หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 1

1. ชื่อโครงการ :
โครงการสตรีและเด็กปฐมวัย 4.0 เพื่อลูกเกิดรอดแม่ปลอดภัย พัฒนาการสมวัย สูงดีสมส่วน ฟันไม่ผุ ปีงบประมาณ 2562

2. ยุทธศาสตร์ :
1.1 ส่งเสริมการเกิดและเติบโตคุณภาพ

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
1) อัตราส่วนการตายมารดาไทย ต่อการเกิดมีชีพแสนคน)
2) ร้อยละของเด็กอายุ 0-5 ปี มีพัฒนาการสมวัย
3) ร้อยละของเด็กอายุ 0-5 ปี สูงดีสมส่วน และส่วนสูงเฉลี่ยที่อายุ 5 ปี
4) ร้อยละของเด็กอายุ 3 ปี ปราศจากฟันผุ

4. cluster :
กลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัย

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (8)2.2 ขับเคลื่อนการดำเนินงานมหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของชีวิต
5.2 โครงการสำคัญ 2.โครงการมหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของชีวิต

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 6) พัฒนาศักยภาพและบริการส่งเสริมสุขภาพประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสม

7. หลักการและเหตุผล :
จากกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ตามแผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ พ.ศ.๒๕๖๐-๒๕๖๔ และยุทธศาสตร์กระทรวงสาธารณสุขกลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัย เป็น ๑ ใน 5 ประเด็นสำคัญของการพัฒนาสุขภาพตามกลุ่มวัยที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มส่งเสริมการเกิดและเติบโตคุณภาพ โดยกำหนดผลลัพธ์ของการดำเนินงานด้วย ๔ ตัวชี้วัด ซึ่งค่าเป้าหมายในปี 2562 มีดังนี้ ๑) อัตราส่วนการตายมารดาไม่เกิน 17 ต่อการมีชีพแสนคน ๒) เด็กอายุแรกเกิด - ๕ปี มีพัฒนาการสมวัย ร้อยละ ๘๕ ๓) เด็กอายุ ๐-๕ ปี สูงดีสมส่วน ร้อยละ ๕7และ ๔) เด็กอายุ ๓ปี ฟันไม่ผุ ร้อยละ ๕4เพื่อให้ผลการดำเนินงานบรรลุค่าเป้าหมายที่ตั้งไว้อย่างองค์รวม ประชากรกลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัยมีคุณภาพชีวิตที่ดี จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือในการขับเคลื่อนนโยบายสู่การดำเนินกิจกรรมโดยภาคีเครือข่ายผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ ตั้งแต่ระดับกระทรวงฯ สู่เขตสุขภาพ จังหวัด อำเภอ ตำบล และชุมชนจึงจะทำให้งานบรรลุผลสัมฤทธิ์ตามเป้าหมายที่วางไว้ สถานการณ์ผลลัพธ์กลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัยเขตสุขภาพที่ ๗ ในกลุ่มมารดา พบว่า อัตราส่วนมารดาตายจากปี พ.ศ. ๒๕๕๗-๒๕๖1 (ไตรมาสที่ ๓ เป้าหมาย ไม่เกิน 15 ต่อแสนการเกิดมีชีพ) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นและยังไม่บรรลุเป้าหมาย คือ ๑๑.๗, ๒๑.๔, ๒๖.๑, ๑๔.๙และ 17.8ต่อแสนการเกิดมีชีพซึ่งสาเหตุโดยตรง เกิดการตกเลือดหลังคลอด ครรภ์เป็นพิษ/HEELP และน้ำคร่ำอุดกั้นที่ปอด ส่วนสาเหตุโดยอ้อมเกิดจากมารดามีโรคประจำตัวคือ โรคหัวใจและโรคอ้วน แม้เขตสุขภาพที่ 7 จะมีมาตรการป้องกันมารดาตายกำหนดไว้อย่างชัดเจนแต่ยังต้องมีการทบทวนและพัฒนาระบบการเฝ้าระวังในชุมชนที่เข้มแข็ง รวมถึงพัฒนาระบบการดูแลและส่งต่อด้วยทีมสหวิชาชีพให้ได้คุณภาพตามมาตรฐาน ส่วนสถานการณ์กลุ่มเด็กปฐมวัยเขตสุขภาพที่ 7 จากรายงานข้อมูลในโปรแกรม HDC (วันที่ 11 กันยายน ๒๕๖1) พบว่า เด็ก ๐-๕ ปี มีพัฒนาการสมวัยร้อยละ ๙6.17ค้นพบเด็กที่สงสัยพัฒนาการล่าช้า ร้อยละ ๒8.33เด็กที่สงสัยพัฒนาการล่าช้า ได้รับการติดตามกระตุ้นและส่งเสริมพัฒนาการ ร้อยละ 81.66 เด็ก ๐-๕ ปีรูปร่างสูงดีสมส่วนเพียง ร้อยละ ๕3.27 เด็กชายส่วนสูงเฉลี่ยเพียง 109.92 เด็กหญิงสูงเฉลี่ย 109.51 ซึ่งยังไม่บรรลุเป้าหมาย นอกจากนี้ยังพบว่าทารกแรกเกิดมีค่า TSH ≥ 11.2 มิลลิยูนิต/ลิตร ร้อยละ6.6๗ สูงกว่าค่าเป้าหมายที่ต้องน้อยกว่าหรือเท่ากับ ร้อยละ 3 และทุกจังหวัดยังมีอัตราสูงกว่าเป้าหมาย ทารกแรกเกิด-อายุ 6 เดือน กินนมแม่อย่างเดียว ร้อยละ 63.17 แม้จะมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ.2560 ไปแล้วก็ตาม ส่วนสถานการณ์ด้านทันตสุขภาพในเด็กปฐมวัย พบว่า เด็กอายุ ๓ ปีปราศจากฟันผุ ร้อยละ ๗3.8ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กจะถูกพัฒนาด้วยมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ ซึ่งจะเริ่มดำเนินการขับเคลื่อนในปีงบประมาณ 2562 นี้ จากสถานการณ์ดังกล่าว กลุ่มพัฒนาอนามัยแม่และเด็ก ศูนย์อนามัยที่ ๗ขอนแก่นจึงได้จัดทำโครงการสตรีและเด็กปฐมวัย 4.0 เพื่อลูกเกิดรอดแม่ปลอดภัย พัฒนาการสมวัย สูงดีสมส่วน ฟันไม่ผุ ปีงบประมาณ 2562 นี้ขึ้นเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงาน สนับสนุนการแก้ไขปัญหาแบบผสานการทำงานอย่างเป็นองค์รวม โดยมุ่งหวังให้สามารถบรรลุค่าเป้าหมายการดำเนินงานทั้ง ๔ตัวชี้วัด อันประกอบด้วย การป้องกันและเฝ้าระวังมารดาตาย การเฝ้าระวัง คัดกรอง ส่งเสริมพัฒนาการ การเจริญเติบโต ภาวะโภชนาการ (ไอโอดีน) และทันตสุขภาพ (ฟันผุ) ในเด็กปฐมวัย รวมทั้งการพัฒนามาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ ให้ลูกเกิดรอด แม่ปลอดภัย มีพัฒนาการสมวัย สูงดีสมส่วน ฟันไม่ผุ สอดคล้องตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
1 . ขับเคลื่อนระบบและมาตรฐานการดำเนินงานเพื่อสร้างแม่ลูกคุณภาพโดยเน้นการป้องกัน เฝ้าระวังมารดาตาย การบังคับใช้พระราชบัญญัติควบคุมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ.2560 การส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่การเฝ้าระวัง คัดกรอง ส่งเสริมภาวะโภชนาการ (ไอโอดีน) การเจริญเติบโต ทันตสุขภาพ (ฟันผุ) ทั้งในมารดาและเด็กปฐมวัย รวมถึงการเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยในพื้นที่รับผิดชอบ 2. พัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านอนามัยแม่และเด็ก มิสนมแม่ และพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติควบคุมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ.2560 เพื่อสร้างแม่ลูกคุณภาพ 3. พัฒนาและเสริมสมรรถนะบุคลากรในสถานบริการเพื่อยกระดับมาตรฐานบริการอนามัยแม่และเด็กและศูนย์พัฒนาเด็กเล็กคุณภาพ 4. กำกับติดตาม เยี่ยมเสริมพลัง และแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานอนามัยแม่และเด็กและการบังคับใช้พระราชบัญญัติควบคุมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ. 2560

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.จำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด 183 ร้อยละ
2.ระดับความพึงพอใจของกลุ่มเป้าหมายต่อกิจกรรม 85 ร้อยละ
3.การมีส่วนร่วมในกิจกรรมและการดำเนินงานตามแผนฯ 4 จังหวัด
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : เด็กอายุ 3 ปี ฟันไม่ผุ ร้อยละ 52 4 จังหวัด
2.เชิงปริมาณ : อัตราส่วนการตายของมารดาไทย ระดับเขต (ต่อแสนการเกิดมีชีพ) 17 ร้อยละ
3.เชิงปริมาณ : อัตราทารกแรกเกิด - อายุ 6 เดือน กินนมแม่อย่างเดียว เพิ่มขึ้น 4 จังหวัด
4.เชิงปริมาณ : เด็ก 0-5 ปี มีพัฒนาการสมวัย มากกว่า ร้อยละ 85 4 จังหวัด
5.เชิงปริมาณ : เด็กอายุ 0-5 ปี สูงดีสมส่วน ระดับเขต 57 ร้อยละ
6.เชิงปริมาณ : อัตราทารกแรกเกิดมีค่า TH มากกว่า ร้อยละ11.25 มิลลิยูนิต/ลิตร ลดลง 4 จังหวัด
7.เชิงคุณภาพ : ระดับความพึงพอใจในภาพรวมต่อการดำเนินกิจกรรม 85 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1. ขับเคลื่อนการดำเนินงานอนามัยแม่และเด็กผ่านคณะกรรมการอนามัยแม่และเด็ก เขตสุขภาพที่ 7 และการทบทวนมาตรการลดการตายมารดา 2. พัฒนาบุคลากรด้านอนามัยแม่และเด็ก เพื่อสร้างแม่ลูกคุณภาพโดยกิจกรรมประกอบด้วย 2.1 แต่งตั้งและประชุมคณะกรรมการป้องกันและควบคุมกลุ่มอาการดาวน์ระดับเขต ระยะเวลาดำเนินการ : เดือนตุลาคม 2561 พื้นที่เป้าหมาย-สถานที่ดำเนินการ : เขตสุขภาพที่ 7 ณ ห้องประชุมศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น กลุ่มเป้าหมาย-ผู้ร่วมดำเนินการ : คณะกรรมการป้องกันและควบคุมกลุ่มอาการดาวน์ ระดับเขต จำนวน 37 คนจำนวน 2 ครั้ง 2.2 พัฒนาบุคลากรด้านแม่และเด็ก เพื่อสร้างแม่คุณภาพ (การป้องกันและควบคุมกลุ่มอาการดาวน์/ธาลัสซีเมีย/โลหิตจาง/Preterm/ EMTCT) 2.3 พัฒนาบุคลากรด้านอนามัยแม่และเด็ก เพื่อสร้างลูกคุณภาพ (Smart Parents To Smart kids ด้วย 14 Key massages/DSPM PLUS/เกณฑ์ศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ/ทันตะสุขภาพแม่และเด็ก) 3. การพัฒนาศักยภาพและถอดบทเรียนการดำเนินงานขับเคลื่อนพระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ.2560 เพื่อส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 4. รณรงค์การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เนื่องในวันแม่แห่งชาติและสัปดาห์นมแม่โลก 5.สนับสนุนบุคลากรให้เข้ารับการอบรมหลักสูตรเฉพาะทางการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล 6. เยี่ยมเสริมพลังมาตรฐานงานอนามัยแม่และเด็กและการดำเนินงานขับเคลื่อนพระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสําหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ.2560

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 เยี่ยมเสริมพลังมาตรฐานงานอนามัยแม่และเด็ก การดำเนินงานขับเคลื่อนพระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสําหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ.2560 เขตสุขภาพที่ 7 4 แห่ง 1 มี.ค. 2562 - 31 พ.ค. 2562 46,678.00
2 พัฒนาบุคลากรด้านอนามัยแม่และเด็ก เพื่อสร้างแม่ลูกคุณภาพ โดยแต่งตั้งและประชุมคณะกรรมการป้องกันและควบคุมกลุ่มอาการดาวน์ระดับเขต ณ ห้องประชุมศูนย์อนามัยที่ 7 37 คน 1 ต.ค. 2561 - 31 ต.ค. 2561 2,590.00
3 รณรงค์การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เนื่องในวันแม่แห่งชาติและสัปดาห์นมแม่โลก ณ ศูนย์อนามัยที่ 7 60 คน 1 ส.ค. 2562 - 31 ส.ค. 2562 9,870.00
4 พัฒนาบุคลากรด้านแม่และเด็ก เพื่อสร้างแม่คุณภาพ (การป้องกันและควบคุมกลุ่มอาการดาวน์/ธาลัสซีเมีย/โลหิตจาง/Preterm/EMTCT) ณ ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น 103 คน 1 พ.ย. 2561 - 30 พ.ย. 2561 26,982.00
5 การพัฒนาศักยภาพและถอดบทเรียนการดำเนินงานขับเคลื่อนพระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสําหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ.2560 เพื่อส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ณ โรงแรมในจังหวัดขอนแก่น 122 คน 1 ม.ค. 2562 - 31 มี.ค. 2562 307,259.00
6 พัฒนาบุคลากรด้านอนามัยแม่และเด็ก เพื่อสร้างลูกคุณภาพ( Smart Parents To Smart kids ด้วย 14 Key massages/DSPM PLUS/เกณฑ์ศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ/ทันตะสุขภาพแม่และเด็ก) ณ ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น 158 คน 1 พ.ย. 2561 - 31 ธ.ค. 2561 78,385.00
7 พัฒนาบุคลากรด้านอนามัยแม่และเด็ก เพื่อสร้างลูกคุณภาพ ( Smart Parents To Smart kids ด้วย 14 Key massages/DSPM PLUS/เกณฑ์ศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ/ทันตะสุขภาพแม่และเด็ก) 4 จังหวัดละๆ 1 รุ่นๆ 2 วัน ณ โรงแรมใน 3 จังหวัด 312 คน 1 ธ.ค. 2561 - 31 ธ.ค. 2561 278,760.00
รวมเป็นเงิน 750,524.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
750,524.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2561 - 31 ส.ค. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
เขตสุขภาพที่ 7 ได้แก่ 4 จังหวัด คือ ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ ขอนแก่น มหาสารคาม

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
คณะทำงานงานอนามัยแม่และเด็ก

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
จนท.สาธารณสุข แพทย์ พยาบาล บุคลากรสาธารณสุข ครูผู้ดูแลเด็ก ครูอนุบาล อสม. ภาคีเครือข่ายภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาสังคม ผู้ปฏิบัติงานด้านการดูแล ส่งเสริม ป้องกัน เฝ้าระวัง และพัฒนากลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัย ตลอดจนหญิงตั้งครรภ์สามี และครอบครัว รวมทั้งบิดามารดา ผู้เลี้ยงดูหลักเด็กปฐมวัย และชุมชน

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1.นางธิโสภิญ ทองไทย นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 2. นางสาวศริญทิพย์ ชาลีเครือ ทันตแพทย์ชำนาญการพิเศษ 3. นางจันทิยา เนติวิภัชธรรม พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 4. นางกัญญา จันทร์พล นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 5. นายปิยะ ปุริโส นักโภชนาการชำนาญการ 6. นางสาวลัดดา ดีอันกอง พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ 7. นางสาวธนิศรา นามบุญเรือง พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ 8. นางสาวกัญญาภัทร คำโสม พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางธิโสภิญ ทองไทย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางทัศนีย์ รอดชมภู

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายประสิทธิ์ สัจจพงษ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 2

1. ชื่อโครงการ :
โครงการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพเด็กวัยเรียนวัยรุ่น ศูนย์อนามัยที่ 7 ปีงบประมาณ 2562

2. ยุทธศาสตร์ :
1.2 ส่งเสริมเด็กวัยเรียนให้แข็งแรงและฉลาด

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
6) ร้อยละของเด็กวัยเรียนมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ด้านการบริโภคอาหาร กิจกรรมทางกาย และทันตสุขภาพ

4. cluster :
กลุ่มวัยเรียนและวัยรุ่น

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (14)4.3 ผลักดันกลไกการขับเคลื่อนโรงเรียนรอบรู้ด้านสุขภาพ
5.2 โครงการสำคัญ 4.โครงการโรงเรียนรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literate School : HLS)

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 6) พัฒนาศักยภาพและบริการส่งเสริมสุขภาพประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสม

7. หลักการและเหตุผล :
ภาวะโภชนาการเกินหรืออ้วนเป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญทั้งในประเทศที่พัฒนาและกำลังพัฒนาและมีแนวโน้มปัญหาเพิ่มมากขึ้น ในปีค.ศ. 2010 มีเด็กอ้วนทั่วโลกมากกว่า 42 ล้านและเกือบ 35 ล้านของเด็กกลุ่มนี้อาศัยอยู่ในประเทศกำลังพัฒนา (World Health Organization, 2010) สำหรับประเทศไทยจากรายงานการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยครั้งที่ 2-4 พบว่าจำนวนเด็กวัยก่อนเรียนมีความชุกของโรคอ้วนร้อยละ 5.8, 7.8, 8.5 ตามลำดับ ส่วนเด็กวัยเรียนความชุกของโรคอ้วนร้อยละ 5.8, 6.7, 8.7 ตามลำดับ(สำนักงานพัฒนาข้อมูลระบบข่าวสารสุขภาพ, 2553) จะเห็นได้ว่าเด็กไทยที่มีแนวโน้มสู่ภาวะเป็นเด็กอ้วนในช่วง 10ปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น โดยพบว่าในปี 2558 เด็กก่อนวัยเรียนและวัยเรียนเป็นเด็กอ้วน คิดเป็น 1 ใน 5และ 2 ใน 10 ตามลำดับ เมื่อพิจารณาเด็กทุกกลุ่มวัยมีความชุกของภาวะน้ำหนักเกิน (เริ่มอ้วน)และอ้วนสูงกว่าภาวะผอมโดยเด็กวัยก่อนเรียน เด็กวัยเรียนและวัยรุ่น มีความชุกภาวะน้ำหนักเกินและอ้วนร้อยละ 8.5 ,8.7 และ 11.9 ตามลำดับ โดยเฉพาะเด็กในเมืองจะอ้วนร้อยละ 20-25 ทั้งหมดนี้นับเป็นอุบัติการณ์โรคอ้วนในเด็กไทยที่เพิ่มขึ้น (กรมอนามัย, 2558) นอกจากนี้ยังพบว่าแนวโน้มที่เด็กก่อนวัยเรียน เด็กวัยเรียน และวัยรุ่นที่อ้วนจะพัฒนาไปเป็นผู้ใหญ่ที่อ้วน มากกว่าร้อยละ 20, 50และ 80 ตามลำดับ (กรมอนามัย, 2558) จากรายงานกระทรวงสาธารณสุข (HDC กระทรวงสาธารณสุข) พบว่า เด็กเริ่มอ้วนและอ้วนแนวโน้ม ไม่ลดลงโดยพบว่าในปี 2557-2561 มีเด็กเริ่มอ้วนและร้อยละร้อยละ 9.7, 10.2, 11.1, 11.1 และ 11.0 ตามลำดับ ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดคือร้อยละ 10 ส่วนเขตสุขภาพที่ 7 พบเด็กร้อยอ้วนและอ้วนร้อยละ 8.1, 7.9, 8.8, 9.6 และ 8.2 ตามลำดับ ซึ่งมีแนวโน้มไม่ลดลงเช่นเดียวกัน และถ้าพิจารณารายจังหวัดพบว่า จังหวัดมหาสารคาม มีเด็กเริ่มอ้วนและอ้วนมากที่สุด คือร้อยละ 6.0, 11.5, 13.5, 10.0 และ 9.8 ตามลำดับ และในปี 2561 พบเด็กเริ่มอ้วนและอ้วนในจังหวัดร้อยเอ็ดร้อยละ 8.4 และขอนแก่นและกาฬสินธุ์เท่ากันคือ 7.8 (รายงาน Health Data Center ปี 2561) ซึ่งปัจจัยที่ทำให้อ้วนส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ไม่ถูกต้องทั้งปริมาณและสัดส่วน ในแต่ละวันมีการเคลื่อนไหวออกแรงน้อย รวมทั้งค่านิยมรับประทานอาหารตามวัฒนธรรมตะวันตก คืออาหารขยะ อาหารจานด่วน น้ำอัดลม ขนมกรุบกรอบถึงแม้จะมีการเฝ้าระวังหรือมีการติดตามอย่างต่อเนื่องก็ตาม จากการสำรวจของสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า เด็กวัยเรียนและวัยรุ่น (อายุ 6 – 17 ปี) มีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอของเด็กอย่างน้อย 60 นาทีต่อวัน พบว่า ปี 2559 เด็กวัยเรียนและวัยรุ่นมีกิจกรรมทางกายเพียงพอร้อยละ 26.6 และมีแนวโน้มลดลง นอกจากนี้พบพฤติกรรมเนือยนิ่งในแต่ละวันของคนไทยมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นจากปี 2558 ร้อยละ 10 ชั่วโมงต่อวันเพิ่มเป็นร้อยละ 14 ชั่วโมงต่อวัน ในปี 2560 นอกจากนี้กรมอนามัย ได้สำรวจพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของเด็กกลุ่มอายุ 12 ปี ในปี 2560 พบว่า นักเรียนมีพฤติกรรมที่พึงประสงค์ทั้ง 3 ด้าน คือ ด้านการบริโภคอาหาร กิจกรรมทางกายและทันตสุขภาพ ร้อยละ 0.3 ถ้าพิจารณารายด้านพบว่า พฤติกรรมที่พึงประสงค์ด้านการบริโภคอาหาร กิจกรรมทางกายและทันตสุขภาพร้อยละ 3.3, 18.5 และ 21.2 ตามลำดับ จากข้อมูลดังกล่าวจะพบว่า ภาวะโภชนาการเกินส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมซึ่งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในเด็กวัยเรียนที่มีภาวะโภชนาการเกินขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านตัวเด็ก ครอบครัวสังคมและสิ่งแวดล้อม สำหรับปัจจัยด้านตัวเด็กพบว่า เด็กวัยเรียนที่มีความรู้และทักษะในการเลือกบริโภคอาหารและการออกกำลังกายมีแนวโน้มการปฏิบัติพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมมากขึ้น (สุนีย์ปิ่นทรายมูล, 2552)และครอบครัวมีอิทธิพลอย่างมากต่อการปฏิบัติพฤติกรรมสุขภาพของเด็กวัยเรียนที่มีภาวะโภชนาการเกินโดยเฉพาะพฤติกรรมการบริโภคอาหารและการออกกำลังกาย (Ruebel,2010)อีกทั้งโรงเรียนต้องมีนโยบายที่เอื้อต่อการสร้างเสริมสุขภาพและมีมาตรการเพื่อการเฝ้าระวังภาวะโภชนาการและส่งเสริมการออกกำลังกาย/การทำกิจกรรมทางกายของนักเรียน มีการจัดโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนที่ได้มาตรฐานทางโภชนาการโดยเน้นการบริโภคผักและจัดให้มีผลไม้เป็นอาหารว่างอย่างน้อย 3วันต่อสัปดาห์ (ลัดดาและคณะ, 2552) ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้เกิดพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมอย่างยั่งยืนคือ “ความรอบรู้ด้านสุขภาพ” (HealthLiteracy) องค์การอนามัยโลก นิยามความรอบรู้ด้านสุขภาพไว้ว่า เป็นทักษะการรู้คิดทางปัญญาและทักษะทางทางสังคม (Cognitive and social skills) ที่กำหนดแรงจูงใจและความสามารถของบุคคลในการเพิ่มการเข้าถึงข้อมูล ความเข้าใจในข้อมูล และใช้ข้อมูลข่าวสารในทางที่เป็นการส่งเสริมและคงไว้ซึ่งสุขภาพดี (WHO,1998) จากการประเมินความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy)และพฤติกรรมสุขภาพ (Health Behavior) ตามหลักสุขบัญญัติแห่งชาติ ในสถานศึกษาของนักเรียนอายุ 7-18 ปี ของกองสุขศึกษา พบว่า มีความรอบรู้ด้านสุขภาพระดับดีมากเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 5.3 ในปี 2557 เป็นร้อยละ 27.9ในปี 2560ส่วนเขตสุขภาพที่ 7 พบว่าในปี 2560 เด็กอายุ 7-18 ปีมีความรอบรู้ในระดับดีมากร้อยละ 32.8 ซึ่งความรอบรู้ระดับดีมากจะเป็นระดับที่มีผลต่อการมีพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องอย่างยั่งยืน (กองสุขศึกษา, 2557) และจากการศึกษาอารยา ทิพย์วงศ์ (2557) พบว่าคะแนนเฉลี่ยความฉลาดทางสุขภาวะเกี่ยวกับโรคอ้วนด้านทักษะการเข้าถึงข้อมูลสุขภาพสูงสุดรองลงมาเป็นทักษะการตัดสินใจ ส่วนคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการบริโภคอาหารและการออกกำลังกายอยู่ระดับมากด้านทักษะการตัดสินใจมีความสัมพันธ์ทางบวกกับพฤติกรรมการบริโภคอาหารอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05ด้านทักษะการจัดการตนเองและทักษะการรู้เท่าทันสื่อมีความสัมพันธ์ทางบวกกับพฤติกรรมการออกกำลังกายอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01และ 0.05 ตามลำดับ แต่เมื่อพิจารณาเป็นความฉลาดทางสุขภาวะเกี่ยวกับโรคอ้วนกลุ่มตัวอย่างมีทักษะการเข้าถึงข้อมูลสุขภาพและทักษะการจัดการตนเองอยู่ในระดับปานกลาง ทักษะการสื่อสารข้อมูลสุขภาพ และทักษะการรู้เท่าทันสื่ออยู่ในระดับต่ำ และกองสุขศึกษาได้ประเมินความรอบรู้ด้านสุขภาพ สำหรับเด็กและเยาวชนไทยที่มีภาวะน้ำหนักเกิน(Health Literacy Scale for Thai Childhood Overweight) เพื่อป้องกันโรคอ้วนสำหรับเด็กที่มีภาวะน้ำหนักเกิน อายุ 9-14 ปี พบว่า ความรอบรู้ด้านสุขภาพอยู่ในระดับไม่ดีพอร้อยละ 60.4ระดับพอใช้ ร้อยละ 38.3 และระดับดีมากเพียงร้อยละ 1.3 ดังนั้น ศูนย์อนามัยที่ 7 จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพเด็กวัยเรียนวัยรุ่น ปีงบประมาณ2562 เพื่อมุ่งหวังให้เด็กเกิดความตระหนักสนใจ และกระตุ้นให้เกิดเรียนรู้จนเข้าใจสามารถนำไปปฏิบัติจนเป็นนิสัยส่งผลให้ลดภาวะทุพโภชนาการ (อ้วน เตี้ย ผอม)และส่งเสริมให้โรงเรียนเป็นองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพรวมถึงเกิดความร่วมมือระหว่างบุคลากรสาธารณสุขบุคลากรด้านการศึกษาและภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพเด็กวัยเรียนอย่างจริงจังส่งผลให้เด็กวัยเรียนและวัยรุ่นเขตสุขภาพที่ 7 มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง เติบโตสมวัยเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรสายการศึกษาสาธารณสุขและภาคีเครือข่าย ให้มีความรอบรู้ด้านสุขภาพ 2. เพื่อพัฒนาโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพให้เป็นโรงเรียนรอบรู้ด้านสุขภาพ 3. เพื่อรณรงค์สื่อสารความรอบรู้ด้านสุขภาพให้บุคลากรสาธารณสุข ภาคีเครือข่าย และประชาชนทั่วไปมีส่วนร่วมในเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพเด็กวัยเรียนวัยรุ่น 4. เพื่อผลักดันการขับเคลื่อนโรงเรียนรอบรู้ด้านสุขภาพให้มีประสิทธิภาพ

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ร้อยละของเด็กวัยเรียนมีความรอบรู้ด้านสุขภาพเพิ่มขึ้น(จาก baseline data ร้อยละ 32.8) 24 ร้อยละ
2.โรงเรียนรอบรู้ด้านสุขภาพ 22 แห่ง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : จำนวนผู้เข้ารับการประชุม/อบรม 200 คน
2.เชิงปริมาณ : จำนวนสื่อความรอบรู้ด้านสุขภาพ 20 เรื่อง

10. วิธีการดำเนินงาน :
1. ประสานศึกษาธิการภาค/สพป.เพี่อขับเคลื่อนงานโรงเรียนรอบรู้ด้านสุขภาพ 2. ศึกษาสถานการณ์ความรอบรู้ด้านสุขภาพเด็กวัยเรียนวัยรุ่นเพื่อกำหนดกรอบแนวคิดและออกแบบ กระบวนการดำเนินงานพัฒนา 3. จัดทำแนวทางการดำเนินงานโรงเรียนรอบรู้ด้านสุขภาพ (HLS) และพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่าย (บูรณาการร่วมกับโครงการส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียนวัยรุ่น ร้อยแก่นสารสินธุ์ เก่ง ดี มีสุข แข็งแรง) 4.เสริมสร้างศักยภาพบุคลากรสาธารณสุขและภาคีเครือข่ายแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (เจ้าภาพร่วมกับส่วนกลาง) 5. พัฒนารูปแบบการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพในเด็กวัยเรียนวัยรุ่นที่มีภาวะโภชนาการเกินโรงเรียนกลุ่มพัฒนาคุณภาพการศึกษาวังยาวเขวาไร่ดอนกลาง อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม 6. เยี่ยมเสริมพลังและแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานส่งเสริมความรอบรูด้านสุขภาพ 7. ผลิตสื่อเพื่อส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพ

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 โครงการวิจัยการพัฒนารูปแบบการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพในเด็กวัยเรียนที่มีภาวะโภชนาการเกินโรงเรียนกลุ่มพัฒนาคุณภาพการศึกษาวังยาวเขวาไร่ดอนกลางอำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม - ดำเนินการเก็บข้อมูลวิจัยตามแผนงาน สะท้อนผลการปฏิบัติงานให้กับรับทราบ และร่วมกันพิจารณาเพื่อปรับปรุงให้มีความเหมาะสมมีความเป็นไปได้ที่จะขยายผล 5 คน 3 ธ.ค. 2561 - 30 เม.ย. 2562 5,100.00
2 โครงการวิจัยการพัฒนารูปแบบการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพในเด็กวัยเรียนที่มีภาวะโภชนาการเกินโรงเรียนกลุ่มพัฒนาคุณภาพการศึกษาวังยาวเขวาไร่ดอนกลางอำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม - ระยะเตรียมการการประชุมชี้แจงแจ้งวัตถุประสงค์ วางแผนเชิงปฏิบัติการการร่วมกับกลุ่มนักเรียนที่มีภาวะอ้วนและ เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องการสนทนากลุ่ม (Group Discussion) จัดสนทนากลุ่ม 12 คน 1 พ.ย. 2561 - 30 พ.ย. 2561 14,461.00
3 โครงการวิจัยการพัฒนารูปแบบการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพในเด็กวัยเรียนที่มีภาวะโภชนาการเกินโรงเรียนกลุ่มพัฒนาคุณภาพการศึกษาวังยาวเขวาไร่ดอนกลางอำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม - ประเมินผลโครงการและรายงานผล 12 แห่ง 1 ส.ค. 2562 - 30 ส.ค. 2562 7,950.00
4 โครงการวิจัยการพัฒนารูปแบบการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพในเด็กวัยเรียนที่มีภาวะโภชนาการเกินโรงเรียนกลุ่มพัฒนาคุณภาพการศึกษาวังยาวเขวาไร่ดอนกลางอำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม - ประชุมเพื่อชี้แจง วางแผนการขยายผลรูปแบบการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพและติดตามโรงเรียนในกลุ่มพัฒนาคุณภาพการศึกษาวังยาวเขวาไร่ดอนกลาง 35 คน 1 พ.ค. 2562 - 30 ส.ค. 2562 17,650.00
5 การติดตามเยี่ยมเสริมพลังและถอดบทเรียน 120 คน 3 มิ.ย. 2562 - 28 มิ.ย. 2562 65,680.00
6 ประชุมปฏิบัติการเพื่อสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพและเสริมสร้างทักษะการส่งเสริมเด็กวัยเรียนสูงดีสมส่วน (บูรณาการร่วมกับโครงการส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียนวัยรุ่น ร้อยแก่นสารสินธุ์ เก่ง ดี มีสุข แข็งแรง ) 171 คน 1 พ.ย. 2561 - 30 พ.ย. 2561 371,993.00
รวมเป็นเงิน 482,834.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
482,834.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 พ.ย. 2561 - 30 ส.ค. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
4 จังหวัด ในเขตสุขภาพที่ 7 ได้แก่ จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดมหาสารคาม และจังหวัดร้อยเอ็ด

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
บุคลากรด้านการศึกษา เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในจังหวัด 4 จังหวัด เขตสุขภาพที่ 7 ได้แก่จังหวัดกาฬสินธุ์ ขอนแก่น มหาสารคามและร้อยเอ็ด

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
เด็กวัยเรียนเขตสุขภาพที่ 7 เจ้าหน้าที่สาธารณสุขระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล ครู เจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. นางบังอร กล่ำสุวรรณ์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญพิเศษ 2. นางสาวชนิดาภา วงศ์รักษา พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ 3. นางสุภาภรณ์ ศรีสุพรรณ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 4. นางสาวสุวิชา สังข์ทอง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 5. นางปาริชาต ภามนตรี พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางบังอร กล่ำสุวรรณ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางทัศนีย์ รอดชมภู

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายประสิทธิ์ สัจจพงษ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 3

1. ชื่อโครงการ :
โครงการส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียนวัยรุ่น ร้อยแก่นสารสินธุ์ เก่ง ดี มีสุข แข็งแรง

2. ยุทธศาสตร์ :
1.2 ส่งเสริมเด็กวัยเรียนให้แข็งแรงและฉลาด

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
5) ร้อยละของเด็กวัยเรียน (6-14 ปี) สูงดีสมส่วน ฟันไม่ผุ (caries free) และเด็กอายุ 12 ปี มีส่วนสูงเฉลี่ยตามเกณฑ์
6) ร้อยละของเด็กวัยเรียนมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ด้านการบริโภคอาหาร กิจกรรมทางกาย และทันตสุขภาพ

4. cluster :
กลุ่มวัยเรียนและวัยรุ่น

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (15)5.1 พัฒนาระบบเฝ้าระวังและฐานข้อมูลร่วม
5.2 โครงการสำคัญ 5.โครงการเด็กวัยเรียนวัยรุ่นสูงดีสมส่วน แข็งแรง และฉลาด

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 6) พัฒนาศักยภาพและบริการส่งเสริมสุขภาพประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสม

7. หลักการและเหตุผล :
เด็กและเยาวชนเป็นทรัพยากรที่สำคัญในการพัฒนาประเทศ หากเด็กได้รับการดูแลให้มีสุขภาพใจ และร่างกายที่สมบูรณ์ จะทำให้มีสมรรถนะทางการเรียนที่ดี สามารถเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งเด็กและเยาวชนที่ได้รับการดูแลที่ดี จะเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพไม่เจ็บป่วยก่อนวัยอันควร แต่ในทางตรงกันข้ามหากเด็กและเยาวชนเหล่านี้ไม่ได้รับการดูแลให้มีการเจริญเติบโตตามวัย อาจเกิดอุปสรรคในการเรียนรู้ และส่งผลต่อสุขภาพ ทำให้ต้องสูญเสียทรัพยากรสำหรับดูแลสุขภาพในอนาคต ซึ่งสถานการณ์เด็กอายุ 6 – 14 ปี สูงดีสมส่วน จากการตรวจราชการ รอบ 6 เดือนแรกปีงบประมาณ 2561 พบว่าเด็กวัยเรียนสูงดีสมส่วนร้อยละ 66.9 (ระบบ Health Data Center กระทรวงสาธารณสุข ณ 17 กรกฎาคม 2561 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2561) ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายภาพรวมของประเทศ ที่กำหนดไว้ คือ ร้อยละ 68 เด็กอายุ 15 - 18 ปี สูงดีส่วน ร้อยละ 66.6 (ระบบ Health Data Center กระทรวงสาธารณสุข ณ 19 กันยายน 2561) ในส่วนของสุขภาพที่ 7 พบว่ามี เด็กวัยเรียนอายุ 6 – 14 ปี สูงดีสมส่วน ร้อยละ 73.7 ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายประเทศที่กำหนดไว้คือร้อยละ 68.0 และเป้าหมายเขตสุขภาพ ร้อยละ 71 ซึ่งหากพิจารณารายจังหวัดพบว่า จังหวัดร้อยเอ็ด มีเด็กสูงดีสมส่วนมากที่สุดร้อยละ 76.1 รองลงมาเป็นจังหวัดขอนแก่น กาฬสินธุ์และมหาสารคาม ร้อยละ 73.6, 72.4 และ 71.2 ตามลำดับ (รายงานการตรวจราชการรอบ 2 ปีงบประมาณ 2561) สำหรับเด็กอายุ 15 – 18 ปี เขตสุขภาพที่ 7 พบเด็กสูงดีสมส่วน ร้อยละ 69.9 (ข้อมูลระบบ Health Data Center กระทรวงสาธารณสุข วันที่ 19 กันยายน 2561) โดยพบว่าจังหวัดขอนแก่น สูงดีสมส่วน มากที่สุด ร้อยละ 75.1 รองลงมาจังหวัดร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ และมหาสารคาม ร้อยละ 71.8, 68.3 และ 65.2 ตามลำดับ เมื่อพิจารณาภาวะเริ่มอ้วนและอ้วนจะพบว่า เขตสุขภาพที่ 7 มีเด็กวัยเรียนเริ่มอ้วนและอ้วนร้อยละ 8.2 โดยจังหวัดที่มีเด็กเริ่มอ้วนและอ้วนมากที่สุดคือ จังหวัดมหาสารคาม ร้อยละ 10.1 รองลงมาเป็นจังหวัดขอนแก่น ร้อยเอ็ดและกาฬสินธุ์ ร้อยละ 8.4, 8.3 และ 6.4 นอกจากนี้ยังพบเด็กเตี้ยร้อยละ 3.8 โดยจังหวัดที่มีเด็กเตี้ยมากที่สุดคือ จังหวัดกาฬสินธุ์ ร้อยละ 6.7 รองลงมาเป็นจังหวัดขอนแก่นและร้อยเอ็ดใกล้เคียงกันคือ 3.4 และ 3.3 และน้อยที่สุดคือมหาสารคามร้อยละ 2.7 ส่วนเด็กผอมพบร้อยละ 3.5 จังหวัดที่มีเด็กผอมมากที่สุดได้แก่ จังหวัดมหาสารคาม ร้อยละ 4.1 ส่วนจังหวัดขอนแก่น กาฬสินธุ์ และร้อยเอ็ดใกล้เคียงกันคือ ร้อยละ 3.6, 3.1 และ 3.1 ตามลำดับ ส่วนสูงเฉลี่ยเด็กอายุ 12 ปี เพศชาย 148.5 ซม. โดยพบว่าจังหวัดมหาสารคาม ขอนแก่น และร้อยเอ็ด เด็กชายมีส่วนสูงเฉลี่ยใกล้เคียงกันคือร้อยละ 149.6, 149.7, 149.0 ซม. และกาฬสินธุ์น้อยที่สุดคือร้อยละ 146.8 ซม. ส่วนเพศหญิงส่วนสูงเฉลี่ยอยู่ที่ 149.6 ซม. โดยจังหวัดมหาสารคามสูงที่สุดคือร้อยละ 151.3 ซม. รองลงมาเป็นร้อยเอ็ด ขอนแก่น ร้อยละ 150.3, 149.7 ซม. และกาฬสินธุ์น้อยที่สุดร้อยละ 147.8 ซม. และจากรายงานการจ่ายยาเม็ดเสริมธาตุเหล็กพบว่า เขตสุขภาพที่ 7 มีการจ่ายยาเม็ดเสริมธาตุเหล็ก ร้อยละ 31.4 (ข้อมูลระบบ Health Data Center กระทรวงสาธารณสุข วันที่ 20 กรกฎาคม 2561)และพบว่าเด็กวัยเรียนได้รับการคัดกรอง ความผิดปกติสายตาร้อยละ 93.2 พบความผิดปกติ ร้อยละ 4.0 แต่ดำเนินการแก้ไขปัญหาเพียงร้อยละ 0.2 ของเด็กที่พบความผิดปกติทางสายตา (ข้อมูลระบบ VISION 2020 ณ วันที่ 1 สิงหาคม 2561) นอกจากนี้ยังพบพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของนักเรียนในเขตสุขภาพที่ 7 ปี 2560 โดยรวมร้อยละ 4.3 ถ้าพิจารณารายด้านพบว่าด้านอนามัยส่วนบุคลผ่านมากที่สุดคือร้อยละ 79.6 รองลงมาเป็นด้านกิจกรรมทางกายร้อยละ 18.7 ด้านโภชนาการร้อยละ 15.8 และด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยน้อยที่สุดร้อยละ 0.9 ซึ่งต่ำกว่าค่าเป้าหมายที่กำหนดไว้คือ ร้อยละ 30 และจากการนิเทศติดตามงานพบว่า เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และครูอนามัยมีภาระหน้าที่รับผิดชอบงานมาก ทำให้การดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพโดยการให้บริการอนามัยโรงเรียน การเฝ้าระวังคัดกรองสุขภาพไม่ครอบคลุมรวมถึงยังไม่มีระบบการคัดกรองส่งต่อเด็กอ้วนกลุ่มเสี่ยงเข้าสู่คลินิก DPAC และขาดการเชื่อมโยงข้อมูลสถานการณ์ปัญหาสุขภาพไปยังภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้ปกครอง ชุมชน เป็นต้น จากสถานการณ์ดังกล่าวข้างต้นจะพบว่าเด็กวัยเรียนยังคงประสบกับปัญหาภาวะสุขภาพในด้านต่างๆ ทั้งด้านโภชนาการ การออกกกำลังกาย และมีพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่พึงประสงค์ รวมถึงบุคลากรสาธารณสุขยังขาดทักษะ ในการส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียน ดังนั้น กลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยเรียน ศูนย์อนามัยที่ 7 จึงได้จัดทำโครงการ ส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียนวัยรุ่น ร้อยแก่นสารสินธุ์ เก่ง ดี มีสุข แข็งแรง ปีงบประมาณ 2562 โดยมุ่งหวังให้เด็กวัยเรียนในเขตสุขภาพที่ 7 มีสุขภาพกายและจิตที่ดี มีรูปร่างสูงดี สมส่วนและมีพัฒนาการเหมาะสมตามวัย อันจะส่งผลต่อการเรียนรู้ และเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์แข็งแรง ตลอดจนบุคคลากรสาธารณสุข บุคลากรด้านการศึกษาและภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องร่วมกันขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียนอย่างต่อเนื่อง

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อให้บุคลากรสาธารณสุขและภาคีเครือข่าย มีความรู้ ทักษะในการคัดกรองความผิดปกติต่างๆ และเสริมสร้างการเจริญเติบโตของเด็กให้เหมาะสมตามวัย 2. เพื่อขับเคลื่อนการนำค่ากลางไปใช้ในการส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียน และขยายผลไปยังพื้นที่อื่น 3. เพื่อให้โรงเรียนพัฒนายกระดับโรงเรียนให้เป็นโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชรและโรงเรียนรอบรู้ด้านสุขภาพ 4. เพื่อพัฒนาแนวทางการจัดการอาหารกลางวันโดยการส่งเสริมการใช้เกลือผสมไอโอดีนในการประกอบอาหารกลางวัน และยาเม็ดเสริมธาตุ 5. เพื่อเสริมสร้างให้เด็กวัยเรียนเขตสุขภาพที่ 7 มีพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม 6. เพื่อสร้างกระแส และกระตุ้นให้บุคลากรสาธารณสุข ภาคีเครือข่าย และประชาชนทั่วไปมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างสุขภาพเด็กวัยเรียนเขตสุขภาพที่ 7

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เด็กวัยเรียน อายุ 6-14 ปี เขตสุขภาพที่ 7 สูงดีสมส่วน 71 ร้อยละ
2.เด็กวัยเรียนอายุ 15-18 ปี เขตสุขภาพที่ 7 สูงดีสมส่วน 72 ร้อยละ
3.ร้อยละของเด็กวัยเรียนมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ 30 ร้อยละ
4.ร้อยละเด็กอายุ 6-14 ปี ได้รับยาเม็ดเสริมธาตุเหล็ก 70 ร้อยละ
5.ร้อยละของนักเรียน ชั้นป. 1 ได้รับการตรวจคัดกรองสายตา 80 ร้อยละ
6.ร้อยละของนักเรียนชั้นป. 1 การตรวจพบสายตาผิดปกติ 2 ร้อยละ
7.ร้อยละของนักเรียน ชั้น ป. 1 ที่พบสายตาผิดปกติ 80 ร้อยละ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : จำนวนโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชร 10 แห่ง
2.เชิงปริมาณ : จำนวนครั้งของการติดตามการดำเนินงาน 12 ครั้ง
3.เชิงปริมาณ : ร้อยละของเด็กวัยเรียนมีภาวะเริ่มอ้วนและอ้วน ไม่เกิน 10 ร้อยละ
4.เชิงคุณภาพ : ความพึงพอใจของผู้เข้ารับการประชุม / อบรม 80 ร้อยละ
5.เชิงคุณภาพ : ความพึงพอใจของผู้รับประเมินโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชร 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1. พัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมทางกายส่งเสริมเด็กสูงดีสมส่วน จังหวัดขอนแก่น 2. ส่งเสริมการใช้ค่ากลางเพื่อให้เด็กวัยเรียนส่งเสริมเด็กสูงดีสมส่วนครอบคลุมทุกพื้นที่ 3. เยี่ยมเสริมพลัง ค้นหานวัตกรรมและถอดบทเรียนการส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียนด้วยเทคนิคค่ากลาง 4. เสริมสร้างทักษะการคัดกรอง และการแก้ไขภาวะการเจริญเติบโต อ้วน ผอม เตี้ย เหา โลหิตจาง คอพอก สายตาและการได้ยิน ในเด็กวัยเรียนวัยรุ่น 5. พัฒนาระบบฐานข้อมูลในระบบ Intranet ศูนย์อนามัยที่ 7 และ Facebook Page 6. รณรงค์สื่อสารประชาสัมพันธ์การส่งเสริมให้เด็กสูงดีสมส่วนและมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ (เนื่องในวันเด็กแห่งชาติและวันดื่มนมโลก) 7. พัฒนายกระดับโรงเรียนให้เป็นงโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชรและโรงเรียนรอบรู้ด้านสุขภาพ 8. สนับสนุนการดำเนินงานของภาคีเครือข่ายโดยการเป็นวิทยากร ที่ปรึกษาและสนับสนุนสื่อวิชาการต่างๆ 9. ติดตาม กำกับ และประเมินผลการดำเนินงานตามแผนการป้องกันและแก้ไขปัญหาภาวะสุขภาพเด็กวัยเรียนวัยรุ่นกลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยง กลุ่มป่วย (อ้วน ผอม เตี้ย โลหิตจาง สายตา และคอพอก) และแนวทางการจัดการอาหารกลางวัน การส่งเสริมการใช้เกลือผสมไอโอดีนในการประกอบอาหารกลางวัน และยาเม็ดเสริมธาตุ ผ่านคณะกรรมการวัยเรียนเขตสุขภาพที่ 7 และการตรวจราชการ

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 พัฒนาโรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร (กพด) สู่โรงเรียนรอบรู้ด้านสุขภาพ 3 แห่ง 1 พ.ย. 2561 - 31 ก.ค. 2562 5,060.00
2 การพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมทางกายส่งเสริมเด็กสูงดีสมส่วน จังหวัดขอนแก่น 7 แห่ง 1 พ.ย. 2561 - 30 ก.ย. 2562 16,140.00
3 เยี่ยมเสริมพลังค้นหานวัตกรรมและถอดบทเรียนการส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียนด้วยเทคนิคค่ากลาง - ตำบลบ้านฝาง อ.บ้านฝาง และต.หนองกุง อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น - อ.ยางตลาด (2 ตำบล) จ.กาฬสินธุ์ - อ.เกษตรวิสัย (2 ตำบล) จ.ร้อยเอ็ด - อ.วาปีปทุม (2 ตำบล) จ.มหาสารคาม 8 แห่ง 1 ม.ค. 2562 - 31 มี.ค. 2562 59,280.00
4 ประชุมเพื่อตัดสินโครงงานสุขภาพนักเรียนด้านส่งเสริมสุขภาพหรือด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม ระดับเขตสุขภาพที่ 7 10 คน 1 พ.ย. 2561 - 30 พ.ย. 2561 5,900.00
5 พัฒนาและรับรองโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ 10 แห่ง 1 พ.ย. 2561 - 31 ก.ค. 2562 41,000.00
รวมเป็นเงิน 127,380.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
127,380.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 พ.ย. 2561 - 30 ก.ย. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
4 จังหวัด ในเขตสุขภาพที่ 7 ได้แก่ จังหวัดกาฬสินธุ์ ขอนแก่น มหาสารคามและร้อยเอ็ด

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด 4 จังหวัด ในเขตสุขภาพที่ 7 ได้แก่ จังหวัด กาฬสินธุ์ ขอนแก่น มหาสารคามและร้อยเอ็ด

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
เด็กวัยเรียนเขตสุขภาพที่ 7 เจ้าหน้าที่สาธารณสุขระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล ครู เจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นางสาวสุวิชา สังข์ทอง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางบังอร กล่ำสุวรรณ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางทัศนีย์ รอดชมภู

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายประสิทธิ์ สัจจพงษ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 4

1. ชื่อโครงการ :
โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ปีงบประมาณ 2562

2. ยุทธศาสตร์ :
1.3 ส่งเสริมพฤติกรรมอนามัยการเจริญพันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับวัยรุ่น

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
7) อัตราคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15-19 ปี ต่อประชากรหญิง อายุ 15-19 ปี พันคน
8) อัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ 10-14 ปี ต่อประชากรอายุ 10-14 ปี พันคน
9) ร้อยละการตั้งครรภ์ซ้ำในหญิงอายุ น้อยกว่า 20 ปี

4. cluster :
กลุ่มวัยเรียนและวัยรุ่น (ขับเคลื่อน พรบ.การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น)

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (19)7.1 ขับเคลื่อนการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.2559 และยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น
5.2 โครงการสำคัญ 7.โครงการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.2559 และยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 6) พัฒนาศักยภาพและบริการส่งเสริมสุขภาพประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสม

7. หลักการและเหตุผล :
การตั้งครรภ์ในวัยรุ่นเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ จากการสำรวจของสำนักอนามัยการเจริญพันธุ์พบว่า วัยรุ่นมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกเฉลี่ยอายุ 12 ปี นำไปสู่ปัญหาการตั้งครรภ์ การทำแท้ง ซึ่งข้อมูลสุขภาพของผู้ป่วยทำแท้งพบว่า ร้อยละ 92.6 ไม่ตั้งใจให้ตั้งครรภ์ครั้งนี้ ร้อยละ 41.3 ไม่ได้คุมกำเนิดด้วยวิธีใดๆทำให้เกิดปัญหาทางด้านสุขภาพเชื่องโยงไปถึงปัญหาเศรษฐกิจ สังคม และครอบครัวจากสถานการณ์ปัญหาวัยรุ่นในเขตสุขภาพที่ ๗ ปี ๒๕๖1 (ไตรมาสที่ 3 ) อัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ ๑๕ – ๑๙ ปี ต่อพันประชากรคิดเป็นอัตรา 30.78 (เป้าหมายไม่เกิน 40) โดยจังหวัดในเขตสุขภาพที่ 7 มีอัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15-19 ปี ดังนี้ จังหวัดขอนแก่น 31.24 จังหวัดร้อยเอ็ด ๒2.43 จังหวัดมหาสารคาม ๒9.86 จังหวัดกาฬสินธุ์ ๒๘.๘๓ อัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ ๑๐ – ๑๔ ปี ต่อพันประชากรคิดเป็นอัตรา 0.92 ( ไม่เกิน 1.3 ) จังหวัดในเขตสุขภาพที่ 7 มีอัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ 1๔ปี ดังนี้ จังหวัดขอนแก่น 0.82 จังหวัดร้อยเอ็ด 0.35 จังหวัดมหาสารคาม 1.14 จังหวัดกาฬสินธุ์ 1.40 (HDC adjusted) การตั้งครรภ์ซ้ำในหญิงอายุน้อยกว่า ๒๐ ปี คิดเป็นร้อยละ 14.62 (ไม่เกินร้อยละ 9.๕)จังหวัดในเขตสุขภาพที่ 7การตั้งครรภ์ซ้ำในหญิงอายุน้อยกว่า ๒๐ ปี ดังนี้ จังหวัดขอนแก่น 16.30 จังหวัดร้อยเอ็ด 12.12 จังหวัดมหาสารคาม 13.88 จังหวัดกาฬสินธุ์ 14.50และร้อยละของหญิงไทยอายุน้อยกว่า 20 ปี หลังคลอดหรือหลังแท้ง ได้รับการคุมกำเนิดด้วยวิธีกึ่งถาวร (ร้อยละ 80) ดังนี้ จังหวัดขอนแก่น 65.18 จังหวัดร้อยเอ็ด 50.๐๐ จังหวัดมหาสารคาม 78.74 จังหวัดกาฬสินธุ์ 62.66 ถึงแม้ว่าเขตสุขภาพที่ ๗ สามารถดำเนินการลดอัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ ๑๕ – ๑๙ ปี และอัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ๑๐ – ๑๔ ปีแต่ร้อยละการตั้งครรภ์ซ้ำในหญิงอายุน้อยกว่า 20 ปี ยังสูงกว่าค่าเป้าหมาย และร้อยละของหญิงไทยอายุน้อยกว่า 20 ปี หลังคลอดหรือหลังแท้ง ได้รับการคุมกำเนิดด้วยวิธีกึ่งถาวรยังต่ำกว่าค่าเป้าหมาย ซึ่งยังถือว่าเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญและสมควรได้รับการแก้ไข กลไกสำคัญที่ส่งผลให้การดำเนินงานลดปัญหาของแม่ในวัยรุ่นของเขตสุขภาพที่ ๗ จากการวิเคราะห์การดำเนินงานที่ผ่านมาพบว่า มีการขับเคลื่อนงานผ่านระบบสุขภาพอำเภอ (DHS) ในทุกพื้นที่ ภายใต้ อำเภออนามัยการเจริญพันธุ์ ร่วมมือกันทุกภาคส่วนในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น และมีสถานบริการสุขภาพที่เป็นมิตรกับวัยรุ่นและเยาวชน (YFHS) ที่พร้อมให้บริการ ให้คำปรึกษาแก่วัยรุ่นและครอบครัว รวมทั้งส่งต่อให้ได้รับการดูแลอย่างเป็นรูปธรรมร่วมกับภาคีเครือข่าย การดำเนินงานแก้ไขปัญหาวัยรุ่นจำเป็นต้องมีการขับเคลื่อนเชิงสังคมอย่างจริงจังและต่อเนื่อง อาศัยครอบครัวเป็นฐาน ภายใต้การสนับสนุนของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องโดยจะที่มีบทบาทดูแลป้องกันแก้ไขปัญหาและส่งเสริมสุขภาวะทางเพศของวัยรุ่นในพื้นที่ ตามพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.๒๕๕๙ นอกจากนี้สถาบันครอบครัวมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมทางเพศและการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ครอบครัวที่มีความสัมพันธ์ไปในทางที่ดี มีการสื่อสารเรื่องเพศภายในครอบครัว จะส่งผลไปในทางที่ดีต่อพฤติกรรมทางเพศ การสื่อสารเรื่องเพศคุยได้ในครอบครัว นับว่าเป็นกลไกหนึ่งที่จะช่วยป้องกันและแก้ไขปัญหาสุขภาพและพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของวัยรุ่น สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.๒๕๖๐ – ๒๕๖๔ ว่าด้วย “การส่งเสริมบทบาทครอบครัวและชุมชนในการเลี้ยงดู สร้างสัมพันธภาพและการสื่อสารด้านสุขภาวะทางเพศของวัยรุ่น” ดังนั้น ศูนย์อนามัยที่ ๗ ขอนแก่น จึงได้จัดทำ “โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ศูนย์อนามัยที่ ๗ ปีงบประมาณ ๒๕๖๒” เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.๒๕๕๙ พัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่ายเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาวัยรุ่นในระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล ขุมชน โรงเรียน และครอบครัว รวมทั้งพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่ายในการขับเคลื่อนการดำเนินงานพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่น โดยการบริหารจัดการด้วยค่ากลางตามบริบทของพื้นที่ตลอดจนเฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยง ส่งเสริมให้วัยรุ่นมีทักษะชีวิตและพฤติกรรมอนามัยการเจริญพันธุ์ที่เหมาะสม รวมทั้งการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพช่วยให้วัยรุ่นเกิดความตระหนักและกระตุ้นให้เกิดเรียนรู้จนเข้าใจสามารถนำไปปฏิบัติ ซึ่งจะส่งผลให้อัตราการคลอดและการตั้งครรภ์ซ้ำลดลง

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.๒๕๕๙โดยผ่านกลไก คณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ระดับจังหวัด 2. เพื่อส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดการสุขภาพวัยรุ่นแบบบูรณาการโดยใช้ค่ากลาง และขับเคลื่อนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพสำหรับวัยรุ่น 3. เพื่อสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพสำหรับวัยรุ่น แก่บุคลากรสาธารณสุข ภาคีเครือข่าย และวัยรุ่น

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.จัดการประชุมคณะอนุกรรมการป้องก้นและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ระดับจังหวัด 8 ครั้ง
2.สนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นแบบบูรณาการโดยใช้ค่ากลางและขับเคลื่อน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพสำหรับวัยรุ่น 4 แห่ง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : จัดประชุมคณะอนุกรรมการป้องก้นและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ระดับจังหวัด จังหวัดละ 2 ครั้ง 8 ครั้ง
2.เชิงปริมาณ : สนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นแบบบูรณาการโดยใช้ค่ากลางและขับเคลื่อน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นองค์กรอบรู้ทางด้านสุขภาพสำหรับวัยรุ่น จังหวัดละ 1 แห่ง 4 แห่ง
3.เชิงปริมาณ : สื่อความรอบรู้ด้านสุขภาพ 3 เรื่อง

10. วิธีการดำเนินงาน :
1.การขับเคลื่อนพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นพ.ศ.2559 และยุทธศาสตร์การป้องกันและการแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น - จัดประชุมคณะอนุกรรมการการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับจังหวัด 2.ประชุมเชิงปฏิบัติติการการใช้ค่ากลาง และการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพสำหรับวัยรุ่น 2.1. คัดเลือกพื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป้าหมายในการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น และการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพสำหรับวัยรุ่น 2.2.ประชุมเชิงปฏิบัติการกลุ่มเป้าหมายพื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นและการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพสำหรับวัยรุ่น 3. เยี่ยมเสริมพลังเครือข่ายที่ขยายผลต้นแบบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดการสุขภาพวัยรุ่น แบบบูรณาการโดยใช้ค่ากลาง และการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพสำหรับวัยรุ่น - เยี่ยมเสริมพลังเครือข่ายที่ขยายผลต้นแบบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดการสุขภาพวัยรุ่นแบบบูรณาการโดยใช้ค่ากลาง และการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพสำหรับวัยรุ่น 4. จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถอดบทเรียนความสำเร็จของเครือข่ายที่ขยายผลต้นแบบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดการสุขภาพวัยรุ่นแบบบูรณาการโดยใช้ค่ากลางและการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพสำหรับวัยรุ่น - ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถอดบทเรียนความสำเร็จของเครือข่ายที่ขยายผลต้นแบบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดการสุขภาพวัยรุ่นแบบบูรณาการโดยใช้ค่ากลางและการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพสำหรับวัยรุ่น 5. ผลิตสื่อการเรียนรู้ทักษะชีวิตและพฤติกรรมอนามัยเจริญพันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับวัยรุ่น - ผลิตสื่อการเรียนรู้ทักษะชีวิตและพฤติกรรมอนามัยเจริญพันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับวัยรุ่น โดยใช้ QR code

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถอดบทเรียนความสำเร็จของเครือข่ายที่ขยายผลต้นแบบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดการสุขภาพวัยรุ่นแบบบูรณาการโดยใช้ค่ากลางและการสร้างความรอบรู้ด้าน สุขภาพสำหรับวัยรุ่น 90 คน 1 ก.ค. 2562 - 31 ก.ค. 2562 80,900.00
2 ประชุมเชิงปฎิบัติการการใช้ค่ากลาง และการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพสำหรับวัยรุ่น 92 คน 1 มี.ค. 2562 - 29 มี.ค. 2562 169,820.00
3 เยี่ยมเสริมพลังเครือข่ายที่ขยายผลต้นแบบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดการสุขภาพวัยรุ่น โดยใช้ค่ากลางและการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพสำหรับวัยรุ่น จำนวน 4 แห่ง 100 คน 1 เม.ย. 2562 - 28 มิ.ย. 2562 50,680.00
4 จัดประชุมคณะอนุกรรมการ ป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ระดับจังหวัด 128 คน 30 พ.ย. 2561 - 28 มิ.ย. 2562 232,480.00
รวมเป็นเงิน 533,880.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
533,880.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
30 พ.ย. 2561 - 31 ก.ค. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
4 จังหวัดในเขตสุขภาพที่ 7 ได้แก่ จังหวัดกาฬสินธุ์ ขอนแก่น มหาสารคามและร้อยเอ็ด

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
วัยรุ่นในพื้นที่เขตบริการสุขภาพที่ 7 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกาฬสินธุ์ ขอนแก่น มหาสารคามและร้อยเอ็ด

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. นายพิพัฒน์ ฟูศรีนวล นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 2. นางนรินทร มาตรา พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 3. นางสาวรัตติกานต์ รักษาภักดี พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นายพิพัฒน์ ฟูศรีนวล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางทัศนีย์ รอดชมภู

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายประสิทธิ์ สัจจพงษ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 5

1. ชื่อโครงการ :
โครงการส่งเสริมสุขภาพวัยทำงานหุ่นดี - สุขภาพดีเขตสุขภาพที่ 7 ปีงบประมาณ 2562

2. ยุทธศาสตร์ :
1.4 ส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานที่พึงประสงค์

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
11) ร้อยละของวัยทำงานอายุ 30-44 ปี มีดัชนีมวลกายปกติ
12) ร้อยละของวัยทำงานมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

4. cluster :
กลุ่มวัยทำงาน

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (23)9.1 ส่งเสริมสุขภาพวัยทำงานระดับเขต เน้นกลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยง
5.2 โครงการสำคัญ 9. โครงการวัยทำงานศตวรรษที่ 21 หุ่นดี สุขภาพดี

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 6) พัฒนาศักยภาพและบริการส่งเสริมสุขภาพประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสม

7. หลักการและเหตุผล :
ประเทศไทย มีประชากรวัยทำงาน (อายุ15 – 59 ปี) จำนวน ๕๖.๒๔ ล้านคน ประชากรที่อยู่ในวัยแรงงาน พร้อมทำงาน ๓๘.๕๕ ล้านคน ภาคเกษตรกรรม ๑๑.๔๐ ล้านคนนอกภาคเกษตรกรรม ๒๖.๕๗ ล้านคน (ที่มา : ระบบสถิติทางการทะเบียน กระทรวงแรงงาน พ.ค.๒๕๖๑) ประชากรวัยงานมีความเสี่ยงและมีแนวโน้มในการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง(NCDs)เพิ่มขึ้นทุกปีจากพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่พึงประสงค์ นอกจากนี้ยังมีปัญหา การบาดเจ็บเนื่องจากอุบัติเหตุจากยานพาหนะ ปัญหาความเครียดจากการทำงาน โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่ ดื่มสุรา และการใช้สารเสพติดอื่นๆในช่วงปี พ.ศ. 2558 – 2560 พบประชากรไทยมีอัตราป่วยรายใหม่ด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เพิ่มมากขึ้น ดังนี้โรคหัวใจและหลอดเลือดร้อยละ0.04, 0.05, 0.04 ตามลำดับ โรคเบาหวาน461.87,518.75, 534.17 ต่อแสนประชากรโรคความดันโลหิตสูง914.13, 1178.77, 1250.94 ต่อแสนประชากร ประชากรวัยทำงานมีดัชนีมวลกายเกิน(BMIมากกว่า 25 ตารางเมตร) ร้อยละ 30.7, 32.5, 32.7 ตามลำดับ เขตสุขภาพที่ 7 พบอัตราป่วยรายใหม่ด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) โรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง ร้อยละ0.03, 0.06, 0.05 ตามลำดับ โรคเบาหวาน 483.36, 625.84, 685.09 ต่อแสนประชากรโรคความดันโลหิตสูง 810.20, 1199.11, 1376.61 ต่อแสนประชากรและพบว่าประชากรวัยทำงานมีดัชนีมวลกายเกิน (BMIมากกว่า 25 ตารางเมตร) ร้อยละ27.6, 28.8, 28.5 ตามลำดับ (ข้อมูล HDCสนย.29 ส.ค.6๑) จากการสำรวจของศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น จำนวน 480 ราย พบว่าประชากรวัยทำงานมีดัชนีมวลกายภาวะอ้วน (BMIมากกว่า 25 ตารางเมตร) ร้อยละ37.3 ดัชนีมวลกายปกติ (18.50-22.90ตารางเมตร) ร้อยละ36.7 ดัชนีมวลกายอยู่ในภาวะท้วม (23.00-24.99ตารางเมตร) ร้อยละ19.2 วัยทำงานตอนต้น (อายุ 15 – 29 ปี) ส่วนใหญ่มีดัชนีมวลกายอยู่ในภาวะปกติร้อยละ 9.3 รองลงมาดัชนีมวลกายอยู่ในภาวะผอม ร้อยละ 2.7 วัยทำงานตอนกลาง (อายุ 30 - 44 ปี) ส่วนใหญ่มีดัชนีมวลกายอยู่ในภาวะปกติร้อยละ 10.8 รองลงมาดัชนีมวลกายอยู่ในภาวะอ้วน ร้อยละ 10.4 วัยทำงานตอนปลาย (อายุ 45 – 59 ปี) ส่วนใหญ่มีดัชนีมวลกายอยู่ในภาวะอ้วนร้อยละ 24.8 รองลงมาดัชนีมวลกายอยู่ในภาวะปกติร้อยละ 16.5 เพศชายส่วนใหญ่มีดัชนีมวลกายอยู่ในภาวะปกติ ร้อยละ 11.2 รองลงมามีดัชนีมวลกายอยู่ในภาวะอ้วนร้อยละ 10.7 เพศหญิงส่วนใหญ่มีดัชนีมวลกายอยู่ในภาวะอ้วน ร้อยละ26.6 รองลงมามีดัชนีมวลกายอยู่ในภาวะปกติร้อยละ 25.4 รอบเอวปกติ (หญิงไม่เกิน 80 เซนติเมตร ชายไม่เกิน 90 เซนติเมตร) ร้อยละ 55.8 รอบเอวเกินร้อยละ 44.2 เพศชายและเพศหญิงมีรอบเอวปกติ ร้อยละ 17.6,38.4 ตามลำดับ มีรอบเอวเกิน ร้อยละ 15.6,28.6 ตามลำดับ วัยทำงานตอนต้นและวัยทำงานตอนกลาง มีรอบเอวปกติ ร้อยละ 13.8,19 ตามลำดับ วัยทำงานตอนปลายมีรอบเอวเกิน ร้อยละ 29 กลุ่มตัวอย่างมีพฤติกรรม การเติมเครื่องปรุงรสเค็มบางครั้ง ร้อยละ 68.5 ดื่มเครื่องดื่มรสหวาน 1-3 วันต่อสัปดาห์ ร้อยละ 15.4 การกิจกรรมทางกายหรือเคลื่อนไหวร่างกายจนรู้สึกเหนื่อยกว่าปกติ ทั้งในการทำงาน การเดินทาง หรือนันทนาการ (ออกกำลังกาย) จนรู้สึกเหนื่อยกว่าปกติ น้อยกว่าสัปดาห์ละ 150 นาที หรือน้อยกว่า 30 นาทีต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์ ร้อยละ 46.5 การนั่ง หรือเอนกายเฉยๆ ติดต่อกันนานเกิน 2 ชั่วโมงบางวัน ร้อยละ 45.6 จึงเป็นผลให้เกิดปัญหา ดัชนีมวลกายเกินเกณฑ์และเกิดภาวะอ้วนลงพุง เพิ่มความเสี่ยงต่ออัตราป่วยรายใหม่โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตทุกระดับและเป็นภาระค่าดูแลรักษาในระดับชาติที่เปล่าประโยชน์ แต่กลุ่มโรคเหล่านี้สามารถป้องกันได้ด้วยการลดพฤติกรรมเสี่ยง กรมอนามัยได้วางกรอบแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ตามแผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 พ.ศ.2560 - 2564 โดยมีกลยุทธ์ในการดำเนินงาน 2 ประเด็นได้แก่ 1. พัฒนานโยบายและยุทธศาสตร์ระดับชาติที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ของกลุ่มวัยทำงาน 2.การเตรียมความพร้อมวัยทำงานเข้าสู่วัยสูงอายุที่มีคุณภาพ ตั้งเป้าประสงค์ประชากรวัยทำงาน“วัยทำงานหุ่นดี สุขภาพดีความสุข” คือมีดัชนีมวลกายปกติ (BMI 18.5 -22.9 ตารางเมตร) เน้นพฤติกรรมพึงประสงค์ 4 ด้าน คือ 1.มีพฤติกรรมการบริโภคผักผลไม้สด ลดอาหารหวาน มัน เค็ม 2.มีกิจกรรมทางกายเพียงพอต่อสุขภาพ 3. พฤติกรรมการนอน4.มีการดูแลสุขภาพช่องปาก ศูนย์อนามัยที่ 7ขอนแก่นได้ตระหนักถึงความสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพประชากรวัยทำงาน เพื่อสร้างเสริมสุขภาพประชาชนวัยทำงาน ในสถานบริการ สถานประกอบการ องค์กร และชุมชน ให้มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง สามารถป้องกันและลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรัง ที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมได้ และก้าวสู่การเป็นผู้สูงอายุที่สุขภาพดีมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้อย่างยาวนานที่สุด จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมวัยทำงานหุ่นดี-สุขภาพดีเขตสุขภาพที่ 7 ปีงบประมาณ 2562

8. วัตถุประสงค์ :
1 ศึกษาภาวะอ้วน ความรอบรู้ด้านสุขภาพ และพฤติกรรมสุขภาพ ของประชาชนวัยทำงานในสถานบริการ และ สถานประกอบการ 2 เพื่อพัฒนารูปแบบการส่งเสริมสุขภาพประชาชนวัยทำงานและเตรียมความพร้อมสู่ผู้สูงอายุในสถานบริการ และสถานประกอบการ 3 พัฒนาระบบเฝ้าระวังภาวะสุขภาพวัยทำงานในสถานบริการ และสถานประกอบการ

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ขับเคลื่อนงาน โรงพยาบาลรอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อหุ่นดี-สุขภาพดี (HLH)และกลยุทธ์DPAC Quality ในรพท./รพศ. /รพช. 12 แห่ง
2.ขับเคลื่อนงาน สถานประกอบการรอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อหุ่นดี-สุขภาพดี (HLO) 8 แห่ง
3.ขับเคลื่อนงาน ชุมชนดีรอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อหุ่นดี-สุขภาพดี (HLC) 16 แห่ง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : ประชากรวัยทำงานในหน่วยงาน/องค์กรที่ร่วมโครงการ มีดัชนีมวลกายปกติคงที่ หรือ เพิ่มขึ้นจากเดิม 50 ร้อยละ
2.เชิงคุณภาพ : รูปแบบการดำเนินงานที่ดี( Best practice ) ในโรงพยาบาล และสถานประกอบการ 2 รูปแบบ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1. จัดทำโครงการ เสนอผู้บริหารเพื่อขออนุมัติดำเนินโครงการ 2. วิเคราะห์สภาพปัญหาสถานการณ์ คืนข้อมูลภาวะสุขภาพวัยทำงานแก่ภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ร่วมกำหนดนโยบายระดับเขต ขับเคลื่อนนโยบายระดับเขตในการส่งเสริมสุขภาพประชาชนวัยทำงานเพื่อหุ่นดี – สุขภาพดี โดยใช้กลยุทธ์ การสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ(HL) ขับเคลื่อนDPAC Quality และองค์กรไร้พุงระดับเขต และชี้แจงแนวทางการดำเนินงานแก่ผู้รับผิดชอบ บูรณาการทุกกลุ่มวัย 3. ดำเนินงานโรงพยาบาลรอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อหุ่นดี-สุขภาพดี (HLH)และกลยุทธ์ DPAC Quality ในรพท./รพศ. และรพช.ใน ๔ จังหวัด / ๑๒ รพ.โดยการมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่ายดังนี้ 4. ดำเนินงาน สถานประกอบการหุ่นดี-สุขภาพดี (HWP) ตามกลยุทธ์องค์กรไร้พุง และเตรียมความพร้อมสู่ผู้สูงวัย ในสถานประกอบการ / โรงงานใน 4 จังหวัด / 8 แห่ง โดยการมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่ 5. ดำเนินงาน ชุมชนรอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อหุ่นดี-สุขภาพดี (HLC) ตามกลยุทธ์ชุมชนไร้พุง ใน ๔ จังหวัด / 8 ชุมชน โดยการมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่ายและชุมชน ดังนี้ 6. ตลาดนัดสุขภาพ แลกเปลี่ยนนวัตกรรมชุมชน (Best practice)/วิธีปฏิบัติที่ดี (Best practice) เพื่อเรียนรู้รูปแบบ

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ดำเนินงานสถานประกอบรอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อหุ่นดี-สุขภาพดี (HLO) และกลยุทธ์องค์กรไร้พุง - เยี่ยมเสริมพลัง / สนับสนุนการดำเนินงาน 3 แห่ง 1 ก.พ. 2562 - 28 มิ.ย. 2562 20,070.00
2 ดำเนินงานโรงพยาบาลรอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อหุ่นดี-สุขภาพดี (HLH) และกลยุทธ์ DPAC Quality - เยี่ยมเสริมพลัง/สนับสนุนการดำเนินงานรพ. 8 แห่ง 1 ม.ค. 2562 - 28 มิ.ย. 2562 100,520.00
3 ดำเนินงานชุมชนรอบรู้ด้านสุขภาพ(HLC) - เยี่ยมเสริมพลัง/สนับสนุนการดำเนินงานและเก็บข้อมูลวัยทำงาน 16 แห่ง 1 ม.ค. 2562 - 28 มิ.ย. 2562 90,880.00
4 ดำเนินงานสถานประกอบรอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อหุ่นดี-สุขภาพดี (HLO) และกลยุทธ์องค์กรไร้พุง - เสนอรูปแบบ/จัดทำแผนการดำเนินงาน 60 คน 1 พ.ย. 2561 - 30 พ.ย. 2561 32,160.00
5 ดำเนินงานโรงพยาบาลรอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อหุ่นดี-สุขภาพดี (HLH) และกลยุทธ์ DPAC Quality - ร่วมกันวิเคราะห์/เสนอรูปแบบ/แนวทางการดำเนินงาน/จัดทำแผนการดำเนินงาน รวม 4 จว. 70 คน 1 พ.ย. 2561 - 30 พ.ย. 2561 36,200.00
6 ดำเนินงานสถานประกอบรอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อหุ่นดี-สุขภาพดี (HLO) และกลยุทธ์องค์กรไร้พุง - พัฒนาศักยภาพเรื่องการส่งเสริมสุขภาพเพื่อหุ่นดีสุขภาพดีและเตรียมความพร้อมสู่ผู้สูงอายุแก่พนักงาน 90 คน 1 ม.ค. 2562 - 31 ม.ค. 2562 29,000.00
7 ดำเนินงานชุมชนรอบรู้ด้านสุขภาพ(HLC) - ร่วมกันวิเคราะห์/เสนอรูปแบบ/แนวทางการดำเนินงาน/จัดทำแผนการดำเนินงาน 200 คน 1 มี.ค. 2562 - 28 มิ.ย. 2562 119,480.00
8 ถอดบทเรียน (Best practice )/นวัตกรรมจากพื้นที่ต้นแบบวัยทำงานหุ่นดี สุขภาพดี 200 คน 1 ก.ค. 2562 - 31 ก.ค. 2562 90,200.00
รวมเป็นเงิน 518,510.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
518,510.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 พ.ย. 2561 - 31 ก.ค. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
พื้นที่รับผิดชอบของศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ใน 4 จังหวัด เขตสุขภาพที่ 7 ได้แก่ กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ร้อยเอ็ด และมหาสารคาม ดังนี้ 1 โรงพยาบาลชุมชนจังหวัดละ 2 แห่ง จำนวน 8 แห่ง 2 สถานประกอบการ จำนวน 3 แห่ง 3 ชุมชน / หมู่บ้าน จังหวัดละ 4 ชุมชน จำนวน 16 แห่ง

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
ระดับเขต : สคร. 7 สบส.7 ศูนย์สุขภาพจิตที่ 7 สำนักงานเขตสุขภาพที่ 7

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
ประชาชนกลุ่มวัยทำงานในสถานบริการสาธารณสุข สถานประกอบการ และชุมชน

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. นางตำแหน่ง สินสวาท นักวิชาการสาธารณสุขเชี่ยวชาญ (ด้านโภชนาการ) 2.นางเพ็ญนิดา ไชยสายัณห์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 3. นางเดือนเพ็ญ ใจเต้ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 4. นางวาสนา มงคลศิลป์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 5. นางสาวสุนันทินี ศรีประจันทร์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางเพ็ญนิดา ไชยสายัณห์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางทัศนีย์ รอดชมภู

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายประสิทธิ์ สัจจพงษ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 6

1. ชื่อโครงการ :
โครงการพระราชดำริ เขตสุขภาพที่7 ปี 2562 (โครงการสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่า ต้านภัยมะเร็งเต้านม / โครงการควบคุมป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนอย่างมีส่วนร่วม และโครงการป้องกันภาวะโลหิตจาง จากการขาดธาตุเหล็ก)

2. ยุทธศาสตร์ :
1.4 ส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานที่พึงประสงค์

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
12) ร้อยละของวัยทำงานมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

4. cluster :
กลุ่มวัยทำงาน

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (3)1.3 ควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนแห่งชาติ ปี 2562
5.2 โครงการสำคัญ 1.โครงการพัฒนาและบริการการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมกับประชาชนในพื้นที่โครงการพระราชดาริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานยุทธศาสตร์สร้างเสริมให้คนมีสุขภาวะที่ดี
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 3) พัฒนาและบริการการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมกับประชาชนในพื้นที่โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ

7. หลักการและเหตุผล :
มะเร็งเต้านมเป็นโรคที่เป็นปัญหาสำคัญ เป็นสาเหตุการป่วยและตายอันดับหนึ่งของโรคมะเร็วในสตรีและมีการป่วยและค่าใช้จ่ายในการักษาที่เพิ่มมากขึ้นทุกปี จากข้อมูลการรักษาพยาบาลของสำนักนโยบายยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข(2560) พบว่าในปี 2567 จำนวนป่วยด้วยโรคมะเร็งเต้านม จำนวน 27.330 ราย มีค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลคิดเป็นเงิน 428,536,574 บาท ปี2558 มีจำนวน 27,867 ราย ค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลคิดเป็นเงิน 559,492,025 บาท และในปี ปี2559 มีจำนวน 31,849 ราย ค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลคิดเป็นเงิน 624,537,268 บาท การส่งเสริมสุขภพเพื่อป้องกันมะเร็งเต้านมที่จะเป็นการปฏิบัติตัวในการดูแลและส่งเสริมสุขภาพของตนเองอย่างเหมาะสมในการป้องกันมะเร็งเต้านม การเฝ้าระวังโดยการคัดกรองเพื่อค้นหามะเร็งเต้านมในรยะเริ่มต้น และได้รับการรักษาในระยะแรกๆจะสามารถเพิ่มอัตราการอยู่รอดของผู้ป่วยมะเร็งเต้านมได้ การตรวจเต้านมด้วยตนเอง (Breast Self Examination:BSE) เป็นวิธีที่สตรีทุกคนสามารถทำได้ และถ้าตรวจถูกต้อง สม่ำเสมอจะสามารถค้นหาความผิดปกติได้เร็วขึ้น(Early detection Early Protection) และอีกประการหนึ่งที่สำคัญในการที่จะส่งเสริมการสร้างพฤติกรรมสุขภาพที่จะตรวจเต้านมด้วยตนเองอย่างสม่ำเสมอได้เป็นผลสำเร็จต้องมีการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) กระทรวงสาธารณสุขโดยกรมอนามัย ร่วมกับมูลนิธิถันยรักษ์ฯได้ดำเนินการโครงการสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่า ต้านภัยมะเร็งเต้านม ตั้งแต่ปี พ.ศ.2555 มีจังหวัดที่เป็นพื้นที่นำร่อง 21 จังหวัด กลุ่มเป้าหมายสตรีอายุ 30-70 ปี เข้าร่วมโครงการจำนวน 1.9 ล้านคน ร่วมดำเนินการพัฒนาระบบการคัดกรองที่เหมาะสม ที่เริ่มต้นจากการตรวจเต้านมด้วยตนเอง(BSE) ตรวจโดยเจ้าหน้าที่ (CBE) แล้วยืนยันว่าเป็นก้อนหรือไม่ชนิดใดโดย Ultrasound จากการประเมินผลการดำเนินงานโครงการฯ 5 ปี (พ.ศ. 2555 -2560) พบว่า สตรีไทยตรวจเต้านมอย่างถูกต้องสม่ำเสมอ (อย่างน้อย 2 เดือนต่อครั้ง) เฉลี่ย 5 ปี ร้อยละ 70.8 พบก้อนมะเร็งขนาดเล็ก(ไม่เกิน 2 ซม.) ร้อยละ 43.7 เป็นมะเร็งระยะแรก (ระยะไม่เกิน 0,1,2) ร้อยละ 69.9 อัตราการรอดชีพในกลุ่มผู้ป่วยที่ตรวจเต้านมตนเองสม่ำเสมอสูงถึง ร้อยละ 95.5 ภาพรวมทั้งโครงการกลุ่มผู้ป่วยที่ตรวจเต้านมตนเองสม่ำเสมอมีอัตราการรอดชีพสูงกว่ากลุ่มผู้ป่วยที่ตรวจไม่สม่ำเสมอ แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P=0.002) ซึ่งจากความสำเร็จของโครงการนี้จะเป็นรูปแบบของการคัดกรองมะเร็งเต้านมที่สามารถขยายผลการดำเนินงานได้ครอบคลุมทั่วประเทศ โรคขาดสารไอโอดีนเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทยซึ่งส่งผลต่อการพัฒนาทางสมองและความสามารถในการเรียนรู้ของเด็กไทยที่จะเติบโตเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติในอนาคต โรคขาดสารไอโอดีนมีผลกระทบต่อประชากรทุกกลุ่มวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งทารกที่อยู่ในครรภ์มารดาทั้งนี้ร่างกายจำเป็นต้องได้รับสารไอโอดีนทุกๆวัน ปัจจุบันสถานการณ์ของการขาดสารไอโอดีนในเขตสุขภาพที่ 7 ยังคงอยู่ในระดับที่เป็นปัญหาทั้ง 4 จังหวัด คือ กาฬสินธุ์ ขอนแก่น มหาสารคาม และร้อยเอ็ด ดังข้อมูลคือ 1) ผลการสุ่มสำรวจไอโอดีนในปัสสาวะหญิงตั้งครรภ์ ในปี 2557-2559 พบสัดส่วนของหญิงตั้งครรภ์ที่มีระดับไอโอดีนในปัสสาวะต่ำกว่า 150µg/L เขตสุขภาพที่ ๗ ร้อยละ 120.8, 136.0, และ113.6 ตามลำดับ จังหวัดกาฬสินธุ์, ร้อยเอ็ด, ขอนแก่น, มหาสารคาม97.2, 118.5, 109.7, 140.5 ตามลำดับ 2) ภาวะขาดสารไอโอดีนในทารกแรกเกิด ปี 2561 จังหวัดขอนแก่น, มหาสารคาม, ร้อยเอ็ด, กาฬสินธุ์ มีผลการตรวจ TSH มากกว่า 11.2 มิลลิยูนิต/ลิตร ร้อยละ 6.53, 7.94, 12.25, และ 9.66 ตามลำดับ 3) ผลการสุ่มตรวจร่างกายนักเรียนระดับประถมในเขตสุขภาพที่ 7 ปี 2561 จำนวน 405 ราย พบภาวะคอพอก เขตสุขภาพที่ 7 ร้อยละ 8.6 จังหวัดขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ ร้อยละ 4.7, 3.7, 12.7, และ13.4 ตามลำดับ กระทรวงสาธารณสุขได้ส่งเสริมให้คนไทยมีลูกเพื่อชาติหลังพบอัตราการเกิดน้อย-ด้อยคุณภาพ เนื่องจากปัจจุบันผู้หญิงไทยแต่งน้อยน้อยลงหรือช้าลง มีการศึกษาที่สูงขึ้น ทำให้อัตราการเพิ่มประชากรไทยลดลงจาก 2.7% ในปี 2513 ลดลงเหลือ 0.4% ในปี2558 ซึ่งหากไม่มีการดำเนินการใดๆ ภายใน10 ปี อัตราการเพิ่มประชากรไทยจะเท่ากับศูนย์ คืออัตราการเกิดเท่ากับอัตราการตาย ไม่มีประชากรเพิ่มเนื่องจากอัตราการเกิดน้อยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 7 แสนคนต่อปี นอกจากนี้ยังพบปัญหาการเกิดน้อยด้อยคุณภาพ โดยในปี2558 พบอัตราการตายมารดาอยู่ที่ 20 ต่อการเกิดมีชีพแสน สาเหตุส่วนใหญ่มาจากการตกเลือด มีภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก39 % ทารกคลอดก่อนกำหนด 10.4% ทารกเสียชีวิตจากภาวะพิการแต่กำเนิด 7% เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวจึงต้องเตรียมความพร้อมการมีบุตรให้มีคุณภาพตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ กระทรวงสาธารณสุขจึงได้จัดโครงการส่งเสริมสาวไทยแก้มแดง มีลูกเพื่อชาติ ด้วยวิตามินแสนวิเศษ ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น จึงได้จัดทำ โครงการสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่า ต้านภัยมะเร็งเต้านม โครงการควบคุมป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนอย่างมีส่วนร่วม และโครงการป้องกันภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก เขตสุขภาพที่ ๗ ปี ๒๕๖๒ เพื่อพัฒนาระบบการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมแก้ไขปัญหาภาวะขาดสารไอโอดีนและโครงการป้องกันภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก โดยเน้นการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายขับเคลื่อนการดำเนินงานจังหวัดไอโอดีน ซึ่งส่งผลดีต่อสุขภาพของประชาชนสังคม และประเทศชาติต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อพัฒนาและขยายผลรูปแบบการดำเนินงานจังหวัดไอโอดีน 2. เพื่อพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่าย เรื่องการควบคุมป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนและการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม 3. เพื่อพัฒนาและขยายผลของระบบคัดกรองมะเร็งเต้านม ที่เริ่มต้นด้วยการตรวจเต้านมด้วยตนเอง 4. เพื่อศึกษาสถานการณ์พฤติกรรมการตรวจเต้านมด้วยตนเองในสตรีอายุ 30 - 70 ปี 5. เพื่อจัดกิจกรรมรณรงค์สาวไทยแก้มแดงในวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ 2562

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.พัฒนาและขยายรูปแบบการดำเนินงานควบคุมป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนอย่างมีส่วนร่วม 3 แห่ง
2.พัฒนาศักยภาพบุคลากรและภาคีเครือข่ายการดำเนินงานป้องกันโรคขาดสารไอโอดีน และคัดกรองมะเร็งเต้านม 3 จังหวัด
3.จัดรณรงค์สาวไทยแก้มแดงในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 1 ครั้ง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : จำนวนเจ้าหน้าที่และภาคีเครือข่าย ร่วมขับเคลื่อนการดำเนินงานสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่า ต้านภัยมะเร็งเต้านมและควบคุมป้องกันโรคขาดสารไอโอดีน 210 คน
2.เชิงปริมาณ : จำนวนบุคลากรได้รับการพัฒนาศักยภาพ 210 คน
3.เชิงปริมาณ : มีการขยายผลรูปแบบการดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคขาดสารไอโอดีนอย่างมีส่วนร่วม 3 จังหวัด

10. วิธีการดำเนินงาน :
1. จัดทำโครงการเสนอผู้บริหารเพื่อขออนุมัติดำเนินการ 2. ชี้แจง ถ่ายทอดนโยบาย โครงการสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่า ต้านภัยมะเร็งเต้านมและโครงการควบคุมป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนอย่างมีส่วนร่วม 4 จังหวัด บูรณการร่วมกับกลุ่มวัยอื่น 3. ขยายรูปแบบและพัฒนาศักยภาพบุคลากรและภาคีเครือข่ายการดำเนินงานจังหวัดไอโอดีนและจัดทำแผนการดำเนินงานควบคุมป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนอย่างมีส่วนร่วม และโครงการสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่า ต้านภัยมะเร็งเต้านมใน ๓ จังหวัด (พ.ย. ๒๕๖๑ - ธ.ค. ๒๕๖๑) 4. เยี่ยมเสริมพลังภาคีเครือข่ายใน 4 จังหวัด (เม.ย. –พ.ค. 2562) 5. จัดกิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์สาวไทยแก้มแดง ด้วยวิตามินแสนวิเศษในจังหวัดขอนแก่น(๑๔ ก.พ.2562)

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดกิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์สาวไทยแก้มแดง 1 ครั้ง 14 ก.พ. 2562 - 14 ก.พ. 2562 15,000.00
2 เยี่ยมเสริมพลังในการดำเนินงานควบคุมป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนและครงการสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่าต้านภัยมะเร็งเต้านม 8 ครั้ง 1 เม.ย. 2562 - 31 พ.ค. 2562 34,560.00
3 ขยายรูปแบบ/จัดทำแผนการดำเนินงาน พัฒนาศักยภาพบุคลากร และภาคีเครือข่ายในการควบคุมป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนอย่างมีส่วนร่วมและโครงการสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่า ต้านภัยมะเร็งเต้านม 3 จังหวัด ๆ 2 วัน 210 คน 1 พ.ย. 2561 - 31 ธ.ค. 2561 141,880.00
รวมเป็นเงิน 191,440.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
191,440.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 พ.ย. 2561 - 31 พ.ค. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
พื้นที่รับผิดชอบของศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ได้แก่ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด และมหาสารคาม

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
ระดับจังหวัด / อำเภอ / ตำบล : สสจ. สสอ. รพ.สต. ภาคีเครือข่ายนอกกระทรวง : มหาดไทย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาชน

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
ประชาชน 4 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด และมหาสารคาม

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นางเพ็ญนิดา ไชยสายัณห์

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางตำแหน่ง สินสวาท

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางทัศนีย์ รอดชมภู

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายประสิทธิ์ สัจจพงษ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 7

1. ชื่อโครงการ :
โครงการพัฒนาการดำเนินงานระบบการดูแลส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาว (Long Term Care) แบบบูรณาการ ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ปีงบประมาณ 2562

2. ยุทธศาสตร์ :
1.5 ส่งเสริมผู้สูงอายุไทยเพื่อเป็นหลักชัยของสังคม

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
13) อายุคาดเฉลี่ยของการมีสุขภาพ (Health-Adjusted Life Expectancy : HALE)

4. cluster :
กลุ่มวัยผู้สูงอายุ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (37)12.3 พัฒนาระบบ Long Term Care
5.2 โครงการสำคัญ 12.โครงการพัฒนาระบบการดูแลด้านสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาว (Long Term Care) ในชุมชน ปี 2562

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 9) ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุเข้าถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อสุขภาวะที่ดี

7. หลักการและเหตุผล :
ผู้สูงอายุ หมายถึง ผู้ที่มีอายุ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป จากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า ประเทศไทยมีจำนวนและสัดส่วนของผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง โดยในปี 2550 มีจำนวนผู้สูงอายุคิดเป็นร้อยละ 10.7 ของประชากรทั้งประเทศและเพิ่มขึ้นเป็น ร้อยละ 11.7 และ 15.4 ในปี 2553 และ 2557 ตามลำดับ โดยด้านสุขภาพพบว่า มีผู้สูงอายุเพียงร้อยละ 5 ที่แข็งแรง นอกนั้นมีความเจ็บป่วยด้วยโรคและปัญหาสุขภาพ อาทิ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน ข้อเข่าเสื่อม โรคซึมเศร้า พิการและติดเตียง ผู้สูงอายุในชุมชนได้รับการดูแลโดยการเยี่ยมบ้านของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขแต่ยังไม่เพียงพอกับความต้องการของผู้สูงอายุและญาติโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้สูงอายุที่ติดบ้านติดเตียงหรือผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิงที่ต้องการความช่วยเหลือและการดูแลจากบุคลากรสาธารณสุขมาก ปัจจุบันการเยี่ยมบ้านแต่ละครั้งมีเวลาน้อยอีกทั้งยังขาดแคลนบุคลากรในการบริหารจัดการการดูแลผู้สูงอายุในชุมชนที่มีประสิทธิภาพ รัฐบาล โดยกระทรวงสาธารณสุข ได้ประกาศให้การสร้างเสริมสุขภาวะสำหรับผู้สูงอายุและผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิง เป็นนโยบายสำคัญเร่งด่วน โดยกำหนดกิจกรรม การคัดกรองเพื่อจำแนกกลุ่มผู้สูงอายุตามภาวะพึ่งพิง และการผลิต ผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) และ ผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Care Giver) อย่างพอเพียง เพื่อมุ่งเน้นให้การช่วยดูแลผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิงและผู้ป่วยสูงอายุระยะสุดท้ายได้รับการดูแลอย่างมีคุณภาพ กลไกขับเคลื่อนการดำเนินงานในชุมชนที่สำคัญคือ การสร้างและพัฒนา ผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) ให้ครอบคลุมพื้นที่ตำบลที่มีระบบการส่งเสริมดูแลผู้สูงอายุระยะยาว (Long Term Care) ในชุมชน ทุกจังหวัดเพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบบริการดูแลผู้สูงอายุที่ต้องการพึ่งพิงด้านสุขภาพให้เป็นรูปธรรม ต่อเนื่องและยั่งยืน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น กรมอนามัย ตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว จึงจัดทำโครงการพัฒนาการดำเนินงานระบบการดูแลส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาว (Long Term Care) แบบบูรณาการ ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่นปีงบประมาณ 2561 ขึ้น เพื่อสนับสนุนและพัฒนาการดำเนินงานแบบบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน การพัฒนาศักยภาพบุคลากรที่เกี่ยวข้องให้มีความรู้ความเข้าใจและมีทักษะในการดูแลผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการถอดบทเรียนและแลกเปลี่ยนรู้กระบวนการบริหารจัดการการดำเนินงานภายใต้กรอบกิจกรรมสำคัญของเทคนิคการจัดการค่ากลางและปัจจัยที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ตำบลที่มีระบบการส่งเสริมสุขภาพดูแลผู้สูงอายุระยะยาว (Long Term Care) ต้นแบบ เพื่อนำไปขยายผลในการพัฒนาระบบการส่งเสริมสุขภาพดูแลผู้สูงอายุระยะยาวในพื้นที่อื่นๆ ได้ อันจะส่งผลให้ผู้สูงอายุในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 7มีสุขภาพดีทั้งกายและใจ มีคุณภาพชีวิตที่ดีและสามารถดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุขต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
1 เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) 2 เพื่อให้ผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิง ได้รับการดูแลที่ดีอยู่ในสังคมอย่างมีศักดิ์ศรี 3 เพื่อให้ผู้สูงอายุเข้าถึงบริการสุขภาพอย่างเท่าเทียมกัน ได้รับความคุ้มครองให้ปลอดภัยและมีพฤติกรรม สุขภาพที่พึงประสงค์และมีคุณภาพชีวิตที่ดี

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.มีผู้ผ่านการอบรมหลักสูตร ผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด 80 ร้อยละ
2.จำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด 80 ร้อยละ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : จำนวนผู้ผ่านการอบรมหลักสูตรผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) 80 ร้อยละ
2.เชิงปริมาณ : ตำบลที่มีระบบการส่งเสริมสุขภาพดูแลผู้สูงอายุระยะยาว (Long Term Care) ในชุมชน ผ่านเกณฑ์ 70 ร้อยละ
3.เชิงคุณภาพ : ความพึงพอใจในภาพรวมต่อการดำเนินกิจกรรม 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
จัดการฝึกอบรมหลักสูตรผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) โดยใช้หลักสูตรของกรมอนามัย 70 ชั่วโมง

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 สนันสนุนด้านวิชาการภาคีเครือข่าย 4 แห่ง 3 มิ.ย. 2562 - 28 มิ.ย. 2562 34,480.00
2 การจัดอบรมผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ Care Manager ณ ห้องประชุม โรงแรม กรีนโฮเต็ล จังหวัด ขอนแก่น 160 คน 17 ธ.ค. 2561 - 28 ธ.ค. 2561 676,640.00
3 สนับสนุนงบ Care Giver 520 คน 1 ม.ค. 2562 - 29 มี.ค. 2562 624,000.00
รวมเป็นเงิน 1,335,120.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
1,335,120.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
17 ธ.ค. 2561 - 28 มิ.ย. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
ห้องประชุม โรงแรมกรีนโฮเต็ลจังหวัดขอนแก่น

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
บุคลากรจากหน่วยบริการ และ อปท. ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 7 ผู้เข้าประชุม 150 คน วิทยากรและ ผู้จัด 10 คน ทั้งสิ้น 160 คน /ผู้ร่วมดำเนินการวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีขอนแก่น

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
บุคลากรในหน่วยบริการสาธารณสุขผู้ดูแลผู้สูงอายุ ภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 7 ได้แก่ จังหวัดขอนแก่นกาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด และ มหาสารคามเขตสุขภาพที่ 5 และพื้นที่อื่นๆ

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. นางไพจิตร วรรณจักร์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 2. นางสาวชญานิศ เขียวสด ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 3. นางสดุดี ภูห้องไสย ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 4. นางอโนทัย ฝ้ายขาว ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 5. นางสาวปาริชาติ ชนะหาญ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางไพจิตร วรรณจักร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางทัศนีย์ รอดชมภู

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายประสิทธิ์ สัจจพงษ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 8

1. ชื่อโครงการ :
โครงการพัฒนาศักยภาพพระคิลานุปัฏฐาก (พระอาสาสมัครสาธารณสุขประจำวัด/พระอสว.) ศูนย์อนามัยที่ ๗ ขอนแก่น ปีงบประมาณ 2562

2. ยุทธศาสตร์ :
1.5 ส่งเสริมผู้สูงอายุไทยเพื่อเป็นหลักชัยของสังคม

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
13) อายุคาดเฉลี่ยของการมีสุขภาพ (Health-Adjusted Life Expectancy : HALE)

4. cluster :
กลุ่มวัยผู้สูงอายุ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (32)11.1 ขับเคลื่อนการดำเนินงานพระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะและพระคิลานุปัฎฐาก
5.2 โครงการสำคัญ 11.โครงการพระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 6) พัฒนาศักยภาพและบริการส่งเสริมสุขภาพประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสม

7. หลักการและเหตุผล :
การส่งเสริมสุขภาพและการดูแลสุขภาพพระสงฆ์ เป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจาก พระสงฆ์บางรูปอาพาธด้วยโรคที่ป้องกันได้ ขณะที่บางรูปไม่เคยรับการตรวจสุขภาพ ไม่สามารถรับรู้ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรัง รายงานข้อมูลกรมการแพทย์ ปีพ.ศ. 2559 พบว่า พระสงฆ์-สามเณรอาพาธเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสงฆ์ มากที่สุด 5 อันดับโรคแรก คือ ไขมันในเลือดสูง 9,609 ราย ความดันโลหิตสูง 8,520 ราย เบาหวาน 6,320 ราย ไตวายเรื้อรัง 4,320 ราย และโรคข้อเข่าเสื่อม 2,600 ราย จากข้อมูลสถานบริการสุขภาพ เขตสุขภาพที่ 7 พบว่า มีพระสงฆ์ป่วยและเข้ารับการรักษา 5 อันดับโรค แรก คือโรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบ ปอดอุดกั้นเรื้อรัง ปอดอักเสบ ไตวายเรื้อรัง(ระยะที่ 5) และโรคหลอดเลือดสมองขาดเลือด โดยสาเหตุของการเกิดโรคส่วนใหญ่มาจากปัญหาการบริโภคไม่ถูกหลักโภชนาการ อีกทั้งพระสงฆ์ไม่สามารถเลือกฉันอาหารเองได้ ต้องฉันอาหารตามที่ฆราวาสตักบาตร หรือนำอาหารมาถวาย ประกอบกับสถานภาพของพระภิกษุ ไม่เอื้อต่อการออกกำลังกาย ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรค จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนให้พระสงฆ์และวัดมีบทบาทในการส่งเสริมสุขภาพเป็นศูนย์กลางสุขภาพชุมชน และจัดสภาพแวดล้อมที่ดีให้เอื้อต่อการส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย และภาคีเครือข่าย อาทิ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลง กรณราชวิทยาลัย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพและพระสงฆ์นักพัฒนาได้ร่วมกันพัฒนาหลักสูตรพระคิลานุปัฏฐาก (พระอาสาสมัครส่งเสริมสุขภาพประจำวัด – อสว.) เพื่อส่งเสริมสุขภาพพระสงฆ์และวัดรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literate Temple) และขับเคลื่อนการดำเนินงานธรรมนูญสุขภาพ/พระสงฆ์แห่งชาติ พุทธศักราช 2560 ภายใต้มติมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 7/2560 เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2560 และมติที่ 191/2560 เรื่องการดำเนินการวัดส่งเสริมและธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ เพื่อเป็นกรอบแนวทางการส่งเสริมสุขภาวะพระสงฆ์ทั่วประเทศ ซึ่งมีเป้าหมายที่สำคัญคือ พระสงฆ์กับการดูแลสุขภาพตนเองตามหลักพระธรรมวินัย ชุมชนและสังคมกับการดูแลอุปัฏฐากพระสงฆ์ ที่ถูกต้องตามหลักพระธรรมวินัย และบทบาทพระสงฆ์ในการเป็นผู้นำด้านสุขภาวะของชุมชนและสังคม โดยมี พระคิลานุปัฏฐาก(พระอาสาสมัครส่งเสริมสุขภาพประจำวัด-อสว.) เป็นผู้ปฏิบัติดูแลพระสงฆ์อาพาธ รวมทั้งการสร้างเสริมสุขภาพ และการจัดการปัจจัยที่คุกคามสุขภาพของพระสงฆ์ด้วย ทั้งนี้บทบาทหน้าที่ของพระคิลานุปัฏฐาก (พระอาสาสมัครส่งเสริมสุขภาพประจำวัด-อสว.) มีดังนี้ คือ 1)การสื่อสารสาธารณะเรื่องสุขภาพพระสงฆ์ 2)เฝ้าระวังสถานการณ์ด้านสุขภาพในวัดและชุมชน 3)ประสานงานด้านสุขภาพพระสงฆ์กับคณะสงฆ์และหน่วยงานด้านสาธารณสุข 4)ให้บริการสุขภาพเบื้องต้นแก่พระสงฆ์ในวัดและในพื้นที่ 5)ให้คำปรึกษา แนะนำ ถ่านทอดความรู้พื้นฐานด้านสุขภาพแก่โยมอุปัฏฐากและชุมชน 6)ดำรงตนเป็นตัวอย่างที่ดีด้านสุขภาพ ตามหลักพระธรรมวินัย

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อสร้างและพัฒนาพระคิลานุปัฏฐาก (พระอาสาสมัครสาธารณสุขประจําวัด – อสว.) ให้มีความรู้ ความ เข้าใจ มีทักษะ ในการดูแลสุขภาพอนามัยตามหลักพระธรรมวินัย และให้คำแนะนำ ดูแลพระสงฆ์ 2. เพื่อเตรียมการรองรับระบบการดูแลพระสงฆ์และการดูแลผู้สูงอายุระยะยาวซึ่งพระสงฆ์ส่วนใหญ่เป็น ผู้สูงอายุ 3. เพื่อพัฒนาศักยภาพพระสงฆ์แกนนำเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ และผู้นำด้านสุขภาวะของชุมชน และสังคม

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.พระสงฆ์ผ่านการอบรมหลักสูตรพระคิลานุปัฏฐาก 70 คน
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : จำนวนพระสงฆ์เข้ารับการอบรมหลักสูตรพระคิลานุปัฏฐาก ไม่น้อยละกว่าร้อยละ 8๐ ของกลุ่มเป้าหมาย 56 คน

10. วิธีการดำเนินงาน :
1. สำรวจความต้องการ/จำนวนพระสงฆ์ ในเขตสุขภาพที่ ๗ 2. จัดทำโครงการขออนุมัติ 3. จัดทำหนังสือเชิญกลุ่มเป้าหมาย พระสงฆ์ที่จำพรรษาที่วัดในเขตสุขภาพที่ ๗ 4. ติดต่อประสานงานกับวิทยากรทุกเนื้อหาวิชาในหลักสูตร 5. ประชุมคณะดำเนินงานเตรียมความพร้อมกระบวนการฝึกอบรมฯ ของผู้จัดและวิทยากร 6. เตรียมความพร้อมทั้งด้านเอกสาร สถานที่ สื่อ และโสตทัศนูปกรณ์ที่จำเป็นในการอบรม 7.จัดการฝึกอบรมหลักสูตรพระคิลานุปัฏฐาก จำนวน 70 ชั่วโมง (ทฤษฏี 35 ชั่วโมง ฝึกปฏิบัติใน พื้นที่ 35 ชั่วโมง) 8.ประเมินความพึงพอใจหลังการอบรม 9.ประเมินผลหลังการอบรม ๓ เดือน โดยใช้แบบสอบถาม /เยี่ยมติดตามเสริมพลัง 10.สรุปผลการดำเนินงาน

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดอบรมหลักสูตรพระคิลานุปัฏฐาก (พระอาสาสมัครสาธารณสุขประจำวัด - อสว.) 70 คน 21 ม.ค. 2562 - 25 ม.ค. 2562 281,300.00
รวมเป็นเงิน 281,300.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
281,300.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
21 ม.ค. 2562 - 25 ม.ค. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
วัดโพธิการาม ตำบลโพนสูง อำเภอปทุมรัตต์ จังหวัดร้อยเอ็ด

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
กลุ่มเป้าหมายคือ พระสงฆ์ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 7 อำเภอละ 1 รูป รวมทั้งหมด จำนวน 70 รูป

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
พระคิลานุปัฏฐาก (พระอาสาสมัครสาธารณสุขประจําวัด – อสว.) และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1.นางไพจิตร วรรณจักร์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 2.นางสาวชญานิศ เขียวสด ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 3.นางสดุดี ภูห้องไสย ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 4.นางอโนทัย ฝ้ายขาว ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 5.นางสาวปาริชาติ ชนะหาญ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางไพจิตร วรรณจักร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางทัศนีย์ รอดชมภู

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายประสิทธิ์ สัจจพงษ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 9

1. ชื่อโครงการ :
โครงการสร้างชุมชนรอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อพัฒนาระบบการดูแลส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุและสุขภาพพระสงฆ์ ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ปีงบประมาณ 2562

2. ยุทธศาสตร์ :
1.5 ส่งเสริมผู้สูงอายุไทยเพื่อเป็นหลักชัยของสังคม

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
13) อายุคาดเฉลี่ยของการมีสุขภาพ (Health-Adjusted Life Expectancy : HALE)

4. cluster :
กลุ่มวัยผู้สูงอายุ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (29)10.1 พัฒนาระบบ Pre – Ageing เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่วัยสูงอายุ
5.2 โครงการสำคัญ 10.โครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุและป้องกันภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 6) พัฒนาศักยภาพและบริการส่งเสริมสุขภาพประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสม

7. หลักการและเหตุผล :
ประเทศไทยได้ทำการสำรวจสำมะโนประชากรในปี พ.ศ. 2553 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่า ประชากรที่อาศัยอยู่ประเทศไทยมีจำนวน 65.98 ล้านคนและเป็นวัยผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) ร้อยละ 12.90 ของประชากรทั้งหมด ประชากรผู้สูงอายุของประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในปี 2583 จะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 32.10 ตามลำดับ (สำนักงานสถิติแห่งชาติ, 2557) องค์การสหประชาชาติกำหนดไว้ว่าการที่ประเทศใดมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปสัดส่วนเกินกว่าร้อยละ 10 ของประชากรทั้งประเทศแสดงว่าประเทศนั้นได้ก้าวเข้าสู่ยุคแห่งสังคมผู้สูงอายุ (United Nation: UN) ซึ่งนั่นแสดงว่าประเทศไทยกำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ จังหวัดในเขตสุขภาพที่ 7 ประกอบด้วยจังหวัดกาฬสินธุ์ ขอนแก่น มหาสารคาม และร้อยเอ็ด เป็นสังคมผู้สูงอายุ โดยภาพรวมมีประชากรสูงอายุ 14.76 % การคัดกรองความสามารถในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน (ADL) พบว่าส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุกลุ่มติดสังคม 96.01% กลุ่มติดบ้าน 3.43% กลุ่มติดเตียง 0.57% มีชมรมผู้สูงอายุ 1,885 แห่ง โรงเรียนผู้สูงอายุ 302 แห่ง มีตำบล LTC ผ่านเกณฑ์ 505/660 แห่ง (76.52%) ผู้สูงอายุที่มีพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ร้อยละ 14.78 ต่ำกว่าเป้าหมายที่กำหนด (30%) การสำรวจสุขภาพประชาชน (สถานการณ์ผู้สูงอายุไทย, 2560) โดยการตรวจร่างกายพบว่า โรคที่พบในผู้สูงอายุ ได้แก่ โรคความดันเลือดสูง เบาหวาน ข้ออักเสบ/ข้อเสื่อม โรคถุงลมโป่งพอง/หลอดลมปอด อุดกั้นเรื้อรัง หลอดเลือดหัวใจตีบ กล้ามเนื้อหัวใจตาย และอัมพาต ผู้สูงอายุมากกว่าครึ่งหนึ่งมีการเจ็บป่วยตั้งแต่ 2 โรคขึ้นไป และส่วนใหญ่เจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรังไม่ติดต่อ มีภาวะอ้วน (BMI >25 กก./ม.2) และมีฟันไม่ครบ 20 ซี่ 4 คู่สบ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุวัยปลาย โดยสาเหตุพบว่า ผู้สูงอายุที่มีอายุเพิ่มขึ้น และยังไม่สามารคควบคุมโรคได้ เช่น โรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และโรคเบาหวาน และยังคงมีพฤติกรรมเสี่ยงทางสุขภาพ เช่น สูบบุหรี่ และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จึงทำให้ผู้สูงอายุต้องได้รับการดูแลระยะยาว และต้องเข้ารับบริการในระบบบริการสุขภาพ ด้านสุขภาพพระสงฆ์ ภาพรวมประเทศพระสุขภาพดี 33.3% อ้วน/กลุ่มเสี่ยง 45.1% ป่วย 40.2% พระสงฆ์ส่วนใหญ่มีปัญหาอาพาธด้วยโรคไม่ติดต่อมากที่สุด 5 อันดับ โรคไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไตวายเรื้อรัง และข้อเข่าเสื่อม สาเหตุของการเกิดโรคส่วนใหญ่มาจากพฤติกรรมเสี่ยง และเข้าสู่ระบบบริการสุขภาพน้อย (ศูนย์สื่อสารสาธารณะ กรมอนามัย, 2561) กรมอนามัย และภาคีเครือข่าย อาทิ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพและพระสงฆ์นักพัฒนาได้ร่วมกันพัฒนาหลักสูตรพระคิลานุปัฏฐาก (พระอาสาสมัครส่งเสริมสุขภาพประจำวัด – อสว.) เพื่อส่งเสริมสุขภาพพระสงฆ์และวัดรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literate Temple) และขับเคลื่อนการดำเนินงานธรรมนูญสุขภาพ/พระสงฆ์แห่งชาติ พุทธศักราช 2560 ภายใต้มติมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 7/2560 เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2560 และมติที่ 191/2560 เรื่องการดำเนินการวัดส่งเสริมและธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ เพื่อเป็นกรอบแนวทางการส่งเสริมสุขภาวะพระสงฆ์ทั่วประเทศ ซึ่งมีเป้าหมายที่สำคัญคือ พระสงฆ์กับการดูแลสุขภาพตนเองตามหลักพระธรรมวินัย ชุมชนและสังคมกับการดูแลอุปัฏฐากพระสงฆ์ ที่ถูกต้องตามหลักพระธรรมวินัย และบทบาทพระสงฆ์ในการเป็นผู้นำด้านสุขภาวะของชุมชนและสังคม โดยมี พระคิลานุปัฏฐาก (พระอาสาสมัครส่งเสริมสุขภาพประจำวัด-อสว.) เป็นผู้ปฏิบัติดูแลพระสงฆ์อาพาธ รวมทั้งการสร้างเสริมสุขภาพ และการจัดการปัจจัยที่คุกคามสุขภาพของพระสงฆ์ด้วย ในปีงบประมาณ 2561 ศูนย์อนามัยที่ 7 ได้จัดอบรมถวายความรู้พระสงฆ์ตามหลักสูตรพระคิลานุปัฏฐาก 70 ชั่วโมงของกรมอนามัยแล้ว จำนวน 32 รูป (19 อำเภอ/4 จังหวัด) อีกทั้งการบริหารจัดการและการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสมของบ้าน วัด โรงเรียนผู้สูงอายุ และชุมชน ทั้งในด้านสุขาภิบาลอาหารและน้ำ การจัดการขยะและสิ่งปฏิกูล รวมถึงการบังคับกฎหมายสาธารณสุข มีความจำเป็นและสำคัญอย่างยิ่งในการส่งเสริมสุขภาพและการมีคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุ พระสงฆ์สามเณร และประชาชนทุกกลุ่มวัย ความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) เป็นสมรรถนะของบุคคลในการเข้าถึง เข้าใจ ประเมินใช้ข้อมูลและสื่อสารด้านสุขภาพตามความต้องการเพื่อส่งเสริมสุขภาพและคงไว้ซึ่งภาวะสุขภาพที่ดีตลอดชีวิต การมีความรอบรู้ด้านสุขภาพขั้นพื้นฐานในระดับต่ำจะมีผลต่อการเพิ่มอัตราการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลบ่อยขึ้น โดยเฉพาะการใช้บริการฉุกเฉิน มีค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพที่เพิ่มสูงขึ้น และมีอัตราตายเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งการมีผลลัพธ์ด้านสุขภาพที่ดีไม่ได้เกิดจากการมีความรอบรู้ด้านสุขภาพขั้นพื้นฐานเท่านั้น แต่จะต้องมีความสามารถในการเข้าใจ พิจารณา และแสวงหาข้อมูลทางสุขภาพ เพื่อการตัดสินใจใช้ข้อมูลสุขภาพในการดูแลสุขภาพตนเอง ซึ่งจะแสดงถึงความรอบรู้ด้านสุขภาพขั้นปฏิสัมพันธ์และขั้นวิจารณญาณ จึงมีความจำเป็นจะต้องสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพแก่ประชาชนตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยผู้สูงอายุ รวมทั้งพระสงฆ์และสามเณร โดยบูรณการการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ให้เกิดเป็นชุมชนแห่งความรอบรู้ด้านสุขภาพ เพื่อลดอัตราการเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรังไม่ติดต่อ และผลกระทบจากการดูแลระยะยาว สามารถพึ่งตนเองได้ในการดูแลและส่งเสริมสุขภาพประชาชนเพื่อการมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี จากความสำคัญและความจำเป็นดังกล่าวข้างต้น กลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุจึงจัดทำโครงการสร้างชุมชนรอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อพัฒนาระบบการดูแลส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุและสุขภาพพระสงฆ์ ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ปีงบประมาณ 2562 เพื่อการสร้างความรอบรู้ระดับบุคคลในกลุ่มวัยผู้สูงอายุ พระสงฆ์และสามเณร รวมถึงกลุ่มวัยก่อนสูงอายุที่จะเตรียมเป็นผู้สูงอายุ ให้มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ และบูรณาการเป็นชุมชนแห่งความรอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อบรรลุเป้าหมายสังคมผู้สูงอายุคุณภาพต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
1.เพื่อขยายผลหลักสูตร ไม่ล้ม ไม่ลืม ไม่ซึมเศร้า กินข้าวแซบ ในโรงเรียนผู้สูงอายุให้ครอบคลุม ทุกอำเภอ 2.เพื่อสร้างชุมชนรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy Communication) แบบบูรณาการ บ้านวัด โรงเรียนผู้สูงอายุ

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.คู่มือกระบวนการสร้างชุมชนแห่งความรอบรู้ด้านสุขภาพ 1 เรื่อง
2.ประชาชน/ภาคีเครือข่ายกลุ่มเป้าหมายได้รับการพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพ (วัยผู้สูงอายุ พระสงฆ์และสามเณร และวัยทำงาน) จากการขยายหลักสูตร ไม่ล้ม ไม่ลืม ไม่ซึมเศร้า กินข้าวแซบ ในโรงเรียนผู้สูงอายุ 247 คน
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1.จัดเวทีประชุมขยายผลหลักสูตร ไม่ล้ม ไม่ลืม ไม่ซึมเศร้า กินข้าวอร่อย ในโรงเรียนผู้สูงอายุ ต้นแบบ สู่การสร้างชุมชนรอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อพัฒนาระบบการดูแลส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ และสุขภาพพระสงฆ์แบบบูรณาการ 2.เยี่ยมเสริมพลังและถอดบทเรียนรูปแบบการสร้างชุมชนรอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อพัฒนาระบบการดูแลส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุและสุขภาพพระสงฆ์แบบบูรณาการ ร่วมกับศูนย์วิชาการและคณะกรรมการขับเคลื่อนระดับเขต 3.สำรวจข้อมูล/ประเมินผลโครงการสร้างชุมชนรอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อพัฒนาระบบการดูแลส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุและสุขภาพพระสงฆ์ ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ปีงบประมาณ 2562

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดประชุมชี้แจงการสำรวจข้อมูลและประเมินผลโครงการสร้างชุมชนรอบรู้ เพื่อพัฒนาระบบการดูแลส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุและสุขภาพพระสงฆ์ ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ปีงบประมาณ 2562 ในพื้นที่ชุมชนต้นแบบ 8 แห่ง 8 แห่ง 1 ก.ค. 2562 - 30 ส.ค. 2562 133,718.00
2 จัดเวทีประชุมขยายผลหลักสูตร ไม่ล้ม ไม่ลืม ไม่ซึมเศร้า กินข้าวอร่อย ในโรงเรียนผู้สูงอายุต้นแบบ สู่การสร้างชุมชนรอบรู้ด้านสุขภาพ เพื่อพัฒนาระบบการดูแลส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุและสุขภาพพระสงฆ์แบบบูรณาการ ณ ห้องประชุมโรงแรมเจริญธานี อ.เมือง จ.ขอนแก่น 247 คน 12 ธ.ค. 2561 - 13 ธ.ค. 2561 747,603.00
3 จัดประชุมเยี่ยมเสริมพลังและถอดบทเรียนรูปแบบการสร้างชุมชนรอบรู้ด้านสุขภาพ เพื่อพัฒนาระบบการดูแลส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุและสุขภาพพระสงฆ์ ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ปีงบประมาณ 2562 ณ ห้องประชุม อปท.ในชุมชนต้นแบบจังหวัดละ 1 วัน 332 คน 1 ก.ค. 2562 - 30 ส.ค. 2562 99,259.00
รวมเป็นเงิน 980,580.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
980,580.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
12 ธ.ค. 2561 - 30 ส.ค. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
จังหวัดกาฬสินธุ์ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด อำเภอละ 1 ตำบล / 77 อำเภอ

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
โรงเรียนผู้สูงอายุ พระสงฆ์และสามเณร อปท. ศูนย์วิชาการและ หน่วยงาน 6 กระทรวงหลักระดับพื้นที่

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
ผู้สูงอายุ พระสงฆ์และสามเณร ประชาชนกลุ่มวัยอื่น และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1.นางสาวชญานิศ เขียวสด ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 2.นางสดุดี ภูห้องไสย ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 3.นางสาวปาริชาติ ชนะหาญ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ 4.นางอโนทัย ฝ้ายขาว ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 5.นางไพจิตร วรรณจักร์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางไพจิตร วรรณจักร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางทัศนีย์ รอดชมภู

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายประสิทธิ์ สัจจพงษ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 10

1. ชื่อโครงการ :
โครงการเดินหน้างานทันตสาธาณสุขทุกกลุ่มวัย ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ปีงบประมาณ ๒๕๖๒

2. ยุทธศาสตร์ :
1.2 ส่งเสริมเด็กวัยเรียนให้แข็งแรงและฉลาด
1.5 ส่งเสริมผู้สูงอายุไทยเพื่อเป็นหลักชัยของสังคม

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
4) ร้อยละของเด็กอายุ 3 ปี ปราศจากฟันผุ
5) ร้อยละของเด็กวัยเรียน (6-14 ปี) สูงดีสมส่วน ฟันไม่ผุ (caries free) และเด็กอายุ 12 ปี มีส่วนสูงเฉลี่ยตามเกณฑ์
14) ร้อยละของผู้สูงอายุ (60-74 ปี) มีฟันแท้ใช้งานอย่างน้อย 20 ซี่ และ 4 คู่สบ

4. cluster :
กลุ่มวัยผู้สูงอายุ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (38)13.1 พัฒนานวัตกรรมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ และการปรับพฤติกรรม การดูแลช่องปากด้วยตนเอง โดยภาคประชาชน ชุมชน
5.2 โครงการสำคัญ 13.โครงการบูรณาการนวัตกรรมและเทคโนโลยีการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ กรมอนามัย ปี 2562

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 8) ส่งเสริมการใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ

7. หลักการและเหตุผล :
กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดกรอบและทิศทางการทำงานโดยมีเป้าหมายให้ “ประชาชนสุขภาพดี เจ้าหน้าที่มีความสุข ระบบสุขภาพยั่งยืน” และทบทวนแผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (ด้านสาธารณสุข) พ.ศ.2560-2579 ให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) สู่ความเป็นประเทศไทย 4.0 ซึ่งกรมอนามัยได้กำหนดตัวชี้วัดระดับกรมอนามัยเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามยุทธศาสตร์กระทรวงสาธารณสุข ด้านที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพช่องปาก ได้แก่ การดูแลสุขภาพช่องปากที่เหมาะสมในทุกกลุ่มวัย โดยเน้นในเรื่องความรอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การลดปัญหาฟันน้ำนมผุในกลุ่มเด็กเล็ก เด็กปฐมวัย และนักเรียนประถมศึกษาทั้งที่ปกติและมีความพิการ โรงเรียนเครือข่ายเด็กไทยฟันดี โรงเรียนจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพช่องปาก กลุ่มผู้สูงอายุมีโครงการฟันเทียมพระราชทาน และการจัดบริการป้องกันโรคในช่องปากตามชุดสิทธิประโยชน์ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพระดับตำบล จากผลการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากและการติดตามผลการดำเนินงานของจังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบของศูนย์ฯ ในปี 2558 –2560 พบว่า กลุ่มเด็ก 18 เดือน มีปราศจากฟันน้ำนมผุค่อนข้างดีขึ้น ร้อยละ 86.16, 82.66 และ 88.78 ตามลำดับ เด็ก 3 ปี ปราศจากฟันผุ ร้อยละ 48.65, 54.77 และ 57.02 ในกลุ่มอายุ 6 ปี มีสภาวะสุขภาพช่องปากที่ดีขึ้น แต่เด็ก 12 ปี พบฟันผุเพิ่มขึ้นจากกลุ่ม 6 ปี ทำให้เด็ก 12 ปี พบปราศจากฟันแท้ผุ ร้อยละ 54.04, 53.09 และ 52.68 ตามลำดับ และกลุ่มผู้สูงอายุมีการจัดบริการใส่ฟันเทียมพระราชทาน พบว่า ภาพรวมเขตมีผลงานมากกว่าเป้าหมายที่กำหนดอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการค้นหาต้นแบบผู้สูงวัยฟันดี วัย 80 ปี และ90 ปี ของเขตเพื่อเป็นแบบอย่างและปรับทันศนคติความเชื่อเรื่องฟันจะหลุดเมื่ออายุมากขึ้น แม้ว่าจะมีผลงานระดับเขตเกิดเป้าหมายของประเทศแต่จะเห็นว่าฟันผุในเด็กเล็กเริ่มเห็นตั้งแต่เด็กเล็กยังไม่ถึง 2 ขวบ และมีฟันผุเพิ่มขึ้นเมื่อเด็กโตขึ้น รวมทั้งผู้สูงอายุยังมีการสูญเสียฟันแท้สูง เพื่อให้การดำเนินงานทันตสาธารณสุขมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จึงควรสร้างแรงจูงใจ และสนับสนุนการพัฒนางานทันตสาธารณสุขโดยการสนับสนุนวิชาการและการสื่อสารให้พื้นที่ได้ทราบข่าวสารและแหล่งเรียนรู้ในการดำเนินงานทันตสุขภาพ ที่สามารถนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น จึงได้จัดทำโครงการเดินหน้างานทันตสาธาณสุขทุกกลุ่มวัย ศูนย์อนามัยที่ 7 ปีงบประมาณ 2562 เพื่อให้การขับเคลื่อนและการพัฒนางานทันตสาธารณสุขเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้คนไทยมีสุขภาพช่องปากที่ดีต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อสนับสนุนให้เกิดรูปแบบการขับเคลื่อนหนูน้อยฟันดี ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กจังหวัดขอนแก่น 2. พัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและภาคีเครือข่ายด้านการวิเคราะห์ข้อมูล และการสร้างนวัตกรรม 3. เพื่อให้มีแหล่งเรียนรู้การดำเนินงานโรงเรียนส่งเสริมทันตสุขภาพเขตสุขภาพที่ 7 ในระดับอำเภอ จังหวัด 4.เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติบุคคลที่เป็นแบบอย่างที่ดีในการดูแลสุขภาพช่องปาก 5.สนับสนุนให้เกิดการมีส่วนร่วมระหว่างภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนงานทันตสาธารณสุขให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.รูปแบบการขับเคลื่อนหนูน้อยฟันดี ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 1 เรื่อง
2.คู่มือแนวทางการพัฒนาเครือข่ายโรงเรียนเด็กไทยฟันดี 1 เรื่อง
3.คู่มือ ฟันดี กินได้ กลืนง่าย สำหรับใช้ในโรงเรียนผู้สูงอายุ 1 เรื่อง
4.ผลการประเมินปัจจัยที่มีผลต่อการเข้ารับบริการทันตกรรมของวัยทำงาน 1 เรื่อง
5.ผลการสำรวจภาวะการกลืนในโรงเรียนผู้สูงอายุ 1 เรื่อง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : ร้อยละของผูัเข้าร่วมประชุม 80 ร้อยละ
2.เชิงปริมาณ : อสม.ผ่านการอบรมการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของเป้าหมาย 50 ร้อยละ
3.เชิงปริมาณ : ผู้สูงอายุฟันดีวัย 80 ปีและ 90 ปี ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของเป้าหมาย 50 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1 การพัฒนารูปแบบการขับเคลื่อนหนูน้อยฟันดีในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กจังหวัดขอนแก่น 2 ประเมินและคัดเลือกเครือข่ายโรงเรียนเด็กไทยฟันดี ปี 2561 เขตสุขภาพที่ 7 3 จัดทำรูปเล่มแนวทางการพัฒนาเครือข่ายโรงเรียนเด็กไทยฟันดี เขตสุขภาพที่ 7 4 ประเมินปัจจัยที่มีผลต่อการเข้ารับบริการทันตกรรมของวัยทำงาน 5 พัฒนาศักยภาพทันตบุคลากรด้านการวิเคราะห์ข้อมูลงานทันตสาธารณสุข 6 พัฒนาและจัดทำคู่มือแผนการเรียนรู้ “ฟันดี กินได้ กลืนง่าย” 7 จัดประชุมและเก็บข้อมูลเพื่อประเมินผลการใช้ รูปแบบการสอน และคู่มือ ฟันดี กินได้ กลืน 8 ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในการคัดกรองมะเร็งในช่องปาก 9 สำรวจภาวะการกลืนของผู้สูงอายุในโรงเรียนผู้สูงอายุ 10 พัฒนาศักยภาพ อสม.ในการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ จังหวัดร้อยเอ็ด 11 ประกวดและคัดเลือกผู้สูงวัยฟันดี วัย 80 ปี และ 90 ปี ระดับเขตสุขภาพที่ 7

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ประกวดและคัดเลือกผู้สูงวัยฟันดี วัย 80 ปี และ 90 ปี ระดับเขต 1 ครั้ง 1 ส.ค. 2562 - 30 ส.ค. 2562 15,440.00
2 การพัฒนารูปแบบการขับเคลื่อนหนูน้อยฟันดีในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กจังหวัดขอนแก่น - เยี่ยมเสริมพลังติดตามการนำรูปแบบการพัฒนารูปแบบการขับเคลื่อนหนูน้อยฟันดีในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กจังหวัดขอนแก่นไปใช้ 2 แห่ง 1 ก.ค. 2562 - 31 ก.ค. 2562 9,400.00
3 ประเมินและคัดเลือกเครือข่ายโรงเรียนเด็กไทยฟันดี ปี 2561 เขตสุขภาพที่ 7 4 แห่ง 3 ธ.ค. 2561 - 28 ก.ย. 2561 45,715.00
4 การพัฒนารูปแบบการขับเคลื่อนหนูน้อยฟันดีในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กจังหวัดขอนแก่น - ลงพื้นที่เพื่อศึกษาบริบทของพื้นที่และระบบการจัดการในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก " 5 แห่ง 1 พ.ย. 2561 - 30 พ.ย. 2561 3,060.00
5 จัดประชุมและเก็บข้อมูลเพื่อประเมินรูปแบบการสอน และผลการใช้คู่มือ ฟันดี กินได้ กลืนง่าย ในโรงเรียนผู้สูงอายุนำร่อง เขตสุขภาพที่ 7 และประชุมชี้แจง/คืนข้อมูล ณ รร.ผู้สูงอายุ 8 แห่ง 8 แห่ง 3 มิ.ย. 2562 - 31 ก.ค. 2562 101,680.00
6 การพัฒนารูปแบบการขับเคลื่อนหนูน้อยฟันดีในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กจังหวัดขอนแก่น - จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ การพัฒนารูปแบบการขับเคลื่อนหนูน้อยฟันดี ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กจังหวัดขอนแก่น 30 คน 1 ม.ค. 2562 - 31 ม.ค. 2562 65,765.00
7 พัฒนาศักยภาพทันตบุคลากรด้านการวิเคราะห์ข้อมูลในงานทันตสาธารณสุข ณ โรงแรม จังหวัดขอนแก่น 50 คน 1 มี.ค. 2562 - 29 มี.ค. 2562 115,014.00
8 ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในการตรวจมะเร็งในช่องปากและภาวะการกลืนของผู้สูงอายุ เขตสุขภาพที่ 7 ณ โรงแรมจังหวัดขอนแก่น 60 คน 1 ก.พ. 2562 - 28 ก.พ. 2562 199,849.00
9 การพัฒนารูปแบบการขับเคลื่อนหนูน้อยฟันดีในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กจังหวัดขอนแก่น - ลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลศึกษาสภาวะสุขภาพช่องปากในกลุ่มเด็กเล็ก จังหวัดขอนแก่น 100 คน 1 พ.ย. 2561 - 31 ธ.ค. 2561 14,276.00
10 จัดการอบรมพัฒนาศักยภาพ อสม.ในการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุจังหวัดร้อยเอ็ด ณ ห้องประชุมส่วนราชการ จังหวัดร้อยเอ็ด 300 คน 3 พ.ย. 2561 - 1 ม.ค. 2513 201,875.00
11 ประเมินปัจจัยที่มีผลต่อการเข้ารับบริการทันตกรรมวัยทำงาน 400 ชุด 1 ก.ค. 2562 - 31 ก.ค. 2562 5,026.00
12 พัฒนาและจัดทำคู่มือแผนการเรียนรู้ ฟันดี กินได้ กลืนง่าย 400 เล่ม 1 ม.ค. 2562 - 31 ม.ค. 2562 60,000.00
13 สำรวจภาวะการกลืนของผู้สูงอายุในโรงเรียนผู้สูงอายุ 400 ชุด 1 ม.ค. 2562 - 31 พ.ค. 2562 45,105.00
14 จัดทำรูปเล่ม แนวทางการพัฒนาเครือข่ายโรงเรียนเด็กไทยฟันดี เขตสุขภาพที่ 7 500 เล่ม 31 พ.ค. 2562 - 31 พ.ค. 2562 25,000.00
รวมเป็นเงิน 907,205.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
907,205.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 พ.ย. 2561 - 30 ส.ค. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
จังหวัดในเขตสุขภาพที่ 7

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
ทันตบุคลากร และภาคีเครือข่ายในเขตสุขภาพที่ 7

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
ทันตบุคลากร และภาคีเครือข่ายในเขตสุขภาพที่ 7

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. นางสาวศริญทิพย์ ชาลีเครือ ทันตแพทย์ชำนาญการพิเศษ 2. นางกัญญา จันทร์พล นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวศริญทิพย์ ชาลีเครือ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางทัศนีย์ รอดชมภู

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายประสิทธิ์ สัจจพงษ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 11

1. ชื่อโครงการ :
โครงการส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่นปีงบประมาณ 2562

2. ยุทธศาสตร์ :
2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
15) ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างน้อยตำบลละ 1 ชุมชน

4. cluster :
กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (44)15.1 สร้างความร่วมมือและความเข้มแข็งภาคีเครือข่ายทุกระดับ
5.2 โครงการสำคัญ 15.โครงการส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ และการจัดการมลพิษและสิ่งแวดล้อม
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 12) เพิ่มศักยภาพการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน ของเสียอันตรายชุมชน และมูลฝอยติดเชื้อ

7. หลักการและเหตุผล :
ปัจจุบันปัญหาด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม มีความซับซ้อน และเกิดขึ้นหลากหลายรูปแบบตามวิวัฒนาการทางอุตสาหกรรมและสังคมซึ่งเพื่อเป็นการจัดการปัญหาดังกล่าวรัฐบาลได้กำหนดนโยบายในระดับประเทศส่งเสริมให้เกิดการพัฒนางานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะประเด็นการจัดการขยะประเภทต่างๆ อย่างไรก็ตาม กรมอนามัยเล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนางานอนามัยสิ่งแวดล้อม ร่วมกับการสร้างร่วมมือจากภาคประชาชน จึงกำหนดให้มีแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี กรมอนามัย ที่ส่งเสริมให้มีระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนที่ยั่งยืน ซึ่งตัวชี้วัดคือ ชุมชนมีความเข้มแข็งในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อม (Active community) จากการดำเนินงานที่ผ่านมาถึงปัจจุบัน ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมเป็นปัญหาพื้นฐานที่มีความสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะปัญหาโลกร้อน (Global Warming) กรมอนามัย ได้มีโครงการสาธารณสุขรวมใจรณรงค์ลดโลกร้อน (GREEN and CLEAN Hospital) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพของกรมอนามัยได้ดำเนินการลดและแก้ไขปัญหาโลกร้อน จากการดำเนินการที่ผ่านมาโรงพยาบาลได้ดำเนินกิจกรรมเพื่อลดการเกิดก๊าซเรือนกระจก เช่น การลดการใช้พลังงาน การจัดสิ่งแวดล้อมเพื่อช่วยประหยัดพลังงาน การลดปริมาณขยะในหน่วยงาน ฯลฯ กิจกรรมเหล่านี้ เป็นกิจกรรมที่ช่วยลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งสิ้น จากปีงบประมาณ 2560ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ได้มีการติดตามระบบการจัดการขยะติดเชื้อของสถานบริการสาธารณสุขของรัฐในเขตพื้นที่รับผิดชอบ โดยเน้นให้สถานบริการสาธารณสุขของรัฐมีการจัดการขยะติดเชื้ออย่างถูกสุขลักษณะและมีการส่งเอกสารกำกับการขนส่งขยะติดเชื้อของหน่วยงานสถานบริการสาธารณสุขของรัฐทุกแห่ง ด้านการจัดการน้ำเสีย พบว่า ในปัจจุบัน โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขส่วนใหญ่ประสบปัญหาด้านการควบคุมระบบบำบัดน้ำเสียให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากผู้ดูและระบบขาดการพัฒนาองค์ความรู้และที่สำคัญการดำเนินการตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2535 โดยมาตรา 80 กำหนดให้โรงพยาบาลมีการส่งรายงานการจัดการระบบบำบัดน้ำเสียทุกเดือนต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น ซึ่งให้เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนตุลาคม 2555 เป็นต้นมา เพื่อให้ปัญหาด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมที่กล่าวมาทั้งหมด มีการจัดการอย่างเป็นระบบ ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น จึงได้มีการพัฒนาชุมชนต้นแบบด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในชุมชนและท้องถิ่นให้มีศักยภาพในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่สามารถพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้หรือเป็นแบบอย่างการปฏิบัติที่ดีแก่ชุมชนอื่นต่อไป สถานการณ์NEHISพบว่าอปท. มีการใช้งานระบบสารสนเทศฯ (NEHIS) จำนวน 130 แห่ง จาก อปท.ทั้งสิ้น 718 แห่ง คิดเป็น ร้อยละ 18.10 ซึ่งส่วนใหญ่อปท.มีการนำเข้าข้อมูลอนามัยสิ่งแวดล้อมในระบบNEHIS ได้แก่ มูลฝอยทั่วไป มูลฝอยติดเชื้อ สิ่งปฏิกูล สุขาภิบาลอาหาร น้ำบริโภค เหตุรำคาญ กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และการบังคับใช้กฎหมายสาธารณสุข จากการที่ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และ กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ได้จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการพัฒนาคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมร่วมกัน โดยในปีงบประมาณ 2558 มุ่งหวังให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมได้มาตรฐานคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมตามเงื่อนไขที่กรมอนามัยกำหนดไว้ในด้านการจัดการสุขาภิบาลอาหาร การจัดการคุณภาพน้ำบริโภค การจัดการมูลฝอย และด้านการจัดการสิ่งปฏิกูล และทางกรมอนามัยได้สนับสนุนวิชาการแก่บุคลากรสาธารณสุข และบุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในระดับพื้นที่ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้วซึ่งในปัจจุบัน พบว่ามีอปท.สมัครรับการประเมิน EHA สะสมตั้งแต่ปี 2559 – 2561 มีอปท.ผ่านการประเมิน EHA ใน 4 ประเด็นหลักคือ EHA 1000 – 40000 ร้อยละ 80 และEHA 4001-4003 ร้อยละ 41.18 และEHA 2001-2003 คิดเป็นร้อยละ 13.33 และจากการที่ พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535(และที่แก้ไขเพิ่มเติม) มีเจตนารมณ์ในการป้องกันการกระทำที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพและสภาวะความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน เพื่อมุ่งเน้นให้เกิดการจัดการด้านสุขลักษณะและการอนามัยสิ่งแวดล้อมตามที่พระราชบัญญัติการสาธารณสุข(ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2560 ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัดเพื่อเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมและการบังคับใช้กฎหมายการสาธารณสุขในระดับพื้นที่ซึ่งการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการสาธารณสุขจังหวัดที่ผ่านมาในบางพื้นที่ยังไม่สามารถดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพด้วยข้อจำกัดและปัจจัยหลายประการของพื้นที่ ผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา พบว่า ประเด็นงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมที่สำคัญและที่ประชุมได้มีมติให้มีการดำเนินการส่วนใหญ่ ได้แก่ การจัดการมูลฝอยทั่วไป มูลฝอยติดเชื้อ งานอาหารปลอดภัย การออกข้อกำหนดท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุขขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ซึ่งจังหวัดที่ได้ดำเนินการจัดประชุมคณะอนุกรรมการสาธารณสุขจะมีการติดตามมติที่ได้จากการสั่งการในการประชุมคณะอนุกรรมการสาธารณสุขจังหวัด โดยจากการรายงานผลการดำเนินงานตามมติจังหวัดส่วนใหญ่ระบุว่า อยู่ระหว่างการดำเนินการตามแผน เนื่องจากมติสั่งการต้องใช้ระยะเวลาในการแก้ไขปัญหา และต้องมีการประสานขอความร่วมมือจากหน่วยงานในหลายภาคส่วนส่งผลให้บางจังหวัดยังไม่มีผลการดำเนินงานที่ชัดเจน สำหรับบางจังหวัดที่มีผลการดำเนินงานเรียบร้อยนั้น เป็นการดำเนินการตามมติสั่งการที่ให้มีการพัฒนาศักยภาพบุคลากรตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 เช่น การบังคับใช้กฎหมาย การยกร่างข้อกำหนดท้องถิ่นเพื่อควบคุมปัญหาในพื้นที่ การผลักดันให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าร่วมการประเมินผลการพัฒนาคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อม (EHA) และโครงการรณรงค์ลด ละ เลิก การใช้ภาชนะโฟมบรรจุอาหาร (NO FOAM) ซึ่งได้รับความสนใจและเข้าร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงจากหน่วยงาน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เป็นต้น จากการสำรวจข้อมูลสถานการณ์การดำเนินงานตามกฎหมายสาธารณสุขขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พบว่า มีการออกข้อกำหนดยังไม่ครอบคลุมและยังมีการดำเนินการไม่ครบถ้วนตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดไว้ สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการมีบุคลากรน้อย ขาดความรู้ความเข้าใจและทักษะในการปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ ที่กฎหมายกำหนด ปัจจุบันสถานการณ์การจัดการสิ่งปฏิกูล เขตบริการสุขภาพที่ 7 พบว่า ครัวเรือนที่มีส้วมใช้มีจำนวนทั้งหมด 1,296,750 แห่ง ครัวเรือนที่ได้รับบริการสูบส้วม 1,057,118 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 81.52มีการลักลอบทิ้งสิ่งปฏิกูลในที่สาธารณะ จำนวน 118 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 29.5 รถเถื่อนไม่มีใบอนุญาตจำนวน 48 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 12.0บุคลากรที่เกี่ยวข้องได้รับการพัฒนาศักยภาพด้านจัดการสิ่งปฏิกูลได้อย่างถูกต้องโดยบูรณาการในการจัดอบรม EHA : 3002 แก่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีการพัฒนาระบบการจัดการสิ่งปฏิกูลในชุมชนต้นแบบอบต.นาชุมแสง อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น มีการจัดทำค่ากลางการจัดการสิ่งปฏิกูลและขยายผลค่ากลางความสำเร็จทั้งอำเภอภูเวียง จ.ขอนแก่น มีการเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพ ในพื้นที่โครงการชลประทานเขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์มีการออกข้อกำหนดท้องถิ่นเรื่องสิ่งปฏิกูล ครอบคลุมพื้นที่เป้าหมายทั้ง 21 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 100 และมีการขับเคลื่อนระบบการจัดการสิ่งปฏิกูลผ่านกลไก คณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัด (คสจ.) ครอบคลุม 4 จังหวัด แต่จากข้อมูลการปกครองพื้นที่เขตสุขภาพที่ 7 พบว่า มีองค์การบริหารส่วนจังหวัด 4 แห่ง เทศบาลนคร/เทศบาลเมือง/เทศบาลตำบล รวม 255 แห่ง และองค์การบริหารส่วนตำบล 465 แห่ง แต่มีท้องถิ่นที่มีระบบบำบัดสิ่งปฏิกูลที่ถูกหลักวิชาการเพียง 6 แห่ง และในปี 2562 มีแผนจะดำเนินการก่อสร้างอีก 7 แห่ง จากสภาพของการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาระบบอนามัยสิ่งแวดล้อม ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ได้ เล็งเห็นความสำคัญของปัญหาที่กล่าวมาทั้งหมด จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่นปีงบประมาณ ๒๕๖๒ขึ้น

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อพัฒนาชุมชนต้นแบบด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม 2. เพื่อส่งเสริมและพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้มีระบบคุณภาพบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมได้มาตรฐานตามที่กำหนดไว้ 3. เพื่อกระตุ้นและส่งเสริมให้เกิดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้นแบบด้านระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อม 4. เพื่อผลักดันและขับเคลื่อนการดำเนินงานอนามัยสิ่งแวดล้อมผ่านกลไกคณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัด 5. เพื่อสนับสนุนและกำกับติดตามการออกข้อบัญญัติท้องถิ่น และการบังคับใช้กฎหมายตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.จำนวนครั้งจัดประชุมคณะอนุกรรมการสนับสนุนและกำกับติดตามการบังคับใช้กฎหมายสาธารณสุขและคณะอนุกรรมการสาธารณสุขอำเภอ 8 ครั้ง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : จำนวนผู้เข้าประชุมพัฒนาศักยภาพพื้นที่ชุมชนต้นแบบด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 143 คน
2.เชิงปริมาณ : จำนวนผู้เข้าประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพการดำเนินงานเฝ้าระวังด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม ตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ในคณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัด(คสจ.) ตะวันออกเฉียงเหนือไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 56 คน
3.เชิงปริมาณ : จำนวนชุมชนที่ได้รับการสุ่มประเมินเพื่อเป็นชุมชนต้นแบบด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม 16 แห่ง
4.เชิงปริมาณ : จำนวนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่มีคะแนน LPA 80 คะแนนขึ้นไปได้รับการประเมินคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(EHA) จากศูนย์อนามัยที่ 7 30 แห่ง
5.เชิงปริมาณ : จำนวนผู้เข้ารับการพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ สธ / อปท. ให้มีความรู้ความเข้าใจการใช้โปรแกรม NEHIS (2 รุ่น ๆ ละ 50 คน) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 80 คน

10. วิธีการดำเนินงาน :
1.สร้างความร่วมมือและความเข้มแข็งภาคีเครือข่ายทุกระดับ - จัดประชุมพัฒนาศักยภาพพื้นที่ชุมชนต้นแบบด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม - ประชุมเชิงปฏิบัติการขยาย/ต่อยอดค่ากลางความสำเร็จการจัดการสิ่งปฏิกูลและการบังคับใช้กฎหมายสาธารณสุข - ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพการดำเนินงานเฝ้าระวังด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมตามพ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ในคณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัด(คสจ.) ตะวันออกเฉียงเหนือ 2. กำกับ ติดตามและประเมินผล นโยบาย แผนงาน โครงการและการบังคับใช้กฎหมาย - ส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมโดยกลไกคณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัด - จัดประชุมคณะอนุกรรมการสนับสนุนและกำกับติดตามการบังคับใช้กฎหมายสาธารณสุขและคณะอนุกรรมการสาธารณสุขอำเภอ - เยี่ยมติดตาม อปท ที่มีแผนจะสร้างระบบบำบัดฯ/และขยายแบบแปลนระบบบำบัดปฏิกูล 3. ประเมินรับรองคุณภาพระบบบริการและมาตรฐานอนามัยสิ่งแวดล้อม - ประเมิน EHA อปท. ที่มีคะแนน LPA 80 ขึ้นไป - การสุ่มประเมินและการประกวดหมู่บ้านสะอาด 4. สร้างความรอบรู้ด้านวิชาการและกฎหมาย สื่อสารสาธารณะและสร้างกระแสสังคม - รณรงค์ล้างส้วมรับวันสงกรานต์ 5. พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศเฝ้าระวังและประเมินความเสี่ยง - พัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ สธ / อปท. ให้มีความรู้ความเข้าใจการใช้โปรแกรม NEHIS (2รุ่น) - วิเคราะห์ข้อมูล/ติดตามการใช้โปรแกรมในเชิงคุณภาพและปริมาณ 6. พัฒนาและปรับปรุงกฎหมาย มาตรฐานวิชาการ รูปแบบ ต้นแบบนวัตกรรม วิจัยและเทคโนโลยี - การพัฒนาแบบแปลนระบบบำบัดฯลานทรายกรองและแบบจำลอง

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดประชุมคณะอนุกรรมการสาธารณสุขอำเภอ ณ อำเภอชุมแพและอำเภอเสลภูมิ 4 ครั้ง 1 พ.ย. 2561 - 30 ก.ย. 2562 86,240.00
2 สุ่มประเมินชุมชนต้นแบบด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม 16 แห่ง 1 ม.ค. 2562 - 31 ก.ค. 2562 26,560.00
3 จัดประชุมคณะอนุกรรมการสนับสนุนและติดตามกำกับการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข ที่จังหวัดขอนแก่นและร้อยเอ็ด 16 ครั้ง 1 พ.ย. 2561 - 31 ก.ค. 2562 83,120.00
4 ออกประเมินระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่มี LPA 80 คะแนนขึ้นไป 30 แห่ง 1 ม.ค. 2562 - 31 พ.ค. 2562 103,500.00
5 จัดประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพการดำเนินงานเฝ้าระวังด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม ตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ในคณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัด(คสจ.) ตะวันออกเฉียงเหนือ 70 คน 1 ก.ค. 2562 - 31 ก.ค. 2562 97,520.00
6 พัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ สธ / อปท. ให้มีความรู้ความเข้าใจการใช้โปรแกรม NEHIS (2รุ่น) - วิเคราะห์ข้อมูล/ติดตามการใช้โปรแกรมในเชิงคุณภาพและปริมาณ 100 คน 3 ธ.ค. 2561 - 31 ธ.ค. 2561 48,600.00
7 ประชุมพัฒนาศักยภาพพื้นที่ชุมชนต้นแบบด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม 178 คน 3 ธ.ค. 2561 - 28 ก.ย. 2561 58,420.00
รวมเป็นเงิน 503,960.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
503,960.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 พ.ย. 2561 - 30 ก.ย. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
4 จังหวัดในเขตพื้นที่รับผิดชอบเขตบริการสุขภาพที่ 7

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
ประชาชน/อสม./สสจ./สสอ./รพศ./รพท/รพช./รพสต./อปท./พื้นที่ Best practice อวล.

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
ประชาชน/อสม./สสจ./สสอ./รพศ./รพท/รพช./รพสต./อปท./พื้นที่ Best practice อวล.

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
กลุ่มพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวจริยา อินทรรัศมี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางทัศนีย์ รอดชมภู

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายประสิทธิ์ สัจจพงษ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 12

1. ชื่อโครงการ :
โครงการส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่นปีงบประมาณ 2562

2. ยุทธศาสตร์ :
2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
15) ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างน้อยตำบลละ 1 ชุมชน

4. cluster :
กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (44)15.1 สร้างความร่วมมือและความเข้มแข็งภาคีเครือข่ายทุกระดับ
5.2 โครงการสำคัญ 15.โครงการส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 11) เพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการสิ่งปฏิกูลและลดการปนเปื้อนแหล่งน้ำชุมชน

7. หลักการและเหตุผล :
ปัจจุบันปัญหาด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม มีความซับซ้อน และเกิดขึ้นหลากหลายรูปแบบตามวิวัฒนาการทางอุตสาหกรรมและสังคมซึ่งเพื่อเป็นการจัดการปัญหาดังกล่าวรัฐบาลได้กำหนดนโยบายในระดับประเทศส่งเสริมให้เกิดการพัฒนางานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะประเด็นการจัดการขยะประเภทต่างๆ อย่างไรก็ตาม กรมอนามัยเล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนางานอนามัยสิ่งแวดล้อม ร่วมกับการสร้างร่วมมือจากภาคประชาชน จึงกำหนดให้มีแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี กรมอนามัย ที่ส่งเสริมให้มีระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนที่ยั่งยืน ซึ่งตัวชี้วัดคือ ชุมชนมีความเข้มแข็งในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อม (Active community) จากการดำเนินงานที่ผ่านมาถึงปัจจุบัน ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมเป็นปัญหาพื้นฐานที่มีความสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะปัญหาโลกร้อน (Global Warming) กรมอนามัย ได้มีโครงการสาธารณสุขรวมใจรณรงค์ลดโลกร้อน (GREEN and CLEAN Hospital) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพของกรมอนามัยได้ดำเนินการลดและแก้ไขปัญหาโลกร้อน จากการดำเนินการที่ผ่านมาโรงพยาบาลได้ดำเนินกิจกรรมเพื่อลดการเกิดก๊าซเรือนกระจก เช่น การลดการใช้พลังงาน การจัดสิ่งแวดล้อมเพื่อช่วยประหยัดพลังงาน การลดปริมาณขยะในหน่วยงาน ฯลฯ กิจกรรมเหล่านี้ เป็นกิจกรรมที่ช่วยลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งสิ้น จากปีงบประมาณ 2560ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ได้มีการติดตามระบบการจัดการขยะติดเชื้อของสถานบริการสาธารณสุขของรัฐในเขตพื้นที่รับผิดชอบ โดยเน้นให้สถานบริการสาธารณสุขของรัฐมีการจัดการขยะติดเชื้ออย่างถูกสุขลักษณะและมีการส่งเอกสารกำกับการขนส่งขยะติดเชื้อของหน่วยงานสถานบริการสาธารณสุขของรัฐทุกแห่ง ด้านการจัดการน้ำเสีย พบว่า ในปัจจุบัน โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขส่วนใหญ่ประสบปัญหาด้านการควบคุมระบบบำบัดน้ำเสียให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากผู้ดูและระบบขาดการพัฒนาองค์ความรู้และที่สำคัญการดำเนินการตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2535 โดยมาตรา 80 กำหนดให้โรงพยาบาลมีการส่งรายงานการจัดการระบบบำบัดน้ำเสียทุกเดือนต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น ซึ่งให้เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนตุลาคม 2555 เป็นต้นมา เพื่อให้ปัญหาด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมที่กล่าวมาทั้งหมด มีการจัดการอย่างเป็นระบบ ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น จึงได้มีการพัฒนาชุมชนต้นแบบด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในชุมชนและท้องถิ่นให้มีศักยภาพในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่สามารถพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้หรือเป็นแบบอย่างการปฏิบัติที่ดีแก่ชุมชนอื่นต่อไป สถานการณ์NEHISพบว่าอปท. มีการใช้งานระบบสารสนเทศฯ (NEHIS) จำนวน 130 แห่ง จาก อปท.ทั้งสิ้น 718 แห่ง คิดเป็น ร้อยละ 18.10 ซึ่งส่วนใหญ่อปท.มีการนำเข้าข้อมูลอนามัยสิ่งแวดล้อมในระบบNEHIS ได้แก่ มูลฝอยทั่วไป มูลฝอยติดเชื้อ สิ่งปฏิกูล สุขาภิบาลอาหาร น้ำบริโภค เหตุรำคาญ กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และการบังคับใช้กฎหมายสาธารณสุข จากการที่ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และ กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ได้จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการพัฒนาคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมร่วมกัน โดยในปีงบประมาณ 2558 มุ่งหวังให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมได้มาตรฐานคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมตามเงื่อนไขที่กรมอนามัยกำหนดไว้ในด้านการจัดการสุขาภิบาลอาหาร การจัดการคุณภาพน้ำบริโภค การจัดการมูลฝอย และด้านการจัดการสิ่งปฏิกูล และทางกรมอนามัยได้สนับสนุนวิชาการแก่บุคลากรสาธารณสุข และบุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในระดับพื้นที่ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้วซึ่งในปัจจุบัน พบว่ามีอปท.สมัครรับการประเมิน EHA สะสมตั้งแต่ปี 2559 – 2561 มีอปท.ผ่านการประเมิน EHA ใน 4 ประเด็นหลักคือ EHA 1000 – 40000 ร้อยละ 80 และEHA 4001-4003 ร้อยละ 41.18 และEHA 2001-2003 คิดเป็นร้อยละ 13.33 และจากการที่ พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535(และที่แก้ไขเพิ่มเติม) มีเจตนารมณ์ในการป้องกันการกระทำที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพและสภาวะความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน เพื่อมุ่งเน้นให้เกิดการจัดการด้านสุขลักษณะและการอนามัยสิ่งแวดล้อมตามที่พระราชบัญญัติการสาธารณสุข(ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2560 ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัดเพื่อเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมและการบังคับใช้กฎหมายการสาธารณสุขในระดับพื้นที่ซึ่งการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการสาธารณสุขจังหวัดที่ผ่านมาในบางพื้นที่ยังไม่สามารถดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพด้วยข้อจำกัดและปัจจัยหลายประการของพื้นที่ ผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา พบว่า ประเด็นงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมที่สำคัญและที่ประชุมได้มีมติให้มีการดำเนินการส่วนใหญ่ ได้แก่ การจัดการมูลฝอยทั่วไป มูลฝอยติดเชื้อ งานอาหารปลอดภัย การออกข้อกำหนดท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุขขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ซึ่งจังหวัดที่ได้ดำเนินการจัดประชุมคณะอนุกรรมการสาธารณสุขจะมีการติดตามมติที่ได้จากการสั่งการในการประชุมคณะอนุกรรมการสาธารณสุขจังหวัด โดยจากการรายงานผลการดำเนินงานตามมติจังหวัดส่วนใหญ่ระบุว่า อยู่ระหว่างการดำเนินการตามแผน เนื่องจากมติสั่งการต้องใช้ระยะเวลาในการแก้ไขปัญหา และต้องมีการประสานขอความร่วมมือจากหน่วยงานในหลายภาคส่วนส่งผลให้บางจังหวัดยังไม่มีผลการดำเนินงานที่ชัดเจน สำหรับบางจังหวัดที่มีผลการดำเนินงานเรียบร้อยนั้น เป็นการดำเนินการตามมติสั่งการที่ให้มีการพัฒนาศักยภาพบุคลากรตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 เช่น การบังคับใช้กฎหมาย การยกร่างข้อกำหนดท้องถิ่นเพื่อควบคุมปัญหาในพื้นที่ การผลักดันให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าร่วมการประเมินผลการพัฒนาคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อม (EHA) และโครงการรณรงค์ลด ละ เลิก การใช้ภาชนะโฟมบรรจุอาหาร (NO FOAM) ซึ่งได้รับความสนใจและเข้าร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงจากหน่วยงาน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เป็นต้น จากการสำรวจข้อมูลสถานการณ์การดำเนินงานตามกฎหมายสาธารณสุขขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พบว่า มีการออกข้อกำหนดยังไม่ครอบคลุมและยังมีการดำเนินการไม่ครบถ้วนตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดไว้ สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการมีบุคลากรน้อย ขาดความรู้ความเข้าใจและทักษะในการปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ ที่กฎหมายกำหนด ปัจจุบันสถานการณ์การจัดการสิ่งปฏิกูล เขตบริการสุขภาพที่ 7 พบว่า ครัวเรือนที่มีส้วมใช้มีจำนวนทั้งหมด 1,296,750 แห่ง ครัวเรือนที่ได้รับบริการสูบส้วม 1,057,118 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 81.52มีการลักลอบทิ้งสิ่งปฏิกูลในที่สาธารณะ จำนวน 118 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 29.5 รถเถื่อนไม่มีใบอนุญาตจำนวน 48 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 12.0บุคลากรที่เกี่ยวข้องได้รับการพัฒนาศักยภาพด้านจัดการสิ่งปฏิกูลได้อย่างถูกต้องโดยบูรณาการในการจัดอบรม EHA : 3002 แก่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีการพัฒนาระบบการจัดการสิ่งปฏิกูลในชุมชนต้นแบบอบต.นาชุมแสง อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น มีการจัดทำค่ากลางการจัดการสิ่งปฏิกูลและขยายผลค่ากลางความสำเร็จทั้งอำเภอภูเวียง จ.ขอนแก่น มีการเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพ ในพื้นที่โครงการชลประทานเขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์มีการออกข้อกำหนดท้องถิ่นเรื่องสิ่งปฏิกูล ครอบคลุมพื้นที่เป้าหมายทั้ง 21 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 100 และมีการขับเคลื่อนระบบการจัดการสิ่งปฏิกูลผ่านกลไก คณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัด (คสจ.) ครอบคลุม 4 จังหวัด แต่จากข้อมูลการปกครองพื้นที่เขตสุขภาพที่ 7 พบว่า มีองค์การบริหารส่วนจังหวัด 4 แห่ง เทศบาลนคร/เทศบาลเมือง/เทศบาลตำบล รวม 255 แห่ง และองค์การบริหารส่วนตำบล 465 แห่ง แต่มีท้องถิ่นที่มีระบบบำบัดสิ่งปฏิกูลที่ถูกหลักวิชาการเพียง 6 แห่ง และในปี 2562 มีแผนจะดำเนินการก่อสร้างอีก 7 แห่ง จากสภาพของการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาระบบอนามัยสิ่งแวดล้อม ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ได้ เล็งเห็นความสำคัญของปัญหาที่กล่าวมาทั้งหมด จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่นปีงบประมาณ 2562 ขึ้น

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อผลักดันและขับเคลื่อนการดำเนินงานอนามัยสิ่งแวดล้อมผ่านกลไกคณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัด 2. เพื่อสนับสนุนและกำกับติดตามการออกข้อบัญญัติท้องถิ่น และการบังคับใช้กฎหมายตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม 3. เพื่อพัฒนาชุมชนต้นแบบด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.จำนวนผู้เข้าประชุมเชิงปฏิบัติการขยาย/ต่อยอดค่ากลางความสำเร็จการจัดการสิ่งปฏิกูลและการบังคับใช้กฎหมายสาธารณสุข 60 คน
2.จำนวน อปท ที่มีแผนจะสร้างระบบบำบัดฯ/และขยายแบบแปลนระบบบำบัดปฏิกูล 10 แห่ง
3.จำนวนแบบที่มีการพัฒนาแบบจำลองระบบบำบัดสิ่งปฏิกูล 1 รายการ/ชิ้น
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : จำนวนครั้งรณรงค์ล้างส้วมรับวันสงกรานต์ 1 ครั้ง

10. วิธีการดำเนินงาน :
1.จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ 2.เยี่ยมเสริมพลัง 3.ผลิตสื่อนวัตกรรม 4.จัดรณรงค์

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 การพัฒนาแบบจำลองระบบบำบัดสิ่งปฏิกูลที่ได้มาตรฐานทางวิชาการ 1 รายการ/ชิ้น 1 ม.ค. 2562 - 31 ม.ค. 2562 20,000.00
2 จัดกิจกรรมรณรงค์ล้างส้วมพร้อมกันรับวันสงกรานต์ 1 ครั้ง 1 เม.ย. 2562 - 7 เม.ย. 2562 8,250.00
3 เยี่ยมติดตาม อปท.ที่มี/ มีแผนก่อสร้างระบบบำบัด สิ่งปฏิกูล 10 แห่ง 1 พ.ย. 2561 - 30 ส.ค. 2562 12,430.00
4 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการขยาย/ต่อยอดค่ากลางความสำเร็จในการจัดการสิ่งปฏิฏุลในพื้นที่รับผิดชอบและการบังคับใช้กฎหมายตาม พรบ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 (2 วัน) 60 คน 3 ธ.ค. 2561 - 31 ธ.ค. 2561 61,020.00
รวมเป็นเงิน 101,700.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
101,700.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 พ.ย. 2561 - 30 ส.ค. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
4 จังหวัดในเขตพื้นที่รับผิดชอบ เขตสุขภาพที่ 7

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
จนท.ของ สสจ./สสอ/ อปท.รพสต/ทสจ/ผู้เชี่ยวชาญ คสจ. ขอนแก่น/ท้องถิ่นจังหวัด/ท้องถิ่นอำเภอ

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
ประชาชน/อสม./สสจ./สสอ./รพศ./รพท/รพช./รพสต./อปท./พื้นที่ Best practice อวล.

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
กลุ่มพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวจริยา อินทรรัศมี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางทัศนีย์ รอดชมภู

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายประสิทธิ์ สัจจพงษ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 13

1. ชื่อโครงการ :
โครงการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมและลดโลกร้อนในสถานบริการสาธารณสุขพื้นที่เขตสุขภาพที่ 7 ปีงบประมาณ 2562

2. ยุทธศาสตร์ :
2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
15) ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างน้อยตำบลละ 1 ชุมชน

4. cluster :
กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (41)14.1 กำกับ ติดตามและประเมินผล นโยบาย แผนงาน โครงการและการบังคับใช้กฎหมาย
5.2 โครงการสำคัญ 14.โครงการพัฒนาระบบบริหารจัดการมูลฝอยติดเชื้อและอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานบริการการสาธารณสุขตามเกณฑ์ GREEN&CLEAN Hospitals

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ และการจัดการมลพิษและสิ่งแวดล้อม
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 12) เพิ่มศักยภาพการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน ของเสียอันตรายชุมชน และมูลฝอยติดเชื้อ

7. หลักการและเหตุผล :
ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านสาธารณสุข ระยะ ๒๐ ปี ภายใต้ยุทธศาสตร์ความเป็นเลิศด้านการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค (PP&P Excellence) นั้น กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดนโยบายสำคัญเพื่อสนับสนุนเป้าหมายให้ประชาชนมีสุขภาพดี โดยการผลักดันให้โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหน่วยงานให้บริการด้านสุขภาพ ที่มีความใกล้ชิดประชาชน และชุมชน มีการพัฒนาตนเองให้เป็นต้นแบบที่ดีทั้งในด้านการส่งเสริมสุขภาพ และการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดีสำหรับประชาชนผู้มาใช้บริการ รวมถึงประชาชนที่อยู่ในชุมชนโดยรอบบริเวณใกล้เคียงโรงพยาบาล ภายใต้โครงการ GREEN & CLEAN Hospital ปัจจุบันโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข 958 แห่ง พัฒนาผ่านเกณฑ์ระดับพื้นฐานขึ้นไป จำนวน 955 แห่ง และเป็นระดับดีมาก จำนวน ๓๕๘ แห่ง โดยมีโรงพยาบาลผ่านเกณฑ์ระดับดีมากในทุกจังหวัดทั่วประเทศ ทั้งนี้โรงพยาบาลที่ผ่านเกณฑ์ระดับดีมาก เป็นโรงพยาบาลที่มีการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมภายในโรงพยาบาลอย่างมีประสิทธิภาพตามมาตรฐานวิชาการ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง มีการจัดสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเยียวยา (Healing Environment) เป็นแหล่งเรียนรู้และมีการสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายในชุมชน เพื่อนำไปสู่ประชาชนสุขภาพดี จากการสุ่มประเมินของศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ปี 2561 พบว่า โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข จำนวน 81 แห่ง พัฒนาผ่านเกณฑ์ระดับพื้นฐานขึ้นไป จำนวน 81 แห่งคิดเป็นร้อยละ 100 และเป็นระดับดีมาก จำนวน 29 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 35.8 สถานบริการสาธารณสุขของรัฐมีการจัดการขยะติดเชื้ออย่างถูกสุขลักษณะร้อยละ 100 และมีการส่งเอกสารกำกับการขนส่งขยะติดเชื้อของหน่วยงานสถานบริการสาธารณสุขของรัฐไม่ครอบคลุมทุกแห่ง การประเมินในบางเกณฑ์คลาดเคลื่อนจากเกณฑ์มาตรฐาน ในสถานบริการของเอกชนทั้งโรงพยาบาล คลินิก ห้องปฏิบัติการและสถานพยาบาลสัตว์ยังไม่มีข้อมูลในการตรวจประเมินการจัดการ การเก็บขน การกำจัดกำจัด เพื่อให้บุคลากรในทุกระดับมีความรู้ ความเข้าใจ ในเกณฑ์มาตรฐานและนำไปใช้พัฒนาสถานบริการและประเมินการดำเนินงาน รวมทั้งสรรหาต้นแบบการดำเนินงานสถานบริการลดโลกร้อน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมและลดโลกร้อนในสถานบริการสาธารณสุขพื้นที่เขตสุขภาพที่ 7 ปีงบประมาณ 2562 ขึ้น

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อพัฒนาการดำเนินงานและต้นแบบด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมของสถานบริการสาธารณสุขลดโลกร้อนในโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขและโรงพยาบาลสุขภาพตำบลในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 7 2. เพื่อสรรหาต้นแบบและนวตกรรมสถานบริการสาธารณสุขลดโลกร้อนในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 7 3. เพื่อพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่สาธารณสุขผู้รับผิดชอบงานอนามัยสิ่งแวดล้อมทั้งในระดับจังหวัดและระดับอำเภอให้มีความสามารถด้านการจัดการขยะติดเชื้อ และอนามัยสิ่งแวดล้อมอื่น 4. เพื่อพัฒนาศักยภาพและกำกับติดตามกลไกการออกข้อกำหนดท้องถิ่น การบังคับใช้ตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ได้ Best practice และ นวัตกรรม G&C Hospital 20 แห่ง
2.ได้ Best practice และ นวัตกรรม มูลฝอยติดเชื้อ 10 แห่ง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : จำนวนผู้เข้าประชุมBest Practice ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 184 คน
2.เชิงปริมาณ : พัฒนาศูนย์เรียนรู้ ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม (ภายใน ศอ7) 1 แห่ง
3.เชิงปริมาณ : จำนวนผู้เข้าประชุม Digital Tracking ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 163 คน
4.เชิงปริมาณ : สุ่มติดตามการจัดการมูลฝอยติดเชื้อของบริษัทฯ 8 ครั้ง
5.เชิงปริมาณ : จำนวนครั้งสุ่มติดตามการดำเนินงานG&C Hos.และ re-accredit 16 ครั้ง

10. วิธีการดำเนินงาน :
1. สร้างความร่วมมือและความเข้มแข็งภาคีเครือข่ายทุกระดับ 1.1. พัฒนาศักยภาพการจัดการมูลฝอยติดเชื้อการใช้โปรแกรมกับการขนส่งมูลฝอยติดเชื้อและการใช้ระบบ Digital tracking พื้นที่ - เยี่ยมเสริมพลังการดำเนินงานการจัดการมูลฝอยติดเชื้อ 2. การค้นหา Best practice และ นวัตกรรม G&C Hospital , มูลฝอยติดเชื้อ 2.1. ติดตามข้อมูลและสถานการณ์การจัดการมูลฝอยติดเชื้อ - วิเคราะห์ข้อมูล/ติดตามข้อมูลและสถานการณ์การจัดการมูลฝอยติดเชื้อ 2.2. การจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในศอที่ 7 2.3. เยี่ยมเสริมพลังการดำเนินงานการจัดการมูลฝอยติดเชื้อ 2. กำกับ ติดตามและประเมินผล นโยบาย แผนงาน โครงการและการบังคับใช้กฎหมาย 2.1. ติดตามการดำเนินงานG&C Hos.และ re-accredit / การจัดการมูลฝอยติดเชื้อ 2.2. สุ่มติดตามการจัดการมูลฝอยติดเชื้อของบริษัทฯ 3. สร้างความรอบรู้ด้านวิชาการและกฎหมาย สื่อสารสาธารณะและสร้างกระแสสังคม 3.1. การพัฒนารูปแบบการจัดการมูลฝอยติดเชื้อ

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 พัฒนาศูนย์เรียนรู้ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม พื้นที่ดำเนินการศูนย์อนามัยที่ 7 1 แห่ง 1 ก.พ. 2562 - 28 ก.พ. 2562 40,000.00
2 สุ่มติดตามการจัดการมูลฝอยติดเชื้อของบริษัทรับขนส่งกำจัดในพื้นที่ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น 8 แห่ง 1 ม.ค. 2562 - 31 ก.ค. 2562 35,480.00
3 สุ่มติดตามการดำเนินงาน G&C Hos.และ re-accredit ของ รพ ในพื้นที่ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น 16 ครั้ง 1 ม.ค. 2562 - 31 ก.ค. 2562 32,200.00
4 ติดตามข้อมูลและสถานการณ์การจัดการมูลฝอยของจังหวัดและพชอ. อสธอ. ผ่าน สสอ. รพ./รพ.สต.พื้นที่ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น 20 แห่ง 1 ม.ค. 2562 - 31 ก.ค. 2562 74,377.00
5 จัดประชุมชี้แจงแนวทางการจัดการมูลฝอยติดเชื้อการใช้โปรแกรมกับการขนส่งมูลฝอยติดเชื้อและการใช้ระบบ Digital tracking พื้นที่ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น/จัดที่โรงแรม 4 จังหวัด 210 คน 1 พ.ย. 2561 - 31 ม.ค. 2562 118,920.00
6 จัดเวทีค้นหา Best practice G&C / นวัตกรรม 250 คน 1 พ.ย. 2561 - 1 ม.ค. 2513 130,200.00
รวมเป็นเงิน 431,177.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
431,177.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 พ.ย. 2561 - 31 ก.ค. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
4 จังหวัดในเขตพื้นที่รับผิดชอบ เขตสุขภาพที่ 7 ขอนแก่น

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
สสจ./สสอ./รพศ./รพท/รพช./รพสต./อปท./รพ.เอกชน/พื้นที่ Best practice อวล.

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
สสจ./สสอ./รพศ./รพท/รพช./รพสต./อปท./พื้นที่ Best practice อวล.

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1 นางสาวจริยา อินทรรัศมี หัวหน้ากลุ่มพัฒนาระบบอนามัยสิ่งแวดล้อม 2 นายยุทธยา สุภาปัญญากุล ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 3 นางปิยนันท์ ชีคกี้ ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 4 นางสาวนิติยาภรณ์ ศรีชัย ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวจริยา อินทรรัศมี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางทัศนีย์ รอดชมภู

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายประสิทธิ์ สัจจพงษ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 14

1. ชื่อโครงการ :
โครงการเฝ้าระวังผลกระทบและประเมินความเสี่ยงด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ และการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินในพื้นที่รับผิดชอบศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ปีงบประมาณ 2562

2. ยุทธศาสตร์ :
2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
15) ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างน้อยตำบลละ 1 ชุมชน
16) จังหวัดในเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษมีฐานข้อมูลการเฝ้าระวังด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม

4. cluster :
กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (48)16.1 พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศ เฝ้าระวัง และประเมินความเสี่ยง
5.2 โครงการสำคัญ 16. โครงการเฝ้าระวังและประเมินความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพในพื้นที่เสี่ยง พื้นที่เฉพาะ และการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ และการจัดการมลพิษและสิ่งแวดล้อม
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 14) ส่งเสริมการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมเมืองและชุมชนสู่การพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ

7. หลักการและเหตุผล :
ปัจจุบันประชาชนไทยประสบปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพหลายประการทั้งเขตเมืองและเขตชนบทส่งผลให้เกิดโรคระบบทางเดินหายใจและโรคระบบทางเดินอาหารเพิ่มสูงขึ้น โดยข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกพบว่า เด็กอายุระหว่าง 1 เดือน ถึง 5 ปี เสียชีวิตจากปัญหามลพิษอากาศ ปัญหาสุขอนามัย ปัญหาสิ่งแวดล้อมในครัวเรือนไม่มีความปลอดภัยประมาณ 1.7 ล้านคน ประเทศไทยจากสถิติสาธารณสุขไทย ประจำปี 2559 พบว่า คนไทยเสียชีวิตด้วยโรคระบบทางเดินหายใจและโรคระบบทางเดินอาหาร (โรคที่เกิดจากอาหารและน้ำเป็นสื่อ) ในระยะ 3 ปีที่ผ่านมา (ปี 2556-2558) มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรคทางเดินหายใจที่มีจำนวนผู้เสียชีวิตต่อปีสูงกว่าโรคระบบทางเดินอาหารถึง 30 เท่า ทั้งนี้ ปัญหาการเสียชีวิตด้วยโรคระบบทางเดินหายใจ ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากปัญหามลพิษอากาศโดยเฉพาะปัญหาจากการรับสัมผัสฝุ่นละอองที่มีละอองที่มีขนาดเล็ก (PM2.5) ซึ่งพบว่ามีแนวโน้มค่าเฉลี่ยปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กทั้งประเทศสูงขึ้นทุกปี นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อมวลมนุษย์ สาเหตุของปัญหาหลักเกิดจากกิจกรรมการกระทำของมนุษย์ที่ทำให้เกิดก๊าชเรือนกระจกในบรรยากาศเพิ่มมากขึ้นต่อปัจจัยต่างๆ เช่น ก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ มีเทน และไนโตรเจนออกไซด์ เป็นต้น ซึ่งก๊าซเหล่านั้นส่งผลให้อุณหภูมิผิวโลกสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศน์ในวงกว้างทั้งระดับภูมิภาคและระดับโลก รวมทั้งประเทศไทยอีกด้วย เช่น คลื่นความร้อนเกิดบ่อยครั้งและรุนแรงขึ้น เกิดการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล ปริมาณน้ำฝนมีความแปรปรวนในหลายพื้นที่ในพื้นที่ที่ปริมาณน้ำฝนลดลงส่งผลให้สมดุลน้ำมีแนวโน้มลดลง ทำให้บางพื้นที่เกิดภาวะขาดแคลนน้ำ ทำให้ภัยพิบัติทางธรรมชาติเกิดขึ้นบ่อยครั้งและรุนแรง สำหรับพื้นที่ในเขตรับผิดชอบศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่นมีความเสี่ยงด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมจากโรงไฟฟ้าชีวมวล (21 แห่ง) พื้นที่ประกอบกิจการขยะอิเล็กทรอนิกส์ในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์และกำลังขยายไปสู่พื้นที่อื่นๆ เช่น จังหวัดมหาสารคาม รวมทั้งมีพื้นที่ประกอบกิจการอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในพื้นที่อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่นซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมายอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่เสี่ยงด้านสาธารณภัย(อุทกภัย ภัยแล้ง โรคระบาดจากน้ำและอาหารเป็นสื่อ) ซึ่งข้อมูลการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำจะพบว่าโรงเรียนในถิ่นทุรกันดารมีคุณภาพน้ำบริโภคไม่ได้มาตรฐานร้อยละ 79.17 โดยเฉพาะคุณภาพด้านแบคทีเรีย จากความสำคัญดังกล่าว ศูนย์อนามัยที่ ๗ ขอนแก่น จึงได้ทำโครงการเฝ้าระวังและประเมินความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพในพื้นที่เสี่ยงพื้นที่เฉพาะและการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินขึ้น เพื่อสนับสนุนส่งเสริมการดำเนินงานอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เสี่ยง รวมทั้งให้พื้นที่มีฐานข้อมูลและมีการเฝ้าระวังด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อสามารถจัดการปัจจัยเสี่ยงจากสิ่งแวดล้อมตามบริบทของพื้นที่

8. วัตถุประสงค์ :
1 เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมระดับท้องถิ่นและชุมชนสู่การพัฒนาเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ 2 เพื่อสนับสนุนให้พื้นที่มีฐานข้อมูลและมีการเฝ้าระวังด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อสามารถจัดการปัจจัยเสี่ยงจากสิ่งแวดล้อมตามบริบทของพื้นที่ 3 เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ภาคีเครือข่ายการดำเนินงานเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพในพื้นที่เสี่ยงและการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน 4 เพื่อเสริมสร้างทักษะความรอบรู้ด้านสุขภาพแก่ประชาชนในการดูแลและป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจากมลพิษสิ่งแวดล้อม 5 เพื่อส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพน้ำบริโภค สุขาภิบาลอาหารและน้ำของโรงเรียนและชุมชนในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ชุมชนในพื้นที่เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศมีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมและมีการเฝ้าระวังด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม 1 แห่ง
2.บุคลากรสาธารณสุข แกนนำชุมชน อสม อปท.ในพื้นที่เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศได้รับการให้ความรู้ในการดูแลและป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจากมลพิษสิ่งแวดล้อม 53 คน
3.บุคลากรสาธารณสุข 4 จังหวัดได้รับการอบรมการปรับตัวด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม เตรียมความพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 80 คน
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : เจ้าหน้าที่ศูนย์อนามัยได้รับการอบรมสาธารณภัยและการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน 100 คน
2.เชิงปริมาณ : มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานและแผนปฏิบัติการรองรับภาวะฉุกเฉินด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมของศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น 1 ฉบับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1 แต่งตั้งคณะทำงานการรองรับภาวะฉุกเฉินด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมของศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น 2 ประสานงาน/จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ/พัฒนาศักยภาพ/จัดทำแผนเตรียมความพร้อม 3 ร่วมประชุม ติดตาม เยี่ยม 4 สรุปและจัดทำรายงาน

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดกิจกรรมรณรงค์วันอนามัยสิ่งแวดล้อมไทย 1 ครั้ง 1 ก.ค. 2562 - 31 ก.ค. 2562 12,500.00
2 ลงพื้นที่ประสานงานเยี่ยมเสริมพลังในพื้นที่อุตสาหกรรมเชิงนิเวศ จำนวน 4 ครั้งๆละ 1 วัน ณ อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น 4 แห่ง 1 ต.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2562 5,840.00
3 ติดตามเยี่ยมและประเมินผลในพื้นที่โรงไฟฟ้าชีวมวลและขยะ อิเล็คทรอนิกส์ จำนวน 4 ครั้งๆละ 1 วัน 4 แห่ง 3 ธ.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2562 8,000.00
4 ลงพื้นที่สนับสนุนช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัย จำนวน 5 ครั้งๆละ 1 วัน 5 ครั้ง 1 ส.ค. 2562 - 30 ส.ค. 2562 11,000.00
5 ตรวจวิเคราะห์มลพิษสิ่งแวดล้อมในพื้นที่อุตสาหกรรมเชิงนิเวศ อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น 20 ตัวอย่าง 1 มี.ค. 2562 - 30 เม.ย. 2562 63,716.00
6 จัดประชุมปรึกษาหารือหน่วยงานวิชาการระดับเขตเพื่อวางแผนการบูรณาการดำเนินงานในพื้นที่อุตสาหกรรมเชิงนิเวศร่วมกัน จำนวน 3 ครั้งๆละ 1 วัน ณ ห้องประชุมหน่วยงานราชการใน จ.ขอนแก่น 30 คน 1 ต.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2562 17,100.00
7 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการในพื้นที่ชุมชนต้นแบบการปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมิอากาศ ณ ห้องประชุมหน่วยงานราชการ ต.เมือง เพียอ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น 40 คน 1 ม.ค. 2562 - 31 ม.ค. 2562 13,150.00
8 จัดทำรายงานต้นแบบเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพในพื้นที่อุตสาหกรรมเชิงนิเวศ 50 ฉบับ 1 ส.ค. 2562 - 30 ส.ค. 2562 10,000.00
9 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาต้นแบบชุมชนรอบรู้การเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่อุตสาหกรรมเชิงนิเวศ อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น จำนวน 4 ครั้งๆละ 1วัน ณ ห้องประชุมหน่วยงานราชการใน อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น 53 คน 1 ม.ค. 2562 - 31 ก.ค. 2562 132,914.00
10 จัดประชุมแลกเปลี่ยนสร้างความรอบรู้และเสริมพลัง การดำเนินงานเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพในพื้นที่เสี่ยง(โรงไฟฟ้าชีวมวลและขยะอิเล็คทรอนิกส์) 80 คน 3 ธ.ค. 2561 - 31 ม.ค. 2562 23,638.00
11 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการซ้อมแผนรองรับภาวะฉุกเฉินด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม จำนวน 1 ครั้ง ณ ห้องประชุมศูนย์ 100 คน 1 ก.พ. 2562 - 28 ก.พ. 2562 26,415.00
12 เก็บข้อมูลเฝ้าระวัง ผลกระทบต่อสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมโดยใช้แบบสอบ และจัดทำแผนที่เดินดิน 500 ชุด 1 มี.ค. 2562 - 29 มี.ค. 2562 30,569.00
รวมเป็นเงิน 354,842.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
354,842.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2561 - 30 ส.ค. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
1 พื้นที่อุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ได้แก่ อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น 2 พื้นที่ดำเนินงานการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ได้แก่ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดกาฬสินธุ์ 3 พื้นที่เสี่ยงโรงไฟฟ้าชีวมวลและขยะอิเล็คทรอนิกส์ ได้แก่ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดกาฬสินธุ์ 4 โรงเรียนและชุมชนในพื้นที่โครงการพระราชดำริ อำเภอหนองสองห้อง จังหวัดขอนแก่น 5 โรงเรียนและชุมชนในพื้นที่ 4 จังหวัด

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
บุคลากรสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แกนนำชุมชน และภาคีเครือข่าย

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
ประชาชน / อปท./ บุคลากรสาธารณสุข 4 จังหวัด/ แกนนำชุมชน อสม อปท.ในพื้นที่เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. นางสาวจริยา อินทรรัศมี หัวหน้ากลุ่มพัฒนาระบบอนามัยสิ่งแวดล้อม 2. นางสาววาทินี จันทร์เจริญ ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 3. นางสาวปิยมาภรณ์ ดวงมนตรี ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 4. นางสาววาสนา คณะวาปี ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวจริยา อินทรรัศมี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางทัศนีย์ รอดชมภู

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายประสิทธิ์ สัจจพงษ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 15

1. ชื่อโครงการ :
โครงการบริหารยุทธศาสตร์และการขับเคลื่อนนโยบาย กรมอนามัย สู่การปฏิบัติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562 ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น

2. ยุทธศาสตร์ :
4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
20) การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

4. cluster :
กรมอนามัย

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (68)21.4 ขับเคลื่อนการปฏิรูป นโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนปฏิบัติการกรมอนามัย
5.2 โครงการสำคัญ 21. โครงการพัฒนาและขับเคลื่อนกรมอนามัย 4.0 องค์กรคุณภาพคู่คุณธรรม

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 6) พัฒนาศักยภาพและบริการส่งเสริมสุขภาพประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสม

7. หลักการและเหตุผล :
กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดยุทธศาสตร์ 4 Excellence ภายใต้ ยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (ด้านสาธารณสุข) ที่เชื่อมโยงกับแผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี ของประเทศ คือ ยุทธศาสตร์ที่1 ส่งเสริมสุขภาพและความป้องกันโรคเป็นเลิศ (Prevention & Promotion Excellence) พัฒนาคุณภาพชีวิตคนไทยทุกกลุ่มวัย การป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ ความปลอดภัย ด้านอาหารและลดปัจจัยเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรังและการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม ยุทธศาสตร์ที่ 2 ระบบบริการเป็นเลิศ (Service Excellence) ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย เหมาะสมในการดูแลผู้ป่วยทุกระดับ ยุทธศาสตร์ที่ 3 บุคลากรเป็นเลิศ (People Excellence) การวางแผนความต้องการอัตรา กำลังคนการผลิตและพัฒนากาลังคน การพัฒนาประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการกำลังคน การพัฒนาเครือข่าย ภาคประชาชนและภาคประชาสังคมด้านสุขภาพ ยุทธศาสตร์ที่ 4 บริหารจัดการเป็นเลิศ (Governance Excellence) ระบบข้อมูล สารสนเทศด้านสุขภาพ ระบบหลักประกันสุขภาพ ความมั่นคงด้านยาและเวชภัณฑ์ และการคุ้มครอบผู้บริโภค ระบบธรรมาภิบาล โดยมีการบริหารจัดการร่วมกันของหน่วยงานสาธารณสุขส่วนภูมิภาค ในรูปแบบเขตสุขภาพ แบ่งเป็น 13 เขต ซึ่งในส่วนของกรมอนามัยได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมของประเทศ มีหน้าที่หลักเป็นผู้กำกับ และควบคุมดูแล (Regulator) กรมอนามัยไดกําหนด วิสัยทัศน พันธกิจ และวัฒนธรรมองคกร โดยการมีสวนรวมของผูบริหาร นักวิชาการ และบุคลากร กรมอนามัย และมีกลไกในการจัดทํารายละเอียดของแผนยุทธศาสตรการพัฒนาระบบสงเสริมสุขภาพ และอนามัยสิ่งแวดลอมฯ ในรูปแบบของคณะจัดทําแผนยุทธศาสตรการพัฒนาระบบสงเสริมสุขภาพ และอนามัยสิ่งแวดลอมฯ คณะกรรมการขับเคลื่อนการบริหารการเปลี่ยนแปลงดานวิชาการและ พัฒนาองคความรู 6 กลุม (กลุมสตรีและเด็กปฐมวัย, กลุมวัยเรียน, กลุมวัยรุน, กลุมวัยทํางาน, กลุมวัยสูงอายุและกลุมอนามัยสิ่งแวดลอม) และคณะกรรมการสนับสนุนการบริหารการเปลี่ยนแปลง 3 กลุม (กลุม 1 คณะกรรมการยุทธศาสตรกําลังคน (HR Strategy), กลุม 2 คณะกรรมการบูรณาการ จัดการความรูขอมูลและการการเฝาระวัง (KM & IT Surveillance) และกลุม 3 คณะกรรมการ การคลังและงบประมาณ (FIN) เพื่อวางยุทธศาสตร (Strategic Development) โดยกําหนด ประเด็นยุทธศาสตรหรือประเด็นหลักที่ตองคํานึงถึง/พัฒนา/หรือมุงเนน มีเปาประสงคเชิงยุทธศาสตร ตัวชี้วัดและเปาหมายรองรับ รวมถึงกลยุทธและมาตรการที่จะสงผลใหกรมอนามัยบรรลุวิสัยทัศน นอกจากนี้ ยังแปลงแผนยุทธศาสตรสูการปฏิบัติ ผานการสื่อสารและถายทอด (Strategic Communication and Translation) ใหหนวยงานจัดทําแผนปฏิบัติการ บริหารความเสี่ยง แผนงาน/โครงการสําคัญ ถายทอดตัวชี้วัดและเปาหมายสูระดับบุคคล ตลอดจนกําหนดแนวทาง การกํากับติดตามและประเมินผลอยางเปนระบบ ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น เป็นหน่วยงานในสังกัดของกรมอนามัยที่ตั้งอยู่ในส่วนภูมิภาค จึงต้องปรับบทบาทการดำเนินงานให้สอดคล้องกับนโยบายกรมอนามัยและรับผิดชอบเขตสุขภาพที่ 7 ได้แก่กาฬสินธุ์ ขอนแก่น มหาสารคามและร้อยเอ็ด งานยุทธศาสตร์ มีบทบาทหน้าที่ 1) วิเคราะห์นโยบายกระทรวง กรมอนามัย ปัญหาของพื้นที่ เพื่อจัดทำแผนของหน่วยงาน 2) กำหนดกรอบแนวทางการจัดทำแผนงาน งบประมาณ ให้สอดคล้องกับนโยบายเป้าหมายองค์กร 3) ร่วมปฏิบัติการและบูรณาการแผนของศูนย์ฯ 4) ประสานและชี้แจงการทำงานกับภาคีเครือข่ายของศูนย์ฯ ได้แก่ เขตสุขภาพ, สสจ., อปท.,ฯลฯ 5) จัดระบบการกำกับ ติดตามการดำเนินงานตามแผนงาน/โครงการของหน่วยงาน และพัฒนาศักยภาพการวิจัยแก่บุคลากรของศูนย์ฯ ทุกระดับ ดังนั้นเพื่อขับเคลื่อนและสนับสนุนให้การดำเนินงานของศูนย์ฯสอดคล้องกับนโยบายของกรมอนามัยและบรรลุผลสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพจึงได้จัดทำ โครงการบริหารยุทธศาสตร์และการขับเคลื่อนนโยบาย กรมอนามัยสู่การปฏิบัติ ปีงบประมาณ พ.ศ.2562ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อสนับสนุนการดำเนินการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ แผนปฏิบัติการ แผนคำของบประมาณ ของศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่นและประสานชี้แจงการทำงานกับภาคีเครือข่าย 2. เพื่อถ่ายทอดนโยบาย วิสัยทัศน์ พันธกิจ แผนยุทธศาสตร์ ตัวชี้วัด และเป้าหมายการดำเนินงาน

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ผู้เข้าร่วมประชุมฯจากภาคีเครือข่าย ศูนย์วิชาการในเขตสุขภาพที่ 7 ที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย และบุคลากรศูนย์ฯ 100 คน
2.บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ทุกระดับได้รับฟังการชี้แจงนโยบาย กรมอนามัย และของศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น 292 คน
3.ผู้เข้าร่วมประชุมแนวทางการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ปีงบประมาณ พ.ศ.2562 165 คน
4.ผู้เข้าร่วมประชุมบูรณาการแผนงานส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ร่วมกับศูนย์วิชการในเขตสุขภาพที่ 7 ปีงบประมาณ พ.ศ.2562 จำนวน 70 คน 70 คน
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : ผู้เข้าร่วมประชุม ฯ ที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย ในแต่ละครั้งไม่น้อยกว่า 80 ร้อยละ
2.เชิงปริมาณ : บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ทุกระดับได้รับฟังการชี้แจงนโยบาย กรมอนามัย และของศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น 85 ร้อยละ
3.เชิงคุณภาพ : ผู้เข้าร่วมประชุมมีความพึงพอใจในการจัดประชุม ไม่น้อยกว่า 85 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1.จัดประชุมประสานแผนปฏิบัติการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่นเดือนตุลาคม 2561 / ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น 2. ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น พบบุคลากรทุกระดับเพื่อชี้แจงนโยบายและทิศทางการดำเนินงานของศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ปีงบประมาณ พ.ศ.2562 เดือน พฤศจิกายน 2561 (ครึ่งวันบ่าย) จำนวน 2 วัน/ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น 3. จัดประชุมเชิงปฏิบัติการบูรณาการแผนงานส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ร่วมกับศูนย์วิชาการในเขตสุขภาพที่ 7 ปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 เดือน ตุลาคม 2561 /ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น 4.จัดประชุมชี้แจงแผนการดำเนินงานของศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ปีงบประมาณ พ.ศ.2562 แก่ภาคีเครือข่ายในเขตสุขภาพที่ 7 เดือน ตุลาคม 2561 จำนวน 1 วัน/โรงแรมในจังหวัดขอนแก่น 5. จัดทำแผนยุทธศาสตร์ของศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 เดือน มกราคม 2562/โรงแรมในจังหวัดเลย 6. จัดประชุมเพื่อนำเสนอแผนงาน/โครงการ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 เดือน สิงหาคม 2562 7. การจัดทำคำของบประมาณประจำปี 2564 เดือนสิงหาคม 2562/ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น 8. จัดประชุมชี้แจงการจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ต้นเดือน กันยายน 2562 (ครึ่งวันบ่าย)/ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดทำคำของบประมาณ ปีงบประมาณ พ.ศ.2564 1 ครั้ง 1 ส.ค. 2562 - 31 ส.ค. 2562 3,150.00
2 ประชุมประสานแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น 50 คน 1 ต.ค. 2561 - 31 ต.ค. 2561 12,895.00
3 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการบูรณาการแผนงานส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ร่วมกับศูนย์วิชการในเขตสุขภาพที่ 7 ปีงบประมาณ พ.ศ.2562 / ศูนย์อนามัยที่ 7 70 คน 12 ต.ค. 2561 - 12 ต.ค. 2561 15,400.00
4 จัดประชุมเพื่อนำเสนอแผนงาน/โครงการ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 (บูรณาการร่วมกับการนำเสนอผลการดำเนินงานรอบ 9 หรือ 12 เดือน) 70 คน 1 ส.ค. 2562 - 31 ส.ค. 2562 0.00
5 ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น พบบุคลากรทุกระดับเพื่อชี้แจงนโยบายและทิศทางการดำเนินงานของศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ปีงบประมาณ พ.ศ.2562 (ครึ่งวันบ่าย)จำนวน 2 วัน /ณ ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น 80 คน 1 ธ.ค. 2561 - 31 ธ.ค. 2561 10,220.00
6 จัดทำแผนยุทธศาสตร์ของศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563/โรงแรมในเอกชน 80 คน 1 ธ.ค. 2561 - 31 ธ.ค. 2561 342,170.00
7 จัดประชุมชี้แจงการจัดทำแผนปฏิบัติการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 80 คน 1 ก.ย. 2562 - 30 ก.ย. 2562 2,800.00
8 จัดประชุมแนวทางการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ปีงบประมาณ พ.ศ.2562 /โรงแรมโฆษะ จังหวัดขอนแก่น 165 คน 26 ต.ค. 2561 - 26 ต.ค. 2561 130,965.00
รวมเป็นเงิน 517,600.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
517,600.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
- ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่นและพื้นที่ในเขตสุขภาพที่ 7 - โรงแรมในพื้นที่จังหวัดเลย

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
เจ้าหน้าที่ศูนย์อนามัยที่ 7 และ เจ้าหน้าที่และบุคลากรในเขตสุขภาพที่ 7

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
เจ้าหน้าที่ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1 นางสุจิรา ขวาแซ้น หัวหน้ากลุ่มขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และพัฒนากำลังคน 2 นางธัญวลัย พิตรพิบูลโภคิน นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 3 นางประพิณทิพย์ ปักกุนนัน นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 4 นางศิวพร ขุมหิรัญ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางธัญวลัย พิตรพิบูลโภคิน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสุจิรา ขวาแซ้น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายประสิทธิ์ สัจจพงษ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 16

1. ชื่อโครงการ :
โครงการบริหารจัดการของหน่วยงานตามแผนบูรณาการการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

2. ยุทธศาสตร์ :
4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
21) คะแนนการประเมินระดับคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน ตามระบบ ITA โดย ปปท.

4. cluster :
กรมอนามัย

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (69)21.5 ขับเคลื่อนและบริหารจัดการหน่วยงาน
5.2 โครงการสำคัญ 21. โครงการพัฒนาและขับเคลื่อนกรมอนามัย 4.0 องค์กรคุณภาพคู่คุณธรรม

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 8) ส่งเสริมการใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ

7. หลักการและเหตุผล :
เพื่อบริหารจัดการในหน่วยงาน

8. วัตถุประสงค์ :
เพื่อสนับสนุนกิจกรรมดำเนินงานและระบบบริหารจัดการของหน่วยงาน

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่นบริหารจัดการ การดำเนินงานของศูนย์ฯให้บรรลุตามเป้าประสงค์ 1 หน่วยงาน 80 ร้อยละ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
-

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ค่าจ้างเหมาพนักงานขับรถยนต์ 3 คน 1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562 338,400.00
2 ค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมประชุม/ อบรม /สัมมนา ของเจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ (แผนเสริม) 10 คน 1 มิ.ย. 2562 - 30 มิ.ย. 2562 72,739.00
3 ค่าจ้างเหมาทำความสะอาด 22 คน 1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562 1,187,736.00
รวมเป็นเงิน 1,598,875.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
1,598,875.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
-

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
เจ้าหน้าที่ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
เจ้าหน้าที่ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นางอภิสรา หอมหวน

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางอภิสรา หอมหวน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางอภิสรา หอมหวน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายประสิทธิ์ สัจจพงษ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 17

1. ชื่อโครงการ :
โครงการบริหารจัดการของหน่วยงาน ตามแผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงชีวิต

2. ยุทธศาสตร์ :
4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
21) คะแนนการประเมินระดับคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน ตามระบบ ITA โดย ปปท.

4. cluster :
กรมอนามัย

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (69)21.5 ขับเคลื่อนและบริหารจัดการหน่วยงาน
5.2 โครงการสำคัญ 21. โครงการพัฒนาและขับเคลื่อนกรมอนามัย 4.0 องค์กรคุณภาพคู่คุณธรรม

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 6) พัฒนาศักยภาพและบริการส่งเสริมสุขภาพประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสม

7. หลักการและเหตุผล :
-

8. วัตถุประสงค์ :
เพื่อสนับสนุนกิจกรรมดำเนินงานและระบบบริหารจัดการของหน่วยงาน

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่นบริหารจัดการ การดำเนินงานของศูนย์ฯ ให้บรรลุตามเป้าหมาย 1 หน่วยงาน 80 ร้อยละ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
-

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมประชุม อบรม สัมนา จนท.ศูนย์อนามัยที่ 7 (แผนเสริม) 40 คน 1 ต.ค. 2561 - 31 ม.ค. 2562 312,177.00
รวมเป็นเงิน 312,177.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
312,177.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2561 - 31 ม.ค. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
-

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
-

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
-

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นางอภิสรา หอมหวน

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางอภิสรา หอมหวน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางอภิสรา หอมหวน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายประสิทธิ์ สัจจพงษ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 18

1. ชื่อโครงการ :
โครงการบริหารจัดการของหน่วยงานตามแผนงานยุทธศาสตร์การสร้างเสริมให้คนไทยมีสุขภาวะที่ดี (พระราชดำริ)

2. ยุทธศาสตร์ :
4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
21) คะแนนการประเมินระดับคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน ตามระบบ ITA โดย ปปท.

4. cluster :
กรมอนามัย

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (69)21.5 ขับเคลื่อนและบริหารจัดการหน่วยงาน
5.2 โครงการสำคัญ 21. โครงการพัฒนาและขับเคลื่อนกรมอนามัย 4.0 องค์กรคุณภาพคู่คุณธรรม

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานยุทธศาสตร์สร้างเสริมให้คนมีสุขภาวะที่ดี
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 3) พัฒนาและบริการการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมกับประชาชนในพื้นที่โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ

7. หลักการและเหตุผล :
-

8. วัตถุประสงค์ :
เพื่อสนับสนุนกิจกรรมดำเนินงานและระบบบริหารจัดการของหน่วยงาน

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่นบริหารจัดการ การดำเนินงานของศูนย์ฯ ให้บรรลุตามเป้าหมาย 1 หน่วยงาน 80 ร้อยละ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
-

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมประชุม / อบรม /สัมมนาของเจ้าหน้าที่ ศูนย์ฯ (แผนเสริม) 10 คน 1 พ.ค. 2562 - 31 พ.ค. 2562 54,472.00
รวมเป็นเงิน 54,472.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
54,472.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 พ.ค. 2562 - 31 พ.ค. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
-

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
จนท.ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
จนท.ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นางอภิสรา หอมหวน

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางอภิสรา หอมหวน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางอภิสรา หอมหวน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายประสิทธิ์ สัจจพงษ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 19

1. ชื่อโครงการ :
โครงการบริหารจัดการของหน่วยงานแผนบรูณาการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ

2. ยุทธศาสตร์ :
4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
21) คะแนนการประเมินระดับคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน ตามระบบ ITA โดย ปปท.

4. cluster :
กรมอนามัย

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (69)21.5 ขับเคลื่อนและบริหารจัดการหน่วยงาน
5.2 โครงการสำคัญ 21. โครงการพัฒนาและขับเคลื่อนกรมอนามัย 4.0 องค์กรคุณภาพคู่คุณธรรม

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ และการจัดการมลพิษและสิ่งแวดล้อม
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 14) ส่งเสริมการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมเมืองและชุมชนสู่การพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ

7. หลักการและเหตุผล :
-

8. วัตถุประสงค์ :
เพื่อสนับสนุนกิจกรรมดำเนินงานและระบบบริหารจัดการของหน่วยงาน

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่นบริหารจัดการ การดำเนินงานของศูนย์ฯ ให้บรรลุตามเป้าหมาย 1 หน่วยงาน 80 ร้อยละ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
-

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมประชุม/อบรม/สัมมนาของเจ้าที่ศูนย์ฯ(เสริม) 80 คน 1 ม.ค. 2562 - 28 ส.ค. 2562 859,986.00
รวมเป็นเงิน 859,986.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
859,986.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ม.ค. 2562 - 28 ส.ค. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
-

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
จนท.ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
จนท.ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นางอภิสรา หอมหวน

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางอภิสรา หอมหวน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางอภิสรา หอมหวน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายประสิทธิ์ สัจจพงษ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 20

1. ชื่อโครงการ :
โครงการบริหารจัดการของหน่วยงาน แผนงานบูรณาการบริหารจััดการทรัพยากรน้ำ

2. ยุทธศาสตร์ :
4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
21) คะแนนการประเมินระดับคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน ตามระบบ ITA โดย ปปท.

4. cluster :
กรมอนามัย

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (69)21.5 ขับเคลื่อนและบริหารจัดการหน่วยงาน
5.2 โครงการสำคัญ 21. โครงการพัฒนาและขับเคลื่อนกรมอนามัย 4.0 องค์กรคุณภาพคู่คุณธรรม

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 10) เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการน้ำเพื่อการบริโภค

7. หลักการและเหตุผล :
-

8. วัตถุประสงค์ :
เพื่อสนับสนุนกิจกรรมดำเนินงานและระบบบริหารจัดการของหน่วยงาน

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่นบริหารจัดการ การดำเนินงานของศูนย์ฯ ให้บรรลุตามเป้าหมาย 1 หน่วยงาน 80 ร้อยละ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
-

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมประชุม/อบรม/สัมมนา ของเจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ (แผนเสริม) 10 คน 1 ก.ย. 2562 - 30 ก.ย. 2562 82,800.00
รวมเป็นเงิน 82,800.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
82,800.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ก.ย. 2562 - 30 ก.ย. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
-

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
เจ้าหน้าที่ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
เจ้าหน้าที่ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นางอภิสรา หอมหวน

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางอภิสรา หอมหวน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางอภิสรา หอมหวน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายประสิทธิ์ สัจจพงษ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 21

1. ชื่อโครงการ :
โครงการบริหารจัดการของหน่วยงาน แผนงานพื้นฐาน

2. ยุทธศาสตร์ :
4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
21) คะแนนการประเมินระดับคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน ตามระบบ ITA โดย ปปท.

4. cluster :
กรมอนามัย

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (69)21.5 ขับเคลื่อนและบริหารจัดการหน่วยงาน
5.2 โครงการสำคัญ 21. โครงการพัฒนาและขับเคลื่อนกรมอนามัย 4.0 องค์กรคุณภาพคู่คุณธรรม

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานพื้นฐานด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคน
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ผลผลิต : 2) พัฒนาและบริการการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมกับประชาชน ชุมชน และภาคีเครือข่าย

7. หลักการและเหตุผล :
-

8. วัตถุประสงค์ :
เพื่อสนับสนุนกิจกรรมดำเนินงานและระบบบริหารจัดการของหน่วยงาน

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่นบริหารจัดการ การดำเนินงานของศูนย์ฯ ให้บรรลุตามเป้าหมาย 1 หน่วยงาน 80 ร้อยละ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
-

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมประชุม/อบรม/สัมมนาของเจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ(แผนเสริม) 10 คน 1 เม.ย. 2562 - 30 เม.ย. 2562 36,000.00
รวมเป็นเงิน 36,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
36,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 เม.ย. 2562 - 30 เม.ย. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
-

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
เจ้าหน้าที่ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
เจ้าหน้าที่ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นางอภิสรา หอมหวน

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางอภิสรา หอมหวน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางอภิสรา หอมหวน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายประสิทธิ์ สัจจพงษ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 22

1. ชื่อโครงการ :
โครงการบริหารจัดการหน่วยงานค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ

2. ยุทธศาสตร์ :
4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
21) คะแนนการประเมินระดับคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน ตามระบบ ITA โดย ปปท.

4. cluster :
กรมอนามัย

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (70)21.6 บริหารจัดการค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ
5.2 โครงการสำคัญ 21. โครงการพัฒนาและขับเคลื่อนกรมอนามัย 4.0 องค์กรคุณภาพคู่คุณธรรม

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบุคลากรภาครัฐ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ผลผลิต : 1) รายการค่าใช้จ่ายบุคลากรภาครัฐพัฒนาด้านสาธารณสุขและสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก

7. หลักการและเหตุผล :
-

8. วัตถุประสงค์ :
เพื่อบริหารจัดการค่าใช้จ่ายสำหรับบุคลากรของศูนย์ตามสิทธิ์

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.หน่วยงานมีการบริหารจัดการขั้นต่ำตามสิทธิอย่างมีประสิทธิภาพ 1 หน่วยงาน 80 ร้อยละ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
-

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ค่าตอบแทนแพทย์ไม่ทำเวชปฏิบัติ 8 คน 1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562 830,000.00
2 สมทบประกันสังคม พนักงานราชการ 18 คน 1 พ.ย. 2561 - 30 ก.ย. 2562 99,495.00
3 ค่าตอบแทน พ.ต.ส. 112 คน 1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562 2,730,505.00
รวมเป็นเงิน 3,660,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
3,660,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
-

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
จนท.ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
จนท.ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นางอภิสรา หอมหวน

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางอภิสรา หอมหวน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางอภิสรา หอมหวน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายประสิทธิ์ สัจจพงษ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 23

1. ชื่อโครงการ :
โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การขับเคลื่อนภารกิจศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น เพื่อมุ่งสู่องค์กรคุณภาพคู่คุณธรรมด้วยเครื่องมือ PMQA ปีงบประมาณ 2562

2. ยุทธศาสตร์ :
4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
20) การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

4. cluster :
กรมอนามัย

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (65)21.1 พัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)
5.2 โครงการสำคัญ 21. โครงการพัฒนาและขับเคลื่อนกรมอนามัย 4.0 องค์กรคุณภาพคู่คุณธรรม

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 6) พัฒนาศักยภาพและบริการส่งเสริมสุขภาพประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสม

7. หลักการและเหตุผล :
สืบเนื่องจาก กรมอนามัย มีนโยบายเร่งรัดภารกิจขับเคลื่อนกรมอนามัย 4.0และมีเป้าหมายให้หน่วยงานในสังกัดปรับเปลี่ยนกลไกลการขับเคลื่อน เพื่อมุ่งสู่การเป็นองค์กรคุณภาพคู่คุณธรรมด้วยเครื่องมือ PMQA (PMQA Mechanism ) การดำเนินงาน จะบรรลุผลสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนนั้น บุคลากรต้องมีความรู้ ความเข้าใจหลักเกณฑ์การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการองค์กรตามแนวทางเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (Public Sector Management Quality Award: PMQA) ซึ่งประกอบด้วย 1. ลักษณะสำคัญขององค์กร 2. เกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ 7 หมวด คือ หมวด1 การนำองค์การหมวด 2 การวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ หมวด 3 การให้ความสำคัญกับผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย หมวด 4 การวัด การวิเคราะห์และการจัดการความรู้ หมวด 5 การมุ่งเน้นบุคลากร หมวด 6การมุ่งเน้นระบบปฏิบัติการ และหมวด 7 ผลลัพธ์ เพื่อนำสู่การปฏิบัติตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการไทย เพื่อตอบประเด็นยุทธศาสตร์ที่ ๔ การปฏิรูประบบงานสูองคกรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล ต่อไป ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น เห็น ความสำคัญดังกล่าวจึงจัดทำ โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การขับเคลื่อนภารกิจศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น เพื่อมุ่งสู่องค์กรคุณภาพคู่คุณธรรมด้วยเครื่องมือ PMQA ปีงบประมาณ 2562 ขึ้น เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากร ให้มีความรู้ ความเข้าใจหลักเกณฑ์การพัฒนาคุณภาพตามแนวทางเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐและร่วมมือกันดำเนินงานขับเคลื่อนศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น สู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

8. วัตถุประสงค์ :
1) เพื่อทบทวน ความรู้ ความเข้าใจหลักเกณฑ์การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ : PMQA 2) เพื่อวิเคราะห์ลักษณะสำคัญขององค์และกำหนดแผนยุทธศาสตร์ในการพัฒนาระบบงานของ ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น 3) เพื่อ ฝึกทักษะ การวิเคราะห์กระบวนงานที่สำคัญและแนวทางปฏิบัติที่เชื่อมโยงกับแผนปฏิบัติการและคำรับรองการปฏิบัติราชการ ของศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น (PA)

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.จัดประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาองค์กรตามแนวทาง PMQA 4.0 80 คน
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : จำนวนบุคลากรเข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการ 80 ร้อยละ
2.เชิงคุณภาพ : ผู้เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการ มีความพึงพอใจต่อกระบวนการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ โดยรวม ในระดับมาก – มากที่สุด ไม่น้อยกว่า 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1) จัดทำแผนงาน / โครงการ ขออนุมัติดำเนินการ 2) แต่งตั้งคณะทำงาน PMQA ปีงบประมาณ 2562 3) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาองค์กรตามแนวทาง PMQA 4.0 4) ประเมินผลความพึงพอใจ หลังการประชุมฯ ทันที 5) ติดตามประเมินหลังการอบรม 3 เดือน และ 6 เดือน 5) สรุปผลการดำเนินงาน

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาองค์กรตามแนวทาง PMQA 4.0 85 คน 17 ธ.ค. 2561 - 18 ธ.ค. 2561 63,500.00
รวมเป็นเงิน 63,500.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
63,500.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
17 ธ.ค. 2561 - 18 ธ.ค. 2561

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
ห้องประชุมศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1) นางสุจิรา ขวาแซ้น ตำแหน่ง นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ 2) นางนันทิราพร แถวไธสง ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 3) นางสุพิศ สมพิทักษ์ ตำแหน่ง นักทรัพยากรบุคคล 4) นางสาวณัฐนรี หีบแก้ว ตำแหน่ง นักประชาสัมพันธ์

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางนันทิราพร แถวไธสง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสุจิรา ขวาแซ้น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายประสิทธิ์ สัจจพงษ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 24

1. ชื่อโครงการ :
โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากร ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ปีงบประมาณ 2562

2. ยุทธศาสตร์ :
4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
20) การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

4. cluster :
กรมอนามัย

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (65)21.1 พัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)
5.2 โครงการสำคัญ 21. โครงการพัฒนาและขับเคลื่อนกรมอนามัย 4.0 องค์กรคุณภาพคู่คุณธรรม

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 6) พัฒนาศักยภาพและบริการส่งเสริมสุขภาพประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสม

7. หลักการและเหตุผล :
สืบเนื่องจากการปฏิรูประบบราชการตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนพ.ศ. 2551 ได้กำหนดแนวทางในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลตามมาตรา 72 บัญญัติให้ส่วนราชการมีหน้าที่เพิ่มพูนประสิทธิภาพและเสริมสร้างแรงจูงใจแก่ข้าราชการพลเรือนสามัญเพื่อให้ข้าราชการมีคุณธรรมจริยธรรมมีคุณภาพชีวิตที่ดีและกำลังใจในการปฏิบัติราชการให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของหน่วยงานและมีคำกล่าวไว้ว่า “การพัฒนาองค์กรคือการพัฒนาคน” (Organization Development is Human Resource Development) ภารกิจขององค์กรจะบรรลุได้นั้น ต้องเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของบุคลากรในองค์กร กล่าวคือ การพัฒนาบุคลากร จะเป็นปัจจัยส่งเสริมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงบุคลากรในเชิงพฤติกรรม จากการขาดความรู้ให้กลายเป็นมีความรู้เพิ่มขึ้น จากการขาดทักษะความเชี่ยวชาญให้กลายเป็นมีความเชี่ยวชาญ จากการขาดความเข้าใจให้กลายเป็นมีความเข้าใจ และจากทัศนคติในเชิงลบหรือไม่ดีให้กลายเป็นทัศนคติเชิงบวกหรือดีกว่าเดิม ซึ่งจะส่งผลให้บุคลากรเกิดความรู้ ทักษะ สมรรถนะ และทัศนคติที่ดีสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีความสุข และมีแรงจูงใจผลักดันภารกิจให้บรรลุเป้าหมายขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ได้ตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าวด้วยการพัฒนาบุคลากรเป็นหัวใจสำคัญประการหนึ่งในการพัฒนาองค์กรให้บรรลุเป้าหมายตามวิสัยทัศน์ พันธกิจ อย่างมีคุณภาพ จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากร ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ปีงบประมาณ 2562 ขึ้น เพื่อพัฒนาขีดสมรรถนะของบุคลากร ให้มีคุณภาพ ทั้งด้านความรู้ และทักษะที่จำเป็นในการทำงาน อันจะส่งผลให้การทำงานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อเพิ่มพูนองค์ความรู้ด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมแก่บุคลากรศูนย์อนามัยที่7 ขอนแก่นอย่างต่อเนื่อง 2. เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจและสร้างความเชื่อมั่นในการปฏิบัติงานแก่บุคลากร 3. เพื่อพัฒนาสมรรถนะเตรียมความพร้อมบุคลากรศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น สู่ตำแหน่งที่สำคัญ 4 .เพื่อให้บุคลากรสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ในการทำงานซึ่งจะเป็นผลดีต่อองค์กรและประชาชนต่อไป

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.จัดประชุม/อบรม/สัมมนาฯ โดยศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่นดำเนินการจัดเอง 440 คน
2.พัฒนาสมรรถนะที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง (บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ทุกระดับ 80 ร้อยละ
3.เพิ่มขีดสมรรถนะเฉพาะทาง หลักสูตร การเตรียมความพร้อมผู้นำการเปลี่ยนแปลงกรมอนามัย (OSOF) 3 คน
4.พัฒนาขีดสมรรถนะเฉพาะทาง หลักสูตร การอบรมผู้บริหารยุคใหม่ กรมอนามัย( NEGSOF ) 2 คน
5.พัฒนาขีดสมรรถนะเฉพาะทาง หลักสูตร การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 1 คน
6.พัฒนาขีดสมรรถนะเฉพาะทาง หลักสูตร การพยาบาล IC 1 คน
7.พัฒนาขีดสมรรถนะเฉพาะทาง หลักสูตร การพยาบาลเฉพาะทางเด็กที่มีปัญหาพัฒนาการและพฤติกรรม 1 คน
8.พัฒนาขีดสมรรถนะเฉพาะทาง พัฒนาเพื่อเตรียมความพร้อมสู่วัยเกียน 12 คน
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : พัฒนาสมรรถนะเพื่อเตรียมความพร้อมสู่ตำแหน่งที่สำคัญ บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น จำนวน 4 คน (หลักสูตร ผบต. และ ผบก. หลักสูตรละ 2 คน ) 4 คน
2.เชิงปริมาณ : จำนวนบุคลากรได้รับการพัฒนาขีดสมรรถนะ 80 ร้อยละ
3.เชิงปริมาณ : พัฒนาขีดสมรรถนะเฉพาะทาง • หลักสูตร "นักบริหารอนามัยสิ่งแวดล้อมและการส่งเสริมสุขภาพ" 2 คน
4.เชิงปริมาณ : ผู้เข้าร่วมการประชุมฯ มีความพึงพอใจต่อการจัดประชุมในระดับดี - ดีมาก ไม่น้อยกว่า 80 ร้อยละ
5.เชิงปริมาณ : จำนวนบุคลากรที่เข้าร่วมประชุม/อบรม/สัมมนาฯ ครบตามเวลากำหนดไม่น้อยกว่า 80 ร้อยละ
6.เชิงคุณภาพ : ผู้เข้าประชุม/อบรม/สัมมนามีความพึงพอใจต่อกระบวนการจัดประชุม/อบรม/สัมมนา โดยรวม ในระดับมาก – มากที่สุด ไม่น้อยกว่า 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1 สำรวจ และวิเคราะห์ความต้องการพัฒนาฯ ของบุคลากรศูนย์ฯ 2 เสนอผลการวิเคราะห์ความต้องการพัฒนา ต่อคณะกรรมการ กบศ. 3 จัดทำแผนงาน/โครงการ ขออนุมัติดำเนินการพัฒนาศักยภาพบุคลากร 4 จัดประชุม/อบรม/สัมมนาฯ ภายใน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น 5 ส่งบุคลากรไปรับการพัฒนา 6 ประเมินผลหลังประชุม/อบรม/สัมมนาฯ ทุกครั้ง 7 สรุปผลการดำเนินงาน

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 พัฒนาสมรรถนะเฉพาะหลักสูตร "การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่" 1 คน 1 พ.ย. 2561 - 31 ม.ค. 2562 40,000.00
2 พัฒนาขีดสมรรถนะเฉพาะทางหลักสูตร "การพยาบาล IC" 1 คน 1 ธ.ค. 2561 - 31 ม.ค. 2562 30,000.00
3 อบรมหลักสูตรการพยาบาลเฉพาะทางเด็กที่มีปัญหาพัฒนาการและพฤติกรรม 1 คน 1 ก.พ. 2562 - 31 พ.ค. 2562 18,000.00
4 พัฒนาขีดสมรรถนะเฉพาะทาง 1 หลักสูตรนักบริหารอนามัยสิ่งแวดล้อมและการส่งเสริมสุขภาพ 2 คน 1 มี.ค. 2562 - 30 มิ.ย. 2562 150,000.00
5 พัฒนาขีดสมรรถนะเฉพาะทาง หลักสูตร "การอบรมผู้บริหารยุคใหม่ กรมอนามัย (NEGSOF)" 2 คน 1 มี.ค. 2562 - 30 มิ.ย. 2562 100,000.00
6 พัฒนา หลักสูตรการเตรียมความพร้อมผู้นำการเปลี่ยนแปลงกรมอนามัย (OSOF) 3 คน 1 ก.พ. 2562 - 30 มิ.ย. 2562 90,000.00
7 พัฒนาสมรรถนะเพื่อเตรียมความพร้อมสู่ตำแหน่งที่สำคัญ 4 คน 1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562 141,920.00
8 พัฒนาสมรรถนะที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง 5 คน 1 พ.ย. 2561 - 31 ส.ค. 2562 250,000.00
9 อบรม หลักสูตรเตรียมความพร้อมก่อนวัยเกษียณ 12 คน 1 ก.ค. 2562 - 30 ก.ย. 2562 250,000.00
10 จัดประชุม/อบรม/สัมมนาฯ ครั้งที่ 2 จัดอบรมเชิงปฏิบัติการทำแผนกลยุทธ์พัฒนา การสร้างสุขด้วยสติในองค์กร (MIO) 50 คน 1 พ.ย. 2561 - 30 พ.ย. 2561 17,700.00
11 จัดประชุม/อบรม/สัมมนาฯ ครั้งที่ 3 จัดอบรมสร้างสุขด้วยสติในองค์กร (MIO) 50 คน 1 ธ.ค. 2561 - 31 ธ.ค. 2561 13,100.00
12 จัดประชุม/อบรม/สัมมนาฯ ครั้งที่ 1 เรื่อง ประชุมเชิงปฏิบัติการ AAIM 85 คน 1 ต.ค. 2561 - 31 ต.ค. 2561 31,750.00
13 จัดประชุม/อบรม/สัมมนาฯครั้งที่ 4 จัดประชุมวิชาการ เรื่อง อาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน 105 คน 1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562 5,475.00
14 จัดประชุม/อบรม/สัมมนาฯ ครั้งที่ 5 จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้นวัตกรรม MIO ของทุกกลุ่ม/งาน 150 คน 1 มิ.ย. 2562 - 30 มิ.ย. 2562 36,700.00
รวมเป็นเงิน 1,174,645.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
1,174,645.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
1) จัดประชุม/อบรม/สัมมนาฯ โดยศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่นดำเนินการจัดเอง ณ ห้องประชุมศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น 2) ส่งข้าราชการไปรับการพัฒนาสมรรถนะ ณ หน่วยงานภายนอก

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
- บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ทุกระดับ

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
- บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ทุกระดับ

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. นางสุจิรา ขวาแซ้น ตำแหน่ง นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ 2. นางนันทิราพร แถวไธสง ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 3. นางสุพิศ สมพิทักษ์ ตำแหน่ง นักทรัพยากรบุคคล 4. นางสาวณัฐนรี หีบแก้ว ตำแหน่ง นักประชาสัมพันธ์

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางนันทิราพร แถวไธสง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสุจิรา ขวาแซ้น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายประสิทธิ์ สัจจพงษ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 25

1. ชื่อโครงการ :
โครงการส่งเสริมการวิจัย ปีงบประมาณ 2562

2. ยุทธศาสตร์ :
4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
19) จำนวนงานวิจัย ผลงานวิชาการ และนวัตกรรมที่ถูกนำไปใช้ประโยชนย์

4. cluster :
กลุ่มข้อมูลและจัดการความรู้ และการเฝ้าระวัง (KISS )

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (62)19.3 การขับเคลื่อนพัฒนาการจัดการความรู้ วิจัย และนวัตกรรม
5.2 โครงการสำคัญ 19. โครงการพัฒนาระบบเฝ้าระวัง การจัดการความรู้ และนวัตกรรมด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 6) พัฒนาศักยภาพและบริการส่งเสริมสุขภาพประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสม

7. หลักการและเหตุผล :
ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในด้านการเมือง เศรษฐกิจ เทคโนโลยีฯลฯ มีการเปลี่ยนแปลงในอัตราเร่ง มีนวัตกรรมใหม่ๆ เกิดขึ้นและล้าสมัย ส่งผลต่อพฤติกรรมของประชาชนในหลายด้าน โดยเฉพาะพฤติกรรมที่ส่งผลต่อสุขภาพของประชาชน ซึ่งไม่ได้มีเพียงการเปลี่ยนแปลงของแนวโน้มของปัญหาทางสุขภาพอนามัยสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมเท่านั้นแต่ยังมีการเปลี่ยนแปลงของความต้องการในการพัฒนาในด้านต่างๆอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการแสวงหาแนวทางหรือทางเลือกใหม่ๆ ในการดูแลสุขภาพประชาชนให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นเร่งด่วน กรมอนามัยจึงเตรียมความพร้อมในการปฏิรูปการทำงาน โดยใช้การบริหารการเปลี่ยนแปลงเป็นเครื่องมือในการให้บุคลากรมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อน ศูนย์อนามัยที่ ๗ ขอนแก่น ได้ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว และมุ่งแสวงหาวิธีการใหม่ ๆ เพื่อสนับสนุนและผลักดันให้บรรลุเป้าหมายสูงสุดของกรมอนามัยและกระทรวงสาธารณสุข ตามพันธกิจที่ได้รับมอบหมาย และเป็นโอกาสสำคัญในการปฏิรูปการดำเนินงานด้านสาธารณสุข เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนอย่างมีพลังจึงต้องอาศัยการดำเนินงานของทุกกลุ่มหน่วยงานแบบมีส่วนร่วม และระบบสนับสนุนการดำเนินงาน อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการศึกษาวิจัยเพื่อเสาะหาวิธีการใหม่ๆในการส่งเสริมสุขภาพและพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมให้กับประชาชนที่อยู่บนฐานความรู้ที่มีระบบระเบียบและเป็นหลักมาตรฐานสากล ซึ่งศูนย์ฯ ได้ให้การสนับสนุนบุคลากรอย่างต่อเนื่อง จากการสำรวจผลการดำเนินงาน ปีงบประมาณ 2561 พบว่า บุคลากรมีความพึงพอใจต่อการดำเนินงานเพื่อส่งเสริมการวิจัยอยู่ในระดับมากถึงมากที่สุด ร้อยละ 93.3 และมีความประสงค์จะทำงานวิจัยเพื่อพัฒนางานร้อยละ 48.6 และมีข้อเสนอแนะให้ศูนย์ฯ พัฒนาองค์ความรู้ด้านงานวิจัยอย่างต่อเนื่อง งานส่งเสริมการวิจัย กลุ่มขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และพัฒนากำลังคน ได้ผลักดันและสนับสนุนให้บุคลากรศูนย์ฯ ผลิตผลงานวิจัยและงานวิชาการ พัฒนาผลงานวิจัยด้านส่งเสริมอนามัยสิ่งแวดล้อมของเขตสุขภาพ ให้มีคุณภาพ มีผลงานวิจัยและ มีการเผยแพร่ผลงานอย่างต่อเนื่องทั้งในเวทีระดับกรมและระดับกระทรวงสาธารณสุข เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ดังนั้น เพื่อให้เกิดทั้งประสิทธิผลและคุณภาพ ครอบคลุมทั้งด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมนักวิจัยที่มีศักยภาพผลิตผลงานวิจัยอย่างต่อเนื่อง ตรงตามวิสัยทัศน์ ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น เป็นองค์กรหลักของเขตสุขภาพที่ 7 ในการอภิบาลระบบส่งเสริมสุขภาพ และอนามัยสิ่งแวดล้อม นำไปสู่ประชาชนมีสุขภาพดีต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
เพื่อบริหารจัดการให้ผลงานวิจัย วิชาการ นวัตกรรมให้มีคุณภาพ ถูกเผยแพร่ และนำไปใช้ประโยชน์

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ผลงานวิจัย วิชาการ นวัตกรรมบุคลากรศูนย์ฯถูกนำไปเผยแพร่เพื่อใช้ประโยชน์ 1 เรื่อง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : ผู้เข้าร่วมประชุม 70 ร้อยละ
2.เชิงปริมาณ : จำนวนผลงานวิจัยที่แล้วเสร็จในปีงบประมาณ 50 ร้อยละ
3.เชิงคุณภาพ : ร้อยละของความพึงพอใจบุคลากรต่องานส่งเสริมการวิจัย 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1พัฒนาการสร้างโจทย์งานวิจัย 2 พัฒนาศักยภาพนักวิจัย 3 พัฒนาระบบติดตามการวิจัย เพื่อการใช้ประโยชน์ 4 สรรหาแหล่งสนับสนุนทุนวิจัย 5 พัฒนาสารสนเทศการวิจัย

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 พัฒนาศักยภาพนักวิจัย ส่งบุคลากรศูนย์ฯเข้าร่วมอบรมพัฒนานักวิจัยหน้าใหม่ 2 คน 1 มิ.ย. 2562 - 30 มิ.ย. 2562 16,000.00
2 ส่งบุคลากรเข้าร่วมประชุมและนำเสนอผลงานผ่านเวทีการประกวดวิชาการ - เขตสุขภาพ 7 คน 1 ส.ค. 2562 - 31 ส.ค. 2562 30,140.00
3 ส่งบุคลากรเข้าร่วมประชุมและนำเสนอผลงานผ่านเวทีการประกวดวิชาการ - ระดับกระทรวง 10 คน 1 ส.ค. 2562 - 31 ส.ค. 2562 59,100.00
4 ส่งบุคลากรเข้าร่วมประชุมและนำเสนอผลงานผ่านเวทีการประกวดวิชาการ - กรมอนามัย 20 คน 1 มิ.ย. 2562 - 30 มิ.ย. 2562 80,700.00
5 พัฒนาศักยภาพนักวิจัย จัดเวทีนำเสนอโครงร่างการวิจัย 40 คน 1 พ.ย. 2561 - 30 พ.ย. 2561 11,200.00
6 พัฒนาศักยภาพนักวิจัย - ส่งบุคลากรเข้ารับการอบรม เรื่องจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ 40 คน 1 ม.ค. 2562 - 31 ม.ค. 2562 20,000.00
7 พัฒนาสารสนเทศการวิจัย - พัฒนาห้องสมุด 100 เล่ม 1 ม.ค. 2562 - 31 ม.ค. 2562 20,000.00
8 จัดทำวารสารเพื่อเผยแพร่ 200 ฉบับ 1 ก.พ. 2562 - 31 ส.ค. 2562 40,600.00
รวมเป็นเงิน 277,740.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
277,740.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 พ.ย. 2561 - 31 ส.ค. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น และ คณะกรรมการพัฒนาวิชาการ

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
บุคลากรศูนย์ฯได้รับความรู้ด้านการวิจัย

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1.นางกรแก้ว ถิรพงษ์สวัสดิ์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 2 นางสาวจันทร์ธรา สมตัว ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางกรแก้ว ถิรพงษ์สวัสดิ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสุจิรา ขวาแซ้น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายประสิทธิ์ สัจจพงษ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 26

1. ชื่อโครงการ :
โครงการติดตามประเมินผลและสื่อสารประชาสัมพันธ์ผลการปฏิบัติงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่นงบประมาณ พ.ศ. 2562

2. ยุทธศาสตร์ :
4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
20) การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

4. cluster :
กลุ่มข้อมูลและจัดการความรู้ และการเฝ้าระวัง (KISS )
กรมอนามัย

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (61)19.2 บริหารจัดการข้อมูลและระบบเฝ้าระวังการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม(65)21.1 พัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)
5.2 โครงการสำคัญ 21. โครงการพัฒนาและขับเคลื่อนกรมอนามัย 4.0 องค์กรคุณภาพคู่คุณธรรม

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 6) พัฒนาศักยภาพและบริการส่งเสริมสุขภาพประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสม

7. หลักการและเหตุผล :
การติดตามและประเมินผลเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหาร ซึ่งมีหลักการสําคัญ คือ การติดตามความก้าวหน้าในการปฏิบัติงานและประเมินผลความสําเร็จของงาน อันจะนําไปสู่การดําเนินการแก้ไขปรับปรุงร่วมกันให้บรรลุเป้าหมาย ดังนั้นการติดตามและประเมินผลจึงเป็นกระบวนการที่จําเป็นเพื่อให้ทราบประสิทธิภาพและประสิทธิผลของระบบงานต่างๆ ของหน่วยงานว่าอยู่ในระดับที่เหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันเพียงใด ซึ่งการติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่องย่อมทําให้ทราบปัญหาและความต้องการที่แท้จริงสามารถปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสมมากขึ้น นอกจากการติดตามประเมินผลแล้ว ยังมีกลไกลที่สำคัญที่จะทำให้การดำเนินงานของศูนย์ฯ ลงสู่ประชาชนได้ คือการสื่อสารประชาสัมพันธ์ ทั้งผลการดำเนินงานของศูนย์ฯ องค์ความรู้ต่างๆที่ศูนย์ฯได้ศึกษาและผลิต เพื่อสร้างความรอบรู้และความตระหนักในการดูแลสุขภาพของตนเอง และให้บรรลุเป้าหมาย “ประชาชนสุขภาพดี เจ้าหน้าที่มีความสุข ระบบสุขภาพยั่งยืน”

8. วัตถุประสงค์ :
1 เพื่อติดตามผลการดำเนินงานของศูนย์ฯ ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด 2 กระตุ้นการดำเนินงานของศูนย์ฯ ให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น 3 ผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ที่มีคุณภาพ ง่ายต่อความเข้าใจ สามารถสร้างความตระหนักให้กับประชาชนได้ดี 4 พัฒนาช่องทางการสื่อสารประชาสัมพันธ์ให้สามารถเข้าถึงประชาชนได้เพิ่มขึ้น

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ติดตามผลการดำเนินงานและผลักดันการดำเนินของศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด 8 ครั้ง
2.สื่อสารประชาสัมพันธ์การดำเนินงานของศูนย์ฯ 12 ครั้ง
3.พัฒนาสื่อที่มีประสิทธิภาพ 12 เรื่อง
4.ตัวชี้วัดทุกตัวของศูนย์ฯ ผ่านตามเป้าหมายที่กำหนด - ศูนย์ฯ มีสื่อประชาสัมพันธ์เพียงพอกับการใช้งาน 100 ร้อยละ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงคุณภาพ : ประชาชนและเครือข่ายรับทราบผลการดำเนินงานศูนย์ฯ 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1 จัดประชุมติดตามผลการดำเนินงาน 2 ผลิตสื่อในการประชาสัมพันธ์ผลงานของศูนย์ฯ และเพิ่มช่องทางการเผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 งานสื่อสารและประชาสัมพันธ์ - ผลิตสื่อด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม 1 รายการ 1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562 100,000.00
2 การติดตามการดำเนินงานตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ - ร่วมประชุมเครือข่าย กพร. กรมอนามัย (จำนวน 2 ครั้ง /ครั้งละ 3 วัน) 2 ครั้ง 1 ต.ค. 2561 - 31 พ.ค. 2562 31,600.00
3 งานสื่อสารและประชาสัมพันธ์ - สารสัมพันธ์กับสื่อมวลชน 5 รายการ/ชิ้น 1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562 2,500.00
4 ติดตามผลการดำเนินงานแผนงานศูนย์อนามัยที่ 7 - ร่วมประชุมติดตามผลการดำเนินงานกรมอนามัย รอบ 6 เดือน/ ตามที่กรมกำหนด 8 คน 1 เม.ย. 2562 - 31 พ.ค. 2562 12,340.00
5 ตรวจราชการ/รับการนิเทศ - ร่วมนิเทศไขว้ 1 ครั้ง 8 คน 1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562 13,560.00
6 ตรวจราชการ/รับการนิเทศ - ร่วมตรวจราชการเขตสุขภาพที่ 7 จำนวน 2 รอบ 8 คน 1 ก.พ. 2562 - 31 ก.ค. 2563 135,520.00
7 ตรวจราชการ/รับการนิเทศ - ร่วมสรุปผลการตรวจราชการเขตสุขภาพที่ 7 จำนวน 2 รอบ 8 ครั้ง 1 ก.พ. 2562 - 30 ก.ย. 2563 43,880.00
8 ติดตามผลการดำเนินงานแผนงานศูนย์อนามัยที่ 7 - ร่วมประชุมติดตามผลการดำเนินงานกรมอนามัย รอบ 12 เดือน / ตามที่กรมกำหนด 30 คน 1 ส.ค. 2562 - 30 ก.ย. 2562 69,370.00
9 การติดตามการดำเนินงานตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ - จ้างเหมาทำคู่มือ กพร. จำนวน 30 เล่ม 30 เล่ม 1 พ.ย. 2561 - 31 ธ.ค. 2561 3,000.00
10 การติดตามการดำเนินงานตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ - จัดประชุมชี้แจงตัวชี้วัด กพร. 50 คน 1 พ.ย. 2561 - 31 ธ.ค. 2561 1,750.00
11 ติดตามผลการดำเนินงานแผนงานศูนย์อนามัยที่ 7 - จัดประชุมติดตามผลการดำเนินงานศูนย์อนามัยที่ 7ขอนแก่น รอบ 6 เดือนและ 12 เดือน / สถานที่เอกชน 80 คน 1 มิ.ย. 2562 - 31 ส.ค. 2562 973,680.00
12 ตรวจราชการ/รับการนิเทศ - รับการนิเทศจากกรมอนามัย 1 ครั้ง 100 คน 1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562 27,000.00
รวมเป็นเงิน 1,414,200.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
1,414,200.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2563

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น /พื้นที่ในเขตสุขภาพที่ 7

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
เจ้าหน้าที่ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
เจ้าหน้าที่ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ภาคีเครือข่าย และประชาชนทั่วไป

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1.นางอรพินท์ ภาคภูมิ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 2. นางสาวกันยารัตน์ สมบัติธีระ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ 3. นางสาวนภาพร หานะพันธ์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางอรพินท์ ภาคภูมิ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสุจิรา ขาวแซ้น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายประสิทธิ์ สัจจพงษ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 27

1. ชื่อโครงการ :
โครงการเฝ้าระวังและประเมินความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพในพื้นที่เสี่ยงพื้นที่เฉพาะ และการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินพื้นที่เขตสุขภาพที่ 7 ปีงบประมาณ 2562

2. ยุทธศาสตร์ :
2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
15) ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างน้อยตำบลละ 1 ชุมชน
16) จังหวัดในเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษมีฐานข้อมูลการเฝ้าระวังด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม

4. cluster :
กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (49)16.2 พัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายและยุทธศาสตร์ที่เอื้อต่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดี
5.2 โครงการสำคัญ 16. โครงการเฝ้าระวังและประเมินความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพในพื้นที่เสี่ยง พื้นที่เฉพาะ และการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานยุทธศาสตร์สร้างเสริมให้คนมีสุขภาวะที่ดี
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 3) พัฒนาและบริการการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมกับประชาชนในพื้นที่โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ

7. หลักการและเหตุผล :
ปัจจุบันประชาชนไทยประสบปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพหลายประการทั้งเขตเมืองและเขตชนบทส่งผลให้เกิดโรคระบบทางเดินหายใจและโรคระบบทางเดินอาหารเพิ่มสูงขึ้น โดยข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกพบว่า เด็กอายุระหว่าง 1 เดือน ถึง 5 ปี เสียชีวิตจากปัญหามลพิษอากาศ ปัญหาสุขอนามัย ปัญหาสิ่งแวดล้อม ในครัวเรือนไม่มีความปลอดภัยประมาณ 1.7 ล้านคน ประเทศไทยจากสถิติสาธารณสุขไทย ประจำปี 2559 พบว่า คนไทยเสียชีวิตด้วยโรคระบบทางเดินหายใจและโรคระบบทางเดินอาหาร (โรคที่เกิดจากอาหารและน้ำเป็นสื่อ) ในระยะ 3 ปีที่ผ่านมา (ปี 2556-2558) มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรคทางเดินหายใจที่มีจำนวนผู้เสียชีวิตต่อปีสูงกว่าโรคระบบทางเดินอาหารถึง 30 เท่า ทั้งนี้ ปัญหาการเสียชีวิตด้วยโรคระบบทางเดินหายใจ ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากปัญหามลพิษอากาศโดยเฉพาะปัญหาจากการรับสัมผัสฝุ่นละอองที่มีละอองที่มีขนาดเล็ก (PM2.5) ซึ่งพบว่ามีแนวโน้มค่าเฉลี่ยปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กทั้งประเทศสูงขึ้นทุกปี นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อมวลมนุษย์ สาเหตุของปัญหาหลักเกิดจากกิจกรรมการกระทำของมนุษย์ที่ทำให้เกิดก๊าชเรือนกระจกในบรรยากาศเพิ่มมากขึ้นต่อปัจจัยต่างๆ เช่น ก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ มีเทน และไนโตรเจนออกไซด์ เป็นต้น ซึ่งก๊าซเหล่านั้นส่งผลให้อุณหภูมิผิวโลกสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศน์ในวงกว้างทั้งระดับภูมิภาคและระดับโลก รวมทั้งประเทศไทยอีกด้วย เช่น คลื่นความร้อนเกิดบ่อยครั้งและรุนแรงขึ้น เกิดการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล ปริมาณน้ำฝนมีความแปรปรวนในหลายพื้นที่ในพื้นที่ที่ปริมาณน้ำฝนลดลงส่งผลให้สมดุลน้ำมีแนวโน้มลดลง ทำให้บางพื้นที่เกิดภาวะขาดแคลนน้ำ ทำให้ภัยพิบัติทางธรรมชาติเกิดขึ้นบ่อยครั้งและรุนแรง สำหรับพื้นที่ในเขตรับผิดชอบศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่นมีความเสี่ยงด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมจากโรงไฟฟ้าชีวมวล (21 แห่ง) พื้นที่ประกอบกิจการขยะอิเล็กทรอนิกส์ในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์และกำลังขยายไปสู่พื้นที่อื่นๆ เช่น จังหวัดมหาสารคาม รวมทั้งมีพื้นที่ประกอบกิจการอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในพื้นที่อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่นซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมายอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่เสี่ยงด้านสาธารณภัย(อุทกภัย ภัยแล้ง โรคระบาดจากน้ำและอาหารเป็นสื่อ) ซึ่งข้อมูลการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำจะพบว่าโรงเรียนในถิ่นทุรกันดารมีคุณภาพน้ำบริโภคไม่ได้มาตรฐานร้อยละ 79.17 โดยเฉพาะคุณภาพด้านแบคทีเรีย จากความสำคัญดังกล่าว ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น จึงได้ทำโครงการเฝ้าระวังและประเมินความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพในพื้นที่เสี่ยงพื้นที่เฉพาะและการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินขึ้น เพื่อสนับสนุนส่งเสริมการดำเนินงานอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เสี่ยง รวมทั้งให้พื้นที่มีฐานข้อมูลและมีการเฝ้าระวังด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อสามารถจัดการปัจจัยเสี่ยงจากสิ่งแวดล้อมตามบริบทของพื้นที่

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อพัฒนาการดำเนินงานและต้นแบบด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมของสถานบริการสาธารณสุขลดโลกร้อนในโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขและโรงพยาบาลสุขภาพตำบลในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 7 2. เพื่อสรรหาต้นแบบและนวตกรรมสถานบริการสาธารณสุขลดโลกร้อนในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 7 3. เพื่อพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่สาธารณสุขผู้รับผิดชอบงานอนามัยสิ่งแวดล้อมทั้งในระดับจังหวัดและระดับอำเภอให้มีความสามารถด้านการจัดการขยะติดเชื้อ และอนามัยสิ่งแวดล้อมอื่น 4. เพื่อพัฒนาศักยภาพและกำกับติดตามกลไกการออกข้อกำหนดท้องถิ่น การบังคับใช้ตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ภาคีเครือข่ายได้รับการพัฒนาศักยภาพในการจัดการคุณภาพน้ำบริโภค สุขาภิบาลอาหารและน้ำ 30 คน
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1. จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ/พัฒนาศักยภาพ/จัดทำแผนเตรียมความพร้อม 2. ติดตาม เยี่ยม/ออกเก็บข้อมูล

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 สุ่มเก็บตัวอย่างคุณภาพน้ำบริโภคในโรงเรียนและชุมชนในพื้นที่โครงการพระราชดำริ 1 แห่ง 1 พ.ย. 2561 - 30 พ.ย. 2561 2,610.00
2 จัดประชุมพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่ายการจัดการน้ำบริโภคของชุมชนในพื้นที่โครงการพระราชดำริ ณ ห้องประชุมหน่วยงานราชการ 30 คน 3 ธ.ค. 2561 - 31 ม.ค. 2562 15,258.00
รวมเป็นเงิน 17,868.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
17,868.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 พ.ย. 2561 - 31 ม.ค. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
1. โรงเรียนและชุมชนในพื้นที่โครงการพระราชดำริ อำเภอหนองสองห้อง จังหวัดขอนแก่น 2. พื้นที่อุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ได้แก่ อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
บุคลากรสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แกนนำชุมชน และภาคีเครือข่าย

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
ประชาชน / อปท./ บุคลากรสาธารณสุข 4 จังหวัด/ แกนนำชุมชน อสม อปท.ในพื้นที่เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1 นางสาวจริยา อินทรรัศมี หัวหน้ากลุ่มพัฒนาระบบอนามัยสิ่งแวดล้อม 2 นางสาววาทินี จันทร์เจริญ ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 3 นางสาวปิยมาภรณ์ ดวงมนตรี ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 4 นางสาววาสนา คณะวาปี ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวจริยา อินทรรัศมี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางทัศนีย์ รอดชมภู

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายประสิทธิ์ สัจจพงษ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 28

1. ชื่อโครงการ :
โครงการเฝ้าระวังและประเมินความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพในพื้นที่เสี่ยงพื้นที่เฉพาะ และการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินพื้นที่เขตสุขภาพที่ 7 ปีงบประมาณ 2562

2. ยุทธศาสตร์ :
2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
15) ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างน้อยตำบลละ 1 ชุมชน

4. cluster :
กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (48)16.1 พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศ เฝ้าระวัง และประเมินความเสี่ยง
5.2 โครงการสำคัญ 16. โครงการเฝ้าระวังและประเมินความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพในพื้นที่เสี่ยง พื้นที่เฉพาะ และการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานพื้นฐานด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคน
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ผลผลิต : 2) พัฒนาและบริการการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมกับประชาชน ชุมชน และภาคีเครือข่าย

7. หลักการและเหตุผล :
ปัจจุบันประชาชนไทยประสบปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพหลายประการทั้งเขตเมืองและเขตชนบทส่งผลให้เกิดโรคระบบทางเดินหายใจและโรคระบบทางเดินอาหารเพิ่มสูงขึ้น โดยข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกพบว่า เด็กอายุระหว่าง 1 เดือน ถึง 5 ปี เสียชีวิตจากปัญหามลพิษอากาศ ปัญหาสุขอนามัย ปัญหาสิ่งแวดล้อม ในครัวเรือนไม่มีความปลอดภัยประมาณ 1.7 ล้านคน ประเทศไทยจากสถิติสาธารณสุขไทย ประจำปี 2559 พบว่า คนไทยเสียชีวิตด้วยโรคระบบทางเดินหายใจและโรคระบบทางเดินอาหาร (โรคที่เกิดจากอาหารและน้ำเป็นสื่อ) ในระยะ 3 ปีที่ผ่านมา (ปี 2556-2558) มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรคทางเดินหายใจที่มีจำนวนผู้เสียชีวิตต่อปีสูงกว่าโรคระบบทางเดินอาหารถึง 30 เท่า ทั้งนี้ ปัญหาการเสียชีวิตด้วยโรคระบบทางเดินหายใจ ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากปัญหามลพิษอากาศโดยเฉพาะปัญหาจากการรับสัมผัสฝุ่นละอองที่มีละอองที่มีขนาดเล็ก (PM2.5) ซึ่งพบว่ามีแนวโน้มค่าเฉลี่ยปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กทั้งประเทศสูงขึ้นทุกปี นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อมวลมนุษย์ สาเหตุของปัญหาหลักเกิดจากกิจกรรมการกระทำของมนุษย์ที่ทำให้เกิดก๊าชเรือนกระจกในบรรยากาศเพิ่มมากขึ้นต่อปัจจัยต่างๆ เช่น ก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ มีเทน และไนโตรเจนออกไซด์ เป็นต้น ซึ่งก๊าซเหล่านั้นส่งผลให้อุณหภูมิผิวโลกสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศน์ในวงกว้างทั้งระดับภูมิภาคและระดับโลก รวมทั้งประเทศไทยอีกด้วย เช่น คลื่นความร้อนเกิดบ่อยครั้งและรุนแรงขึ้น เกิดการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล ปริมาณน้ำฝนมีความแปรปรวนในหลายพื้นที่ในพื้นที่ที่ปริมาณน้ำฝนลดลงส่งผลให้สมดุลน้ำมีแนวโน้มลดลง ทำให้บางพื้นที่เกิดภาวะขาดแคลนน้ำ ทำให้ภัยพิบัติทางธรรมชาติเกิดขึ้นบ่อยครั้งและรุนแรง สำหรับพื้นที่ในเขตรับผิดชอบศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่นมีความเสี่ยงด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมจากโรงไฟฟ้าชีวมวล (21 แห่ง) พื้นที่ประกอบกิจการขยะอิเล็กทรอนิกส์ในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์และกำลังขยายไปสู่พื้นที่อื่นๆ เช่น จังหวัดมหาสารคาม รวมทั้งมีพื้นที่ประกอบกิจการอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในพื้นที่อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่นซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมายอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่เสี่ยงด้านสาธารณภัย(อุทกภัย ภัยแล้ง โรคระบาดจากน้ำและอาหารเป็นสื่อ) ซึ่งข้อมูลการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำจะพบว่าโรงเรียนในถิ่นทุรกันดารมีคุณภาพน้ำบริโภคไม่ได้มาตรฐานร้อยละ 79.17 โดยเฉพาะคุณภาพด้านแบคทีเรีย จากความสำคัญดังกล่าว ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น จึงได้ทำโครงการเฝ้าระวังและประเมินความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพในพื้นที่เสี่ยงพื้นที่เฉพาะและการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินขึ้น เพื่อสนับสนุนส่งเสริมการดำเนินงานอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เสี่ยง รวมทั้งให้พื้นที่มีฐานข้อมูลและมีการเฝ้าระวังด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อสามารถจัดการปัจจัยเสี่ยงจากสิ่งแวดล้อมตามบริบทของพื้นที่

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อพัฒนาการดำเนินงานและต้นแบบด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมของสถานบริการสาธารณสุขลดโลกร้อนในโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขและโรงพยาบาลสุขภาพตำบลในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 7 2. เพื่อสรรหาต้นแบบและนวตกรรมสถานบริการสาธารณสุขลดโลกร้อนในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 7 3. เพื่อพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่สาธารณสุขผู้รับผิดชอบงานอนามัยสิ่งแวดล้อมทั้งในระดับจังหวัดและระดับอำเภอให้มีความสามารถด้านการจัดการขยะติดเชื้อ และอนามัยสิ่งแวดล้อมอื่น 4. เพื่อพัฒนาศักยภาพและกำกับติดตามกลไกการออกข้อกำหนดท้องถิ่น การบังคับใช้ตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.รูปแบบการจัดการน้ำบริโภค 1 รูปแบบ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1. ร่วมประชุมเชิงปฏ