หน่วยงาน สำนักทันตสาธารณสุข
ลำดับที่ : 1

1. ชื่อโครงการ :
โครงการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในช่องปากกลุ่มหญิงตั้งครรภ์และเด็กปฐมวัย

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
5) ร้อยละของเด็กอายุ 3 ปี ปราศจากฟันผุ (caries free)
7) ร้อยละของเด็กอายุ 12 ปี ปราศจากฟันผุ (caries free)

4. cluster :
สตรีและเด็กปฐมวัย

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 10 ) 2.2 ขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริมการเกิดอย่างมีคุณภาพ
5.2 โครงการสำคัญ โครงการส่งเสริมการเกิดอย่างมีคุณภาพ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
การพัฒนาคนให้มีศักยภาพนั้น จำเป็นต้องเริ่มตั้งแต่ปฏิสนธิในครรภ์มารดา และในช่วงปฐมวัย ซึ่งเป็นช่วงอายุที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างเสริมสุขภาพและพัฒนาการ เนื่องจากเป็นช่วงวัยที่มีพัฒนาการด้านสมองและการเรียนรู้เป็นไปอย่างรวดเร็ว หากเด็กได้รับการเลี้ยงดูที่ดี และมีการสร้างเสริมสุขนิสัยที่ถูกต้อง โดยพ่อ แม่ ผู้ปกครองและ ครูผู้ดูแลเด็กแล้ว จะส่งผลให้เด็กมีสุขภาพที่ดีและมีพัฒนาการที่สมวัย โรคฟันผุเป็นปัญหาด้านสุขภาพสำคัญที่พบในเด็กวัยนี้ จากการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากแห่งชาติ ครั้งที่ ๘ ประเทศไทย พบว่าเด็กอายุ ๓ ปีมีปัญหาโรคฟันผุร้อยละ ๕๒.๙ และเมื่อเด็กอายุ ๕ ปี เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ๗๕.๖ นอกจากนี้ยังพบประมาณร้อยละ ๔o มีคราบจุลินทรีย์อยู่ในระดับเสี่ยงต่อการเกิดโรคฟันผุในทั้ง ๒ กลุ่ม และพบฟันผุ ระยะเริ่มต้นในเด็กอายุ 3 ปี และ 5 ปี ร้อยละ ๓๑.๑ และร้อยละ ๓๑.๓ ตามลำดับ อีกทั้งพบว่าเด็กอายุ 5 ปี ร้อยละ ๑๘.๖ มีฟันกรามถาวรซี่ที่หนึ่งขึ้นในช่องปากแล้ว ดังนั้น การให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพช่องปากตั้งแต่ช่วงปฐมวัยจึงมีความสำคัญ และลดโอกาสเกิดฟันถาวรผุได้ การส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคฟันผุในเด็กปฐมวัย ควรให้ความรู้แก่บิดา มารดา ผู้ปกครอง และผู้เลี้ยงดูเด็ก ตั้งแต่ที่เริ่มตั้งครรภ์เพื่อให้หญิงตั้งครรภ์ ได้รับบริการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในช่องปากที่เหมาะสมตามชุดสิทธิประโยชน์ในคลินิกฝากครรภ์คุณภาพ (ANC) ได้ และเข้าใจถึงปัญหาสาเหตุของโรคตลอดจนถึงการป้องกันและเห็นความสำคัญของการสร้างเสริมสุขภาพจนเมื่อคลอด เนื่องจากมีการศึกษาทั้งในและต่างประเทศที่สนับสนุนว่า การเป็นโรคปริทันต์ขณะตั้งครรภ์มีความสัมพันธ์ต่อการคลอดก่อนกำหนด เด็กมีน้ำหนักแรกเกิดน้อยและมารดาที่มีฟันผุในปากสามารถถ่ายทอดเชื้อฟันผุไปสู่ลูกโดยทางน้ำลายได้ ดังนั้นหญิงตั้งครรภ์ทุกคนควรได้รับการคัดกรองความเสี่ยง ตรวจสุขภาพช่องปาก และบริการทันตกรรมที่เหมาะสมขณะตั้งครรภ์ จนถึงคลอด และส่งเสริมให้มารดาได้รับความรู้ผ่านการรับบริการคลินิกสุขภาพเด็กดี (WCC) หรือเข้าถึงสื่อต่างๆ เพื่อเกิดความความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปากและส่งต่อไปยังลูก รวมทั้งการส่งเสริมให้สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย เป็นแหล่งที่สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีเพื่อส่งเสริมสุขภาพช่องปากของเด็กปฐมวัยที่เหมาะสม เพื่อให้เด็กปฐมวัยมีสุขภาพช่องปากที่ดีไม่มีฟันผุ หรือได้บริการส่งเสริมสุขภาพช่องปาก หรือการส่งเพื่อรักษาตามความจำเป็นต่อไป สำนักทันตสาธารณสุข จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในช่องปากในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์และเด็กปฐมวัยขึ้น เพื่อให้หญิงตั้งครรภ์และเด็กปฐมวัยมีสุขภาพช่องปากที่ดี เข้าถึงบริการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในช่องปากที่เหมาะสม รับรู้ชุดสิทธิประโยชน์ของตนเอง เข้าถึงสื่อเพื่อเพิ่มความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปาก โดยพัฒนาองค์ความรู้ นวัตกรรม และสื่อสารประชาสัมพันธ์การดูแลสุขภาพช่องปากหญิงตั้งครรภ์และเด็กปฐมวัยร่วมกับภาคีเครือข่ายและสนับสนุนให้กลุ่มเป้าหมายได้รับบริการส่งเสริมสุขภาพช่องปากอย่างครอบคลุมและมีคุณภาพ

8. วัตถุประสงค์ :
1 เพื่อพัฒนาการเข้าถึงบริการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในช่องปากกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ 2 เพื่อให้เด็กปฐมวัย 0 - 5 ปี ได้รับบริการด้านการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในช่องปากที่ เหมาะสม 3 เพื่อจัดทำสื่อ และหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในช่องปากกลุ่มหญิงตั้งครรภ์และเด็กปฐมวัย 4 เพื่อพัฒนาสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยต้นแบบด้านสุขภาพช่องปากในระดับเขตสุขภาพ

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.หญิงตั้งครรภ์ได้รับการบริการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในช่องปาก 70 ร้อยละ
2.เด็กอายุ 3 ปี ปราศจากฟันผุ (caries free) 75 ร้อยละ
3.สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยต้นแบบด้านสุขภาพช่องปากระดับเขตสุขภาพ เขตสุขภาพ 13 แห่ง
4.หญิงตั้งครรภ์ได้รับการตรวจและขัดทำความสะอาดฟัน 40 ร้อยละ
5.เด็กอายุ 3 ปี ได้รับปริการตรวจสุขภาพช่องปาก 50 ร้อยละ
6.เด็กอายุ 0 - 2 ปี ได้รับการตรวจสุขภาพช่องปาก 55 ร้อยละ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : แนวทางการพัฒนาการเพิ่มการเข้าถึงบริการส่งเสริมสุขภาพและป้องกัน โรคในช่องปากกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ 1 รูปแบบ
2.เชิงปริมาณ : แนวทางการคัดกรองและเฝ้าระวังโรคฟันผุในเด็กปฐมวัย 1 รูปแบบ

10. วิธีการดำเนินงาน :
๑ การพัฒนา ผลักดันนโยบาย ส่งเสริมสุขภาพช่องปากและกำกับ ติดตาม ประเมินผล ๑.๑ จัดประชุมเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานผ่าน คณะกรรมการขับเคลื่อน การปฏิรูประบบบริหารและวิธีการทำงานกรมอนามัยกลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัย ๒ การพัฒนาระบบส่งเสริม ป้องกัน และการบริการสุขภาพช่องปาก ๒.๑ จัดประชุมพัฒนาแนวทางการคัดกรองและเฝ้าระวังโรคฟันผุในเด็กปฐมวัยเพื่อสำหรับใช้ใน e-learning ๒.๒ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาเครือข่ายสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยต้นแบบด้านสุขภาพช่องปากระดับเขต ๒.๓ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ พัฒนาการเข้าถึงบริการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในช่องปากหญิงตั้งครรภ์ ๒.๔ จัดประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนการดำเนินงานสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในช่องปากในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ๒.๕ ติดตามการดำเนินงานสร้างเสริมสุขภาพช่องปาก fee schedule กลุ่มหญิงตั้งครรภ์และเด็กปฐมวัย ๒.๖ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการถอดบทเรียนการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพช่องปากหญิงตั้งครรภ์ และสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยต้นแบบ ๓ การเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปาก ๓.๑ พัฒนาสื่อส่งเสริมสุขภาพช่องปากหญิงตั้งครรภ์สำหรับใช้ใน digital platform ๓.๒ จัดทำ e-learning สำหรับบุคลากรและผู้ปกครองในการคัดกรองและเฝ้าระวังโรคฟันผุในเด็กปฐมวัย ๓.๓ ผลิตสื่อส่งเสริมสุขภาพช่องปากรูปแบบ Home Based Digital Learning สำหรับเด็กปฐมวัย

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 2.1 ประชุมพัฒนาแนวทางการคัดกรองและเฝ้าระวังโรคฟันผุในเด็กปฐมวัย 1 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 30 พ.ย. 2564 2,850.00
2 2.2 ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาเครือข่ายสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ต้นแบบด้านสุขภาพช่องปากระดับเขต 1 ครั้ง 1 ก.พ. 2565 - 28 ก.พ. 2565 6,450.00
3 2.3 ประชุมเชิงปฏิบัติการ พัฒนาการเข้าถึงบริการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในช่องปากหญิงตั้งครรภ์ 1 ครั้ง 1 เม.ย. 2565 - 30 เม.ย. 2565 6,450.00
4 2.4 ประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนการดำเนินงานสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในช่องปากในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย 1 ครั้ง 1 พ.ค. 2565 - 31 พ.ค. 2565 2,850.00
5 2.5 ประชุมติดตามการดำเนินงานสร้างเสริมสุขภาพช่องปาก fee schedule กลุ่มหญิงตั้งครรภ์และเด็กปฐมวัย 1 ครั้ง 1 มิ.ย. 2565 - 30 มิ.ย. 2565 2,850.00
6 2.6 ประชุมเชิงปฏิบัติการถอดบทเรียนการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพช่องปากหญิงตั้งครรภ์ และสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยต้นแบบ 1 ครั้ง 1 ก.ค. 2565 - 31 ก.ค. 2565 200,000.00
7 3.1 จัดจ้างพัฒนาสื่อส่งเสริมสุขภาพช่องปากหญิงตั้งครรภ์สำหรับใช้ใน digital platform 1 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 100,000.00
8 3.2 จัดทำ e-learning สำหรับทันตบุคลากรและบุคลากรสาธารณสุขในการคัดกรองและเฝ้าระวังโรคฟันผุในเด็กปฐมวัย 1 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 250,000.00
9 3.3 ผลิตสื่อส่งเสริมสุขภาพช่องปากรูปแบบ Home Based Digital Learning สำหรับเด็กปฐมวัย 1 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 298,950.00
10 1.1 ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูประบบบริหาร และวิธีการทำงานกรมอนามัยกลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัย 2 ครั้ง 1 มี.ค. 2565 - 31 ก.ค. 2565 1,750.00
รวมเป็นเงิน 872,150.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
872,150.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 พ.ย. 2564 - 31 ก.ค. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
ศูนย์อนามัยที่ 1 - 12 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด โรงพยาบาลศูนย์/ทั่วไป โรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
๑ ทันตบุคลากร บุคลากรสาธารณสุข และผู้เกี่ยวข้องทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ๒ ครู/ผู้ดูแลเด็ก

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
หญิงตั้งครรภ์ เด็กปฐมวัย ครู/ผู้ดูแลเด็ก และผู้ปกครอง

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
๑ นางสาวนพวรรณ โพชนุกูล ตำแหน่ง ทันตแพทย์เชี่ยวชาญ ๒ นายณัฐพงค์ กันทะวงค์ ตำแหน่ง ทันตแพทย์ชำนาญการ ๓ นางสาวเขมณัฏฐ์ เชื้อชัยทัศน์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ ๔ นางสาวปาจรียภัทร นาควารี ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ ๕ นางสาววรรอร กิติเดชวรชัย ตำแหน่ง เจ้าพนักงานทันตสาธารณสุขปฏิบัติงาน

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางกรกมล นิยมศิลป์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสาววรางคนา เวชวิธี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายสราวุฒิ บุญสุข

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สำนักทันตสาธารณสุข
ลำดับที่ : 2

1. ชื่อโครงการ :
โครงการสร้างเสริมสุขภาพช่องปากเด็กวัยเรียนวัยรุ่น ปี 2565

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
7) ร้อยละของเด็กอายุ 12 ปี ปราศจากฟันผุ (caries free)

4. cluster :
วัยเรียนและวัยรุ่น

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 21 ) 6.1 เสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพเด็ก วัยเรียนวัยรุ่นตามแนววิถีชีวิตใหม่ (New normal)
5.2 โครงการสำคัญ โครงการโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพแนวใหม่ (New HPS Plus HL)

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
เด็กวัยเรียนเป็นช่วงระยะเวลาที่สำคัญในการปลูกฝังความเป็นคนดี มีวินัย และมีความรู้ความสามารถ สุขภาพจึงเป็นปัจจัยพื้นฐานในการพัฒนาเด็ก แนวทางการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ ตามกฎบัตรออตตาวา (Ottawa charter) ครอบคลุมมิติด้านการสร้างนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ การสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการมีสุขภาพดี การเสริมสร้างกิจกรรมชุมชนให้เข้มแข็ง การพัฒนาทักษะส่วนบุคคล และการปรับเปลี่ยนระบบบริการสุขภาพ จากรายงานเฝ้าระวังทันตสุขภาพและปัจจัยเสี่ยงกลุ่มเด็กวัยเรียน โดยสำนักทันตสาธารณสุข ปี 2563 พบว่าเด็กวัยเรียนอายุ 12 ปี ปราศจากโรคฟันผุ (Caries free) ร้อยละ 61.4 เด็กฟันดีไม่มีฟันผุ (Cavity free) ร้อยละ 76.2 เด็กมีสภาวะเหงือกอักเสบ ร้อยละ 20.8 สาเหตุสำคัญเกิดจากการมีพฤติกรรมดูแลสุขภาพช่องปากที่ไม่เหมาะสม และมีพฤติกรรมบริโภคอาหารที่เสี่ยงต่อฟันผุ โดยจากรายงานดังกล่าวพบว่า เด็กแปรงฟันคุณภาพ (แปรงฟัน 222) ร้อยละ 31.8 กินขนม/เครื่องดื่ม/ลูกอมระหว่างมื้อ มากกว่า 2 ครั้ง/วัน ร้อยละ 25.7 ดื่มน้ำหวาน และน้ำอัดลม 4-7 วัน/สัปดาห์ ร้อยละ 32.1 และ ร้อยละ 54.8 ตามลำดับ ซึ่งจะเห็นได้ว่าปัญหาสุขภาพช่องปากและการมีพฤติกรรมสุขภาพช่องปากที่พึงประสงค์ ยังคงเป็นปัญหาสุขภาพและความท้าทายที่สำคัญในการดูแลสุขภาพกลุ่มเด็กวัยเรียน จากการวิเคราะห์ส่วนขาด (Gap) ของการดำเนินงานสร้างเสริมสุขภาพช่องปากเด็กวัยเรียนวัยรุ่น พบว่า เด็กวัยเรียนยังมีพฤติกรรมสุขภาพช่องปากที่พึงประสงค์น้อย โดยเด็กวัยเรียนแปรงฟันคุณภาพ 222 (แปรงฟัน 2 ครั้ง เช้าและก่อนนอน แปรงนานครั้งละ 2 นาที และไม่ทานอะไรหลังแปรงฟัน 2 ชั่วโมง) ร้อยละ 31.8 อีกทั้งเด็กยังแปรงฟันหลังอาหารกลางวันทุกวันลดลง และมีพฤติกรรมกินอาหารว่างระหว่างมื้อ ที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคฟันผุ มากกว่า 2 ครั้ง/วัน จากรายงานผลการศึกษาจากโครงการประเมินผลโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพช่องปากและป้องกันโรคในโรงเรียน ในเด็กวัยเรียน ชั้น ป.5 และ ป.6 ยังพบว่าเด็กวัยเรียน มีความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปากระดับพื้นฐาน (Basic or Functional Health Literacy) ที่เพียงพอ แต่ยังไม่เพียงพอในการทำให้เกิดพฤติกรรมสุขภาพช่องปากที่พึงประสงค์ ซึ่งการมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์และการสื่อสารความรอบรู้ถึงตัวกลุ่มเป้าหมาย เด็ก ครู และผู้ปกครอง ยังเป็นสิ่งที่ท้าทาย ภายใต้สถานการณ์dkการระบาดของโรคโควิด- 19 การส่งเสริมสนับสนุนให้โรงเรียนและชุมชนจัดการสิ่งแวดล้อมไม่ให้มีอาหารที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคฟันผุ และการเชื่อมโยงไปถึงการจัดสิ่งแวดล้อมที่บ้านให้เอื้อต่อการมีสุขภาพช่องปากที่ดีของเด็ก รวมถึง การปรับเปลี่ยนระบบบริการการส่งเสริมป้องกันสุขภาพช่องปาก เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายยังคงได้รับบริการ ส่งเสริมป้องกันด้านสุขภาพช่องปากตามสิทธิประโยชน์ขั้นพื้นฐานและความจำเป็น ยังเป็นความท้าทายที่สำคัญ การพัฒนาการสร้างเสริมสุขภาพช่องปากเด็กวัยเรียนวัยรุ่น ต้องอาศัยการบูรณาการการทำงาน ในทุกภาคส่วน และขยายผลกิจกรรมที่มีประสิทธิผล โครงการนี้มุ่งหวังในการสร้างเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปากเด็กวัยเรียนวัยรุ่น ให้เด็กวัยเรียนวัยรุ่นมีพฤติกรรมสุขภาพช่องปากที่พึงประสงค์ พัฒนาระบบอนามัยโรงเรียน และสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพช่องปากที่ดี ผ่านการทำงานเครือข่ายโรงเรียน ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเครือข่าย และสร้างความเข้มแข็งของระบบกำกับ ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพช่องปาก และ เพิ่มการเข้าถึงบริการสุขภาพช่องปากตามชุดสิทธิประโยชน์และความจำเป็นของกลุ่มเป้าหมาย อันจะส่งผลให้เด็กวัยเรียนวัยรุ่น มีความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปากที่ดี มีพฤติกรรมสุขภาพ ช่องปากที่พึงประสงค์ เข้าถึงบริการสุขภาพช่องปาก ส่งผลให้มีสภาวะสุขภาพช่องปากที่ดี และสุขภาพองค์รวม ที่ดีต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
1 เพื่อสร้างเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปากเด็กวัยเรียนวัยรุ่น 2 เพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการสุขภาพช่องปากตามชุดสิทธิประโยชน์ในเด็กวัยเรียนวัยรุ่น 3 เพื่อพัฒนาระบบอนามัยโรงเรียน และสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพช่องปากที่ดีในเด็กวัยเรียนวัยรุ่นต่อการมีสุขภาพช่องปากที่ดี

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เด็กอายุ 12 ปี ปราศจากฟันผุ (caries free) 71 ร้อยละ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : จังหวัดเข้าร่วมพัฒนาระบบงานอนามัยโรงเรียนและสิ่งแวดล้อม ที่เอื้อต่อการมีสุขภาพช่องปากที่ดี 12 จังหวัด
2.เชิงปริมาณ : โรงเรียนเข้าร่วมเพื่อพัฒนาเป็นเครือข่ายโรงเรียนเด็กไทยฟันดี ศูนย์อนามัยละ 1 เครือข่าย (อย่างน้อย 5 โรงเรียน) 12 แห่ง
3.เชิงปริมาณ : ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ (Active learning) เพื่อสร้างความรอบรู้และพฤติกรรมสุขภาพช่องปากที่พึงประสงค์ในเด็กวัยเรียน 1 ชุด
4.เชิงคุณภาพ : ข้อเสนอชุดกิจกรรมการเรียนรู้ (Active learning) เพื่อสร้างความรอบรู้และพฤติกรรมสุขภาพช่องปากที่พึงประสงค์ใน เด็กวัยเรียนที่ส่งผลต่อความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปากและพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ในเด็กวัยเรียน 1 ชุด

10. วิธีการดำเนินงาน :
1 จัดทำและขออนุมัติโครงการ แต่งตั้งคณะทำงาน 2 ประชุมคณะทำงานเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลด้านสุขภาพช่องปากของเด็กวัยเรียนวัยรุ่น ปีงบประมาณ 2564 และวางแผนการดำเนินงานปี 2565 3 พัฒนาเครื่องมือและสื่อสร้างการเรียนรู้ (Active learning) ผ่าน Digital Platform ในการเพิ่ม ความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปากในเด็กวัยเรียน 4 ร่วมกับพื้นที่เป้าหมายในการพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ (Active learning) เพื่อส่งเสริมสุขภาพช่องปากและป้องกันโรคในโรงเรียน ที่ส่งผลความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปากและพฤติกรรมสุขภาพที่ พึงประสงค์ในเด็กวัยเรียน 5 พัฒนาแนวทางการดำเนินงานเครือข่ายโรงเรียนเด็กไทยฟันดี 6 รณรงค์สื่อสารความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปากร่วมกับหน่วยงานอื่นๆในวันสำคัญต่างๆ 7 ประกวดคลิปวีดีโอส่งเสริมการดูแลสุขภาพช่องปากในโรงเรียนมัธยมศึกษาและโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน 8 สร้างกระแสการแปรงฟันคุณภาพ รวมทั้งพัฒนาช่องทางการเพิ่มการเข้าถึงข้อมูลสุขภาพช่องปาก ของกลุ่มเป้าหมาย 9 ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานของพื้นที่ 10 สรุปผลการดำเนินงาน

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 1.2 จ้างผลิตชุดกิจกรรมการเรียนรู้ (Active Learning) เพื่อสร้างเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปากในเด็กวัยเรียน 1 ครั้ง 1 ก.พ. 2565 - 28 ก.พ. 2565 200,000.00
2 2.1 จ้างทำสื่อส่งเสริมความรอบรู้ด้าน สุขภาพช่องปากและสิทธิประโยชน์ทางทันตกรรม สำหรับเด็กวัยเรียนวัยรุ่น 1 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 350,000.00
3 2.2 จ้างทำโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์กิจกรรมประกวดคลิปวีดีโอส่งเสริมการดูแลสุขภาพช่องปาก 1 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 20,000.00
4 2.3 ประชุมคณะกรรมการคัดเลือกผลงานประกวดคลิปวีดีโอส่งเสริมการดูแลสุขภาพช่องปาก 1 ครั้ง 1 พ.ค. 2565 - 31 พ.ค. 2565 3,400.00
5 2.4 จัดงานประกวดและมอบรางวัล แก่โรงเรียนที่ เข้าร่วมการประกวดคลิปวีดีโอส่งเสริมการดูแลสุขภาพช่องปาก 1 ครั้ง 1 มิ.ย. 2565 - 31 ก.ค. 2565 160,000.00
6 2.5 จัดกิจกรรมรณรงค์ส่งเสริมสุขภาพ ช่องปาก และความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปากในเด็กวัยเรียนวัยรุ่น ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น วันเด็กแห่งชาติ กิจกรรมฟันสะอาดเหงือกแข็งแรง สังคมไทยไร้ฟันผุ เป็นต้น 1 ครั้ง 1 ม.ค. 2565 - 31 พ.ค. 2565 39,000.00
7 3.2 ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในช่องปากเด็กวัยเรียน 1 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 170,000.00
8 3.3 ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพผู้รับผิดชอบงานส่งเสริมสุขภาพช่องปากในโรงเรียนตำรวจตระวนชายแดน 1 ครั้ง 1 มี.ค. 2565 - 30 เม.ย. 2565 10,000.00
9 3.4 ประชุมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินการเครือข่ายโรงเรียนเด็กไทยฟันดี 1 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 150,000.00
10 3.5 พัฒนาแนวทาง เฝ้าระวังสุขภาพช่องปากเด็กวัยเรียนโดยผู้ปกครองและครู ผ่าน digital platform 1 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 พ.ค. 2565 150,000.00
11 3.6 ประชุมเชิงปฏิบัติการชี้แจงแนวทางการเฝ้าระวังสุขภาพช่องปากเด็กวัยเรียน โดยครู ในพื้นที่นำร่อง 1 ครั้ง 1 มิ.ย. 2565 - 30 มิ.ย. 2565 200,000.00
12 3.7 พัฒนารูปแบบการเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านชุดกิจกรรมการเรียนรู้ (Active Learning) และช่องทางการประเมินเครือข่ายโรงเรียนเด็กไทยฟันดีรูปแบบออนไลน์ 1 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 เม.ย. 2565 300,000.00
13 3.8 ประชุมคณะทำงานดำเนินงานและติดตามมาตรการ ที่มิใช่ภาษีเพื่อการบริโภคน้ำตาลที่เหมาะสมสำหรับคนไทย 1 ครั้ง 1 ก.พ. 2565 - 31 ส.ค. 2565 7,600.00
14 3.10 พัฒนาข้อเสนอการดำเนินโครงการ นมฟลูออไรด์ป้องกัน ฟันผุในประเทศไทย 1 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 0.00
15 4.1 ประชุมพัฒนาการดำเนินงาน การเข้าถึงบริการส่งเสริมสุขภาพ ช่องปากเด็กวัยเรียน 4- 12 ปี ผ่าน video conference 1 ครั้ง 1 ม.ค. 2565 - 31 ม.ค. 2565 2,850.00
16 1.1 ประชุมพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้(Active Learning) เพื่อสร้างเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปาก ในเด็กวัยเรียน 2 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 31 ส.ค. 2565 8,700.00
17 3.1 ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูประบบบริหารและวิธีการทำงานกลุ่มเด็กวัยเรียนวัยรุ่น 2 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 31 ก.ค. 2565 6,200.00
18 3.9 ติดตามการดำเนินงานส่งเสริมทันตสุขภาพเด็กวัยเรียนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 2 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 31 ส.ค. 2565 22,250.00
รวมเป็นเงิน 1,800,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
1,800,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
โรงเรียนประถมศึกษา โรงเรียนมัธยมศึกษา ทั่วประเทศ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และศูนย์อนามัยที่ 1-12

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
ทันตบุคลากร เจ้าหน้าที่สาธารณสุข บุคลากรทางการศึกษาและผู้เกี่ยวข้องทั้งจากส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
บุคลากรทางการศึกษา บุคลากรด้านสาธารณสุข และผู้เกี่ยวข้องทั้งจากส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1 นางสาวจิราพร ขีดดี ทันตแพทย์เชี่ยวชาญ 2 นางสาวภัทราภรณ์ หัสดิเสวี ทันตแพทย์ชำนาญการพิเศษ 3 นางสาวชนิกา โรจน์สกุลพานิช นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 4 นางสาววีรยา กัญหารัตน์ นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางกรกมล นิยมศิลป์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสาววรางคนา เวชวิธี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายสราวุฒิ บุญสุข

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สำนักทันตสาธารณสุข
ลำดับที่ : 3

1. ชื่อโครงการ :
โครงการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในช่องปากในกลุ่มผู้ถูกคุมขัง ปี ๒๕๖๕ ภายใต้โครงการพระราชดำริ “ราชทัณฑ์ ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์”

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
12) ร้อยละของวัยทำงานอายุ 25-59 ปี ที่มีการเตรียมการเพื่อยามสูงอายุโดยการมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

4. cluster :
คทง.โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 7 ) 1.7 ราชทัณฑ์ ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสตร์ กษัตริย์
5.2 โครงการสำคัญ โครงการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมตามแนวทางโครงการพระราชดำริ และโครงการเฉลิมพระเกียรติ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
ผู้ถูกคุมขังเป็นอีกหนึ่งกลุ่มของผู้ที่ด้อยโอกาสที่ไม่ได้รับการดูแลและเข้าถึงบริการสุขภาพตามสิทธิพื้นฐานที่มนุษย์พึงได้ จากข้อมูลจากสถิติผู้ถูกคุมขังราชทัณฑ์ทั่วประเทศของกรมราชทัณฑ์ ณ วันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๕๙ พบว่า จำนวนผู้ถูกคุมขังมีจำนวนมากถึง ๓๒๑,๓๔๗ คน โดยแยกเป็นชาย ๒๗๗,๑๗๓ คน หญิง ๔๔,๑๗๔ คน ด้านสภาวะสุขภาพช่องปากของผู้ถูกคุมขังนั้น พบว่าผู้ถูกคุมขังมากกว่าร้อยละ ๘๐ มีปัญหาสุขภาพฟันและช่องปาก โดยโรคฟันผุ และโรคปริทันต์มีอุบัติการณ์ระดับที่สูง จากการศึกษาของจุรีรัตน์และคณะ ในปี ๒๕๕๑ ได้ทำการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากของผู้ถูกคุมขังชายในทัณฑสถานบำบัดพิเศษ จังหวัดปทุมธานี พบว่า มีอัตราการเกิดโรคฟันผุ ร้อยละ ๙๕ และมีฟันผุที่ยังไม่ได้รับการรักษาถึงร้อยละ ๘๑ สาเหตุของการเกิดปัญหาอาจเกิดได้หลายสาเหตุ ทั้งในเรื่องพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากของตัวผู้ถูกคุมขัง สภาพแวดล้อมภายในของเรือนจำ ความแออัดและทรัพยากรที่มีจำกัด รวมถึงการเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้ยาก แม้จะมีระบบการดูแลตนเองหรือการขอรับยาสามัญประจำบ้านในยามเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ ได้ แต่หากผู้ถูกคุมขังเจ็บป่วยและมีอาการรุนแรงจนต้องนำส่งสถานพยาบาลนอกเรือนจำนั้นก็จะมีข้อจำกัดอีกหลายประการ เช่น ระยะทางระหว่างเรือนจำกับสถานพยาบาลภายนอก การประสานงานกับสถานพยาบาล และอัตรากำลังในการควบคุมผู้ถูกคุมขัง เนื่องจากตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์กำหนดชัดเจนไว้ว่า การนำผู้ถูกคุมขังออกไปสถานพยาบาลต้องมีเจ้าหน้าที่อย่างน้อย ๒ คน ติดตามตลอด ๒๔ ชั่วโมง ดังนั้นการส่งตัวผู้ถูกคุมขังป่วยไปรับการรักษานอกเรือนจำจึงต้องเป็นเรื่องจำเป็นในกรณีวิกฤตจริงๆ เท่านั้น จนดูเหมือนว่าการส่งตัวออกไปรักษานอกเรือนจำทัณฑสถานมักเป็นทางเลือกสุดท้ายเสมอ เมื่อวันที่ ๒๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิรลงกรณ-พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระราชทานความช่วยเหลือด้านสาธารณสุขแก่ผู้ถูกคุมขัง ผ่านโครงการ “ราชทัณฑ์ ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์” โดยมี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชรมหาวัชรราชธิดา ทรงเป็นองค์ประธานกรรมการ ทั้งสองพระองค์ทรงห่วงใยสุขอนามัยของผู้ถูกคุมขังโดยเฉพาะปัญหาสุขภาพช่องปาก ดังจะเห็นได้จากการที่พระองค์มีพระราชประสงค์พระราชทานยูนิตทันตกรรมแก่สถานพยาบาลเรือนจำ ๔๑ แห่งทั่วประเทศ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย จึงได้จัดทำโครงการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในช่องปากในกลุ่มผู้ถูกคุมขัง ปี ๒๕๖๕ ภายใต้โครงการพระราชดำริ ราชทัณฑ์ ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาระบบดูแลสุขภาพช่องปากในสถานกักขัง โดยมุ่งหวังให้ผู้ถูกคุมขังสามารถเข้าถึงบริการรักษา ส่งเสริม ฟื้นฟู สุขภาพช่องปากได้ตามสิทธิขั้นพื้นฐานและเท่าเทียมตามหลักมนุษยธรรม และร่วมคืนคนดี สุขภาพฟันดี สู่สังคมต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
๑. เพื่อสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ๒. เพื่อให้ผู้ถูกคุมขังสามารถเข้าถึงบริการรักษาทางทันตกรรมพื้นฐานในชุดสิทธิประโยชน์ตามความจำเป็น ๓. เพื่อส่งเสริมให้ผู้ถูกคุมขังมีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากที่เหมาะสม

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.รณรงค์บริการดูแลสุขภาพช่องปากผู้ถูกคุมขัง 1 ครั้ง
2.ผู้ถูกคุมขังได้รับบริการสุขภาพช่องปาก 50000 คน
3.งานศึกษา/พัฒนาการส่งเสริมสุขภาพช่องปากผู้ถูกคุมขัง 1 ฉบับ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : จำนวนผู้ถูกคุมขังได้เข้าถึงบริการ 82000 คน

10. วิธีการดำเนินงาน :
๑. ประชุมคณะทำงาน ๒. ประสานงาน ผู้ปฏิบัติงานในระดับจังหวัดและในพื้นที่และภาคีเครือข่ายในการขับเคลื่อนแผนงาน ๓. ดำเนินกิจกรรมตามแผนงาน ๔. นิเทศ ติดตาม ประเมินผล ๕. ปรับปรุงและจัดทำรายงานสรุป

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 1. ประชุมพัฒนาความร่วมมือการจัดบริการสุขภาพช่องปากในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน 1 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 30 พ.ย. 2564 3,500.00
2 2. ประชุมเชิงปฏิบัติการจัดบริการสุขภาพ ช่องปากในสถานพินิจและคุ้มครอง เด็กและเยาวชน 1 ครั้ง 1 ม.ค. 2565 - 31 ม.ค. 2565 69,206.00
3 4. ประชุมพัฒนาแนวทางการลงข้อมูลบริการทันตกรรมในสถานพยาบาลในเรือนจำ 1 ครั้ง 1 มิ.ย. 2565 - 30 มิ.ย. 2565 3,500.00
4 5. จ้างทำสื่อสร้างเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปาก 1 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 90,000.00
5 6. ติดตามการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพช่องปากผู้ต้องขัง 1 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 30 มิ.ย. 2565 5,280.00
6 3. ประชุมพัฒนาแนวทางจัดบริการ teledent ในเรือนจำ 2 ครั้ง 1 มี.ค. 2565 - 30 มิ.ย. 2565 2,850.00
รวมเป็นเงิน 174,336.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
174,336.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 พ.ย. 2564 - 30 มิ.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
๗๖ จังหวัดทั่วประเทศ และกรุงเทพมหานคร

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
หน่วยงานที่ได้รับจัดสรรงบประมาณ และหน่วยงานที่ดำเนินการในพื้นที่

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
1 บุคลากร : ทันตบุคลากร พยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณสุข นักวิชาการสาธารณสุข 2 ประชาชน : ผู้ถูกคุมขังและภาคีเครือข่าย

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
๑ นายณัฐพงค์ กันทะวงค์ ตำแหน่ง ทันตแพทย์ชำนาญการ ๒ นางสาวชนิกา โรจน์สกุลพานิช ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ ๓ นางสาววีรยา กัญหารัตน์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางกรกมล นิยมศิลป์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสาววรางคนา เวชวิธี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายสราวุฒิ บุญสุข

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สำนักทันตสาธารณสุข
ลำดับที่ : 4

1. ชื่อโครงการ :
โครงการรณรงค์ “คนไทยฟันดี สดุดีสมเด็จย่า” เนื่องในวันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๔

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
13) ร้อยละของผู้สูงอายุมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

4. cluster :
วัยผู้สูงอายุ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 43 ) 13.2 ส่งเสริมสนับสนุน การ เข้าถึงบริการ/การดูแลตนเอง/การใช้นวัตกรรมการสร้างความเข้มแข็งเครือข่ายภาคประชาชนและ บุคลากร
5.2 โครงการสำคัญ โครงการพัฒนาระบบการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ ปี 2565

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
จากจุดเริ่มต้นของ “หน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี” ที่จังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ. ๒๕๑๒ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีทันตแพทย์ไปปฏิบัติงานร่วมกับแพทย์ เพื่อบำบัดทุกข์ทรมานด้วยโรคในช่องปากของประชาชนในท้องถิ่นทุรกันดาร จวบจนถึง พ.ศ. ๒๕๒๙ มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (มูลนิธิ พอ.สว.) ได้จัดโครงการรณรงค์ทางทันตสาธารณสุข ในวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๒๙ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเป็นครั้งแรก และได้ดำเนินงานต่อเนื่องมาทุกปี ต่อมาในปีพ.ศ. ๒๕๓๒ คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติให้วันที่ ๒๑ ตุลาคมของทุกปีเป็น “วันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ” ซึ่งมูลนิธิพอ.สว.ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมรณรงค์ทางทันตสาธารณสุขแก่ประชาชนทั่วประเทศ ในวันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จย่า “พระมารดาแห่งการทันตแพทย์ไทย” ตลอดมา ดังนั้น ในเดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ นี้ สำนักทันตสาธารณสุขซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการจัดกิจกรรมรณรงค์ทางทันตสาธารณสุข จึงร่วมกับภาคีเครือข่ายจัดโครงการรณรงค์ “คนไทยฟันดี สดุดีสมเด็จย่า” เนื่องในวันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๔ ประกอบด้วย การจัดบริการทันตสาธารณสุขในสถานบริการของรัฐแก่ประชาชนโดยไม่คิดค่าบริการ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล กิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์ สื่อสารด้านการดูแลสุขภาพช่องปากผ่านสื่อสาธารณะ และเสวนาวิชาการการดูแลสุขภาพช่องปาก เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และเทิดพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และเผยแพร่ความรู้การดูแลสุขภาพช่องปากแก่ประชาชน เพื่อให้ประชาชนสามารถดูแลสุขภาพช่องปากตนเอง และจัดการสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพช่องปากที่ดี อันจะส่งผลต่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดีตามมาอีกด้วย

8. วัตถุประสงค์ :
๑ เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เนื่องในวันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ ๒ เพื่อเผยแพร่ความรู้การสร้างเสริมสุขภาพช่องปาก สนับสนุนให้ประชาชนทุกกลุ่มวัยสามารถดูแลสุขภาพช่องปากตนเอง ครอบครัว ชุมชน และจัดการสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพช่องปากที่ดีได้ ๓ เพื่อสร้างกระแสให้ประชาชนทุกกลุ่มวัยเห็นความสำคัญของการมีสุขภาพช่องปากที่ดี อันจะส่งผลต่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดีตามมา

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ประชาชนได้รับความรู้การสร้างเสริมสุขภาพช่องปากผ่านสื่อสาธารณะ สื่อโฆษณาและช่องทางการสื่อสารอื่นๆ 5 รูปแบบ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
๑ แต่งตั้งคณะทำงานโครงการรณรงค์ “คนไทยฟันดี สดุดีสมเด็จย่า” เนื่องในวันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๓ ๒ ประชุมคณะทำงานเพื่อวางแผนการดำเนินโครงการและประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดกิจกรรมและแผนการดำเนินงาน ๓ จัดบริการทันตสาธารณสุขแก่ประชาชน ณ คลินิกส่งเสริมสุขภาพช่องปากและทันตกรรมป้องกัน กรมอนามัย โดยไม่คิดค่าบริการ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล วันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๖๔ ๔ จัดจ้างบริษัทเอกชนจัดทำเนื้อหาและคลิปวีดีโอส่งเสริมการดูแลสุขภาพช่องปากตามกลุ่มวัย ออกแบบรูปแบบประชาสัมพันธ์ และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์คลิปวีดีโอ ผ่านสื่อสาธารณะต่างๆ ตลอดเดือนตุลาคม ๕ จัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และเสวนาวิชาการการดูแลสุขภาพช่องปากตามแนวทางสังคมไทยไร้ฟันผุ วันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๖๔ ๖ ประเมินผลการดำเนินงาน และสรุปรายงานนำเสนอแก่ผู้บริหาร

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดงานรณรงค์ “คนไทยฟันดี สดุดีสมเด็จย่า” เนื่องในวันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๔ 1 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 31 ต.ค. 2564 430,000.00
รวมเป็นเงิน 430,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
430,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 31 ต.ค. 2564

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
1 ประชาชนทั่วไป 2 บุคลากรกรมอนามัย และหน่วยงานอื่น ๆ ในกระทรวงสาธารณสุข

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
ประชาชนทั่วไป

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1 นางสาวนันท์มนัส แย้มบุตร ตำแหน่ง ทันตแพทย์ชำนาญการพิเศษ 2 นางสาวอริศรา พัตตาสิงห์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางนนทินี ตั้งเจริญดี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสาววรางคนา เวชวิธี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายสราวุฒิ บุญสุข

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สำนักทันตสาธารณสุข
ลำดับที่ : 5

1. ชื่อโครงการ :
โครงการเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพ ความรอบรู้ และปัจจัยแวดล้อมที่ส่งผลต่อสุขภาพวัยทำงาน

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
12) ร้อยละของวัยทำงานอายุ 25-59 ปี ที่มีการเตรียมการเพื่อยามสูงอายุโดยการมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

4. cluster :
วัยทำงาน

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 27 ) 8.2 การเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพ ความรอบรู้ และปัจจัยแวดล้อมที่ส่งผลต่อสุขภาพวัยทำงาน
5.2 โครงการสำคัญ โครงการชุมชนเป็นฐานจัดการครอบครัวรอบรู้สุขภาพ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
ประชากรวัยทำงานอายุ ๑๕-๕๙ ปี เป็นกลุ่มประชากรที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาครอบครัว สังคม และประเทศชาติ มีบทบาทเป็นผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เป็นผู้นำครอบครัว และต้องดูแลประชากรกลุ่มวัยต่างๆ สถานการณ์การเจ็บป่วยของคนไทยในปัจจุบัน ได้เปลี่ยนจากปัญหาในอดีตที่การเจ็บป่วยส่วนใหญ่เกิดจากโรคติดต่อ กลายมาเป็นการเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรังต่างๆ สาเหตุเหล่านี้เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของประชากร สภาวะเศรษฐกิจและสังคม ทำให้วิถีชีวิตและพฤติกรรมการบริโภคของคนที่เปลี่ยนไป ขาดการใส่ใจดูแล และควบคุมป้องกันปัจจัยแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เป้าประสงค์ในการส่งเสริมสุขภาพในกลุ่มวัยนี้ เพื่อให้คนไทยวัยทำงานหุ่นดี สุขภาพดี โดยมีเป้าหมายให้คนวัยทำงานอายุ ๓๐-๔๔ ปี มีค่า BMI ปกติ และมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ ได้แก่ พฤติกรรมการบริโภคอาหารที่เหมาะสม การมีกิจกรรมทางกาย การนอนหลับที่เพียงพอต่อสุขภาพ และการมีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากที่เหมาะสม จากการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากแห่งชาติ ครั้งที่ ๘ พ.ศ. ๒๕๖๐ พบว่า ประชากรวัยทำงานอายุ ๓๐-๔๔ ปี ไม่เคยแปรงฟันตอนเช้าและก่อนเข้านอน ร้อยละ ๒ และร้อยละ ๔.๙ ตามลำดับ และแม้แต่ในกลุ่มที่มีการแปรงฟันก่อนเข้านอนทุกวัน (ร้อยละ ๘๓.๔) ยังพบการรับประทานอาหารหลังแปรงฟันร้อยละ ๒๑.๖ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง เมื่อสอบถามระยะเวลาที่ใช้ในการแปรงฟัน พบว่ามีเพียงร้อยละ ๔๒.๕ ที่มีการแปรงฟันนานตั้งแต่ ๒ นาทีขึ้น นอกจากนี้ ร้อยละ ๑๘.๑ มีการใช้แปรงสีฟันขนแข็งกว่าแปรงสีฟันมาตรฐาน และมีเพียงร้อยละ ๖๓.๕ ที่มีการใช้อุปกรณ์เสริม เช่น ไหมขัดฟัน แปรงซอกฟัน หรือน้ำยาบ้วนปากร่วมกับการแปรงฟัน พฤติกรรมเหล่านี้สอดคล้องกับปัญหาสุขภาพช่องปากที่พบในกลุ่มวัยทำงาน โดยพบว่ากลุ่มวัยทำงานร้อยละ ๘๕.๓ มีการสูญเสียฟันโดยเฉลี่ย ๓.๖ ซี่/คน พบผู้ที่มีฟันผุที่ยังไม่ได้รับการรักษาร้อยละ ๔๓.๓ มีปัญหาเหงือกอักเสบร้อยละ ๖๒.๔ และมีร่องลึกปริทันต์ร้อยละ ๒๕.๙๒ การดูแลอนามัยช่องปากอย่างเหมาะสม และเข้ารับการตรวจสุขภาพช่องปากโดยทันตบุคลากรอย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง นอกจากป้องกันการเกิดโรคในช่องปากแล้ว ยังส่งผลต่อสุขภาพทางกายที่ดี ตัวอย่างเช่น หากผู้ป่วยเบาหวานมีการดูแลอนามัยช่องปากอย่างเหมาะสม และเข้ารับการตรวจสุขภาพช่องปากโดยทันตบุคลากรอย่างสม่ำเสมอ นอกจากจะลดความเสี่ยงโรคปริทันต์แล้ว ยังมีผลต่อการลดระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งส่งผลให้ความรุนแรงของโรคเบาหวานลดลงอีกด้วย ดังนั้น สำนักทันตสาธารณสุข จึงได้จัดทำโครงการเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพ ความรอบรู้ และปัจจัยแวดล้อมที่ส่งผลต่อสุขภาพวัยทำงาน เพื่อพัฒนาความรอบรู้การดูแลสุขภาพช่องปาก เสริมสร้างทักษะ ความเข้าใจการดูแลสุขภาพช่องปากของวัยทำงานในชุมชน สถานประกอบการ และผู้ป่วยโรคเบาหวานในสถานพยาบาล โดยมีเป้าประสงค์ให้ประชากรวัยทำงานมีสุขภาพช่องปากดี มีความรอบรู้ และมีพฤติกรรมการดูแลช่องปากที่พึงประสงค์ อันจะส่งผลต่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
๑ เพื่อจัดทำฐานข้อมูลพฤติกรรมสุขภาพ ความรอบรู้ และปัจจัยแวดล้อมที่ส่งผลต่อสุขภาพวัยทำงาน และนำ ข้อมูลด้านพฤติกรรมสุขภาพมาพัฒนาเครื่องมือทำนายสุขภาวะประชากรไทย ๒ เพื่อพัฒนาเครื่องมือสร้างความรอบรู้และสนับสนุนให้วัยทำงานสามารถประเมินสภาวะช่องปากตนเองได้ ๓ เพื่อสร้างเสริมสุขภาพช่องปากวัยทำงานและจัดการสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพช่องปากที่ดีในสถานประกอบการ ๔ เพื่อสร้างเสริมสุขภาพช่องปากผู้ป่วยเบาหวาน

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.วัยทำงานอายุ ๒๕-๕๙ ปี ที่มีการเตรียมการเพื่อยามสูงอายุด้านสุขภาพโดยการมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ 50 ร้อยละ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : ฐานข้อมูลพฤติกรรมสุขภาพ ความรอบรู้ และปัจจัยแวดล้อมที่ส่งผลต่อสุขภาพวัยทำงาน 1 ชุด
2.เชิงปริมาณ : วัยทำงานในสถานประกอบการได้รับการสร้างเสริมสุขภาพช่องปาก 1000 คน
3.เชิงปริมาณ : มี prototype เครื่องมือประเมินสุขภาวะประชากรไทย 1 รูปแบบ
4.เชิงปริมาณ : มีการขับเคลื่อนกลไกสร้างเสริมสุขภาพช่องปากผู้ป่วยเบาหวานในพื้นที่นำร่อง 3 แห่ง
5.เชิงปริมาณ : จำนวนผู้ใช้งาน application FunD เพิ่มขึ้น 20 ร้อยละ
6.เชิงคุณภาพ : วัยทำงานอายุ ๒๕-๕๙ ปี ที่มีการเตรียมการเพื่อยามสูงอายุด้านสุขภาพโดยการมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ 50 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
๑ ผลักดันและขับเคลื่อนนโยบายสร้างเสริมสุขภาพช่องปากวัยทำงาน และการจัดการสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสภาวะช่องปากที่ดี ๒ พัฒนา digital health platform ในการติดตาม ประเมินผล ๓ พัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมสนับสนุนการสร้างความรอบรู้ด้านและประเมินสภาวะช่องปากตนเอง ๔ ขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพช่องปากวัยทำงานในสถานประกอบการ ๕ พัฒนากลไกการสร้างเสริมสุขภาพช่องปากผู้ป่วยเบาหวานร่วมกับหน่วยบริการและงานปฐมภูมิ ๖ กำกับ ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงาน

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 3 ทบทวนข้อมูล สถานการณ์และบทความวิชาการเกี่ยวกับพฤติกรรมสุขภาพที่สัมพันธ์กับสุขภาวะประชากรไทย 1 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 50,000.00
2 4 พัฒนา application FunD เพื่อสร้างความรอบรู้และประเมินสภาวะช่องปากตนเอง 1 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 150,000.00
3 5 จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ application FunD 1 ครั้ง 1 ม.ค. 2565 - 31 ม.ค. 2565 50,000.00
4 6 ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในการใช้เครื่องมือสร้างความรอบรู้และประเมินสภาวะช่องปากตนเอง 1 ครั้ง 1 ก.พ. 2565 - 28 ก.พ. 2565 3,000.00
5 7 ผลิตคู่มือสร้างเสริมสุขภาพช่องปากวัยทำงานในสถานประกอบการ 1 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 80,000.00
6 9 ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพบุคลากรขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพช่องปากวัยทำงานในสถานประกอบการ 1 ครั้ง 1 ม.ค. 2565 - 31 ม.ค. 2565 146,000.00
7 10 รณรงค์ สร้างกระแสการสร้างเสริมสุขภาพช่องปากวัยทำงานในสถานประกอบการเนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ 1 ครั้ง 1 พ.ค. 2565 - 31 พ.ค. 2565 200,000.00
8 11 นิเทศติดตามการดำเนินงานสร้างเสริมสุขภาพช่องปากวัยทำงานในสถานประกอบการ 1 ครั้ง 1 มิ.ย. 2565 - 30 มิ.ย. 2565 5,000.00
9 13 ประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนกลไกสร้างเสริมสุขภาพช่องปากผู้ป่วยเบาหวานในพื้นที่นำร่อง 1 ครั้ง 1 พ.ค. 2565 - 31 พ.ค. 2565 128,250.00
10 14 ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพทันตบุคลากรสร้างเสริมสุขภาพช่องปากผู้ป่วยเบาหวานระดับปฐมภูมิ 1 ครั้ง 1 มิ.ย. 2565 - 30 มิ.ย. 2565 146,000.00
11 1 ประชุมคณะทำงานพัฒนาระบบเฝ้าระวัง ข้อมูล สารสนเทศ คลัสเตอร์วัยทำงาน 2 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 31 ก.ค. 2565 4,650.00
12 2 ประชุมพัฒนาเครื่องมือเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพที่สัมพันธ์กับสุขภาวะประชากรไทย 2 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 31 ก.ค. 2565 4,650.00
13 8 ประชุมประสานความร่วมมือภาคีเครือข่ายดำเนินงานสร้างเสริมสุขภาพช่องปากวัยทำงานในสถานประกอบการ 2 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 31 ก.ค. 2565 16,200.00
14 12 ประชุมผู้เชี่ยวชาญเพื่อพัฒนาแนวทางการสร้างเสริมสุขภาพช่องปากผู้ป่วยเบาหวาน 2 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 28 ก.พ. 2565 14,650.00
รวมเป็นเงิน 998,400.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
998,400.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 31 ก.ค. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
๑. ศูนย์เขตอนามัย ๑๓ แห่ง และศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ และพื้นที่ดำเนินการ ทั้งหมด ๗๗ จังหวัด ๒ สถานประกอบการ โรงงานในพื้นที่เป้าหมาย ๓ คลินิกเบาหวานในสถานพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ในพื้นที่เป้าหมาย

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
๑ เจ้าหน้าที่รับผิดชอบกลุ่มวัยทำงานในศูนย์เขตอนามัย ๑๓ แห่ง ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ๗๖ จังหวัด ๒ ทันตบุคลากรในศูนย์เขตอนามัย ๑๓ แห่ง สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด โรงพยาบาล และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ๓ นักทรัพยากรบุคคล (HR) เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน (จป.) และบุคลากรที่รับผิดชอบดูแลงานด้านสุขภาพในสถานประกอบการ

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
ประชากรวัยทำงานในชุมชนและสถานประกอบการ และผู้ป่วยเบาหวานในสถานพยาบาล

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
๑ นางสาวนันท์มนัส แย้มบุตร ตำแหน่ง ทันตแพทย์ชำนาญการพิเศษ ๒ นางสาวอริศรา พัตตาสิงห์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ ๓ นางสาวกันยา ฤทธิ์อิ่ม ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ ๔ นางสาวเบญญาภา ธูปพุดซา ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางนนทินี ตั้งเจริญดี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสาววรางคนา เวชวิธี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายสราวุฒิ บุญสุข

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สำนักทันตสาธารณสุข
ลำดับที่ : 6

1. ชื่อโครงการ :
โครงการเร่งรัดการดำเนินงานลดการใช้อะมัลกัมทางทันตกรรม และเสริมสร้างขีดความสามารถของประเทศ ในการจัดการสิ่งแวดล้อมภายใต้อนุสัญญามินามาตะว่าด้วยปรอท

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
12) ร้อยละของวัยทำงานอายุ 25-59 ปี ที่มีการเตรียมการเพื่อยามสูงอายุโดยการมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

4. cluster :
วัยทำงาน

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 27 ) 8.2 การเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพ ความรอบรู้ และปัจจัยแวดล้อมที่ส่งผลต่อสุขภาพวัยทำงาน
5.2 โครงการสำคัญ โครงการชุมชนเป็นฐานจัดการครอบครัวรอบรู้สุขภาพ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
สืบเนื่องจากประชาคมโลกให้ความสนใจ และตระหนักถึงปัญหาและอันตรายจากปรอทที่มีต่อสุขภาพของมนุษย์ รวมถึงผลกระทบของปรอทต่อสิ่งแวดล้อม รัฐบาลหลายประเทศจึงร่วมกันจัดทำอนุสัญญามินามาตะว่าด้วยปรอท (Minamata Convention on Mercury) เพื่อให้มีผลควบคุมทางกฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมการใช้ปรอทของนานาประเทศ ซึ่งเริ่มมีการลงนามรับรองอนุสัญญาฉบับนี้ตั้งแต่ปีพ.ศ. ๒๕๕๖ และประเทศไทยได้ลงนามเข้าร่วมเป็นภาคีของอนุญญามินามาตะตามมติคณะรัฐมนตรี โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๒๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๐ บทบัญญัติที่สำคัญประการหนึ่งของอนุสัญญามินามาตะฯ คือข้อกำหนดสำหรับภาคีสมาชิกในการหามาตรการ และแนวทางลดการใช้วัสดุอุดฟันอะมัลกัม ตามที่ระบุในภาคผนวกเอ ส่วนที่ ๒ โดยมาตรการที่จะดำเนินการต้องคำนึงถึงถึงสถานการณ์ภายในประเทศภาคี และแนวทางระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง ตัวอย่างการดำเนินงานตามอนุสัญญามินามาตะในสหภาพยุโรป รัฐสภาสหภาพยุโรปได้ให้สัตยาบันในอนุญญามินามาตะ โยกรรมาธิการยุโรปประกาศร่างข้อเสนอของกฎระเบียบปรอทเกี่ยวกับวัสดุอุดฟันอะมัลกัมในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๙ ให้ใช้วัสดุอุดฟันอะมัลกัมในรูปแบบแคปซูล และบังคับใช้เครื่องแยกเศษอะมัลกัมจากระบบน้ำทิ้ง (amalgam separator) ในการปฏิบัติงานทันตกรรมทุกประเภทตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ ๒๕๕๙ รัฐสภาสหภาพยุโรปได้ลงมติให้รัฐสมาชิกทุกประเทศกำหนดแผนระดับชาติเพื่อลดการใช้วัสดุอุดฟันอะมัลกัม ภายในวันที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ และห้ามการใช้อะมัลกัมอย่างสิ้นเชิง (phase-out) ภายในเดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ โดยคณะกรรมาธิการยุโรปจะรายงานภายในกลางปี พ.ศ. ๒๕๖๓ ถึงความเป็นไปได้ในการยุติการผลิตอะมัลกัมภายในปี .ศ. ๒๕๗๓ ทั้งนี้การอุดฟันด้วยวัสดุอะมัลกัมแนสิ่งต้องห้ามสำหรับหญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร และเด็กอายุต่ำกว่า ๑๕ ปี ตั้งแต่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ สำหรับประเทศไทย มีการดำเนินการตามมาตรการที่ระบุในอนุสัญญามินามาตะฯ ได้แก่ ข้อที่ ๑) กำหนดวัตถุประสงค์ระดับชาติเพื่อป้องกันฟันผุ และสนับสนุนการสร้างทันตสุขภาพที่ดีเพื่อลดความต้องการในการบูรณะฟัน ข้อที่ ๓) ส่งเสริมการใช้วัสดุทางเลือกที่ไม่มีปรอทในการบูรณะฟันที่มีความคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพทางคลินิก ข้อที่ ๕) สนับสนุนองค์กรทางวิชาชีพด้านทันตกรรม และสถาบันการศึกษาด้านทันตกรรม เพื่อการศึกษาและฝึกอบรมทันตแพทย์ และนักศึกษาทันตแพทย์ในการใช้วัสดุทางเลือกที่ปราศจากปรอท และส่งเสริมให้มีแนวปฏิบัติการจัดการที่ดีที่สุด และข้อที่ ๘) จำกัดการใช้อะมัลกัมในรูปแบบแคปซูล อย่างไรก็ดี ยังขาดการดำเนินงานในบางมาตรการ และการดำเนินงานบางมาตรการยังไม่บรรลุตามเป้าประสงค์ ดังนั้น สำนักทันตสาธารณสุข จึงได้จัดทำโครงการเร่งรัดการดำเนินงานลดการใช้อะมัลกัมทางทันตกรรม และเสริมสร้างขีดความสามารถของประเทศในการจัดการสิ่งแวดล้อมภายใต้อนุสัญญามินามาตะว่าด้วยปรอท เพื่อพัฒนาแนวทางการบูรณะฟันด้วยวัสดุทางเลือก และลดการใช้วัสดุอุดฟันอะมัลกัมในสถานบริการทันตกรรมที่เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งพัฒนารูปแบบการจัดการสารปรอทและของเสียอันตรายจากปรอททางทันตกรรมในรูปแบบที่วัดผลได้ เกิดความเท่าเทียม ยั่งยืน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

8. วัตถุประสงค์ :
1 เพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับอนุสัญญามินามาตะว่าด้วยปรอท และผลกระทบของสารปรอทที่มีต่อสิ่งแวดล้อม 2 เพื่อส่งเสริมการใช้วัสดุทางเลือกทดแทนการใช้อะมัลกัมในการบูรณะฟันและดำเนินงานทันตสาธารณสุข 3 เพื่อขับเคลื่อนแนวทางการจัดการขยะอะมัลกัมในคลินิกทันตกรรมสังกัดกระทรวงสาธารณสุข

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขดำเนินการลดการใช้อะมัลกัมและจัดการขยะอะมัลกัมในคลินิกทันตกรรม 12 แห่ง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขดำเนินการลดการใช้อะมัลกัมและจัดการขยะอะมัลกัมในคลินิกทันตกรรม 12 แห่ง
2.เชิงปริมาณ : มีมาตรการลดการใช้วัสดุอุดฟันอะมัลกัม และการจัดการขยะปนเปื้อนปรอทในคลินิกทันตกรรม ในทุกเขตสุขภาพ 1 ชุด
3.เชิงคุณภาพ : มีรูปแบบการใช้วัสดุทางเลือกทดแทนการใช้อะมัลกัมในการบูรณะฟันและดำเนินงานทันตสาธารณสุขในพื้นที่ 1 รูปแบบ

10. วิธีการดำเนินงาน :
๑ ประชุมทบทวนองค์ความรู้วิชาการเพื่อพัฒนารูปแบบการใช้วัสดุทางเลือกทดแทนการใช้อะมัลกัมในการบูรณะฟันและดำเนินงานทันตสาธารณสุข ๒ จัดตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนการดำเนินงานลดการใช้วัสดุอะมัลกัมและจัดการขยะอะมัลกัมในคลินิกทันตกรรม ๓ ขับเคลื่อนการดำเนินงานลดการใช้วัสดุอะมัลกัมและจัดการขยะอะมัลกัมในคลินิกทันตกรรมในพื้นที่นำร่อง ๔ นิเทศติดตามการดำเนินงานในพื้นที่นำร่อง ๕ สรุปผลการดำเนินโครงการ และรายงานให้ผู้บริหารทราบ

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 1 ประชุมชี้แจงนโยบายลดการใช้วัสดุอะมัลกัม ในคลินิกทันตกรรม ในสถานบริการ 1 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 30 พ.ย. 2564 8,100.00
2 3 ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนารูปแบบการใช้วัสดุทางเลือกทดแทนการใช้อะมัลกัมและจัดการขยะอะมัลกัมในคลินิกทันตกรรม 1 ครั้ง 1 ก.พ. 2565 - 28 ก.พ. 2565 208,000.00
3 2 ประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนการดำเนินงานลดการใช้วัสดุอะมัลกัมและจัดการขยะอะมัลกัมในคลินิกทันตกรรม 2 ครั้ง 1 ม.ค. 2565 - 31 ก.ค. 2565 4,650.00
4 4 นิเทศติดตามการดำเนินงาน 2 แห่ง 1 เม.ย. 2565 - 30 เม.ย. 2565 14,400.00
รวมเป็นเงิน 235,150.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
235,150.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 พ.ย. 2564 - 31 ก.ค. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
ศูนย์เขตอนามัย ๑๓ แห่ง โรงพยาบาลและรพ.สต.ในพื้นที่นำร่องทั้งหมด ๑๒ แห่ง

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
๑ ทันตบุคลากรจากศูนย์เขตอนามัย โรงพยาบาล และรพ.สต.นำร่อง ๒ บุคลากรด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมจากศูนย์เขตอนามัย และโรงพยาบาลนำร่อง ๓ ชมรมทันตแพทย์รพศ. รพท. และรพช. ทันตแพทยสมคม ๔ ผู้เชี่ยวชาญจากราชวิทยาลัยสาขาทันตกรรมบูรณะ ทันตกรรมสำหรับเด็ก ทันตกรรมชุมชน และสาขาที่เกี่ยวข้อง

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
๑ นางสาวนันท์มนัส แย้มบุตร ตำแหน่ง ทันตแพทย์ชำนาญการพิเศษ ๒ นางสาววาสินี เกียรติอดิศร ตำแหน่ง ทันตแพทย์ชำนาญการ ๓ นางสาวประณยา จองมี ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางนนทินี ตั้งเจริญดี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสาววรางคนา เวชวิธี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายสราวุฒิ บุญสุข

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สำนักทันตสาธารณสุข
ลำดับที่ : 7

1. ชื่อโครงการ :
โครงการเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์และปัจจัยเสี่ยงด้านทันตสุขภาพ

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
12) ร้อยละของวัยทำงานอายุ 25-59 ปี ที่มีการเตรียมการเพื่อยามสูงอายุโดยการมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์
14) ร้อยละของตำบลที่มีระบบการส่งเสริมสุขภาพดูแลผู้สูงอายุ

4. cluster :
วัยทำงาน

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 27 ) 8.2 การเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพ ความรอบรู้ และปัจจัยแวดล้อมที่ส่งผลต่อสุขภาพวัยทำงาน
5.2 โครงการสำคัญ โครงการชุมชนเป็นฐานจัดการครอบครัวรอบรู้สุขภาพ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
การมีสุขภาพช่องปากดีส่งผลจากพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากและสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพช่องปากของประชาชน โดยสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลต่อต่อสุขภาพช่องปากของประชาชนประกอบด้วย การใช้ผลิตภัณฑ์ทันตสุขภาพที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน การบริโภคน้ำที่มีปริมาณฟลูออไรด์ไม่เกินมาตรฐานซึ่งจะส่งผลให้เกิดฟันตกกระ การลดการบริโภคน้ำตาลซึ่งทำให้เกิดโรคฟันผุ และ การไม่สูบบุหรี่ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคมะเร็งช่องปากและส่งผลต่อโรคปริทันต์ ในการเฝ้าระวังคุณภาพผลิตภัณฑ์ทันตสุขภาพและปัจจัยเสี่ยงด้านทันตสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดประกาศกระทรวงสาธารณสุขสำหรับการควบคุมปริมาณฟลูออไรด์ในน้ำบริโภคและน้ำแร่บรรจุขวด กำหนดประกาศกระทรวงสาธารณสุขเพื่อควบคุมปริมาณฟลูออไรด์ในยาสีฟัน กรมอนามัยได้กำหนดมาตรฐานวิชาการแปรงสีฟัน กรมอนามัย มาตรฐานน้ำประปาดื่มได้ และได้ประสานสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคในการกำหนดประกาศว่าด้วยฉลากแปรงสีฟัน คือ สำนักทันตสาธารณสุขได้ขับเคลื่อนระบบการเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์และปัจจัยเสี่ยงด้านทันตสุขภาพ โดยการสำรวจคุณภาพแปรงสีฟันตามมาตรฐานวิชาการแปรงสีฟัน กรมอนามัย สำรวจปริมาณฟลูออไรด์ในยาสีฟัน และปริมาณฟลูออไรด์ในน้ำบริโภคบรรจุขวด และประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาในประเด็นที่ยังไม่ได้มาตรฐาน ใน พ.ศ.๒๕๖๕ สำนักทันตสาธารณสุข ได้มีเป้าหมายในการพัฒนามาตรฐานวิชาการแปรงสีฟัน กรมอนามัย ให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์แปรงสีฟันในท้องตลาดปัจจุบัน รวมถึงการพัฒนาความรอบรู้ของประชาชนในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทันตสุขภาพและปัจจัยเสี่ยงด้านทันตสุขภาพ โดยการวิจัย จัดประชุมผู้เชี่ยวชาญเพื่อจัดทำข้อสรุปทางวิชาการ จัดทำฐานข้อมูลสำหรับประชาชนและบุคลากรสาธารณสุข รวมถึงการสื่อสารสาธารณะเพื่อให้ความรู้กับประชาชน

8. วัตถุประสงค์ :
1 ขับเคลื่อนระบบการเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์และปัจจัยเสี่ยงด้านทันตสุขภาพ 2 ส่งเสริมความรอบรู้ของประชาชนในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทันตสุขภาพและระวังปัจจัยด้านสุขภาพช่องปาก 3 พัฒนาศักยภาพของบุคลากรและภาคีเครือข่ายในการเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์ทันตสุขภาพและแก้ปัญหาปัจจัยเสี่ยงด้านทันตสุขภาพในพื้นที่

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.พัฒนาระบบการเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์ทันตสุขภาพ 1 ระบบ
2.พัฒนาระบบเฝ้าระวังฟลูออไรด์ในสิ่งแวดล้อม 1 ระบบ
3.มาตรฐานวิชาการแปรงสีฟัน กรมอนามัย 1 งาน
4.ฐานข้อมูลผลิตภัณฑ์ทันตสุขภาพ 1 ชุด
5.สื่อการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทันตสุขภาพ 2 ชุด
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1 ดำเนินการวิจัยเพื่อพัฒนาพารามิเตอร์ในการตรวจสอบคุณภาพแปรงสีฟันตามมาตรฐานวิชาการแปรงสีฟัน กรมอนามัย 2 ประชุมคณะกรรมการมาตรฐานวิชาการแปรงสีฟัน กรมอนามัย ๒ ครั้งเพื่อสรุปแนวทางการตรวจสอบคุณลักษณะของแปรงสีฟันที่วางจำหน่ายในท้องตลาด 3 จัดซื้อตัวอย่างผลิตภัณฑ์ทันตสุขภาพเพื่อใช้ในการทดสอบมาตรฐานแปรงสีฟันและการจัดทำฐานข้อมูล 4 จัดจ้างทำฐานข้อมูลผลิตภัณฑ์ทันตสุขภาพ 5 จัดทำฐานข้อมูลฟลูออไรด์ในน้ำบริโภคประเทศไทย 6 จัดทำแผนที่ GIS แสดงปริมาณฟลูออไรด์ในน้ำบริโภคประเทศไทยเพื่อเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาฟลูออไรด์ในน้ำบริโภคเกินมาตรฐานในพื้นที่ 7 ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อการแก้ไขปัญหาฟลูออไรด์ในน้ำเกินมาตรฐาน 8 พัฒนาสื่อคู่มือแนวทางการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทันตสุขภาพ 9 พัฒนาสื่อสำหรับทันตบุคลากรและนักเรียนเพื่อการป้องกันนักสูบบุหรี่หน้าใหม่ในโรงเรียน 10 จัดจ้างทำชุดนิทรรศการผลิตภัณฑ์ทันตสุขภาพ

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 2 จัดจ้างพัฒนาฐานข้อมูลผลิตภัณฑ์ทันตสุขภาพ 1 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 19,500.00
2 3 พัฒนาสื่อออนไลน์เรื่องการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทันตสุขภาพสำหรับประชาชน 1 ครั้ง 1 พ.ค. 2565 - 31 พ.ค. 2565 0.00
3 4 จัดทำฐานข้อมูลและแผนที่ GISปริมาณฟลูออไรด์ในน้ำบริโภค 1 เรื่อง 1 มิ.ย. 2565 - 31 ส.ค. 2565 0.00
4 5 จัดจ้างซื้อตัวอย่างน้ำบริโภค 1 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 30,000.00
5 6 ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาฟลูออไรด์ในน้ำบริโภคเกินมาตรฐาน 1 เรื่อง 1 มี.ค. 2565 - 30 เม.ย. 2565 0.00
6 7 ประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนการดำเนินงานช่วยผู้ป่วยให้เลิกบุหรี่และคัดกรองมะเร็งช่องปากในคลินิกทันตกรรม 1 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 0.00
7 8 ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงาน 1 ครั้ง 1 มี.ค. 2565 - 31 มี.ค. 2565 0.00
8 9. ประชุมผู้เชี่ยวชาญสรุปผลการดำเนินงานเพื่อการขยายผลในพื้นที่อื่น 1 ครั้ง 1 เม.ย. 2565 - 30 เม.ย. 2565 7,000.00
9 1 ประชุมคณะกรรมการมาตรฐานวิชาการแปรงสีฟันกรมอนามัย 2 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 30 เม.ย. 2565 10,000.00
รวมเป็นเงิน 66,500.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
66,500.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ธ.ค. 2564 - 31 ส.ค. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
สำนักทันตสาธารณสุข

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1 นางนนทินี ตั้งเจริญดี ตำแหน่ง ทันตแพทย์เชี่ยวชาญ 2 นายกษิวิชญ์ ดำเกลี้ยง ตำแหน่ง นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ชำนาญการ 3 นางสาวเบญญาภา ธูปพุดซา ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข 4 นางศิริวรรณ อ่อนนุชมงคล ตำแหน่ง ช่างภาพการแพทย์ชำนาญการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางนนทินี ตั้งเจริญดี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสาววรางคนา เวชวิธี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายสราวุฒิ บุญสุข

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สำนักทันตสาธารณสุข
ลำดับที่ : 8

1. ชื่อโครงการ :
โครงการประชุมวิชาการทันตสาธารณสุขแห่งชาติ ครั้งที่ ๘ พ.ศ. ๒๕๖๕

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
13) ร้อยละของผู้สูงอายุมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

4. cluster :
วัยผู้สูงอายุ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 44 ) 13.3 บูรณาการความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนากลไกการดูแล และคุณภาพต่อเนื่อง
5.2 โครงการสำคัญ โครงการพัฒนาระบบการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ ปี 2565

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
แผนยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ด้านสาธารณสุข กำหนดเป้าหมายประชาชนสุขภาพดี มีอายุคาดเฉลี่ยของการมีสุขภาพดี (HALE) ไม่น้อยกว่า ๗๕ ปี และจากแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบส่งเสริมสุขภาพ และอนามัยสิ่งแวดล้อมข้อ ๑.๕ ส่งเสริมผู้สูงอายุไทยเพื่อเป็นหลักชัยของสังคม เพื่อให้บรรลุเป้าประสงค์ ผู้สูงอายุสุขภาพดี ดูแลตนเองได้และมีคุณภาพชีวิตที่ดี กรมอนามัยซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการสร้างเสริมสุขภาพและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้เตรียมการดูแลผู้สูงอายุอย่างเป็นระบบ ภายใต้ยุทธศาสตร์ ๓S คือ Social Participation, Social Security และ Strong (Health) มีสุขภาพดี เน้นการทำให้ผู้สูงอายุมีความรอบรู้ด้านสุขภาพ Health literacy และจัดระบบดูแลผู้สูงอายุ เพื่อให้คนไทยมีสุขภาพดีเป็น smart citizen สุขภาพช่องปากเป็นองค์ประกอบหนึ่งของสุขภาพพึงประสงค์ที่ส่งผลกระทบต่อการมีสุขภาพ และคุณภาพชีวิตที่ดีในผู้สูงอายุ คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการของแผนงานทันตสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๘ - ๒๕๖๕ เมื่อวันที่ ๖ มกราคม ๒๕๕๘ เป้าหมายของแผนงานเพื่อให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพช่องปากดี มีฟันใช้งานได้อย่างเหมาะสม (อย่างน้อย ๒๐ ซี่ หรือ ๔ คู่สบฟันหลัง) มีนวัตกรรมเพื่อการแก้ปัญหาสุขภาพช่องปากที่ส่งผลต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ การดำเนินงานประกอบด้วย ๔ ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ ยุทธศาสตร์ที่ ๑ การพัฒนารูปแบบ ระบบ และคุณภาพบริการด้านทันตสุขภาพในกลุ่มเป้าหมาย ยุทธศาสตร์ที่ ๒ การศึกษาวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ ยุทธศาสตร์ที่ ๓ การพัฒนาบุคลากรและหลักสูตรด้านทันตกรรมผู้สูงอายุ ยุทธศาสตร์ที่ 4 การบริหารจัดการ โดยกระทรวงสาธารณสุขเป็นส่วนราชการหลักในการบริหารแผนงาน และกรมอนามัย โดยสำนักทันตสาธารณสุข ดำเนินการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ที่ 1 และสนับสนุนยุทธศาสตร์ที่ ๔ สำนักทันตสาธารณสุขมีการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายในระดับส่วนกลางและพื้นที่ ทั้งภายในและต่างวิชาชีพ โดยเน้นการเรียนรู้ร่วมกันจากประสบการณ์และจุดเด่นของแต่ละหน่วยงาน/ภาคส่วน เพื่อพัฒนาศักยภาพทั้งในด้านวิชาการและการปฏิบัติงาน จึงได้จัดทำโครงการ ประชุมวิชาการทันตสาธารณสุขแห่งชาติ ครั้งที่ ๘ พ.ศ. ๒๕๖๕ เพื่อเป็นเวทีนำเสนอองค์ความรู้เชิงรูปแบบและนวัตกรรมการดำเนินงานในบรรยากาศการแบ่งปัน แลกเปลี่ยน เรียนรู้ โดยมีคณะกรรมการให้ข้อเสนอแนะการปรับปรุงผลงานวิชาการและต่อยอดความคิด เป็นการยกระดับความสามารถในการผลิต ใช้ และต่อยอดองค์ความรู้ด้านสุขภาพช่องปากในการเก็บรักษาฟันถาวร เพื่อการบรรลุเป้าหมายผู้สูงอายุมีฟันใช้งานได้อย่างน้อย ๒๐ ซี่ หรือ ๔ คู่สบ

8. วัตถุประสงค์ :
๑ เป็นเวทีนำเสนอผลงานวิชาการเชิงรูปแบบและนวัตกรรมด้านทันตสาธารณสุขในทุกช่วงวัย สำหรับทันตบุคลากรและผู้สนใจทั้งในส่วนกลาง ภูมิภาค และกรุงเทพมหานคร ๒ เป็นเวทีเผยแพร่ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ในการดำเนินงานด้านส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ในช่องปาก และการจัดบริการส่งเสริมสุขภาพช่องปาก โดยเฉพาะในระดับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ๓ เพื่อเสริมพลังวิชาการพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรม การสร้างเสริมสุขภาพช่องปาก ๔ เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคลากรสำนักทันตสาธารณสุขและภาคีเครือข่าย

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เวทีนำเสนอผลงานวิชาการเชิงรูปแบบและนวัตกรรมด้านทันตสาธารณสุข 1 ครั้ง
2.ทันตบุคลากรและภาคีเครือข่ายมีการแลกเปลี่ยนการดำเนินงานด้านส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในช่องปาก 160 คน
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
๑ ประชุมเตรียมการ แต่งตั้งคณะกรรมการและคณะทำงาน จัดทำโครงการและขออนุมัติดำเนินการ ๒ ประชุมคณะกรรมการ/คณะทำงานเตรียมการจัดประชุม ๓ ส่งหนังสือประชาสัมพันธ์พร้อมโครงการเชิญผู้สนใจส่งผลงานนำเสนอ ผู้เข้าร่วมประชุม แขกผู้มีเกียรติ ๔ ดำเนินการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่างๆ และจัดทำระบบลงทะเบียนออนไลน์ ๕ จัดทำข้อมูลและประสานงานวิทยากร ผู้เข้าประชุม ผู้นำเสนอ แขกผู้มีเกียรติ และผู้สังเกตการณ์ ๖ คณะกรรมการวิชาการพิจารณาคัดเลือกผลงาน เสนอแนะการปรับปรุงและแจ้งผู้นำเสนอ ๗ ประชุมคณะกรรมการ/คณะทำงานเตรียมการจัดประชุม ๘ จัดทำวัสดุ โปสเตอร์ และเอกสารประกอบการประชุม และจัดเตรียมสถานที่ ๙ ดำเนินการจัดประชุมวิชาการฯ ทั้งแบบ onsite และ online ๑๐ ประชุมคณะกรรมการ/คณะทำงาน และสรุปผลการดำเนินงาน

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 2 ประชุมวิชาการทันตสาธารณสุขแห่งชาติ ครั้งที่ ๘ พ.ศ. ๒๕๖๕ 1 ครั้ง 1 ก.ค. 2565 - 31 ก.ค. 2565 795,200.00
2 3 ถ่ายทอดการประชุมวิชาการทันตสาธารณสุขแห่งชาติ ครั้งที่ ๘ ผ่านช่องทางออนไลน์ 1 ครั้ง 1 ก.ค. 2565 - 31 ก.ค. 2565 300,000.00
3 4 ประกวดผลงานวิชาการในการประชุมวิชาการทันตสาธารณสุข 1 ครั้ง 1 ก.ค. 2565 - 31 ก.ค. 2565 82,000.00
4 1 ประชุมคณะกรรมการ/คณะทำงานก่อนและหลังการประชุม 4 ครั้ง 1 พ.ค. 2565 - 31 ส.ค. 2565 22,800.00
รวมเป็นเงิน 1,200,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
1,200,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 พ.ค. 2565 - 31 ส.ค. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
โรงแรมในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
๑ ทันตบุคลากร ผู้ปฏิบัติงานทันตสาธารณสุขจากหน่วยงานส่วนกลาง ปริมณฑล และกรุงเทพมหานคร ๒ ผู้แทนจากภาคีเครือข่ายด้านทันตสาธารณสุขภาครัฐและเอกชน ๓ ผู้นำเสนอผลงานวิชาการ ๔ วิทยากร แขกผู้มีเกียรติ และผู้สังเกตการณ์ ๕ บุคลากรสำนักทันตสาธารณสุขและคณะกรรมการ/คณะทำงาน

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
ทันตบุคลากรภาคีเครือข่ายนักวิชาการจากหน่วยงานส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และกรุงเทพมหานคร

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
๑ นางสาวนันท์มนัส แย้มบุตร ทันตแพทย์ชำนาญการพิเศษ ๒ นางสาววาสินี เกียรติอดิศร ทันตแพทย์ชำนาญการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางนนทินี ตั้งเจริญดี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสาววรางคนา เวชวิธี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายสราวุฒิ บุญสุข

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สำนักทันตสาธารณสุข
ลำดับที่ : 9

1. ชื่อโครงการ :
โครงการพัฒนาระบบการสร้างเสริมสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ แบบไร้รอยต่อ ปี 2565

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
13) ร้อยละของผู้สูงอายุมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

4. cluster :
วัยผู้สูงอายุ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 42 ) 13.1 พัฒนารูปแบบ/นวัตกรรม การดูแลสุขภาพช่องปากด้วยตนเอง และการเข้าถึงข้อมูล โดยภาคประชาชนและเครือข่าย
5.2 โครงการสำคัญ โครงการพัฒนาระบบการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ ปี 2565

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
จากสถานการณ์ผู้สูงอายุไทยที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในปี 2563 มีประชากรสูงอายุถึงร้อยละ 18.2 ของประชากรไทยทั้งหมด หรือประมาณ 11 ล้านคน ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 3.6 (ประมาณ 4 แสนคน) และคาดว่าประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุแบบสมบูรณ์ (Aged Society) ในปี 2565 จากข้อมูลสภาวะสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุร้อยละ 60.1 มีฟันแท้ใช้งานได้ไม่น้อยกว่า 20 ซี่ และร้อยละ 39.2 มีฟันหลัง (แท้หรือเทียม) ใช้งานได้ไม่น้อยกว่า 4 คู่สบ ทั้งนี้สภาวะดังกล่าว เป็นผลลัพธ์สุขภาพช่องปากที่ปลายทาง จากสาเหตุหลักคือ (1) ปัจจัยด้านการเข้าถึงบริการ ที่มีข้อจำกัดทั้งในสภาวะปกติ อาทิ การเดินทาง บริบทเชิงสังคม และสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงบริการส่งเสริมป้องกันเมื่อจำเป็นได้ แต่เมื่อเข้ารับบริการ จะเป็นการรับการรักษา-ฟื้นฟูในระยะท้าย ที่มีความยุ่งยาก ซับซ้อน และค่าใช้จ่ายสูง กระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุโดยตรง โดยข้อมูลการจัดบริการสุขภาพช่องปาก พบว่า ผู้สูงอายุได้รับการตรวจช่องปาก วางแผนดูแล ร้อยละ 33.7 (จากผู้สูงอายุใน HDC 8.8 ล้านคน) และในจำนวนนี้ได้รับหัตถการเชิงป้องกันเพียงร้อยละ 6.7 (จำนวน 586,380 คน) ในกลุ่มติดบ้านติดเตียงที่ได้รับบริการทันตกรรม ร้อยละ 27.1 (จากผู้สูงอายุกลุ่มติดบ้านติดเตียงใน HDC 232,843 คน) (2) ปัจจัยด้านพฤติกรรมการดูแลตนเองที่ไม่เหมาะสม ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากช่องว่างของการรับข้อมูลสิทธิประโยชน์ในการรับบริการ องค์ความรู้ที่สำคัญต่อการดูแลช่องปากตนเอง และส่งผลต่อการมีพฤติกรรมดูแลตนเองที่ไม่ถูกต้อง อาจเกิดสะสมตั้งแต่ในช่วงวัยเด็กจนถึงวัยก่อนสูงอายุ และเกิดโรคในช่องปากได้ โดยจากข้อมูลการเข้ารับบริการของผู้ป่วยนอก พบว่าในกลุ่มโรค 10 อันดับแรก มีสาเหตุของโรคในช่องปาก คือ (ลำดับ 5) ความผิดปกติอื่น ๆ ของฟันและโครงสร้าง และ (ลำดับ 7) ฟันผุ ตามลำดับ (HDC, ส.ค. 64) ปัญหาสุขภาพช่องปากในผู้สูงอายุ เป็นปัญหาที่มีความชุกและรุนแรงสูงกว่ากลุ่มวัยอื่น ๆ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีโรคเรื้อรัง ซึ่งสัมพันธ์กับโรคในช่องปากโดยตรง ซึ่งพบว่า ผู้สูงอายุที่มีฟันอย่างน้อย 20 ซี่ มีอัตราการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่ำกว่าผู้ที่มีฟันเหลือในช่องปากน้อยกว่า 20 ซี่ (Fukai, 2019) ทำให้การดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ จำเป็นต้องบูรณาการสหสาขาวิชาชีพ ร่วมกับความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ทั้งนี้ปัญหาเหล่านี้สามารถป้องกันได้ หากได้รับข้อมูล ความรู้และดูแลอนามัยช่องปากตนเองได้อย่างเหมาะสม พร้อมกับเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพตามความจำเป็น ดังนั้นการพัฒนาและการแก้ไขปัญหา ต้องบูรณาการทั้งภาคประชาชน ชุมชน บุคลากรที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรมสนับสนุน เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนทั้งระบบ ให้เกิดบริการคุณภาพแบบผสมผสาน และครบวงจรอย่างไร้รอยต่อได้ ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ด้านสาธารณสุข เพื่อประชาชนสุขภาพดี มีอายุคาดเฉลี่ยของการมีสุขภาพดี (HALE) ไม่น้อยกว่า 75 ปี แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม มุ่งส่งเสริมผู้สูงอายุไทยเป็นหลักชัยของสังคม เพื่อให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพดี ดูแลตนเองได้และมีคุณภาพชีวิตที่ดี สู่แผนงานทันตสุขภาพผู้สูงอายุประเทศไทย พ.ศ. 2558 – 2565 มีเป้าหมายให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพช่องปากดี มีฟันใช้งานได้เหมาะสมตลอดช่วงชีวิต ซึ่งสุขภาพช่องปากเป็นข้อบ่งชี้หนึ่งที่สำคัญในการประเมินสุขภาพองค์รวมของผู้สูงอายุ ดังนั้นการขับเคลื่อนงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการมีสุขภาพดี สอดรับภายใต้แผนยุทธศาสตร์และแผนงานสำคัญที่เกี่ยวข้อง ในการลดช่องว่างของระบบ ลดความเหลื่อมล้ำของการเข้าถึงข้อมูลและบริการสุขภาพช่องปาก ซึ่งในปี 2564 ที่ผ่านมาได้ดำเนินการพัฒนา และขับเคลื่อนระบบการดูแลและจัดบริการสุขภาพช่องปากในผู้สูงอายุ ผ่านกลไกสร้างความเข้มแข็งและการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย เชื่อมต่อภาคประชาชน ชุมชน รวมถึงพัฒนาช่องทางการสื่อสารออนไลน์ เพื่อสนับสนุนให้ผู้สูงอายุเข้าถึงข้อมูล องค์ความรู้ ให้สามารถดูแลเพื่อคงสภาพการใช้งานในช่องปากได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้กระบวนงานจะมีประสิทธิภาพและบรรลุเป้าหมายถึงประชาชนอย่างยั่งยืนนั้น ต้องอาศัยการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ขยายความร่วมมือกับเครือข่ายเพื่อมุ่งสู่พื้นที่เป้าหมายให้ครอบคลุมมากขึ้น ยกระดับความรอบรู้และสร้างการมีส่วนร่วมจากประชาชน จัดการด้วยกลไกที่สอดรับกับสถานการณ์ในยุคนวัตวิถีและกระแสแห่งเทคโนโลยีดิจิทัล สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาระบบการสร้างเสริมสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุแบบไร้รอยต่อ ปี 2565 ขึ้น เพื่อขับเคลื่อนงานไปยังระดับภูมิภาคและผ่านภาคีเครือข่ายในระดับพื้นที่ สู่การสร้างผลลัพธ์สุขภาพช่องปากผู้สูงอายุในชุมชนที่ยั่งยืนต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
1. ผู้สูงอายุเข้าถึงข้อมูลเพื่อการดูแลสุขภาพช่องปาก ด้วยตนเองและ/หรือผู้ดูแล 2. ผู้สูงอายุได้รับบริการสุขภาพช่องปาก ตามความจำเป็นอย่างเหมาะสม

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.รณรงค์ สร้างกระแส และสื่อสารความรู้การดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ ที่เน้นกระบวนการมีส่วนร่วมและสร้างคุณค่าในผู้สูงอายุ 2 ช่องทาง
2.รูปแบบสื่อเพื่อการดูแลช่องปากผู้สูงอายุที่มีความต้องการเฉพาะโรค (โรคสมองเสื่อม) 1 ชุด
3.เครื่องมือประเมินความรอบรู้ในผู้สูงอายุ ด้านทันตสุขภาพ ที่พร้อมใช้ต่อการประเมินในกลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศ 1 ชุด
4.ขับเคลื่อนและขยายพื้นที่ดำเนินงานการเฝ้าระวังสุขภาพช่องปากและแนวทางการจัดบริการดูแลและป้องกันสุขภาพช่องปากในผู้สูงอายุ 13 แห่ง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : ผู้สูงอายุ เข้าถึงข้อมูล ความรู้ กิจกรรม เพื่อประเมินและดูแลช่องปากด้วยตนเอง 25 ร้อยละ
2.เชิงปริมาณ : ผู้สูงอายุ เข้าถึงบริการดูแลสุขภาพช่องปากตามความจำเป็น เพื่อคงสภาพการใช้งาน 10 ร้อยละ
3.เชิงคุณภาพ : ผู้สูงอายุที่มีฟันใช้งานได้อย่างน้อย 20 ซี่ หรือ 4 คู่สบ 73 ร้อยละ
4.เชิงคุณภาพ : ขับเคลื่อนการดำเนินงานรูปแบบบริการที่เชื่อมระหว่างภาคประชาชนกับหน่วยบริการ 12 แห่ง

10. วิธีการดำเนินงาน :
1 ทบทวนข้อมูล สถานการณ์ วิเคราะห์และสรุปการดำเนินงานทันตสุขภาพในผู้สูงอายุ 2 วางแผน ออกแบบกิจกรรมดำเนินงาน 3 ขยายความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย ทั้งระดับโยบาย พื้นที่และภาคประชาสังคม สร้างการมีส่วนร่วมและผลักดันงานช่องปากผู้สูงอายุให้อยู่ในทุกมิติของอย่างเป็นองค์รวม 4 พัฒนาเครื่องมือ/รูปแบบ/แนวทาง รวมถึงช่องทางเพื่อการสื่อสารข้อมูล องค์ความรู้สุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ ให้สอดรับกับสถานการณ์ในยุคนวัตวิถีและกระแสแห่งเทคโนโลยีดิจิทัล 5 พัฒนาเครื่องมือประเมินความรอบรู้ในผู้สูงอายุ ด้านทันตสุขภาพ (ใน Process การทดสอบเครื่องมือ) 6 ขับเคลื่อนการดำเนินงานเพื่อการเฝ้าระวังสุขภาพช่องปากในชุมชนด้วยเครื่องมือ Blue Book Application และแนวทางการจัดบริการสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ ให้ครอบคลุมพื้นที่ 12 เขตสุขภาพ พร้อมผลักดันภาคีเครือข่ายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 7 ขับเคลื่อนการรณรงค์ สร้างกระแส การดูแลสุขภาพช่องปากด้วยตนเอง สิทธิประโยชน์ หรือบริการทันตกรรมพื้นฐานที่ควรได้รับ เพื่อให้เกิดพฤติกรรมทันตสุขภาพที่พึงประสงค์ มีความรอบรู้เรื่องสุขภาพช่องปาก ตลอดจนมีสุขภาพช่องปากดี มีฟันใช้งานได้อย่างเหมาะสม 8 วางกรอบการประเมินผลการดำเนินตามแผนงานทันตสุขภาพผู้สูงอายุประเทศไทย 9 พัฒนาและเชื่อมโยงระบบฐานข้อมูล การดำเนินงานเฝ้าระวังในพื้นที่สู่ระบบบริการ เพื่อการติดตาม กำกับการดำเนินงาน 10 ติดตามการดำเนินงาน ค้นหาอุปสรรคและความท้าทาย เพื่อวางแผนพัฒนาและการดำเนินงานในระยะถัดไป

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 1.1 ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาเนื้อหาและรูปแบบการสื่อสาร การรณรงค์นโยบาย 80 ปี ฟันดี 20 ซี่ 1 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 30 พ.ย. 2564 10,000.00
2 1.2 จ้างดำเนินการประชาสัมพันธ์และจัดกิจกรรมการประกวดคลิปผู้สูงอายุฟันดี 1 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 30 เม.ย. 2565 400,000.00
3 1.3 ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนารูปแบบสื่อเพื่อการดูแลช่องปากผู้สูงอายุที่มีความต้องการเฉพาะโรค (โรคสมองเสื่อม) 1 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 4,900.00
4 1.4 จัดจ้างผลิตสื่อและบริหารจัดการช่องทางการสื่อสารออนไลน์เรื่องการดูแลสุขภาพช่องปาก 1 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ก.ค. 2565 300,000.00
5 1.5 สนับสนุนงบประมาณให้ศูนย์อนามัยในการดำเนินงานเก็บข้อมูลการประเมินความรอบรู้ด้านทันตสุขภาพในผู้สูงอายุ ในพื้นที่ 1 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 120,000.00
6 1.6 ประชุมเชิงปฏิบัติการทดสอบเครื่องมือการประเมินความรอบรู้ด้านทันตสุขภาพในผู้สูงอายุ 1 ครั้ง 1 ก.พ. 2565 - 28 ก.พ. 2565 125,000.00
7 1.7 ประชุมเชิงปฏิบัติการจัดการข้อมูลเพื่อการวางแผนพัฒนาความรอบรู้ด้านทันตสุขภาพในผู้สูงอายุ 1 ครั้ง 1 มิ.ย. 2565 - 30 มิ.ย. 2565 96,500.00
8 2.1 ประชุมสรุปผลการทดสอบการใช้ Bluebook Application ในพื้นที่นำร่อง 1 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 30 พ.ย. 2564 3,875.00
9 2.2 ประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนเครื่องมือในการคัดกรองและแนวทางการจัดบริการสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ 1 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 30 พ.ย. 2564 18,600.00
10 2.3 ประชุมติดตามและสรุปการพัฒนารูปแบบการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุเพื่อสนับสนุนการควบคุมโรคเรื้อรังในชุมชน ด้วยสมุดสุขภาพผู้สูงอายุแบบดิจิทัล (Digital Blue Book) กรณีศึกษาพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ 1 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 0.00
11 2.4 ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาระบบฐานข้อมูลสมุดบันทึกสุขภาพผู้สูงอายุ 1 ครั้ง 1 มี.ค. 2565 - 31 มี.ค. 2565 4,650.00
12 3.2 ประชุมเชิงปฏิบัติการเตรียมประเมินผลแผนงานทันตสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุประเทศไทย พ.ศ. 2558 – 2565 1 ครั้ง 1 ม.ค. 2565 - 31 ม.ค. 2565 4,900.00
13 3.3 ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาคุณภาพบริการในคลินิกทันตกรรมสำหรับผู้สูงอายุ เพื่อรองรับสถานการณ์ภาวะฉุกเฉิน 1 ครั้ง 1 ม.ค. 2565 - 31 ม.ค. 2565 15,605.00
14 3.1 ประชุมเชิงปฏิบัติการกู้ชีพฉุกเฉินสำหรับทันตบุคลากร สำนักทันตสาธารณสุข ประจำปี 2565 2 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 25,600.00
15 3.5 นิเทศติดตามการดำเนินงานทันตสุขภาพผู้สูงอายุในพื้นที่ 4 แห่ง 1 ก.ค. 2565 - 31 ก.ค. 2565 89,120.00
16 3.4 ประชุมคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนแผนงาน 5 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ก.ค. 2565 77,250.00
รวมเป็นเงิน 1,296,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
1,296,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 พ.ย. 2564 - 31 ก.ค. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
ศูนย์อนามัยที่ 1 – 12, สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง, กรุงเทพมหานคร, สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด, หน่วยบริการทันตสาธารณสุขทุกระดับ (ปฐมภูมิ ทุติยภูมิ ตติยภูมิ)

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
1 ผู้สูงอายุ (อายุ 60 ปีขึ้นไป) และก่อนวัยสูงอายุ (อายุ 45 – 59 ปี) ทั่วประเทศ 2 ทันตบุคลากร บุคลากรสาธารณสุข เครือข่ายภาคประชาชน

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
ทันตบุคลากร บุคลากรสาธารณสุข เครือข่ายภาคประชาชน และผู้รับบริการปลายทาง คือกลุ่มผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) ก่อนวัยสูงอายุ (45 – 59 ปี)

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1 นายพูลพฤกษ์ โสภารัตน์ ตำแหน่งทันตแพทย์ชำนาญการพิเศษ 2 นายเพิ่มรัตนะ สรีระเทวินท์ ตำแหน่งทันตแพทย์ชำนาญการพิเศษ 3 นายพงศธร จินตกานนท์ ตำแหน่งทันตแพทย์ชำนาญการ 4 นางสาวพัชรวรรณ สุขุมาลินท์ ตำแหน่งทันตแพทย์ชำนาญการ 5 นางสาวเบญจวรรณ บุญมาก ตำแหน่งทันตแพทย์ชำนาญการ 6 นางสาวมนัญญา เรือจิตร ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 7 นางสาวเนริศา เอกปัชชา ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวสุรัตน์ มงคลชัยอรัญญา

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสาววรางคนา เวชวิธี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายสราวุฒิ บุญสุข

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สำนักทันตสาธารณสุข
ลำดับที่ : 10

1. ชื่อโครงการ :
โครงการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในช่องปากกลุ่มเด็กพิเศษ

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
7) ร้อยละของเด็กอายุ 12 ปี ปราศจากฟันผุ (caries free)

4. cluster :
วัยเรียนและวัยรุ่น

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 24 ) 6.4 พัฒนาระบบและกลไกการเข้าถึงบริการส่งเสริมสุขภาพเด็กพิเศษแบบองค์รวมอย่างมีคุณภาพ
5.2 โครงการสำคัญ โครงการโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพแนวใหม่ (New HPS Plus HL)

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
เด็กกลุ่มเฉพาะ/พิเศษ คือ เด็กพิการหรือมีความผิดปกติแต่กำเนิดต้องการการดูแลเป็นการเฉพาะ/พิเศษกว่าเด็กทั่วไป จากผลสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากแห่งชาติ ครั้งที่ 8 พ.ศ. 2560 ในกลุ่มเด็กวัยเรียน พบความชุกของโรคฟันผุ ร้อยละ 52.0 โรคเหงือกอักเสบ ร้อยละ 66.3 ในขณะที่ไม่มีผลสำรวจแยกเด็กพิเศษประเภทต่าง ๆ มีการดำเนินการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในช่องปากของเด็กพิการบางแห่งเท่านั้น เนื่องจาก การเข้าไม่ถึงบริการส่งเสริมป้องกันและเฝ้าระวังสุขภาพช่องปากในโรงเรียนเฉพาะพิเศษ เช่น การออกหน่วยตรวจสุขภาพช่องปาก เพื่อรับบริการส่งเสริมป้องกันตามชุดสิทธิประโยชน์ อันได้แก่ การเคลือบหลุมร่องฟันในฟันกรามถาวรซี่แรกและซี่ที่ 2 การเฝ้าระวังสภาวะสุขภาพช่องปาก และการส่งต่อเพื่อรับบริการตั้งแต่เริ่มแรกโดยการตรวจฟัน อย่างน้อยภาคเรียนละ 1 ครั้ง และการประเมินความเสี่ยงของโรคในช่องปาก แม้จะมีการให้บริการส่งเสริมป้องกันตามชุดสิทธิประโยชน์ในรูปแบบการจ่ายตามรายบริการ (fee Schedule) แล้วก็ตาม บริการที่ได้รับส่วนใหญ่เป็นบริการรักษาโรคจากการออกหน่วยทันตแพทย์เคลื่อนที่ทั้งสิ้น และมีการส่งต่อในกรณีที่มีปัญหาสุขภาพช่องปากฉุกเฉิน หรือรุนแรง เด็กพิการวัยเรียนมักได้รับบริการทันตกรรมเมื่ออาการของโรคลุกลามมากแล้ว บางส่วนต้องสูญเสียฟันก่อนวัยอันควร เนื่องจากมีฟันผุลุกลามไปถึงโพรงประสาทฟันจนเก็บรักษาไม่ได้ ซึ่งส่งผลให้เติบโตเป็นวัยรุ่น วัยผู้ใหญ่ที่มีปัญหาสุขภาพช่องปาก และมีฟันไม่ครบ 20 ซี่ในวัยสูงอายุ ในปีงบประมาณ 2565 นี้ สำนักทันตสาธารณสุขดำเนินในกลุ่มเป้าหมาย 2 กลุ่ม คือ เด็กพิการ ทางการเห็นและเด็กพิการทางการได้ยิน เนื่องด้วยสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 การปฏิบัติตัว วิถีใหม่ประชาชนทุกคนต้องสวมใส่หน้ากาก ทำให้เด็กพิการทางการได้ยินมีความยากลำบากในการสื่อสารเพิ่มขึ้น จึงดำเนินการจัดทำต้นแบบสื่อเพื่อเสริมสร้างความรอบรู้สุขภาพช่องปากโดยการนำนิทานของเด็กปฐมวัยของสำนักทันตสาธารณสุขมาต่อยอดเพิ่มภาษามือให้มีความเข้าใจเพิ่มขึ้น เนื่องจากกลุ่มเด็กปฐมวัยอาจยังอ่านหนังสือไม่คล่องนัก การสื่อสารส่วนใหญ่เกิดจากการอ่านปาก และใช้ภาษามือ สำหรับเด็กพิการทางการเห็นได้มีการจัดทำต้นแบบสื่อเพื่อเสริมสร้างความรอบรู้ผู้ปกครองและบุคลากรในการดูแลสุขภาพช่องปากเด็กซึ่งเป็นงานที่พัฒนาต่อเนื่องจากปีงบประมาณ 2563 ร่วมกับการยางแห่งประเทศไทย คือ ตุ๊กตาฝึกทักษะผู้ปกครองในการดูแลสุขภาพช่องปาก และพัฒนายางกัดช่วยอ้าปากในกลุ่มที่มีข้อจำกัดในการเคลื่อนไหว ซึ่งสามารถนำมาใช้กับ เด็กปกติได้ด้วย ในการนี้จำเป็นต้องมีการประชุมผู้เชี่ยวชาญเพื่อระดมความคิดเห็นในการผลิตต้นแบบสื่อ ที่เหมาะสมทั้ง 2 ประเภท นอกจากนั้นการดูแลสุขภาพ และสุขภาพช่องปากเด็กกลุ่มพิเศษในยุคปัจจุบัน ผู้ที่ใกล้ชิดและมีอิทธิพลอย่างมากต่อเด็ก คือ ครู ผู้ดูแล ตลอดจนผู้ปกครอง จึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาศักยภาพบุคลากร (ครู และผู้ดูแล)ให้มีความรู้ความเข้าใจในการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างถูกต้อง เพื่อประยุกต์ใช้ในการสอนให้เหมาะสมกับกลุ่มวัยและบริบทของโรงเรียนสอนคนตาบอดแต่ละแห่ง

8. วัตถุประสงค์ :
1 เพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการส่งเสริมและป้องกันโรคในช่องปากของเด็กพิการทางการเห็นในโรงเรียนสอนคนตาบอด 2 เพื่อพัฒนาสื่อส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพของเด็กพิการทางการเห็นและทางการได้ยิน 3 เพื่อพัฒนาศักยภาพครูและผู้ดูแลเด็กพิการทางการเห็นให้มีความรู้ความเข้าใจในการดูแลสุขภาพช่องปากตนเองและเด็กในความดูแล

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ต้นแบบนวัตกรรมตุ๊กตาสอนแปรงฟันสำหรับเด็กพิการทางการเห็นและยางกัด (ดำเนินการร่วมกับการยางแห่งประเทศไทย) 2 งาน
2.ต้นแบบนวัตกรรมคลิปนิทานให้ความรู้เรื่องสุขภาพช่องปากสำหรับเด็กพิการทางการได้ยิน 1 เรื่อง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงคุณภาพ : ผลการประเมินการใช้ต้นแบบนวัตกรรมตุ๊กตาสอนแปรงฟันสำหรับเด็กพิการทางการเห็นและยางกัด (ดำเนินการร่วมกับการยางแห่งประเทศไทย) 2 ฉบับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1 สำรวจและประสานงานหน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้อง และเสนอแต่งตั้งคณะทำงาน 2 จัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายการเพิ่มการเข้าถึงบริการส่งเสริมและป้องกันโรคในช่องปากเด็กพิการทางการเห็นในโรงเรียนสอนคนตาบอด 3 จัดประชุมผู้เชี่ยวชาญพิจารณาต้นแบบตุ๊กตาสอนแปรงฟันและยางกัด 4 จัดประชุมผู้เชี่ยวชาญพิจารณาต้นแบบนิทานสอนแปรงฟันเด็กพิการทางการได้ยินกลุ่มปฐมวัย 5 ขอการรับรองจริยธรรมการวิจัยเพื่อการออกแบบยางกัด 6 สรุปและวิเคราะห์ข้อมูลจากการประชุม พร้อมปรับปรุงต้นแบบ ฯ 7 จัดทำต้นแบบตุ๊กตาสอนแปรงฟัน ยางกัด และนิทานสอนแปรงฟันเด็กพิการทางการได้ยิน 8 ประเมินผลต้นแบบนวัตกรรม 9 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพครูอนามัยและผู้ดูแลเด็กพิการทางการเห็น

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 1 ประชุมพัฒนาต้นแบบตุ๊กตาสอนแปรงฟันและยางกัดที่ผลิตด้วยยางพารา 1 งาน 1 ธ.ค. 2564 - 30 พ.ย. 2564 5,050.00
2 2 ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพในการสื่อสารและผลิตสื่อกลุ่มเด็กพิเศษ 1 ครั้ง 1 ม.ค. 2565 - 31 ม.ค. 2565 11,700.00
3 4 จ้างทำคลิปวิดีโอภาษามือประกอบสื่อสุขภาพช่องปากสำหรับเด็กพิการทางการได้ยิน 1 ครั้ง 1 เม.ย. 2565 - 30 เม.ย. 2565 5,000.00
4 5 ประชุมเชิงปฏิบัติการเพิ่มศักยภาพครูและผู้ดูแลเด็กโรงเรียนสอนคนตาบอด 1 ครั้ง 1 ก.พ. 2565 - 28 ก.พ. 2565 115,800.00
5 6 ประเมินผลการใช้งานต้นแบบยางกัดที่ผลิตด้วยยางพารา 1 ครั้ง 1 มิ.ย. 2565 - 30 มิ.ย. 2565 10,920.00
6 7 ประเมินผลการใช้งานต้นแบบตุ๊กตาสอนแปรงฟันที่ผลิตด้วยยางพารา 1 ครั้ง 1 มิ.ย. 2565 - 30 มิ.ย. 2565 5,320.00
7 3 ประชุมผู้เชี่ยวชาญในการผลิตสื่อการเรียนรู้สำหรับเด็กพิการทางการได้ยิน 2 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 30 มิ.ย. 2565 10,100.00
8 8 โครงการเพิ่มเข้าถึงการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในช่องปากของเด็กพิการทางการมองเห็นในโรงเรียนสอนคนตาบอด ระยะที่ 1 : Assessment มี 2 กิจกรรม ประชุมหารือกับทันตบุคลากรในพื้นที่ที่มีโรงเรียนสอนคนตาบอด (กันยายน 2564) •สัมภาษณ์เชิงลึกครูโรงเรียนสอนคนตาบอด (กันยายน 2564) ระยะที่ 2 : จัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายต่อสปสช. และอปท. (กองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่) เพื่อจัดสรรงบประมาณในการดำเนินการส่งเสริมป้องกันเฉพาะกลุ่มเด็กพิการทางการเห็น (ตุลาคม 2564 – พฤศจิกายน 2564) 14 แห่ง 1 ต.ค. 2564 - 31 ส.ค. 2565 0.00
รวมเป็นเงิน 163,890.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
163,890.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 31 ส.ค. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
โรงเรียนสอนคนตาบอด 14 แห่ง และโรงเรียนโสตศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
กลุ่มเด็กพิการทางการเห็นและการได้ยินในโรงเรียนเฉพาะพิเศษที่เข้าร่วมโครงการ

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
นักเรียน/ครู โรงเรียนสอนคนตาบอด และโสตศึกษา

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1 นางปฐมา เชาวนเมธา ทันตแพทย์ชำนาญการ 2 นางสาวสุวภักดิ์ โพธิเสน นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาววรมน อัครสุต

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสาววรางคนา เวชวิธี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายสราวุฒิ บุญสุข

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สำนักทันตสาธารณสุข
ลำดับที่ : 11

1. ชื่อโครงการ :
โครงการพัฒนาแนวทางการจัดบริการสุขภาพช่องปาก

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
12) ร้อยละของวัยทำงานอายุ 25-59 ปี ที่มีการเตรียมการเพื่อยามสูงอายุโดยการมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์
13) ร้อยละของผู้สูงอายุมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

4. cluster :
วัยทำงาน

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 27 ) 8.2 การเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพ ความรอบรู้ และปัจจัยแวดล้อมที่ส่งผลต่อสุขภาพวัยทำงาน
5.2 โครงการสำคัญ โครงการชุมชนเป็นฐานจัดการครอบครัวรอบรู้สุขภาพ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
การดูแลสุขภาพช่องปากของประชาชนทุกกลุ่มวัยตลอดช่วงชีวิตเป็นสิ่งสำคัญ หากขาดการดูแล ที่ถูกต้องและสม่ำเสมอจะส่งผลให้มีสุขภาพช่องปากที่ไม่ดี ส่งผลเสียทั้งต่อตนเองและบุคคลอื่น ๆ ด้วย สุขภาพช่องปากมีความสัมพันธ์กับสุขภาพร่างกาย ก่อให้เกิดพัฒนาการและคุณภาพชีวิตที่ดีของคนทุกกลุ่มวัย ยิ่งไปกว่านั้นโรคในช่องปาก เช่น ฟันผุ และปริทันต์อักเสบ ที่ไม่ได้รับการดูแล ป้องกัน รักษาที่เหมาะสมและทันเวลาจะนำไปสู่การสูญเสียฟัน ปัจจัยหนึ่งที่สำคัญและมีส่วนช่วยป้องกันการเกิดโรคในช่องปาก คือ การลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการทันตกรรมของประชาชนทุกกลุ่มวัย วิธีการหนึ่งที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการทันตกรรม คือ การมีชุดสิทธิประโยชน์ตามหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยในปัจจุบันได้กำหนดให้มีการส่งเสริมป้องกันการเกิดโรคในช่องปากครอบคลุมการดูแลสุขภาพช่องปากของประชาชนทุกกลุ่มวัย แต่ยังขาดแนวทางในการจัดบริการสุขภาพช่องปากให้สอดรับกับชุดสิทธิประโยชน์ตามหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเพื่อให้สามารถดำเนินการจัดบริการสร้างเสริมและป้องกันโรคในช่องปากได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้อีกปัจจัยที่ส่งผลต่อการเข้ารับบริการทันตกรรมของประชาชนที่ลดลงในปัจจุบัน คือ การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (covid-19) ที่เกิดขึ้น ส่งผลให้มีการจำกัดบริการทันตกรรม เนื่องจากเป็นบริการที่มีความเสี่ยงให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อ โดยเฉพาะหัตถการที่มีการฟุ้งกระจาย จึงจำเป็นต้องปรับรูปแบบในการจัดบริการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในช่องปาก ให้สอดรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเน้นการใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อให้เหมาะสมกับรูปแบบการใช้ชีวิตในปัจจุบัน เช่น ระบบบริการทันตกรรมทางไกล (teledentistry) สำนักทันตสาธารณสุขโดยกลุ่มพัฒนาระบบทันตสาธารณสุข จึงได้ดำเนินการโครงการพัฒนาแนวทางการจัดบริการสุขภาพช่องปาก เพื่อจัดทำแนวทางการจัดบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในช่องปากตามหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และพัฒนาแนวทางการจัดบริการทันตกรรมทางไกล (teledentistry) ซึ่งเป็นมาตรการที่มีความสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพ ลดความเสี่ยงไม่ให้เกิดโรคในช่องปาก ลดความรุนแรงของโรค และป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ ส่งผลต่อสุขภาพช่องปากของประชาชนวัยทำงานในภาพรวม

8. วัตถุประสงค์ :
1 เพื่อจัดทำแนวทางการจัดบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในช่องปาก ตามหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 2 เพื่อพัฒนาแนวทางการจัดบริการทันตกรรมทางไกล

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.แนวทางการจัดบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในช่องปากตามหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 1 เรื่อง
2.แนวทางการจัดบริการทันตกรรมทางไกล 1 เรื่อง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1 จัดทำโครงการและขออนุมัติ 2 แต่งตั้งคณะทำงาน 3 ประชุมพัฒนาแนวทางทางการจัดบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในช่องปากตาม หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 4 ประชุมคณะทำงานพัฒนาแนวทางการจัดบริการทันตกรรมทางไกล 5 ประชุมติดตามการดำเนินงานการจัดบริการทันตกรรมทางไกล 6 นิเทศติดตามการจัดบริการทันตกรรมทางไกล 7 ประชุมประเมินผลการดำเนินงานจัดบริการทันตกรรมทางไกล 8 จัดทำร่างแนวทางเพื่อให้คณะทำงานและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องพิจารณา และปรับแก้ไขตามข้อเสนอแนะ 9 จัดทำแนวทาง 10 เผยแพร่แนวทาง

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 3 การประชุมติดตามการดำเนินงานการจัดบริการทันตกรรมทางไกล 1 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 30 พ.ย. 2564 33,000.00
2 4 นิเทศติดตามการจัดบริการทันตกรรมทางไกล 1 ครั้ง 1 พ.ค. 2565 - 31 พ.ค. 2565 6,000.00
3 5 การประชุมประเมินผลการดำเนินงานจัดบริการทันตกรรมทางไกล 1 ครั้ง 1 มิ.ย. 2565 - 30 มิ.ย. 2565 65,180.00
4 1 ประชุมพัฒนาแนวทาง การจัดบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในช่องปากตามหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 3 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 31 ก.ค. 2565 22,350.00
5 2 การประชุมคณะทำงานพัฒนาแนวทางการจัดบริการทันตกรรมทางไกล 4 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 30 มิ.ย. 2565 9,880.00
รวมเป็นเงิน 136,410.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
136,410.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 พ.ย. 2564 - 31 ก.ค. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
จัดกิจกรรม ณ กรมอนามัย และพื้นที่นำร่องการจัดบริการทันตกรรมทางไกล 1 จังหวัด

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
1 คณะทำงานจัดทำแนวทางการจัดบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในช่องปากตามหลักประกันสุขภาพแห่งชาติและผู้เกี่ยวข้อง 2 คณะทำงานพัฒนาแนวทางการจัดบริการทันตกรรมทางไกลและผู้เกี่ยวข้อง

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
ทันตบุคลากรและประชาชน

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1 นายวรุต ชลิทธิกุล ตำแหน่งทันตแพทย์ชำนาญการ 2 นางสาวสรารัตน์ เรืองฤทธิ์ ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาววรมน อัครสุต

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสาววรางคฯา เวชวิธี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายสราวุฒิ บุญสุข

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สำนักทันตสาธารณสุข
ลำดับที่ : 12

1. ชื่อโครงการ :
โครงการอบรมระยะสั้น (4 เดือน) ทันตสาธารณสุข สำหรับทันตแพทย์ ปี 2565

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
12) ร้อยละของวัยทำงานอายุ 25-59 ปี ที่มีการเตรียมการเพื่อยามสูงอายุโดยการมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

4. cluster :
วัยทำงาน

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 27 ) 8.2 การเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพ ความรอบรู้ และปัจจัยแวดล้อมที่ส่งผลต่อสุขภาพวัยทำงาน
5.2 โครงการสำคัญ โครงการชุมชนเป็นฐานจัดการครอบครัวรอบรู้สุขภาพ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
สุขภาพช่องปากสัมพันธ์กับรับประทานอาหารและการนอน ส่งผลต่อพัฒนาการ สุขภาพและ คุณภาพชีวิตของคนทุกกลุ่มวัย และมีหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าจำนวนซี่ฟันแท้ในผู้สูงอายุสัมพันธ์กับการกระตุ้นความจำและการมีอายุยืนยาว แต่ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคในช่องปากและการสูญเสียฟันมีได้ในทุกช่วงอายุ มาตรการที่มีความคุ้มค่าในด้านบริการส่งเสริม ป้องกัน และรักษา เพื่อเก็บรักษาฟันไว้สามารถลดช่องว่างของความไม่เท่าเทียมทางสุขภาพช่องปากได้ เพื่อให้ทุกกลุ่มวัยมีสภาวะสุขภาพช่องปากดีอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีอายุคาดเฉลี่ยแบบมีสุขภาพดีเพิ่มขึ้นตามนโยบายกระทรวงสาธารณสุข การดำเนินงานทันตสาธารณสุขในพื้นที่ จำเป็นต้องมีองค์ความรู้ด้านทันตสาธารณสุขที่สามารถเชื่อมโยงกับศาสตร์สาขาที่เกี่ยวข้องภายใต้บริบทและทรัพยากรที่มีในชุมชน ทักษะเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้ด้วยการเรียนรู้จากการทำงานชุมชนอย่างต่อเนื่องระยะยาวหรือศึกษาต่อในระดับหลังปริญญา เพื่อให้ทันตแพทย์ซึ่งเป็นวิชาชีพสาขาขาดแคลนเกิดการเรียนรู้ดังกล่าวได้ในระยะสั้นโดยไม่ต้องลาศึกษาต่อ กรมอนามัยโดยสำนักทันตสาธารณสุขจึงจัดทำโครงการอบรมระยะสั้นนี้อย่างสอดคล้องกับวิถีการทำงานของทันตแพทย์ โดยสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) รับรองหลักสูตรนี้สำหรับทันตแพทย์ที่บรรจุเข้ารับราชการ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2542 ให้เป็นวุฒิในการเลื่อนระดับเป็นทันตแพทย์ชำนาญการพิเศษได้ดังหนังสือสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ที่ สธ 0201.039/ว 258 ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2553 และเพิ่มเติมดังหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1006.2.2/1688 ลงวันที่ 30 กันยายน 2563 โดยต้องเข้าอบรมตลอดหลักสูตรและผ่านการประเมิน ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2560 สำนักทันตสาธารณสุขจึงได้จัดทำหลักสูตรเป็นรายกลุ่มวิชาที่อิสระต่อกันเพื่อให้ทันตบุคลากรในระดับอื่นเลือกสมัครอบรมเฉพาะกลุ่มวิชาที่สนใจได้ และยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการหลักสูตรด้วย

8. วัตถุประสงค์ :
1 มีประสบการณ์ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันและกับนักวิชาการส่วนกลาง 2 เข้าใจแนวคิดหลักการสำคัญของศาสตร์สาขาต่างๆ 3 นำความรู้และทักษะจากการฝึกปฏิบัติไปปฏิบัติการตอบสนองต่อปัญหาในพื้นที่ภายใต้ทรัพยากรที่มีได้ 4 มีความมั่นใจในการนำเสนอ สื่อสาร และปฏิสัมพันธ์กับบุคลากรสายงานอื่น ๆ

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ทันตแพทย์ได้รับการอบรมด้านทันตสาธารณสุข 5 ครั้ง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1 จัดทำโครงการและขออนุมัติ 2 ประชุมคณะทำงาน 3 ประชาสัมพันธ์และประกาศรับสมัครผู้เข้าอบรม 4 ติดต่อประสานงานผู้เข้าอบรม วิทยากร และผู้เกี่ยวข้อง 5 จัดอบรม 6 ประสานอาจารย์พี่เลี้ยง 7 ประชุมประเมินผลโครงร่างการวิจัย 8 ประเมินและสรุปผล 9 ประชุมคณะทำงาน (AAR)

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 1 จัดอบรม 5 ครั้ง 1 มี.ค. 2565 - 31 ก.ค. 2565 0.00
รวมเป็นเงิน 0.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
0.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 มี.ค. 2565 - 31 ก.ค. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
ห้องประชุมกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
ทันตแพทย์ที่ต้นสังกัดอนุมัติให้เข้าอบรม

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1 นางสาววรมน อัครสุต ทันตแพทย์ชำนาญการ 2 นางสาวถิรวรรณ รานวล นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาววรมน อัครสุต

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสาววรางคนา เวชวิธี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายสราวุฒิ บุญสุข

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สำนักทันตสาธารณสุข
ลำดับที่ : 13

1. ชื่อโครงการ :
โครงการพัฒนาระบบสารสนเทศทันตสาธารณสุข

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
12) ร้อยละของวัยทำงานอายุ 25-59 ปี ที่มีการเตรียมการเพื่อยามสูงอายุโดยการมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

4. cluster :
วัยทำงาน

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 27 ) 8.2 การเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพ ความรอบรู้ และปัจจัยแวดล้อมที่ส่งผลต่อสุขภาพวัยทำงาน
5.2 โครงการสำคัญ โครงการชุมชนเป็นฐานจัดการครอบครัวรอบรู้สุขภาพ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
จากแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ด้านสาธารณสุขกำหนดเป้าหมายประชาชนสุขภาพดีมีอายุคาดเฉลี่ยของการมีสุขภาพดีไม่น้อยกว่า 75 ปี และกรมอนามัยได้ประกาศแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมตามแผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติ ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) เพื่อให้การดำเนินงานบรรลุผลสำเร็จตามวิสัยทัศน์ คือ “กรมอนามัยเป็นองค์กรหลักของประเทศในการอภิบาลระบบส่งเสริมสุขภาพและระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อประชาชนสุขภาพดี” และบรรลุพันธกิจคือ “ทำหน้าที่ในการสังเคราะห์ใช้ความรู้ดูภาพรวม เพื่อกำหนดนโยบายและออกแบบระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมโดยการประสานงานสร้างความร่วมมือและกำกับดูแลเพื่อให้เกิด ความรับผิดชอบต่อการดำเนินงาน” การพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศและกฎหมายด้านสุขภาพเป็นแผนงานหนึ่งในยุทธศาสตร์บริหารจัดการเป็นเลิศด้วยธรรมาภิบาลของกระทรวงสาธารณสุข (Governance Excellence) ซึ่งกรมอนามัยได้นำมาใช้ในระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม(A2IM) ระบบสารสนเทศทาง ทันตสาธารณสุขมีการพัฒนาและปรับปรุงมาเป็นระยะตามนโยบายด้านทันตสาธารณสุขตามองค์ความรู้ที่มี การพัฒนาไปเกิดระบบขึ้นหลายชุดทำให้มีข้อมูลซ้ำซ้อนเป็นภาระของผู้ปฏิบัติงานข้อมูลด้วยความจำกัดในแต่ละระบบไม่สามารถเชื่อมโยงกัน ผู้รายงานไม่ได้รับข้อมูลหรือผลการวิเคราะห์ย้อนกลับคืนข้อมูล สำนักทันต-สาธารณสุขมีการพัฒนาระบบควบคุมกำกับและประเมินผลการจัดบริการสุขภาพช่องปาก ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายของยุทธศาสตร์ในการปรับปรุงข้อมูลและสารสนเทศทันตสาธารณสุขให้มีความสอดคล้องกับระบบทางการแพทย์และตรงกับความต้องการของส่วนผู้ปฏิบัติในพื้นที่ โดยมีหลักการสำคัญ คือ จัดตั้งและพัฒนาระบบฐานข้อมูลระดับจังหวัดเพื่อส่งเสริมการใช้ประโยชน์ข้อมูลของส่วนภูมิภาค สำหรับข้อมูลระดับประเทศใช้จัดทำเป็นสารสนเทศ ตลอดจนพัฒนาระบบสารสนเทศทันตสาธารณสุขเพื่อการใช้งานของหน่วยบริการสุขภาพเพื่อให้การปรับปรุงระบบข้อมูลทันตสาธารณสุขเป็นไปตามเป้าหมายข้างต้น สำนักทันตสาธารณสุขจึงได้จัดทำโครงการพัฒนาระบบสารสนเทศทันตสาธารณสุข

8. วัตถุประสงค์ :
1 เพื่อให้ได้ระบบข้อมูลที่สะดวกในการใช้งานและสื่อสารข้อมูลให้กับผู้เกี่ยวข้อง 2 เพื่อให้การนำเข้าข้อมูลที่มีคุณภาพ สำหรับงานทันตสาธารณสุขในระดับจังหวัดและส่วนกลาง 3 เพื่อให้ทันตบุคลากรสามารถวิเคราะห์ สื่อสาร และสามารถนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ในการทำงาน

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.คู่มือการจัดการระบบสารสนเทศทันตสาธารณสุข 1 ฉบับ
2.จำนวนทันตบุคลากรได้รับการถ่ายทอด 1 ครั้ง
3.มีฐานข้อมูลมาตรฐาน 1 ชุด
4.บุคลากรและภาคีเครือข่ายมีการใช้ประโยชน์สารสนเทศช่องปาก 1 ครั้ง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : ทันตบุคลากรได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 1 ครั้ง

10. วิธีการดำเนินงาน :
1 ประชุมเชิงปฏิบัติการการจัดทำมาตรฐานด้านข้อมูลสุขภาพ 2 ประชุมเชิงปฏิบัติการการใช้ประโยชน์จากสารสนเทศด้านสุขภาพช่องปาก 3 ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพบุคลากรการผลิตงานวิชาการและงานวิจัย 4 จัดจ้างดูแล พัฒนา ปรับปรุงระบบสารสนเทศทันตสาธารณสุข 5 จัดจ้างเช่าพื้นที่จัดเก็บเว็บไซด์

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 1 ประชุมเชิงปฏิบัติการการจัดทำมาตรฐานด้านข้อมูลสุขภาพ 1 ครั้ง 1 พ.ค. 2565 - 31 พ.ค. 2565 26,900.00
2 3 จัดจ้างดูแล พัฒนา ปรับปรุงระบบสารสนเทศทันตสาธารณสุข 1 ระบบ 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 90,000.00
3 4 จัดจ้างเช่าพื้นที่จัดเก็บเว็บไซด์ 1 ครั้ง 1 มิ.ย. 2565 - 30 มิ.ย. 2565 4,500.00
4 2 ประชุมเชิงปฏิบัติการการใช้ประโยชน์จากสารสนเทศด้านสุขภาพช่องปาก 2 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 พ.ค. 2565 184,160.00
รวมเป็นเงิน 305,560.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
305,560.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
76 จังหวัดทั่วประเทศและศูนย์อนามัย

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
ผู้เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย ทันตบุคลากรจากศูนย์อนามัย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด บุคลากรสำนักทันตสาธารณสุข และภาคเครือข่ายผู้เกี่ยวข้อง

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
ทันตแพทย์ นักวิชาการสาธารณสุข และบุคลากรในหน่วยงาน

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นางสาวณัฐมนัสนันท์ ศรีทอง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ นายปางพุฒิพงษ์ เหมมณี นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ นายอรรถพล คงมาก เจ้าพนักงานทันตสาธารณสุขปฏิบัติงาน

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวณัฐมนัสนันท์ ศรีทอง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสาววรางคนา เวชวิธี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายสราวุฒิ บุญสุข

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สำนักทันตสาธารณสุข
ลำดับที่ : 14

1. ชื่อโครงการ :
โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนแนวทางการดำเนินงานทันตสุขภาพประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
13) ร้อยละของผู้สูงอายุมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

4. cluster :
วัยผู้สูงอายุ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 44 ) 13.3 บูรณาการความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนากลไกการดูแล และคุณภาพต่อเนื่อง
5.2 โครงการสำคัญ โครงการพัฒนาระบบการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ ปี 2565

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
กรมอนามัยเป็นเจ้าภาพหลักในการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไทยทุกกลุ่มวัย ตั้งแต่ตั้งครรภ์จนถึงช่วงวัยสูงอายุ การส่งเสริมสุขภาพช่องปากเป็นหนึ่งในการส่งเสริมสุขภาพองค์รวม มีผลต่อคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว สำนักทันตสาธารณสุขมีการดำเนินการผลิต พัฒนาองค์ความรู้ นวัตกรรม ขับเคลื่อนนโยบาย และเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรด้านทันตสาธารณสุขให้สามารถดำเนินการส่งเสริมทันตสุขภาพที่ดีและมีคุณภาพแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง และจากข้อมูลการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากแห่งชาติครั้งที่ 8 พ.ศ. 2560 พบว่าสภาวะสุขภาพช่องปากของประชากรไทย มีแนวโน้มในภาพรวมดีขึ้น โดยโรคฟันผุในเด็กอายุ 5 และ 12 ปีลดลง จำนวนฟันถาวรที่ใช้เคี้ยวอาหารได้ในช่องปากกลุ่มวัยทำงานและผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น และอัตราการสูญเสียฟันในกลุ่มวัยทำงานและผู้สูงอายุลดลง แม้ว่าจะมีแนวโน้มของปัญหาลดลง แต่ปัญหาฟันผุในเด็กและการสูญเสียฟันในผู้สูงอายุก็ยังเป็นปัญหาสำคัญของประเทศไทย สำนักทันตสาธารณสุข เห็นว่าสถานะสุขภาพแต่ละช่วงวัยส่งผลต่อสุขภาพและการเกิดโรคในช่วงวัยต่อๆไปในอนาคต จึงได้ดำเนินงานส่งเสริมทันตสุขภาพครอบคลุมทุกกลุ่มวัย เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายหลักด้านสุขภาพช่องปากของประเทศ (Ultimate goal) 80ปีมีฟันใช้งานได้ 20 ซี่ และในปีงบประมาณ 2563 ที่ผ่านมากรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้ปรับการจ่าย จากเหมาจ่ายค่าบริการ เป็นการจ่ายตามรายการบริการ (fee schedule) เพื่อสนับสนุนหน่วยบริการให้บริการงานสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในช่องปากกลุ่มหญิงตั้งครรภ์และเด็ก เพื่อไม่ให้ลุกลามจนสูญเสียฟันถาวรในช่วงวัยถัดไปของชีวิต ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในปีที่ผ่านมา ไม่เพียงจะทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนแนวการปฏิบัติในการให้บริการทันตกรรมเท่านั้น ยังส่งผลให้ต้องปรับรูปแบบการทำงานสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในช่องปาก เพื่อให้ทันตบุคลากรและผู้เกี่ยวข้องได้ดำเนินการจัดบริการได้อย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อบูรณาการแผนงาน/แนวทางการดำเนินงานทันตสาธารณสุขระหว่างส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ภายใต้วิถีชีวิตใหม่ (new normal) 2. เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในช่องปาก

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.บุคลากรและภาคีเครือข่ายมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 1 ครั้ง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1 เตรียมการประชุมโดย 1.1 จัดตั้งคณะทำงาน และเตรียมการจัดประชุม 1.2 ประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่างๆและจัดทำระบบลงทะเบียนออนไลน์ 1.3 จัดทำข้อมูลและประสานงานวิทยากร ผู้เข้าร่วมประชุม แขกผู้มีเกียรติ และผู้สังเกตการณ์ 1.4 จัดทำเอกสารประกอบการประชุม รูปแบบการประชุม และจัดเตรียมสถานที่ 2 ดำเนินการจัดประชุม 3 สรุปผลการดำเนินงาน 4 ประเมินผลการประชุม

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 1 ประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนแนวทางการดำเนินงานทันตสุขภาพประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 1 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 31 ต.ค. 2564 33,600.00
รวมเป็นเงิน 33,600.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
33,600.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 31 ต.ค. 2564

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
กรมอนามัย

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
1 ทันตบุคลากร ผู้รับผิดชอบงานทันตสาธารณสุขจากหน่วยงานส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค 76 จังหวัด กรุงเทพมหานคร ศูนย์อนามัยที่ 1 - 12 สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง ศูนย์ทัสาธารณสุขระหว่างประเทศ 2 วิทยากร แขกผู้มีเกียรติ ผู้เชี่ยวชาญด้านทันตสาธารณสุข และผู้สังเกตการณ์ 3 บุคลากรสำนักทันตสาธารณสุข คณะทำงานจัดการประชุม

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
ทันตบุคลากร นักวิชาการจากหน่วยงานส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และกรุงเทพมหานคร

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1 นางสาวณัชชา เปรมประยูร นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 2 นางบังอร สุภาเกตุ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 3 นางสาวรัตนาภรณ์ มั่นคง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 4 นางสาวสุชาดา สุราเลิศ นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 5 นางสาววิจิตรา กุกำจัด นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 6 นางสาวมุทจรินทร์ สุระสังข์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผน

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวพิริยา วัฒนารุ่งกานต์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสาววรางคนา เวชวิธี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายสราวุฒิ บุญสุข

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สำนักทันตสาธารณสุข
ลำดับที่ : 15

1. ชื่อโครงการ :
โครงการขับเคลื่อน นโยบาย ยุทธศาสตร์ และประเมินผล

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
13) ร้อยละของผู้สูงอายุมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

4. cluster :
วัยผู้สูงอายุ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 44 ) 13.3 บูรณาการความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนากลไกการดูแล และคุณภาพต่อเนื่อง
5.2 โครงการสำคัญ โครงการพัฒนาระบบการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ ปี 2565

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
กระทรวงสาธารณสุขได้มีปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงาน เพื่อให้สอดรับกับการปฏิรูประบบและยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี โดยกำหนดเป้าหมาย คือ ประชาชนสุขภาพดี เจ้าหน้าที่มีความสุข ระบบสุขภาพยั่งยืน แต่ปัจจุบันพบว่า แผนงานระดับชาติที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพช่องปากมีเพียงแผนเดียว คือ แผนงานทันตสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุประเทศไทย ที่เริ่มใช้ในปี 2558 และจะจบลงในปี 2565 จึงเป็นที่เห็นพ้องต้องกันว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องมีแผนงานระดับชาติที่เป็นแผนงาสุขภาพช่องปากองค์รวม เพื่อเป็นเข็มมุ่งการพัฒนาและเป็นแนวทางการดำเนินงานของผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ ทั้งภาครัฐและเอกชน ภายใต้สถานการณ์ของประเทศและของโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทั้งเทคโนโลยี วิถีชีวิต องค์ความรู้ และสภาพสังคม ลดความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพ สำนักทันตสาธารณสุขเป็นแกนกลางประสานนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญและผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ทั้งส่วนที่เกี่ยวข้องและไม่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ (Health sector, Non-health sector) ทั้งภาครัฐและเอกชน กระบวนการหลักที่ใช้คือ การจัดประชุมทั้งใหญ่และย่อยจำนวนหลายครั้ง เพื่อแลกเปลี่ยนความคิด ปรึกษาหารือ ระดมสมอง พิจารณาถึงเหตุผลความจำเป็น กำหนดเป้าหมายและมาตรการการดำเนินงานของแผน โดยทั้งนี้มีการตั้งคณะกรรมการและคณะทำงานย่อย ทำหน้าที่รวบรวม วิเคราะห์ สังเคราะห์ ข้อมูลและคาดการณ์แนวโน้มในอีก 20 ปีข้างหน้า นอกจากนี้ยังทำหน้าที่รวบรวมและจัดทำสรุปผลการประชุม จนกระทั่งได้ แผนงานสุขภาพช่องปากประเทศไทยระยะ 20 ปี ฉบับร่าง ซึ่งนำไปเสนอและรับฟังข้อคิดเห็นจากภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาคเอกชน ผู้บริหาร และผู้ปฏิบัติงานทุกระดับ ทั้งภาคประชาชน ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานทุกระดับ เพื่อเปิดรับมุมมองและข้อเสนอที่รอบด้านและแตกต่างหลากหลาย

8. วัตถุประสงค์ :
1 เพื่อสนับสนุนและผลักดันให้มีการจัดทำแผนสุขภาพช่องปากประเทศไทย ระยะ 20 ปี 2 เพื่อสนับสนุนให้บุคลากรและภาคีเครือข่ายเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 3 เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรสำนักทันตสาธารณสุข 4 เพื่อประเมินผลิตภัณฑ์และบริการด้านสุขภาพช่องปาก 5 เพื่อติดตามการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพทันตสุขภาพ

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ร่างแผนงานสุขภาพช่องปากประเทศไทยระยะ 20 ปี 1 ฉบับ
2.ภาคีเครือข่ายเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 1 ครั้ง
3.ประเมินผลโปรแกรม/แผนงานส่งเสริมทันตสุขภาพ 1 เรื่อง
4.ติดตามการดำเนินงานทันตสาธารณสุข 3 ครั้ง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1 ประชุมคณะกรรมการและคณะทำงานจัดทำร่างแผนงานสุขภาพช่องปากประเทศไทยระยะ 20 ปี เพื่อจัดทำเป็นร่างแผนฉบับสมบูรณ์ 2 ทบทวนวรรณกรรม เอกสารอ้างอิง ในส่วนที่ต้องเพิ่มเติม 3 เตรียมการจัดประชุม ประสานติดต่อผู้เข้าประชุม ผู้เชี่ยวชาญ และผู้ที่เกี่ยวข้อง 4 จัดทำข้อมูลและรายละเอียดของแผนงาน 5 วิเคราะห์กระบวนงานและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของงานทันตสุขภาพ 6 จัดทำกรอบและเครื่องมือการประเมินผลการดำเนินงานทันตสุขภาพ 7 ดำเนินการประชุม 8 รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ และสรุปผล รวมทั้งสรุปผลการดำเนินงาน ทั้งเนื้อหาของการประชุม และการบริหารจัดการประชุม

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 2 ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพบุคลากรสำนักทันตสาธารณสุข 1 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 311,500.00
2 4 ประชุมเชิงปฏิบัติการรับฟังความคิดเห็นต่อร่างแผนงานสุขภาพช่องปากประเทศไทยระยะ 20 ปี 1 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 137,700.00
3 7 ประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำแผนปฏิบัติการพัฒนาสุขภาพช่องปาก ประจำปีงบประมาณ 2566 1 ครั้ง 1 ส.ค. 2565 - 31 ส.ค. 2565 481,000.00
4 9 ประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำกรอบการประเมินผลงานด้านทันตสุขภาพ 1 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 30 พ.ย. 2564 28,450.00
5 10 ประชุมสรุปการประเมินผลงานด้านทันตสุขภาพ 1 ครั้ง 1 พ.ค. 2565 - 31 พ.ค. 2565 10,200.00
6 3 ประชุมคณะกรรมการ/คณะทำงานจัดทำแผนงานทันตสุขภาพประเทศไทย 3 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 31 ส.ค. 2565 12,300.00
7 5 ประชุมเชิงปฏิบัติการติดตามและสนับสนุนการขับเคลื่อนการดำเนินงานทันตสุขภาพ 3 ครั้ง 1 ม.ค. 2565 - 31 ส.ค. 2565 86,900.00
8 8 ประชุมคณะทำงานประเมินผลงานด้านทันตสุขภาพ 3 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 28 ก.พ. 2565 14,250.00
9 6 ประชุมติดตามความก้าวหน้าผลการปฏิบัติราชการตามคำรับรองการปฏิบัติราชการสำนักทันตสาธารณสุข 8 ครั้ง 1 ม.ค. 2565 - 31 ส.ค. 2565 60,800.00
รวมเป็นเงิน 1,143,100.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
1,143,100.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 31 ส.ค. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
สถานที่ราชการ โรงแรมในจังหวัดกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
1 ทันตบุคลากรจากกรมอนามัย กรมการแพทย์ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร คณะทันตแพทยศาสตร์ของมหาวิทยาลัยต่างๆ สถาบันพระบรมราชชนก ชมรม/สมาคมที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพทันตแพทย์/ทันตาภิบาล/ผู้ช่วยทันตแพทย์ 2 ผู้มีส่วนได้เสียต่อแผนงาน เช่น กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน กระทรวงพาณิชย์ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
ประชาชนคนไทยทุกกลุ่มวัย

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1 นางสาวณัชชา เปรมประยูร นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 2 นางบังอร สุภาเกตุ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 3 นางสาวรัตนาภรณ์ มั่นคง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 4 นางสาวสุชาดา สุราเลิศ นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 5 นางสาววิจิตรา กุกำจัด นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 6 นางสาวมุทจรินทร์ สุระสังข์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผน

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวพิริยา วัฒนารุ่งกานต์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสาววรางคนา เวชวิธี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายสราวุฒิ บุญสุข

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สำนักทันตสาธารณสุข
ลำดับที่ : 16

1. ชื่อโครงการ :
โครงการบริหารจัดการหน่วยงานเพื่อการขับเคลื่อนงานทันตสาธารณสุข

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
13) ร้อยละของผู้สูงอายุมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์
27) ร้อยละของบุคลากรมีสมรรถนะในการขับเคลื่อนระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

4. cluster :
การคลังและงบประมาณ(FIN)

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 87 ) 23.4 ขับเคลื่อนและบริหารจัดการหน่วยงาน
5.2 โครงการสำคัญ โครงการยกระดับการบริหารงานคลังและงบประมาณตามหลักธรรมาภิบาล

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
เพื่อขับเคลื่อนงานตามแผนงานโครงการตามภารกิจหขักของสำนักทันตสาธารณสุขในการพัฒนาระบบ กลไกส่งเสริมการดูแลทันตสุขภาพของประชากรทุกช่วงวัย การสร้างเครือข่ายสนับสนุนและประสานความร่วมมือเพื่อไขแก้ปัญหาด้านทันตสุขภาพ การถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านทันตสาธารณสุขรวมทั้งบูรณาการเพื่อประเมินผลการแก้ไขปัญหาทันตสุขภาพกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาชนที่เกี่ยวข้องให้บรรลุถึงเป้าหมาย มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ส่งผลต่อการพัฒนาและขับเคลื่อนงานในภาพรวมของกรมอนามัย จึงเห็นควรจัดสรรงบประมาณเป็นค่าตอบแทนเงินเพิ่มพิเศษสำหรับทันตแพทย์ที่ปฏิบัติงานในหน่วยงานสังกัดกรมอนามัยที่มีสำนักงานตั้งอยู่ในส่วนกลางที่ไม่ทำเวชปฏิบัติส่วนตัว ฯ ค่าตอบแทนกำลังคนด้านสาธารณสุขและค่าเช่าบ้านของบุคลากรที่ปฏิบัติงานในสำนักทันตสาธารณสุข สนับสนุนการดำเนินงานกิจกรรม/โครงการในแผนปฏิบัติงานให้เป็นไปตามที่กำหนดและมีประสิทธิภาพ

8. วัตถุประสงค์ :
เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามแผนงานโครงการของหน่วยงาน

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ร้อยละการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานภาครัฐพัฒนางานส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมเป็นไปตามที่กำหนด 96 ร้อยละ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1 จัดจ้างเหมาบริการ 2 จัดซื้อวัสดุครุภัณฑ์ 3 เบิกจ่ายค่าตอบแทน ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 1 ค่าจ้างบุคคลภายนอก 1 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 374,000.00
2 2 ค่าใช้สอย (ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง/จัดประชุมราชการ/ค่าลงทะเบียน/ค่าตอบแทน/ค่าเช่า) 1 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 485,850.00
3 3 ค่าซ่อมบำรุงต่าง ๆ เช่น ค่าซ่อมคอมพิวเตอร์ ค่าซ่อมปรับปรุงสำนักงาน เป็นต้น 3 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 30 ก.ย. 2565 35,000.00
4 4 ค่าวัสดุุ 4 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 324,640.00
รวมเป็นเงิน 1,219,490.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
1,219,490.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
สำนักทันตสาธารณสุข

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
บุคลากรของสำนักทันตสาธารณสุข

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
บุคลากรของสำนักทันตสาธารณสุข

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นางอัญชลี แสงจันทร์ ตำแหน่ง นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางอัญชลี แสงจันทร์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสาววรางคนา เวชวิธี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายสราวุฒิ บุญสุข

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สำนักทันตสาธารณสุข
ลำดับที่ : 17

1. ชื่อโครงการ :
โครงการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิสำนักทันตสาธารณสุข

2. ยุทธศาสตร์ :

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
27) ร้อยละของบุคลากรมีสมรรถนะในการขับเคลื่อนระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

4. cluster :
การคลังและงบประมาณ(FIN)

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 88 ) 23.5 บริหารจัดการค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ์
5.2 โครงการสำคัญ โครงการยกระดับการบริหารงานคลังและงบประมาณตามหลักธรรมาภิบาล

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
เพื่อขับเคลื่อนงานตามแผนงานโครงการตามภารกิจหลักของสำนักทันตสาธารณสุขในการพัฒนาระบบ กลไกส่งเสริมการดูแลทันตสุขภาพของประชากรทุกช่วงวัย การสร้างเครือข่ายสนับสนุนและประสานความร่วมมือเพื่อไขแก้ปัญหาด้านทันตสุขภาพ การถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านทันตสาธารณสุขรวมทั้งบูรณาการเพื่อประเมินผลการแก้ไขปัญหาทันตสุขภาพกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาชนที่เกี่ยวข้องให้บรรลุถึงเป้าหมาย มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ส่งผลต่อการพัฒนาและขับเคลื่อนงานในภาพรวมของกรมอนามัย จึงเห็นควรจัดสรรงบประมาณเป็นค่าตอบแทนเงินเพิ่มพิเศษสำหรับทันตแพทย์ที่ปฏิบัติงานในหน่วยงานสังกัดกรมอนามัยที่มีสำนักงานตั้งอยู่ในส่วนกลางที่ไม่ทำเวชปฏิบัติส่วนตัว ฯ ค่าตอบแทนกำลังคนด้านสาธารณสุขและค่าเช่าบ้านของบุคลากรที่ปฏิบัติงานในสำนักทันตสาธารณสุข สนับสนุนการดำเนินงานกิจกรรม/โครงการในแผนปฏิบัติงานให้เป็นไปตามที่กำหนดและมีประสิทธิภาพ

8. วัตถุประสงค์ :
8.1 เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามแผนงานโครงการ

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ร้อยละการเบิกจ่ายรายการค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิเป็นไปตามแผนที่กำหนด 96 ร้อยละ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
เบิกจ่ายค่าตอบแทนรายเดือน

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 1 เงินเพิ่มพิเศษสำหรับทันตแพทย์ที่ไม่ทำเวชปฏิบัติส่วนตัว 11 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 1,440,000.00
2 2 ค่าตอบแทนกำลังคนด้านสาธารณสุข ฯ (พตส.) 11 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 1,980,000.00
3 3 ค่าเช่าบ้าน 11 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 437,400.00
รวมเป็นเงิน 3,857,400.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
3,857,400.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
สำนักทันตสาธารณสุข

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
บุคลากรของสำนักทันตสาธารณสุข

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
บุคลากรของสำนักทันตสาธารณสุข

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นางอัญชลี แสงจันทร์ ตำแหน่ง นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางอัญชลี แสงจันทร์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสาววรางคนา เวชวิธี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายสราวุฒิ บุญสุข

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................