หน่วยงาน สำนักโภชนาการ
ลำดับที่ : 1

1. ชื่อโครงการ :
โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและองค์กรสมรรถนะสูง ประจำปี พ.ศ. 2565

2. ยุทธศาสตร์ :

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
25) การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

4. cluster :
ยุทธศาสตร์กำลังคน (HR)

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 78 ) 21.2 พัฒนาสมรรถนะกำลังคนกรมอนามัยในระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม
5.2 โครงการสำคัญ โครงการยกระดับการบริหารทรัพยากรบุคคลอย่างมืออาชีพตามหลักธรรมาภิบาล

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการพัฒนาศักยภาพและบริการส่งเสริมสุขภาพประชาชนกลุ่มแม่และเด็ก

7. หลักการและเหตุผล :
การพัฒนาศักยภาพบุคลากรในหน่วยงานเป็นนโยบายที่กรมอนามัย ได้ตอบสนองแผนยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ ๒๐ ปี (ด้านสาธารณสุข) ภายใต้แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม กรมอนามัย พ.ศ. ๒๕๖๓-๒๕๖๕ (ฉบับปรับปรุง) ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ ๕ ปฏิรูประบบงานสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล โดยมีเป้าประสงค์คือ ๑) เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ (LO) เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นองค์กรคุณภาพ ๒) เป็นองค์กรที่มีสมรรถนะสูงเทียบเท่ามาตรฐานสากลและมีความคล่องตัว เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ ๓) บุคลากรมีความเป็นมืออาชีพ และมีความผูกพันต่อองค์กร เพื่อสร้างกลไกให้บุคลากรมีความรัก ความผูกพันต่อองค์กร และยกระดับการพัฒนาบุคลากรให้มีความเป็นมืออาชีพ ๔) เป็นองค์กรที่มีธรรมาภิบาล เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการทำงานตามหลักธรรมาภิบาล นอกจากนั้น จากประเด็นยุทธศาสตร์ที่ ๓ สร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ มีเป้าประสงค์เพื่อให้ประชาชนไทยมีความรอบรู้ด้านสุขภาพเพิ่มขึ้น เป็นการพัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่องค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพ (HLO) โดยการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในหน่วยงานให้สามารถประเมินภาวะสุขภาพของตนเองในเบื้องต้นได้ ก่อนนำไปสู่การยกระดับความสามารถให้เข้าถึง เข้าใจ ซักถาม แลกเปลี่ยนข้อมูลด้านสุขภาพกับบุคลากรสาธารณสุข เพื่อใช้ในการตัดสินใจ สู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ ตลอดจนมีทักษะในการบอกต่อข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพกับประชาชนทั่วไปได้ ดังนั้น สำนักโภชนาการ กรมอนามัย ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบในการดำเนินงานด้านวิชาการ สนับสนุนและส่งเสริมให้ประชาชนทุกกลุ่มวัยมีภาวะโภชนาการและสุขภาพที่ดี บุคลากรในหน่วยงานจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องได้รับการพัฒนาองค์ความรู้เพื่อเพิ่มสมรรถนะในการปฏิบัติงาน รวมทั้งต้องมีการพัฒนาเทคโนโลยีและข้อมูลข่าวสารด้านโภชนาการที่ทันสมัย รวดเร็วและทันต่อเหตุการณ์ที่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน นอกจากนี้การพัฒนาบุคลากรยังทำให้เกิดความรู้ ความเข้าใจและเกิดทัศนคติที่ดีของเจ้าหน้าที่ มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การทำงานร่วมกัน เพื่อเป็นประโยชน์ในการนำไปปฏิบัติงานและการบริหารงานทั้งภายในและภายนอกองค์กร นำไปสู่การปฏิบัติงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อเพิ่มพูนองค์ความรู้ด้านอาหารและโภชนาการให้แก่บุคลากรในหน่วยงาน 2. เพื่อให้บุคลากรสำนักโภชนาการและผู้เกี่ยวข้องได้รับพัฒนาสมรรถนะหลักด้านมุ่งผลสัมฤทธิ์ (Achievement Motivation) และการบริการที่ดี (Service Mind) 3. เพื่อให้บุคลากรในหน่วยงานและภาคีเครือข่ายเกิดการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานร่วมกัน ทำให้เกิดกรอบแนวคิดและการพัฒนางานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 4. เพื่อพัฒนาระบบข้อมูลด้านอาหารและโภชนาการ ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์และเผยแพร่ให้แก่หน่วยงานต่างๆ ในการสืบค้นและอ้างอิงได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม 5. เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้เตรียมพร้อมสู่การเป็นองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพ (HLO) 6. เพื่อพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศให้แก่บุคลากรสำนักโภชนาการ

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.1.นักโภชนาการ นักวิชาการ และเจ้าหน้าที่สำนักโภชนาการ และผู้ที่รับผิดชอบงานโภชนาการทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ได้รับองค์ความรู้เพื่อเพิ่มสมรรถนะในการปฏิบัติงาน 180 คน
2.2.แผนปฏิบัติการด้านโภชนาการระดับชาติ 5 ปี พ.ศ. 2565 - 2566 1 แผน
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : 3.กลุ่มเป้าหมายได้รับการพัฒนาองค์ความรู้เพื่อเพิ่มสมรรถนะในการปฏิบัติงาน 180 คน
2.เชิงปริมาณ : 4.จำนวนเล่มแผนปฏิบัติการด้านโภชนาการระดับชาติ 5 ปี พ.ศ. 2565 - 2566 100 เล่ม
3.เชิงคุณภาพ : 5.ร้อยละของกลุ่มเป้าหมายมีความพึงพอใจต่อการพัฒนาสมรรถนะในการปฏิบัติงาน 80 ร้อยละ
4.เชิงเวลา : 6.ร้อยละของกิจกรรมที่แล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนด 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1. การจัดประชุมเพื่อการขับเคลื่อนการดำเนินงานของสำนักโภชนาการ 2. การพัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อเตรียมพร้อมสู่การเป็นองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพ 3. การบริหารจัดการด้านทรัพยากร เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของสำนักโภชนาการ 4. การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลงานของสำนักโภชนาการ ผ่านช่องทางการสื่อสารต่างๆ

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 5.จัดทำรายงานประจำปี 1 เรื่อง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 30,000.00
2 6.จัดทำเล่มแผนปฏิบัติการด้านโภชนาการระดับชาติ 5 ปี 1 เรื่อง 1 มี.ค. 2565 - 31 มี.ค. 2565 50,000.00
3 7.การประชุมวิชาการโภชนาการแห่งชาติ (TCN) ครั้งที่ 15 1 ครั้ง 1 มี.ค. 2565 - 31 มี.ค. 2565 130,000.00
4 3.การประชุมพัฒนาศักยภาพบุคลากร 2 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 31 มี.ค. 2565 105,000.00
5 4.การอบรมพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ 2 ครั้ง 1 ม.ค. 2565 - 28 ก.พ. 2565 40,000.00
6 2.สนับสนุนการดำเนินงาน 4 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 228,200.00
7 1.การประชุมคณะกรรมการบริหารสำนักฯ กพร., กพว., KM การประสานแผนฯและการประชุมอื่นๆ 24 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 136,800.00
รวมเป็นเงิน 720,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
720,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
1. สำนักโภชนาการ กรมอนามัย 2. โรงแรมในเขตปริมณฑล และต่างจังหวัด

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
นักโภชนาการ นักวิชาการ และเจ้าหน้าที่สำนักโภชนาการที่เกี่ยวข้องและผู้ที่รับผิดชอบ งานโภชนาการ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ผู้มีประสบการณ์ด้านงานโภชนาการ

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
-

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. นางกุลนันท์ เสนคำ ตำแหน่ง นักโภชนาการชำนาญการพิเศษ 2. นางสาววรรณชนก บุญชู ตำแหน่ง นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ชำนาญการ 3. นางสาวกุลธิดา รักกลัด ตำแหน่ง นักโภชนาการปฏิบัติการ 4. นางสาววริษา วงศ์วาณิชวัฒนา ตำแหน่ง นักวิชาการคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการ 5. นายจักรพันธุ์ บุญชู ตำแหน่ง นักวิชาการคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการ 6. นางสาวสิริลักษณ์ วงศ์ไพฑูรย์ ตำแหน่ง นักวิเคราะห์นโยบายและแผน

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางกุลนันท์ เสนคำ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสาวสายพิณ โชติวิเชียร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
อธิบดีกรมอนามัย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สำนักโภชนาการ
ลำดับที่ : 2

1. ชื่อโครงการ :
โครงการควบคุมและป้องกันภาวะโลหิตจาง ปี 2565

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
11) ร้อยละของวัยทำงานอายุ 18-59 ปี มีดัชนีมวลกายปกติ

4. cluster :
คทง.โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 5 ) 1.5 การควบคุมและป้องกันภาวะโลหิตจาง
5.2 โครงการสำคัญ โครงการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมตามแนวทางโครงการพระราชดำริ และโครงการเฉลิมพระเกียรติ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานยุทธศาสตร์เสริมสร้างให้คนมีสุขภาวะที่ดี
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการพัฒนาและบริการการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมกับประชาชนในพื้นที่โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ

7. หลักการและเหตุผล :
สถานการณ์ปัญหาภาวะโลหิตจาง เป็นปัญหาสาธารณสุขไทยที่สำคัญจากรายงานสำรวจภาวะโภชนาการเด็กไทย อายุ 6 เดือน – 12 ปี พ.ศ. 2554–2555 ภายใต้โครงการสำรวจภาวะโภชนาการเด็กในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (South East Asia Nutrition Survey : SEANUTS) โดยสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล พบภาวะโลหิตจางในเด็กชนบทมีปัญหามากกว่าเด็กในเขตเมืองถึงสองเท่า เด็กปฐมวัย (6 เดือน – 2.9 ปี) พบความชุกโลหิตจาง ร้อยละ 36.8 ในเขตชนบท ร้อยละ 41.7 เขตเมือง ร้อยละ 26.0 เด็กปฐมวัย (3–5 ปี) พบความชุกโลหิตจาง ร้อยละ 10.3 ในเขตชนบท ร้อยละ 14.3 เขตเมือง ร้อยละ 3.1 เด็กวัยเรียน (6–12 ปี) พบความชุกโลหิตจาง ร้อยละ 10.4 โดยพบความชุกโลหิตจางสูงในเขตชนบท ร้อยละ 12.2 เขตเมือง ร้อยละ 6.6 จากระบบรายงาน 43 แฟ้ม (ระบบรายงาน Health Data Center : HDC) กองยุทธศาสตร์และแผนงาน กระทรวงสาธารณสุข เด็กอายุ 6 เดือน – 5 ปี ได้รับยาน้ำเสริมธาตุเหล็ก ตั้งแต่ พ.ศ. 2562 - 2564 พบร้อยละ 47.28, 62.77 และ70.57 ตามลำดับ และเด็กอายุ 6 - 12 ปี ได้รับยาเม็ดเสริมธาตุเหล็ก ตั้งแต่ พ.ศ. 2562 - 2564 พบการได้รับยาเม็ดเสริมธาตุเหล็ก พบร้อยละ 43.20, 32.51และ 30.02 ตามลำดับ กรมอนามัย โดยสำนักโภชนาการ ร่วมกับ กรมสุขภาพจิต ได้สำรวจสถานการณ์ภาวะโภชนาการ ภาวะโลหิตจาง ระดับสติปัญญาในเด็กไทยวัยเรียน ปี 2557 พบความชุกโลหิตจางในเด็กอายุ 6 ปี ร้อยละ 31.1 จากรายงานสำรวจสุขภาพประชาชนไทย โดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 5 พ.ศ. 2556–2557 พบความชุกโลหิตจางในกลุ่มหญิงวัยเจริญพันธุ์ อายุ 15–45 ปี ร้อยละ 22.7 จากระบบรายงาน 43 แฟ้ม (ระบบรายงาน Health Data Center : HDC) กองยุทธศาสตร์และแผนงาน กระทรวงสาธารณสุข พบความชุกโลหิตจางในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ ตั้งแต่ พ.ศ. 2562-2564 พบร้อยละ 16.4, 15.1และ14.6 ตามลำดับ หญิงตั้งครรภ์ได้รับยาเม็ดเสริมไอโอดีน ธาตุเหล็ก และกรดโฟลิก ตั้งแต่ปี 2562-2564 พบร้อยละ 75.89, 79.46และ80.61 ตามลำดับและภาพรวมของสถานการณ์ปัญหาภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กของประเทศไทย มีผลกระทบต่อประชาชนไทยทุกกลุ่มวัย ซึ่งจะมีผลต่อการพัฒนาศักยภาพของประชากรไทยในระยะยาว

8. วัตถุประสงค์ :
เพื่อควบคุมและป้องกันภาวะโลหิตจางในหญิงวัยเจริญพันธุ์ และเฝ้าระวังสถานการณ์ภาวะโลหิตจางในประชากรกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ หญิงตั้งครรภ์ เด็กปฐมวัย เด็กวัยเรียน

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.1.จำนวนสถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการสาวไทยแก้มแดง 13 แห่ง
2.2.รายงานการเฝ้าระวังสถานการณ์ภาวะโลหิตจางในประชากรกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ หญิงตั้งครรภ์ เด็กปฐมวัย เด็กวัยเรียน 1 เรื่อง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : 3.จำนวนสถานประกอบการที่รณรงค์สาวไทยแก้มแดง/ขับเคลื่อนการควบคุมป้องกันภาวะโลหิตจาง 13 เรื่อง
2.เชิงคุณภาพ : 4.ร้อยละของกิจกรรมที่บรรลุตามเป้าหมาย 80 ร้อยละ
3.เชิงเวลา : 5.ร้อยละของกิจกรรมที่แล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนด 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1.รณรงค์ ประชาสัมพันธ์และผลิตสื่อ 1.1 รณรงค์โครงการสาวไทยแก้มแดงในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 1.2 ผลิต จัดทำสื่อ สิ่งพิมพ์คู่มือ หนังสือ รายงาน เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ความรู้เกี่ยวกับโลหิตจาง 2.การขับเคลื่อนการควบคุมและป้องกันภาวะโลหิตจาง 2.1 จัดประชุมคณะทำงานปรับปรุงแนวทางการเสริมธาตุเหล็กในประเทศไทย 2.2 ประชุมพัฒนาระบบเฝ้าระวัง 2.3 ประชุมหารือการควบคุมและป้องกันภาวะโลหิตจาง บูรณาการดำเนินงานกับคลัสเตอร์แม่และเด็ก ผ่าน MCH Board

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 1.รณรงค์ ประชาสัมพันธ์และผลิตสื่อ 1.1 รณรงค์โครงการสาวไทยแก้มแดงในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 1 ครั้ง 1 ก.พ. 2565 - 28 ก.พ. 2565 110,450.00
2 1.2 ผลิต จัดทำสื่อ สิ่งพิมพ์คู่มือ หนังสือ รายงาน เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ความรู้เกี่ยวกับโลหิตจาง 1 เรื่อง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 60,000.00
3 2.2 ประชุมพัฒนาระบบเฝ้าระวัง 1 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 30 พ.ย. 2564 4,650.00
4 2.3 ประชุมหารือการควบคุมและป้องกันภาวะโลหิตจาง บูรณาการดำเนินงานกับคลัสเตอร์แม่และเด็ก ผ่าน MCH Board 1 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 4,650.00
5 2.การขับเคลื่อนการควบคุมและป้องกันภาวะโลหิตจาง 2.1 จัดประชุมคณะทำงานปรับปรุงแนวทางการเสริมธาตุเหล็กในประเทศไทย 3 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 มิ.ย. 2565 13,950.00
รวมเป็นเงิน 193,700.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
193,700.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
1.กรุงเทพมหานคร 2.ศูนย์อนามัย 12 แห่ง และสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง 3.สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
นักโภชนาการ นักวิชาการ และเจ้าหน้าที่สำนักโภชนาการที่เกี่ยวข้อง และผู้รับผิดชอบงานโภชนาการทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ผู้มีประสบการณ์ด้านงานโภชนาการ

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
-

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1.นายธีรภัทร อัตวินิจตระการ ตำแหน่ง นายแพทย์ชำนาญการ 2.นางสาวอารียา กรุดเงิน ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข

19. ผู้เสนอโครงการ :
นายธีรภัทร อัตวินิจตระการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสาวสายพิณ โชติวิเชียร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
อธิบดีกรมอนามัย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สำนักโภชนาการ
ลำดับที่ : 3

1. ชื่อโครงการ :
โครงการควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนแห่งชาติ ปี 2565

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
11) ร้อยละของวัยทำงานอายุ 18-59 ปี มีดัชนีมวลกายปกติ

4. cluster :
คทง.โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 4 ) 1.4 การควบคุมโรคและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีน
5.2 โครงการสำคัญ โครงการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมตามแนวทางโครงการพระราชดำริ และโครงการเฉลิมพระเกียรติ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานยุทธศาสตร์เสริมสร้างให้คนมีสุขภาวะที่ดี
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการพัฒนาและบริการการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมกับประชาชนในพื้นที่โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ

7. หลักการและเหตุผล :
โรคขาดสารไอโอดีนมีผลต่อความพิการทางสติปัญญา ซึ่งส่งผลต่อพัฒนาการทางสมองและความสามารถ.นการเรียนรู้ของเด็กไทยที่จะเติบโตเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติ ในอนาคต โรคขาดสารไอโอดีนมีผลกระทบต่อประชากรทุกกลุ่มวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งทารกที่อยู่ในครรภ์มารดาจนถึงอายุ 3 ปี หากขาดสารไอโอดีนจะทำให้สมองเจริญเติบโตไม่เต็มที่ลดความเฉลียวฉลาด หรือระดับสติปัญญาของเด็กได้ถึง 10-15 จุด ทำให้เด็กมีปัญหาการเรียน และกระทบต่อการเจริญเติบโต และยังส่งผลถึงความสามารถในการเรียนรู้ของเด็ก คุณภาพชีวิตของคนหนุ่มสาว อันเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจและการพัฒนาสังคม ประเทศไทยมีเป้าหมายที่จะทำให้ประชาชนได้รับสารไอโอดีนเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในทุกเพศ ทุกวัย รวมทั้งหญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมบุตร มีการรณรงค์ส่งเสริมให้ใช้เกลือเสริมไอโอดีน ทั้งในครัวเรือน ร้านอาหาร ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โรงเรียน โรงพยาบาล เป็นต้น มีการสุ่มตรวจคุณภาพเกลือที่แหล่งผลิต แหล่งจำหน่าย ครัวเรือน และโรงเรียน ต้องให้ได้มาตรฐาน หญิงตั้งครรภ์ทุกคนที่มาฝากครรภ์ในสถานบริการสาธารณสุขต้องได้รับยาเม็ด เสริมไอโอดีน และมีเป้าหมายให้ทุกชุมชน หมู่บ้านดำเนินการชุมชน/หมู่บ้านไอโอดีน เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ประชาชนสามารถดูแลตนเองได้ ปัจจุบันสถานการณ์ของภาวะขาดสารไอโอดีนแม้ดีขึ้นเป็นลำดับ แต่ยังต้องดำเนินการอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการบูรณาการจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนโดยมีตัวชี้วัด คือ คุณภาพเกลือจากแหล่งผลิต แหล่งจำหน่าย และความครอบคลุมของการใช้เกลือเสริมไอโอดีน ที่มีคุณภาพในระดับครัวเรือน รวมทั้งปริมาณไอโอดีนในปัสสาวะของหญิงตั้งครรภ์ โดยใช้มาตรการหลัก คือ มาตรการเกลือเสริมไอโอดีน นอกจากนี้ยังมีน้ำปลา น้ำเกลือปรุงอาหาร ผลิตภัณฑ์ปรุงรสที่ได้จากการย่อยโปรตีนจากถั่วเหลืองต้องมีไอโอดีนและมีมาตรการเสริม ได้แก่ ยาเม็ดเสริมไอโอดีน เหล็กและกรดโฟลิก แก่หญิงตั้งครรภ์ทุกรายตลอดการตั้งครรภ์จนถึงหลังคลอด 6 เดือนที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และการเสริมไอโอดีนในน้ำดื่ม ในโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารตามพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ดังนั้น เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่กลุ่มเสี่ยงและประชาชนทั่วไป จึงจำเป็นต้องดำเนินการควบคุม และป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุม ทั่วถึง และให้เกิดความร่วมมือจากทุกภาคส่วนโดยการดำเนินงานในปี ๒๕๖๕ จะเน้นการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนแห่งชาติปี ๒๕๖๕ – ๒๕๗๐ ซึ่งมีกิจกรรมสำคัญคือ การขับเคลื่อนการดำเนินงานชุมชนหมู่บ้านไอโอดีนให้ครอบคลุมทั่วประเทศ การส่งเสริมให้ผู้ประกอบการร้านอาหารใช้เกลือเสริมไอโอดีน และผลิตภัณฑ์เสริมไอโอดีน การเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับโรคขาดสารไอโอดีน การเฝ้าระวังคุณภาพเกลือบริโภคเสริมไอโอดีนในครัวเรือน การพัฒนาฐานข้อมูลชุมชนหมู่บ้านไอโอดีน และฐานข้อมูลผู้ประกอบการร้านอาหาร โรงอาหาร รถเข็น แผงลอย ฟู๊ดทรัค และโฮมเมด ที่ใช้ผลิตภัณฑ์เสริมไอโอดีน เป็นระบบ Digital Platform ทั่วประเทศ

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อเกิดการผลักดันและการขับเคลื่อนเชิงนโยบายที่มีความเชื่อมโยงกันระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องขับเคลื่อนการควบคุมป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนสู่ความยั่งยืนโดยผ่านคณะกรรมการควบคุมโรคขาดสารไอโอดีนแห่งชาติ และคณะอนุกรรมการทั้ง 4 คณะ 2. เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานชุมชนหมู่บ้านไอโอดีนให้ครอบคลุมทั่วประเทศ 3. เพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์การขาดสารไอโอดีนในกลุ่มเสี่ยง 4. เพื่อรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทุกกลุ่มวัยใช้เกลือบริโภคเสริมไอโอดีนและผลิตภัณฑ์เสริมไอโอดีน

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.1.จำนวนจังหวัดที่ดำเนินการชุมชนหมู่บ้านไอโอดีน 77 จังหวัด
2.2.จำนวนจังหวัดที่ดำเนินการส่งเสริมให้ร้านอาหารใช้เกลือและผลิตภัณฑ์เสริมไอโอดีน 77 จังหวัด
3.3.การใช้เกลือบริโภคเสริมไอโอดีนที่มีคุณภาพ(20-40 ppm) ในครัวเรือน 90 ร้อยละ
4.4.รายงานผลการดำเนินงานโครงการควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนและเฝ้าระวังสถานการณ์การขาดสารไอโอดีนในกลุ่มเสี่ยง ปี ๒๕๖๕ 1 เรื่อง
5.5.จัดงานรณรงค์วันไอโอดีนแห่งชาติ 1 ครั้ง
6.6.รณรงค์ประชาสัมพันธ์ ส่งเสริมให้ประชนและผู้ปรุงประกอบอาหารใช้เกลือเสริมไอโอดีนหรือผลิตภัณฑ์ที่เสริมไอโอดีนในการปรุงประกอบอาหาร 1 เรื่อง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : 7.จำนวนจังหวัดที่เป็นพื้นที่ได้รับสารไอโอดีนเพียงพอ (ค่ามัธยฐานไอโอดีนในปัสสาวะหญิงตั้งครรภ์ ≥ 150ไมโครกรัมต่อลิตร ) 77 จังหวัด
2.เชิงปริมาณ : 8.จำนวนชุมชนหมู่บ้านไอโอดีนเพิ่มขึ้น 7327 แห่ง
3.เชิงปริมาณ : 9.จำนวนร้านอาหารที่ใช้เกลือและผลิตภัณฑ์เสริมไอโอดีนเพิ่มขึ้น 1540 แห่ง
4.เชิงคุณภาพ : 10.ร้อยละของกิจกรรมที่บรรลุตามเป้าหมาย 80 ร้อยละ
5.เชิงเวลา : 11.ร้อยละของกิจกรรมที่แล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนด 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1. ขับเคลื่อนการควบคุมป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนสู่ความยั่งยืน 1.1 ประชุมคณะอนุกรรมการผลักดันนโยบายสู่การปฏิบัติ 1.2 ประชุมคณะอนุกรรมการสื่อสารสู่สาธารณะและผลักดันนโยบายสาธารณะ 1.3 ประชุมเตรียมความพร้อมของคณะทำงานฝ่ายต่างๆ ในการจัดงานประชุมคณะกรรมการควบคุมโรคขาดสารไอโอดีนแห่งชาติ โดยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเป็นองค์ประธาน 1.4 ประชุมคณะกรรมการควบคุมโรคขาดสารไอโอดีนแห่งชาติ โดยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเป็นองค์ประธาน 1.5 สนับสนุนพื้นที่ดำเนินงานขับเคลื่อนการควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีน เช่น ชุมชนหมู่บ้านไอโอดีน การเฝ้าระวังคุณภาพเกลือเสริมไอโอดีนในครัวเรือน การเฝ้าระวังการขาดสารไอโอดีนในกลุ่มเสี่ยง การส่งเสริมการใช้เกลือและผลิตภัณฑ์เสริมไอโอดีนใน ร้านอาหารหาบเร่ แผงลอย ฟ้คทรัค โฮมเมด เป็นต้น 2.เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับโรคขาดสารไอโอดีน 2.1 ประชุมคณะอนุกรรมการจัดระบบเฝ้าระวัง และติดตามการขาดสารไอโอดีนในกลุ่มเสี่ยง 2.2 สนับสนุนค่าบริหารจัดการดำเนินงานควบคุมโรคขาดสารไอโอดีนของจังหวัด เช่น ค่าเก็บตัวอย่างและจัดส่งตัวอย่างปัสสาวะของจังหวัดมายังห้องปฏิบัติการ การดำเนินงานชุมชนหมู่บ้านไอโอดีน การเฝ้าระวังคุณภาพเกลือในครัวเรือน 2.3 จัดจ้างผลิตน้ำเสริมไอโอดีน จัดซื้อยาเม็ดเสริมธาตุเหล็ก ชุดตรวจไอโอดีนในเกลือ (I-Kit) และค่าจัดส่ง 2.4 จัดซื้อน้ำยาและสารมาตรฐาน ตัวอย่างควบคุมการวิเคราะห์ สำหรับทดสอบความชำนาญ (Proficiency test) การตรวจวิเคราะห์ไอโอดีนในปัสสาวะ จัดเตรียมอุปกรณ์สำหรับทดสอบความชำนาญในการตรวจวิเคราะห์ ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคีเครือข่ายและค่าจัดส่ง 2.5 นิเทศติดตาม เยี่ยมเสริมพลัง 3.รณรงค์ประชาสัมพันธ์และการตลาดเชิงสังคม 3.1 ผลิต จัดทำสื่อ สิ่งพิมพ์คู่มือ หนังสือ รายงาน เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ จัดส่งอุปกรณ์ เอกสารความรู้เกี่ยวไอโอดีน รวมทั้งวัสดุ วัตถุดิบสำหรับสาธิตอาหารที่ใช้เกลือและผลิตภัณฑ์เสริมไอโอดีน 3.2 รณรงค์เนื่องในวันไอโอดีนแห่งชาติ 25 มิถุนายน ,สร้างกระแสและให้ผู้เกี่ยวข้องเกิดความตระหนักในการแก้ไขปัญหาโรคขาดสารไอโอดีน

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 1.ขับเคลื่อนการควบคุมป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนสู่ความยั่งยืน 1.1 ประชุมคณะอนุกรรมการผลักดันนโยบายสู่การปฏิบัติ 1 ครั้ง 1 ม.ค. 2565 - 31 ม.ค. 2565 35,025.00
2 1.2 ประชุมคณะอนุกรรมการสื่อสารสู่สาธารณะและผลักดันนโยบายสาธารณะ 1 ครั้ง 1 ก.พ. 2565 - 28 ก.พ. 2565 35,025.00
3 1.3 ประชุมเตรียมความพร้อมในการจัดงานประชุมคณะกรรมการควบคุมโรคขาดสารไอโอดีนแห่งชาติ โดยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเป็นองค์ประธาน 1 ครั้ง 1 พ.ค. 2565 - 31 พ.ค. 2565 3,100.00
4 1.4 ประชุมคณะกรรมการควบคุมโรคขาดสารไอโอดีนแห่งชาติ โดยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเป็นองค์ประธาน 1 ครั้ง 1 มิ.ย. 2565 - 30 มิ.ย. 2565 51,500.00
5 1.5 จัดนิทรรศการ จัดสถานที่ จัดกิจกรรม ผลิตสื่อ เอกสารที่ใช้ในการประชุมคณะกรรมการควบคุมโรคขาดสารไอโอดีนแห่งชาติ โดยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเป็นองค์ประธาน 1 ครั้ง 1 มิ.ย. 2565 - 30 มิ.ย. 2565 100,000.00
6 2.เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับโรคขาดสารไอโอดีน 2.1 ประชุมคณะอนุกรรมการจัดระบบเฝ้าระวัง และติดตามการขาดสารไอโอดีนในกลุ่มเสี่ยง 1 ครั้ง 1 ก.พ. 2565 - 28 ก.พ. 2565 35,025.00
7 3.รณรงค์ ประชาสัมพันธ์และการตลาดเชิงสังคม 3.1 รณรงค์เนื่องในวันไอโอดีนแห่งชาติ ๒๕ มิถุนายน ,สร้างกระแสและให้ผู้เกี่ยวข้องเกิดความตระหนักในการแก้ไขปัญหาโรคขาดสารไอโอดีน 1 ครั้ง 1 มิ.ย. 2565 - 30 มิ.ย. 2565 30,000.00
8 3.2 ผลิต จัดทำสื่อ สิ่งพิมพ์คู่มือ หนังสือ รายงาน เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ จัดส่งอุปกรณ์ เอกสาร ความรู้เกี่ยวไอโอดีน รวมทั้งวัสดุ วัตถุดิบสำหรับสาธิตอาหารที่ใช้เกลือและผลิตภัณฑ์เสริมไอโอดีน 1 เรื่อง 1 มิ.ย. 2564 - 30 มิ.ย. 2566 4,325.00
9 2.3 จัดจ้างผลิตน้ำเสริมไอโอดีน จัดซื้อยาเม็ดเสริมธาตุเหล็ก จัดซื้ออุปกรณ์เก็บปัสสาวะ ชุดตรวจไอโอดีนในเกลือ (I-Kit) และค่าจัดส่ง 2 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 300,000.00
10 2.4 จัดซื้อน้ำยาและสารมาตรฐาน ตัวอย่างควบคุมการวิเคราะห์ สำหรับทดสอบความชำนาญ (Proficiency test) การตรวจวิเคราะห์ไอโอดีนในปัสสาวะ จัดเตรียมอุปกรณ์สำหรับทดสอบความชำนาญในการตรวจวิเคราะห์ ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคีเครือข่ายและค่าจัดส่ง 4 ครั้ง 1 ม.ค. 2565 - 28 ก.พ. 2565 50,000.00
11 2.2 ค่าบริหารจัดการดำเนินงานควบคุมโรคขาดสารไอโอดีนของจังหวัด เช่น ค่าเก็บตัวอย่างและจัดส่งตัวอย่างปัสสาวะของจังหวัดมายังห้องปฏิบัติการ (จังหวัดละ 5,000 บาท) 77 จังหวัด 1 ต.ค. 2564 - 31 ต.ค. 2564 385,000.00
รวมเป็นเงิน 1,029,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
1,029,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 มิ.ย. 2564 - 30 มิ.ย. 2566

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
77 จังหวัด ศูนย์อนามัย 12 ศูนย์และสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
ศูนย์อนามัยที่ 1-12 สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง นักวิชาการสาธารณสุขจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงศึกษาธิการ

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
ประชาชนทุกกลุ่มวัย

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. นายธีรภัทร อัตวินิจตระการ ตำแหน่ง นายแพทย์ชำนาญการ 2. นางสาววิภาศรี สุวรรณผล ตำแหน่ง นักโภชนาการปฏิบัติการ 3. นางสาววรินดา อ่ำขำ ตำแหน่ง นักโภชนาการ 4. นางสาวอาอีซะห์ ตาหยงมัส ตำแหน่ง นักโภชนาการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นายธีรภัทร อัตวินิจตระการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสาวสายพิณ โชติวิเชียร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
อธิบดีกรมอนามัย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สำนักโภชนาการ
ลำดับที่ : 4

1. ชื่อโครงการ :
โครงการเตรียมความพร้อมประชากรไทยด้านอาหารและโภชนาการเพื่อเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ ปี 2565

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
11) ร้อยละของวัยทำงานอายุ 18-59 ปี มีดัชนีมวลกายปกติ

4. cluster :
วัยทำงาน

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 26 ) 8.1 การเตรียมความพร้อมประชากรไทยด้านอาหารและโภชนาการเพื่อเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ
5.2 โครงการสำคัญ โครงการชุมชนเป็นฐานจัดการครอบครัวรอบรู้สุขภาพ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการพัฒนาศักยภาพและบริการส่งเสริมสุขภาพประชาชนกลุ่มวัยทำงาน

7. หลักการและเหตุผล :
รายงานการสำรวจสุขภาพประชากรไทยโดยการตรวจร่างกายครั้งล่าสุด (ครั้งที่ ๕) ปี ๒๕๕๘ โดยสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข พบว่าอัตราการป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเพิ่มขึ้น โดยหนึ่งในสามของประชากรไทยที่มีอายุตั้งแต่ ๑๕ ปี ขึ้นไป มีอัตราชุกของการเป็นโรคเบาหวานเพิ่มขึ้นจากร้อยละ ๖.๙ ในปี ๒๕๕๒ เป็นร้อยละ ๘.๙ ในปี ๒๕๕๘ คิดเป็นจำนวนประมาณ ๔.๘ ล้านคน เฉลี่ยเพิ่มขึ้นปีละ ๓๐๐,๐๐๐ คน ในขณะที่โรคความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้นจากร้อยละ ๒๑.๔ เป็นร้อยละ ๒๔.๗ หรือ ๑๓ ล้านคน เฉลี่ยเพิ่มปีละ ๖๐๐,๐๐๐ คน นอกจากนี้ยังพบว่าสถานการณ์น้ำหนักเกินและโรคอ้วนเพิ่มขึ้น โดยความชุกของภาวะอ้วน (BMI ≥ ๒๕ กิโลกรัมต่อตารางเมตร) เพิ่มขึ้นจากร้อยละ ๓๔.๗ ในปี ๒๕๕๒ เป็นร้อยละ ๓๗.๕ ในปี ๒๕๕๘ และจากข้อมูลในระบบ กระทรวงสาธารณสุข (Health Data Center : HDC) ในปี 2563 พบวัยทำงานมีภาวะน้ำหนักเกิน สูงถึงร้อยละ 20.7 รวมทั้งพบภาวะอ้วนระดับ 1 และระดับ 2 รวมกันสูงถึงร้อยละ 20.6 อีกทั้งยังมีรายงานการเฝ้าระวังพฤติกรรมที่พึงประสงค์ โดยสำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย ปี ๒๕๖๓ พบว่า วัยทำงานเพียงร้อยละ ๔๔.๕ มีการกินผักได้ตามปริมาณที่เพียงพอ และมีมากถึงร้อยละ ๙.๔ ที่เติมเครื่องปรุงรสเค็มทุกครั้งเมื่อกินอาหาร อีกร้อยละ ๗.๙ ที่มีการดื่มเครื่องดื่มรสหวานทุกวัน แสดงให้เห็นว่าวัยทำงานมีปัญหาภาวะน้ำหนักเกินและอ้วนรวมทั้งมีพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ซึ่งส่งผลต่อเนื่องจนถึงวัยสูงอายุ จากรายงานผลการประเมินความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงาน (อายุ 15 - 59 ปี) เมื่อปี 2559 โดยกองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ พบว่า คนไทยร้อยละ 50 มีความรอบรู้ด้านสุขภาพไม่ดีเกี่ยวกับการออกกำลังกาย อาหาร อารมณ์ บุหรี่ และสุรา และมีความชุกของการเจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง โดยมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นในทุกๆปี ซึ่งสามารถป้องกันได้หากมีการดูแลสุขภาพโดยมีพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม แต่ปัญหาที่พบเมื่อไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยคือประชาชนมีความสามารถในการดูแลสุขภาพตนเองมีจำนวนน้อย มีช่องทางการสื่อสารกันเองเป็นวงกว้างมากขึ้น ทำให้มีข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพเป็นจำนวนมาก จากหลากหลายช่องทาง แต่ยังขาดระบบการคัดกรอง และการยืนยันความถูกต้องของข้อมูล โดยแหล่งข้อมูล วิธีการสื่อสาร สื่อต่างๆ อายุ การศึกษา แหล่งที่อยู่ของบุคคล ที่ส่งผลต่อการได้รับข้อมูล การคิดวิเคราะห์ เพื่อการตัดสินใจที่จะกระทำหรือไม่กระทำตามที่ได้รับข้อมูล สำนักโภชนาการ กรมอนามัย ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักของประเทศที่มีหน้าที่ส่งเสริมโภชนาการประชาชนทุกกลุ่มวัย จึงเห็นความสำคัญของการเตรียมความพร้อมประชากรวัยทำงาน (อายุ ๑๕ - ๕๙ ปี) ให้มีสุขภาพที่แข็งแรง ป้องกันภาวะน้ำหนักเกิน โรคอ้วน ตลอดจนลดการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังก่อนเข้าสู่วัยสูงอายุ ลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล เพิ่มคุณภาพชีวิตเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ จึงได้จัดทำโครงการเตรียมความพร้อมด้านอาหารและโภชนาการเพื่อรองรับสังคมสูงวัย ปี 2565 เพื่อขับเคลื่อนการสร้างสิ่งแวดล้อมด้านอาหารและโภชนาการที่เอื้อต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินของวัยทำงานให้มีพฤติกรรมที่พึงประสงค์นำไปสู่การเตรียมความพร้อมสู่วัยสูงอายุที่มีสุขภาพดี

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อสร้างความรอบรู้ด้านอาหารและโภชนาการสำหรับประชาชนวัยทำงาน 2. ประชาชนวัยทำงานมีแหล่งอาหารที่เอื้อต่อการมีภาวะโภชนาการดี (ดัชนีมวลกายปกติ)

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.1.จำนวนเจ้าหน้าที่สาธารณสุขผ่านการอบรมหลักสูตรอาหารและโภชนาการสำหรับผู้รับผิดชอบงานผ่าน mooc.anamai 840 คน
2.2.จำนวนผู้ประกอบการร้านอาหารผ่านการอบรมหลักสูตรอาหารและโภชนาการสำหรับผู้ประกอบการร้านอาหาร ผ่าน mooc.anamai (คน) 840 คน
3.3.จำนวนประชาชนผ่านการอบรมหลักสูตรอาหารและโภชนาการสำหรับประชาชนผ่าน mooc.anamai (คน) 8400 คน
4.4.มีเมนูชูสุขภาพในร้านอาหารที่ลงทะเบียนผ่าน ThaiStopCovid อย่างน้อยจังหวัดละ 5 ร้าน 420 แห่ง
5.5.จำนวนสถานประกอบการผ่านเกณฑ์รับรอง Healthy Canteen (แห่ง) อย่างน้อยจังหวัดละ 1 แห่ง (ขึ้นกับสถานการณ์ระบาดของ COVID-19) 81 แห่ง
6.6.ประชาชนอายุ 19 – 29 ปี มีดัชนีมวลกายปกติ 58.4 ร้อยละ
7.7.ประชาชนอายุ 30 – 44 ปี มีดัชนีมวลกายปกติ 51.9 ร้อยละ
8.8.ประชาชนอายุ 45 - 59 ปี มีดัชนีมวลกายปกติ 45.2 ร้อยละ
9.9.ประชาชนอายุ 19 – 59 ปี มีดัชนีมวลกายปกติ 51.3 ร้อยละ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : 10.ค่าดัชนีมวลกายที่เหมาะสมสำหรับประชาชนวัยทำงาน อายุ ๑๘ - ๕๙ ปี 51 ร้อยละ
2.เชิงคุณภาพ : 11.ร้อยละความพึงพอใจของประชาชนและผู้ประกอบการร้านอาหาร ต่อหลักสูตรอาหารและโภชนาการใน mooc.anamai 80 ร้อยละ
3.เชิงเวลา : 12.ร้อยละของกิจกรรมที่แล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนด 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1.การขับเคลื่อนนโยบาย/มาตรการเกี่ยวกับการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อมการเป็นผู้สูงวัยที่มีสุขภาพดี ครบทุกอำเภอ 1.1 จัดประชุมชี้แจงนโยบาย/มาตรการการดำเนินงานส่งเสริมโภชนาการวัยทำงานแก่ภาคีเครือข่าย (เมนูชูสุขภาพ โรงอาหารปลอดภัยใส่ใจสุขภาพ หวานน้อยสั่งได้ การสร้างความรอบรู้ด้านอาหารและโภชนาการ สำหรับผู้รับผิดชอบงานและผู้เกี่ยวข้อง) 1.2 จัดประชุมติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบาย/มาตรการส่งเสริมโภชนาการวัยทำงานแก่ภาคีเครือข่าย (เมนูชูสุขภาพ โรงอาหารปลอดภัยใส่ใจสุขภาพ หวานน้อยสั่งได้ การสร้างความรอบรู้ด้านอาหารและโภชนาการ สำหรับผู้รับผิดชอบงานและผู้เกี่ยวข้อง) 2. รณรงค์สร้างกระแสผ่านสื่อออนไลน์อย่างต่อเนื่องในการประชาสัมพันธ์นโยบาย/มาตรการเกี่ยวกับวัยทำงาน 2.1 ผลิตสื่อประชาสัมพันธ์/ฐานข้อมูล สร้างความรอบรู้ด้านอาหารและโภชนาการสำหรับวัยทำงาน (ฐานข้อมูลหวานน้อยสั่งได้ คลิปวิดีโอสอนการใช้งานสื่อเมนูชูสุขภาพและการรับรองเมนูชูสุขภาพออนไลน์) 2.2 รณรงค์/ประชาสัมพันธ์นโยบายส่งเสริมพฤติกรรมการกิน/สร้างความรอบรู้ด้านอาหารและโภชนาการสำหรับวัยทำงาน (เมนูชูสุขภาพโรงอาหารปลอดภัยใส่ใจสุขภาพ หวานน้อยสั่งได้) 3.พัฒนาระบบฐานข้อมูลสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานส่งเสริมโภชนาการวัยทำงาน 3.1 พัฒนาตำรับอาหารลดหวาน มัน เค็ม/อาหารลดน้ำหนักและเพิ่มน้ำหนัก/อาหารป้องกันโรค NCDs/อาหารเสริมภูมิคุ้มกัน 3.2 จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์/ฐานข้อมูลการสร้างความรอบรู้ด้านอาหารและโภชนาการสำหรับวัยทำงาน (คลิปวิดีโอสาธิตการทำอาหาร) 4.พัฒนา/สนับสนุนการใช้เทคโนโลยี/นวัตกรรมเพื่อสร้างความรอบรู้ด้านพฤติกรรมการกินสำหรับวัยทำงาน 4.1 พัฒนาเทคโนโลยี/นวัตกรรมเพื่อสร้างความรอบรู้การมีพฤติกรรมการกินที่พึงประสงค์ (การรับรองโรงอาหารปลอดภัยใส่ใจสุขภาพออนไลน์) 4.2 จัดอบรมการใช้งานเทคโนโลยี/ นวัตกรรม/สื่อสร้างความรอบรู้ด้านโภชนาการและสื่อสร้างปัจจัยเอื้อต่อการมีภาวะโภชนาการที่ดีของวัยทำงาน 5. ส่งเสริมสนับสนุนการเข้าถึงบริการ/การใช้นวัตกรรมการสร้างความเข้มแข็งเครือข่ายภาคประชาชนและบุคลากร 5.1 เยี่ยมเสริมพลัง/ติดตาม/กำกับการดำเนินงานสร้างความรอบรู้ และการสร้างปัจจัยเอื้อต่อการมีภาวะโภชนาการดีของวัยทำงาน 5.2 จัดกิจกรรมเชิดชูเกียรติ/แลกเปลี่ยนเรียนรู้/ถอดบทเรียนการดำเนินงานขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริมโภชนาการวัยทำงาน

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 2.2 รณรงค์/ประชาสัมพันธ์นโยบายส่งเสริมพฤติกรรมการกิน/สร้างความรอบรู้ด้านอาหารและโภชนาการสำหรับวัยทำงาน (เมนูชูสุขภาพ โรงอาหารปลอดภัยใส่ใจสุขภาพ หวานน้อยสั่งได้) 1 ครั้ง 1 มี.ค. 2565 - 31 มี.ค. 2565 60,500.00
2 3.2 จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์/ฐานข้อมูลการสร้างความรอบรู้ด้านอาหารและโภชนาการสำหรับวัยทำงาน (คลิปวิดีโอสาธิตการทำอาหาร) 1 เรื่อง 1 มิ.ย. 2565 - 30 มิ.ย. 2565 25,000.00
3 4.พัฒนา/สนับสนุนการใช้เทคโนโลยี/นวัตกรรมเพื่อสร้างความรอบรู้ด้านพฤติกรรมการกินสำหรับวัยทำงาน 4.1 พัฒนาเทคโนโลยี/นวัตกรรมเพื่อสร้างความรอบรู้การมีพฤติกรรมการกินที่พึงประสงค์ (การรับรองโรงอาหารปลอดภัยใส่ใจสุขภาพออนไลน์) 1 เรื่อง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 50,000.00
4 5.2 จัดกิจกรรมเชิดชูเกียรติ/แลกเปลี่ยนเรียนรู้/ถอดบทเรียนการดำเนินงานขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริมโภชนาการวัยทำงาน 1 ครั้ง 1 ก.ค. 2565 - 31 ก.ค. 2565 50,000.00
5 1.การขับเคลื่อนนโยบาย/มาตรการเกี่ยวกับการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อมการเป็นผู้สูงวัยที่มีสุขภาพดี ครบทุกอำเภอ 1.1 จัดประชุมชี้แจงนโยบาย/มาตรการการดำเนินงานส่งเสริมโภชนาการวัยทำงานแก่ภาคีเครือข่าย (เมนูชูสุขภาพ โรงอาหารปลอดภัยใส่ใจสุขภาพ หวานน้อยสั่งได้ การสร้างความรอบรู้ด้านอาหารและโภชนาการ สำหรับผู้รับผิดชอบงานและผู้เกี่ยวข้อง) ผ่านออนไลน์ 2 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 31 มี.ค. 2565 3,800.00
6 1.2 จัดประชุมติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบาย/มาตรการส่งเสริมโภชนาการวัยทำงานแก่ภาคีเครือข่าย (เมนูชูสุขภาพ โรงอาหารปลอดภัยใส่ใจสุขภาพ หวานน้อยสั่งได้ การสร้างความรอบรู้ด้านอาหารและโภชนาการ สำหรับผู้รับผิดชอบงานและผู้เกี่ยวข้อง) ผ่านออนไลน์ 2 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ก.ค. 2565 7,600.00
7 2.รณรงค์สร้างกระแสผ่านสื่อออนไลน์อย่างต่อเนื่องในการประชาสัมพันธ์นโยบาย/มาตรการเกี่ยวกับวัยทำงาน 2.1 ผลิตสื่อประชาสัมพันธ์/ฐานข้อมูล สร้างความรอบรู้ด้านอาหารและโภชนาการสำหรับวัยทำงาน (ฐานข้อมูลหวานน้อยสั่งได้ คลิปวิดีโอสอนการใช้งานสื่อเมนูชูสุขภาพ และการรับรองเมนูชูสุขภาพออนไลน์) 2 เรื่อง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ส.ค. 2565 560,000.00
8 4.2 จัดอบรมการใช้งานเทคโนโลยี/ นวัตกรรม/สื่อสร้างความรอบรู้ด้านโภชนาการและสื่อสร้างปัจจัยเอื้อต่อการมีภาวะโภชนาการที่ดีของวัยทำงาน 2 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 7,600.00
9 5.ส่งเสริมสนับสนุนการเข้าถึงบริการ/การใช้นวัตกรรมการสร้างความเข้มแข็งเครือข่ายภาคประชาชนและบุคลากร 5.1 เยี่ยมเสริมพลัง/ติดตาม/กำกับการดำเนินงานสร้างความรอบรู้ และการสร้างปัจจัยเอื้อต่อการมีภาวะโภชนาการดีของวัยทำงาน 3 ครั้ง 1 ก.ค. 2565 - 31 ส.ค. 2565 25,000.00
10 3.พัฒนาระบบฐานข้อมูลสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานส่งเสริมโภชนาการวัยทำงาน 3.1 พัฒนาตำรับอาหารลดหวาน มัน เค็ม/อาหารลดน้ำหนักและเพิ่มน้ำหนัก/อาหารป้องกันโรค NCDs/อาหารเสริมภูมิคุ้มกัน 6 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 31 ส.ค. 2565 50,000.00
รวมเป็นเงิน 839,500.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
839,500.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 31 ส.ค. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
76 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
ศูนย์อนามัยที่ 1 - 12 สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ สำนักส่งเสริมสุขภาพ สำนักทันตสาธารณสุข กองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ กรุงเทพมหานคร กระทรวงการอุดมศึกษา วิจัย วิทยาศาสตร์ และนวัตกรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตร กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ กรมประชาสัมพันธ์ กระทรวงแรงงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
ประชาชนวัยทำงานอายุ 15 - 59 ปี

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. นางสาวบังเอิญ ทองมอญ นักโภชนาการชำนาญการพิเศษ 2. นางสาวลักษณิน รุ่งตระกูล นักโภชนาการชำนาญการ 3. นางสาวสุทธาศินี จันทร์ใบเล็ก นักโภชนาการปฏิบัติการ 4. นางสาวแคทธิยา โฆษร นักโภชนาการปฏิบัติการ 5. นางสาวอัญชลี ศิริกาญจนโรจน์ นักโภชนาการปฏิบัติการ 6. นางสาวสุพรรณี ช้างเพชร นักโภชนาการปฏิบัติการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวบังเอิญ ทองมอญ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสาวสายพิณ โชติวิเชียร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
อธิบดีกรมอนามัย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สำนักโภชนาการ
ลำดับที่ : 5

1. ชื่อโครงการ :
โครงการพัฒนาระบบสืบค้นฐานข้อมูลอาหารและผลิตภัณฑ์เพื่อส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค NCD (Developing nutritive value system of foods and products for health-promoting and preventing NCDs)

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
11) ร้อยละของวัยทำงานอายุ 18-59 ปี มีดัชนีมวลกายปกติ

4. cluster :
วัยทำงาน

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 26 ) 8.1 การเตรียมความพร้อมประชากรไทยด้านอาหารและโภชนาการเพื่อเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ
5.2 โครงการสำคัญ โครงการชุมชนเป็นฐานจัดการครอบครัวรอบรู้สุขภาพ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการพัฒนาศักยภาพและบริการส่งเสริมสุขภาพประชาชนกลุ่มวัยทำงาน

7. หลักการและเหตุผล :
อาหารเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตตลอดช่วงวัยทั้งด้านการเจริญเติบโตและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกายของคนทุกกลุ่มวัย การกินอาหารครบ 5 หมู่และถูกหลักโภชนาการจะช่วยเสริมพัฒนาการด้านร่างกายและสมองของวัยเด็กและวัยรุ่น สำหรับวัยผู้ใหญ่และผู้สูงอายุจะทำให้ร่างกายแข็งแรงมีสุขภาพดีปราศจากโรคภัยอายุยืนยาว โดยอาหารที่กินเข้าไปเปรียบเสมือนยารักษาโรคเมื่อเข้าสู่ร่างกายจะผ่านกลไกกระบวนการเผาผลาญเพื่อให้ได้สารอาหารต่างๆ ที่ร่างกายสามารถดูดซึมและนำไปใช้สำหรับการเจริญเติบโตและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ข้อมูลองค์ประกอบอาหาร (food composition data, FCD) คือ ข้อมูลแสดงชนิดและปริมาณ สารอาหารของอาหารแต่ละชนิดที่ได้จากการวิเคราะห์อาหารแต่ละชนิดทางห้องปฏิบัติการ แบ่งเป็นสารอาหารหลักได้แก่ พลังงาน โปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต น้ำ(ความชื้น) แร่ธาตุ ได้แก่ แคลเซียม ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม โซเดียม โพแทสเซียม เหล็ก สังกะสี แมงกานีส ทองแดง ไอโอดีน วิตามิน ได้แก่ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 12 วิตามินบี 6 วิตามินบี 3 วิตามินบี 9 วิตามินซี วิตามินเอ วิตามินอี เบต้าแคโรทีน วิตามินดี กรดอะมิโน กรดไขมัน โคเลสเตอรอล ฯลฯ ข้อมูลแสดงคุณค่าทางโภชนาการของอาหารที่ได้จากการวิเคราะห์จะถูกรวบรวมและจัดทำเป็นระบบฐานข้อมูลองค์ประกอบอาหาร (Food composition databases, FCDB) ในรูปอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อประยุกต์ใช้กับงานหลากหลายสาขา เช่น การสาธารณสุขใช้พัฒนาและจัดทำเมนูอาหารผู้ป่วยเพื่อการฟื้นฟูและส่งเสริมสมรรถภาพร่างกาย การเกษตรเพื่อปลูกเป็นอาหาร ส่งออกและปรับปรุงสายพันธุ์ใหม่ ๆ ด้านอุตสาหกรรมอาหารพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารเสริมคุณค่าทางโภชนาการเพื่อส่งเสริมป้องกันภาวะทุพโภชนาการ ส่งออกหรือจำหน่ายในหรือต่างประเทศ ด้านโภชนาการใช้ประเมินภาวะโภชนาการของประชากร ด้านตรวจสอบและประเมินปริมาณสารอาหารในผลิตภัณฑ์อาหารทารกและเด็กเล็ก อาหารที่กล่าวอ้างสรรพคุณด้านคุณค่าทางโภชนาการ จากเหตุผลดังกล่าวประกอบกับปัจจุบันประชาชนใส่ใจดูแลสุขภาพและเลือกบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพเพิ่มมากขึ้น จะเห็นว่าข้อมูลคุณค่าทางโภชนาการของอาหารเป็นงานสำคัญที่จะต้องสำรวจและศึกษาวิจัยเพื่อจัดทำเป็นระบบสืบค้นฐานข้อมูลระดับชาติเพื่อการเข้าถึงได้อย่างง่ายของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือแม้แต่นักกำหนดอาหาร นักโภชนาการ หรือนักวิชาการอื่น ๆ ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงเพื่อประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อวัตถุดิบอาหาร อาหารและผลิตภัณฑ์บริโภคเพื่อสุขภาพที่ดีปราศจากโรคภัย นอกจากนี้ใช้เป็นฐานข้อมูลเบื้องต้นสำหรับพัฒนาจัดทำ FBDG, Nutrition profiling, Food 4 health เมนูหรือสูตรอาหารเสริมคุณค่าทางโภชนาการในการส่งเสริมป้องกันภาวะ ทุพโภชนาการให้กับประชากรทุกกลุ่มวัย การพัฒนาจัดทำระบบสืบค้นข้อมูลตารางแสดงคุณทางโภชนาการของอาหารไทย โดยสำนักโภชนาการ กรมอนามัย มีการพัฒนาปรับปรุงเป็นรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์อย่างง่ายต่อการสืบค้นเมื่อปี 2564 โดยการพัฒนาครั้งนี้เพิ่มเติมข้อมูลสารอาหารประเภทอาหารใหม่ๆที่คนนิยมบริโภคและเติมเต็มข้อมูลสารอาหารเดิมที่ยังขาดความครอบคลุมทุกสารอาหารเกิดจากความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อส่งเสริมป้องกันภาวะทุพโภชนาการให้กับประชาชนทุกกลุ่มวัย โดยเฉพาะส่งเสริมป้องกันโรค NCDs นอกจากนี้เพื่อประโยชน์ด้านการศึกษา การสาธารณสุข การเกษตร และอุตสาหกรรมอาหารสำหรับต่อยอดผลิตนวัตกรรมผลิตภัณฑ์เสริมสารอาหารเพื่อสุขภาพ จากการรวบรวมข้อมูล HDC สำนักโภชนาการ สถานการณ์เด็กอายุ 0-5 ปี สูงดีสมส่วน ปี 2559-2563 มีแนวโน้มสูงขึ้นร้อยละ 48.08, 49.16, 51.27, 59.80 และ 58.55 ตามลำดับ สถานการณ์ปัญหาทุพโภชนาการเด็กอายุ 0-5 ปี 2559-2563 พบมีปัญหาเด็กเตี้ย อ้วน และเด็กผอม การเฝ้าระวังไอโอดีนในปัสสาวะพบค่ามัธยฐานไอโอดีนในปัสสาวะกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ผ่านมาตรฐานที่ 153.4 ไมโครกรัมต่อลิตร สถานการณ์เด็กวัยเรียน 6-14 ปี สูงดีสมส่วน ปี 2561-2563 พบว่าต่ำกว่าเกณฑ์ร้อยละ 66 คือร้อยละ 64, 62, 64 สถานการณ์วัยทำงานอายุ 15-59 ปี ปี 2561-2563 มีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ปกติ ใกล้เคียงกับเกณฑ์ร้อยละ 49 คือ 49, 48, 49 ผู้สูงอายุมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ปี 2561-2563 ต่ำกว่าเกณฑ์ร้อยละ 60 ทุกปี คือ ร้อยละ 54, 52 และ 38 ตามลำดับ จากการเก็บรวบรวมสถานการณ์ข้อมูล อาหารเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อภาวะทุพโภชนาการและการพัฒนาคุณภาพชีวิตตลอดช่วงวัยทั้งด้านการเจริญเติบโตและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกายทุกกลุ่มวัย การเลือกกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพจำเป็นต้องทราบถึงองค์ประกอบและคุณค่าทางโภชนาการ การพัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมสารอาหารเป็นยุทธศาสตร์หนึ่งที่ WHO แนะนำให้ทุกประเทศทั่วโลกใช้ส่งเสริมป้องกันภาวะทุพโภชนาการให้กับประชาชนทุกกลุ่มวัยทั้งกลุ่มเสี่ยงและไม่เสี่ยงโรคขาดสารอาหารได้ตรงประเด็น เช่น ลดภาวะโลหิตจาง ลดการขาดธาตุเหล็ก และลดภาวะขาดวิตามินเอ วิตามินบี 2 วิตามินบี 6 และเหล็ก (Das et al.,2019) อีกทั้งสภาพปัจจุบันประชาชนต้องเผชิญกับปัญหาการแพร่ระบาดของโรค โควิด 19 เป็นเวลายาวนานซึ่งไม่สามารถคาดเดาได้ว่าการแพร่ระบาดของโรคจะลดลงเมื่อใด หรือในอนาคตอาจจะเกิดวิกฤตเกิดโรคระบาดใหม่ๆขึ้นอีกมากมายจากสภาวะแวดล้อมโลกที่เกิดผลกระทบจากภัยพิบัติตามธรรมชาติหรือจากผลการกระทำของมนุษย์โลก ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อห่วงโซ่อาหารโดยเฉพาะพืชพันธุ์การเกษตรที่แหล่งอาหารตามธรรมชาติของมนุษย์โลก จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาวิจัยเพิ่มเติมและพัฒนาต่อยอดผลิตองค์ความรู้หรือนวัตกรรมที่ทันสมัยต่อการประยุกต์ใช้งานเพื่อการส่งเสริมสุขภาพและลดภาวะทุพโภชนาการให้กับประชาชนทุกกลุ่มวัยในอนาคต

8. วัตถุประสงค์ :
1.ศึกษาวิจัยคุณค่าทางโภชนาการสารอาหารหลัก (พลังงาน น้ำ โปรตีน ไขมัน เถ้า ใยอาหาร คาร์โบไฮเดรต) วิตามิน (บี1 บี2 บี3 บี6 บี9 บี12 ดี ซี เอ อี เบต้าแคโรทีน) แร่ธาตุ (ไอโอดีน เหล็ก สังกะสี ทองแดง แคลเซียม โซเดียม โพแทสเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส) กรดอะมิโน กรดไขมัน โคเลสเตอรอลของอาหารประเภทวัตถุดิบสายพันธุ์ใหม่ๆ ที่คนนิยมบริโภค 2.พัฒนาระบบสืบค้นข้อมูลคุณค่าทางโภชนาการให้มีความครอบคลุมอาหารและสารอาหารหลากหลายประเภทมากยิ่งขึ้น เพื่อส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค NCD 3.พัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมสารอาหารให้กับประชาชนทุกกลุ่มวัยเพื่อป้องกันภาวะโลหิตจาง เสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก ป้องกันโรคมะเร็ง ลดการปวดข้ออักเสบและอาการอักเสบ

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.1.องค์ความรู้ ปริมาณสารอาหาร/นวัตกรรมเสริมสารอาหาร 2 เรื่อง
2.2.ประชาชน/ภาคีเครือข่ายกลุ่มเป้าหมายได้รับการพัฒนาด้านการส่งเสริมการเจริญเติบโตอย่างเต็มศักยภาพ 100 คน
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : 3.จำนวนตัวอย่างอาหาร 90 ตัวอย่าง
2.เชิงปริมาณ : 4.ระบบฐานข้อมูลฯอิเล็กทรอนิกส์ 1 ระบบ
3.เชิงปริมาณ : 5.นวัตกรรมผลิตภัณฑ์เสริมสารอาหาร 2 รายการ
4.เชิงคุณภาพ : 6.ร้อยละความพึงพอใจของประชาชน/ภาคีเครือข่าย ที่ได้รับการพัฒนา 80 ร้อยละ
5.เชิงเวลา : 7.ร้อยละของกิจกรรมที่แล้วเสร็จตามระยะเวลาดำเนินการ 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1.คัดเลือกตัวอย่างเพื่อการศึกษาวิจัยจากแบบสำรวจ ประเด็นร้อน food consumption survey พืชหรือสัตว์สายพันธุ์ใหม่ๆ จาก 3 แหล่งจำหน่าย 6 กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ เบเกอรี่ (โดนัท เอแคร์ พิซซ่า แยมโรล) เครื่องปรุงรส (ซอสญี่ปุ่น/โชยุ โคชูจัง) ขนมไทย (ข้าวเหนียวสังขยา ข้าวต้มมัด ขนมสอดไส้) เครื่องดื่ม (ชาไข่มุก เครื่องดื่มชูกำลัง เครื่องดื่มเกลือแร่) ข้าวจานเดียว (ข้าวมันไก่ ข้าวผัดกะเพรา ข้าวหมูแดง ข้าวหน้าเป็ด ข้าวขาหมู) ธัญพืชและผลิตภัณฑ์ (ข้าวบัควีท เส้นสปาเก็ตตี้ เส้นมักกะโรนี) 2.คัดเลือกแหล่งสุ่มตัวอย่างและจัดทำแผนซื้อตัวอย่าง โดยเลือกแหล่งเก็บตัวอย่างที่เป็นตลาดค้าส่ง หรือตลาดสดขนาดใหญ่ที่คนนิยมไปซื้อ ย่านใจกลางเมืองของจังหวัดกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และปทุมธานี 3.ดำเนินการจัดซื้อ เตรียมตัวอย่าง และเตรียมผลิตภัณฑ์เสริมสารอาหาร 4.ดำเนินการจัดซื้อสารเคมีและวัสดุอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ 5.วิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ 5.1 สารอาหารหลักได้แก่ เถ้า น้ำ โปรตีน ไขมัน ใยอาหาร และ คาร์โบไฮเดรต พลังงาน โดยวิธี Oven Drying, Kjeldahl, Soxtech, Enzyme-gravimetric method และ by difference 5.2 วิตามินได้แก่ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินบี 6 วิตามินบี 9 วิตามินบี 12 วิตามินซี วิตามินอี วิตามินเอ เบต้าแคโรทีน โดยวิธี HPLC 5.3 แร่ธาตุ ได้แก่ ไอโอดีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม โซเดียม โพแทสเซียม เหล็ก สังกะสี แมงกานีส ทองแดง โดยวิธี ICP-MS และ ICP-OES 5.4 กรดอะมิโน โดยวิธี HPLC 5.5 กรดไขมัน โดยวิธี GC 5.6 โคเลสเตอรอล โดยวิธี GC 6.พัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมสารอาหาร (CBD, B9, B12, Ca) ประเภทลูกชุบ และซาลาเปาทอด ทางห้องปฏิบัติการ 7.วิเคราะห์สารอาหารผลิตภัณฑ์เสริมสารอาหาร (CBD, B9, B12, Ca) ประเภทลูกชุบ และซาลาเปาทอด เปรียบเทียบกับตัวอย่างควบคุม ทางห้องปฏิบัติการ 8.ทดสอบประสาทสัมผัสผลิตภัณฑ์เสริมสารอาหารประเภทลูกชุบ และซาลาเปาทอด เปรียบเทียบกับตัวอย่างควบคุม โดยวิธี Hedonic scale ด้วยอาสาสมัครจำนวน 30 คน 9.คำนวณผลวิเคราะห์ทางด้านสถิติเพื่อหาค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป 10.จัดทำรายงานฉบับสมบูรณ์ 11.จัดทำระบบฐานข้อมูลรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ infographic ผ่านแอปพลิเคชันมือถือ เว็บไซด์สำนักโภชนาการ 12.นำเสนอผลงาน เผยแพร่องค์ความรู้และระบบฐานข้อมูลผ่านเวทีประชุมวิชาการต่างๆ สู่การสื่อสารและแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับนักวิชาการสาขาต่าง ๆ ในการขับเคลื่อนผลงานสู่ภาคประชาสังคมและประชาชน

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 3.ซ่อมบำรุง/สอบเทียบเครื่องมือวิทยาศาสตร์ 2 ครั้ง 1 เม.ย. 2565 - 31 ก.ค. 2565 30,000.00
2 1.จัดซื้อและเตรียมตัวอย่าง 5 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 มิ.ย. 2565 80,000.00
3 2.ซื้อสารเคมีและวัสดุวิทยาศาสตร์ 5 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 31 ส.ค. 2565 310,000.00
รวมเป็นเงิน 420,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
420,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 31 ส.ค. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
กลุ่มวิจัยอาหารเพื่อโภชนาการ

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
-

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
cluster สตรีและเด็กปฐมวัย วัยเรียนวัยรุ่น วัยทำงาน ผู้สูงอายุ นักวิชาการ นักกำหนดอาหาร อาจารย์ ประชาชน

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1.นางภัทธิรา ยิ่งเลิศรัตนะกุล ตำแหน่ง นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ชำนาญการพิเศษ 2.นางสาวณิชพัณณ์ ฐิระโกมลพงศ์ ตำแหน่ง นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ชำนาญการพิเศษ 3.นางสาวปัทมาภรณ์ อักษรชู ตำแหน่ง นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ชำนาญการ 4.นางสาวจุฑารัตน์ สุภานุวัฒน์ ตำแหน่ง นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ปฏิบัติการ 5.นางสาวสไบ อินทโชติ ตำแหน่ง นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ปฏิบัติการ 6.นางสาวภัทชธีญา พวงแก้ว ตำแหน่ง นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ปฏิบัติการ 18.7 นายวรภัสม์ แป้นจันทร์ ตำแหน่ง นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ปฏิบัติการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางภัทธิรา ยิ่งเลิศรัตนะกุล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสาวสายพิณ โชติวิเชียร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
อธิบดีกรมอนามัย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สำนักโภชนาการ
ลำดับที่ : 6

1. ชื่อโครงการ :
โครงการส่งเสริมโภชนาการผู้สูงอายุ เพื่อการมีภาวะโภชนาการที่ดี ปี 2565

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
13) ร้อยละของผู้สูงอายุมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

4. cluster :
วัยผู้สูงอายุ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 34 ) 10.2 ส่งเสริม สนับสนุนความรอบรู้ด้านสุขภาพผู้สูงอายุ
5.2 โครงการสำคัญ โครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาวเชิงป้องกัน (Preventive Long Term Care) ปี 2565

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการพัฒนาศักยภาพและบริการส่งเสริมสุขภาพประชาชนกลุ่มผู้สูงอายุ

7. หลักการและเหตุผล :
รายงานสถานการณ์ผู้สูงอายุไทย พ.ศ. 2563 พบว่า ประชากรไทยจำนวน 66.5 ล้านคน เป็นประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 12 ล้านคน (ร้อยละ 18.1) ของประชากรทั้งหมด แบ่งออกเป็นผู้สูงอายุวัยต้น (อายุ 60 - 69 ปี) จำนวน 7.3 ล้านคน (ร้อยละ 11) ผู้สูงอายุวัยกลาง (อายุ 70 - 79 ปี) (ร้อยละ 5) จำนวน 3.4 ล้านคน และผู้สูงอายุวัยปลาย (อายุ 80 ปีขึ้นไป) จำนวน 1.4 ล้านคน (ร้อยละ 2.1) โครงสร้างด้านประชากรของประเทศไทยกำลังจะกลายเป็น “สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ (Complete aged society)” ภายในปี พ.ศ. 2565 กล่าวคือสังคมที่มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่าร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด หรือประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปมากกว่าร้อยละ 14 (มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.), 2564) และในปี 2574 ประเทศไทยจะเข้าสู่ “สังคมสูงวัยระดับสุดยอด” (Super aged society) ประชากร อายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่าร้อยละ 28 ของประชากรทั้งหมดหรือประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปมากกว่าร้อยละ 20 (สำนักงานสถิติแห่งชาติ, 2560) เมื่อก้าวเข้าสู่วัยสูงอายุ ผู้สูงอายุจะมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม โดยเฉพาะความเสื่อมถอยของระบบการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย ที่เป็นสาเหตุทำให้ผู้สูงอายุบริโภคอาหารได้น้อยลง เช่น การรับกลิ่นและรสชาติที่เปลี่ยนไป ปัญหาสุขภาพช่องปากและฟัน ภาวะกลืนลำบาก เบื่ออาหาร ความสามารถในการดูดซึมสารอาหารลดลง การเคลื่อนไหวของลำไส้ลดลง ภาวะซึมเศร้า เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ ส่งผลกระทบต่อภาวะโภชนาการของผู้สูงอายุ นำไปสู่การเกิดปัญหาภาวะทุพโภชนาการ (Malnutrition) ที่เป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ ผลกระทบของภาวะทุพโภชนาการในผู้สูงอายุ ทำให้เพิ่มอัตราการเจ็บป่วย อันเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพหรือโรคอื่น ๆ ตามมา ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุลดลงและเป็นสาเหตุการเสียชีวิตได้อีกด้วย รายงานการการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 5 พ.ศ. 2557 โดย สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ซึ่งทำการสำรวจประชาชนไทยทั้งสิ้น 19,468 คน พบว่า จากการสำรวจ คัดกรองภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปจำนวน 7,356 คน พบความชุกของภาวะสมองเสื่อม ร้อยละ 8.1 โรคความดันโลหิตสูงร้อยละ 53.2 โรคเบาหวานร้อยละ 18.1 คอเลสเตอรอลในเลือดสูงร้อยละ 19 โรคอ้วน (ดัชนีมวลกาย ≥ 25 กิโลกรัมต่อตารางเมตร) ร้อยละ 35.4 ภาวะโลหิตจางในผู้สูงอายุพบว่ายิ่งอายุมากขึ้นจะมีภาวะโลหิตจางสูงมากขึ้นตามวัย ผู้สูงอายุในวัยต้น วัยกลาง และวัยปลาย มีภาวะโลหิตจางร้อยละ 34.5, 48.4 และ 60.7 ตามลำดับ นอกจากนี้การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ได้สร้างผลกระทบต่อชีวิตของผู้คน ครอบครัว ชุมชน และเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ทั่วโลก แม้ว่าการแพร่ระบาดของ COVID-19 สามารถกระจายไปยังประชากรในทุกช่วงอายุ แต่มีหลักฐานและผลการศึกษาในต่างประเทศที่แสดงให้เห็นว่า ความเสี่ยงของการเจ็บป่วยและการเสียชีวิตที่รุนแรงขึ้นจากการติดเชื้อจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อบุคคลนั้นมีอายุมากขึ้น การส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีพฤติกรรมการเลือกอาหารที่เหมาะสมและมีความรอบรู้ด้านโภชนาการ จึงมีส่วนช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ป้องกันภาวะพลัดตกหกล้ม ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีร่างกายแข็งแรง สุขภาพดี สามารถพึ่งพาตนเองได้ และคุณภาพชีวิตที่ดี สำนักโภชนาการ กรมอนามัย เป็นหน่วยงานหลักในการอภิบาลระบบส่งเสริมสุขภาพด้านโภชนาการประชาชนทุกกลุ่มวัย จึงให้ความสำคัญกับการเตรียมพร้อมเข้าสู่วัยสูงอายุและการดูแลผู้สูงอายุให้สามารถดำรงชีวิตได้ด้วยตนเองอย่างเป็นปกติสุขทั้งร่างกาย จิตใจ สังคม และสติปัญญา จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมโภชนาการผู้สูงอายุ เพื่อการมีภาวะโภชนาการที่ดี ปี 2565 เพื่อขับเคลื่อนงานด้านอาหารและโภชนาการในกลุ่มผู้สูงอายุให้มีพฤติกรรมที่พึงประสงค์ สร้างความรอบรู้ และความตระหนักในการดูแลสุขภาพตนเอง ซึ่งจะต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาชน ผู้ที่เกี่ยวข้อง ภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อให้ผู้สูงอายุ มีสุขภาพที่แข็งแรง มีภาวะโภชนาการที่ดี สามารถพึ่งพาตนเองได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดี รวมถึงได้รับการส่งเสริม ป้องกัน ควบคุมโรค รักษาพยาบาล และฟื้นฟูสุขภาพในชุมชน อย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน

8. วัตถุประสงค์ :
1) เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีพฤติกรรมการบริโภคอาหารในสัดส่วนที่เหมาะสมเพียงพอ เอื้อต่อการมีภาวะโภชนาการที่ดี เพื่อป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง 2) เพื่อสร้างความรอบรู้ในการส่งเสริมสุขภาพด้านโภชนาการผู้สูงอายุที่เอื้อต่อการปรับเปลี่ยนและมีพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ดี 3) เพื่อพัฒนาศักยภาพและเสริมทักษะด้านโภชนาการผู้สูงอายุแก่แกนนำ/ภาคีเครือข่าย/ผู้รับผิดชอบงานด้านโภชนาการผู้สูงอายุ และประชาชนทั่วไป

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.1.แกนนำ/ภาคีเครือข่ายโภชนาการ มีการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพ ด้านโภชนาการผู้สูงอายุแบบบูรณาการในพื้นที่ 13 แห่ง
2.2.สร้าง พัฒนาสื่อดิจิทัลสร้างความรอบรู้ด้านอาหารและโภชนาการสำหรับผู้สูงอายุ 1 เรื่อง
3.3.ผู้สูงอายุและผู้ดูแลผู้สูงอายุได้รับการพัฒนาและมีความรอบรู้ ด้านโภชนาการผู้สูงอายุ ผ่าน 12 ศูนย์อนามัย และสสม. 77 จังหวัด
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : 4.ผู้สูงอายุมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ 50 ร้อยละ
2.เชิงปริมาณ : 5.สื่่อความรู้/นวัตกรรมด้านโภชนาการผู้สูงอายุ 1 เรื่อง
3.เชิงปริมาณ : 6.ผู้สูงอายุ ผู้ดูแลผู้สูงอายุ และภาคีเครือข่ายกลุ่มเป้าหมาย ได้รับการพัฒนาและมีความรอบรู้ด้านโภชนาการผู้สูงอายุ 77 จังหวัด
4.เชิงคุณภาพ : 7.ร้อยละของความพึงพอใจของกลุ่มเป้าหมายต่อสื่อความรู้ ด้านโภชนาการสำหรับผู้สูงอายุ 80 ร้อยละ
5.เชิงเวลา : 8.ร้อยละของกิจกรรมที่แล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนด 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1) ประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพด้านโภชนาการผู้สูงอายุให้กับภาคีเครือข่าย 2) ประชุมพิจารณาเกณฑ์การประเมินภาวะโภชนาการที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ และประชุมเพื่อพิจารณาการเสริมสร้างความรอบรู้ด้านโภชนาการเพื่อป้องกันภาวะพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุ 3) พัฒนาศักยภาพ เสริมทักษะ ด้านโภชนาการเพื่อป้องกันภาวะพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุ และอบรมการใช้เครื่องมือด้านโภชนาการแก่ภาคีเครือข่าย และแกนนำด้านส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ 4) ทดสอบแบบประเมินพฤติกรรมการบริโภคสำหรับผู้สูงอายุ 5) พัฒนาตำรับอาหารสำหรับผู้สูงอายุ 6) พัฒนาสื่อดิจิทัลสร้างความรอบรู้ด้านอาหารและโภชนาการสำหรับผู้สูงอายุ 7) รณรงค์ เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ สร้างความรอบรู้ด้านโภชนาการ และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดีสำหรับผู้สูงอายุ

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 2.ทดสอบแบบประเมินพฤติกรรมการบริโภคสำหรับผู้สูงอายุ 1 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 20,500.00
2 3.พัฒนาศักยภาพ เสริมทักษะ ด้านโภชนาการเพื่อป้องกันภาวะพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุ และอบรมการใช้เครื่องมือด้านโภชนาการแก่ภาคีเครือข่าย และแกนนำด้านส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ 1 ครั้ง 1 มี.ค. 2565 - 31 มี.ค. 2565 11,500.00
3 5.พัฒนาสื่อดิจิทัลสร้างความรอบรู้ด้านอาหารและโภชนาการสำหรับผู้สูงอายุ 1 เรื่อง 1 มิ.ย. 2565 - 30 มิ.ย. 2565 250,000.00
4 6.รณรงค์ เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ สร้างความรอบรู้ด้านโภชนาการ และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดีสำหรับผู้สูงอายุ 1 เรื่อง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 40,000.00
5 1.ประชุมพิจารณาเกณฑ์การประเมินภาวะโภชนาการที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ และประชุมเพื่อพิจารณาการเสริมสร้างความรอบรู้ด้านโภชนาการเพื่อป้องกันภาวะพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุ 3 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 28 ก.พ. 2565 28,000.00
6 4.พัฒนาตำรับอาหารสำหรับผู้สูงอายุ 20 รายการ 1 พ.ย. 2564 - 31 ส.ค. 2565 15,000.00
รวมเป็นเงิน 365,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
365,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 พ.ย. 2564 - 31 ส.ค. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
ทั่วประเทศ

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
ศูนย์อนามัย/สสจ./รพ./รพสต./ผู้สูงอายุ/ชมรมผู้สูงอายุ/โรงเรียนผู้สูงอายุ

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
ผู้สูงอายุ/ประชาชนทั่วไป

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1) นางสาวบังเอิญ ทองมอญ ตำแหน่ง นักโภชนาการชำนาญการพิเศษ 2) นางสาวลักษณิน รุ่งตระกูล ตำแหน่ง นักโภชนาการชำนาญการ 3) นางสาวสุทธาศินี จันทร์ใบเล็ก ตำแหน่ง นักโภชนาการปฏิบัติการ 4) นางแคทธิยา โฆษร ตำแหน่ง นักโภชนาการปฏิบัติการ 5) นางสาวอัญชลี ศิริกาญจนโรจน์ ตำแหน่ง นักโภชนาการปฏิบัติการ 6) นางสาวสุพรรณี ช้างเพชร ตำแหน่ง นักโภชนาการปฏิบัติการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวบังเอิญ ทองมอญ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสาวสายพิณ โชติวิเชียร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
อธิบดีกรมอนามัย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สำนักโภชนาการ
ลำดับที่ : 7

1. ชื่อโครงการ :
โครงการพระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะด้านโภชนาการ ปี 2565

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
13) ร้อยละของผู้สูงอายุมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

4. cluster :
วัยผู้สูงอายุ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 41 ) 12.3 ขับเคลื่อนการดำเนินงานความรอบรู้ด้านสุขภาพของพระสงฆ์ สามเณร
5.2 โครงการสำคัญ โครงการพระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะ ปี 2565

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการพัฒนาศักยภาพและบริการส่งเสริมสุขภาพประชาชนกลุ่มผู้สูงอายุ

7. หลักการและเหตุผล :
สภาวะเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนโดยทั่วไป รวมไปถึงพระสงฆ์และสามเณรเป็นประชากรกลุ่มหนึ่ง ที่มีแนวโน้มมีปัญหาสุขภาพมากขึ้น ปัจจุบันวัดในประเทศไทยมีจำนวน 42,626 วัด มีพระภิกษุ จำนวน 205,513 รูป และสามเณร จำนวน 33,510 รูป (สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, กันยายน 2564) มีสิทธิการรักษาพยาบาลจำนวน 153,523 รูป คิดเป็นร้อยละ 60.07 และพระสงฆ์ที่มีสิทธิการรักษาพยาบาลเป็นผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 60 ปี จำนวน 47,715 รูป คิดเป็นร้อยละ 31.08 และมีแนวโน้มเป็นผู้สูงอายุมากขึ้น จากข้อมูลผู้ป่วยนอกโรงพยาบาลสงฆ์ ระหว่างปี พ.ศ. 2558 – 2560 พบว่าพระสงฆ์อาพาธเข้ามารับการรักษาด้วยโรคต่าง ๆ ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และโรคไขมันในเลือดสูง นอกจากนี้ยังพบว่าภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วนมีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้น จากข้อมูลการสำรวจสุขภาพพระสงฆ์ของโรงพยาบาลสงฆ์ โดยกรมการแพทย์ ได้มีการตรวจคัดกรองสุขภาพพระสงฆ์ สามเณร ในเขตกรุงเทพมหานคร เพื่อคัดกรองและค้นหาปัจจัยเสี่ยงของโรคด้านภาวะโภชนาการเมื่อปี 2559 มีจำนวนพระสงฆ์ สามเณร ที่เข้ารับการตรวจทั้งสิ้น 5,989 รูป พบว่า ค่าดัชนีมวลกาย เมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจ พ.ศ.2549 พระสงฆ์ สามเณร ในเขตกรุงเทพมหานคร มีภาวะน้ำหนักเกินเพิ่มขึ้นจากเดิมร้อยละ 13.8 เป็นร้อยละ 15.9 และมีภาวะอ้วนเพิ่มขึ้นจากเดิมร้อยละ 18.0 เป็นร้อยละ 41.6 และพบว่ามีภาวะอ้วนลงพุงมากขึ้นจากเดิมร้อยละ 14.0 เป็นร้อยละ 24.9 จากการสำรวจสุขภาพพระสงฆ์ของโรงพยาบาลสงฆ์ พ.ศ. 2559 โดยกรมการแพทย์ ได้มีการคัดกรองสุขภาพพระสงฆ์ สามเณรจากวัดทั่วประเทศ จำนวน 138,715 รูป พบว่าพระสงฆ์กลุ่มสุขภาพดีลดลง เหลือร้อยละ 52.3 จากร้อยละ 60.3 และพระสงฆ์อาพาธกลับเพิ่มสูงขึ้นเป็นร้อยละ 28.5 จากร้อยละ 17.5 จากปี พ.ศ. 2549 และจากผลการตรวจคัดกรองสุขภาพพระสงฆ์จำนวน 28,891 รูป ในโครงการ “1 วัด 1 โรงพยาบาล” (กันยายน - ธันวาคม 2561) พบว่า มีพระสงฆ์ป่วยเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) มากที่สุด 3 อันดับ คือ โรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ 15.2 โรคไขมันในเลือดสูง ร้อยละ 14.6 และโรคเบาหวาน ร้อยละ 10.8 จากการเก็บข้อมูลของโครงการขับเคลื่อน สงฆ์ไทยไกลโรค ในปี พ.ศ. 2555 พบว่าพระสงฆ์ในกรุงเทพมหานครและในเขตเมืองกว่าครึ่งหนึ่งมีความเสี่ยงต่อโรคอ้วนและอ้วนลงพุง โดยพระสงฆ์ในกรุงเทพมหานคร ร้อยละ 47.9 ของกลุ่มตัวอย่างมีภาวะอ้วนลงพุงมากกว่าชายในกรุงเทพมหานครร้อยละ 38.8 และชายทั่วประเทศ ร้อยละ 28.4 ซึ่งในคนอ้วนพบว่ามีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงมากกว่าคนปกติ 2 - 10 เท่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเส้นรอบเอวเพิ่มขึ้น ทุกๆ 5 เซนติเมตร จะยิ่งเพิ่มโอกาสในการเป็นโรคเบาหวานได้มากถึง 3 - 5 เท่า นอกจากนี้ยังพบว่าพระสงฆ์มีภาวะไขมันคอเลสเตอรอลในเลือดสูง ร้อยละ 41.7 โรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ 22.9 และโรคเบาหวาน ร้อยละ 10.4 และมีจำนวนพระสงฆ์ที่ป่วยด้วยโรคไตเรื้อรังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่พระสงฆ์ในเขตภูมิภาคกำลังมีปัญหาโภชนาการสูงตามขึ้นมาด้วย ปัจจัยหลักที่ทำให้พระสงฆ์มีความเจ็บป่วยและเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่างๆ รวมถึงภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนในพระสงฆ์นั้น ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากการฉันอาหารที่ไม่ถูกหลักโภชนาการและการมีกิจกรรมประจำวันที่เคลื่อนไหวร่างกายน้อย กล่าวคือ ภาวะความไม่สมดุลของพลังงานที่ร่างกายได้รับจากการฉันภัตตาหารที่ให้พลังงานมากกว่าการใช้พลังงานของร่างกาย หรือมีการเผาผลาญใช้พลังงานลดลงก็ได้ เนื่องจากพระสงฆ์ไม่สามารถเลือกฉันอาหารเองได้ จะต้องฉันอาหารตามที่ฆราวาสนำมาถวาย ปัจจุบันคนส่วนใหญ่นิยมซื้ออาหารสำเร็จรูปในการตักบาตร เพราะความสะดวกและไม่ต้องลงมือทำเอง โดยเฉพาะอาหารและขนมหวานชุดยอดนิยม เช่น แกงเขียวหวาน พะโล้ ผัดกะเพรา ขนมเม็ดขนุน ฝอยทอง นอกจากปริมาณไขมันและน้ำตาลในอาหารเหล่านี้สูงแล้ว ยังพบว่าปริมาณโซเดียมสูงอีกด้วย จากการสำรวจพบว่า อาหารตักบาตรดังกล่าวมีโปรตีนเพียง 2 ใน 3 ของโปรตีนที่ร่างกายควรจะได้รับ จึงทำให้พระสงฆ์ได้รับโปรตีนไม่เพียงพอ รวมถึงการถวายน้ำปานะที่นิยมถวายในรูปของเครื่องดื่ม น้ำผลไม้ เครื่องดื่มชูกำลัง ชา/กาแฟกระป๋องสำเร็จรูป ซึ่งมีปริมาณน้ำตาลสูง จากการสำรวจพบว่าพระสงฆ์ฉันน้ำปานะ ชา กาแฟ ในปริมาณมาก วันละ 2 หน่วยบริโภคขึ้นไป ถือว่าอยู่ในระดับที่สูงและอาจเป็นสาเหตุของความเสี่ยงการเกิดโรคอ้วนและโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอื่น ๆ ตามมา สำนักโภชนาการ กรมอนามัย เป็นหน่วยงานหลักของประเทศที่มีหน้าที่ส่งเสริมโภชนาการประชาชนทุกกลุ่มวัย จึงให้ความสำคัญของการสร้างความรอบรู้และความตระหนักในด้านโภชนาการสำหรับพระสงฆ์ สามเณร แม่ชี และพุทธศาสนิกชน จึงได้จัดทำโครงการพระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะด้านโภชนาการ ปี 2565 เพื่อขับเคลื่อนงานส่งเสริมสุขภาพด้านโภชนาการสำหรับพระสงฆ์ สามเณร และแม่ชี นำไปสู่การมีสุขภาพดีและลดความเสี่ยงในการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในอนาคต

8. วัตถุประสงค์ :
1) เพื่อพัฒนาสื่อความรู้ นวัตกรรม และเผยแพร่องค์ความรู้ในการส่งเสริมสุขภาพด้านโภชนาการสำหรับพระสงฆ์ สามเณร และแม่ชี 2) สร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีภาวะโภชนาการที่ดีสำหรับพระสงฆ์ 3) เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนการดำเนินงานพระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะแบบบูรณาการ และการดำเนินงานความรอบรู้สุขภาพของพระสงฆ์ สามเณร และแม่ชี

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.1.พระสงฆ์ สามเณร แม่ชี พุทธศาสนิกชน และภาคีเครือข่าย มีความรอบรู้ ในการส่งเสริมสุขภาพด้านโภชนาการ และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดีสำหรับพระสงฆ์ สามเณร และแม่ชี 1 เรื่อง
2.2.พระสงฆ์มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ 15 ร้อยละ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : 3.สื่อดิจิทัลสร้างความรอบรู้การส่งเสริมสุขภาพด้านโภชนาการสำหรับพระสงฆ์ สามเณร และแม่ชี 1 เรื่อง
2.เชิงปริมาณ : 4.นักวิชาการ แกนนำ และภาคีเครือข่ายโภชนาการ มีการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพด้านโภชนาการสำหรับพระสงฆ์ในพื้นที่ ผ่าน 12 ศูนย์อนามัย และสสม. 13 หน่วยงาน
3.เชิงปริมาณ : 5.รณรงค์ เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ สร้างความรอบรู้ในการส่งเสริมสุขภาพ ด้านโภชนาการ และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดีสำหรับพระสงฆ์ ในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา 1 ครั้ง
4.เชิงคุณภาพ : 6.ร้อยละของความพึงพอใจของกลุ่มเป้าหมายต่อสื่อความรู้ ด้านโภชนาการสำหรับพระสงฆ์ สามเณร และแม่ชี 80 ร้อยละ
5.เชิงเวลา : 7.ร้อยละของกิจกรรมที่แล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนด 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1) ประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพด้านโภชนาการสำหรับพระสงฆ์ให้กับภาคีเครือข่าย 2) พัฒนาสื่อสื่อดิจิทัลสร้างความรอบรู้ในการส่งเสริมสุขภาพด้านโภชนาการสำหรับพระสงฆ์ สามเณร และแม่ชี 3) รณรงค์ เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ สร้างความรอบรู้ในการส่งเสริมสุขภาพด้านโภชนาการ และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดีสำหรับพระสงฆ์ ในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 1.พัฒนาสื่อดิจิทัลสร้างความรอบรู้ในการส่งเสริมสุขภาพด้านโภชนาการสำหรับพระสงฆ์ สามเณร และแม่ชี 1 เรื่อง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 170,000.00
2 2.รณรงค์ เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ สร้างความรอบรู้ในการส่งเสริมสุขภาพด้านโภชนาการ และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดีสำหรับพุทธศาสนิกชนที่จัดภัตตาหารถวายพระสงฆ์/ตักบาตร ผู้สูงอายุและพระสงฆ์ ในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา 1 ครั้ง 1 ก.พ. 2565 - 28 ก.พ. 2565 63,610.00
รวมเป็นเงิน 233,610.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
233,610.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ธ.ค. 2564 - 28 ก.พ. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
ทั่วประเทศ

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
พระสงฆ์ สามเณร แม่ชี พุทธศาสนิกชน/วัด ศูนย์อนามัย สสม. สสจ. รพ. รพ.สต. สำนักงานพระพุทธศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
พระสงฆ์ สามเณร แม่ชี และพุทธศาสนิกชน

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1) นางสาวบังเอิญ ทองมอญ ตำแหน่ง นักโภชนาการชำนาญการพิเศษ 2) นางสาวลักษณิน รุ่งตระกูล ตำแหน่ง นักโภชนาการชำนาญการ 3) นางสาวสุทธาศินี จันทร์ใบเล็ก ตำแหน่ง นักโภชนาการปฏิบัติการ 4) นางแคทธิยา โฆษร ตำแหน่ง นักโภชนาการปฏิบัติการ 5) นางสาวอัญชลี ศิริกาญจนโรจน์ ตำแหน่ง นักโภชนาการปฏิบัติการ 6) นางสาวสุพรรณี ช้างเพชร ตำแหน่ง นักโภชนาการปฏิบัติการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวบังเอิญ ทองมอญ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสาวสายพิณ โชติวิเชียร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
อธิบดีกรมอนามัย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สำนักโภชนาการ
ลำดับที่ : 8

1. ชื่อโครงการ :
โครงพัฒนาข้อแนะนำการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี (Food Based Dietary Guidelines : FBDGs) ปี 2565

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
3) ร้อยละของเด็กอายุ 0-5 ปี สูงดีสมส่วน

4. cluster :
สตรีและเด็กปฐมวัย

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 13 ) 3.1 การสนับสนุนกลไกขับเคลื่อนการดำเนินงานและการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย
5.2 โครงการสำคัญ โครงการส่งเสริมการเจริญเติบโตและภาวะโภชนาการในช่วง 1,000 วันแรกของชีวิต

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานยุทธศาสตร์เสริมสร้างให้คนมีสุขภาวะที่ดี
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการพัฒนาและบริการการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมกับประชาชนในพื้นที่โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ

7. หลักการและเหตุผล :
โภชนาการ เป็นพื้นฐานที่สำคัญของการมีสุขภาพดีตลอดช่วงชีวิต หากมีพฤติกรรมการบริโภคอาหารไม่เหมาะสม ไม่ได้สัดส่วน ทำให้ได้รับพลังงานและสารอาหารมากหรือน้อยเกินไป จะก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพของประชาชนทุกกลุ่มวัย ได้แก่ ภาวะเตี้ย ผอม อ้วนในวัยเด็ก สำหรับวัยผู้ใหญ่ เช่น ภาวะอ้วน/อ้วนลงพุง โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคกระดูกพรุน เป็นต้น รวมทั้งปัญหาภาวะโลหิตจาง ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพคนของทุกกลุ่มวัย จึงจำเป็นต้องมีข้อแนะนำการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี (Food Based Dietary Guidelines : FBDGs) ซึ่งเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการดำเนินงานด้านโภชนาการของประเทศ เพื่อเป็นแนวทางการบริโภคอาหารของประชาชนที่เหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย เป็นผลให้มีภาวะโภชนาการดี นำไปสู่การมีสุขภาวะและคุณภาพชีวิตที่ดี อย่างไรก็ตาม คำแนะนำปริมาณอาหารที่ควรบริโภคใน 1 วัน ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน เนื่องจากปริมาณสารอาหารอ้างอิงที่ควรได้รับประจำวันสำหรับคนไทย พ.ศ. 2563 ได้จัดทำขึ้นใหม่และเผยแพร่ในปี พ.ศ. 2563 สำนักโภชนาการจึงได้จัดทำโครงการพัฒนาข้อแนะนำการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี (Food Based Dietary Guidelines : FBDGs) โดยประชุมระดมสมองผู้เชี่ยวชาญทางด้านอาหารและโภชนาการ ให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ด้านโภชนาการและสุขภาพ สอดคล้องกับวิถีชีวิตของประชาชน สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ง่าย

8. วัตถุประสงค์ :
เพื่อพัฒนาข้อแนะนำการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี (FBDGs) ทั้งในรูปแบบของข้อปฏิบัติการกินและปริมาณอาหารตามธงโภชนาการ

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.อินโฟกราฟฟิคข้อปฏิบัติการกินอาหาร 7 กลุ่ม
2.อินโฟกราฟฟิคปริมาณอาหารที่แนะนำใน 1 วัน 4 กลุ่ม
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงคุณภาพ : ข้อปฏิบัติการกินอาหาร 7 กลุ่ม
2.เชิงคุณภาพ : ปริมาณอาหารที่แนะนำใน 1 วัน 4 กลุ่ม

10. วิธีการดำเนินงาน :
1) ประชุมคณะทำงานข้อแนะนำการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี (FBDGs) 2) จัดทำคู่มือแนวทางการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี 3) จัดทำฐานข้อมูลสารอาหารของอาหารที่นิยมบริโภค 4) จัดทำปริมาณอาหารที่แนะนำ 1 วัน

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 3.จัดจ้างฐานข้อมูลสารอาหารของอาหารที่นิยมบริโภค 1 เรื่อง (แบ่งจ่ายงวดที่ 1) 1 ครั้ง 1 ม.ค. 2565 - 31 ส.ค. 2565 80,000.00
2 4.จัดจ้างฐานข้อมูลสารอาหารของอาหารที่นิยมบริโภค 1 เรื่อง (แบ่งจ่ายงวดที่ 1) 1 ครั้ง 1 ก.พ. 2564 - 31 ส.ค. 2564 50,000.00
3 5.จัดจ้างฐานข้อมูลสารอาหารของอาหารที่นิยมบริโภค 1 เรื่อง (แบ่งจ่าย งวดที่ 2-3) 2 ครั้ง 1 ม.ค. 2565 - 31 ส.ค. 2565 220,000.00
4 1.ประชุมคณะทำงาน FBDGs 3 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 29 เม.ย. 2565 10,000.00
5 6.จัดจ้างวิเคราะห์ปริมาณอาหารที่แนะนำ 1 วัน 1 เรื่อง (แบ่งจ่าย 3 งวด) 3 ครั้ง 1 มี.ค. 2565 - 31 ส.ค. 2565 500,000.00
รวมเป็นเงิน 860,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
860,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ก.พ. 2564 - 31 ส.ค. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
กรมอนามัย

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารและโภชนาการ

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
1) นักวิชาการที่เกี่ยวข้องด้านอาหารและโภชนาการ 2) บุคคลากรสาธารณสุขทุกระดับ 3) หญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร พ่อแม่/ผู้เลี้ยงดูเด็ก เด็กอายุ 6 - 23 เดือน เด็กอายุ 2-5 ปี เด็กวัยเรียน วัยรุ่น วัยทำงาน และผู้สูงอายุ

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1) นางณัฐวรรณ เชาวน์ลิลิตกุล ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขเชี่ยวชาญ (ด้านโภชนาการ) 2) นางภัทธิรา ยิ่งเลิศรัตนะกุล ตำแหน่ง นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ชำนาญการพิเศษ 3) นางสาวบังเอิญ ทองมอญ ตำแหน่ง นักโภชนาการชำนาญการพิเศษ 4) นางสาวปัทมาภรณ์ อักษรชู ตำแหน่ง นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ชำนาญการ 5) นางสาววรรณชนก บุญชู ตำแหน่ง นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ชำนาญการ 6) นางสาวทิพรดี คงสุวรรณ ตำแหน่ง นักโภชนาการปฏิบัติการ 7) นางสาวใจรัก ลอยสงเคราะห์ ตำแหน่ง นักโภชนาการปฏิบัติการ 8) นางสาวอัญชลี ศิริกาญจนโรจน์ ตำแหน่ง นักโภชนาการปฏิบัติการ 9) นางสาวอารียา กูโน ตำแหน่ง นักโภชนาการปฏิบัติการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางณัฐวรรณ เชาวน์ลิลิตกุล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสาวสายพิณ โชติวิเชียร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
อธิบดีกรมอนามัย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สำนักโภชนาการ
ลำดับที่ : 9

1. ชื่อโครงการ :
โครงการส่งเสริมการเจริญเติบโตและภาวะโภชนาการของเด็กปฐมวัยในศตวรรษที่ 21

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
3) ร้อยละของเด็กอายุ 0-5 ปี สูงดีสมส่วน

4. cluster :
สตรีและเด็กปฐมวัย

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 13 ) 3.1 การสนับสนุนกลไกขับเคลื่อนการดำเนินงานและการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย
5.2 โครงการสำคัญ โครงการส่งเสริมการเจริญเติบโตและภาวะโภชนาการในช่วง 1,000 วันแรกของชีวิต

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการพัฒนาศักยภาพและบริการส่งเสริมสุขภาพประชาชนกลุ่มแม่และเด็ก

7. หลักการและเหตุผล :
การพัฒนาศักยภาพเด็กปฐมวัยตามยุทธศาสตร์ที่ 3 “ยุทธศาสตร์การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพของมนุษย์” ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560 - 2579) กำหนดว่าหากจะบรรลุเป้าหมายใน 20 ปีข้างหน้า ต้องพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา การส่งเสริมการเจริญเติบโตและภาวะโภชนาการที่เหมาะสมของมารดาและเด็กปฐมวัย มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตอย่างเต็มศักยภาพ สูงดีสมส่วนและพัฒนาการสมวัยของเด็กปฐมวัย การดูแลและส่งเสริมการเจริญเติบโตและภาวะโภชนาการในช่วง 1,000 วันแรกของชีวิต มีความสำคัญมากถึงร้อยละ 80 ต่อการกำหนดภาวะสุขภาพไปตลอดช่วงชีวิต ในขณะที่ปัจจัยด้านพันธุกรรมมีส่วนกำหนดเพียงร้อยละ 20 หากในช่วง 1,000 วันแรก ทารกได้รับอาหารน้อยไปส่งผลให้ทารกในครรภ์และเด็กปฐมวัย มีภาวะการเจริญเติบโตไม่ดี มีน้ำหนักแรกเกิดน้อยกว่า 2,500 กรัม มีภาวะเตี้ย หรือหากได้รับอาหารมากเกินไป ทารกในครรภ์จะมีน้ำหนักแรกเกิดมากกว่า 4,000 กรัม มีภาวะอ้วน ซึ่งจะทำให้เด็กกลุ่มนี้จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีโอกาสเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง อีกทั้งส่วนสูงของเด็กที่อายุ 2 – 3 ปี นับว่าเป็น proxy indicator ของสุขภาพในวัยผู้ใหญ่และเป็นทุนมนุษย์ (Human capital) ที่สำคัญ จากการสำรวจภาวะโภชนาการเด็กอายุ 0 - 5 ปี (The Multiple Indicator Cluster Surveys, MICS)โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติและกระทรวงสาธารณสุขร่วมกับองค์การยูนิเซฟ ครั้งที่ 5 พ.ศ. 2559 เปรียบเทียบกับครั้งที่ 6 พ.ศ. 2562 พบว่า ภาวะทุพโภชนาการทั้งขาดและเกินมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยภาวะเตี้ย (stunting) เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 10.5 เป็นร้อยละ 13.3 ภาวะผอม (wasting) เพิ่มจากร้อยละ 5.4 เป็นร้อยละ 7.7 และความชุกของเด็กน้ำหนักเกินและอ้วน เพิ่มจากร้อยละ 8.6 เป็นร้อยละ 12.7 จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่พ่อแม่หรือผู้เลี้ยงดูเด็กและบุคลากรที่เกี่ยวข้องจะต้องตระหนักในการเฝ้าระวังและให้การช่วยเหลือดูแลส่งเสริมให้เด็กมีการเจริญเติบโตและพัฒนาการไปตามวัยอย่างถูกต้องเหมาะสม เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในเป้าประสงค์ที่ 2.2 (Sustainable Development Goals–SDGs) กล่าวถึงการลดความชุกของภาวะเตี้ย (stunting) ในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ลงร้อยละ 40 ระหว่าง ค.ศ. 2012 - 2025 (พ.ศ. 2555-2568) รวมทั้งลดภาวะผอม (wasting) ให้เหลือน้อยกว่า ร้อยละ 5 และไม่มีการเพิ่มขึ้นของภาวะน้ำหนักเกินในช่วงเวลาเดียวกัน สำนักโภชนาการ โดยกลุ่มส่งเสริมโภชนาการสตรีและเด็กปฐมวัย ได้จัดทำโครงการส่งเสริมการเจริญเติบโตและภาวะโภชนาการของเด็กปฐมวัยในศตวรรษที่ 21 ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 เพื่อขับเคลื่อน พัฒนาและต่อยอดการดำเนินงานมหัศจรรย์ 1,000 วัน Plus แบบบรูณาการ ภายใต้กิจกรรมสำคัญ กิน กอด เล่น เล่า นอน เฝ้าดูฟันร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงยกระดับพื้นที่ต้นแบบการดำเนินงานส่งสริมสุขภาพสตรีและเด็กปฐมวัยที่เป็นเลิศ (Best Practice) การพัฒนาศักยภาพบุคลากรที่เกี่ยวข้อง และการสร้างความรอบรู้สุขภาพด้านการส่งเสริมโภชนาการ สำหรับหญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร พ่อแม่/ผู้เลี้ยงดูเด็กอายุ 0 - 5 ปี ซึ่งเป็นการดำเนินงานที่สำคัญและนำไปสู่ผลลัพธ์ที่คาดหวัง คือ เด็กอายุ 0 - 5 ปี สูงดีสมส่วน และภาวะเตี้ย ผอม และอ้วนลดลง

8. วัตถุประสงค์ :
1.เพื่อขับเคลื่อน พัฒนาและต่อยอดตำบลมหัศจรรย์ 1,000 วัน Plus แบบบรูณาการ ภายใต้กิจกรรมสำคัญ กิน กอด เล่น เล่า นอน เฝ้าดูฟัน ผ่านความร่วมมือของภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง 2.เพื่อยกระดับพื้นที่ต้นแบบการดำเนินงานส่งสริมสุขภาพสตรีและเด็กปฐมวัยที่เป็นเลิศ (Best Practice) 3.เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรที่เกี่ยวข้องและสร้างความรอบรู้สุขภาพให้กับกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ หญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร พ่อแม่ และผู้เลี้ยงดูเด็กอายุ 0 – 5 ปี

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.1.ตำบลต้นแบบมหัศจรรย์ 1,000 วัน Plus (อำเภอละ 1 ตำบล) 878 ตำบล
2.2.พื้นที่ต้นแบบการดำเนินงานส่งสริมสุขภาพสตรีและเด็กปฐมวัยที่เป็นเลิศ (Best Practice) (จังหวัดละ 1 แห่ง) 76 แห่ง
3.3.หลักสูตร E-learning การส่งเสริมการเจริญเติบโตและโภชนาการในคลินิกฝากครรภ์ (ANC) และคลินิกเด็กสุขภาพดี (WCC) 1 เรื่อง
4.4.สื่อสร้างความรอบรู้สุขภาพสตรีและเด็กปฐมวัย 2 เรื่อง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : 5.ร้อยละของเด็กอายุ 0 - 5 ปี สูงสมส่วน 64 ร้อยละ
2.เชิงปริมาณ : 8.ร้อยละเด็กอายุ 0 – 5 ปี มีภาวะอ้วน 9 ร้อยละ
3.เชิงปริมาณ : 6.ร้อยละเด็กอายุ 0 – 5 ปี มีภาวะเตี้ย 10 ร้อยละ
4.เชิงปริมาณ : 7.ร้อยละเด็กอายุ 0 – 5 ปี มีภาวะผอม 5 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1.การสนับสนุนกลไกขับเคลื่อนการดำเนินงานและการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย 1.1 สร้างเครือข่ายดำเนินงานพัฒนาตำบลมหัศจรรย์ 1,000 วัน Plus ภายใต้กิจกรรมสำคัญ กิน กอด เล่น เล่า นอน เฝ้าดูฟัน ระดับนโยบาย 1.2 การสื่อสารนโยบายมหัศจรรย์ 1,000 วัน Plus ภายใต้กิจกรรมสำคัญ กิน กอด เล่น เล่า นอน เฝ้าดูฟัน 1.3 พัฒนารูปแบบการดำเนินงานตำบลมหัศจรรย์ 1,000 วัน Plus ภายใต้กิจกรรมสำคัญ กิน กอด เล่น เล่า นอน เฝ้าดูฟัน ฉบับบูรณาการ 1.4 ติดตามและพัฒนาตำบลมหัศจรรย์ 1,000 วัน Plus ภายใต้กิจกรรมสำคัญ กิน กอด เล่น เล่า นอน เฝ้าดูฟัน จากนโยบายสู่การปฏิบัติ ระดับพื้นที่ 2.การพัฒนาวิชาการ ระบบบริการสาธารณสุข และระบบเฝ้าระวังการเจริญเติบโต 2.1 ถอดบทเรียนความสำเร็จ และยกระดับ Practice สู่ Best Practice ด้านการส่งเสริมสุขภาพแม่และเด็ก (กิน กอด เล่น เล่า นอน เฝ้าดูฟัน) 2.2 พัฒนาหลักสูตร E-learning การส่งเสริมการเจริญเติบโตและโภชนาการในคลินิกฝากครรภ์ (ANC) และคลินิกเด็กสุขภาพดี (WCC) 3.การส่งเสริมความความรอบรู้สุขภาพของสตรีและเด็กปฐมวัย 3.1 ผลิตสื่อรอบรู้สุขภาพ เรื่อง กิน กอด เล่น เล่า นอน เฝ้าดูฟัน ฉบับครอบครัว ในวิถีชีวิตใหม่ (New Normal) 3.2 สื่อการส่งเสริมการเจริญเติบโตและภาวะโภชนาการเด็กปฐมวัยสำหรับสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 1.2 กิจกรรมการสื่อสารนโยบายมหัศจรรย์1,000 วัน Plus ภายใต้กิจกรรมสำคัญ กิน กอด เล่น เล่า นอน เฝ้าดูฟัน 1 ครั้ง 1 มี.ค. 2565 - 31 มี.ค. 2565 150,000.00
2 1.3 ประชุมเชิงปฏิบัติการ พัฒนารูปแบบการดำเนินงานตำบลมหัศจรรย์ 1,000 วัน Plus ภายใต้กิจกรรมสำคัญ กิน กอด เล่น เล่า นอน เฝ้าดูฟัน ฉบับบูรณาการ 1 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 150,800.00
3 1.4 จัดจ้างออกแบบและผลิตแนวทางการดำเนินงานตำบลมหัศจรรย์ 1,000 วัน Plus ภายใต้กิจกรรมสำคัญ กิน กอด เล่น เล่า นอน เฝ้าดูฟัน ฉบับบูรณาการ 1 เรื่อง 1 ก.พ. 2565 - 28 ก.พ. 2565 200,000.00
4 2.2 จัดจ้างออกแบบและผลิตรายงาน บทเรียนความสำเร็จจาก Practice สู่ Best Practice ด้านการส่งเสริมสุขภาพแม่และเด็ก (กิน กอด เล่น เล่า นอน เฝ้าดูฟัน) 1 เรื่อง 1 ก.ค. 2565 - 31 ก.ค. 2565 100,000.00
5 2.4 พัฒนาหลักสูตร E-learning การส่งเสริมการเจริญเติบโตและโภชนาการในคลินิกฝากครรภ์ (ANC) และคลินิกเด็กสุขภาพดี (WCC) 1 เรื่อง 1 เม.ย. 2565 - 30 เม.ย. 2565 150,000.00
6 3.การส่งเสริมความความรอบรู้สุขภาพของสตรีและเด็กปฐมวัย 3.1 สื่อรอบรู้สุขภาพ เรื่อง กิน กอด เล่น เล่า นอน เฝ้าดูฟัน ฉบับครอบครัว ในวิถีชีวิตใหม่ (New Normal) 1 เรื่อง 1 มิ.ย. 2565 - 30 มิ.ย. 2565 100,000.00
7 3.2 สื่อการส่งเสริมการเจริญเติบโตและภาวะโภชนาการเด็กปฐมวัยสำหรับสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย 3.2.1 จัดจ้างออกแบบและผลิตสื่อการส่งเสริมการเจริญเติบโตและภาวะโภชนาการเด็กปฐมวัยสำหรับสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย 1 เรื่อง 1 มิ.ย. 2565 - 30 มิ.ย. 2565 86,000.00
8 2.3 ประชุมพัฒนาหลักสูตร E-learning การส่งเสริมการเจริญเติบโตและโภชนาการในคลินิกฝากครรภ์ (ANC) และคลินิกเด็กสุขภาพดี (WCC) 2 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 28 ก.พ. 2565 22,100.00
9 3.2.2 จัดซื้อวัสดุบริโภค เพื่อพัฒนาตำหรับอาหารสำหรับ สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย 2 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 5,500.00
10 1.การสนับสนุนกลไกขับเคลื่อนการดำเนินงานและการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย 1.1 ประชุมสร้างเครือข่ายดำเนินงานพัฒนาตำบลมหัศจรรย์ 1,000 วัน Plus ภายใต้กิจกรรมสำคัญ กิน กอด เล่น เล่า นอน เฝ้าดูฟัน ระดับนโยบาย 4 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 30 เม.ย. 2565 46,800.00
11 1.5 ติดตามและพัฒนาตำบลมหัศจรรย์ 1,000 วัน Plus ภายใต้กิจกรรมสำคัญ กิน กอด เล่น เล่า นอน เฝ้าดูฟัน จากนโยบายสู่การปฏิบัติ ระดับพื้นที่ 4 ครั้ง 1 ม.ค. 2565 - 31 ก.ค. 2565 146,800.00
12 2.การพัฒนาวิชาการ ระบบบริการสาธารณสุข และระบบเฝ้าระวังการเจริญเติบโต 2.1 เวทีถอดบทเรียนความสำเร็จ และยกระดับ Practice สู่ Best Practice ด้านการส่งเสริมสุขภาพแม่และเด็ก (กิน กอด เล่น เล่า นอน เฝ้าดูฟัน) ออนทัวร์ 4 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 30 มิ.ย. 2565 520,800.00
รวมเป็นเงิน 1,678,800.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
1,678,800.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 พ.ย. 2564 - 31 ก.ค. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
76 จังหวัด

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
1.นักวิชาการ Cluster สตรีและเด็กปฐมวัย บุคลากรกรมอนามัย ศูนย์อนามัยที่ 1 – 12 และสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง 2.ภาคีเครือข่ายความร่วมมือการส่งเสริมสุขภาพสตรีและเด็กปฐมวัย ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงแรงงาน และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 3.หญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร เด็กปฐมวัย ผู้เลี้ยงดูเด็กในครอบครัว รวมทั้งบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ บุคลากรสาธารณสุขระดับจังหวัด อำเภอ และตำบลทุกแห่ง ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ครูพี่เลี้ยง อสม. แกนนำชุมชน และประชาชนทั่วไป

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
-

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1.นายสุพจน์ รื่นเริงกลิ่น ตำแหน่ง นักโภชนาการชำนาญการพิเศษ 2.นางสาววารีทิพย์ พึ่งพันธ์ ตำแหน่ง นักโภชนาการชำนาญการพิเศษ 3.นางสาววราภรณ์ จิตอารี ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 4.นางสาวณัฐนิช อินทร์ขำ ตำแหน่ง นักโภชนาการปฏิบัติการ 5.นางสาวอารียา กูโน ตำแหน่ง นักโภชนาการปฏิบัติการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นายสุพจน์ รื่นเริงกลิ่น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสาวสายพิณ โชติวิเชียร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
อธิบดีกรมอนามัย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สำนักโภชนาการ
ลำดับที่ : 10

1. ชื่อโครงการ :
โครงการบริหารจัดการหน่วยงาน ปี 2565

2. ยุทธศาสตร์ :

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
25) การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

4. cluster :
การคลังและงบประมาณ(FIN)

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 87 ) 23.4 ขับเคลื่อนและบริหารจัดการหน่วยงาน
5.2 โครงการสำคัญ โครงการยกระดับการบริหารงานคลังและงบประมาณตามหลักธรรมาภิบาล

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบุคลากรภาครัฐ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   รายการค่าใช้จ่ายบุคลากรภาครัฐพัฒนาด้านสาธารณสุขและสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก

7. หลักการและเหตุผล :
การดำเนินงานและบริหารภายในหน่วยงานให้บรรลุเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

8. วัตถุประสงค์ :
เพื่อบริหารจัดการและสนับสนุนงานภายในหน่วยงานให้บรรลุเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.1.หน่วยงานมีการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายพื้นฐานได้ตามเป้าหมาย 12 ครั้ง
2.2.บริหารจัดการหน่วยงาน ค่าตอบแทน ค่าใช้สอย ค่าวัสดุในหน่วยงานสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 80 ร้อยละ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1.ค่าตอบแทนในหน่วยงาน 2.ค่าใช้สอยในหน่วยงาน 3.ค่าวัสดุในหน่วยงาน

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 3.ค่าตอบแทน (ค่าปฏิบัติงานนอกเวลา/ค่าเบี้ยประชุม และอื่น ๆ) 2 ครั้ง 1 มี.ค. 2565 - 30 ก.ย. 2565 6,000.00
2 5.ค่าจ้างบุคลากรภายนอกปฏิบัติงาน (นักวิชาการ) 2 คน 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 360,000.00
3 6.ค่าจ้างเหมาบุคลากรภายนอกปฏิบัติงาน (ผู้ช่วยโครงการ) 4 คน 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 720,000.00
4 4.ค่าจ้างเหมาบุคลากรภายนอกปฏิบัติงาน (อำนวยการ) 6 คน 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 732,000.00
5 1.ค่าวัสดุ (ค่าวัสดุสำนักงาน/ค่าวัสดุคอมพิวเตอร์/ค่าวัสดุวิทยาศาสตร์/ค่าวัสดุบริโภค/ค่าวัสดุงานบ้านงานครัว/ค่าหนังสือพิมพ์และวารสาร/ค่าน้ำดื่ม/ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงหล่อลื่น และอื่น ๆ 12 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 214,700.00
6 2.ค่าใช้สอย (ค่าปรับปรุงภูมิทัศน์/ค่าดูแลบำรุงรักษาครุภัณฑ์สำนักงาน/ค่าซ่อมแซมครุภัณฑ์ยานพาหนะ/ซ่อมคอมพิวเตอร์/ค่าเช่าเครื่องถ่ายเอกสาร/ค่าถ่ายเอกสาร/ค่าธรรมเนียมผ่านทาง/ค่าจัดส่งพัสดุ/ค่าขอส่งรถรับจ้าง และอื่น ๆ 12 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 107,000.00
รวมเป็นเงิน 2,139,700.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
2,139,700.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
สำนักโภชนาการ กรมอนามัย

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
บุคลากรสำนักโภชนาการ

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
บุคลากรสำนักโภชนาการ

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. นางอุษา กล่อมเอี้ยง ตำแหน่ง เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน 2. นางสาววิมล มีหิรัญ ตำแหน่ง เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน 3. นางสาวอันธิกา หน่วงเหนี่ยว ตำแหน่ง นักวิชาการเงินและบัญชี

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางอุษา กล่อมเอี้ยง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสาวสายพิณ โชติวิเชียร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
อธิบดีกรมอนามัย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สำนักโภชนาการ
ลำดับที่ : 11

1. ชื่อโครงการ :
โครงการค่าใช้จ่ายตามสิทธิ์

2. ยุทธศาสตร์ :

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
25) การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

4. cluster :
การคลังและงบประมาณ(FIN)

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 88 ) 23.5 บริหารจัดการค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ์
5.2 โครงการสำคัญ โครงการยกระดับการบริหารงานคลังและงบประมาณตามหลักธรรมาภิบาล

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบุคลากรภาครัฐ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   รายการค่าใช้จ่ายบุคลากรภาครัฐพัฒนาด้านสาธารณสุขและสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก

7. หลักการและเหตุผล :
ค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ์ของข้าราชการในสำนักโภชนาการ

8. วัตถุประสงค์ :
เพื่อเป็นค่าพตส. ค่าแพทย์ไม่ทำเวช ค่าเช่าบ้าน ของข้าราชการในสำนักโภชนาการ

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.1.มีการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ์ได้ตามเป้าหมาย 1 หน่วยงาน
2.2.ค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ์ 12 ครั้ง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1. เงิน พตส. 2. เงินแพทย์ไม่ทำเวช 3. เงินค่าเช่าบ้าน

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 1. เงิน พตส. 12 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 420,000.00
2 2. เงินแพทย์ไม่ทำเวช 12 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 120,000.00
3 3. เงินค่าเช่าบ้าน 12 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 204,000.00
รวมเป็นเงิน 744,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
744,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
สำนักโภชนาการ กรมอนามัย

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
บุคลากรสำนักโภชนาการ

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
-

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. นางอุษา กล่อมเอี้ยง ตำแหน่ง เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน 2. นางสาววิมล มีหิรัญ ตำแหน่ง เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางอุษา กล่อมเอี้ยง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสาวสายพิณ โชติวิเชียร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
อธิบดีกรมอนามัย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สำนักโภชนาการ
ลำดับที่ : 12

1. ชื่อโครงการ :
โครงการส่งเสริมโภชนาการเพื่อเด็กวัยเรียนวัยรุ่นสูงดีสมส่วนแข็งแรงและฉลาด

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
6) ร้อยละของเด็กอายุ 6-14 ปี สูงดีสมส่วน

4. cluster :
วัยเรียนและวัยรุ่น

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 22 ) 6.2 ยกระดับคุณภาพมาตรฐานงานส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียน ในยุคดิจิตัล
5.2 โครงการสำคัญ โครงการโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพแนวใหม่ (New HPS Plus HL)

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการพัฒนาศักยภาพและบริการส่งเสริมสุขภาพประชาชนกลุ่มวัยเรียนวัยรุ่น

7. หลักการและเหตุผล :
กรมอนามัย ได้กำหนดยุทธศาสตร์ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย มีเป้าประสงค์เพื่อให้เด็กวัยเรียนวัยรุ่นเข้มแข็ง แข็งแรง และฉลาด โดยกำหนดตัวชี้วัดเด็กอายุ 6 - 14 ปี สูงดีสมส่วนในปี พ.ศ. 2564 ร้อยละ 66 และเด็กอายุ 12 ปี มีส่วนสูงเฉลี่ยตามเกณฑ์ ในปี พ.ศ. 2565 เด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิงสูง 154 และ 155 เซนติเมตร ตามลำดับ ซึ่งจากรายงาน HDC กระทรวงสาธารณสุข ปี 2564 ยังพบเด็กอายุ 6 - 14 ปีสูงดีสมส่วน ร้อยละ 58.0 (เป้าหมาย ร้อยละ 66) ภาวะเริ่มอ้วนและอ้วน ร้อยละ 11.6 (เป้าหมาย ร้อยละ 10) ภาวะผอม ร้อยละ 3.9 (เป้าหมาย ร้อยละ 5) และภาวะเตี้ย ร้อยละ 10.4 (เป้าหมาย ร้อยละ 5) ส่วนสูงเฉลี่ยของเด็กอายุ 12 ปี ชาย 147.3 เซนติเมตร (เป้าหมาย 154 เซนติเมตร) หญิง 148.5 เซนติเมตร (เป้าหมาย 155 เซนติเมตร) ตามลำดับ จากข้อมูลดังกล่าวจะเห็นได้ว่าภาวะโภชนาการของเด็กวัยเรียนนั้นยังไม่สามารถบรรลุค่าเป้าหมายการส่งเสริมให้เด็กวัยเรียนมีภาวะโภชนาการที่ดีสูงดีสมส่วน จะต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพอาหาร การออกกำลังกาย และการนอนหลับที่มีคุณภาพ หากเด็กได้รับอาหารไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกายจะทำให้ การเจริญเติบโตไม่ดีและผอม ในทางตรงข้ามหากได้รับสารอาหารมากเกินความต้องการของร่างกายจะทำให้เกิดภาวะเริ่มอ้วนและอ้วน และหากขาดอาหารเป็นเวลานานเรื้อรัง จะทำให้เด็กเตี้ย ส่งผลต่อการพัฒนาสมองโดยระดับสติปัญญาต่ำกว่าเด็กที่มีส่วนสูงตามเกณฑ์ พัฒนาการล่าช้า อีกทั้งเด็กที่มีภาวะเตี้ยมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคเรื้อรังเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ เช่น โรคอ้วน เบาหวาน ความดันโลหิตสูง เช่นเดียวกับเด็กที่มีภาวะอ้วน ซึ่งมีสาเหตุมาจากการมีพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของเด็กวัยเรียน และการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการดูแลสุขภาพ จากผลการนิเทศติดตามของกรมอนามัยส่วนใหญ่ พบว่า การขับเคลื่อนงานส่งเสริมและจัดการปัญหาสุขภาพเด็กวัยเรียนในระดับจังหวัด ผ่านคณะกรรมการ Project manager (PM) ระดับจังหวัดและอำเภอยังไม่เป็นรูปธรรมชัดเจน พื้นที่ยังไม่มีการนำข้อมูลสถานการณ์ภาวะโภชนาการวิเคราะห์ เพื่อนำมาใช้ในการจัดการปัญหาเชิงประเด็น (อ้วน ผอม เตี้ย) อีกทั้งบุคลากรระดับปฏิบัติยังขาดองค์ความรู้และทักษะในการดูแลสุขภาพเด็กวัยเรียนแบบองค์รวม การส่งเสริมให้เด็กวัยเรียนสูงดีสมส่วนให้บรรลุเป้าหมายได้นั้น ต้องดำเนินการแบบบูรณาการ ทั้งด้านการส่งเสริม ป้องกันและแก้ไขปัญหาทุพโภชนาการร่วมกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งพัฒนาความรอบรู้ของเด็กวัยเรียนอันจะนำไปสู่การมีพฤติกรรมที่พึงประสงค์ และเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพแข็งแรง สำนักโภชนาการ จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมโภชนาการเพื่อเด็กวัยเรียนวัยรุ่นสูงดีสมส่วนแข็งแรงและฉลาด เพื่อการพัฒนาระบบบริหารจัดการอาหารและโภชนาการในโรงเรียน ส่งเสริมความรอบรู้และพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ด้านโภชนาการให้กับภาคีเครือข่าย พัฒนาแนวทางบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค (Service Package) การจัดการปัญหาภาวะโภชนาการ และติดตามการใช้เกณฑ์อ้างอิงการเจริญเติบโตเด็กอายุ 6 - 19 ปี (ชุดใหม่)

8. วัตถุประสงค์ :
1.พัฒนาระบบการส่งเสริมโภชนาการในโรงเรียน รอบรั้วโรงเรียน ที่บ้าน และสถานบริการเพื่อเด็กวัยเรียนวัยรุ่นสูงดีสมส่วน แข็งแรงและฉลาด 2.ส่งเสริมให้เด็กวัยเรียนวัยรุ่น ครู ผู้ปกครอง มีทักษะและความรอบรู้ด้านโภชนาการ สูงดีสมส่วนแข็งแรงและฉลาด 3.ส่งเสริมให้เด็กวัยเรียนวัยรุ่น ครู ผู้ปกครอง มีความรอบรู้ด้านโภชนาการในสถานการณ์ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.1.ขับเคลื่อนงานภายใต้คณะอนุกรรมการ การพัฒนาระบบบริหารจัดการอาหารและโภชนาการในโรงเรียน 1 เรื่อง
2.2.หลักสูตรและคู่มือแนวทางการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในการดำเนินงานการจัดการอาหารและโภชนาการในโรงเรียน 1 ชุด
3.3.บุคลากรและภาคีเครือข่ายได้รับการพัฒนาศักยภาพ 500 คน
4.4. (ร่าง) แนวทางบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค (Service Package) การจัดการปัญหาภาวะโภชนาการสำหรับเสนอ สปสช. 1 เรื่อง
5.5.รณรงค์ส่งเสริมเด็กวัยเรียนวัยรุ่นเท่หุ่นดี 3 เรื่อง
6.6.ติดตามการใช้เกณฑ์อ้างอิงการเจริญเติบโตของเด็กอายุ 6-19 ปี (ชุดใหม่) และเยี่ยมเสริมพลัง นิเทศและติดตามงาน 4 ครั้ง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : 7.ร้อยละของเด็กอายุ 6-14 ปี สูงดีสมส่วน 66 ร้อยละ
2.เชิงปริมาณ : 8.ร้อยละของเด็กอายุ 6-14 ปี มีภาวะเริ่มอ้วนและอ้วน 10 ร้อยละ
3.เชิงปริมาณ : 9.ร้อยละของเด็กอายุ 6-14 ปี มีภาวะเตี้ย 5 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1.ขับเคลื่อนการบริหารจัดการด้านอาหารและโภชนาการในโรงเรียน 2.ส่งเสริมความรอบรู้และพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ด้านโภชนาการให้กับภาคีเครือข่าย 3.พัฒนาแนวทางบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค (Service Package) การจัดการปัญหาภาวะโภชนาการ 4.ติดตามการใช้เกณฑ์อ้างอิงการเจริญเติบโตเด็กอายุ 6 - 19 ปี (ชุดใหม่) และมาตรฐานการบริหารจัดการอาหารและโภชนาการในโรงเรียน

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 1.2 ประชุมพัฒนาศักยภาพการใช้โปรแกรมเฝ้าระวังการเจริญเติบโต (KidDiary) 1 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 30 พ.ย. 2564 36,300.00
2 1.3 พัฒนาศักยภาพทีมพี่เลี้ยงในการดำเนินงานอาหารและโภชนาการในโรงเรียน 1 ครั้ง 1 ก.พ. 2565 - 28 ก.พ. 2565 40,200.00
3 3.พัฒนารูปแบบ Service Package การจัดการปัญหาภาวะโภชนาการ 3.1 ประชุมหารือรูปแบบService Package การจัดการปัญหาภาวะโภชนาการทุกระดับ 2 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 5,700.00
4 1.4 จัดทำหลักสูตรและคู่มือแนวทางการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในการดำเนินงานการจัดการอาหารและโภชนาการในโรงเรียน 1 ชุด 3 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 30 มิ.ย. 2565 292,800.00
5 2.ส่งเสริมสร้างความรอบรู้และพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ด้านโภชนาการ 2.1 รณรงค์สร้างกระแสเพื่อส่งเสริมความรอบรู้และพฤติกรรมด้านโภชนาการ ในวันไข่ วันเด็ก วันดื่มนมโลก ฯลฯ 3 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 มิ.ย. 2565 203,000.00
6 3.2 ประชุมผู้เชี่ยวชาญจัดทำ Service Package การจัดการปัญหาภาวะโภชนาการทุกระดับ 3 ครั้ง 1 ม.ค. 2565 - 31 ก.ค. 2565 11,400.00
7 4.ประเมินและติดตามระบบเฝ้าระวังการเจริญเติบโต 4.1 ติดตามการใช้เกณฑ์อ้างอิงการเจริญเติบโตเด็กอายุ 6 - 19 ปี และมาตรฐานการบริหารจัดการอาหารและโภชนาการในโรงเรียน 4 ครั้ง 1 ก.พ. 2565 - 30 มิ.ย. 2565 80,000.00
8 1.ขับเคลื่อนระบบการจัดการอาหารและโภชนาการในสถานศึกษา 1.1 ประชุมขับเคลื่อนงานด้านอาหารและโภชนาการในโรงเรียน 6 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 31 ก.ค. 2565 34,200.00
9 2.1 จัดทำเมนูครัวสาธิต 12 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 12,000.00
รวมเป็นเงิน 715,600.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
715,600.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
เด็กอายุ 6 - 18 ปี ในสถานศึกษา ทุกสังกัด

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
เด็กอายุ 6 - 18 ปี ในสถานศึกษา ทุกสังกัด

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
-

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1.นางกานต์ณัชชา สร้อยเพชร ตำแหน่ง นักโภชนาการชำนาญการพิเศษ 2.นางสาวทิพรดี คงสุวรรณ ตำแหน่ง นักโภชนาการปฏิบัติการ 3.นางสาวใจรัก ลอยสงเคราะห์ ตำแหน่ง นักโภชนาการปฏิบัติการ 4.นางสาวนฤมล ธนเจริญวัชร ตำแหน่ง นักโภชนาการปฏิบัติการ 5.นางสาวภาพิมล บุญอิ้ง ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 6.นางสาวเยาวลักษณ์ รื่นสด ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางกานต์ณัชชา สร้อยเพชร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสาวสายพิณ โชติวิเชียร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
อธิบดีกรมอนามัย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สำนักโภชนาการ
ลำดับที่ : 13

1. ชื่อโครงการ :
โครงการพัฒนานโยบายการควบคุมการตลาดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์สำหรับเด็ก (อาหารที่มีปริมาณไขมัน น้ำตาล โซเดียมสูง)

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
6) ร้อยละของเด็กอายุ 6-14 ปี สูงดีสมส่วน

4. cluster :
วัยเรียนและวัยรุ่น

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 22 ) 6.2 ยกระดับคุณภาพมาตรฐานงานส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียน ในยุคดิจิตัล
5.2 โครงการสำคัญ โครงการโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพแนวใหม่ (New HPS Plus HL)

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการพัฒนาศักยภาพและบริการส่งเสริมสุขภาพประชาชนกลุ่มวัยเรียนวัยรุ่น

7. หลักการและเหตุผล :
ประเทศไทยเผชิญปัญหาภาวะเริ่มอ้วนและอ้วนในเด็กเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง จากรายงาน HDC กระทรวงสาธารณสุข ปี 2564 (ข้อมูล ณ วันที่ 15 ก.ย. 64) ยังพบเด็กอายุ 6 - 14 ปี มีภาวะเริ่มอ้วนและอ้วน ร้อยละ 11.2 เด็กวัยรุ่น 15-18 ปี ร้อยละ 13.5 (เป้าหมายไม่เกิน ร้อยละ 10) ซึ่งยังเป็นปัญหาสาธารณสุขของประเทศไทย สาเหตุสำคัญหนึ่งมาจากพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่มีปริมาณไขมัน น้ำตาล โซเดียมมากเกินไป (HFSS: High fat, sugar, and/or salt) โดยเฉพาะการบริโภคขนมและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลเป็นส่วนผสม ภาวะอ้วนในเด็กมีผลกระทบต่อทั้งร่างกาย จิตใจ และสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเสี่ยงต่อภาวะบกพร่องด้านสติปัญญา และการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ในอนาคต มูลค่าต้นทุนทางเศรษฐกิจที่เกิดจากโรคอ้วนของประเทศไทยสูงถึง 12,142 ล้านบาท โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านการดูแลสุขภาพ และการสูญเสียเงินได้จากการตายก่อนวัยอันควร ซึ่งประเทศไทย มีความพยายามแก้ไขปัญหาเด็กอ้วนอย่างต่อเนื่อง ทั้งการส่งเสริมสุขภาพ และสนับสนุนให้มีสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพที่ดี แต่ยังขาดมาตรการสำคัญ คือ การปกป้องเด็กจากการตลาดอาหารและเครื่องดื่มที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ซึ่งเทคนิคการตลาดหรือกลยุทธ์การตลาด เป็นปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อและบริโภคอาหารและเครื่องดื่มของเด็ก เนื่องจากมีดุลพินิจและความสามารถในการตีความเจตนาทางการตลาดไม่สมบูรณ์เท่าผู้ใหญ่ และเด็กวัยรุ่นมีนิสัยหุนหันพลันแล่นตัดสินใจเร็ว และเป็นวัยที่เริ่มมีกำลังซื้อและจ่ายด้วยตนเอง มักถูกชักจูงจากการส่งเสริมการตลาดได้ง่าย มาตรการการควบคุมการตลาดอาหารและเครื่องดื่มในเด็ก เป็นมาตรการที่ช่วยลดความเสี่ยงโรคอ้วนในเด็ก และมีประสิทธิผลในการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ภายใต้แผนปฏิบัติการยุทธศาสตร์โลก เพื่อการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อ ในมติสมัชชาอนามัยโลกครั้งที่ 61 (WHA61.14) ซึ่งประเทศไทยได้ร่วมรับรองตามมติดังกล่าวในการปฏิบัติตามพันธะสัญญาระหว่างประเทศ มาตรการดังกล่าว ยังเป็นข้อเสนอแนะที่ 4.4 ตามภารกิจของคณะทำงานร่วมระหว่างหน่วยงานสหประชาชาติว่าด้วยการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อในประเทศไทย (UNIATF on NCDs) และเป็นมติที่ 3.4 ของสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ (ประเทศไทย) ครั้งที่ 2 เรื่อง การจัดการปัญหาภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วน พ.ศ.2552 นอกจากนี้มาตรการดังกล่าวยังเป็นโครงการหนึ่งในแผนปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) พ.ศ.2564 (Big Rock2: NCDs/ MS5) และมีหลักฐานทางวิชาการ พบว่า ประเทศที่ใช้กฎหมายควบคุมการตลาดอาหารและเครื่องดื่ม HFSS เช่น ชิลี อังกฤษ แคนาดา (รัฐควิเบก) เกาหลีใต้ ลดปัจจัยการพบเห็นและลดสิ่งกระตุ้นจากการตลาดอาหารและเครื่องดื่มที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ ซึ่งมีประสิทธิผลดีกว่าประเทศที่มีแนวปฏิบัติแบบภาคสมัครใจ เช่น ออสเตรเลียและสิงคโปร์ แม้ว่าประเทศไทยมีการดำเนินการควบคุมการตลาดอาหารและเครื่องดื่ม แต่ยังไม่มีกฎหมายที่ครอบคลุมเทคนิคการทำการตลาดอาหารและเครื่องดื่มที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพเด็ก อีกทั้งยังขาดกลไกการบังคับใช้ กำกับติดตาม และประเมินผลการทำการตลาดอาหารและเครื่องดื่มที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพเด็กอย่างเป็นรูปธรรม การศึกษาวิจัยเพื่อจัดการภาวะเริ่มอ้วนและอ้วนในเด็กของประเทศไทย ได้มีข้อเสนอแนะให้ภาครัฐควรเร่งผลักดันนโยบายควบคุมการตลาดอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพเด็ก และยกระดับมาตรการควบคุมการตลาดและการจัดจำหน่ายอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพให้มีผลบังคับใช้ทางกฎหมาย นอกจากนี้ มีข้อมูลวิจัยของประเทศไทยสนับสนุนว่า หากประเทศไทยออกมาตรการควบคุมสื่อโฆษณาอาหารและเครื่องดื่ม HFSS แค่เพียงช่องทางโทรทัศน์ จะสามารถช่วยลดดัชนีมวลกาย (BMI) เด็ก (อายุ 6-12 ปี) ทั้งประเทศได้เฉลี่ย 0.32 กิโลกรัม /เมตร² โดยใช้งบประมาณเพียง 1.13 ล้านบาท ทำให้ลดภาวะเริ่มอ้วนและโรคอ้วน ในเด็ก (อายุ 6-12 ปี) ได้ถึง 121,000 คน ซึ่งมีความคุ้มค่าคุ้มทุน 15 สำนักโภชนาการ กรมอนามัย ซึ่งเป็นองค์กรหลักในการส่งเสริมสุขภาพด้านโภชนาการของประเทศ เพื่อประชาชนมีสุขภาพดีด้านโภชนาการ จึงได้หาแนวทางการควบคุมการตลาดอาหารและเครื่องดื่มที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพเด็ก (HFSS) เพื่อปกป้องเด็กจากการตกเป็นเหยื่อของการตลาด โดยการจัดทำยกร่างกฎหมายที่เกี่ยวกับการควบคุมการตลาดอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์สำหรับเด็ก (อาหารที่มีปริมาณไขมัน น้ำตาล โซเดียมสูง) เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดีของเด็ก โดยเป้าหมายของมาตรการทางกฎหมาย คือ การลดจำนวนและความถี่ในการพบเห็น (exposure) และลดเทคนิคทางการตลาดที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อ (power) นอกจากนี้ยังคงต้องมีการสร้างความตระหนักรู้ของอาหารและเครื่องดื่มที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพเด็ก ซึ่งทั้งการส่งเสริมสุขภาพและการสร้างสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม ทำให้เด็กมีพฤติกรรมการซื้อและบริโภคอาหารและเครื่องดื่มที่มีผลกระทบต่อสุขภาพลดลง นำไปสู่การลดความเสี่ยงต่อภาวะน้ำหนักเกินหรืออ้วน และโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในอนาคตต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
1.เพื่อยกร่างกฎหมายที่เกี่ยวกับการควบคุมการตลาดอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์สำหรับเด็ก 2.เพื่อพัฒนาและผลักดัน (ร่าง) กฎหมายที่เกี่ยวกับการควบคุมการตลาดอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์สำหรับเด็ก 3.เพื่อจัดทำประชาพิจารณ์ต่อ (ร่าง) กฎหมายที่เกี่ยวกับการควบคุมการตลาดอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์สำหรับเด็ก

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.1.(ร่าง) กฎหมายและประกาศที่เกี่ยวกับการควบคุมการตลาดอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์สำหรับเด็ก 1 ฉบับ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : 2.(ร่าง) ข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับการควบคุมการตลาดอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์สำหรับเด็ก และประกาศที่เกี่ยวข้อง 1 ฉบับ
2.เชิงปริมาณ : 3.เอกสารข้อเสนอนโยบาย (Policy Brief) 1 ฉบับ
3.เชิงคุณภาพ : 4.ข้อเสนอแนะ ข้อคิดเห็นต่อการยกร่างกฎหมายฯ 1 เรื่อง
4.เชิงเวลา : 5.ร้อยละของกิจการรมที่ดำเนินการแล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนด 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1. จัดทำสื่อที่เกี่ยวกับการควบคุมการตลาดอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์สำหรับเด็ก 2. จัดประชุมเพื่อหารือและจัดทำร่างรายละเอียดกฎหมายและประกาศที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม 3. จัดประชุมคณะทำงานเพื่อการพัฒนาและผลักดันร่างกฎหมายที่เกี่ยวกับการควบคุมการตลาดอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์สำหรับเด็ก เพื่อพิจารณา ร่างกฎหมายในประเด็นแก้ไข และประกาศที่เกี่ยวข้อง 4. จัดประชุมเชิงปฏิบัติการสำหรับการประชาพิจารณ์มาตราการทางกฎหมายในการควบคุมการตลาดอาหารและเครื่องดื่มที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพเด็ก

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 1.จัดทำสื่อที่เกี่ยวข้องกับการตลาดอาหารและเครื่องดื่มที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพเด็ก 1 เรื่อง 1 ต.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 37,500.00
2 2.จัดประชุมเพื่อยกร่างกฎหมายที่เกี่ยวกับการควบคุมการตลาดอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์สำหรับเด็ก 2 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 28 ก.พ. 2565 11,200.00
3 3.จัดประชุมเพื่อการพัฒนาและผลักดันร่าง กฎหมายที่เกี่ยวกับการควบคุมการตลาดอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์สำหรับเด็ก 2 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 17,750.00
4 4.การประชุมเชิงปฏิบัติการสำหรับการประชาพิจารณ์มาตราการทางกฎหมายในการควบคุมการตลาดอาหารและเครื่องดื่มที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพเด็ก 3 ครั้ง 1 มี.ค. 2565 - 31 ก.ค. 2565 117,950.00
รวมเป็นเงิน 184,400.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
184,400.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
กรมอนามัย/ โรงแรมในเขตปริมณฑล

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
1.คณะทำงานเพื่อการพัฒนาและผลักดันร่าง พ.ร.บ.ที่เกี่ยวกับการควบคุมการตลาดอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์สำหรับเด็ก 2.คณะทำงานยกร่าง พ.ร.บ.ที่เกี่ยวกับการควบคุมการตลาดอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์สำหรับเด็ก 3.เจ้าหน้าที่หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ที่เกี่ยวข้องกับ ร่าง กฎหมายฯ

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
ประชาชน

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1.นางสาวศศิพร ตัชชนานุสรณ์ ตำแหน่ง นักโภชนาการชำนาญการพิเศษ 2.นางสาวนาตยา อังคนาวิน ตำแหน่ง นักโภชนาการชำนาญการ 3.นายภาสกร สุระผัด ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 4.นางสาวปัทมา ดวงมุสิก ตำแหน่ง นักโภชนาการปฏิบัติการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวศศิพร ตัชชนานุสรณ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสาวสายพิณ โชติวิเชียร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
อธิบดีกรมอนามัย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สำนักโภชนาการ
ลำดับที่ : 14

1. ชื่อโครงการ :
โครงการประเมินความเหมาะสมข้อปฏิบัติการกินอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทย (Assessing the appropriateness of the preliminary food-based dietary guidelines for Thais)

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
6) ร้อยละของเด็กอายุ 6-14 ปี สูงดีสมส่วน

4. cluster :
วัยเรียนและวัยรุ่น

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 22 ) 6.2 ยกระดับคุณภาพมาตรฐานงานส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียน ในยุคดิจิตัล
5.2 โครงการสำคัญ โครงการโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพแนวใหม่ (New HPS Plus HL)

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการพัฒนาศักยภาพและบริการส่งเสริมสุขภาพประชาชนกลุ่มวัยเรียนวัยรุ่น

7. หลักการและเหตุผล :
ปัจจุบันประเทศไทยยังคงเผชิญปัญหาทุพโภชนาการ โดยน้ำหนักแรกเกิดของทารกต่ำกว่า 2,500 กรัม ทรงตัวอยู่ที่ประมาณร้อยละ 9 ส่วนภาวะโภชนาการเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี พบภาวะอ้วนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ในขณะที่ภาวะผอมและเตี้ยยังไม่ลดลง สำหรับเด็ก 6-14 ปี ข้อมูลจากการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกายพบมีแนวโน้มภาวะเตี้ยลดลง ภาวะผอมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ในขณะที่น้ำหนักเกินและอ้วนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นมาก ในขณะเดียวกัน ข้อมูลจากการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกายในส่วนภาวะสุขภาพของประชากรวัย 15 ปีขึ้นไป ครั้งที่ 4 (พ.ศ. 2551-2552) และครั้งที่ 5 (พ.ศ. 2557) พบแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของภาวะอ้วนและอ้วนลงพุง และความชุกในเพศหญิงสูงกว่าเพศชาย อีกทั้งพบว่าความชุกโรคเบาหวานและภาวะเมแทบอลิกซินโดรมเพิ่มสูงในการสำรวจครั้งที่ 5 ในประชากรอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไปทุกช่วงวัย และพบความชุกภาวะโลหิตจางมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น ยกเว้นในเพศหญิงมีแนวโน้มลดลงในการสำรวจครั้งที่ 5 ในขณะที่ในเพศชายวัย 15-44 ปี มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นนั้น ในปี พ.ศ. 2563 สำนักโภชนาการ กรมอนามัยจึงได้มีการปรับปรุงปริมาณสารอาหารอ้างอิงที่ควรได้รับประจำวันสำหรับคนไทย (DRIs) และจากหลักฐานเชิงประจักษ์พบว่าคำแนะนำปริมาณอาหารที่ควรบริโภคใน 1 วัน ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน จึงได้เริ่มปรับปรุงข้อปฏิบัติการกินอาหารเพื่อสุขภาพดีให้จำเพาะและครอบคลุมทุกกลุ่มวัย อย่างไรก็ดีข้อปฏิบัติการกินอาหารดังกล่าว มีความจำเป็นต้องไปทดสอบในประเด็นการรับรู้ ความเข้าใจ และความเป็นได้ในการนำไปปฏิบัติจริงในประชาชน โดยการทดสอบข้อความข้อปฏิบัติการกินอาหารฯ ที่ต้องสื่อสารกับประชาชนทั้งประเทศที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาสื่อ เนื่องด้วยกลุ่มประชากรมีความหลากหลายทั้งด้านอายุ เพศ การศึกษา ฐานะทางเศรษฐกิจและสังคม ความเชื่อและบริบทวัฒนาธรรมท้องถิ่น ซึ่งอาจตีความหมายของข้อความไปในทิศทางที่ไม่เป็นไปตามที่ผู้สื่อสารพยายามสื่อออกไป ดังนั้นการนำข้อความข้อปฏิบัติการกินอาหารฯ ไปทดสอบกับกลุ่มเป้าหมายในบริบทพื้นที่และกลุ่มเป้าหมายที่ตรงกับวัตถุประสงค์ของการสื่อสารจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและเวลาในการพัฒนาสื่อ และทำให้ทราบว่ากลุ่มเป้าหมายมีความเข้าใจในข้อความ และข้อความนั้นมีแรงกระตุ้นความสนใจของกลุ่มเป้าหมายมากน้อยเพียงใด เพื่อเป็นข้อเสนอแนะต่อการปรับปรุงข้อความข้อปฏิบัติการกินอาหารฯ ซึ่งจะนำไปใช้ในการพัฒนาสื่อที่จะเผยแพร่ออกไปให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เป็นผลให้ประชาชนไทยมีสุขภาวะที่ดีทุกกลุ่มวัย และลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในอนาคต

8. วัตถุประสงค์ :
1.เพื่อประเมินประเด็นการรับรู้ ความเข้าใจ และความเป็นไปได้ในการนำข้อปฏิบัติการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทยไปปฏิบัติจริงในประชาชน 2.เพื่อศึกษาการรับรู้และกระบวนการในการส่งเสริมความรู้ข้อปฏิบัติการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทย

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.1.รายงานประเมินความเหมาะสมข้อปฏิบัติการกินอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทย (FBDGs) ฉบับสมบูรณ์ 1 ฉบับ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงคุณภาพ : 2.ข้อเสนอแนะข้อความที่กลุ่มประชากรเสนอว่าเหมาะสม เข้าใจ 1 เรื่อง
2.เชิงคุณภาพ : 3.ข้อคิดเห็นปัจจัยสนับสนุนการนำ FBDGs ไปเผยแพร่และช่องทางสื่อสารที่เหมาะสมกับกลุ่มประชาชน 1 เรื่อง
3.เชิงเวลา : 4.ระยะเวลาดำเนินการ 4 ครั้ง

10. วิธีการดำเนินงาน :
1.ขอจริยธรรมการวิจัยในคน คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล 2.พัฒนาและตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือ 3.คัดเลือกพื้นที่และกลุ่มเป้าหมาย พร้อมประสานพื้นที่เตรียมการเก็บข้อมูล 4.เก็บข้อมูล 4.1 การสนทนากลุ่ม (Focus Group Discussion) 4.2 การสัมภาษณ์เจาะลึก (In-depth Interview) 5.การประมวลและวิเคราะห์ข้อมูล 6.จัดทำรายงานฉบับสมบูรณ์

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 3.จัดจ้างประเมินความเหมาะสม ข้อปฏิบัติการกินอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทย แบ่งจ่าย 3 งวด ดังนี้ 3 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 31 พ.ค. 2565 500,000.00
รวมเป็นเงิน 500,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
500,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 พ.ย. 2564 - 31 พ.ค. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
4 ภาค ดังนี้ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
ศูนย์อนามัย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล (รพ.สต.) ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก (ศพด.) ครูโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษา

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
1.หญิงตั้งครรภ์ 2.หญิงให้นมบุตร 3.แม่เด็กแรกเกิดถึง 12 เดือน 4.แม่เด็กเล็ก (อายุ 1-5 ปี) 5.เด็กวัยเรียน 6.วัยรุ่น 7.วัยทำงาน 8.ผู้สูงอายุ

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1.นางสาวศศิพร ตัชชนานุสรณ์ ตำแหน่ง นักโภชนาการชำนาญการพิเศษ 2.นางสาววรรณชนก บุญชู ตำแหน่ง นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ชำนาญการ 3.นางสาวนาตยา อังคนาวิน ตำแหน่ง นักโภชนาการชำนาญการ 4.นายภาสกร สุระผัด ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 5.นางสาวปัทมา ดวงมุสิก ตำแหน่ง นักโภชนาการปฏิบัติการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวศศิพร ตัชชนานุสรณ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสาวสายพิณ โชติวิเชียร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
อธิบดีกรมอนามัย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สำนักโภชนาการ
ลำดับที่ : 15

1. ชื่อโครงการ :
โครงการสำรวจสถานการณ์และปัจจัยภาวะโภชนาการ ภาวะโลหิตจางที่เกี่ยวข้องกับระดับสติปัญญาของเด็กไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ปี 2564 และสำรวจสถานการณ์วิตามินเอและภาวะโลหิตจางในเด็กปฐมวัยพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย ปี 2565

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
3) ร้อยละของเด็กอายุ 0-5 ปี สูงดีสมส่วน
6) ร้อยละของเด็กอายุ 6-14 ปี สูงดีสมส่วน

4. cluster :
คทง.โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 5 ) 1.5 การควบคุมและป้องกันภาวะโลหิตจาง
5.2 โครงการสำคัญ โครงการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมตามแนวทางโครงการพระราชดำริ และโครงการเฉลิมพระเกียรติ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานยุทธศาสตร์เสริมสร้างให้คนมีสุขภาวะที่ดี
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการพัฒนาและบริการการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมกับประชาชนในพื้นที่โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ

7. หลักการและเหตุผล :
ภาวะโภชนาการ เป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาเด็กไทยให้เติบโตเต็มศักยภาพ มีสุขภาพดี และมีเชาว์ปัญญาที่พร้อมจะเรียนรู้เพื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพจากการทบทวนงานวิจัย พบว่า เด็กปฐมวัยทั่วโลก 200 ล้านคน ไม่สามารถพัฒนาสติปัญญา และอารมณ์ได้เต็มศักยภาพ ด้วยสาเหตุหลักที่ป้องกันได้ 4 ประการ ได้แก่ ภาวะทุพโภชนาการรุนแรงที่ก่อให้เกิดภาวะเตี้ย แคระแกร็น (ส่วนสูงตามอายุต่ำกว่า – 3SD) ภาวะขาดธาตุไอโอดีน ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก และขาดการเลี้ยงดูกระตุ้นพัฒนาการอย่างเหมาะสม จากการติดตามระยะยาว เด็กที่มีปัญหาภาวะทุพโภชนาการรุนแรงจนเตี้ยแคระแกร็น (ส่วนสูงตามอายุต่ำกว่า – 3SD) ในช่วง 2 ขวบปี แรกจะมีคะแนนสติปัญญาในวัยเด็กอายุ 8 – 10 ปีต่ำกว่าเด็กทีไม่มีภาวะเตี้ย แคระแกร็น ในช่วง 2 ปีแรก 3 – 10 จุด และเด็กที่มีปัญหาภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กใน เด็กทารกและปฐมวัย อาจทำให้คะแนนสติปัญญาลดลงได้ 5 – 10 จุด1 สถานการณ์ปัญหาภาวะโลหิตจาง เป็นปัญหาสาธารณสุขไทยที่สำคัญจากรายงานสำรวจภาวะโภชนาการเด็กไทย อายุ 6 เดือน – 12 ปี พ.ศ. 2554–2555 ภายใต้โครงการสำรวจภาวะโภชนาการเด็กในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (South East Asia Nutrition Survey : SEANUTS)2 โดยสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล พบภาวะโลหิตจางในเด็กชนบทมีปัญหามากกว่าเด็กในเขตเมืองถึงสองเท่า เด็กปฐมวัย (6 เดือน – 2.9 ปี) พบความชุกโลหิตจาง ร้อยละ 36.8 ในเขตชนบท ร้อยละ 41.7 เขตเมือง ร้อยละ 26.0 เด็กปฐมวัย (3–5 ปี) พบความชุกโลหิตจาง ร้อยละ 10.3 ในเขตชนบท ร้อยละ 14.3 เขตเมือง ร้อยละ 3.1 จากระบบรายงาน 43 แฟ้ม ( ระบบ Health Data Center) กองยุทธศาสตร์แผนงานสำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข ปี 2563 พบภาวะโลหิตจางเด็กอายุ 6- 12 เดือน ร้อยละ 24.73 ร้อยละของเด็กอายุ 0-5 ปี ทั้งหมดตามช่วงอายุที่กำหนดมีพัฒนาการสมวัย ปี 2563 ร้อยละ 84.04 และร้อยละเด็กปฐมวัย 0-5 ปี ผอม ร้อยละ 5.8 เตี้ยร้อยละ 12.97 และอ้วน ร้อยละ 9.99 จากการสำรวจ ภาวะโลหิตจาง และโรคขาดสารไอโอดีน ของเด็กนักเรียนไทยชั้น ป.1 กรมอนามัย ปี 2557 พบภาวะโลหิตจาง ร้อยละ 30.3 จากระบบรายงาน 43 แฟ้ม (ระบบHealth Data Center) กองยุทธศาสตร์แผนงานสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ปี 2563 พบร้อยละเด็กวัยเรียน อายุ 6-14 ปี เตี้ยร้อยละ 6.0 ผอมร้อยละ 4.4 อ้วนและเริ่มอ้วน ร้อยละ 12.5 เป็นต้น จึงได้มีการจัดทำการสำรวจสถานการณ์ ภาวะโภชนาการ ภาวะโลหิตจาง ในเด็กไทยวัยเรียน ปี 2564 ขึ้น เพื่อติดตามการดำเนินงานที่ผ่านมา และใช้เป็นฐานข้อมูลในการวางแผน กำหนดเป้าหมาย เพื่อให้เกิดการผลักดันให้มีการพัฒนาและส่งเสริมสติปัญญาและความฉลาดทางอารมณ์เด็กไทยในแต่ละจังหวัดอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน เพื่อให้เกิดผลลัพธ์คือ เด็กไทยสามารถมีพัฒนาการที่เหมาะสมตามวัย มีศักยภาพและวุฒิภาวะทางอารมณ์ที่เหมาะสม และเติบโตเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่าของประเทศต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
1.เพื่อศึกษาภาวะโภชนาการเด็กไทยวัยเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่1 ปี 2564 2.เพื่อศึกษาภาวะโลหิตจางเด็กไทยวัยเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่1 ปี 2564 3.เพื่อศึกษาปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับระดับสติปัญญา และความฉลาดทางอารมณ์เด็กไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ปี 2564 4.เพื่อทราบถึงความชุกภาวะขาดวิตามินเอในเด็กปฐมวัยในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย 5.เพื่อทราบถึงความชุกภาวะโลหิตจางในเด็กปฐมวัยในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนใต้ของประเทศไทย 6.เพื่อให้ข้อเสนอแนะมาตรการการดำเนินการเพื่อควบคุมและป้องกันการขาดวิตามินเอ ภาวะโลหิตจาง ในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.1.ทราบถึงสถานการณ์ภาวะโภชนาการเด็กไทยวัยเรียน ในประเทศไทย 1 เรื่อง
2.2.ทราบถึงสถานการณ์ภาวะโลหิตจางเด็กไทยวัยเรียน ในประเทศไทย 1 เรื่อง
3.3.กำหนดนโยบายการควบคุมและป้องกันภาวะโลหิตจางในเด็กไทยวัยเรียน 1 เรื่อง
4.4.กำหนดนโยบายการพัฒนาระดับสติปัญญาในเด็กไทยวัยเรียน 1 เรื่อง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : 5.รายงานผลการสำรวจโครงการสำรวจสถานการณ์และปัจจัยภาวะโภชนาการ ภาวะโลหิตจางที่เกี่ยวข้องกับระดับสติปัญญาของเด็กไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ปี 2564 และ โครงการสำรวจสถานการณ์วิตามินเอและภาวะโลหิตจางในเด็กปฐมวัยพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย ปี 25 2 เรื่อง
2.เชิงปริมาณ : 6.ร้อยละของกิจกรรมที่แล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนด 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1.สำรวจสถานการณ์และปัจจัยภาวะโภชนาการ ภาวะโลหิตจางที่เกี่ยวข้องกับระดับสติปัญญาของเด็กไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ปี 2564 2.สำรวจสถานการณ์วิตามินเอและภาวะโลหิตจางในเด็กปฐมวัยพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย ปี 2565

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 1.สำรวจสถานการณ์และปัจจัยภาวะโภชนาการ ภาวะโลหิตจางที่เกี่ยวข้องกับระดับสติปัญญาของเด็กไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ปี 2564 1.1 ค่าบริหารจัดการการเก็บข้อมูลการสำรวจสถานการณ์และปัจจัยภาวะโภชนาการภาวะโลหิตจาง ที่เกี่ยวข้องกับระดับสติปัญญาของเด็กไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ปี 2564 (ศูนย์อนามัยที่ 2, 6, 8 และ 11) 1 เรื่อง 1 ก.ค. 2565 - 31 ก.ค. 2566 52,000.00
2 1.2 ค่าบริหารจัดการของเจ้าหน้าที่ส่วนกลาง 1 เรื่อง 1 ก.ค. 2565 - 31 ก.ค. 2566 78,000.00
3 1.3 จ้างวิเคราะห์ข้อมูล - ค่าจ้างเหมาในการจัดการข้อมูล - ค่าจ้างเหมาในการวิเคราะห์ข้อมูล 1 เรื่อง 1 ส.ค. 2565 - 31 ส.ค. 2565 20,000.00
4 2.สำรวจสถานการณ์วิตามินเอและภาวะโลหิตจางในเด็กปฐมวัยพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย ปี 2565 1 เรื่อง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 24,000.00
รวมเป็นเงิน 174,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
174,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ธ.ค. 2564 - 31 ก.ค. 2566

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
กรมอนามัย

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
1.ประชากรเด็กนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 (จังหวัดน่าน สุโขทัย อุดรธานี สุรินทร์ กรุงเทพ ปทุมธานี ตราด จันทรบุรี สงขลา และ นครศรีธรรมราช) 2.เด็กปฐมวัย 6 เดือน – 5 ปี ในพื้นที่ 4 จังหวัด ภาคใต้ตอนล่าง (จังหวัดสงขลา ยะลา ปัตตานีและนราธิวาส)

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
1.นักวิชาการที่เกี่ยวข้องด้านอาหารและโภชนาการ 2.บุคคลากรสาธารณสุขทุกระดับ

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1.นางสุนิสา ศุภเลิศมงคลชัย ตำแหน่ง นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ 2.นางสาวนฤมล ธนเจริญวัชร ตำแหน่ง นักโภชนาการปฏิบัติการ 3.นางสาวใจรัก ลอยสงเคราะห์ ตำแหน่ง นักโภชนาการปฏิบัติการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสุนิสา ศุภเลิศมงคลชัย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสาวสายพิณ โชติวิเชียร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
อธิบดีกรมอนามัย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................