หน่วยงาน ศูนย์ทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศ
ลำดับที่ : 1

1. ชื่อโครงการ :
โครงการบริหารจัดการหน่วยงานค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ์

2. ยุทธศาสตร์ :

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
25) การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

4. cluster :
การคลังและงบประมาณ(FIN)

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 88 ) 23.5 บริหารจัดการค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ์
5.2 โครงการสำคัญ โครงการยกระดับการบริหารงานคลังและงบประมาณตามหลักธรรมาภิบาล

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
ศูนย์ทันตสาธารณสุขมีบทบาทหน้าที่ตามภารกิจหลักขององค์กรโดยเป็นหน่วยงานที่เน้นด้านการพัฒนากลไกสนับสนุน และมาตรฐานทางวิชาการ และระบบสารสนเทศทันตสาธารณสุขในชุมชนที่เชื่อมโยงทั้งในระดับ Global-Local โดยมีขอบเขตการดำเนินงานคือวิจัย สัมมนา ฝึกอบรม สาธิต การดำเนินงานตามโครงสร้างหน่วยงานศูนย์ทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศจึงมีบุคลากรที่สนับสนุนบทบาทภารกิจดังกล่าวที่เป็นผู้มีสิทธิ์ได้รับค่าใช้จ่ายตามสิทธิ์ หน่วยงานมีบุคลากรผู้มีสิทธิ์ได้รับค่าตอบแทนเงินเพิ่มพิเศษแพทย์ที่ไม่ทำเวชปฏิบัติส่วนตัว และค่าตอบแทนกำลังคนด้านสาธารณสุข (พ.ต.ส.) จำนวนทั้งสิ้น 5 คน และผู้มีสิทธิ์ได้รับเงินสมทบกองทุนประกันสังคม จำนวน 7 คน ดังนั้นเพื่อให้หน่วยงานสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล จึงได้จัดทำโครงการบริหารจัดการหน่วยงานค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ์ ขึ้น

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ์ ให้กับทันตแพทย์จำนวน 5 คน โดยจ่ายเป็นค่าตอบแทนเงินเพิ่มพิเศษแพทย์ที่ไม่ทำเวชปฏิบัติส่วนตัว 4 คน และค่าตอบแทนกำลังคนด้านสาธารณสุข (พ.ต.ส.) 5 คน 2. เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ์ ให้กับพนักงานราชการจำนวน 7 คนโดยจ่ายเป็นเงินสมทบกองทุนประกันสังคม

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.หน่วยงานมีการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ์ที่มีประสิทธิภาพ 1 หน่วยงาน
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : จำนวนบุคลากรได้รับเงินเพิ่มพิเศษแพทย์ที่ไม่ทำเวชปฏิบัติส่วนตัว 4 คน
2.เชิงปริมาณ : จำนวนบุคลากรที่ได้รับค่าตอบแทนกำลังคนด้านสาธารณสุข 5 คน
3.เชิงปริมาณ : จำนวนผู้มีสิทธิ์ได้รับเงินสมทบประกันสังคม 7 คน

10. วิธีการดำเนินงาน :
10.1 สำรวจจำนวนผู้มีสิทธิ์ได้รับเงินเพิ่มพิเศษแพทย์ที่ไม่ทำเวชปฏิบัติส่วนตัว และค่าตอบแทนกำลังคนด้านสาธารณสุข (พ.ต.ส.) และจำนวนผู้มีสิทธิ์ได้รับเงินสมทบประกันสังคม 10.2 จัดทำแผนการใช้จ่ายเงินงบประมาณ ตามมติคณะรัฐมนตรีโดยสอดคล้องกับมติกรมอนามัย และตัวชี้วัดร้อยละของการเบิกจ่ายเงินงบประมาณ ของกรมอนามัย 10.3 ขออนุมัติแผนการเบิกจ่ายเงินงบประมาณประจำปีต่อผู้อำนวยการ (ผ่านหัวหน้าฝ่าย) 10.4 จัดทำโครงการบริหารจัดการหน่วยงานค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ์ รวมถึงแผนงานแผนเงินและแผนบริหารความเสี่ยงและเสนอผู้อำนวยการเพื่ออนุมัติ 10.5 ดำเนินการตามแผนปฏิบัติการโครงการบริหารจัดการหน่วยงานค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ์ 10.6 ติดตามเร่งรัดการเบิกจ่ายให้เป็นไปตามเกณฑ์ มติคณะรัฐมนตรี มติกรมอนามัยและตามเกณฑ์ตัวชี้วัดร้อยละของการเบิกจ่ายงบประมาณ 10.7 สรุปผลการดำเนินงาน และผลการใช้จ่ายเงิน โดยรายงานผลการดำเนินงาน และผลการใช้จ่ายเงินงบประมาณ ในระบบ DOC รายงานผลการเบิกจ่ายในเว็บไซต์หน่วยงานตามเกณฑ์ตัวชี้วัดการเบิกจ่ายงบประมาณ และรายงานผลการใช้จ่ายเงินงบประมาณประจำปีต่อผู้อำนวยการทราบผ่านหัวหน้า

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 สนับสนุนค่าตอบแทน 12 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 873,000.00
รวมเป็นเงิน 873,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
873,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
ศูนย์ทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศ

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
ทันตแพทย์/พนักงานราชการ จำนวน 12 คน

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
ทันตแพทย์/พนักงานราชการ จำนวน 12 คน

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นางลัดดา สเก็ดเกล้า ตำแหน่ง เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวแววดาว ขันหลวง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางลัดดา สเก็ดเกล้า ตำแหน่ง เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายแมนสรวง วงศ์อภัย ตำแหน่ง ผู้อำนวยการศูนย์ทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์ทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศ
ลำดับที่ : 2

1. ชื่อโครงการ :
โครงการบริหารจัดการหน่วยงาน

2. ยุทธศาสตร์ :

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
25) การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

4. cluster :
การคลังและงบประมาณ(FIN)

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 87 ) 23.4 ขับเคลื่อนและบริหารจัดการหน่วยงาน
5.2 โครงการสำคัญ โครงการยกระดับการบริหารงานคลังและงบประมาณตามหลักธรรมาภิบาล

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
ตามที่ศูนย์ทันตสาธารณสุขมีบทบาทหน้าที่ตามภารกิจหลักขององค์กรโดยเป็นหน่วยงานที่เน้นด้านการพัฒนากลไกสนับสนุน และมาตรฐานทางวิชาการ และระบบสารสนเทศทันตสาธารณสุขในชุมชนที่เชื่อมโยงทั้งในระดับ Global-Local โดยบทบาทของศูนย์ทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศ เป็นหน่วยงานที่ดำเนินงานด้านพัฒนาและถ่ายทอด เทคโนโลยี สื่อ นวัตกรรม และเครื่องมือด้านการส่งเสริมป้องกันที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพช่องปากที่มีความเหมาะสมกับชุมชนและบริบทของประเทศ ตามความจำเป็นและความต้องการของเขตบริการสุขภาพ และดำเนินงานสนับสนุนสำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัยและกระทรวงสาธารณสุข รวมถึงการเป็นหน่วยงานที่สนับสนุนพื้นที่ศึกษาดูงานและเรียนรู้ด้านการส่งเสริมสุขภาพช่องปากให้กับกรมอนามัย โดยทำงานร่วมกับศูนย์ความร่วมมือระหว่างประเทศและสำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย พร้อมทั้งสาธิตรูปแบบวิธีการ เครื่องมือ และผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนาโดยกรมอนามัยไปประยุกต์และปรับใช้ในภูมิภาคด้วยกระบวนการความร่วมมือกับต่างประเทศให้มีความเหมาะสมและเพื่อให้เกิดต้นแบบการส่งเสริมป้องกันทางสุขภาพช่องปากที่มีความเหมาะสมในแต่ละประเทศ โดยเน้นในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์และเด็กปฐมวัย เด็กวัยเรียน วัยรุ่น และกลุ่มผู้สูงอายุ รวมถึงด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับการบริหารจัดการงบประมาณ ภายใต้การบริหารจัดการงบประมาณแบบบูรณาการตามกลุ่มวัย และการบริหารจัดแบบตามเขตสุขภาพ ซึ่งเป็นภาพรวมในระดับประเทศ รวมทั้งเป็นการเตรียมพร้อมการเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงกระบวนงานในระบบที่มุ่งตรงสู่เป้าหมายคือ ประชาชนมีสุขภาพช่องปากดี โดยการทำงานกับเครือข่ายในส่วนภูมิภาคทุกระดับ การดำเนินการตามบทบาทภารกิจดังกล่าวมีโครงสร้างทางการบริหาร 3 กลุ่มงาน ที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนงานตามแผนงาน คือกลุ่มงานพัฒนาวิชาการ กลุ่มงานคลินิกสาธิตทันตกรรม และกลุ่มงานอำนวยการ ซึ่งจะต้องทำงานสอดประสานและสนับสนุนภารกิจขององค์กรให้ประสบผลสำเร็จ เพื่อให้การดำเนินการตามบทบาทภารกิจของหน่วยงานสัมฤทธิ์ผลตามเป้าหมายและตอบสนองต่อยุทธศาสตร์ของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ดังนั้นศูนย์ทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศ จึงจัดทำโครงการสนับสนุนการดำเนินงานของกรมอนามัย ดังกล่าว

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายที่สนับสนุนการดำเนินงานของกรมอนามัยสู่องค์กร DOH 4.0 องค์กรคุณภาพคู่คุณธรรม 2. เพื่อให้การดำเนินงานของศูนย์ฯ มีความคล่องตัวและช่วยสนับสนุนบทบาทภารกิจของกรมอนามัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ 3. พัฒนาศักยภาพบุคลากรศูนย์ทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศให้สอดรับกับสมรรถนะหลักของกรมอนามัย เพื่อมุ่งสู่กรมอนามัย 4.0

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.หน่วยงานมีการบริหารจัดการหน่วยงานที่มีประสิทธิภาพ 1 หน่วยงาน
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : บุคลากรได้รับการพัฒนาทักษะและสมรรถนะในการปฏิบัติงาน 32 คน
2.เชิงคุณภาพ : ร้อยละการเบิกจ่ายงบประมาณ 95 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1. วิเคราะห์และทบทวนผลการดำเนินงานของปีงบประมาณที่ผ่านมารวมถึงทบทวนเอกสาร ศึกษาวิเคราะห์รายละเอียดนโยบายและงบประมาณที่ได้รับจัดสรรจากกองแผนงานกรมอนามัย 2. นำเสนองบประมาณตามแผนงานที่ได้รับจัดสรร ในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารหน่วยงานศูนย์ทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศ 3. วางแผนการดำเนินงานตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารหน่วยงานโดยให้สอดคล้องเชื่อมโยงกับแผนปฏิบัติการประจำปี 4. จัดทำแผนการใช้จ่ายเงินงบประมาณ ตามมติคณะรัฐมนตรีโดยสอดคล้องกับมติกรมอนามัย และตัวชี้วัดร้อยละของการเบิกจ่ายเงินงบประมาณ ของกรมอนามัย 5. ขออนุมัติแผนการเบิกจ่ายเงินงบประมาณประจำปีต่อผู้อำนวยการ (ผ่านหัวหน้าฝ่าย) 6. จัดทำโครงการสนับสนุนการดำเนินงานของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข รวมถึงแผนงานแผนเงินและแผนบริหารความเสี่ยง และเสนอผู้อำนวยการเพื่ออนุมัติ 7. ดำเนินการตามแผนปฏิบัติการโครงการสนับสนุนการดำเนินงานของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข 8 .ติดตามเร่งรัดการเบิกจ่ายให้เป็นไปตามเกณฑ์ มติคณะรัฐมนตรี มติกรมอนามัยและตามเกณฑ์ตัวชี้วัดร้อยละของการเบิกจ่ายงบประมาณ 9 สรุปผลการดำเนินงาน และผลการใช้จ่ายเงิน โดยรายงานผลการดำเนินงาน และผลการใช้จ่ายเงินงบประมาณ ในระบบ DOC รายงานผลการเบิกจ่ายในเว็บไซต์หน่วยงานตามเกณฑ์ตัวชี้วัดการเบิกจ่ายงบประมาณ และรายงานผลการใช้จ่ายเงินงบประมาณประจำปีต่อผู้อำนวยการทราบ

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ค่าตอบแทนใช้สอยและวัสดุ 11 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 259,960.00
รวมเป็นเงิน 259,960.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
259,960.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
ศูนย์ทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศ

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
บุคลากรศูนย์ทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศ จำนวน 32 คน

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
บุคลากรศูนย์ทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศ จำนวน 32 คน

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นางลัดดา สเก็ดเกล้า ตำแหน่ง เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวแววดาว ขันหลวง ตำแหน่ง นักวิเคราะห์นโยบายและแผน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางลัดดา สเก็ดเกล้า ตำแหน่ง เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายแมนสรวง วงศ์อภัย ตำแหน่ง ผู้อำนวยการศูนย์ทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์ทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศ
ลำดับที่ : 3

1. ชื่อโครงการ :
โครงการการพัฒนาระบบการเฝ้าระวังด้านทันตสาธารณสุขประเด็นการตรวจคัดกรองและประเมินปัจจัยเสี่ยงการเกิดรอยโรคก่อนมะเร็งและมะเร็งช่องปาก

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
15) ร้อยละของผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงได้รับการดูแล ตาม Care Plan

4. cluster :
วัยผู้สูงอายุ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 37 ) 11.1 พัฒนาระบบข้อมูลการส่งเสริมสุขภาพดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงระยะยาวผ่านระบบ Health Platform
5.2 โครงการสำคัญ โครงการขับเคลื่อนระบบการส่งเสริมสุขภาพดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงระยะยาวแบบบูรณาการ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
ในปัจจุบันได้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ส่งผลกระทบ ทั้งด้านสุขภาพอนามัย เศรษฐกิจ สังคม การดำเนินชีวิตในภาพรวมของประชาชนทั้งประเทศ ตลอดจนการเข้าถึงบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข รวมถึงทำให้ขาดความตระหนักในการดูแลสุขภาพช่องปากและการเฝ้าระวังในการเกิดโรคมะเร็งช่องปากโดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ สืบเนื่องจากประเทศไทยได้เข้าสู่สังคม สูงวัยอย่างสมบูรณ์ (Complete Aged Society) ในปี พ.ศ.2564 จากข้อมูลการสำรวจสภาวะช่องปาก ในประเทศไทยของสำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ครั้งที่ 7 พ.ศ.2555 พบว่าในกลุ่มผู้สูงอายุ 60-74 ปี พบปัญหาการสูญเสียฟันทั้งปากร้อยละ 7.2 และเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยในอายุ 80-89 ปี พบสูงถึงร้อยละ 32.2 1 ซึ่งนับเป็นสถานการณ์ปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินกิจกรรมในชีวิตประจำวันและส่งผลต่อคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้สูงอายุที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล และผู้สูงอายุที่มีความต้องการช่วยเหลือพิเศษ โดยที่เป้าหมายของการดำเนินงานของกระทรวงสาธารณสุขตั้งเป้าหมายไว้ว่า ร้อยละของผู้สูงอายุ (60 – 74 ปี) ควรมีฟันแท้ใช้งานอย่างน้อย 20 ซี่ และ 4 คู่สบหลังและจากข้อมูลในปี 2542 ของสถาบันมะเร็งแห่งชาติพบอุบัติการณ์ของโรคมะเร็งช่องปากในเพศชาย 5.2 และเพศหญิง 4.6 ต่อประชากรแสนคน และพบว่าอัตราการมีชีวิตรอดระยะ 5 ปี มีความสัมพันธ์อย่างยิ่งกับระยะการเกิดโรค การตรวจพบโรคระยะแรกเริ่มและได้รับการรักษาโดยเร็วจะทำให้การรักษามีประสิทธิภาพ อัตราการรอดสูงขึ้น แต่ปัญหา ที่พบคือ ผู้ป่วยกว่าร้อยละ 80 จะมาพบแพทย์ เมื่อมะเร็งอยู่ในลุกลามแล้ว (advance stage) ทำให้การรักษา ไม่ค่อยได้ผลเท่าที่ควร นอกจากนี้สภาพบริบทการทำงานของทันตบุคลากรและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ต้องทำการตรวจคัดกรอง เก็บข้อมูลสภาวะทางทันตสุขภาพ และวางแผนงานเฝ้าระวัง มีปริมาณไม่เพียงพอต่อความต้องการในการให้บริการด้านทันตกรรมและทันตสาธารณสุข ศูนย์ทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศ กรมอนามัย เป็นหน่วยงานวิชาการที่ส่งเสริมและสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรมด้านทันตสาธารณสุข ได้ดำเนินการพัฒนาสื่อนวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อนำมาใช้ในการเฝ้าระวังและประเมินปัจจัยเสี่ยงทางด้านทันตสุขภาพ โดยมีการดำเนินการพอสังเขปดังนี้ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561-2562 ได้พัฒนาต้นแบบระบบการตรวจคัดกรองมะเร็งช่องปากโดยการพัฒนาแอพพลิเคชั่นตรวจคัดกรองรอยโรคก่อนมะเร็งและมะเร็งช่องปาก (Oral Cancer Screen Application) เป็นระบบการบันทึกและการส่งต่อข้อมูลที่ได้จากการตรวจคัดกรองรอยโรคมะเร็งช่องปากในกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มผู้สูงอายุร่วมกับการฝึกจากแบบจำลองสภาพช่องปากแบบเสมือนจริง (Simulation PMDs) เป็นนวัตกรรมด้านการตรวจคัดกรองมะเร็งช่องปากให้กับประชาชน ซึ่งได้มีการดำเนินการในพื้นที่ต้นแบบที่ผ่านมา พบว่าในปี พ.ศ.2561 ผู้สูงอายุและกลุ่มเสี่ยงได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งช่องปากทั้งสิ้น จำนวน 11,236 ราย (จ.เชียงราย จำนวน 10,053 ราย พบรอยโรค 325 ราย และอ.ภูกามยาว จ.พะเยา จำนวน 1,183 ราย พบรอยโรค 20 ราย) ในปี พ.ศ.2562 ผู้สูงอายุและกลุ่มเสี่ยงได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งช่องปากทั้งสิ้น จำนวน 64,550 ราย (จ.เชียงราย จำนวน 57,536 ราย พบรอยโรค 9 ราย อ.ภูกามยาว และ อ.เมือง จ.พะเยา จำนวน 689 ราย พบรอยโรค 62 ราย และคลินิกทันตกรรม ศูนย์ทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศ จำนวน 6,325 ราย พบรอยโรค 1 ราย) และได้รับข้อเสนอแนะจากผู้ใช้งาน คือ แอพพลิเคชั่นควรจะมีการลงข้อมูลปัจจัยเสี่ยง เช่น ประวัติการสูบบุหรี่ เพื่อประกอบผลการตรวจคัดกรอง เพื่อเป็นประโยชน์ในการวิเคราะห์ข้อมูลภายหลัง ประกอบกับปัจจุบันสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโรน่า (COVID-19) ทำให้ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงการตรวจคัดกรองมะเร็งช่องปากได้ และข้อจำกัดในระบบการส่งข้อมูล โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 – 2564 หน่วยงานได้พัฒนากระบวนการเพื่อช่วยในการคัดกรองประชาชนกลุ่มเสี่ยงโดยพัฒนา “แอพพลิเคชั่นประเมินปัจจัยเสี่ยงและตรวจคัดกรองรอยโรคก่อนมะเร็งและมะเร็งช่องปาก (Risk Oral Cancer Application : RISKOCA) ” ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นในการประเมินตนเองเบื้องต้นสำหรับภาคประชาชนทั่วไป (self-assessment) ที่จะประเมินพฤติกรรมปัจจัยเสี่ยงรอยโรคก่อนมะเร็งและมะเร็งช่องปากของตนเอง เช่น พฤติกรรมการบริโภคยาสูบ การเคี้ยวหมาก การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และการใส่ฟันเทียม (ฟันปลอม) ที่หลวม/ไม่พอดี จากการดำเนินการในพื้นที่อ.ภูกามยาว จ.พะเยา ได้มีการประเมินปัจจัยเสี่ยงและตรวจคัดกรองรอยโรคก่อนมะเร็งและมะเร็งช่องปาก จำนวน 1,242 ราย แต่เนื่องด้วยสถานการณ์การระบาดของโรค COVID-19 ระลอกใหม่ จึงทำให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงไม่ได้รับการตรวจช่องปาก และไม่ได้รับการตรวจวินิจฉัยโรคในช่องปาก ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 คณะผู้วิจัยจึงมีแนวคิดในการพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) ร่วมกับการใช้นวัตกรรมแอพพลิเคชั่นตรวจคัดกรองและประเมินปัจจัยเสี่ยงในการเกิดรอยโรคก่อนมะเร็งและมะเร็งช่องปาก (RiskOCA) โดยมีการเก็บข้อมูลประเมินพฤติกรรมปัจจัยเสี่ยง ข้อมูลรูปภาพที่จะนำเข้าสู่ระบบ Machine learning ด้วยกล้องถ่ายภาพจาก smart phone และ Intraoral camera ซึ่งใช้หลักการของ Autofluorescence เข้ามาช่วยในการตรวจคัดกรอง สำหรับการวินิจฉัยรอยโรคก่อนมะเร็งและมะเร็งช่องปาก ได้ทำการวิเคราะห์รูปถ่ายภายในช่องปาก เพื่อให้ระบบปัญญาประดิษฐ์ช่วยวินิจฉัยรอยโรคและโรค โดยวิเคราะห์และเปรียบเทียบ สี ขนาด ขอบเขต ลักษณะของรอยโรค เช่น ปุ่ม ก้อน ผิวขรุขระ มีแผล แผ่นฝ้าขาว สีแดง หรือสีขาวปนแดง เป็นต้น ในขณะที่รูปถ่าย Autofluorescence จะวิเคราะห์จากคุณสมบัติการเรืองแสงโดยธรรมชาติของเนื้อเยื่อ เพื่อจัดเก็บข้อมูลปัจจัยเสี่ยงในการเกิดรอยโรคก่อนมะเร็งและมะเร็งช่องปากของในประเทศไทย และส่งเสริมการเข้าถึงการเข้าถึงบริการตรวจคัดกรอง เนื่องจากข้อมูลปัจจัยเสี่ยงในการเกิดรอยโรคก่อนมะเร็งและมะเร็งช่องปากของประเทศยังไม่มีหน่วยงานใดดำเนินการ ดังนั้นข้อมูลที่ได้จะเป็นข้อมูลพื้นฐานระดับประเทศ สามารถนำไปใช้เฝ้าระวังด้านทันตสุขภาพและส่งเสริมการเข้าถึงบริการได้อย่างรวดเร็วในระยะที่โรคจะลุกลามไปมากกว่าเดิมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และทำให้ทราบความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยเสี่ยงกับอัตราการเกิดรอยโรคก่อนมะเร็งและมะเร็งช่องปากได้ ทั้งนี้ศูนย์ทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศ กรมอนามัย ได้ประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน ได้แก่ คณะทันตแพทยศาสตร์ และคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา รวมถึงฝ่ายงานปฏิบัติการภูมิภาค – ภาคเหนือ บริษัท AIS ทำให้เกิดการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ที่ชื่อว่า “ระบบเฝ้าระวังและปัญญาประดิษฐ์ในการวินิจฉัยรอยโรคก่อนมะเร็งและมะเร็งช่องปาก” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยทันตแพทย์ ทันตบุคลากร เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในการตรวจคัดกรองและวินิจฉัยรอยโรคก่อนมะเร็งและมะเร็งช่องปากเบื้องต้น โดยเฉพาะในสถานพยาบาลที่ห่างไกลและมีบุคลากรไม่เพียงพอ ทั้งนี้หน่วยงานและภาคีเครือข่ายมีแนวคิดในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อให้เอื้อต่อการนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการช่วยวินิจฉัยรอยโรคก่อนมะเร็งและมะเร็งช่องปาก และเพิ่มประสิทธิภาพของการคัดกรองให้สามารถตรวจพบความผิดปกติได้รวดเร็ว แม่นยำขึ้นเพื่อจะขยายผลและพัฒนาเป็นวงกว้างในเขตสุขภาพและระดับประเทศ อีกทั้งยังมีระบบการบริหารจัดการข้อมูลเพื่อเป็นเฝ้าระวังสถานการณ์ความชุกของการเกิดรอยโรคก่อนมะเร็งและมะเร็งช่องปากให้เกิดประโยชน์แก่พื้นที่ต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อพัฒนาระบบการตรวจคัดกรองและเฝ้าระวังการเกิดรอยโรคก่อนมะเร็งและมะเร็งช่องปาก 2. เพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการข้อมูลด้านปัจจัยเสี่ยง อัตราการเกิด ความชุกและทำนายความเสี่ยงในการเกิดรอยโรคก่อนมะเร็งและมะเร็งช่องปาก

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ระบบการบริหารจัดการข้อมูลรอยโรคก่อนมะเร็งและมะเร็งช่องปาก 1 ระบบ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : ทันตบุคลากรและทันตแพทย์ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขนักวิชาการคอมพิวเตอร์หรือผู้รับผิดชอบระบบข้อมูล อาสาสมัครสาธารณสุข และภาคีเครือข่าย ได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้ นวัตกรรม เทคโนโลยี และนโยบายด้านการตรวจคัดกรอง และประเมินปัจจัยเสี่ยงรอยโรคก่อนมะเร็งและมะเร็ง 50 คน
2.เชิงปริมาณ : ผู้สูงอายุ กลุ่มเสี่ยง และประชาชนที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป ได้รับการตรวจรอยโรคมะเร็งช่องปากและการประเมินปัจจัยเสี่ยงรอยโรคก่อนมะเร็งและมะเร็งช่องปาก โดยการใช้แอพพลิเคชั่น 200 คน
3.เชิงคุณภาพ : ร้อยละของความพึงพอใจของผู้รับบริการ ระดับมากและมากที่สุด 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1. ศึกษาความต้องการจากภาคีเครือข่ายและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย, ประชุมคณะทำงานและประสานงานกับมูลนิธิทันตนวัตกรรม สำนักทันตสาธารณสุข ศูนย์อนามัย เขตสุขภาพ คณะอาจารย์มหาวิทยาลัย ภาคีเครือข่ายและพื้นที่ที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อวางแผนการดำเนินงาน 2. พัฒนาและปรับปรุงแอพพลิเคชั่นในการประเมินปัจจัยเสี่ยงรอยโรคก่อนมะเร็งและมะเร็งช่องปาก สำหรับอาสาสมัครสาธารณสุข, ทันตบุคลากร, ทันตแพทย์ และประชาชน ให้เหมาะสม 3. ถ่ายทอดนวัตกรรม องค์ความรู้ นโยบาย พร้อมขยายผลให้กับภาคีเครือข่ายในรูปแบบคณะทำงาน คณะกรรมการ วิทยากร ในระดับพื้นที่ จังหวัด เขตสุขภาพ และระดับประเทศ 4. จัดประชุมพัฒนาศักยภาพด้านการตรวจคัดกรองและประเมินปัจจัยเสี่ยงการเกิดรอยโรคก่อนมะเร็งและมะเร็งช่องปาก ให้แก่ อาสาสมัครสาธารณสุข เจ้าหน้าที่สาธารณสุขนักวิชาการคอมพิวเตอร์หรือผู้รับผิดชอบระบบข้อมูล ทันตบุคลากร และทันตแพทย์ในหน่วยงาน รวมถึงประชาชนในอำเภอและจังหวัดที่เข้าร่วมโครงการ 5. ติดตามประเมินผล พร้อมทั้งตรวจประเมินสภาพช่องปากและรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะของผู้ใช้งาน 6. ประเมินผลการดำเนินงาน

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 พัฒนาความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายในการพัฒนาระบบการเฝ้าระวังด้านทันตสาธารณสุขประเด็นการตรวจคัดกรองและประเมินปัจจัยเสี่ยงการเกิดรอยโรคก่อนมะเร็งและมะเร็งช่องปาก 2 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 31 มี.ค. 2565 22,600.00
2 ถ่ายทอดและพัฒนาศักยภาพด้านการตรวจคัดกรองและประเมินปัจจัยเสี่ยงการเกิดรอยโรคก่อนมะเร็งและมะเร็งช่องปาก และติดตามประเมินผล เยี่ยมเสริมพลัง 250 คน 1 ต.ค. 2564 - 31 ม.ค. 2565 114,400.00
รวมเป็นเงิน 137,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
137,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 31 มี.ค. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
1. ศูนย์ทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศ จ.เชียงใหม่ 2. คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา 3. คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 4. คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 5. คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง 6. คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ 7. คณะแพทยศาสตร์และคณะทันตแพทยศาสตร์ ที่เป็นภาคีเครือข่ายทางวิชาการ 8. มูลนิธิทันตนวัตกรรม, สำนักทันตสาธารณสุข, ศูนย์อนามัยเขต เขตสุขภาพ อำเภอและจังหวัด ต้นแบบที่เข้าร่วมโครงการ 9. โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล โรงพยาบาลชุมชนโรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลศูนย์ และ สถานบริการภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ที่เข้าร่วมโครงการ 10. ชมรมผู้สูงอายุ ในพื้นที่ต้นแบบ

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
1. อาจารย์ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จำนวน 1 ราย 2. อาจารย์ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา จำนวน 1 ราย 3.อาจารย์ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จำนวน 3 ราย 4 อาจารย์ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จำนวน 1 ราย 5. อาจารย์ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ จำนวน 1 ราย 6. อาจารย์ คณะแพทยศาสตร์และคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยอื่นๆ จำนวน 8 ราย 7. อาจารย์ สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา จำนวน 2 ราย 8. ผู้ทรงคุณวุฒิด้านทันตสาธารณสุข จำนวน 3 ราย 9. ทันตแพทย์ และทันตบุคลากรสำนักทันตสาธารณสุข จำนวน 10 ราย 10. ทันตแพทย์ ทันตบุคลากร เจ้าหน้าที่สาธารณสุขนักวิชาการคอมพิวเตอร์หรือผู้รับผิดชอบระบบ ข้อมูลในอำเภอและจังหวัดต้นแบบ จำนวน 50 ราย 11. ทันตแพทย์ ทันตบุคลากร เจ้าหน้าที่สาธารณสุขนักวิชาการคอมพิวเตอร์หรือผู้รับผิดชอบระบบ ข้อมูลในศูนย์อนามัยเขตและเขตสุขภาพ จำนวน 10 ราย 12. อาสาสมัครสาธารณสุข เจ้าหน้าที่สาธารณสุข นักวิชาการคอมพิวเตอร์หรือผู้รับผิดชอบระบบ ข้อมูล ทันตบุคลากรและทันตแพทย์ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล โรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลศูนย์ และสถานบริการภาครัฐและเอกชน จำนวน 100 ราย 13.ทันตแพทย์ ทันตบุคลากร และเจ้าหน้าที่ศูนย์ทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศ จำนวน 20 ราย 14. คณะทำงาน ภาคีเครือข่าย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องด้านสาธารณสุขและระบบข้อมูลในเขต สุขภาพและสถานบริการของรัฐและเอกชน จำนวน 30 ราย 15. ผู้สูงอายุ ชมรมผู้สูงอายุ และกลุ่มเสี่ยง ในพื้นที่ดำเนินการ จำนวน 200 ราย 16. สถาบันมะเร็ง ลำปาง และสถาบันมะเร็ง ชลบุรี กรมการแพทย์ จำนวน 2 ราย 17. ทันตแพทย์และทันตบุคลากรโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ และสำนักงานสาธารณสุข จังหวัดเชียงราย จำนวน 3 ราย

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
1. อาสาสมัครสาธารณสุข เจ้าหน้าที่สาธารณสุข นักวิชาการคอมพิวเตอร์หรือผู้รับผิดชอบระบบข้อมูลในพื้นที่ที่ทำโครงการทันตบุคลากรและทันตแพทย์ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล โรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลศูนย์ และสถานบริการภาครัฐและเอกชน 2. ศูนย์ทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศ, สำนักทันตสาธารณสุข และสำนักอนามัยผู้สูงอายุ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข 3. มูลนิธิทันตนวัตกรรมในพระบรมราชูปถัมภ์ 4. ศูนย์อนามัยเขต เขตสุขภาพ 5. โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล, สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ, โรงพยาบาลชุมชน, โรงพยาบาล ทั่วไป โรงพยาบาลศูนย์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดที่เข้าร่วมโครงการ 6. คลินิกทันตกรรม มหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการ 7. สถาบันมะเร็ง กรมการแพทย์ 8. ผู้สูงอายุและประชาชนทั่วไปที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. ทพ.ดร.แมนสรวง วงศ์อภัย ตำแหน่ง ทันตแพทย์เชี่ยวชาญ (ด้านทันตสาธารณสุข) 2. นางสาวกรวิภา วุฒิจูรีพันธุ์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 3. นายธวัชชัย สุธาชัย ตำแหน่ง นักวิชาการคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวกรวิภา วุฒิจูรีพันธุ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายแมนสรวง วงศ์อภัย ตำแหน่ง ทันตแพทย์เชี่ยวชาญ (ด้านทันตสาธารณสุข)

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายแมนสรวง วงศ์อภัย ตำแหน่ง ผู้อำนวยการศูนย์ทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์ทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศ
ลำดับที่ : 4

1. ชื่อโครงการ :
โครงการการเสริมสร้างความรอบรู้การแก้ไขปัญหาฟลูออไรด์ปนเปื้อนในน้ำบริโภคและฟันตกระ

2. ยุทธศาสตร์ :
3 สร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
19) ร้อยละของประชาชนที่มีความรอบรู้ด้านสุขภาพเพิ่มขึ้น

4. cluster :
ส่งเสริมความรอบรู้และสื่อสารสุขภาพ (HL)
การคลังและงบประมาณ(FIN)

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 68 ) 19.6 วิจัย พัฒนารูปแบบ ประเมินผล รวมทั้ง กำกับติดตามการดำเนินงานสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ( 87 ) 23.4 ขับเคลื่อนและบริหารจัดการหน่วยงาน
5.2 โครงการสำคัญ โครงการยกระดับการบริหารงานคลังและงบประมาณตามหลักธรรมาภิบาล

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
ประเทศไทยมีนโยบายจัดหาน้ำสะอาด โดยมีหน่วยงานหลายหน่วยงาน ได้แก่ กรมโยธาธิการ รพช. กรมอนามัย กรมทรัพยากรธรณี ร่วมกันดำเนินการ และมีการลงทุนจัดสร้างระบบประปาหมู่บ้านทั่วประเทศ ส่วนใหญ่เป็นการขุดบ่อบาดาลนำน้ำจากใต้ดินมาต่อท่อให้ประชาชนในหมู่บ้านได้ใช้กันอย่างทั่วถึง ในพื้นที่ที่มีสายแร่ฟลูออไรด์พาดผ่านน้ำที่มาจากใต้ดินก็มีฟลูออไรด์สูงไปด้วย เมื่อประชาชนนำน้ำมาบริโภคในระยะแรกจะไม่มีความผิดปกติใดๆ น้ำที่มีฟลูออไรด์จะไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่สามารถบ่งบอกได้ด้วยลักษณะทางกายภาพ จนเมื่อเวลาผ่านไปเมื่อเด็กที่บริโภคน้ำจากระบบประปา ตั้งแต่แรกเกิดมีฟันแท้ขึ้น เมื่ออายุประมาณ 6-7 ปี ก็จะพบเห็นความผิดปกติที่ฟันแท้ที่งอกขึ้นมาใหม่ และความผิดปกตินี้จะเกิดกับเด็กทุกคนในชุมชนที่ดื่มน้ำจากระบบประปา ผู้สูงอายุก็จะค่อยๆพัฒนาอาการปวดข้อ ปวดกระดูกมากขึ้น ที่ละน้อยๆ จนอาจไม่เป็นที่สังเกต ผลการสำรวจสภาวะฟันตกกระปี2561 ศูนย์ทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศ พบว่า นักเรียนชั้นประถม ปีที่ 1-6 พบฟันตกกระ จังหวัดลำพูน มากที่สุด ร้อยละ40.7 (ฟันตกกระระดับรุนแรง ร้อยละ6.9) จังหวัดลำปาง ร้อยละ38.9 จังหวัดเชียงใหม่ ร้อยละ 15.4 แม่ฮ่องสอน ร้อยละ8.5 และพะเยา ร้อยละ7.1 และบริโภคน้ำ ที่ไม่ปลอดภัย(ปริมาณฟลูออไรด์สูงกว่า 0.70 มิลลิกรัมต่อลิตร) ร้อยละ17.1 และพบปริมาณฟลูออไรด์ในน้ำบริโภค มีค่าระหว่าง 0.10-14.0 มิลลิกรัมต่อลิตร โดยปริมาณฟลูออไรด์สูงสุด คือ ประปาหมู่บ้านสันคะยอม ตำบลมะเขือแจ้ อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน มีค่า 14.0 มิลลิกรัมต่อลิตร การแก้ไขปัญหาฟลูออไรด์ ต้องอาศัยความร่วมมือตั้งแต่ระดับบุคคล ครัวเรือน และชุมชนอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่สำคัญ คือ การมีส่วนร่วมของชุมชน หากว่าประชาชนมีความรู้ จะสามารถมองเห็นผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นต่อตนเอง ครอบครัว และชุมชน ทั้งยังได้รับข้อมูลข่าวสารอย่างเพียงพอ และหาทางแก้ไขเพื่อปรับปรุง เปลี่ยนแปลงจนเกิดการตัดสินใจ เข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมอย่างแท้จริง จากข้อมูลการดังกล่าว สามารถนำไปสู่การจัดการปัญหาฟลูออไรด์ในแหล่งน้ำบริโภค และเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งและเพิ่มพูนศักยภาพแก่ภาคีเครือข่ายในพื้นที่ที่มีปัญหาฟลูออไรด์ในแหล่งน้ำบริโภคสูง ให้สามารถเฝ้าระวังและดำเนินการแก้ไขปัญหาด้วยการตัดสินใจของชุมชนอย่างได้มีประสิทธิภาพ การเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งเพื่อให้เกิดพลังและการมีส่วนร่วมของประชาชนในชุมชน รวมถึงบุคลากรในระบบสุขภาพ การเร่งให้เกิดความรอบรู้ด้านสุขภาพจำเป็นต้องมีกรอบการดำเนินการที่เป็นรูปธรรมสำหรับองค์กร และบุคลากรในภาคส่วนด้านสุขภาพในการแสดงภาวะการนำจะทำให้เกิดความรอบรู้ด้านสุขภาพทั้งระดับบุคคลตลอดจนทั้งชุมชน โดยบูรณาการการดำเนินการทั้งภาคด้านสุขภาพไปยังภาคส่วนนอกสุขภาพที่มีผลต่อปัจจัยกำหนดสุขภาพ เช่น ภาคสังคม เศรษฐกิจ การศึกษา เพื่อยกระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพ เพื่อทำให้ง่ายต่อการเข้าถึง เข้าใจ ข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพที่จะไปสนับสนุนให้มีสุขภาพดีเพื่อให้ประชานมีคามรอบรู้ด้านสุขภาวะ สามารถดูแลสุขภาพ มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์และสามารถป้องกันและลดโรคได้ จนเกิดเป็นสังคมบ่มเพาะจิตสำนึกการมีสุขภาพดี

8. วัตถุประสงค์ :
1.เพื่อเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพแก่ประชาชนเกี่ยวกับของผลกระทบจากการได้รับปริมาณฟลูออไรด์สูง ในน้ำบริโภค 2. เพื่อสำรวจปริมาณฟลูออไรด์ ในน้ำบริโภค สภาวะฟันตกกระ และพิกัดของแหล่งน้ำประปาหมู่บ้าน

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1. ประชาชนมีความรอบรู้ด้านสุขภาพ 80 ร้อยละ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : ภาคีเครือข่ายในพื้นที่เสี่ยงฟลูออไรด์ได้รับเสริมสร้างความรอบรู้ ด้านสุขภาพ 9 แห่ง
2.เชิงคุณภาพ : ผลงานวิจัยถูกนำไปเผยแพร่แหล่งต่างๆ เช่น เวปไซด์,จดหมายข่าว, วารสาร หรือนำเสนอในเวทีประชุมวิชาการต่างๆ ฯลฯ 1 เรื่อง

10. วิธีการดำเนินงาน :
10.1 เสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ และเก็บรวบรวมข้อมูลฟลูออไรด์ในแหล่งน้ำบริโภคของชุมชน ฟันตกกระในเด็กนักเรียนประถมศึกษาพื้นที่เสี่ยงฟลูออไรด์ 10.2 พัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่ายในการเฝ้าระวังและจัดการปัญหาฟลูออไรด์และผลกระทบต่อสุขภาพ เพื่อให้เกิดพลังชุมชนและขับเคลื่อน Health Literacy สู่ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงฟลูออไรด์ 10.3 ติดตาม ประเมินผล สรุปผลการศึกษา และเผยแพร่ผลงานวิจัย

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 สรุปผลการดำเนินงาน 1 เรื่อง 1 ส.ค. 2565 - 31 ส.ค. 2565 12,050.00
2 พัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่ายในการแก้ไขปัญหาฟลูออไรด์และชุมชนรอบรู้อยู่กับโควิด-19 4 แห่ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 มี.ค. 2565 49,620.00
3 เสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ 9 แห่ง 1 ต.ค. 2564 - 30 พ.ย. 2564 152,070.00
รวมเป็นเงิน 213,740.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
213,740.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 31 ส.ค. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
โรงเรียนประถมศึกษา, โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่เสี่ยงฟลูออไรด์

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
15.1 สาธารณสุขจังหวัด, สาธารณสุขอำเภอ, โรงพยาบาลชุมชน,โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลและบุคลากรสาธารณสุของค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาชนผู้นำชุมชน,ผู้ดูแลระบบประปาหมู่บ้าน, อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน จำนวน 200 คน 15.2 เด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่1-6 ในพื้นที่เสี่ยงฟลูออไรด์ จำนวน 400 คน

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
16.1 สาธารณสุขจังหวัด, สาธารณสุขอำเภอ,โรงพยาบาลชุมชน, โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล 16.2 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 16.3 โรงเรียนพื้นที่เสี่ยงฟลูออไรด์

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นายสุพจน์ ชำนาญไพร ตำแหน่ง นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ชำนาญการ ทพญ. พัชราภรณ์ กาวิละ ตำแหน่ง ทันตแพทย์ชำนาญการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นายสุพจน์ ชำนาญไพร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายแมนสรวง วงศ์อภัย ตำแหน่ง ทันตแพทย์เชี่ยวชาญ (ด้านทันตสาธารณสุข)

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายแมนสรวง วงศ์อภัย ตำแหน่ง ผู้อำนวยการศูนย์ทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์ทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศ
ลำดับที่ : 5

1. ชื่อโครงการ :
โครงการวิจัยศึกษาความรอบรู้ด้านทันตสุขภาพในการดูแลเด็กของครูผู้ดูแลเด็ก ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่

2. ยุทธศาสตร์ :
3 สร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
19) ร้อยละของประชาชนที่มีความรอบรู้ด้านสุขภาพเพิ่มขึ้น

4. cluster :
ส่งเสริมความรอบรู้และสื่อสารสุขภาพ (HL)

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 68 ) 19.6 วิจัย พัฒนารูปแบบ ประเมินผล รวมทั้ง กำกับติดตามการดำเนินงานสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ
5.2 โครงการสำคัญ โครงการพัฒนาและขับเคลื่อนแผนการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
สภาวะโดยเฉพาะการเกิดโรคในช่องปากที่มีการเปลี่ยนแปลงตามช่วงวัย เกิดเนื่องมาจากพฤติกรรมและปัจจัยเสี่ยงที่แตกต่างกัน จากการสำรวจสุขภาวะช่องปากแห่งชาติประเทศไทย พบว่า ปัญหาเรื่องฟันผุและเหงือกอักเสบมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ แต่ก็ยังอยู่ในอัตราที่สูง นอกจากนี้ยังพบพฤติกรรมในการดูแลสุขภาพช่องปากที่ไม่ถูกต้องเหมาะสม ดังนั้นจึงควรมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านทันตสุขภาพของเด็ก โดยเฉพาะเด็กช่วงอายุ0-5ปีในศูนย์เด็กเล็กซึ่งเป็นวัยที่ยังไม่สามารถดูแลสุขภาพช่องปากได้ด้วยตนเอง ต้องอาศัยคุณครูและผู้ปกครองในการช่วยดูแลโดยเฉพาะ ดังนั้นผู้จัดทำจึงเห็นความสำคัญของการส่งเสริมความรอบรู้ด้านทันตสุขภาพของคุณครูผู้ดูแลเด็กเพื่อให้มีทักษะความรู้และสามารถนำไปปฏิบัติในการดูแลเด็ก อีกทั้งยังต้องมีการศึกษาและประเมินความรอบรู้ของคุณครูผู้ดูแลเด็กเพื่อให้เกิดความยั่งยืนของการปฏิบัติ

8. วัตถุประสงค์ :
7.1 เพื่อศึกษาความรอบรู้ด้านทันตสุขภาพในการดูแลเด็ก ของครูผู้ดูแลเด็ก 7.2 เพื่อส่งเสริมความรอบรู้ด้านทันตสุขภาพของผู้ดูแลเด็ก

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ร้อยละของครูผู้ดูแลเด็กมีความรอบรู้ด้านทันตสุขภาพในการดูแลเด็ก 80 ร้อยละ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : ร้อยละของเด็กที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กมีปริมาณคราบจุลินทรีย์บนผิวฟันหน้าบนลดลง 10 ร้อยละ
2.เชิงคุณภาพ : ร้อยละของเด็กที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กมีพฤติกรรมการแปรงฟันที่ถูกวิธี 20 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
10.1 ประชุมคณะทำงาน เพื่อวางแผนศึกษาข้อมูลเรื่องที่สนใจ 10.2 สอบถามความเห็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 10.3 จัดทำแผนโครงการวิจัย 10.4 ดำเนินการขอจริยธรรมวิจัย 10.5 ดำเนินแผนตามการดำเนินงานวิจัย 10.6 สรุปผลการดำเนินงานวิจัย

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ติดตามการดำเนินงาน 10 คน 1 มี.ค. 2565 - 31 มี.ค. 2565 3,700.00
2 เก็บรวบรวมข้อมูลความรอบรู้ด้านทันตสุขภาพในการดูแลเด็ก 32 คน 1 พ.ย. 2564 - 31 พ.ค. 2565 46,550.00
รวมเป็นเงิน 50,250.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
50,250.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 พ.ย. 2564 - 31 พ.ค. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
15.1 ครูผู้ดูแลเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ 32 คน 15.2 นางสาวทัศนา ฤทธิกุล 15.3 นางน้ำผึ้ง รัตนพิบูลย์ 15.4 นางสาว วิสเพ็ญ กิจธเนศ 15.5 บุคลากรศูนย์ทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศ 10 คน

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
-

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นางสาวนวรัตน์ วินิจจะกูล ตำแหน่ง ทันตแพทย์ชำนาญการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวนวรัตน์ วินิจจะกูล ตำแหน่ง ทันตแพทย์ชำนาญการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสาวนวรัตน์ วินิจจะกูล ตำแหน่ง ทันตแพทย์ชำนาญการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายแมนสรวง วงศ์อภัย ตำแหน่ง ผู้อำนวยการศูนย์ทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์ทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศ
ลำดับที่ : 6

1. ชื่อโครงการ :
โครงการพัฒนาหนังสือนิทานส่งเสริมสุขภาพเด็กปฐมวัยแบบองค์รวม

2. ยุทธศาสตร์ :

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
24) จำนวนงานวิจัย หรือ ผลงานวิชาการ หรือ นวัตกรรมที่ผ่านมาถูกนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างน้อง 1 เรื่องในรอบปี

4. cluster :
สำนักคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 89 ) 24.1 พัฒนาระบบและกลไกการขับเคลื่อนองค์กรแห่งการเรียนรู้ งานวิจัยและนวัตกรรมด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม
5.2 โครงการสำคัญ โครงการส่งเสริมการสร้างและพัฒนางานวิจัยองค์ความรู้ และนวัตกรรมด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม กรมอนามัย

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
จากรายงานผลการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากแห่งชาติ ครั้งที่ 8 ประเทศไทย พ.ศ. 2560 กลุ่มเด็กก่อนวัยเรียน (อายุ 3 ปี และ 5 ปี) สภาวะฟันผุและการสูญเสียฟันน้ำนม พบว่า มีเด็กปราศจากโรคฟันผุในเด็กอายุ 3 ปี ร้อยละ 47.1 และเด็กปราศจากโรคฟันผุในเด็กอายุ 5 ปี ร้อยละ 24.4 ซึ่งเด็กก่อนวัยเรียนทั้ง 2 กลุ่มอายุ มีคราบจุลินทรีย์เสี่ยงต่อการเกิดโรคฟันผุมากกว่าร้อยละ 40 และศึกษาความจำเป็นในการรักษาโรคฟันผุของเด็ก พบว่า เด็กอายุ 3 ปีมีความจำเป็นที่จะต้องอุดฟัน 2 ด้านขึ้นไป ร้อยละ 27.5,รักษารากฟัน ร้อยละ 9.8,ทำครอบฟัน ร้อยละ 4.9 และถอนฟันน้ำนมร้อยละ13 ในกลุ่มเด็กอายุ 5 ปี มีความจำเป็นที่จะต้องอุดฟัน 2 ด้านขึ้นไป ร้อยละ 53.2, รักษารากฟัน ร้อยละ 19.1,ทำครอบฟัน ร้อยละ 5.1 และถอนฟันน้ำนมร้อยละ27.1 ซึ่งภาวะฟันผุในเด็กเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดภาวะทุพโภชนาการและต้องทรมานจากอาการปวดฟัน เด็กในช่วงตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 6 ขวบ เป็นวัยที่มีจินตนาการและมีความกระตือรือร้นอยากรู้อยากเห็น เด็กวัยนี้ชอบเล่นบทบาทสมมุติและมีการเรียนรู้ผ่านการเล่น ทั้งกับผู้ใหญ่คือ พ่อแม่ ครูตลอดจนผู้ใกล้ชิดและผู้ดูแลเด็ก การเล่านิทานจึงเป็นกิจกรรมหนึ่งที่ทำให้เกิดสัมพันธภาพที่ดีระหว่างเด็กและผู้ใหญ่ และเสริมสร้างจินตนาการ พัฒนาความคิด สร้างสรรค์และฝึกให้เด็กมีสมาธิมากขึ้น การใช้นิทานเป็นสื่อกลางให้ความรู้กับเด็กสามารถสร้างจินตนาการ ความฝัน ความคิด ความเข้าใจ และการรับรู้ของเด็ก ซึ่งเด็กที่ฟังนิทานแล้วสามารถเลียนแบบตัวอย่างในนิทาน นอกจากการเล่านิทานเป็นเทคนิคอย่างหนึ่งที่เด็กให้ความสนใจเพราะการฟังนิทานสาหรับเด็กนอกจากช่วยให้เด็กได้รับ ความสนุกสนาน เพลิดเพลิน และคติสอนใจแล้ว การฟังนิทานยังช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทางภาษา เพราะช่วยให้เด็กได้มีโอกาสฝึกทักษะการฟัง การพูด และการอ่านในด้านพัฒนาการด้านอารมณ์และสังคม นิทานช่วยให้เด็กได้แสดงออก สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้ฟังและผู้เล่า แม่กับลูก ครูกับศิษย์ตลอดจนช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญาและร่างกาย นิทานยังช่วยให้เด็กได้ฝึกคิดพิจารณา เกิดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และหากว่าเด็กได้เป็นผู้เล่านิทาน การที่เด็กได้หยิบจับหนังสือเปิดหน้าหนังสือหรือแสดงท่าทางประกอบ ตามลักษณะของตัวละครในนิทานเป็นการพัฒนากล้ามเนื้อ ส่วนต่างๆ ของเด็กให้แข็งแรงขึ้น และสร้างเสริมจินตนาการ ดังนั้นการเล่านิทานให้เด็กฟังเสมอๆ จึงเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดพัฒนาการที่ดีตามวัยของเด็ก ทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา จากข้อมูลดังกล่าวจึงได้จัดทำโครงการพัฒนาหนังสือนิทานส่งเสริมสุขภาพเด็กปฐมวัยแบบองค์รวม เพื่อสร้างนิทานต้นแบบเพื่อโน้มน้าวจิตใจให้เด็กเกิดพฤติกรรมด้านสุขภาพที่ดี และเกิดประโยชน์ต่อการส่งเสริมการดำเนินงานทางทันตสาธารณสุขขององค์กรและภาคีเครือข่ายมีผลสัมฤทธิ์มากยิ่งขึ้น

8. วัตถุประสงค์ :
8.1 เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานขับเคลื่อนความรอบรู้ด้านสุขภาพในกลุ่มเด็กปฐมวัยแบบองค์รวม 8.2 เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ให้กับเด็กปฐมวัย 8.3 เพื่อพัฒนาสื่อและนวัตกรรมส่งเสริมทันตสุขภาพของหน่วยงานให้มีความหลากหลาย

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ต้นแบบหนังสือนิทานส่งเสริมสุขภาพเด็กปฐมวัยแบบองค์รวม 1 เรื่อง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : หนังสือนิทานส่งเสริมสุขภาพเด็กปฐมวัยแบบองค์รวม 10 เล่ม
2.เชิงคุณภาพ : ร้อยละความพึงพอใจของครูพี่เลี้ยงที่นำหนังสือนิทานไปใช้ 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
10.1 จัดทำแผนการดำเนินงานโครงการและตั้งคณะทำงาน 10.2 ประชุมประสานงานกับบุคลากรภาคีเครือข่ายกลุ่มเป้าหมายที่เกี่ยวข้อง 10.3 จัดทำโครงการและขออนุมัติการดำเนินงาน 10.4 ดำเนินตามแผนกิจกรรม 10.4.1 จัดประชุมวางแผนประสานงานและสอบถามความคิดเห็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภาคีเครือข่ายการดำเนินงานโครงการ พัฒนาหนังสือนิทานส่งเสริมสุขภาพเด็กปฐมวัยแบบองค์รวม (จัดทำโครงเรื่อง/รูปแบบ/รูปเล่ม/เนื้อหา/ภาพประกอบ) 10.4.2 จ้างเหมาออกแบบและจัดทำภาพประกอบในรายละเอียดหนังสือนิทาน 10.4.3 จัดจ้างเหมาพิมพ์หนังสือนิทานที่เป็นรูปเล่ม 10.5 ติดตามประเมินผลการดำเนินงานทุกกิจกรรม 10.6 ส่งมอบสื่อให้ภาคีเครือข่ายพื้นที่ทดลองนำไปใช้ประโยชน์ 10.7 จัดทำแบบประเมินความพึงพอใจของครูพี่เลี้ยงที่นำหนังสือนิทานไปใช้ 10.8 เก็บข้อมูล ประเมินผล ความพึงพอใจของครูพี่เลี้ยงที่นำหนังสือนิทานไปใช้ และถอดบทเรียนการดำเนินงาน 10.9 ประชุมสรุปผลการนำไปใช้และข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนาปรับปรุงจัดทำต้นฉบับต่อไป 10.10 จัดทำรายงานผลการดำเนินงานของโครงการ

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมวางแผนการดำเนินงาน 1 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 31 ต.ค. 2564 50,295.00
2 ติดตามสรุปผลการนำไปใช้และข้อเสนอแนะ 1 ครั้ง 1 พ.ค. 2565 - 31 พ.ค. 2565 18,305.00
3 พัฒนาและผลิตรูปเล่มหนังสือนิทาน 10 เล่ม 1 ม.ค. 2565 - 31 ม.ค. 2565 25,000.00
รวมเป็นเงิน 93,600.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
93,600.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 31 พ.ค. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
ศูนย์ทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศ

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
15.1 บุคลากรศูนย์ทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศ จำนวน 4 คน 15.2 ภาคีเครือข่ายครูพี่เลี้ยงศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในจังหวัดเชียงใหม่จำนวน 5 คน

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
16.1 ภาคีเครือข่ายครูพี่เลี้ยงศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในจังหวัดเชียงใหม่จำนวน 5 แห่ง 16.2 เด็กเล็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในจังหวัดเชียงใหม่จำนวน 5 แห่ง

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
18.1 นางสาววิสเพ็ญ กิจธเนศ ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ หัวหน้าคณะทำงาน 18.2 นางสาวทัศนา ฤทธิกุล ตำแหน่งทันตแพทย์ชำนาญการ คณะทำงาน 18.3 นางน้ำผึ้ง รัตนพิบูลย์ ตำแหน่งจพง.ทันสาธารณสุขชำนาญงาน คณะทำงาน 18.4 นางสาวสุทธิกานต์ กันตี ตำแหน่งบรรณารักษ์ คณะทำงาน

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาววิสเพ็ญ กิจธเนศ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายแมนสรวง วงศ์อภัย ตำแหน่ง ทันตแพทย์เชี่ยวชาญ (ด้านทันตสาธารณสุข)

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายแมนสรวง วงศ์อภัย ตำแหน่ง ผู้อำนวยการศูนย์ทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์ทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศ
ลำดับที่ : 7

1. ชื่อโครงการ :
โครงการพัฒนาต่อยอดการจัดทำสื่อคอสเพลย์การ์ตูนเด็กส่งเสริมการแปรงฟันจากนิทานคุณฟองนักแปรงฟัน

2. ยุทธศาสตร์ :

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
24) จำนวนงานวิจัย หรือ ผลงานวิชาการ หรือ นวัตกรรมที่ผ่านมาถูกนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างน้อง 1 เรื่องในรอบปี

4. cluster :
สำนักคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 89 ) 24.1 พัฒนาระบบและกลไกการขับเคลื่อนองค์กรแห่งการเรียนรู้ งานวิจัยและนวัตกรรมด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม
5.2 โครงการสำคัญ โครงการส่งเสริมการสร้างและพัฒนางานวิจัยองค์ความรู้ และนวัตกรรมด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม กรมอนามัย

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
ศูนย์ทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศ ได้จัดทำ “โครงการจัดทำต้นแบบสื่อคอสเพลย์การ์ตูนเด็กส่งเสริมการแปรงฟันจากนิทานคุณฟองนักแปรงฟัน” ในปีงบประมาณ 2564 โดยใช้ตัวละครในนิทานเรื่อง “คุณฟองนักแปรงฟัน” มาผลิต ออกแบบ จัดทำสื่อเพื่อสร้างแรงจูงใจ ความสนุก ความตื่นเต้นให้เด็กได้เห็นตัวละครจากนิทานจริงๆ สามารถแสดงการเคลื่อนไหวในการแปรงฟันได้ โดยมีภาคีเครือข่ายผู้มีความเชี่ยวชาญในการผลิต ออกแบบ จัดทำต้นแบบสื่อคอสเพลย์การ์ตูนเด็กส่งเสริมการแปรงฟันจากนิทานคุณฟองนักแปรงฟัน ซึ่งในสื่อคอสเพลย์ฯ ประกอบด้วย 1) ชุดผ้าเอี๊ยม 2) หัวเฟสชิวรูปตัวละคร 3) แปรงฟัน 6 ด้ามรวมทั้งหมด จำนวน 6 ชุดๆละ 6 ตัวละคร (คุณฟองนักแปรงฟัน คุณหมี คุณปลา คุณฮิปโป คุณช้าง คุณจระเข้ ) นำต้นแบบสื่อคอสเพลย์การ์ตูนเด็กส่งเสริมการแปรงฟันจากนิทานคุณฟองนักแปรงฟันและหนังสือนิทานคุณฟองนักแปรงฟัน ไปใช้พื้นที่ดำเนินงานร่วมกับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลหนองหอย, ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลหนองผึ้ง, ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลแม่ปูคา, ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลบวกค้าง และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลป่าแดด จังหวัดเชียงใหม่ โดยให้ผู้ปกครองใช้งานเป็นเวลา 1 เดือน ภายใต้การติดตามและกระตุ้นของครูพี่เลี้ยง, ครูผู้ดูแลเด็กเล็ก สังกัดศูนย์เด็กเทศบาลในจังหวัดเชียงใหม่ วิธีการติดตามโดยครูพี่เลี้ยงอ่านหนังสือนิทานคุณฟอง จากนั้นให้เด็กนักเรียนทำการแสดงสวมใส่ชุดคอสเพลย์ตามตัวละครในหนังสือนิทานคุณฟองนักแปรงฟัน โดยทำการสลับหมุนเวียนเด็กมาแสดงเป็นตัวละครนั้นๆ ครูพี่เลี้ยงจดบันทึกผลพฤติกรรม ความพึงพอใจในแบบประเมินสื่อฯ ผลการศึกษาโครงการจัดทำต้นแบบสื่อคอสเพลย์การ์ตูนเด็กส่งเสริมการแปรงฟันจากนิทานคุณฟองนักแปรงฟัน ถูกพัฒนาขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เด็กรักการแปรงฟัน และเพื่อให้ครู เจ้าหน้าที่ ใช้สื่อเป็นเครื่องมือในการสอนแปรงฟันในเด็ก สามารถสรุปผลการศึกษาได้ดังนี้ 1) ผลประเมินความพึงพอใจด้านโครงการฯ โดยกลุ่มผู้ใช้ที่มีความเกี่ยวข้องกับงาน จำนวน 24 ท่าน โดยสามารถพิจารณาในแต่ละด้านได้ดังนี้ 1.1) ด้านวัตถุประสงค์ ผลการประเมินความพึงพอใจพบว่า สื่อในการนำเสนอได้ชัดเจน ตรงตามวัตถุประสงค์ของผู้ใช้งานในระดับดีมาก โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.79 1.2) ด้านการออกแบบสื่อ ผลการประเมินความพึงพอใจพบว่า สื่อมีความน่าสนใจ เข้าใจง่ายต่อผู้ใช้งานในระดับดีมาก โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.74 เด็กมีความกระตือรือร้นในการใช้สื่อในระดับดีมาก โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.75 สื่อมีความเหมาะสมกับวัยของเด็กในระดับดีมาก โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.71 สื่อจัดองค์ประกอบได้เหมาะสมกับเนื้อหาของนิทานคุณฟองสอนแปรงฟัน เช่น ตัวการ์ตูนรูปสัตว์ แปรงฟันในระดับดีมาก โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.75 และสื่อที่ออกแบบมีการแทรกกิจกรรมการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับเนื้อหา และวัตถุประสงค์ในระดับดีมาก โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.76 1.3) ด้านคุณค่าและประโยชน์ที่ได้รับ ผลการประเมินความพึงพอใจพบว่า สื่อช่วยส่งเสริมให้เด็กรักการแปรงฟันในระดับดีมาก โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.75 สื่อสร้างแรงจูงใจให้เด็กให้เด็กสนใจเรื่องการแปรงฟันในระดับดีมาก โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.93 และเด็กเกิดจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์เรื่องการแปรงฟันในระดับดีมาก โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.71 โดยมีข้อเสนอแนะอื่นๆ คือ อยากได้ภาพสัตว์ตัวใหญ่ๆ มองระยะไกลไม่ชัด, สื่อคอสเพลย์การ์ตูนควรมอบให้ทุกศูนย์ฯเด็ก, นิทานและสื่อเหมาะสมกับเด็ก สามารถกระตุ้นพัฒนาการเด็กให้รักการอ่าน และสื่อคอสเพลย์การ์ตูนเข้าใจง่าย เด็กให้ความสนใจดี จากผลการนำสื่อคอสเพลย์ไปทดลองใช้ในพื้นที่ภาคีเครือข่ายในจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 10 แห่ง ซึ่งได้รับความสนใจและความต้องการเป็นอย่างมาก ในปีงบประมาณ 2565 ผู้จัดทำโครงการและคณะ เล็งเห็นว่า สื่อคอสเพลย์การ์ตูนเด็กส่งเสริมการแปรงฟันจากนิทานคุณฟองนักแปรงฟัน มีประโยชน์ในการเสริมสร้างให้เด็กรักการแปรงฟัน โดยมีความประสงค์จะขยายสื่อฯไปยังพื้นที่เครือข่ายศูนย์อนามัยที่ 1-12, สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง กทมฯ และศูนย์อนามัยชาติพันธุ์ชายขอบและแรงงานข้ามชาติ เพื่อให้ภาคีเครือข่ายนำไปดำเนินการใช้ในพื้นที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการ ต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
8.1 เพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจให้เด็กรักการแปรงฟัน 8.2 เพื่อให้ครู เจ้าหน้าที่ ใช้สื่อเป็นเครื่องมือในการสอนแปรงฟันในเด็ก

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.สื่อคอสเพลย์การ์ตูนเด็กส่งเสริมการแปรงฟันจากนิทานคุณฟองนักแปรงฟัน 32 ชุด
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : หน่วยงานได้รับสื่อคอสเพลย์การ์ตูนเด็กส่งเสริมการแปรงฟันจากนิทานคุณฟองนักแปรงฟันไปใช้ 14 หน่วยงาน
2.เชิงคุณภาพ : ร้อยละความพึงพอใจของผู้ใช้สื่อคอสเพลย์การ์ตูนเด็กส่งเสริมการแปรงฟันจากนิทานคุณฟองนักแปรงฟัน 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
10.1 จัดทำแผนการดำเนินงานโครงการและตั้งคณะทำงาน 10.2 ประชาสัมพันธ์ และเชิญกลุ่มเป้าหมายเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมของโครงการ 10.3 จัดทำโครงการและขออนุมัติการดำเนินงาน 10.4 จัดทำสื่อคอสเพลย์การ์ตูนเด็กส่งเสริมการแปรงฟันจากนิทานคุณฟองนักแปรงฟันพร้อมวีดีโอสอนการใช้สื่อฯ (แบบออนไลน์) 10.5 ส่งมอบสื่อต้นแบบคอสเพลย์การ์ตูนเด็กแก่พื้นที่ดำเนินงาน จำนวน 32 ชุด 10.6 ติดตามประเมินผลการดำเนินงานทุกกิจกรรมของโครงการ เดือน ธันวาคม 2564 - จัดทำเครื่องมือและประเมินผลการใช้สื่อต้นแบบฯ เดือน ธันวาคม 2564 10.7 สรุปและจัดทำรายงานผลการดำเนินงานของโครงการเดือนสิงหาคม-กันยายน 2565

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 พัฒนาต่อยอดสื่อคอสเพลย์การ์ตูนเด็กจากนิทานเรื่องคุณฟองนักแปรงฟัน 32 ชุด 1 ต.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 150,640.00
รวมเป็นเงิน 150,640.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
150,640.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
14.1 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ศูนย์อนามัยที่ 1-12 14.2 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง กทมฯ 14.3 ศูนย์อนามัยชาติพันธุ์ชายขอบและแรงงานข้ามชาติ 14.4 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่เข้าร่วมโครงการปี 2564 จำนวน 10 แห่ง

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
15.1 ครูพี่เลี้ยง/ผู้ดูแลเด็ก ณ ศูนย์เด็กเล็กศูนย์อนามัยที่ 1-12, สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง กทมฯ และศูนย์อนามัยชาติพันธุ์ชายขอบและแรงงานข้ามชาติ (14 แห่งๆละ 2 ชุด รวมทั้งหมด จำนวน 28 ชุด) 15.2 ครูพี่เลี้ยงศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่เข้าร่วมโครงการปี 2564 จำนวน 4 แห่งๆละ 1 ชุด (ที่ยังไม่ได้รับ) 15.2 ครูพี่เลี้ยงศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่เข้าร่วมโครงการปี 2564 จำนวน 5 แห่งๆละ 1 ชุด (ได้รับสื่อแล้วปี 2564)

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
16.1 ศูนย์เด็กเล็กพื้นที่ของภาคีเครือข่าย 16.2 ครูพี่เลี้ยง เจ้าหน้าที่ทันตภิบาล ภาคีเครือข่ายผู้ใช้สื่อในการสอนแปรงฟัน

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นางสาวภาวิณี วรรณศรี ตำแหน่ง นักวิเทศสัมพันธ์ นางน้ำผึ้ง รัตนพิบูลย์ ตำแหน่ง เจ้าพนักงานทันตสาธารณสุขชำนาญงาน นางสาววิสเพ็ญ กิจธเนศ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ นางสาวสุทธิกานต์ กันตี ตำแหน่ง บรรณารักษ์

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวภาวิณี วรรณศรี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายแมนสรวง วงศ์อภัย ตำแหน่ง ทันตแพทย์เชี่ยวชาญ (ด้านทันตสาธารณสุข)

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายแมนสรวง วงศ์อภัย ตำแหน่ง ผู้อำนวยการศูนย์ทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์ทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศ
ลำดับที่ : 8

1. ชื่อโครงการ :
โครงการพัฒนาชุดหนังสือสอนเรื่องราวทางสังคม (social stories) เพื่อส่งเสริมทันตสุขภาพสำหรับเด็กออทิสติก

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
7) ร้อยละของเด็กอายุ 12 ปี ปราศจากฟันผุ (caries free)

4. cluster :
วัยเรียนและวัยรุ่น

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 24 ) 6.4 พัฒนาระบบและกลไกการเข้าถึงบริการส่งเสริมสุขภาพเด็กพิเศษแบบองค์รวมอย่างมีคุณภาพ
5.2 โครงการสำคัญ โครงการโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพแนวใหม่ (New HPS Plus HL)

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
ภาวะออทิสติก หมายถึง ความผิดปกติของพัฒนาการเด็กรูปแบบหนึ่ง มีลักษณะเฉพาะคือ ไม่สามารถพัฒนาทักษะสังคม ทักษะทางภาษา และการสื่อความหมายได้เหมาะสมตามวัย เด็กที่ภาวะออทิสติกจะมีอาการแตกต่างกันในแต่ละคน อาจกล่าวได้ว่าสิบคนก็สิบแบบ ร้อยคนก็ร้อยแบบ ซึ่งมีการใช้คำว่า Autistic spectrum ที่สื่อถึงอาการที่แตกต่างกันเหมือนการไล่สีของสายรุ้ง แต่ก็มีลักษณะร่วมคล้ายกัน ที่เรียกว่า ออทิสติก คือเด็กอยู่ในโลกของตัวเองมาก สนใจสิ่งแวดล้อมน้อย เรียกไม่หัน ไม่สบตา ไม่สนใจใคร โต้ตอบไม่เป็น เล่นไม่เหมาะสม จินตนาการไม่เป็น ไม่พูดหรือพูดไม่รู้เรื่อง พูดเป็นภาษาต่างดาว ทำอะไรซ้ำๆ เป็นแบบแผน ไม่ยืดหยุ่น สนใจบางอย่างแบบหมกมุ่น ไม่มีประโยชน์ ในรายที่อยู่ในโลกของตัวเองมาก จะกระตุ้นตัวเองเป็นระยะ เช่น หมุนตัว โยกตัว เขย่งเท้า สะบัดมือ เล่นมือ เล่นเสียง เป็นต้นในด้านภาษาเด็กหลายคนเริ่มพูดได้ แต่เป็นลักษณะพูดซ้ำๆ พูดเลียนแบบโดยไม่เข้าใจความหมาย พูดเรียงประโยคไม่ถูกต้อง หรือตอบคำถามไม่เป็น และยังไม่ทราบสาเหตุของความผิดปกติที่แน่ชัด1 จากรายงานของกรมสุขภาพจิตพบว่าคนไทยมีภาวะออทิสติกที่ตรวจพบได้ 18,200 คน และมีไม่ถึง 100คน ที่สามารถพึ่งพาคนเองได้อย่างเต็มที่จนกระทั่งมีอาชีพเลี้ยงตนเองได้2 และมีการสำรวจพบว่าความชุกของเด็ก1-4ปีที่มีภาวะออทิสติกในประเทศไทยอยู่ที่ 48.1: 10,000 คน ซึ่งพบมากถึง 90.6 : 10,000 คน ในภาคกลาง3 จากข้อมุลพบว่ายังมีช่องว่างเรื่องการพัฒนาทักษะชีวิตของบุคคลออทิสติกที่ควรได้รับการดูแลส่งเสริมในทุกช่วงวัยอย่างต่อเนื่องเร่งด่วน ทั้งนี้การฝึกพัฒนาการเด็กออทิสติกควรเริ่มให้เร็วที่สุดที่ได้รับการวินิจฉัย โดยส่วนมากแล้วอยู่ที่อายุตั้งแต่ 2 ขวบขึ้นไป โดยการเข้ารับการฟื้นฟูรอบด้าน เช่น การส่งเสริมพลังครอบครัว ฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์อันได้แก่ การแก้ไขการพูด (Speech Therapy) และกิจกรรมบำบัด (Occupational Therapy) การฟื้นฟูสมรรถภาพทางการศึกษา (Educational Rehabilitation) โดยจะมีแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (Individualized Education Program; IEP) จำเป็นต้องออกแบบให้เหมาะสมกับความสามารถ ความบกพร่อง และความสนใจของเด็กแต่ละคน และที่สำคัญการฟื้นฟูสมรรถภาพทางสังคม (Social Rehabilitation)เป็นการฝึกฝนทักษะในชีวิตประจำวัน และการฝึกฝนทักษะสังคม เพื่อให้บุคคลออทิสติกสามารถดำรงชีวิตในสังคมได้ตามปกติทักษะสังคม อาจกล่าวได้ว่าทักษะทางสังคมเป็นความบกพร่องที่สำคัญของเด็กออทิสติก ดังนั้นจึงต้องให้การฝึกฝนด้านนี้เป็นพิเศษ ซึ่งทำได้โดยจำลองเหตุการณ์ หรือสถานการณ์ทางสังคมต่างๆ เพื่อให้ทดลองปฏิบัติจนเกิดความชำนาญ หรือการสอนโดยให้จดจำรูปแบบบทสนทนาในสถานการณ์ต่างๆ เพื่อนำมาใช้โดยตรง หรือที่ถูกเรียกว่าหนังสือการสอนเรื่องราวทางสังคม (Social Story) 1 หนังสือสอนเรื่องราวทางสังคม(social stories) หมายถึง หนังสือตามแนวคิดของ แครอล เกรย์ ซึ่งพัฒนาขึ้นเมื่อปี 19914 และเป็นที่นิยมจนถึงปัจจุบันในการเรียนรู้สำหรับเด็กออทิสติก โดยหนังสือเรื่องหนึ่งจะเล่าถึงสถานการณ์เจาะจงหนึ่งๆที่เด็กจะต้องเจอ และแสดงแนวทางการตอบสนองที่พึงประสงค์ของแต่ละสถานการณ์นั้น เพื่อช่วยให้เด็กออทิสติกสามารถเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคม เข้าใจอารมณ์ ความรู้สึกของผู้อื่น และวิธีปฏิบัติตนที่เหมาะสมในสถานการณ์นั้นได้ ใช้ได้ตั้งแต่สถานการณ์ที่เป็นกิจวัตรประจำวันไปจนถึงสถานการณ์เฉพาะเช่น การพบแพทย์ และการได้รับการรักษาทางทันตกรรมด้วย มีการศึกษาพบว่าการใช้หนังสือสอนเรื่องราวทางสังคมการพัฒนาทักษะทางสังคมที่ดีขึ้น และหากมีการใช้ซ้ำจะทำให้เด็กมีความสามารถในการเก็บรักษาสิ่งที่เรียนรู้ให้คงอยู่เป็นความทรงจำระยะยาว5 เทคนิคการเขียนหนังสือสอนเรื่องราวทางสังคม มีดังนี้6,7 ควรเขียนในมุมมองของเด็ก 1. ใช้ภาษาพูดที่เหมาะสมกับวัยในการเขียน 2. ภาพประกอบสอดคล้องกับภาษาที่เข้าใจง่าย 3. ใน 1 เรื่องควรมีประโยครวมกันไม่เกิน 6-10 ประโยค 4. ใช้คำพูดเชิงบวก ไม่ใช้คำว่า “ไม่” 5. ใน 1 เรื่องมีประโยค 4 แบบ ได้แก่ ประโยคบอกเล่าสถานการณ์ ประโยคบอกความรู้สึก ประโยคชี้นำ และประโยคให้สัญญา 6. หากเป็นไปได้ ควรเป็นเรื่องที่ทำขึ้นโดยเฉพาะกับเด็กแต่ละคน และเป็นสถานการณ์ที่เฉพาะที่จะเกิดขึ้นจริงๆ โดยรูปภาพที่ใช้ก็ควรจะเป็นรูปจริงๆ เช่น เป็นรูปของเด็กจริงๆ เป็นรูปของคนจริง และสถานที่จริง ที่ต้องเจอ เพื่อเด็กจะได้เรียนรู้และเชื่อมโยงไปสู่สถานการณ์ที่ต้องเจอจริงได้ดีที่สุด เทคนิคการอ่านหนังสือสอนเรื่องราวทางสังคม มีดังนี้ 1. ให้อ่านตอนเด็กอารมณ์ดี 2. ใช้เวลาอ่านเรื่องละไม่เกิน 10 นาที 3. ควรจะอ่านทุกวัน วันละมากกว่า 1 ครั้งก็ได้ 4. อ่านต่อเนื่องอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ 5. ในขณะที่อ่านให้เด็กนั่งข้างๆ หรือนั่งตรงข้าม และชี้ภาพให้เด็กดูเพื่อโยงความสนใจ หรือจับมือเด็กชี้ที่ภาพ 6. ใช้เสียงที่ไม่เบาหรือดังเกินไป โดยการทำเสียงต่ำสูงจะช่วยกระตุ้นความสนใจได้มากขึ้น 7. ในเด็กที่พูดได้หรือพอจะพูดได้ อาจจะกระตุ้นให้เด็กออกเสียงตามไปด้วย การติดตามผล 1. สังเกตว่าเด็กให้ความสนใจ มีสมาธิในการจดจ่อมากน้อยเพียงใด 2. สังเกตพฤติกรรมของเด็กขณะนั่งอ่านร่วมกันว่ามีความร่วมมือมากน้อยเพียงใด 3. สังเกตความทิศทางความเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่เป็นเป้าหมายในการเปลี่ยนแปลงนั้น จากการทบทวนวรรณกรรมพบว่าหนังสือสอนเรื่องราวทางสังคมภาษาไทยที่ถูกทำขึ้นเผยแพร่อย่างเป็นทางการในปีพ.ศ.2555 มีเนื้อหาดังต่อไปนี้ คือ การเก็บรองเท้า การเข้าร้านตัดผม การล้างมือ การแปรงฟัน การผลัดกันเล่น การนั่งรอ การกินผัก การรู้จักอารมณ์โกรธ การไปหาหมอ การกินยา การทิ้งขยะ การปิดทีวีไปกินข้าว และ การนอนหลับ ภายใต้ความร่วมมือของสถาบันราชานุกูล, ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สถาบันการ์ตูนไทย มูลนิธิเด็ก 7 สำหรับเรื่องทันตสุขภาพยังไม่พบการเผยแพร่หนังสือสอนเรื่องราวทางสังคมสำหรับเด็กออทิสติกที่เป็นทางการ แต่พบการศึกษาการใช้ภาพในการสื่อสารกระบวนการรักษาทางทันตกรรมซึ่งเน้นการสื่อสารขั้นตอน แต่ไม่เน้นรายละเอียดของทักษะทางสังคมในภาพเหล่านั้น 8,9 อย่างไรก็ตาม ในชีวิตของบุคคลหนึ่งต้องพบเจอเหตุการณ์มากมายในชีวิต ตั้งแต่เล็กจนโต และการสอนเด็กออทิสติกนั้น สมควรอย่างยิ่งที่จะต้องมีสื่อการสอนเรื่องราวทางสังคมในประเด็นที่หลากหลายมุมมากที่สุด เพื่อให้เด็กออทิสติกเรียนรู้ และมีพฤติกรรมที่เหมาะสมในหลายมิติของชีวิต จะเห็นว่าหนังสือสอนเรื่องราวทางสังคมที่เป็นภาษาไทยและถูกเผยแพร่พร้อมใช้งานในปัจจุบันนั้นยังมีจำกัดทั้งจำนวนและประเด็นเนื้อหา ทางศูนย์ทันตสาธารณสุขและภาคีเครือข่ายสหวิชาชีพจึงเห็นควรพัฒนาหนังสือสอนเรื่องราวทางสังคมสำหรับเด็กออทิสติก ในประเด็นการเตรียมตัวเพื่อการรับบริการทางทันตกรรม เพื่อส่งเสริมทักษะทางสังคมที่จำเป็นนี้แก่เด็กออทิสติก ซึ่งจะส่งผลต่อชีวิตในวัยผู้ใหญ่ต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
8.1 เพื่อพัฒนาชุดหนังสือสอนเรื่องราวทางสังคม(social stories)เพื่อส่งเสริมทันตสุขภาพ สำหรับเด็กออทิสติก 8.2 เพื่อชุดแผ่นภาพคำศัพท์เพื่อส่งเสริมทันตสุขภาพสำหรับเด็กออทิสติก 8.3 เพื่อเพิ่มศักยภาพการสื่อสารของเด็กที่มีอุปสรรคด้านทักษะทางสังคมให้เข้าถึงประเด็นการ ส่งเสริมสุขภาพและสนับสนุนการเข้าถึงบริการส่งเสริมสุขภาพเด็กพิเศษอย่างมีคุณภาพ

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.จำนวนภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ของเด็กออทิสติกที่มีชุดหนังสือสอนเรื่องราวทางสังคม (social stories) เพื่อสื่อสารกับเด็กออทิสติก 15 แห่ง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : ชุดหนังสือสอนเรื่องราวทางสังคม (social stories) เพื่อส่งเสริมทันตสุขภาพสำหรับเด็กออทิสติก 4 เรื่อง
2.เชิงคุณภาพ : ร้อยละความพึงพอใจของภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ ของเด็กออทิสติก ที่ใช้ชุดหนังสือสอนเรื่องราวทางสังคม (social stories) 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
๑๐.๑. ศึกษาความต้องการใช้ชุดหนังสือสอนเรื่องราวทางสังคม(social stories)เพื่อส่งเสริมทันตสุขภาพสำหรับเด็กออทิสติก ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ผู้ปกครอง และภาคีเครือข่าย 10.2. ประชุมรับฟังความคิดเห็นผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องและ ร่วมออกแบบเนื้อหาและรูปแบบ ชุดหนังสือสอนเรื่องราวทางสังคม(social stories)เพื่อส่งเสริมทันตสุขภาพสำหรับเด็กออทิสติก ๑๐.๓. พัฒนาต้นแบบที่1 ของชุดหนังสือสอนเรื่องราวทางสังคม(social stories)เพื่อส่งเสริมทันตสุขภาพสำหรับเด็กออทิสติก และแผ่นภาพคำศัพท์เพื่อการสื่อสารด้านทันตสุขภาพสำหรับเด็ก ออทิสติก 10.4 ประชุมรับฟังความคิดเห็นผุ้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับต้นแบบที่1 10.5 จ้างเหมาออกแบบและจัดทำชุดหนังสือสอนเรื่องราวทางสังคม(social stories) เพื่อส่งเสริมทันตสุขภาพสำหรับเด็กออทิสติกพร้อมวิดีโอสาธิตวิธีการใช้ จำนวน 20 ชุด 10.6 จ้างเหมาออกแบบ แผ่นภาพคำศัพท์เพื่อการสื่อสารด้านทันตสุขภาพสำหรับเด็กออทิสติก 10.7 พิมพ์และเคลือบแผ่นภาพคำศัพท์เพื่อการสื่อสารด้านทันตสุขภาพสำหรับเด็กออทิสติก 10.8 ส่งชุดหนังสือสอนเรื่องราวทางสังคม(social stories)เพื่อส่งเสริมทันตสุขภาพสำหรับ เด็กออทิสติก ผ่านทางภาคีเครือข่ายหรือทางไปรษณีย์ไปยังกลุ่มเป้าหมายเพื่อประเมินผล ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่สถาบันพัฒนาการเด็กราชนครินทร์ อาจารย์มหาวิทยาลัย สถาบันราชานุกูล ครูศูนย์การศึกษาพิเศษ เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานโดยตรงในการสอนเด็กที่มีความต้องการพิเศษและผู้ปกครองเด็กที่มีความต้องการพิเศษที่สนใจ จำนวน 15 ชุด 10.9 ส่งแผ่นภาพคำศัพท์เพื่อการสื่อสารด้านทันตสุขภาพสำหรับเด็กออทิสติก 77 ชุด ไปยังศูนย์การศึกษาพิเศษทั่วประเทศ 10.10 ศึกษาความพึงพอใจของกลุ่มเป้าหมาย 10.11 ประเมินผลการดำเนินงาน

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางและผู้เกี่ยวข้อง 2 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 พ.ย. 2564 7,600.00
2 พัฒนาชุดหนังสือสอนเรื่องราวทางสังคม(social stories) 20 ชุด 1 มี.ค. 2565 - 31 มี.ค. 2565 107,000.00
รวมเป็นเงิน 114,600.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
114,600.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 31 มี.ค. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
14.1. ภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ของเด็กออทิสติก ได้แก่ เจ้าหน้าที่สถาบันพัฒนาการเด็กราชนครินทร์ อาจารย์มหาวิทยาลัย สถาบันราชานุกูล ครูศูนย์การศึกษาพิเศษ 14.2. ศูนย์ทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศ

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
15.1. ภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ของเด็กออทิสติก ได้แก่ เจ้าหน้าที่สถาบันพัฒนาการเด็กราชนครินทร์ อาจารย์มหาวิทยาลัย สถาบันราชานุกูล ครูศูนย์การศึกษาพิเศษ เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานโดยตรงในการสอนเด็กที่มีความต้องการพิเศษ 12 คน 15.2. ศูนย์ทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศจำนวน 8 คน

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
16.1. ภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ของเด็กออทิสติก ได้แก่ เจ้าหน้าที่สถาบันพัฒนาการเด็กราชนครินทร์ อาจารย์มหาวิทยาลัย สถาบันราชานุกูล ครูศูนย์การศึกษาพิเศษ เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานโดยตรงในการสอนเด็กที่มีความต้องการพิเศษ 10 คน 16.2. ครูศูนย์การศึกษาพิเศษ 77 แห่ง 16.3. ผู้ปกครองเด็กออทิสติก 5 คน

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. นางสาวทัศนา ฤทธิกุล ตำแหน่งทันตแพทย์ชำนาญการ 2. นางสาวพัชราภรณ์ กาวิละ ตำแหน่งทันตแพทย์ชำนาญการ 3. นางสาวน้ำผึ้ง รัตนพิบูลย์ ตำแหน่งเจ้าพนักงานทันตสาธารณสุขชำนาญงาน 4. นางสาวกรวิภา วุฒิจูรีพันธ์ ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 5. นางสาววิสเพ็ญ กิจธเนศ ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุข 6. นางสาวสุทธิกานต์ กันตี ตำแหน่งบรรณารักษ์ 7. นางสาวภาวิณี วรรณศรี ตำแหน่งนักวิเทศสัมพันธ์

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวทัศนา ฤทธิกุล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายแมนสรวง วงศ์อภัย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายแมนสรวง วงศ์อภัย ตำแหน่ง ผู้อำนวยการศูนย์ทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์ทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศ
ลำดับที่ : 9

1. ชื่อโครงการ :
โครงการพัฒนาปรับปรุงและผลิตสื่อภาพกระบวนการแปรงฟันเพื่อสร้างความรอบรู้ให้ภาคีเครือข่ายและผู้ปกครองในการดูแลสุขภาพช่องปากเด็กที่มีความต้องการพิเศษ

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
7) ร้อยละของเด็กอายุ 12 ปี ปราศจากฟันผุ (caries free)

4. cluster :
วัยเรียนและวัยรุ่น

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 24 ) 6.4 พัฒนาระบบและกลไกการเข้าถึงบริการส่งเสริมสุขภาพเด็กพิเศษแบบองค์รวมอย่างมีคุณภาพ
5.2 โครงการสำคัญ โครงการโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพแนวใหม่ (New HPS Plus HL)

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
ในปี 2563 ศูนย์ทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศได้ดำเนินงาน “โครงการพัฒนาสื่อด้าน ทันตสุขภาพในกลุ่มเด็กที่มีความต้องการพิเศษ” ส่งเสริมการเข้าถึงบริการสุขภาพเด็กพิเศษ ด้านส่งเสริมสุขภาพเด็กพิเศษ ได้ผลงาน สื่อภาพการแปรงฟัน สำหรับผู้ดูแลสุขภาพช่องปากเด็กที่มีความต้องการพิเศษ และในปี พ.ศ.2564 ดำเนินงานโครงการการเผยแพร่องค์ความรู้สื่อภาพกระบวนการแปรงฟันเพื่อสร้างความรอบรู้ให้ภาคีเครือข่ายและผู้ปกครองในการดูแลสุขภาพช่องปากเด็กที่มีความต้องการพิเศษ นำขยายผลการใช้สื่อภาพการแปรงฟันให้ผู้ดูแลสุขภาพช่องปากเด็กที่มีความต้องการพิเศษ ให้กับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ ต่อกลุ่มเป้าหมายของแต่ละพื้นที่ และติดตามประเมินการใช้สื่อภาพดังกล่าวของภาคีเครือข่ายศูนย์การศึกษาพิเศษและผู้ปกครองในการดูแลสุขภาพช่องปากเด็กที่มีความต้องการพิเศษ จากรายงานสรุปผลติดตามประเมินการใช้สื่อภาพข้างต้นมีข้อเสนอแนะในเรื่อง ความคงทน สื่อที่ทำจากตีนตุ๊กแกชอบหลุด อยากแนะนำให้ใช่เป็นแผ่นแม่เหล็กหรือวัสดุอื่นๆ ในการติดแปะ มีหน่วยงานศูนย์การศึกษาพิเศษ ศูนย์วิชการภายสังกัดกรมอนามัย มีความต้องการขอสนับสนุนสื่อภาพเพิ่มสำหรับไว้ฝึกนักเรียนที่มารับบริการที่หน่วยบริการประจำอำเภออื่นๆและแจกให้ผู้ปกครองเด็กที่มีความต้องการพิเศษจำนวน 967 ชุด/86แห่ง ดังนั้นในปี 2565 ศูนย์ทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศ จึงได้จัดทำการโครง “พัฒนาปรับปรุงและผลิตสื่อภาพกระบวนการแปรงฟันเพื่อสร้างความรอบรู้ให้ภาคีเครือข่ายและผู้ปกครองในการดูแลสุขภาพช่องปากเด็กที่มีความต้องการพิเศษ” ขึ้นเพื่อพัฒนาปรับปรุงขายายผลต่อยอดให้กับผู้ที่มีความต้องการนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
8.1 เพื่อพัฒนาปรับปรุงสื่อภาพการแปรงฟันให้มีคุณภาพเพิ่มขึ้นต่อการนำไปใช้ 8.2 เพื่อให้เด็กที่มีความต้องการพิเศษมีทันตสุขภาพที่ดีขึ้น 8.3 เพื่อขยายผลงานสื่อภาพการแปรงฟันให้ผู้ดูแลสุขภาพช่องปากเด็กที่มีความต้องการพิเศษ 8.4 เพื่อพัฒนาเพิ่มศักยภาพผู้ดูแลในการดูแลสุขภาพช่องปากเด็กที่มีความต้องการพิเศษ

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ภาคีเครือข่ายและผู้ปกครองได้รับสื่อภาพกระบวนการแปรงฟันในการดูแลสุขภาพช่องปากเด็กที่มีความต้องการพิเศษ 100 แห่ง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : สื่่อภาพกระบวนการแปรงฟัน 450 ชุด
2.เชิงปริมาณ : ร้อยละความพึงพอใจของภาคีเครือข่ายต่อการใช้สื่อภาพกระบวนการแปรงฟัน 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1. จัดทำแผนการดำเนินงานโครงการ 2. พัฒนาการปรับปรุงสื่อภาพการแปรงฟันที่จะขยายผลให้ภาคีเครือข่ายตามข้อเสนอแนะจากรายสรุปผลการติดตามประเมินการใช้สื่อภาพ 3. ขออนุมัติจัดจ้างผลิตสื่อภาพกระบวนการแปรงฟัน 4. ส่งมอบสื่อภาพกระบวนการแปรงฟันแก่ภาคีเครือข่ายกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ 5. จัดทำเครื่องมือการติดตามประเมินผลการใช้สื่อภาพฯภาคีเครือข่ายกลุ่มเป้าหมาย 6. ติดตามประเมินผลการใช้สื่อภาพฯภาพภาคีเครือข่ายกลุ่มเป้าหมาย 7. สรุปผลประเมินผลจัดทำรายงานโครงการ

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 พัฒนาปรับปรุงสื่อภาพกระบวนการแปรงฟัน 450 ชุด 1 ต.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 117,000.00
รวมเป็นเงิน 117,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
117,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
ศูนย์ทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศ สำนักทันตสาธารณสุข

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
บุคลากรหน่วยงานศูนย์ทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศ จำนวน 3 คน

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
16.1 ภาคีเครือข่ายผู้ดูแลเด็กที่มีความต้องการพิเศษ สังกัดศูนย์การศึกษาพิเศษ จำนวน 86 แห่ง 16.2 ศูนย์อนามัยที่ 1- 12, สสม และ ศอช จำนวน 13 แห่ง 16.3 ภาคีเครือข่าย สำนักทันตสาธารสุข คณะทันตแพทย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สถาบันพัฒนาการเด็กราชนครินท์ จ.เชียงใหม่ สถาบันพัฒนาการเด็กราชานุกูล ศูนย์การศึกษาพิเศษเขต 8 จำนวน 6 แห่ง

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
18.1 นางสาวทัศนา ฤทธิกุล ตำแหน่ง ทันตแพทย์ชำนาญการ 18.3 นางน้ำผึ้ง รัตนพิบูลย์ ตำแหน่งเจ้าพนักงานทันตสาธารณสุขชำนาญงาน 18.5 นางสาววิสเพ็ญ กิจธเนศ ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุข 18.6 นางสาวสุทธิกานต์ กันตี ตำแหน่งบรรณารักษ์

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางน้ำผึ้ง รัตนพิบูลย์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายแมนสรวง วงศ์อภัย ตำแหน่ง ทันตแพทย์เชี่ยวชาญ (ด้านทันตสาธารณสุข)

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายแมนสรวง วงศ์อภัย ตำแหน่ง ผู้อำนวยการศูนย์ทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์ทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศ
ลำดับที่ : 10

1. ชื่อโครงการ :
โครงการขับเคลื่อนองค์กรแห่งการเรียนรู้

2. ยุทธศาสตร์ :

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
23) จำนวนงานวิจัย หรือ ผลงานวิชาการ หรือ นวัตกรรมที่ดำเนินการได้อย่างน้อง 1 เรื่องในรอบปี

4. cluster :
สำนักคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 89 ) 24.1 พัฒนาระบบและกลไกการขับเคลื่อนองค์กรแห่งการเรียนรู้ งานวิจัยและนวัตกรรมด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม
5.2 โครงการสำคัญ โครงการส่งเสริมการสร้างและพัฒนางานวิจัยองค์ความรู้ และนวัตกรรมด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม กรมอนามัย

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
เนื่องด้วยศูนย์ทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศ มีพันธกิจ ในการวิจัย สังเคราะห์องค์ความรู้ และพัฒนานวัตกรรมด้านทันตสาธารณสุข เพื่อถ่ายทอดสู่ภาคีเครือข่ายและประชาชน มุ่งเน้นการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้โดยมีการสร้างความพร้อมทั้งด้านงานวิชาการและงานสนับสนุน ทั้งยังมีการผลักดันให้บุคลากรมีความรู้และความเข้าใจบทบาทพันธกิจ ตลอดจนมีการต่อยอดและขยายผลการดำเนินงาน ให้บุคลากรสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเริ่มจากการให้ความสำคัญของผู้บริหารและบุคลากรทุกคนให้ความร่วมมือพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง โดยมีการปรึกษาหารือร่วมกัน ซึ่งเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมและมีจุดมุ่งหมายรวมกันของบุคลากรในหน่วยงาน เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในองค์ความรู้ที่สำคัญตลอดจนทำให้เกิดการปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูง โดยมีผลต่อการปฏิบัติราชการตามภารกิจของงานได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน และผลจากการสำรวจความต้องการในการจัดกิจกรรมองค์กรแห่งการเรียนรู้ของหน่วยงานประจำปีงบประมาณ 2565 ที่บุคลากรต้องการเข้าร่วมได้แก่ การสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ คิดเป็นร้อย 70 การสร้างนวัตกรรมคิดเป็นร้อยละ 46.6 การพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย R2R คิดเป้นร้อยละ 40 การจัดทำแผนงาน/โครงการ ระเบียบการเงิน และพัสดุตามลำดับ คิดเป็นร้อยละ 36.6 ดังนั้น เพื่อให้เกิดการพัฒนาความรู้ด้านวิชาการและความเข้าใจในงานสนับสนุน หน่วยงานศูนย์ทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศ จึงจัดทำโครงการขับเคลื่อนองค์กรแห่งการเรียนรู้ : ศูนย์ทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศ ปี 2565 ขึ้น

8. วัตถุประสงค์ :
๘.๑ เพื่อให้บุคลากรของหน่วยงาน มีการพัฒนาเรียนรู้ของตนเองอย่างต่อเนื่อง ๘.๒ หน่วยงานมีผลผลิตงานวิชาการด้านวิจัย นวัตกรรม เทคโนโลยี ๘.๓ เพื่อให้เกิดการการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภายในองค์กร และเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ (LO)

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.หน่วยงานมีผลงานด้านงานวิจัย องค์ความรู้ และนวัตกรรมถูกนำไปเผยแพร่แหล่งต่าง ๆ เช่น เว็บไซต์, จดหมายข่าว, วารสาร หรือนำเสนอในเวทีประชุมวิชาการต่าง ๆ ฯลฯ 4 เรื่อง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : บุคลากรได้รับองค์ความรู้ด้านการพัฒนางานวิจัย นวัตกรรม และเทคโนโลยี 20 คน
2.เชิงคุณภาพ : ร้อยละของผู้เข้าประชุมมีความพึงพอใจต่อการเข้าร่วมประชุม 85 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
10.1 ทบทวนองค์ความรู้ สถานการณ์การดำเนินงานด้านทันตสุขภาพของหน่วยงาน 10.2 จัดทำโครงการจัดประชุม 10.3 แต่งตั้งคณะทำงานการประชุม 10.4 ประสานงานเสนอแผนการจัดประชุมต่อผู้อำนวยการ 10.5 จัดทำโครงการจัดประชุม 10.6 ประสานวิทยากรถ่ายทอดความรู้ 10.7 จัดทำหนังสือเวียน และเชิญประชุม 10.8 ดำเนินการประชุมตามกำหนดการ 10.9 สรุปผลการประชุม 10.10 ติดตามประเมินผล

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 พัฒนาบุคลากรหน่วยงาน 4 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 31 ก.ค. 2565 59,050.00
รวมเป็นเงิน 59,050.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
59,050.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 31 ก.ค. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
ห้องประชุมศูนย์ทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศ

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
บุคลากรหน่วยงานศูนย์ทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศ 30 คน

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
บุคลากรหน่วยงานศูนย์ทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศ

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
18.1 นางสาวสุทธิกานต์ กันตี ตำแหน่ง บรรณารักษ์ 18.2 นางน้ำผึ้ง รัตนพิบูลย์ ตำแหน่ง เจ้าพนักงานทันตสาธารณสุขชำนาญงาน 18.3 นางสาววิสเพ็ญ กิจธเนศ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 18.4 นางสาวกรวิภา วุฒิจูรีพันธุ์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 18.5 นางสาวภาวิณี วรรณศรี ตำแหน่ง นักวิเทศสัมพันธ์

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวสุทธิกานต์ กันตี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายแมนสรวง วงศ์อภัย ตำแหน่ง ทันตแพทย์เชี่ยวชาญ (ด้านทันตสาธารณสุข)

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายแมนสรวง วงศ์อภัย ตำแหน่ง ผู้อำนวยการศูนย์ทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................