หน่วยงาน ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธ์ุ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ
ลำดับที่ : 1

1. ชื่อโครงการ :
โครงการพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศสนับสนุนด้านการส่งเสริมสุขภาพ และอนามัย สิ่งแวดล้อม ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ

2. ยุทธศาสตร์ :
1.5 ส่งเสริมผู้สูงอายุไทยเพื่อเป็นหลักชัยของสังคม

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
13) อายุคาดเฉลี่ยของการมีสุขภาพ (Health-Adjusted Life Expectancy : HALE)

4. cluster :
กลุ่มวัยผู้สูงอายุ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (37)12.3 พัฒนาระบบ Long Term Care
5.2 โครงการสำคัญ 12.โครงการพัฒนาระบบการดูแลด้านสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาว (Long Term Care) ในชุมชน ปี 2562

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 9) ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุเข้าถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อสุขภาวะที่ดี

7. หลักการและเหตุผล :
กลุ่มชายขอบ คือ กลุ่มที่อยู่ห่างไกลจากสังคม ไม่ได้รับการดูแล ไม่ได้รับบริการหรือความคุ้มครองจากรัฐอย่างที่คนอื่นๆ ได้รับ เป็นคนที่ต้องดูแลตนเองและมีวัฒนธรรมของตนเองที่อาจจะแตกต่างจากวัฒนธรรมของคนที่อยู่ในเมือง ซึ่งกลุ่มชายขอบที่เป็นกลุ่มเป้าหมายในการดำเนินงานของศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ ประกอบด้วย กลุ่มชาติพันธุ์จำนวน 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง กลุ่มตั้งถิ่นฐานในทะเล และกลุ่มที่อาศัยในป่า โดยมีจำนวนประชากร 1,138,107 คน และกลุ่มแรงงาน ข้ามชาติ ที่กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศจำนวน 1,445,575 คน รวมทั้งสองกลุ่มมีประชากรทั้งสิ้น 2,583,682 คน คิดเป็นร้อยละ 3.9 ของประชากรทั้งประเทศไทย จากปรากฏการณ์ใหม่ในศตวรรษที่ 21 ของประเทศไทย คือก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ จากข้อมูลพบว่าขนาดหรือจำนวนของประชากรรวม และประชากรสูงอายุที่เพิ่มขึ้น โดยคาดว่าในปี พ.ศ. 2573 ผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้น 17.7 ล้านคน เมื่อมองถึงสัดส่วนของประชากรวัยสูงอายุที่เพิ่มขึ้นจะเป็น 1 ใน 4 ในขณะที่แนวโน้มผู้สูงอายุอยู่คนเดียวหรืออยู่เพียงลำพังกับคู่สมรสเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจากการที่ประชาการสูงอายุระดับประเทศมีแนวโน้มที่เพิ่มมากขึ้น ในการนี้คาดว่าประชากรกลุ่มชายขอบ ที่ประกอบด้วย กลุ่มชาติพันธุ์ และแรงงานข้ามข้าม ก็มีแนวโน้มที่จะมากขึ้นเช่นกัน ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ เป็นหน่วยงานวิชาการมีบทบาทหน้าที่ในการพัฒนาข้อมูล สารสนเทศ องค์ความรู้ และนวัตกรรม ด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมกลุ่มคนชายขอบในกลุ่มเป้าหมายดังกล่าว ซึ่งจากการดำเนินงานที่ผ่านมาพบว่าระบบข้อมูลและสารสนเทศในปัจจุบัน ยังขาดข้อมูลพื้นฐานประชากร ข้อมูลสุขภาพ กลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มอื่นๆ ในกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ ขาดความเชื่อมโยง และแลกเปลี่ยนฐานข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งระบบข้อมูลสารสนเทศเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยในการพัฒนางานสาธารณสุขทั้งในด้านการส่งเสริมสุขภาพสุขภาพ ป้องกันโรค คุ้มครองและรักษาพยาบาล อีกทั้งยังเป็นตัวเฝ้าระวังสถานการณ์ แนวโน้ม ที่จะช่วยในการวางแผนและตัดสินใจในการดำเนินงาน โดยเฉพาะข้อมูลของกลุ่มคนชายขอบ ที่มีกลุ่มชาติพันธุ์ที่หลากหลาย และมีความแตกต่างกันทางด้านบริบทพื้นที่ วัฒนธรรม ที่แตกต่างกัน รวมถึงกลุ่มแรงงานข้ามชาติที่เข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทย ควรมีข้อมูลสารสนเทศที่แยกกลุ่มเป้าหมายจำแนกตามกลุ่มวัยที่จะช่วยในการวางแผนการดำเนินงานเพื่อจะได้สร้างกิจกรรมด้านส่งเสริมสุขภาพ และรูปแบบวิธีการแก้ไขปัญหาสุขภาพได้อย่างเหมาะสม ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศด้านการส่งเสริมสุขภาพ และอนามัยสิ่งแวดล้อมกลุ่มกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ โดยมีแนวคิดที่จะพัฒนาระบบข้อมูลและสารสนเทศด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม รวมถึงข้อมูลพื้นฐานด้านประชากรผู้สูงอายุ และกลุ่มอื่นๆ นำมาจัดระบบสารสนเทศ (Management Information System: MIS) ให้มีความเชื่อมโยง เป็นหมวดหมู่ จำแนกตามกลุ่มวัย ง่ายและสะดวกต่อการนำไปใช้ในการบริหาร การควบคุม กำกับ ติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน ตลอดจนใช้ในการตัดสินใจเชิงนโยบาย เพื่อใช้ข้อมูลมาวางแผน วิเคราะห์ เปรียบเทียบ ให้มีประสิทธิภาพและเหมาะสมพร้อมสำหรับการใช้ประโยชน์ รวมถึงการพัฒนาแก้ไขปัญหาสุขภาพของกลุ่มคนชายขอบในพื้นที่ประเทศไทยต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อศึกษาสถานการณ์ข้อมูลพื้นฐานประชากร และข้อมูลสนับสนุนด้านการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ 2. เพื่อพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศสนับสนุนด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม กลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ 3. เพื่อจัดทำรายงานสถานการณ์ข้อมูลพื้นฐานประชากร และข้อมูลสนับสนุนการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม กลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ เผยแพร่ให้กับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนผู้สนใจ

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ระบบข้อมูลสารสนเทศสนับสนุนด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ชายขอบและแรงงานข้ามชาติ (HHDC Dashboard) 1 ระบบ
2.ชุดข้อมูลพื้นฐานประชากร และข้อมูลสนับสนุนด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมผู้สูงอายุกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ 1 ชุด
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : มีรายงานสถานการณ์ข้อมูลพื้นฐานประชากร และข้อมูลสนับสนุนด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติของประเทศไทย ปี 2562 1 เรื่อง
2.เชิงคุณภาพ : มีข้อมูลสนับสนุนด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมกลุ่มชายขอบ ครบตามตัวชี้วัดกรมอนามัย 80 ร้อยละ
3.เชิงคุณภาพ : มีข้อมูลพื้นฐานประชากรกลุ่มคนชายขอบในถิ่นทุรกันดาร จำแนกตามกลุ่มวัย ครบตามพื้นที่เป้าหมาย 80 ร้อยละ
4.เชิงเวลา : ร้อยละความสำเร็จในการดำเนินงานเสร็จ ตามระยะเวลาที่กำหนด 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1 วิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders Analysis) ในการพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศ ด้านส่งเสริมสุขภาพ และอนามัยสิ่งแวดล้อม กลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ 2 ทบทวนและวิเคราะห์ ตัวชี้วัดกรมอนามัย จากระบบสารสนเทศสนับสนุนด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ของกรมอนามัย (DOH Dashboard) 3 พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศสนับสนุนด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ (HHDC Dashboard) โดยแบ่งการพัฒนาข้อมูลสารสนเทศออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 ข้อมูลตัวชี้วัดในกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ ตามตัวชี้วัดกรมอนามัย 1) คัดเลือกตัวชี้วัดของหน่วยงาน จากตัวชี้วัดกรมอนามัย 2) วิเคราะห์ข้อมูลจาก Database กรมอนามัย เพื่อมาจำแนกพื้นที่ ตามพื้นที่ดำเนินงานของหน่วยงาน 3) พัฒนาระบบการแสดงผลจากระบบสารสนเทศสนับสนุนด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ของกรมอนามัย (DOH Dashboard) ส่วนที่ 2 ข้อมูลพื้นฐานประชากรกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ 5 กลุ่มวัย (สตรีและเด็กปฐมวัย วัยเรียน วัยรุ่น วัยทำงาน ผู้สูงอายุ) และด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม 1) ศึกษา วิเคราะห์ โครงสร้างฐานมาตรฐานข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ 43 แฟ้ม กระทรวงสาธารณสุข และรายละเอียดการนำเข้าข้อมูล 43 แฟ้มในพื้นที่ ตั้งแต่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จนถึงสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด 2) ออกแบบระบบ ข้อมูลสารสนเทศข้อมูลพื้นฐานประชากรกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ จากข้อมูล 43 แฟ้ม 3) ประสานงานความร่วมมือกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ขอข้อมูล และรวบรวม 43 แฟ้มจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในพื้นที่เป้าหมาย 4) พัฒนาระบบการแสดงผลข้อมูลพื้นฐานประชากรกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ 5 กลุ่มวัย และอนามัยสิ่งแวดล้อม ใน HHDC Dashboard 5) ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศให้สมบูรณ์ 4 ทดลองใช้งานระบบข้อมูลสารสนเทศสนับสนุนด้านส่งเสริมสุขภาพปละอนามัยสิ่งแวดล้อมศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ชายขอบและแรงงานข้ามชาติ (HHDC Dashboard) และรับฟังข้อคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 5 ปรับปรุงแก้ไขข้อผิดพลาดการทำงานของระบบ จนสามารถใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์ 6 เผยแพร่ระบบข้อมูลสารสนเทศสนับสนุนด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ (HHDC Dashboard) ให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 7 จัดทำรายงานสถานการณ์ข้อมูลพื้นฐาน และข้อมูลการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม กลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ ของประเทศไทยปี 2562 ในรูปแบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์เผยแพร่ไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 วิเคราะห์ ศึกษาโครงสร้างฐานมาตรฐานข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ 43 แฟ้ม กระทรวงสาธารณสุข และรายละเอียดการนำเข้าข้อมูล 43 แฟ้มในพื้นที่ ตั้งแต่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จนถึงสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด 1 ครั้ง 16 ต.ค. 2561 - 20 ต.ค. 2561 25,160.00
2 พัฒนาระบบการแสดงผลข้อมูลพื้นฐานประชากรกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ 5 กลุ่มวัย และข้อมูลสนับสนุนด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ใน HHDC Dashboard ร่วมกับผู้เชียวชาญ 1 ครั้ง 3 ธ.ค. 2561 - 28 มิ.ย. 2562 11,720.00
3 ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศสนับสนุนด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามข้ามชาติ (HHDC Dashboard) 1 ครั้ง/คน 8 เม.ย. 2562 - 9 เม.ย. 2562 12,500.00
4 ประชุมเชิงปฏิบัติการทดลองใช้งานระบบข้อมูลสารสนเทศสนับสนุนด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ชายขอบและแรงงานข้ามชาติ (HHDC Dashboard) และรับฟังข้อคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 1 ครั้ง/คน 4 ก.ค. 2562 - 5 ก.ค. 2562 166,500.00
5 เผยแพร่/รายงานระบบข้อมูลและสารสนเทศ/ประชาสัมพันธ์หน่วยงาน 1 ครั้ง 1 ส.ค. 2562 - 30 ส.ค. 2562 5,320.00
6 รวบรวมข้อมูล 43 แฟ้มร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในพื้นที่เป้าหมาย 10 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก น่าน ตาก สมุทรสาคร ชลบุรี และนครราชสีมา 7 ครั้ง 6 พ.ย. 2561 - 26 ม.ค. 2562 128,800.00
รวมเป็นเงิน 350,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
350,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
16 ต.ค. 2561 - 30 ส.ค. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
1 พื้นที่ในถิ่นทุรกันดารตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ - โครงการหมู่บ้านพัฒนาเพื่อความมั่นคงพื้นที่ชายแดนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ - โครงการรักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของแผ่นดิน - โครงการพัฒนาเด็กและเยาวชน ตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี - โครงการภูฟ้าพัฒนาตามพระราชดำริ 2 พื้นที่ที่มีแรงงานข้ามชาติมาตรา 59 ประเภทนำเข้า ตาม MOU ที่ได้รับอนุญาตทำงาน จำนวนมากที่สุด 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสมุทรสาคร ชลบุรี ตาก และนครราชสีมา

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
กองแผนงาน กรมอนามัย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด 10 จังหวัด ได้แก่ ได้แก่ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก น่าน ตาก สมุทรสาคร ชลบุรี และนครราชสีมา

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
1 บุคลากรภายในหน่วย 2 บุคลากรในหน่วยงานกระทรวงสาธารณสุข 3 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มคนชายขอบ ในถิ่นทุรกันดาร

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1 นายวันเฉลิม ฤทธิมนต์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 2 นางสาวปวิตรา ไพทอง ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข 3 นายอนุชา รักสนิท ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข 18.4 นางสาวศุทธา อุ่นกาศ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข 18.5 นายสุรสีห์ ฉันทกุล ตำแหน่ง นักวิชาการคอมพิวเตอร์ 18.6 นายชัยวัฒน์ สุวรรณวิภาต ตำแหนง นักวิชาการคอมพิวเตอร์

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวปวิตรา ไพทอง ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายวันเฉลิม ฤทธิมนต์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางศรีวรรณ ทาวงศ์มา นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธ์ุ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ
ลำดับที่ : 2

1. ชื่อโครงการ :
โครงการพัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA) และขับเคลื่อนสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูง

2. ยุทธศาสตร์ :
4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
20) การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)
21) คะแนนการประเมินระดับคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน ตามระบบ ITA โดย ปปท.

4. cluster :
กลุ่มยุทธศาสตร์กำลังคน (HR)
กรมอนามัย

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (55)17.3 ยกระดับองค์กรสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูง (High Performance Organization : HPO)(69)21.5 ขับเคลื่อนและบริหารจัดการหน่วยงาน
5.2 โครงการสำคัญ 21. โครงการพัฒนาและขับเคลื่อนกรมอนามัย 4.0 องค์กรคุณภาพคู่คุณธรรม

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 9) ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุเข้าถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อสุขภาวะที่ดี

7. หลักการและเหตุผล :
การดำเนินงานเพื่อสนับสนุนให้หน่วยงานก้าวสู่การเป็นองค์กรสมรรถนะสูง (HPO/HLO) ตามแนวทาง PMQA หมายถึง การมีผลผลิต ผลลัพธ์จากการดำเนินงานที่ดีในทุกด้าน (หมวด 1–6) อย่างเป็นรูปธรรม โดยเน้นให้แสดงผลการดำเนินการของตัวชี้วัดที่สำคัญ ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนการเติบโตขององค์กร ผ่านการบริหารจัดการและวิธีทำงานใหม่ตามโมเดลกรมอนามัย 4.0 เพื่อมุ่งสู่องค์กรคุณภาพคู่คุณธรรม และมีการพัฒนาหน่วยงานก้าวสู่ HLO ด้วยการดำเนินงานเพื่อสนับสนุนกรมอนามัยสู่การเป็นองค์กร HPO/HLO ตามแนวทาง PMQA 7 หมวด คือ 1) หมวด 1 การนำองค์กร: มุ่งเน้น 3 ทีมหลักของหน่วยงาน (Engagement Leadership Teams) ได้แก่ ทีมนำ, ทีมยุทธศาสตร์ และทีมสื่อสารเพื่อการเรียนรู้ แสดงบทบาทผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Change Leader/ Activist) ในการขับเคลื่อนเชิงกลยุทธ์และสร้างการเติบโตองค์กร เพื่อตอบสนองต่อความสำเร็จ บรรลุวิสัยทัศน์ของหน่วยงาน 2) หมวด 2 มุ่งเน้นให้ความสำคัญด้านการนำยุทธศาสตร์ชาติ กระทรวง กรม และ นโยบายสำคัญ รวมถึงความท้าทาย/ ความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ มาใช้ประโยชน์เพื่อ การวางแผน กำกับดูแล (Regulation) และส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงทั้งภายในและภายนอก 3) หมวด 3 มุ่งเน้นให้ความสำคัญกับผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งใน ปัจจุบันและพึงมีในอนาคต เพื่อสร้างความผูกพันและสร้างความสัมพันธ์ ปรับปรุงการ ให้บริการ/ ผลผลิต รวมถึงร่วมสร้างนวตกรรม (co-creation) และสร้างความสำเร็จองค์กรในระยะยาว 4) หมวด 4 การวัด การวิเคราะห์ และการจัดการความรู้ มุ่งเน้นให้มีการบริหาร จัดการข้อมูล ความรู้ (ทบทวน/ วิเคราะห์สถานการณ์ (A2IM) บ่งชี้ข้อมูลความรู้ที่สำคัญ และจำเป็นอย่างยิ่งยวด สร้าง/ แสวงหา รวบรวม จัดเก็บให้เป็นระบบ) ให้เป็นกลไก (Input-process-output) พร้อมใช้งานเพื่อการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อปรับปรุงผลการดำเนิน สร้างความรอบรู้ให้กับประชาชนกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงสร้างการเติบโตองค์กร ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม 5) หมวด 5 การมุ่งเน้นบุคลากร ในการบริหารขีดความสามารถและอัตรากำลัง ด้านบุคลากรเพื่อให้งานของหน่วยงานบรรลุผลสำเร็จ รวมถึงมีการสร้าง สภาพแวดล้อมด้านบุคลากรที่ก่อให้เกิดผลการดำเนินการที่ดี และมีการสร้างความผูกพัน บริหารจัดการ และพัฒนาบุคลากรเพื่อนำศักยภาพของบุคลากรมาใช้อย่างเต็มที่ 6) หมวด 6 การมุ่งเน้นระบบการปฏิบัติการ การออกแบบ จัดการ ปรับปรุง ผลการดำเนินการด้านผลผลิต การบริการและกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการ ตามภารกิจ เพื่อส่งมอบคุณค่าแก่ผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และทำให้หน่วยงานประสบความสำเร็จและยั่งยืน รวมถึงสามารถเป็นองค์กรต้นแบบ“องค์กรรอบรู้ ด้านสุขภาพ” เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ให้แก่หน่วยงานอื่นๆ ได้ 7) หมวด 7 ผลลัพธ์การดำเนินการ (Results): มุ่งเน้นการแสดงผลการดำเนินงานที่เป็นเลิศ (Good Practice) ซึ่งสามารถสะท้อนความสำเร็จจากการดำเนินงานใน หมวดที่ 1-6 รวมถึงมีการปรับปรุงในด้านที่สำคัญทุกด้านของหน่วยงาน ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ ในฐานะที่เป็นหน่วยงานหนึ่งในภาครัฐ สังกัดกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทในการอภิบาลระบบสุขภาพ เพื่อส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาพที่ดี จึงมีการดำเนินงานผลิตและพัฒนาผลการดำเนินงานเพื่อสนับสนุนให้คนไทยสุขภาพดีเสมอมา และเพื่อให้เกิดการพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง และเพิ่มประสิทธิภาพให้กับทรัพยากรบุคคล ในการผลักดันให้หน่วยงานมุ่งสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูง จึงต้องจัดทำโครงการพัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA) และขับเคลื่อนสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูง เพื่อเป็นการสรางและพัฒนานักจัดการความรู นักสื่อสารสุขภาพและนักวิจัย (Researcher) นวัตกร (Innovator) ผูนําทางวิชาการ (Academic Leader) รวมทั้งสรางบรรยากาศ และสภาพแวดลอมที่เอื้อตอการเรียนรู มีการสื่อสาร เผยแพร กํากับ ติดตาม และประเมินผล งานวิจัยและ นวัตกรรม ส่งเสริมการเรียนรูผลักดันการพัฒนางานงานวิจัยและนวัตกรรม ยกระดับการขับเคลื่อน พัฒนานโยบาย และยุทธศาสตร์ พัฒนาและปรับเปลี่ยน (Lean) กระบวนงานหลัก (Re-process) เพื่อให้เกิดความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น ตลอดจนสนับสนุนให้เกิดวัฒนธรรมองค์กรที่ดี ขับเคลื่อนสู่การเป็นองค์กรคุณภาพคู่คุณธรรม อันเป็นคุณสมบัติขององค์กรที่มีสมรรถนะสูงต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อพัฒนาองค์กรและขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นองค์กรคุณภาพคู่คุณธรรม 2. เพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัย ผลงานวิชาการ และนวัตกรรมของศูนย์ ไปสู่ภาคีเครือข่ายภาครัฐ ให้เกิดการนําไปใช้ประโยชน์ 3. เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากร ในการสนับสนุนให้เกิดการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นองค์กรคุณภาพคู่คุณธรรม

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.หน่วยงานผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA) 1 หน่วยงาน
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : มีการดำเนินงานตามเกณฑ์พัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA) หมวดที่ 1-7 7 เรื่อง
2.เชิงปริมาณ : บุคลากรได้รับการพัฒนาศักยภาพเพื่อยกระดับการขับเคลื่อนมาตรฐานการดำเนินงานสู่องค์กรคุณภาพคู่คุณธรรม 80 ร้อยละ
3.เชิงปริมาณ : มีการปรับเปลี่ยน (Lean) กระบวนงานหลัก (Re-process) เพื่อยกระดับการขับเคลื่อนมาตรฐานการดำเนินงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูง 1 เรื่อง
4.เชิงปริมาณ : ระดับคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงาน (ITA) 77 ร้อยละ
5.เชิงปริมาณ : ผลงานวิจัย ผลงานวิชาการ และนวัตกรรมของศูนย์ได้รับการเผยแพร่ในเวทีวิชาการ การตีพิมพ์ หรือส่งมอบให้แก่ภาคีเครือข่าย 2 เรื่อง
6.เชิงคุณภาพ : ร้อยละความพึงพอใจของบุคลากรต่อการดำเนินงานตามเกณฑ์พัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA) ของศูนย์ 80 ร้อยละ
7.เชิงเวลา : ร้อยละความสำเร็จในการดำเนินงานเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนด 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1. แต่งตั้งคณะทำงานพัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA) ของหน่วยงาน 2. วิเคราะห์ ประเมิน การดำเนินงาน การพัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA) ที่ผ่านมา ตามเกณฑ์ ADL รายหมวด 3. ปรับปรุงกระบวนงาน และวางแผนการดำเนินงาน เพื่อพัฒนาให้ได้ตามมาตรฐานเกณฑ์การพัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA) 4. ขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อพัฒนาองค์กรตามเกณฑ์การพัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA) ทั้ง 7 หมวด หมวด 1 การชี้แจงนโยบายการดำเนินงาน และสื่อสารวัฒนธรรมองค์กร หมวด 2 การพิจารณา ทบทวน ปรับปรุงแผนยุทธศาสตร์ของหน่วยงาน และการสำรวจความคิดเห็นต่อแผนยุทธศาสตร์ ร่วมกับภาคีเครือข่าย และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย หมวด 3 การสื่อสาร เผยแพร่ ผลงานวิจัย วิชาการ นวัตกรรมองค์ความรู้ไปยังภาคีเครือข่ายภาครัฐ หมวด 4 การวัด การวิเคราะห์ และการจัดการความรู้ 4.1 การจัดการความรู้ (1) ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และวิพากษ์เชิงวิชาการ (KM) (2) การประชุมถ่ายทอดองค์ความรู้ นวัตกรรม (Ad hoc team) (3) โครงการ Like Talk 4.2 การจัดการความรู้สารสนเทศ และเทคโนโลยีสารสนเทศ (1) การวัดการวิเคราะห์ และการปรับปรุงผลการดำเนินการ - การวัดผลการดำเนินการ - การวิเคราะห์และทบทวนผลการดำเนินการ - การปรับปรุงผลการดำเนินการ (2) การจัดการสารสนเทศ ความรู้ และเทคโนโลยีสารสนเทศ - การจัดการสารสนเทศและเทคโนโลยี - การจัดการทรัพยากร สารสนเทศ และเทคโนโลยีสารสนเทศ - แลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้แก่ - การใช้ Cloud และ การใช้ Google Form หมวด 5 5.1 วิเคราะห์ความต้องการพัฒนาศักยภาพบุคลากร เพื่อสนับสนุนให้เกิดการขับเคลื่อนองคกรสูการเปนองค์กรคุณภาพคู่คุณธรรม ยกระดับสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูง 5.2 การถ่ายทอดตัวชี้วัดสู่ระดับบุคคล การสร้างจิตสำนึก วัฒนธรรมที่ดีให้แก่บุคลากร หมวด 6 ทบทวน ปรับปรุงและพัฒนากระบวนงานสำคัญ (SOP) ให้ได้มาตรฐานและสอดคล้องกับภารกิจของหน่วยงาน หมวด 7 วิเคราะห์ผลลัพธ์ การดำเนินงานในภาพรวม จัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินงานประจำปีของหน่วยงาน 5. คณะทำงานติดตาม ประเมินผล และรายงานผลการดำเนินงานทุกไตรมาส 6. สรุปผลการดำเนินงานโครงการ

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ค่าวัสดุ 1 หน่วยงาน 1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562 11,960.00
2 ค่าจ้างเหมาพนักงานขับรถ 1 หน่วยงาน 1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562 338,040.00
3 รับนิเทศงาน และเยี่ยมเสริมพลัง กรมอนามัย 2 ครั้ง 1 พ.ย. 2561 - 30 ส.ค. 2562 54,000.00
4 กิจกรรมการสื่อสาร เผยแพร่ ผลงานวิจัย วิชาการ นวัตกรรมองค์ความรู้ไปยังภาคีเครือข่ายภาครัฐ (Like Talk) 2 ครั้ง 1 ต.ค. 2561 - 30 ส.ค. 2562 50,000.00
5 การพัฒนาปรับเปลี่ยน (Lean) กระบวนงานหลัก (Re-process) เพื่อยกระดับการขับเคลื่อนมาตรฐานการดำเนินงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูง 5 ครั้ง 1 ต.ค. 2561 - 31 ม.ค. 2562 96,000.00
รวมเป็นเงิน 550,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
550,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
บุคลากรศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
1. บุคลากรศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ 2. ภาคีเครือข่ายภาครัฐ

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. นางอโณทัย พรมชัย ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 2. นางรุ่งรัศมี ศรีวงศ์พันธ์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 3. นายวันเฉลิม ฤทธิมนต์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 4. นางสาววิชุดา นาคร ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 5. นางสาวอรพรรณ จันต๊ะชัย ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 6. นางวาริสา กองคำบุตร ตำแหน่ง เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน 7. นางสาวพัฒนา สมาธิ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข 8. นางสาวปวีณา ทองคำ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวอรพรรณ จันต๊ะชัย ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางอโณทัย พรมชัย ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางศรีวรรณ ทาวงศ์มา ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธ์ุ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ
ลำดับที่ : 3

1. ชื่อโครงการ :
โครงการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นกลุ่มชาติพันธุ์

2. ยุทธศาสตร์ :
1.3 ส่งเสริมพฤติกรรมอนามัยการเจริญพันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับวัยรุ่น

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
7) อัตราคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15-19 ปี ต่อประชากรหญิง อายุ 15-19 ปี พันคน

4. cluster :
กลุ่มวัยเรียนและวัยรุ่น (ขับเคลื่อน พรบ.การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น)

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (19)7.1 ขับเคลื่อนการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.2559 และยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น
5.2 โครงการสำคัญ 7.โครงการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.2559 และยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 6) พัฒนาศักยภาพและบริการส่งเสริมสุขภาพประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสม

7. หลักการและเหตุผล :
ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นเป็นเรื่องที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ องค์การสหประชาชาติได้กำหนดให้การลดอัตราการคลอดในวัยรุ่นอายุ 15-19 ปี (Adolescent birth rate) เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals, SDGs) ที่นานาชาติต้องบรรลุให้ได้ภายในปีพ.ศ. 2573 โดยได้กำหนดให้การลดอัตราการคลอดในวัยรุ่นอายุ 10-14 ปี และอายุ 15-19 ปี เป็นส่วนหนึ่งในการบรรลุเป้าหมายที่ 3 ว่าด้วยการสร้างหลักประกันให้คนมีชีวิตที่มีคุณภาพและส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของคนทุกเพศทุกวัย ประเทศไทยพบการคลอดในวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 20 ปี เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ข้อมูลจากสถิติสาธารณสุขพบว่า วัยรุ่นอายุต่ำกว่า 20 ปี คลอดบุตรเพิ่มขึ้นจากประมาณ 95,000 คน ในปี พ.ศ. 2546 เป็นประมาณ 104,300 คน ในปี 2558 ในจำนวนนี้เป็นการคลอดบุตรโดยวัยรุ่นที่มีอายุน้อย คืออายุต่ำกว่า 15 ปีประมาณปีละ 3,000 คน นอกจากนั้น วัยรุ่นอายุ 10-19 ปี ที่คลอดบุตรซ้ำหรือคลอดเป็นครั้งที่สองขึ้นไป มีมากถึง 12,700 คน หรือเท่ากับร้อยละ 12.2 ของการคลอดในวัยรุ่นอายุ 10-19 ปีทั้งหมด ผลการสำรวจสภาวะสุขภาพของประชากรชาวไทยภูเขาภาคเหนือ พ.ศ. 2556 ยังพบว่าในกลุ่มสตรีวัยเจริญพันธุ์ยังพบปัญหาการคลอดบุตรคนแรกเมื่ออายุต่ำกว่า 20 ปี สูงถึงร้อยละ 44.2 ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับประชากรทั้งประเทศ ที่พบเพียงร้อยละ 5.1 อาจกล่าวได้ว่าอัตราการคลอดบุตรคนแรกเมื่ออายุต่ำกว่า 20 ปี ในกลุ่มชาติพันธุ์สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั้งประเทศถึง 8.6 เท่า (สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ 2556) ซึ่งข้อมูลและสถานการณ์เหล่านั้นทำให้นำไปสู่ความพยายามในการตรากฎหมายเพื่อจะเป็นเครื่องมือและกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นอย่างเป็นรูปธรรม จนในที่สุดพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2559 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 และนำไปสู่การจัดทำยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับชาติ พ.ศ. 2560-2569 ตามพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.2559 ขึ้น ซึ่งแผนยุทธศาสตร์ฉบับนี้ยึดวัยรุ่นเป็นศูนย์กลาง (teenage centered) โดยมีพ่อแม่ ผู้ปกครอง ชุมชนและ ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมและเป็นเจ้าของร่วมกัน ในการดำเนินการตามแนวทางที่จัดทำขึ้น จากวิเคราะห์ข้อมูล HDC ปี 2561 ในเขตสุขภาพที่ 1 พบว่า อัตราคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15-19 ปี เท่ากับ 17.74 ต่อประชากรหญิง อายุ 15-19 ปี พันคน ,ร้อยละของการตั้งครรภ์ซ้ำในหญิงอายุน้อยกว่า 20 ปี เท่ากับ 16.96 และเมื่อจำแนกตามพื้นที่กลุ่มชาติพันธุ์ ในเขตสุขภาพที่ 1 พบว่า อัตราคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15-19 ปี เท่ากับ 23.53 ต่อประชากรหญิง อายุ 15-19 ปี พันคน โดยพบมากใน เชียงใหม่ เชียงราย และแม่ฮ่องสอนตามสำดับ ส่วนร้อยละของการตั้งครรภ์ซ้ำในหญิงอายุน้อยกว่า 20 ปี เท่ากับ 16.37 โดยพบมาก ในจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ และแม่ฮ่องสอนตามสำดับ ซึ่งสถานการณ์ข้างต้นจะเห็นได้ว่าอัตราคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15-19 ปี และร้อยละของการตั้งครรภ์ซ้ำในหญิงอายุน้อยกว่า 20 ปีในกลุ่มชาติพันธุ์ ยังคงอยู่ในสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง และจะมีการต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง จากสถานการณ์ดังกล่าว ในปีงบประมาณ 2562 ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงาน ข้ามชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานของกรมอนามัย มีบทบาทเฝ้าระวังและประเมินสถานการณ์ด้านอนามัยการเจริญพันธุ์กลุ่มชาติพันธุ์ จึงได้จัดทำโครงการขึ้นมาเพื่อวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นในกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 1 รวมถึงการวิเคราะห์หาปัจจัยที่มีผลต่อการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นกลุ่มชาติพันธุ์ ส่งเสริมให้เครือข่ายที่เกี่ยวข้องมีการจัดทำฐานข้อมูลวัยรุ่น และพัฒนาแนวทางในการส่งเสริมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นกลุ่มชาติพันธุ์ ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับชาติ พ.ศ. 2560-2569 ตามพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.2559 ต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อวิเคราะห์หาปัจจัยที่มีผลต่อการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นกลุ่มชาติพันธุ์ ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 1 2. เพื่อส่งเสริมให้เครือข่ายที่เกี่ยวข้องมีการจัดทำฐานข้อมูลวัยรุ่นกลุ่มชาติพันธุ์ 3. เพื่อพัฒนาแนวทางในการส่งเสริมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นกลุ่มชาติพันธุ์ 4. เพื่อจัดทำฐานข้อมูลภาคีเครือข่ายในการดำเนินงานส่งเสริมป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นกลุ่มชาติพันธุ์ ในเขตสุขภาพที่ 1 5. เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายด้านการส่งเสริมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นกลุ่มชาติพันธุ์ เสนอแก่เครือข่ายในเขตสุขภาพที่ 1

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ข้อมูลปัจจัยที่มีผลต่อการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นกลุ่มชาติพันธุ์ ในเขตสุขภาพ ที่ 1 1 ชุด
2.ฐานข้อมูลภาคีเครือข่ายในการดำเนินงานส่งเสริมป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นกลุ่มชาติพันธุ์ ในเขตสุขภาพที่ 1 1 ชุด
3.แนวทางการส่งเสริมป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น กลุ่มชาติพันธุ์ ในเขตสุขภาพที่ 1 2 รูปแบบ
4.ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น กลุ่มชาติพันธุ์ 1 ชุด
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : เครือข่ายมีการจัดทำฐานข้อมูลวัยรุ่นและการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นของพื้นที่ 2 แห่ง
2.เชิงปริมาณ : เครือข่ายมีการพัฒนาแนวทางในการส่งเสริมป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น 2 แห่ง
3.เชิงคุณภาพ : ความพึงพอใจของภาคีเครือข่ายต่อการดำเนินโครงการ ระดับมากขึ้นไป 80 ร้อยละ
4.เชิงเวลา : ดำเนินการแล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนด 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1. ประสานการดำเนินงานกับหน่วยงาน ภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง 2. ศึกษาข้อมูลสถานการณ์การตั้งครรภ์ในวัยรุ่นกลุ่มชาติพันธุ์ ในเขตสุขภาพที่ 1 3. จัดเวทีแลกเปลี่ยนและรับฟังข้อคิดเห็นและร่วมวางแผนการดำเนินงานขับเคลื่อนพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.2559 - พัฒนาเครื่องมือในการเก็บข้อมูลเพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นกลุ่มชาติพันธุ์ - จัดเก็บข้อมูล วิเคราะห์ สังเคราะห์ - คืนข้อมูล และร่วมพัฒนาแนวทาง 4. สนับสนุน ผลักดัน ขับเคลื่อนการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นกลุ่มชาติพันธุ์ พื้นที่ต้นแบบในเขตสุขภาพที่ 1 5. ติดตามเสริมพลัง 6. จัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินงาน 1 ชุด 1 ส.ค. 2562 - 30 ก.ย. 2562 4,120.00
2 ประสานการดำเนินงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเขตสุขภาพที่ 1 2 ครั้ง 1 ต.ค. 2561 - 31 ต.ค. 2561 26,680.00
3 จัดเวทีแลกเปลี่ยนและรับฟังข้อคิดเห็น และและร่วมวางแผนการดำเนินงานการส่งเสริมป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นกลุ่มชาติพันธุ์ ในพื้นที่ต้นแบบ 2 ครั้ง 26 พ.ย. 2561 - 14 ธ.ค. 2561 202,480.00
4 ติดตาม เยี่ยมเสริมพลัง/สรุปบทเรียนการดำเนินงาน และ คืนข้อมูลให้กับภาคีเครือข่าย (ร่วมมหกรรมภาคีเครือข่าย) และสนับสนุนการเข้าถึงข้อมูลความรอบรู้ด้านสุขภาพเกี่ยวกับปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นผ่าน Mobile Application 7 ครั้ง 1 ม.ค. 2562 - 31 ส.ค. 2563 66,720.00
รวมเป็นเงิน 300,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
300,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2561 - 31 ส.ค. 2563

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
เขตสุขภาพที่ 1

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
กลุ่มเป้าหมาย : 1. วัยรุ่นกลุ่มชาติพันธุ์ ในเขตสุขภาพที่ 1 2. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีพื้นที่ดำเนินงานกลุ่มชาติพันธุ์ ในเขตสุขภาพที่ 1 ผู้ร่วมดำเนินการ : 1. ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ 2. สำนักงานควบคุมและป้องกันโรคที่ 1 เชียงใหม่ 3. สำนักงานแรงงานจังหวัด ในเขตสุขภาพที่ 1 4. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ในเขตสุขภาพที่ 1 5. สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด ในเขตสุขภาพที่ 1 6. สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ในเขตสุขภาพที่ 1 7. สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัด ในเขตสุขภาพที่ 1 8. NGO 9. บุคลากรในพื้นที่ รพ.สต. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อสม เขตสุขภาพที่ 1

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
1. ประชาชนกลุ่มชาติพันธุ์ 2. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่กลุ่มชาติพันธุ์ 3. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด/สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ/โรงพยาบาลชุมชน/รพสต. 4. ศูนย์อนามัยที่ 1 และเครือข่ายเขตสุขภาพ 5. ภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
2. นางอโณทัย พรมชัย ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 2. นายศักดิ์นคร คำภีระ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข

19. ผู้เสนอโครงการ :
นายศักดิ์นคร คำภีระ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางอโณทัย พรมชัย ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางศรีวรรณ ทาวงศ์มา ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธ์ุ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ
ลำดับที่ : 4

1. ชื่อโครงการ :
โครงการแรงงานข้ามชาติ หุ่นดี สุขภาพดีช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

2. ยุทธศาสตร์ :
1.4 ส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานที่พึงประสงค์

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
11) ร้อยละของวัยทำงานอายุ 30-44 ปี มีดัชนีมวลกายปกติ

4. cluster :
กลุ่มวัยทำงาน

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (23)9.1 ส่งเสริมสุขภาพวัยทำงานระดับเขต เน้นกลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยง
5.2 โครงการสำคัญ 9. โครงการวัยทำงานศตวรรษที่ 21 หุ่นดี สุขภาพดี

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 6) พัฒนาศักยภาพและบริการส่งเสริมสุขภาพประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสม

7. หลักการและเหตุผล :
แรงงานต่างด้าวเปรียบเสมือนฟันเฟืองหนึ่งที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยแรงงานข้ามชาติมีส่วนในการสร้าง GDP ในไทยถึง 4.4 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นสัดส่วนกว่า 1.1% ของ GDP งานที่พวกเขาทำส่วนใหญ่มักเป็นงานที่ต้องใช้แรงงานหนักและเป็นงานที่คนไทยส่วนใหญ่ไม่ทำ คืองานประเภท 3 D คือ งานสกปรก (dirty job) งานอันตราย (dangerous job) และงานยาก (difficult job) ทำให้จำเป็นต้องนำเข้าแรงงานต่างด้าวมาทดแทน จากข้อมูลกรมการจัดหางาน เดือนมีนาคม 2561 มีจำนวนแรงงานต่างด้าวที่ถูกกฎหมายในประเทศไทยจำนวน 2,189,868 คน ตลาดแรงงานปัจจุบันในประเทศไทยยังคงขาดแคลนแรงงานทั้งเชิงปริมาณและ เชิงคุณภาพ และมีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงมากขึ้น รายงานสุขภาพคนไทย 2556 จัดทำโดย สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล (วปส.) กล่าวว่าแรงงานข้ามชาติป่วยด้วยโรคติดเชื้อและโรคเรื้อรัง เช่น วัณโรคที่ดื้อยา โรคเท้าช้าง มาลาเรีย เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคเอดส์ เป็นต้น ในส่วนกระทรวงสาธารณสุขได้มีการวางมาตรการสำหรับประชากรข้ามชาติ 2 ด้านคือ จัดระบบเฝ้าระวังโรคติดต่อในกลุ่มแรงงานต่างชาติ และจัดบริการวางแผนครอบครัว ส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค และส่งเสริมด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในจังหวัดชายแดนและจังหวัดชั้นใน ดุษฎี อายุวัฒน์ และคณะ ได้ทำการศึกษาภาวะสุขภาพและการรับบริการสุขภาพแรงงานข้ามชาติชาวลาวในภาคอีสาน พบว่าแรงงานข้ามชาติมีภาวะอ้วนเนื่องจาก ตื่นเช้าไปทำงานไม่มีเวลาในการเตรียมอาหารเช้า และอาหารกลางวัน อาหารเช้า และอาหารกลางวันที่นำไปรับประทานส่วนมากจะเป็นขนมและนม ดังนั้นจึงต้องรับประทานมากในมื้อเย็นจึงทำให้อ้วน และเป็นสาเหตุให้เกิดโรคความดัน เบาหวาน สิ่งที่ท้าทายในการบริหารจัดการด้านสุขภาพของคนต่างด้าวและแรงงานข้ามชาติในประเทศไทยคือการปรับวิธีคิด ให้มองว่าคนต่างด้าวและแรงงานข้ามชาติ คือประชากรส่วนหนึ่งของชุมชนและสังคมไทย จากเหตุผลดังกล่าวข้างต้น จึงได้จัดทำโครงการแรงงานข้ามชาติ หุ่นดี สุขภาพดี ขึ้นมาโดยมีเป้าประสงค์ (Goal) คือส่งเสริมสุขภาพในทุกมิติและพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมให้เอื้อต่อการมีสุขภาพที่ดี สำหรับเป้าประสงค์ในปี 2562 เป็นการประเมินภาวะสุขภาพ สถานการณ์พฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ เพื่อนำข้อมูลจัดทำข้อเสนอแนะให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเขตสุขภาพที่ 1 เพื่อนำไปดำเนินการแก้ไขปัญหาตามบทบาทหน้าที่ต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
1 เพื่อประเมินภาวะสุขภาพ ในกลุ่มวัยทำงานแรงงานข้ามชาติถูกกฎหมาย 2 เพื่อประเมินพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์กลุ่มวัยทำงานแรงงานข้ามชาติถูกกฎหมาย 3. เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 1

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.มีข้อมูลพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ ในกลุ่มแรงงานข้ามชาติ 2 จังหวัด
2.มีข้อมูลภาวะสุขภาพ ในกลุ่มแรงงานข้ามชาติ 2 จังหวัด
3.ข้อมูลเครือข่ายการทำงานที่เกี่ยวข้องกับแรงงานข้ามชาติ 2 จังหวัด
4.ข้อเสนอแนะในการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพแรงงานข้ามชาติในเขตสุขภาพที่ 1 1 ชุด
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : ข้อมูลเครือข่ายภาครัฐ NGO ท้องถิ่น เข้าร่วมดำเนินงานโครงการ 2 จังหวัด
2.เชิงคุณภาพ : แรงงานข้ามชาติมีความพึงพอใจในโครงการมากกว่า 80 ร้อยละ
3.เชิงคุณภาพ : ภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องมีความพึงพอใจในโครงการมากกว่า 80 ร้อยละ
4.เชิงเวลา : ดำเนินกิจกรรมได้ตามแผนมากกว่า 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1. ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนแรงงานข้ามชาติ ภาวะสุขภาพของแรงงานข้ามชาติ จากเอกสาร และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 2. ประสานการดำเนินงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมวางแผนการดำเนินงาน 3 . พัฒนาวิธีการจัดเก็บข้อมูลภาวะสุขภาพ และพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ 4 . ทดลองเก็บข้อมูล 5. จัดเก็บข้อมูลพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์แรงงานข้ามชาติโดยการสุ่มตามหลักสถิติ 6. วิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูล สรุปผล 7. นำเสนอข้อมูลแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง 8. จัดทำข้อเสนอแนะ นำเสนอต่อหน่วยงานในระดับเขต

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ติดตาม ตรวจสอบการเก็บข้อมูล 1 ครั้ง 1 พ.ค. 2562 - 31 พ.ค. 2562 9,500.00
2 สรุปผล จัดทำข้อเสนอแนะ 1 ชุด 1 ก.ค. 2562 - 31 ก.ค. 2562 10,380.00
3 ประชุมชี้แจงการดำเนินงาน วางแผนการดำเนินงาน พัฒนาศักยภาพบุคลากรให้มีความรู้ในการดำเนินโครงการ (2จังหวัด) 2 จังหวัด 3 ธ.ค. 2561 - 31 ธ.ค. 2561 47,120.00
4 จัดเก็บข้อมูลพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ (2 จังหวัด) โดยผ่าน Mobile Application 2 จังหวัด 1 ม.ค. 2562 - 29 มี.ค. 2562 13,000.00
5 พัฒนาศักยภาพภาพบุคลากร เพื่อดำเนินงานโครงการและหน่วยงาน 4 ครั้ง 1 ม.ค. 2562 - 30 ก.ย. 2562 20,000.00
รวมเป็นเงิน 100,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
100,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
3 ธ.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
สถานประกอบการในจังหวัดลำปาง และจังหวัดเชียงราย

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
แรงงานข้ามชาติที่ถูกต้องตามกฎหมายในจังหวัดลำปางและจังหวัดเชียงราย ที่มีอายุ 15 - 44 ปี

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
1. แรงงานข้ามชาติ 2. ครอบครัว แรงงานข้ามชาติ 3. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 4. เจ้าของ/เจ้าหน้าที่สถานประกอบการ 5. บุคลากรภาครัฐ เอกชน ที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับแรงงานข้ามชาติ 6. ประชาชนไทยทั้งประเทศ

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นางอโณทัย พรมชัย ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ นางสาวปิยะนุช ฤทธิ์ชารี ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวปิยะนุช ฤทธิ๋ชารี ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางอโณทัย พรมชัย ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางศรีวรรณ ทาวงศ์มา ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธ์ุ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ
ลำดับที่ : 5

1. ชื่อโครงการ :
โครงการศึกษาสถานการณ์ปัญหามารดาตายในกลุ่มชาติพันธุ์ เขตสุขภาพที่ 1 ปีงบประมาณ 2562

2. ยุทธศาสตร์ :
1.1 ส่งเสริมการเกิดและเติบโตคุณภาพ

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
1) อัตราส่วนการตายมารดาไทย ต่อการเกิดมีชีพแสนคน)

4. cluster :
กลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัย

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (7)2.1 ขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์เพื่อสร้างแม่ลูกคุณภาพ
5.2 โครงการสำคัญ 2.โครงการมหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของชีวิต

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 6) พัฒนาศักยภาพและบริการส่งเสริมสุขภาพประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสม

7. หลักการและเหตุผล :
การตายของมารดามีผลกระทบต่อการพัฒนาสาธารณสุขอย่างสูง อัตราส่วนการตายมารดา (Maternal Mortality Ratio : MMR) เป็นเครื่องบ่งชี้ด้านสุขภาพอนามัยของประชาชน และถูกใช้เป็นตัวชี้วัดที่สำคัญของงานอนามัยแม่และเด็ก จากการดำเนินงานที่ผ่านมาอัตราส่วนการตายมารดาของประเทศไทยมีแนวโน้มลดลงอย่างช้าๆ จากการสำรวจของสำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย พบว่า ปี พ.ศ.2547, 2549, 2551, 2556 และ2559 อัตราส่วนการตายมารดาต่อการเกิดมีชีพแสนคนเท่ากับ 44.5, 41.6, 38.5, 31.2 และ24.06 ตามลำดับ และจากการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขรอบ 2 ประจำปี 2560 (1 ตุลาคม 2559 – 30 มิถุนายน 2560) พบว่าสถานการณ์มารดาตายมีรายงานมารดาตาย จำนวน 88 ราย คิดเป็นอัตราส่วนการตายมารดาเท่ากับ 23.75 ต่อการเกิดมีชีพแสนคน (ไม่รวมกรุงเทพมหานคร) แสดงให้เห็นว่า สถานการณ์มารดาตายในปี 2560 ลดลงเมื่อเทียบกับอัตราส่วนการตายมารดาในช่วงเวลาเดียวของปี 2559 ซึ่งมีอัตราส่วนการตายมารดาเท่ากับ 24.06 ต่อการเกิดมีชีพแสนคนโดยมีเขตบริการสุขภาพที่ 5, 6, 7, 8, 9, และ 10 ผ่านค่าเป้าหมายกระทรวงสาธารณสุข เมื่อพิจารณาสาเหตุการตายของมารดาส่วนหนึ่งมาจากภาวะแทรกซ้อนช่วงระหว่างตั้งครรภ์ คลอดและหลังคลอด ได้แก่ ภาวะ PPH และ PIH อีกส่วนหนึ่งเสียชีวิตจากสาเหตุโรคทางอายุรกรรมและศัลยกรรม เช่น โรคหัวใจ, Sepsis, HIV เป็นต้น จึงต้องมุ่งเน้นการทบทวนสาเหตุการตายของมารดาเพื่อวางแผนพัฒนาระบบการดูแลมารดาตั้งครรภ์และหลังคลอดให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยเฉพาะระบบการคัดกรองภาวะเสี่ยงหรือโรคทางอายุรกรรมและการจัดการรายบุคคลและทบทวนระบบการดูแลรักษาในระหว่างการคลอดและหลังคลอด (การตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561) จากแบบรายงานการตรวจราชการระดับเขตสุขภาพ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 พบว่าอัตราการตายของมารดา เขตสุขภาพที่ 1 ในปีงบประมาณ 2558 –2560 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นคือ 18.17 ต่อแสนการเกิดมีชีพ (9 ราย) 39.23 ต่อแสนการเกิดชีพ (22 ราย) และ 66.49 ต่อแสนการเกิดมีชีพ (13 ราย) ตามลำดับ โดยในปีงบประมาณ 2560 พบว่า จังหวัดที่มีมารดาตาย ได้แก่ เชียงใหม่ (6 ราย) พะเยา (3 ราย) น่าน (1 ราย) แพร่ (1 ราย) แม่ฮ่องสอน (1ราย) และลำปาง (1 ราย) แบบรายงานการตายของมารดา Confidential Enquiries-CE ได้แก่ Liver pathology/ฆ่าตัวตาย/severe pre-eclampsia with HEELP syndrome and hysterectomy/Acute Fatty Liver/PPH และ Septic shock โดยสถานการณ์มารดาตายของจังหวัดเชียงใหม่ มีอัตรามารดาตายในปี 2561 32.53 : แสนการเกิดมีชีพ ซึ่งนับว่าสูงที่สุดในเขตสุขภาพที่ 1 ซึ่งเมื่อวิเคราะห์ช่องว่างการทำงาน พบว่ามีประเด็นปัญหาหลัก ได้แก่ การเข้าถึงบริการ (Access to care) และคุณภาพการบริการ (Quality of care) อันเนื่องมาจากความเหลื่อมล้ำของสภาพบริบทพื้นที่ที่มีความแตกต่างกันสูงมาก ทั้งในส่วนของพื้นที่ (พื้นที่ราบ พื้นที่สูง) วัฒนธรรมความเชื่อ เศรษฐานะของจังหวัดเชียงใหม่ อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาในภาพรวมอัตราตายมารดามีแนวโน้มลดลงชัดเจน แต่ไม่สามารถลดลงเหลือ 0 ตามเป้าหมายของเขตสุขภาพที่ 1 ที่มุ่งสู่เป้าหมายลดแม่ตายจากสาเหตุที่ป้องกันได้ให้เหลือ 0 (Set zero MMR from PPH / PIH) จากการทบทวนและวิเคราะห์สาเหตุการตาย พบว่า จากความล่าช้า 3 ประการที่ทำให้มารดาเสียชีวิตโดยใช้ทฤษฎี Three Delays Model ได้แก่ 1.ความล่าช้าในการตัดสินใจรับบริการ (Delay in decision to seek care) ของหญิงตั้งครรภ์หรือคนในครอบครัว เนื่องจากข้อจำกัดทางวัฒนธรรม ขาดอำนาจตัดสินใจ ความต้องการมีบุตรเพศชาย จึงไม่ทำหมัน 2.ความล่าช้าในการเดินทาง/เข้าถึงบริการ (Delay in reaching care) ความตระหนักในการรับบริการ การคุมกำเนิด 3.ความล่าช้าในการได้รับบริการที่ถูกต้อง/มีคุณภาพ (Delay in receiving care) การดูแลภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัดคลอด จากสถานการณ์ดังกล่าวจึงเกิดกระบวนการดำเนินงานแก้ไขปัญหา อาทิ การนำ 5 มาตรการเขตสุขภาพที่ 1 มาใช้อย่างเข้มข้น การใช้มาตรการเชิงรุก การแก้ไขปัญหาฝากครรภ์ช้าในพื้นที่ห่างไกล การจัดอบรมพัฒนาศักยภาพบุคลากร การพัฒนาระบบดูแลหญิงคลอดกลุ่มเสี่ยงในรูปแบบ High-risk Fast tract มีการนิเทศติดตามแบบสัญจร พัฒนาระบบบริการให้มีคุณภาพ มีการจัดโซนระบบพี่เลี้ยง ดูแลโซนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถอดบทเรียน พัฒนาระบบเฝ้าระวัง และข้อมูลสารสนเทศ ประสานงานกับทีมหมอครอบครัว ในการค้นหากลุ่มเสี่ยงและเยี่ยมติดตามในชุมชน การประสานภาคีเครือข่ายทั้งในระบบและนอกระบบสุขภาพ เช่น PCC DHB ในการจัดการและวางระบบด้านสุขภาพให้มีคุณภาพมากขึ้น ทั้งนี้ปัญหาการตายของมารดาในเขตสุขภาพที่ 1 มีความสัมพันธ์กับสภาพภูมิศาสตร์ที่เป็นพื้นที่สูง ประกอบไปด้วยกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง มีความเชื่อและประเพณีของชนเผ่าที่มีวิถีชีวิตที่แตกต่างและหลากหลาย จากการสำรวจสภาวะสุขภาพ และสถานการณ์อนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนชาวไทยภูเขาภาคเหนือตอนบน ของศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ ในปี 2556 พบปัญหาสุขภาพ เช่น โภชนาการ อนามัยแม่และเด็ก หญิงตั้งครรภ์ มีการฝากครรภ์ครบตามเกณฑ์เพียง ร้อยละ 74.1 หรือปัญหาเชิงการเข้าถึงบริการ เนื่องจากชุมชนอยู่ห่างไกล ทุรกันดาร การเดินทางมีความยากลำบาก เนื่องจากในชุมชนชาวเขาอยู่ห่างไกลจากสถานบริการสาธารณสุข หากหญิงตั้งครรภ์มีภาวะแทรกซ้อนดังกล่าวอาจมีอันตรายถึงชีวิตได้ มาตรการแก้ไขปัญหาที่เขตสุขภาพที่ 1 ดังกล่าว จะเป็นประโยชน์ในการปรับปรุง และยกระดับคุณภาพการดำเนินงานอนามัยแม่และเด็กในเขตสุขภาพที่ 1 ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น การรับฟังจากนำมาตรการดังกล่าวไปดำเนินงาน ในภาคส่วนต่างๆ มีความสำคัญต่อการพัฒนาและปรับปรุงการดำเนินงานลดมารดาตาย โดยเฉพาะในกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งมีความละเอียดอ่อน ด้วยเหตุนี้ ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ จึงจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็น จากปัญหามารดาตายในกลุ่มชาติพันธุ์ เขตสุขภาพที่ 1 ครอบคลุมทุกกลุ่มผู้ให้บริการ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และกลุ่มสตรีกลุ่มชาติพันธุ์ เพื่อให้ได้แนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหามารดาตายในกลุ่มชาติพันธุ์ เขตสุขภาพ ที่ 1

8. วัตถุประสงค์ :
เพื่อรับฟังความคิดเห็นของผู้ให้บริการ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ต่อการป้องกันและแก้ไขปัญหามารดาตายในกลุ่มชาติพันธุ์ เขตสุขภาพที่ 1

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ข้อเสนอการป้องกันและแก้ไขปัญหามารดาตายในกลุ่มชาติพันธุ์ เขตสุขภาพที่ 1 1 ชุด
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : จำนวนผู้ให้ข้อคิดเห็นต่อการพัฒนาแนวทาง/ข้อเสนอแนะการป้องกันและแก้ไขปัญหามารดาตายในกลุ่มชาติพันธุ์ เขตสุขภาพที่ 1 100 คน
2.เชิงคุณภาพ : ผลการรับฟังข้อคิดเห็นจากผู้ให้บริการ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และสตรีกลุ่มชาติพันธุ์ ตามที่กำหนด 80 ร้อยละ
3.เชิงเวลา : ร้อยละความสำเร็จในการดำเนินงานเสร็จ ตามระยะเวลาที่กำหนด 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1. รวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ที่เกี่ยวข้องกับปัญหามารดาตาย ตามเป้าหมายการลดอัตราส่วนการตายมารดาไทยต่อการเกิดมีชีพ ภายใต้โครงการมหัศจรรย์ 1000 วันแรกของชีวิต กิจกรรมที่ 2.1 ขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์เพื่อสร้างแม่ลูกคุณภาพ 2. ศึกษาและรับฟังการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหามารดาตาย ระดับเขต จังหวัด อำเภอ และตำบล ระดับผู้ให้บริการ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยการสัมภาษณ์เชิงลึก (Indepth Interview) ดังนี้ ระดับผู้ให้บริการ 1. ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ 2. MCH Board เขตสุขภาพที่ 1 จำนวน 5 จังหวัด ได้แก่เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน พะเยา และน่าน 3. เขตสุขภาพที่ 1 ระดับพื้นที่ 1. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล อำเภอละ 2 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล รวม 36 แห่ง ได้แก่ 1.1 จังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่ อำเภออมก๋อย อำเภอแม่แจ่ม อำเภอเวียงแหง อำเภอเชียงดาว 1.2 จังหวัดเชียงราย ได้แก่ อำเภอแม่ฟ้าหลวง อำเภอแม่สรวย 1.3 จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้แก่ อำเภอสบเมย อำเภอแม่ลาน้อย 1.4 จังหวัดพะเยา ได้แก่ อำเภอปง 1.5 จังหวัดน่าน ได้แก่ อำเภอบ่อเกลือ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ 2. ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ ได้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาสังคมกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง และองค์กรเอกชน 3. สรุปและจัดทำข้อมูลจากการรับฟัง เพื่อจัดทำเป็นข้อเสนอการป้องกันและแก้ไขปัญหามารดาตายในกลุ่มชาติพันธุ์ เขตสุขภาพที่ 1 ต่อหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง ในเขตสุขภาพที่ 1 ได้แก่ 1. เขตสุขภาพที่ 1 2. MCH Board เขตสุขภาพที่ 1 4. สรุปและรายงานผลการดำเนินโครงการ

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 สรุปรายงานผลการดำเนินงานเสนอผู้บริหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 1 ครั้ง 1 ส.ค. 2562 - 30 ส.ค. 2562 2,000.00
2 นำเสนอผลการรับฟังข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ 1 ครั้ง 1 ก.ค. 2562 - 31 ก.ค. 2562 7,640.00
3 ประสานงานสำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย และ ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 1 2 ครั้ง 1 พ.ย. 2561 - 31 มี.ค. 2562 73,380.00
4 ลงพื้นที่รับฟังข้อคิดเห็น และ เข้าร่วมการนำเสนอผลการรับฟังข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ 5 ครั้ง 1 เม.ย. 2562 - 31 ก.ค. 2562 28,980.00
รวมเป็นเงิน 112,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
112,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 พ.ย. 2561 - 30 ส.ค. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
เขตสุขภาพที่ 1 จำนวน 5 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา และน่าน

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
ระดับผู้ให้บริการ 1. สำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย 2. เขตสุขภาพที่ 1 3. ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ 4. สปสช.เขต 1 5. MCH Board เขตสุขภาพที่ ตัวแทนพื้นที่ 1. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล โดยสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ 1 แห่งต่อโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล 2 แห่ง ได้แก่ 1. จังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่ อำเภออมก๋อย อำเภอแม่แจ่ม อำเภอเวียงแหง อำเภอเชียงดาว 2. จังหวัดเชียงราย ได้แก่ อำเภอแม่ฟ้าหลวง อำเภอแม่สรวย 3. จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้แก่ อำเภอสบเมย อำเภอแม่ลาน้อย 4. จังหวัดพะเยา ได้แก่ อำเภอปง 5. จังหวัดน่าน ได้แก่ อำเภอบ่อเกลือ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ 2. ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ ได้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาสังคมกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง และองค์กรเอกชน

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
13.1 กรมอนามัย (Cluster วัยทำงาน และ Cluster ผู้สูงอายุ) 13.2 สำนักงานเขตสุขภาพ ที่มีพื้นที่กลุ่มชาติพันธุ์ 13.3 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ที่มีประชากรกลุ่มชาติพันธุ์ 13.4 สำนักงานหลักประกันสุขภาพเขต 13.5 หน่วยงานภาครัฐ/ คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) และหน่วยงานที่มีภารกิจในการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ 13.6 ภาคประชาสังคม กลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง 13.7 สถานศึกษา (มหาวิทยาลัย – ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย) 13.8 องค์กรต่างประเทศ อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ(Convention on the Elimination of all Forms of Discrimination against Women : CEDAW)

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. นางรุ่งรัศมี ศรีวงศ์พันธ์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 2. นางสาววิชุดา นาคร ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาววิชุดา นาคร ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางรุ่งรัศมี ศรีวงศ์พันธ์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางศรีวรรณ ทาวงศ์มา ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธ์ุ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ
ลำดับที่ : 6

1. ชื่อโครงการ :
โครงการจัดการน้ำบริโภคในพื้นที่โครงการเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร (กพด.)

2. ยุทธศาสตร์ :
2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
16) จังหวัดในเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษมีฐานข้อมูลการเฝ้าระวังด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม

4. cluster :
กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (6)1.6 พัฒนาการจัดการน้าบริโภคและสุขาภิบาลอาหารในพื้นที่โครงการพระราชดาริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ
5.2 โครงการสำคัญ 1.โครงการพัฒนาและบริการการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมกับประชาชนในพื้นที่โครงการพระราชดาริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานยุทธศาสตร์สร้างเสริมให้คนมีสุขภาวะที่ดี
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 3) พัฒนาและบริการการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมกับประชาชนในพื้นที่โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ

7. หลักการและเหตุผล :
โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ เป็นโครงการสำคัญที่กระทรวงสาธารณสุขและกรมอนามัยให้ความสำคัญในการดำเนินงาน ทั้งนี้ การดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริให้เป็นไปตามแนวทางพระราชดำริและวัตถุประสงค์ มีหลักการการดำเนินงานที่สำคัญ คือ 1) การดำเนินงานโครงการต้องเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าของประชาชน 2) การพัฒนาประเทศจำเป็นต้องทำตามลำดับขั้น ต้องสร้างพื้นฐานคือ ความพอมี พอกิน พอใช้ของประชาชนส่วนใหญ่เป็นเบื้องต้นก่อน 3) เน้นหลักการพึ่งตนเอง 4) การพัฒนาเป็นไปตามภูมิสังคม 5) มีความเรียบง่ายประหยัด 6) การส่งเสริมความรู้ และเทคนิควิชาการสมัยใหม่ที่เหมาะสม 7) การอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ซึ่งพื้นที่ในการดำเนินงานโครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรตินั้น ส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ห่างไกล อยู่ในถิ่นทุรกันดาร และต้องได้รับการพัฒนาอย่างเร่งด่วนทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม ความเป็นอยู่ และที่สำคัญ คือ การส่งเสริมให้ประชาชนอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดี เพื่อลดความเสี่ยงด้านสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ มีบทบาทในการเฝ้าระวัง ประเมินสุขภาวะ และการจัดการความรู้ ด้านอนามัยการเจริญพันธุ์คนชายขอบ และจากข้อมูลที่ดำเนินการสำรวจโดยสำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ กรมอนามัย ศูนย์อนามัยที่ 1-12 และศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ ปี 2556 – 2560 ได้ทำการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภค โดยสำรวจข้อมูลและสุ่มเก็บตัวอย่างน้ำบริโภค-อุปโภคโรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร จำนวน 843 ตัวอย่าง จำแนกเป็นน้ำบริโภค จำนวน 385 ตัวอย่าง น้ำอุปโภค 458 ตัวอย่าง พบว่า คุณภาพน้ำบริโภคมีแนวโน้มดีขึ้น ด้านกายภาพและเคมีส่วนใหญ่ผ่านเกณฑ์ พบการปนเปื้อนในส่วนของพารามิเตอร์ที่ส่งผลกระทบต่อร่างกายน้อยหรือไม่รุนแรง คุณภาพทางชีวภาพ ส่วนใหญ่พบการปนเปื้อนแบคทีเรียแต่มีแนวโน้มลดลง สำหรับน้ำอุปโภค คุณภาพน้ำทางกายภาพ เคมีและชีวภาพ ต่ำกว่าน้ำบริโภค และขาดแคลนเป็นบางช่วงในบางพื้นที่ ส่วนผลการเฝ้าระวังโดยศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ ปี 2561 จำนวน 101 ตัวอย่าง แบ่งออกเป็น การเฝ้าระวังน้ำบริโภคในศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขาแม่ฟ้าหลวง (ศศช.) และในชุมชนพื้นที่ กพด./ภูฟ้า ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และน่าน จำนวน 36 ตัวอย่าง และเฝ้าระวังในพื้นที่ พมพ.และยามชายแดน จำนวน 18 ตัวอย่าง และเฝ้าระวังในพื้นที่โครงการรักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของแผ่นดิน จำนวน 12 ตัวอย่าง เฝ้าระวังน้ำบริโภคในชุมชนบนพื้นที่สูงพื้นที่สูงทั่วไป จำนวน 35 ตัวอย่าง พบว่า จังหวัดเชียงใหม่ ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานน้ำบริโภคด้านแบคทีเรียร้อยละ 81.25 จังหวัดแม่ฮ่องสอน ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานด้านแบคทีเรีย ร้อยละ 91.67 และจังหวัดแม่ฮ่องสอน ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานด้านแบคทีเรีย ร้อยละ 87.10 บางพื้นที่ถึงแม้ว่าจะมีการปรับปรุงคุณภาพน้ำดื่มโดยการใช้ระบบกรองต่างๆ ทั้งที่มีขายตามท้องตลาดทั่วไป หรือว่าจะได้รับการสนับสนับสนุนจากหน่วยงานอื่นๆ ก็ตาม พบว่า ขาดการเฝ้าระวังคุณภาพอย่าวงต่อเนื่อง ขาดผู้ดูแลและรักษาระบบ ทำให้บางพื้นที่ไม่สามารถใช้งานได้ ทำให้ไม่มีประสิทธิภาพในการปรับปรุงคุณภาพน้ำดื่ม ส่วนด้านการสุขาภิบาลอาหารในชุมชนและในศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขาแม่ฟ้าหลวง พบว่า การจัดการสุขาภิบาลในห้องประกอบอาหารยังไม่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานด้านความสะอาดและปลอดภัย ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการบริโภคอาหารจนเกิดเป็นการเจ็บป่วยขึ้นได้ ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ ได้เล็งเห็นความสำคัญของการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมแก่ประชาชนในพื้นที่โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการจัดการน้ำบริโภค อาหารปลอดภัย และการสุขาภิบาลพื้นฐาน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว และตอบสนองต่อเป้าหมาย SDG เป้าหมายที่ 2 ยุติความหิวโหย บรรลุความมั่นคง ทางอาหารและยกระดับโภชนาการ และส่งเสริมเกษตรกรรมที่ยั่งยืน และเป้าหมายที่ 6 สร้างหลักประกันว่าจะมีการจัดให้มีน้ำและสุขอนามัยสำหรับทุกคน และมีการบริหารจัดการที่ยั่งยืน จึงจำเป็นต้องดำเนินโครงการพัฒนาและบริการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมกับประชาชนในพื้นที่โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อศึกษาข้อมูลสถานการณ์การจัดการน้ำบริโภคและสุขาภิบาลอาหารในศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขาแม่ฟ้าหลวง ในพื้นที่โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ 2. เพื่อส่งเสริมและเฝ้าระวังการการจัดการน้ำบริโภคและสุขาภิบาลอาหารในศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขาแม่ฟ้าหลวง ในพื้นที่โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ 3. เพื่อจัดทำชุดข้อมูลการจัดการน้ำบริโภคและสุขาภิบาลอาหารในศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขาแม่ฟ้าหลวง ในพื้นที่โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ชุดข้อมูลสถานการณ์การจัดการน้ำบริโภคในพื้นที่โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ 1 ชุด
2.ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขาได้รับการส่งเสริมเรื่องการจัดการน้ำบริโภค 36 แห่ง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : หลักสูตรการจัดการน้ำบริโภคในพื้นที่โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ 1 เรื่อง
2.เชิงปริมาณ : การสุ่มเฝ้าระวังน้ำบริโภคปลอดภัย 100 ตัวอย่าง
3.เชิงปริมาณ : รายงานสรุปผลการดำเนินงานโครงการ 1 ชุด
4.เชิงปริมาณ : ภาคีเครือข่ายได้รับการพัฒนาศักยภาพ 100 คน
5.เชิงคุณภาพ : ร้อยละความพึงพอใจของภาคีเครือข่ายต่อการดำเนินงาน โครงการ 80 ร้อยละ
6.เชิงเวลา : การดำเนินโครงการเสร็จสิ้นตามระยะเวลา 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1. วิเคราะห์ ศึกษาข้อมูลสถานการณ์น้ำบริโภคและอาหารในพื้นที่ทุรกันดารและพื้นที่ในพื้นที่โครงการพระราชดำริ จำนวน 279 ศูนย์การเรียน โดยการใช้ Google Form ตามเกณฑ์การประเมินด้านสุขาภิบาลอาหารและน้ำ กรมอนามัย 2. ประสานความร่วมมือการดำเนินงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหน่วยงานภายในและภายนอกกระทรวง/เข้าร่วมประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินงานร่วมกับศูนย์เขต/เขตสุขภาพ หรือ การประชุมของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด 3. คืนข้อมูลให้กับภาคีเครือข่ายและแกนนำชุมชน และพัฒนาศักยภาพเครือข่าย แกนนำชุมชน ในการจัดการน้ำบริโภคและอาหารปลอดภัย ออกแบบวิธีการจัดการน้ำบริโภคและอาหารปลอดภัย โดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย 4. สุ่มเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภคและการสุขาภิบาลอาหารในศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขาแม่ฟ้าหลวง 5. สนับสนุน ผลักดัน การจัดการน้ำบริโภคและอาหารปลอดภัยในชุมชนและศูนย์การเรียนชาวไทยภูเขาแม่ฟ้าหลวง 6. พัฒนาหลักสูตรจัดการน้ำบริโภคและสุขาภิบาลอาหารในพื้นที่โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ 7. ติดตาม เยี่ยมเสริมพลัง 8. สรุปบทเรียนการดำเนินงาน 9. จัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินงานและจัดส่งสรุปผลการดำเนินงานให้ภาคีเครือข่าย

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ร่วมมือการดำเนินงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาข้อมูลสถานการณ์น้ำบริโภคและอาหารในพื้นที่ทุรกันดารและพื้นที่ในพื้นที่โครงการพระราชดำริ 1 ครั้ง 1 ต.ค. 2561 - 30 พ.ย. 2561 2,440.00
2 พัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่ายและแกนนำชุมชนในการจัดการน้ำบริโภคและอาหารปลอดภัย 1 ครั้ง/คน 1 ธ.ค. 2561 - 31 ธ.ค. 2561 39,700.00
3 พัฒนาหลักสูตรจัดการน้ำบริโภคและสุขาภิบาลอาหารในพื้นที่โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ 1 เรื่อง 1 ม.ค. 2562 - 31 ก.ค. 2562 1,000.00
4 ติดตาม เยี่ยมเสริมพลัง สรุปบทเรียนการดำเนินงาน 1 ครั้ง/คน 1 มิ.ย. 2562 - 30 มิ.ย. 2562 11,860.00
5 พัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานโครงการและหน่วยงาน 6 ครั้ง 1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562 36,780.00
6 สุ่มเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภคและการสุขาภิบาลอาหารในศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขาแม่ฟ้าหลวง 100 ตัวอย่าง 1 ม.ค. 2562 - 30 มิ.ย. 2562 25,000.00
รวมเป็นเงิน 116,780.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
116,780.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
ชุมชนชาวไทยภูเขาและศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขาแม่ฟ้าหลวง อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
1. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ 2. ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ 3. ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภออมก๋อย 4. ครูอาสาสมัคร 5. สำนักงานสาธารณสุขอำเภออมก๋อยและบุคลากรสาธารณสุข

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
1. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ 2. ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ 3. ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภออมก๋อย 4. ครูอาสาสมัคร 5. สำนักงานสาธารณสุขอำเภออมก๋อยและบุคลากรสาธารณสุข

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นางสาวพัฒนา สมาธิ ตำแหน่ง .นักวิชาการสาธารณสุข

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวพัฒนา สมาธิ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางรุ่งรัศมี ศรีวงศ์พันธ์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางศรีวรรณ ทาวงศ์มา ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธ์ุ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ
ลำดับที่ : 7

1. ชื่อโครงการ :
โครงการส่งเสริมสุขภาพวัยทำงานตอนปลายกลุ่มชาติพันธุ์เตรียมตัวก่อนสูงอายุ (Pre-aging) หมู่บ้านเพื่อความมั่นคงพื้นที่ชายแดนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

2. ยุทธศาสตร์ :
1.5 ส่งเสริมผู้สูงอายุไทยเพื่อเป็นหลักชัยของสังคม

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
13) อายุคาดเฉลี่ยของการมีสุขภาพ (Health-Adjusted Life Expectancy : HALE)

4. cluster :
กลุ่มวัยผู้สูงอายุ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (29)10.1 พัฒนาระบบ Pre – Ageing เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่วัยสูงอายุ
5.2 โครงการสำคัญ 10.โครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุและป้องกันภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 9) ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุเข้าถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อสุขภาวะที่ดี

7. หลักการและเหตุผล :
ประเทศไทยก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างรวดเร็ว ในอนาคตไม่เกิน 20 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะเป็นสังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super Aged Society) ด้วยโครงสร้างประชากรของไทยในปีพ.ศ.2560 มีผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น 17%, ปีพ.ศ.2564 มีผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น 20%, ปีพ.ศ.2569 มีผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น 24% และปีพ.ศ.2579 มีผู้สูงอายุเพิ่มถึง 30% จากการสำรวจข้อมูลผู้สูงอายุของสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) ในปี 2560 พบว่าประชากรประเทศไทยมีจำนวนทั้งสิ้น 67.6 ล้านคน แบ่งเป็นผู้ชาย 33 ล้านคน ผู้หญิง 34.6 ล้านคน มีสัดส่วนของประชากรสูงอายุที่มีอายุเฉลี่ยมากกว่า 60 ปีขึ้นไป อยู่ที่ 16.7% ของประชากรทั้งหมด หรือ 11.4 ล้านคน และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น โดยภาคเหนือมีสัดส่วนผู้สูงอายุมากที่สุด การเตรียมพร้อมและช่วยเหลือผู้สูงวัยให้มีส่วนร่วมกับสังคม และมีผู้ที่อยู่ในวัยทำงาน อายุ 40-50 ปี หรือผู้ที่จะเข้าสู่อายุสูงวัย (Young Old) การทำให้กลุ่มดังกล่าวเป็น Pro Active พร้อมที่จะเป็นผู้สูงวัยอย่างมีประสิทธิภาพ มีความสามารถ และมีส่วนร่วมกับสังคม การเตรียมพร้อมก้าวเข้าสู่วัยผู้สูงอายุ เป็นสิ่งที่สังคมให้ความสำคัญ โดยเฉพาะมิติทางด้านสุขภาพ เนื่องจากผู้สูงอายุมีความเสื่อมทางร่างกาย ที่มีสาเหตุจากต่อมเพศ (Gonad Gland) เริ่มลดการผลิตฮอร์โมนลงเมื่ออายุประมาณ 45 ปีเป็นต้นไป ตามกระบวนการความชรา ที่ได้เริ่มตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา คือ ร่างกายจะเจริญเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จนเมื่อเติบโตเต็มที่แล้ว การเปลี่ยนแปลงของร่างกายจะเป็นไปในทางเสื่อมลงมากกว่าจะเสริมสร้าง เมื่อจำแนกประชากรวัยก่อนเข้าสู่การเป็นผู้สูงอายุ (Pre-aging) พบว่าภาคเหนือมีประชากร Pre –aging ร้อยละ 16.9 รองลงมาคือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 15 ภาคกลาง ร้อยละ 13.8 กรงเทพ ร้อยละ 13.3 และภาคใต้ ร้อยละ 12.6 ตามลำดับ ทิศทางอนาคต 20 ปีที่พึงประสงค์ ช่วงก่อนสูงวัย (Pre Aging) คือการเตรียมตนเองสู่สังคมสูงวัยที่มีคุณภาพและเป็นผู้สูงอายุอย่างตื่นรู้ (Active Aging) เป็นประเด็นเชิงสังคมที่ทุกภาคส่วน ได้กำหนดเป็นทิศทางการพัฒนา พื้นที่โครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงพื้นที่ชายแดนจังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่ประกอบด้วยกลุ่มชาติพันธุ์ จำนวน 5 กลุ่ม ได้แก่ เผ่าลาหู่ (มูเซอ) กะเหรี่ยง ลีซู (ลีซอ) จีนฮ่อ ไทยใหญ่ และลั๊วะ ใน 3 อำเภอ คืออำเภอปางมะผ้า อำเภอปาย และอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน รวม 24 หมู่บ้าน 3,135 ครัวเรือน ประชากรกว่า 10,126 คน (ข้อมูลจากแผนแม่บทการพัฒนากลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย (พ.ศ.2558-2560) หน้า 43) จากข้อมูลระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ (Health Data Center) กระทรวงสาธารณสุข ณ วันที่ 5 กันยายน 2561 พบว่า ประชาชนวัยทำงาน (อายุ 15-59 ปี) มีค่าดัชนีมวลกายปกติ ร้อยละ 37.80 ความชุกของภาวะอ้วน (BMI ≥ ๒๕ กก/ม๒ และหรือภาวะอ้วนลงพุง (รอบเอวเกิน ชาย 90 ซม. หญิง 80 ซม.) ร้อยละ 41.70 ประชากรอายุ 15 ปี ขึ้นไปสูบบุหรี่ ร้อยละ 13.43 พบว่าสถานการณ์สุขภาพในพื้นที่หมู่บ้านพัฒนาเพื่อความมั่นคงพื้นที่ชายแดน จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีสภาวะสุขภาพที่น่าเป็นห่วง ดังนั้น กลุ่มงานวิจัย นวัตกรรม และการจัดการความรู้ ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีภารกิจสำคัญในการสร้างสุขภาวะด้านอนามัยการเจริญพันธุ์ ของกลุ่มชาติพันธุ์ และแรงงานข้ามชาติ (คนชายขอบ) ที่ครอบคลุมสิทธิของชายและหญิงทุกช่วงอายุในการตัดสินใจสิทธิ ที่จะได้รับการเรียนรู้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับอนามัยการเจริญพันธุ์ ตลอดจนสามารถที่จะเข้าถึงบริการด้านนี้อย่างทั่วถึง ได้ตระหนักและเห็นความสำคัญของประเด็นดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมสุขภาพวัยทำงานตอนปลายกลุ่มชาติพันธุ์ เตรียมตัวก่อนสูงอายุ (Pre-aging) ขึ้น ที่อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อเป็นพื้นที่นำร่อง (Pilot area) ในการพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยทำงานตอนปลายกลุ่มชาติพันธุ์ เตรียมตัวก่อนสูงอายุ (Pre-aging) พื้นที่หมู่บ้านพัฒนาเพื่อความมั่นคงพื้นที่ชายแดน เพื่อเตรียมความพร้อม และเตรียมรับมือกับสภาวะต่างๆที่เกิดขึ้นกับกับการเป็นผู้สูงอายุ มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ จึงจำเป็นต้องมีการศึกษาสถานการณ์ เพื่อพัฒนาแนวทางพัฒนาสุขภาพวัยทำงานตอนปลาย เตรียมตัวก่อนสูงอายุ การป้องกันส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพ ร่วมกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการพัฒนาการดำเนินการส่งเสริมสุขภาพที่สอดคล้องกับปัญหาและบริบทของแต่ละชนเผ่า อันจะนำไปสู่ประชาชนกลุ่มเป้าหมายมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ สร้างสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน

8. วัตถุประสงค์ :
1. ศึกษาสถานการณ์สุขภาพวัยทำงานตอนปลาย เตรียมตัวก่อนสูงอายุ 2. พัฒนาฐานข้อมูลรายงานสถานะสุขภาพวัยทำงานตอนปลาย เตรียมตัวก่อนสูงอายุ 3. ศึกษาความรอบรู้ด้านสุขภาพวัยทำงานตอนปลาย เตรียมตัวก่อนสูงอายุ

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.สถานการณ์สุขภาพวัยทำงานตอนปลาย เตรียมตัวก่อนสูงอายุ (Pre-aging) 1 ชุด
2.ฐานข้อมูลสุขภาพวัยทำงานตอนปลาย เตรียมตัวก่อนสูงอายุ (Pre-aging) 1 ชุด
3.ชุดความรอบรู้ด้านสุขภาพวัยทำงานตอนปลาย เตรียมตัวก่อนสูงอายุ 1 ชุด
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : มีสถานการณ์สุขภาพวัยทำงานตอนปลาย เตรียมตัวก่อนสูงอายุ (Pre-aging) 1 ชุด
2.เชิงปริมาณ : มีฐานข้อมูลสุขภาพวัยทำงานตอนปลาย เตรียมตัวก่อนสูงอายุ (Pre-aging) 1 ชุด
3.เชิงปริมาณ : มีข้อมูลความรอบรู้ด้านสุขภาพวัยทำงานตอนปลาย เตรียมตัวก่อนสูงอายุ 1 ชุด
4.เชิงคุณภาพ : ความพึงพอใจของภาคีเครือข่ายต่อการส่งเสริมสุขภาพวัยทำงานตอนปลายกลุ่มชาติพันธุ์ เตรียมตัวก่อนสูงอายุ (Pre-aging) 80 ร้อยละ
5.เชิงคุณภาพ : ความพึงพอใจของวัยทำงานตอนปลายกลุ่มชาติพันธุ์ เตรียมตัวก่อนสื่อความรู้ (Package) เพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ 80 ร้อยละ
6.เชิงเวลา : ร้อยละความสำเร็จในการดำเนินงานเสร็จ ตามระยะที่กำหนด 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
จัดการข้อมูล สร้างฐานข้อมูลสุขภาพวัยทำงานตอนปลาย เตรียมตัวก่อนสูงอายุ (Pre- aging) เพื่อพัฒนาเป็นแนวทางพัฒนาสุขภาพวัยทำงานตอนปลาย เตรียมตัวก่อนสูงอายุ (Pre-aging) 1.1 ประสานความร่วมมือภาคีเครือข่าย 1.2 ทบทวนสถานการณ์ สุขภาพวัยทำงานตอนปลาย ร่วมกับภาคีเครือข่าย และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง 1.3 พัฒนาฐานข้อมูลสุขภาพวัยทำงานตอนปลาย เตรียมตัวก่อนสูงอายุ (Pre-aging) 1.4 วิเคราะห์อย่างมีส่วนร่วม การรับรู้ ช่องทางการรับรู้ด้านสุขภาพ พฤติกรรมการเปิดรับสื่อ ของวัยทำงานตอนปลาย เตรียมตัวก่อนสูงอายุ (Pre-aging)

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ประสานงาน และทบทวนสถานการณ์ สุขภาพวัยทำงานตอนปลาย 1 ครั้ง 1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2561 23,000.00
2 ศึกษาความรอบรู้ด้านสุขภาพวัยทำงานตอนปลาย เตรียมตัวก่อนสูงอายุ 1 ครั้ง 1 ม.ค. 2562 - 31 ม.ค. 2562 15,600.00
3 วิเคราะห์อย่างมีส่วนร่วม การรับรู้ ช่องทางการรับรู้ด้านสุขภาพ พฤติกรรมการเปิดรับสื่อ ของวัยทำงานตอนปลาย เตรียมตัวก่อนสูงอายุ (Pre-aging) 1 ครั้ง 1 ก.พ. 2562 - 28 ก.พ. 2562 15,100.00
4 ถอดบทเรียนและสรุปผลการดำเนินโครงการ 1 ครั้ง 1 ต.ค. 2561 - 31 ต.ค. 2561 15,100.00
5 ร่วมมือภาคีเครือข่าย เพื่อพัฒนาฐานข้อมูลสุขภาพวัยทำงานตอนปลาย เตรียมตัวก่อนสูงอายุ และเชื่อมโยงข้อมูลผ่านฐานข้อมูล HHDC-Dash Broad 2 ครั้ง 1 พ.ย. 2561 - 31 ธ.ค. 2561 31,200.00
รวมเป็นเงิน 100,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
100,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2561 - 28 ก.พ. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
พื้นที่เป้าหมาย : หมู่บ้านพัฒนาเพื่อความมั่นคงพื้นที่ชายแดนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (หมู่บ้านพมพ.) สถานที่ดำเนินโครงการ : อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน จำนวน 11 หมู่บ้าน

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
ประชากรกลุ่มวัยทำงาน กลุ่มชาติพันธุ์ อายุ 45 – 59 ปี* ในพื้นที่หมู่บ้านพัฒนาเพื่อความมั่นคงพื้นที่ชายแดนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (หมู่บ้านพมพ.) อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน จำนวน 11 หมู่บ้าน ได้แก่ 1. บ้านผีลู 2. บ้านในของ 3. บ้านน้ำปลามุง 4. บ้านเมืองน้อย 5. บ้านปายสองแง่ 6. บ้านห้วยปาย 7. บ้านดอยผักกูด 8. บ้านห้วยหก 9. บ้านป่าซาง 10. บ้านกิ่วหน่อ 11. บ้านห้วยเฮี๊ยะ * นิยามกลุ่มอายุ ตาม Cluster วัยสูงอายุ กรมอนามัย ที่กำหนดใน Type of Preventive Long - Term Care

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
1 กรมอนามัย (Cluster วัยทำงาน และ Cluster ผู้สูงอายุ) 2 เขตสุขภาพ ที่มีพื้นที่กลุ่มชาติพันธุ์ เขตสุขภาพที่ 1,2.3,5 และ 8 3 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ที่มีประชากรกลุ่มชาติพันธุ์ 4 สำนักงานหลักประกันสุขภาพเขต 5 หน่วยงานภาครัฐ/ คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) และหน่วยงานที่มีภารกิจ

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. นางสาววิชุดา นาคร นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 2. นางสาวกฤษณา ช่วยไทย นักวิชาการเผยแพร่

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาววิชุดา นาคร นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางรุ่งรัศมี ศรีวงศ์พันธ์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางศรีวรรณ ทาวงศ์มา นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธ์ุ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ
ลำดับที่ : 8

1. ชื่อโครงการ :
โครงการบริหารจัดการหน่วยงานค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ์

2. ยุทธศาสตร์ :
4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
21) คะแนนการประเมินระดับคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน ตามระบบ ITA โดย ปปท.

4. cluster :
กรมอนามัย

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (70)21.6 บริหารจัดการค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ
5.2 โครงการสำคัญ 21. โครงการพัฒนาและขับเคลื่อนกรมอนามัย 4.0 องค์กรคุณภาพคู่คุณธรรม

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบุคลากรภาครัฐ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ผลผลิต : 1) รายการค่าใช้จ่ายบุคลากรภาครัฐพัฒนาด้านสาธารณสุขและสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก

7. หลักการและเหตุผล :
ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ เป็นหน่วยงานวิชาการของ กรมอนามัย มีบทบาทเพื่อมุ่งสู่การเป็น “องค์กรนำด้านสารสนเทศและการเรียนรู้ ด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม กลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ” ซึ่งต้องดำเนินงานเพื่อตอบสนอง และให้มีความสอดคล้องต่อภารกิจ จึงต้องมีการบริหารจัดการภายใน เพื่อให้หน่วยงานสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้จัดทำโครงการบริหารจัดการหน่วยงาน นี้ขึ้น เพื่อบริหารจัดการภายในหน่วยงาน และสนับสนุนการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพ

8. วัตถุประสงค์ :
เพื่อบริหารจัดการภายในหน่วยงาน และสนับสนุนค่าใช้จ่ายขุั้นต่ำตามสิทธิ์ประกันสังคมของบุคลากร

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.หน่วยงานมีการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิที่มีประสิทธิภาพ 1 หน่วยงาน
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
7.1 ประมาณการและสำรวจความต้องการวัสดุของหน่วยงาน 7.2 ตรวจสอบครุภัณฑ์ วัสดุคงเหลือของหน่วยงาน 7.3 จัดทำแผนการจัดหาค่าสาธารณูปโภค ค่าจ้างเหมาบริการ ค่าประกันสังคม ค่าตอบแทน ค่าใช้สอย และวัสดุ 7.4 เบิกจ่ายตามแผนที่กำหนด

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ค่าใช้จ่ายตามสิทธิ์ ปกส. พรก 1 หน่วยงาน 1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562 116,400.00
รวมเป็นเงิน 116,400.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
116,400.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
บุคลากรศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
บุคลากรศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นางนงเยาว์ เอี่ยมสอาด ตำแหน่ง เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางนงเยาว์ เอี่ยมสอาด ตำแหน่ง เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางเสาวลักษณ์ ดวงคำ เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางศรีวรรณ ทาวงศ์มา นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธ์ุ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ
ลำดับที่ : 9

1. ชื่อโครงการ :
โครงการสนับสนุนการดำเนินงานการบริหารจัดการหน่วยงาน (ขับเคลื่อนหน่วยงาน)

2. ยุทธศาสตร์ :
4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
20) การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)
21) คะแนนการประเมินระดับคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน ตามระบบ ITA โดย ปปท.

4. cluster :
กลุ่มยุทธศาสตร์กำลังคน (HR)
กรมอนามัย

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (55)17.3 ยกระดับองค์กรสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูง (High Performance Organization : HPO)(69)21.5 ขับเคลื่อนและบริหารจัดการหน่วยงาน
5.2 โครงการสำคัญ 21. โครงการพัฒนาและขับเคลื่อนกรมอนามัย 4.0 องค์กรคุณภาพคู่คุณธรรม

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 6) พัฒนาศักยภาพและบริการส่งเสริมสุขภาพประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสม

7. หลักการและเหตุผล :
ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ เป็นหน่วยงานวิชาการของ กรมอนามัย มีบทบาทเพื่อมุ่งสู่การเป็น “องค์กรนำด้านสารสนเทศและการเรียนรู้ ด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม กลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ” ซึ่งต้องดำเนินงานเพื่อตอบสนอง และให้มีความสอดคล้องต่อภารกิจ จึงต้องมีการบริหารจัดการภายใน เพื่อให้หน่วยงานสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้จัดทำโครงการบริหารจัดการหน่วยงาน นี้ขึ้น เพื่อบริหารจัดการภายในหน่วยงาน และสนับสนุนการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพ

8. วัตถุประสงค์ :
เพื่อบริหารจัดการภายในหน่วยงาน และสนับสนุนการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพ

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.การบริหารจัดการภายในหน่วยงาน 1 หน่วยงาน
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงเวลา : ร้อยละความสำเร็จในการดำเนินงานเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนด 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
7.1 ประมาณการและสำรวจความต้องการวัสดุของหน่วยงาน 7.2 ตรวจสอบครุภัณฑ์ วัสดุคงเหลือของหน่วยงาน 7.3 จัดทำแผนการจัดหาค่าสาธารณูปโภค ค่าจ้างเหมาบริการ ค่าประกันสังคม ค่าตอบแทน ค่าใช้สอย และวัสดุ 7.4 เบิกจ่ายตามแผนที่กำหนด

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ค่าสาธารณูปโภค 1 หน่วยงาน 1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562 400,000.00
2 ค่าจ้างเหมาบริการ 1 หน่วยงาน 1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562 151,400.00
3 ค่าวัสดุสนับสนุนการดำเนินงานของหน่วยงาน 1 หน่วยงาน 1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562 31,680.00
4 ค่าประกันสังคมพนักงานขับรถ 1 หน่วยงาน 1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562 16,920.00
5 พัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานโครงการและหน่วยงาน 1 หน่วยงาน 1 ต.ค. 2561 - 31 พ.ค. 2562 38,000.00
รวมเป็นเงิน 638,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
638,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
บุคลากรศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
บุคลากรศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นางนงเยาว์ เอี่ยมสอาด ตำแหน่ง เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางนงเยาว์ เอี่ยมสอาด ตำแหน่ง เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางเสาวลักษณ์ ดวงคำ เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางศรีวรรณ ทาวงศ์มา นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธ์ุ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ
ลำดับที่ : 10

1. ชื่อโครงการ :
โครงการพัฒนาระบบบริหารจัดการมูลฝอยติดเชื้อและอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานบริการ สาธารณสุขตามเกณฑ์ Green & Clean Hospital

2. ยุทธศาสตร์ :
2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
15) ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างน้อยตำบลละ 1 ชุมชน

4. cluster :
กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (44)15.1 สร้างความร่วมมือและความเข้มแข็งภาคีเครือข่ายทุกระดับ
5.2 โครงการสำคัญ 15.โครงการส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ และการจัดการมลพิษและสิ่งแวดล้อม
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 12) เพิ่มศักยภาพการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน ของเสียอันตรายชุมชน และมูลฝอยติดเชื้อ

7. หลักการและเหตุผล :
ปัญหาสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ซึ่งมีสาเหตุมาจากการ เพิ่มขึ้นของประชากร การขยายตัวของสังคมเมือง การขยายตัวภาคอุตสาหกรรม มลพิษสิ่งแวดล้อมทั้งทาง กายภาพ การใช้สารเคมีในการเพาะปลูก ก่อให้เกิดปัญหาด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ และภาวะโลกร้อน และส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยและความเป็นอยู่ของประชาชน ซึ่งหลายหน่วย งานที่เกี่ยวข้องทั้งในระดับโลก เช่น สหประชาชาติที่มีการผลักดันให้หลายประ เทศบรรลุผล MDG (Millennium Development Goal) ในปี 2015 โดยมีแนวคิดในเรื่องการใช้ประโยชน์จากการพัฒนาระบบสุขาภิบาลและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมไปใช้ประโยชน์ และรัฐบาลมีนโยบายกำหนดให้ทุกกระทรวงดำเนินการ ตามยุทธศาสตร์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การพัฒนางานอนามัยสิ่งแวดล้อมจึงมุ่งเน้นการจัดการ สุขาภิบาลอย่างยั่งยืน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Sustainable and Ecological Sanitation) โดยการดำเนิน กิจกรรม GREEN ได้แก่ G : Garbage คือ การจัดการมูลฝอยและการใช้ประโยชน์จากขยะและสิ่งปฏิกูลด้วยหลักการ 3 Rs ประกอบด้วย Reduce Reuse Recycle R : Restrooms คือ การจัดการส้วมสาธารณะให้ได้มาตรฐาน HAS ตลอดจนส่งเสริมพฤติกรรม การใช้ส้วมสาธารณะอย่างถูกต้อง E : Energy คือ ลดการใช้พลังงานและพลังงานทดแทนจากชีวภาพและชีวมวล และลดการใช้พลังงาน ไฟฟ้าเพื่อประหยัดทรัพยากร E : Environment คือ การจัดการสิ่งแวดล้อมที่ช่วยลดภาวะโลกร้อน และเอื้อต่อสุขภาพ โดยเน้นหลัก 5 ส. จัดสถานที่ทำงานให้น่าอยู่ น่าทำงาน และปลูกต้นไม้เพื่อความร่มรื่น N : Nutrition คือ รณรงค์อาหารปลอดสารพิษ ดูแลสุขภาพด้วยการบริโภคผักพื้นบ้าน อาหารพื้นเมือง เพื่อลดการใช้สารเคมี ที่ปนเปื้อนในแหล่งน้ำและอาหาร ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้เล็งเห็นความสำคัญของการจัดการขยะและสิ่งแวดล้อมในชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยใช้เกณฑ์การดำเนินงาน GREEN & CLEAN Hospitals เพื่อเพื่อกำกับ ติดตามและประเมินผล นโยบาย แผนงาน โครงการและการบังคับใช้กฎหมาย (มูลฝอยติดเชื้อ) ในชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และโรงพยาบาลภาครัฐที่อยู่ในชุมชนบนพื้นที่สูง เพราะสิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ส่งเสริมให้ทุกกลุ่มวัยอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดี

8. วัตถุประสงค์ :
เพื่อกำกับ ติดตามและประเมินผล นโยบาย แผนงาน โครงการและการบังคับใช้กฎหมาย (มูลฝอยติดเชื้อ) ในชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และโรงพยาบาลภาครัฐที่อยู่ในชุมชนบนพื้นที่สูง

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ประชาชนและภาคีเครือข่ายมีความสามารถในการจัดการมูลฝอยติดเชื้อและอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชน ตามเกณฑ์มาตรฐาน Green & Clean Hospitals อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพเพื่อสุขภาพที่ดี 1 แห่ง
2.ข้อมูลการจัดการมูลฝอยติดเชื้อและอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ชายขอบ 1 ชุด
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : รายงานสรุปผลการดำเนินงานโครงการ 1 ชุด
2.เชิงคุณภาพ : ร้อยละความพึงพอใจของภาคีเครือข่ายต่อการดำเนินงานโครงการ 80 ร้อยละ
3.เชิงเวลา : การดำเนินโครงการเสร็จสิ้นตามระยะเวลา 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1. ศึกษาข้อมูลสถานการณ์การจัดการมูลฝอยติดเชื้อและอนามัยสิ่งแวดล้อมจากเครือข่ายระดับจังหวัด 2. ประสานการดำเนินงาน วางรูปแบบการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานระดับจังหวัดและศูนย์เข 3. ติดตาม เยี่ยมเสริมพลัง กำกับ และประเมินผล นโยบาย แผนงาน โครงการและการบังคับใช้กฎหมาย (มูลฝอยติดเชื้อ) ในชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และโรงพยาบาลภาครัฐที่อยู่ในชุมชนบนพื้นที่สูง ตามเกณฑ์มาตรฐาน Green & Clean Hospital 4. รวบรวม สรุปข้อมูล 5. จัดทำรูปเล่มการดำเนินงาน

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 สรุปข้อมูลสถานการณ์การจัดการมูลฝอยติดเชื้อและอนามัยสิ่งแวดล้อม 1 ครั้ง 1 พ.ค. 2562 - 30 มิ.ย. 2562 1,580.00
2 พัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานโครงการและหน่วยงาน 3 ครั้ง 1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562 20,541.00
3 วางรูปแบบการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานระดับจังหวัดและศูนย์เขต 4 แห่ง 1 ธ.ค. 2561 - 31 ธ.ค. 2561 5,940.00
4 ติดตาม เยี่ยมเสริมพลัง กำกับ และประเมินผล นโยบาย แผนงาน โครงการและการบังคับใช้กฎหมาย (มูลฝอยติดเชื้อ) ในชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และโรงพยาบาลภาครัฐที่อยู่ในชุมชนบนพื้นที่สูง ตามเกณฑ์มาตรฐาน Green & Clean Hospital 4 แห่ง 1 ม.ค. 2562 - 30 เม.ย. 2562 27,480.00
รวมเป็นเงิน 55,541.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
55,541.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
1. ชุมชน โรงพยาบาล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อ. เวียงแหง จ.เชียงใหม่ 2. ชุมชน โรงพยาบาล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อ. เชียงดาว จ.เชียงใหม่ 3. ชุมชน โรงพยาบาล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อ. อมก๋อย จ.เชียงใหม่ 4. ชุมชน โรงพยาบาล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อ. กัลป์ยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
1. ประชาชนกลุ่มชายขอบ 2. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ชายขอบ 3. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่/สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ/โรงพยาบาลชุมชน/รพสต. 4. ศูนย์อนามัยที่ 1

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
1. ประชาชนกลุ่มชายขอบ 2. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ชายขอบ 3. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด/สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ/โรงพยาบาลชุมชน/รพสต. 4. ศูนย์อนามัยที่ 1 และเครือข่ายเขตสุขภาพ

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นางสาวพัฒนา สมาธิ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวพัฒนา สมาธิ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางรุ่งรัศมี ศรีวงศ์พันธ์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางศรีวรรณ ทาวงศ์มา ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธ์ุ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ
ลำดับที่ : 11

1. ชื่อโครงการ :
โครงการส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน (ลดการปนเปื้อนสิ่งปฏิกูล)

2. ยุทธศาสตร์ :
2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
15) ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างน้อยตำบลละ 1 ชุมชน

4. cluster :
กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (44)15.1 สร้างความร่วมมือและความเข้มแข็งภาคีเครือข่ายทุกระดับ
5.2 โครงการสำคัญ 15.โครงการส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 10) เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการน้ำเพื่อการบริโภค

7. หลักการและเหตุผล :
ปริมาณขยะหรือมูลฝอยที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ ในปี 2537 มีปริมาณวันละ 33,000 ตัน เป็นมูลฝอยในเขตกรุงเทพมหานครวันละ 7,000 ตัน ในเขตเทศบาล 143 แห่ง รวมเมืองพัทยาวันละ 5,600 ตัน ในเขตสุขาภิบาลวันละ 4,200 ตัน ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 16,200 ตัน จะเป็นมูลฝอยในพื้นที่นอกเขตเทศบาลและสุขาภิบาล โดยในจำนวนนี้กรุงเทพมหานครสามารถเก็บขนได้ร้อยละ 95 ของปริมาณมูลฝอยที่เกิดขึ้น และนำไปกำจัดด้วยวิธีการฝังกลบ 5,000 ตัน หมักทำปุ๋ย 1,100 ตัน มีเหลือเพียง 900 ตัน กองทิ้งไว้ในโรงงานเพื่อให้ย่อยสลายเอง สำหรับเทศบาลต่าง ๆ และเมืองพัทยานั้น ถึงแม้จะมีความสามารถในการเก็บขนได้ร้อยละ 80 ของมูลฝอยที่เกิดขึ้นหรือประมาณวันละ 4,500 ตัน แต่ก็นำไปกำจัดโดยวิธีฝังกลบอย่างถูกหลักสุขาภิบาลเพียง 600 ตันต่อวัน ที่เหลือก็ปล่อยให้ย่อยสลายเองเช่นกันส่วนสุขาภิบาลและพื้นที่นอกเขตจะนำไปกองทิ้งให้ย่อยสลายเองตามธรรมชาติ ซึ่งไม่ถูกหลักสุขาภิบาล และเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษ ก่อให้เกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญ และทำให้แหล่งน้ำผิวดินและน้ำใต้ดินเกิดการปนเปื้อนน้ำเสียจากมูลฝอยมากขึ้น ส่วนการเก็บกักสิ่งปฏิกูลในอาคาร ซึ่งใช้ระบบบ่อเกรอะหรือบ่อซึม มีบางส่วนลักลอบปล่อยสิ่งปฏิกูลลงสู่ท่อระบายน้ำโดยตรง หรือนำไปทิ้งตามทุ่งนา หรือที่สาธารณะ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการเน่าเสียของแม่น้ำลำคลองและการแพร่กระจายของเชื้อโรค กรุงเทพมหานคร มีโรงงานกำจัดสิ่งปฏิกูล 2 แห่ง กำจัดได้แห่งละ 600 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน และนำกากตะกอนที่เหลือไปผลิตปุ๋ยอินทรีย์ ส่วนเทศบาลที่สามารถกำจัดสิ่งปฏิกูลได้อย่างถูกวิธีมีเพียงร้อยละ 30 ของจำนวนเทศบาลทั้งประเทศ ปัญหาการจัดการมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลนี้ มีแนวโน้มจะรุนแรง และทำให้เกิดการปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม รวมทั้งเกิดความเสียงต่อสุขภาพอนามัยมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดปริมณฑลของกรุงเทพมหานครและจังหวัดในพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออก ตลอดจนจังหวัดศูนย์กลางความเจริญในภาคต่างๆ เนื่องจากอัตราการผลิตมูลฝอยของประชากรมีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี แต่การดำเนินการแก้ไขปัญหายังเป็นเพียงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าขาดแผนหลักระยะยาว ไม่มีการวางแผนการจัดการมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลร่วมกันระหว่างชุมชนที่อาจจะเกิดประโยชน์จากการใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ และระบบกำจัดร่วมกัน ไม่มีระเบียบและแนวทางปฏิบัติในการคัดแยก เก็บขน และกำจัดที่ชัดเจน หน่วยงานที่รับผิดชอบไม่สามารถจัดหาที่ดินเพื่อการกำจัดในระยะยาวได้ มีข้อจำกัดด้านเงินลงทุน ขาดแคลนอุปกรณ์ เครื่องมือ และบุคลากรระดับปฏิบัติที่มีความรู้ความชำนาญ รวมทั้งไม่มีการจัดลำดับความสำคัญของความรุนแรงของปัญหา และองค์กรท้องถิ่นขาดขีดความสามารถที่เพียงพอนอกจากนี้กฎหมายที่เกี่ยวข้องก็ไม่เอื้ออำนวยเท่าที่ควร รวมทั้งไม่มีระบบเก็บรวบรวม หรือโครงสร้างบริการพื้นฐานในการนำมูลฝอยกลับมาใช้ประโยชน์ให้ครบวงจร และประการสำคัญคือ ขาดความร่วมมือจากประชาชนในด้านการจ่ายค่าธรรมเนียม ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้เล็งเห็นความสำคัญของส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน ในการลดการปนเปื้อนสิ่งปฏิกูล โดยเฉพาะในชุมชนบนพื้นที่สูง ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำ หากการจัดการสิ่งปฏิกูลของเสียต่างๆ ไม่มีการจัดการที่ถูกต้องตามหลักสุขาภิบาลแล้ว อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวและชุมชนบนพื้นที่ราบที่เป็นปลายน้ำ ในระยะยาวได้ จึงมีความประสงค์ขอจัดทำโครงการดังกล่าว เพื่อดำเนินการในปีงบประมาณ 2562

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อกำกับติดตาม ประเมินผลการใช้กฎหมาย มาตรฐาน วิชาการ รูปแบบ ต้นแบบ นวัตกรรม วิจัยและเทคโนโลยี ในการลดการปนเปื้อนสิ่งปฏิกูลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชนบนพื้นที่สูง 2. เพื่อสร้างความร่วมมือและความเข้มแข็งภาคีเครือข่ายทุกระดับในชุมชนบนพื้นที่สูง ในการลดการปนเปื้อนสิ่งปฏิกูล 3. ส่งเสริมและพัฒนารูปแบบการจัดการสิ่งปฏิกูลในชุมชนบนพื้นที่สูง

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ชุดข้อมูลสถานการณ์การจัดการสิ่งปฏิกูลบนพื้นที่สูง 1 ชุด
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : รายงานสรุปผลการดำเนินงานโครงการ 1 ชุด
2.เชิงคุณภาพ : ร้อยละความพึงพอใจของภาคีเครือข่ายต่อการดำเนินงานโครงการ 80 ร้อยละ
3.เชิงเวลา : การดำเนินโครงการเสร็จสิ้นตามระยะเวลา 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1. ประสานการดำเนินงาน ศึกษาข้อมูลสถานการณ์การจัดการสิ่งปฏิกูลในพื้นที่อำเภอสบเมยและอำเภอแม่สะเรียงจังหวัดแม่ฮ่องสอน จากเอกสารและฐานข้อมูลของจังหวัด/อปท. 2. สนับสนุน พัฒนารูปแบบการจัดการสิ่งปฏิกูลในชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 3. ติดตาม เยี่ยมเสริมพลัง กำกับ และประเมินผล นโยบาย แผนงาน โครงการและการบังคับใช้กฎหมายในชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และโรงพยาบาลภาครัฐที่อยู่ในชุมชนบนพื้นที่สูง ด้านการจัดการสิ่งปฏิกูล 4. รวบรวม สรุปข้อมูลการจัดการสิ่งปฏิกูลในชุมชนบนพื้นที่สูง 5. จัดทำรูปเล่มสรุปผลการดำเนินงาน

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ศึกษาข้อมูลสถานการณ์การจัดการสิ่งปฏิกูลในพื้นที่อำเภอสบเมยและอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน 2 แห่ง 1 ต.ค. 2561 - 31 ธ.ค. 2561 13,600.00
2 สนับสนุนและพัฒนารูปแบบการจัดการสิ่งปฏิกูลในชุมชนร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 2 แห่ง 1 ม.ค. 2562 - 31 มี.ค. 2562 10,000.00
3 ติดตาม เยี่ยมเสริมพลัง สรุปบทเรียนการกำกับ และประเมินผล นโยบาย แผนงาน โครงการและการบังคับใช้กฎหมายในชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในชุมชนบนพื้นที่สูง ด้านการจัดการสิ่งปฏิกูล 2 แห่ง 1 มิ.ย. 2562 - 30 มิ.ย. 2562 13,600.00
4 พัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานโครงการและหน่วยงาน 5 ครั้ง 1 ม.ค. 2562 - 30 ก.ย. 2562 62,800.00
รวมเป็นเงิน 100,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
100,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
1. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอำเภอสบเมยและอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน 2. ชุมชนบนพื้นที่สูงในพื้นที่ กพด. อำเภอสบเมยและอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน 3. หน่วยงานสาธารณสุขอำเภอสบเมยและอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
1. ประชาชนกลุ่มชายขอบ อำเภอสบเมยและอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน 2. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อำเภอสบเมยและอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน 3. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน/สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ/โรงพยาบาลชุมชน/รพสต.พื้นที่อำเภอสบเมยและอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
1. ประชาชนกลุ่มชายขอบ อำเภอสบเมยและอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน 2. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อำเภอสบเมยและอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน 3. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน/สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ/โรงพยาบาลชุมชน/รพสต.พื้นที่อำเภอสบเมยและอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นางสาวพัฒนา สมาธิ ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุข

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวพัฒนา สมาธิ ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุข

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางรุ่งรัศมี ศรีวงศ์พันธ์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางศรีวรรณ ทาวงศ์มา ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธ์ุ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ
ลำดับที่ : 12

1. ชื่อโครงการ :
โครงการติดตามและประเมินผลการจัดการน้ำบริโภค พื้นที่โครงการรักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของแผ่นดิน

2. ยุทธศาสตร์ :
2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
16) จังหวัดในเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษมีฐานข้อมูลการเฝ้าระวังด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม

4. cluster :
กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (48)16.1 พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศ เฝ้าระวัง และประเมินความเสี่ยง
5.2 โครงการสำคัญ 16. โครงการเฝ้าระวังและประเมินความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพในพื้นที่เสี่ยง พื้นที่เฉพาะ และการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานพื้นฐานด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคน
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ผลผลิต : 2) พัฒนาและบริการการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมกับประชาชน ชุมชน และภาคีเครือข่าย

7. หลักการและเหตุผล :
น้ำเป็นสิ่งสำคัญและเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญในการดำรงชีวิต คนเราสามารถอดอาหารได้เป็นเวลานาน ๆโดยไม่เสียชีวิต แต่ถ้าต้องอดน้ำก็จะตายในเวลารวดเร็ว ข้อพิจารณาพื้นฐานในการจัดบริการน้ำบริโภคของชุมชน ที่สำคัญ จะต้องมีปริมาณที่เพียงพอแก่ความต้องการ สำหรับการใช้พื้นฐานกำหนด5 ลิตรต่อคนต่อวัน ครอบคลุมถึงน้ำดื่ม น้ำที่ใช้เตรียมปรุงประกอบอาหารและล้างหน้าแปรงฟัน โดยต้องคำนึงถึงปัจจัยอื่นๆด้วย เช่น ลักษณะภูมิอากาศ พฤติกรรมการใช้น้ำ ระยะทางการเข้าถึงแหล่งน้ำเป็นต้น สำหรับด้านคุณภาพจะต้องเป็นน้ำที่สะอาดปลอดภัยปราศจากเชื้อโรคไม่มีสารละลายและสิ่งเจือปนต่างๆที่เป็นอันตรายหรืออาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค ทั้งด้านกายภาพ เคมีและชีววิทยาตามเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำบริโภค จึงจะป้องกันการเจ็บป่วยจากโรคที่เกิดจากน้ำเป็นสื่อได้ การจัดหาน้ำสะอาดจะส่งเสริมและป้องกันให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดี และเอื้อให้เกิดประโยชน์ ในด้านต่าง ๆ ต่อสาธารณะ คือ 1) ลดอัตราการเกิดโรคเนื่องจากน้ำเป็นพาหะ เพราะน้ำเป็นสื่อของโรคหลากหลายชนิด หากไม่มีการจัดหาน้ำสะอาดที่เพียงพอและเหมาะสม จะทำให้เกิดการแพร่กระจายเชื้อโรคได้ เช่น โรคพิษจากโลหะหนักและสารเคมี โรคตับอักเสบจากเชื้อไวรัส โรคท้องร่วง ท้องเสีย 2) (2) ช่วยให้ประชาชนได้รับความสะดวก ทั้งในการอุปโภค บริโภค การใช้สำหรับกิจกรรม การผลิตการล้างทำความสะอาด 3) ช่วยให้การพัฒนาด้านอุตสาหกรรมรวดเร็วขึ้น ซึ่งน้ำเป็นทรัพยากรที่สำคัญมากในกระบวนการผลิต การผสม การทำ เจือจาง การล้าง และกิจกรรมที่จำเป็นอื่น ๆ 4) ช่วยให้เกิดการพัฒนาด้านสุขาภิบาลและสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ได้เหมาะสม 5) ช่วยให้เกิดความปลอดภัยในการดับเพลิงและสาธารณภัยอื่นๆ ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น เช่น ไฟไหม้ ภัยแล้ง น้ำท่วม ขาดแคลนน้ำบริโภค เป็นต้น ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ ได้ทำเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภค ปี 2561 จำนวน 101 ตัวอย่าง แบ่งออกเป็น การเฝ้าระวังน้ำบริโภคในศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขาแม่ฟ้าหลวง (ศศช.) และในชุมชนพื้นที่ กพด./ภูฟ้า ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และน่าน จำนวน 36 ตัวอย่าง และเฝ้าระวัง ในพื้นที่ พมพ.และยามชายแดน จำนวน 18 ตัวอย่าง และเฝ้าระวังในพื้นที่โครงการรักษ์น้ำเพื่อพระแม่ ของแผ่นดิน จำนวน 12 ตัวอย่าง เฝ้าระวังน้ำบริโภคในชุมชนบนพื้นที่สูงพื้นที่สูงทั่วไป จำนวน 35 ตัวอย่าง พบว่า จังหวัดเชียงใหม่ ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานน้ำบริโภคด้านแบคทีเรียร้อยละ 81.25 จังหวัดแม่ฮ่องสอน ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานด้านแบคทีเรีย ร้อยละ 91.67 และจังหวัดแม่ฮ่องสอน ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานด้านแบคทีเรีย ร้อยละ 87.10 บางพื้นที่ถึงแม้ว่าจะมีการปรับปรุงคุณภาพน้ำดื่มโดยการใช้ระบบกรองต่างๆ ทั้งที่มีขายตามท้องตลาดทั่วไป หรือว่าจะได้รับการสนับสนับสนุนจากหน่วยงานอื่นๆ ก็ตาม พบว่า ขาดการเฝ้าระวังคุณภาพอย่าวงต่อเนื่อง ขาดผู้ดูแลและรักษาระบบ ทำให้บางพื้นที่ไม่สามารถใช้งานได้ ทำให้ไม่มีประสิทธิภาพในการปรับปรุงคุณภาพน้ำดื่ม ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ ได้เล็งเห็นความสำคัญของการจัดการน้ำบริโภค อาหารปลอดภัย เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว และตอบสนองต่อเป้าหมาย SDG เป้าหมายที่ 6 สร้างหลักประกันว่าจะมีการจัดให้มีน้ำและสุขอนามัยสำหรับทุกคน และมีการบริหารจัดการที่ยั่งยืน จึงจำเป็นต้องดำเนินโครงการเฝ้าระวังและประเมินความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพในพื้นที่เสี่ยง พื้นที่เฉพาะและการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน (การจัดการน้ำบริโภคในพื้นที่โครงการรักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของแผ่นดิน)

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อติดตามการใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมและ Product Champion (เครื่องกรองน้ำครัวเรือนและชุมชนแบบทรายกรองช้า) จากการนำไปใช้ประโยชน์และการขยายผลในพื้นที่ 2. เพื่อส่งเสริม สนับสนุน พัฒนาศักยภาพการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำให้เป็นภารกิจหลักของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 3. เพื่อสนับสนุน ผลักดันพัฒนารูปแบบการแก้ไขและปรับปรุงคุณภาพน้ำในชุมชน โดยเครือข่ายในพื้นที่

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ข้อมูลการใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมและ Product Champion ของหน่วยงานจากภาคีเครือข่าย 5 จังหวัด 1 ชุด
2.รูปแบบการแก้ไขและปรับปรุงคุณภาพน้ำในชุมชน 1 แห่ง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : รายงานสรุปผลการดำเนินงานโครงการ 1 ชุด
2.เชิงคุณภาพ : ร้อยละความพึงพอใจของภาคีเครือข่ายต่อการใช้ Product Champion ของหน่วยงาน 80 ร้อยละ
3.เชิงเวลา : การดำเนินโครงการเสร็จสิ้นตามระยะเวลา 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1. ประสานการดำเนินงานภาคีเครือข่าย 2. ติดตาม รับฟังข้อเสนอแนะ การใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมและ Product Champion (เครื่องกรองน้ำครัวเรือนและชุมชนแบบทรายกรองช้า) จากการนำไปใช้ประโยชน์และการขยายผลในพื้นที่โครงการรักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของแผ่นดิน จำนวน 5 จังหวัด ประกอบด้วย อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่, อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน ,อำเภอแม่ฟ้าหลวงจังหวัดเชียงราย อำเภอขุนยวมและอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน และอำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก 3. ส่งเสริม สนับสนุน พัฒนาศักยภาพการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำให้เป็นภารกิจหลักของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยใช้งบประมาณโครงการรักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของแผ่นดินตามที่แต่ละจังหวัดได้รับการสนับสนุน โดยมีศูนย์เป็นพี่เลี้ยงในการดำเนินงาน เช่น การเฝ้าระวังคุณภาพน้ำอย่างง่ายโดยการใช้ชุดทดสอบ /การจัดทำแผนเฝ้าระวังของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด 4. สนับสนุน ผลักดันพัฒนารูปแบบการแก้ไขและปรับปรุงคุณภาพน้ำในชุมชน/การนำ Product Champion ของหน่วยงาน ไปขยายผลและต่อยอดในพื้นที่ โดยเครือข่ายในพื้นที่โดยใช้งบประมาณโครงการรักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของแผ่นดินตามที่แต่ละจังหวัดได้รับการสนับสนุน โดยมีศูนย์เป็นพี่เลี้ยงในการดำเนินงาน 5. สรุปบทเรียนการดำเนินงาน 6. จัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินงานและจัดส่งสรุปผลการดำเนินงานให้ภาคีเครือข่าย

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 เยี่ยมเสริมพลังพื้นที่ที่มีการขยายผลและการถ่ายนทอดความรู้/นำ Product Champion (เครื่องกรองน้ำครัวเรือนและชุมชนแบบทรายกรองช้า) ไปใช้ในพื้นที่/ค่าใช้จ่ายในการไปเป็นวิทยากรให้ความรู้ 1 พื้นที่ 1 แห่ง 1 มิ.ย. 2562 - 30 มิ.ย. 2562 7,820.00
2 พัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานโครงการและหน่วยงาน 2 ครั้ง 1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562 10,000.00
3 ติดตาม รับฟังข้อเสนอแนะ การใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมและ Product Champion (เครื่องกรองน้ำครัวเรือนและชุมชนแบบทรายกรองช้า) 5 ครั้ง 1 พ.ย. 2561 - 30 พ.ย. 2561 37,180.00
รวมเป็นเงิน 55,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
55,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
พื้นที่โครงการรักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของแผ่นดิน/พื้นที่โครงการพระราชดำริ ที่มีการนำ Product Champion (เครื่องกรองน้ำครัวเรือนและชุมชนแบบทรายกรองช้า) ของศูนย์ไปใช้ประโยชน์ 5 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดน่าน จังหวัดตาก และจังหวัดแม่ฮ่องสอน

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
ภาคีเครือข่าย ชุมชน พื้นที่โครงการรักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของแผ่นดิน/พื้นที่โครงการพระราชดำริ ที่มีการนำ Product Champion (เครื่องกรองน้ำครัวเรือนและชุมชนแบบทรายกรองช้า) ของศูนย์ไปใช้ประโยชน์ 5 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดน่าน จังหวัดตาก และจังหวัดแม่ฮ่องสอน

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
ภาคีเครือข่าย ชุมชน พื้นที่โครงการรักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของแผ่นดิน/พื้นที่โครงการพระราชดำริ ที่มีการนำ Product Champion (เครื่องกรองน้ำครัวเรือนและชุมชนแบบทรายกรองช้า) ของศูนย์ไปใช้ประโยชน์ 5 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดน่าน จังหวัดตาก และจังหวัดแม่ฮ่องสอน

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นางสาวพัฒนา สมาธิ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวพัฒนา สมาธิ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางรุ่งรัศมี ศรีวงศ์พันธ์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางศรีวรรณ ทาวงศ์มา ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธ์ุ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ
ลำดับที่ : 13

1. ชื่อโครงการ :
โครงการส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชน ในถิ่นทุรกันดาร (กพด.) ปีงบประมาณ 2562

2. ยุทธศาสตร์ :
1.2 ส่งเสริมเด็กวัยเรียนให้แข็งแรงและฉลาด

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
5) ร้อยละของเด็กวัยเรียน (6-14 ปี) สูงดีสมส่วน ฟันไม่ผุ (caries free) และเด็กอายุ 12 ปี มีส่วนสูงเฉลี่ยตามเกณฑ์

4. cluster :
กลุ่มวัยเรียนและวัยรุ่น

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (1)1.1 ส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยแม่และเด็กในถิ่นทุรกันดาร (กพด.) ตามพระราชดาริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
5.2 โครงการสำคัญ 1.โครงการพัฒนาและบริการการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมกับประชาชนในพื้นที่โครงการพระราชดาริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานยุทธศาสตร์สร้างเสริมให้คนมีสุขภาวะที่ดี
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 3) พัฒนาและบริการการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมกับประชาชนในพื้นที่โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ

7. หลักการและเหตุผล :
เด็กวัยเรียนเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีความสำคัญ ซึ่งจะเติบโตเป็นกำลังแรงงานและสมองในการพัฒนาประเทศ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการพัฒนาสุขภาพเพื่อให้มีสุขภาพที่สมบูรณ์ ทั้งทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์และสังคม เพื่อนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งข้อมูลวิชาการในหลายประเทศระบุว่าเด็กแรกเกิดถึง 5 ปี ที่เตี้ย มักมีภูมิต้านทานต่ำ ส่งผลให้ติดเชื้อง่าย เจ็บป่วยบ่อย ป่วยนาน และรุนแรง มีโอกาสเสียชีวิตได้ นอกจากนี้ยังพบว่ามีผลต่อการพัฒนาสมอง โดยระดับสติปัญญาต่ำกว่าเด็กที่มีส่วนสูงตามเกณฑ์ พัฒนาการล่าช้า และความสามารถในการเรียนรู้บกพร่อง ไม่สนใจสิ่งแวดล้อม เฉื่อยชา ความสูงต่างกันมากกว่า 3.4 ซม. มีผลต่อเกรดที่เพิ่มขึ้น และเด็กที่มีน้ำหนักแรกเกิดน้อยกว่า 2,500 กรัม หรือมีภาวะเตี้ย จะมีความเสี่ยงสูงป่วยเป็นโรคเรื้อรังเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ เช่น โรคกระดูกพรุน โรคอ้วน เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือดอีกด้วย ด้วยเหตุดังกล่าวในส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การพัฒนาประเด็นที่ 1 ในแผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ 12 ได้เร่งเสริมสร้างสุขภาพคนไทยเชิงรุก ซึ่งจะเป็นการพัฒนาระบบการดูแลเด็กให้มีพัฒนาการที่สมวัย เสริมสร้างความร่วมมือในการดูแลให้เด็กเกิดอย่างมีคุณภาพ เจริญเติบโตเต็มศักยภาพ แข็งแรง พร้อมที่จะเรียนรู้ ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และอาหารตามวัยที่ถูกหลักโภชนาการ เติบโตอย่างมีคุณภาพทุกช่วงวัย เนื่องจากเห็นว่าวัยเด็ก ถือเป็นรากฐานที่สำคัญที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงตลอดช่วงชีวิตต่อไป ในส่วนของกรมอนามัย เห็นความสําคัญของปัญหาดังกล่าว จึงได้กําหนดประเด็นยุทธศาสตร์ส่งเสริมสุขภาพ เด็กวัยเรียนให้แข็งแรงและฉลาด เป้าประสงค์คือเด็กวัยเรียนเจริญเติบโตเต็มศักยภาพและมีทักษะสุขภาพ โดยกําหนดตัวชี้วัดเด็กวัยเรียน อายุ 6-14 ปี สูงดีสมส่วน ร้อยละ 66 และ เด็กอายุ 12 ปี มีส่วนสูงเฉลี่ยตาม 21 แผนการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 เกณฑ์ ซึ่งเป้าหมายระยะยาวใน 20 ปีข้างหน้า ผู้ชายและผู้หญิงจะต้องมีส่วนสูงเฉลี่ย180 เซนติเมตร และ 170 เซนติเมตร ตามลําดับ เด็กวัยเรียนกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง ในพื้นที่ดำเนินงานตามแผนพัฒนาเด็กและเยาวชน ในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญของกรมอนามัยในการดำเนินงานเพื่อพัฒนาและสร้างเด็กไทยสูงดีสมส่วนและพัฒนาการสมวัย เนื่องจากมีภาวการณ์เจริญเติบโตที่ยังน่าเป็นห่วง การพัฒนาเด็กและเยาวชน ตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นการดำเนินงานโดยใช้ฐานของโรงเรียนหรือสถานศึกษาเป็นฐานของการพัฒนา เนื่องจากทรงเห็นว่าโรงเรียนหรือสถานศึกษา เป็นสถานที่ที่รวมเด็กในวัยเรียนของชุมชน ทำให้เข้าถึงได้ง่ายและครอบคลุมได้ทั้งหมด ง่ายต่อการดำเนินงาน เป็นสถานที่ที่มีผู้ที่มีความรู้ คือครู เป็นแกนนำสำคัญในการถ่ายทอดให้เด็กได้พัฒนาความรู้และทักษะต่างๆ และโรงเรียนหรือสถานศึกษา ยังเป็นสถานที่ที่คนในชุมชนเข้าถึงได้ง่าย ในปีงบประมาณ 2561 ที่ผ่านมา ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ ได้ใช้ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” (ศศช.) ในสังกัดศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 20 แห่ง เป็นฐานในการพัฒนาศักยภาพของครูนิเทศ ครูอาสาสมัคร และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง ของตำบลนาเกียน ซึ่งเป็น 1 ใน 6 ตำบลของอำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านการประเมินผล ติดตาม และพัฒนาการด้านการเจริญเติบโตเด็กวัยเรียน และเสริมสร้างศักยภาพ ของครู และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาสุขภาพเด็กและเยาวชน จากการดำเนินงาน พบว่าควรมีการพัฒนาความร่วมมือของภาคีเครือข่ายในการส่งเสริมโภชนาการและสุขอนามัยเด็กและเยาวชน รวมถึงพัฒนานวัตกรรมเพื่อประเมินประสิทธิผลและประสิทธิภาพของนวัตกรรมเครื่องมือประเมินและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย กลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง ด้วยเหตุนี้ ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ จึงสนใจพัฒนาความร่วมมือภาคีเครือข่ายในการส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชน ในถิ่นทุรกันดาร (กพด.) และประเมินประสิทธิผลและประสิทธิภาพของนวัตกรรมพัฒนานวัตกรรมเครื่องมือประเมินและส่งเสริมพัฒนาการเด็ก ปฐมวัย กลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง ชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยงขึ้น เพื่อให้สามารถใช้ในการเฝ้าระวังและประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัยได้อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ เพื่อนำไปใช้เป็นต้นแบบในการพัฒนาส่งเสริมสุขภาพ ในถิ่นทุรกันดารต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
1. รับฟังความคิดเห็นของภาคีเครือข่ายในการส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชน ในถิ่นทุรกันดาร 2. ประเมินประสิทธิผลและประสิทธิภาพของ นวัตกรรมเครื่องมือประเมินและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย กลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ข้อเสนอการส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร 1 ชุด
2.ผลการประเมินประสิทธิผลและประสิทธิภาพของนวัตกรรมเครื่องมือประเมินและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย กลุ่มชาติพันธุ์ 1 ชุด
3.จำนวนภาคีเครือข่ายที่ได้รับการพัฒนาความรู้การวิเคราะห์สถานการณ์ภาวะโภชนาการและสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร 100 คน
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงคุณภาพ : ความพึงพอใจของภาคีเครือข่ายในการรับฟังข้อคิดเห็นในการส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร 80 ร้อยละ
2.เชิงเวลา : ร้อยละความสำเร็จในการดำเนินงานเสร็จ ตามระยะเวลาที่กำหนด 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
กิจกรรมที่ 1 ส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชนของศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง”(ศศช.) 1. จัดประชุมเชิงปฏิบัติการวิเคราะห์สถานการณ์ภาวะโภชนาการและสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชน ของศูนย์การเรียนรู้ชุมชนชาวไทยภูเขา“แม่ฟ้าหลวง” 2. จัดประชุมคืนข้อมูลและรับฟังข้อเสนอแนะการพัฒนางานส่งเสริมสุขภาพเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารและเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพในคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสุขภาพระดับอำเภอ (District Health Board : DHB) และผู้ที่เกี่ยวข้อง ในพื้นที่ดำเนินงานตามแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ฉบับที่ 5 พ.ศ.2560 - 2569 จำนวน 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ ,จังหวัดแม่ฮ่องสอน, จังหวัดตากและ จังหวัดน่าน 3. สรุปและรายงานผลการดำเนินงาน กิจกรรมที่ 2 พัฒนานวัตกรรมเครื่องมือประเมินและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย กลุ่มชาติพันธุ์ 1. พัฒนา จัดทำนวัตกรรมเครื่องมือประเมินและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย กลุ่มชาติพันธุ์ ในพื้นที่ 2. จัดประชุมเชิงปฏิบัติการถ่ายทอดเครื่องมือประเมินและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย กลุ่มชาติพันธุ์ ให้แก่ ครูศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง”(ศศช.) ในพื้นที่อำเภออมก๋อย จังหวัด เชียงใหม่ จำนวน 109 แห่งและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในอำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 13แห่ง 3. ทดลองใช้เครื่องมือประเมินและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย กลุ่มชาติพันธุ์ ในศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง”(ศศช.) ในพื้นที่อำเภออมก๋อย จังหวัด เชียงใหม่ จำนวน 109 แห่งและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในอำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 13แห่ง 4. ติดตามประเมินประสิทธิผลและประสิทธิภาพของ นวัตกรรมเครื่องมือประเมินและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย กลุ่มชาติพันธุ์ 5. สรุปผลการดำเนินงาน

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 การประชุมเชิงปฏิบัติการวิเคราะห์สถานการณ์ภาวะโภชนาการและสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชน ของศศช. 1 ครั้ง 1 พ.ย. 2561 - 30 พ.ย. 2561 135,480.00
2 พัฒนา จัดทำนวัตกรรมเครื่องมือประเมินและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย กลุ่มชาติพันธุ์ ในพื้นที่ 1 ครั้ง 1 ต.ค. 2561 - 30 พ.ย. 2561 14,340.00
3 ผลิตนวัตกรรมเครื่องมือประเมินและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย กลุ่มชาติพันธุ์ 1 ครั้ง 1 ธ.ค. 2561 - 31 ธ.ค. 2561 90,000.00
4 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการถ่ายทอดเครื่องมือประเมินและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย กลุ่มชาติพันธุ์ ให้แก่ ครูศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง”(ศศช.) 1 ครั้ง 4 ก.พ. 2562 - 28 ก.พ. 2562 54,400.00
5 สนับสนุนการดำเนินงานบริหารจัดการหน่วยงาน(ค่าวัสดุและใช้สอย) 1 หน่วยงาน 1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562 152,720.00
6 ติดตามประเมินประสิทธิผลและประสิทธิภาพของ นวัตกรรมเครื่องมือประเมินและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย กลุ่มชาติพันธุ์ 3 ครั้ง 1 พ.ค. 2562 - 30 มิ.ย. 2562 42,520.00
7 การประชุมคืนข้อมูลและรับฟังข้อเสนอแนะการพัฒนางานส่งเสริมสุขภาพเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารและเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ จังหวัดเชียงใหม่ ตาก แม่ฮ่อนสอน และน่าน 4 ครั้ง 1 ก.พ. 2562 - 30 เม.ย. 2562 23,760.00
รวมเป็นเงิน 513,220.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
513,220.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
พื้นที่ตามแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ฉบับที่ 5 พ.ศ. 2560 – 2569 จำนวน 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดน่าน และจังหวัดตาก

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
1 ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย - ครูนิเทศ - ครูอาสาสมัคร - ผู้รับผิดชอบงาน กพด. 2 คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสุขภาพระดับอำเภอ (District Health Board : DHB) - นายอำเภอ - สาธารณสุขอำเภอ - โรงพยาบาลชุมชน - โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล - องค์การบริหารส่วนตำบล/องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 3 สาธารณสุขจังหวัดที่เกี่ยวข้อง

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
- ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย - ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” - หน่วยงานสาธารณสุข ในพื้นที่ 4 จังหวัด ตามแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ฉบับที่ 5 พ.ศ. 2560 – 2569

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นายวันเฉลิม ฤทธิมนต์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ นางสาวปวีณา ทองคำ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวปวีณา ทองคำ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางรุ่งรัศมี ศรีวงศ์พันธ์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางศรีวรรณ ทาวงศ์มา ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธ์ุ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ
ลำดับที่ : 14

1. ชื่อโครงการ :
โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากร ศอช. มุ่งสู่องค์กรแห่งความรอบรู้ด้านสุขภาพ

2. ยุทธศาสตร์ :
4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
20) การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

4. cluster :
กลุ่มยุทธศาสตร์กำลังคน (HR)

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (55)17.3 ยกระดับองค์กรสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูง (High Performance Organization : HPO)
5.2 โครงการสำคัญ 17. โครงการยกระดับคุณภาพชีวิต การบริหารและพัฒนาบุคลากร

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานพื้นฐานด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคน
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ผลผลิต : 2) พัฒนาและบริการการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมกับประชาชน ชุมชน และภาคีเครือข่าย

7. หลักการและเหตุผล :
ความรู้เท่าทันด้านสุขภาพ หรือความแตกฉานด้านสุขภาพ หรือการรู้เท่าทันสื่อ หรือความฉลาดทางสุขภาพ (Health Literacy) หมายถึง ความสามารถและทักษะในการเข้าถึง ทำความเข้าใจเพื่อวิเคราะห์ ประเมินการปฏิบัติ จัดการตนเอง และใช้ประโยชน์จากข้อมูลด้านสุขภาพ รวมถึงสามารถชี้แนะเรื่องสุขภาพส่วนบุคคล ครอบครัวและชุมฃน เพื่อสุขภาพที่ดี ซึ่งพบว่า มีความสัมพันธ์โดยตรงกับพฤติกรรมสุขภาพและสุขภาวะของประชาชน โดยการที่ประชาชนมีความรู้เท่าทันด้านสุขภาพจะช่วยลดภาระของระบบบริการสาธารณสุข รวมถึงค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาสุขภาพโดยรวมของประเทศได้ ความรอบรู้และการสื่อสารสุขภาพเป็นนโยบายในการผลักดันทำให้การทำงานเกิดผลสัมฤทธิ์ต่อการสร้างพลเมืองไทยมีสุขภาพดีอย่างเป็นรูปธรรม เสริมสร้างให้ประชาชนมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค มีความสามารถในการตัดสินใจในการดูแลสุขภาพและการเข้าถึงบริการเมื่อจำเป็น จนสามารถพึ่งตนเองด้านสุขภาพได้อย่างมีคุณภาพและเหมาะสมกับวิถีชีวิตของตนเอง ครอบครัว และชุมชน ปัจจัยสู่ความสำเร็จของการปฏิรูปความรอบรู้และการสื่อสารสุขภาพ คือ การพัฒนาความสามารถของประชาชนให้มีความสามารถในการดูแลสุขภาพตนเอง ครอบครัว และชุมชนได้ โดยการสร้างเสริมให้ประชาชนมีความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) กลไกระดับชาติเพื่อสนับสนุนหน่วยงานต่างๆ ที่จัดทำข้อมูลด้านสุขภาพ มีรูปแบบและระบบจัดบริการข้อมูลด้านสุขภาพ องค์ความรู้ด้านสุขภาพที่ถูกต้อง ทันสมัย เหมาะสมกับบริบทของชุมชน วัฒนธรรมท้องถิ่น ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ง่าย สามารถนำไปใช้ได้จริงเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็น รวมทั้งการกำหนดนโยบายเพื่อพัฒนาการสื่อสารให้เป็นไปตามสิทธิประชาชนตามรัฐธรรมนูญ เพิ่มช่องทางการเผยแพร่และการสื่อสารข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพ ให้ครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่ม จึงเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญต่อการสร้างเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพของประชาชนในชาติ (รายงานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ, 2559) องค์กรแห่งความรอบรู้ด้านสุขภาพ คือ องค์กรที่มีการดำเนินงานที่เน้นการให้ข้อมูลที่ง่ายต่อความเข้าใจ สามารถนำไปใช้ได้จริง และมีการจัดการสิ่งแวดล้อมที่เอื้อให้เกิดการเรียนรู้ ซึ่งการสร้างความรู้ด้านสุขภาพ หมายถึง การสร้างความรู้จากการปฏิบัติ การจัดการความรู้ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การสั่งสมความรู้และประสบการณ์ การศึกษาวิจัย การสังเคราะห์ความรู้และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและระบบสุขภาพ (ธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2552) กลุ่มข้อมูลและสารสนเทศ ได้จัดทำโครงการ “พัฒนาศักยภาพบุคลากร ศอช. มุ่งสู่องค์กรแห่งความรอบรู้ด้านสุขภาพ” เพื่อให้ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ เป็นองค์กรแห่งความรอบรู้ด้านสุขภาพ การพัฒนา Health Literacy จึงเป็นการสร้างและพัฒนาความสามารถในระดับบุคคลและเป็นการธำรงรักษาสุขภาพตนเองอย่างยั่งยืน

8. วัตถุประสงค์ :
บุคลากรเกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทางด้านสุขภาพที่เหมาะสม

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.บุคลากรเกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม 50 ร้อยละ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : รายงานสรุปผลความรอบรู้ด้านสุขภาพ 1 ฉบับ
2.เชิงคุณภาพ : ร้อยละความครอบคลุมของบุคลากรเข้าถึงสื่อข้อมูลทางด้านสุขภาพและกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางด้านสุขภาพระหว่างกัน 80 ร้อยละ
3.เชิงเวลา : ร้อยละความสำเร็จในการดำเนินงานเสร็จ ตามระยะเวลาที่กำหนด 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1. ประชุมแต่งตั้งทีมนำพัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อความรอบรู้ด้านสุขภาพ โดยร่วมกันวางแผนการดำเนินงานและสร้างแบบประเมินตนเองในการเป็นองค์กรแห่งความรอบรู้ด้านสุขภาพ 2. จัดทำแผนปฏิบัติการความรอบรู้ด้านสุขภาพขององค์กร 3. จัดกิจกรรมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพแก่บุคลากร 3.1 ทำแบบประเมินตนเองเพื่อการเป็นองค์กรแห่งความรอบรู้ด้านสุขภาพ (66 key message) (ก่อน – หลัง ได้รับความรู้จากการสื่อสารด้านสุขภาพ) 3.2 ทำแบบประเมินความเครียดในการทำงาน/แบบวัดความเครียด กรมสุขภาพจิต (ก่อน – หลัง) 3.3 สรุปการทำแบบประเมิน เพื่อการเป็นองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพ (ก่อน – หลัง) 4. จัดทำฐานข้อมูลสุขภาพบุคลากร โดยวิธีการสำรวจสภาวะสุขภาพของบุคลากร ได้แก่ วัดส่วนสูง ชั่งน้ำหนัก วัดรอบเอว เพื่อหาค่า BMI และข้อมูลโรคประจำตัว (โดยเก็บข้อมูลทุก 3 เดือน) 5. จัดกิจกรรมประชุมเชิงปฏิบัติการสร้างความรู้ความเข้าใจ เรื่องการส่งเสริมสุขภาพกายใส่ใจสุขภาพจิต เพื่อวัยทำงานสุขภาพดียุค 4.0 แก่บุคลากร 5.1 ประชุมทีมนำพัฒนาศักยภาพฯ เพื่อวางแผนการจัดกิจกรรมการประชุมเชิงปฏิบัติการฯ และกิจกรรม “สุขภาพดีมีรางวัล ลดพุง ลดโรค คนวัยทำงาน” 5.2 สอบทานงานที่มอบหมาย ก่อนวันจัดการประชุม 5.3 จัดการประชุมตามแผนปฏิบัติการ 5.4 สรุปผลการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการฯ 6. ผลิตสื่อความรอบรู้ด้านสุขภาพ เพื่อเผยแพร่ความรู้และข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพแก่บุคลากร 6.1 V Shape กระบวนการเปลี่ยนแปลงภายในตัวบุคคลเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ 6.2 “Thai Health Literacy 66” ประเด็นสื่อสารหลัก 66 ข้อ (Key Message) 6.3 ข้อมูลสุขภาพด้านอื่นๆ (ทางกายและทางใจ) 7. ปรับสภาพแวดล้อมในการทำงาน และส่งเสริมการออกกำลังกายภายในองค์กร 7.1 ปรับสภาพแวดล้อมภายในอาคาร โต๊ะทำงาน และสภาพแวดล้อมภายในองค์กร 7.2 ส่งเสริมกิจกรรมยืดเหยียดในเวลา 14.00 น. ในวันอังคารและวันพฤหัสบดี 7.3 กิจกรรมออกกำลังกายทุกวันพุธ เวลา 15.30 น. ตามนโยบายระดับประเทศ 8. จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านสุขภาพ และสรุปผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากร ศอช. มุ่งสู่องค์กรแห่งความรอบรู้ด้านสุขภาพ 9. สรุปผลการดำเนินงาน

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ผลิตสื่อ ความรอบรู้ด้านสุขภาพ และปรับสภาพแวดล้อมในสถานที่ทำงาน 1 ครั้ง 1 ธ.ค. 2561 - 31 ธ.ค. 2561 8,700.00
2 กิจกรรมพัฒนาและสร้างเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพแก่บุคลากร 2 ครั้ง 1 ธ.ค. 2561 - 30 มิ.ย. 2562 26,300.00
รวมเป็นเงิน 35,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
35,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ธ.ค. 2561 - 30 มิ.ย. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
บุคลากรของศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
บุคลากรของศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นายวันเฉลิม ฤทธิมนต์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ นางสาวศุทธา อุ่นกาศ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวศุทธา อุ่นกาศ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายวันเฉลิม ฤทธิมนต์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางศรีวรรณ ทาวงศ์มา ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................