หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 1

1. ชื่อโครงการ :
โครงการพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพผู้สูงอายุและพระสงฆ์ เขตสุขภาพที่ 1

2. ยุทธศาสตร์ :
1.5 ส่งเสริมผู้สูงอายุไทยเพื่อเป็นหลักชัยของสังคม

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
13) อายุคาดเฉลี่ยของการมีสุขภาพ (Health-Adjusted Life Expectancy : HALE)

4. cluster :
กลุ่มวัยผู้สูงอายุ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (30)10.2 ขับเคลื่อน Health Literacy และพฤติกรรมสุขภาพพึงประสงค์
5.2 โครงการสำคัญ 10.โครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุและป้องกันภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 6) พัฒนาศักยภาพและบริการส่งเสริมสุขภาพประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสม

7. หลักการและเหตุผล :
คุณภาพชีวิตเป็นเป้าหมายหลักของสังคม คือ ประชาชนมีสุขภาพดี จากแผนพัฒนาผู้สูงอายุแห่งชาติ ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2545-2564) และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) ในการตองสนองยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ได้กำหนดนโยบายให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพแข็งแรงตามวัย ขยายโอกาสดำรงชีวิตอย่างมีคุณค่า ปัจจุบันพบว่าประชากรผู้สูงอายุมีแนวโน้ม ปี 2561 เพิ่มขึ้นทั้งด้านปริมาณและสัดส่วนประชากร โดยประชากรเขตสุขภาพที่ 1 มีจำนวน 948,324 คน คิดเป็นร้อยละ 22.0 ผู้สูงอายุกลุ่ม 1 คิดเป็นร้อยละ 92.31 ผู้สูงอายุกลุ่ม 2 คิดเป็นร้อยละ 2.16 และผู้สูงอายุกลุ่ม 3 คิดเป็นร้อยละ 0.52 ศูนย์อนามัยที่ 1 ได้เล็งเห็นความสำคัญของการ ส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ ให้ได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องลดปัญหาสุขภาพองผู้สูงอายุ ผลจากการสำรวจพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของผู้สูงอายุทั้งประเทศ พบผู้สูงอายุมีพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ร้อยละ 54.4 ดังนั้นการป้องการผู้สูงอายุ ไม่ให้เป็นผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง คือผู้สูงอายุกลุ่มติดบ้าน และติดเตียง โดยการส่งเสริมและสนับสนุนให้ชมรมผู้สูงอายุ ดูแลผู้สูงอายุกลุ่ม 1 ติดสังคม (Preventive Long Term Care) ที่อยู่ในชมรมผู้สูงอายุ พัฒนาให้เป็นชมรมผู้สูงอายุคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานกรมอนามัย และให้ผู้สูงอายุกลุ่ม Preventive Long Term Care ได้มีความรู้ด้านความรอบรู้ด้านสุขภาพในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เลือกใช้บริการสุขภาพที่เหมาะสมกับตนเอง เพื่อป้องกันไม่ให้เป็นผู้สูงอายุกลุ่มที่ 2,3 (กลุ่ม Long Term Care) ที่เป็นผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาศักยภาพชมรมผู้สูงอายุคุณภาพกับความรอบรู้ด้านสุขภาพ เขตสุขภาพที่ 1 ขึ้น จากสถิติโรคผู้ป่วยของโรงพยาบาลสงฆ์ปีงบประมาณ 2550 พบว่าโรคที่พบมากที่สุด 3 อันดับแรกคิดเป็นร้อยละ ของผู้ป่วยนอกทั้งสิ้น 90,533 ราย จำแนกเป็นพระภิกษุ 81,623 ราย คือ โรคเบาหวาน 3.70 โรคความดันโลหิตสูง 3.70 โรคไขมันในเส้นเลือดสูง 2.74 และโรคที่พบมากที่สุด 3 อันดับแรกคิดเป็นร้อยละของผู้ป่วยในคือโรคต้อกระจกไม่ระบุชนิด 6.00 ,โรคเบาหวาน 3.30 โรคความดันโลหิตสูง 3.19 สาเหตุของการอาพาธของพระสงฆ์เกิดจากการมีพฤติกรรมเสี่ยงต่อโรค เช่น การฉันอาหารที่ไม่ถูกต้องตามหลักโภชนาการ ด้วยเหตุนี้ การดูแลสุขภาพของพระสงฆ์จึงเป็นที่น่าสนใจว่าพระสงฆ์ในปัจจุบันมีการดูแลสุขภาพอย่างไร มีความรู้มากน้อยเพียงใดในการดูแลสุขภาพในเบื้องต้น และได้รับคำแนะนำในการดูแลสุขภาพอย่างไร ที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตเกี่ยวกับสุขภาพทั้งกายและใจ เพราะสิ่งที่สำคัญในลำดับแรกๆ คือการมีสุขภาพที่แข็งแรงจะทำให้มีสุขภาพจิตดีด้วย และถ้าพระสงฆ์สามารถดูแลสุขภาพในเบื้องต้นโดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น การฉันอาหาร การออกกำลังกาย ที่ถูกต้องและการฝึกจิตภาวนาที่เป็นปัจจัยในการบรรลุคุณธรรมชั้นสูง อันเป็นจุดหมายสำคัญในทางพระพุทธศาสนา ในปัจจุบันนี้จากการวิจัยทางด้านสุขภาพพระสงฆ์พบว่า สุขภาพของพระสงฆ์น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง พระภิกษุไม่สามารถเลือกฉันตามญาติโยมถวายได้ จากการศึกษาวิจัยเรื่องพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองของพระภิกษุในเขตภาคใต้ตอนบน พบว่า การทำบุญของพุทธศาสนิกชนไทย มีส่วนสำคัญต่อสุขภาพของพระภิกษุ และยังพบว่า พระสงฆ์ร้อยละ 50 ขึ้นไปยังคงสูบบุหรี่ บางรูปรับประทานแก้ปวดพาราเซตามอล ครั้งละ 6 เม็ด ดื่มกาแฟวันละ 8 ถ้วย และดื่มเครื่องดื่มชูกำลังเกินกว่า 2 ขวดต่อวันด้วย คือพระสงฆ์ส่วนใหญ่ดื่มน้ำสะอาดไม่ถึงวันละ 6 แก้ว ฉันภัตตาหารที่มีรสจัด หวานจัด มีแป้งและไขมันสูง ทำให้มีอัตราการเจ็บป่วยสูงตามไปด้วย นอกจากนี้ยังออกกำลังกายน้อย ส่วนใหญ่เป็นการออกกำลังตามกิจวัตรของพระสงฆ์เท่านั้น ผู้วิจัยได้เล็งเห็นความสำคัญในการดูแลสุขภาพของพระสงฆ์จึงได้ศึกษาพฤติกรรมสุขภาพพระสงฆ์กับความรอบรู้ด้านสุขภาพในเขตสุขภาพที่ 1 เพื่อเป็นแนวทางด้านการดูแลสุขภาพ เพื่อนำไปสู่การเสริมสร้างประสบการณ์เกี่ยวกับสุขภาพที่ถูกต้องเหมาะสม สามารถนำไปใช้กับตนเอง และชุมชนที่อาศัยอยู่ เพื่อเสริมสร้างสุขภาวะที่ดีให้กับพระภิกษุ และสามเณร ได้บรรลุเป้าหมายตามสุขภาพดีถ้วนหน้าต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
1.สร้างการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายองค์กรดำเนินงานผู้สูงอายุในเขตสุขภาพที่ 1 ในการขับเคลื่อน Health Literacy และพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ 2.เพื่อพัฒนศักยภาพชมรมผู้สูงอายุ เป็นชมรมผู้สูงอายุคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานกรมอนามัย 3.เพื่อให้ผู้สูงอายุกลุ่ม Preventive Long Term Care อยู่ในชมรมผู้สูงอายุมีความรอบรู้ด้านสุขภาพ(Health Literate) มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ในการดูแลสุขภาพตัวเอง 4.เพื่อสนับสนุนภาคีเครือข่ายการดำเนินงานขับเคลื่อนพระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะเกี่ยวกับการอบรมพระคิลานุปัฏฐาก วัดส่งเสริมสุขภาพและขับเคลื่อนการดำเนินงาน Health Literate Temple 5.เพื่อศึกษาสุขภาวะและฤติกรรมสุขภาพของพระสงฆ์ในเขตสุขภาพที่ 1 6.เพื่อศึกษาความรอบรู้ด้านสุขภาพพระสงฆ์ในเขตสุขภาพที่ 1 7.เพื่อเปรียบเทียบพฤติกรรสุขภาพของพระสงฆ์และความรอบรู้ด้านสุขภาพของพระสงฆ์ก่อนและหลัง 8.เพื่อเปรียบเทียนพฤติกรรมสุขภาพของพระสงฆ์กับความรอบรู้ด้านสุขภาพของพระสงฆ์ระหว่างวัดที่มีพระ อสว.และวัดที่ไม่มีพระ อสว.

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.พระสงฆ์และสามเณร 8 จังหวัด
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : ชมรมผู้สูงอายุ ในเขตสุขภาพที่ 1 5048 ชมรม
2.เชิงปริมาณ : พระสงฆ์และสามเณร 8 จังหวัดๆ ละ 2 วัด 16 แห่ง
3.เชิงคุณภาพ : ผู้สูงอายุกลุ่ม Preventive Long Term Care ที่อยู่ในชมรมผู้สูงอายุมีความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literate) มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ในการดูแลสุขภาพตัวเอง 5048 ชมรม
4.เชิงคุณภาพ : ได้การมีส่วนร่วมภาคีเครือข่ายองค์กรดำเนินงานผู้สูงอายุระดับจังหวัดและพื้นที่ 8 จังหวัด
5.เชิงคุณภาพ : ได้พัฒนาศักยภาพชมรมผู้สูงอายุเป็นชมรมผู้สูงอายุคุณภาพ กรมอนามัย 5048 ชมรม

10. วิธีการดำเนินงาน :
ขั้นเตรียมการ 1. ศึกษาข้อมูลจำนวนชมรมผู้สูงอายุ/ผู้สูงอายุ ข้อมูลพระสงฆ์ สามเณรและวัดส่งเสริมสุขภาพใน 8 จังหวัดในเขตสุขภาพที่ 1 2. ประสานภาคีเครือข่ายองค์กรดำเนินงานผู้สูงอายุที่เกี่ยวข้องระดับเขตในการดำเนินงาน Preventive Long Term Care ประสานภาคีเครือข่ายองค์กรที่เกี่ยวข้องในการดำเนินงานการประเมินพฤติกรรมสุขภาพพระสงฆ์กับความรอบรู้ด้านสุขภาพ 3. จัดทำแผนงานโครงการพัฒนาศักยภาพชมรมผู้สูงอายุคุณภาพกับความรอบรู้ด้านสุขภาพ เขตสุขภาพที่ 1 ขั้นดำเนินการ 1. ชี้แจงแนวทางการดำเนินงาน Preventive Long Term Care แก่สาขาสมาคมสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทยประจำจังหวัด 8 จังหวัดในเขตรับผิดชอบ 2. สนับสนุนองค์ความรู้วิชาการต่างๆ แนวทางการพัฒนาชมรมผู้สูงอายุคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานกรมอนามัย และความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literate) ในผู้สูงอายุ 3.สนับสนุนการดำเนินงานขับเคลื่อนภาคีเครือข่ายการดำเนินงานพระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะในเขตสุขภาพที่ 1 และคณะกรรมการขับเคลื่อนระดับจังหวัด/พื้นที่เกี่ยวกับการอบรมพระคิลานุปัฏฐากและพัฒนา Health Literate Temple 4.ประเมินพฤติกรรมสุขภาพพระสงฆ์กับความรอบรู้ด้านสุขภาพพระสงฆ์เขตสุขภาพที่ 1 ขั้นติดตามและประเมินผล 1. เยี่ยมติดตามการดำเนินงานถอดบทเรียนแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การดำเนินงานของชมรมผู้สูงอายุต้นแบบ (Best Practice) ถอดบทเรียนเยี่ยมเสริมพลังการขับเคลื่อนการดำเนินงาน การส่งเสริมสุขภาพพระสงฆ์กับการสุขภาวะ 2. วิเคราะห์ผลการดำเนินการพัฒนาศักยภาพชมรมผู้สูงอายุสู่การป้องกันผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง (Preventive Long Term Care) ผลการดำเนินงานการประเมินพฤติกรรมสุขภาพพระสงฆ์กับความรอบรู้ด้านสุขภาพ 3. ส่งเสริมสนับสนุนนิเทศกำกับติดตามงาน

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ชี้แจงแนวทางการดำเนินงาน Preventive Long Term Care และการดำเนินงานสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพแก่สาขาสมาคมสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทยประจำจังหวัด 8 จังหวัดในเขตรับผิดชอบ 8 จังหวัด 1 ก.พ. 2562 - 28 ก.พ. 2562 10,000.00
2 สนับสนุนการดำเนินงานขับเคลื่อนภาคีเครือข่ายการดำเนินงานพระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะในเขตสุขภาพที่ 1 8 จังหวัด 1 มี.ค. 2562 - 31 มี.ค. 2562 34,058.00
3 ประเมินพฤติกรรมสุขภาพพระสงฆ์กับความรอบรู้ด้านสุขภาพพระสงฆ์เขตสุขภาพที่ 1 16 แห่ง 1 มี.ค. 2562 - 31 มี.ค. 2562 10,000.00
รวมเป็นเงิน 54,058.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
54,058.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ก.พ. 2562 - 31 มี.ค. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
พื้นที่เป้าหมาย 8 จังหวัดในเขตรับผิดชอบ (เชียงใหม่, เชียงราย, ลำพูน, ลำปาง, แพร่, น่าน, พะเยา, แม่ฮ่องสอน)

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
1. ประธานสาขาสมาคมสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทยประจำจังหวัด 8 จังหวัด 2. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด 8 จังหวัด 3. พระสงฆ์และสามเณร 8 จังหวัดๆ ละ 2 วัด รวม 16 วัด

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. นางอุมาพร นิ่มตระกูล 2. นางสาวพิมพาภรณ์ พรหมใจ 3. นางสาวชุมพร แพรศิสป์ 4. นางชลลดา สรศักดิ์ 5. นางสาวณัฐธยาน์ ใจดุ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางอุมาพร นิ่มตระกูล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายสมศักดิ์ เลิศจีระจรัส

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 2

1. ชื่อโครงการ :
โครงการสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่า ต้านภัยมะเร็งเต้านม ศูนย์อนามัยที่ 1 ปี 2562

2. ยุทธศาสตร์ :
1.4 ส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานที่พึงประสงค์

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
12) ร้อยละของวัยทำงานมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

4. cluster :
กลุ่มวัยทำงาน

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (5)1.5 สืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่า ต้านภัยมะเร็งเต้านม
5.2 โครงการสำคัญ 1.โครงการพัฒนาและบริการการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมกับประชาชนในพื้นที่โครงการพระราชดาริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานยุทธศาสตร์สร้างเสริมให้คนมีสุขภาวะที่ดี
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 3) พัฒนาและบริการการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมกับประชาชนในพื้นที่โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ

7. หลักการและเหตุผล :
กระทรวงสาธารณสุขโดยกรมอนามัย ร่วมมือกับมูลนิธิถันยรักษ์ฯ ดำเนินการโครงการสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่า ต้านภัยมะเร็งเต้านม ตั้งแต่ปี พ.ศ.2555 มีจังหวัดที่เป็นพื้นที่นำร่อง 21 จังหวัด กลุ่มเป้าหมายอายุ 30-70 ปี เข้าร่วมโครงการจำนวน 1.9 ล้านคน ร่วมดำเนินการพัฒนาระบบการคัดกรองที่เหมาะสม ที่เริ่มต้นจากการตรวจเต้านมด้วยตนเอง (BSE) ตรวจโดยเจ้าหน้าที่ (CBE) แล้วยืนยันว่าเป็นก้อนหรือไม่ชนิดใดโดย Ultrasound จากการประเมินผลการดำเนินงานโครงการฯ 5 ปี (พ.ศ. 255-2560) พบว่า สตรีไทยตรวจเต้านมอย่างถูกต้องสม่ำเสมอ (อย่างน้อย 2 เดือนต่อครั้ง) เฉลี่ย 5 ปี ร้อยละ 70.8 พบก้อนมะเร็งขนาดเล็ก (ไม่เกิน 2 ซม.) ร้อยละ 43.7 เป็นมะเร็งระยะแรก (ระยะไม่เกิน 0,1,2) ร้อยละ 69.9 อัตราการรอดชีพในกลุ่มผู้ป่วยที่ตรวจเต้านมตนเองสม่ำเสมอสูงถึง ร้อยละ 95.5 ภาพรวมทั้งโครงการกลุ่มผู้ป่วยที่ตรวจเต้านมตนเองสม่ำเสมอมีอัตราการรอดชีพสูงกว่ากลุ่มผู้ป่วยที่ตรวจไม่สม่ำเสมอ แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P=0.002) ซึ่งจากความสำเร็จของโครงการนี้จะเป็นรูปแบบของการคัดกรองมะเร็งเต้านมที่สามารถขยายผลการดำเนินงานได้ครอบคลุมทั่วประเทศ ดังนั้นศูนย์อนามัยที่ 1 จึงจัดทำโครงการสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่า ต้านภัยมะเร็งเต้านม ศูนย์อนามัยที่ 1 ปี2562 ขึ้นเพื่อประเมินสถานการณ์พฤติกรรมการตรวจเต้านมตนเองของสตรีไทยอายุ 30-70 ปี และติดตามเยี่ยมเสริมพลังพื้นที่ที่ดำเนินงานโครงการสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่า ต้านภัยมะเร็งเต้านมในพื้นที่เป้าหมายในเขตสุขภาพที่ 1

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ผู้ทรงก่อตั้งมูลนิธิถันยรักษ์ฯ เพื่อช่วยให้ผู้หญิงไทยพ้นภัยมะเร็งเต้านมซึ่งเป็นสาเหตุการตายอันดับ 1 ของมะเร็งสตรีไทยในปัจจุบัน 2. เพื่อส่งเสริมให้สตรีไทยมีพฤติกรรมการตรวจเต้านมตนเองอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.สตรีอายุ 30-70 ปี มีการตรวจเต้านมด้วยตนเองอย่างสม่ำเสมอ 80 ร้อยละ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : วิเคราะห์และแปลผลข้อมูลประเมินสถานการณ์พฤติกรรมการตรวจเต้านมตนเองของสตรีไทยอายุ 30-70 ปี 400 ตัวอย่าง
2.เชิงปริมาณ : เยี่ยมเสริมพลังพื้นที่ในการดำเนินงานโครงการสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่า ต้านภัยมะเร็งเต้านม/นิเทศติดตามผลการดำเนินงาน 2 จังหวัด
3.เชิงคุณภาพ : สตรีไทยอายุ 30-70 ปีในเขตสุขภาพที่ 1 มีพฤติกรรมการตรวจเต้านมตนเองอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1 ขั้นเตรียมการ -ศึกษาสถานการณ์โรคมะเร็งเต้านม สำรวจพฤติกรรมการตรวจเต้านมด้วยตนเองของสตรีอาย 30-70 ปี ในเขตสุขภาพที่ 1 -จัดทำแผนงานโครงการเพื่อขออนุมัติงบประมาณ -ประชุมคณะทำงานเพื่อเตรียมความพร้อม ชี้แจงวัตถุประสงค์ แผนการดำเนินงาน และมอบหมายงาน -ประสานงานผู้รับผิดชอบงานมะเร็งเต้านมของพื้นที่เป้าหมาย -จัดเตรียมความพร้อมด้านเอกสาร/สถานที่ และสื่อที่ใช้ในการจัดเก็บข้อมูล -จัดเตรียมความพร้อมด้านเอกสารและวัสดุอุปกรณ์ในการการเยี่ยมเสริมพลัง 2 ขั้นดำเนินการ -สำรวจสถานการณ์พฤติกรรมการตรวจเต้านมด้วยตนเองในพื้นที่เป้าหมาย -เยี่ยมเสริมพลังติดตามการดำเนินงานของพื้นที่เป้าหมาย 3 การติดตามประเมินผล (M&E) - สรุปผลการดำเนินงาน

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 เข้าร่วมประชุมรับนโยบายและชี้แจงรายละเอียดการดำเนินงานกับส่วนกลาง 2 คน 1 ธ.ค. 2561 - 31 ธ.ค. 2561 9,780.00
2 สำรวจสถานการณ์พฤติกรรมการตรวจเต้านมตนเอง และติดตาม/เยี่ยมเสริมพลัง 2 จังหวัด 1 ม.ค. 2562 - 31 ก.ค. 2562 80,220.00
รวมเป็นเงิน 90,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
90,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ธ.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
กิจกรรมที่ 1 -สถานที่ประชุม ในกรุงเทพมหานคร กิจกรรมที่2 -สุ่มตัวอย่างในพื้นที่ที่สุ่มได้ในเขตสุขภาพที่ 1 จำนวน 2 จังหวัด

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
กิจกรรมที่ 1 -ผู้รับผิดชอบงานมะเร็งเต้านมของศูนย์อนามัยที่ 1 จำนวน 2 คน กิจกรรมที่ 2 -สตรีไทยอายุ 30-70 ปีในพื้นที่ที่สุ่มได้ในเขตสุขภาพที่ 1 จำนวน 400 คน

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. นางสิริรำไพ ภูธรใจ 2. นางสาวอนุสรณ์ กันธา 3. นางโสพิณ หมอกมาเมิน 4. นายธนัฐพงษ์ กาละนิโย 5. นางสุนารี เลิศทำนองธรรม 6. นางมยุรา ชูจิตร 7. นายกฤษดา ยาณวงค์

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสิริรำไพ ภูธรใจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายสมศักดิ์ เลิศจีระจรัส

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 3

1. ชื่อโครงการ :
โครงการวัยทำงานหุ่นดี สุขภาพดี ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ ปี 2562

2. ยุทธศาสตร์ :
1.4 ส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานที่พึงประสงค์

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
11) ร้อยละของวัยทำงานอายุ 30-44 ปี มีดัชนีมวลกายปกติ
12) ร้อยละของวัยทำงานมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

4. cluster :
กลุ่มวัยทำงาน

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (23)9.1 ส่งเสริมสุขภาพวัยทำงานระดับเขต เน้นกลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยง
5.2 โครงการสำคัญ 9. โครงการวัยทำงานศตวรรษที่ 21 หุ่นดี สุขภาพดี

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 7) เสริมสร้างทักษะในชีวิตให้มีความเข้มแข็งและมั่นคง

7. หลักการและเหตุผล :
ประชากรวัยทำงาน มีปัญหาการเจ็บป่วยจากโรคที่เกิดจากพฤติกรรมด้านสุขภาพที่ไม่เหมาะสม จากรายงานการสำรวจพฤติกรรมการบริโภคอาหารของประชาชนไทย ครั้งที่ 4 พ.ศ.2551-2552 พบว่า บริโภคไขมันเฉลี่ย 35.7-57.3 กรัมต่อคนต่อวัน บริโภคโซเดียมมากถึง 2,961.9-3,633.8 มิลลิกรัมต่อคนต่อวัน สูงกว่าจากปริมาณที่องค์การอนามัยโลกแนะนำคือไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อคนต่อวัน จากรายงานสถานการณ์การบริโภคน้ำตาลของคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายพบว่ามีการบริโภคเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 19.3 เป็น 23.1 ช้อนชาต่อคนต่อวัน จากปี 2540 และ 2553 ตามลำดับ และจากรายงานการสำรวจสุขภาพประชาชนไทย ครั้งที่ 5 พ.ศ.2557 พบว่าประชากรที่บริโภคผักผลไม้ไม่เพียงพอ (5 ส่วนมาตรฐาน) มีถึงร้อยละ 74.1 ซึ่งพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องนี้เป็นปัจจัยนำไปสู่โรคอ้วน โรคเบาหวาน ภาวะความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมอง โรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคมะเร็ง อีกทั้งยังมีโอกาสเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนทางไต ภาวะไตวายเรื้อรังได้ ซึ่งจะเห็นแนวโน้มที่เพิ่มสูงขึ้นการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป ครั้งที่ 4 (2551-2552) พบภาวะอ้วนในประชากรไทยตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป เพิ่มจากร้อยละ 34.7 เป็นร้อยละ 37.5 ในปี 2557 ความชุกของโรคเบาหวานเพิ่มจากร้อยละ 6.9 เป็นร้อยละ 8.9 ความชุกของโรคความดันโลหิตสูง เพิ่มจากร้อยละ 21.4 เป็นร้อยละ 24.7 จากสถานการณ์โรค NCD พบว่าอัตราการตายต่อประชากร 100,000 คน ในปี 2552 เท่ากับ 343.1 ปี 2554 เพิ่มขึ้นเป็น 350.3 และในปี 2556 เพิ่มขึ้นเป็น 355.3 จากข้อมูลดังกล่าวทำให้แนวโน้มการเข้ารับการรักษาตัวในสถานพยาบาลเพิ่มขึ้น ส่งผลทำให้ภาระโรคมีทิศทางเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 24.0 และในปี 2556 ได้มีการรายงานภาวะโรคและการบาดเจ็บ พบว่ามีการสูญเสียปีสุขภาวะของประชากรไทยมีค่า 10.6 ล้านปี โดยมีสาเหตุหลักจากโรคหลอดเลือดสมองอันดับหนึ่งในเพศหญิง และอันดับสามในเพศชาย คิดเป็นร้อยละ 8.2 และ6.9 ตามลำดับ พบผลการรายงานการสูญเสียทางเศรษฐกิจในประชากรไทยปี 2552 จากโรค NCDs มีมูลค่าทั้งสิ้น 198,512 ล้านบาทต่อปีโดยเป็นค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาล ร้อยละ 23.8 และการสูญเสียจากการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรและการขาดงาน ร้อยละ 74.2 สรุปได้ว่าวัยทำงานกำลังเผชิญกับปัญหาโรควิถีชีวิต ที่มีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น ซึ่งทำให้สูญเสียทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล จากระบบรายงานHealth Data Center สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขในเขตสุขภาพที่1 มีประชากรวัยทำงานอายุ 15-59 ปี จำนวน 2,755,373 คน มีปัญหาการเจ็บป่วยจากโรคที่เกิดจากพฤติกรรมด้านสุขภาพที่ไม่เหมาะสม โดยพบว่าในปี2558-2560 มีอัตราป่วยรายใหม่ของโรคเบาหวานต่อประชากรแสนคนเท่ากับ338.91,605.26และ581.19 มีอัตราป่วยรายใหม่โรคความดันโลหิตสูงต่อประชากรแสนคนเท่ากับ732.31 ,1,622.33และ1613.00 มีอัตราป่วยรายใหม่ของผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด เท่ากับร้อยละ0.04,0.06และ0.06ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับค่าดัชนีมวลกายปกติกลุ่มวัยทำงานอายุ30-44 ปีที่มีแนวโน้มลดลงตั้งแต่ปี2559-2561เท่ากับร้อยละ49.35, 48.72และ 47.99 และค่ารอบเอวปกติของวัยทำงานอายุ30-44ปีที่มีแนวโน้มลดลงตั้งแต่ปี2559-2561เท่ากับร้อยละ77.84,77.39, 76.97 ตามลำดับ จากเหตุผลดังกล่าวข้างต้นศูนย์อนามัยที่1เชียงใหม่จึงได้จัดทำโครงการวัยทำงานศตวรรษที่21 หุ่นดี สุขภาพดี ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ ปี 2562ขึ้นเพื่อดำเนินการขับเคลื่อนการส่งเสริมให้ประชากรวัยทำงานหุ่นดี สุขภาพดี มีพฤติกรรมที่พึงประสงค์ 4 ด้านได้แก่1) การบริโภคอาหารที่เหมาะสม 2) การมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอต่อสุขภาพ 3) การนอนหลับเพียงพอต่อสุขภาพ 4) การดูแลสุขภาพช่องปาก ซึ่งจะส่งผลให้มีดัชนีมวลกายปกติ โดยให้กระบวนการดังกล่าวขับเคลื่อนงานทั้งระดับพื้นที่ คือผ่าน เจ้าหน้าที่สาธารณสุข เจ้าหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาพ( Health Leader) ในชุมชน และระดับเขตโดยทำงานร่วมกับเครือข่ายหน่วยงานศูนย์วิชาการ หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องในเขตสุขภาพที่1 และ ภาคีเครือข่ายในระดับจังหวัด เช่นสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล เทศบาล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น วัด โรงเรียน ร่วมกับการส่งเสริมนโยบายสาธารณะที่เอื้อต่อการมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ การสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพให้แก่วัยทำงานสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตนเอง ครอบครัว หน่วยงานและ องค์กรให้มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ขยายผลเป็นชุมชนที่มีความรอบรู้ด้านสุขภาพ ส่งผลให้วัยทำงานมีสุขภาพดีเตรียมพร้อมเข้าสู่วัยผู้สูงอายุที่มีคุณภาพต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนวัยทำงานในเขตสุขภาพที่1 มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์เพิ่มขึ้น 2. เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนวัยทำงานในเขตสุขภาพที่1 มีค่าดัชนีมวลกายปกติเพิ่มขึ้น

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.วัยทำงานอายุ 30-44 ปี มีดัชนีมวลกายปกติ 47 ร้อยละ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : ผู้รับผิดชอบงานของสสจ. สสอ.รพท.รพช.ใน8จังหวัดได้รับการชี้แจงนโยบาย แนวทางการดำเนินงานส่งเริมสุขภาพวัยทำงาน 222 คน
2.เชิงปริมาณ : ผู้รับผิดชอบงานของสสจ. สสอ. รพท. รพช. รพสต.และผู้นำสุขภาพได้รับการติดตามเยี่ยมเสริมพลังการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพวัยทำงาน 120 คน
3.เชิงปริมาณ : ผู้รับผิดชอบงานของรพสต.และผู้นำสุขภาพใน8 จังหวัดได้รับการพัฒนาศักยภาพในการส่งเสริมสุขภาพวัยทำงาน 400 คน
4.เชิงปริมาณ : มีข้อมูลพฤติกรรมสุขภาพของประชาชนวัยทำงาน 5 จังหวัด
5.เชิงปริมาณ : ร่วมกับเครือข่ายสนับสนุนให้สถานประกอบการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพพัฒนาให้เป็นสถานประกอบการต้นแบบHLO 5 แห่ง
6.เชิงคุณภาพ : วัยทำงานในชุมชน สถานประกอบการ สถานบริการ หน่วยราชการ มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ 50 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
ขั้นเตรียมการ -ศึกษายุทธศาสตร์ เป้าประสงค์ ตัวชี้วัด และแนวทางการส่งเสริมสุขภาพวัยทำงานของกระทรวงและกรมอนามัย ใช้หลักAAIM ในการจัดทำโครงการ -ศึกษาและทบทวนงานวิจัยการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงาน -จัดทำแผนงานโครงการเพื่อขออนุมัติงบประมาณ -ประชุมคณะทำงานเพื่อชี้แจงวัตถุประสงค์ แผนการดำเนินงาน มอบหมายงาน -ประสานกลุ่มเป้าหมายในการดำเนินงาน - จัดประชุมเครือข่ายศูนย์วิชาการเพื่อประสานความร่วมมือในการทำงาน บูรณาการทำงานร่วมกัน ขั้นดำเนินการ - จัดตั้งคณะทำงานศูนย์วิชาการระดับเขตสุขภาพที่1ประสานบูรณาการทำงานร่วมกัน - ขับเคลื่อนนโยบาย ชี้แจงแนวทางการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพวัยทำงาน ประกอบด้วย 1. การสร้างผู้นำสุขภาพโดยใช้หลักสูตรของกรมอนามัยเพิ่มเรื่องการสร้างแรงจูงใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เน้นการคัดเลือกและสร้างผู้นำที่มีความสามารถในการขับเคลื่อนส่งเสริมสุขภาพ ในชุมชน 2. ฟื้นฟู การดำเนินงานDPACในสถานบริการสาธารณสุข เพิ่มเรื่องการให้บริการ การบันทึกข้อมูลการให้บริการ ที่สามารถได้ค่าชดเชยการให้บริการ‎ในโรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไป เป็นการสร้างแรงจูงใจในการทำงาน 3. ฟื้นฟูการดำเนินงานองค์กรไร้พุงในชุมชน 4. การดำเนินงาน HPW องค์กรต้นแบบไร้พุง ใน สถานประกอบการ 5. ขับเคลื่อนนโยบายHealthy eating , Active living , Environmental healthหน่วยบริการ และองค์กรภาครัฐ/ท้องถิ่น/เอกชน ทั้งpublic health secterและ non health secter - พัฒนาศักยภาพบุคลากรและสร้างผู้นำสุขภาพให้มีองค์ความรู้ในการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ การให้คำปรึกษาแบบเน้นการสร้างแรงจูงใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม - ร่วมกับเครือข่ายระดับเขตและจังหวัดเช่นกรมอุตสาหกรรมโรงงาน สวัสดิการและแรงงาน กรมควบคุมโรค กรมสุขภาพจิต สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดฯลฯ สนับสนุนให้สถานประกอบการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพจัดตั้งกลุ่มแกนนำและขับเคลื่อนส่งเสริมสุขภาพบุคลากรในสถานประกอบการอาจเลือกใช้ชุดความรู้ใน 10 package รวมทั้งส่งเสริมสุขภาพแก่ผู้มาใช้บริการจากภายนอก เป็นการแสดงความรับผิดต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมของสถานประกอบการพัฒนาให้เป็นสถานประกอบการต้นแบบHLO - สำรวจข้อมูลพฤติกรรมสุขภาพ ภาวะสุขภาพโรคNCD ปัจจัยกำหนดสุขภาพ ปัจจัยเสี่ยง ปัจจัยปกป้องในการเกิดภาวะอ้วนและโรคNCDของประชาชนกลุ่มวัยทำงาน ในเขตสุขภาพที่1 การติดตามประเมินผล (M&E) -ติดตามเยี่ยมเสริมพลังการดำเนินงาน -การประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของจังหวัด เครือข่าย และร่วมประชุมกับส่วนกลาง -สรุปผลการดำเนินงาน

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ติดตามสนับสนุนสร้างความเข้มแข็งในการดำเนินงานและร่วมประชุมกับส่วนกลาง 4 จังหวัด 1 มิ.ย. 2562 - 30 มิ.ย. 2562 46,720.00
2 ร่วมกับเครือข่ายสนับสนุนให้สถานประกอบการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพพัฒนาให้เป็นสถานประกอบการต้นแบบHLO 5 แห่ง 1 ธ.ค. 2561 - 31 ธ.ค. 2561 42,680.00
3 สำรวจพฤติกรรมสุขภาพภาวะสุขภาพโรคNCD ปัจจัยกำหนดสุขภาพ ปัจจัยเสี่ยง ปัจจัยปกป้องในการเกิดโรคNCDของกลุ่มวัยทำงานในเขตสุขภาพที่1 5 จังหวัด 1 มี.ค. 2562 - 31 มี.ค. 2562 95,200.00
4 ขับเคลื่อนนโยบาย ชี้แจงแนวทางการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพวัยทำงาน 222 คน 1 พ.ย. 2561 - 31 ธ.ค. 2561 182,560.00
5 พัฒนาศักยภาพบุคลากรให้มีองค์ความรู้ในการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ และสร้างผู้นำสุขภาพในจังหวัดเป้าหมาย 400 คน 1 ธ.ค. 2561 - 31 ม.ค. 2562 88,000.00
รวมเป็นเงิน 455,160.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
455,160.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 พ.ย. 2561 - 30 มิ.ย. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
กิจกรรมที่1-8 จังหวัด ในเขต1 ดำเนินการในsettingหน่วยบริการสาธารณสุข กิจกรรมที่2 –8จังหวัด ในเขต1 ดำเนินการในsettingชุมชน กิจกรรมที่3 –3 จังหวัด ในเขต1ดำเนินการในsettingสถานประกอบการ กิจกรรมที่4 –4จังหวัด ในเขต1ดำเนินการในsettingชุมชน สถานประกอบการ หน่วยบริการ และองค์กรภาครัฐ/ท้องถิ่น/เอกชน กิจกรรมที่5 - 5จังหวัด ในเขต1ดำเนินการในsettingชุมชน

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
ผู้รับผิดชอบงานของสสจ. 8 จังหวัด

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1 นางสิริรำไพ ภูธรใจ 2 นางโสภิณ หมอกมาเมิน 3 นางสาวอนุสรณ์ กันธา 4 นายธนัฐพงษ์ กาละนิโย 5 นางสุนารี เลิศทำนองธรรม 6 นางมยุรา ชูจิตร 7 นายทักษ์ดนัย ลิ้มวิลัย 8 นายกฤษดา ยาณวงค์

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสิริรำไพ ภูธรใจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายสมศักดิ์ เลิศจีระจรัส

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 4

1. ชื่อโครงการ :
โครงการส่งเสริมสุขภาพวัยทำงานตอนปลาย เตรียมตัวก่อนสูงอายุ ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ ปี 2562

2. ยุทธศาสตร์ :
1.4 ส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานที่พึงประสงค์

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
11) ร้อยละของวัยทำงานอายุ 30-44 ปี มีดัชนีมวลกายปกติ
12) ร้อยละของวัยทำงานมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

4. cluster :
กลุ่มวัยทำงาน

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (23)9.1 ส่งเสริมสุขภาพวัยทำงานระดับเขต เน้นกลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยง
5.2 โครงการสำคัญ 9. โครงการวัยทำงานศตวรรษที่ 21 หุ่นดี สุขภาพดี

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 8) ส่งเสริมการใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ

7. หลักการและเหตุผล :
ประชากรวัยทำงาน มีปัญหาการเจ็บป่วยจากโรคที่เกิดจากพฤติกรรมด้านสุขภาพที่ไม่เหมาะสม จากรายงานการสำรวจพฤติกรรมการบริโภคอาหารของประชาชนไทย ครั้งที่ 4 พ.ศ.2551-2552 พบว่า บริโภคไขมันเฉลี่ย 35.7-57.3 กรัมต่อคนต่อวัน บริโภคโซเดียมมากถึง 2,961.9-3,633.8 มิลลิกรัมต่อคนต่อวัน สูงกว่าจากปริมาณที่องค์การอนามัยโลกแนะนำคือไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อคนต่อวัน จากรายงานสถานการณ์การบริโภคน้ำตาลของคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายพบว่ามีการบริโภคเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 19.3 เป็นร้อยละ 23.1 ช้อนชาต่อคนต่อวัน จากปี 2540 และ 2553 ตามลำดับ และจากรายงานการสำรวจสุขภาพประชาชนไทย ครั้งที่ 5 พ.ศ.2557 พบว่าประชากรที่บริโภคผักผลไม้ไม่เพียงพอ (5 ส่วนมาตรฐาน) มีถึงร้อยละ 74.1 ซึ่งพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องนี้เป็นปัจจัยนำไปสู่โรคอ้วน โรคเบาหวาน ภาวะความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมอง โรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคมะเร็ง อีกทั้งยังมีโอกาสเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนทางไต ภาวะไตวายเรื้อรังได้ ซึ่งจะเห็นแนวโน้มที่เพิ่มสูงขึ้นการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป ครั้งที่ 4 (2551-2552) พบภาวะอ้วนในประชากรไทยตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป เพิ่มจากร้อยละ 34.7 เป็นร้อยละ 37.5 ในปี 2557 ความชุกของโรคเบาหวานเพิ่มจากร้อยละ 6.9 เป็นร้อยละ 8.9 ความชุกของโรคความดันโลหิตสูง เพิ่มจากร้อยละ 21.4 เป็นร้อยละ 24.7 จากสถานการณ์โรค NCDsพบว่าอัตราการตายต่อประชากร 100,000 คน ในปี 2552 ร้อยละ 343.1 ปี 2554 เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 350.3 และในปี 2556 เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 355.3 จากข้อมูลดังกล่าวทำให้แนวโน้มการเข้ารับการรักษาตัวในสถานพยาบาลเพิ่มขึ้น ส่งผลทำให้ภาระโรคมีทิศทางเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 24.0 และในปี 2556 ได้มีการรายงานภาวะโรคและการบาดเจ็บ พบว่ามีการสูญเสียปีสุขภาวะของประชากรไทยมีค่า 10.6 ล้านปี โดยมีสาเหตุหลักจากโรคหลอดเลือดสมองอันดับหนึ่งในเพศหญิง และอันดับสามในเพศชาย คิดเป็นร้อยละ 8.2 และ6.9 ตามลำดับ พบผลการรายงานการสูญเสียทางเศรษฐกิจในประชากรไทยปี 2552 จากโรค NCDs มีมูลค่าทั้งสิ้น 198,512 ล้านบาทต่อปีโดยเป็นค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาล ร้อยละ 23.8 และการสูญเสียจากการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรและการขาดงาน ร้อยละ 74.2 สรุปได้ว่าวัยทำงานกำลังเผชิญกับปัญหาโรควิถีชีวิต ที่มีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น ซึ่งทำให้สูญเสียทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล จากระบบรายงานHealth Data Center สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขในเขตสุขภาพที่1 มีประชากรวัยทำงานอายุ 15-59 ปี จำนวน 2,755,373 คนมีปัญหาการเจ็บป่วยจากโรคที่เกิดจากพฤติกรรมด้านสุขภาพที่ไม่เหมาะสม โดยพบว่าในปี2558-2560 มีอัตราป่วยรายใหม่ของโรคเบาหวานต่อประชากรแสนคนเท่ากับ338.91,605.26และ581.19 มีอัตราป่วยรายใหม่โรคความดันโลหิตสูงต่อประชากรแสนคนเท่ากับ732.31 ,1,622.33และ1613.00 มีอัตราป่วยรายใหม่ของผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด เท่ากับร้อยละ0.04,0.06และ0.06ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับค่าดัชนีมวลกายปกติกลุ่มวัยทำงานอายุ30-44 ปีที่มีแนวโน้มลดลงตั้งแต่ปี2559-2561เท่ากับร้อยละ49.35, 48.72และ 47.99 และค่ารอบเอวปกติของวัยทำงานอายุ30-44ปีที่มีแนวโน้มลดลงตั้งแต่ปี2559-2561เท่ากับร้อยละ77.84,77.39, 76.97 ตามลำดับ จากเหตุผลดังกล่าวข้างต้นศูนย์อนามัยที่1เชียงใหม่จึงได้จัดทำโครงการ ส่งเสริมสุขภาพวัยทำงานตอนปลาย เตรียมตัวก่อนสูงอายุ ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ ปี 2562ขึ้น เพื่อดำเนินการขับเคลื่อนการส่งเสริมให้ประชากรวัยทำงานตอนปลาย อายุ45-59ปี มีพฤติกรรมที่พึงประสงค์ 4 ด้าน ได้แก่1) การบริโภคอาหารที่เหมาะสม 2) การมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอต่อสุขภาพ 3) การนอนหลับเพียงพอต่อสุขภาพ 4) การดูแลสุขภาพช่องปากพฤติกรรมสุขภาพที่พึง การสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพให้แก่วัยทำงานตอนปลายอายุ45-59ปี ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตนเองให้มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ ส่งผลให้วัยทำงานมีสุขภาพดี ซึ่งหากไม่มีการเตรียมความพร้อมก่อนวัยผู้สูงอายุ ทั้งทางด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และสังคมที่ดี ก็อาจจะส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต และเป็นภาระพึ่งพิงกับสังคมเมื่อเข้าสู่วัยผู้สูงอายุ

8. วัตถุประสงค์ :
เพื่อหารูปแบบการส่งเสริมสุขภาพวัยทำงานตอนปลาย เตรียมความพร้อมเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.วัยทำงานตอนปลายในหน่วยงานนำร่องได้รับองค์ความรู้เพื่อป้องกัน การหกล้ม หลงลืม ซึมเศร้า 100 คน
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : ผู้รับผิดชอบงานของศูนย์วิชาการระดับเขตเข้าร่วมประชุมพื่อประสานความร่วมมือในการทำงาน 20 คน
2.เชิงปริมาณ : องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีแผนงาน/โครงการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย 4 แห่ง
3.เชิงปริมาณ : ผู้รับผิดชอบงานวัยทำงานเข้าร่วมประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพวัยทำงาน 50 คน

10. วิธีการดำเนินงาน :
ขั้นเตรียมการ -ศึกษายุทธศาสตร์ เป้าประสงค์ ตัวชี้วัด และแนวทางการส่งเสริมสุขภาพวัยทำงานของกระทรวงและกรมอนามัย -ศึกษาและทบทวนงานวิจัยการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงาน -จัดทำแผนงานโครงการเพื่อขออนุมัติงบประมาณ -ประชุมคณะทำงานเพื่อชี้แจงวัตถุประสงค์ แผนการดำเนินงาน มอบหมายงาน -ประสานกลุ่มเป้าหมายในการดำเนินงาน ขั้นดำเนินการ -ศึกษาสถานการณ์ภาวะสุขภาพ ความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ใน ประชากรวัยทำงานตอนปลาย -ประชุมเครือข่ายศูนย์วิชาการเพื่อประสานความร่วมมือในการทำงาน จัดทำแนวทางการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของวัยทำงานตอนปลาย เพื่อป้องกัน การหกล้ม หลงลืม ซึมเศร้า และโรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่างๆ -การดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพวัยทำงาน สร้างความรอบรู้สู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของวัยทำงานตอนปลาย เพื่อป้องกัน การหกล้ม หลงลืม ซึมเศร้า และโรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่างๆในหน่วยงานราชการนำร่อง -ขับเคลื่อนแผนแม่บทส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ประสานงานสนับสนุนการทำแผนและจัดกิจกรรมส่งเสริมกิจกรรมทางกายในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น -ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพวัยทำงานในชุมชน สถานประกอบการ หน่วยบริการ และองค์กรภาครัฐ/ท้องถิ่น/เอกชน การติดตามประเมินผล (M&E) -ติดตามเยี่ยมเสริมพลังและสรุปรายงาน -สรุปผลการดำเนินงาน

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ขับเคลื่อนแผนแม่บทส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ประสานงานสนับสนุนการทำแผนและจัดกิจกรรมส่งเสริมกิจกรรมทางกายในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 4 แห่ง 1 มี.ค. 2562 - 31 มี.ค. 2562 46,720.00
2 จัดประชุมเครือข่ายศูนย์วิชาการในเขต 1 20 คน 1 พ.ย. 2561 - 30 พ.ย. 2561 16,000.00
3 ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพวัยทำงานในชุมชน สถานประกอบการ หน่วยบริการ และองค์กรภาครัฐ/ท้องถิ่น/เอกชน 50 คน 1 มิ.ย. 2562 - 30 มิ.ย. 2562 110,320.00
4 ดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพวัยทำงานตอนปลายในหน่วยงานนำร่อง 100 คน 1 ธ.ค. 2561 - 30 มิ.ย. 2562 31,800.00
รวมเป็นเงิน 204,840.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
204,840.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 พ.ย. 2561 - 30 มิ.ย. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
กิจกรรมที่1 – จังหวัดเชียงใหม่ กิจกรรมที่2 – หน่วยงาน นำร่อง 2 แห่งในจังหวัดเชียงใหม่ กิจกรรมที่3 –จังหวัดเชียงใหม่ กิจกรรมที่4 – 8 จังหวัดในเขตสุขภาพที่1

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
กิจกรรมที่1 – นักวิชาการและผู้เกี่ยวข้องจากศูนย์วิชาการในเขต1 จำนวน 20 คน กิจกรรมที่2 วัยทำงานตอนปลายใน– หน่วยงาน นำร่อง 2 แห่ง จำนวน 100 คน กิจกรรมที่3 – ผู้บริหารและผู้รับผิดชอบงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 4 แห่ง กิจกรรมที่4 – ผู้รับผิดชอบงานวัยทำงานในชุมชน สถานประกอบการ หน่วยบริการ และองค์กรภาครัฐ/ท้องถิ่น/เอกชน จำนวน 50 คน

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1 นางสิริรำไพ ภูธรใจ 2 นางโสภิณ หมอกมาเมิน 3 นางสาวอนุสรณ์ กันธา 4 นายธนัฐพงษ์ กาละนิโย 5 นางสุนารี เลิศทำนองธรรม 6 นางมยุรา ชูจิตร 7 นายทักษ์ดนัย ลิ้มวิลัย 8 นายกฤษดา ยาณวงค์

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสิริรำไพ ภูธรใจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายสมศักดิ์ เลิศจีระจรัส

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 5

1. ชื่อโครงการ :
โครงการพัฒนาระบบการดูแลด้านสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาว (Long Term Care) ในชุมชน เขตสุขภาพที่ 1 ปี 2562

2. ยุทธศาสตร์ :
1.5 ส่งเสริมผู้สูงอายุไทยเพื่อเป็นหลักชัยของสังคม

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
13) อายุคาดเฉลี่ยของการมีสุขภาพ (Health-Adjusted Life Expectancy : HALE)

4. cluster :
กลุ่มวัยผู้สูงอายุ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (37)12.3 พัฒนาระบบ Long Term Care
5.2 โครงการสำคัญ 12.โครงการพัฒนาระบบการดูแลด้านสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาว (Long Term Care) ในชุมชน ปี 2562

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 9) ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุเข้าถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อสุขภาวะที่ดี

7. หลักการและเหตุผล :
ปัจจุบันมีประชากรผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) ของโลกเพิ่มมากขึ้นทำให้หลายประเทศเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ แล้ว (Ageing Society) จากข้อมูลสำรวจใน พ.ศ. 2556 พบว่าประเทศที่มีผู้สูงอายุมากที่สุดตามลำดับ ดังนี้อันดับ 1 ประเทศญี่ปุ่นมีผู้สูงอายุร้อยละ 32.0, อันดับ 2 ประเทศอิตาลีร้อยละ 26.9 , อันดับ 3 ประเทศเยอรมันร้อยละ 26.8, และประเทศไทยมีผู้สูงอายุร้อยละ 14.3 มากเป็นอันดับที่ 63 ของโลก และในภูมิภาคอาเซียนประเทศไทยมีผู้สูงอายุมากเป็นอันดับ 2 รองจากประเทศสิงคโปร์ (ข้อมูลกรมอนามัย) ประเทศไทยมีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นทุกปีจากข้อมูลสถานการณ์ผู้สูงอายุของประเทศไทยในปัจจุบันของกรมอนามัย พบว่า พ.ศ. 2537 มีจำนวนผู้สูงอายุ 4.0 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 6.8 พ.ศ. 2545 จำนวน 5.9 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 9.4 พ.ศ. 2550 จำนวน 7.0 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 10.7 พ.ศ. 2554 จำนวน 8.2 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 12.2 ล้านคน และในปี 2557 จำนวน 10.0 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 14.9 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 20 ในปี พ.ศ. 2568 นั้นหมายถึงในอีก 10 ปีข้างหน้าประเทศไทยจะเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society) และยังพบว่าอายุคาดเฉลี่ยเมื่อแรกเกิดของประชากรไทยในอนาคตเพิ่มสูงขึ้นดังนี้ พ.ศ. 2550 ชาย 68.4 ปี หญิง 75.20 ปี พ.ศ. 2553 ชาย 71.0 ปี หญิง 71.70 ปี พ.ศ. 2563 ชาย 73.0 ปี หญิง 79.40 ปี พ.ศ. 2573 ชาย 75.10 ปี หญิง 80.90 ปี และในปี พ.ศ. 2583 ชาย 77.20 ปี และหญิง 82.30 ปี อายุคาดเฉลี่ยฯ หญิงสูงกว่าชาย โดยพบว่าประชากรผู้สูงอายุที่มีอายุยืนยาวขึ้น ผู้สูงอายุวัยปลาย (อายุ 80 ปีขึ้นไป) เพิ่มสูงขึ้นดังนี้ พ.ศ. 2553 จำนวน 1.07 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 12.10 , พ.ศ. 2563 จำนวน 1.69 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 13.40 ,พ.ศ. 2573 จำนวน 2.42 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 13.80 และ พ.ศ. 2583 จำนวน 3.92 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 19.10 ซึ่งเป็นวัยที่ต้องการพึ่งพิงสูง ปัญหาสุขภาพที่พบมีดังนี้ กลุ่มโรคที่พบบ่อยในผู้สูงอายุได้แก่ โรคเรื้อรัง เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และหลอดเลือดสมอง สุขภาพช่องปาก และสุขภาพตาผู้สูงอายุวัยต้นเป็นโรคเรื้อรังร้อยละ 69.30 ผู้สูงอายุ 90 ปีขึ้นไปเป็นโรคเรื้อรังร้อยละ 83.0 และเจ็บป่วยจากโรค 6 โรคพร้อมกันร้อยละ 70.80 การเจ็บป่วยมีแนวโน้มสูงขึ้น โดยเพศหญิงเจ็บป่วยมากกว่าเพศชาย และกลุ่มโรคที่เกิดจากภาวะเสื่อมของร่างกาย (Geriatric Syndrome) เช่น สมองเสื่อม ซึมเศร้า หกล้ม กลั้นปัสสาวะ โภชนาการ และการนอน พบว่าผู้สูงอายุในประเทศไทยมีกลุ่มอาการดังกล่าวมากขึ้น เมื่ออายุมากขึ้นและเพศหญิงพบมากกว่าเพศชาย เขตสุขภาพที่ 1 มีประชากรผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นใกล้เคียงกับระดับประเทศ จากข้อมูลของศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ พบว่า พ.ศ. 2559 มีจำนวนผู้สูงอายุ 852,140 คน คิดเป็นร้อยละ 19.52 และในปี พ.ศ. 2560 มีจำนวน ผู้สูงอายุ 911,243 คน คิดเป็นร้อยละ 20.79 และ ในปี พ.ศ. 2561 มีจำนวนผู้สูงอายุ 948,324 คน คิดเป็น ร้อยละ 22.0 และในเขตบริการที่ 1 มีจังหวัดที่เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society) คือ จังหวัดเชียงใหม่ (21.33 %) ลำพูน (20.84 %) ลำปาง (20.32 %) จังหวัดแพร่ (20.10 %) พะเยา (19.07%) น่าน ( 17.81%) เชียงราย (16.28 %) แม่ฮ่องสอน (10.17 %) จากการประเมินความสามารถในการดำเนินชีวิตประจำวัน (ดัชนีบาร์เธลเอดี แอล ปี 2561) คัดกรองร้อยละ 94.98 พบว่ามีผู้สูงอายุกลุ่มติดสังคมมีจำนวน 875,387 คน คิดเป็นร้อยละ 92.31 กลุ่มติดบ้านจำนวน 20,445 คน คิดเป็นร้อยละ 2.16 กลุ่มติดเตียงจำนวน 4,882 คน คิดเป็นร้อยละ 0.51 ในการเตรียมการเพื่อรองรับสภาพปัญหาของผู้สูงอายุและเพื่อดำเนินการตามนโยบายการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่และวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี เชียงใหม่ร่วมกับภาคีเครือข่ายการดำเนินงานดูแลผู้สูงอายุซึ่งตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาศักยภาพและฟื้นฟูความรู้ผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care manager) และผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Care giver) เขตสุขภาพที่ 1

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อฟื้นฟูความรู้ผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) และผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Care giver) 2. เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับการดูแลแบบระยะยาว (Long Term Care) ในสังคมอย่างสมศักดิ์ศรี 3. เพื่อให้ผู้สูงอายุเข้าถึงบริการสุขภาพอย่างเท่าเทียมกันและได้รับความคุ้มครองให้ปลอดภัย มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์และมีคุณภาพชีวิตที่ดี 4.เพื่อพัฒนาการขับเคลื่อนการดำเนินงานผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) ในพื้นที่ตำบล Long Term Care เขตสุขภาพที่ 1

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.จัดอบรมฟื้นฟูผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) 300 คน
2.จัดอบรมฟื้นฟูผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Care giver) 2593 คน
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : จำนวนผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) ที่ได้รับการฟื้นฟู 300 คน
2.เชิงปริมาณ : จำนวนผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Care giver) ที่ได้รับการฟื้นฟู 2593 คน

10. วิธีการดำเนินงาน :
ขั้นเตรียมการ -ศึกษาข้อมูลจำนวนผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง(ติดบ้าน/ติดเตียง) ข้อมูลผู้จัดการ การดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) ข้อมูลผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Care giver) ของ ตำบลพื้นที่เป้าหมายการดำเนินงานระบบการดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุข สำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง (Long Term Care) 8 จังหวัดในเขตสุขภาพที่ 1 -ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ และวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนี เชียงใหม่ ประสาน ภาคีเครือข่ายองค์ดำเนินงานผู้สูงอายุที่เกี่ยวข้องในการร่วมพัฒนาศักยภาพการ จัดการอบรมผู้จัดการผู้สูงอายุ (Care Manager)และผู้ดูแลผู้สูงอายุ( Care giver) ให้สอดคล้อง กับแนวทางการดำเนินงานระบบการดูแลระยะยาวทางด้านสาธารณสุข - จัดทำแผนงานโครงการพัฒนาศักยภาพและฟื้นฟูความรู้ผู้จัดการผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) และผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Care giver) ขั้นดำเนินงาน -ดำเนินการฝึกอบรมผู้จัดการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) ในพื้นที่เป้าหมาย -ดำเนินการฝึกอบรมฟื้นฟูความรู้ผู้จัดการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) ในพื้นที่เป้าหมาย -ดำเนินการฝึกอบรมฟื้นฟูความรู้ผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Care giver) ในพื้นที่เป้าหมาย -นิเทศติดตามการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุและการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว (Long Term Care) -สนับสนุนองค์ความรู้วิชาการต่างๆ และแนวทางการดำเนินงานการดูแลและส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ ขั้นติดตามและประเมินผล -พัฒนาการขับเคลื่อนการดำเนินงานผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) ในตำบล Long Term Care เขตสุขภาพที่ 1 -วิเคราะห์ผลการดำเนินงานผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) ในตำบล Long Term Care เขตสุขภาพที่ 1 - ส่งเสริมสนับสนุนติดตามงาน

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 นิเทศติดตามการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุและการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว (Long Term Care) 8 จังหวัด 1 พ.ย. 2561 - 28 ก.พ. 2562 760,000.00
2 พัฒนาการขับเคลื่อนการดำเนินงานผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) ในตำบล Long Term Care เขตสุขภาพที่ 1 8 จังหวัด 1 มิ.ย. 2562 - 31 ก.ค. 2562 100,000.00
3 จัดอบรมฟื้นฟูความรู้ผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) ในพื้นที่เป้าหมาย 300 คน 1 ธ.ค. 2561 - 31 ม.ค. 2562 900,000.00
4 สนับสนุนการอบรมฟื้นฟูความรู้ผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Care giver) ในพื้นที่เป้าหมาย 2593 คน 1 ก.พ. 2562 - 31 ส.ค. 2562 560,000.00
รวมเป็นเงิน 2,320,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
2,320,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 พ.ย. 2561 - 31 ส.ค. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
8 จังหวัดในเขตสุขภาพที่ 1

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
- ผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) ในพื้นที่ตำบลเป้าหมายได้รับการฟื้นฟู 300 คน - ผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Care giver) ในพื้นที่ตำบลเป้าหมายได้รับการฟื้นฟู 2,593 คน

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. นางอุมาพร นิ่มตระกูล 2. นางสาวพิมพาภรณ์ พรหมใจ 3. นางสาวชุมพร แพรศิลป์ 4. นางชลลดา สรศักดิ์ 5. นางสาวณัฐธยาน์ ใจดุ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางอุมาพร นิ่มตระกูล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายสมศักดิ์ เลิศจีระจรัส

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 6

1. ชื่อโครงการ :
โครงการค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ์

2. ยุทธศาสตร์ :
4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
20) การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

4. cluster :
กรมอนามัย

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (70)21.6 บริหารจัดการค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ
5.2 โครงการสำคัญ 21. โครงการพัฒนาและขับเคลื่อนกรมอนามัย 4.0 องค์กรคุณภาพคู่คุณธรรม

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบุคลากรภาครัฐ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ผลผลิต : 1) รายการค่าใช้จ่ายบุคลากรภาครัฐพัฒนาด้านสาธารณสุขและสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก

7. หลักการและเหตุผล :
ค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ์

8. วัตถุประสงค์ :
เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับบุคลากรของศูนย์ตามสิทธิ์

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ์บรรลุตามเป้าประสงค์ 100 ร้อยละ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
ค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ์

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ 100 ร้อยละ 1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562 4,593,300.00
รวมเป็นเงิน 4,593,300.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
4,593,300.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
บุคลากรศุนย์อนามัยที่ 1

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นางอุบลศรี ไชยซาววงค์

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางอุบลศรี ไชยซาววงค์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสาวโชติรส พันธ์พงษ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 7

1. ชื่อโครงการ :
โครงการพัฒนาและบริการการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมกับประชาชนในพื้นที่โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่

2. ยุทธศาสตร์ :
1.2 ส่งเสริมเด็กวัยเรียนให้แข็งแรงและฉลาด

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
5) ร้อยละของเด็กวัยเรียน (6-14 ปี) สูงดีสมส่วน ฟันไม่ผุ (caries free) และเด็กอายุ 12 ปี มีส่วนสูงเฉลี่ยตามเกณฑ์
6) ร้อยละของเด็กวัยเรียนมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ด้านการบริโภคอาหาร กิจกรรมทางกาย และทันตสุขภาพ

4. cluster :
กลุ่มวัยเรียนและวัยรุ่น

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (1)1.1 ส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยแม่และเด็กในถิ่นทุรกันดาร (กพด.) ตามพระราชดาริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
5.2 โครงการสำคัญ 1.โครงการพัฒนาและบริการการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมกับประชาชนในพื้นที่โครงการพระราชดาริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานยุทธศาสตร์สร้างเสริมให้คนมีสุขภาวะที่ดี
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 3) พัฒนาและบริการการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมกับประชาชนในพื้นที่โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ

7. หลักการและเหตุผล :
สถานการณ์ภาวะอ้วนของสามเณรในโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษากลุ่มที่ 6 จังหวัดน่าน แพร่ พะเยา เชียงรายและลำปางในโครงการตามพระราชดำริฯสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ปี 2555-2559 พบมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกปี เมื่อเทียบน้ำหนักตามเกณฑ์ส่วนสูง (ร้อยละ 14.4 ,17.2, 21.0 , 23.5 และ 29.3 ตามลำดับ) เมื่อเทียบค่าดัชนีมวลกาย (13.8 ,17.2 ,23.0 , 27.0 และ 35.0 กิโลกรัม/เมตร2 ตามลำดับ) โดยความชุกภาวะอ้วนมีแนวโน้มสูงขึ้นขณะที่สามเณรเรียนอยู่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 – 5 ขณะเดียวกันสามเณรที่มีน้ำหนักตามเกณฑ์ส่วนสูงอยู่ในภาวะสมส่วนกลับมีแนวโน้มลดลง(ร้อยละ 75.0,76.4,73.3,73.6 และ 66.7 ตามลำดับ) พบว่าสามเณรมีน้ำหนักเกินเกณฑ์และอ้วนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เป็นต้นไป ซึ่งภาวะนี้ส่งผลต่อเนื่องไปจนสามเณรจบการศึกษา(1) และการศึกษาพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองของสามเณรในโรงเรียนพระปริยัติธรรมที่ตั้งของศูนย์ส่งเสริมสุขภาพสามเณรต้นแบบในระดับจังหวัดจำนวน 5 แห่ง พบว่าสามเณรมีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองอยูในระดับปานกลางร้อยละ 49.5 และร้อยละ 51.7 พฤติกรรมระดับควรปรับปรุงร้อยละ 46.6 และ 46.4 เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 ไม่แตกต่างกัน(mean 1.57,Std.Deviation .568) พบพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองที่เพิ่มขึ้นคือการหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอกกอฮอล์ พฤติกรรมที่ต้องปรับปรุงได้แก่กินอาหารครบ 5 หมู่ (ข้าว ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ นม),ดื่มนมพร่องมันเนย วันละ 1 - 2 แก้ว, กินอาหารประเภทต้ม นึ่ง ลวก อบ, หลีกเลี่ยงของหวานและขนมที่มีแป้งและน้ำตาลมาก,เลือกดื่มน้ำเปล่าแทนน้ำอัดลมหรือน้ำหวาน และออกกำลังกายวันละ 30 นาที ผลภาวะโภชนาการสามเณรด้วยเกณฑ์ดัชนีมวลกาย(BMI)พบว่ามีภาวะอ้วนเพิ่มขึ้น(ร้อยละ 27.7 และ 30.1) เกณฑ์น้ำหนักเทียบกับส่วนสูงพบภาวะอ้วนเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน(ร้อยละ 26.7และ 31.9) เกณฑ์ส่วนสูงเทียบกับอายุพบว่าส่วนใหญ่มีส่วนสูงเพิ่มขึ้นตามเกณฑ์อายุ(ร้อยละ78.6 และ 91.1)ทดสอบสมรรถภาพทางกายพบว่าสามเณรส่วนใหญ่ไม่ผ่านเกณฑ์และมีแนวโน้มสูงขึ้น(ร้อยละ67.3 และ 82.2) เกณฑ์ที่ไม่ผ่านคือด้านความแข็งแรงและอดทนของกล้ามเนื้อ(ร้อยละ 51.2 และ 61.1)สามเณรที่ไม่ผ่านเกณฑ์สมรรถภาพทางกายร้อยละ 38 พบมีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพของตนเองอยู่ในระดับควรปรับปรุง อีกร้อยละ 41พบมีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพของตนเองอยู่ในระดับปานกลาง ผลการศึกษาครั้งนี้ได้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่าสามเณรในโรงเรียนพระปริยัติธรรมที่ได้ดำเนินงานศูนย์ส่งเสริมสุขภาพสามเณรมาเป็นระยะเวลา 3 ปีตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมานั้น ยังมีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองไม่ดีพอ(2) จากการศึกษาเบื้องต้นพบว่าปัญหาภาวะอ้วน ยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของกลุ่มสามเณรที่ต้องเร่งรัด หารูปแบบแก้ไขอย่างเร่งด่วนต่อไป รวมทั้งการหารูปแบบการบริหารกายตามสมณสารูปในด้านความแข็งแรงและอดทนของกล้ามเนื้อที่สามเณรส่วนใหญ่ไม่ผ่านการทดสอบ รวมทั้งพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศด้านสุขภาพของสามเณรที่ปัจจุบันยังไม่เป็นระบบและไม่เป็นปัจจุบัน ในปี 2562 จึงต้องเร่งรัดแก้ปัญหาภาวะอ้วนของสามเณร หารูปแบบการบริหารกายของสามเณรเพื่อให้ผ่านการทดสอบสมรรถภาพทางกาย และพัฒนาระบบการเฝ้าระวังภาวะโภชนาการและข้อมูลด้านสุขภาพของสามเณรในโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา และการสำรวจภาวะสุขภาพเด็กนักเรียนในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 ปี 2560 ที่ผ่านมาพบว่าความสะอาดของ รองเท้าและถุงเท้า เสื้อผ้า ผิวหนังทั่วร่างกาย ผมและศรีษะ มือและเล็บเท้า ร้อยละ 75,73,69,67 และ 60 ตามลำดับ การตรวจวัดสายตาพบปกติร้อยละ 97ผิดปกติร้อยละ 3 ส่วนการตรวจการได้ยิน ไม่พบความผิดปกติ ข้อมูลดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ในปี 2562 จึงต้องมีการพัฒนาระบบเฝ้าระวังด้านสุขภาพและข้อมูลสารสนเทศ อย่างเป็นระบบโดยต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
1.เพื่อพัฒนารูปแบบการแก้ปัญหาน้ำหนักเกินและภาวะอ้วนของสามเณรในโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา และในศูนย์ส่งเสริมสุขภาพสามเณรต้นแบบและถอดบทเรียนการดำเนินงาน 2.เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่โครงการภูฟ้าพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯได้รับการพัฒนาด้านอนามัยแม่และเด็ก ด้านสุขภาพเด็กวัยเรียนและด้านสิ่งแวดล้อม 3.เพื่อพัฒนาฐานข้อมูลด้านสุขภาพและระบบการเฝ้าระวังภาวะโภชนาการในโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษาและโรงเรียนในสังกัดกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน ในพื้นที่เป้าหมาย กพด. 4.เพื่อเยี่ยมเสริมพลังการดำเนินงานพัฒนาเด็กและเยาวชนในพื้นที่โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.รูปแบบการแก้ปัญหาน้ำหนักเกินและภาวะอ้วนของสามเณรในโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา และในศูนย์ส่งเสริมสุขภาพสามเณรต้นแบบ 1 รูปแบบ
2.รูปแบบการบริหารกายสามเณรด้านความแข็งแรงและอดทนของกล้ามเนื้อ 1 รูปแบบ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : จำนวนภาคีเครือข่ายผู้เกี่ยวข้องในโครงการพระราชดำริฯ ได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่องการแก้ปัญหาภาวะน้ำหนักเกินและองค์ความรู้เรื่องการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม 410 คน
2.เชิงปริมาณ : จำนวนนักวิชาการสาธารณสุขผู้รับผิดชอบงานในพื้นที่ภูฟ้าพัฒนา/คณะกรรมการ พชอ.และภาคีเครือข่ายผู้เกี่ยวข้องได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม 100 คน
3.เชิงปริมาณ : จำนวนภาคีเครือข่ายผู้เกี่ยวข้องในโครงการพระราชดำริฯ ผู้บริหารโรงเรียน ตชด.จำนวน 47 คน/นักเรียนในโรงเรียน ตชด.ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย 2 แห่ง/จังหวัดแม่ฮ่องสอน 2 แห่ง/น่าน 1 แห่ง/แพร่ 1 แห่ง/เชียงใหม่ 2 แห่ง รวม 8 แห่ง 8 แห่ง
4.เชิงปริมาณ : จำนวนบุคลากรสาธารณสุข/ภาคีเครือข่ายระดับตำบล/คณะกรรมการ พชอ. ได้รับการถ่ายทอดการส่งเสริมโภชนาการเพื่อเด็ก 0-5 ปี สูงดีสมส่วน โดยการขับเคลื่อนการดำเนินงานมหัศจรรย์ 1000 วันแรกของชีวิต 30 คน
5.เชิงคุณภาพ : เด็กวัยเรียนวัยรุ่นสุขภาพดี สูงดีสมส่วน แข็งแรง ฉลาด (Smart Child 4.0) 65 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
โครงการภูฟ้าพัฒนา อันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ 1. ประชุมสานพลังความร่วมมือในการพัฒนาสุขภาพเด็กและสุขาถิบาลในพื้นที่ภูฟ้าพัฒนา "สุขภาพดี 4.0 @ ภูฟ้าพัฒนา" 2. การพัฒนาต้นแบบการส่งเสริมโภชนาการเพื่อเด็ก 0-5 ปี สูงดีสมส่วน โดยการขับเคลื่อนการดำเนินงานมหัศจรรย์ 1000 วันแรกของชีวิต โดยการจัดประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินงานในพื้นที่ภูฟ้าพัฒนา พัฒนาหลักสูตรนักส่งเสริมโภชนาการชุมชน สรุปและถอดบทเรียนการดำเนินงาน 3พัฒนาสุขอนามัยเด็กและเยาวชนในโรงเรียน ในพื้นที่ภูฟ้าพัฒนา โดยจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ"พัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อการพัฒนาเด็กและเยาวชนในพื้นที่โครงการฯ"(การตรวจคอพอก/การพัฒนาเด็กและเยาวชนตามกลวิธีโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ/การพัฒนาสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการส่งเสริมสุขภาพฯลฯ) โครงการพัฒนาตามแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ฉบับที่ 5 พ.ศ. 2560-2569 ในโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษาและโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน 4.สัมมนาสานพลังเสริมสร้างสมรรถนะสุขภาพสามเณรในโรงเรียนพระปริยัติธรรมในโครงการตามพระราชดำริฯโดยการจัดค่ายสามเณรจำนวน 3 ครั้ง 5.พัฒนาระบบเฝ้าระวังฐานข้อมูลร่วม เทคโนโลยีและนวัตกรรมสุขภาพเพื่อแก้ปัญหาภาวะอ้วนของสามเณรในศูนย์ส่งเสริมสุขภาพสามเณรต้นแบบระดับจังหวัดในรูปแบบองค์กรไร้พุง/ถอดบทเรียนการดำเนินงาน จำนวน 5 แห่ง 6.การพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพนักเรียนในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน 7.นิเทศติดตามเยี่ยมเสริมพลังการพัฒนาสุขภาพเด็กวัยเรียนและเยาวชนและร่วมรับเสด็จ ถวายรายงานความก้าวหน้าการดำเนินงาน 8.ร่วมประชุม/อบรม/สัมมนา การพัฒนาสุขภาพเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารตามพระราชดำริฯสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ที่กรมอนามัยและหน่วยงานสนองงานตามพระราชดำริอื่นๆ เป็นผู้จัด โครงการเลี้ยงดูตาม "คำสอนพ่ออย่างพอเพียง" ในพื้นที่ความมั่นคงและหมู่บ้านยามชายแดน อันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดชและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 9 ตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาเพื่อเสริมความมั่นคงของชาติในระดับพื้นที่กองทัพภาคที่ 3 (พ.ศ.2561-2564) 9.นิเทศติดตามเยี่ยมเสริมพลังการดำเนินงาน(ร่วมในกิจกรรมที่ 7)

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 พัฒนาพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์นักเรียนในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน เขตสุขภาพที่ 1 8 แห่ง 1 ม.ค. 2562 - 30 มิ.ย. 2562 130,530.00
2 การพัฒนาต้นแบบการส่งเสริมโภชนาการเพื่อเด็ก 0-5 ปี สูงดีสมส่วน โดยการขับเคลื่อนการดำเนินงานมหัศจรรย์ 1000 วันแรกของชีวิต โดยการจัดประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินงานในพื้นที่ภูฟ้าพัฒนา พัฒนาหลักสูตรนักส่งเสริมโภชนาการชุมชน สรุปและถอดบทเรียนการดำเนินงาน 30 คน 1 มี.ค. 2562 - 31 มี.ค. 2562 37,600.00
3 พัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อการพัฒนาเด็กและเยาวชนในโรงเรียนตามกลวิธีโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ พื้นที่ภูฟ้าพัฒนา 38 แห่ง 1 พ.ค. 2562 - 31 พ.ค. 2562 118,427.00
4 ประชุมสานพลังความร่วมมือในการพัฒนาสุขภาพเด็กและสุขาภิบาลในพื้นที่ภูฟ้าพัฒนา "สุขภาพดี 4.0 @ ภูฟ้าพัฒนา" 100 คน 1 พ.ย. 2561 - 30 พ.ย. 2561 149,660.00
5 สัมมนาสานพลังเสริมสร้างสมรรถนะสุขภาพสามเณรในโรงเรียนพระปริยัติธรรมในโครงการตามพระราชดำริฯโดยการจัดค่ายสามเณร 410 คน 1 ต.ค. 2561 - 31 ม.ค. 2562 163,783.00
รวมเป็นเงิน 600,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
600,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2561 - 30 มิ.ย. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
1. พื้นที่ 7 จังหวัดภาคเหนือในโครงการตามพระราชดำริฯ น่าน แพร่ พะเยา เชียงราย ลำปาง เชียงใหม่และแม่ฮ่องสอน 2. พื้นที่ภูฟ้าพัฒนา จังหวัดน่าน ได้แก่ อำเภอบ่อเกลือและอำเภอเฉลิมพระเกียรติ /โรงเรียน(อำเภอเฉลิมพระเกียรติ 10 แห่ง/อำเภอบ่อเกลือ 23 แห่ง รวม 33 แห่ง) สถานบริการสาธารณสุข(อำเภอเฉลิมพระเกียรติ 1 แห่ง/อำเภอบ่อเกลือ 4 แห่ง รวม 5 แห่ง)

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
กลุ่มเป้าหมาย : นักเรียน/สามเณร /ประชาชน/ภาคีเครือข่ายผู้เกี่ยวข้อง ในพื้นที่โครงการพระราชดำริฯ 7 จังหวัดภาคเหนือ ผู้ร่วมดำเนินการ: กลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพแม่และเด็ก วัยเรียน วัยทำงาน กลุ่มพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม , สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด/อำเภอ/ตำบล/ พชอ.ในพื้นที่โครงการพระราชดำริฯ 7 จังหวัดภาคเหนือ

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
กลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพแม่และเด็ก กลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยเรียน กลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยทำงาน กลุ่มพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางอโนชา วิปุลากร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายสมศักดิ์ เลิศจีระจรัส

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 8

1. ชื่อโครงการ :
โครงการควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนแห่งชาติ ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ ปี 2562

2. ยุทธศาสตร์ :
1.4 ส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานที่พึงประสงค์

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
12) ร้อยละของวัยทำงานมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

4. cluster :
กลุ่มวัยทำงาน

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (3)1.3 ควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนแห่งชาติ ปี 2562
5.2 โครงการสำคัญ 1.โครงการพัฒนาและบริการการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมกับประชาชนในพื้นที่โครงการพระราชดาริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานยุทธศาสตร์สร้างเสริมให้คนมีสุขภาวะที่ดี
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 3) พัฒนาและบริการการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมกับประชาชนในพื้นที่โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ

7. หลักการและเหตุผล :
โรคขาดสารไอโอดีนในประเทศไทย เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ มานานหลายทศวรรษ มีผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิต ทั้งทางร่างกาย สติปัญญา มันสมองและระบบประสาท ที่ส่งผลต่อการพัฒนาประเทศเป็นอย่างมาก การขาดสารไอโอดีน ส่งผลกระทบในทุกกลุ่มวัย และกลุ่มที่มีผลกระทบมากจากการขาดสารไอโอดีน คือหญิงตั้งครรภ์หากขาดสารไอโอดีนทำให้เกิดอาการ แท้งลูก ลูกที่คลอด ออกมาน้ำหนักตัวน้อย เป็นใบ้ หูหนวก มีโอกาสเสี่ยงที่จะปัญญาอ่อน กลุ่มทารกแรกเกิดจนถึง ๓ ขวบเกิดภาวะพร่องไทรอยด์ฮอร์โมนอย่างรุนแรง ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของสมองของเด็กได้ไม่เต็มที่ และลดระดับสติปัญญาของเด็กได้ถึง ๑๐-๑๔ จุด ทำให้เกิดภาวะความพิการทางสมองปัญญาอ่อน ซึ่งไม่สามารถแก้ไขได้ ในวัยเด็กหากขาดไอโอดีนมีผลให้สติปัญญาเชื่องช้า เรียนไม่ทันเพื่อน เรียนซ้ำชั้น และร่างกายแคระแกรน ถ้าขาดในวัยผู้ใหญ่ขั้นรุนแรงทำให้ เป็นคอพอก ขาดไม่รุนแรง ทำให้ร่างกาย อ่อนเพลีย เชื่องช้า ทำงานได้ไม่เต็มที่และไม่มีประสิทธิภาพ ความต้องการไอโอดีน (เด็กวัยรุ่น - ผู้ใหญ่ ต้องการประมาณวันละ 150 ไมโครกรัมส่วนหญิงตั้งครรภ์ต้องการวันละ 250 ไมโครกรัม) ในการเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยม พสกนิกรในภูมิภาคต่างๆ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ในอดีตที่ผ่านมา ทรงพบปัญหาการขาดสารไอโอดีนจนเกิดเป็นโรคคอพอกหลายพื้นที่ ที่เสด็จพระราชดำเนินไปในท้องที่ทุรกันดาร มีประชาชนจำนวนมากที่เป็นโรคคอพอก และขอรับการรักษา และขอรับการรักษาจากคณะแพทย์หลวงที่ตามเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระเมตตาและสนพระหฤทัยเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาโรคขาดสารไอโอดีนเป็นอย่างมาก  ทรงนำเกลือผสมไอโอดีนแก้ไขปัญหาโรคขาดสารไอโอดีน ทรงนำเกลือผสมไอโอดีน แจกแก่ประชาชนในถิ่นทุรกันดาร และมีพระราชดำริให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาการขาดสารไอโอดีนอย่างต่อเนื่อง เร่งด่วน จนเป็นที่ประจักษ์แก่ประชาคมโลก และ ได้รับการทูลเกล้าถวายเหรียญทอง) จากสภาการควบคุมโรคขาดสารไอโอดีนนานาชาติ ICCIDD (International Council for Control of Iodine Deficiency Disorders นับเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกและพระองค์เดียวของโลก เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2540 เป็นต้นมารัฐบาลไทยได้มีมติเห็นชอบให้ วันที่ 25 มิถุนายนของทุกปีเป็นวันไอโอดีนแห่งชาติ จากการสำรวจขององค์การอนามัยโลก พบว่า ประชากรเกือบ 2,000,000,000 คน มีความเสี่ยง ในการขาดสารไอโอดีนประชากร 655,000000, คน เป็นโรคคอพอก ประชากร 5,700,000 คน มีความพิการทางสมองจากการขาดสารไอโอดีน ในประเทศไทยมีการรายงานสถานการณ์คอพอกเป็นครั้งแรกใน ปี 2496 โดย นายแพทย์เสม พริ้งพวงแก้ว และมีการตั้งโรงงานผสมเกลือเสริมไอโอดีนขึ้นครั้งแรกที่อำเภอเด่นชัย ในปี พ.ศ. 2508 Richard Lynn นักจิตวิทยาชาวอังกฤษ และคณะ ได้สำรวจระดับ IQ เด็กนักเรียนจาก 113 ประเทศทั่วโลก พบว่ามี 13 ประเทศที่มีค่า IQ เฉลี่ย มากกว่า 100 เด็กนักเรียนในประเทศไทยมีค่า IQ เฉลี่ย เป็นอันดับ 16 ของโลก ในปี พ.ศ. 2554 และ 2559 กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ได้สำรวจระดับ IQ เด็กนักเรียนชั้นประถมปี่ที่ 1 พบว่าค่า IQ เฉลี่ยเด็กนักเรียนไทยจาก 94 เพิ่มขึ้นเป็น 98.2 ตามลำดับและมีแนวโน้มสูงขึ้น แต่ยังคงต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานสากลมาตรฐานสากล (100) ค่า IQ เฉลี่ย อยู่ในเกณฑ์ปกติ ร้อยละ 68 ค่า IQ เฉลี่ย อยู่ในเกณฑ์บกพร่อง หรือระดับ IQ ต่ำกว่า 70 ร้อยละ 58 (มาตรฐานสากลไม่เกินร้อยละ 2 ) ในเขต กทม. ค่า IQ เฉลี่ย 103.4 เด็กที่อาศัยอยู่ในเขตอำเภอเมือง มีค่า IQ เฉลี่ย 101.5 เด็กที่อาศัยอยู่นอกเขตอำเภอเมือง มีค่า IQ เฉลี่ย ๙๖.๙ ตามลำดับ การศึกษาของ ICCIDD ปี พ.ศ. 2557 – 2559 จาก 121 ประเทศทั่วโลก พบว่าประชากรทั่วไปใน 20 ประเทศ มีระดับค่ามัธยฐานไอโอดีนในปัสสาวะต่ำกว่า100 ไมโครกรัมต่อลิตร (μg/L) และพบว่าประชากรหญิงตั้งครรภ์ ใน 20 ประเทศ จาก 72 ประเทศทั่วโลก มีระดับค่ามัธยฐานไอโอดีนในปัสสาวะต่ำกว่า 150 ไมโครกรัมต่อลิตร (μg/L ค่ามัธยฐานไอโอดีนในปัสสาวะหญิงตั้งครรภ์ ในประเทศไทย ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2557 –2559 ภาพรวมระดับประเทศ 155.7 , 147.1 ,143.9 ตามลำดับ ภาพรวมระดับเขตสุขภาพที่ 1 141.5 ,120 110.1 ตามลำดับสถานการณ์การบริโภคเกลือเสริมไอโอดีนทั่วโลก ร้อยละ 86 ประเทศแถบแอฟริกากลาง ร้อยละ ๘๑ ประเทศแถบแอฟริกาใต้ ร้อยละ 87ประเทศแถบเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ร้อยละ ๙๑ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 เป็นต้นมา กฎหมายของประเทศไทยบังคับให้เกลือบริโภคและเครื่องปรุงรสที่มีส่วนผสมของเกลือต้องมีการเสริมไอโอดีน ซึ่งส่งผลให้อัตราของครัวเรือนที่บริโภคเกลือที่มีไอโอดีนเพียงพอ เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 47.2 ในปี 2548 เป็นร้อยละ 70.9 ในปี 2555 ที่ผ่านมา องค์การ ยูนิ เซฟ (UNICEF) ร่วมกับองค์การอนามัยโลก (WHO) หน่วยงานภาครัฐและองค์กรเอกชนในหลายประเทศ รณรงค์ให้ประชาชน ในประเทศต่างๆบริโภคเกลือเสริมไอโอดีนอย่างทั่วถึง (Universal salt Iodization) มีเป้าหมายคือ ประชากรที่บริโภคเกลือเสริมไอโอดีนของแต่ละประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 พบว่า มีครัวเรือนไทยร้อยละ 58 ที่บริโภคเกลือที่มีสารไอโอดีนสถานการณ์ชุมชน/หมู่บ้านไอโอดีนระดับประเทศ ร้อยละ 70 ระดับประเทศ ร้อยละ 40.3

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อให้ชุมชนเกิดนโยบายและมาตรการในการควบคุมป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนโดยผ่านกระบวนการดำเนินงานชุมชน/หมู่บ้านไอโอดีน 2. เพื่อให้ชุมชนแกนนำและประชาชนมีความรู้และปฏิบัติในเรื่องการควบคุมโรคขาดสารไอโอดีนอย่างยั่งยืน 3. เพื่อให้ชุมชน/หมู่บ้านไอโอดีนเป็นต้นแบบให้ชุมชน/หมู่บ้านอื่นๆ ต่อไป 4. เพื่อเสริมสร้างสติปัญญาของเด็กไทยให้เต็มศักยภาพและพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีทุกกลุ่มวัยอย่างยั่งยืน

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : ประชากรวัยทำงานได้รับการพัฒนาความรู้เรื่องการควบคุมป้องกันโรคขาดสารไอโอดีน 2400 คน
2.เชิงปริมาณ : หญิงตั้งครรภ์ได้รับการพัฒนาความรู้เรื่องการควบคุมป้องกันโรคขาดสารไอโอดีน ได้สุ่มตรวจหาปริมาณหาไอโอดีนในปัสสาวะจำนวน 1 ครั้งและได้รับยาเสริมไอโอดีน 2400 คน
3.เชิงคุณภาพ : ความครอบคลุมเกลือเสริมไอโอดีนในครัวเรือนไม่น้อยกว่า ร้อยละ 90 90 ร้อยละ
4.เชิงคุณภาพ : ชุมชน/หมู่บ้านไอโอดีนผ่านเกณฑ์การประเมิน เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 10 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
ขั้นเตรียมการ 1.1 ศึกษายุทธศาสตร์ เป้าประสงค์ ตัวชี้วัด และแนวทางการส่งเสริมสุขภาพวัย ทำงานของกระทรวงและกรมอนามัย 1.2 จัดทำแผนงานโครงการเพื่อขออนุมัติงบประมาณ 1.3 ทบทวนสถานการณ์งานไอโอดีนที่ผ่านมา และสุ่มพื้นที่ที่มีผลความครอบคลุม เกลือครัวเรือน เกลือรานค้าในเขตสุขภาพที่ 1 จำนวน 8 จังหวัดๆละ 1 อำเภอ 1.4 ประสานงานผู้รับผิดชอบแต่ละจังหวัด/โรงพยาบาล 1.5 ทำหนังสือเชิญกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมประชุม 1.6 จัดเตรียมความพร้อมด้านเอกสาร/สถานที่ และสื่อที่ใช้ในการประชุม 1.7 ประชุมคณะทำงานเพื่อเตรียมความพร้อม ชี้แจงวัตถุประสงค์ แผนการดำเนินงานและ มอบหมายงาน 1.8 จัดเตรียมความพร้อมด้านเอกสารและวัสดุอุปกรณ์ในการการเยี่ยมเสริมพลัง การสนทนากลุ่มและสุ่มประเมินเกลือ ขั้นดำเนินการ 2.1ประชุมชี้แจงนโยบายและเยี่ยมเสริมพลัง การสนทนากลุ่ม 2.2 การสุ่มตรวจคุณภาพเกลือครัวเรือน จำนวน 300 ตัวอย่าง ต่อ 1 อำเภอ เกลือร้านค้า โรงงานผลิตเกลือเสริมไอโอดีนในพื้นที่เป้าหมาย 2.3 การสุ่มตรวจปริมาณ ไอโอดีนในปัสสาวะ หญิงตั้งครรภ์ที่ยังไม่ได้รับยาเสริมไอโอดีนในคลินิก ANC จังหวัดละ300 ตัวอย่าง 2.4 รณรงค์ประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนทุกกลุ่มวัยมีภาวะไม่ขาดไอโอดีน อย่างยั่งยืน การติดตามประเมินผล (M&E) 3.1 สรุปผลการดำเนินงาน

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมชี้แจงนโยบายและเยี่ยมเสริมพลัง การสนทนากลุ่ม 8 ครั้ง 1 ธ.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2562 60,000.00
2 ประชุมคณะทำงานเพื่อเตรียมความพร้อม ชี้แจงวัตถุประสงค์ แผนการดำเนินงานและ มอบหมายงาน 20 คน 1 ธ.ค. 2561 - 31 ธ.ค. 2561 10,000.00
3 สนับสนุนการตรวจปริมาณ ไอโอดีนในปัสสาวะ หญิงตั้งครรภ์ที่ยังไม่ได้รับยาเสริมไอโอดีนในคลินิก ANC จังหวัดละ300 ตัวอย่าง 2400 ตัวอย่าง 1 ธ.ค. 2561 - 30 มิ.ย. 2562 40,000.00
4 การซื้อชุดตรวจ I-kit เพื่อตรวจหาปริมาณไอโอดีนในเกลือครัวเรือน จำนวน 300 ตัวอย่าง ต่อ 1 อำเภอ เกลือร้านค้า โรงงานผลิตเกลือเสริมไอโอดีนในพื้นที่เป้าหมาย 30900 ตัวอย่าง 1 ธ.ค. 2561 - 31 ส.ค. 2562 45,000.00
รวมเป็นเงิน 155,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
155,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ธ.ค. 2561 - 31 ส.ค. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
8 จังหวัด ในเขตสุขภาพที่ 1

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
ผู้รับผิดชอบงานไอโอดีน ผู้ประกอบการเกลือไอโอดีน อปท. อบต. หมู่บ้าน/ชุมชนและประชาชนใน 8 จังหวัด ในเขตสุขภาพที่ 1

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นางโสพิณ หมอกมาเมิน

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสิริรำไพ ภูธรใจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายสมศักดิ์ เลิศจีระจรัส

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 9

1. ชื่อโครงการ :
โครงการควบคุมและป้องกันภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ ปี 2562

2. ยุทธศาสตร์ :
1.4 ส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานที่พึงประสงค์

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
12) ร้อยละของวัยทำงานมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

4. cluster :
กลุ่มวัยทำงาน

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (4)1.4 ควบคุมและป้องกันภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก
5.2 โครงการสำคัญ 1.โครงการพัฒนาและบริการการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมกับประชาชนในพื้นที่โครงการพระราชดาริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานยุทธศาสตร์สร้างเสริมให้คนมีสุขภาวะที่ดี
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 3) พัฒนาและบริการการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมกับประชาชนในพื้นที่โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ

7. หลักการและเหตุผล :
ปัญหาโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กเป็นปัญหาสาธารณสุขไทยที่สาคัญ โดยภาพรวมของปัญหาดังกล่าวมีผลกระทบต่อประชาชนไทยทุกกลุ่มวัย โดยกรมอนามัย สานักโภชนาการ ได้ดาเนินการควบคุมและป้องกันโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก มุ่งหวังให้ประชาชนไทยทุกกลุ่มวัยได้รับธาตุเหล็กอย่างเพียงพอเพื่อส่งเสริมสุขภาพและป้องกันภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กอันจะนาไปสู่สมรรถนะทางสติปัญญา และประสิทธิภาพของประชาชนไทย เพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน สถานการณ์ปัญหาโลหิตจางของประเทศไทย พบว่าจากการสารวจภาวะโภชนาการของเด็กไทยอายุ 6 เดือน - 12 ปี พ.ศ. 2553 - 2555 ภายใต้โครงการ South East Asia Nutrition Survey (SENUTS) เด็กไทยกลุ่มเด็กปฐมวัยมีความทุกโลหิตจางสูงในเขตชนบท ร้อยละ 41.7 ในเขตเมือง ร้อยละ 26 ตามลาดับ รายงานการสารวจภาวะอาหารและโภชนาการของประเทศไทย ครั้งที่ 5 พ.ศ. 2546 พบภาวะโลหิตจางของกลุ่มเด็กวัยเรียนอายุ6-8 ปีร้อยละ 46.7 กลุ่มเด็กวัยเรียนอายุ 9 - 11 ปี ร้อยละ 25.4 และกลุ่มเด็กวัยเรียน อายุ 12 -14 ปี ร้อยละ 15.7 และจากการสารวจโลหิตจางในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ พ.ศ. 2547 –2553 ของสานักส่งเสริมสุขภาพ พบว่าในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์มีแนวโน้มความชุกโลหิตจางสูงร้อยละ 18.4 และจากการรายงานสารวจสุขภาพ ประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 4 พ.ศ. 2551 - 2552 พบว่าความชุกโลหิตจางของประชาชนไทยสูงขึ้น เมื่ออายุมากขึ้นและเพศหญิงมีความชุกโลหิตจางมากกว่าเพศชาย ในประชาชนไทยกลุ่มอายุมากกว่า 80 ปี ความชุกโลหิตสูงถึงร้อยละ 60.7 ซึ่งสาเหตุของโลหิตจางมากกว่าร้อยละ 50 เกิดจากการการขาดธาตุเหล็ก และจากรายงานสถิติสาธารณสุข ปี 2558 หญิงเจริญพันธ์ประเทศไทยอายุ14-45 ปี มีจำนวน 14,804,628 คน แบ่งตามช่วงอายุ 15-29ปี จำนวน 6,905,604 คน อายุ 30- 44 ปีจำนวน 7,899,024 คน ผลสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 5 พ.ศ. 2556-2557 (NHE5) พบความชุกภาวะโลหิตจางในหญิงวัยเจริญพันธ์ อายุ 15-45 ปี ร้อยละ 22.7 ในกลุ่มหญิงเจริญพันธ์ อายุ 15-29 ปี ร้อยละ 19.9 กลุ่มหญิงเจริญพันธ์ อายุ 30-44 ปี ร้อยละ 24.3 จากปริมาณสารอาหารอ้างอิงที่ควรได้รับประจำวันสำหรับคนไทย พ.ศ. 2546 ได้กำหนดปริมาณธาตุเหล็กสำหรับหญิงอายุ19-50 ปี ควรบริโภคธาตุเหล็กวันละ 24.7 มิลลิกรัม ผลการสำรวจการบริโภคอาหารของประชาชนชาวไทย พบว่า หญิงวัยเจริญพันธ์ อายุ 19-50 ปีได้รับธาตุเหล็กจากอาหารประมาณ 8 มิลลิกรัมต่อวัน หรือเพียง 1ใน3 ของความต้องการของร่างกาย ซึ่งแหล่งอาหารที่มีธาตุเหล็กสูงได้แก่ เลือด ตับ และเนื้อแดง คำแนะนำควรรับประทานเนื้อสัตว์วันละ 6- 12 ช้อนกินข้าว บริโภคผักและผลไม้ ≥ 5 ส่วนมาตรฐานต่อวัน และควรได้รับยาเม็ดเสริมธาตุเหล็ดเป็นประจำ สัปดาห์ละ 1 ครั้ง

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อส่งเสริมให้ประชาชน ทุกลุ่มวัยและหญิงวัยเจริญพันธ์บริโภคอาหารให้ครบ 5 หมู่ และเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย 2. พัฒนาและผลักดันให้ชุมชน/ สถานประกอบการ กำหนดมาตรการ/นโยบายที่ส่งเสริมรับประทานอาหารที่อุดมด้วยธาตุเหล็ก 3. เพื่อพัฒนาให้เกิดต้นแบบ ชุมชน/สถานประกอบการที่ส่งเสริมการบริโภคอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ 4. เพื่อให้ประชาชนมีภาวะโภชนาการที่ดี ได้รับธาตุเหล็กเพียงพอ ตามสิทธิประโยชน์และมี สุขภาพร่างกายแข็งแรง

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ประชาชน ชุมชน และภาคีเครือข่ายในพื้นที่โครงการพระราชดาริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ ได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม 1500 คน
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : ประชาชน ชุมชน และภาคีเครือข่ายในพื้นที่โครงการพระราชดาริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ ได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม 1500 คน
2.เชิงคุณภาพ : ประชาชนวัยทำงานมีภาวะโลหิตจากการขาดธาตุเหล็กลคลง 10 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
ขั้นเตรียมการ 1.1 ศึกษายุทธศาสตร์ เป้าประสงค์ ตัวชี้วัด และแนวทางการส่งเสริมสุขภาพวัย ทำงานของกระทรวงและกรมอนามัย 1.2 จัดทำแผนงานโครงการเพื่อขออนุมัติงบประมาณ 1.3 ทบทวนสถานการณ์โรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กที่ผ่านมา 1.4 ประชุม ชี้แจงวัตถุประสงค์ แผนการดำเนินงานและ มอบหมายงาน ขั้นดำเนินการ 2.1 .รณรงค์ประชาสัมพันธ์โครงการการควบคุมและป้องกันโรคโลหิตจางจาก การขาดธาตุเหล็ก 2.2 ผลักดันการเสริมธาตุเหล็กเชิงป้องกันภาวะป้องกันภาวะโลหิตจางจาการขาดธาตุเหล็กในประชาชน การติดตามประเมินผล (M&E) - สรุปผลการดำเนินงาน

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดซื้อยาเม็ดเสริมธาตุเหล็กและรณรงค์ประชาสัมพันธ์ 2400 คน 1 ก.พ. 2562 - 28 ก.พ. 2562 25,000.00
รวมเป็นเงิน 25,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
25,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ก.พ. 2562 - 28 ก.พ. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
8 จังหวัด ในเขตสุขภาพที่ 1

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
ผู้รับผิดชอบงานควบคุมป้องกันโรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก/ชุมชน/สถานประกอบการ และประชาชน 8 จังหวัด ในเขตสุขภาพที่ 1

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นางโสพิณ หมอกมาเมิน

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสิริรำไพ ภูธรใจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายสมศักดิ์ เลิศจีระจรัส

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 10

1. ชื่อโครงการ :
โครงการบูรณาการ การพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ ภายใต้แผนงานทันตสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ ประเทศไทย พ.ศ. 2558 – 2565

2. ยุทธศาสตร์ :
1.5 ส่งเสริมผู้สูงอายุไทยเพื่อเป็นหลักชัยของสังคม

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
14) ร้อยละของผู้สูงอายุ (60-74 ปี) มีฟันแท้ใช้งานอย่างน้อย 20 ซี่ และ 4 คู่สบ

4. cluster :
กลุ่มวัยผู้สูงอายุ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (38)13.1 พัฒนานวัตกรรมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ และการปรับพฤติกรรม การดูแลช่องปากด้วยตนเอง โดยภาคประชาชน ชุมชน
5.2 โครงการสำคัญ 13.โครงการบูรณาการนวัตกรรมและเทคโนโลยีการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ กรมอนามัย ปี 2562

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 8) ส่งเสริมการใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ

7. หลักการและเหตุผล :
จากเป้าหมายแผนงานทันตสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุประเทศไทย พ.ศ. 2558-2565 ที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2558 ที่ต้องการให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพช่องปากดี มีฟันช้งานได้อย่างเหมาะสมอย่างน้อย ๒๐ ซี่หรือ ๔ คู่สบฟันหลังและนวัตกรรมเพื่อการแก้ปัญหาสุขภาพช่องปากนึ่งที่มีความชุกและความรุนแรง มีความเชี่อมโยงกับสุขภาพผู้สูงอายุมากกว่ากลุ่มวัยอื่นๆ เนื่องจากพฤติกรรมการดูแลตนเองที่ยังไม่เหมาะสม มีข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการ เนื่องจากพฤติกรรมการดูแลตนเองที่ยังไม่เหมาะสม มีข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการ ในขณะที่การรักษาฟื้นฟูทำได้ยากซับซ้อน การให้บริการต้องใช้เครื่องมือและบุคลากาเฉพาะด้านการให้บริการต้องใช้เครื่องมือและบุคลากาเฉพาะด้าน ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต ภายใต้ยุทธศาสตร์หลักของแผนงานทันตสุขภาพผู้สูงอายุประเทศไทยซึ่งมีเป้าหมายให้ผู้สูงอายุได้รับการดูแลสุขภาพช่องปาก โดยสามารถดูแลเบื้องต้นและเข้าถึงความรู้เพื่อ การดูแลตนเอง รวมทั้งการมีหลักประกันและเข้าถึงบริการสร้างเสรมสุขภาพช่องปากที่เหมาะสม มีคุณภาพครบวงจรเพิ่มขึ้นในทุกระดับ โดยเฉพาะการดูแลในระดับปฐมภูมิซึ่งจัดเป็นรากฐานสำคัญของระบบบริการสาธารณสุขที่ดี สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล และของกระทรวงสาธารณสุข

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อให้ผู้สูงอายุกลุ่มเป้าหมาย เข้าถึงบริการ นวัตกรรม เทคโนโลยี การสร้างเสริมสุขภาพช่องปากที่ผสมผสานทั้งการส่งเสริม ป้องกัน รักษาและฟื้นฟูสภาพช่องปากเพิ่มขึ้น 2. เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายสามารถดูแลสุขภาพช่องปากได้ด้วยตนเอง เข้าถึงสื่อ ความรู้ในการดูแลตนเองทั้งกลุ่มที่ช่วยเหลือตนเองได้และช่วยเหลือตนเองไม่ได้ 3. พัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยีที่เหมาะสมแก่ทันตบุคลากรและภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง และบูรณาการดูแลสุขภาพช่องปากกับการดูแลสุขภาพด้านอื่นๆรวมถึงการเตรียมความพร้อมของประชาชนด้านทันตสุขภาพเพื่อการเป็นผู้สูงอายุที่มีสุขภาพช่องปากดี

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ร้อยละของผู้สูงอายุ มีฟันแท้อย่างน้อย ๒๐ ซี่ หรือ ๔ คู่สบ 44 ร้อยละ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : ทันตบุคลากร/ภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องได้รับการพัฒนาศักยภาพ 735 คน
2.เชิงคุณภาพ : ระดับความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมการประชุมพัฒนาศักยภาพอยู่ในระดับดีมาก 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
ขั้นเตรียมการ - รับนโยบายและแนวทางการดำเนินงานจากสำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย -ศึกษายุทธศาสตร์ เป้าประสงค์ ตัวชี้วัด และแนวทางการส่งเสริมทันตสุขภาพผู้สูงอายุของกรมอนามัย -ศึกษาและทบทวนงานวิจัยการส่งเสริมทันตสุขภาพผู้สูงอายุ/ผลการดำเนินงานรอบปีที่ผ่านมา -จัดทำแผนงานโครงการเพื่อขออนุมัติงบประมาณ -ประชุมคณะทำงานเพื่อชี้แจงวัตถุประสงค์ แผนการดำเนินงาน มอบหมายงาน -ประสานกลุ่มเป้าหมายในการดำเนินงาน ขั้นดำเนินการ 1.ประชุมประสานแผนการดำเนินงานทันตสาธารณสุขเขตสุขภาพที่ 1เพื่อขับเคลี่อนโครงการ 2.จัดกระบวนการสนับสนุนให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมและขยายเครือข่ายชมรมเพื่อการดูแลช่องปากด้วยตนเอง แลกเปลี่ยนเรียนรู้ หรือกระบวนการอื่นในพื้นที่ 3.พัฒนาศักยภาพทันตบุคลากรและภาคีเครือข่ายในการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ 4.พัฒนาศักยภาพแกนนำสุขภาพผู้สูงอายุสู่ความรอบรู้ด้านทันตสุขภาพ 5.สนับสนุนพื้นที่ในการจัดทำข้อมูลเฝ้าระวัง การติดตามประเมินผล (M&E) -ติดตามเยี่ยมเสริมพลังและสรุปรายงาน -สรุปผลการดำเนินงาน

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ร่วมประชุมพัฒนางานส่งเสริมทันตสุขภาพผู้สูงอายุ 3 คน 1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562 30,000.00
2 นิเทศติดตามเฝ้าระวังทันตสุขภาพในชมรมผู้สูงอายุ 4 คน 1 มิ.ย. 2562 - 30 มิ.ย. 2562 50,000.00
3 ประชุมประสานแผนการดำเนินงานทันตสาธารณสุขเขตสุขภาพที่ 1 40 คน 1 พ.ย. 2561 - 30 พ.ย. 2561 90,400.00
4 พัฒนาศักยภาพบุคลากรเรื่องการดำเนินงานสุขภาพช่องปากกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรังจังหวัดลำปาง 70 คน 1 ธ.ค. 2561 - 31 ธ.ค. 2561 54,540.00
5 ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถอดบทเรียนชมรมผู้สูงอายุที่มีกิจกรรมส่งเสริม/ประกวดผส.ฟันดี 110 คน 1 พ.ค. 2562 - 31 พ.ค. 2562 378,345.00
6 ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และประกวดผลงานการดำเนินงาน/นวัตกรรมส่งเสริมสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุจังหวัดน่าน 130 คน 1 ก.ค. 2562 - 31 ก.ค. 2562 160,000.00
7 พัฒนาศักยภาพแกนนำสุขภาพ/ภาคีที่เกี่ยวข้องสู่ความรอบรู้ด้านสุขภาพจังหวัดลำปาง 260 คน 1 มี.ค. 2562 - 31 มี.ค. 2562 195,460.00
8 พัฒนาศักยภาพทันตบุคลากรและอสม.เรื่องการคัดกรองมะเร็งช่องปากจังหวัดเชียงราย 260 คน 1 มิ.ย. 2562 - 30 มิ.ย. 2562 200,000.00
รวมเป็นเงิน 1,158,745.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
1,158,745.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
8 จังหวัดในเขตสุขภาพที่ 1

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
ทันตบุคลากร นักวิชาการ อปท. อสม. แกนนำผู้สูงอายุและภาคีเครือข่ายผู้เกี่ยวข้อง

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
ผู้สูงอายุในเขตสุขภาพที่ 1 เชียงใหม่

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1.นางสาวจรัสพรรณ อรุณแก้ว 2.นางวริษฐา พุ่มทอง

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวจรัสพรรณ อรุณแก้ว

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายสมศักดิ์ เลิศจีระจรัส

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 11

1. ชื่อโครงการ :
โครงการพัฒนากำลังคนและองค์กรสมรรถนะสูง HPC 1 - 4.0

2. ยุทธศาสตร์ :
4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
20) การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

4. cluster :
กลุ่มยุทธศาสตร์กำลังคน (HR)

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (53)17.1 ยกระดับการบริหารทรัพยากรบุคคลกรมอนามัย
5.2 โครงการสำคัญ 17. โครงการยกระดับคุณภาพชีวิต การบริหารและพัฒนาบุคลากร

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 8) ส่งเสริมการใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ

7. หลักการและเหตุผล :
ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ จะต้องพัฒนาหน่วยงานให้ก้าวไปสู่การเป็น Government 4.0 และข้าราชการ 4.0 ที่มีการทำงานอย่างเปิดกว้างและเชื่อมโยงถึงกัน มีการทำงานโดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง เป็นองค์กรที่มีขีดสมรรถนะสูงและทันสมัย โดยอาศัยปัจจัยหลักสำคัญ คือ การสานพลังทุกภาคส่วน การสร้างนวัตกรรม และการปรับเข้าสู่การเป็นดิจิทัล ทั้งนี้ต้องปฏิบัติงานตามหลักธรรมาภิบาลของการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ที่มุ่งเน้นประโยชน์สุขของประชาชนเป็นหลัก เพื่อให้สามารถเป็นที่ไว้วางใจและเป็นที่พึ่งของประชาชนได้ ศูนย์อนามัยที่ 1 เป็นศูนย์วิชาการ สังกัดกรมอนามัย มีภารกิจในการอภิบาลระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมของเขตสุขภาพที่ 1 รับผิดชอบ 8 จังหวัด ภายใต้วิสัยทัศน์ “เป็นองค์กรหลักของเขตสุขภาพที่ 1 ในการอภิบาลระบบส่งเสริมสุขภาพและระบบอนามัยสิ่งแวดล้อม เพื่อประชาชนสุขภาพดี” มีพันธกิจ สังเคราะห์ ใช้ความรู้ ดูภาพรวม เพื่อกำหนดนโยบาย ออกแบบระบบส่งเสริมสุขภาพและระบบอนามัยสิ่งแวดล้อม ประสานงาน สร้างความร่วมมือ และกำกับดูแลเพื่อให้เกิดความรับผิดชอบต่อการดำเนินงานในเขตสุขภาพที่ 1 ตระหนักถึงความสำคัญและความจำเป็นในการปรับระบบการทำงานให้เท่าทันสถานการณ์และปัญหาสุขภาพที่เปลี่ยนแปลงไป และเพื่อสนองตอบวิสัยทัศน์ยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) คือ มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน รวมทั้งสอดรับกับการปฏิรูปกระทรวงสาธารณสุขที่กำหนดให้กรมอนามัยเป็นเจ้าภาพหลักในการดูแลระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมของประเทศ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายตั้งแต่ระดับประเทศ กระทรวงสาธารณสุข และกรมมอนามัย ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปสู่การปฏิบัติ ศูนย์อนามัยที่ 1 ได้ทบทวน วิเคราะห์ กำหนดทิศทางยกระดับการนำเพื่อเป็น Regional Lead ก้าวไปสู่องค์กรหลักในการอภิบาลระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม เขตสุขภาพที่ 1 และการพัฒนาองค์กรสู่การเป็นองค์กรสมรรถนะสูง เป็นหนึ่งประเด็นหลักที่สำคัญในการพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐไปสู่ระบบราชการ 4.0 ที่ผ่านมาได้ดำเนินการพัฒนาองค์กรสู่องค์กรสมรรถนะสูง ตามแนวทาง PMQA พบว่ายังมี GAP ที่ต้องปรับปรุงที่สำคัญ ได้แก่ ฐานข้อมูลและสารสนเทศของผู้รับบริการ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ยังไม่ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย ขาดการวิเคราะห์และนำข้อมูลมาใช้วางแผนเชิงยุทธศาสตร์และสร้างนวัตกรรม ที่สำคัญการขับเคลื่อนการบริหารและพัฒนาศักยภาพบุคลากรภาครัฐ ต้องปรับความคิดให้เป็น “ผู้นำการเปลี่ยนแปลง” นำระบบดิจิทัลมาเสริมการทำงาน ในทุกกระบวนการทำงาน ต้องคำนึงถึงภารกิจหลักและภารกิจรองไปพร้อมกัน รวมถึงความต้องการจากภาคประชาชน จึงจำเป็นต้องพัฒนาสมรรถนะของบุคลากรในการสร้างสรรค์นวัตกรรมการทำงาน และการให้บริการของรัฐด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับงานให้มีคุณค่าสูงขึ้น (High Value Job) ผลักดันให้ข้าราชการและบุคลากรภาครัฐ สามารถปรับตัวให้ทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และมีความพร้อมทุกมิติ ทั้งด้านความรู้ ความสามารถ ทัศนคติและความคิด เพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นองค์กรสมรรถนะสูง และพัฒนาการทำงานของข้าราชการ 4.0

8. วัตถุประสงค์ :
1. พัฒนาระบบบริหารจัดการขององค์กร ให้ได้มาตรฐานเทียบเท่าสากล 2. พัฒนาสมรรถนะของบุคลากร ให้มีความรู้ ความสามารถ ทัศนคติ ความคิดให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง และมุ่งสร้างนวัตกรรม 3. เป็นแหล่งเรียนรู้ระบบส่งเสริมสุขภาพและระบบอนามัยสิ่งแวดล้อม 4. สนับสนุนสื่อสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพทุกกลุ่มวัย และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ 5. สื่อสารทิศทาง นโยบาย การนำองค์กร แก่บุคลากรทุกระดับเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.บุคลากรได้รับการพัฒนาสมรรถนะ เรื่อง Mindfulness in Organization : MIO และ Thinking System 240 คน
2.บุคลากรได้รับถ่ายทอดตัวชี้วัดของหน่วยงานสู่กลุ่มงานและบุคคล 80 คน
3.บุคลากรได้รับการพัฒนาสมรรถนะ เรื่อง เขียนผลงานวิชาการและการนำเสนออย่างมืออาชีพ 60 คน
4.บุคลากรได้รับการพัฒนา Professional Trainer (การเป็นวิทยากรมืออาชีพ) 20 คน
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : ร้อยละบุคลากรหลังการประชุมมีความรู้เพิ่มขึ้น 80 ร้อยละ
2.เชิงคุณภาพ : ร้อยละของความพึงพอใจ/ไม่พีงพอใจของบุคลากรในพัฒนาศักยภาพบุคลากร 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1. การพัฒนาสมรรถนะบุคลากร - สำรวจ วิเคราะห์ความต้องการพัฒนาของบุคลากร - จัดทำแผนพัฒนาสมรรถนะบุคลากร ตาม Core competency - จัดประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพบุคลากรตามแผน - ประเมินผลการพัฒนาศักยภาพบุคลากร 2. การถ่ายทอดตัวชี้วัดเป้าหมายจากหน่วยงานสู่กลุ่มงานและบุคคล - ทบทวนการดำเนินงานตัวชี้วัดที่ผ่านมาเพื่อวางแผนปรับปรุงกระบวนการถ่ายทอดฯ - บุคลากรรับนโยบายและพัฒนาศักยภาพการถ่ายทอดตัวชี้วัดฯ - จัดทำคำรับรองการปฏิบัติราชการของหน่วยงาน - จัดทำคู่มือ/เกณฑ์ประเมินตัวชี้วัดคำรับรองของหน่วยงาน - จัดทำกรอบแนวทางการถ่ายทอดตัวชี้วัดฯ และกรอบการประเมินผลการปฏิบัติราชการ - สื่อสารถ่ายทอดตัวชี้วัดและเป้าหมายของหน่วยงานสู่กลุ่มงานและบุคคล - ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานตามตัวชี้วัดฯ 2 รอบ - ประเมินผลการดำเนินงานการปฏิบัติราชการตามคำรับรองฯ 2 รอบ - สรุปบทเรียนและรายงานผลการปฏิบัติราชการลงในระบบ DOC 2 รอบ 3. การส่งผลงานสมัคร TPSA - วางแผน ประสานงานกับผู้มีผลงานวิชาการโดดเด่น และกลุ่มงานที่เกี่ยวข้อง - สื่อสารสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับแบบสมัคร TPSA - ประสานทีมที่ปรึกษาการเขียนผลงานสมัคร TPSA - เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้การเขียนผลงาน - ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานผลงานสมัคร TPSA - ส่งเอกสารการสมัครตามแบบฟอร์มให้ กพร. กรมอนามัย ตามกำหนด 4. วิจัยเรื่อง ปัจจัยที่มีผลต่อการพัฒนาสมรรถนะบุคลากร 1.  เลือกหัวข้อที่จะทำการวิจัย  (Selecting  a  topic)  2.  ศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้อง  (Review  of  literature) 3.  การออกแบบการวิจัย  (Research  design)  เป็นโครงสร้าง  (Structure)  และแนวทางในการดำเนินการวิจัย 4. สร้างเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล (Instruction)  5. การเลือกกลุ่มตัวอย่าง(Sampling)  6.  การรวบรวมข้อมูล  (Data  collection) 7. การวิเคราะห์ข้อมูล  (Data  analysis)  8. การแปลความหมายหรือการตีความข้อมูล  (Interpretation)  9.  เขียนรายงานการวิจัย

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 การประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพบุคลากร Mindfulness in Organization : MIO และ Thinking System 300 คน 1 พ.ย. 2561 - 30 พ.ย. 2561 280,600.00
2 ค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมประชุม/อบรม/สัมมนาของเจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ 300 คน 1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562 893,065.00
รวมเป็นเงิน 1,173,665.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
1,173,665.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. นางจุฬาลักษณ์ อนุอันต์ 2. นางบุศยา แรกข้าว 3. นางสุพรรษา ฟุ้งเฟื่อง

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางจุฬาลักษณ์ อนุอันต์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายสมพงษ์ โมราฤทธิ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 12

1. ชื่อโครงการ :
โครงการ “มหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของชีวิต” เขตสุขภาพที่ 1 ปี 2562

2. ยุทธศาสตร์ :
1.1 ส่งเสริมการเกิดและเติบโตคุณภาพ

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
1) อัตราส่วนการตายมารดาไทย ต่อการเกิดมีชีพแสนคน)
2) ร้อยละของเด็กอายุ 0-5 ปี มีพัฒนาการสมวัย
3) ร้อยละของเด็กอายุ 0-5 ปี สูงดีสมส่วน และส่วนสูงเฉลี่ยที่อายุ 5 ปี

4. cluster :
กลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัย

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (7)2.1 ขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์เพื่อสร้างแม่ลูกคุณภาพ
5.2 โครงการสำคัญ 2.โครงการมหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของชีวิต

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 6) พัฒนาศักยภาพและบริการส่งเสริมสุขภาพประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสม

7. หลักการและเหตุผล :
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) ให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต โดยเริ่มตั้งแต่การพัฒนาในครรภ์มารดาจนถึงอายุ 5 ปี ให้ได้รับการการดูแลที่มีคุณภาพก่อนเข้าสู่วัยเรียน โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการดำเนินการ และ4กระทรวงหลักได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวง พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จากนโยบาย Thailand 4.0 โมเดลขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน และทิศทางหนึ่งคือการยกระดับคุณค่ามนุษย์ พัฒนาคนไทยให้เป็น “มนุษย์ที่สมบูรณ์ในศตวรรษที่ 21” ควบคู่กับการเป็น “คนไทย 4.0 ในโลกที่หนึ่ง” โดยมีการกำหนดคุณลักษณะของคนไทย 4.0 คือ เด็กไทยมี IQ เฉลี่ยไม่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 100 ภายใน 5 ปี และร้อยละ 70 ของเด็กไทยมีคะแนน EQ ไม่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน การส่งเสริมสุขภาพสตรีและเด็กปฐมวัย ครอบครัวเป็นสถาบันพื้นฐานที่สำคัญและเป็นหลักของสังคม เนื่องจากครอบครัวทำหน้าที่ดูแลตั้งแต่เกิดการปฏิสนธิ เลี้ยงดู ส่งเสริมการเจริญเติบโตของเด็กในองค์รวม รวมถึงทำหน้าที่หล่อหลอมและขัดเกลาความเป็นมนุษย์คุณภาพผ่านการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม ตลอดถึงการถ่ายทอดวัฒนธรรมของสังคมให้แก่สมาชิก เพื่อให้มีพัฒนาการสมวัยและเติบโตอย่างมีคุณภาพเป็นกำลังของประเทศต่อไป จากสภาพสังคมที่เปลี่ยนไปทำให้ ส่งผลกระทบต่อการเลี้ยงดูเด็กโดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย ในช่วง 1,000 วันแรกของชีวิต นับตั้งแต่ปฏิสนธิจนถึงสองขวบปีแรกเป็นช่วงวัยทองของเด็กที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาสมอง เพราะเป็นช่วงที่โครงสร้างสมองมีการพัฒนาสูงสุด ทั้งการสร้างเซลล์สมองและการเชื่อมโยงระหว่างเซลล์สมองเกิดเป็นโครงข่ายใยประสาทนับล้านโครงข่าย ซึ่งการที่เซลล์สมองมีการเชื่อมต่อกันทำให้เกิดการสื่อสารระหว่างเซลล์อย่างมีประสิทธิภาพ มีผลต่อพัฒนาการทางสมองของเด็ก ส่งผลต่อการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ ดังนั้น เด็กจึงควรได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนในช่วงดังกล่าว โดยช่วง 270 วันอยู่ในท้องแม่ แม่ควรกินอาหารที่ดีมีประโยชน์ เช่น ปลา ตับ ไข่ ผัก ผลไม้ และนมสดรสจืด ช่วง 180 วัน (แรกเกิดถึง 6 เดือน) เป็นช่วงที่ลูกควรได้กินนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนเต็ม เพราะนมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับลูก จากนั้น 550 วัน (หลัง 6 เดือนถึง 2 ปี) ให้ลูกกินนมแม่ควบคู่อาหารตามวัย เพื่อเป็นการเตรียมสมอง ร่วมกับการพัฒนาทักษะของเด็กเพื่อเข้าสู่วัยเรียนอย่างมีคุณภาพ โดยกระบวนการกระตุ้นผ่านกิจวัตรประจำวัน ในรูปแบบ กิน กอด เล่น เล่า ที่เหมาะสมจากผู้ปกครอง และชุมชน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสร้างเด็กไทยให้มีคุณภาพ จากผลการดำเนินการที่ผ่านมาในเขตสุขภาพที่1 พบว่า อุบัติการณ์เสียชีวิตของมารดาและทารกยังคงเป็นปัญหาสำคัญของเขตสุขภาพที่ 1 อัตราส่วนมารดาตายเท่ากับ 10.5 ต่อการเกิดมีชีพแสนคน จากผลการคัดกรองในเขตสุขภาพที่ 1 ปี 2560 พบว่า พัฒนาการสมวัยร้อยละ 93.87 ความครอบคลุมการคัดกรองร้อยละ 82.82 พบสงสัยล่าช้าร้อยละ 27.40 และได้รับการติดตามร้อยละ 74.69 สำหรับผลลัพธ์ของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนร้อยละ48.30 ในระยะหลายปีที่ผ่านมา จากรายงานข้อมูล Health Data Center ของกระทรวงสาธารณสุข พบว่า อัตราสูงดีสมส่วนในปี 2558 ร้อยละ 34.47 ปี 2560 ร้อยละ 45.91(เกณฑ์ ร้อยละ51) และปี 2561 ร้อยละ 43.13 (เกณฑ์ ร้อยละ52) ส่วนสูงเด็กชาย 110.67 เซนติเมตร, ส่วนสูงเด็กหญิง 110.14 เซนติเมตร เมื่อพิจารณารายจังหวัด พบว่าทุกจังหวัด ไม่ผ่านเกณฑ์เป้าหมาย ผลการเฝ้าระวังปัญหาด้านโภชนาการและการเจริญเติบโตพบว่า มีปัญหาเด็กเตี้ยร้อยละ12.64 (เป้าหมายไม่เกินร้อยละ 10)และเด็กอ้วนพบร้อยละ 2.86 (เป้าหมายไม่เกินร้อยละ 10) สำหรับเด็กผอมพบร้อยละ5.84 (เป้าหมายไม่เกินร้อยละ 5) เด็กอายุ3ปีมีฟันผุร้อยละ54.30(เป้าหมายร้อยละ52) ทั้งนี้จากการสำรวจในพื้นที่พบว่า การดำเนินงานโภชนาการในคลินิกฝากครรภ์ คลินิกสุขภาพเด็กดี ศูนย์เด็กเล็ก และชุมชน ยังดำเนินการได้ไม่ตามเกณฑ์มาตรฐาน โดยพบว่ามีการให้บริการโภชนาการในคลินิกฝากครรภ์ไม่ครบถ้วน การใช้กราฟโภชนาการในหญิงตั้งครรภ์ร้อยละ 79.8 มีการสอนด้านอาหารแก่หญิงตั้งครรภ์ร้อยละ 47.6 (การวิจัยคุณภาพบริการในคลินิกฝากครรภ์ ปี 2549) หญิงตั้งครรภ์ไม่กินยาเม็ดไอโอดีน ธาตุเหล็ก และกรดโฟลิก ทุกวันเพียงร้อยละ 16.4 (สำนักโภชนาการ ปี พ.ศ.2558 สำหรับข้อมูลเด็กอายุ 0-5 ปี ให้บริการโภชนาการในคลินิกสุขภาพเด็กดีแก่ผู้รับบริการไม่ครบถ้วน อาทิ การชั่งน้ำหนักและวัดส่วนสูงไม่ถูกต้องร้อยละ 16 มีการแจ้งผลการเจริญเติบโตเพียงร้อยละ 76 ให้คำแนะนำทางโภชนาการร้อยละ 80 ให้วิตามินเสริมธาตุเหล็กร้อยละ 46.6 (รายงานการประเมินผลโครงการจัดบริการคลินิกสุขภาพเด็กดีคุณภาพครั้งที่ 3 พ.ศ.2554) นอกจากนี้ยังพบว่า อาสาสมัครสาธารณสุขขาดความรู้ด้านโภชนาการ ไม่ได้รับการอบรมร้อยละ 53.3 ไม่ได้แนะนำการใช้กราฟการเจริญเติบโตร้อยละ 27.7 ศูนย์เด็กเล็กส่วนใหญ่ดำเนินงานโภชนาการไม่ได้มาตรฐาน ช่องว่างสำคัญอีกประการหนึ่งคือ แม้ว่าประเทศไทยโดยกระทรวงสาธารณสุขจะมีการลงนามความร่วมมือระหว่าง 4 กระทรวงหลัก ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงศึกษาธิการ เป็นต้น แต่ในทางปฏิบัติพบว่ายังขาดความเชื่อมโยงบูรณาการอย่างมีประสิทธิภาพ จากสถานการณ์ ดังกล่าว ศูนย์อนามัยที่ 1 ได้เล็งเห็นความสำคัญของการส่งเสริมสุขภาพสตรีและเด็กปฐมวัย พัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาคุณภาพการส่งเสริมสุขภาพสตรีและเด็กปฐมวัย เขตสุขภาพที่1 ปี2562 เพื่อให้สตรีและเด็กปฐมวัยได้รับการดุแลอย่างเหมาะสม ขับเคลื่อนโครงการ มหัศจรรย์1000วันแรกของชีวิต และการเตรียมความพร้อมของเด็กปฐมวัยสู่วัยเรียนอย่างมีคุณภาพ (Smart kids) โดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายและขับเคลื่อนผ่านกลไกคณะกรรมการคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ(DHB)กลไก PCCและสร้างความเข้มแข็งแก่ MCHB เพื่อให้มีการตั้งครรภ์คุณภาพ และเด็กปฐมวัยมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง มีการเจริญเติบโตของสมองและร่างกายเหมาะสมตามวัย เติบโตเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพของประเทศต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
1.เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านอนามัยแม่และเด็ก 2.เพื่อขับเคลื่อนนโยบายมหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของชีวิต พรบ. Milk Code และการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 3.เพื่อค้นหาและสนับสนุน นวัตกรรม งานวิจัย ด้านอนามัยแม่และเด็ก

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.การเยี่ยมเสริมพลังการดำเนินงาน มาตรฐานอนามัยแม่และเด็กในสถานบริการสาธารณสุขระดับโรงพยาบาล 16 แห่ง
2.บุคลากรได้รับการพัฒนาศักยภาพการการดำเนินงานพรบ. Milk Code และการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 150 คน
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : จำนวนโรงพยาบาลผ่านเกณฑ์มาตรฐานอนามัยแม่และเด็ก (รพสต/รพ.ช/รพ.ท/รพ.ศ) 16 แห่ง
2.เชิงปริมาณ : บุคลากรได้รับการพัฒนาศักยภาพ 250 คน
3.เชิงคุณภาพ : อัตราส่วนมารดาตายต่อการเกิดมีชีพแสนคน 17 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
ขั้นเตรียมการ 1.ศึกษานโยบายและทิศทางการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพแม่และเด็ก ในระดับกระทรวง กรมอนามัย และเขตสุขภาพที่ 1 2.ศึกษาปัญหาข้อมูลสถานการณ์งานอนามัยแม่และเด็กในเขตสุขภาพที่1 3.วิเคราะห์ข้อมูลสถานการณ์งานอนามัยแม่และเด็กในเขตสุขภาพที่1 4,จัดทำโครงการพัฒนาคุณภาพการส่งเสริมสุขภาพสตรีและเด็กปฐมวัย เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินงานอนามัยแม่และเด็กในเขตสุขภาพที่1 ขั้นดำเนินงาน 1.พัฒนาทีมศักยภาพบุคลากร ในการดำเนินงาน เยี่ยมเสริมพลัง นิเทศติดตาม 2.กำหนดกรอบวางแผนและบูรณาการโครงการ ให้เกิดความเชื่อมโยงและสอดคล้องทั้งแผนงาน แผนงบประมาณ และแผน ด้านทีมบุคลากร 3.ดำเนินการ ตามกรอบงานและแผนที่กำหนด 4.ส่งเสริม สนับสนุนในเชิงวิชาการ เพื่อให้การดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพแม่และเด็กให้ เป็นไปตามมาตรฐาน 5.ประสานการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่าย การติดตามประเมินผล (M&E) 1.ส่งเสริมสนับสนุนติดตามงานในพื้นที่ 2.รวบรวมสรุปผลข้อมูลแต่ละตัวชี้วัด 3.รายงานผลการกำกับติดตามการดำเนินงานในรายไตรมาส 4.ติดตามการดำเนินงาน ตามมาตรฐานต่าง ๆ โดยบูรณาการในการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขเขตสุขภาพที่ 1 5.สรุปและรายงานผลการนิเทศ ติดตามและประเมินรับรองมาตรฐาน ที่ครอบคลุม ด้านปัจจัยความสำเร็จ ปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนางาน

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 การอบรมหลักสูตร สาขาการพยาบาลเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ (รพ.ศิริราช) 1 คน 1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562 44,480.00
2 การสร้างความตระหนักรู้ และการสื่อสารสังคม (advocate) จัดงานสัปดาห์นมแม่ เพื่อรณรงค์เกี่ยวกับพรบ.Milk code และการอบรมการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 1 ครั้ง 1 ต.ค. 2561 - 31 ส.ค. 2562 40,000.00
3 พัฒนารูปแบบการสื่อสาร เพื่อการสร้างความรอบรู้สุขภาพ (Heath litteracy)ในหญิงตั้งครรภ์คลินิกฝากครรภ์ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพเชียงใหม่ 1 ครั้ง 1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562 20,000.00
4 การสรุปผลการดำเนินงานที่ครอบคลุม ด้านปัจจัยความสำเร็จ ปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนางาน และจัดทำรายงาน 1 เรื่อง 1 ก.ย. 2562 - 30 ก.ย. 2562 2,000.00
5 ร่วมประชุมวิชาการอนามัยแม่และเด็กแห่งชาติ กรมอนามัย 5 คน 1 ต.ค. 2561 - 28 ก.พ. 2562 19,600.00
6 ร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเพิ่มศักยภาพบุคลากรสาธารณสุขและเครือข่ายเฝ้าระวัง พรบ.ควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พศ.2560. (Milk code) ของกรมอนามัย 5 คน 1 ต.ค. 2561 - 31 ธ.ค. 2561 31,600.00
7 พัฒนาระบบบริการอนามัยแม่และเด็ก ชายแดนไทย-ลาว (เชียงของ - แขวงบ่อแก้ว) 10 คน 1 ม.ค. 2562 - 31 ส.ค. 2562 8,720.00
8 การสร้างความตระหนักรู้ และการสื่อสารสังคม (advocate) 16 แห่ง 1 มี.ค. 2562 - 31 ก.ค. 2562 351,120.00
9 จัดประชุมเพื่อป้องกัน/ทบทวน /สืบสวนมารดาตาย จำนวน 4 ครั้งต่อปี 60 คน 1 ธ.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562 46,000.00
10 พัฒนาศักยภาพบุคลากรสาธารณสุข และพนักงานเจ้าหน้าที่ พรบ.ควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พศ.2560 (Milk code) 200 คน 1 ต.ค. 2561 - 31 ธ.ค. 2561 212,150.00
11 พัฒนาศักยภาพบุคลากร ในการดำเนินงานตามมาตรฐานอนามัยแม่และเด็กในการประชุมวิชาการ MCHB เขตสุขภาพที่ 1 250 คน 1 ม.ค. 2562 - 31 มี.ค. 2562 111,800.00
รวมเป็นเงิน 887,470.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
887,470.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
8 จังหวัด ในเขตสุขภาพที่1 ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
1. สถานบริการสาธารณสุข บุคลากร 2. กรรมการMCH Broad Service plan 3. คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตอำเภอ (พชอ.) 4. เครือข่าย4 กระทรวง และภาคีเครือข่าย ที่เกี่ยวข้อง

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นางพิมพ์ดวงใจ ชัยชนะ นางกฤษณา กาเผือก นางภทรพร พิบูลย์ นางสาววชรินทร์ ปนคำปิน นางสาวชนิดาภา ภูดอนตอง

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางพิมพ์ดวงใจ ชัยชนะ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายสมศักดิ์ เลิศจีระจรัส

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 13

1. ชื่อโครงการ :
โครงการเตรียมความพร้อมเด็ก 3-5 ปีสู่วัยเรียน อย่างมีคุณภาพ (Lanna smart kids) เขตสุขภาพที่ 1 ปี 2562

2. ยุทธศาสตร์ :
1.1 ส่งเสริมการเกิดและเติบโตคุณภาพ

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
2) ร้อยละของเด็กอายุ 0-5 ปี มีพัฒนาการสมวัย
3) ร้อยละของเด็กอายุ 0-5 ปี สูงดีสมส่วน และส่วนสูงเฉลี่ยที่อายุ 5 ปี
4) ร้อยละของเด็กอายุ 3 ปี ปราศจากฟันผุ

4. cluster :
กลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัย

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (11)3.2 ขับเคลื่อนการพัฒนาสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ
5.2 โครงการสำคัญ 3.โครงการเตรียมความพร้อมเด็กอายุ 2-5 ปี

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 7) เสริมสร้างทักษะในชีวิตให้มีความเข้มแข็งและมั่นคง

7. หลักการและเหตุผล :
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) ให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต โดยเริ่มตั้งแต่การพัฒนาในครรภ์มารดาจนถึงอายุ 5 ปี ให้ได้รับการการดูแลที่มีคุณภาพก่อนเข้าสู่วัยเรียน โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการดำเนินการ และ4กระทรวงหลักได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวง พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จากนโยบาย Thailand 4.0 โมเดลขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน และทิศทางหนึ่งคือการยกระดับคุณค่ามนุษย์ พัฒนาคนไทยให้เป็น “มนุษย์ที่สมบูรณ์ในศตวรรษที่ 21” ควบคู่กับการเป็น “คนไทย 4.0 ในโลกที่หนึ่ง” โดยมีการกำหนดคุณลักษณะของคนไทย 4.0 คือ เด็กไทยมี IQ เฉลี่ยไม่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 100 ภายใน 5 ปี และร้อยละ 70 ของเด็กไทยมีคะแนน EQ ไม่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน การส่งเสริมสุขภาพสตรีและเด็กปฐมวัย ครอบครัวเป็นสถาบันพื้นฐานที่สำคัญและเป็นหลักของสังคม เนื่องจากครอบครัวทำหน้าที่ดูแลตั้งแต่เกิดการปฏิสนธิ เลี้ยงดู ส่งเสริมการเจริญเติบโตของเด็กในองค์รวม รวมถึงทำหน้าที่หล่อหลอมและขัดเกลาความเป็นมนุษย์คุณภาพผ่านการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม ตลอดถึงการถ่ายทอดวัฒนธรรมของสังคมให้แก่สมาชิก เพื่อให้มีพัฒนาการสมวัยและเติบโตอย่างมีคุณภาพเป็นกำลังของประเทศต่อไป จากสภาพสังคมที่เปลี่ยนไปทำให้ ส่งผลกระทบต่อการเลี้ยงดูเด็กโดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย ในช่วง 1,000 วันแรกของชีวิต นับตั้งแต่ปฏิสนธิจนถึงสองขวบปีแรกเป็นช่วงวัยทองของเด็กที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาสมอง เพราะเป็นช่วงที่โครงสร้างสมองมีการพัฒนาสูงสุด ทั้งการสร้างเซลล์สมองและการเชื่อมโยงระหว่างเซลล์สมองเกิดเป็นโครงข่ายใยประสาทนับล้านโครงข่าย ซึ่งการที่เซลล์สมองมีการเชื่อมต่อกันทำให้เกิดการสื่อสารระหว่างเซลล์อย่างมีประสิทธิภาพ มีผลต่อพัฒนาการทางสมองของเด็ก ส่งผลต่อการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ ดังนั้น เด็กจึงควรได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนในช่วงดังกล่าว โดยช่วง 270 วันอยู่ในท้องแม่ แม่ควรกินอาหารที่ดีมีประโยชน์ เช่น ปลา ตับ ไข่ ผัก ผลไม้ และนมสดรสจืด ช่วง 180 วัน (แรกเกิดถึง 6 เดือน) เป็นช่วงที่ลูกควรได้กินนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนเต็ม เพราะนมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับลูก จากนั้น 550 วัน (หลัง 6 เดือนถึง 2 ปี) ให้ลูกกินนมแม่ควบคู่อาหารตามวัย เพื่อเป็นการเตรียมสมอง ร่วมกับการพัฒนาทักษะของเด็กเพื่อเข้าสู่วัยเรียนอย่างมีคุณภาพ โดยกระบวนการกระตุ้นผ่านกิจวัตรประจำวัน ในรูปแบบ กิน กอด เล่น เล่า ที่เหมาะสมจากผู้ปกครอง และชุมชน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสร้างเด็กไทยให้มีคุณภาพ จากผลการดำเนินการที่ผ่านมาในเขตสุขภาพที่1 พบว่า อุบัติการณ์เสียชีวิตของมารดาและทารกยังคงเป็นปัญหาสำคัญของเขตสุขภาพที่ 1 อัตราส่วนมารดาตายเท่ากับ 10.5 ต่อการเกิดมีชีพแสนคน จากผลการคัดกรองในเขตสุขภาพที่ 1 ปี 2560 พบว่า พัฒนาการสมวัยร้อยละ 93.87 ความครอบคลุมการคัดกรองร้อยละ 82.82 พบสงสัยล่าช้าร้อยละ 27.40 และได้รับการติดตามร้อยละ 74.69 สำหรับผลลัพธ์ของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนร้อยละ48.30 ในระยะหลายปีที่ผ่านมา จากรายงานข้อมูล Health Data Center ของกระทรวงสาธารณสุข พบว่า อัตราสูงดีสมส่วนในปี 2558 ร้อยละ 34.47 ปี 2560 ร้อยละ 45.91(เกณฑ์ ร้อยละ51) และปี 2561 ร้อยละ 43.13 (เกณฑ์ ร้อยละ52) ส่วนสูงเด็กชาย 110.67 เซนติเมตร, ส่วนสูงเด็กหญิง 110.14 เซนติเมตร เมื่อพิจารณารายจังหวัด พบว่าทุกจังหวัด ไม่ผ่านเกณฑ์เป้าหมาย ผลการเฝ้าระวังปัญหาด้านโภชนาการและการเจริญเติบโตพบว่า มีปัญหาเด็กเตี้ยร้อยละ12.64 (เป้าหมายไม่เกินร้อยละ 10)และเด็กอ้วนพบร้อยละ 2.86 (เป้าหมายไม่เกินร้อยละ 10) สำหรับเด็กผอมพบร้อยละ5.84 (เป้าหมายไม่เกินร้อยละ 5) เด็กอายุ3ปีมีฟันผุร้อยละ54.30(เป้าหมายร้อยละ52) ทั้งนี้จากการสำรวจในพื้นที่พบว่า การดำเนินงานโภชนาการในคลินิกฝากครรภ์ คลินิกสุขภาพเด็กดี ศูนย์เด็กเล็ก และชุมชน ยังดำเนินการได้ไม่ตามเกณฑ์มาตรฐาน โดยพบว่ามีการให้บริการโภชนาการในคลินิกฝากครรภ์ไม่ครบถ้วน การใช้กราฟโภชนาการในหญิงตั้งครรภ์ร้อยละ 79.8 มีการสอนด้านอาหารแก่หญิงตั้งครรภ์ร้อยละ 47.6 (การวิจัยคุณภาพบริการในคลินิกฝากครรภ์ ปี 2549) หญิงตั้งครรภ์ไม่กินยาเม็ดไอโอดีน ธาตุเหล็ก และกรดโฟลิก ทุกวันเพียงร้อยละ 16.4 (สำนักโภชนาการ ปี พ.ศ.2558 สำหรับข้อมูลเด็กอายุ 0-5 ปี ให้บริการโภชนาการในคลินิกสุขภาพเด็กดีแก่ผู้รับบริการไม่ครบถ้วน อาทิ การชั่งน้ำหนักและวัดส่วนสูงไม่ถูกต้องร้อยละ 16 มีการแจ้งผลการเจริญเติบโตเพียงร้อยละ 76 ให้คำแนะนำทางโภชนาการร้อยละ 80 ให้วิตามินเสริมธาตุเหล็กร้อยละ 46.6 (รายงานการประเมินผลโครงการจัดบริการคลินิกสุขภาพเด็กดีคุณภาพครั้งที่ 3 พ.ศ.2554) นอกจากนี้ยังพบว่า อาสาสมัครสาธารณสุขขาดความรู้ด้านโภชนาการ ไม่ได้รับการอบรมร้อยละ 53.3 ไม่ได้แนะนำการใช้กราฟการเจริญเติบโตร้อยละ 27.7 ศูนย์เด็กเล็กส่วนใหญ่ดำเนินงานโภชนาการไม่ได้มาตรฐาน ช่องว่างสำคัญอีกประการหนึ่งคือ แม้ว่าประเทศไทยโดยกระทรวงสาธารณสุขจะมีการลงนามความร่วมมือระหว่าง 4 กระทรวงหลัก ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงศึกษาธิการ เป็นต้น แต่ในทางปฏิบัติพบว่ายังขาดความเชื่อมโยงบูรณาการอย่างมีประสิทธิภาพ จากสถานการณ์ ดังกล่าว ศูนย์อนามัยที่ 1 ได้เล็งเห็นความสำคัญของการส่งเสริมสุขภาพสตรีและเด็กปฐมวัย พัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาคุณภาพการส่งเสริมสุขภาพสตรีและเด็กปฐมวัย เขตสุขภาพที่1 ปี2562 เพื่อให้สตรีและเด็กปฐมวัยได้รับการดุแลอย่างเหมาะสม ขับเคลื่อนโครงการ มหัศจรรย์1000วันแรกของชีวิต และการเตรียมความพร้อมของเด็กปฐมวัยสู่วัยเรียนอย่างมีคุณภาพ (Smart kids) โดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายและขับเคลื่อนผ่านกลไกคณะกรรมการคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ(DHB)กลไก PCCและสร้างความเข้มแข็งแก่ MCHB เพื่อให้มีการตั้งครรภ์คุณภาพ และเด็กปฐมวัยมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง มีการเจริญเติบโตของสมองและร่างกายเหมาะสมตามวัย เติบโตเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพของประเทศต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
เพื่อพัฒนากลไกส่งเสริมเด็กอายุ 3-5 ปี สูงดีสมส่วน ฟันไม่ผุ พัฒนาการสมวัย ในระดับตำบลโดยผ่านกลไกคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.การเยี่ยมเสริมพลังการดำเนินงาน มาตรฐานอนามัยแม่และเด็กในสถานบริการสาธารณสุขระดับโรงพยาบาล 16 แห่ง
2.บุคลากรได้รับการพัฒนาศักยภาพการดำเนินงานมาตรฐานอนามัยแม่และเด็ก 150 คน
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : จำนวนศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัย ได้รับการนิเทศ เสริมพลัง 16 แห่ง
2.เชิงปริมาณ : ต้นแบบตำบลบูรณาการเด็กปฐมวัยสูงดีสมส่วน ฟันไม่ผุ พัฒนาการสมวัย ขับเคลื่อนผ่านกลไกคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ 8 แห่ง
3.เชิงคุณภาพ : เด็กอายุ 0-5 มีพัฒนาการสมวัย 85 ร้อยละ
4.เชิงคุณภาพ : เด็กอายุ 0-5 สูงดีสมส่วน 54 ร้อยละ
5.เชิงคุณภาพ : เด็กอายุ 3 ปี ฟันไม่ผุ 54 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
ขั้นเตรียมการ 1.ศึกษานโยบายและทิศทางการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพแม่และเด็ก ในระดับกระทรวง กรมอนามัย และเขตสุขภาพที่ 1 2.ศึกษาปัญหาข้อมูลสถานการณ์งานอนามัยแม่และเด็กในเขตสุขภาพที่1 3.วิเคราะห์ข้อมูลสถานการณ์งานอนามัยแม่และเด็กในเขตสุขภาพที่1 4.จัดทำโครงการพัฒนาคุณภาพการส่งเสริมสุขภาพสตรีและเด็กปฐมวัย เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินงานอนามัยแม่และเด็กในเขตสุขภาพที่1 ขั้นดำเนินงาน 1.พัฒนาทีมศักยภาพบุคลากร ในการดำเนินงาน เยี่ยมเสริมพลัง นิเทศติดตาม 2.กำหนดกรอบวางแผนและบูรณาการโครงการ ให้เกิดความเชื่อมโยงและสอดคล้องทั้งแผนงาน แผนงบประมาณ และแผน ด้านทีมบุคลากร 3.ดำเนินการ ตามกรอบงานและแผนที่กำหนด 4.ส่งเสริม สนับสนุนในเชิงวิชาการ เพื่อให้การดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพแม่และเด็กให้ เป็นไปตามมาตรฐาน 5.ประสานการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่าย การติดตามประเมินผล (M&E) 1.ส่งเสริมสนับสนุนติดตามงานในพื้นที่ 2.รวบรวมสรุปผลข้อมูลแต่ละตัวชี้วัด 3.รายงานผลการกำกับติดตามการดำเนินงานในรายไตรมาส 4.ติดตามการดำเนินงาน ตามมาตรฐานต่าง ๆ โดยบูรณาการในการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขเขตสุขภาพที่ 1 5.สรุปและรายงานผลการนิเทศ ติดตามและประเมินรับรองมาตรฐาน ที่ครอบคลุม ด้านปัจจัยความสำเร็จ ปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนางาน

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 การสรุปผลการดำเนินงานที่ครอบคลุม ด้านปัจจัยความสำเร็จ ปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนางาน 1 เรื่อง 1 ก.ย. 2562 - 30 ก.ย. 2562 2,000.00
2 พัฒนาระบบเฝ้าระวังการเจริญเติบโตในเด็กปฐมวัยใน สพด. 8 แห่ง 1 มี.ค. 2562 - 31 ก.ค. 2562 367,110.00
3 การสร้างความตระหนักรู้ และการสื่อสารสังคม (advocate) 8 แห่ง 1 ต.ค. 2561 - 31 ธ.ค. 2561 81,720.00
4 ประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ 150 คน 1 ต.ค. 2561 - 31 ธ.ค. 2561 173,475.00
รวมเป็นเงิน 624,305.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
624,305.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
8 จังหวัด ในเขตสุขภาพที่ 1 ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
1. สถานบริการสาธารณสุข บุคลากร 2. กรรมการ MCH Broad Service plan 3. คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตอำเภอ (พชอ.) 4. เครือข่าย 4 กระทรวง และภาคีเครือข่าย ที่เกี่ยวข้อง

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นางพิมพ์ดวงใจ ชัยชนะ นางกฤษณา กาเผือก นางภทรพร พิบูลย์ นางสาววชรินทร์ ปนคำปิน นางสาวชนิดาภา ภูดอนตอง

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางพิมพ์ดวงใจ ชัยชนะ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายสมศักดิ์ เลิศจีระจรัส

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 14

1. ชื่อโครงการ :
โครงการพัฒนาวิชาการเพื่อการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่

2. ยุทธศาสตร์ :
4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
19) จำนวนงานวิจัย ผลงานวิชาการ และนวัตกรรมที่ถูกนำไปใช้ประโยชนย์

4. cluster :
กลุ่มข้อมูลและจัดการความรู้ และการเฝ้าระวัง (KISS )

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (62)19.3 การขับเคลื่อนพัฒนาการจัดการความรู้ วิจัย และนวัตกรรม
5.2 โครงการสำคัญ 19. โครงการพัฒนาระบบเฝ้าระวัง การจัดการความรู้ และนวัตกรรมด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 9) ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุเข้าถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อสุขภาวะที่ดี

7. หลักการและเหตุผล :
ตามที่ กรมอนามัย มีนโยบายพัฒนาเป็นกรมวิชาการที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ให้บรรลุการเป็นผู้อภิบาลระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อคนไทยสุขภาพดี และได้กำหนดแนวทางการพัฒนาองค์กรคุณภาพคู่คุณธรรม เพื่อขับเคลื่อนกรมอนามัย 4.0 ซึ่ง ศูนย์จัดการความรู้ วิจัย และนวัตกรรม กรมอนามัย ได้จัดทำแผนบูรณาการจัดการความรู้ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อเร่งรัดการขับเคลื่อนภารกิจการเป็นองค์กรคุณภาพคู่คุณธรรมและเพื่อยกระดับคุณภาพการบริหารจัดการความรู้ วิจัย และนวัตกรรม กรมอนามัยให้มีขีดสมรรถนะสูง ทันสมัย มีธรรมาภิบาลเทียบเท่ามาตรฐานสากล ดังนั้น ศูนย์อนามัยที่ 1 เร่งรัดการดำเนินงานตามนโยบายกรมอนามัย โดยได้ปรับโครงสร้างภายในองค์กร และจัดตั้ง ศูนย์วิจัยนวัตกรรม กลุ่มขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และพัฒนากำลังคน มีหน้าที่พัฒนาระบบบริหารงานวิจัย ระบบการพัฒนานวัตกรรม และระบบการจัดการความรู้เพื่อนำไปใช้ประโยชน์และต่อยอดในเชิงพาณิชย์ รวมทั้ง การสนับสนุนพัฒนาขีดความสามารถของนักวิจัย นักจัดการความรู้ นวัตกร และผู้บริหารวิชาการให้ครบกระบวนการ รวมทั้งขับเคลื่อนการดำเนินงาน พัฒนาวิธีการดำเนินงานรูปแบบใหม่ๆ และสร้างกลไกการดำเนินงานแบบข้ามสายงาน (Cross Function) มุ่งสู่การเป็นองค์กรเรียนรู้ที่มีสมรรถนะสูง โดยใช้แนวคิดเข้มแข็งจากภายใน เชื่อมโยงสู่ภายนอกผ่านเครือข่ายการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ศูนย์วิจัยนวัตกรรม จึงได้จัดทำแผนพัฒนาวิชาการภายในหน่วยงานและแผนบูรณาการพัฒนาวิชาการของหน่วยงานในสังกัดกรมอนามัย (ภาคเหนือ) และจัดทำโครงการพัฒนาวิชาการ (การจัดการความรู้ วิจัยและนวัตกรรม) ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ ปี 2562 เพื่อรวมพลัง สร้างสังค์การพัฒนาวิชาการสู่ความเป็นเลิศ และสามารถนำไปสู่การพัฒนาสุขภาพของประชาชนต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
1.เพื่อพัฒนาคุณภาพผลงานวิจัย วิชาการ และนวัตกรรม เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ 2.เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการจัดการความรู้ วิจัย นวัตกรรม 3.เพื่อพัฒนาระบบการจัดการความรู้ในงานวิจัย วิชาการ และนวัตกรรมเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ 4.เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากร : นักวิจัย นวัตกร และนักจัดการความรู้ ให้มีความรู้ สามารถสร้าง นวัตกรรมและก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในองค์กร

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ผลงานวิชาการ วิจัย นวัตกรรม และการจัดการความรู้ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง 2 เรื่อง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : เจ้าหน้าที่ศูนย์อนามัยได้รับการอบรม R2R (Routine to Research) 40 คน
2.เชิงปริมาณ : วารสารการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมล้านนา 2 ฉบับ
3.เชิงปริมาณ : นวัตกรรม เสื้ออุ่นไอรัก ผ้าปิดตาลดโลกร้อน ไม้ไผ่หายง่อม และ ลูกประคบสมุนไพรไซส์ s มีการนำไปใช้เผยแพร่แก่ภาคีเครือข่าย 4 เรื่อง
4.เชิงปริมาณ : เจ้าหน้าที่ศูนย์อนามัยได้รับการพัฒนาศักยภาพด้านจริยธรรมการวิจัย 10 คน

10. วิธีการดำเนินงาน :
11.1 บริหารงานวิจัย และนวัตกรรม 1. วิเคราะห์สถานการณ์ปัญหาการบริหารงานวิจัย การพัฒนาวิชาการใน ศอ. 1 2. จัดทำโครงการ 3. ทบทวนคำสั่งและแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาวิชาการ คณะกรรมการจริยธรรมวิจัย กองบรรณาธิการ วารสารฯ คณะทำงานศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรม 4. กำหนดบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการต่างๆ ตามข้อ 2 5. จัดประชุมคณะกรรมการต่างๆ ตามวาระที่กำหนด 6. รายงานผลการประชุมทุกเดือน 7. สรุปผลการดำเนินงานรอบ 6 และ 12 เดือน 11.2 การจัดการความรู้ และการนำไปใช้ประโยชน์ 1. จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภายในหน่วยงาน ปีละ 2 ครั้ง : ตลาดนัดความรู้ยุคดิจิทัล 4.0 (กาดก้อม) 2. จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างศูนย์เขตในภาคเหนือ : LIKE Talk ภาคเหนือ 1 ครั้ง (เจ้าภาพ) 3. เข้าร่วมเวที LIKE Talk ภาคเหนือ 2 ครั้ง 4. ประสานงาน/ชี้แจงแนวทางการดำเนินงานร่วมกัน 3 ศูนย์เขต 5. ประกวดการนำเสนอผลงานจากเวที LIKE Talk ภาคเหนือ 6. สกัดองค์ความรู้จากผลงานที่โดดเด่น เพื่อนำไปสู่การเผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์ NBT (รายการมองเมือง เหนือ) 7. จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ CoP PMQA Mechanism ทุกวันจันทร์ อังคาร พุธ ศุกร์ 8. สรุปประเมินผลการดำเนินงานโครงการ

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 การประกวดแนวคิดการสร้างสรรค์นวัตกรรมและพัฒนานวัตกรรมที่เป็นเลิศ 1 ครั้ง 1 พ.ค. 2562 - 31 พ.ค. 2562 20,000.00
2 เข้าร่วมอบรม Thai journal 1 ครั้ง 1 เม.ย. 2562 - 30 เม.ย. 2562 30,000.00
3 ประชุมคณะกรรมการรับรองจริยธรรมการวิจัยปีละ 2 ครั้ง 2 ครั้ง 1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562 22,000.00
4 จัดทำวารสารการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมล้านนา ปีละ 2 ฉบับ 2 ฉบับ 1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562 11,525.00
5 พัฒนานวัตกรรม เสื้ออุ่นไอรัก ผ้าปิดตาลดโลกร้อน ไม้ไผ่หายง่อม และ ลูกประคบสมุนไพรไซส์ s 4 ชุด 1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562 20,000.00
6 เข้าร่วมเวที LIKE Talk ภาคเหนือ 10 คน 1 ม.ค. 2562 - 31 ม.ค. 2562 77,955.00
7 เข้าร่วมอบรมการพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัย 10 คน 1 ก.พ. 2562 - 28 ก.พ. 2562 39,600.00
8 ประชุมกองบรรณาธิการเพื่อจัดทำวารสารการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม 10 คน 1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562 1,700.00
9 ศึกษาดูงานเพื่อพัฒนาศักยภาพด้านวิชาการ(จริยธรรมการวิจัยและวารสาร) 20 คน 1 ต.ค. 2561 - 31 ธ.ค. 2561 5,000.00
10 จัดอบรม R2R (Routine to Research) 40 คน 1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562 49,640.00
รวมเป็นเงิน 277,420.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
277,420.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ และเขตสุขภาพที่ 1

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
บุคคลากรภายในหน่วยงานศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ ผู้รับผิดชอบงานกพว. ทีม ศวน. บุคลากร ศูนย์อนามัยที่ 1, 2, 3 ศูนย์ทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศ ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ชายขอบและแรงงานข้ามชาติ

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. นางสาวพินทร์พจน์ พรหมเสน 2. นายกฤษณะ จาตุรงค์รัศมี

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวพินทร์พจน์ พรหมเสน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายสมพงษ์ โมราฤทธิ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
แพทยฺ์หญิงนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 15

1. ชื่อโครงการ :
โครงการพัฒนาสุขาภิบาลอาหารและการจัดการน้ำโรงเรียนในถิ่นทุรกันดารพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ปีงบประมาณ 2562

2. ยุทธศาสตร์ :
2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
15) ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างน้อยตำบลละ 1 ชุมชน

4. cluster :
กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (6)1.6 พัฒนาการจัดการน้าบริโภคและสุขาภิบาลอาหารในพื้นที่โครงการพระราชดาริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ
5.2 โครงการสำคัญ 1.โครงการพัฒนาและบริการการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมกับประชาชนในพื้นที่โครงการพระราชดาริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานยุทธศาสตร์สร้างเสริมให้คนมีสุขภาวะที่ดี
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 3) พัฒนาและบริการการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมกับประชาชนในพื้นที่โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ

7. หลักการและเหตุผล :
อาหารและน้ำเป็นปัจจัยที่สำคัญสำหรับการดำรงชีวิตของมนุษย์ ทั้งในการบริโภค อุปโภค และกิจกรรมต่างๆในชีวิตประจำวันโดยเฉพาะที่ใช้เพื่อการบริโภคนั้นจะต้องสะอาดปลอดภัยจากเชื้อโรคและสิ่งปนเปื้อนต่างๆ การที่จะบรรลุการที่มีอาหารและน้ำบริโภคที่สะอาดปลอดภัยสำหรับประชาชน จึงต้องมีการดูแลตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนไปถึงปลายน้ำที่ควบคุมคุณภาพก่อนถึงประชาชนซึ่งในปัจจุบันทรัพยากรธรรมชาติของประเทศไทยได้เสื่อมโทรมลงไม่ว่าจะเป็นปัญหาจากการบุกรุกตัดไม้ทำลายป่า การทำไร่เลื่อนลอย การเกษตรเชิงเดี่ยว เป็นต้น ส่งผลให้แหล่งต้นน้ำที่เป็นแหล่งที่มาของน้ำบริโภคเสื่อมโทรมลง ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวจึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหลายด้าน จึงได้มีการจัดทำโครงการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนได้มีอาหารและน้ำบริโภคที่สะอาด ปลอดภัยมีคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเฝ้าระวังคุณภาพอาหารและน้ำ โดยมีการดำเนินการภายใต้แผนบูรณาการทั้งทางเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้และพัฒนาอาชีพตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ส่งเสริมความเข้มแข็งและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของครอบครัว ชุมชน ฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรดิน น้ำ ป่าไม้เพื่อความสมดุลและยั่งยืนซึ่งพระราชกรณีย์กิจในพื้นที่เยี่ยมติดตามงานโครงการฯ ทรงมีพระราชกระแสสำคัญเกี่ยวกับการพัฒนาด้านน้ำ โภชนาการ สุขาภิบาลและสุขอนามัย ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ จึงได้จัดทำโครงการโดยมุ่งหวังส่งเสริมความรู้เชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับการจัดการน้ำบริโภค และสุขอนามัย ส่งเสริมศักยภาพในการพัฒนาคุณภาพอาหารและน้ำดื่มอย่างปลอดภัยและสุขอนามัยที่ถูกต้อง เพื่อสนับสนุนและสนองพระราชดำริครอบคลุม เยาวชน เด็ก แม่บ้าน และอาสาสมัครในระดับครัวเรือนและชุมชนเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตในด้านน้ำบริโภคที่สะอาด ปลอดภัย และสุขอนามัยของประชาชน ซึ่งจะเป็นพื้นฐานของสุขภาพชีวิตที่ดีในที่สุด

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อส่งเสริมให้เด็ก เยาวชนและประชาชนในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริมีอาหารและน้ำบริโภคที่ปลอดภัย อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีและมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภคอย่างต่อเนื่อง 2. เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการเฝ้าระวังคุณภาพอาหารและน้ำบริโภค 3. เพื่อพัฒนาต้นแบบระบบการจัดการสุขาภิบาลอาหารและน้ำบริโภคที่มีคุณภาพและเหมาะสมกับบริบทของพื้นที่

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.จำนวนภาคีเครือข่ายที่ได้รับการพัฒนาศักยภาพ 160 คน
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : จำนวนภาคีเครือข่าย 30 แห่ง
2.เชิงปริมาณ : จำนวนรูปแบบการปรับปรุงและเฝ้าระวังคุณภาพทางสุขาภิบาลอาหารและน้ำบริโภค 1 รูปแบบ

10. วิธีการดำเนินงาน :
ขั้นเตรียมการ -สำรวจและเฝ้าระวังสถานการณ์ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม สุขาภิบาลอาหารและน้ำและคุณภาพ น้ำบริโภค ของโรงเรียนและพื้นที่ในถิ่นทุรกันดาร ขั้นดำเนินการ - จัดประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะครูอนามัยด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม สุขาภิบาลอาหารและน้ำและระบบการจัดการน้ำบริโภคที่ปลอดภัยแก่กลุ่มเป้าหมายทั้งโรงเรียนและชุมชน - พัฒนารูปแบบการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภคด้วยชุดทดสอบภาคสนาม โดยครูอนามัย นักเรียน ผู้ดูแลเด็ก พระพี่เลี้ยง สามเณรและประชาชนและอสม.ในพื้นที่ต้นแบบ การติดตามประเมินผล (M&E) - ติดตามการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม สุขาภิบาลอาหารและน้ำและการจัดการน้ำบริโภคในโรงเรียนและพื้นที่ในถิ่นทุรกันดาร

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ติดตามการพัฒนาด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมตามคำแนะนำของศอ.1 และภาคีเครือช่ายในพื้นที่และวางแผนการดำเนินการร่วมกัน 2 แห่ง 1 มี.ค. 2562 - 31 ส.ค. 2562 25,620.00
2 พัฒนาทักษะครูอนามัยด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม สุขาภิบาลอาหารและน้ำ ส้วมHAS การจัดการปฏิกูลแก่เจ้าหน้าที่สาธารณสุข โรงเรียน ตชด 40 คน 1 พ.ย. 2561 - 31 ธ.ค. 2561 24,200.00
3 พัฒนาทักษะครูอนามัยด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม สุขาภิบาลอาหารและน้ำ ส้วมHAS การจัดการปฏิกูลแก่ พระสงฆ์ที่ดูแลโรงพระปริยัติ เจ้าหน้าสาธารณสุข ในโรงเรียนพระปริยัติ 80 คน 1 ธ.ค. 2561 - 31 มี.ค. 2562 78,780.00
รวมเป็นเงิน 128,600.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
128,600.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 พ.ย. 2561 - 31 ส.ค. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
โรงเรียนตชด. จำนวน 15 แห่ง/โรงเรียนพระปริยัติ จำนวน 15 แห่ง

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ ครูอนามัย นักเรียน ในพื้นที่ โรงเรียนตชด.15 แห่ง/ร.ร พระปริยัติ 15 แห่ง จำนวน 160 คน

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
นักเรียนในพื้นที่ โรงเรียนตชด. และ ร.ร พระปริยัติ

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นางสาวศิริวรรณ์ การัตน์ นางสาวปวีณา คำแปง

19. ผู้เสนอโครงการ :
นายวิภู กฤษณุรักษ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายสมศักดิ์ เลิศจีระจรัส

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 16

1. ชื่อโครงการ :
โครงการการบริหารแผนงานโครงการและติดตามประเมินผลงานส่งเสริมสุขภาพกลุ่มวัยและพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ ประจำปี 2562

2. ยุทธศาสตร์ :
3. อภิบาลระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
17) ร้อยละของภาคีเครือข่ายภาครัฐที่นำสินค้าและบริการ (Product Champion) ของกรมอนามัยไปใช้

4. cluster :
กรมอนามัย

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (68)21.4 ขับเคลื่อนการปฏิรูป นโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนปฏิบัติการกรมอนามัย
5.2 โครงการสำคัญ 21. โครงการพัฒนาและขับเคลื่อนกรมอนามัย 4.0 องค์กรคุณภาพคู่คุณธรรม

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ และการจัดการมลพิษและสิ่งแวดล้อม
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 14) ส่งเสริมการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมเมืองและชุมชนสู่การพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ

7. หลักการและเหตุผล :
จากสถานการณ์การดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม เขตสุขภาพที่ 1 ประจำปี 2561 ที่ผ่านมา พบว่าผลการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพที่สำคัญบางตัวชี้วัดยังไม่ผ่านเกณฑ์ และคงเป็นปัญหาอย่างต่อเนื่อง เช่น มารดาตาย เด็ก 0-5 ปี สูงดีสมส่วน เด็กวัยเรียนสูงดีสมส่วน วัยทำงานอายุ 30-44 ปี ดัชนีมวลกายปกติ เป็นต้น เพื่อให้ผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดบรรลุเป้าหมาย หน่วยงานต่างๆ ควรได้รับความร่วมมือและการบูรณาการจากทั้งฝ่ายปฏิบัติและฝ่ายสนับสนุน ในฐานะที่ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ เป็นศูนย์วิชาการที่มีบทบาทในการสนับสนุนพื้นที่ในการส่งเสริมสุขภาพประชาชนให้ครอบคลุมทุกกลุ่มวัย ตลอดจนดูแลด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพน้อยที่สุด ดังนั้นหน่วยงานจึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาระบบการนิเทศ ติดตามและประเมินผล (Monitoring and Evaluation) ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงาน รับรู้อุปสรรคข้อจำกัดในด้านต่างๆ รวมถึงปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความสำเร็จ และเพื่อให้ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงกระบวนการทำงาน การบริหารจัดการรวมถึงการแก้ไขปัญหาที่ตอบสนองความต้องการของพื้นที่ ตลอดจนใช้เพื่อตรวจสอบความก้าวหน้าของการดำเนินงานตามโครงการภายในหน่วยงานว่ามีมากน้อยเพียงใด ได้ผลตามวัตถุประสงค์หรือไม่ ใช้เป็นข้อมูลนำไปสู่การตัดสินใจปรับเปลี่ยนแผนการดำเนินงาน ซึ่งจะส่งผลให้ผลลัพธ์การดำเนินงานบรรลุตามเป้าหมายที่ต้องการ ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ กรมอนามัย ได้ตระหนักถึงความสำคัญและความจำเป็นดังกล่าว จึงจัดทำโครงการนิเทศติดตามและประเมินผลการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2562 ซึ่งกิจกรรมในโครงการมีวัตถุประสงค์เพื่อการนิเทศ ติดตาม ควบคุมกำกับและประเมินผลอย่างเป็นระบบให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งถ้ามีการติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง ย่อมทำให้ทราบปัญหาหรือความต้องการที่แท้จริงสามารถแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที ส่งผลให้หน่วยงานและภาคีเครือข่ายในพื้นที่รับผิดชอบสามารถดำเนินงานได้ตามมาตรฐานอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อจัดทำแผนยุทธศาสตร์ศูนย์อนามัยที่ 1 2. เพื่อพัฒนาระบบการกำกับติดตามและประเมินผล อย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล 3. เพื่อใช้ติดตามผลการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกหน่วยงาน

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1. แผนยุทธศาสตร์ศูนย์อนามัยที่ 1 1 ฉบับ
2.รายงานการตรวจราชการ ตก.1, ตก.2 , บทสรุปผู้บริหาร 12 ฉบับ
3.รายงานผลการดำเนินงานแผนงาน/โครงการ ตัวชี้วัดสำคัญ 12 ฉบับ
4.รายงานประจำปี 2562 ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ 1 ฉบับ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : เจ้าหน้าที่ศูนย์อนามัยเข้าร่วมประชุมจัดทำแผนยุทธศาสตร์ 80 คน
2.เชิงปริมาณ : การรับนิเทศกรมและการตรวจเยี่ยมเฉพาะกิจ 3 ครั้ง
3.เชิงปริมาณ : การนิเทศและตรวจราชการ 16 ครั้ง
4.เชิงปริมาณ : การจัดประชุมสรุปผลการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม 2 ครั้ง
5.เชิงปริมาณ : การจัดประชุมกวป. 10 ครั้ง

10. วิธีการดำเนินงาน :
11.1 การตรวจราชการและนิเทศงาน กระทรวงสาธารณสุข กรณีปกติ และ บูรณาการ เขตสุขภาพที่ 1 11.1.1 ขั้นเตรียมการ 1. เข้าร่วมประชุมรับทราบนโยบาย แนวทางการตรวจราชการ ประจำปีงบประมาณ 2562 จำนวน 3 ครั้ง กระทรวงสาธารณสุข 1 ครั้ง/กรมอนามัย 1 ครั้ง/เขตสุขภาพ 1 ครั้ง 2. ประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำแผนตรวจราชการและนิเทศงานของศูนย์อนามัยที่ 1 ปี 2562 2 ครั้ง ( รอบ 1 , รอบ 2) - จัดเตรียมเอกสาร ข้อมูลตัวชี้วัดสำคัญย้อนหลัง 1 – 3 ปี/ นโยบาย แนวทางการดำเนินงานปี 2562 และแผนการตรวจราชการจากสำนักตรวจและประเมินผล ปี 2562 - จัดทำคู่มือนิเทศ และตรวจราชการ ศูนย์อนามัยที่ 1 ประจำปี 2562 - ทบทวนเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ 11.1.2 ขั้นดำเนินการ 1. การนิเทศและตรวจราชการร่วมกับทีมสำนักตรวจและประเมินผล กระทรวงสาธารณสุข ประจำปี 2562 1.1) จัดทำแผนนิเทศและตรวจราชการ ประจำปี 2562 1.2 ) ร่วมนิเทศงานกับทีมตรวจราชการ กระทรวงสาธารณสุข 8 จังหวัด 2 รอบ 16 ครั้ง ดังนี้ รอบที่ 1 ระหว่างเดือน มกราคม – มีนาคม 2562 (8 จังหวัด) รอบที่ 2 ระหว่างเดือน มิถุนายน - สิงหาคม 2562 (8 จังหวัด ) 1.3) สรุปรายงานการนิเทศและตรวจราชการ กรณีปกติ/บูรณาการ (รายงานตก.1 , ตก.2, บทสรุปผู้บริหาร) ส่งสำนักตรวจและประเมินผล กระทรวงสธ./กรมอนามัย/เสนอผู้บริหารและผู้ที่เกี่ยวข้อง 1.4) เข้าร่วมประชุมสรุปผลการนิเทศและตรวจราชการ ประจำปี 2562 : 4 ครั้ง กระทรวงสาธารณสุข 2 ครั้ง/เขตสุขภาพ 2 ครั้ง (รอบ 1 และ 2) 1.5) จัดประชุมจัดทำแผนยุทธศาสตร์ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ 11.1.3 การติดตามประเมินผล 1. สรุปปัญหาและอุปสรรค ตลอดจนความคิดเห็นต่อการนิเทศจากผู้นิเทศ ศูนย์อนามัยที่ 1 2. รายงาน ตก.1 , ตก.2 และบทสรุปผู้บริหาร 3. เอกสาร CD/DVD รายงานสรุปการนิเทศและตรวจราชการ ศูนย์อนามัยที่ 1 ประจำปี 2562 11.2 การติดตามและประเมินผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัด/โครงการ ศูนย์อนามัยที่ 1 ปี 2562 11.2.1 ขั้นเตรียมการ 1. จัดเตรียมและทำหนังสือแต่งตั้งคณะกรรมการวางแผนและประเมินผล ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ 2. จัดเตรียมแบบฟอร์มติดตามผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดกรมอนามัย รายไตรมาส ( 3, 6, 9, 12 เดือน) 3. จัดเตรียมแบบฟอร์มติดตามผลการดำเนินงานโครงการ ศูนย์อนามัยที่ 1 11.2.2 ขั้นดำเนินการ 1. ศึกษานโยบาย ยุทธศาสตร์การส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมของกรมอนามัยรวบรวมผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดกรมอนามัย วิเคราะห์ผลการดำเนินงานรายไตรมาส ( 3, 6, 9, 12 เดือน) 2. จัดประชุมชี้แจงการติดตามประเมินผลการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม 3. จัดประชุมคณะกรรมการวางแผนและประเมินผล 12 ครั้ง/ปี (เดือนละ 1 ครั้ง) 4. จัดประชุมสรุปผลการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม รอบ 6 เดือน และ 12 เดือน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ 5. รวบรวมและวิเคราะห์ผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดและโครงการ ศูนย์อนามัยที่ 1 นำเสนอต่อผู้บริหาร และผู้ที่เกี่ยวข้อง ในที่ประชุมกวป. (เดือนละครั้ง/ 12 ครั้ง ต่อปี) 6 จัดประชุมสรุปผลการดำเนินงานโครงการประจำปี 2562 รอบ 6 เดือน และ 12 เดือน จำนวน 2 ครั้ง / ปี 7. จัดทำรายงานสรุประเด็นข้อเสนอแนะสำคัญจากการประชุมฯ ทั้ง 2 รอบ นำเสนอผู้บริหารและผู้ที่เกี่ยวข้อง 11.2.3 การติดตามประเมินผล 1. รายงานผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัด รายไตรมาส (3, 6, 9, 12 เดือน) และผลการดำเนินงานโครงการ รายไตรมาส (3 เดือน/ครั้ง) 11.3 การรับนิเทศจากกรมอนามัย, รับการตรวจเยี่ยมเฉพาะกิจ 1. จัดเตรียมและรวบรวมข้อมูลสถานการณ์ปัญหา ผลการดำเนินงานตามประเด็นยุทธศาสตร์ ปัญหาอุปสรรคที่พบ ตลอดจนข้อเสนอแนะ/สิ่งต้องการสนับสนุน และประสานผู้ที่เกี่ยวข้อง 2. จัดทำเอกสารประกอบการรับนิเทศกรมอนามัย 2 ครั้ง, เอกสารรับการตรวจเยี่ยมเฉพาะกิจ 1 ครั้ง 3. จัดทำสไลด์นำเสนอผลการดำเนินงานภาพรวม ศูนย์อนามัยที่ 1 จำนวน 3 ครั้ง 4. จัดประชุมเชิงปฏิบัติการรับนิเทศกรมอนามัย 2 ครั้ง, รับการตรวจเยี่ยมเฉพาะกิจ 1 ครั้ง รวม 3 ครั้ง 5. จัดทำรายงานสรุปข้อเสนอแนะจากการรับนิเทศ,รับการตรวจเยี่ยม จำนวน 3 ครั้ง 11.4 การจัดทำรายงานประจำปี 2561 1. รวบรวมข้อมูลพื้นฐาน ผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดสำคัญ สรุปโครงการประจำปี 2561 2. เตรียมประชุมชี้แจงและจัดตั้งคณะทำงาน 3. ตรวจสอบข้อมูล และให้ผู้รับผิดชอบตรวจสอบข้อมูลย้อนกลับ 4. จัดรูปแบบรายงานประจำปี พิสูจน์อักษร ส่งให้ผู้เชี่ยวชาญและตรวจสอบคุณภาพ และแก้ไขตามข้อเสนอแนะ 5. ประสานจัดซื้อจัดจ้าง ในการจัดทำรูปเล่มลงแผ่น CD/DVD 6. เผยแพร่รายงานประจำปี ให้แก่หน่วยงานทั้งภายในภายนอก และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง 11.5 การจัดทำแผนยุทธศาสตร์ศูนย์อนามัยที่ 1 ทบทวนและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ จัดทำร่างแผนยุทธศาสตร์ฯ จัดประชุมจัดทำแผนยุทธศาสตร์ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ จัดทำเอกสารแผนยุทธศาสตร์ฯ

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมสรุปผลการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม 2 ครั้ง 1 มี.ค. 2562 - 30 ก.ย. 2562 18,000.00
2 ร่วมประชุมสรุปผลการตรวจราชการและนิเทศงาน กรณีปกติ/บูรณาการ 2 ครั้ง 22 เม.ย. 2562 - 6 ก.ย. 2562 45,440.00
3 ประชุมชี้แจงนโยบาย/การดำเนินงาน/ตัวชี้วัด / แนวทางการตรวจราชการ 3 ครั้ง 1 พ.ย. 2561 - 31 ธ.ค. 2561 27,750.00
4 รับนิเทศจากกรมอนามัย ปี 2562 และการตรวจเยี่ยมเฉพาะกิจ 3 ครั้ง 1 พ.ย. 2561 - 30 ส.ค. 2562 44,200.00
5 จัดประชุมคณะกรรมการกวป. 10 ครั้ง 1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562 16,250.00
6 ร่วมตรวจราชการและนิเทศงานกับทีมสำนักตรวจราชการ กระทรวงสธ. 8 จังหวัด 2 รอบ (16 ครั้ง) กรณีปกติ / บูรณาการ 16 ครั้ง 1 ก.พ. 2562 - 31 ก.ค. 2562 277,580.00
7 การประชุมเชิงปฏิบัติการ จัดทำแผนยุทธศาสตร์ HPC1-4.0 และแผนปฏิบัติราชการปี 2562 ครั้งที่ 2 80 คน 18 ต.ค. 2561 - 19 ต.ค. 2561 144,400.00
รวมเป็นเงิน 573,620.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
573,620.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดับจังหวัดในสังกัดของกระทรวงสาธารณสุขและภาคีเครือข่าย ในเขตสุขภาพที่ 1 (เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน เชียงใหม่)

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
นักวิชาการ/บุคลากรสาธารณสุขที่รับผิดชอบประเด็นยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง ศอ.1 และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เขตสุขภาพที่ 1

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นางวรพรรณ บุญมาประเสริฐ นางสาวชัญญา อนุเคราะห์

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางวรพรรณ บุญมาประเสริฐ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายสมพงษ์ โมราฤทธิ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
แพทยฺ์หญิงนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 17

1. ชื่อโครงการ :
โครงการโรงเรียนรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literate School) ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่

2. ยุทธศาสตร์ :
1.2 ส่งเสริมเด็กวัยเรียนให้แข็งแรงและฉลาด

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
5) ร้อยละของเด็กวัยเรียน (6-14 ปี) สูงดีสมส่วน ฟันไม่ผุ (caries free) และเด็กอายุ 12 ปี มีส่วนสูงเฉลี่ยตามเกณฑ์
6) ร้อยละของเด็กวัยเรียนมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ด้านการบริโภคอาหาร กิจกรรมทางกาย และทันตสุขภาพ

4. cluster :
กลุ่มวัยเรียนและวัยรุ่น

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (13)4.2 เสริมสร้างและสื่อสารความรอบรู้ด้านสุขภาพ
5.2 โครงการสำคัญ 4.โครงการโรงเรียนรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literate School : HLS)

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 6) พัฒนาศักยภาพและบริการส่งเสริมสุขภาพประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสม

7. หลักการและเหตุผล :
สถานการณ์เด็กอายุ 6-14 ปี ปีงบประมาณ 2561 จากระบบ HDC ที่ผ่านมา ณ วันที่ 16 กรกฏาคม 2561 พบว่าเด็กวัยเรียนสูงดี สมส่วนในเขตสุขภาพที่ 1 เชียงใหม่ร้อยละ 62.25 ยังต่ำกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้คือร้อยละ 65 และต่ำกว่าเป้าหมายภาพรวมของประเทศที่กำหนดไว้คือร้อยละ 68 ผลงานภาพรวมระดับประเทศคือร้อยละ 67.47 สถานการณ์ของภาวะเริ่มอ้วนและอ้วนร้อยละ 12.1 ซึ่งกำหนดเป้าหมายคือไม่เกินร้อยละ 10 ทั้งนี้มีเพียงจังหวัดพะเยา และ แม่ฮ่องสอน เท่านั้นที่มีผลงานบรรลุเป้าหมายที่กำหนด เมื่อพิจารณาภาพรวมของผลงานรายจังหวัด ปีงบประมาณ 2558-2561 พบว่าส่วนใหญ่ภาวะเริ่มอ้วนและอ้วนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น สำหรับสถานการณ์ส่วนสูงเฉลี่ยของเด็กอายุ 12 ปี พบว่าเด็ก 12 ปี เด็กชายมีส่วนสูงเฉลี่ย 148.41 เซนติเมตร เด็กหญิงมีส่วนสูงเฉลี่ย 149.40 เซนติเมตร เมื่อพิจารณาภาพรวมผลงานรายจังหวัด ปีงบประมาณ 2558-2561 พบว่าส่วนใหญ่เด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิงมีส่วนสูงเฉลี่ยเพิ่มขึ้น สถานการณ์เด็กกลุ่มอายุ 12 ปี ฟันดีไม่มีผุ(Cavity free)จากระบบ HDC ที่ผ่านมา ณ วันที่ 16 กรกฏาคม 2561 ร้อยละ 81.8 สูงกว่าเป้าหมายปี 2561 ที่กำหนดร้อยละ 54 เมื่อพิจารณารายจังหวัดพบว่าสูงกว่าค่าเป้าหมาย ทุกจังหวัด อย่างไรก็ตามข้อมูลที่ได้จาก HDC Report เป็นข้อมูลของกลุ่มเด็กที่เข้าถึงบริการ และมีความครอบคลุมผลการตรวจฟันกลุ่มเด็กอายุ 12 ปี เพียงร้อยละ 32.0 เมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลการสำรวจสภาวะทันตสุขภาพและปัจจัยเสี่ยงตามกลุ่มอายุระดับจังหวัดปี 2560 พบว่าข้อมูลร้อยละของเด็กอายุ 12 ปี ฟันดีไม่มีผุ(Cavity free)จาก HDC Report สูงกว่าผลการสำรวจฯร้อยละ 5.7และข้อมูลร้อยละของเด็กกลุ่มอายุ 12 ปี ฟันดีไม่มีผุ(Cavity free)จากระบบ HDC สูงกว่าผลการสำรวจฯร้อยละ 8.6 จากข้อมูลส่ารวจพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของเด็กกลุ่มอายุ 12 ปี ในปี 2560 พบว่านักเรียนมีพฤติกรรมที่พึงประสงค์ทั้ง 3 ด้าน คือ ด้านการบริโภคอาหาร กิจกรรม ทางกายและทันตสุขภาพ ร้อยละ 0.3 พฤติกรรมที่พึงประสงค์ด้านการบริโภคอาหาร กิจกรรมทางกายและทันตสุขภาพ ร้อยละ 3.3, 18.5 และ 21.2 ตามล่าดับ พฤติกรรมด้านทันตสุขภาพพบว่า เด็กกลุ่มอายุ 12 ปี แปรงฟันก่อนนอนทุกวัน(แล้วเข้านอนทันที) ร้อยละ 55 ดื่มน้ำอัดลมทุกวันร้อยละ 13.4 ดื่มเครื่องดื่มที่ส่วนผสม น้ำตาลทุกวันร้อยละ 14.6 กินลูกอมทุกวันร้อยละ 5 และกินขนมกรุบกรอบ ทุกวันร้อยละ 32.6 ส่วนการจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพช่องปากในโรงเรียน พบว่า โรงเรียนปลอดน้ำอัดลม ลูกอม ขนมกรุปกรอบ ร้อยละ 65 (รายงานตก.1 ข้อมูล 58 จังหวัด) การประเมินความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) และพฤติกรรมสุขภาพ (Health Behavior) ตามหลักสุขบัญญัติแห่งชาติ ในสถานศึกษาของนักเรียน อายุ 7-18 ปี พบว่า ส่วนใหญ่มีความรอบรู้ด้านสุขภาพระดับพอใช้ ร้อยละ 63.2 และมีความรอบรู้ด้านสุขภาพระดับดีมาก ร้อยละ 31.8 (กองสุขศึกษา, 2559) เป้าหมาย ปี 2564 คนไทยมีความรอบรู้ด้านสุขภาพระดับดีมาก เพิ่มขึ้นร้อยละ 25 (ที่มา:แผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ 12 , ประเมินจากการส่ารวจความรอบรู้ด้านสุขภาพ ระดับชาติ ทุก 3-5 ปี) การปฏิรูปความรอบรู้และการสื่อสารสุขภาพ พบว่าประชาชนที่มีความสามารถในการดูแลตนเองมีจำนวนน้อย ข่าวสารด้านสุขภาพมีเป็นจำนวนมาก แต่ขาดระบบคัดกรองและการยืนยันความถูกต้องของข้อมูล จึงต้องปฏิรูปยุทธศาสตร์และกลไกการขับเคลื่อนด้านความรอบรู้และการสื่อสารข้อมูลด้านสุขภาพ ปฏิรูประบบการประเมินผล โดยเน้นผลลัพธ์ที่ประชาชนมีความสามารถในการดูแลสุขภาพตนเองและมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ทุกกลุ่มวัย ในปี 2562 นี้กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย จึงควรร่วมมือกันเพื่อสนับสนุนให้เกิดโรงเรียนรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literate School) โดยมีเป้าหมายให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literate Societies) โดยใช้ 4 กลไกการขับเคลื่อนการด่าเนินงาน คือ กลไกการสื่อสาร (Communication) การพัฒนาศักยภาพบุคลากร (Capacity Building) การสร้างความผูกพัน (Engagement) และการเรียนรู้เสริมพลัง (Empowerment) ควบคู่กับการกำกับติดตามอย่างเข้มข้น (Intensive M&E) ต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อเสริมสร้างกระบวนการพัฒนา ให้เด็กวัยเรียนวัยรุ่นมีความรอบรู้ด้านสุขภาพ มีทักษะสุขภาพ และมีพฤติกรรมสุขภาพ ที่พึงประสงค์ 2. เพื่อเสริมสร้างศักยภาพภาคีเครือข่ายและพัฒนาระบบคุณภาพชีวิตเด็กวัยเรียนวัยรุ่น ตามสิทธิประโยชน์

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.กิจกรรมโรงเรียนรอบรู้ด้านสุขภาพ 33 แห่ง
2.เด็กวัยเรียนวัยรุ่น มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ 30 ร้อยละ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : ประชาชนและภาคีเครือข่ายเป้าหมายได้รับการพัฒนาศักยภาพด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมแบบบูรณาการเพื่อการมีสุขภาพดี ผ่านการประชุมเชิงปฏิบัติการ "สานพลังสร้างเด็กไทยให้รอบรู้ด้านสุขภาพ แข็งแรงฉลาด มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์" 65 คน
2.เชิงปริมาณ : ประชาชนและภาคีเครือข่ายเป้าหมาย ได้รับถ่ายทอดองค์ความรู้และกระบวนการการพัฒนาโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ HPS.ด้วยกระบวนการโรงเรียนรอบรู้ด้านสุขภาพ(HLS.) ในโรงเรียนริ่เริ่มต้นแบบจังหวัดละ 1 โรงเรียน รวม 8 แห่ง 160 คน

10. วิธีการดำเนินงาน :
ระยะที่ 1ขั้นเตรียมการ 1. ทบทวน วิเคราะห์สถานการณ์ ผลการดำเนินงานพัฒนาสุขภาพเด็กวัยเรียน วัยรุ่นตามเป้าหมายตัวชี้วัดความสำเร็จในปี 2561 ที่ผ่านมา สภาพปัญหา อุปสรรค ความพร้อม ศักยภาพ ของหน่วยงานที่เข้าร่วมดำเนินงานโครงการฯ ความพึงพอใจและความต้องการการสนับสนุนในด้านต่างๆของหน่วยงานที่เข้าร่วมดำเนินงาน ภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ผู้รับผิดชอบ กลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยเรียนและวัยรุ่น 2. ศึกษาทิศทางและกรอบการจัดทำแผนปฏิบัติการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ที่กำหนดการสอดรับกับเป้าหมายชาติและนโยบายรัฐบาล ยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580) แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนปฏิรูปประเทศ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับ 12 (พ.ศ. 2560 – 2564) การขับเคลื่อนนโยบาย Thailand 4.0 แผนงานบูรณาการเชิงยุทธศาสตร์ ยุทธศาสตร์ด้านสาธารณสุข นโยบายกระทรวง แผนปฏิบัติราชการกระทรวงและนโยบายของกรมอนามัย ผู้รับผิดชอบ กลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยเรียน 3. ผู้รับผิดชอบงาน กลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยเรียน ประชุมปรึกษาหารือ ร่วมกัน กำหนดเป้าหมายและกรอบแผนงาน/โครงการ/กิจกรรมการดำเนินงานภายใต้กิจกรรมสำคัญ (Key Activities)ที่กรมอนามัยกำหนดในปี 2562 โดยวิเคราะห์และทำความตกลงร่วมกัน (Fully Active Participation) รวมทั้งได้ประสานและตกลงร่วมกับกลุ่มงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่กลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่น วัยทำงาน และกลุ่มพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม เพื่อร่วมกำหนดการดำเนินกิจกรรมร่วมกัน แบบบูรณาการ ระยะที่ 2 ขั้นจัดทำโครงการและแผนปฏิบัติการ จัดทำ(ร่าง)แผนปฏิบัติการประจำปี กลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยเรียน ตามทิศทางและกรอบการจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปี กรอบยุทธศาสตร์การดำเนินงานของกรมอนามัย แผนงาน/โครงการ/กิจกรรมสำคัญ และเป้าหมายสำคัญ โดยบูรณาการกิจกรรมที่มีการปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกันหรือมีกลุ่มเป้าหมายเดียวกันที่สามารถสะท้อนถึงเป้าหมาย และทบทวนปรับเปลี่ยนกิจกรรมดำเนินงาน โดยเน้นความเหมาะสม ประหยัด และคุ้มค่า นำแผนฯเสนอกลุ่มขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และพัฒนากำลังคน เพื่อพิจารณา แก้ไข ปรับปรุง ทำการปรับปรุงแผนปฏิบัติการประจำปี 2562ตามข้อเสนอและชี้แนะของกลุ่มขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และพัฒนากำลังคน พร้อมจัดทำโครงการฉบับสมบูรณ์เพื่อเสนอขออนุมัติ ทำการสื่อสาร ถ่ายทอดค่าเป้าหมายการดำเนินงาน สู่การปฏิบัติระดับบุคคล แก่ผู้รับผิดชอบทุกคนในกลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยเรียนและดำเนินงานตามแผนกิจกรรม ตามรายไตรมาส ระยะที่ 3 นิเทศกำกับติดตามและประเมินผล บริหารโครงการที่ได้รับการอนุมัติ นิเทศ กำกับ ติดตาม ประเมินผลการดำเนินงานตามกิจกรรมที่กำหนดไว้ในแผนปฏิบัติการ แผนการใช้จ่ายงบประมาณ แผนกำกับ และการบริหารความเสี่ยง ตามรายกิจกรรมและรายไตรมาสที่กำหนดไว้สรุปผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัด กพร.และตัวชี้วัดกรมอนามัย วิเคราะห์และถอดบทเรียน นำเสนอในเชิงนโยบายต่อไป

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 เสริมสร้างและสื่อสารความรอบรู้ด้านสุขภาพเด็กวัยเรียนวัยรุ่น ด้วยกระบวนการโรงเรียนรอบรู้ด้านสุขภาพ(HLS) 8 แห่ง 1 ม.ค. 2562 - 31 ส.ค. 2562 208,400.00
2 ยกระดับการพัฒนาโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ (HPS) ด้วยกระบวนการโรงเรียนรอบรู้ด้านสุขภาพ(HLS) ในโรงเรียนเป้าหมายริเริ่มขับเคลื่อนสู่โรงเรียนรอบรู้ด้านสุขภาพ 33 แห่ง 1 ม.ค. 2562 - 31 ส.ค. 2562 199,040.00
3 ผลักดันกลไกการขับเคลื่อนโรงเรียนรอบรู้ด้านสุขภาพเขตสุขภาพที่ 1 ผ่านเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ "สานพลังสร้างเด็กไทยให้รอบรู้ด้านสุขภาพ แข็งแรงฉลาด มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์" 65 คน 1 ธ.ค. 2561 - 31 ธ.ค. 2561 176,900.00
รวมเป็นเงิน 584,340.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
584,340.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ธ.ค. 2561 - 31 ส.ค. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด/สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ /โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล/พชอ.ในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือ เชียงใหม่ เชียงราย แพร่ น่าน ลำปาง ลำพูน แม่ฮ่องสอน พะเยา

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
1. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด/สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ /โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล/พชอ.ในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือ เชียงใหม่ เชียงราย แพร่ น่าน ลำปาง ลำพูน แม่ฮ่องสอน พะเยา 2. กลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยเรียนและวัยรุ่น

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1 นางอโนชา วิปุลากร 2 นางสายสุทธี ร่มเย็น 3 ดร.ไพรชล ตันอุด 4 นางสาวจรัสพรรณ อรุณแก้ว 5 นางพลอยเนตร ชนานันท์พจนิธิ 6 นางอรพิน พิศไหว 7 นางสาวพรพิสุทธิ์ ศรีประไหม 8 นางอรพรรณ พูลสวัสดิ์ 9 นางสาวพจมาลย์ สุวรรณ 10 นางสาวอัมพวา ขาวสะอาด

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางอโนชา วิปุลากร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายสมศักดิ์ เลิศจีระจรัส

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 18

1. ชื่อโครงการ :
โครงการพัฒนาระบบข้อมูลเฝ้าระวัง ด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่และตำบลต้นแบบในการบูรณาการงานส่งเสริมสุขภาพ 5 กลุ่มวัย และอนามัยสิ่งแวดล้อม

2. ยุทธศาสตร์ :
3. อภิบาลระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
17) ร้อยละของภาคีเครือข่ายภาครัฐที่นำสินค้าและบริการ (Product Champion) ของกรมอนามัยไปใช้
18) ร้อยละความพึงพอใจของภาคีเครือข่ายภาครัฐที่นำสินค้าและบริการ (Product Champion) ของกรมอนามัยไปใช้

4. cluster :
กลุ่มข้อมูลและจัดการความรู้ และการเฝ้าระวัง (KISS )

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (61)19.2 บริหารจัดการข้อมูลและระบบเฝ้าระวังการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม
5.2 โครงการสำคัญ 19. โครงการพัฒนาระบบเฝ้าระวัง การจัดการความรู้ และนวัตกรรมด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 8) ส่งเสริมการใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ

7. หลักการและเหตุผล :
ระบบข้อมูลข่าวสารและสารสนเทศด้านสุขภาพ เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยในการพัฒนางานสาธารณสุขทั้งในด้านการส่งเสริมสุขภาพทุกกลุ่มวัย และอนามัยสิ่งแวดล้อม ข้อมูลสารสนเทศต่างๆ โดยมากได้มาจากการเก็บรวบรวมข้อมูล ระบบข้อมูลข่าวสารและสารสนเทศด้านสุขภาพในปัจจุบัน นับว่ามีการจัดเก็บในหลายระดับด้วยกัน งานข้อมูลและเทคโนโลยีสารสนเทศ ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการจัดทำระบบข้อมูลเฝ้าระวัง เพื่อใช้ในการเฝ้าระวังปัญหาสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ที่ต้องมีการพัฒนาให้เข้าถึงได้ง่าย มีการวิเคราะห์เบี้องต้น เข้าใจง่าย ทันเวลา และสามารถเข้าถึงได้ทุกที่ที่มีอินเตอร์เน็ต ร่วมกับได้ร่วมขับเคลื่อนตำบลต้นแบบในการบูรณาการงานส่งเสริมสุขภาพ 5 กลุ่มวัย และอนามัยสิ่งแวดล้อม ได้มองเห็นถึง ปัญหาด้านการจัดการข้อมูล การเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูล ในระดับฐานข้อมูลภายในหน่วยงานและระหว่างหน่วยงาน การขาดระบบการจัดการการคลังข้อมูลที่มีประสิทธิภาพและครอบคลุมระบบข้อมูลต่างๆ อย่างครบถ้วน ขาดระบบวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูลที่มีความเหมาะสม และที่สำคัญ มีการจัดเก็บข้อมูลจำนวนมากในขณะที่มีเจ้าหน้าที่จำนวนน้อยของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล/งานส่งเสริมป้องกันในโรงพยาบาลชุมชน ซึ่งเป็นหน่วยงานสาธารณสุขที่มีการจัดเก็บจัดทำ ข้อมูลข่าวสารและสารสนเทศด้านสุขภาพที่เป็นหน่วยย่อยสุด ที่ต้องจัดเก็บจัดทำระบบข้อมูลที่ตอบสนองต่อปัญหาสุขภาพของประชาชนที่พื้นที่รับผิดชอบ และต้องตอบสนองตัวชี้วัด ของหน่วยงานเอง หน่วยงานอื่นทั้งกรมต่างๆ ดังนั้น จึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้นในปีงบประมาณ 2562 เพื่อร่วมหาเซ็ตข้อมูลที่เพียงพอต่อเฝ้าระวังด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ในตำบลต้นแบบในการบูรณาการงานส่งเสริมสุขภาพ 5 กลุ่มวัย และอนามัยสิ่งแวดล้อม และร่วมพัฒนาระบบคลังข้อมูลสารสนเทศมีคุณภาพ มีความปลอดภัยของระบบ ตรงต่อความต้องการ เชื่อถือได้ เข้าถึงได้สะดวก ของตำบลต้นแบบ และของศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ เพื่อใช้ในการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานแก้ไขปัญหาสุขภาพในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถนำไปใช้ในการบริหาร การควบคุม กำกับ ติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน ตลอดจนใช้ในการตัดสินใจเชิงนโยบาย เพื่อพัฒนางานสาธารณสุขให้ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อหาเซ็ตข้อมูลที่เพียงพอต่อเฝ้าระวังด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ในตำบลต้นแบบในการบูรณาการงานส่งเสริมสุขภาพ 5 กลุ่มวัย และอนามัยสิ่งแวดล้อม 2. เพื่อพัฒนาระบบคลังข้อมูลสารสนเทศมีคุณภาพ มีความปลอดภัยของระบบ ตรงต่อความต้องการ เชื่อถือได้ เข้าถึงได้สะดวก

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ระบบคลังข้อมูลเฝ้าระวังตามตัวชี้วัด ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ 1 ระบบ
2..เซ็ตข้อมูลที่เพียงพอต่อเฝ้าระวังด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ในตำบลต้นแบบในการบูรณาการงานส่งเสริมสุขภาพ 5 กลุ่มวัย และอนามัยสิ่งแวดล้อม 1 ชุด
3.ระบบคลังข้อมูลสารสนเทศ ของตำบลต้นแบบในการบูรณาการงานส่งเสริมสุขภาพ 5 กลุ่มวัย และอนามัยสิ่งแวดล้อม(รวม อ.ปางมะผ้า) 3 ระบบ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1.ประชุมคณะกรรมการเพื่อชี้แจงแผนและจัดทำโครงการ 2. ร่วมสำรวจ ข้อมูล ที่ต้องจัดทำจัดเก็บ - ตัวชี้วัดของศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ - ข้อมูลโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล/ งานส่งเสริมป้องกันในโรงพยาบาลชุมชนในตำบลต้นแบบ โดยการเยี่ยมเสริมพลัง 3. ร่วมรวบรวม วิเคราะห์ เพื่อหาเซ็ตข้อมูลที่ต้องจัดทำจัดเก็บ ของศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ และ ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล/ งานส่งเสริมป้องกันในโรงพยาบาลชุมชนในตำบลต้นแบบ 4. ร่วมออกแบบวิธีการจัดเก็บข้อมูลสารสนเทศ ตามเซ็ตข้อมูลที่ร่วมวิเคราะห์ 5. พัฒนาระบบคลังข้อมูลเพื่อดำเนินการจัดเก็บข้อมูล 6. ผลักดันเข้าใช้งานระบบคลังข้อมูล ศอ.1 เชียงใหม่ใน กวป. และ เยี่ยมเสริมพลังแก่พื้นที่ตำบลต้นแบบ +แนะนำใช้งาน 7. ปรับปรุงระบบคลังข้อมูล 8. ติดตามการดำเนินงาน การตกลงร่วมในการใช้งาน หรือประกาศใช้งานระบบคลังข้อมูลของพื้นที่ 9. สรุปผลการดำเนินงาน

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 สำรวจ ข้อมูล ที่ต้องจัดทำจัดเก็บ - ตัวชี้วัดของศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ - ข้อมูลโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล/ งานส่งเสริมป้องกันในโรงพยาบาลชุมชนในตำบลต้นแบบ 3 แห่ง 1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562 20,800.00
2 ออกแบบวิธีการจัดเก็บข้อมูลสารสนเทศ ตามเซ็ตข้อมูลที่ร่วมวิเคราะห์ และพัฒนาระบบคลังข้อมูลเพื่อดำเนินการจัดเก็บข้อมูล 3 ระบบ 1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562 10,400.00
3 ผลักดันเข้าใช้งานระบบคลังข้อมูล ศอ.1 เชียงใหม่ใน กวป. และ เยี่ยมเสริมพลังแก่พื้นที่ตำบลต้นแบบ +แนะนำใช้งาน 3 แห่ง 1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562 10,400.00
4 ติดตามการดำเนินงาน การตกลงร่วมในการใช้งาน หรือประกาศใช้งานระบบคลังข้อมูลของพื้นที่ 3 ครั้ง 1 พ.ย. 2561 - 30 ส.ค. 2562 10,400.00
รวมเป็นเงิน 52,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
52,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
ตำบลต้นแบบ อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน , ต.ท่าวังผา อ.ท่าวังผา จ.น่าน, และตำบลต้นแบบที่สนใจเข้าร่วมโครงการ ในเขต 8 จังหวัดที่ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ รับผิดชอบ

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
ศอ. 1 เชียงใหม่ และตำบลต้นแบบ จ.เชียงใหม่ ,จ.แม่ฮ่องสอน, จ.น่าน และตำบลต้นแบบที่สนใจเข้าร่วมโครงการ

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นางพชรา คำฟู นางวรพรรณ บุญมาประเสริฐ นายสาธิต อยู่ศรี นายฉัตรชัย ชำนาญ นายปรัชญา ชมพล

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางพชรา คำฟู

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายสมพงษ์ โมราฤทธิ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 19

1. ชื่อโครงการ :
โครงการวัยรุ่นสดใส ไม่ท้องก่อนวัย อนามัยสมบูรณ์

2. ยุทธศาสตร์ :
1.3 ส่งเสริมพฤติกรรมอนามัยการเจริญพันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับวัยรุ่น

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
7) อัตราคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15-19 ปี ต่อประชากรหญิง อายุ 15-19 ปี พันคน
8) อัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ 10-14 ปี ต่อประชากรอายุ 10-14 ปี พันคน
9) ร้อยละการตั้งครรภ์ซ้ำในหญิงอายุ น้อยกว่า 20 ปี

4. cluster :
กลุ่มวัยเรียนและวัยรุ่น (ขับเคลื่อน พรบ.การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น)

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (20)7.2 ส่งเสริมการจัดบริการสุขภาพที่เป็นมิตรและสร้างเสริมการมีส่วนร่วมและพัฒนาภาคีเครือข่ายอนามัยการเจริญพันธุ์ในวัยรุ่นและเยาวชน
5.2 โครงการสำคัญ 7.โครงการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.2559 และยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 6) พัฒนาศักยภาพและบริการส่งเสริมสุขภาพประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสม

7. หลักการและเหตุผล :
ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นเป็นเรื่องที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ องค์การสหประชาชาติ ได้กำหนดให้การลดอัตราคลอดในวัยรุ่นอายุ 15-19 ปี เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดของเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ (MDGs) และปัจจุบันเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ที่นานาชาติต้องการบรรลุให้ได้ภายในปี พ.ศ. 2573 ได้กำหนดให้การลดอัตราคลอดในวัยรุ่น อายุ 10-14 ปี และอายุ 15-19 ปี เป็นส่วนหนึ่งของร่างตัวชี้วัดในการบรรลุเป้าหมายที่ 3 ว่าด้วยการสร้างหลักประกันให้คนมีชีวิตที่มีคุณภาพและส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของคนทุกเพศทุกวัย สอดคล้องกับเป้าหมายของกรมอนามัยในปี พ.ศ. 2569 อัตราคลอดมีชีพในหญิงอายุ 10-14 ปี ไม่เกิน 0.5 ต่อประชากรหญิงอายุ 10-14 ปีพันคน และอัตราคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15-19 ปี ไม่เกิน 25 ต่อประชากรหญิงอายุ 15-19 ปีพันคน ประเทศไทยพบการคลอดในวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 20 ปี เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงทศวรรษ ที่ผ่านมา ข้อมูลจากสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่า อัตราคลอดของหญิงอายุ 10-14 ปี ต่อประชากรหญิง 10-14 ปีพันคน คือ 0.7 ในปี พ.ศ. 2546 เพิ่มเป็น 1.4 ในปี พ.ศ. 2559 และอัตราคลอดของหญิงอายุ 15-19 ปี ต่อประชากรหญิง 15-19 ปีพันคน คือ 39.2 ในปี พ.ศ. 2546 เพิ่มเป็น 42.5 ในปี พ.ศ. 2559 และพบว่าวัยรุ่นอายุ 10-19 ปี ที่คลอดบุตรซ้ำหรือคลอดเป็นครั้งที่สองขึ้นไป ร้อยละ 10.7 ในปี พ.ศ. 2546 เพิ่มเป็น 11.9 ในปี พ.ศ. 2559 ในเขตสุขภาพที่ 1 ข้อมูลจากสำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ (2561) กรมอนามัย พบอัตราการคลอดของหญิงอายุ 15-19 ปีพันคน 40.1 - 50.0 ต่อวัยรุ่นหญิง 15-19 ปี 1,000 คน ปี 2560 มากที่สุดที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน (46.1) รองลงมา คือ จังหวัดเชียงใหม่ (35.8) จังหวัดเชียงราย (34.7) จังหวัดน่าน (28.5) จังหวัดพะเยา (25.1) ตามลำดับ และยังพบว่า มี 3 จังหวัดที่มีอัตราการคลอดของหญิง อายุ 15-19ปี น้อยกว่า 25.0 ต่อวัยรุ่นหญิง 15-19 ปี 1,000 คน ปี 2560 คือ ลำพูน 23.7 รองลงมา แพร่ 21.0 ท้ายสุดลำปาง 19.7 ในปี 2560 ข้อมูลสำนักทะเบียนราษฎร์ พบว่า อายุเฉลี่ยของนักเรียนที่มีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก นักเรียนชั้น ม.5 เพศชายอายุ 15.2 ปี เพศหญิงอายุ 15.2 ปี นักเรียนชั้นปวช. เพศชายอายุ 15.2 ปี เพศหญิงอายุ 15.5 ปี ร้อยละของการใช้ถุงยางอนามัยเมื่อมีเพศสัมพันธ์ครั้งล่าสุด นักเรียนชั้น ม.5 เพศชายร้อยละ 74.1 เพศหญิงร้อยละ 76.9 นักเรียนชั้นปวช. เพศชายร้อยละ 69.5 เพศหญิงร้อยละ 74.6 จากข้อมูลการแท้งในประเทศไทย ปี 2558 พบว่าร้อยละ 28.6 ผู้ทำแท้งมีสถานภาพเป็นนักเรียน/นักศึกษา ร้อยละ 26.3 อายุต่ำกว่า 20 ปี โดยพบว่าผู้ทำแท้งจากการไม่ตั้งใจให้ตั้งครรภ์ครั้งนี้ มากถึงร้อยละ 92.6 (สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์, 2560) การตั้งครรภ์ในวัยรุ่นส่งผลกระทบเชิงลบทางสุขภาพต่อแม่วัยรุ่นและทารก เนื่องจากวัยรุ่นที่ตั้งครรภ์มีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์สูงกว่าหญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุมากกว่า เช่น การเสียชีวิตของมารดา การเสียชีวิตของทารก ทารกน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ จากข้อมูลของสำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ (2561) พบว่า ในปี พ.ศ. 2560 มารดาที่มีอายุ 10-14 ปี คลอดบุตรที่มีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ (ต่ำกว่า 2,500 กรัม ) ร้อยละ 20.3 และมารดาที่มีอายุ 15-19 ปี คลอดบุตรที่มีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ (ต่ำกว่า 2,500 กรัม ) ร้อยละ 15.1 ยิ่งไปกว่านั้น แม่วัยรุ่นยังมีความเสี่ยงต่อการทำแท้งที่ไม่ปลอดภัยซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อชีวิต ข้อมูลจากการศึกษาสถานการณ์การแท้งในประเทศไทย พ .ศ. 2558 พบว่า ประมาณหนึ่งในสี่ของผู้ป่วยทำแท้ง ที่มีภาวะแทรกซ้อนและเข้ามารับบริการรักษาที่โรงพยาบาลเป็นวัยรุ่นที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี การตั้งครรภ์ในวัยรุ่นยังส่งผลต่อโอกาสทางการศึกษา หน้าที่การงาน รวมทั้งรายได้ในอนาคต จากการสำรวจของสานักงานสถิติแห่งชาติ พ.ศ. 2556 พบว่าร้อยละ 32 ของวัยรุ่นอายุ 15-19 ปี ต้องออกจากระบบการศึกษา ซึ่งการตั้งครรภ์เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ต้องหยุดเรียน ข้อมูลการสำรวจสภาวะสังคมและเศรษฐกิจยังชี้ให้เห็นว่า ผู้หญิงที่มีบุตรตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น มีโอกาสที่จะได้เรียนต่อในระดับปริญญาตรีน้อยกว่าผู้หญิงทั่วไปถึง 12 เท่า ความไม่พร้อมในการเลี้ยงดูบุตรของแม่วัยรุ่นยังทำให้เด็กจำนวนหนึ่งถูกทอดทิ้ง ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของเด็กไทยในอนาคต จากข้อมูลพบว่าในปัจจุบัน สถานสงเคราะห์เด็กในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ต้องอุปการะเด็กแรกเกิดถึง 18 ปี ประมาณ 6,000 คนต่อปี ดังนั้น การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นด้วยมาตรการที่มีประสิทธิภาพจะช่วยตัดวงจรการเป็นแม่วัยรุ่น ไม่ให้เกิดขึ้นกับประชากรรุ่นต่อๆไป ทำให้วัยรุ่นมีสุขภาวะทางเพศที่ดี มีโอกาสทางการศึกษา และสามารถใช้ศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ เพื่อที่จะเติบโตมีคุณภาพต่อไป ในกลุ่มวัยรุ่นปกติยังพบปัญหาพฤติกรรม ในเรื่อง สูงดีสมส่วนในวัยรุ่น จากผลการสำรวจข้อมูลสูงดีสมส่วน ปี 2560 ของสำนักโภชนาการ กรมอนามัย พบว่า วัยรุ่นอายุ 19 ปี ผู้ชายมีส่วนสูงเฉลี่ย 170.85 ซม. ผู้หญิงมีส่วนสูงเฉลี่ย 158.1 ซม. ข้อมูลในเขตสุขภาพที่ 1 (พื้นที่นำร่อง คือจังหวัดพะเยา) พบว่า วัยรุ่นอายุ 19 ปี ผู้ชายมีส่วนสูงเฉลี่ย 171.4 ซม. ผู้หญิงมีส่วนสูงเฉลี่ย 158.11 ซม. ซึ่งยังต่ำกว่ามาตรฐานของกรมอนามัยมีเป้าหมายปี 2564 ผู้ชายมีส่วนสูงเฉลี่ยที่ 175 ซม. และผู้หญิงมีส่วนสูงเฉลี่ยที่ 162 ซม. ซึ่งปัจจุบันวัยรุ่นในเขต 1 ยังมีส่วนสูงต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ส่วนภาวะโภชนาการในกลุ่มวัยรุ่น อายุ 15-17 ปี ผู้ชายมีภาวะสูงดีสมส่วนร้อยละ 63.7 ผู้หญิงร้อยละ 70.8 วัยรุ่น อายุ 18-21 ปี มี BMI ที่ปกติ ผู้ชายร้อยละ 47.8 ผู้หญิงร้อยละ 51.8 มีรอบเอวปกติ ผู้ชายร้อยละ 86.5 ผู้หญิงร้อยละ 84.7 และการเพิ่มความรอบรู้ด้านสุขภาพ (HL) จะส่งเสริมให้กลุ่มวัยรุ่น มีพฤติกรรมสุขภาพ (NEST) เป็นไปตามเกณฑ์ ซึ่งการที่วัยรุ่นสูงดีสมส่วนไม่เป็นไปตามเกณฑ์ อาจมาจากการขาดความรอบรู้ด้านสุขภาพของวัยรุ่น ซึ่งกรมอนามัยเล็งเห็นปัญหานี้ จึงมีวัตถุประสงค์ให้ประชาขนมีความรอบรู้ด้านสุขภาพ โดยให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องอย่างง่ายๆ เพียงพอ ตรงกับความต้องการจนสามารถนำไปใช้ตัดสินใจเพื่อการดูแลจัดการสุขภาพของตนเองและครอบครัวได้อย่างเหมาะสมกับบริบทของตนเอง ดังนั้นในปีงบประมาณ 2562 ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ จึงได้จัดทำโครงการโครงการวัยรุ่นสดใส ไม่ท้องก่อนวัย อนามัยสมบูรณ์ เพื่อแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น และส่งเสริมให้วัยรุ่นสูงดีสมส่วน มีทักษะชีวิต และพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม ซึ่งสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนยุทธศาสตร์ กรมอนามัย

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์วัยรุ่น พ.ศ. 2559 2. เพื่อส่งเสริมให้วัยรุ่นได้รับข้อมูลข่าวสาร และเข้าถึงบริการอนามัยการเจริญพันธุ์และส่งเสริมภาคีและเครือข่ายบูรณาการงานอนามัยการเจริญพันธุ์ในวัยรุ่น และดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาอนามัยการเจริญพันธุ์ในวัยรุ่นอย่างยั่งยืน 3. เพื่อพัฒนาระบบข้อมูลและเฝ้าระวังปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.จำนวนรพ.ที่ประเมินรับรองคลินิก YFHS และประเมินรพ.ซ้ำ (reaccredit) 11 แห่ง
2.จำนวน อปท. ต้นแบบที่ดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาวัยรุ่น 8 จังหวัด
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : การประชุมคณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับจังหวัด 8 จังหวัด

10. วิธีการดำเนินงาน :
ขั้นเตรียมการ - ศึกษาปัญหาข้อมูลสถานการณ์งานวัยรุ่นในเขตสุขภาพที่ 1 - ศึกษานโยบายการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่น กรมอนามัย - รวบรวมและวิเคราะห์ปัญหาอุปสรรคการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่นในเขตจังหวัดที่รับผิดชอบ - จัดทำแผนงาน/โครงการ เสนอของบประมาณ - ประสาน 8 จังหวัดเขตสุขภาพที่ 1 ในการคัดเลือกและเตรียมพื้นที่ในการดำเนินโครงงาน ขั้นดำเนินการ - จัดประชุมนำเสนอการดำเนินงานปี 2561 เพื่อชี้แจงแผนการปฏิบัติงานในปีงบประมาณ 2562 และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการดำเนินงานที่ผ่านมา - เยี่ยมเสริมพลังพัฒนาศักยภาพผู้รับผิดชอบงานวัยรุ่นระดับจังหวัด (8 จังหวัด) - เยี่ยมพัฒนาโรงพยาบาล/reaccredit โรงพยาบาลตามมาตรฐาน YFHS - คัดเลือก อปท. ต้นแบบในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น - สนับสนุนการจัดประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.๒๕๕๙ ระดับจังหวัด /สนับสนุนการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ของคณะทำงานภายใต้คระอนุกรรมการฯ /ติดตามและสรุปผลการดำเนินงาน - นิเทศติดตาม/เยี่ยมเสริมพลังโรงเรียน Health Literate School (บูรณาการกลุ่มวัยเรียน) - จัดประชุมถอดบทเรียนการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาในวัยรุ่น (อปท.) - พัฒนาข้อมูลเฝ้าระวังฯงานวัยรุ่น 3 เรื่อง (การคุมกำเนิดของหญิงตั้งครรภ์วัยรุ่น ในเขตสุขภาพที่ 1, ปัญหาการตั้งครรภ์และคุมกำเนิดในวัยรุ่นกลุ่มชาติพันธุ์ และพฤติกรรมสุขภาพวัยรุ่นในโรงเรียน)" วิธีการติดตามประเมินผล (M&E) - เยี่ยมเสริมพลัง นิเทศ ติดตามการดำเนินงานการส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่น 8 จังหวัด - รายงานผลการเยี่ยมเสริมพลัง นิเทศ ติดตาม - จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับเขต

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 พัฒนาระบบข้อมูลและการเฝ้าระวังในวัยรุ่นเพื่อแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ซ้ำในกลุ่มวัยรุ่นปกติ และกลุ่มชาติพันธุ์ 1 ระบบ 1 พ.ย. 2561 - 30 ก.ย. 2562 93,430.00
2 เยี่ยมให้คำชี้แนะ(advocate)พัฒนาศักยภาพผู้รับผิดชอบงานวัยรุ่นระดับจังหวัด 8 จังหวัด 1 พ.ย. 2561 - 31 ธ.ค. 2561 31,320.00
3 เยี่ยมให้คำชี้แนะ(advocate)นิเทศ/ติดตามการดำเนินงานการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นของราชการส่วนท้องถิ่น และคัดเลือก อปท. เป็นแหล่งเรียนรู้จังหวัดละ 1แห่ง 8 จังหวัด 1 พ.ย. 2561 - 30 ก.ย. 2562 133,414.00
4 สนับสนุนการจัดประชุมคณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ระดับจังหวัด 8 จังหวัด 1 พ.ย. 2561 - 30 ก.ย. 2562 409,020.00
5 พัฒนาองค์ความรู้ด้านงานวัยรุ่น : เข้าร่วมอบรม/ประชุมสัมมนาของหน่วยงานทั้งภายในและภายนอก 8 คน 1 พ.ย. 2561 - 30 ก.ย. 2562 39,680.00
6 เยี่ยมพัฒนาโรงพยาบาล/reaccredit โรงพยาบาล ตามมาตรฐาน YFHS 11 แห่ง 1 พ.ย. 2561 - 30 ก.ย. 2562 109,400.00
รวมเป็นเงิน 816,264.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
816,264.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 พ.ย. 2561 - 30 ก.ย. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
กิจกรรมที่ 1 : 8 จังหวัด ในเขตสุขภาพที่ 1 กิจกรรมที่ 2 : โรงพยาบาลที่ยังไม่ผ่านมาตรฐาน YFHS 8 แห่ง (จ.เชียงใหม่ 5 แห่ง, ลำพูน 2 แห่ง, แพร่ 1 แห่ง) และที่ขอเข้ารับการ reaccredit 3 แห่ง (แม่ฮ่องสอน 1 แห่ง, ลำปาง 2 แห่ง) กิจกรรมที่ 3 : แหล่งเรียนรู้ใน อปท. 8 จังหวัดภาคเหนือ กิจกรรมที่ 4 : 8 จังหวัด ในเขตสุขภาพที่ 1 กิจกรรมที่ 6 : โรงเรียน 8 จังหวัด ในเขตสุขภาพที่ 1 กิจกรรมที่ 5 : 8 จังหวัด ในเขตสุขภาพที่ 1 และพื้นที่สูง กิจกรรมที่ 6 : หน่วยงานภายในและภายนอก

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
กลุ่มส่งเสริมสุขภาพ สสจ.และผู้รับผิดชอบ 8 จังหวัดในเขตสุขภาพที่ 1 โรงพยาบาลที่ยังไม่ผ่านมาตรฐาน YFHS และที่ขอเข้ารับการ reaccredit ภาคีเครือข่ายระดับพื้นที่ (อปท.) 8 จังหวัด ครูและนักเรียนในโรงเรียน 8 จังหวัด ในเขตสุขภาพที่ 1 หญิงตั้งครรภ์วัยรุ่น 8 จังหวัด ในเขตสุขภาพที่ 1

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. นางสายสุทธี ร่มเย็น 2. นางสาวไพลิน เชิญทอง 3. นางสาวสุมาลี สายบุบผา 4. นางสาวผกาสินี กาวี 5. นางเขมจิรา กออำไพ 6. นางดรุณี ทองคำฟู 7. นางสาวชนานันท์ ปัญญาศิลป์ 8. นางสาวสุรัสวดี เวียงสุวรรณ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสายสุทธี ร่มเย็น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายสมศักดิ์ เลิศจีระจรัส

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 20

1. ชื่อโครงการ :
โครงการสัมมนาวิชาการ "สร้างมูลค่า นวัตกรรมสุขภาพเด็กวัยเรียนและวัยรุ่น ภาคเหนือ" ปี 2562

2. ยุทธศาสตร์ :
1.2 ส่งเสริมเด็กวัยเรียนให้แข็งแรงและฉลาด

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
5) ร้อยละของเด็กวัยเรียน (6-14 ปี) สูงดีสมส่วน ฟันไม่ผุ (caries free) และเด็กอายุ 12 ปี มีส่วนสูงเฉลี่ยตามเกณฑ์

4. cluster :
กลุ่มวัยเรียนและวัยรุ่น

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (17)5.3 เสริมสร้างศักยภาพภาคีเครือข่าย
5.2 โครงการสำคัญ 5.โครงการเด็กวัยเรียนวัยรุ่นสูงดีสมส่วน แข็งแรง และฉลาด

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 6) พัฒนาศักยภาพและบริการส่งเสริมสุขภาพประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสม

7. หลักการและเหตุผล :
เด็กเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีค่า และเป็นอนาคตที่สำคัญของชาติโดยเฉพาะเด็กในวัยเรียนและวัยรุ่น ถือเป็นช่วงสำคัญของเด็กในการเรียนรู้ทักษะชีวิต และพัฒนาการต่างๆทางด้านสติปัญญาเป็นช่วงที่การทำงานของสมองมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วและเต็มที่เป็นช่วงวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงหลายด้านทั้งทางร่างกายอารมณ์และสังคมแต่จากการเปลี่ยนแปลงของสังคม เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันที่มีการพัฒนาเทคโนโลยีการสื่อสาร ส่งผลให้เด็กวัยเรียนมีปัญหาพฤติกรรมต่างๆ เช่น พฤติกรรมการบริโภคอาหารรสหวาน มัน เค็ม อาหารฟาสต์ฟู้ด ขนมกรุบกรอบ พฤติกรรมกรรมเนือยนิ่ง เป็นต้น ทำให้เด็กมีปัญหาภาวะโภชนาการ ทั้งการขาดสารอาหารและภาวะโภชนาการเกิน มีทั้งภาวะอ้วน เตี้ย และผอม ปัญหาดังกล่าวจะทำให้เด็กเจริญเติบโตช้า ขาดสารอาหาร โลหิตจาง ขาดสารไอโอดีน เจ็บป่วยบ่อย ความสามารถในการเรียนรู้น้อยผลสัมฤทธิ์ในการเรียนต่ำ และสมรรถภาพในการทำกิจกรรมและการเล่นกีฬาต่ำในขณะเดียวกันปัญหาโภชนาการเกินก็ทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ จากรายงานข้อมูลผ่านระบบ HDC กระทรวงสาธารณสุข ณ วันที่ 17กรกฎาคม 2561ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2561 พบว่าเด็กวัยเรียนอายุ 6-14 ปี สูงดีสมส่วน ร้อยละ 66.9 ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายของประเทศที่กำหนดไว้ ไม่เกินร้อยละ 68 ทั้งนี้มีเพียง 2 เขตเท่านั้น ที่มีผลงานบรรลุเป้าหมายรายเขตที่กำหนดไว้ ได้แก่ เขตสุขภาพที่ 7 และ 8 ภาวะเริ่มอ้วนและอ้วน ร้อยละ 11.0 (เป้าหมายไม่เกินร้อยละ 10) ภาวะผอม ร้อยละ 4.6 (เป้าหมายไม่เกินร้อยละ 5) ภาวะเตี้ย ร้อยละ 4.3 (เป้าหมายไม่เกินร้อยละ 10) " จากข้อมูลสำรวจพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของเด็กกลุ่มอายุ 12 ปีในปี 2560 พบว่านักเรียนมีพฤติกรรมที่พึงประสงค์ทั้ง 3 ด้านคือด้านการบริโภคอาหารกิจกรรมทางกายและทันตสุขภาพร้อยละ 0.3 พฤติกรรมที่พึงประสงค์ด้านการบริโภคอาหารกิจกรรมทางกายและทันตสุขภาพร้อยละ 3.3, 18.5 และ 21.2 ตามลำดับพฤติกรรมด้านทันตสุขภาพพบว่าเด็กกลุ่มอายุ 12 ปีแปรงฟันก่อนนอนทุกวัน(แล้วเข้านอนทันที) ร้อยละ 55 ดื่มน้ำอัดลมทุกวันร้อยละ 13.4 ดื่มเครื่องดื่มที่ส่วนผสมน้ำตาลทุกวันร้อยละ 14.6 กินลูกอมทุกวันร้อยละ 5 และกินขนมกรุบกรอบทุกวันร้อยละ 32.6 ส่วนการจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพช่องปากในโรงเรียนพบว่าโรงเรียนปลอดน้ำอัดลมลูกอมขนมกรุบกรอบร้อยละ 65 (รายงานตก.1 ข้อมูล 58 จังหวัด) " การประเมินความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) และพฤติกรรมสุขภาพ (Health Behavior) ตามหลักสุขบัญญัติแห่งชาติในสถานศึกษาของนักเรียนอายุ 7-18 ปีพบว่าส่วนใหญ่มีความรอบรู้ด้านสุขภาพระดับพอใช้ร้อยละ 63.2 และมีความรอบรู้ด้านสุขภาพระดับดีมากร้อยละ 31.8 (กองสุขศึกษา, 2559) เป้าหมายปี 2564 คนไทยมีความรอบรู้ด้านสุขภาพระดับดีมากเพิ่มขึ้นร้อยละ 25 (ที่มาแผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติฉบับที่ 12 , ประเมินจากการสำรวจความรอบรู้ด้านสุขภาพระดับชาติทุก 3-5 ปี)ระดับกิจกรรมทางกายในเด็กวัยเรียนและวัยรุ่น (อายุ 6 – 17 ปี) ได้รับการสำรวจจากหน่วยงานสถาบันวิจัยประชากรและสังคมมหาวิทยาลัยมหิดลติดต่อกันทุกปีใน 5 ปีที่ผ่านมาเมื่อใช้เกณฑ์กิจกรรมทางกายที่เพียงพอของเด็กอย่างน้อย 60 นาทีต่อวันพบว่าวัยเด็กและวัยรุ่นมีกิจกรรมทางกายเพียงพอประมาณร้อยละ 27 และพฤติกรรมเนือยนิ่งในแต่ละวันของคนไทยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาพบว่าสูงถึง 14 ชั่วโมงต่อวันและมีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้น จากปัญหาดังกล่าวจึงควรส่งเสริมให้เด็กวัยเรียนและวัยรุ่นมีการเจริญเติบโตเต็มศักยภาพ เพื่อให้ได้กินอาหารที่ถูกหลักโภชนาการในปริมาณและสัดส่วนที่พอเหมาะกับความต้องการของร่างกายรวมทั้งส่งเสริมให้มีกิจกรรมทางกายที่เหมาะสมตามวัย โดยการเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายเป็นประจำ และพักผ่อนอย่างเพียงพอการลงทุนกับเด็กจึงคุ้มค่ามากกว่าการลงทุนใดๆทั้งสิ้น เพราะเด็กที่มีคุณภาพจะนำไปสู่ผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ ดังนั้น กรมอนามัย โดยศูนย์อนามัยที่ 1,2,3 เขตภาคเหนือ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีภารกิจในการส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพดีเป็นหน่วยงานวิชาการ มีหน้าที่ในการผลิตองค์ความรู้ นวัตกรรม และถ่ายทอดองค์ความรู้เพื่อการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียน จึงได้จัดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ สัมมนาวิชาการสร้างมูลค่านวัตกรรมสุขภาพเด็กวัยเรียนวัยรุ่นระดับภาคเหนือประจำปี 2562 เพื่อเกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการพัฒนางานส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียนและวัยรุ่น ให้เด็กไทยฉลาด แข็งแรง เติบโตเต็มศักยภาพ มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ และเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพแข็งแรงต่อไปในอนาคต อันจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียนและวัยรุ่น ระหว่างภาคีเครือข่ายต่างๆทุกระดับ และผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียนภาคเหนือ

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ประชาชนและภาคีเครือข่ายภาคเหนือ ได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี่และนวัตกรรมการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม 250 คน
2.ภาคีเครือข่ายเป้าหมาย ได้รับการพัฒนาศักยภาพเพื่อเสริมสร้างทักษะชีวิตและภูมิคุ้มกันที่เข้มแข็งให้ประชาชน 50 แห่ง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม 250 คน

10. วิธีการดำเนินงาน :
11.1 จัดทำแผนงานโครงการเสนอผู้บริหาร 11.2 จัดทำคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงาน 11.3 ประชุมคณะกรรมการของศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ เพื่อวางแผนการดำเนินงานโครงการและมอบหมายความรับผิดชอบ 11.4 ประสานการดำเนินงานกับบุคคลที่เกี่ยวข้องตามบทบาทหน้าที่รับผิดชอบ 11.5 ประชุมเตรียมความพร้อม 3 เขตสุขภาพและศูนย์วิชาการ โดยระบบสื่อสารทางไกล (Teleconference)จำนวน 2 ครั้ง 11.6 ประสานสถานที่จัดประชุม ประสานวิทยากร เตรียมการเรื่องเอกสาร วัสดุอุปกรณ์และจัดซื้อจัดจ้าง 11.7 จัดทำหนังสือเชิญผู้เข้าประชุม และเชิญวิทยากร 11.8 ประชุมเตรียมความพร้อมก่อนวันประชุมทีมงานศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ 11.9 จัดเตรียมสถานที่และวัสดุการประชุม 11.10 ดำเนินงานจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ สัมมนาวิชาการฯ 11.11 สรุปผลการจัดประชุมและถอดบทเรียนการดำเนินงาน

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 สัมมนาวิชาการ "สร้างมูลค่า นวัตกรรมสุขภาพเด็กวัยเรียนและวัยรุ่น ภาคเหนือ" ปี 2562 (เจ้าภาพร่วมศูนย์อนามัยที่ 1-3) 250 คน 1 ม.ค. 2562 - 31 ม.ค. 2562 1,000,000.00
รวมเป็นเงิน 1,000,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
1,000,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ม.ค. 2562 - 31 ม.ค. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
พื้นที่จังหวัดรับผิดชอบของศูนย์อนามัยที่ 1-3 สถานที่โรงแรมโลตัส ปางสวนแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
นักวิชาการผู้รับผิดชอบงานวัยเรียนและวัยรุ่น ผู้อำนวยการโรงเรียน ครู นักเรียน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น /พชอ./ภาคีเครือข่าย จำนวน 250 คน

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
กลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยเรียนและกลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่น กลุ่มขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และพัฒนากำลังคน กลุ่มอำนวยการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางอโนชา วิปุลากร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
ทันตแพทย์สมศักดิ์ เลิศจีระจรัส

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
แพทยฺ์หญิงนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 21

1. ชื่อโครงการ :
โครงการบริหารจัดการหน่วยงานตามแผนบูรณาการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ

2. ยุทธศาสตร์ :
4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
21) คะแนนการประเมินระดับคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน ตามระบบ ITA โดย ปปท.

4. cluster :
กรมอนามัย

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (69)21.5 ขับเคลื่อนและบริหารจัดการหน่วยงาน
5.2 โครงการสำคัญ 21. โครงการพัฒนาและขับเคลื่อนกรมอนามัย 4.0 องค์กรคุณภาพคู่คุณธรรม

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 4) พัฒนาการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมรองรับพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ

7. หลักการและเหตุผล :
เพื่อบริหารจัดการในหน่วยงาน

8. วัตถุประสงค์ :
เพื่อสนับสนุนกิจกรรมดำเนินงานและระบบบริหารจัดการของหน่วยงาน

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.การบริหารจัดการการดำเนินงานศูนย์อนามัยที่ 1 บรรลุตามเป้าประสงค์ 100 ร้อยละ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ค่าสาธารณูปโภค เช่น ไฟฟ้า ประปา 1 หน่วยงาน 1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562 428,500.00
รวมเป็นเงิน 428,500.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
428,500.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
บุคลากรศุนย์อนามัยที่ 1

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นางอุบลศรี ไชยซาววงค์

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางอุบลศรี ไชยซาววงค์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายสมศักดิ์ เลิศจีระจรัส

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 22

1. ชื่อโครงการ :
โครงการเด็กวัยเรียนวัยรุ่น สูงดีสมส่วน แข็งแรงและฉลาด ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่

2. ยุทธศาสตร์ :
1.2 ส่งเสริมเด็กวัยเรียนให้แข็งแรงและฉลาด
1.3 ส่งเสริมพฤติกรรมอนามัยการเจริญพันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับวัยรุ่น

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
5) ร้อยละของเด็กวัยเรียน (6-14 ปี) สูงดีสมส่วน ฟันไม่ผุ (caries free) และเด็กอายุ 12 ปี มีส่วนสูงเฉลี่ยตามเกณฑ์
6) ร้อยละของเด็กวัยเรียนมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ด้านการบริโภคอาหาร กิจกรรมทางกาย และทันตสุขภาพ
10) ร้อยละของวัยรุ่น 15-18 ปี สูงดีสมส่วน และอายุ 19 ปี มีส่วนสูงเฉลี่ยตามเกณฑ์

4. cluster :
กลุ่มวัยเรียนและวัยรุ่น

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (15)5.1 พัฒนาระบบเฝ้าระวังและฐานข้อมูลร่วม
5.2 โครงการสำคัญ 5.โครงการเด็กวัยเรียนวัยรุ่นสูงดีสมส่วน แข็งแรง และฉลาด

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 6) พัฒนาศักยภาพและบริการส่งเสริมสุขภาพประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสม

7. หลักการและเหตุผล :
สถานการณ์เด็กอายุ 6-14 ปี ปีงบประมาณ 2561 จากระบบ HDC ที่ผ่านมา ณ วันที่ 16 กรกฏาคม 2561 พบว่าเด็กวัยเรียน สูงดี สมส่วนในเขตสุขภาพที่ 1 เชียงใหม่ร้อยละ 62.25 ยังต่ำกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้คือร้อยละ 65 และต่ำกว่าเป้าหมายภาพรวมของประเทศที่กำหนดไว้คือร้อยละ 68 ผลงานภาพรวมระดับประเทศคือร้อยละ 67.47 สถานการณ์ของภาวะเริ่มอ้วนและอ้วนร้อยละ 12.1 ซึ่งกำหนดเป้าหมายคือไม่เกินร้อยละ 10 ทั้งนี้มีเพียงจังหวัดพะเยา และ แม่ฮ่องสอน เท่านั้นที่มีผลงานบรรลุเป้าหมายที่กำหนด เมื่อพิจารณาภาพรวมของผลงานรายจังหวัด ปีงบประมาณ 2558-2561 พบว่าส่วนใหญ่ภาวะเริ่มอ้วนและอ้วนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น สำหรับสถานการณ์ส่วนสูงเฉลี่ยของเด็กอายุ 12 ปี พบว่าเด็ก 12 ปี เด็กชายมีส่วนสูงเฉลี่ย 148.41 เซนติเมตร เด็กหญิงมีส่วนสูงเฉลี่ย 149.40 เซนติเมตร เมื่อพิจารณาภาพรวมผลงานรายจังหวัด ปีงบประมาณ 2558-2561 พบว่าส่วนใหญ่เด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิงมีส่วนสูงเฉลี่ยเพิ่มขึ้น สถานการณ์เด็กกลุ่มอายุ 12 ปี ฟันดีไม่มีผุ(Cavity free)จากระบบ HDC ที่ผ่านมา ณ วันที่ 16 กรกฏาคม 2561 ร้อยละ 81.8 สูงกว่าเป้าหมายปี 2561 ที่กำหนดร้อยละ 54 เมื่อพิจารณารายจังหวัดพบว่าสูงกว่าค่าเป้าหมาย ทุกจังหวัด อย่างไรก็ตามข้อมูลที่ได้จาก HDC Report เป็นข้อมูลของกลุ่มเด็กที่เข้าถึงบริการ และมีความครอบคลุมผลการตรวจฟันกลุ่มเด็กอายุ 12 ปี เพียงร้อยละ 32.0 เมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลการสำรวจสภาวะทันตสุขภาพและปัจจัยเสี่ยงตามกลุ่มอายุระดับจังหวัดปี 2560 พบว่าข้อมูลร้อยละของเด็กอายุ 12 ปี ฟันดีไม่มีผุ(Cavity free)จาก HDC Report สูงกว่าผลการสำรวจฯร้อยละ 5.7และข้อมูลร้อยละของเด็กกลุ่มอายุ 12 ปี ฟันดีไม่มีผุ(Cavity free)จากระบบ HDC สูงกว่าผลการสำรวจฯร้อยละ 8.6 จากข้อมูลส่ารวจพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของเด็กกลุ่มอายุ 12 ปี ในปี 2560 พบว่านักเรียนมีพฤติกรรมที่พึงประสงค์ทั้ง 3 ด้าน คือ ด้านการบริโภคอาหาร กิจกรรม ทางกายและทันตสุขภาพ ร้อยละ 0.3 พฤติกรรมที่พึงประสงค์ด้านการบริโภคอาหาร กิจกรรมทางกายและทันตสุขภาพ ร้อยละ 3.3, 18.5 และ 21.2 ตามล่าดับ พฤติกรรมด้านทันตสุขภาพพบว่า เด็กกลุ่มอายุ 12 ปี แปรงฟันก่อนนอนทุกวัน(แล้วเข้านอนทันที) ร้อยละ 55 ดื่มน้ำอัดลมทุกวันร้อยละ 13.4 ดื่มเครื่องดื่มที่ส่วนผสม น้ำตาลทุกวันร้อยละ 14.6 กินลูกอมทุกวันร้อยละ 5 และกินขนมกรุบกรอบ ทุกวันร้อยละ 32.6 ส่วนการจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพช่องปากในโรงเรียน พบว่า โรงเรียนปลอดน้ำอัดลม ลูกอม ขนมกรุปกรอบ ร้อยละ 65 (รายงานตก.1 ข้อมูล 58 จังหวัด) การประเมินความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) และพฤติกรรมสุขภาพ (Health Behavior) ตามหลักสุขบัญญัติแห่งชาติ ในสถานศึกษาของนักเรียน อายุ 7-18 ปี พบว่า ส่วนใหญ่มีความรอบรู้ด้านสุขภาพระดับพอใช้ ร้อยละ 63.2 และมีความรอบรู้ด้านสุขภาพระดับดีมาก ร้อยละ 31.8 (กองสุขศึกษา, 2559) เป้าหมาย ปี 2564 คนไทยมีความรอบรู้ด้านสุขภาพระดับดีมาก เพิ่มขึ้นร้อยละ 25 (ที่มา:แผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ 12 , ประเมินจากการส่ารวจความรอบรู้ด้านสุขภาพ ระดับชาติ ทุก 3-5 ปี) การปฏิรูปความรอบรู้และการสื่อสารสุขภาพ พบว่าประชาชนที่มีความสามารถในการดูแลตนเองมีจำนวนน้อย ข่าวสารด้านสุขภาพมีเป็นจำนวนมาก แต่ขาดระบบคัดกรองและการยืนยันความถูกต้องของข้อมูล จึงต้องปฏิรูปยุทธศาสตร์และกลไกการขับเคลื่อนด้านความรอบรู้และการสื่อสารข้อมูลด้านสุขภาพ ปฏิรูประบบการประเมินผล โดยเน้นผลลัพธ์ที่ประชาชนมีความสามารถในการดูแลสุขภาพตนเองและมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ทุกกลุ่มวัย ในปี 2562 นี้กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย จึงควรร่วมมือกันเพื่อสนับสนุนให้เกิดโรงเรียนรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literate School) โดยมีเป้าหมายให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literate Societies) โดยใช้ 4 กลไกการขับเคลื่อนการด่าเนินงาน คือ กลไกการสื่อสาร (Communication) การพัฒนาศักยภาพบุคลากร (Capacity Building) การสร้างความผูกพัน (Engagement) และการเรียนรู้เสริมพลัง (Empowerment) ควบคู่กับการกำกับติดตามอย่างเข้มข้น (Intensive M&E) ต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อส่งเสริมให้เด็กวัยเรียนวัยรุ่น เจริญเติบโตเต็มศักยภาพ สูงดี สมส่วน แข็งแรงและฉลาด 2. เพื่อเสริมสร้างกระบวนการพัฒนา ให้เด็กวัยเรียนวัยรุ่นมีทักษะสุขภาพ และมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ 3. เพื่อเสริมสร้างศักยภาพภาคีเครือข่ายและพัฒนาระบบคุณภาพชีวิตเด็กวัยเรียนวัยรุ่น ตามสิทธิประโยชน์

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เด็กวัยเรียนมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ 30 ร้อยละ
2.ร้อยละเด็กวัยเรียน (6-14 ปี) สูงดีสมส่วน 65 ร้อยละ
3.ร้อยละของวัยรุ่น 15-18 ปี สูงสมส่วนและอายุ 19 ปี มีส่วนสูงเฉลี่ยตามเกณฑ์และฟันไม่ผุ 68 ร้อยละ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : ประชาชนและภาคีเครือข่ายได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้ 400 คน
2.เชิงปริมาณ : ภาคีเครือข่ายเป้าหมาย ได้รับการพัฒนาศักยภาพเพื่อเสริมสร้างทักษะชีวิตและภูมิคุ้มกันที่เข้มแข็งให้ประชาชน 450 คน
3.เชิงปริมาณ : กิจกรรมเด็กวัยเรียนสุขภาพดี สูงดีสมส่วน แข็งแรงฉลาด (Smart Child 4.0) 70 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
ระยะที่ 1ขั้นเตรียมการ 1. ทบทวน วิเคราะห์สถานการณ์ ผลการดำเนินงานพัฒนาสุขภาพเด็กวัยเรียนตามเป้าหมายตัวชี้วัดความสำเร็จในปี 2561 ที่ผ่านมา สภาพปัญหา อุปสรรค ความพร้อม ศักยภาพ ของหน่วยงานที่เข้าร่วมดำเนินงานโครงการฯ ความพึงพอใจและความต้องการการสนับสนุนในด้านต่างๆของหน่วยงานที่เข้าร่วมดำเนินงาน ภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ผู้รับผิดชอบ กลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยเรียน 2. ศึกษาทิศทางและกรอบการจัดทำแผนปฏิบัติการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ที่กำหนดการสอดรับกับเป้าหมายชาติและนโยบายรัฐบาล ยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580) แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนปฏิรูปประเทศ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับ 12 (พ.ศ. 2560 – 2564) การขับเคลื่อนนโยบาย Thailand 4.0 แผนงานบูรณาการเชิงยุทธศาสตร์ ยุทธศาสตร์ด้านสาธารณสุข นโยบายกระทรวง แผนปฏิบัติราชการกระทรวงและนโยบายของกรมอนามัย ผู้รับผิดชอบ กลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยเรียน 3. ผู้รับผิดชอบงาน กลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยเรียน ประชุมปรึกษาหารือ ร่วมกัน กำหนดเป้าหมายและกรอบแผนงาน/โครงการ/กิจกรรมการดำเนินงานภายใต้กิจกรรมสำคัญ (Key Activities)ที่กรมอนามัยกำหนดในปี 2562 โดยวิเคราะห์และทำความตกลงร่วมกัน (Fully Active Participation) รวมทั้งได้ประสานและตกลงร่วมกับกลุ่มงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่กลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่น วัยทำงาน และกลุ่มพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม เพื่อร่วมกำหนดการดำเนินกิจกรรมร่วมกัน แบบบูรณาการ ระยะที่ 2 ขั้นจัดทำโครงการและแผนปฏิบัติการ จัดทำ(ร่าง)แผนปฏิบัติการประจำปี กลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยเรียน ตามทิศทางและกรอบการจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปี กรอบยุทธศาสตร์การดำเนินงานของกรมอนามัย แผนงาน/โครงการ/กิจกรรมสำคัญ และเป้าหมายสำคัญ โดยบูรณาการกิจกรรมที่มีการปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกันหรือมีกลุ่มเป้าหมายเดียวกันที่สามารถสะท้อนถึงเป้าหมาย และทบทวนปรับเปลี่ยนกิจกรรมดำเนินงาน โดยเน้นความเหมาะสม ประหยัด และคุ้มค่า นำแผนฯเสนอกลุ่มขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และพัฒนากำลังคน เพื่อพิจารณา แก้ไข ปรับปรุง ทำการปรับปรุงแผนปฏิบัติการประจำปี 2562ตามข้อเสนอและชี้แนะของกลุ่มขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และพัฒนากำลังคน พร้อมจัดทำโครงการฉบับสมบูรณ์เพื่อเสนอขออนุมัติ ทำการสื่อสาร ถ่ายทอดค่าเป้าหมายการดำเนินงาน สู่การปฏิบัติระดับบุคคล แก่ผู้รับผิดชอบทุกคนในกลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยเรียนและดำเนินงานตามแผนกิจกรรม ตามรายไตรมาส ระยะที่ 3 นิเทศกำกับติดตามและประเมินผล บริหารโครงการที่ได้รับการอนุมัติ นิเทศ กำกับ ติดตาม ประเมินผลการดำเนินงานตามกิจกรรมที่กำหนดไว้ในแผนปฏิบัติการ แผนการใช้จ่ายงบประมาณ แผนกำกับ และการบริหารความเสี่ยง ตามรายกิจกรรมและรายไตรมาสที่กำหนดไว้สรุปผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัด กพร.และตัวชี้วัดกรมอนามัย วิเคราะห์และถอดบทเรียน นำเสนอในเชิงนโยบายต่อไป

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 นิเทศติดตามเยี่ยมเสริมพลัง เสริมสร้างศักยภาพภาคีเครือข่ายร่วมพัฒนาสุขภาพเด็กวัยเรียนในพื้นที่ปกติและพื้นที่เป้าหมายเฉพาะ ในโครงการพระราชดำริ 8 จังหวัด 1 ม.ค. 2562 - 31 ก.ค. 2562 149,940.00
2 ร่วมประชุม/อบรม/สัมมนา การพัฒนาสุขภาพเด็กวัยเรียนที่กรมอนามัยและภาคีเครือข่ายภายนอกเป็นผู้จัด 10 คน 1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562 69,120.00
3 เสริมสร้างศักยภาพภาคีเครือข่ายโดยส่งเสริมการประกันคุณภาพเด็กวัยเรียนผ่านการประเมินรับรองโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชร โรงเรียนต้นแบบนักเรียนไทยสุขภาพดี โรงเรียนต้นแบบด้านโภชนาการและด้านอื่นๆ 16 แห่ง 1 ม.ค. 2562 - 31 ก.ค. 2562 207,720.00
4 พัฒนาระบบเฝ้าระวังและฐานข้อมูลร่วม(HDC และ DMC Vission 2020 )เด็กวัยเรียนสู่ Smart Child 4.0 400 คน 1 ม.ค. 2562 - 30 มิ.ย. 2562 182,880.00
รวมเป็นเงิน 609,660.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
609,660.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด/สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ /โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล/พชอ.ในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือ เชียงใหม่ เชียงราย แพร่ น่าน ลำปาง ลำพูน แม่ฮ่องสอน พะเยา

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
-สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด/สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ /โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล/พชอ.ในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือ เชียงใหม่ เชียงราย แพร่ น่าน ลำปาง ลำพูน แม่ฮ่องสอน พะเยา -กลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่น

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. นางอโนชา วิปุลากร 2. นางสายสุทธี ร่มเย็น 3. ดร.ไพรชล ตันอุด 4. นางสาวจรัสพรรณ อรุณแก้ว 5. นางพลอยเนตร ชนานันท์พจนิธิ 6. นางอรพิน พิศไหว 7. นางสาวพรพิสุทธิ์ ศรีประไหม 8. นางอรพรรณ พูลสวัสดิ์ 9. นางสาวพจมาลย์ สุวรรณ 10. นางสาวอัมพวา ขาวสะอาด

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางอโนชา วิปุลากร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายสมศักดิ์ เลิศจีระจรัส

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 23

1. ชื่อโครงการ :
โครงการบริหารจัดการหน่วยงานตามแผนบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต

2. ยุทธศาสตร์ :
4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
21) คะแนนการประเมินระดับคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน ตามระบบ ITA โดย ปปท.

4. cluster :
กรมอนามัย

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (69)21.5 ขับเคลื่อนและบริหารจัดการหน่วยงาน
5.2 โครงการสำคัญ 21. โครงการพัฒนาและขับเคลื่อนกรมอนามัย 4.0 องค์กรคุณภาพคู่คุณธรรม

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 6) พัฒนาศักยภาพและบริการส่งเสริมสุขภาพประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสม

7. หลักการและเหตุผล :
เพื่อบริหารจัดการในหน่วยงาน

8. วัตถุประสงค์ :
เพื่อสนับสนุนกิจกรรมดำเนินงานและระบบบริหารจัดการของหน่วยงาน

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.การบริหารจัดการการดำเนินงานศูนย์อนามัยที่ 1 บรรลุตามเป้าประสงค์ 100 ร้อยละ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ค่าสาธารณูปโภค เช่น ไฟฟ้า ประปา 1 หน่วยงาน 1 ต.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2562 2,866,303.00
2 จ้างเหมาทำความสะอาด 1 หน่วยงาน 1 ต.ค. 2561 - 31 ม.ค. 2562 1,030,000.00
รวมเป็นเงิน 3,896,303.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
3,896,303.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
ศูนย์อนามัยที่ 1

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 1

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นางอุบลศรี ไชยซาววงค์

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางอุบลศรี ไชยซาววงค์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายสมศักดิ์ เลิศจีระจรัส

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 24

1. ชื่อโครงการ :
โครงการบริหารจัดการหน่วยงานตามแผนบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ

2. ยุทธศาสตร์ :
4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
21) คะแนนการประเมินระดับคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน ตามระบบ ITA โดย ปปท.

4. cluster :
กรมอนามัย

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (69)21.5 ขับเคลื่อนและบริหารจัดการหน่วยงาน
5.2 โครงการสำคัญ 21. โครงการพัฒนาและขับเคลื่อนกรมอนามัย 4.0 องค์กรคุณภาพคู่คุณธรรม

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 11) เพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการสิ่งปฏิกูลและลดการปนเปื้อนแหล่งน้ำชุมชน

7. หลักการและเหตุผล :
เพื่อบริหารจัดการในหน่วยงาน

8. วัตถุประสงค์ :
เพื่อสนับสนุนกิจกรรมดำเนินงานและระบบบริหารจัดการของหน่วยงาน

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.การบริหารจัดการการดำเนินงานศูนย์อนามัยที่ 1 บรรลุตามเป้าประสงค์ 100 ร้อยละ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ค่าสาธารณูปโภค เช่น ค่าโทรศัพท์ 1 หน่วยงาน 1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562 120,000.00
รวมเป็นเงิน 120,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
120,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
ศูนย์อนามัยที่ 1

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
บุคลากรศุนย์อนามัยที่ 1

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นางอุบลศรี ไชยซาววงค์

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางอุบลศรี ไชยซาววงค์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายสมศักดิ์ เลิศจีระจรัส

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 25

1. ชื่อโครงการ :
โครงการบริหารจัดการหน่วยงานตามแผนบูรณาการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศฯ

2. ยุทธศาสตร์ :
4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
21) คะแนนการประเมินระดับคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน ตามระบบ ITA โดย ปปท.

4. cluster :
กรมอนามัย

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (69)21.5 ขับเคลื่อนและบริหารจัดการหน่วยงาน
5.2 โครงการสำคัญ 21. โครงการพัฒนาและขับเคลื่อนกรมอนามัย 4.0 องค์กรคุณภาพคู่คุณธรรม

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ และการจัดการมลพิษและสิ่งแวดล้อม
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 12) เพิ่มศักยภาพการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน ของเสียอันตรายชุมชน และมูลฝอยติดเชื้อ

7. หลักการและเหตุผล :
เพื่อบริหารจัดการในหน่วยงาน

8. วัตถุประสงค์ :
เพื่อสนับสนุนกิจกรรมดำเนินงานและระบบบริหารจัดจัดการของหน่วยงาน

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.การบริหารจัดการการดำเนินงานศูนย์อนามัยที่ 1 บรรลุตามเป้าประสงค์ 100 ร้อยละ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ค่าสาธารณูปโภค เช่น ประปา 1 หน่วยงาน 1 ม.ค. 2562 - 28 ก.พ. 2562 242,300.00
รวมเป็นเงิน 242,300.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
242,300.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ม.ค. 2562 - 28 ก.พ. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
ศูนย์อนามัยที่ 1

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 1

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นางอุบลศรี ไชยซาววงค์

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางอุบลศรี ไชยซาววงค์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายสมศักดิ์ เลิศจีระจรัส

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 26

1. ชื่อโครงการ :
โครงการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมเมืองและชุมชน และการจัดการมลพิษและสิ่งแวดล้อม

2. ยุทธศาสตร์ :
2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
15) ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างน้อยตำบลละ 1 ชุมชน

4. cluster :
กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (41)14.1 กำกับ ติดตามและประเมินผล นโยบาย แผนงาน โครงการและการบังคับใช้กฎหมาย
5.2 โครงการสำคัญ 14.โครงการพัฒนาระบบบริหารจัดการมูลฝอยติดเชื้อและอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานบริการการสาธารณสุขตามเกณฑ์ GREEN&CLEAN Hospitals

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ และการจัดการมลพิษและสิ่งแวดล้อม
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 12) เพิ่มศักยภาพการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน ของเสียอันตรายชุมชน และมูลฝอยติดเชื้อ

7. หลักการและเหตุผล :
ตามวิสัยทัศน์การพัฒนาประเทศไทย ในระยะ 20 ปี ที่มุ่งสู่การพัฒนาประเทศให้เกิดความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ซึ่งการพัฒนาดังกล่าวอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและสุขภาพได้ หากขาดความพร้อมในการบริหารจัดการทั้งในระดับชุมชน ท้องถิ่น จังหวัด และประเทศ การดำเนินงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาประเทศ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือ จากหลายภาคส่วนในการทำงานเชื่อมโยงกัน เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพ สามารถสนับสนุนการพัฒนาและการเติบโตทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมให้เป็นไปอย่างมีสมดุลได้อย่างยั่งยืน พื้นที่เขตสุขภาพที่ 1 มีความเสี่ยงด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมจากปัญหาต่างๆ เช่น ผลกระทบต่อสุขภาพจากภาวะหมอกควัน โรคพยาธิใบไม้ตับ การจัดการสิ่งปฏิกูล การพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ พื้นที่ทุรกันดาร เป็นต้น โดยศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ มีบทบาทสำคัญในการดำเนินงานอนามัยสิ่งแวดล้อมของเขตสุขภาพที่ 1 ภายใต้แผนบูรณาการระดับประเทศ “การพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ และการจัดการมลพิษและสิ่งแวดล้อม” ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (ด้านสาธารณสุข) ยุทธศาสตร์กระทรวงสาธารณสุข แผนงานที่ 4 โครงการบริหารจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม รวมถึงยุทธศาสตร์ 5 ปี กรมอนามัย ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2 สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน เพื่อป้องกันและรองรับผลกระทบที่อาจเกิดจากความเสี่ยงดังกล่าว ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ โดยกลุ่มพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมจึงจัดทำโครงการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมเมืองและชุมชน และการจัดการมลพิษและสิ่งแวดล้อม เพื่อพัฒนางานอนามัยสิ่งแวดล้อมอย่างบูรณาการทั้งอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานบริการการสาธารณสุข พัฒนาคุณภาพการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน รวมถึงการเฝ้าระวังและประเมินความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพในพื้นที่เสี่ยง โดยมุ่งเน้นให้ประชาชนและชุมชนมีความตื่นตัวต่อสถานการณ์และสิทธิ์ของตนเอง ในการเผ้าระวัง รับรู้สถานการณ์และความเสี่ยง สามารถวางแผนป้องกัน ควบคุม แก้ไขจัดการปัญหาอนามัยสิ่งแวดล้อม เกิดเป็นชุมชนเข้มแข็งด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อคุ้มครองสุขภาพประชาชนโดยภาคประชาชนได้

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการมูลฝอยติดเชื้อและอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานบริการการสาธารณสุขตามเกณฑ์ GREEN&CLEAN Hospitals 2. เพื่อพัฒนาคุณภาพการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน 3. เพื่อพัฒนาการเฝ้าระวังและป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจากมลพิษอากาศในพื้นที่เสี่ยง

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.การจัดการมูลฝอยติดเชื้อในสถานบริการการสาธารณสุข และการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมตามเกณฑ์ GREEN&CLEAN Hospitals 8 จังหวัด
2.การประเมินและเฝ้าระวังความเสี่ยงต่อสุขภาพจากมลพิษอากาศ (ภาวะหมอกควัน) 8 จังหวัด
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : ร้อยละของโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขผ่านเกณฑ์ GREEN&CLEAN Hospitals ระดับพื้นฐาน 100 ร้อยละ
2.เชิงปริมาณ : ร้อยละของปริมาณมูลฝอยติดเชื้อได้รับการจัดการอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ 95 ร้อยละ
3.เชิงปริมาณ : ร้อยละของโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขผ่านเกณฑ์ GREEN&CLEAN Hospitals ระดับดี 85 ร้อยละ
4.เชิงปริมาณ : ร้อยละของจังหวัดที่เฝ้าระวังและลดผลกระทบต่สุขภาพจากมลพิษอากาศ 100 ร้อยละ
5.เชิงปริมาณ : ร้อยละของโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขผ่านเกณฑ์ GREEN&CLEAN Hospitals ระดับดีมาก 40 ร้อยละ
6.เชิงคุณภาพ : โรงพยาบาลมีการส่งเสริมการเกิดนวัตกรรมในเขตสุขภาพที่ 1 40 ร้อยละ
7.เชิงคุณภาพ : โรงพยาบาลสามารถเป็นต้นแบบในการจัดการสิ่งแวดล้อม ในกิจกรรม GREEN สู่ชุมชน มีส่วนช่วยชุมชนเข้มแข็งด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม 40 ร้อยละ
8.เชิงคุณภาพ : ชุมชนต้นแบบเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพจากมลพิษอากาศพื้นที่จังหวัดหมอกควันภาคเหนือ 8 แห่ง

10. วิธีการดำเนินงาน :
11.1 การพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมสถานพยาบาลตามเกณฑ์ GREEN & CLEAN Hospital 1. ขั้นเตรียมการ 1) ศึกษาวิเคราะห์สถานการณ์ปัญหาจากการทำงานในปีที่ผ่านมา 2) ประสานเคือข่าย ได้แก่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด เครือข่ายศูนย์วิชาการของเขตสุขภาพที่ 1 และหน่วยงานที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เช่น วิทศกรรม สถานบันการศึกษา เป็นต้น 3) ประชุมหารือเครือข่ายเพื่อทำแผนบูรณาการการจัดการสิ่งแวดล้อม GREEN 2. ขั้นดำเนินการ 1) จัดประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินงานและมาตรฐานดำเนินงานพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมตามเกณฑ์ GREEN & CLEANHospital และการจัดการมูลฝอยติดเชื้อ 2) ลงพื้นที่เป้าหมายในการดำเนินงานส่งเสริมการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมในจังหวัด ท้องถิ่น และชุมชน ที่วางแผนบูรณาการร่วมกัน (สำนักงานสนับสนุนบริการสุขภาพ เขต 1 เชียงใหม่, สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 เชียงใหม่, ศูนย์อนามัยชาติพันธุ์ชายขอบและแรงงานข้ามชาติ,กองสนับสนุนบริการสุขภาพ) 3) การนิเทศ ติดตาม ส่งเสริมการดำเนินงานตามกิจกรรม GREEN และตรวจประเมินในพื้นที่โรงพยาบาล และชุมชน เขตสุขภาพที่ 1 3. การติดตามประเมินผล 1) สรุปผลการประชุมเชิงวิชาการ 2) สรุปผลการการนิเทศ ติดตาม ตรวจประเมินในพื้นที่โรงพยาบาล และชุมชน เขตสุขภาพที่ 1 3) รายงานผลตามตัวชี้วัด ส่งกรมอนามัย" 11.2 พัฒนาการเฝ้าระวังและป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจากมลพิษอากาศในพื้นที่เสี่ยง 1.ขั้นเตรียมการ 1) จัดทำ (ร่าง) แผนการพัฒนาการเฝ้าระวังและสื่อสารความเสี่ยงระดับชุมชน เช่น ระบบโครงสร้างและการจัดการภาวะหมอกควัน การพัฒนาศักยภาพการเฝ้าระวังหมอกควัน (Visual range) การพัฒนาระบบเฝ้าระวังและสื่อสารความเสียง และจุดเฝ้าระวังการประมาณค่าจากระยะมองเห็นและ สนับสนุนจุดติดตั้ง DustBoy 2) ประชุมหารือหน่วยงานเกี่ยวข้องจัดทำแผนปฏิบัติการและแนวทางพัฒนาการเฝ้าระวังและสื่อสารความเสี่ยงระดับชุมชน 3) ประสานสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดคัดเลือกชุมชนเพื่อพัฒนาเป็นชุมชนต้นแบบเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพจากมลพิษอากาศ จังหวัดละ 1 ชุมชน 4) ประชุมชี้แจงแผนปฏิบัติการและแนวทางพัฒนาการเฝ้าระวังและสื่อสารความเสี่ยงระดับชุมชน 2. ขั้นดำเนินการ 1) ร่วมพัฒนาชุมชนต้นแบบเฝ้าระวังผลกระทบต่สุขภาพจากมลพิษอากาศพื้นที่ 8 จังหวัด 2) สนับสนุนการจัดการข้อมูล การเฝ้าระวังและลดผลกระทบต่อสุขภาพจากมลพิษอากาศพื้นที่จังหวัดหมอกควันภาคเหนือ 3) พัฒนาองค์ความรู้ และการวิจัยเกี่ยวกับปัญหาหมอกควัน 4) ให้ปรึกษา แนะนำ ร่วมพัฒนาการดำเนินงานจัดการผลกระทบต่อสุขภาพจากมลพิษอากาศ 3. การติดตามประเมินผล (M&E) 1) ติดตามการดำเนินงานผ่านแผงควบคุมการทำงานอัตโนมัติ (Dash Board PODD One Health, CCDC CMU) 2) จัดประชุมสรุปผลการดำเนินงาน ถอดบทเรียน ปัญหาอุปสรรค แนวทางแก้ไข ข้อเสนอแนะ

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 พัฒนาโรงพยาบาลศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่เป็นต้นแบบ GREEN&CLEAN Hospital 1 แห่ง 1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562 5,000.00
2 สนับสนุนการดำเนินงานภายใต้กิจกรรมและกลยุทธหลัก GREEN & CLEAN Hospital (เยี่ยมเสริมพลัง, สนับสนุนทางวิชาการ) 8 จังหวัด 1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562 168,800.00
3 สนับสนุนการจัดการแก้ไขปัญหาระบบบำบัดน้ำเสีย ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ (กองบริหารการสาธารณสุข วิศวกรรมการแพทย์ สาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม) 8 จังหวัด 3 ธ.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562 43,200.00
4 สนับสนุนการจัดการข้อมูล การเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพจากมลพิษอากาศ 8 จังหวัด 1 ม.ค. 2562 - 30 เม.ย. 2562 57,820.00
5 จัดทำแผนปฏิบัติการและแนวทางพัฒนาการเฝ้าระวังและสื่อสารความเสี่ยงมลพิษอากาศระดับชุมชนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 25 คน 1 พ.ย. 2561 - 30 พ.ย. 2561 5,750.00
6 การพัฒนาชุมชนต้นแบบเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพจากมลพิษอากาศพื้นที่ 8 จังหวัด 25 คน 1 ม.ค. 2562 - 30 เม.ย. 2562 110,000.00
7 จัดทำแผนปฏิบัติการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม และทบทวนองค์ความรู้วิชาการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมสำหรับเครือข่ายสาธารณสุขจังหวัด 30 คน 1 พ.ย. 2561 - 30 พ.ย. 2561 72,400.00
8 ประชุมสรุปผลการดำเนินงานพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมร่วมกับเครือข่ายสาธารณสุขจังหวัด 30 คน 1 ก.ค. 2562 - 31 ก.ค. 2562 63,800.00
9 จัดประชุมสรุปผลการดำเนินงาน ถอดบทเรียน ปัญหาอุปสรรค แนวทางแก้ไข ข้อเสนอแนะ การจัดการผลกระทบต่อสุขภาพจากหมอกควัน 40 คน 3 มิ.ย. 2562 - 28 มิ.ย. 2562 59,850.00
10 พัฒนาศักยภาพผู้ให้คำปรึกษา การพัฒนาคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (Environmental Health Instructor : EHA) 50 คน 1 พ.ย. 2561 - 30 พ.ย. 2561 229,300.00
รวมเป็นเงิน 815,920.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
815,920.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
8 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง ลำพูน แพร่ พะเยา น่าน แม่ฮ่องสอน

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ โรงพยาบาลชุมชน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ โรงพยาบาลชุมชน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นายนณธภัทร ธีระวรรธนะสิริ นักวิชาการสาธารณสุข ชำนาญการ นางสาวอิฏฐวรา สำแดงสุข นักวิชาการสาธารณสุข ชำนาญการ นางสาวปวีณา คำแปง นักวิชาการสาธารณสุข ชำนาญการ นายสราวุธ ปิ่นแก้ว นิติกร นายศุภวิทย์ อมรยุทธ์ นักวิชาการสาธารณสุข ปฏิบัติการ นางปนัดดา ไพเราะ นักวิชาการสาธารณสุข ชำนาญการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นายวิภู กฤษณุรักษ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
ทันตแพทย์สมศักดิ์ เลิศจีระจรัส

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
แพทยฺ์หญิงนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 27

1. ชื่อโครงการ :
โครงการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ

2. ยุทธศาสตร์ :
2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
16) จังหวัดในเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษมีฐานข้อมูลการเฝ้าระวังด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม

4. cluster :
กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (50)16.3 สร้างความรอบรู้ด้านวิชาการและกฎหมาย สื่อสารสาธารณะและสร้างกระแสสังคม
5.2 โครงการสำคัญ 16. โครงการเฝ้าระวังและประเมินความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพในพื้นที่เสี่ยง พื้นที่เฉพาะ และการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 4) พัฒนาการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมรองรับพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ

7. หลักการและเหตุผล :
ประเทศไทยดำเนินการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษเพื่อกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค ในพื้นที่ 10 จังหวัดทั่วประเทศ โดยใช้ประโยชน์จากโอกาสการเชื่อมโยงภูมิภาคในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ลดความเหลื่อมล้ำทางรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ชายแดน และแก้ปัญหาความมั่นคงบริเวณชายแดน การพัฒนาการค้าและการลงทุนอุตสาหกรรมส่งผลให้ความเป็นเมืองขยายตัวมากขึ้น ป้าหมายการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษในเขตสุขภาพที่ 1 จังหวัดเชียงราย ครอบคลุม 21 ตำบล 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเชียงแสน อำเภอเชียงของ และอำเภอแม่สาย พื้นที่รวม 1,523.63 ตารางกิโลเมตร หรือ 952,268.75 ไร่ โดยเปิดช่องให้พื้นที่สีเขียวหรือที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรมสามารถพัฒนาโรงงานอุตสาหกรรมปลอดมลพิษได้ ทั้งนี้ หากเตรียมความพร้อมด้านการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และด้านระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมไม่เพียงพออาจนำมาสู่ปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อม เช่น ปัญหามลพิษทางอากาศ น้ำเสีย มูลฝอย ของเสียอันตราย การสุขาภิบาลอาหาร เป็นต้น ซึ่งปัญหาดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน เช่น เพิ่มความรุนแรงของโรคระบบทางเดินหายใจ โรคระบบหลอดเลือดและหัวใจ โรคติดต่อจากน้ำและอาหารเป็นสื่อ และโรคผิวหนัง เป็นต้น ศูนย์อนามัยที่ 1 โดยกลุ่มพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม จึงจัดทำโครงการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ เพื่อสร้างเสริมระบบการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมให้พร้อมรองรับการพัฒนาในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ จังหวัดเชียงราย ป้องกันและรับมือกับปัญหาผลกระทบต่อสุขภาพที่อาจเกิดจากปัญหาอนามัยสิ่งแวดล้อม โดยพัฒนาระบบฐานข้อมูลและการเฝ้าระวังอนามัยสิ่งแวดล้อม พัฒนาต้นแบบด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม (GREEN & CLEAN Cities)รวมถึงพัฒนาบุคลากรด้านอนามัยสิ่งแวดของสถานพยาบาลและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดเชียงราย

8. วัตถุประสงค์ :
เพื่อเสริมสร้างระบบการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมให้พร้อมรองรับการพัฒนาในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ จังหวัดเชียงราย

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ต้นแบบด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม (GREEN & CLEAN Cities) 1 แห่ง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : ร้อยละของอำเภอในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษมีฐานข้อมูลและมีการเฝ้าระวังด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม 100 ร้อยละ
2.เชิงปริมาณ : ร้อยละของภาคีเครือข่ายมีการเฝ้าระวังด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ 60 ร้อยละ
3.เชิงคุณภาพ : จำนวนชุดข้อมูลตามประเด็นเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมได้ 2 ชุด

10. วิธีการดำเนินงาน :
ขั้นเตรียมการ 1) ทบทวนสถานการณ์การดำเนินงาน เช่น สถานการณ์การผ่านมาตรฐานระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานการณ์การเตรียมความพร้อมสนับสนุนระบบบริการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมของหน่วยงานภาคสาธารณสุข และศักยภาพของบุคลากรที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น 2) ออกแบบระบบการจัดการข้อมูลอนามัยสิ่งแวดล้อม และจัดทำข้อเสนอแนวทางการเฝ้าระวังอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ 3) จัดทำ (ร่าง) กรอบการจัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อนำไปพัฒนาต้นแบบด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม (GREEN & CLEAN Cities) 4) ประชุมหารือจัดทำแผนปฏิบัติการและแนวทางการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ จังหวัดเชียงราย 5) ประชุมชี้แจงแผนปฏิบัติการและแนวทางการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ จังหวัดเชียงราย ขั้นดำเนินการ 1) พัฒนาระบบจัดการข้อมูลอนามัยสิ่งแวดล้อมที่สอดคล้องต่อการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ 2) เก็บรวบรวมข้อมูลการดำเนินงานและผลการดำเนินงานอนามัยสิ่งแวดล้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 3) เฝ้าระวังด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม โดยกำหนดประเด็นการเฝ้าระวัง รวบรวมข้อมูล (ทุติยภูมิและปฐมภูมิ) วิเคราะห์ประมวลผล เผยแพร่รายงานการเฝ้าระวัง และจัดการแก้ไขปัญหา 4) สรางความเชื่อมั่นดานคุณภาพน้ำบริโภคและสุขาภิบาลอาหาร โดยสนับสนุนการเฝ้าระวังด้านสุขาภิบาลอาหารและน้ำ 5) พัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ 6) ให้ปรึกษา แนะนำ ร่วมพัฒนาการดำเนินงานระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อม และการใช้กฎหมายสาธารณสุข การติดตามประเมินผล (M&E) 1) ประเมินผลการดำเนินงานตามแบบรายงานผลการดำเนินงานรอบ 6 9 และ 12 เดือน 2) จัดประชุมสรุปผลการดำเนินงาน

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 สนับสนุนการจัดการข้อมูล การเฝ้าระวังด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม การพัฒนาระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อม การพัฒนาการใช้กฎหมายสาธารณสุข 1 จังหวัด 1 ม.ค. 2562 - 30 มิ.ย. 2562 32,900.00
2 เฝ้าระวังด้านสุขาภิบาลอาหารและน้ำ พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ 1 จังหวัด 1 พ.ย. 2561 - 30 พ.ย. 2561 177,500.00
3 จัดทำสรุปการดำเนินงานพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ จังหวัดเชียงราย 1 เรื่อง 1 ก.ย. 2562 - 30 ก.ย. 2562 1,600.00
4 การพัฒนาต้นแบบด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม (GREEN & CLEAN Cities) 20 คน 1 ม.ค. 2562 - 31 ก.ค. 2562 104,500.00
5 การพัฒนาศักยภาพและการจัดทำแผนปฏิบัติการและแนวทางการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมปี 2562 30 คน 1 พ.ย. 2561 - 30 พ.ย. 2561 17,300.00
6 ประชุมเชิงปฏิบัติการสรุปผลการดำเนินงานและเตรียมการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมปี 2563 30 คน 1 ส.ค. 2562 - 31 ส.ค. 2562 30,200.00
7 การพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม 40 คน 1 ม.ค. 2562 - 31 ม.ค. 2562 34,500.00
รวมเป็นเงิน 398,500.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
398,500.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 พ.ย. 2561 - 30 ก.ย. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
21 ตำบล ของอำเภอเชียงแสน อำเภอเชียงของ และอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ สำนักงานท้องถิ่นอำเภอ สำนักงานท้องถิ่นจังหวัด โรงพยาบาลชุมชน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นายศุภวิทย์ อมรยุทธ์ นางสาวปวีณา คำแปง

19. ผู้เสนอโครงการ :
นายวิภู กฤษณุรักษ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายสมศักดิ์ เลิศจีระจรัส

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 28

1. ชื่อโครงการ :
โครงการส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน

2. ยุทธศาสตร์ :
2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
15) ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างน้อยตำบลละ 1 ชุมชน

4. cluster :
กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (44)15.1 สร้างความร่วมมือและความเข้มแข็งภาคีเครือข่ายทุกระดับ
5.2 โครงการสำคัญ 15.โครงการส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 10) เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการน้ำเพื่อการบริโภค

7. หลักการและเหตุผล :
การการประเมินรับรองคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (EHA: Environmental Health Accreditation เป็นกลไกและเครื่องกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)อย่างเป็นระบบ อีกทั้งทำให้ อปท.เกิดการเรียนรู้ มีการประเมินและพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง โดยใช้กรอบแนวคิดการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (Public Sector Management Quality Award : PMQA) มาใช้ในการดำเนินงาน การพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม อปท. ตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2560 ซึ่งเป็นพระราชบัญญัติที่ควบคุมดูแลเกี่ยวกับการอนามัยสิ่งแวดล้อมที่ครอบคลุมการดำกิจการต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการสาธารณสุขของประชาชน ตั้งแต่ระดับครัวเรือน ชุมชน ตลอดจนกิจการขนาดเล็ก และขนาดใหญ อันจะนำไปสู่การลดความเสี่ยงด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม เพื่อคุ้มครองประชาชนด้านสุขภาพ เป็นการส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของชุมชนให้ดีขึ้น และสร้างหลักประกันให้แก่ประชาช