดสิ่งปฏิกูลและมูลฝอย 1 ครั้ง 22 พ.ย. 2561 - 22 พ.ย. 2561 100,000.00
2 ประชุมคณะอนุกรรมการจัดทำร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการดำเนินการร่วมกันขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับหน่วยงานของรัฐหรือราชการส่วนท้องถิ่นอื่นในการเก็บ ขน หรือกำจัดสิ่งปฏิกูลและมูลฝอย 1 ครั้ง 20 ธ.ค. 2561 - 20 ธ.ค. 2561 10,575.00
3 จ้างเหมาบุคลากรในการสนับสนุนการพัฒนาและปรับปรุงกฎหมาย 2 คน 31 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562 360,000.00
4 การประชุมคณะทำงานยกร่างประกาศกรมอนามัย การจัดหาอาหารและน้ำดื่มที่มีคุณภาพตามร่างพระราชบัญญัติแรงงานประมง พ.ศ. …. 5 ครั้ง 29 ต.ค. 2561 - 25 ก.พ. 2562 4,375.00
5 การประชุมคณะกรรมการสาธารณสุข 9 ครั้ง 21 พ.ย. 2561 - 17 ก.ค. 2562 923,850.00
6 การประชุมคณะอนุกรรม การพิจารณากลั่นกรองร่างกฎหมายระดับอนุบัญญัติตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข 12 ครั้ง 5 พ.ย. 2561 - 9 ก.ย. 2562 172,200.00
7 การประชุมคณะกรรมการสนับสนุนการขับเคลื่อนปฏิรูปกรมอนามัยมุ่งสู่การเป็นองค์กรคุณภาพ คู่คุณธรรม กลุ่มที่ 10 กลุ่มกฎหมาย 12 ครั้ง 5 พ.ย. 2561 - 2 ก.ย. 2562 8,400.00
รวมเป็นเงิน 1,579,400.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
1,579,400.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
29 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
ศูนย์อนามัยที่ 1-12 สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด องค์กรปกครองสวนท้องถิ่น และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง /กรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
คณะกรรมการตามกฎหมาย ผู้สังเกตการณ์ คณะทำงาน และผู้ที่เกี่ยวข้อง

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
เจ้าหน้าที่กรมอนามัย หน่วยงานภาครัฐทั้งหน่วยงานภายในและภายนอกกระทรวงสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานภาคเอกชนและประชาชน

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1.นางสาวสุภาวดี จันทมุด 2.นางกรณิกา ดงแสง 3.นางสาวอริษา จันทร์ทำ 4.นางสาวกมลชนก จัดนอก

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวพรรณวรท อุดมผล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายสมชาย ตู้แก้ว

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายดนัย ธีวันดา

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์บริหารกฎหมายสาธารณสุข
ลำดับที่ : 2

1. ชื่อโครงการ :
โครงการส่งเสริมและสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมาย

2. ยุทธศาสตร์ :
3. อภิบาลระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
17) ร้อยละของภาคีเครือข่ายภาครัฐที่นำสินค้าและบริการ (Product Champion) ของกรมอนามัยไปใช้

4. cluster :
กลุ่มกฏหมาย

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (58)18.2 ส่งเสริมสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมาย
5.2 โครงการสำคัญ 18. โครงการพัฒนาและขับเคลื่อนกฎหมายในความรับผิดชอบของกรมอนามัย

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ และการจัดการมลพิษและสิ่งแวดล้อม
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 14) ส่งเสริมการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมเมืองและชุมชนสู่การพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ

7. หลักการและเหตุผล :
สถานการณ์ปัญหาด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยในปัจจุบันมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากการเจริญเติบโตทางด้านอุตสาหกรรม เกษตรกรรม และเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันการพัฒนาประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการทั้งระดับท้องถิ่น ภาครัฐ และภาคประชาชน ยังมีความจำเป็นที่ต้องเร่งรัดพัฒนากระบวนการดำเนินงาน เพื่อคุ้มครองและปกป้องสิทธิทางสุขภาพของประชาชน รวมทั้งต้องสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนและท้องถิ่นอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ มาตรการทางกฎหมายจึงเป็นมาตรการสำคัญประการหนึ่งที่จะสามารถควบคุมพฤติกรรมของสังคมให้ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อให้ประชาชนมีสภาวะความเป็นอยู่ที่เหมาะสมต่อการดำรงชีพและเกิดความสงบเรียบร้อยในสังคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข จึงได้เสนอให้มีการปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2560 โดยลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2560 และ จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม 2560 เป็นต้นไป ซึ่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕ มีเจตนารมณ์ในการคุ้มครองสุขภาพอนามัยของประชาชน และการประกอบกิจการที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยครอบคลุมทั้งกิจกรรมและการกระทำต่างๆ ตั้งแต่ระดับบุคคล ครัวเรือน ชุมชน ตลอดจนกิจการทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ โดยการกระจายอำนาจให้ราชการส่วนท้องถิ่นออกข้อกำหนดของท้องถิ่นและเป็นผู้บังคับใช้กฎหมายดังกล่าวเพื่อตรวจสอบ ควบคุมและกำกับดูแลการกระทำและการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ในเขตท้องถิ่นของตน ซึ่งอาจ มีความแตกต่างกันได้ตามแต่บริบทของราชการส่วนท้องถิ่นแต่ละแห่ง และยังมีความเกี่ยวเนื่องกับกฎหมายอื่นๆ อีกหลายฉบับ กรมอนามัยมีวิสัยทัศน์ในการอภิบาลระบบส่งเสริมสุขภาพและระบบอนามัยสิ่งแวดล้อม เพื่อประชาชนสุขภาพดี ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี สร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 การเติบโตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ยุทธศาสตร์ด้านส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรคและคุ้มครองผู้บริโภคเป็นเลิศ แผนที่ 4 การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม และยุทธศาสตร์อนามัยสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2560 – 2564 ประเทศไทยมีระบบการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมที่เข้มแข็งและยั่งยืน โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ซึ่งประชาชนจะได้รับการคุ้มครองสิทธิด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีสุขภาวะและมีส่วนร่วมในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินงานตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มีประสิทธิภาพและเป็นไปในแนวทางเดียวกัน ศูนย์บริหารกฎหมายสาธารณสุข จึงได้จัดทำโครงการประชุม เชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาศักยภาพศูนย์อนามัยในการสนับสนุนการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจและให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่ของศูนย์อนามัย ในการสนับสนุนการดำเนินงานของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่รับผิดชอบ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้มีการดำเนินการตามบทบาทหน้าที่ตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมถึงการดำเนินงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปในแนวทางเดียวกัน อันจะเป็นประโยชน์ในการคุ้มครองประชาชนด้านการสาธารณสุขและอนามัยสิ่งแวดล้อมต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจและให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่ของศูนย์อนามัย และพัฒนาศักยภาพในการสนับสนุนการดำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นละหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้มีการดำเนินการตามบทบาทหน้าที่ตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมถึงการดำเนินงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปในแนวทางเดียวกัน

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เจ้าพนักงานตามกฎหมายได้ัรับความรู้ ความเข้าใจ 500 คน
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1.พัฒนาศักยภาพบุคลากรกรมอนามัยในการสนับสนุนการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.2559 และพระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ.2560 2.ประชุมคณะอนุกรรมการบริหารและขับเคลื่อนการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข 3.การศึกษาสถานการณ์การบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุขในพื้นที่ภายในโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ 4.การศึกษาสถานการณ์การออกข้อบัญญัติท้องถิ่นและการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุขในพื้นที่ตำบลหน้าพระลาน จังหวัดสระบุรี 5.การติดตามและประเมินผลเทคโนโลยีและการนำไปใช้ของภาคีเครือข่าย 6.ค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงคู่มือแนวทางการดำเนินงานและการจัดทำสื่อสิ่งพิมพ์ 7.จ้างเหมาบุคลากรในการสนับสนุนการดำเนินงานส่งเสริมและสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมาย

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมคณะทำงานและถอดบทเรียนการบริหารและขับเคลื่อนการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข 1 รูปแบบ 25 ต.ค. 2561 - 26 ก.ค. 2562 16,000.00
2 การศึกษาสถานการณ์การออกข้อบัญญัติท้องถิ่นและการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุขในพื้นที่ตำบลหน้าพระลาน จังหวัดสระบุรี 2 แห่ง 24 ต.ค. 2561 - 24 ก.ค. 2562 100,000.00
3 ค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงคู่มือแนวทางการดำเนินงานและการจัดทำสื่อสิ่งพิมพ์ 2 เรื่อง 3 ธ.ค. 2561 - 30 ส.ค. 2562 6,200.00
4 การติดตามและประเมินผลเทคโนโลยีและการนำไปใช้ของภาคีเครือข่าย 4 ระบบ 25 ต.ค. 2561 - 26 ก.ค. 2562 16,000.00
5 จ้างเหมาบุคลากรในการสนับสนุนการดำเนินงานส่งเสริมและสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมาย 5 คน 1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562 774,000.00
6 ประชุมคณะอนุกรรมการบริหารและขับเคลื่อนการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข 6 ครั้ง 20 พ.ย. 2561 - 23 เม.ย. 2562 91,500.00
7 การศึกษาสถานการณ์การบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุขในพื้นที่ภายในโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ 15 จังหวัด 28 พ.ย. 2561 - 30 ส.ค. 2562 100,000.00
8 พัฒนาศักยภาพบุคลากรกรมอนามัยในการสนับสนุนการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.2559 และพระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ.2560 100 คน 5 พ.ย. 2561 - 7 พ.ย. 2561 400,000.00
รวมเป็นเงิน 1,503,700.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
1,503,700.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
กรุงเทพ/ปริมณฑล

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
ผู้ใช้ประโยชน์ : ศูนย์อนามัยที่ 1 – 12 และสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
เจ้าหน้าที่กรมอนามัย หน่วยงานภาครัฐทั้งหน่วยงานภายในและภายนอกกระทรวงสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานภาคเอกชนและประชาชน

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1.นายพลากร จินตนาวิวัฒน์ 2.นางสาวชญาณี ศรีวรรณ 3.นางสาวเนรัญชรา แช่มขุนทด 4.นางสาวพรนภา แซ่ลี้

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวสกุณา คุณวโรตม์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายสมชาย ตู้แก้ว

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายดนัย ธีวันดา

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์บริหารกฎหมายสาธารณสุข
ลำดับที่ : 3

1. ชื่อโครงการ :
โครงการคุ้มครองสิทธิประชาชน

2. ยุทธศาสตร์ :
3. อภิบาลระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
17) ร้อยละของภาคีเครือข่ายภาครัฐที่นำสินค้าและบริการ (Product Champion) ของกรมอนามัยไปใช้

4. cluster :
กลุ่มกฏหมาย

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (59)18.3 คุ้มครองสิทธิประชาชน
5.2 โครงการสำคัญ 18. โครงการพัฒนาและขับเคลื่อนกฎหมายในความรับผิดชอบของกรมอนามัย

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ และการจัดการมลพิษและสิ่งแวดล้อม
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 14) ส่งเสริมการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมเมืองและชุมชนสู่การพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ

7. หลักการและเหตุผล :
ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปี 2560 ได้กำหนดในเรื่องสิทธิของประชาชนไว้ดังนี้ มาตรา 4 ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคล ย่อมได้รับความคุ้มครอง ปวงชนชาวไทยย่อมได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญเสมอกัน และมาตรา 68 รัฐพึงจัดระบบการบริหารงานในกระบวนการยุติธรรมทุกด้านให้มีประสิทธิภาพ เป็นธรรม และไม่เลือกปฏิบัติ และให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้โดยสะดวก รวดเร็ว และไม่เสียค่าใช้จ่ายสูงเกินสมควร เป็นผลให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องจัดให้มีการดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายที่คุ้มครองสิทธิประชาชน กรมอนามัย มีกฎหมายในความรับผิดชอบ จำนวน 3 ฉบับ ได้แก่ พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 พระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ. 2560 และ พระราชบัญญัติป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 ซึ่งในส่วนของ พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 มีเจตนารมณ์ในการคุ้มครองประชาชนด้านสุขลักษณะและการอนามัยสิ่งแวดล้อม ซึ่งครอบคลุมทั้งกิจกรรม การกระทำและกิจการประเภทต่างๆที่มีผลกระทบต่อสุขภาพและอนามัยของประชาชน โดยใช้หลักการกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีบทบาทในการออกข้อบัญญัติท้องถิ่น ในการควบคุม กำกับการดำเนินกิจกรรมหรือการประกอบกิจการต่างๆให้เป็นไปตามมาตรฐาน โดยเจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจในการ ควบคุม กำกับดูแล รวมทั้งออกคำสั่งให้แก้ไขปรับปรุง การอนุญาตหรือไม่อนุญาต การพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต รวมทั้งการเปรียบเทียบคดี เพื่อบังคับให้เป็นไปตามข้อบัญญัติของกฎหมาย รวมถึงการคุ้มครองประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการดำเนินกิจกรรมต่างๆ จนเกิดการร้องเรียนให้เข้าไปแก้ไขปัญหา ซึ่งการดำเนินการตามอำนาจของเจ้าพนักงานท้องถิ่นอาจจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิทธิของประชาชนและผู้รับคำสั่งที่ไม่เห็นด้วยในการออกคำสั่งตามกฎหมายนั้นได้ สำหรับพระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ. 2560 ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก จึงมีภารกิจในการขับเคลื่อน เฝ้าระวัง รวมไปถึงการบังคับใช้กฎหมาย ต่อผู้กระทำความผิด และในส่วนของ พระราชบัญญัติป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 ต้องร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำกับดูแล ขับเคลื่อนการดำเนินงานให้เป็นไปตามกฎหมาย ดังนั้นเพื่อเป็นการอำนวยความยุติธรรมและคุ้มครองสิทธิของประชาชน ทั้งผู้รับคำสั่งทางปกครองหรือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินกิจกรรม กลุ่มคุ้มครองสิทธิ ศูนย์บริหารกฎหมายสาธารณสุข กรมอนามัย ในฐานะหน่วยงานที่มีบทบาทหน้าที่ในการดำเนินการด้านกฎหมายในการคุ้มครองสิทธิประชาชน จึงจัดทำโครงการคุ้มครองสิทธิตามกฎหมาย ปี 2562 นี้ขึ้น เพื่อรองรับการดำเนินงาน เพื่ออำนวยความยุติธรรมในข้อขัดแย้งที่ผู้รับคำสั่งตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ยื่นอุทธรณ์คำสั่ง และดำเนินการจัดการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนของประชาชนให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลต่อไป กำกับการดำเนินการบังคับใช้กฎหมาย ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ. 2560 และกำกับดูแล ขับเคลื่อนการดำเนินงานให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559

8. วัตถุประสงค์ :
1 เพื่อคุ้มครองสิทธิประชาชนในการอุทธรณ์คำสั่งทางปกครองที่เห็นว่าไม่ได้รับความยุติธรรม 2 เพื่อพิจารณาวินิจฉัยคำขออุทธรณ์ของประชาชน ตามกฎหมาย 3 เพื่อรองรับภารกิจอื่นๆ ในการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสิทธิของประชาชน ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมอนามัย 4.

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.พิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์ 100 รายการ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1.การประชุมคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ 2. การประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ เสนอคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ 3.การประชุมคณะทำงานรวบรวมหลักฐานเอกสาร เสนอเพื่อชี้มูลความผิด ตาม พระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ. 2560 4.จ้่างเหมาบุคลากรในการสนับนุนการดำเนินงานพิจารณาอุทธรณ์

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 จ้างเหมาบุคลากรในการสนับสนุนการดำเนินงานพิจารณาอุทธรณ์ 2 คน 1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562 300,000.00
2 ประชุมคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ 12 ครั้ง 19 ต.ค. 2561 - 27 ก.ย. 2562 301,200.00
3 การประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ เสนอคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ 12 ครั้ง 16 ต.ค. 2561 - 24 ก.ย. 2562 183,300.00
4 การประชุมคณะทำงานรวบรวมหลักฐานเอกสาร เสนอเพื่อชี้มูลความผิด ตาม พระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ. 2560 12 ครั้ง 30 ต.ค. 2561 - 23 ก.ย. 2562 32,400.00
รวมเป็นเงิน 816,900.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
816,900.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
ศูนย์อนามัยที่ 1 – 12 และสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
1.คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ 2. คณะอนุกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ 3.บุคลากรกลุ่มคุ้มครองสิทธิ 4.บุคลากรกลุ่มแม่และเด็ก สำนักส่งเสริมสุขภาพ

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
1.ประชาชนทุกกลุ่มวัย 2.ผู้ประกอบการ

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1.นางสาวนภัสวรรณ สนธินอก 2.นายคมน์พิสิฐ พุฒิเผือก 3.นายอัฒพงค์ ปานแก้ว 4.นางสาวจุฑามาศ ฉิมกลาง

19. ผู้เสนอโครงการ :
นายเมธี ชุ่มศิริ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายสมชาย ตู้แก้ว

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายดนัย ธีวันดา

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์บริหารกฎหมายสาธารณสุข
ลำดับที่ : 4

1. ชื่อโครงการ :
โครงการบริหารจัดการหน่วยงาน

2. ยุทธศาสตร์ :
3. อภิบาลระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
17) ร้อยละของภาคีเครือข่ายภาครัฐที่นำสินค้าและบริการ (Product Champion) ของกรมอนามัยไปใช้

4. cluster :
กลุ่มยุทธศาสตร์กำลังคน (HR)
กลุ่มกฏหมาย
กรมอนามัย

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (53)17.1 ยกระดับการบริหารทรัพยากรบุคคลกรมอนามัย(58)18.2 ส่งเสริมสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมาย(65)21.1 พัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)
5.2 โครงการสำคัญ 21. โครงการพัฒนาและขับเคลื่อนกรมอนามัย 4.0 องค์กรคุณภาพคู่คุณธรรม

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 6) พัฒนาศักยภาพและบริการส่งเสริมสุขภาพประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสม

7. หลักการและเหตุผล :
หน่วยงานต้องมีการพัฒนาเจ้าหน้าที่ให้มี ความรู้ในการทำงานร เพื่อให้มีลักษณะเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้อย่างสม่ำเสมอ และสามารถประมวลผลความรู้ในด้านต่างๆ เพื่อนำมาประยุกต์ในการปฏิบัติงาน ได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และเหมาะสมต่อสถานการณ์ รวมทั้งต้อง ส่งเสริม และพัฒนาความรู้ ความสามารถ สร้างวิสัยทัศน์ และปรับเปลี่ยน ทัศนคติของข้าราชการในสังกัดให้เป็นบุคลากรที่มีประสิทธิภาพ และ มีการเรียนรู้ร่วมกันเพื่อปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับการบริหาร ราชการให้เกิดสัมฤทธิ์ผล นการบริหารงานภาครัฐแนวใหม่ ซึ่งต้องพัฒนาเจ้าหน้าที่ให้มีความรู้ ความสามารถให้เกิดความเชี่ยวชาญ เพื่อสอดคล้องกับสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ต้องมีการปรับเปลี่ยนแผนงานเน้นสัมฤทธิ์ผลของการดำเนินงาน

8. วัตถุประสงค์ :
1.เพื่อพัฒนาสื่อสาร มอบนโยบาย การดำเนินงานแก่เจ้าหน้าที่ 2.เพื่อพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ให้มีความรู้ ความสามารถในการปฏิบัติงานให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนด

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เป็นองค์กรที่มีสมรรถนะสูงโดยมีการประชุมเพื่อบริหารจัดการหน่วยงาน 1 หน่วยงาน
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1.พัฒนาศักยภาพบุคลากรหน่วยงาน 2.พัฒนาองค์กร PMQA /HPO/HLO/Staff 3.ประชุมสื่อสาร มอบนโยบายภายในองค์กร 5.สนับสนุนการดำเนินงานหน่วยงาน 4.ติดตามงานของภาคีเครือข่าย อาทิ นิเทศ เยี่ยมเสริมพลัง ตรวจราชการ และเข้าร่วมประชุมกับหน่วยงานอื่น

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 พัฒนาศักยภาพบุคลากรหน่วยงาน 40 คน 22 ต.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2562 30,000.00
2 พัฒนาองค์กร PMQA /HPO/HLO/Staff 40 คน 25 ต.ค. 2561 - 26 ก.ย. 2562 8,400.00
3 ประชุมสื่อสาร มอบนโยบายภายในองค์กร 40 คน 27 ธ.ค. 2561 - 27 มิ.ย. 2562 45,400.00
4 ติดตามงานของภาคีเครือข่าย อาทิ นิเทศ เยี่ยมเสริมพลัง ตรวจราชการ เข้าร่วมประชุมกับหน่วยงานอื่น 40 คน 1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562 160,000.00
5 สนับสนุนการดำเนินงานหน่วยงาน 40 คน 1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562 156,200.00
รวมเป็นเงิน 400,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
400,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
ศูนย์บริหารกฎหมายสาธารณสุข

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
เจ้าหน้าที่ศูนย์บริหารกฎหมายสาธารณสุข

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
เจ้าหน้าที่ศูนย์บริหารกฎหมายสาธารณสุข

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1.นางจุฑามาศ แสงส่ง 2.นางวาสนา ปะสังคานนท์

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางมานิตย์ พิรักษา

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นามสมชาย ตู้แก้ว

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายดนัย ธีวันดา

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์บริหารกฎหมายสาธารณสุข
ลำดับที่ : 5

1. ชื่อโครงการ :
โครงการค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ

2. ยุทธศาสตร์ :
3. อภิบาลระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
17) ร้อยละของภาคีเครือข่ายภาครัฐที่นำสินค้าและบริการ (Product Champion) ของกรมอนามัยไปใช้

4. cluster :
กลุ่มกฏหมาย

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (58)18.2 ส่งเสริมสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมาย
5.2 โครงการสำคัญ 18. โครงการพัฒนาและขับเคลื่อนกฎหมายในความรับผิดชอบของกรมอนามัย

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบุคลากรภาครัฐ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ผลผลิต : 1) รายการค่าใช้จ่ายบุคลากรภาครัฐพัฒนาด้านสาธารณสุขและสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก

7. หลักการและเหตุผล :
การจัดการงบประมาณถือได้ว่าเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของการบริหารงานขององค์กร ทั้งนี้ เนื่องจากงบประมาณเป็นทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด ดังนั้น การวางแผนที่ดี การกำหนดแนวทางวิธีการปฏิบัติงานล่วงหน้า การวิเคราะห์ ประเมินผลอย่างรอบคอบและเป็นระบบ การจัดลำดับความสำคัญของงาน จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการจัดการงบประมาณรายจ่ายประจำปี อันจะก่อให้เกิดผลประโยชน์ต่อส่วนรวมและองค์กรอย่างสูงสุด ประกอบกับตามแนวทางการบริหารจัดการภาครัฐเพื่อก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์นั้น ได้มีการเชื่อมโยงงานและการใช้จ่ายเงินเข้าด้วยกัน โดยกำหนดไว้เป็นตัวชี้วัดหนึ่งขององค์กร ดังนั้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการวางแผนการบริหารจัดการงบประมาณ ตั้งแต่การจัดทำคำของบประมาณจนถึงการใช้จ่ายงบประมาณ เพื่อสนับสนุนการทำงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ซึ่งในการจัดทำคำของบประมาณของหน่วยงานในองค์กรนั้น การจัดทำประมาณการรายจ่ายประจำขั้นต่ำที่จำเป็น ซึ่งเป็นรายการค่าใช้จ่ายที่ส่วนราชการมีภาระในการเบิกจ่ายให้กับบุคลากรในสังกัดตามสิทธิของข้าราชการ

8. วัตถุประสงค์ :
เพื่อเป็นแรงจูงใจในการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการที่มีสิทธิในการเบิกจ่ายค่าเช่าบ้าน

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.หน่วยงานมีการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิอย่างมีประสิทธิภาพ 1 หน่วยงาน
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
ค่าเช้าบ้าน

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ค่าเช่าบ้าน 4 คน 1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562 174,000.00
รวมเป็นเงิน 174,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
174,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
ศูนย์บริหารกฎหมายสาธารณสุข

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
เจ้าหน้าที่ศูนย์บริหารกฎหมายสาธารณสุข

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
เจ้าหน้าที่ศูนย์บริหารกฎหมายสาธารณสุข

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นางมะลิลา ตันติยุทธ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางมะลิลา ตันติยุทธ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายสมชาย ตู้แก้ว

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายดนัย ธีวันดา

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์บริหารกฎหมายสาธารณสุข
ลำดับที่ : 6

1. ชื่อโครงการ :
การใช้กลไกในการขับเคลื่อนกฎหมายในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ

2. ยุทธศาสตร์ :
3. อภิบาลระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
17) ร้อยละของภาคีเครือข่ายภาครัฐที่นำสินค้าและบริการ (Product Champion) ของกรมอนามัยไปใช้

4. cluster :
กลุ่มกฏหมาย

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (58)18.2 ส่งเสริมสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมาย
5.2 โครงการสำคัญ 18. โครงการพัฒนาและขับเคลื่อนกฎหมายในความรับผิดชอบของกรมอนามัย

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 4) พัฒนาการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมรองรับพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ

7. หลักการและเหตุผล :
จากการที่ประเทศไทยก้าวเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC) ในปี 2558 รัฐบาลจึงได้มีนโยบายในการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ (Special Economic Zone: SEZ) เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางด้านการค้าและการลงทุนกับประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดต่อกัน และเป็นการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ อันเนื่องมาจากปัญหาต้นทุนการผลิตของไทยที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจนเกิดการย้ายฐานการผลิตของภาคอุตสาหกรรมไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งรัฐบาลได้แบ่งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษออกเป็น 2 ระยะ รวม 10 จังหวัด ได้แก่ จ.ตาก จ.มุกดาหาร จ.สระแก้ว จ.ตราด และ จ.สงขลา จ.เชียงราย จ.หนองคาย จ.นครพนม จ.กาญจนบุรี และ จ.นราธิวาส โดยการเกิดเขตเศรษฐกิจพิเศษจะนำมาซึ่งความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และคาดว่าจะมีประชากรที่เคลื่อนย้ายเข้า - ออกในจังหวัดดังกล่าวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยว การหลั่งไหลของแรงงานต่างด้าว ซึ่งจะส่งผลต่อผู้รับบริการด้านสาธารณสุขที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ การขยายตัวของโรงงานอุตสาหกรรมซึ่งมีกิจการอุตสาหกรรมที่ส่งเสริมทั้งหมด 13 ประเภทในพื้นที่นั้น อาจมีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เกินศักยภาพและความสามารถในการรองรับของระบบนิเวศ อาจนำมาสู่ปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อม ได้แก่ ปัญหามลพิษทางอากาศ น้ำเสีย ขยะมูลฝอย ของเสียอันตราย รวมทั้งปัญหาสุขาภิบาลที่ไม่ดี อาทิ พื้นที่เสี่ยงจากมลพิษสารเคมีและสารอันตราย เช่น พื้นที่รอบเหมืองเก่า ได้แก่ ตาก และกาญจนบุรี พื้นที่เสี่ยงจากมลพิษทางอากาศ เช่น หมอก ควัน ได้แก่ ตาก และเชียงราย พื้นที่ที่เป็นโรงไฟฟ้าถ่านหิน ได้แก่ สงขลา และพื้นที่ที่มีปัญหาการจัดการขยะมูลฝอย ได้แก่ สงขลา กาญจนบุรี และนครพนม เป็นต้น ทั้งนี้ การมีแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาทำงานในเขตพื้นที่ มักจะมีการตั้งชุมชนสลัมหรือชุมชนขนาดเล็กในภาคแรงงานเกิดขึ้น ซึ่งอาจเกิดปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ เช่น โรคจากสิ่งแวดล้อม โรคระบบทางเดินหายใจ โรคระบบทางเดินอาหาร โรคผิวหนังอักเสบ และอาจมีการแพร่กระจายของโรคระบาดหรือโรคติดต่อจากแรงงานต่างด้าว เป็นต้น โดยพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐ กำหนดให้มี “คณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัด” และ “คณะกรรมการสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร” ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการจัดการปัญหาด้านสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมในระดับพื้นที่ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมดังกล่าวข้างต้น ดังนั้น เพื่อสนับสนุนให้คณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัด (คสจ.) ดำเนินงานตามบทบาทหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีกลไกการดำเนินงานด้านสาธารณสุขและด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในระดับพื้นที่ และเพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข ศูนย์บริหารกฎหมายสาธารณสุข กรมอนามัย ในฐานะฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการสาธารณสุขจึงทำการประเมินกลไกการขับเคลื่อนงานอนามัยสิ่งแวดล้อมสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่ และรูปแบบการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสาธารณสุขและด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในระดับพื้นที่ในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้ได้แนวทางและรูปแบบที่มีความเหมาะสมในทางปฏิบัติในแต่ละบริบทของพื้นที่ เพื่อประโยชน์สูงสุดในการคุ้มครองสิทธิด้านสุขภาพของประชาชนให้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดี

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อศึกษาสถานการณ์การดำเนินงานด้านสาธารณสุขและด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมของคณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัด 2. เพื่อศึกษารูปแบบและกลไกการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสาธารณสุขและด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในระดับพื้นที่ผ่านกลไกคณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัด 3. เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยความสำเร็จ (Critical success factor) ของรูปแบบและกลไกการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสาธารณสุขและอนามัยสิ่งแวดล้อมในระดับพื้นที่

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ได้รูปแบบและกลไกการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสาธารณสุขและอนามัยสิ่งแวดล้อมในระดับพื้นที่ 1 รูปแบบ 1 รูปแบบ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
การประเมินกลไกการขับเคลื่อนงานอนามัยสิ่งแวดล้อมสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่ โดยผ่านกลไกคณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัด

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 การประเมินกลไกการขับเคลื่อนงานอนามัยสิ่งแวดล้อมสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่ โดยผ่าน กลไกคณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัด 1 รูปแบบ 1 พ.ย. 2561 - 30 ส.ค. 2562 100,000.00
รวมเป็นเงิน 100,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
100,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 พ.ย. 2561 - 30 ส.ค. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
10 จังหวัด จ.ตาก จ.มุกดาหาร จ.สระแก้ว จ.ตราด และ จ.สงขลา จ.เชียงราย จ.หนองคาย จ.นครพนม จ.กาญจนบุรี และ จ.นราธิวาส /กทม.และต่างจังหวัด

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
- คณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัด จำนวน 76 จังหวัด - คณะกรรมการสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร จำนวน 1 จังหวัด - นักวิชาการ/นิติกร/ศูนย์บริหารกฎหมายสาธารณสุข และหน่วยงานสายอนามัยสิ่งแวดล้อม

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
คณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัดจำนวน 76 จังหวัด และคณะกรรมการสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ส่วนกลาง กรมอนามัย ศูนย์อนามัยที่ 1 - 12

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นางสาวพรนภา แซ่ลี้

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวสกุณา คุณวโรตม์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายสมชาย ตู้แก้ว

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายดนัย ธีวันดา

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................