หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์
ลำดับที่ : 1

1. ชื่อโครงการ :
การพัฒนาการดำเนินงานอนามัยแม่และเด็กระดับเขต (MCH Board) ปีงบประมาณ 2562

2. ยุทธศาสตร์ :
1.1 ส่งเสริมการเกิดและเติบโตคุณภาพ

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
1) อัตราส่วนการตายมารดาไทย ต่อการเกิดมีชีพแสนคน)

4. cluster :
กลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัย

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (7)2.1 ขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์เพื่อสร้างแม่ลูกคุณภาพ
5.2 โครงการสำคัญ 2.โครงการมหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของชีวิต

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 6) พัฒนาศักยภาพและบริการส่งเสริมสุขภาพประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสม

7. หลักการและเหตุผล :
ปัญหาสุขภาพมารดาในเขตสุขภาพที่ 3 พบว่าอัตราการตายมารดาได้ลดลงจาก 27.6 ในปี 2560 เป็น 12.8 ในปี 2561 ซึ่งสาเหตุมารดาตายอันดับ 1 มาจากการตกเลือดหลังคลอด อันดับ 2 จากภาวะ ความดันโลหิตสูงในระหว่างตั้งครรภ์และอันดับ 3 มาจากภาวะน้ำคร่ำอุดตัน ปัญหาดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วนโดยการพัฒนาคุณภาพบริการและสมรรถนะบุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล และผู้รับผิดชอบงานอนามัยแม่และเด็กในจุดที่สำคัญอย่างเป็นรูปธรรม ดังนั้นคณะกรรมการอนามัยแม่และเด็ก เขตสุขภาพที่ 3 มีความตระหนักในการพัฒนาสถานบริการทุกระดับให้ได้มาตราฐาน ทั้งเครื่องมืออุปกรณ์ ทักษะของบุคลากรระบบส่งต่อรวมทั้งการส่งเสริม ความคิด ความตระหนักรู้ในการดูแลสุขภาพตนเองและนโยบายการพัฒนาอนามัยแม่และเด็กต้องการให้หญิงตั้งครรภ์ได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง เน้นการดูแล เชิงสหสาขาวิชาชีพอย่างเป็นระบบซึ่งพยาบาลเป็นวิชาชีพหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในการดูแลหญิงตั้งครรภ์ตั้งแต่ระยะตั้งครรภ์ ระยะคลอด ระยะหลังคลอดการพัฒนาระบบบริการให้ได้มาตราฐานและการพัฒนาสมรรถนะบุคลากรผู้รับผิดชอบงานอนามัยแม่และเด็กทั้งด้านองค์ความรู้และทักษะของบุคลากรให้ครอบคลุมประเด็นความรู้ที่สำคัญและทันสมัยมีการเชื่อมโยงในการดูแลแบบบูรณาการอย่างต่อเนื่องจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้หญิงตั้งครรภ์ได้รับการดูแลตามมาตรฐานอย่างมีคุณภาพที่ปลอดภัยทั้งมารดาและทารก จากสถานการณ์ดังกล่าว คณะกรรมการอนามัยแม่และเด็กระดับเขต (MCH Board) เขตสุขภาพที่ 3 จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาการดำเนินงานอนามัยแม่และเด็กระดับเขต (MCH Board) เพื่อการขับเคลื่อน การดำเนินงาน ติดตาม กำกับและวิเคราะห์การดำเนินงานอนามัยแม่และเด็กของ 5 จังหวัดในเขตรับผิดชอบเพื่อทราบถึงปัญหา/อุปสรรคในการดำเนินงานของ 5 จังหวัดในเขตเพื่อวางแผนในการแก้ไขปัญหาต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
1 เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ และพัฒนารูปแบบในการดูแลหญิงตั้งครรภ์ความเสี่ยงสูง 2 เพื่อพัฒนาแนวทางการดำเนินงานด้านสูติกรรม ( CPG ) ของเขตสุขภาพที่ 3 3 เพื่อให้ความรู้ระบบบริการกับพื้นที่ในการเยี่ยมเสริมพลังเครือข่ายของเขตสุขภาพที่ 3

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ภาคีเครือข่าย ได้รับการพัฒนาศักยภาพด้านอนามัยแม่และเด็กเพื่อคุณภาพการดูแลมารดาและทารกแรกคลอดให้มีสุขภาพดี 5 จังหวัด
2.คณะกรรมการ MCH Board ระดับเขต มีมาตรฐานและรูปแบบการพัฒนาและบริการด้านอนามัยแม่และเด็ก ที่มีคุณภาพ 5 จังหวัด
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : จำนวนผู้เข้าร่วมประชุมขับเคลื่อน MCH Board ระดับเขต 70 คน
2.เชิงคุณภาพ : ระบบคัดกรองความเสี่ยงในหญิงตั้งครรภ์ 1 เรื่อง
3.เชิงคุณภาพ : สรุปผลการประชุม MCH Board ระดับเขต 3 ชุด
4.เชิงคุณภาพ : MCH Board ระดับจังหวัด มีการประชุมแก้ไขปัญหาอนามัย แม่และเด็กของพื้นที่รับผิดชอบ 100 ร้อยละ
5.เชิงคุณภาพ : Flow Fast Track PPH บูรณาการร่วมกับ Service Plan 1 เรื่อง
6.เชิงคุณภาพ : ทีมประเมินโรงพยาบาลมาตรฐานอนามัยแม่และเด็ก ระดับจังหวัดมีความรู้ด้านมาตรฐานฯเพิ่มขึ้น 80 ร้อยละ
7.เชิงคุณภาพ : แนวทางการดำเนินงานด้านสูติกรรม ( CPG ) เขตสุขภาพที่3 4 เรื่อง
8.เชิงคุณภาพ : ระบบส่งต่อหญิงตั้งครรภ์ บูรณาการร่วมกับ Service Plan 1 เรื่อง
9.เชิงคุณภาพ : การเยี่ยมเสริมพลังการดำเนินงานอนามัยแม่และเด็ก 2 จังหวัด
10.เชิงเวลา : การดำเนินกิจกรรมในโครงการเป็นไปตามแผนระยะเวลาที่กำหนด 100 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการทบทวนคณะกรรมการบทบาทหน้าที่พัฒนาแนวทางและคู่มือการคัดกรอง ความเสี่ยงและการดูแลหญิงตั้งครรภ์ของเขตสุขภาพที่ 3 (งบ สปสช.) 2 เยี่ยมเสริมพลังด้านอนามัยแม่และเด็กจังหวัด 2 จังหวัด (นครสวรรค์, ชัยนาท)(งบ สปสช.) 3 ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาของคณะกรรมการ MCH Board ระดับเขต(งบ สปสช.) 4 สรุปผลการดำเนินงานโครงการ MCH Board ระดับเขต(งบ สปสช.) 5. พัฒนาศักยภาพทีมประเมินโรงพยาบาลมาตรฐานอนามัยแม่และเด็กระดับจังหวัด

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมพัฒนาศักยภาพทีมประเมินโรงพยาบาลมาตรฐานอนามัยแม่และเด็ก ระดับจังหวัด 1 ครั้ง/คน 3 ธ.ค. 2561 - 28 ธ.ค. 2561 22,100.00
รวมเป็นเงิน 22,100.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
22,100.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
3 ธ.ค. 2561 - 28 ธ.ค. 2561

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
โรงแรม/สถานที่เอกชนในเขตสุขภาพที่ 3

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
MCH Board ระดับจังหวัด ในเขตรับผิดชอบ ประกอบด้วย - ประธาน,เลขา MCH Board ระดับจังหวัด - สูติแพทย์/กุมารแพทย์/โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป/สสอ. - พยาบาลผู้รับผิดชอบงานอนามัยแม่และเด็กและ Node รพศ./รพท./รพช. - นักวิชาการสาธารณสุขเชี่ยวชาญด้านส่งเสริมพัฒนา,หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมสุขภาพ,ผู้รับผิดชอบงานอนามัย แม่และเด็กระดับจังหวัดของ 5 จังหวัดในเขตสุขภาพที่ 3

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
-

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นางสาวจริยา บุญอนันต์. ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางศศิวันต์ ศุภนิเวศพ์ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาอนามัยแม่และเด็ก

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายก้องเกียรติ เติมเกษมศานต์ รองผู้อำนวยการด้านวิชาการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางศรินนา แสงอรุณ ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์
ลำดับที่ : 2

1. ชื่อโครงการ :
พัฒนาและสนับสนุนการดำเนินงานขับเคลื่อนนโยบายมหัศจรรย์ 1,000 วัน เขตสุขภาพที่ 3

2. ยุทธศาสตร์ :
1.1 ส่งเสริมการเกิดและเติบโตคุณภาพ

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
2) ร้อยละของเด็กอายุ 0-5 ปี มีพัฒนาการสมวัย

4. cluster :
กลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัย

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (8)2.2 ขับเคลื่อนการดำเนินงานมหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของชีวิต
5.2 โครงการสำคัญ 2.โครงการมหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของชีวิต

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 6) พัฒนาศักยภาพและบริการส่งเสริมสุขภาพประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสม

7. หลักการและเหตุผล :
การพัฒนาศักยภาพของมนุษย์ ต้องเริ่มตั้งแต่การปฏิสนธิในครรภ์มารดาและดูแลอย่างต่อเนื่องจนถึงอายุ 5 ปี แม่ที่ขาดอาหารทั้งก่อนและระหว่างตั้งครรภ์ (แม่เตี้ย น้ำหนักน้อยก่อนตั้งครรภ์ และน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นน้อยระหว่างตั้งครรภ์) จะส่งผลต่อน้ำหนักแรกเกิดของลูก มีโอกาสที่จะมีน้ำหนักแรกเกิดน้อยกว่า 2,500 กรัม (Low Birth Weight) สถานการณ์ภาวะโลหิตจางของหญิงตั้งครรภ์ ในปี 2561 ร้อยละ 16.24 จากรายงานข้อมูลในระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ (Health Data Center : HDC) สถานการณ์ในปี 2561 ทารกแรกเกิดน้ำหนักน้อยกว่า 2,500 กรัม ร้อยละ 6.2 ข้อมูลจากการสำรวจสถานการณ์เด็กในประเทศไทย (The Multiple Indicator Cluster Survey : MICS) ครั้งที่ 5 พ.ศ. ปี 2558-2559 พบความชุกของ ภาวะทุพโภชนาการของเด็กแรกเกิด–5 ปี ได้แก่ภาวะเตี้ย ร้อยละ 10.5 ภาวะอ้วน ร้อยละ 8.2 และภาวะผอม ร้อยละ 5.4 ซึ่งเป็นผลมาจากพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ไม่เหมาะสม อัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวใน 6 เดือนแรกเพียงร้อยละ 23.1 ส่วนการให้อาหารอื่นนอกจากนมแม่ที่อายุ 6-11 เดือน พบทารกอายุ 6-8 เดือน และ 9-11 เดือน ได้รับอาหารตามวัยไม่เพียงพอถึงร้อยละ 28.0 และ 29.9 ตามลำดับ และข้อมูลจากการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกายครั้งที่ 4 พ.ศ. 2551–52 พบว่าเด็ก 1–5 ปี กินอาหารไม่ครบ 3 มื้อ ต่อวัน ไม่กินอาหารเช้า ไม่กินผักและผลไม้ทุกวัน ไม่ดื่มนมทุกวัน กินอาหารว่างที่มีคุณค่าทางโภชนาการต่ำ เช่น ขนม-เครื่องดื่มที่มีรสหวานจัด ขนมขบเคี้ยว นอกจากนั้นการดำเนินงานโภชนาการสตรีและเด็กในพื้นที่ ยังไม่มีประสิทธิภาพ จากการประเมินผลโครงการจัดบริการคลินิกฝากครรภ์และคลินิกสุขภาพเด็กดีคุณภาพ พบว่า มีการให้บริการคล้ายคลึงกัน ต่างกันที่คุณภาพบริการ โดยในส่วนของโภชนาการใน ANC คือ มีการจุดกราฟโภชนาการหญิงตั้งครรภ์เพียงร้อยละ 17.8 อธิบายกราฟโภชนาการหญิงตั้งครรภ์ร้อยละ 28.7 ให้คำแนะนำอาหารหญิงตั้งครรภ์เพียงร้อยละ 14.3 และจากการสำรวจของกรมอนามัยปี 2558 พบหญิงตั้งครรภ์ได้กินยาเม็ดเสริมไอโอดีน ธาตุเหล็ก และกรดโฟลิก ร้อยละ 83.6 สำหรับเด็กอายุ 0-5 ปี การให้บริการโภชนาการใน WCC ขาดคุณภาพ คือ ชั่งน้ำหนักและวัดส่วนสูงไม่ถูกต้องร้อยละ 16 มีการจุดกราฟการเจริญเติบโตของเด็กร้อยละ 38 อธิบายกราฟร้อยละ 61 ให้คำแนะนำอาหารเด็กร้อยละ 58 ให้วิตามินน้ำเสริมธาตุเหล็กร้อยละ 46.6 สอดคล้องกับการศึกษาการจัดระบบบริการคลินิกสุขภาพเด็กดีคุณภาพ ปี 2554 พบว่า เด็กทุกคนได้รับการประเมิน การเจริญเติบโต แต่มีเพียงร้อยละ 55.8 ที่ได้รับบริการทั้งชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง และแจ้งผลต่อผู้เลี้ยงดู นอกจากนั้นยังพบว่า อสม.ขาดความรู้โภชนาการ (ไม่ได้รับการอบรมร้อยละ 53.3) ไม่ได้แนะนำการใช้กราฟ การเจริญเติบโตร้อยละ 27.7 ศูนย์เด็กเล็กดำเนินงานไม่ได้มาตรฐานทางโภชนาการ จากการประเมินผลการดำเนินงานโภชนาการในศูนย์เด็กเล็กปี 2551 พบว่า มีเครื่องชั่งน้ำหนัก/วัดส่วนสูงไม่เหมาะสม/ไม่ได้มาตรฐาน ร้อยละ 100 แปลผลการเจริญเติบโต 3 เกณฑ์ ร้อยละ 31.6 แจ้งผลให้ผู้ปกครองร้อยละ 78.9 จัดผักมื้อกลางวันทุกวันร้อยละ 36.8 จัดผลไม้ให้ทุกวันร้อยละ 10.5 การส่งเสริมโภชนาการสตรีและเด็กจึงเป็นเรื่องที่ต้องเร่งดำเนินการ โดยมีเป้าประสงค์ คือ 1) หญิงตั้งครรภ์ได้รับอาหารเหมาะสม และยาเม็ดเสริมไอโอดีน ธาตุเหล็ก และกรดโฟลิก ทุกวัน 2) หญิงให้นมบุตรได้รับอาหารเหมาะสม และยาเม็ดเสริมไอโอดีน ธาตุเหล็ก และกรดโฟลิก ทุกวัน 3) ทารกอายุ 6 เดือนแรกได้นมแม่อย่างเดียว 4) เด็กอายุ 6 เดือน – 5 ปี ได้รับอาหารเหมาะสมและยาน้ำเสริมธาตุเหล็ก เพื่อให้หญิงตั้งครรภ์มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นตามเกณฑ์ ทารกแรกเกิดมีน้ำหนักมากกว่า 2,500 กรัม หญิงให้นมบุตรมีน้ำนมเพียงพอ เป็นผลให้เด็กมีการเจริญเติบโตเต็มศักยภาพ (Full Potential Growth)โดยดูจากเด็กที่มีส่วนสูงอยู่ในระดับดี (ส่วนสูงตามเกณฑ์ ค่อนข้างสูง และสูง จากกราฟส่วนสูงตามเกณฑ์อายุ) และมีน้ำหนักอยู่ในระดับสมส่วน (จากกราฟน้ำหนักตามเกณฑ์ส่วนสูง) เป็นการดูการเจริญเติบโตทั้งส่วนสูงและน้ำหนักพร้อมกันในเด็กคนเดียวกัน ซึ่งจะใช้ คำว่า “เด็กอายุ 0-5 ปี สูงดีสมส่วน”จากรายงาน HDC ไตรมาสที่ 3 ปี 2560 สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข พบว่า มีเด็กอายุ 0-5 ปีสูง สมส่วน เพียงร้อยละ 49.6 ยังต่ำกว่า ค่าเป้าหมายในปี 2560 ที่ตั้งเป้าหมายไว้ร้อยละ 51 และในปี 2561 ได้กำหนดเป้าหมายไม่น้อยกว่าร้อยละ 54 ผลการดำเนินงานคุณภาพด้านแม่และเด็กของเขตสุขภาพที่ 3 ในปีงบประมาณ 2561 พบประเด็นเกี่ยวข้องที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนางานอนามัยแม่และเด็กได้แก่การฝากครรภ์ครั้งแรกก่อน 12 สัปดาห์ คิดเป็นร้อยละ 71.5 การฝากครรภ์ 5 ครั้งตามเกณฑ์คิดเป็นร้อยละ 59.7 หญิงตั้งครรภ์ได้รับยาเม็ดเสริมไอโอดีนคิดเป็นร้อยละ 70.09 ภาวะซีดในหญิงตั้งครรภ์คิดเป็นร้อยละ 12.94 เด็กแรกเกิดมีน้ำหนักตัวน้อยกว่า 2,500 กรัม คิดเป็นร้อยละ 6.22 เด็กมีพัฒนาการสมวัยร้อยละ 93.3 เด็ก 0-5 ปีสูงดีสมส่วนคิดเป็นร้อยละ 49.9 จากสถานการณ์ดังกล่าว พบว่างานพัฒนาอนามัยแม่และเด็ก เป็นงานที่สำคัญที่จะทำให้เด็กเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่มีศักยภาพ ทั้งนี้กระบวนการขับเคลื่อนงานมหัศจรรย์ 1,000 วันของเขตสุขภาพที่ 3 นั้นยังขาดการดำเนินการอย่างเป็นระบบเนื่องจากไม่มีคู่มือการบริหารจัดการในระดับเช่น ระดับ สสจ.ต้องมีบทบาทในการดำเนินงานอย่างไร นอกจากนี้ยังรวมถึงบทบาท การดูแลพ่อแม่ตั้งแต่ก่อนการตั้งครรภ์ ในระยะตั้งครรภ์ ระยะคลอด และระยะหลังคลอดอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อส่งผลให้ลูกเกิดรอดแม่ปลอดภัยและเด็กมีพัฒนาการสมวัย สูงดีสมส่วน และจำเป็นต้องมีกระบวนการบูรณาการ 4 กระทรวงหลัก เพื่อเป้าหมายเด็กไทยแข็งแรง เก่งดี มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ ตามแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี ด้านสาธารณสุขตามแนวทางการพัฒนาและอภิบาลระบบสุขภาพอย่างมีส่วนร่วมและยั่งยืน เน้นการแก้ไขปัญหา เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา โดยการมีส่วนร่วมขององค์กรปกครองท้องถิ่น ชุมชน และครอบครัว ดังนั้นศูนย์อนามัยที่ 3 กลุ่มงานอนามัยแม่และเด็กจึงได้จัดทำโครงการพัฒนาและสนับสนุนการดำเนินงานมห้ศจรรย์ 1,000 วันแรกแห่งชีวิตขึ้นในปีงบประมาณ 2562 เพื่อลูกเกิดรอดแม่ปลอดภัยและ เด็กปฐมวัย มีสุขภาพที่ดีต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
1 เพื่อได้คู่มือแนวทางการดำเนินงานมหัศจรรย์ 1,000 วันของเขตสุขภาพที่ 3 2 เพื่อส่งเสริมโภชนาการสตรีและเด็กปฐมวัย 3 เพื่อพัฒนาระบบบริการงานอนามัยแม่และเด็ก

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ภาคีเครือข่าย ได้รับการพัฒนาศักยภาพด้านอนามัยแม่และเด็กเพื่อคุณภาพการดูแลเด็กปฐมวัย 5 จังหวัด
2.เขตสุขภาพที่ 3 มีมาตรฐานและรูปแบบการขับเคลื่อนงานอนามัยแม่และเด็กผ่านกิจกรรมมหัศจรรย์ 1,000 แรกแห่งชีวิต 1 รูปแบบ
3.จังหวัดในเขตสุขภาพที่ 3 มีกิจกรรมส่งเสริมเด็กปฐมวัยสูงดีสมส่วน และส่งเสริมพัฒนาการเพื่อการพัฒนาทางกาย สมอง และสังคม 5 จังหวัด
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : จำนวนผู้เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำคู่มือแนวทางการดำเนินงานมหัศจรรย์ 1,000 วันให้กับพื้นที่ของเขตสุขภาพที่ 3 ตั้งแต่ระดับสสจ./สสอ. /รพท./รพช.และรพสต. (ผู้แทนจังหวัดละ 10 คน) 1 ครั้ง/ 2 วันผู้ดำเนินการ 10 คน รวมเป็น 60 คน 80 ร้อยละ
2.เชิงปริมาณ : สรุปผลการติดตามเยี่ยมเสริมพลังพื้นที่เป้าหมาย 1 ชุด
3.เชิงปริมาณ : จำนวนผู้เข้าร่วมประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถอดบทเรียนการดำเนินงานมหัศจรรย์ 1,000 วัน ของเขตสุขภาพที่ 3 ผู้รับผิดชอบงานอนามัยแม่และเด็กระดับจังหวัด อำเภอ และตำบลจังหวัดละ 20 คน X 5 จังหวัด (นว.30 คน) ผู้ดำเนินการและวิทยากร เป็นจำนวน 120 คน 80 ร้อยละ
4.เชิงคุณภาพ : มีแนวทางการดำเนินงานขับเคลื่อนนโยบายมหัศจรรย์ 1,000 วันเขตสุขภาพที่ 3 5 จังหวัด
5.เชิงคุณภาพ : ได้รูปแบบแนวทางการดำเนินงานขับเคลื่อนนโยบายมหัศจรรย์ 1,000 วันเขตสุขภาพที่ 3 5 จังหวัด
6.เชิงเวลา : การดำเนินกิจกรรมในโครงการเป็นไปตามแผนระยะเวลาที่กำหนด 100 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำแนวทางการดำเนินงานมหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของเขตสุขภาพที่3 2 ติดตามเยี่ยมเสริมพลังการดำเนินงานมหัศจรรย์ 1,000 วันของเขตสุขภาพที่ 3 3 ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถอดบทเรียนการดำเนินงานมหัศจรรย์ 1,000 วันของเขตสุขภาพที่ 3

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำแนวทางการดำเนินงานมหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของเขตสุขภาพที่ 3 1 ครั้ง/2 วัน/60 คน 1 ครั้ง/คน 1 พ.ย. 2561 - 30 พ.ย. 2561 122,800.00
2 ประเมินรับรองโรงพยาบาลติดตามการดำเนินงานมหัศจรรย์ 1,000 วันของเขตสุขภาพที่ 3 1 ครั้ง 1 ก.ค. 2562 - 30 ส.ค. 2562 49,320.00
3 ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถอดบทเรียนการดำเนินงานมหัศจรรย์ 1,000 วันของเขตสุขภาพที่ 3 5 จังหวัด 1 ก.ค. 2562 - 31 ก.ค. 2562 110,000.00
4 เยี่ยมเสริมพลัง มาตรฐานอนามัยแม่และเด็ก - การเฝ้าระวังและขับเคลื่อนพรบ.นมผง 10 แห่ง 3 มิ.ย. 2562 - 31 ก.ค. 2562 31,600.00
รวมเป็นเงิน 313,720.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
313,720.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 พ.ย. 2561 - 30 ส.ค. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
โรงแรม/สถานที่เอกชนในเขตสุขภาพที่ 3

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
- ผู้รับผิดชอบงานอนามัยแม่และเด็ก สสจ./สสอ./รพท./รพช./รพสต

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
-

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1.นางฐิติชยา ไทยพาท ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 2. นางสาวจริยา บุญอนันต์ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 3. นางพรรณี ไพบูลย์ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 4. นส.ปราณี สุวัฒนพิเศษ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางศศิวันต์ ศุภนิเวศพ์ หน้ากลุ่มพัฒนาอนามัยแม่และเด็ก

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายก้องเกียรติ เติมเกษมศานต์ รองผู้อำนวยการด้านวิชาการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางศรินนา แสงอรุณ ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์
ลำดับที่ : 3

1. ชื่อโครงการ :
พัฒนาและสนับสนุนกระบวนการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในเด็กปฐมวัย เขตสุขภาพที่ 3

2. ยุทธศาสตร์ :

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
3) ร้อยละของเด็กอายุ 0-5 ปี สูงดีสมส่วน และส่วนสูงเฉลี่ยที่อายุ 5 ปี

4. cluster :
กลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัย

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (11)3.2 ขับเคลื่อนการพัฒนาสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ
5.2 โครงการสำคัญ 3.โครงการเตรียมความพร้อมเด็กอายุ 2-5 ปี

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 7) เสริมสร้างทักษะในชีวิตให้มีความเข้มแข็งและมั่นคง

7. หลักการและเหตุผล :
จากนโยบายของกรมอนามัยในการส่งเสริมการเกิดและเติบโตคุณภาพ โดยมีเป้าประสงค์ให้มีการตั้งครรภ์คุณภาพ ลูกเกิดรอดแม่ปลอดภัย ส่งเสริมให้ชุมชนมีความตระหนักและมีส่วนร่วมในการดำเนินงานพัฒนาอนามัยแม่และเด็ก และทิศทางการขับเคลื่อนนโยบายยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมภายใต้แผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติ ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 พศ. 2560-2564 และ จากนโยบายกระทรวงสาธารณสุขที่ได้ดำเนินการตามยุทธศาสตร์กระทรวงสาธารณสุขที่ 1 ในประเด็นการพัฒนาสุขภาพตามกลุ่มวัยที่ได้จัดกลุ่มตามช่วงอายุ 5 กลุ่มวัย ส่วนงานของกลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัยได้กำหนดตัวชี้วัดระดับกระทรวงมี 4 ตัวชี้วัด คือ 1) อัตราส่วนการตายมารดาไม่เกิน 20 ต่อการมีชีพแสนคน 2) เด็ก 0-5 ปีที่มีพัฒนาการสมวัยไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 3) เด็ก 0-5 ปีสูงดีสมส่วนร้อยละ 65 4) เด็กอายุ 3 ปีฟันไม่ผุ ร้อยละ 53ดังนั้นเพื่อให้ผลการดำเนินงานบรรลุตามตัวชี้วัดที่ตั้งไว้ตามกรอบแนวคิดในการพัฒนาสตรีและเด็กปฐมวัยอย่างองค์รวม ต้องอาศัยความร่วมมือของเครือข่ายทุกระดับ นำนโยบายลงสู่พื้นที่ จากระดับกระทรวงฯเขตสุขภาพ จังหวัด อำเภอ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลและผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ สถานการณ์ในประเด็นเด็ก 0-5 ปีสูงดีสมส่วนในเขตสุขภาพที่ 3 นครสวรรค์ พบว่า ร้อยละเด็ก 0-5 ปี สูงดีสมส่วน ปี 2559-2561 ร้อยละ 49.17,48.11 และ 49.9 ตามลำดับ ต่ำกว่าเป้าหมายและแนวโน้มสูงดีสมส่วนในเขตเพิ่มขึ้น ผลการดำเนินงาน พบว่าเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและผู้เลี้ยงดูเด็ก รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ให้ความสำคัญในการกระตุ้นส่งเสริมเด็กมีรูปร่างสูงดีสมส่วน และการประเมินตนเองของตำบล 0-5 ปีสูงดีสมส่วน พัฒนาการสมวัย ฟันไม่ผุ พบว่ามีตำบลที่ผ่านการประเมิน ร้อยละ 40 ซึ่งสอดคล้องกับผลของสถานการณ์เด็ก 0-5 ปีสูงดีสมส่วนต่ำกว่าเป้าหมายและเป็นปัญหาในเขตฯ ปีงบประมาณ 2561 ศูนย์อนามัยที่ 3 จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาระบบการดำเนินงานเด็กปฐมวัยสูงดีสมส่วนโดยเน้นกิจกรรมที่พ่อแม่หรือผู้ดูแลเด็กสามารถนำไปใช้ทั้งการดูแลภาวะการเจริญเติบโต ภาวะโภชนาการ คุณภาพของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก การเฝ้าระวังฟันผุและกิจกรรมทางกาย ที่เหมาะสม เพื่อสร้างเด็กไทย 4.0 โดยได้ดำเนินการในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กจังหวัดละ 2 แห่ง และพบว่าพื้นที่ ที่ดำเนินการ เด็กในพื้นที่มีรูปร่างสูงดีสมส่วนเพิ่มขึ้น และเป็นรูปแบบที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสามารถดำเนินการได้ ศูนย์อนามัยที่ 3 จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาและสนับสนุนกระบวนการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในเด็กปฐมวัยขึ้นรวมทั้งสร้างรูปแบบกระตุ้นและส่งเสริมพัฒนาการเด็กรวมทั้งสร้างรูปแบบแก้ไขภาวะโภชนาการในเด็กปฐมวัย โดยมีวัตถุประสงค์ขยายการดำเนินงานกระบวนการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในเด็กปฐมวัยเพื่อตอบสนองนโยบายกระทรวงสาธารณสุขและพัฒนาระบบการดำเนินงานสร้างรูปแบบในพื้นที่เพื่อให้พื้นที่สามารถดำเนินงานพัฒนาการเด็กและเด็กปฐมวัยสูงดีสมส่วนเจริญเติบโตได้อย่างมีคุณภาพต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
1 เพื่อพัฒนาและสนับสนุนกระบวนการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในเด็กปฐมวัย 2 เพื่อสร้างและสนับสนุนรูปแบบการกระตุ้นและส่งเสริมพัฒนาการเด็ก 3 เพื่อสร้างและสนับสนุนรูปแบบการแก้ไขปัญหาภาวะโภชนาการในเด็กปฐมวัย 8.4 เพื่อให้ประชาชนมีความรอบรู้ ทางการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในเด็กปฐมวัย/การกระตุ้นและส่งเสริม พัฒนาการเด็กและการแก้ไขภาวะโภชนาการในเด็กปฐมวัย

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ภาคีเครือข่าย ได้รับการพัฒนาศักยภาพด้านการดูแลเด็กปฐมวัย 5 จังหวัด
2.เขตสุขภาพที่ 3 มีมาตรฐานและรูปแบบกิจกรรมทางกายฯ/รูปแบบการกระตุ้นและส่งเสริม พัฒนาการเด็ก/รูปแบบการแก้ไขภาวะโภชนาการในเด็กปฐมวัย 1 รูปแบบ
3.จังหวัดในเขตสุขภาพที่ 3 มีกิจกรรมส่งเสริมกิจกรรมทางกาย/และกิจกรรมเด็กปฐมวัยสูงดีสมส่วน ปี 2562 5 จังหวัด
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : จำนวนผู้เข้าสัมมนาสร้างรูปแบบและส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายฯ/รูปแบบการกระตุ้นและส่งเสริม พัฒนาการเด็ก/รูปแบบการแก้ไขภาวะโภชนาการในเด็กปฐมวัย 1 ครั้ง/2 วัน 80 ร้อยละ
2.เชิงปริมาณ : สรุปผลการติดตามเยี่ยมเสริมพลัง 1 ชุด
3.เชิงปริมาณ : จำนวนผู้เข้าร่วมประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวทางทางการดำเนินงานส่งเสริมกิจกรรมทางกาย/ การแก้ไขภาวะโภชนาการในเด็ก/การกระตุ้นและส่งเสริมพัฒนาการเด็ก 80 ร้อยละ
4.เชิงคุณภาพ : มีผลการประเมินความรอบรู้ของประชาชนการมีกิจกรรมทางกายฯ/รูปแบบการกระตุ้นและส่งเสริม พัฒนาการเด็ก/รูปแบบการแก้ไขภาวะโภชนาการในเด็กปฐมวัย 1 ชุด
5.เชิงคุณภาพ : มีรูปแบบและพื้นที่ส่งเสริมกิจกรรมทางกาย/แก้ไขภาวะโภชนาการ/การกระตุ้นและส่งเสริมพัฒนาการเด็ก 5 จังหวัด
6.เชิงคุณภาพ : มีนวตกรรมส่งเสริมกิจกรรมทางกาย/แก้ไขภาวะโภชนาการ/การกระตุ้นและส่งเสริมพัฒนาการเด็ก 5 รูปแบบ
7.เชิงเวลา : ใช้งบประมาณเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดและทันเวลา 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
กิจกรรมที่ 1: จัดประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนารูปแบบแนวทางการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในเด็กปฐมวัยในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก (จังหวัดละ 1 อำเภอ) สร้างรูปแบบการแก้ไขปัญหาภาวะโภชนาการในเด็กปฐมวัย (รพช./รพสต./ศพด. จังหวัดละ 1 แห่ง)สร้างรูปแบบแนวทางการกระตุ้นและส่งเสริมพัฒนาการเด็กใน รพช./รพสต./ศพด.จังหวัดละ 1 แห่ง และคลินิก WCC และDay Care ศูนย์อนามัยที่ 3 - ประสานพื้นที่เพื่อเลือกพื้นที่ที่ดำเนินการจังหวัดละ 1 อำเภอ - จัดประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพและวางแผนพัฒนารูปแบบแนวทางการดำเนินงาน ส่งเสริมกิจกรรมทางกาย/สร้างรูปแบบกระตุ้นและส่งเสริมพัฒนาการเด็ก/สร้างรูปแบบการแก้ไขภาวะโภชนาการในเด็กปฐมวัยโดยมี จนท.สาธารณสุขระดับจังหวัด/สสอ./รพช./รพสต./ครูผู้ดูแลเด็ก 1 ครั้ง/2 วัน/100 คนและผู้ดำเนินการและวิทยากร จำนวน 10 คน รวมเป็น 110 คน กิจกรรมที่ 2 : ติดตามเยี่ยมเสริมพลังและประเมินผลการดำเนินงานจังหวัดละ 1 อำเภอๆละ 1 แห่ง (รพช./รพสต.) ศพด.จังหวัดละ 2 แห่ง 5 จังหวัดๆละ 2 วัน/10 วัน กิจกรรมที่ 3 : จัดประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวทางการดำเนินงานรูปแบบแนวทางการส่งเสริมกิจกรรม ทางกายในเด็กปฐมวัย/การกระตุ้นและส่งเสริมพัฒนาการเด็กและการแก้ไขภาวะโภชนาการในเด็กปฐมวัย ในพื้นที่เป้าหมาย จนท.สาธารณสุขระดับจังหวัด/สสอ./รพช./รพสต./ครูผู้ดูแลเด็ก/ผู้แทนภาคประชาชน 1 ครั้ง/1 วัน/ 100 คนและผู้ดำเนินการและวิทยากร จำนวน 10 คน รวมเป็น 110 คน

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ติดตามประเมินผลการดำเนินงานพื้นที่เป้าหมาย 2วัน /อำเภอ 5 จังหวัด 1 ก.ค. 2562 - 31 ก.ค. 2562 22,400.00
2 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนารูปแบบแนวทางการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในเด็กปฐมวัยในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก (จังหวัดละ 1 อำเภอ) สร้างรูปแบบการแก้ไขปัญหาภาวะโภชนาการในเด็กปฐมวัย (รพช./รพสต./ศพด. จังหวัดละ 1 แห่ง) สร้างรูปแบบแนวทางการกระตุ้นและส่งเสริมพัฒนาการเด็ก ใน รพช./รพสต./ศพด.ปฐมวัย (รพช./รพสต./ศพด. จังหวัดละ 1 แห่ง) 110 คน 1 พ.ย. 2561 - 30 พ.ย. 2561 173,600.00
3 จัดประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวทางการดำเนินงานรูปแบบแนวทางการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในเด็กปฐมวัยในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก/รูปแบบกระตุ้นและส่งเสริมพัฒนาการเด็ก/รูปแบบการแก้ไขปัญหาภาวะโภชนาการในเด็กปฐมวัย 110 คน 1 ส.ค. 2562 - 30 ส.ค. 2562 103,700.00
รวมเป็นเงิน 299,700.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
299,700.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 พ.ย. 2561 - 30 ส.ค. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
โรงแรมใน/นอกเขตพื้นที่เขตสุขภาพที่ 3

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
1 พื้นที่ จังหวัดละ 1 อำเภอ ในเขตสุขภาพที่ 3 2 ผู้รับผิดชอบงานอนามัยแม่และเด็กระดับจังหวัด/อำเภอ/รพช./รพสต. 3 ครูผู้ดูแลเด็ก ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ศูนย์ละ 1 คนในพื้นที่เป้าหมาย 4 ผู้แทนภาคประชาชน

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
ประชาชน

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นางฐิติชยา ไทยพาท ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ นางศศิชล หงษ์ไทย ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ นางวิราวรรณ โพธิ์งาม ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ นายเพิ่มศักดิ์ รุ่งจิรารัตน์ ตำแหน่ง นักโภชนาการชำนาญการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางศศิวันต์ ศุภนิเวศพ์ หน้ากลุ่มพัฒนาอนามัยแม่และเด็ก

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายก้องเกียรติ เติมเกษมศานต์ รองผู้อำนวยการด้านวิชาการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางศรินนา แสงอรุณ ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์
ลำดับที่ : 4

1. ชื่อโครงการ :
พัฒนาระบบการเฝ้าระวังการขับเคลื่อนพระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหาร สำหรับทารกและเด็กเล็กพ.ศ. 2560 และส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในเขตสุขภาพที่ 3

2. ยุทธศาสตร์ :
1.1 ส่งเสริมการเกิดและเติบโตคุณภาพ

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
2) ร้อยละของเด็กอายุ 0-5 ปี มีพัฒนาการสมวัย

4. cluster :
กลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัย

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (9)2.3 ขับเคลื่อนพระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ.2560 และการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
5.2 โครงการสำคัญ 2.โครงการมหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของชีวิต

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 6) พัฒนาศักยภาพและบริการส่งเสริมสุขภาพประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสม

7. หลักการและเหตุผล :
พระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสําหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ. 2560 หรือ พ.ร.บ.นมผง เป็นกฎหมายฉบับแรกของประเทศไทย ที่คุ้มครองผู้บริโภคกลุ่มทารกและเด็กเล็ก เพื่อเด็กไทยได้กินนมแม่อย่างเต็มที่ บรรลุเป้าหมายให้เด็กทั่วโลกอย่างน้อยร้อยละ 50 ได้รับนมแม่อย่างเหมาะสม ตามหลัก ที่องค์การอนามัยโลกแนะนำ หรือ “ 1-6-2” คือ กินนมแม่ตั้งแต่ 1 ชั่วโมงแรกหลังคลอด กินนมแม่เพียง อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกและกินนมแม่ต่อเนื่องควบคู่อาหารตามวัยจนถึงอายุ 2 ปีหรือนานกว่านั้น จากข้อมูลปี 2558 พบเด็กไทยอายุต่ำกว่า 6 เดือน กินนมแม่อย่างเดียวเพียงร้อยละ 23 ขณะที่แม่ที่สามารถให้นมลูกได้ถึง 2 ปี มีเพียงร้อยละ 16. ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่า“นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดของทารก มีสารอาหารที่มีคุณค่ามากกว่า 200 ชนิด ช่วยการเจริญเติบโต มีภูมิคุ้มกันโรค และการโอบกอดขณะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ส่งผลดีต่อพัฒนาการทางสติปัญญา อารมณ์ และการสร้างสายใยผูกผันระหว่างแม่ลูก” ถึงแม้นมแม่จะมีคุณค่ามากมาย แต่อัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ของมารดาไทยกลับลดลง จากการสำรวจในปี 2560 ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 3 พบว่าเด็กกินนมแม่อย่างเดียวเหลือเพียงร้อยละ 18.3 ซึ่งผลการดำเนินงานต่ำกว่าเป้าหมายสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากมารดาทำงานนอกบ้าน ในสถานประกอบการ เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจและสังคมที่ทำให้ผู้หญิงต้องออกไปทำงานนอกบ้าน และไม่เห็นความสำคัญของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และจากการดำเนินงานเรื่องการขับเคลื่อน พรบ.นมผงและส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ของศูนย์อนามัยที่ 3 ในปี 2561 ได้ดำเนินการถ่ายทอดความรู้เนื้อหาของพรบ.นมผงให้บุคลากรสาธารณสุขและเครือข่าย 5 จังหวัดและสนับสนุนการจัดตั้งมุมนมแม่ในสถานประกอบการ จำนวน 6 แห่ง ซึ่งจากการติดตามการดำเนินงาน การขับเคลื่อนพรบ.นมผง และติดตามประเมินผลการดำเนินงานเรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ผ่านการประเมินตำบลพัฒนาการดีเริ่มที่นมแม่ และโรงพยาบาลมาตรฐานอนามัยแม่และเด็ก พบว่าบุคลากรสาธารณสุข ในพื้นที่ส่วนใหญ่ไม่เข้าใจเนื้อหาของพรบ.นมผง และไม่ได้ดำเนินการเฝ้าระวังการละเมิดการกระทำความผิด พรบ. นมผง รวมถึงยังไม่เข้าใจบทบาทหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ ดังนั้น กลุ่มพัฒนาอนามัยแม่และเด็ก ศูนย์อนามัยที่ 3 จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาระบบการเฝ้าระวังการขับเคลื่อนพ.ร.บ.นมผง และส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในเขตสุขภาพที่ 3 ซึ่งมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้บุคลากรสาธรณสุข พนักงานเจ้าหน้าที่ เครือข่ายมีความรู้ และสามารถดำเนินงานเฝ้าระวัง และขับเคลื่อนพ.ร.บ.นมผง โดยคุ้มครองแม่และครอบครัวจากการได้รับข้อมูลและคำแนะนำที่ไม่ถูกต้อง หรือ ชวนเชื่อให้ใช้อาหารอื่นทดแทนในช่วงที่ยังควรได้รับนมแม่ และส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่โดยสนับสนุนการจัดมุมนมแม่ในสถานประกอบการ ในเขตสุขภาพที่3 จะส่งผลให้อัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือน มีจำนวนเพิ่มขึ้น

8. วัตถุประสงค์ :
1 เพื่อให้บุคลากรสาธรณสุข พนักงานเจ้าหน้าที่และเครือข่ายมีความรู้เรื่องระบบการเฝ้าระวัง และการขับเคลื่อนพระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ. 2560 2 เพื่อให้มีการดำเนินงานตามระบบเฝ้าระวังและขับเคลื่อนพระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาด อาหารสำหรับทารกและเด็กเล็กพ.ศ.2560และส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในเขตสุขภาพที่ 3

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.บุคลากรสาธารณสุข พนักงานเจ้าหน้าที่และเครือข่ายมีความรู้ เกี่ยวกับพระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ. 2560 80 ร้อยละ
2.เขตสุขภาพที่ 3 มีการดำเนินงานตามระบบการเฝ้าระวัง พรบ.นมผง 1 ระบบ
3.สถานประกอบการมีการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 5 แห่ง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : จำนวนบุคลากรสาธารณสุข พนักงานเจ้าหน้าที่และเครือข่ายเข้าร่วมประชุม (เป้าหมาย 180 คน) 80 ร้อยละ
2.เชิงคุณภาพ : ภาคีเครือข่ายที่เข้าประชุมมีความพึงพอใจ 85 ร้อยละ
3.เชิงคุณภาพ : มีการจัดตั้งมุมนมแม่ในสถานประกอบการ (จังหวัดละ 1 แห่ง) 5 แห่ง
4.เชิงเวลา : การดำเนินกิจกรรมในโครงการเป็นไปตามแผนระยะเวลาที่กำหนด 100 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1 วางแผน 2 คัดเลือกผู้เข้าประชุม 3 ดำเนินการจัดประชุม 4 นิเทศติดตามประเมินผลการประชุม 5 สรุปผลโครงการ

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเพิ่มศักยภาพบุคลากรสาธรณสุข พนักงานเจ้าหน้าที่และเครือข่ายในการขับเคลื่อนพระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็กพ.ศ. 2560 และส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในเขตสุขภาพที่ 3 ประจำปี 2561 1 ครั้ง/คน 1 พ.ย. 2561 - 30 พ.ย. 2561 202,000.00
2 จัดมหกรรมส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในเดือนวันแม่แห่งชาติและสัปดาห์นมแม่โลก 1 ครั้ง/คน 1 ส.ค. 2562 - 30 ส.ค. 2562 26,000.00
3 เยี่ยมเสริมพลังและ ประเมินผลการดำเนินงานเฝ้าระวังการละเมิด/การขับเคลื่อนพระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ. 2560 และส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในเขตสุขภาพที่ 3 5 จังหวัด 1 ม.ค. 2562 - 31 พ.ค. 2562 19,600.00
รวมเป็นเงิน 247,600.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
247,600.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 พ.ย. 2561 - 30 ส.ค. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
5 จังหวัดในเขตสุขภาพที่3

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
จำนวน 180 คน

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
-

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1 นางพรรณี ไพบูลย์ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 2 นางบุษรา ใจแสน ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 3 นางสาววิยดารัตน์ ชาญชัยชูรัตน์ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางศศิวันต์ ศุภนิเวศพ์ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาอนามัยแม่และเด็ก

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายก้องเกียรติ เติมเกษมศานต์ รองผู้อำนวยการด้านวิชาการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางศรินนา แสงอรุณ ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์
ลำดับที่ : 5

1. ชื่อโครงการ :
เสริมสร้างศักยภาพบุคลากร (งานอนามัยแม่และเด็ก) เขตสุขภาพที่ 3 ปี 2562

2. ยุทธศาสตร์ :
1.1 ส่งเสริมการเกิดและเติบโตคุณภาพ

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
2) ร้อยละของเด็กอายุ 0-5 ปี มีพัฒนาการสมวัย

4. cluster :
กลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัย

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (8)2.2 ขับเคลื่อนการดำเนินงานมหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของชีวิต
5.2 โครงการสำคัญ 2.โครงการมหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของชีวิต

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 6) พัฒนาศักยภาพและบริการส่งเสริมสุขภาพประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสม

7. หลักการและเหตุผล :
จากนโยบายของกรมอนามัยในการส่งเสริมการเกิดและเติบโตคุณภาพ โดยมีเป้าประสงค์คือการตั้งครรภ์คุณภาพ ลูกเกิดรอดแม่ปลอดภัย เด็กมีพัฒนาการสมวัย โดยมีนโยบายสำคัญในปี 2561 เรื่องการลดอัตราการตายของมารดาต้องไม่เกิน 20 ต่อแสนการเกิดมีชีพ และจากข้อมูลการเฝ้าระวังการตายมารดา ของสำนักส่งเสริม กรมอนามัย ณ 17 กรกฎาคม 2561 พบอัตราส่วนการตายมารดาโดยรวมระดับประเทศ 17.10 ต่อแสนการเกิดมีชีพ จากสาเหตุโดยตรง (Direct cause) ร้อยละ 52 จากสาเหตุทางอ้อม (Indirect cause) ร้อยละ 40 และไม่ทราบสาเหตุ ร้อยละ 8 ทั้งนี้จากการดาเนินงานของเขตสุขภาพที่ 3 ปีงบประมาณ 2561 พบอัตราส่วนการตายมารดาเท่ากับ 12.8 ต่อแสนการเกิดมีชีพ โดยพบการตายมารดาจากสาเหตุโดยตรง (Direct cause) 1รายจากการตกเลือดหลังคลอด คิดเป็นร้อยละ 25 และจากสาเหตุทางอ้อม (Indirect cause) 3 รายด้วยโรคเอดส์ 1 ราย ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 1ราย และเส้นเลือดในสมองแตกเฉียบพลัน(Intraventicular hemorrhaged c Ruptured aneunrysm ) 1ราย คิดเป็น ร้อยละ 75 ในภาพเขตจะพบว่าผ่านเป้าหมาย แต่เมื่อพิจารณาจากสาเหตุการตายมารดาพบว่า เกิดจากสาเหตุทางอ้อม (Indirect cause) ด้วยโรคทางอายุรกรรมมากกว่าสาเหตุโดยตรง (Direct cause) และเมื่อพิจารณาตาม PI ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ หญิงฝากครรภ์ครั้งแรก ≤ 12 สัปดาห์, หญิงตั้งครรภ์ฝากครรภ์ ครบ 5 ครั้งตามเกณฑ์, โลหิตจางในหญิงตั้งครรภ์ (Hct< 33%) ครั้งที่ 1, เยี่ยมหลังคลอด 3 ครั้งตามเกณฑ์พบว่าผลการดำเนินงานภาพเขตอยู่ในระดับปานกลางซึ่งจังหวัดนครสวรรค์, จังหวัดชัยนาทและ จังหวัดพิจิตร อยู่ในเกณฑ์ ที่ต้องเฝ้าระวัง และมีเด็กเกิดใหม่ประมาณ 24,000 รายต่อปี พบอัตราทารกที่เป็นโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียต่อประชากร 1000 คนของเขต 3 ปี 2561 (6.95) ที่จังหวัดพิจิตร 31 คน ,จังหวัดชัยนาท 1 คน, จังหวัดนครสวรรค์ 3 คน และจังหวัดอุทัยธานี 2 คน รวมทั้งหมด 37 คน จากการติดตามเยี่ยมเสริมพลัง ในส่วนของงานมาตราฐานอนามัยแม่และเด็กพบว่าเขตสุขภาพที่ 3 พบว่า ขาดการพัฒนาศักยภาพในประเด็น โรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย ,โรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ มา 2 ปี จากข้อมูลดังกล่าวศูนย์อนามัยที่ 3 ได้เล็งเห็นความสำคัญ จึงจัดทำโครงการเสริมสร้างศักยภาพบุคลากร(งานอนามัยแม่และเด็ก)เขตสุขภาพที่ 3 ปี 2562เพื่อให้ ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องมีความมั่นใจ,มีความรู้เพิ่มขึ้นในเรื่องระบบเฝ้าระวังโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย โรคดาวซินโดรม แล ขยายเครือข่ายการดำเนินงานการป้องกันและควบคุมเด็กกลุ่มอาการดาวน์ใน 4 จังหวัดที่เหลือ จากการดำเนินการนำร่องในจังหวัดนครสวรรค์ ในปี 2559 ให้ครบถ้วนตามนโยบาย ตลอดจนดำเนินการพัฒนาตัวชี้วัดกระบวนการ (Process Indicator) ที่เกี่ยวข้องผลลัพธ์หลังถอดบทเรียนในภาพรวมได้เป็น Best practice งานอนามัยแม่และเด็กเขตสุขภาพที่ 3

8. วัตถุประสงค์ :
1 เพื่อผู้ปฎิบัติงานในเขตสุขภาพที่ 3 มีความรู้เพิ่มขึ้นในเรื่องโรคทางอายุรกรรม (โรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย, โรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์, โรคดาวซินโดรม) 2 เพื่อให้ผู้ปฎิบัติงานในเขตสุขภาพที่3 มีความมั่นใจและนำแนวทางคัดกรองความเสี่ยงโรคทาง อายุรกรรม (โรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย ,โรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์,โรคดาวซินโดรม ) และการบริหารจัดการระบบส่งต่อ ในหญิงตั้งครรภ์ไปใช้ ใน เขตสุขภาพที่3 3 ได้Best practice งานอนามัยแม่และเด็กอย่างน้อยและเด็กพรบ.นมผงอย่างน้อย จังหวัดละ 1 เรื่อง

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ภาคีเครือข่าย ได้รับการพัฒนาศักยภาพด้านอนามัยแม่และเด็กเพื่อคุณภาพการดูแลมารดาและทารกแรกคลอดให้มีสุขภาพดี 5 จังหวัด
2.มีผลการดำเนินงานที่สามารถเป็นต้นแบบการดำเนินงานเพื่อคุณภาพการดูแลมารดาและทารก (จังหวัดละ 1 เรื่อง) 5 เรื่อง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : จำนวนผู้เข้าประชุม 120 คน
2.เชิงคุณภาพ : ความพึงพอใจของผู้เข้ารับการประชุม/อบรม 85 ร้อยละ
3.เชิงคุณภาพ : โรงพยาบาลที่มีการบริหารจัดการกรองความเสี่ยงโรคทางอายุรกรรม (โรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย ,โรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โรคดาวซินโดรม และการบริหารจัดการระบบส่งต่อ ในหญิงตั้งครรภ์ ใน เขตสุขภาพที่3 100 ร้อยละ
4.เชิงคุณภาพ : เกิดBest practice งานอนามัยแม่และเด็กพรบ.นมผงอย่างน้อย จังหวัดละ 1 เรื่อง 5 เรื่อง
5.เชิงเวลา : จัดกิจกรรมได้ตามแผนที่กำหนด 90 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1 วางแผน : นำผลการวิเคราะห์สถานการณ์งานอนามัยแม่และเด็ก ทางสูติกรรมมาวางแผนพัฒนาในประเด็นที่ยังมี ปัญหา และความเสี่ยง 2 คัดเลือกผู้เข้าประชุม : สูติแพทย์/กุมารแพทย์/ แพทย์/พยาบาล : ในรพศ./รพท./รพช. และผู้รับผิดชอบงานอนามัยแม่และเด็ก 3 ดำเนินการประชุม : จัดประชุมเชิงปฏิบัติการโครงการเสริมสร้างศักยภาพบุคลากร(งานอนามัยแม่และเด็ก)เขตสุขภาพที่ปี 2562 : จัดเวทีให้มีการเสนอผลงาน Best practice งานอนามัยแม่และเด็กอย่างน้อย จังหวัดละ 1 เรื่อง

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมเสริมสร้างศักยภาพบุคลากร - การสร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนางานอนามัยแม่และเด็ก - ถ่ายทอดความรู้เรื่อง โรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย ,โรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ,โรคดาวซินโดรม - ชี้แจงการบริหารจัดการระบบส่งต่อ ในหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะแทรกซ้อน ทางโรคอายุรกรรม ในเขตสุขภาพที่ 3 1 ครั้ง/คน 3 ธ.ค. 2561 - 31 ธ.ค. 2561 114,200.00
2 ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ Best practice งานอนามัยแม่และเด็กและพรบ.นมผง 1 ครั้ง/คน 1 ก.ค. 2562 - 31 ก.ค. 2562 122,500.00
รวมเป็นเงิน 236,700.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
236,700.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
3 ธ.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
รพศ./รพท./รพช. ในเขตสุขภาพที่ 3

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
สูติแพทย์/กุมารแพทย์/ แพทย์/พยาบาล : ในรพศ./รพท./รพช. และ ผู้รับผิดชอบงานอนามัยแม่และเด็ก

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
-

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. นางบุษรา ใจแสน ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 2. นางพรรณี ไพบูลย์ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 3. นางสาวปราณี สุวัฒนพิเศษ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางศศิวันต์ ศุภนิเวศพ์ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาอนามัยแม่และเด็ก

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายก้องเกียรติ เติมเกษมศานต์ รองผู้อำนวยการด้านวิชาการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางศรินนา แสงอรุณ ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์
ลำดับที่ : 6

1. ชื่อโครงการ :
การพัฒนารูปแบบโรงเรียนรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literate School : HLS) เขตสุขภาพที่ 3

2. ยุทธศาสตร์ :
1.2 ส่งเสริมเด็กวัยเรียนให้แข็งแรงและฉลาด

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
6) ร้อยละของเด็กวัยเรียนมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ด้านการบริโภคอาหาร กิจกรรมทางกาย และทันตสุขภาพ

4. cluster :
กลุ่มวัยเรียนและวัยรุ่น

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (12)4.1 ยกระดับการพัฒนาโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ(HPS) ด้วยกระบวนการโรงเรียนรอบรู้ด้านสุขภาพ
5.2 โครงการสำคัญ 4.โครงการโรงเรียนรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literate School : HLS)

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 6) พัฒนาศักยภาพและบริการส่งเสริมสุขภาพประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสม

7. หลักการและเหตุผล :
ปัจจัยพื้นฐานของการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กไทย คือการทำให้เด็กทุกคนมีสุขภาพอนามัยที่ดี ทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์และสังคม ในปัจจุบันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทางการแพทย์สามารถแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อต่างๆได้ อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สาเหตุการตายจากโรคติดเชื้อลดลง ในขณะเดียวกันการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจและสังคม การนำเทคโนโลยีต่างๆเข้ามาในสังคมไทย รวมทั้งการได้รับอิทธิพลจากสื่อและวัฒนธรรมของต่างชาติ การใช้ชีวิตของเด็กไทยจึงสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ติดกระแสบริโภคนิยม ส่งผลต่อวิถีชีวิต (Life Style) ของเด็กไทยเปลี่ยนแปลงไป ปัญหาสุขภาพของเด็กวัยเรียนในปัจจุบันจึงมีความแตกต่างจากในอดีต ทั้งนี้อาจมีสาเหตุเนื่องจากสภาพสังคม วัฒนธรรมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ใช้ชีวิตอยู่บนฐานความเสี่ยงต่อสุขภาพ เช่น ขาดการออกกำลังกาย นิยมบริโภคขนมกรุบกรอบ เครื่องดื่มรสหวานน้ำอัดลมมากขึ้น ติดเกม มีพฤติกรรมใช้ความรุนแรง รวมถึงละเลยการดูแลสุขภาพอนามัยส่วนบุคคล สอดคล้องกับผลการสำรวจพฤติกรรมพึงประสงค์ของเด็กวัยเรียนเขตสุขภาพที่ 3 เมื่อปี 2560 พบว่า เด็กวัยเรียนมีพฤติกรรมพึงประสงค์ ด้านโภชนาการเหมาะสม ร้อยละ 13.9 ได้แก่การรับประทานอาหารครบ 3 มื้อ รับประทานผักปริมาณที่เพียงพออย่างน้อย 4 ช้อนกินข้าวต่อมื้อ รับประทานผลไม้อย่างน้อยวันละ 1 มื้อและรับประทานเนื้อสัตว์อย่างน้อยมื้อละ 2 ช้อนกินข้าว พฤติกรรมพึงประสงค์ด้านออกกำลังกายเหมาะสม (ออกกำลังกายอย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์ วันละ 60 นาทีขึ้นไป) เพียงร้อยละ 6.1 ส่วนพฤติกรรมพึงประสงค์ด้านการนอนหลับเหมาะสม ร้อยละ 71.8 การพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพหรือการปลูกฝังพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ให้แก่เด็กวัยเรียน จำเป็นต้องมีวิธีการหรือรูปแบบความเชื่อมโยงของพฤติกรรมต่างๆในชีวิตปะจำวันและปัจจัยต่างๆเข้ามาเกี่ยวข้อง เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ การดูแลสุขภาพเป็นภาพรวมในชีวิตประจำวันของตนเอง กลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยเรียนวัยรุ่น จึงจัดทำการพัฒนารูปแบบโรงเรียนรอบรู้ด้านสุขภาพ เขตสุขภาพที่ 3 เพื่อจะใช้เป็นเครื่องมือที่สำคัญในการพัฒนาสุขภาพของเด็กวัยเรียนวัยรุ่น ทั้งระดับบุคคล ครอบครัวและชุมชนให้มีสุขภาพที่ดีขึ้น มีความแข็งแรงทั้งกายและจิตใจ มีสมรรถภาพในการเรียน การทำงานมีภูมิต้านทานโรค ไม่เจ็บป่วยง่ายและลดค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลของประเทศ

8. วัตถุประสงค์ :
7.1 เพื่อพัฒนารูปแบบการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพแก่เด็กวัยเรียนวัยรุ่น 7.2 เพื่อสร้างเสริมทักษะสุขภาพ และพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ในเด็กวัยเรียน วัยรุ่น

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เด็กวัยเรียนวัยรุ่น ได้รับการพัฒนาศักยภาพและบริการส่งเสริมสุขภาพ ผ่านกิจกรรมโรงเรียนรอบรู้สุขภาพ (Health Literate School) ในเขตสุขภาพที่ 3 17 แห่ง
2.บุคลากรที่เกี่ยวข้องได้รับการพัฒนาศักยภาพในการขับเคลื่อน HLS และพฤติกรรมที่พึงประสงค์ 4 ด้าน 245 คน
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : 1. โรงเรียนต้นแบบโรงเรียนรอบรู้ด้านสุขภาพ 10 แห่ง
2.เชิงปริมาณ : 3. เครือข่ายเด็กไทยฟันดี 5 แห่ง
3.เชิงคุณภาพ : ร้อยละของเด็กวัยเรียน มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ 4 ด้าน (โภชนาการ/กิจกรรมทางกาย/การนอนหลับ/ฟัน) 30 ร้อยละ
4.เชิงคุณภาพ : 2. รูปแบบการป้องกันและแก้ไขภาวะโภชนาการเกินในกลุ่มเด็กอายุ 6 –19 ปี “Young Smart Health Program” 1 รูปแบบ

10. วิธีการดำเนินงาน :
9.1 พัฒนารูปแบบโรงเรียนรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literate School: HLS) เขตสุขภาพที่ 3 9.1.1 แต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนโรงเรียนรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literate School: HLS) เขตสุขภาพที่ 3 9.1.2 คัดเลือกพื้นที่เป้าหมายดำเนินการ 9.1.3 ประชุมเชิงปฏิบัติการ จัดทำแนวทางการดำเนินงานโรงเรียนรอบรู้ด้านสุขภาพ Health Literate School (HLS) เขตสุขภาพที่ 3 9.1.4 สำรวจสถานการณ์ความรอบรู้ด้านสุขภาพเด็กวัยเรียนวัยรุ่นเขตสุขภาพที่ 3 9.1.5 ประชุมเชิงปฏิบัติการ“สร้างความรอบรู้เรื่องพฤติกรรมที่พึงประสงค์ 4 ด้าน ในเด็กวัยเรียนวัยรุ่นเขตสุขภาพที่ 3 และศึกษาดูงานหน่วยงานต้นแบบขับเคลื่อนโรงเรียนรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literate School (HLS) 9.1.6 ผลิตสื่อ คู่มือ/แนวทางการดำเนินงานโรงเรียนรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literate School (HLS) 9.1.7 ดำเนินกิจกรรมตามคู่มือ/แนวทางการดำเนินงานโรงเรียนรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literate School (HLS) 9.1.8 เยี่ยมเสริมพลัง ประเมินติดตามและสรุปผลการดำเนินงาน 9.2 ประชุมเชิงปฏิบัติการ เสริมสร้างศักยภาพบุคลากรเพื่อสนับสนุนงาน HLS ภาคเหนือ (ศอ.3 เจ้าภาพเขตภาคเหนือ) 9.3 การพัฒนารูปแบบการป้องกันและแก้ไขภาวะโภชนาการเกินในกลุ่มเด็กอายุ 6 – 14 ปี และอายุ 15-19 ปี ด้วยกิจกรรม 3 อ. 2 ส. 1 น. 1ฟ. “Young Smart Health Program” 9.3.1 แต่งตั้งคณะทำงาน 9.3.2 ประชุมเชิงปฏิบัติการ จัดทำคู่มือ/หลักสูตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาในเด็กอายุ 6 –19 ปี 9.3.3 ผลิตสื่อ/ชุดความรู้: การป้องกันและแก้ไขภาวะโภชนาการเกินในกลุ่มเด็กอายุ 6 – 14 ปี และอายุ 15-19 ปี “Young Smart Health Program: โปรแกรมสุขภาพดีสำหรับวัยโจ๋” 9.3.4 ดำเนินกิจกรรมตามคู่มือ/หลักสูตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาในเด็กอายุ 6 – 19 ปี 9.3.5 ประเมินและสรุปผลการดำเนินงาน

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมเชิงปฏิบัติการ จัดทำแผนและแนวทางการดำเนินงานโรงเรียนรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literate School : HLS) เขตสุขภาพที่ 3 1 ครั้ง/คน 1 ต.ค. 2561 - 31 ต.ค. 2561 17,400.00
2 ประชุมพัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อสนับสนุนงาน HLS ภาคเหนือ(ศอ.3 เจ้าภาพเขตภาคเหนือ) 1 ครั้ง/คน 1 ธ.ค. 2561 - 31 ธ.ค. 2561 200,500.00
3 ประชุมเชิงปฏิบัติการ“สร้างความรอบรู้เรื่องพฤติกรรมที่พึงประสงค์ 4 ด้าน ในเด็กวัยเรียนวัยรุ่น เขตสุขภาพที่ 3 (โรงเรียน 17 แห่ง) 1 ครั้ง/คน 1 ธ.ค. 2561 - 31 ธ.ค. 2561 220,000.00
4 - เยี่ยมเสริมพลัง/สำรวจสถานการณ์ความรอบรู้ด้านสุขภาพเด็กวัยเรียนวัยรุ่น -ประเมินรับรองมาตรฐานโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชร/เครือข่ายเด็กไทยฟันดี 17 แห่ง 1 ธ.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2562 59,000.00
รวมเป็นเงิน 496,900.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
496,900.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
12.1 โรงเรียนในเขตสุขภาพที่ 3 ที่เข้าร่วมโครงการฯ 12.2 โรงแรมในพื้นที่เขตปริมณฑล / เขตภาคเหนือ 12.3 ศูนย์อนามัยที่ 3

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
13.1 ผู้บริหารโรงเรียน ครู บุคลากรทางการศึกษา (ศึกษาธิการจังหวัด/ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา) 13.2 ผู้รับผิดชอบงานส่งเสริมสุขภาพวัยเรียนวัยรุ่น สังกัดหน่วยงานสาธารณสุขระดับจังหวัด ระดับอำเภอ และระดับตำบล 13.3 เด็กกลุ่มวัยเรียนวัยรุ่น และผู้ปกครอง

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
เด็กนักเรียนและสถานศึกษา

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
16.1 นางลำพึง อภิรมานนท์ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 16.2 นางสาวณัฏฐิกา นวลเต็ม ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 16.3 นางสุมาลัย นิธิสมบัติ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 16.4 นางไพรินทร์ เถื่อนวรรณา ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 16.5 เพิ่มศักดิ์ รุ่งจิรารัตน์ ตำแหน่ง นักโภชนาการชำนาญการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวเบ็ญจา ยมสาร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายก้องเกียรติ เติมเกษมศานต์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางศรินนา แสงอรุณ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์
ลำดับที่ : 7

1. ชื่อโครงการ :
โครงการเด็กวัยเรียนวัยรุ่นสูงดีสมส่วนแข็งแรงและฉลาด เขตสุขภาพที่ 3

2. ยุทธศาสตร์ :
1.2 ส่งเสริมเด็กวัยเรียนให้แข็งแรงและฉลาด

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
5) ร้อยละของเด็กวัยเรียน (6-14 ปี) สูงดีสมส่วน ฟันไม่ผุ (caries free) และเด็กอายุ 12 ปี มีส่วนสูงเฉลี่ยตามเกณฑ์

4. cluster :
กลุ่มวัยเรียนและวัยรุ่น

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (17)5.3 เสริมสร้างศักยภาพภาคีเครือข่าย
5.2 โครงการสำคัญ 5.โครงการเด็กวัยเรียนวัยรุ่นสูงดีสมส่วน แข็งแรง และฉลาด

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 6) พัฒนาศักยภาพและบริการส่งเสริมสุขภาพประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสม

7. หลักการและเหตุผล :
โภชนาการเป็นรากฐานที่สำคัญของการมีสุขภาพที่ดี โดยเฉพาะเด็กวัยเรียน วัยนี้มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว เป็นโอกาสที่จะส่งเสริมให้เด็กมีการเจริญเติบโตอย่างเต็มศักยภาพ หากเด็กได้รับอาหารไม่เพียงพอจะทำให้การเจริญเติบโตไม่ดีและผอม หากขาดอาหารเป็นเวลานานเรื้อรังจะทำให้เด็กเตี้ย ส่งผลต่อระดับสติปัญญาต่ำกว่าเด็กที่มีส่วนสูงตามเกณฑ์ อีกทั้งเด็กที่มีภาวะเตี้ยมีความเสี่ยงสูงที่จะป่วยเป็นโรคเรื้อรัง เช่น โรคอ้วน เบาหวาน ความดันโลหิตสูง การส่งเสริมให้เด็กวัยเรียนได้กินอาหารในปริมาณและสัดส่วนที่เหมาะสม จะทำให้เด็กมีการเจริญเติบโตที่ดี มีส่วนสูงและรูปร่างสมส่วน รวมทั้งป้องกันปัญหาภาวะทุพโภชนาการ (อ้วน ผอม เตี้ย)ได้ ดังนั้นการส่งเสริมให้เด็กวัยเรียนได้บริโภคอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ครบถ้วน เหมาะสมตามวัย โดยเด็กวัยเรียนควรดื่มนมจืดวันละ 2 แก้ว หรือ 400 มิลลิลิตร ทุกวัน ช่วยสร้างมวลกระดูก มีผลต่อการเจริญเติบโตด้านความสูง ร่วมกับการมีกิจกรรมทางกายกายที่มีแรงกระแทกของข้อต่อ เพื่อให้การเจริญเติบโตของกระดูก โดยเฉพาะกลุ่ม long bone เพิ่มขึ้น รวมถึงการนอนหลับที่มีคุณภาพอย่างน้อย วันละ 8 ชั่วโมง จะมีผลต่อความสูงที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ควรให้กินไข่ วันละ 1 ฟอง เพราะไข่เป็นแหล่งโปรตีนที่มีคุณภาพสูง เสริมสร้างการเจริญเติบโตของร่างกาย มีแร่ธาตุและวิตามิน ช่วยเพิ่มความจำและความสามารถในการเรียนรู้ของเด็ก จากรายงานของสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข (HDC) เขตสุขภาพที่ 3 ปีการศึกษา 2560 ภาคเรียนที่ 1 พบภาวะโภชนาการของเด็กวัยเรียนอายุ 6-14 สูงดีสมส่วน ร้อยละ 62.97 (จำนวน 118,782 คน) และภาคเรียนที่ 2 ร้อยละ 63.26 (จำนวน 135,578 คน) ส่วนภาวะเริ่มอ้วนและอ้วนในเด็กวัยเรียน ปีการศึกษา 2561 ภาคเรียนที่ 1 พบร้อยละ 13.65 (จำนวน 25,754 คน) และภาคเรียนที่ 2 พบร้อยละ 13.62 (จำนวน 29,170 คน) จากจำนวนนักเรียนที่ได้รับการชั่งน้ำหนักและวัดส่วนสูงทั้งหมด 188,637 และ 214,312 คน ตามลำดับ และ ปีการศึกษา 2560 ภาคเรียนที่ 1 เด็กวัยรุ่นอายุ 15-18 ปี สูงดีสมส่วน ร้อยละ 62.97 (จำนวน 6,917 คน) และภาคเรียนที่ 2 ร้อยละ 62.09 (จำนวน 8,450 คน) จากจำนวนนักเรียนที่ได้รับการชั่งน้ำหนักและวัดส่วนสูงทั้งหมด 10,984 และ 13,609 คน จากรายงานการสำรวจสถานการณ์ภาวะสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพเด็กวัยเรียนเขตสุขภาพที่ 3 ปี 2560 พบว่า เด็กอายุ 6-14 ปี มีพฤติกรรมการบริโภคที่เหมาะสมเพียงร้อยละ 6.5 (กินอาหารครบ 3 มื้อ/กินผัก/กินผลไม้/กินเนื้อสัตว์/กินไข่/ดื่มนม ในปริมาณตามคำแนะนำ) มีกิจกรรมทางกาย (Physical Activity: PA) ที่เหมาะสม (อย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์วันละ 60 นาทีขึ้นไป) ร้อยละ 42.4 และพฤติกรรมการนอนหลับที่เหมาะสม (เข้านอนก่อน เวลา 22.00 น.และนอนมากกว่า 9 ชั่วโมง) ร้อยละ 89.7 ร่วมกับการสำรวจสถานการณ์การมีกิจกรรมทางกาย ของคนไทยระหว่าง พ.ศ. 2555-2557 พบว่า วัยรุ่นและเยาวชน (อายุ 15-24 ปี) มีอัตราPA เฉลี่ยร้อยละ 65.1 นอกจากนี้ยังพบปัญหาที่สำคัญจากการตรวจราชการของเขตสุขภาพที่ 3 ส่วนใหญ่พบว่าไม่มีการเชื่อมโยงการ ส่งต่อ- ส่งกลับเด็กอ้วนกลุ่มเสี่ยงที่มีภาวะ obesity sign ในระบบ service plan อย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้เด็กอ้วนกลุ่มเสี่ยงเสียโอกาสด้านสุขภาพ เพราะไม่ได้รับการส่งต่อรักษาอย่างทันท่วงที จึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาระบบฐานข้อมูลจากหน่วยงานเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพเด็กวัยเรียน เพื่อเชื่อมโยงฐานข้อมูลการเฝ้าระวัง คัดกรอง และส่งต่อ เด็กอ้วนกลุ่มเสี่ยงให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพต่อไป จากความสำคัญดังกล่าว กลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยเรียนวัยรุ่น ศูนย์อนามัยที่ 3 ได้นำยุทธศาสตร์ส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียนให้แข็งแรงและฉลาด โดยมีเป้าประสงค์ คือ เด็กวัยเรียนเจริญเติบโตเต็มศักยภาพและมีทักษะสุขภาพ มีตัวชี้วัดร้อยละของเด็กวัยเรียนวัยรุ่นอายุ 6-14 ปี และ 15 – 19 ปี สูงดีสมส่วน ร้อยละ 68 และเด็กอายุ 12 ปี มีส่วนสูงเฉลี่ยตามเกณฑ์ เป้าหมายระยะ5 ปี ข้างหน้า (ปี 2564 ) เด็กผู้ชายสูง 154 เซนติเมตร และ เด็กผู้หญิง 155 เซนติเมตร เป้าหมายระยะ20 ปี ข้างหน้า (ปี 2579 ) เด็กผู้ชายสูง 163 เซนติเมตร และ เด็กผู้หญิง 164 เซนติเมตร เพื่อให้บรรลุเป้าประสงค์ดังกล่าว กลุ่มงานฯ จึงได้จัดทำโครงการเด็กวัยเรียนสูงดีสมส่วน แข็งแรงและฉลาด เขตสุขภาพที่ 3 เพื่อส่งเสริมให้เด็กวัยเรียนมีส่วนสูงระดับดีและรูปร่างสมส่วน เติบโตเต็มศักยภาพ มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ และเป็นผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพแข็งแรงต่อไปในอนาคต อันจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
7.1 เพื่อส่งเสริมให้เด็กวัยเรียนวัยรุ่นสูงดีสมส่วน 7.2 เพื่อส่งเสริมให้เด็กวัยเรียนวัยรุ่นมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ 7.3 เพื่อพัฒนาและเชื่อมโยงฐานข้อมูลการเฝ้าระวัง คัดกรอง และส่งต่อ เด็กอ้วนกลุ่มเสี่ยง

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เด็กวัยเรียนวัยรุ่น สุขภาพดี มีทักษะชีวิต ผ่านกิจกรรม เด็กวัยเรียนวัยรุ่น สุขภาพดี สูงดีสมส่วน แข็งแรงและฉลาด (Smart Child 4.0 ) และกิจกรรมวัยรุ่นสูงดีสมส่วน ในศตวรรษที่ 21 1 รูปแบบ
2.เด็กวัยเรียน วัยรุ่น กลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมกิจกรรมรณรงค์สร้างกระแส 600 คน
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : 2. รณรงค์ดื่มนมจืดยืดความสูง 0 ครั้ง
2.เชิงคุณภาพ : 1. รูปแบบและนวัตกรรมการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย (แข่งขันกระโดดเชือก) 1 รูปแบบ
3.เชิงคุณภาพ : พฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ 4 ด้าน (โภชนาการ/กิจกรรมทางกาย/การนอนหลับ/ฟัน) 30 ร้อยละ
4.เชิงคุณภาพ : เด็กวัยเรียนวัยรุ่น 6-14 / 15-19 ปี สูงดีสมส่วน 68 ร้อยละ
5.เชิงคุณภาพ : 3. รูปแบบระบบเฝ้าระวังภาวะโภชนาการและการคัดกรองเด็กอ้วนกลุ่มเสี่ยง 1 รูปแบบ

10. วิธีการดำเนินงาน :
9.1 มหกรรมรวมพลคนสูงครั้งที่ 2 กระโดดโลดเต้น 9.1.1 แต่งตั้งคณะทำงาน 9.1.2 ประสานผู้รับผิดชอบงาน 5 จังหวัด 9.1.3 ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์ / ประชาสัมพันธ์จังหวัด / สื่อมวลชน 9.1.4 จัดกิจกรรมแข่งขันกระโดดเชือก 9.1.5 ประเมินและสรุปผลการดำเนินงาน 9.2 รณรงค์สร้างกระแส “สูงดีสมส่วนด้วยการดื่มนมจืดยืดความสูง” ในวันเด็กแห่งชาติ และวันดื่มนมโลก 9.2.1 ประสานผู้รับผิดชอบงาน 5 จังหวัด 9.2.2 ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์ / ประชาสัมพันธ์จังหวัด / สื่อมวลชน 9.2.3 จัดกิจกรรมตามแผน 9.2.4 ประเมินและสรุปผลการดำเนินงาน 9.3 การพัฒนาระบบเฝ้าระวังภาวะสุขภาพในเด็กวัยเรียน เขตสุขภาพที่ 3 9.3.1 ประสานผู้รับผิดชอบงาน 5 จังหวัด 9.3.2 ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาแนวทางการคัดกรองส่งต่อเด็กที่มีภาวะทุพโภชนาการ เขตสุขภาพที่ 3 - นำแนวทางการคัดกรองส่งต่อเด็กที่มีภาวะทุพโภชนาการฯ ไปใช้ในระดับพื้นที่ - ติดตามประเมินผล

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาแนวทางการคัดกรองส่งต่อเด็กที่มีภาวะทุพโภชนาการ - ติดตามประเมินผล 1 ครั้ง/คน 1 ธ.ค. 2561 - 28 ธ.ค. 2561 48,600.00
2 มหกรรมรวมพลคนสูงครั้งที่ 2 กระโดดโลดเต้น - จัดกิจกรรมแข่งขันกระโดดเชือก 1 ครั้ง 1 พ.ค. 2562 - 31 พ.ค. 2562 353,500.00
3 รณรงค์สร้างกระแส “สูงดีสมส่วนด้วยการดื่มนมจืด ยืดความสูง” - วันเด็กแห่งชาติ - วันนอนหลับโลก (8 มี.ค. 62) - วันดื่มนมโลก (1 มิ.ย. 62) 3 ครั้ง 1 ม.ค. 2562 - 31 พ.ค. 2562 47,000.00
รวมเป็นเงิน 449,100.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
449,100.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ธ.ค. 2561 - 31 พ.ค. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
12.1 โรงเรียนในเขตสุขภาพที่ 3 12.2 โรงเรียนกีฬาจังหวัดนครสวรรค์ 12.3 สถานบริการสาธารณสุขในเขตสุขภาพที่ 3

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
13.1 ผู้บริหารโรงเรียน ครู บุคลากรทางการศึกษา (ศึกษาธิการจังหวัด/ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา) และนักเรียน 13.2 ผู้รับผิดชอบงานส่งเสริมสุขภาพวัยเรียนวัยรุ่น สังกัดหน่วยงานสาธารณสุขระดับจังหวัด ระดับอำเภอ และระดับตำบล 13.3 เด็กกลุ่มวัยเรียนวัยรุ่น และผู้ปกครอง

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
กลุ่มเด็กอายุ 6 – 19 ปี

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
16.1 นางไพรินทร์ เถื่อนวรรณา ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 16.2 นางลำพึง อภิรมานนท์ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 16.3 นางสาวภัทราพร ทองสังข์ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ 16.4 นางสาวภัทร์สรรพ์พร ศรีวรรณ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ.

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวเบ็ญจา ยมสาร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายก้องเกียรติ เติมเกษมศานต์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางศรินนา แสงอรุณ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์
ลำดับที่ : 8

1. ชื่อโครงการ :
โครงการ ขับเคลื่อนพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 ระดับจังหวัด เขตสุขภาพที่ 3

2. ยุทธศาสตร์ :
1.3 ส่งเสริมพฤติกรรมอนามัยการเจริญพันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับวัยรุ่น

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
7) อัตราคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15-19 ปี ต่อประชากรหญิง อายุ 15-19 ปี พันคน

4. cluster :
กลุ่มวัยเรียนและวัยรุ่น (ขับเคลื่อน พรบ.การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น)

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (19)7.1 ขับเคลื่อนการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.2559 และยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น
5.2 โครงการสำคัญ 7.โครงการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.2559 และยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 6) พัฒนาศักยภาพและบริการส่งเสริมสุขภาพประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสม

7. หลักการและเหตุผล :
ตามที่พระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.2559 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม 2559 โดยในปี พ.ศ. 2560 ให้แต่ละจังหวัดมีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับจังหวัด และจัดประชุมคณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น เพื่อให้เกิดกลไกการขับเคลื่อนการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นแบบบูรณาการ อย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง เพื่อช่วยในการแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น จากข้อมูลจากการตรวจราชการรอบ 2 ปี 2561 (ผลงาน 9 เดือน) ผลการดำเนินงานของเขตสุขภาพที่ 3 พบว่า อัตราการคลอด มีชีพในหญิงอายุ 15 – 19 ปี เท่ากับ 31.27 ต่อประชากรหญิงอายุ 15-19 ปี 1,000 คน ซึ่งไม่เกินค่าเป้าหมาย แต่การตั้งครรภ์ซ้ำในหญิงอายุน้อยกว่า 20 ปี เท่ากับร้อยละ 14.42 ยังสูงเกินเกณฑ์เป้าหมาย สำหรับปัจจัย ที่เกี่ยวข้องหรือเป็นสาเหตุในการตั้งครรภ์ของวัยรุ่นนั้นมีมากมาย ซึ่งเป็นปัญหาที่ซับซ้อน และจะต้องร่วมมือกันแก้ไข จากทุกภาคส่วน ทั้งระบบการศึกษา ครอบครัว ชุมชน และภาคส่วนอื่นที่เกี่ยวข้อง การดำเนินงานแก้ไขปัญหาจากการขับเคลื่อนด้วยคณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับจังหวัด ก็เป็นกลไกลที่มีความสำคัญ ในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ ในปีงบประมาณ 2562 ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ จึงได้จัดทำโครงการขับเคลื่อนพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.2559 เพื่อให้เกิดกลไกการดำเนินงานแบบบูรณาการของภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ในเขตสุขภาพที่ 3

8. วัตถุประสงค์ :
7.1 เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นของภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ และเอกชน ในระดับจังหวัด 7.2 เพื่อให้เกิดกลไกการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ระดับจังหวัดอย่างบูรณาการ เป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง 7.3 เพื่อกำกับ ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงาน ขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาการ ตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ระดับจังหวัด

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ภาคีเครือข่ายได้รับการพัฒนาศักยภาพด้านการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.2559 5 จังหวัด
2.จังหวัดในเขตสุขภาพที่ 3 มีการดำเนินงานเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นอย่างเป็นรูปธรรม 5 จังหวัด
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : แผนการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ระดับจังหวัด แบบบูรณาการ 5 จังหวัด
2.เชิงปริมาณ : รูปแบบหรือกลไกการป้องกันและแก้ไขปัญหาพฤติกรรมเสี่ยงและ การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น 1 รูปแบบ
3.เชิงปริมาณ : ประชุมคณะอนุกรรมการฯ ระดับจังหวัด เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น 10 ครั้ง
4.เชิงเวลา : การดำเนินกิจกรรมเป็นไปตามแผนระยะเวลาที่กำหนด 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
9.1 ประสานผู้รับผิดชอบงานระดับจังหวัด เพื่อวางแผนการดำเนินงานให้เกิดกลไกการทำงานแบบบูรณาการ ของภาคีเครือข่าย 9.1.1 ทำหนังสือประสานแผนเพื่อกำหนดการจัดประชุม ในไตรมาส 1 และ 3 9.1.2 สนับสนุนและร่วมจัดประชุมคณะอนุกรรมการระดับจังหวัด ๆละ 2 ครั้ง 9.2 สนับสนุนข้อมูลและเป็นที่ปรึกษา ในการขับเคลื่อนการดำเนินงาน 9.3 ติดตามแผน และสรุปรายงานการประชุม 9.4 รายงานสรุปผลการดำเนินงานต่อกรมอนามัย

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดประชุมคณะอนุกรรมการฯ ระดับจังหวัด เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น 10 ครั้ง 1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562 260,650.00
รวมเป็นเงิน 260,650.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
260,650.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
5 จังหวัดในเขตสุขภาพที่ 3

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
คณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ระดับจังหวัด

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
สถานศึกษา สถานบริการ ราชการส่วนท้องถิ่น หน่วยงาน สวัสดิการสังคม สถานประกอบกิจการ วัยรุ่น ครอบครัวและชุมชน

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
16.1 นางสุมาลัย นิธิสมบัติ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 16.2 นางลำพึง อภิรมานนท์ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 16.3 นางสาวภัทราพร ทองสังข์ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ 16.4 นางสาวณัฏฐิกา นวลเต็ม ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวเบ็ญจา ยมสาร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายก้องเกียรติ เติมเกษมศานต์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางศรินนา แสงอรุณ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์
ลำดับที่ : 9

1. ชื่อโครงการ :
โครงการส่งเสริมการจัดบริการสุขภาพที่เป็นมิตรและสร้างเสริมการมีส่วนร่วมและพัฒนาภาคีเครือข่ายอนามัยการเจริญพันธุ์ในวัยรุ่นและเยาวชน

2. ยุทธศาสตร์ :
1.3 ส่งเสริมพฤติกรรมอนามัยการเจริญพันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับวัยรุ่น

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
7) อัตราคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15-19 ปี ต่อประชากรหญิง อายุ 15-19 ปี พันคน
8) อัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ 10-14 ปี ต่อประชากรอายุ 10-14 ปี พันคน
9) ร้อยละการตั้งครรภ์ซ้ำในหญิงอายุ น้อยกว่า 20 ปี

4. cluster :
กลุ่มวัยเรียนและวัยรุ่น (ขับเคลื่อน พรบ.การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น)

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (20)7.2 ส่งเสริมการจัดบริการสุขภาพที่เป็นมิตรและสร้างเสริมการมีส่วนร่วมและพัฒนาภาคีเครือข่ายอนามัยการเจริญพันธุ์ในวัยรุ่นและเยาวชน
5.2 โครงการสำคัญ 7.โครงการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.2559 และยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 6) พัฒนาศักยภาพและบริการส่งเสริมสุขภาพประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสม

7. หลักการและเหตุผล :
อัตราการคลอดมีชีพในวัยรุ่นอายุ 15 -19 ปี ในประเทศไทยมีแนวโน้มลดลง ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 – 2561 เท่ากับ 31.06, 29.38 และ 29.38 (ผลงาน 11 เดือน) ต่อประชากร อายุ 15 -19 ปี พันคน ตามลำดับ สำหรับอัตราการคลอดในวัยรุ่นอายุ 10 -14 ปี ในประเทศไทยมีแนวโน้มลดลงอย่างช้าๆ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 – 2561 เท่ากับ 1.07, 0.97 และ 0.77 (ผลงาน 11 เดือน) ต่อประชากรอายุ 10 -14 ปี พันคน ตามลำดับ สถานการณ์ในเขตสุขภาพที่ 3 อัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15-19 ปีต่อประชากรหญิงอายุ 15 – 19 ปีพันคน มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องเช่นกัน จากข้อมูลย้อนหลัง 3 ปีคือ ปี พ.ศ. 2559 – 2561 เท่ากับ 39.26, 33.29 และ 28.44 (ผลงาน 11 เดือน) ตามลำดับ โดยจะเห็นว่าทุกจังหวัดมีแนวโน้มลดลง และไม่เกินค่าเป้าหมาย อัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ 10-14 ปีต่อประชากรหญิงอายุ 10 – 14 ปีพันคนมีแนวโน้มลดลง จากข้อมูลย้อนหลัง 3 ปีคือ ปี พ.ศ. 2559 – 2561 เท่ากับ 1.4, 1.16 และ 1.1 (ผลงาน 11 เดือน) ตามลำดับ (ข้อมูลจาก HDC) จะเห็นว่าบางจังหวัดแนวโน้มการลดลงยังไม่ดีนัก โดยเฉพาะจังหวัดนครสวรรค์และพิจิตร สำหรับการตั้งครรภ์ซ้ำ ในหญิงอายุน้อยกว่า 20 ปี ยังสูงกว่าเป้าหมายทุกจังหวัด โดยในปี 2560 จังหวัดกำแพงเพชร ตั้งครรภ์ซ้ำสูงสุด ร้อยละ 18.15 ระดับเขต ร้อยละ 14.86 (ข้อมูลจาก HDC) ซึ่งสอดคล้องกับร้อยละของวัยรุ่น อายุ 15 – 19 ปี ได้รับบริการคุมกำเนิดด้วยวิธีสมัยใหม่หลังคลอด / แท้ง ก่อนออกจากโรงพยาบาล ปี 2560 ร้อยละ 43.90 และวิธีกึ่งถาวร ร้อยละ 72.89 ในปี 2561 (ข้อมูล 11 เดือน) จังหวัดกำแพงเพชร ตั้งครรภ์ซ้ำสูงสุด ร้อยละ 17.54 ระดับเขตร้อยละ 14.58 และร้อยละของวัยรุ่น อายุ 15 – 19 ปี ได้รับบริการคุมกำเนิดด้วยวิธีสมัยใหม่ หลังคลอด / แท้ง ก่อนออกจากโรงพยาบาล ร้อยละ 51.95 และวิธีกึ่งถาวร ร้อยละ 69.19 ซึ่งยังต่ำกว่าเป้าหมายมาก แสดงให้เห็นถึงคุณภาพการให้บริการข้อมูล การคุมกำเนิดและติดตามหญิงหลังคลอดอายุน้อยกว่า 20 ปี หลังคลอด/แท้ง ยังไม่มีความเชื่อมโยงและขาดความต่อเนื่อง จากสถานการณ์ดังกล่าวทำให้การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นถูกกำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันกำหนดนโยบายที่มุ่งเน้นการ “บูรณาการ” ทุกภาคส่วน รวมทั้งให้ความสำคัญอย่างมากกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นภาคส่วนที่มีศักยภาพสูงสุดในการขับเคลื่อนภารกิจต่างๆ เนื่องจากมีความใกล้ชิดกับสถานการณ์ปัญหา สามารถประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับพื้นที่ให้เกิดการทำงานร่วมกันได้ และยังเป็นหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 มาตรา 10 ที่กำหนดถึงบทบาทหน้าที่ของหน่วยงานท้องถิ่นคือ มีอำนาจออกข้อบัญญัติท้องถิ่นตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวงดำเนินการให้วัยรุ่นในเขตราชการส่วนท้องถิ่นได้รับสิทธิ ตามมาตรา 5 เพื่อให้สอดคล้องกับ พระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 มาตรา 5 การคุ้มครองสิทธิของวัยรุ่น : วัยรุ่นมีสิทธิตัดสินใจด้วยตนเอง ได้รับข้อมูลข่าวสารและความรู้ ได้รับการบริการอนามัยการเจริญพันธุ์ ได้รับการรักษาความลับและความเป็นส่วนตัว ได้รับการจัดสวัสดิการสังคม อย่างเสมอภาคและไม่ถูกเลือกปฏิบัติ, และมาตรา 7 : สถานบริการ ให้ข้อมูล ความรู้ คำปรึกษา จัดบริการอนามัยการเจริญพันธุ์และส่งต่อให้ได้รับสวัสดิการสังคม อีกทั้งยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น 2560 - 2569 ยุทธศาสตร์ที่ 3 พัฒนาระบบบริการสุขภาพ ทางเพศและอนามัยการเจริญพันธุ์ที่มีคุณภาพและเป็นมิตรและส่งเสริมการเข้าถึงบริการ ที่มีเป้าหมาย ในปี 2569 ให้อัตราคลอดมีชีพในหญิงอายุ 10 - 14 ปี ไม่เกิน 0.5 ต่อประชากรหญิงอายุ 10 - 14 ปี 1,000 คน และอัตราการคลอด มีชีพในหญิงอายุ 15 - 19 ปี ไม่เกิน 25 ต่อประชากรหญิง อายุ 15 - 19 ปี 1,000 คน ความก้าวหน้าในการดำเนินงานโรงพยาบาลที่มีบริการสุขภาพที่เป็นมิตรสำหรับวัยรุ่นและเยาวชนที่ผ่านมา มีโรงพยาบาลผ่านเกณฑ์มาตรฐานฯ YFHS จำนวน 28 โรงพยาบาล คิดเป็น ร้อยละ 51.85 และอำเภอผ่านเกณฑ์มาตรฐานอำเภออนามัยการเจริญพันธุ์ รวม 25 อำเภอ คิดเป็นร้อยละ 46.29 (ข้อมูล ณ วันที่ 27 สิงหาคม 2561) ซึ่งยังต่ำกว่าเป้าหมายมาก และยังมีโรงพยาบาลที่ผ่านการประเมินและรับรองตามมาตรฐาน YFHS ตั้งแต่ ปี 2556 - 2558 ซึ่งต้องมีการพัฒนาและยกระดับคุณภาพอย่างต่อเนื่อง โดยจะต้องทำการประเมินรับรองซ้ำ (Reaccredit) ดังนั้นในปีงบประมาณ 2562 ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมการจัดบริการสุขภาพที่เป็นมิตรและสร้างเสริมการมีส่วนร่วมและพัฒนาภาคีเครือข่ายอนามัยการเจริญพันธุ์ในวัยรุ่นและเยาวชน เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและเป็นการสนับสนุนให้ราชการส่วนท้องถิ่นสามารถดำเนินงานตามอำนาจหน้าที่ที่ระบุไว้ โดยมีเป้าหมายสำคัญ คือทุกจังหวัดมีแหล่งเรียนรู้ด้านการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับท้องถิ่น เพื่อให้ราชการส่วนท้องถิ่นอื่นๆสามารถนำวิธีการดำเนินงานไปประยุกต์ ใช้ในพื้นที่ของตนเองได้

8. วัตถุประสงค์ :
7.1 ส่งเสริมให้ภาคีเครือข่ายมีการบูรณาการงานอนามัยการเจริญพันธุ์ในวัยรุ่นอย่างเป็นรูปธรรม ในรูปแบบการให้บริการที่เป็นมิตรและอำเภออนามัยการเจริญพันธุ์ เพื่อดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาอนามัยเจริญพันธุ์ในวัยรุ่นอย่างยั่งยืน 7.2 มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาอนามัยเจริญพันธุ์ในวัยรุ่นระดับท้องถิ่นและเป็นแหล่งเรียนรู้

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ภาคีเครือข่ายได้รับการพัฒนาศักยภาพและรับรองมาตรฐาน YFHS และอำเภออนามัยการเจริญพันธุ์ตามเป้าหมายที่กำหนด 5 จังหวัด
2.มี เครือข่าย อปท. ที่เป็นต้นแบบในการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับเขต 1 แห่ง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : - อัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ 10-14 ปีต่อประชากรหญิงอายุ 10-14 ปี พันคน 1.2 หน่วยนับ
2.เชิงปริมาณ : โรงพยาบาลผ่านเกณฑ์มาตรฐาน YFHS ฉบับบูรณาการ ร้อยละ 90 21 แห่ง
3.เชิงปริมาณ : ราชการส่วนท้องถิ่นที่เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ปี 2562 จังหวัดละ 1 แห่ง 5 แห่ง
4.เชิงปริมาณ : ร้อยละการตั้งครรภ์ซ้ำในมารดาอายุ น้อยกว่า 20 ปี 14.5 ร้อยละ
5.เชิงปริมาณ : อำเภอผ่านเกณฑ์มาตรฐานอำเภออนามัยการเจริญพันธุ์ ร้อยละ 80 21 แห่ง
6.เชิงปริมาณ : โรงพยาบาลที่ ได้รับการประเมินซ้ำ ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน YFHS ฉบับบูรณาการ (Reaccredit) ร้อยละ 20 5 แห่ง
7.เชิงคุณภาพ : อัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15-19 ปี ต่อประชากรหญิงอายุ 15-19 ปี พันคน 38 หน่วยนับ
8.เชิงคุณภาพ : มี อปท.ต้นแบบในการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับเขต 1 แห่ง

10. วิธีการดำเนินงาน :
9.1 ประเมินรับรองตามมาตรฐานฯ (YFHS & RHD) 9.1.1 ประสานกับผู้รับผิดชอบงานของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด เพื่อ - กำหนดอำเภอและโรงพยาบาลที่จะขอรับการประเมินอำเภอตามมาตรฐานอำเภออนามัยการ เจริญพันธุ์ และโรงพยาบาลตามมาตรฐานบริการที่เป็นมิตรสำหรับวัยรุ่นและเยาวชน - ติดตามกำหนดวันที่จะรับการประเมินรับรองฯ - จัดทีมผู้ประเมินรับรองฯ บูรณาการ 3 ศูนย์วิชาการได้แก่ ศูนย์อนามัยที่ 3, ศูนย์สุขภาพจิตที่ 3 และสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 3 - ติดตามรายงานการประเมินตนเอง / รายงานผลการดำเนินงาน ของอำเภอและโรงพยาบาลที่ ขอรับการประเมินรับรองฯ - ประชุมทีมก่อนออกเยี่ยมประเมินรับรองฯ - เยี่ยมประเมินรับรองฯ โดยผู้แทนจากศูนย์อนามัยที่ 3, ศูนย์สุขภาพจิตที่ 3 และสำนักงาน ป้องกันควบคุมโรคที่ 3 - ประชุมสรุปผลการเยี่ยมประเมินรับรองฯ และคืนข้อมูลให้พื้นที่ - รายงานการเยี่ยมประเมินรับรองฯ ส่งกรมอนามัย 9.2 ประเมินรับรองซ้ำ (Reaccredit) ตามมาตรฐานฯ (YFHS & RHD) 9.2.1 ประสานกับผู้รับผิดชอบงานของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด เพื่อ - กำหนดอำเภอและโรงพยาบาลที่จะขอรับการประเมินรับรองซ้ำ (Reaccredit) - ติดตามกำหนดวันที่จะรับการประเมินรับรองฯซ้ำ - จัดทีมผู้ประเมินรับรองฯ บูรณาการ 3 ศูนย์วิชาการได้แก่ ศูนย์อนามัยที่ 3, ศูนย์สุขภาพจิตที่ 3 และสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 3 - ติดตามรายงานการประเมินตนเอง / รายงานผลการดำเนินงาน ของอำเภอและโรงพยาบาล ที่ขอรับการประเมินรับรองฯ - เยี่ยมประเมินรับรองซ้ำ โดยผู้แทนจากศูนย์อนามัยที่ 3, ศูนย์สุขภาพจิตที่ 3 และสำนักงาน ป้องกันควบคุมโรคที่ 3 - ประชุมสรุปผลการเยี่ยมประเมินรับรองซ้ำ และคืนข้อมูลให้พื้นที่ - รายงานการเยี่ยมประเมินรับรองฯ ส่งกรมอนามัย 9.3 การขับเคลื่อนการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับท้องถิ่น 9.3.1 สรรหา/คัดเลือก อปท. เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับท้องถิ่นปี 2562 - ประสานงานกับผู้รับผิดชอบงานของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ท้องถิ่นจังหวัดและท้องถิ่นอำเภอ เพื่อเสนอรายชื่อราชการส่วนท้องถิ่นเป็นแหล่งเรียนรู้ - สรรหา/คัดเลือกแหล่งเรียนรู้ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับท้องถิ่นร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและท้องถิ่นจังหวัด 9.4 จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงาน โรงพยาบาลที่เป็นมิตรสำหรับวัยรุ่นและเยาวชน อำเภออนามัยการเจริญพันธุ์ และ อปท. แหล่งเรียนรู้การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับท้องถิ่น เขตสุขภาพ ที่ 3 - ประสานกับผู้รับผิดชอบงานของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและอปท. - จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น เขตสุขภาพ ที่ 3 - สรุปผลการแลกเปลี่ยนเรียนรู้

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น เขตสุขภาพ ที่ 3 1 ครั้ง/คน 3 มิ.ย. 2562 - 28 มิ.ย. 2562 161,465.00
2 ประเมินรับรองอำเภอตามมาตรฐานโรงพยาบาลตามมาตรฐานบริการสุขภาพที่เป็นมิตรสำหรับวัยรุ่นและเยาวชน (ประเมินรับรองซ้ำ : Reaccredit) 5 แห่ง 1 พ.ย. 2561 - 31 ก.ค. 2562 11,900.00
3 นิเทศติดตามเพื่อสรรหาและคัดเลือก อปท.เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับท้องถิ่นโดยนิเทศ ติดตาม ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและท้องถิ่นจังหวัด 15 แห่ง 1 พ.ย. 2561 - 28 ธ.ค. 2561 33,600.00
4 ประเมินรับรองอำเภอตามมาตรฐานอำเภออนามัยการเจริญพันธุ์และโรงพยาบาลตามมาตรฐานบริการสุขภาพ ที่เป็นมิตรสำหรับวัยรุ่นและเยาวชน 21 แห่ง 1 พ.ย. 2561 - 30 ส.ค. 2562 52,080.00
รวมเป็นเงิน 259,045.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
259,045.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 พ.ย. 2561 - 30 ส.ค. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
โรงพยาบาล อำเภอ อปท. และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง 5 จังหวัดในเขตสุขภาพที่ 3

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
ผู้รับผิดชอบงานวัยรุ่นของโรงพยาบาล สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล สถานศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน NGO ผู้นำชุมชน สภาเด็กและเยาวชน แกนนำวัยรุ่นและเยาวชน ครอบครัวและชุมชน

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
วัยรุ่นและเยาวชน สถานศึกษา ครอบครัวและชุมชน

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
16.1 นางสาวภัทร์สรรพ์พร ศรีวรรณ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 16.2 นางสุมาลัย นิธิสมบัติ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 16.3 นางไพรินทร์ เถื่อนวรรณา ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 16.4 นางลำพึง อภิรมานนท์ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 16.5 นางสาวภัทราพร ทองสังข์ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพปฎิบัติการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวเบ็ญจา ยมสาร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายก้องเกียรติ เติมเกษมศานต์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางศรินนา แสงอรุณ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์
ลำดับที่ : 10

1. ชื่อโครงการ :
โครงการการพัฒนาระบบเฝ้าระวังสุขภาพวัยทำงาน เขตสุขภาพที่ 3

2. ยุทธศาสตร์ :
1.4 ส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานที่พึงประสงค์

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
12) ร้อยละของวัยทำงานมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

4. cluster :
กลุ่มวัยทำงาน

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (25)9.3 พัฒนาระบบเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์
5.2 โครงการสำคัญ 9. โครงการวัยทำงานศตวรรษที่ 21 หุ่นดี สุขภาพดี

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 6) พัฒนาศักยภาพและบริการส่งเสริมสุขภาพประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสม

7. หลักการและเหตุผล :
เนื่องจาก กลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยทำงาน โดยสำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้ดำเนินการพัฒนาระบบฐานข้อมูลพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ ทั้ง 4 ด้าน ของประชากรวัยทำงาน ในระดับประเทศ ซึ่งดำเนินการนำร่องในทุกศูนย์อนามัย ศูนย์ฯละ 1 จังหวัด ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ โดยกลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยทำงาน ได้ดำเนินการคัดเลือกจังหวัดนำร่องจากจังหวัดในเขตสุขภาพที่ 3 ที่มีผลการดำเนินงานผ่านเกณฑ์ตัวชี้วัด ร้อยละของประชากรวัยทำงานอายุ 30-44 ปี มีค่าดัชนีมวลกายปกติ ได้แก่ จังหวัดกำแพงเพชร การเฝ้าระวังทางสาธารณสุข คือ กระบวนการจัดเก็บ วิเคราะห์ และแปลผลข้อมูล ทางสาธารณสุขที่เป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีระบบรวมถึงการนำข้อมูลที่วิเคราะห์ได้ไปเผยแพร่และใช้ให้เกิดประโยชน์ในด้านการวางแผน การจัดทำมาตรการป้องกันและควบคุมปัญหาสาธารณสุขรวมถึงการประเมินผลมาตรการอย่างทันท่วงทีสำหรับตัวชี้วัดเรื่อง BMI ปกตินั้น ได้มีการลงข้อมูลอยู่ในระบบ HDC ของกระทรวงสาธารณสุขแล้ว ซึ่งต่างจากข้อมูลเรื่องพฤติกรรมซึ่งยังไม่มีการจัดทำระบบเฝ้าระวังที่ชัดเจน ซึ่งในปีงบประมาณ 2560 มีการพัฒนาระบบเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์กลุ่มวัยทำงานใน 4 จังหวัดนำร่อง เชียงราย ขอนแก่น อุบลราชธานี ชลบุรี โดยเก็บข้อมูลผ่านการบันทึกในโปรแกรม JHCIS ซึ่งมีการเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างวัยทำงานจำนวนทั้งสิ้น 32,746 คน ใช้เครื่องมือแบบสอบถาม 12 ข้อ ที่สร้างโดย CIPO วัยทำงาน ผลการสำรวจพบว่า พฤติกรรมเหมาะสม 3 อันดับแรก ได้แก่ การแปรงฟันอย่างน้อย 2 นาที การสูบบุหรี่ และการแปรงฟันก่อนนอน (ร้อยละ 87.3,85,66.8 ตามลำดับ)และค่าร้อยละของ BMI ปกติ อยู่ที่ 43.49 อย่างไรก็ตามยังมีข้อจำกัดการดำเนินงาน คือ กระทรวงสาธารณสุขไม่มีนโยบายให้เพิ่มแฟ้มข้อมูลในระบบข้อมูลหลัก 43 แฟ้ม ทำให้การขยายการดำเนินงานเป็นไปได้ยาก ดังนั้น ในปีงบประมาณ 2561 สำนักฯจึงทำการปรับเปลี่ยนระบบการเก็บข้อมูลจากเดิมเก็บข้อมูลผ่านการบันทึกในโปรแกรม JHCIS เป็นการส่งข้อมูลแบบไฟล์ Excel โดยมุ่งเน้นความแม่นยำของระบบการเก็บข้อมูลฯในระดับผู้ปฏิบัติงาน โดยมีการขยายการดำเนินงานนำร่อง 1 ศูนย์อนามัย1จังหวัด ประชากรเป้าหมาย คือ ประชากรอายุ 15 – 59 ปี 11 เดือน สัญชาติไทย โดยเก็บข้อมูลในประชากรที่อาศัยอยู่ในเขตจังหวัดกำแพงเพชร จำนวนทั้งหมด 11 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองกำแพงเพชร อำเภอไทรงาม อำเภอคลองลาน อำเภอขาณุวรลักษบุรี อำเภอคลองขลุง อำเภอพรานกระต่าย อำเภอลานกระบือ อำเภอทรายทองวัฒนา อำเภอปางศิลาทอง อำเภอบึงสามัคคี อำเภอโกสัมพีนคร โดยสุ่มตัวอย่างประชากร โดยวิธี 30 Cluster (512 คน) และเพิ่มจำนวนอีก 30 % เพื่อป้องกันข้อมูลสูญหาย(missing data) รวมเป็นจำนวนทั้งสิ้น 990 คน โดยแบ่งเป็นอำเภอละ 90 คน และแบ่งกลุ่มอายุเป็น 3 ช่วง อายุ 15-29 ปี 30 คน (เพศชาย 15 คน เพศหญิง 15 คน),อายุ 30-44 ปี 30 คน (เพศชาย 15 คน เพศหญิง 15 คน),อายุ 45-59 ปี 30 คน (เพศชาย 15 คน เพศหญิง 15 คน) ผลการศึกษาพบว่า ประชากรกลุ่มตัวอย่างมีอายุระหว่าง 15-59 ปี จำนวนทั้งสิ้น 1,033 คน อาศัยอยู่ใน 11 อำเภอเขตจังหวัดกำแพงเพชรทั้ง 3 กลุ่มอายุ (15-29 ปี,30-44 ปี,45-59 ปี) มีสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน ร้อยละ 33.4,33.7,32.9 รวมถึง มีสัดส่วนเพศที่ใกล้เคียงกัน ร้อยละ 48.1 ในเพศชาย ร้อยละ 51.9 ในเพศหญิง ในด้านการประกอบอาชีพ ประชากรส่วนใหญ่ ร้อยละ 41.8 มีอาชีพเกษตรกร รองลงมาคือ รับจ้างทั่วไป ร้อยละ 22.1 และข้าราชการ ร้อยละ 9.5 ซึ่งในแต่ละอำเภอมีอาชีพเกษตรกรเป็นอันดับ 1 ไม่แตกต่างกัน ข้อมูลร้อยละดัชนีมวลกายของประชากรกลุ่มตัวอย่าง พบว่า มีดัชนีมวลกายอยู่ในเกณฑ์ปกติมากที่สุด รองลงมาคือ อ้วน และท้วม (ร้อยละ 43 ,ร้อยละ 23.1,ร้อยละ 18.9) ในส่วนของอำเภอเมืองก็ยังพบว่ามีสัดส่วนประชากรอ้วนมากถึง ร้อยละ 11.8 ในขณะที่อำเภอไทรงาม มีสัดส่วนประชากรปกติและอ้วนใกล้เคียงกันมาก (ร้อยละ 37.4 และร้อยละ 34.1) ในอำเภอพรานกระต่ายพบว่ามีประชากรท้วมมากที่สุด ร้อยละ 31.5 ด้านพฤติกรรม 4 ด้าน พฤติกรรมการบริโภคผักอย่างน้อย 5 ทัพพีต่อวันซึ่งเป็นปริมาณการบริโภคผักที่แนะนำในแต่ละวัน โดยประชากรส่วนใหญ่มีความถี่ของการบริโภคผักอย่างน้อย 5 ทัพพีต่อวัน อยู่ที่ 1-3 วันต่อสัปดาห์ รองลงมาคือ กินทุกวัน และ กิน 4-6 วันต่อสัปดาห์ (ร้อยละ 36.8,ร้อยละ 32.1,ร้อยละ 27) และยังพบส่วนใหญ่ร้อยละ 64.2 มีการเติมเครื่องปรุงรสเค็มบางครั้ง รองลงมา ร้อยละ 21 ไม่เติมเครื่องปรุงรสเค็มเลย และ ร้อยละ 14.8 เติมเครื่องปรุงรสเค็มทุกครั้ง ประชากรกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ร้อยละ 49.4 มีกิจกรรมทางกายจนรู้สึกเหนื่อยกว่าปกติ น้อยกว่าสัปดาห์ละ 150 นาที หรือน้อยกว่า 30 นาทีต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์ รองลงมา ร้อยละ 29.6 มีกิจกรรมทางกายจนรู้สึกเหนื่อยกว่าปกติ มากกว่าหรือเท่ากับสัปดาห์ละ 150 นาที หรือ 30 นาที ต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์ และ ร้อยละ 21 ไม่มีกิจกรรมทางกายเลย ประชากรส่วนใหญ่มีพฤติกรรมเนือยนิ่งโดยส่วนใหญ่ร้อยละ 50.3 มีการนั่งหรือเอนกายเฉยๆ นานเกิน 2 ชั่วโมงบางวัน รองลงมา ร้อยละ 38.3 ไม่นั่งหรือเอนกายเฉยๆ นานเกิน 2 ชั่วโมงทุกวัน สุดท้าย ร้อยละ 11.3 นั่งหรือเอนกายเฉยๆ นานเกิน 2 ชั่วโมงทุกวัน พฤติกรรมการนอนของประชากร โดยประชากรส่วนใหญ่มีการนอนที่เพียงพอ (นอนหลับ 7 ชั่วโมงขึ้นไปในแต่ละคืน) ถึงร้อยละ 92.2 พบประชากรมีการนอนที่ไม่เพียงพอ ร้อยละ 7.8 พฤติกรรมการแปรงฟันก่อนนอน พบว่าประชากรมีการแปรงฟันก่อนนอนทุกวันนานอย่างน้อย 2 นาทีมากที่สุด รองลงมาแปรงฟันก่อนนอนทุกวันทุกวันแต่ไม่ถึง 2 นาที แปรงฟันก่อนนอนบางวันและไม่แปรงฟันก่อนนอนเลย (ร้อยละ 48.6,26.4,20.9,4.1) พฤติกรรมเสี่ยงด้านการสูบบุหรี่ พบว่ามีประชากรที่ไม่สูบบุหรี่ ร้อยละ 86.2 ในส่วนประชากรที่สูบบุหรี่ พบว่าสูบมวนแรกในช่วง 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมงหลังตื่นนอน ร้อยละ 7.3 และสูบมวนแรกหลัง 1 ชั่วโมงขึ้นไปหลังตื่นนอน ร้อยละ 6.6 ในส่วนของคนที่สูบบุหรี่ พฤติกรรมการดื่มเบียร์ของประชากรจังหวัดกำแพงเพชร ส่วนใหญ่ร้อยละ 61.5 ไม่ดื่มเลย รองลงมา ดื่มเดือนละครั้ง สัปดาห์ละครั้ง สุดท้าย ทุกวันหรือเกือบทุกวัน (ร้อยละ 16.7,15,6.9) พฤติกรรมการสวมหมวกนิรภัยของประชากรพบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 52.8 สวมหมวกนิรภัยบางครั้ง รองลงมา ร้อยละ 38 สวมหมวกนิรภัยทุกครั้ง และร้อยละ 7.1 ไม่เคยสวมหมวกนิรภัยเลย โดยร้อยละ 2.1 ไม่เคยขี่หรือซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์เลย จากข้อมูลดังกล่าว ในปีงบประมาณ 2562 ซึ่งศูนย์อนามัยที่ 3 จะทำการพัฒนาระบบเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์โดยมีจังหวัดกำแพงเพชรเป็นจังหวัดนำร่องโดยจะมีการถอดบทเรียนจังหวัดกำแพงเพชรเพื่อนำไปพัฒนาระบบเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
เพื่อพัฒนาระบบเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ระบบเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ 1 ระบบ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : ระบบเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ ระดับเขต 1 ระบบ
2.เชิงปริมาณ : จังหวัดเข้าร่วมพัฒนาระบบเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ 5 จังหวัด
3.เชิงเวลา : การดำเนินงานเป็นไปตามตารางกำกับระยะเวลา (Gantt chart) 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
9.1 พัฒนาระบบเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ เขตสุขภาพที่ 3 9.1.1 ประชุมชี้แจงและวางแผนพัฒนาระบบเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์เขตสุขภาพที่ 3 กับภาคีเครือข่าย (เกี่ยวกับการเก็บข้อมูล การดำเนินงาน วิธีการวิเคราะห์ข้อมูล ถอดบทเรียนจังหวัด นำร่อง (จ.กำแพงเพชร) เพื่อให้พื้นที่อื่นสามารถนำไปวางแผนดำเนินการตามบริบทของตนเองได้ 9.1.2 พื้นที่ดำเนินการเก็บข้อมูลและพัฒนาระบบเฝ้าระวัง 9.1.3 เยี่ยมเสริมพลังและถอดบทเรียนพื้นที่ในการดำเนินงานตามแผน

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมเชิงปฏิบัติการ ถอดบทเรียนและวางแผนดำเนินการพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์เขตสุขภาพที่ 3 1 ครั้ง/คน 1 ม.ค. 2562 - 31 ม.ค. 2562 48,100.00
2 ประชุมเยี่ยมเสริมพลังพื้นที่ 5 จังหวัด 5 ครั้ง/คน 1 เม.ย. 2562 - 30 เม.ย. 2562 51,900.00
รวมเป็นเงิน 100,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
100,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ม.ค. 2562 - 30 เม.ย. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
หน่วยงานสาธารณสุขระดับจังหวัด ระดับอำเภอ และระดับตำบล

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
ผู้รับผิดชอบงานส่งเสริมสุขภาพวัยทำงาน สังกัดหน่วยงานสาธารณสุขระดับจังหวัด ระดับอำเภอ และระดับตำบล

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
หน่วยงานสาธารณสุขระดับจังหวัด ระดับอำเภอ และระดับตำบล

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. นางพิชชากานต์ วิเชียรกัลยารัตน์ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ 2. นางสุพัตรา โค้วสุวรรณ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 3. นางสาวพจกาญน์ บัณฑิตวงศ์ ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 4. นางณพิชญา งดงามทวีสุข ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 5. นายเอกกวี หอมขจร ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางพิชชากานต์ วิเชียรกัลยารัตน์ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายก้องเกียรติ เติมเกษมศานต์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางศรินนา แสงอรุณ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์
ลำดับที่ : 11

1. ชื่อโครงการ :
โครงการส่งเสริมสุขภาพคนไทยวัยทำงานหุ่นดี สุขภาพดี เขตสุขภาพที่ 3

2. ยุทธศาสตร์ :
1.4 ส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานที่พึงประสงค์

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
11) ร้อยละของวัยทำงานอายุ 30-44 ปี มีดัชนีมวลกายปกติ

4. cluster :
กลุ่มวัยทำงาน

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (28)9.6 พัฒนาศักยภาพบุคลากร Capacity Building
5.2 โครงการสำคัญ 9. โครงการวัยทำงานศตวรรษที่ 21 หุ่นดี สุขภาพดี

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 6) พัฒนาศักยภาพและบริการส่งเสริมสุขภาพประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสม

7. หลักการและเหตุผล :
จากการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม การเมือง สังคม เศรษฐกิจและด้านอื่นๆ ทั้งของโลกและของประเทศไทยมีอิทธิพลต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะวิถีการดำเนินชีวิตหรือพฤติกรรมสุขภาพสุขภาพ จากผลการสำรวจคุณภาพชีวิตคนทำงานโดยสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ปี 2551 พบว่าคนวัยทำงานเพียง 3 ใน 5 ที่กินอาหารมื้อหลักครบ 3 มื้อและมากกว่า 1 ใน 4 งดมื้อเช้าทั้งที่เป็นมื้อสำคัญ และร้อยละ 46.5 ไม่ออกกำลังกายเลย และการสำรวจ สุขภาพประชาชนไทย ครั้งที่ 5 พ.ศ. 2557 โดย สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข พบว่าคนไทยวัยทำงานอายุ 15 ปีขึ้นไป มีพฤติกรรมกินผักผลไม้ต่อวันเพียงพอตามข้อแนะนำ (รวม ≥5 ส่วนมาตรฐานต่อวัน) เพียงร้อยละ 25.9 มีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ ร้อยละ 19.2 มีดัชนีมวลกาย (BMI) อยู่ในเกณฑ์ปกติ (18.5-22.9 กิโลกรัม/ตารางเมตร) เพียงร้อยละ 36.43 ความชุกของภาวะอ้วน (BMI ≥ 25 กิโลกรัม/ตารางเมตร) ร้อยละ 37.5 และพบโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ 8.9 และ ร้อยละ 24.7 ตามลำดับ ผลการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากระดับประเทศ ครั้งที่ 7 พ.ศ. 2555 โดย สำนักทันตสาธาณสุข กรมอนามัย พบว่า คนไทยวัยทำงานแปรงฟันหลังตื่นนอนตอนเช้า ร้อยละ 97.8 แปรงฟันก่อนเข้านอน ร้อยละ 79.9 และใช้อุปกรณ์เสริมร่วมกับการแปรงฟันร้อยละ 55.7 ผลจากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติพ.ศ. 2552 พบว่าการนอนหลับของคนไทยวัยทำงาน 8.2 ชั่วโมงต่อวัน (ประชากรอายุ 10 ปีขึ้นไป) จากรายงานของ HDC สำนักงานปลัดกระทรวงเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2561 2561 ของเขตสุขภาพที่ 3 เรื่องประชาชนวัยทำงานอายุ 30-44 ปี มีดัชนีมวลกายร้อยละ 50.45, 49.16, 50.91 และ 50.28 ตามลำดับ และผลจากการสำรวจพฤติกรรมที่พึงประสงค์วัยทำงาน พบว่าประชาชนมีพฤติกรรมกรรมพึ่งเหมาะสงค์ที่เหมาะสมค่อนข้างน้อย ได้แก่ การกินผักอย่างน้อย 5 ทัพพีทุกวัน การเติมเครื่องปรุงรสเค็มทุกครั้งและการดื่มเครื่องดื่มรสหวานทุกวัน (ร้อยละ 32.1, 14.8, 11.7 ตามลำดับ) การมีพฤติกรรมเนือยนิ่งเกิน 2 ชั่วโมงในทุกวัน ร้อยละ 11.3 และไม่มีกิจกรรมทางกาย ร้อยละ 21 ส่วนการนอนมีการนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอ และพฤติกรรมการแปรงฟันก่อนนอนอย่างน้อย 2 นาทีมีผลค่อนข้างดี คือ ร้อยละ 79 และ 48.6 ตามลำดับ และการเข้ารับการบริการรักษาตัวในโรงพยาบาล จากข้อมูลการสำรวจอนามัยและสวัสดิการ ปี 2558 โดยสำนักสถิติแห่งชาติ พบว่า จำนวนผู้ป่วยโรคเรื้อรังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากปี ดังนี้ พ.ศ. 2554, 2556 และ 2558 ร้อยละ 16.0, 17.4 และ 17.5 อีกทั้งตามรัฐธรรมนูญแห่งราชณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ในมาตรา 55 กำหนดให้รัฐต้องดำเนินการให้ประชาชนได้รับบริการสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพอย่างทั่วถึง เสริมสร้างให้ประชาชนมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค และสนับสนุนให้มีการการพัฒนาภูมิปัญญาด้านการแพทย์แผนไทยให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งการเข้าถึงและเข้าใจความรู้ด้านการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ และผลการสำรวจสถานการณ์และพฤติกรรมสุขภาพประชาชนวัยทำงานอายุ 15-59 ปี ในเขตสุขภาพที่ 3 ปีงบประมาณ 2560 พบว่ามีความรอบรู้ด้านสุขภาพโดยรวมอยู่ในระดับดี รองลงมาระดับปานกลางและน้อย ร้อยละ 38.8 38.6 และ 22.6 ตามลำดับ ดังนั้นเพื่อให้ประชาชนเข้าถึง เข้าใจ ข้อมูล องค์ความรู้ที่สำคัญและจำเป็นในการตัดสินใจปฏิบัติพฤติกรรมที่พึ่งประสงค์ที่ถูกต้องเหมาะสมจึงจำเป็นเร่งด่วน และข้อมูลการสำรวจการเข้าถึงข้อมูลของศูนย์อนามัยที่3 นครสวรรค์ พบว่าประชาชนวัยทำงานส่วนใหญ่ได้รับความรู้และยินยอมปฏิบัติตามคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่เป็นส่วนใหญ่ จึงควรพัฒนาและสร้างองค์กรและเจ้าหน้าที่ที่รอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อเป็นต้นแบบ การถ่ายทอดความรอบรู้แก่ประชาชนสู่เป้าหมายประชาชนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีตลอดไป

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อพัฒนาและเสริมสร้าง องค์กร ชุมชน ประชาชนในกลุ่มวัยทำงานให้มีความรอบรู้ด้านสุขภาพในการ ดูแลตนเอง 2. เพื่อสร้างกระแสให้ประชาชนวัยทำงานในเขตสุขภาพที่ 3 ตระหนักการส่งเสริมสุขภาพตนเองจนถึงมีมาตรการส่งเสริมสุขภาพทางสังคม ในชุมชน องค์กร และเขตสุขภาพที่ 3 3.เพื่อพัฒนานโยบาย มาตรการทางสังคม และข้อตกลงเรื่องHealthy eating Active living และ Environmental health ระดับพื้นที่ 4.เพื่อพัฒนาและขยายรูปแบบการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพประชากรวัยทำงานให้มี "สุขภาพดี หุ่นดี"

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ภาคีเครือข่ายและประชาชนวัยทำงาน ได้รับการพัฒนาทักษะและสมรรถนะให้มีความรอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อการมีสุขภาพดี 5 จังหวัด
2.เขตสุขภาพที่ 3 มีรูปแบบและกิจกรรมการส่งเสริมสุขภาพวัยทำงานให้มีสุขภาพดี ลดอ้วน 5 จังหวัด
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : จำนวนองค์กรที่เข้าร่วมเป็นองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพหุ่นดี สุขภาพดี 5 แห่ง
2.เชิงปริมาณ : ผู้รับบริการในคลินิกปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจำนวน 10 แห่งๆละ 50 คน 500 คน
3.เชิงปริมาณ : จำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรมสร้างกระแสการส่งเสริมสุขภาพวัยทำงาน 100 คน
4.เชิงปริมาณ : จำนวนครั้งของการนิเทศตดตาม 10 ครั้ง
5.เชิงปริมาณ : รูปแบบการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพประชากรวัยทำงานฯ 2 รูปแบบ
6.เชิงคุณภาพ : ผู้รับบริการที่เข้าร่วมกิจกรรมในคลินิกมี BMI ลดลง 80 ร้อยละ
7.เชิงคุณภาพ : ผู้รับบริการที่เข้าร่วมกิจกรรมในคลินิกมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์เพิ่มขึ้น 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
10.1 พัฒนารูปแบบองค์กรและชุมชนรอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อส่งเสริมสุขภาพประชาชนวัยทำงาน ศตวรรษที่ 21 หุ่นดี สุขภาพดี 1.คัดเลือกพื้นที่เป้าหมายดำเนินการ 2.สำรวจสถานการณ์องค์กรรอบรู้ ใน Setting เป้าหมาย 3.ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขออนุญาตดำเนินการ 4.ประเมิน HLO ในพื้นที่เป้าหมายที่ได้รับอนุญาต 5.วิเคราะห์ผลการดำเนินการ 6.คืนข้อมูลและวางแผนร่วมในการสร้าง HLO 7.ประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อสร้างองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพ (สนับสนุนองค์กร,สื่อ) 8.เยี่ยมเสริมพลังและติดตามประเมินผล 9.สรุปผลการดำเนินการ 10.2.จัดมหกรรมส่งเสริมสุขภาพวัยทำงาน 1แต่งตั้งคณะทำงาน 2.ประสานผู้รับผิดชอบ 5 จังหวัด 3.ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์/ประชาสัมพันธ์จังหวัด/สื่อมวลชน 4.จัดกิจกรรมประกวดเมนูชูสุขภาพแต่ละจังหวัดและประกวด Mr.&Mrs.Health model 5.ประเมินและสรุปผลการดำเนินงาน 10.3 พัฒนารูปแบบการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพประชากรวัยทำงานแบบครบวงจรโดยใช้ใบสั่งสุขภาพ (ABC Model: Active Behavior Change Model) Phase2 2.1จัดประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาและขยายรูปแบบการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพประชากรวัยทำงานในเขตสุขภาพที่ 3 2.2 ศึกษาดูงาน/แนวปฏิบัติของคลินิกปรับเปลี่ยนพฤติกรรมรพ.ส่งเสริมสุขภาพ (แม่และเด็ก) ศูนย์อนามัยที่ 3 2.3 จัดบริการส่งเสริมสุขภาพตามแนวทางที่ร่วมกันกำหนดฯ 2.4 นิเทศติดตามการดำเนินงาน 5 จังหวัด 2.5 ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถอดบทเรียนการดำเนินงานทั้ง 5 แห่งร่วมกับBest Practice 4 แห่ง (SHOW และ SHARE)

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมเชิงปฏิบัติการ เสริมสร้างศักยภาพบุคลากรเพื่อผลักดันให้เป็นองค์กรรอบรู้สุขภาพ และเกิดนโยบายสาธารณะ 1 ครั้ง/คน 1 พ.ย. 2561 - 30 พ.ย. 2561 40,850.00
2 จัดมหกรรมส่งเสริมสุขภาพวัยทำงานหุ่นดี สุขภาพดี 1 ครั้ง/คน 3 ธ.ค. 2561 - 28 ก.ย. 2561 225,090.00
3 ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาและขยายรูปแบบการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพประชากรวัยทำงานในเขตสุขภาพที่ 3 และ ศึกษาดูงาน/แนวปฏิบัติของคลินิกปรับเปลี่ยนพฤติกรรมรพ.ส่งเสริมสุขภาพ(แม่และเด็ก) ศูนย์อนามัยที่ 3 1 ครั้ง/คน 1 ต.ค. 2561 - 30 พ.ย. 2561 73,280.00
4 ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถอดบทเรียนการดำเนินงานทั้ง 5 แห่งร่วมกับBest Practice 4 แห่ง (SHOW และ SHARE) 1 ครั้ง/คน 3 มิ.ย. 2562 - 28 มิ.ย. 2562 83,980.00
5 นิเทศติดตามการดำเนินงาน 5 จังหวัด 10 ครั้ง 1 มี.ค. 2562 - 28 มิ.ย. 2562 26,800.00
รวมเป็นเงิน 450,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
450,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2561 - 28 มิ.ย. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
1.ศูนย์อนามัยที่ 3 สำนักงานสาธารณสุข 5 จังหวัด รพ.ทรายทองวัฒนา อ.ทรายทอง จ.กำแพงเพชร 2.คณะสาธารณสุขศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดลวิทยาเขตนครสวรรค์ / วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีสวรรค์ประชารักษ์นครสวรรค์ 3.บริษัท TOYOTA / บริษัท Body fashion 4.สถานบริการสาธารณสุข

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
1.ผู้บริหารหน่วยงาน/ผู้บริหารสถานศึกษา/ผู้บริหารสถานประกอบการ 2.ผู้รับผิดชอบงานส่งเสริมสุขภาพวัยทำงานสังกัดหน่วยงานสาธารณสุขระดับจังหวัด ระดับอำเภอ และระดับตำบล 3.กลุ่มวัยทำงานตาม setting

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
ประชาชนวัยทำงาน

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. นางสาวพจกาญจน์ บัณฑิตวงศ์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 2. นางพิชชากานต์ วิเชียรกัลยารัตน์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ 3. นางสุพัตรา โค้วสุวรรณ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 4. นางณพิชญา งดงามทวีสุข พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 5. นายเอกกวี หอมขจร พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางพิชชากานต์ วิเชียรกัลยารัตน์ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายก้องเกียรติ เติมเกษมศานต์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางศรินนา แสงอรุณ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์
ลำดับที่ : 12

1. ชื่อโครงการ :
โครงการพัฒนาและบริการการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมกับประชาชนในพื้นที่โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ

2. ยุทธศาสตร์ :
1.4 ส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานที่พึงประสงค์

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
12) ร้อยละของวัยทำงานมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

4. cluster :
กลุ่มวัยทำงาน

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (5)1.5 สืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่า ต้านภัยมะเร็งเต้านม
5.2 โครงการสำคัญ 1.โครงการพัฒนาและบริการการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมกับประชาชนในพื้นที่โครงการพระราชดาริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานยุทธศาสตร์สร้างเสริมให้คนมีสุขภาวะที่ดี
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 3) พัฒนาและบริการการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมกับประชาชนในพื้นที่โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ

7. หลักการและเหตุผล :
กรมอนามัยได้จัดสรรเงินแก่ศูนย์อนามัยที่ 3 เพื่อการดำเนินงานตามแนวทางโครงการตามพระราชดำริด้านสาธารณสุขประกอบไปด้วยโครงการ 1)สืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่าต้านภัยมะเร็งเต้านม 2) ควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีน 3) ควบคุมและป้องกันภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก(สาวไทยแก้มแดง) การดำเนินงานทั้ง 3 กิจกรรม เพื่อพัฒนาระบบบริการและส่งเสริมสุขภาพประชาชนที่จะนำไปสู่สุขภาวะที่ดี รวมถึงส่งผลให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมดีตามไปด้วย การดำเนินการต้านภัยมะเร็งเต้านมเพื่อการเฝ้าระวังมะเร็งเต้านมให้ครอบคลุมความสม่ำเสมอของการตรวจเต้านมด้วยตนเองอย่างสม่ำเสมอ การควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนเพื่อให้เกิดการดำเนินงานสู่ความยั่งยืนผ่านกระบวนการขับเคลื่อนชุมชน/ หมู่บ้านไอโอดีน และการควบคุมและป้องกันภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก(สาวไทยแก้มแดง) เพื่อการส่งเสริมให้หญิงวัยเจริญพันธ์อายุ 20-34 ปีทุกคนโดยการส่งเสริมให้รับประทานวิตามินเสริมธาตุเหล็กและโฟเลทเป็นประจำ ซึ่งจะช่วยลดปัญหาภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กได้

8. วัตถุประสงค์ :
1.เพื่อส่งเสริมให้สตรีไทยมีพฤติกรรมการตรวจเต้านมตนเองอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ 2. เพื่อขับเคลื่อนการควบคุมป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนสู่ความยั่งยืน 3. เพื่อส่งเสริมให้หญิงวัยเจริญพันธ์ลดปัญหาภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กและลดความเสี่ยงของทารก

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ประชาชน ชุมชน และภาคีเครือข่าย ได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม และมีพฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพที่เหมาะสม (การตรวจเต้านม การป้องกันการขาดสารไอโอดีน การป้องกันภาวะซีด) 5 จังหวัด
2.สตรีไทยในเขต 3 มีพฤติกรรมการตรวจเต้านมตนเองอย่างถูกต้อง 5 จังหวัด
3.ส่งเสริมการเฝ้าระวังการขาดสารไอโอดีนในชุมชน ในเขต 3 5 จังหวัด
4.กิจกรรมสร้างกระแสการส่งเสริมสุขภาพหญิงวัยเจริญพันธ์(สาวไทยแก้มแดง) 1 ครั้ง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : ชุมชน ในเขต 3 มีการเฝ้าระวังการขาดสารไอโอดีน โดยมีชุมชน/หมู่บ้านไอโอดีนที่ผ่านการรับรองเพิ่มขึ้น 5 แห่ง
2.เชิงปริมาณ : สตรีไทยในเขต 3 มีพฤติกรรมการตรวจเต้านมตนเองอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอจังหวัดละ 100 คน รวม 5 จังหวัด 500 คน
3.เชิงปริมาณ : หญิงวัยเจริญพันธ์ เข้าร่วมกิจกรรมสร้างกระแสการส่งเสริมสุขภาพ (สาวไทยแก้มแดง) ได้รับแจกยาเสริมธาตุเหล็ก 100 คน
4.เชิงปริมาณ : ชุมชน ในเขต 3 มีการเฝ้าระวังการขาดสารไอโอดีน โดยมีชุมชน/หมู่บ้านไอโอดีนที่ผ่านการรับรองเพิ่มขึ้น 5 แห่ง
5.เชิงปริมาณ : มีรูปแบบการดำเนินงานขยายผลการตรวจเต้านมด้วยตนเองอย่างน้อย 1 รูปแบบ 1 รูปแบบ
6.เชิงปริมาณ : มีการจัดกิจกรรมสร้างกระแสการส่งเสริมสุขภาพหญิงวัยเจริญพันธ์ (สาวไทยแก้มแดง) 1 ครั้ง
7.เชิงคุณภาพ : ร้อยละของสตรีไทยอายุ 30-70 ปี ในเขตสุขภาพที่ 3 มีความรู้และสามารถตรวจเต้านมด้วยตนเองได้ถูกต้อง 70 ร้อยละ
8.เชิงคุณภาพ : 2. ชุมชน ในเขต 3 มีการเฝ้าระวังการขาดสารไอโอดีน โดยมีชุมชน/หมู่บ้านไอโอดีนเพิ่มขึ้นจากเดิม 50 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
10.1 การสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่าต้านภัยมะเร็งเต้านม 10.1.1จัดประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้พัฒนารูปแบบการดำเนินงานขยายผลการตรวจเต้านมด้วยตนเองของสตรีไทยอายุ 30-70 ปี ในเขตสุขภาพที่ 3 10.1.2 นิเทศติดตามและเยี่ยมเสริมพลังพื้นที่ในการดำเนินงานโครงการสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จ ย่า ต้านภัยมะเร็งเต้านม 10.2 การควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีน 10.2.1.ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถอดบทเรียนการดำเนินงานชุมชน/หมู่บ้านไอโอดีนของต้นแบบ 10 แห่ง ให้กับ 5 จังหวัดในเขตสุขภาพที่ 3 10.2.2.รณรงค์วันไอโอดีนแห่งชาติ 10.2.3 จัดซื้อชุดตรวจ IKIT และค่าสารเคมีวิเคราะห์ปัสสาวะ 10.3.การควบคุมและป้องกันภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก(สาวไทยแก้มแดง) 10.3.1 จัดรณรงค์สาวไทยแก้มแดง 10.3.2 จัดซื้อยาเสริมธาตุเหล็ก

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้พัฒนารูปแบบการดำเนินงานขยายผลการตรวจเต้านมด้วยตนเองของสตรีไทยอายุ 30-70 ปี ในเขตสุขภาพที่ 3 1 ครั้ง/คน 1 พ.ย. 2561 - 30 พ.ย. 2561 50,000.00
2 ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถอดบทเรียนการดำเนินงานชุมชน/หมู่บ้านไอโอดีนของต้นแบบ 10 แห่ง ให้กับ 5 จังหวัดในเขตสุขภาพที่ 3 1 ครั้ง/คน 3 ธ.ค. 2561 - 31 ธ.ค. 2561 73,100.00
3 รณรงค์วันไอโอดีนแห่งชาติ 1 ครั้ง 3 มิ.ย. 2562 - 28 มิ.ย. 2562 10,000.00
4 จัดรณรงค์สาวไทยแก้มแดง ในสถานประกอบการ 1 แห่ง 14 ก.พ. 2562 - 14 ก.พ. 2562 25,000.00
5 จัดซื้อชุดทดสอบIKIT.และจัดซื้อสารเคมีในการวิเคราะห์ไอโอดีน 2 ครั้ง 1 พ.ย. 2561 - 31 ม.ค. 2562 31,100.00
6 นิเทศติดตามและเยี่ยมเสริมพลังพื้นที่ในการดำเนินงานโครงการสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่า ต้านภัยมะเร็งเต้านม 5 จังหวัด 5 ครั้ง 1 พ.ค. 2562 - 28 มิ.ย. 2562 10,000.00
รวมเป็นเงิน 199,200.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
199,200.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 พ.ย. 2561 - 28 มิ.ย. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
สสจ. รพช. และรพสต.ใน 5จังหวัด เขตสุขภาพที่ 3 และ สถานประกอบการ

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
บุคลากรสาธารณสุข และประชาชนภาคเอกชน

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
ประชาชนเขตสุขภาพที่ 3

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1.นางสุพัตรา โค้วสุวรรณ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 2.นางพิชชากานต์ วิเชียรกัลยารัตน์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ 3.นายเอกกวี หอมขจร พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ 4. นางณพิชญา งดงามทวีสุข พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 5.นางสุมิตรา ดีวัน พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางพิชชากานต์ วิเชียรกัลยารัตน์ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายก้องเกียรติ เติมเกษมศานต์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางศรินนา แสงอรุณ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์
ลำดับที่ : 13

1. ชื่อโครงการ :
โครงการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ

2. ยุทธศาสตร์ :
1.5 ส่งเสริมผู้สูงอายุไทยเพื่อเป็นหลักชัยของสังคม

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
13) อายุคาดเฉลี่ยของการมีสุขภาพ (Health-Adjusted Life Expectancy : HALE)

4. cluster :
กลุ่มวัยผู้สูงอายุ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (29)10.1 พัฒนาระบบ Pre – Ageing เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่วัยสูงอายุ
5.2 โครงการสำคัญ 10.โครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุและป้องกันภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 6) พัฒนาศักยภาพและบริการส่งเสริมสุขภาพประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสม

7. หลักการและเหตุผล :
ในประเทศไทยกระทรวงสาธารณสุขได้ทำการสำรวจความชุกของโรคสมองเสื่อมในผู้สูงอายุในปี พ.ศ. 2555 พบว่าผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 60 ปี ทั่วประเทศไทย มีจำนวนผู้ที่เป็นโรคสมองเสื่อมร้อยละ 3.34ของจำนวนผู้สูงอายุทั้งหมดโดยในส่วนของผู้สูงอายุในช่วงอายุ 60-64 ปี มีผู้ที่เป็นโรคสมองเสื่อมเพิ่มจากเดิมร้อยละ 1 เป็นร้อยละ 31.3 และในผู้สูงอายุช่วงอายุมากกว่า 90 ปีขึ้นไป พบว่ามีผู้ที่เป็นโรคสมองเสื่อมถึงร้อยละ 70 จากรายงานองค์การ Alzheimer’s Disease International ในปี พ.ศ. ๒๕๕๓ ได้ประเมินว่ามีผู้ป่วยเป็นโรคสมองเสื่อมทั่วโลกมากกว่า ๓๕ ล้านคน อยู่ในเอเชียอาคเนย์ ๒.๔ ล้านคน โดยพบในผู้สูงอายุชายร้อยละ ๙.๘ ขณะที่ผู้สูงอายุหญิงพบที่ร้อยละ ๑๕.๑ เทียบเท่าผู้สูงอายุวัยเกิน ๖๐ ปีทุกๆ ๘ คน จะพบเป็นโรคสมองเสื่อม ๑ คน ในปัจจุบัน ผู้สูงอายุในเขตสุขภาพที่ 3 ปี 2561 มีจำนวน 473,294 คน ได้รับการการประเมินคัดกรองความสามารถในกิจวัตรประจำวัน (ADL) ทุกสิทธิ์ จำนวน 407,669 คน (คิดเป็น 86.39%) จำแนกเป็นกลุ่มติดสังคม 395,181 คน (96.93%) กลุ่มติดบ้าน 9,928 คน (2.43%) และกลุ่มติดเตียง 2,560 คน (0.62%) (Data center : 31 กรกฎาคม ๖๑)ซึ่งจากข้อมูลดังกล่าวพบว่าเป็นผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิง (กลุ่มติดบ้านติดเตียง) ร้อยละ 3.54 และในกลุ่มผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิงนี้ พบว่ามีผู้สูงอายุที่เป็นโรคสมองเสื่อมถึง ร้อยละ 2.08 และเป็นผู้สูงอายุที่มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ ร้อยละ 42. 56 และสำหรับประชาชนกลุ่มพิเศษ ได้แก่ พระสงฆ์นั้น จากการสำรวจสภาวะสุขภาพพระสงฆ์พบว่า พระสงฆ์มีปัญหาทางสุขภาพ โดยเฉพาะป่วยเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจขาดเลือดและภาวะไขมันในเลือดสูง รวมถึงภาวะสมองเสื่อม ซึ่งสาเหตุสำคัญส่วนหนึ่งมาจากอาหารที่ใส่บาตรทำบุญของประชาชน ที่ยังขาดความรู้ความเข้าใจ และตระหนักถึงผลเสียต่อการเจ็บป่วยของพระสงฆ์ นอกจากนี้พระสงฆ์ยังมีพฤติกรรมเสี่ยงต่อสิ่งที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรค เช่นการสูบบุหรี่ ดื่มกาแฟ ดื่มเครื่องดื่มชูกำลัง และขาดการออกกำลังกายที่เหมาะสม หากไม่ได้รับการแก้ไขจะกลายเป็นผู้ป่วยรายใหม่ ปัญหาสุขภาพของพระสงฆ์ได้มีหน่วยงานต่างๆดำเนินการแก้ไขปัญหาอยู่แล้ว แต่เป็นเพียงโครงการเฉพาะกิจที่ขาดระบบกลไกการดำเนินงาน ขาดการบูรณาการกับภาคส่วนต่างๆอย่างจริงจังและมีการดำเนินงานเฉพาะในบางพื้นที่เท่านั้น และแม้ว่าพระสงฆ์จะมีหลักประกันสุขภาพ แต่เมื่ออาพาธยังมีปัญหาในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์และการสาธารณสุข รวมทั้งขาดการดูแลสุขภาพพระสงฆ์อย่างต่อเนื่องและครบวงจร หากไม่มีการพัฒนากระบวนการส่งเสริมและการดูแลพระสงฆ์ในด้านสุขภาพ จะทำให้กลไกในการสืบทอดพระพุทธศาสนาและการพัฒนาความดีงามด้านคุณธรรม จริยธรรม ที่สำคัญยิ่งของประเทศไทยก็จะอ่อนแอลง จากสถานการณ์สุขภาพพระสงฆ์ดังกล่าว รัฐบาลจึงเล็งเห็นความสำคัญของสุขภาพพระสงฆ์ ซึ่งสอดคล้องมติมหาเถรสมาคม ที่ 191 / 2560 และมติสมัชชาแห่งชาติครั้งที่ 5 ให้มีการขับเคลื่อนงาน “พระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะ”กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เป็นองค์กรหลักของประเทศในการอภิบาลระบบส่งเสริมสุขภาพและระบบอนามัยสิ่งแวดล้อม เพื่อประชาชนสุขภาพดีจึงได้ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนร่วมในการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพดูแลประชาชนทุกกลุ่มวัย “วัด”เป็นสถานที่ที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพของประชาชน เพราะวัดเป็นศูนย์กลางของชุมชน มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นได้รับความเลื่อมใสศรัทธาจากประชาชน การส่งเสริมให้วัดเป็น “วัดรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literate Temple)”จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะส่งผลที่ดีให้กับประชาชนในท้องถิ่น ชุมชนมีสุขภาพที่ดีตามวิถีแบบไทยๆ กลไกการพัฒนาที่สำคัญคือการสร้างและพัฒนาพระคิลานุปัฏฐาก (พระอาสาสมัครสุขภาพประจำวัด อสว.) เพื่อให้พระอาสาสมัครสุขภาพประจำวัด (พระ อสว.) มีความรู้ความเข้าใจในการดูแลสุขภาพอนามัยของตนเองและให้คำแนะนำดูแลพระสงฆ์ภายในวัดและชุมชนได้ เหล่านี้คือความจำเป็นที่ต้องสร้างและพัฒนารูปแบบการดูแลสุขภาพในประชากรผู้สูงอายุ และประชากรกลุ่มพิเศษ คือพระสงฆ์ ในชุมชนกลุ่มต่างๆ ได้แก่ ชมรมผู้สูงอายุ วัด เพื่อการดูแลผู้สูงอายุให้ มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ ได้รับการส่งเสริมสุขภาพและพัฒนาทักษะ กายใจ ป้องกันภาวะสมองเสื่อม อันจะส่งผลให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดี เข้าถึงบริการอย่างถ้วนหน้าและเท่าเทียม ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ จัดทำโครงการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ และกิจกรรมส่งเสริมสุขภาวะพระสงฆ์ขึ้น เพื่อสนับสนุนให้เกิดรูปแบบการดูแลผู้สูงอายุแบบยั่งยืน มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์และป้องกันภาวะสมองเสื่อม ไม่อยู่ในภาวะพึ่งพิง

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อพัฒนารูปแบบการเฝ้าระวังโรคเรื้อรัง และป้องกันภาวะสมองเสื่อม อันจะนำไปสู่ภาวะพึ่งพิงในประชากรอายุ ๔๕ ปีขึ้นไป ๒. เพื่อสร้างและพัฒนาพระคิลานุปัฏฐาก (พระอาสาสมัครสุขภาพประจำวัด อสว.) ให้มีความรู้ ความเข้าใจ มีทักษะในการดูแลสุขภาพอนามัยตามหลักพระธรรมวินัย และให้คำแนะนำ ดูแลพระสงฆ์ภายในวัดและชุมชนได้ ๓. เพื่อศึกษาและทบทวนสถานการณ์โรคเรื้อรัง และสุขภาพช่องปากในประชากรกลุ่มอายุ ๔๕ ปีขึ้นไป ๔. เพื่อขับเคลื่อนและพัฒนาวัดรอบรู้ด้านสุขภาพ

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ผู้สูงอายุและพระภิกษุได้รับการพัฒนาทักษะ และความรู้เพื่อการดูแลสุขภาพ และป้องกันสมองเสื่อม 5 จังหวัด
2.จังหวัดในเขตสุขภาพที่ 3 มีกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ เพื่อป้องกันสมองเสื่อม และกิจกรรมพระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะ 5 จังหวัด
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : รูปแบบเฝ้าระวังโรคเรื้อรังในประชาชนอายุตั้งแต่ 45ปีขึ้นไป (ในชมรมผู้สูงอายุ ๒ ชมรม) 1 รูปแบบ
2.เชิงปริมาณ : ตัวแทนแกนนำพระสงฆ์ พระ อสว.วัดส่งเสริมสุขภาพแลกเปลี่ยนเรียนรู้วัดที่มีการดำเนินการวัดรอบรู้ด้านสุขภาพ( 60 คน
3.เชิงปริมาณ : พระอาสาสมัครสุขภาพประจำวัด อสว เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพพระสงฆ์ “หลักสูตรพระคิลานุปัฏฐาก 225 คน
4.เชิงปริมาณ : ประชาชนในชุมชนพื้นที่ ที่วัดตั้งอยู่ (วัดที่เข้าร่วมโครงการวัดส่งเสริมสุขภาพ 1 อำเภอ 1 วัด) เข้าร่วม ลปรร 200 คน
5.เชิงคุณภาพ : รูปแบบการพัฒนาศักยภาพพระสงฆ์ “หลักสูตรพระคิลานุปัฏฐาก (พระอาสาสมัครสุขภาพประจำวัด อสว.)” 1 รูปแบบ

10. วิธีการดำเนินงาน :
๙. วิธีการดำเนินงาน กิจกรรมที่ 1 พัฒนารูปแบบเฝ้าระวังโรคเรื้อรังและป้องกันสมองเสื่อมในประชากรกลุ่มอายุ ๔๕ ปีขึ้นไป 1. ทบทวนสถานการณ์โรคเรื้อรังในประชาชนอายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป (เตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่วัยสูงอายุ)และผู้สูงอายุที่มีอายุ 60ปีบริบูรณ์ขึ้นไป 2. จัดทำฐานข้อมูลสุขภาพวิเคราะห์ข้อมูลและแบ่งกลุ่มอายุที่ต้องเฝ้าระวัง 3. พัฒนารูปแบบเฝ้าระวังโรคเรื้อรังในประชาชนอายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป (ในชมรมผู้สูงอายุ ๒ ชมรม) 4. ประสานและชี้แจง ชมรมผู้สูงอายุ ๑ แห่งที่จะกำหนดเป็นพื้นที่ในการพัฒนารูปแบบ 5. จัดกิจกรรมรูปแบบเฝ้าระวังโรคเรื้อรังและป้องกันสมองเสื่อมในชมรมผู้สูงอายุที่กำหนด 6. เยี่ยมเสริมพลังและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างชมรมผู้สูงอายุ กิจกรรมที่ 2 ขับเคลื่อนการดำเนินงานพระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะและพระคิลานุปัฏฐาก ๑. จัดอบรมพัฒนาศักยภาพพระสงฆ์ “หลักสูตรพระคิลานุปัฏฐาก (พระอาสาสมัครสุขภาพประจำวัด อสว.)”(๕ จังหวัด /๙ ครั้ง) ๒. จัดเวทีให้ความรู้ประชาชนในชุมชนพื้นที่ ที่วัดตั้งอยู่ (วัดที่เข้าร่วมโครงการวัดส่งเสริมสุขภาพ 1 อำเภอ 1 วัด) ๓. เยี่ยมเสริมพลังสร้างวัดที่มีการดำเนินการวัดรอบรู้ด้านสุขภาพ ๔. สรุปผลการดำเนินงาน

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมจัดกิจกรรมรูปแบบเฝ้าระวังโรคเรื้อรังและป้องกันสมองเสื่อมในชมรมผู้สูงอายุ 8 ครั้ง 1 ครั้ง/คน 1 ม.ค. 2562 - 31 ก.ค. 2562 21,000.00
2 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพพระสงฆ์ “หลักสูตรพระคิลานุปัฏฐาก (พระอาสาสมัครสุขภาพประจำวัด อสว.)”(จังหวัดละ 40 รูป) 5 จังหวัด 5 แห่ง/คน 1 ต.ค. 2561 - 31 ธ.ค. 2561 503,950.00
3 เยี่ยมเสริมพลังสร้างวัดรอบรู้ด้านสุขภาพกับประชาชน ในพื้นที่รอบวัด 5 แห่ง 1 ม.ค. 2562 - 30 ส.ค. 2562 5,000.00
รวมเป็นเงิน 529,950.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
529,950.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2561 - 30 ส.ค. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
พื้นที่ ๕ จังหวัดในเขตสุขภาพที่ 3

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
ผู้รับผิดชอบงานดูแลผู้สูงอายุ พระสงฆ์ ในเขตสุขภาพที่ 3 อสม. สสจ. รพช. รพสต. สำนักงานพระพุทธศาสนา

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
หน่วยงานสาธารณสุข ชมรมผู้สูงอายุ พระสงฆ์ และภาคีเครือข่าย ในเขตสุขภาพที่ 3

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. นางนาฎสินี ชัยแก้ว นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 2. นางณัฐพร ม่วงแดง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 3. นางพรทิพย์ รักคำมี พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 4. นางสาวภัณณิตา เวชพินิจ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 5. นางสาวอนุช สีนารอด นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางนาฎสินี ชัยแก้ว

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายก้องเกียรติ เติมเกษมศานต์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางศรินนา แสงอรุณ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์
ลำดับที่ : 14

1. ชื่อโครงการ :
โครงการพัฒนาระบบการดูแลด้านสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาว (Long Term Care) ในชุมชน

2. ยุทธศาสตร์ :
1.5 ส่งเสริมผู้สูงอายุไทยเพื่อเป็นหลักชัยของสังคม

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
13) อายุคาดเฉลี่ยของการมีสุขภาพ (Health-Adjusted Life Expectancy : HALE)

4. cluster :
กลุ่มวัยผู้สูงอายุ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (36)12.2 พัฒนาระบบ intermediate care in community
5.2 โครงการสำคัญ 12.โครงการพัฒนาระบบการดูแลด้านสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาว (Long Term Care) ในชุมชน ปี 2562

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 9) ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุเข้าถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อสุขภาวะที่ดี

7. หลักการและเหตุผล :
ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 จากข้อมูลประชากรกลางปี พ.ศ. 2560 มี ประชากร 66.061 ล้านคน มีผู้สูงอายุเท่ากับ 11.313 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 17.1 ของประชากรรวม และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 20 ในปี พ.ศ. 2568 (มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย,มปท.) ซึ่งจะเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ และสัดส่วนของผู้สูงอายุวัยปลายก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเช่นกัน จากข้อมูลการสำรวจของกระทรวงสาธารณสุขปี 2557 ผู้สูงอายุไทยร้อยละ 95 มีความเจ็บป่วยด้วยโรค/ปัญหาสุขภาพดังต่อไปนี้ โรคความดันโลหิตสูง (ร้อยละ41) โรคเบาหวาน (ร้อยละ 18) ข้อเข่าเสื่อม (ร้อยละ 9) เป็นคนพิการ (ร้อยละ 6) โรคซึมเศร้า(ร้อยละ 1) และผู้ป่วยนอนติดเตียง (ร้อยละ 1) ขณะที่มีเพียงร้อยละ 5 เท่านั้นที่ไม่มีโรค/ปัญหาสุขภาพ และจากการประเมินคัดกรองสุขภาพผู้สูงอายุของกระทรวงสาธารณสุข ในปี ๒๕๕๘ จำนวน ๖,๓๙๔,๐๒๒ คน พบว่าเป็นกลุ่มติดสังคม ประมาณ 5 ล้านคน หรือ ร้อยละ ๗๙ และเป็นผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิง หรือเรียกว่า กลุ่มติดบ้าน กลุ่มติดเตียง ประมาณ ๑.๓ ล้านคน หรือร้อยละ ๒๑ ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญ และมีนโยบายด้านการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุอย่างต่อเนื่อง เขตสุขภาพที่ 3 ประกอบด้วย 5 จังหวัด คือ นครสวรรค์ กำแพงเพชร พิจิตร อุทัยธานี และชัยนาท มีประชากรรวมทั้งสิ้น 2,645,079 คน (Data center : 31 กรกฎาคม 2561) มีประชากรผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 473,294 คน คิดเป็นร้อยละ 17.89 นั่นคือเขตสุขภาพที่ 3 ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) แล้ว มีตำบลทั้งหมด 420 ตำบลเข้าร่วมโครงการ Long Term Care ปี 2559-2560 จำนวน 315 ตำบล ตำบลที่ผ่านเกณฑ์การประเมินตำบล LTC 340 ตำบล (คิดเป็น 80.95% ของตำบลทั้งหมด) ผู้สูงอายุในเขตสุขภาพที่ 3 ปี 2561 มีจำนวน 473,294 คน ได้รับการการประเมินคัดกรองความสามารถในกิจวัตรประจำวัน (ADL) ทุกสิทธิ์ จำนวน 407,669 คน (คิดเป็น 86.39%) จำแนกเป็นกลุ่มติดสังคม 395,181 คน (96.93%) กลุ่มติดบ้าน 9,928 คน (2.43%) และกลุ่มติดเตียง 2,560 คน (0.62%) (Data center : 31 กรกฎาคม 2561) มีจำนวน 9,268 คน ได้มีการวางแผนให้การดูแล (Care Plan) โดย Care Manager เป็นรายบุคคลแล้ว 8,386 คน (90.48%) ด้านความพร้อมของบุคลากรในเขตสุขภาพที่ 3 ปี 2559-2561 มีผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) ในพื้นที่กองทุน LTC จำนวนทั้งสิ้น 848 คน สำหรับผู้ช่วยเหลือดูแลผู้สูงอายุ (Care Giver) ดำเนินการอบรมโดย CUP เป็นจำนวน 6,187 คน สำหรับการเบิกจ่ายงบประมาณตาม Care Plan กลุ่มเป้าหมายปี 2559-2560 ได้มีการจัดทำแผนการดูแล (Care plan) ร้อยละ 90.48 ปี 2559 มีหน่วยเบิกจ่ายแล้ว 78 แห่ง ปี 2560 มีหน่วยเบิกจ่ายแล้ว 79 แห่ง พื้นที่ ที่เหลือยังไม่ได้ดำเนินการเนื่องจาก อปท. ขาดความมั่นใจ การเบิกจ่ายงบประมาณ เพื่อตอบสนองนโยบายการจัดระบบดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุขสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง และการสร้างเสริมสุขภาวะสำหรับผู้สูงอายุและผู้อยู่ในภาวะพึ่งพิง ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ จัดทำโครงการพัฒนาระบบและบริการการส่งเสริมสุขภาพดูแลผู้สูงอายุที่เหมาะสมกับท้องถิ่นและชุมชน ประจำปีงบประมาณ 2561 ขึ้น เพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบบริการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว (Long term care) ด้านสุขภาพให้เกิดเป็นรูปธรรม เกิดความต่อเนื่องและยั่งยืน ครอบคลุมในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 3

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อพัฒนาระบบการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาวระดับพื้นที่ 2. เพื่อพัฒนาศักยภาพของบุคลากรสาธารณสุขในการเป็นผู้จัดการระบบดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุข (Care Manager /Care giver) 3. เพื่อพัฒนารูปแบบ การดูแลส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกันการเกิดภาวะพึ่งพิงในผู้ป่วยโรคเรื้อรัง

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ผู้สูงอายุในเขตสุขภาพที่ 3 เข้าถึงระบบบริการดูแลผู้สูงอายุระยะยาวที่มีคุณภาพและทั่วถึง 5 จังหวัด
2.จังหวัดในเขตสุขภาพที่ 3 มีนวตกรรมการส่งเสริมสุขภาพที่ผู้สูงอายุสามารถนำไปใช้ได้ 5 จังหวัด
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : จัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย ด้านรูปแบบการดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังในหน่วยบริการและในชุมชน 1 ฉบับ
2.เชิงปริมาณ : ผู้จัดการระบบดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุข (Care Manager)ได้รับการอบรมฟื้นฟูความรู้ 175 คน
3.เชิงปริมาณ : มี LTC center ใน รพช (พื้นที่นำร่อง 1 จังหวัด) 1 แห่ง
4.เชิงปริมาณ : มีผู้จัดการระบบดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุข (Care Manager) 30 คน
5.เชิงคุณภาพ : ตำบลที่มีระบบการส่งเสริมสุขภาพดูแลผู้สูงอายุระยะยาว(Long Term Care ) ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๗๐ 70 ร้อยละ
6.เชิงคุณภาพ : รูปแบบการดูแลส่งเสริมสุขภาพผู้ป่วยสูงอายุโรคเรื้อรังเชิงป้องกันการเกิดภาวะพึ่งพิงในหน่วยบริการและในชุมชน 1 รูปแบบ

10. วิธีการดำเนินงาน :
กิจกรรมที่ 1 ศึกษารูปแบบการดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังในหน่วยบริการและในชุมชน 1. ทบทวนระบบการดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังในหน่วยบริการและในชุมชน 2. ประชุมทีมเครือข่าย เก็บข้อมูลระบบการดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังในหน่วยบริการ และชุมชน 3. สรุปและจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย ด้านรูปแบบการดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังในหน่วยบริการและในชุมชน กิจกรรมที่ 2 พัฒนาระบบ intermediate care in community 1. จัดตั้งคณะทำงาน พัฒนาระบบ intermediate care in community ๒. ประชุมคณะทำงาน เก็บข้อมูลพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยสูงอายุหลังระยะวิกฤตจาก สถานพยาบาลถึงชุมชน ๓. สรุปและจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายรูปแบบintermediate care in community ในหน่วยบริการ กิจกรรมที่ ๓ พัฒนาระบบ Long Term Care 1. ตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนระบบส่งเสริมสุขภาพดูแลผู้สูงอายุเขตสุขภาพที่ 3 2. จัดอบรมผู้จัดการระบบดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุข (Care Manager) จำนวน ๓๐ คน 3. จัดอบรมฟื้นฟูความรู้ Care Manager / Care giver 4. ประเมินประสิทธิภาพการบริหารจัดการของ Care Manager และการทำงานของ Care giver ที่ผ่านการอบรม - ทบทวนระบบบริหารจัดการ Long Term Care บริบทพื้นที่เขตสุขภาพที่ 3 - สุ่มพื้นที่ เก็บข้อมูล ผลการปฏิบัติงาน CM ที่ผ่านการอบรมและข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสถานะสุขภาพของผู้สูงอายุ - วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ ประเมินประสิทธิภาพการทำงานของ CM และ CG ในพื้นที่ - สรุปและจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย การพัฒนาระบบ LTC พื้นที่เขตสุขภาพที่ 3 5. เยี่ยมเสริมพลัง ติดตาม ควบคุมกำกับ และประเมินผลทั้งด้านการบริหาร การจัดการ การดำเนินงาน การใช้จ่ายงบประมาณ ระดับผลสัมฤทธิ์ของงานในระดับพื้นที่

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมถอดบทเรียนการดำเนินงานดูแลผู้สูงอายุระยะยาวเขตสุขภาพที่ ๓ 1 ครั้ง/คน 1 ส.ค. 2562 - 15 ส.ค. 2562 157,320.00
2 อบรมฟื้นฟูความรู้ Care Manager / Care giver 2 ครั้ง/คน 1 ธ.ค. 2561 - 28 ก.พ. 2562 634,100.00
3 ประชุมทีมเครือข่าย เก็บข้อมูลระบบการดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังและรูปแบบการดูแลผู้ป่วยสูงอายุหลังระยะวิกฤตจากในหน่วยบริการ และชุมชน (1 อำเภอ/จังหวัด) 4 ครั้ง/คน 1 พ.ย. 2561 - 31 ธ.ค. 2561 4,800.00
4 นิเทศ ติดตามเพื่อประเมินประสิทธิภาพการบริหารจัดการของ Care Manager และการทำงานของ Care giver ที่ผ่านการอบรม 5 ครั้ง 1 ม.ค. 2562 - 31 ก.ค. 2562 18,750.00
5 เยี่ยมเสริมพลัง ติดตาม ควบคุมกำกับ และประเมินผลทั้งด้านการบริหาร การจัดการ การดำเนินงาน การใช้จ่ายงบประมาณ ระดับผลสัมฤทธิ์ของงาน ของผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (care manager) ในพื้นที่ 10 ครั้ง 1 ม.ค. 2562 - 30 ส.ค. 2562 22,000.00
รวมเป็นเงิน 836,970.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
836,970.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 พ.ย. 2561 - 30 ส.ค. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
จังหวัดเขตสุขภาพที่ ๓ และ ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะผู้สูงวัย ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์,

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
ผู้รับผิดชอบงานผู้สูงอายุระดับจังหวัดและระดับอำเภอ บุคลากรสาธารณสุขและภาคีเครือข่ายดูแลผู้สูงอายุ

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
หน่วยงานสาธารณสุขและภาคีเครือข่ายในเขตสุขภาพที่ 3

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. นางนาฎสินี ชัยแก้ว นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 2. นางณัฐพร ม่วงแดง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 3. นางพรทิพย์ รักคำมี พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 4. นางสาวภัณณิตา เวชพินิจ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 5. นางสาวอนุช สีนารอด นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางนาฎสินี ชัยแก้ว

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายก้องเกียรติ เติมเกษมศานต์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางศรินนา แสงอรุณ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์
ลำดับที่ : 15

1. ชื่อโครงการ :
โครงการนวัตกรรมการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ ปีงบประมาณ 2562

2. ยุทธศาสตร์ :
1.5 ส่งเสริมผู้สูงอายุไทยเพื่อเป็นหลักชัยของสังคม

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
13) อายุคาดเฉลี่ยของการมีสุขภาพ (Health-Adjusted Life Expectancy : HALE)
14) ร้อยละของผู้สูงอายุ (60-74 ปี) มีฟันแท้ใช้งานอย่างน้อย 20 ซี่ และ 4 คู่สบ

4. cluster :
กลุ่มวัยผู้สูงอายุ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (40)13.3 พัฒนาระบบกลไก เพื่อสร้างการเข้าถึงนวัตกรรมแบบผสมผสาน
5.2 โครงการสำคัญ 13.โครงการบูรณาการนวัตกรรมและเทคโนโลยีการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ กรมอนามัย ปี 2562

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 8) ส่งเสริมการใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ

7. หลักการและเหตุผล :
ปัจจุบันสังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย (Aging Society) เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการแพทย์และสาธารณสุข ทำให้เกิดการเปลี่ยนผ่านทางประชากร (Demographic transition) อัตราการเกิดและอัตราการตายลดลงพร้อมกับอายุคาดเฉลี่ยที่ยืนยาวขึ้นของคนไทย ทำให้ก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยในระยะเวลาอันสั้น โดยในปีพ.ศ.2513 มีประชากรสูงอายุ 1.7 ล้านคนหรือประมาณร้อยละ 4.9 ของประชากรทั้งหมด เพิ่มเป็น 7.5 ล้านคนหรือร้อยละ 11.8 ของประชากรทั้งหมดในปี พ.ศ.2553 การเพิ่มขึ้นของผู้สูงอายุนี้นำไปสู่การเพิ่มขึ้นของประชากรภาวะพึ่งพิง ซึ่งมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคมและสุขภาพ การรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวจำเป็นต้องร่วมมือกันทุกฝ่ายในสังคมต้องมีการพัฒนาและจัดการองค์ความรู้อย่างบูรณาการลงไปสู่การดูแลผู้สูงอายุที่เสี่ยง สุขภาพช่องปากส่งผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ทั้งด้านสุขภาพ อารมณ์ และสังคม โดยเฉพาะความรู้สึกเจ็บปวด ปัญหาหลักในผู้สูงอายุยังคงเป็นการสูญเสียฟัน ผู้สูงอายุ 60-74 ปี ร้อยละ 88.3 มีการสูญเสียฟันบางส่วนและร้อยละ 7.2 สูญเสียฟันทั้งปาก และการสูญเสียฟันยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตามอายุจนเมื่ออายุ 80-89 ปี พบสูญเสียฟันทั้งปาก สูงถึงร้อยละ 32.2 ความต้องการใส่ฟันเทียมทั้งปากในผู้สูงอายุ 60-74 ปี ลดลงจากร้อยละ 4.1 ในการสำรวจครั้งที่ 6 เป็นร้อยละ 2.5 ทั้งนี้อาจจะเนื่องมาจากมีการรณรงค์ใส่ฟันทั้งปากเพื่อการเคี้ยวอาหารอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2548 จนถึงปัจจุบัน ผู้สูงอายุ 60-74 ปี ร้อยละ 57.8 มีฟันแท้ใช้งานได้อย่างน้อย 20 ซี่ เฉลี่ย 18.8 ซี่ต่อคน ร้อยละ 43.3 มีฟันหลังสบกันอย่างน้อย 4 คู่สบ ส่วนในกลุ่มอายุ 80-89 ปี มีเพียงร้อยละ 23.5 ที่มีฟันแท้ใช้งานได้อย่างน้อย 20 ซี่ และมีฟันหลังที่ใช้บดเคี้ยวสบกันอย่างน้อย 4 คู่สบ เพียงร้อยละ 15.6 ชี้ให้เห็นถึงประสิทธิภาพการบดเคี้ยวที่ลดลงชัดเจน แม้จำนวนฟันแท้ใช้งานในกลุ่มผู้สูงอายุตอนต้นจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่ฟันแท้ที่เหลืออยู่นี้ยังมีปัญหารอยโรคและความผิดปกติในช่องปากที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลที่เหมาะสมเพื่อป้องกันและชะลอความเจ็บปวด ตลอดจนการสูญเสียฟันอันส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุที่สำคัญ การรักษา เช่น ถอนฟันหรือการรักษาฟันมีความยุ่งยากซับซ้อนหลายขั้นตอน ทำให้ผู้สูงอายุไม่สามารถมารับบริการต่อเนื่องได้ อันนำมาสู่การสูญเสียฟันในที่สุด ดังนั้นประเด็นที่ควรให้ความสำคัญสำหรับกลุ่มผู้สูงอายุ คือ เพิ่มความเข้าใจและสร้างความตระหนักในเรื่องการดูแลสุขภาพช่องปากด้วยตนเองที่ถูกต้อง โดยการสนับสนุนให้มีการตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรค การรับบริการรักษาตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม นับว่าเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นในการลดการสูญเสียฟัน พร้อมกับการใส่ฟันบางส่วนและทั้งปากเพื่อทดแทนฟันที่สูญเสียไป กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดแผนยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ.2559 – 2579) โดยมีเป้าหมายในการดูแลผุ้สูงอายุ (active and health ageing) คือผู้สูงอายุสามารถดูแลตนเอง ดำรงชีวิตประจำวันได้และมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยหนึ่งในแผนยุทธศาสตร์ คือ การส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีส่วนร่วมในสังคม โดยมีมาตรการพัฒนาบริการสุขภาพและสังคม เน้นให้มีชมรมผู้สูงอายุทุกตำบลในรูปแบบต่าง ๆ มีศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุและโรงเรียนผู้สูงอายุและสนับสนุนให้ผู้สูงอายุมีส่วนร่วมในการสร้างเสริมสุขภาพและสามารถดูแลสุขภาพตนเองได้ จากมาตรการและแนวคิดการใช้ศักยภาพของผู้สูงอายุ ชมรมผู้สูงอายุหรือโรงเรียนผู้สูงอายุ จึงเป็นกลยุทธ์หนึ่งที่กระทรวงสาธารณสุขคาดหวังในการแก้ไขปัญหาผู้สูงอายุ ซึ่งปัจจุบันชมรมผู้สูงอายุหรือโรงเรียนผู้สูงอายุมีบทบาทมากขึ้นในการสร้างเสริมสุขภาพให้กับผู้สูงอายุ ให้ผู้สูงอายุ มีสุขภาพ แข็งแรงตามวัย เพราะวัยผู้สูงอายุเป็นวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านร่างกายจิตใจและสังคม อันเป็นผลกระทบต่อการใช้ ชีวิตประจำวัน ดังนั้น แนวทางการดูแลผู้สูงอายุคือการช่วยเหลือให้ผู้สงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีมีความสุข มีความพึงพอใจ สามารถดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุขและการมีคุณค่าในตนเอง ผู้สูงอายุจึงควรให้ความสนใจดูแลสุขภาพให้ สมบูรณ์แข็งแรง มีคุณภาพชีวิตที่ดีป้องกันการเกิดโรคต่างๆ รวมทั้งฟื้นฟูสุขภาพเมื่อมีภาวะของโรคและควบคุมได้ จะทำให้ผู้สูงอายุมีชีวิตอยู่อย่างมีคุณค่า สามารถทำประโยชน์ให้แก่สังคม และมีความสุขในบั้นปลายของชีวิต ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ เป็นองค์กรหลักในการอภิบาลระบบส่งเสริมสุขภาพและระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อสุขภาพประชาชน มีภารกิจหลักในการศึกษา วิจัยและพัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยีมาตรฐานการส่งเสริมสุขภาพทุกกลุ่มวัยและการจัดการสิ่งแวดล้อมเพื่อสุขภาพ รวมทั้งนวัตกรรมการให้บริการทั้งรูปแบบบริการและเทคโนโลยี ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องพัฒนานวัตกรรมดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ ทั้งด้านบริการและพัฒนาเทคโนโลยีทางสุขภาพในด้านการส่งเสริมป้องกันโรคเรื้อรังและสุขภาพช่องปากในผู้สูงอายุ โดยมี 2 กิจกรรมหลักคือ 1.จัดตั้งศูนย์เรียนรู้สุขภาวะสูงวัย ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ เพื่อเป็นพื้นที่การเรียนรู้ ให้ข้อมูลและฝึกปฏิบัติของผู้สูงอายุในด้านการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่วัยผู้สูงอายุและสร้างความรอบรู้ด้านส่งเสริมสุขภาพให้แก่ผู้สูงอายุ ให้เป็นผู้สูงอายุที่มีคุณภาพ (Active aging) และมีคุณภาพชีวิตที่ดี และ 2.พัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี การดูแลสุขภาพช่องปาก ผู้สูงอายุ ภายใต้แผนงานทันตสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุประเทศไทย พ.ศ.2558-2565 ให้สามารถเชื่อมต่อกับระบบบริการรักษาทางทันตกรรมได้อย่างเหมาะสม

8. วัตถุประสงค์ :
1. สร้างองค์ความรู้และพัฒนานวัตกรรมรูปแบบบริการ/เทคโนโลยี/ความรอบรู้ด้านสุขภาพและการดูแลสุขภาพช่องปาก คุณภาพชีวิตก่อนเข้าสู่วัยสูงอายุและวัยผู้สูงอายุ 2. สร้างพัฒนาระบบ กลไก และภาคีเครือข่าย เพื่อการเข้าถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยี ด้านส่งเสริมสุขภาพผู้สูงวัยให้แก่คนในชุมชน และบริการวิชาการร่วมกับชมรมผู้สูงอายุในพื้นที่เพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี 3. ผู้สูงอายุมีทักษะด้านการดูแลตัวเองและพึ่งพาตังเองได้ในระดับสูง พัฒนาความสามารถ กาย จิต สังคม ปัญญาและเศรษฐกิจ เพื่อให้ผู้สูงอายุเป็น “ผู้สูงอายุที่มีศักยภาพ”

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ผู้สูงอายุในเขตสุขภาพที่ 3 เข้าถึงระบบบริการส่งเสริมสุขภาพช่องปาก 5 จังหวัด
2.มีนวตกรรมสุขภาพช่องปากแบบผสมผสาน ที่ผู้สูงอายุสามารถนำไปใช้ได้ 5 จังหวัด
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : มีข้อมูลตามตัวชี้วัดเฝ้าระวัง ในกลุ่มผู้สูงอายุ 2 จังหวัด
2.เชิงปริมาณ : หลักสูตร/รูปแบบกิจกรรมศูนย์การเรียนรู้สุขภาวะผู้สูงวัย 1 เรื่อง
3.เชิงปริมาณ : นวัตกรรมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ และการปรับพฤติกรรม การดูแลสุขภาพช่องปากด้วยตนเอง (1 นวัตกรรมต่อ จังหวัด) 5 เรื่อง
4.เชิงปริมาณ : ผู้สูงอายุที่ผ่านการอบรม หลักสูตรของศูนย์การเรียนรู้สุขภาวะผู้สูงวัย 50 คน
5.เชิงปริมาณ : มีนวัตกรรมบริการเพื่อการดูแลสุขภาพช่องปากแบบครบวงจร ใน 4 ประเด็น(การสูญเสียฟัน/ แผล มะเร็งในช่องปาก/สภาวะช่องปากที่สัมพันธ์กับโรคทางระบบและโรคปริทันต์) (อย่างน้อยจังหวัดที่เป็นต้นแบบจังหวัดละ1นวัตกรรม ) 2 เรื่อง
6.เชิงปริมาณ : จำนวนภาคีเครือข่ายภาคประชาชนของผู้สูงอายุ ที่มีส่วนร่วมดูแลช่องปากตนเองโดยมีนวัตกรรมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ และดูแลตนเอง (1 ภาคีเครือข่ายภาค ประชาชนต่อ๑ จังหวัด) 5 แห่ง
7.เชิงคุณภาพ : ผู้สูงอายุมีฟันแท้ 20 ซี่ หรือ 4 คู่สบ ฟันหลัง 50 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
กิจกรรมที่ 1 จัดตั้งศูนย์เรียนรู้สุขภาวะสูงวัย ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ 1. แต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนการดำเนินงานศูนย์การเรียนรู้สุขภาวะผู้สูงวัย ศูนย์อนามัยที่ 3 2. พัฒนาหลักสูตร/รูปแบบกิจกรรมศูนย์การเรียนรู้สุขภาวะผู้สูงวัย 3. จัดเตรียมสถานที่ตั้งศูนย์การเรียนรู้ อุปกรณ์ สื่อการเรียนการสอน 4. จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้สุขภาวะผู้สูงวัย ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ 5. แจ้งประชาสัมพันธ์ รับสมัครผู้เข้าอบรม หลักสูตร ศูนย์การเรียนรู้สุขภาวะผู้สูงวัย 6. จัดกิจกรรมตามหลักสูตร ศูนย์การเรียนรู้ สุขภาวะผู้สูงวัย 7. ติดตามและประเมินผล วางแผนพัฒนาการดำเนินงาน กิจกรรมที่ 2 พัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีการดูแลสุขภาพช่องปาก ผู้สูงอายุ 1. ประชุมชี้แจงการดำเนินงาน /เสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงาน การมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุโดยภาคีเครือข่ายการทำงานเพื่อการเชื่อมต่อแบบครบวงจรเขตสุขภาพที่ 3 2. สนับสนุน ติดตาม และ กำกับ จังหวัด พื้นที่ ในเขตสุขภาพที่ 3 3. จัดเวทีถอดบทเรียนจังหวัดที่เป็นต้นแบบ ค้นหานวัตกรรม มาตรฐานการดูแลสุขภาพช่องปากใน ผู้สูงอายุ ในการขับเคลื่อนกับภาคีเครือข่าย/จังหวัด และประกวดผู้สูงอายุสุขภาพฟันดี เขตสุขภาพที่ 3

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุม Kick off ตั้งศูนย์การเรียนรู้ สุขภาวะผู้สูงวัยศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์(วันเปิดศูนย์ฯ) 1 ครั้ง/คน 1 เม.ย. 2562 - 30 เม.ย. 2562 25,100.00
2 จัดอบรมหลักสูตร ศูนย์การเรียนรู้สุขภาวะผู้สูงวัย (22 ครั้ง ๆละ 50 คน) 1 ครั้ง/คน 1 พ.ค. 2562 - 30 ส.ค. 2562 69,900.00
3 ประชุมชี้แจงการดำเนินงาน /เสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงาน การมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุโดยภาคีเครือข่ายการทำงานเพื่อการเชื่อมต่อแบบครบวงจรเขตสุขภาพที่ 3 1 ครั้ง/คน 1 พ.ย. 2561 - 30 พ.ย. 2561 170,400.00
4 ประชุมถอดบทเรียนจังหวัดที่เป็นต้นแบบ นวัตกรรม มาตรฐานการดูแลผู้สูงอายุ และประกวดผู้สูงอายุสุขภาพฟันดี เขตสุขภาพที่ 3 1 ครั้ง/คน 1 ก.ค. 2562 - 31 ก.ค. 2562 207,000.00
5 นิเทศ ติดตาม และ กำกับ การดำเนินงานของ จังหวัด ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 3 10 ครั้ง 3 มิ.ย. 2562 - 28 มิ.ย. 2562 18,800.00
รวมเป็นเงิน 491,200.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
491,200.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 พ.ย. 2561 - 30 ส.ค. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
จังหวัดเขตสุขภาพที่ ๓ และ ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะผู้สูงวัย , ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในเขตสุขภาพที่ ๓ / ภาคีเครือข่ายภาคประชาชนและประชาชน อายุตั้งแต่ 45 ปีขี้นไป ในเขตสุขภาพที่ ๓

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
ประชาชน อายุตั้งแต่ 45 ปีขี้นไปสมาชิกชมรมผู้สูงอายุในชุมชนพื้นที่รอบศูนย์อนามัยและเทศบาลเมือง

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. นางนาฎสินี ชัยแก้ว นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 2. นางณัฐพร ม่วงแดง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 3. นางพรทิพย์ รักคำมี พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 4. นางสาวภัณณิตา เวชพินิจ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 5. นางสาวอนุช สีนารอด นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 6. เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล(งานสูงอายุ)

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางนาฎสินี ชัยแก้ว

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายก้องเกียรติ เติมเกษมศานต์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางศรินนา แสงอรุณ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์
ลำดับที่ : 16

1. ชื่อโครงการ :
โครงการพัฒนาระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานบริการสาธารณสุขตามเกณฑ์ GREEN&CLEAN Hospital และการจัดการสิ่งแวดล้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเขตสุขภาพที่ 3 ปีงบประมาณ 2562

2. ยุทธศาสตร์ :
2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
15) ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างน้อยตำบลละ 1 ชุมชน

4. cluster :
กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (41)14.1 กำกับ ติดตามและประเมินผล นโยบาย แผนงาน โครงการและการบังคับใช้กฎหมาย
5.2 โครงการสำคัญ 14.โครงการพัฒนาระบบบริหารจัดการมูลฝอยติดเชื้อและอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานบริการการสาธารณสุขตามเกณฑ์ GREEN&CLEAN Hospitals

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ และการจัดการมลพิษและสิ่งแวดล้อม
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 12) เพิ่มศักยภาพการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน ของเสียอันตรายชุมชน และมูลฝอยติดเชื้อ

7. หลักการและเหตุผล :
จากสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลกระทบต่อบริบทสุขภาพคนไทย ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอายุประชากรเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ พฤติกรรมสุขภาพ ความเป็นสังคมเมือง การเคลื่อนย้ายประชากร ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี กระแสการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ประเทศไทยยุค 4.0 เป็นต้น การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนทั้งทางตรงและทางอ้อม และจากทฤษฎีเส้นทางชีวิตสุขภาพ (Life course approach) งานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมมีส่วนสำคัญในการส่งเสริม ป้องกัน และคุ้มครองสุขภาพของประชาชน การพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมของสถานบริการสาธารณสุขตามเกณฑ์ GREEN&CLEAN Hospital และการจัดการสิ่งแวดล้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีส่วนช่วยในการส่งเสริม ป้องกัน และคุ้มครองสุขภาพของประชาชนแต่ละช่วงวัย ป้องกันความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมที่จะส่งผลต่อภาวะสุขภาพของประชาชน กระทรวงสาธารณสุขจึงมีนโยบายการปฏิบัติภายใต้ยุทธศาสตร์ความเป็นเลิศ ด้านการส่งเสริมสุขภาพการป้องกันโรค และการคุมครองผู้บริโภค (PP&P Excellence) กำหนดให้มีการดำเนินงานอนามัยสิ่งแวดล้อมในโรงพยาบาล ภายใต้โครงการ GREEN & CLEAN Hospital ให้สถานบริการสาธารณสุขดำเนินงานตามเกณฑ์ GREEN&CLEAN Hospital ขยายภาคีเครือข่ายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีการพัฒนาด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบ เพื่อให้เกิดการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมในโรงพยาบาลและชุมชนถูกต้องตามหลักวิชาการและเป็นมาตรฐานเดียวกัน ตามกรอบการพัฒนาของกรมอนามัย ซึ่งเป็นคำรับรองการปฏิบัติราชการของกระทรวงสาธารณสุข (PA สธ.) โดยกำหนดร้อยละของโรงพยาบาล ต้องพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมได้ตามมาตรฐาน GREEN & CLEAN Hospital ผลการดำเนินงานเขตสุขภาพที่ 3 ในปีที่ผ่านมา โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข (รพศ./รพท./รพช.และรพ.สังกัดศูนย์วิชาการ) ทั้งหมด 56 แห่ง ใน 5 จังหวัด ได้แก่ กำแพงเพชร ชัยนาท นครสวรรค์ พิจิตร และอุทัยธานี พัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมได้ตามมาตรฐาน GREEN&CLEAN Hospital ผ่านระดับพื้นฐานขึ้นไปทั้งหมด 56 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 100 ผ่านระดับดีขึ้นไป 44 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 78.6 ผ่านระดับดีมาก 24 แห่ง (ร้อยละ 42.9) ผลการดำเนินงานตามมาตรฐานระดับดีมาก แยกตามรายจังหวัด พบว่า กำแพงเพชร ระดับดีมาก 4 แห่ง (ร้อยละ 33.3) ชัยนาท ระดับดีมาก 2 แห่ง (ร้อยละ 25) นครสวรรค์ ระดับดีมาก 6 แห่ง (ร้อยละ 37.5) พิจิตร ระดับดีมาก 8 แห่ง (ร้อยละ 66.7) อุทัยธานี ระดับดีมาก 4 แห่ง (ร้อยละ 50.0) โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขมีการจัดการมูลฝอยติดเชื้อถูกต้องตามกฎกระทรวง ทั้งหมด 56 แห่ง (ร้อยละ 100) (รายงานข้อมูลการตรวจประเมิน, 2561) นอกจากนี้ได้กำหนดเป้าหมายการพัฒนาที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ เพื่อเป็นต้นแบบในการจัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม หวังผลให้เกิดความรอบรู้แก่ผู้มาใช้บริการ สามารถนำกลับไปเป็นแนวทางและขยายผลต่อในชุมชน ตามนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งเน้นการพัฒนาประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน และมีนโยบายดำเนินงานสานพลังประชารัฐให้ขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐในระดับพื้นที่ และมีนโยบายส่งเสริมสนับสนุนความเข้มแข็งของชุมชนและท้องถิ่น โดยประชาชนมีความตระหนักรู้มีส่วนร่วม มีการสนับสนุนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมตามแนวทางประชารัฐ ให้ชุมชนร่วมคิด ร่วมทำ รู้สถานการณ์ ปัญหา ประเมิน วิเคราะห์ความเสี่ยงในชุมชนได้ จัดลำดับความสำคัญ ร่วมวางแผน เฝ้าระวังและผลักดันให้เกิดแผนงานโครงการแก้ไขปัญหาการจัดการความเสี่ยงขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พัฒนาให้เกิดชุมชนเข้มแข็งด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม (Active Community) ซึ่งส่วนหนึ่งเชื่อมโยงกับการพัฒนาคุณภาพระบบการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (EHA) ผลการดำเนินงาน Active Community ปีงบประมาณ 2561 ดำเนินการในพื้นที่ 5 จังหวัด ในเขตสุขภาพที่ 3 จากจำนวนตำบลทั้งหมด 420 ตำบล มีเป้าหมาย 210 ตำบล พบว่า มีตำบลผ่านการประเมินชุมชนเข้มแข็ง 232 ตำบล ซึ่งเกินร้อยละ 100 มีองค์กรปกครองท้องถิ่น (เทศบาลจำนวน 127 แห่ง) ผ่านการประเมิน EHA จำนวน 106 แห่ง (ร้อยละ 83.46) แบ่งเป็นด้านการจัดการคุณภาพน้ำประปาที่หน่วยงานผลิต 13 แห่ง ประปาที่หน่วยงานอื่นผลิต 4 แห่ง ด้านการจัดการส้วมสาธารณะ 2 แห่ง ด้านการจัดการสิ่งปฏิกูล 1 แห่ง และด้านการจัดการมูลฝอยทั่วไป 40 แห่ง ทั้งนี้ปัญหาอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนมีความหลากหลายตามบริบทที่เป็นประเด็นสำคัญ ได้แก่ ปัญหาการจัดการมูลฝอยทั่วไป มูลฝอยติดเชื้อ มูลฝอยอันตราย สิ่งปฏิกูล สุขาภิบาลอาหาร การจัดการคุณภาพน้ำประปา กิจการอันตรายต่อสุขภาพ การจัดการสาธารณภัยและความเสี่ยงต่างๆในชุมชนที่ส่งผลกระทบสุขภาพของประชาชนในชุมชน ผลสำเร็จของการดำเนินการคือเพื่อให้มีการขับเคลื่อนระบบการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีความสอดคล้องกันในทุกระดับ เกิดชุมชนเข้มแข็งและเกิดนวัตกรรมด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ ภายใต้กรมอนามัย มีบทบาทในการอภิบาลระบบอนามัยสิ่งแวดล้อม และสร้างความร่วมมือส่งเสริมให้เครือข่ายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันพัฒนาระบบบริหารจัดการมูลฝอยติดเชื้อและอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานบริการสาธารณสุขตามเกณฑ์ GREEN&CLEAN Hospital ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพระบบการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผลักดันให้ภาคีเครือข่ายขับเคลื่อนงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยกลุ่มพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม ได้จัดทำ “โครงการพัฒนาระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานบริการสาธารณสุขตามเกณฑ์ GREEN&CLEAN Hospital และการจัดการสิ่งแวดล้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเขตสุขภาพที่ 3 ปีงบประมาณ 2562” เพื่อพัฒนาให้เกิดรูปแบบที่เป็นไปตามกฎหมาย มาตรฐาน GREEN&CLEAN Hospital และการจัดการมูลฝอยติดเชื้อถูกต้องตามหลักวิชาการ เกิดนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อเครือข่ายและชุมชน มีการพัฒนาคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อม (EHA) และชุมชนเข้มแข็งด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม มีการขับเคลื่อนงานอนามัยสิ่งแวดล้อมตามกฎหมาย โดยสนับสนุนคณะกรรมการสาธารณสุขระดับจังหวัด (คสจ.) และต้นแบบคณะอนุกรรมการสาธารณสุขระดับอำเภอ (อสธอ.) ผลักดันให้เครือข่ายขับเคลื่อนงานได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
7.1 เพื่อสนับสนุนให้เกิดการจัดการมูลฝอยติดเชื้อพื้นที่เขตสุขภาพที่ 3 ให้ถูกต้องตามกฎกระทรวงสาธารณสุข 7.2 เพื่อส่งเสริมสถานบริการสาธารณสุขพื้นที่เขตสุขภาพที่ 3 ให้ดำเนินงานตามเกณฑ์ GREEN&CLEAN Hospital และพัฒนามาตรฐานวิชาการ นวัตกรรม วิจัย และเทคโนโลยีด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม 7.3 เพื่อส่งเสริมการดำเนินงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ ให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง 7.4 เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชน และพัฒนาคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อม (EHA) ของท้องถิ่น 7.5 เพื่อสนับสนุนให้จังหวัดมีการดำเนินงานของคณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัด

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.สถานบริการสาธารณสุขพื้นที่เขตสุขภาพที่ 3 มีศักยภาพในการจัดการมูลฝอยติดเชื้อ 5 จังหวัด
2.ชุมชน/ อปท.ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 3 มีศักยภาพในการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน ของเสียอันตรายชุมชน และมูลฝอยติดเชื้อ 5 จังหวัด
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : จังหวัดมีระบบจัดการปัจจัยเสี่ยงจากสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอย่างบูรณาการ มีประสิทธิภาพและยั่งยืน ผ่านเกณฑ์ระดับพื้นฐาน 100 ร้อยละ
2.เชิงปริมาณ : ติดตามประเมินผลการพัฒนา G&C Hospital ควบคุมกำกับและสนับสนุนให้สถานบริการสาธารณสุขในพื้นที่ดำเนินการตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข มูลฝอยติดเชื้อ และลงข้อมูลผ่านระบบ manifest ให้ครบถ้วน (G&C Hospital, การจัดการมูลฝอยติดเชื้อ, Healthy Work place อื่นๆ) และส 5 จังหวัด
3.เชิงปริมาณ : ปริมาณมูลฝอยติดเชื้อได้รับการจัดการอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ 95 ร้อยละ
4.เชิงปริมาณ : เจ้าหน้าที่สถานบริการการสาธารณสุข และ อปท ได้รับการพัฒนาศักยภาพในด้านการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อม (GREEN&CLEAN Hospital การจัดการมูลฝอยติดเชื้อ) 150 ครั้ง/คน
5.เชิงปริมาณ : ติดตามและสนับสนุนการพัฒนา และจัดเวทีนำเสนอผลงาน เทคโนโลยี วิจัย R2R/KM และนวัตกรรมการจัดการมูลฝอยติดเชื้อ และงานวิชาการ G&C พื้นที่เขตสุขภาพ 5 จังหวัด
6.เชิงปริมาณ : โรงพยาบาลพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมได้ตามเกณฑ์ GREEN&CLEAN Hospital - ระดับพื้นฐาน 100% / ระดับดีมาก 40% 40 ร้อยละ
7.เชิงปริมาณ : รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ/คุณภาพ G&C และมูลฝอยติดเชื้อ เพื่อการเฝ้าระวังความเสี่ยงด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกับประชาชนพื้นที่โรงพยาบาลรับผิดชอบ 5 จังหวัด
8.เชิงปริมาณ : มีชุมชนต้นแบบด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมและนวัตกรรม 5 ตำบล
9.เชิงปริมาณ : อปท.มีการพัฒนาคุณภาพระบบบริการ อนามัยสิ่งแวดล้อม (EHA) ระดับพื้นฐานขึ้นไป ประเด็นใด ประเด็นหนึ่ง ใน 4 ประเด็นหลัก (EHA 1000-4000) 60 ร้อยละ
10.เชิงปริมาณ : พัฒนาและสนับสนุนเทคโนโลยี วิจัย นวัตกรรมด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม การจัดการมูลฝอยติดเชื้อ และผลงานวิชาการ G&C ตามบริบทร่วมกับพื้นที่/พื้นที่ต้นแบบ 5 จังหวัด
11.เชิงปริมาณ : โรงพยาบาลภาครัฐและเอกชนมีการจัดการมูลฝอยติดเชื้ออย่างถูกต้อง 85 ร้อยละ
12.เชิงปริมาณ : จนท.ได้รับการอบรมผู้ประเมิน EHA หลักสูตร Inspector และการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนและสุขาภิบาลอาหาร (ประชุมเชิงปฏิบัติการ) 1 ครั้ง
13.เชิงปริมาณ : ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอวล.และมีต้นแบบศูนย์ อย่างน้อยศูนย์ละ 2 แห่ง 60 ร้อยละ
14.เชิงปริมาณ : การรณรงค์สัปดาห์ทำความสะอาดในวันสำคัญตามแนวทาง HWP 5 ครั้ง
15.เชิงปริมาณ : ตำบลได้รับการสุ่มประเมินชุมชนเข้มแข็งด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม 10% 41 ตำบล
16.เชิงปริมาณ : พัฒนาวิชาการ นวัตกรรม วิจัย เทคโนโลยี ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม ตามบริบทของพื้นที่ 5 จังหวัด
17.เชิงปริมาณ : พัฒนา Service Model อวล./ นวัตกรรม GREEN&CLEAN Hospital การจัดการมูลฝอยติดเชื้อ และผลงานวิชาการ รพ.ในเขตสุขภาพที่ 3 และ รพ.ส่งเสริมสุขภาพ 5 จังหวัด
18.เชิงปริมาณ : ภาคีเครือข่ายมีการจัดการขยะอย่างถูกต้อง 85 ร้อยละ
19.เชิงปริมาณ : พัฒนาพื้นที่ต้นแบบเพื่อการวิเคราะห์แปลผลข้อมูล การเฝ้าระวัง และกระตุ้นพื้นที่ให้ดำเนินการตามกฎหมายผ่านคณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัดและการตรวจราชการ 5 จังหวัด
20.เชิงคุณภาพ : มี อปท.ต้นแบบ EHA 5 แห่ง
21.เชิงคุณภาพ : เขตสุขภาพที่ 3 มีโรงพยาบาลพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมได้ตามเกณฑ์ GREEN & CLEAN Hospital ระดับดีมาก (จังหวัดละ 4 โรงพยาบาล) 5 จังหวัด
22.เชิงคุณภาพ : โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพพัฒนา Service Model อวล./ นวัตกรรม GREEN&CLEAN Hospital การจัดการมูลฝอยติดเชื้อ 1 เรื่อง

10. วิธีการดำเนินงาน :
9.1 การสร้างความร่วมมือ และความเข้มแข็งภาคีเครือข่ายทุกระดับ - ประสานการดำเนินงานกับ 5 จังหวัด - พัฒนาเครือข่ายความร่วมมือในระดับพื้นที่เพื่อการประเมินรับรองมาตรฐาน GREEN&CLEAN Hospital การจัดการมูลฝอยติดเชื้อ EHA และ Active community 1) จัดประชุมชี้แจงแลกเปลี่ยนเรียนรู้เสริมสร้างคุณค่างานอวล.ของ สถานบริการสาธารณสุข อปท. ชุมชน และร่วมกันกำหนดเป้าหมายพื้นที่ตามแนวทาง GREEN&CLEAN Hospital การจัดการมูลฝอยติดเชื้อActive Community และ EHA 2) เยี่ยมเสริมพลัง อปท.ที่ผ่านมาตรฐาน อวล.และตรวจพื้นที่กรณีเกิดเหตุรำคาญ 10 % ของฐานข้อมูล อปท. 454 แห่ง คิดเป็น 45 พื้นที่ และกำกับการพัฒนา อปท.ตามมาตรฐาน EHA 9.2 การสร้างความรอบรู้ทางด้านวิชาการ และกฎหมาย - พัฒนาศักยภาพเครือข่าย /เจ้าหน้าที่ในเขตสุขภาพที่ 3 1) จัดอบรมเครือข่ายในการประเมินรับรองมาตรฐาน EHA ระดับพื้นฐาน ผู้ประเมิน EHA หลักสูตร Inspector การจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชน Active community และสุขาภิบาลอาหาร 2) ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่สถานบริการการสาธารณสุข และ อปท.ในด้านการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อม (GREEN & CLEAN Hospital การจัดการมูลฝอยติดเชื้อ) 3) ลงพื้นที่สุ่มติดตาม เยี่ยมเสริมพลังชุมชนเข้มแข็ง Active Community และลงพื้นที่คัดเลือกชุมชนต้นแบบ 4) จัดทำรายงานผลชุมชนเข้มแข็ง รวบรวมรายงาน วิเคราะห์ และสังเคราะห์ 9.3 กำกับ ติดตามการบังคับใช้กฎหมาย และการพัฒนาวิชาการ 1) ขับเคลื่อนงานอนามัยสิ่งแวดล้อมตามกฎหมาย 2) ลงพื้นที่ร่วมประชุม คสจ./ อสธอ. 3) ประชุมสรุปถอดบทเรียน อสธอ. 4) ควบคุมกำกับและสนับสนุนให้สถานบริการสาธารณสุขในพื้นที่ดำเนินการตามประกาศสาธารณสุขมูลฝอยติดเชื้อ และลงข้อมูลผ่านระบบ Manifest ให้ครบถ้วน 5) วิเคราะห์แปลผลข้อมูลเพื่อการเฝ้าระวัง และกระตุ้นพื้นที่ให้ดำเนินการตามกฎหมายผ่านการตรวจราชการเขต 3 และคณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัด 6) พัฒนาวิชาการ เทคโนโลยี วิจัย นวัตกรรมด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม การจัดการมูลฝอยติดเชื้อ และผลงานวิชาการ GREEN&CLEAN Hospital ตามบริบทร่วมกับพื้นที่/พื้นที่ต้นแบบ 7) สนับสนุนและติดตามการพัฒนาผลงาน เทคโนโลยี วิจัย R2R/KM และนวัตกรรมด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม การจัดการมูลฝอยติดเชื้อ และงานวิชาการ GREEN&CLEAN Hospital ของพื้นที่เขตสุขภาพที่ 3 9.4 การประเมินรับรองคุณภาพระบบบริการ/ มาตรฐาน อวล. 1) พัฒนาแนวทางการขับเคลื่อนงานพัฒนางาน EHA 2) พัฒนาระบบหรือเทคโนโลยี ในการประเมินรับรอง EHA ที่รวดเร็วสะดวกต่อการทำงานในพื้นที่ 3) ประเมินรับรองมาตรฐาน อวล. (EHA, น้ำประปา, ส้วม, ชุมชน, HWP, แต่งผมเสริมสวย, ตลาดสดและตลาดนัด) 4) ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขทั้ง 5 จังหวัด จัดทำแผนนิเทศ ติดตาม และตรวจประเมินรับรอง GREEN&CLEAN Hospital การจัดการมูลฝอยติดเชื้อ (แบบศูนย์รวมเครือข่ายอำเภอ/ ตำบล) และ Healthy Workplace ระดับดีเด่น (ระดับดีมาก 5 ปีติดต่อกัน) 5) พัฒนาชุมชนโดยใช้แนวทาง GREEN Community ขยายการดำเนินงานในชุมชน 6) สรรหาผลงานวิชาการ/ นวัตกรรม/ วิจัย/ เทคโนโลยี หน่วยงานต้นแบบด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมเข้าร่วมนำเสนอผลงานแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ผลสำเร็จในการดำเนินงาน 7) จัดทำใบประกาศเกียรติคุณ/ โล่/ ป้าย เพื่อมอบให้จังหวัดดำเนินการเชิดชูเกียรติ 8) สรุปผลการดำเนินโครงการ

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่สถานบริการการสาธารณสุข และ อปท.ในด้านการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อม (GREEN & CLEAN Hospital, การจัดการมูลฝอยติดเชื้อ) 1 ครั้ง/คน 1 พ.ย. 2561 - 30 พ.ย. 2561 56,500.00
2 ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพ จนท. เพื่อ พัฒนา Service Model อวล./ นวัตกรรม GREEN&CLEAN Hospital การจัดการมูลฝอยติดเชื้อ และผลงานวิชาการ รพ.ในเขตสุขภาพที่ 3 1 ครั้ง/คน 1 พ.ย. 2561 - 30 พ.ย. 2561 59,320.00
3 ประชุมราชการ ติดตาม สนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยี นวตกรรม การจัดการมูลฝอยติดเชื้อ Active Community งานวิชาการ G&C และจัดเวทีนำเสนอผลงาน 1 ครั้ง/คน 1 พ.ย. 2561 - 31 ก.ค. 2562 8,900.00
4 ประชุมพัฒนาศักยภาพ บุคลากร รพ.ส่งเสริมสุขภาพเพื่อพัฒนา Service Model อวล./ นวัตกรรม GREEN&CLEAN Hospital (ขับเคลื่อนระบบการจัดการนวัตกรรมด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมและขยะแบบบูรณาการในชุมชนศูนย์อนามัยที่ 3) 1 ครั้ง/คน 1 พ.ย. 2561 - 31 ม.ค. 2562 15,000.00
5 ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาเครือข่ายฯพัฒนาการเฝ้าระวังตรวจประเมิน EHA หลักสูตร Inspector และจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนและสุขาภิบาลอาหาร 1 ครั้ง/คน 1 พ.ย. 2561 - 30 พ.ย. 2561 111,170.00
6 การรณรงค์สัปดาห์ทำความสะอาดในวันสำคัญตามแนวทาง HWP (ศอ.3 และ รพ.ส่งเสริมสุขภาพ) 3 ครั้ง 1 พ.ย. 2561 - 31 ก.ค. 2562 26,250.00
7 ประชุมพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการบังคับใช้กฎหมายผ่านคณะอนุกรรมการสาธารณสุขอำเภอและ (อสธอ.) และคณะอนุกรรมการระดับจังหวัด (4 ครั้ง ๆละ 25 คน) 4 ครั้ง/คน 1 ม.ค. 2562 - 30 เม.ย. 2562 83,680.00
8 ร่วมประชุมกับส่วนกลาง 5 คน 1 พ.ย. 2561 - 28 มิ.ย. 2562 16,400.00
9 เยี่ยมเสริมพลัง ชุมชน ศอ.3 และสรรหานวัตกรรมต้นแบบด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม รพ.ส่งเสริมสุขภาพ ศอ.3 5 เรื่อง 1 พ.ย. 2561 - 31 ม.ค. 2562 35,000.00
10 กำกับติดตามประเมินผลการบังคับใช้กฎหมายและกระตุ้นพื้นที่ผ่านคณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัด (คสจ.) และการตรวจราชการ 7 ครั้ง 3 ธ.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2562 9,940.00
11 นิเทศ ติดตามและสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยี วิจัย R2R/KM นวัตกรรม การจัดการมูลฝอยติดเชื้อ Active Community งานวิชาการ G&C และจัดเวทีนำเสนอผลงาน พื้นที่เขตสุขภาพ 7 ครั้ง 1 พ.ย. 2561 - 28 มิ.ย. 2562 9,940.00
12 นิเทศ ติดตามการพัฒนาและเก็บข้อมูลมูลฝอยติดเชื้อในพื้นที่ 8 ครั้ง 1 ธ.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2562 37,450.00
13 นิเทศ ติดตาม ประเมินระบบเฝ้าระวังสิ่งปฏิกูลเขตสุขภาพ (สุดยอดส้วม) 13 ครั้ง 1 พ.ย. 2561 - 31 ก.ค. 2562 36,500.00
14 ติดตามประเมินการพัฒนา G&C Hospital ควบคุมกำกับและสนับสนุนให้สถานบริการสาธารณสุขดำเนินการตามประกาศ สธ. มูลฝอยติดเชื้อ และลงข้อมูลระบบ manifest ให้ครบถ้วน (G&C Hospital, การจัดการมูลฝอยติดเชื้อ, Healthy Workplace สุขาภิบาลอาหาร และส่งเสริมการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม Active Com. ของ อปท.) 16 ครั้ง 3 ธ.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2562 26,560.00
15 ประเมินรับรองมาตรฐาน อวล. 4 ระบบ 16 ครั้ง 3 ธ.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2562 26,560.00
16 ประเมินรับรองมาตรฐานอนามัยสิ่งแวดล้อม 20 แห่ง 3 ธ.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562 30,500.00
17 จัดซื้อชุดตรวจภาคสนามเฝ้าระวังสุขาภิบาลอาหารและน้ำพื้นที่ต้นแบบ รพ.ส่งเสริมสุขภาพ ศอ.3 1030 ตัวอย่าง 1 พ.ย. 2561 - 31 พ.ค. 2562 25,500.00
รวมเป็นเงิน 615,170.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
615,170.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 พ.ย. 2561 - 30 ก.ย. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
พื้นที่ 5 จังหวัด เขตสุขภาพที่ 3 และ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
13.1 กลุ่มงานอนามัยสิ่งแวดล้อมและอาชีวอนามัย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ในเขตสุขภาพที่ 3 13.2 กลุ่มพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ 13.3 โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข (รพศ./ รพท./ รพช./ รพ.สังกัดกรมวิชาการ) โรงพยาบาลนอกสังกัด สธ. (รพ.ภาครัฐ/ รพ.เอกชน) และ รพ.สต.ที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการฯ 13.4 คณะกรรมการอนามัยสิ่งแวดล้อม ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ และคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
สสจ./ สสอ./ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข/ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น/ แกนนำชุมชน และ อสม.

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นางกรุณา สุขแท้ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ นางนพวรรณ ศรีชมภู ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ นางเสาวนีย์ บุญศรี ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ นางสาวสุทธิหญิง ฝอยทอง ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ นายชำนาญ ม่วงแดง ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ นางสาวจุไรรัตน์ ชำนาญไพร ตำแหน่ง เจ้าพนักงานเวชสถิติชำนาญงาน นางสาวฐิรัศท์ชา รอดตัว ตำแหน่ง เจ้าพนักงานวิทยาศาสตร์การแพทย์ชำนาญงาน นางสาวเสาวนีย์ สาบุตร ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางกรุณา สุขแท้

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายก้องเกียรติ เติมเกษมศานต์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางศรินนา แสงอรุณ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์
ลำดับที่ : 17

1. ชื่อโครงการ :
โครงการเฝ้าระวังและประเมินความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพในพื้นที่เสี่ยง เขตสุขภาพที่ 3 ปีงบประมาณ 2562

2. ยุทธศาสตร์ :
2. สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
15) ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างน้อยตำบลละ 1 ชุมชน
16) จังหวัดในเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษมีฐานข้อมูลการเฝ้าระวังด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม

4. cluster :
กลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (48)16.1 พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศ เฝ้าระวัง และประเมินความเสี่ยง
5.2 โครงการสำคัญ 16. โครงการเฝ้าระวังและประเมินความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพในพื้นที่เสี่ยง พื้นที่เฉพาะ และการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 10) เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการน้ำเพื่อการบริโภค

7. หลักการและเหตุผล :
สถานการณ์ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของประชาชน โดยแต่ละพื้นที่มีความเสี่ยงทางสุขภาพที่ซับซ้อนและมีความแตกต่างกัน ส่วนใหญ่เกิดจากการจัดการสุขาภิบาลอาหารและน้ำที่ไม่ได้มาตรฐาน คุณภาพน้ำที่ไม่เหมาะสมต่อการอุปโภคบริโภค และการจัดการสิ่งปฏิกูลที่ไม่ถูกหลักสุขาภิบาล การเฝ้าระวังและการประเมินความเสี่ยงเพื่อกำหนดพื้นที่เสี่ยงรวมทั้งการประเมินผลกระทบต่อสุขภาพจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการจัดการปัญหาสุขภาพให้ประชาชน ซึ่งแต่ละพื้นที่มีเครือข่ายผู้รับผิดชอบหลายหน่วยงาน ได้แก่ ภาครัฐ ส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ดังนั้นกรมอนามัยในฐานะองค์กรหลักที่อภิบาลระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม จึงกำหนดยุทธศาสตร์ที่ 2: สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน และยุทธศาสตร์ที่ 3: อภิบาลระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม เพื่อผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญหาการจัดการความเสี่ยงด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม เชื่อมโยงและสอดคล้องกับระบบการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (EHA) ทั้งนี้ปัญหาอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชนมีความหลากหลายตามบริบทของพื้นที่ ประเด็นสำคัญ ได้แก่ ปัญหาการจัดการมูลฝอยทั่วไป มูลฝอยติดเชื้อ มูลฝอยอันตราย สิ่งปฏิกูล อาหารปลอดภัย คุณภาพน้ำบริโภค/น้ำประปา และความเสี่ยงต่างๆ ในชุมชนที่จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพประชาชน ซึ่งสถานการณ์ความเสี่ยงด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในเขตสุขภาพที่ 3 (กำแพงเพชร ชัยนาท นครสวรรค์ พิจิตร และอุทัยธานี) ที่ต้องเร่งดำเนินการวางระบบการเฝ้าระวังและประเมินความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมของพื้นที่ ได้แก่ 1)การเฝ้าระวังคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้านซึ่งต้องพัฒนาที่ผู้ดูแลระบบ และร่วมกันวางระบบการใช้ข้อมูลคุณภาพน้ำประปาส่วนภูมิภาคและประปาเทศบาล 2)การเฝ้าระวังคุณภาพน้ำให้ประชาชนพื้นที่เสี่ยงเหมืองทอง จังหวัดพิจิตร และพัฒนาการเฝ้าระวังในรูปแบบโปรแกรม GIS 3)การเฝ้าระวังการจัดการสิ่งปฏิกูลและการประเมินมาตรฐานการจัดการสิ่งปฏิกูลต้นแบบเขตสุขภาพ (สุดยอดส้วม) ตามเกณฑ์มาตรฐานส้วมสาธารณะไทย (HAS) ในกลุ่มสถานประกอบการ หน่วยงานรัฐ และองค์กรส่วนท้องถิ่น 4.การพัฒนาการเฝ้าระวังด้านสุขาภิบาลอาหารและน้ำพื้นที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 3 เพื่อเป็นต้นแบบของหน่วยงานระดับเขต และ 5)การพัฒนาพื้นที่นำร่องในการประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ เพื่อลดข้อร้องเรียนและเหตุรำคาญในพื้นที่ตามอนุบัญญัติใน พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ ภายใต้กรมอนามัย มีบทบาทในการอภิบาลระบบอนามัยสิ่งแวดล้อม และสร้างความร่วมมือส่งเสริมให้เครือข่ายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันเฝ้าระวังความเสี่ยงทางอนามัยสิ่งแวดล้อมและประเมินผลกระทบต่อสุขภาพให้กับประชาชนพื้นที่เสี่ยง 5 จังหวัด ในเขตสุขภาพที่ 3 โดยกลุ่มพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม ได้จัดทำ “โครงการเฝ้าระวังและประเมินความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพในพื้นที่เสี่ยง เขตสุขภาพที่ 3 ปีงบประมาณ 2562” ขึ้นมา เพื่อพัฒนาระบบและเครือข่ายการเฝ้าระวังด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมพื้นที่เสี่ยง และพัฒนาระบบการประเมินผลกระทบต่อสุขภาพและความเสี่ยงด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเน้นการประเมินความเสี่ยงเพื่อการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำอุปโภคบริโภค ส่งเสริมการจัดการสิ่งปฏิกูล สร้างต้นแบบการประเมินผลกระทบต่อสุขภาพที่สำคัญ ลดการเกิดเหตุรำคาญที่จะส่งผลต่อสุขภาพประชาชนโดยใช้กฎหมายการสาธารณสุข และดำเนินการต่อเนื่องจากปีงบประมาณ 2560 รวมถึงการผลักดันและส่งเสริมให้ภาคีเครือข่ายขับเคลื่อนระบบการเฝ้าระวังทางอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
7.1 เพื่อพัฒนาระบบและเครือข่ายการเฝ้าระวังด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมพื้นที่เสี่ยง เขตสุขภาพที่ 3 7.2 เพื่อพัฒนาระบบการประเมินผลกระทบต่อสุขภาพและความเสี่ยงด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม เขตสุขภาพที่ 3

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เครือข่ายผู้ดูแลระบบได้รับการพัฒนาศักยภาพและร่วมดำเนินการการเฝ้าระวัง คุณภาพน้ำ การจัดการสิ่งปฏิกูลตามกฎหมาย และประเมินผลกระทบทางสุขภาพ 5 จังหวัด
2.ประชาชนในพื้นที่มีน้ำสะอาดเพื่อการบริโภค 5 จังหวัด
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : เก็บตัวอย่างน้ำเพื่อเฝ้าระวังคุณภาพในพื้นที่เสี่ยง (30 แห่ง) 80 ตัวอย่าง
2.เชิงปริมาณ : ต้นแบบระบบการเฝ้าระวังและประเมินความเสี่ยงด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เสี่ยง ได้แก่ ประปาหมู่บ้าน สิ่งปฏิกูล และการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำพื้นที่เสี่ยงเหมืองทอง (GIS) 5 จังหวัด
3.เชิงปริมาณ : การอภิบาลระบบเฝ้าระวัง อวล./โปรแกรม GIS พื้นที่เสี่ยงเหมืองทอง จังหวัดพิจิตร 1 แห่ง
4.เชิงปริมาณ : การประเมินระบบเฝ้าระวังสิ่งปฏิกูลต้นแบบเขตสุขภาพ (สุดยอดส้วม) 15 แห่ง
5.เชิงปริมาณ : เครือข่ายผู้ดูแลระบบประปา และ อปท.ในพื้นที่เสี่ยงได้รับการพัฒนาเป็นต้นแบบการเฝ้าระวังและการประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ ได้แก่ เฝ้าระวังคุณภาพน้ำพื้นที่เสี่ยงเหมืองทอง ประปาหมู่บ้าน และจัดการสิ่งปฏิกูล 5 จังหวัด
6.เชิงปริมาณ : เครือข่ายผู้ดูแลระบบและการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้าน ประปาส่วนภูมิภาค และประปาเทศบาลได้รับการพัฒนา 156 คน
7.เชิงปริมาณ : การเฝ้าระวังสุขาภิบาลอาหารและน้ำพื้นที่ต้นแบบ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ 1 แห่ง
8.เชิงปริมาณ : ข้อเสนอเพื่อการประเมินผลกระทบต่อสุขภาพและกฎหมายสาธารณสุขพื้นที่ต้นแบบ 5 แห่ง
9.เชิงคุณภาพ : เครือข่ายผู้ดูแลระบบได้รับการพัฒนาศักยภาพและร่วมดำเนินการการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำ การจัดการสิ่งปฏิกูลตามกฎหมาย และประเมินผลกระทบทางสุขภาพ 30 แห่ง

10. วิธีการดำเนินงาน :
9.1 การประเมินผลกระทบต่อสุขภาพและกฎหมายสาธารณสุข (1) ประชุมราชการพัฒนาเครือข่ายการเฝ้าระวังความเสี่ยงอนามัยสิ่งแวดล้อม เพื่อวิเคราะห์ประเด็นและกำหนดการประเมินผลกระทบต่อสุขภาพและกฎหมายสาธารณสุข (2) สนับสนุนการดำเนินงานประเมินผลกระทบต่อสุขภาพและกฎหมายสาธารณสุข อปท.ต้นแบบ (3) จัดทำข้อเสนอเพื่อการประเมินผลกระทบต่อสุขภาพและกฎหมายสาธารณสุข 5 พื้นที่ต้นแบบ 9.2 สนับสนุนการพัฒนาระบบเฝ้าระวัง อวล./โปรแกรม GIS พื้นที่เสี่ยงเหมืองทอง จ.พิจิตร (1) เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการ/เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับพื้นที่เสี่ยง (พิจิตร) (2) นิเทศติดตามงาน/ควบคุมกำกับ โดยเป็นที่เป็นที่ปรึกษาด้านวิชาการในเรื่องการเฝ้าระวังคุณภาพ น้ำบริโภคพื้นที่เสี่ยง - ข้อมูลด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมต่อสุขภาพ - การบำรุงรักษาระบบประปา - ประสานการเก็บตัวอย่างน้ำตรวจทางห้องปฏิบัติการกรมอนามัย - สื่อสารความเสี่ยงให้แก่ประชาชนทราบและร่วมเป็นเครือข่ายเฝ้าระวัง 9.3 การพัฒนาระบบและการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้านกำกับติดตามและพัฒนาต้นแบบการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำในพื้นที่ (1) พัฒนาศักยภาพแกนนำชุมชน โดยการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้านให้ได้มาตรฐาน (ดำเนินการในจังหวัดอุทัยธานี) (2) ระบบประปาหมู่บ้านได้รับการตรวจสอบมาตรฐาน โดยวิธีเก็บตัวอย่างน้ำประปาเพื่อตรวจวิเคราะห์คุณภาพ เลือกพื้นที่ชุมชนเข้มแข็งที่มาพัฒนาศักยภาพจากข้อ (1) 25 แห่ง (ที่ อปท.ดูแล 10 แห่ง, หมู่บ้าน 15 แห่ง) การสาธิตวิธีเก็บตัวอย่างน้ำโดยชุมชนมีส่วนร่วม (3) เก็บตัวอย่างน้ำตามโครงการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำในครัวเรือนจำนวน 70 ตัวอย่าง การสาธิตวิธีเก็บตัวอย่างน้ำโดยชุมชนมีส่วนร่วม (4) นิเทศติดตามการดำเนินงานการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำ (5) คืนข้อมูลให้จังหวัด เพื่อผลักดัน อปท.สู่กระบวนการจัดทำแผนงานโครงการ (6) ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาการวิเคราะห์ข้อมูลและระบบการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำร่วมกับประปาส่วนภูมิภาคและประปาเทศบาล 9.4 การประเมินระบบเฝ้าระวังสิ่งปฏิกูลเขตสุขภาพ (สุดยอดส้วม) (1) สรรหาสุดยอดส้วมระดับเขต (ตามมาตรฐาน HAS) (2) สนับสนุน ติดตาม ประสานงานและประเมินระบบการกำจัดสิ่งปฏิกูลของ อปท. (5 จังหวัด) (3) การประเมินรับรอง - สุดยอดส้วมระดับเขต - ระบบคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อม ด้านการจัดการสิ่งปฏิกูล (EHA 3000) 9.5 การเฝ้าระวังสุขาภิบาลอาหารและน้ำพื้นที่ต้นแบบโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 3 (1) จัดซื้อชุดทดสอบการเฝ้าระวังสุขาภิบาลอาหารและน้ำ (2) เก็บสิ่งส่งตรวจและตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างอาหารและน้ำพื้นที่ ศอ.3 (3) ประเมินการเฝ้าระวังสุขาภิบาลอาหารและน้ำพื้นที่ต้นแบบ รพ.ส่งเสริมสุขภาพ ศอ.3

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 การพัฒนาเครือข่ายผู้ดูแลระบบและการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้านกำกับติดตามและพัฒนาต้นแบบการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำในพื้นที่ 1 ครั้ง/คน 1 พ.ย. 2561 - 30 พ.ย. 2561 89,020.00
2 ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาระบบการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำร่วมกับประปาเทศบาลและประปาส่วนภูมิภาค 1 ครั้ง/คน 1 พ.ย. 2561 - 30 พ.ย. 2561 58,830.00
3 ประชุมราชการพัฒนาเครือข่ายการเฝ้าระวังความเสี่ยงอนามัยสิ่งแวดล้อม การประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ และกฎหมายสาธารณสุข 5 ครั้ง/คน 1 พ.ย. 2561 - 29 มี.ค. 2562 21,250.00
4 นิเทศ ติดตามและสนับสนุนการดำเนินงานประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ และกฎหมายสาธารณสุขของ อปท. 5 แห่ง 1 ม.ค. 2562 - 31 พ.ค. 2562 7,600.00
5 นิเทศ ติดตาม และพัฒนาต้นแบบการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำ 8 ครั้ง 1 มี.ค. 2562 - 15 ส.ค. 2562 11,360.00
6 นิเทศ ติดตามและสนับสนุนการพัฒนาระบบเฝ้าระวัง อวล./โปรแกรม GIS พื้นที่เสี่ยงเหมืองทอง จ.พิจิตร 9 ครั้ง 1 ม.ค. 2562 - 30 ส.ค. 2562 10,940.00
รวมเป็นเงิน 199,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
199,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 พ.ย. 2561 - 30 ส.ค. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
พื้นที่การเฝ้าระวังและประเมินความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ เขตสุขภาพที่ 3 (กำแพงเพชร ชัยนาท นครสวรรค์ พิจิตร และอุทัยธานี)

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
ผู้รับผิดชอบงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมของ สสจ./ สสอ./ รพศ/ รพท./ รพช./ รพ.สต./ อปท./ ผู้นำชุมชน/ อสม. และศูนย์วิชาการอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น สบส.

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
สสจ./ สสอ./ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข/ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น/ แกนนำชุมชน และ อสม.

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
16.1 นางกรุณา สุขแท้ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 16.2 นางสาวสุทธิหญิง ฝอยทอง ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 16.3 นางเสาวนีย์ บุญศรี ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 16.4 นายชำนาญ ม่วงแดง ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 16.5 นางสาวฐิรัศท์ชา รอดตัว ตำแหน่ง เจ้าพนักงานวิทยาศาสตร์การแพทย์ชำนาญงาน 16.6 นางสาวจุไรรัตน์ ชำนาญไพร ตำแหน่ง เจ้าพนักงานเวชสถิติชำนาญงาน 16.7 นางสาวเสาวนีย์ สาบุตร ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางกรุณา สุขแท้

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายก้องเกียรติ เติมเกษมศานต์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางศรินนา แสงอรุณ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์
ลำดับที่ : 18

1. ชื่อโครงการ :
ขับเคลื่อน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ สู่การสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ และพัฒนาระบบการสื่อสาร

2. ยุทธศาสตร์ :
4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
20) การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

4. cluster :
กรมอนามัย

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (66)21.2 สร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพและพัฒนาระบบการสื่อสาร
5.2 โครงการสำคัญ 21. โครงการพัฒนาและขับเคลื่อนกรมอนามัย 4.0 องค์กรคุณภาพคู่คุณธรรม

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ และการจัดการมลพิษและสิ่งแวดล้อม
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 14) ส่งเสริมการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมเมืองและชุมชนสู่การพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ

7. หลักการและเหตุผล :
จากสถานการณ์ปัญหาสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่พึงประสงค์ของประชาชนไทย ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ขณะที่หน่วยงานต่าง ๆ พยายามให้ข้อมูลและพัฒนามาตรการต่าง ๆ เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ทำให้ความสามารถของประชาชนในการนำข้อมูลด้านสุขภาพมาใช้ในการตัดสินใจเลือกใช้บริการสุขภาพและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ จึงเป็นสิ่งจำเป็นและต้องมีการปฏิรูปเพื่อให้ประชาชนสามารถ นำข้อมูลด้านสุขภาพต่าง ๆ ไปใช้จนเกิดประโยชน์สูงสุด ความสามารถข้างต้น เรียกว่า ความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) ซึ่งหมายถึง กระบวนการทางปัญญา และทักษะ ทางสังคมที่ก่อเกิดแรงจูงใจ และความสามารถของปัจเจกบุคคลที่จะเข้าถึง เข้าใจ และใช้ข้อมูลข่าวสารเพื่อนำไปสู่การตัดสินใจที่เหมาะสมนำไปสู่สุขภาวะ (WHO, 1998) สำหรับประเทศไทย ความรอบรู้ ด้านสุขภาพ (Health Literacy) หมายถึง ระดับความรอบรู้และความสามารถของบุคคลในการกลั่นกรอง ประเมิน (ข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้รับจากทุกช่องทาง) และตัดสินใจ (จากข้อมูลที่ผ่านการกลั่นกรองและประเมินแล้ว) ที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เลือกใช้บริการและผลิตภัณฑ์สุขภาพได้อย่างเหมาะสม ยุทธศาสตร์ชาติมุ่งเน้นไปที่ความยั่งยืนของการขับเคลื่อนความรอบรู้ด้านสุขภาพที่จะต้องมี การปรับเปลี่ยนในระดับองค์กร เช่น ในโรงพยาบาล แนวคิดและแนวปฏิบัติด้านความรอบรู้ด้านสุขภาพจำเป็นต้องถูกบูรณาการในนโยบายขององค์กรและทุก ๆ กระบวนการให้บริการ โดยเน้นไปที่ความง่ายและสะดวกในการเข้ามาใช้บริการ หรือเรียกว่าเป็นองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literate Organization) หรือองค์กรที่มีความสามารถในการตอบสนองต่อผู้รับบริการที่มีระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพที่หลากหลาย (Organizational responsiveness) เช่น ข้อมูลสุขภาพที่เข้าใจง่าย การเข้าถึงอาคารสถานที่โดยง่ายและสะดวก และการสร้างแรงบันดาลใจ และแรงกระตุ้นให้เจ้าหน้าที่นำไปปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป้าหมายของการยกระดับความรอบรู้ด้าน ได้แก่ 1) ประชาชนไทยทุกคนมีทักษะ ในการเข้าถึงและประมวลข้อมูลสุขภาพเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจในการดูแลสุขภาพของตนเอง 2) สังคมไทยเป็นสังคมรอบรู้ด้านสุขภาพ (health literate societies) คือ สังคมที่ประชาชนทุกคนเข้าถึง เข้าใจข้อมูลสุขภาพและบริการสุขภาพ และประยุกต์ใช้ของประชาชน สามารถตัดสินใจดูแลสุขภาพของตนเองและครอบครัวได้อย่างเหมาะสม 3) ประเทศไทยมีระบบสาธารณสุข การศึกษา สวัสดิการสังคมและสิ่งแสดล้อมที่เอื้อให้ประชาชนสามารถเข้าถึง เข้าใจ ประเมิน และปรับใช้ข้อมูล และบริการต่าง ๆ ในสังคม เพื่อตัดสินใจดูแลสุขภาพของตนเองและครอบครัวได้อย่างเหมาะสม องค์การอนามัยโลกมีการสนับสนุนให้แต่ละประเทศพิจารณาเลือกใช้รูปแบบและช่องทางการสื่อสารเพื่อส่งเสริมการเข้าถึงข้อมูลและการเรียนรู้และนำข้อมูลไปใช้ ทั้งที่เหมาะกับประเทศกำลังพัฒนาและประเทศที่พัฒนาแล้ว เริ่มจากการใช้สื่อบุคคลและเครือข่าย สื่ออุปกรณ์ตัวอย่าง แบบจำลอง สื่อสิ่งพิมพ์ สื่ออิเล็คทรอนิค รูปภาพ กราฟฟิค อินโฟกราฟฟิค และโซเชียลมีเดีย ทั้งที่เป็นเว็บไซด์ เฟสบุค อินสตาแกรม และที่เป็นแบบไวรัลมีเดีย สื่อเทคโนโลยีทางโทรศัพท์ เช่น ไลน์แอพพลิเคชั่น ในการกระจายข่าวสารเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ของคนในสังคม และนำข้อมูลไปใช้เพื่อการตัดสินใจ ปฏิบัติตนเพื่อการมีสุขภาพ และคุณภาพชีวิต ที่ดีให้กับตนเองได้ งานสื่อสารสาธารณะ กลุ่มขับเคลื่อนยุทะศาสตร์และพัฒนากำลังคน ได้จัดทำโครงการ “ขับเคลื่อนศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ สู่การสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพแลพัฒนาระบบการสื่อสาร” เพื่อให้ ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ เป็นองค์กรแห่งความรอบรู้ด้านสุขภาพ ซึ่งจะเป็นองค์กรที่มีการดำเนินงานที่เน้นการให้ข้อมูลที่ง่ายต่อความเข้าใจ สามารถนำไปใช้ได้จริง โดยมีการะบวนการพัฒนาบุคลากรขององค์กร ตามแนวคิดการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ และสามารถกำดับ ติดตาม เฝ้าระวังการบรรลุระดับการรอบรู้ด้านสุขภาพของตนเอง และกลุ่มเป้าหมายที่ตนเองรับผิดชอบได้ อีกทั้งมีการจัดการสิ่งแวดล้อมที่เอื้อให้เกิดการเรียนรู้ และความสะดวกของผู้ใช้บริการ และพัฒนาระบบการสื่อสาร ซึ่งจะทำให้การส่งต่อความรอบรู้ด้านสุขภาพที่เชื่อถือได้ถึงประชาชนได้อย่างถูกต้องหลากหลายช่องทาง และมีประสิทธิภาพ เพื่อมุ่งสู่ ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ องค์กรแห่งความรอบรู้ด้านสุขภาพต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อพัฒนาหน่วยงานต้นแบบ รพ.รอบรู้ด้านสุขภาพ Health Literacy Hospital (HLH) 2. เพื่อพัฒนาศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ ให้เป็นองค์กรแห่งความรอบรู้ด้านสุขภาพ

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพมีหน่วยงานการดำเนินงานความฉลาดรอบรู้ระดับต้นแบบ 3 หน่วยงาน
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : 1. บุคลากร รพ.ส่งเสริมสุขภาพ เข้าร่วมรับฟังการชี้แจงนโยบาย การขับเคลื่อนองค์กร รพ.รอบรู้ด้านสุขภาพ Health Literacy Hospital (HLH) 80 ร้อยละ
2.เชิงปริมาณ : หน่วยงานที่มีส่วนร่วมในเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงาน รพ.รอบรู้ด้านสุขภาพ Health Literacy Hospital (HLH) 100 ร้อยละ
3.เชิงปริมาณ : จำนวนรูปแบบการดำเนินงาน รพ.รอบรู้ด้านสุขภาพ Health Literacy Hospital (HLH) 80 ร้อยละ
4.เชิงคุณภาพ : มีหน่วยงานในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพมีการดำเนินงานความฉลาดรอบรู้ เป็นหน่วยงานต้นแบบ (ผ่านเกณฑ์ 5 องค์ประกอบ) ไม่น้อยกว่า 3หน่วยงาน 3 หน่วยงาน
5.เชิงคุณภาพ : หน่วยงานในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพมีการดำเนินงานความฉลาดรอบรู้ 100 ร้อยละ
6.เชิงเวลา : กิจกรรมโครงการดำเนินงานได้ตามแผน 90 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1. ชี้แจงเข้าร่วมรับฟังการชี้แจงนโยบายการขับเคลื่อนองค์กร รพ.รอบรู้ด้านสุขภาพ Health Literacy Hospital 1.1 ประชุมคณะกรรมการความรอบรู้ด้านสุขภาพ เพื่อวางแผนการจัดประชุม 1.2 ทำหนังสือเชิญวิทยากร และแจ้งเวียนให้บุคลากรส่งรายชื่อเข้าร่วมประชุม 1.3 สอบทาน งานที่มอบหมาย ก่อนวันประชุม 1.4 จัดประชุมตามแผน 1.5 สรุปผลการจัดอบรม ก่อน-หลัง 2 จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงาน รพ.รอบรู้ด้านสุขภาพ Health Literacy Hospital 2.1 ประชุมคณะกรรมการความรอบรู้ด้านสุขภาพ เพื่อวางแผนการจัดประชุม 2.2 ทำหนังสือเชิญวิทยากรผู้วิพากษ์ และแจ้งเวียนให้บุคลากรส่งรายชื่อเข้าร่วมประชุม 2.3 สอบทาน งานที่มอบหมาย ก่อนวันประชุม 2.4 จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ตามแผน 2.5 สรุปผลการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 3 ถอดบทเรียน รพ.รอบรู้ด้านสุขภาพ Health Literacy Hospital 3.1 กำหนดประเด็นการถอดบทเรียน 3.2 หน่วยงานสรุปผลการดำเนินงาน และสรุปบทเรียนการดำเนินงาน 4 สื่อมวลชนสัมพันธ์ สัญจร 4 จังหวัด 4.1 ประสานสื่อมวลชนในการจัดกิจกรรมสื่อมวลชนสัมพันธ์ สัญจร 4.2 ทำหนังสือเชิญสื่อเข้าร่วมกิจกรรม ทำหนังสือขออนุมัติจัดประชุม และเอกสารที่เกี่ยวข้อง 4.3 จัดกิจกรรมสื่อมวลชนสัมพันธ์ 4.4 ประเมินผลความพึงพอใจ และรับฟังความต้องการของสื่อที่มีต่อศูนย์ฯ

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ชี้แจงนโยบายการขับเคลื่อนองค์กร รพ.รอบรู้ด้านสุขภาพ(HLH) 1 ครั้ง/คน 1 พ.ย. 2561 - 28 ก.ย. 2561 43,800.00
2 ปรับปรุงป้ายคลินิกบริการ 1 รายการ 1 ม.ค. 2562 - 28 มิ.ย. 2562 45,000.00
3 ผลิตสื่อประชาสัมพันธ์สนับสนุน รพ.ส่งเสริมฯ และ Cluster 1 รายการ 1 พ.ย. 2561 - 30 ส.ค. 2562 50,000.00
4 จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงาน รพ.รอบรู้ด้านสุขภาพ (HLH) 3 ครั้ง/คน 3 ธ.ค. 2561 - 28 มิ.ย. 2562 44,000.00
5 ค่าโฆษณารายการวิทยุ 30 นาที 360 ครั้ง 1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562 86,400.00
รวมเป็นเงิน 269,200.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
269,200.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
ทุกหน่วยงานใน รพ.ส่งเสริมสุขภาพ

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
ผู้รับบริการใน รพ.ส่งเสริมสุขภาพ

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นางกัญญารัตน์ คงประกอบ นักประชาสัมพันธ์

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางบุญชู มากบุญ หัวหน้ากลุ่มขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และพัฒนากำลังคน.

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายก้องเกียรติ เติมเกษมศานต์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางศรินนา แสงอรุณ ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์
ลำดับที่ : 19

1. ชื่อโครงการ :
โครงการพัฒนาและขับเคลื่อนศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ 4.0 องค์กรคุณภาพคู่คุณธรรม ปีงบประมาณ พ.ศ. 2562

2. ยุทธศาสตร์ :
4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
20) การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

4. cluster :
กรมอนามัย

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (65)21.1 พัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)
5.2 โครงการสำคัญ 21. โครงการพัฒนาและขับเคลื่อนกรมอนามัย 4.0 องค์กรคุณภาพคู่คุณธรรม

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ และการจัดการมลพิษและสิ่งแวดล้อม
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 12) เพิ่มศักยภาพการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน ของเสียอันตรายชุมชน และมูลฝอยติดเชื้อ

7. หลักการและเหตุผล :
ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 4 ของกรมอนามัย คือ การปฏิรูประบบงานไปสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล ซึ่งในปีงบประมาณ พ.ศ.2562 กรมอนามัยกำหนดกิจกรรมสำคัญ “พัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)” ภายใต้โครงการพัฒนาและขับเคลื่อนกรมอนามัย 4.0 องค์กรคุณภาพคู่คุณธรรม โดยเป้าหมายหลักภายในปี 2562 คือ กรมอนามัยผ่านการรับรอง PMQA รายหมวดอย่างน้อย 3 หมวด คือ หมวดที่ 2 หมวดที่ 5 และ หมวดที่ 6 โดยขับเคลื่อนไปพร้อมกันทุกหมวด แต่มุ่งเน้นหมวดที่ขอรับการประเมิน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ ตระหนักถึงความสำคัญและความจำเป็นของการปรับปรุงประสิทธิผล เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อน ยกระดับขีดความสามารถ และพัฒนาองค์กรให้มีสมรรถนะสูงภายใต้ การประเมินผลตามเกณฑ์การบริหารจัดการภาครัฐสู่ความเป็นเลิศ (PMQA) ตลอดจนการพัฒนาคุณภาพบริการให้มีมาตรฐาน ผ่านเกณฑ์การประเมินมาตรฐานงานเทคนิคการแพทย์ 2560 และมาตรฐาน HA จึงมีการจัดทำโครงการพัฒนาและขับเคลื่อนศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ 4.0 องค์กรคุณภาพคู่คุณธรรม ปีงบประมาณ พ.ศ 2562 เพื่อพัฒนาคุณภาพการบริการให้มีมาตรฐานสากล และสนับสนุนการพัฒนาขับเคลื่อนกรมอนามัย 4.0 องค์กรคุณภาพคู่คุณธรรม ตอบสนองเป้าหมายของกรมอนามัย

8. วัตถุประสงค์ :
7.1 เพื่อขับเคลื่อนศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ สู่ระบบราชการ 4.0 โดยใช้แนวทางการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA) 7.2 เพื่อพัฒนาระบบงานคุณภาพ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ให้เป็นไปตามมาตรฐาน - HA - งานเวชศาสตร์ชันสูตร โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ให้เป็นไปตามมาตรฐานงานเทคนิคการแพทย์ 2560 7.3 เพื่อทบทวนความเสี่ยงและปรับปรุงแก้ไขระบบงานสำคัญทั้ง 5 ระบบ คือ ระบบไฟฟ้า ,ระบบอัคคีภัย, ระบบก๊าชทางการแพทย์, ระบบปรับอากาศและระบายอากาศ, ระบบสุขาภิบาล รวมถึงแสงสว่างในอาคาร 7.4 เพื่อสร้างหลักประกันด้านคุณภาพและความปลอดภัย ของการให้บริการแก่ผู้รับบริการ 7.5 เพื่อให้ ผ่านการรับรองมาตรฐาน HA และ มาตรฐานงานเทคนิคการแพทย์ 2560

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ศอ.3ดำเนินงานเพื่อสนับสนุนกรมอนามัยสู่การเป็นองค์กรสมรรถสูง (High Performance Organization : HPO) ตามแนวทาง PMQA 1 ระบบ
2.รพ.ส่งเสริมสุขภาพ มีระบบบริการที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน 1 ระบบ
3.รพ.ส่งเสริมสุขาภาพมีระบบบริการทางห้องปฏิบัติการที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน 1 ระบบ
4.ระบบงานสำคัญผ่านการประเมินรับรองมาตรฐานที่กำหนด 1 ครั้ง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : หน่วยงานมีการดำเนินงานตามแผนปรับปรุงองค์กร 80 ร้อยละ
2.เชิงปริมาณ : ผ่านการประเมินมาตรฐาน HA ภายในระยะเวลาที่กำหนด 1 ครั้ง
3.เชิงคุณภาพ : ระบบงานสำคัญผ่านการประเมินรับรองมาตรฐานที่กำหนด (วิศวกรรมความปลอดภัย โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ) 100 ร้อยละ
4.เชิงคุณภาพ : หน่วยงานทบทวนมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง(C3THER) 100 ร้อยละ
5.เชิงคุณภาพ : คะแนนการประเมินตัวชี้วัดที่ 2.8 ระดับความสำเร็จของการดำเนินงานเพื่อสนับสนุนกรมอนามัยสู่การเป็นองค์กรสมรรถสูง (High Performance Organization : HPO) ตามแนวทาง PMQA 4 หน่วยนับ
6.เชิงคุณภาพ : ผ่านการรับรองมาตรฐานงานเทคนิคการแพทย์ 2560 1 เรื่อง

10. วิธีการดำเนินงาน :
9.1 การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ 9.1.1 ประชุมเชิงปฏิบัติการ “จัดทำลักษณะสำคัญองค์กร ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ 9.1.2 กำหนดเป้าหมาย และตัวชี้วัดผลลัพธ์การดำเนินงาน 9.1.3 ประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำแผนพัฒนาองค์กร 9.1.4 กำหนดแนวทาง และวางระบบการติดตาม กำกับการดำเนินงานตามแผน 9.1.5 ชี้แจงแนวทางการติดตาม กำกับการดำเนินงาน และการรายงานผล 9.1.6 จัดทำสารสนเทศผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย - ข้อมูลผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย - ผลการสำรวจความพึงพอใจ/ไม่พึงพอใจผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 9.1.7 ประชุมสัมมนาสื่อมวลชนสัมพันธ์ 9.1.8 ประชุมเชิงปฏิบัติการ “จัดทำคู่มือปฎิบัติการ (Standard Operation Procedure : SOP)” 9.1.9 ประกาศใช้คู่มือปฎิบัติการ (Standard Operation Procedure : SOP) 9.1.10 ประเมินผลการใช้คู่มือปฎิบัติการ (Standard Operation Procedure : SOP) 9.2 การพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาลสู่การรับรองมาตรฐาน HA ปี 2562 9.1.1 ขออนุมัติ โครงการต่อผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 3 9.1.2 แต่งตั้งคณะทำงาน/ประชุมชี้แจงแผนปฏิบัติการโครงการฯ 9.1.3 อบรมความรู้เรื่องการพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาลตามมาตรฐาน HA 9.1.4 ปรับปรุงเอกสารคุณภาพตามมาตรฐาน HA Version 2018 9.1.5 ตรวจประเมินคุณภาพ ตามมาตรฐาน HA ครั้งที่ 1 ก่อนการขอรับรองจากสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล HA (ทีมประเมินจากเครือข่ายจังหวัดนครสวรรค์) 9.1.6 ขอรับการรับรองมาตรฐาน 9.1.7 สรุปรายงานโครงการ 9.3 การพัฒนาคุณภาพห้องปฏิบัติการ สู่การรับรองมาตรฐานห้องปฏิบัติการจากสภาเทคนิคการแพทย์แห่งประเทศไทย (Re-accredit LA) 9.3.1 แต่งตั้งคณะทำงาน/ประชุมชี้แจงแผนปฏิบัติการโครงการฯ 9.3.2 อบรมความรู้เรื่องมาตรฐานห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ 2560 9.3.3 ปรับปรุงเอกสารคุณภาพตามมาตรฐานเทคนิคการแพทย์ 2560 9.3.4 ตรวจประเมินคุณภาพ ตามมาตรฐานเทคนิคการแพทย์ 2560 ก่อนการขอรับรองจากสภาเทคนิคการแพทย์ (ทีมประเมินจากเครือข่ายจังหวัดนครสวรรค์) 9.3.5 รับบการตรวจประเมิน เพื่อรับรองมาตรฐานเทคนิคการแพทย์ 2560 จากสภาเทคนิคการแพทย์ แห่งประเทศไทย 9.3.6 สรุปรายงานโครงการฯ 9.4 การประเมินวิศวกรรมความปลอดภัย โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 3 ปีงบประมาณ 2562 9.4.1 ประสานวิทยากรจากสำนักงานสนับสนุนบริการสุขภาพเขต 3 จังหวัดนครสวรรค์ 9.4.2 ประสานทีมที่เกี่ยวข้องให้พร้อมรับการประเมิน 9.4.3 ดำเนินการประเมิน 5 ระบบงานสำคัญด้านสิ่งแวดล้อม 9.4.4 ร่วมประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในผลการประเมินและวิธีการบำรุงรักษา 9.4.5 รอรับผลการประเมิน

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมเชิงปฏิบัติการ “จัดทำลักษณะสำคัญองค์กร ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ 1 ครั้ง/คน 2 ต.ค. 2561 - 31 ต.ค. 2561 6,800.00
2 ประชุมเชิงปฏิบัติการ “จัดทำคู่มือปฎิบัติการ (Standard Operation Procedure : SOP)” 1 ครั้ง/คน 1 ม.ค. 2562 - 31 ม.ค. 2562 8,800.00
3 ประกาศใช้ คู่มือปฎิบัติการ (Standard Operation Procedure : SOP)”และชี้แจงแนวทางการติดตาม กำกับการดำเนินงาน และการรายงานผล 1 ครั้ง/คน 3 ธ.ค. 2561 - 26 ต.ค. 2561 3,500.00
4 สำรวจความพึงพอใจ/ไม่พึงพอใจของภาคีเครือข่ายต่อสินค้า/บริการ/การดำเนินงานของศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ 1 เล่ม 3 มิ.ย. 2562 - 28 มิ.ย. 2562 3,000.00
5 ประชุมสัมมนาสื่อมวลชนสัมพันธ์ 1 ครั้ง/คน 1 ก.พ. 2562 - 28 ก.พ. 2562 29,400.00
6 อบรมเรื่องฝึกปฏิบัติ การใช้เครื่องมือคุณภาพ ,การบริหารความเสี่ยง เพื่อรับการประเมิน HA 1 ครั้ง/คน 3 มิ.ย. 2562 - 28 มิ.ย. 2562 18,900.00
7 ค่าตรวจประเมินคุณภาพตามาตรฐาน HA ครั้งที่ 1 ก่อนการขอรับรองจากสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาลHA (ทีมประเมินจากเครือข่ายจังหวัดนครสวรรค์) 1 ครั้ง/คน 3 มิ.ย. 2562 - 28 มิ.ย. 2562 9,050.00
8 ค่าขอรับการรับรองมาตรฐาน 1 ครั้ง/คน 1 ส.ค. 2562 - 30 ส.ค. 2562 44,500.00
9 ส่งบุคลาดรเข้ารับอบรมความรู้เรื่องมาตรฐานห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ 2560 1 ครั้ง 1 พ.ย. 2561 - 30 พ.ย. 2561 5,450.00
10 ตรวจประเมินคุณภาพ ตามมาตรฐานเทคนิคการแพทย์ 2560 ก่อนการขอรับรองจากสภาเทคนิคการแพทย์ (ทีมประเมินจากเครือข่ายจังหวัดนครสวรรค์) 1 ครั้ง 1 พ.ค. 2562 - 31 ก.ค. 2562 3,400.00
11 รับการตรวจประเมิน เพื่อรับรองมาตรฐานเทคนิคการแพทย์ 2560 จากสภาเทคนิคการแพทย์แห่งประเทศไทย 1 ครั้ง/คน 1 ส.ค. 2562 - 30 ส.ค. 2562 21,900.00
12 แลกเปลี่ยนเรียนรู้การประเมืนวิศวกรรมความปลอดภัย โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ 1 ครั้ง/คน 25 ต.ค. 2561 - 26 ต.ค. 2561 10,200.00
13 ส่งบคลากรอบรมเชิงปฏิบัติการการพัฒนาคุณภาพมาตรฐาน HA 4 คน 1 มี.ค. 2562 - 31 พ.ค. 2562 11,900.00
รวมเป็นเงิน 176,800.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
176,800.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
2 ต.ค. 2561 - 30 ส.ค. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
ศูนย์อนามัยที่่3

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์, ผู้รับบริการ, ภาคีเครือข่าย, ผู้มีส่วนได้เสีย สื่อมวลชน และที่ปรึกษาภาคประชาชน

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
บุคลากร ศอ.3

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
14.1 นางนัดดา วิรัติสกุล ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 14.2 นางสุภาภรณ์ ไม้หอม ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 14.3 นางเสาวนีย์ บุญศรี ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพชำนาญการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางนัดดา วิรัติสกุล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางบุญชู มากบุญ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางศรินนา แสงอรุณ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์
ลำดับที่ : 20

1. ชื่อโครงการ :
โครงการพัฒนาผลงานวิชาการที่มีคุณภาพ ด้านการส่งเสริมสุขภาพ 5 กลุ่มวัยและอนามัยสิ่งแวดล้อม

2. ยุทธศาสตร์ :
4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
19) จำนวนงานวิจัย ผลงานวิชาการ และนวัตกรรมที่ถูกนำไปใช้ประโยชนย์

4. cluster :
กลุ่มข้อมูลและจัดการความรู้ และการเฝ้าระวัง (KISS )

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (62)19.3 การขับเคลื่อนพัฒนาการจัดการความรู้ วิจัย และนวัตกรรม
5.2 โครงการสำคัญ 19. โครงการพัฒนาระบบเฝ้าระวัง การจัดการความรู้ และนวัตกรรมด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 6) พัฒนาศักยภาพและบริการส่งเสริมสุขภาพประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสม

7. หลักการและเหตุผล :
“องค์กรแห่งการเรียนรู้” เป็นองค์กรที่มีการสร้างช่องทางให้เกิดการถ่ายทอดความรู้ซึ่งกันและ กันภายในระหว่างบุคลากร ควบคู่ไปกับการรับความรู้จากภายนอก เป้าประสงค์สำคัญ คือ เอื้อให้เกิดโอกาสในการหาแนวปฏิบัติที่ดีที่สุด (Best Practices) เพื่อนำไปสู่การพัฒนาและสร้างเป็นฐานความรู้ที่เข้มแข็ง (Core competence) ขององค์กร เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของการเป็นองค์กรที่เน้นการบริหารจัดการและเทคโนโลยีและทำงานโดยบุคลากรที่มีศักยภาพสูงมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และทักษะสูง ตามนโยบายไทยแลนด์ ๔.๐ จะพัฒนาเรื่องใด เพื่อให้เกิดผลจริงต้องมีการพัฒนาวิทยาการ ความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการวิจัยและพัฒนาต่อยอดในงานส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข มีบทบาทสำคัญในการเป็นผู้กำหนดนโยบาย (Policy marker) ด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมให้มีทิศทางการดำเนินงานที่เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ ดำเนินงานการส่งเสริมสุขภาพตลอดช่วงชีวิต Life Course Approach เนื่องจากสถานการณ์ต่างๆทั้งในและต่างประเทศมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้นการพัฒนาความเป็นวิชาการของบุคลากร การพัฒนาสมรรถนะบุคลากรให้มีความเข้มแข็ง ด้วยกระบวนการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ และเชื่อมโยง แสดงปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในการพยากรณ์ (Forecast) สนับสนุนหรือเป็นหน่วยงานหลักของเขตสุขภาพที่ 3 การทำงานที่ใช้ข้อมูลด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม เพื่อให้สอดคล้องกับบทบาทการนำและการเป็น policy advisor ที่ปรึกษาและเสนอนโยบายเขตสุขภาพ เพื่อให้สอดคล้องกับ การพัฒนา ผลิตผลงานวิชาการ นวัตกรรม รวมถึงงานพัฒนารูปแบบบริการด้านงานส่งเสริมสุขภาพทั้ง 5 กลุ่มวัยและอนามัยสิ่งแวดล้อมให้มีประสิทธิภาพ เป็นแหล่งอ้างอิงเชิงวิชาการและได้รับการพิจารณาเผยแพร่หรือรับรางวัลต่างๆ เช่น เวทีระดับเขตสุขภาพหรือระดับประเทศ ซึ่งจากการวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน 5 ปีย้อนหลัง (ปี 2557-2561) ผลการดำเนินศูนย์อนามัยที่ 3 สามารถผลิตผลงานเชิงปริมาณ (งานวิจัย/R2R/นวัตกรรม) คือ 7 เรื่อง, 8 เรื่อง, 9 เรื่อง, 2 เรื่อง และ 9 เรื่องตามลำดับ เมื่อพิจารณาในเชิงคุณภาพในเวทีวิชาการระดับประเทศยังไม่ได้รับการพิจารณาให้นำเสนอ เนื่องจากผลงานส่วนใหญ่เป็นการดำเนินงานเชิงสำรวจ และไม่มีผลงานวิจัยเชิงพัฒนาแนวทางหรือรูปแบบที่สอดคล้องระดับพื้นที่ ดังนั้นจึงเป็นโอกาสการพัฒนาแนวทางการดำเนินงานวิจัยเพื่อพัฒนารูปแบบมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาพื้นที่ รวมถึงรูปแบบบริการ ส่วนส่วนผลงาน KM ระดับงานหน่วยงานสามารถผลิตได้ จำนวน 41 เรื่อง, 38 เรื่อง, 34 เรื่อง, 29 เรื่อง และ 13 เรื่อง ตามลำดับ ซึ่งพบว่าบุคลากรขาดทักษะด้านการเขียนรายงานและการนำเสนอผลงานที่ดี ขาดความต่อเนื่องการต่อยอดผลงานสู่นวัตกรรม หรือ R2R อย่างเป็นรูปธรรมมีน้อย ดังนั้นการปรับกระบวนงานพัฒนาวิชาการด้วยการกำหนดให้ศูนย์วิจัย การจัดการความรู้และนวัตกรรม (R&D KM center) งานประจำต่อเนื่อง และการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้โดยร่วมมือกันจัดเวทีนำเสนอผลงานวิชาการ งานจัดการความรู้ นวัตกรรมและผลงานวิชาการด้านความฉลาดรอบรู้ด้านสุขภาพระหว่างศูนย์อนามัยที่ 1- 3 เพื่อให้เกิดเวทีนำเสนอผลงาน แลกเปลี่ยนความรู้ และนวัตกรรมระดับภาคเหนือ ต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
7.1 เพื่อพัฒนาความรู้ ความเข้าใจในการเลือกประเด็นผลิตผลงานการจัดการความรู้ นวัตกรรม และผลงานวิชาการ (R2R และวิจัย) 7.2 เพื่อจัดบรรยากาศการแลกเปลี่ยนเรียนรู้สู่การต่อยอดนวัตกรรม และผลงานวิชาการด้านความฉลาดรอบรู้ด้านสุขภาพระดับภาคเหนือ

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.จำนวนนวัตกรรม R2R และวิจัย ที่ถูกนำไปใช้ภายนอกหน่วยงานเชิงประจักษ์ อย่างน้อย 1 เรื่อง 1 เรื่อง
2.จำนวน R2R หรือวิจัย (กลุ่มภารกิจละ 1 เรื่อง และ รพ. 3 เรื่อง) 10 เรื่อง
3.จำนวนผลงานเสนอขอรับรางวัล TPSA 1 เรื่อง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : จำนวนผู้เข้ารับการอบรม เป็นไปตามเป้าหมาย 80 ร้อยละ
2.เชิงคุณภาพ : จำนวน R2R หรือวิจัยได้รับการตีพิมพ์ผ่านวารสาร 50 ร้อยละ
3.เชิงเวลา : การดำเนินกิจกรรมในโครงการเป็นไปตามแผนระยะเวลาที่กำหนด 85 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
9.1 จัดบริการ Innovation and research meeting ให้คำปรึกษาการทำงานวิจัย/R2R 1 ครั้ง/เดือน 9.2 จัดประชุมประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง "พัฒนาวิจัยเชิงคุณภาพ" สำหรับนักวิจัยหน้าใหม่ และบุคลากร จำนวน 3 ครั้ง 9.3 จัดกิจกรรมพี่เลี้ยง งานKM และงานวิจัย 9.4 จัดเวที LIKE Talk and Health Literacy research 3 ศูนย์อนามัยและ ภาคเหนือ 1 ครั้ง 9.5 จัดเวทีวิชาการ ร่วมกับศูนย์วิชาการและเขตสุขภาพที่ 3 9.6 ประชุมเชิงปฏิบัติการ การคิดนวัตกรรมส่งเสริมสุขภาพ 9.7 ประชุมเชิงปฏิบัติการ ยกระดับKM คุณภาพ 9.8 ประชุมเชิงปฏิบัติการ เขียนผลงาน จากการถอดบทเรียน

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมเชิงปฏิบัติการ การคิดโจทย์วิจัย High impact Health promotionและการเป็น coaching งานวิจัย 1 ครั้ง/คน 1 ต.ค. 2561 - 31 ต.ค. 2561 40,350.00
2 ประชุมเชิงปฏิบัติการ การคิดนวัตกรรมส่งเสริมสุขภาพ 1 ครั้ง/คน 31 ต.ค. 2561 - 2 พ.ย. 2561 52,120.00
3 ประชุมเชิงปฏิบัติการ ยกระดับKM คุณภาพ 1 ครั้ง/คน 3 ธ.ค. 2561 - 28 ธ.ค. 2561 8,950.00
4 ประชุมเชิงปฏิบัติการ เขียนผลงาน จากการถอดบทเรียน 1 ครั้ง/คน 1 พ.ย. 2561 - 30 พ.ย. 2561 10,630.00
5 ประชุมนำเสนอผลงาน LIKE Talk ภาคเหนือ 1 ครั้ง/คน 1 เม.ย. 2562 - 30 เม.ย. 2562 86,540.00
6 ประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่องวิจัยคุณภาพ ครั้งที่ 1 การเขียนโครงร่าง ครั้งที่ 2 การวิเคราะห์ข้อมูล ครั้งที่ 3 การเขียนผลการศึกษา 3 ครั้ง/คน 1 ต.ค. 2561 - 30 พ.ย. 2561 122,550.00
7 regular meeting ที่ปรึกษา ทุกพฤหัสที่ 4 (ทั้งวัน) 3 ครั้ง/คน 1 ม.ค. 2562 - 29 มี.ค. 2562 18,600.00
รวมเป็นเงิน 339,740.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
339,740.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2561 - 30 เม.ย. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
ศูนย์อนามัยที่ 3

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 3

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 1-3

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
16.1 น.ส.วันเพ็ญ สุทธิโกมินทร์ ตำแหน่ง นักโภชนาการชำนาญการ 16.2 น.ส.นันทินี อุทัยวรรณ์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 16.3 น.ส.กมลกาญจน์ คุ้มชู ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
น.ส.วันเพ็ญ สุทธิโกมินทร์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางบุญชู มากบุญ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางศรินนา แสงอรุณ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์
ลำดับที่ : 21

1. ชื่อโครงการ :
โครงการยกระดับการบริหารทรัพยากรบุคคลและพัฒนาคุณภาพชีวิตบุคลากรศูนย์อนามัยที่ 3

2. ยุทธศาสตร์ :
4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
21) คะแนนการประเมินระดับคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน ตามระบบ ITA โดย ปปท.

4. cluster :
กลุ่มยุทธศาสตร์กำลังคน (HR)

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (55)17.3 ยกระดับองค์กรสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูง (High Performance Organization : HPO)
5.2 โครงการสำคัญ 17. โครงการยกระดับคุณภาพชีวิต การบริหารและพัฒนาบุคลากร

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 8) ส่งเสริมการใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ

7. หลักการและเหตุผล :
ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 และมาตรการบริหารและพัฒนากำลังคนภาครัฐ พ.ศ. 2557 - 2561 เน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารและพัฒนากำลังคนอย่างเป็นระบบแบบองค์รวม มีเป้าประสงค์ในการพัฒนากำลังคนภาครัฐให้มีความพร้อมในการปฏิบัติงานท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource Development : HRD) ภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 ที่มีกรอบวิสัยทัศน์หลักในการวางแผนที่น้อมนำและประยุกต์ใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ยึดคนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาอย่างมีส่วนร่วม การพัฒนาที่ยึดหลักสมดุล ยั่งยืน และแนวทางการพัฒนาด้านการบริหารราชการแผ่นดินที่มีประสิทธิภาพ เน้นการพัฒนาบุคลากรภาครัฐให้มีความเป็นมืออาชีพและเพียงพอต่อการขับเคลื่อนภารกิจภาครัฐร่วมกับภาคเอกชนและภาคประชาสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป และประเด็นยุทธศาสตร์กรมอนามัย ในประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 3 ยกระดับศักยภาพงานทรัพยากรบุคคล มุ่งสู่ HR 4.0 ถือเป็นกลไกสำคัญในการนำองค์กรไปสู่ความสำเร็จ เนื่องจากบุคลากรจะเป็นผู้ผลักดันให้ภารกิจต่างๆขององค์กร สำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์ การพัฒนาบุคลากรจะช่วยเสริมให้บุคลากรมีความคิดสร้างสรรค์ (initiative) และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ และเป็นการนำศักยภาพของแต่ละบุคคลมาใช้ในการปฏิบัติราชการ เพื่อให้การปฏิบัติงานเกิดประโยชน์สูงสุด ดังนั้นองค์กรจำเป็นต้องมีการกำหนดกรอบแนวทางการพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ ความสามารถ มีสมรรถนะสอดคล้องตามเป้าหมายและยุทธศาสตร์ขององค์กร ตลอดจนมีคุณลักษณะที่ดีพึงประสงค์และมีทัศนคติที่ดีต่อองค์กร งานพัฒนาบุคลากร ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ จึงได้จัดทำแผนงานพัฒนาศักยภาพบุคลากรปีงบประมาณ 2562 ขึ้น ทั้งนี้โครงการได้ครอบคลุมถึงการพัฒนาบุคลากรของศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ ทุกระดับตำแหน่ง ทุกสายอาชีพ อาทิ บุคลากรโรงพยาบาล สายการแพทย์พยาบาล รวมถึงสายวิชาการต่างๆ เพื่อพัฒนาและเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ และสมรรถนะของบุคลากรให้ปฏิบัติงานอย่างมืออาชีพ พัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ ทักษะ และสมรรถนะเพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงและทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพ อันเป็นผลดีต่อการพัฒนาขององค์กรด้วย

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อพัฒนาสมรรถนะและศักยภาพบุคลากรบุคลากรให้มีความรู้ ทักษะ ตามตำแหน่งและตรงตามภารกิจและส่งเสริมความก้าวหน้าในสายงานอาชีพ 2. เพื่อปลูกฝังค่านิยมกระทรวงสาธารณสุข และวัฒนธรรมองค์กรกรมอนามัย (MOPH to HEALTH) ให้บุคลากรของศูนย์อนามัยที่ 3 3. เพื่อพัฒนากระบวนการมีส่วนร่วมของบุคลากรในการ เสริมสร้างคุณธรรม ความโปร่งใสในการ 4. เพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิต ความสุขและความผูกพันของคนในองค์กร

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ร้อยละบุคลากรกลุ่มเป้าหมาย เข้ารับการพัฒนาสมรรถนะตามแผนพัฒนารายบุคคล 90 ร้อยละ
2.แผนพัฒนาบุคลากรที่สอดคล้องกับสมรรถนะตามตำแหน่งและภารกิจ 1 รูปแบบ
3.ส่งบุคลากรเข้ารับการอบรมเพื่อเตรียมพร้อม สู่ตำแหน่งที่สูงขึ้น ได้ตามแผน (นบส.ส , ผบก./ผบต., NEGSOF , OSOF, นบอส. ) 90 ร้อยละ
4.ร้อยละบุคลากรกลุ่มเป้าหมาย เข้ารับการพัฒนาทักษะและสมรรถนะที่จำเป็น สำหรับการปฏิบัติงาน 90 ร้อยละ
5.ศูนย์อนามัยที่ 3 ได้สรุปแนวทางในการขับเคลื่อนปลูกฝังค่านิยมกระทรวงสาธารณสุข และวัฒนธรรมองค์กรกรมอนามัย นำสู่พฤติกรรมพึงประสงค์ของศูนย์อนามัยที่ 3 ประจำปี 2562 1 ฉบับ
6.ตัวแทนบุคลากรของหน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 3 ได้รับการพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับการขับเคลื่อนปลูกฝังค่านิยมกระทรวงสาธารณสุข และวัฒนธรรมองค์กรกรมอนามัยภายใต้บริบทศูนย์อนามัยที่ 3 1 หน่วยนับ
7.ร้อยละบุคลากรกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมประชุมเสริมสร้างมาตรฐานคุณธรรมความโปร่งใส 90 ร้อยละ
8.แผนส่งเสริมคุณธรรมความโปร่งใส ศอ.3 1 รูปแบบ
9.บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ มีความรอบรู้ด้านพฤติกรรมสุขภาพ 4 ด้านและมีความสุขในชีวิตเพิ่มขึ้น 80 ร้อยละ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : ตัวแทนบุคคลากรของหน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 3 ได้รับการพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับการขับเคลื่อนปลูกฝังค่านิยมกระทรวงสาธารณสุข และวัฒนธรรมองค์กรกรมอนามัยภายใต้บริบทศูนย์อนามัยที่ 3 70 คน
2.เชิงปริมาณ : บุคลากรได้รับการพัฒนาตามแผนที่สอดคล้องกับสมรรถนะตามตำแหน่ง 80 ร้อยละ
3.เชิงปริมาณ : ความพึงพอใจของบุคลากรต่อกิจกรรมการส่งเสริมคุณธรรมและความโปร่งใสในหน่วยงาน 80 ร้อยละ
4.เชิงปริมาณ : การประเมินตนเอง(การรับรู้ ITA) ตามมาตรฐานคุณธรรมความโปร่งใส 80 ร้อยละ
5.เชิงปริมาณ : ตัวแทนบุคคลากรของหน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 3 ได้รับปลูกฝังค่านิยมกระทรวงสาธารณสุข และวัฒนธรรมองค์กรกรมอนามัย นำสู่พฤติกรรมพึงประสงค์ของศูนย์อนามัยที่ 3 ประจำปี 2562 70 คน
6.เชิงปริมาณ : หน่วยงานมีแผนองค์กรรอบรู้สู่สุขภาพดี มีความสุข 34 หน่วยงาน
7.เชิงปริมาณ : การประเมินตนเอง (เฉพาะหลักฐานเชิงประจักษ์ EBIT) 80 ร้อยละ
8.เชิงคุณภาพ : คะแนนการประเมินระดับคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน (เฉพาะหลักฐานเชิงประจักษ์ EBIT) 90 ร้อยละ
9.เชิงคุณภาพ : - ร้อยละความพึงพอใจของผู้ร่วมประชุม 80 ร้อยละ
10.เชิงคุณภาพ : ร้อยละของหน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 3 ได้รับปลูกฝังค่านิยมกระทรวงสาธารณสุข และวัฒนธรรมองค์กรกรมอนามัย นำสู่พฤติกรรมพึงประสงค์ของศูนย์อนามัยที่ 3 ประจำปี 2562 100 ร้อยละ
11.เชิงคุณภาพ : ร้อยละของความพึงพอใจของบุคลากร ที่มีต่อระบบการพัฒนาบุคลากร 80 ร้อยละ
12.เชิงคุณภาพ : คะแนนการประเมินระดับคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานตามระบบITA 80 ร้อยละ
13.เชิงคุณภาพ : ร้อยละของหน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 3 ได้รับการพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับการขับเคลื่อนปลูกฝังค่านิยมกระทรวงสาธารณสุข และวัฒนธรรมองค์กรกรมอนามัยภายใต้บริบทศูนย์อนามัยที่ 3 100 ร้อยละ
14.เชิงคุณภาพ : สารสนเทศการวิเคราะห์การพัฒนาบุคลากรปี 2561 1 รายการ
15.เชิงเวลา : กิจกรรมโครงการดำเนินงานได้ตามแผน 90 ร้อยละ
16.เชิงเวลา : มีการดำเนินกิจกรรมตามเวลาที่กำหนด 90 ร้อยละ
17.เชิงเวลา : ดำเนินกิจกรรมได้ตามเวลาที่กำหนด 90 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1 การพัฒนาสมรรถนะและศักยภาพบุคลากร 1.1. จัดทำแผนพัฒนาบุคลากร 1.2 ดำเนินการพัฒนาบุคลากรตามแผน 1.3 ติดตาม ประเมินผล 1.4 วิเคราะห์และสรุปผล 2 การขับเคลื่อนสืบสานวัฒนธรรมที่ดีกรมอนามัย 2.1 ประชุมทีมคณะกรรมการสร้างเสริมวัฒนธรรมองค์กร เพื่อวางแผนและกำหนดรายละเอียดการจัดประชุม 2.2 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “เสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรนำสู่พฤติกรรมพึงประสงค์ ศูนย์อนามัยที 3 ประจำปี 2562” 2.3 สรุปและประเมินผลการดำเนินงาน 3 การส่งเสริมคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของ ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ 3.1 ศึกษา ทบทวน วิเคราะห์ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาและวางกรอบแนวทางเพื่อเตรียมจัดทำแผน 3.2 จัดทำแผนการส่งเสริมคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของศูนย์อนามัยที่ 3 ปี 2562 3.3 ประชุมเชิงปฏิบัติการ ด้านการเจรจาต่อรอง - จัดทำแผนพัฒนาระบบทีมเชิงรุกเพื่อลดข้อร้องเรียน - ดำเนินการตามแผน - สรุปประเมินผลการดำเนินงานทีมเชิงรุก 3.4 จัดประชุมเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรมในหน่วยงาน 3.5 จัดทำสื่อสร้างเสริมคุณธรรมความโปร่งใสในหน่วยงาน ผ่านทาง เสียงตามสาย,Desktop,บอร์ดประชาสัมพันธ์ 3.6 การติดตามผลการรับรู้มาตรฐานคุณธรรมความโปร่งใส 4 การเสริมสร้างคุณภาพชีวิต ความสุขและความผูกพันของคนในองค์กร 4.1 ประเมินตนเองตามเกณฑ์ Healthy Workplace Happy for Life 4.2 ประเมินบุคลากร/วิเคราะห์ผลรายบุคคลและภาพรวมขององค์กร - ประเมินความเครียดโดยแบบประเมินของกรมสุขภาพจิต (ST-5) - ประเมินความรอบรู้ด้านสุขภาพเรื่องพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของวัยทำงาน 4 ด้าน - สอบถามความต้องการของบุคลากรเรื่องกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพที่ต้องการ 4.3 สื่อสารให้หน่วยงาน จัดทำแผนองค์กรรอบรู้สู่สุขภาพดี มีความสุขด้วยกิจกรรม self health group โดยใช้ชุดความรู้ 10 ชุด ของกรมฯและใช้องค์ประกอบของ Happinometer 4.4 กิจกรรมสุขภาพกายดี( Happy Body) - ประชาสัมพันธ์และรับสมัครบุคลากรเข้าร่วมกิจกรรมในคลินิกปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ(ABC Health Fitness: HPC 3) - ติดตามประเมินน้ำหนักและรอบเอวทุกเดือน 4.5 กิจกรรมจิตวิญญาณดี( Happy Soul) 4.6 จัดกิจกรรมในวันสำคัญเพื่อเสริมสร้างความสามัคคีในองค์กร ได้แก่ วันเด็ก วันสงกรานต์ วันแม่ 4.7 กิจกรรมผ่อนคลายดี ( Happy Relax) -ประชาสัมพันธ์และรับสมัครบุคลากรเข้ารับบริการในคลินิกคลายเครียด 4.8 ติดตามประเมินผลการดำเนินงาน 1) ประเมินความสุขของบุคลากร โดยใช้ HAPPINOMETER 2) ประเมินโดยใช้แบบวัดความสมดุลในชีวิตและการทำงาน 3) ประเมินความเครียดโดยแบบประเมินของกรมสุขภาพจิต (ST-5) 4) ประเมินความรอบรู้ด้านสุขภาพเรื่องพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของวัยทำงาน 4 ด้าน(กิน กาย นอน ฟัน) 5) ทดสอบสมรรถภาพทางกายและวิเคราะห์องค์ประกอบของร่างกาย 6) ตรวจสุขภาพประจำปีและสุขภาพช่องปาก 7) ติดตามการสรุปประเมินแผนองค์กรรอบรู้สู่สุขภาพดี มีความสุข ของหน่วยงาน 4.9 คัดเลือกแผนองค์กรรอบรู้ฯของหน่วยงานนำเสนอเป็นโปสเตอร์ 4.10 คัดเลือกบุคคลต้นแบบและมอบรางวัล 4.11 ขอรับการประเมินตามเกณฑ์ Healthy Workplace Happy for Life จากหน่วยงานภายนอก 4.12 สรุปผลโครงการเป็นคลังความรู้

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดเวทีซักซ้อมแผนรับอุบัติภัยหมู่บนโต๊ะ 1 ครั้ง 1 เม.ย. 2562 - 30 เม.ย. 2562 2,200.00
2 พัฒนาศักยภาพการบุคลากรการจัดการเอกสารกับการเขียนหนังสือราชการของศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ 1 ครั้ง 3 ธ.ค. 2561 - 31 ธ.ค. 2561 30,700.00
3 การอบรมนักบริหารระดับสูงด้านสาธารณสุข(นบส.ส) Mini M.M. 1 ครั้ง/คน 1 เม.ย. 2562 - 30 เม.ย. 2562 37,400.00
4 การอบรมหลักสูตร ผบก./ผบต. 1 ครั้ง/คน 1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562 57,480.00
5 การอบรมผู้บริหารยุคใหม่ กรมนามัย (NEGSOF) 1 ครั้ง/คน 3 มิ.ย. 2562 - 31 ก.ค. 2562 10,000.00
6 โครงการเตรียมความพร้อมผู้นำการเปลี่ยนแปลงกรมอนามัย (OSOF) 1 ครั้ง/คน 1 ต.ค. 2561 - 30 เม.ย. 2562 23,800.00
7 อบรมโครงการผู้บริหารทางการพยาบาล 1 ครั้ง 1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562 50,000.00
8 โครงการอบรมหลักสูตรนักบริหารอนามัยสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมสุขภาพ (นบอส.) 1 ครั้ง/คน 3 มิ.ย. 2562 - 31 ก.ค. 2562 19,500.00
9 ประชุมเชิงปฏิบัติการ ด้านการเจรจาต่อรอง - จัดทีมเชิงรุก - ประชุมสรุปประเมินผลการ ดำเนินงานทีมเชิงรุก 1 ครั้ง/คน 1 ม.ค. 2562 - 31 ม.ค. 2562 30,700.00
10 วันเด็กแห่งชาติ 1 ครั้ง 4 ม.ค. 2562 - 8 ต.ค. 2561 25,000.00
11 วันสงกรานต์ 1 ครั้ง 1 เม.ย. 2562 - 19 เม.ย. 2562 25,000.00
12 วันแม่แห่งชาติ 1 ครั้ง 8 ส.ค. 2562 - 13 ส.ค. 2562 36,000.00
13 ขอรับการประเมินตามเกณฑ์ Healthy Workplace Happy for Life จากหน่วยงานภายนอก 1 ครั้ง 1 ก.ค. 2562 - 31 ก.ค. 2562 12,150.00
14 ประชุมเชิงปฏิบัติการฟื้นฟูความรู้และทักษะการช่วยฟื้นคืนชีพ 2 ครั้ง 4 มี.ค. 2562 - 5 มี.ค. 2562 6,100.00
15 จัดอบรมเรื่องกฎหมาย พ.ร.บ.3 ฉบับ 2 ครั้ง/คน 1 ม.ค. 2562 - 31 ม.ค. 2562 17,000.00
16 จัดประชุมเสริมสร้างคุณธรรมความโปร่งใส 3 ครั้ง/คน 1 ม.ค. 2562 - 29 มี.ค. 2562 8,400.00
17 จัดเวทีถ่ายทอดความรู้หลังการประชุม/อบรม/สัมมนา สู่เจ้าหน้าที่ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ 4 ครั้ง 1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562 11,200.00
18 จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานในแต่ละZone ตามแผนและจัดทำสื่อ Clip Video ในการเตรียมความพร้อมรับอุบัติภัยหมู 6 ครั้ง/คน 1 ต.ค. 2561 - 31 ธ.ค. 2561 3,500.00
19 คัดเลือกบุคคลต้นแบบและมอบรางวัล (มอบ28 ธ.ค 62) 6 ร้อยละ 1 ก.ค. 2562 - 31 ก.ค. 2562 20,000.00
20 ติดตามประเมินการซ้อมแผนใน แผนกต่างๆ (OPD , ผ่าตัด-วิสัญญี , ABC , แพทย์ทางเลือก , เด็กป่วย , ทันตกรรม , Day Care) 7 หน่วยงาน 1 เม.ย. 2562 - 28 มิ.ย. 2562 4,900.00
21 เผยแพร่แผนองค์กรรอบรู้ฯของหน่วยงาน 10 รายการ 1 ก.ค. 2562 - 31 ก.ค. 2562 6,000.00
22 พัฒนาเฉพาะทาง/สาขา - มาตรฐาน LAB - ผู้ตรวจติดตามภายใน เทคนิค การแพทย์ (Auditor) - Speech Therapy - หลักสูตรผู้นำออกกำลังกาย (เทรนเนอร์) - อบรมการตรวจพัฒนาการอย่างคัดกรอง Denver II - หลักสูตรการพยาบาลเฉพาะทางสาขาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ - หลักสูตรทันตสาธารณสุข - หลักสูตร HA - หลักสูตรการพยาบาลผู้สูงอายุ 12 ครั้ง 1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562 379,145.00
23 จัดซื้อป้ายบ่งชี้ทางหนีไฟ พื้นที่จำเป็นเพิ่มเติม 20 รายการ 3 ธ.ค. 2561 - 31 ธ.ค. 2561 2,000.00
24 ดำเนินการประชุมด้วยการให้ความรู้ ซ้อมแผนบนโต๊ะ และซ้อมวิธีการดับเพลิง 24 หน่วยงาน 19 ธ.ค. 2561 - 19 ธ.ค. 2561 6,000.00
25 อบรมบุคลากรศูนย์ฯ เพื่อพัฒนาสมรรถนะ เรื่อง Assessment/ Advocacy/ Systemic Thinking หลักสูตรพัฒนาศักยภาพผู้นำ (หัวหน้ากลุ่มงาน/ทีมนำ) 40 คน 12 พ.ย. 2561 - 16 พ.ย. 2561 156,600.00
26 ประชุมวิชาการแต่ละวิชาชีพ ที่สถาบัน การศึกษา/สมาคมวิชาชีพ / หน่วยงานอื่น จัดขึ้น 40 ครั้ง 1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562 350,000.00
27 อบรมบุคลากรศูนย์ฯ เพื่อพัฒนาสมรรถนะ เรื่อง Assessment/ Advocacy/ Systemic Thinking หลักสูตรพัฒนาศักยภาพบุคลากรแกนนำ(Gen x/y) 50 คน 12 พ.ย. 2561 - 16 พ.ย. 2561 172,300.00
28 ประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “เสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรนำสู่พฤติกรรมพึงประสงค์ ศูนย์อนามัยที่ 3 ประจำปี 2562” 70 คน 1 พ.ย. 2561 - 30 พ.ย. 2561 13,900.00
29 ติดตาม ประเมินผลการดำเนินงาน -ประเมินความสุขของบุคลากร โดยใช้ HAPPINOMETER -ประเมินโดยใช้แบบวัดความสมดุลในชีวิตและการทำงาน -ประเมินความเครียดโดยแบบประเมินของกรมสุขภาพจิต (ST-5) -ประเมินความรอบรู้ด้านสุขภาพเรื่องพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของวัยทำงาน 4 ด้าน(กิน กาย นอน ฟัน) -ทดสอบสมรรถภาพทางกายและวิเคราะห์องค์ประกอบของร่างกาย -ตรวจสุขภาพประจำปีและสุขภาพช่องปาก -ติดตามการสรุปประเมินแผนองค์กรรอบรู้สู่สุขภาพดี มีความสุข ของหน่วยงาน 80 ร้อยละ 1 พ.ค. 2562 - 28 มิ.ย. 2562 2,775.00
รวมเป็นเงิน 1,519,750.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
1,519,750.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์/ สถาบันการศึกษา / สถานที่ราชการอื่น/สถานที่เอกชน

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 3

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นางธนัฏฐา พานิชกิจ ตำแหน่ง เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน นางสาวพรทิพย์ โชคทวีพาณิชย์ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ นางสาวรัชนี ปวุตตานนท์ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ นางสาวภัทราพร ทองสังข์ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ นางสุวภัทร พวงสมบัติ ตำแหน่ง นักจัดการงานทั่วไปปฏิบัติการ นางสาวกาญจนา บุญเฮี้ยน ตำแหน่ง นักทรัพยากรบุคคล

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางธนัฏฐา พานิชกิจ เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสิรินันท ธิติทรัพย์ รองผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ ด้านสนับสนุน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางศรินนา แสงอรุณ ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์
ลำดับที่ : 22

1. ชื่อโครงการ :
โครงการขับเคลื่อนและบริหารจัดการหน่วยงานตาม แผนงานบูรณาการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศฯ

2. ยุทธศาสตร์ :
4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
20) การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

4. cluster :
กรมอนามัย

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (69)21.5 ขับเคลื่อนและบริหารจัดการหน่วยงาน
5.2 โครงการสำคัญ 21. โครงการพัฒนาและขับเคลื่อนกรมอนามัย 4.0 องค์กรคุณภาพคู่คุณธรรม

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ และการจัดการมลพิษและสิ่งแวดล้อม
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 12) เพิ่มศักยภาพการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน ของเสียอันตรายชุมชน และมูลฝอยติดเชื้อ

7. หลักการและเหตุผล :
การบริหารงบประมาณของศูนย์อนามัยที่ ๓ เป็นการบริหารจัดการภาครัฐโดยมีวัตถุประสงค์ของการดำเนินการ มีเป้าหมาย และตัวชี้วัดความสำเร็จที่ชัดเจน ซึ่งมีกรอบการดำเนินงานตามประเด็นยุทธศาสตร์ คือ ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล การบริหารการเงิน บัญชี พัสดุ เป็นกิจกรรมที่สำคัญประการหนึ่งในการบริหารจัดการ เป็นระบบการดำเนินงานที่ต้องอาศัยระเบียบ หลักเกณฑ์ และแนวปฏิบัติที่เคร่งครัด งานการเงินและบัญชี จึงต้องจัดทำโครงการ เพื่อดำเนินการตามแผนงาน โครงการ ให้บรรลุผล เกิดความประหยัด คุ้มค่า มีประสิทธิภาพเกิดประสิทธิผล และถูกต้องตามระเบียบ

8. วัตถุประสงค์ :
เพื่อให้การบริการ สนับสนุน ส่งเสริม และประสานงาน ภายในองค์กรให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมี ประสิทธิภาพ

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.องค์กร ศอ.3 มีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ 1 แห่ง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : ร้อยละของการเบิกจ่ายงบประมาณเป็นไปตาม มติ ครม. 666 ร้อยละ
2.เชิงคุณภาพ : ความสำเร็จของการเบิกจ่าย ถูกต้อง ตามระเบียบ 100 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1. จัดทำแผนการดำเนินงาน 2. ดำเนินการตามแผนการดำเนินงาน 3. ติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน 4. รายงานผลการดำเนินงาน

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ค่าสาธารณูปโภค/ ค่าวัสดุ/ ค่าใช้สอย ซ่อมต่างๆ เพื่อสนับการดำเนินงานด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม 100 ร้อยละ 1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562 221,000.00
รวมเป็นเงิน 221,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
221,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
ศอ.3

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
บุคลากร ศอ.3

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
บุคลากร ศอ.3

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นางกรรลิกา สุขสิงห์

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางธนัฏฐา พานิชกิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสิรินันท ธิติทรัพย์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางศรินนา แสงอรุณ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์
ลำดับที่ : 23

1. ชื่อโครงการ :
โครงการขับเคลื่อนการปฏิรูป นโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนปฏิบัติการศูนย์อนามัยที่ 3 ปีงบประมาณ 2562

2. ยุทธศาสตร์ :
4. ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
20) การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

4. cluster :
กรมอนามัย

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ (68)21.4 ขับเคลื่อนการปฏิรูป นโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนปฏิบัติการกรมอนามัย
5.2 โครงการสำคัญ 21. โครงการพัฒนาและขับเคลื่อนกรมอนามัย 4.0 องค์กรคุณภาพคู่คุณธรรม

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการ : 6) พัฒนาศักยภาพและบริการส่งเสริมสุขภาพประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสม

7. หลักการและเหตุผล :
แผนการปฏิรูปด้านสาธารณสุขเป็นประเด็นหนึ่ง ใน 11 แผนของการปฏิรูปประเทศโดยทุกหน่วยงานภายใต้กระทรวงสาธารณสุขต้องร่วมกันขับเคลื่อนแผนการปฏิรูปสู่การปฏิบัติเพื่อให้เกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม ประเด็นในการปฏิรูปมี 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1) ระบบบริหารจัดการด้านสุขภาพ 2)ระบบบริการสาธารณสุข 3) การคุ้มครองผู้บริโภคและผู้ให้บริการ 4 ) ความยั่งยืนเพียงพอด้านการเงินการคลังสุขภาพ กรมอนามัยภายใต้กระทรวงสาธารณสุข ดำเนินการปฏิรูปองค์กร โดยการปรับปรุงโครงสร้าง และปรับปรุงบทบาทให้สอดคล้องกับการปฏิรูปประเทศ ดำเนินการจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ตามกรอบยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580) แผนปฏิรูปประเทศ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับ 12 (พ.ศ. 2560–2564) มุ่งสู่วิสัยทัศน์ “กรมอนามัยเป็นองค์กรหลักของประเทศ ในการอภิบาลระบบส่งเสริมสุขภาพและระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อประชาชนสุขภาพดี” การขับเคลื่อนการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการ ให้ความสำคัญกับการดำเนินงานตามกรอบแผนงาน/โครงการ/กิจกรรมสำคัญ จำนวน 21 โครงการ 70 กิจกรรมสำคัญ เน้นความสอดรับของโครงการ/กิจกรรมสำคัญกรมอนามัย ในแผนปฏิบัติราชการเชื่อมโยงกับโครงการ/กิจกรรมของหน่วยงาน เพื่อให้เห็นภาพรวมในการดำเนินการที่ได้ผลผลิต ผลลัพธ์เป็นรูปธรรมที่ชัดเจน สามารถบรรลุเป้าหมายและผลลัพธ์ที่ต้องการ ด้วยกระบวนการกำกับติดตามและประเมินผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง และสื่อสารถ่ายทอดแผนการดำเนินงานตั้งแต่ระดับกรม ระดับหน่วยงาน และระดับบุคคล ให้เกิดการรับรู้เข้าใจทั่วทั้งองค์กร เชื่อมโยงการดำเนินงานตามบทบาทหน้าที่ตนเอง หน่วยงาน และยุทธศาสตร์ของกรมอย่างมีประสิทธิภาพ ศูนย์อนามัยที่ 3 ดำเนินงานเพื่อตอบสนองต่อเป้าหมายของกรมอนามัยและขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการให้มีความเชื่อมโยงสอดคล้องกันและยกระดับการพัฒนาให้เป็นระบบราชการ 4.0 ได้ทบทวนวิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อนของการขับเคลื่อนงานในปีที่ผ่านมา พบว่ายังมีจุดอ่อนเกี่ยวกับการรับรู้ ความเข้าใจในยุทธศาสตร์ ของบุคลากร และการจัดทำแผนปฏิบัติการยังขาดข้อมูลความต้องการของลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และขาดการมีส่วนร่วมในการทาแผนปฏิบัติการทั้งภายในภายนอกองค์กร ทั้งยังมีจุดอ่อนในการติดตามประเมินผลการดำเนินงาน จึงได้จัดทำโครงการฯ เพื่อเป็นการพัฒนางานให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น

8. วัตถุประสงค์ :
8.1 เพื่อพัฒนากระบวนการจัดทำและขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการของศูนย์อนามัยที่ 3 ให้มีประสิทธิภาพ 8.2 เพื่อพัฒนากระบวนการติดตามประเมินผลการดำเนินโครงการตามแผนปฏิบัติการของศูนย์อนามัยที่ 3

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.แผนปฏิบัติการปี 2562 1 ฉบับ
2.(ร่าง) แผนปฏิบัติการปี 2563 1 ฉบับ
3.บุคลากรได้รับการถ่ายทอด นโยบายและแผนปฏิบัติการสู่การประเมิน ผลการปฏิบัติราชการ ปีงบประมาณ 2562 (2 ครั้ง ๆละ 150 คน) 150 คน
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : ร้อยละของการรับรู้ นโยบาย ยุทธศาสตร์ กลยุทธ์ของบุคลากรศอ.3 80 ร้อยละ
2.เชิงปริมาณ : สรุปรายงานผลการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ ศอ.3 (รายงานประจำปี ) 40 เล่ม
3.เชิงคุณภาพ : ผลการดำเนินงานของศูนย์อนามัยที่่3 เป็นไปตามเป้าหมายของกรมอนามัย 96 ร้อยละ
4.เชิงเวลา : การบริหารงบประมาณโครงการเป็นไปตามเป้าหมาย 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
10.1 ประชุมราชการบูรณาการแผนปฏิบัติการปี 2562 กับศูนย์วิชาการในเขตสุขภาพที่ 3 10.2 ประชุมเชิงปฏิบัติการถ่ายทอด นโยบายและแผนปฏิบัติการสู่การประเมิน ผลการปฏิบัติราชการ ปีงบประมาณ 2562 10.3 ประชุมจัดทำแผนปฏิบัติการปีงบประมาณ 2563 อย่างมีส่วนร่วม 10.4 พัฒนาระบบการติดตามประเมินผลโครงการ - สรุปผลการดำเนินงานปี 2561 (รายงานประจำปี ) - จัดทำระบบ Coaching การลงรายงานผลการดำเนินงานโครงการผ่านระบบ DOC - ประชุมติดตามผลการดำเนินงาน (ไตรมาสละ 1 ครั้ง) 10.5 เข้าร่วมประชุมการใช้เครื่องมือการประเมินผลการดำเนินงานด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม HAPPEN Scoring

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมราชการบูรณาการแผนปฏิบัติการปี 2562 กับศูนย์วิชาการในเขตสุขภาพที่ 3 ( 2 ครั้ง) 1 ครั้ง/คน 8 ต.ค. 2561 - 31 ต.ค. 2561 10,200.00
2 ประชุมการใช้เครื่องมือการประเมินผลการดำเนินงานด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม HAPPEN Scoring 1 ครั้ง/คน 25 ต.ค. 2561 - 26 ต.ค. 2561 62,620.00
3 ประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำแผนปีงบประมาณ 2563 1 ครั้ง/คน 3 มิ.ย. 2562 - 28 มิ.ย. 2562 120,000.00
4 ประชุมเชิงปฏิบัติการถ่ายทอด นโยบายและแผนปฏิบัติการสู่การประเมิน ผลการปฏิบัติราชการ ปีงบประมาณ 2562 (2 ครั้ง)