หน่วยงาน สำนักอนามัยผู้สูงอายุ
ลำดับที่ : 1

1. ชื่อโครงการ :
โครงการขับเคลื่อนระบบการส่งเสริมสุขภาพดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงระยะยาวแบบบูรณาการ

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
14) ร้อยละของตำบลที่มีระบบการส่งเสริมสุขภาพดูแลผู้สูงอายุ
15) ร้อยละของผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงได้รับการดูแล ตาม Care Plan

4. cluster :
วัยผู้สูงอายุ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 37 ) 11.1 พัฒนาระบบข้อมูลการส่งเสริมสุขภาพดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงระยะยาวผ่านระบบ Health Platform
5.2 โครงการสำคัญ โครงการขับเคลื่อนระบบการส่งเสริมสุขภาพดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงระยะยาวแบบบูรณาการ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับสังคมสูงวัย
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการสร้างสังคมห่วงใยใส่ใจสุขภาพผู้สูงอายุ

7. หลักการและเหตุผล :
สังคมไทยเป็นสังคมผู้สูงอายุ ประเทศไทยมีประชากรทั้งสิ้น จำนวน 66.68 ล้านคน จากรายงานมิเตอร์ประเทศไทย มหาวิทยาลัยมหิดล ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2564 เป็นประชากรผู้สูงอายุ 12.51 ล้านคน หรือร้อยละ 18.77 ซึ่งตามการคาดประมาณประชากรประเทศไทยของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2562) คาดว่าในปี 2566 ประเทศไทยจะเข้าสู่ “สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์” (Complete – aged society) จะมีประชากรสูงอายุสูงถึงร้อยละ 20.66 ของจำนวนประชากรไทยทั้งประเทศ และในปี 2578 ประเทศไทยจะเข้าสู่ “สังคมสูงอายุระดับสุดยอด” (Super - Aging Society) จะมีประชากรสูงอายุสูงถึงร้อยละ 28.55 ของจำนวนประชากรไทยทั้งประเทศ และของประเทศขณะเดียวกันประชากรไทยมีอายุคาดเฉลี่ยเมื่อแรกเกิด (Life Expectancy at Birth) สูงขึ้นจาก 75.4 ในปี 2560 เพิ่มเป็น 76.5 ในปี 2562 และเพิ่มขึ้นเป็น 77 ในปี 2564 ข้อมูลขององค์การอนามัยโลกพบว่าอายุคาดเฉลี่ยภาวะสุขภาพดีของคนไทย ในปี 2558 มีค่าเท่ากับ 68.5 ปี และเพิ่มขึ้นเป็น 70.15 ในปี 2563 แต่ก็ยังสะท้อน ให้เห็นว่าคนไทยไม่ได้มีสุขภาพที่สมบูรณ์ตลอดช่วงชีวิต ซึ่งจะมีช่วงเวลาที่ต้องเจ็บป่วยหรือพิการ โดยจากข้อมูลพบว่าในปี 2558 คนไทยต้องเจ็บป่วยหรือพิการก่อนเสียชีวิตกว่า 8 ปี และจากข้อมูลผู้ป่วยที่มารักษาในโรงพยาบาลและมีหลักประกันสุขภาพ พบว่าคนไทยมีแนวโน้มเจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่ คือ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคมะเร็ง รวมไปถึงโรคไตวาย (ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ) จากสถานการณ์ของผู้สูงอายุที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วดังกล่าว ส่งผลกระทบทั้งทางด้านสุขภาพ เศรษฐกิจและสังคมโดยรวม การเตรียมการเพื่อรองรับสภาพปัญหาของผู้สูงอายุจึงเป็นประเด็นที่สำคัญ เนื่องจากผู้สูงอายุเป็นกลุ่มเสี่ยงด้านสุขภาพที่เรื้อรัง ซึ่งทำให้ค่าใช้จ่ายสูง สำนักงานวิจัยเพื่อการพัฒนาหลักประกันสุขภาพไทยได้คาดประมาณงบประมาณที่ต้องใช้ในการดูแลระยะยาวสำหรับผู้สูงอายุที่ต้องการการพึ่งพิงถึง โดยเฉลี่ยแล้วสูงถึงประมาณ 15 ล้านบาทต่อปี หรือร้อยละ 0.1 ของ GDP ในช่วงปี พ.ศ. 2558 – 2565 จึงต้องเน้นให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสุขภาพก่อนวัยสูงอายุและเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ เพื่อลดภาระด้านเศรษฐกิจของประเทศ ครอบครัวและสังคม จากข้อมูลระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ (Health Data Center : HDC ข้อมูล ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2564) กระทรวงสาธารณสุข ในปี พ.ศ. 2564 พบว่ามีผู้สูงอายุในระบบจำนวน 9,157,808 คน ผู้สูงอายุได้รับการประเมินและคัดกรองสุขภาพ จำแนกตามความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวัน 7,686,415 คน (ร้อยละ 83.93) แบ่งเป็นกลุ่มติดสังคม ร้อยละ 96.69 กลุ่มติดบ้าน ร้อยละ 2.68 และกลุ่มติดเตียง ร้อยละ 0.63 และนอกจากนี้ยังพบว่าผู้สูงอายุที่มีความพิการ คิดเป็นร้อยละ 9.21 ของผู้สูงอายุทั่วประเทศ (ข้อมูลจากกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ณ ปี พ.ศ. 2564) ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญ และมีนโยบายด้านการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุมาอย่างต่อเนื่อง จากนโยบายดังกล่าว กระทรวงสาธารณสุข ได้ดำเนินงานโครงการพัฒนาระบบการส่งเสริมดูแลด้านสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาว (Long Term Care) ในชุมชน มาตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน โดยกรมอนามัย สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ร่วมในการพัฒนาระบบการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุและดูแลระยะยาว โดยกิจกรรมที่สำคัญ คือ การพัฒนาหลักสูตรอบรมและดำเนินการอบรมผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) และผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Caregiver) ได้ดำเนินการจัดการอบรมดังกล่าว มาตั้งแต่ปี 2558 ถึงปัจจุบัน มีผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) จำนวน 14,423 คน ครอบคลุม 6,983 ตำบลทั่วประเทศ จากความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการช่วยกันพัฒนาระบบส่งเสริมสุขภาพดูแลผู้สูงอายุระยะยาว ส่งผลให้ตำบลทั่วประเทศผ่านการประเมินเป็นตำบลที่มีระบบการส่งเสริมสุขภาพดูแลผู้สูงอายุระยะยาว (Long Term Care) ในชุมชน ร้อยละ 96.25 และผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงได้รับการดูแลตามแผนการดูแลผู้สูงอายุรายบุคคล (Care plan) ครอบคลุมถึงร้อยละ 92.45 อย่างไรก็ตาม การดูแลส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงไม่สามารถดำเนินการภายใต้หน่วยบริการสาธารณสุขเพียงหน่วยบริการเดียว จำเป็นต้องมีภาคีเครือข่ายและพลังทางสังคมที่เกี่ยวข้องมาร่วมกันพัฒนาอย่างรอบด้านทั้งทางด้านบุคลากรสาธารณสุข ครอบครัว ชุมชน ภาคีทุกภาคส่วนในชุมชน สังคมและที่สำคัญคือตัวของผู้สูงอายุจำเป็นต้องได้รับองค์ความรู้ในการดูแลสุขภาพตนเองด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยในสังคมปัจจุบัน ดังนั้น เพื่อเป็นการพัฒนาคุณภาพระบบสุขภาพในการดูแลส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุจึงจำเป็นต้องมีทุกภาคส่วนเข้าร่วมกันดำเนินการเพื่อให้เกิดระบบการส่งเสริม ป้องกัน และฟื้นฟูสุขภาพผู้สูงอายุเพื่อให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพที่ดี และมีคุณภาพชีวิตยืนยาว กรมอนามัย โดยสำนักอนามัยผู้สูงอายุเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทและภารกิจหลักในการดูแลส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุและอนามัยสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อผู้สูงอายุในทุกระดับ บนฐานข้อมูลและองค์ความรู้ เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย (GOAL) “ผู้สูงอายุสุขภาพดี ดูแลตนเองได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดี” พร้อมทั้งสนับสนุนให้ผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงได้รับการดูแลบริการด้านสาธารณสุขถึงที่บ้านอย่างต่อเนื่อง โดยการพัฒนาทักษะบุคลากรทั้งในส่วนของเจ้าหน้าที่ภาครัฐในลักษณะของทีมสหสาขาวิชาชีพ Care Manager Caregiverจิตอาสาในชุมชน ชมรมผู้สูงอายุ โดยการมีส่วนร่วมของครอบครัว ชุมชนและท้องถิ่น ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการดูแลส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุให้บรรลุเป้าหมาย โดยบุคลากรที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนมีความมุ่งมั่น เสียสละ ในการปฏิบัติงานเพื่อบรรลุเป้าหมายประเด็นยุทธศาสตร์ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย แผนงานบูรณาการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับสังคมสูงวัย สำนักอนามัยผู้สูงอายุได้ตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการขับเคลื่อนระบบการส่งเสริมสุขภาพดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงระยะยาวแบบบูรณาการ เพื่อให้ผู้สูงอายุและผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงได้รับการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค รักษาพยาบาลและฟื้นฟูสุขภาพในชุมชนอย่างทั่วถึงเท่าเทียม เสริมสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุไทยให้มีสุขภาวะที่ดีลดค่าใช้จ่ายด้านบริการสุขภาพลงอย่างยั่งยืนต่อเนื่อง พร้อมกับการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศที่เกี่ยวข้องและจำเป็นในการดูแลผู้สูงอายุ เพื่อให้ผู้สูงอายุดำรงชีวิตภายใต้การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีอย่างมีความสุข

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชากรสูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงในระดับชุมชน และเขตเมือง 2. เพื่อประชากรสูงอายุได้รับการดูแลส่งเสริมสุขภาพด้วยระบบเทคโนโลยีดิจิทัล 3. เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายในการพัฒนาส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น ผลิตนวัตกรรมด้านการดูแลส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ ตามบริบทชุมชนและเขตเมือง 4. เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมในการพัฒนาระบบสร้างเสริมสุขภาพ และการเรียนรู้การดูแลพฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพด้วยตนเองและผ่านระบบเทคโนโลยีดิจิทัล 5. ขับเคลื่อนผลักดันและประชาสัมพันธ์ให้ผู้สูงอายุเข้าถึงระบบตามสิทธิหลักประกันสุขภาพ

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ผู้สูงอายุได้รับการประเมินคัดกรองความสามารถในการประกอบกิจวัตรประจำวัน ดัชนีบาร์เธลเอดีแอล (Barthel Index for Activities of Daily Living : ADL) 8000000 คน
2.จำนวนผู้สูงอายุที่เข้าถึงระบบการดูแลและส่งเสริมสุขภาพ 300000 คน
3.ตำบลที่มีระบบการส่งเสริมสุขภาพดูแลผู้สูงอายุระยะยาว (Long Term Care) ในชุมชน ผ่านเกณฑ์ 98 ร้อยละ
4.ผู้สูงอายุและผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงได้รับการดูแลตาม Care Plan 90 ร้อยละ
5.มีพื้นที่ต้นแบบการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพแบบผสมผสาน Long Term Care และ Intermediate care ระดับชุมชน จังหวัดละ 1 แห่ง 76 แห่ง
6.ผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงที่ได้รับการดูแลตาม Care plan มี ADL เปลี่ยนแปลง ดีขึ้น 22 ร้อยละ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1. ทบทวนสถานการณ์การดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว Long Term Care และ Intermediate care ในชุมชน 2. พัฒนาระบบการดูแลส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาว Long Term Care และ Intermediate care ในชุมชน 3. พัฒนาระบบระบบโปรแกรมขึ้นทะเบียนผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager), ผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Caregiver) การจัดทำแผนการดูแลรายบุคคล (Care Plan) และแอปพลิเคชันสมุดบันทึกสุขภาพผู้สูงอายุ (Blue Book Application) 4. ชี้แจงขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว Long Term Care และ Intermediate care ในชุมชน ร่วมกับภาคีเครือข่าย 5. พัฒนาศักยภาพผู้รับผิดชอบงานผู้สูงอายุในระดับส่วนกลาง เขตสุขภาพ และระดับพื้นที่ 6. ปรับปรุง ทบทวน มาตรฐาน/แนวทาง/คู่มือการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพและการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน ภายใต้การดำเนินงาน Long Term Care และ Intermediate care ในชุมชน 7. จัดทำ คู่มือ/สื่อประชาสัมพันธ์ เพื่อสนับสนุนองค์ความรู้การดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิง และจัดทำคู่มือแนวทางเกณฑ์การคัดเลือกบุคลากรและพื้นที่ต้นแบบในการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการดูแลส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาวดีเด่น ในระดับพื้นที่

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 จ้างบำรุงรักษาระบบโปรแกรมขึ้นทะเบียนผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager), ผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Caregiver) และการจัดทำแผนการดูแลรายบุคคล (Care Plan) ประจำปีงบประมาณ 2565 1 ระบบ 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 480,000.00
2 จ้างบำรุงรักษาแอปพลิเคชันสมุดบันทึกสุขภาพผู้สูงอายุ (Blue Book Application) ประจำปีงบประมาณ 2565 1 ระบบ 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 480,000.00
3 จ้างทำโล่เชิดชูเกียรติผู้ขับเคลื่อนด้านการดูแลส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาวดีเด่น 1 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 105,300.00
4 จ้างทำสื่อประชาสัมพันธ์และการสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับประกาศกระทรวงสาธารณสุขฯ 1 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 250,000.00
5 ประชุมปรับปรุงเนื้อหาสมุดบันทึกสุขภาพผู้สูงอายุ (Blue Book Application) 1 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 30 พ.ย. 2565 4,750.00
6 ประชุมวิชาการระดับชาติด้านการส่งเสริมสุขภาพและนวัตกรรมการดูแลผู้สูงอายุ ครั้งที่ 1 1 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2565 450,000.00
7 ประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนการใช้งานระบบข้อมูลการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุผ่านระบบ Health Platform ร่วมกับภาคีเครือข่ายระดับพื้นที่ 1 ครั้ง 1 เม.ย. 2565 - 30 เม.ย. 2565 230,000.00
8 ประชุมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และติดตามการดำเนินงานภายใต้โครงการขับเคลื่อนระบบการส่งเสริมสุขภาพดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงระยะยาวแบบบูรณาการ 1 ครั้ง 1 ก.ค. 2565 - 31 ก.ค. 2565 88,200.00
9 ประชุมทบทวนคู่มือ แนวทาง การดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยระยะกลางในชุมชน (Intermediate Care in Community) ร่วมกับภาคีเครือข่ายระดับพื้นที่ 2 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 28 ก.พ. 2565 9,500.00
10 ประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนภาระงานกับบทบาทการปฏิบัติงาน ของ Care Manager สู่การผลักดันค่าตอบแทน 2 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 31 มี.ค. 2565 9,500.00
11 ประชุมคณะทำงานพัฒนาหลักสูตรรองรับความก้าวหน้าเชิงวิชาชีพ ของทีมสหวิชาชีพที่ปฏิบัติงานในบทบาทของ Care Manager 2 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 28 ก.พ. 2565 9,500.00
12 ประชุมหารือ วางแผนขับเคลื่อนการอบรมผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) ในเรือนจำ และการอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Caregiver) ในเรือนจำ ร่วมกับภาคีเครือข่าย 2 ครั้ง 1 มี.ค. 2565 - 31 พ.ค. 2565 9,500.00
13 ประชุมพัฒนาระบบการส่งเสริมดูแลสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาว 2 ครั้ง 1 เม.ย. 2565 - 31 ส.ค. 2565 9,500.00
14 ประชุมวางแผนขับเคลื่อนการบังคับใช้ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ์ มาตรการควบคุมการประกอบกิจการการให้บริการดูแลผู้สูงอายุที่บ้านของผู้รับบริการ ร่วมกับภาคีเครือข่าย 3 ครั้ง 1 ม.ค. 2565 - 30 เม.ย. 2565 14,250.00
15 จ้างพิมพ์สมุดบันทึกสุขภาพผู้สูงอายุ (Blue Book Application) 25000 เล่ม 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 500,000.00
รวมเป็นเงิน 2,650,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
2,650,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
76 จังหวัดทั่วประเทศ และกรุงเทพมหานคร

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
1. ผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ทั่วประเทศ (รวมกรุงเทพมหานคร) 2. ศูนย์อนามัยที่ 1 – 12 และสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง 3. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ 4. สํานักอนามัย กรุงเทพมหานคร 5. Care Manager /Caregiver /อาสาสมัครบริบาลท้องถิ่น 6. หน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข 7. หน่วยงานภาครัฐนอกกระทรวงสาธารณสุข (กรมกิจการผู้สูงอายุ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 8. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กศน.) 9. สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 10. สถาบันการศึกษา

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
1. ผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ทั่วประเทศ (รวมกรุงเทพมหานคร) 2. ศูนย์อนามัยที่ 1 – 12 และสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง 3. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ 4. สํานักอนามัย กรุงเทพมหานคร 5. Care Manager /Caregiver /อาสาสมัครบริบาลท้องถิ่น 6. หน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข 7. หน่วยงานภาครัฐนอกกระทรวงสาธารณสุข (กรมกิจการผู้สูงอายุ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 8. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กศน.) 9. สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 10. สถาบันการศึกษา

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. นางรัชนี บุญเรืองศรี ตำแหน่ง นักสังคมสงเคราะห์ชำนาญการพิเศษ 2. นายสมคิด สุริยวรรณ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ 3. นายทรงพล คำนึงเกียรติวงศ์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 4. นางสาวฐานิฉัตร เขียวเกษม ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 5. นางสาวธนภรณ์ แจ่มแจ้ง ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 6. นางสาวปริมสุดา อุประรัตน์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 7. นายสุรเชษฏ์ หาญรบ ตำแหน่ง นักเทคโนโลยีสารสนเทศ 8. นางสาวสุชาดา สุดแดง ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข 9. นางสาวภาวิณี เชยเดช ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่ประสานโครงการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางรัชนี บุญเรืองศรี นักสังคมสงเคราะห์ชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มคุ้มครองสุขภาพผู้สูงอายุและความร่วมมือระหว่างประเทศ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายกิตติ ลาภสมบัติศิริ นายแพทย์เชี่ยวชาญ (ด้านสาธารณสุข) ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักอนามัยผู้สูงอายุ กรมอนามัย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายอรรถพล แก้วสัมฤทธิ์ รองอธิบดีกรมอนามัย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สำนักอนามัยผู้สูงอายุ
ลำดับที่ : 2

1. ชื่อโครงการ :
โครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาวเชิงป้องกัน (Preventive Long Term Care) ปี 2565

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
13) ร้อยละของผู้สูงอายุมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

4. cluster :
วัยผู้สูงอายุ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 33 ) 10.1 พัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุระยะยาวเชิงป้องกัน (Preventive Long Term Care)
5.2 โครงการสำคัญ โครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาวเชิงป้องกัน (Preventive Long Term Care) ปี 2565

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับสังคมสูงวัย
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการสร้างสังคมห่วงใยใส่ใจสุขภาพผู้สูงอายุ

7. หลักการและเหตุผล :
การพัฒนาประเทศไทยนับตั้งแต่มีแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ส่งผลให้ประเทศมีการพัฒนาในทุกมิติ ทั้งในด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม แต่ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยต้องมีการพัฒนาเพิ่มขึ้น คือ การพัฒนาศักยภาพและคุณภาพชีวิตของประชากรไทย จากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรที่มีสัดส่วนวัยเด็กและวัยทำงานลดลง แต่วัยผู้สูงอายุกลับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากสถานการณ์ผู้สูงอายุไทย ในปี พ.ศ. 2563 มีประชากรผู้สูงอายุสูงถึงร้อยละ 18.24 ของประชากรทั้งประเทศ และมีแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของประชากรผู้สูงอายุร้อยละ 3.6 ต่อปี (คิดเป็น 400,000 คนต่อปี) ซึ่งตามการคาดประมาณการประชากรประเทศไทยของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2562) คาดการณ์ว่า ในปี พ.ศ. 2566 จะมีประชากรผู้สูงอายุสูงถึงร้อยละ 20.66 ของประชากรทั้งประเทศ และคาดว่าในปี พ.ศ. 2578 จะมีประชากรผู้สูงอายุสูงถึงร้อยละ 28.55 ของประชากรทั้งประเทศ ทั้งนี้ การเตรียมการเพื่อรองรับสถานการณ์สังคมสูงอายุจึงเป็นประเด็นที่สำคัญ จากรายงาน ปี พ.ศ. 2563 ผู้สูงอายุได้รับการประเมินและคัดกรองสุขภาพ จำแนกตามความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวัน โดยกระทรวงสาธารณสุข ผ่านระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ (Health Data Center : HDC) ข้อมูล ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2564 พบว่า ผู้สูงอายุได้รับการประเมินและคัดกรองสุขภาพ จำแนกตามความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวัน จำนวน 7,687,399 คน (ร้อยละ 84.05) เป็นกลุ่มติดสังคม จำนวน 7,433,596 คน (ร้อยละ 96.70) ติดบ้าน จำนวน 207,024 คน (ร้อยละ 2.69) และติดเตียง จำนวน 46,779 คน (ร้อยละ 0.61) จะเห็นได้ว่า ผู้สูงอายุกลุ่มใหญ่เป็นกลุ่มติดสังคมที่ช่วยเหลือตัวเองได้ และในอนาคตจะเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก ปัญหาสุขภาพผู้สูงอายุที่พบ มักเจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง จากผลการคัดกรองสุขภาพผู้สูงอายุ พบว่า ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป มีความเจ็บป่วยด้วยโรคหรือปัญหาสุขภาพดังต่อไปนี้ โรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ 4.94 โรคเบาหวาน ร้อยละ 15.63 โรคหัวใจและหลอดเลือด ร้อยละ 6.96 ภาวะสมองเสื่อม ร้อยละ 1.05 (ข้อมูลจาก Health Data Center : HDC ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2564) และสถิติการเสียชีวิตจากการพลัดตก - ลื่นล้ม หรืออัตราการเกิดอุบัติเหตุลื่นล้มในผู้สูงอายุ ในปี พ.ศ. 2560 มีผู้เสียชีวิตจากการพลัดตกหกล้มสูงถึง 2,018 คน หรือเฉลี่ยวันละ 6 คน ซึ่งเป็นกลุ่มผู้สูงอายุมากถึง 1,046 คน หรือเฉลี่ยวันละ 3 คน (กรมควบคุมโรค, เมษายน 2562) ร้อยละ 20 ของการหกล้มเกิดขึ้นในชุมชน และร้อยละ 50 ผู้สูงอายุที่ได้รับการรักษาจากการหกล้มเสียชีวิตครึ่งหนึ่ง ใน 1 ปี ประกอบกับสถิติของการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (2562) ได้รายงานว่า กลุ่มอาการพลัดตกหกล้ม/อุบัติเหตุ/เจ็บปวด ปีงบประมาณ 2560 - 2562 พบว่า มีการเรียก 1669 ด้วยอาการเหล่านี้ จำนวน 414,710 ครั้ง และพบว่าเป็นกลุ่มอายุ 60 ขึ้นไป จำนวน 136,015 ราย ซึ่งในแต่ละปีนั้นจะเป็นกลุ่มผู้สูงอายุมากกว่าวัยอื่นๆ ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากการมีพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่เหมาะสม และขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการดูแลสุขภาพ ซึ่งสอดคล้องกับรายงานการสำรวจความรอบรู้ด้านสุขภาพของประชาชนไทย อายุ 15 ปีขึ้นไป พ.ศ. 2562 ที่คนไทยมีคะแนนเฉลี่ยความรอบรู้ด้านสุขภาพ ร้อยละ 65 และคนไทยร้อยละ 19.09 มีความรอบรู้ด้านสุขภาพไม่เพียงพอ โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป อ่านไม่ได้ เขียนไม่คล่อง ไม่ได้เรียนหนังสือ ไม่มีบทบาทในชุมชน ไม่ได้รับข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต/ไลน์/เฟซบุ๊ก และมีปัญหาทางการได้ยิน (กรมอนามัย พ.ศ. 2562) ผลการขับเคลื่อนการดำเนินงานที่ผ่านมา มีการพัฒนาองค์ความรู้การส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุใน 6 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การเคลื่อนไหวดี โภชนาการดี สมองดี สุขภาพช่องปากดี สิ่งแวดล้อมดี และมีความสุข จัดทำคู่มือ/แนวทางการปฏิบัติสำหรับเจ้าหน้าและประชาชน เพื่อส่งเสริมให้เกิดความรอบรู้ด้านสุขภาพ ผ่านกลไกครอบครัว ชมรมผู้สูงอายุ/โรงเรียนผู้สูงอายุ และชุมชน จากการสำรวจพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ของผู้สูงอายุในปีงบประมาณ 2564 ตั้งแต่วันที่ 9 มกราคม 2564 – 31 กรกฎาคม 2564 จำนวน 1,277,310 คน มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ 8 ด้าน ร้อยละ 30.8 และเมื่อเทียบกับพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ 5 ด้าน พบจำนวนร้อยละ 38.8 ดังนี้ 1) ออกกำลังกายหรือมีกิจกรรมทางกายสะสมมากกว่าหรือเท่ากับ 150 นาที / สัปดาห์ ร้อยละ 50.6, 2) รับประทานผัก ผลไม้ 400 กรัม หรือ 5 ทัพพีต่อวัน เป็นประจำ ร้อยละ 56.76, 3) ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว ร้อยละ 61.22 4) ไม่สูบบุหรี่ /ไม่สูบยาเส้นหรือเคยสูบแต่เลิกแล้ว ร้อยละ 94 5) ไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ (เช่น สุรา เบียร์ ยาดองเหล้า)หรือดื่มเฉพาะเทศกาลไม่เกิน 1 มาตรฐาน ร้อยละ 98 และที่เพิ่มมาจำนวน 3 ด้าน คือ 1) การตรวจสุขภาพประจำปี ร้อยละ 91.41, 2) ด้านทันตกรรม คือ การแปรงฟันก่อนนอนของผู้สูงอายุ ร้อยละ 62.78 และ 3) ด้านการนอนหลับ ร้อยละ 70.1 ข้อมูลจาก การตอบแบบสำรวจฯ ผ่าน Application H4U ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2564 กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เป็นองค์กรหลักในการอภิบาลระบบส่งเสริมสุขภาพและระบบอนามัยสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพดี ได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต โดยมีกำหนดไว้ในแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมฯ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาคนตั้งแต่ช่วงตั้งครรภ์/ปฐมวัย ช่วงวัยเรียน/วัยรุ่น ช่วงวัยทำงาน จนถึงวัยผู้สูงอายุ ร่วมกับการส่งเสริมด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม เพื่อเสริมสร้างและส่งเสริมให้ประชากรไทยสุขภาพดี สามารถดูแลสุขภาวะของตนเองได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดี จึงได้จัดทำ “โครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาวเชิงป้องกัน (Preventive Long Term Care) ปี 2565” เพื่อเตรียมความพร้อมผู้สูงอายุและการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ประชาชนได้รับการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุให้มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ มีความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) และอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดี เพื่อลดภาระด้านเศรษฐกิจของประเทศ สังคม และครอบครัวต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อพัฒนาระบบการส่งเสริมสุขภาพดูแลผู้สูงอายุระยะยาวเชิงป้องกัน (Preventive Long Term Care) 2. เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้สูงอายุมีความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) และมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ 3. เพื่อขับเคลื่อนการส่งเสริมสุขภาพด้านการเคลื่อนไหวและการออกกำลังกาย และแผนส่งเสริมสุขภาพดี (Wellness Plan) 4. เพื่อส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนาชุมชนต้นแบบเมืองที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ (Age - Friendly Communities/Cities)

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.จำนวนผู้สูงอายุที่เข้าถึงระบบการดูแลและส่งเสริมสุขภาพ 500000 คน
2.ประชากรสูงอายุที่มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ 50 ร้อยละ
3.มีการดำเนินงานพื้นที่ต้นแบบเมือง/ชุมชนที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ 24 แห่ง
4.ชมรมผู้สูงอายุ ผ่านเกณฑ์คุณภาพด้านสุขภาพ 154 แห่ง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1. ประชุมพัฒนาการใช้งานระบบข้อมูลสุขภาพการเฝ้าระวังสุขภาพผู้สูงอายุ พฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ของผู้สูงอายุ, แผนส่งเสริมสุขภาพดี (Wellness Plan) และสถานการณ์สุขภาพผู้สูงอายุในส่วนกลาง/เขตสุขภาพ/สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและภาคีเครือข่าย 2. สร้างและพัฒนาเครือข่ายชุมชนแห่งความรอบรู้ในการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ 3. ถอดบทเรียนผลการดำเนินงานพื้นที่ต้นแบบเมือง/ ชุมชนที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ ร่วมกับ อปท. และภาคีเครือข่าย แบบบูรณาการ 4. เยี่ยมเสริมพลังการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ ในการประเมินพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ และแผนส่งเสริมสุขภาพดี (Wellness Plan) ปี 2565 5. จัดทำรายงานผลการดำเนินงานโครงการปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 6. จัดทำแผนในการปฏิบัติงานในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 จ้างทำชุดความรู้ เรื่อง ความรอบรู้ด้านสุขภาพของผู้สูงอายุแบบ New normal 1 ชุด 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 255,000.00
2 ประชุมเชิงปฏิบัติการ พัฒนาศักยภาพบุคลากรและภาคีเครือข่ายด้านการใช้งานแผนส่งเสริมสุขภาพดีในผู้สูงอายุ ไปใช้ในระดับพื้นที่ (ครู ก) 1 ครั้ง 1 ม.ค. 2565 - 31 ม.ค. 2565 292,980.00
3 จ้างเก็บรวบรวม บันทึกข้อมูล สรุปข้อมูล และประมวลผลข้อมูล ระบบแผนส่งเสริมสุขภาพดีในผู้สูงอายุแบบออนไลน์ 1 ชุด 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 490,000.00
4 ประเมินสื่อและชุดความรู้ ในการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ 1 ครั้ง 1 พ.ค. 2565 - 30 ก.ย. 2565 0.00
5 จัดตั้งคณะกรรมการในการขับเคลื่อนและดำเนินงาน เมืองที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ (Age-friendly Communities/Cities) สำหรับประเทศไทย 1 ครั้ง 1 ม.ค. 2565 - 31 ม.ค. 2565 0.00
6 เยี่ยมเสริมพลัง ถอดบทเรียนและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผลการดำเนินงานระบบการดูแลผู้สูงอายุ Preventive Long Term Care ในระดับเขต/จังหวัด 2 ครั้ง 1 มี.ค. 2565 - 31 ก.ค. 2565 53,520.00
7 ประชุมพัฒนาเกณฑ์เมืองที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ (Age-friendly Communities/Cities) สำหรับประเทศไทย 2 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 31 ก.ค. 2565 11,400.00
8 ถอดบทเรียนผลการดำเนินงานพื้นที่ต้นแบบเมือง/ชุมชนที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุร่วมกับ อปท. และภาคีเครือข่าย แบบบูรณาการ 2 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 30 มิ.ย. 2565 37,000.00
9 ประชุมพัฒนาแนวทางการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาวเชิงป้องกัน (Preventive Long Term Care) 3 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 30 เม.ย. 2565 17,100.00
10 ประชุมการพัฒนานวัตกรรมด้านการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ การเคลื่อนไหวและการออกกำลังกายเพื่อป้องกันการหกล้มของผู้สูงอายุ 3 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 31 ม.ค. 2565 0.00
รวมเป็นเงิน 1,157,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
1,157,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
ทุกจังหวัดทั่วประเทศและกรุงเทพมหานคร

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
1. ผู้สูงอายุ (ผู้ที่มีอายุ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป) กลุ่มติดบ้าน ติดสังคม (Active ageing) ทั่วประเทศ 2. ประชาชนทั่วไปที่สนใจ 3. เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
1. ผู้สูงอายุเข้าถึงการประเมินพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ ด้วย Application Blue Book 2. ผู้สูงอายุมีความรู้ด้านสุขภาพในการดูแลตนเอง และมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ 3. ผู้สูงอายุได้รับการดูแลและจัดทำแผนส่งเสริมสุขภาพดีในชุมชน 4. ผู้สูงอายุเข้าถึงระบบการดูแล ส่งเสริมสุขภาพและป้องกันภาวะแทรกซ้อนด้วยนวัตกรรม และเทคโนโลยีที่ทันสมัย

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. นางสาวจุฑาภัค เจนจิตร ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 2. นางสาวศตพร เทยาณรงค์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 3. ร้อยเอกหญิงวัลภินันท์ สืบศักดิ์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 4. นางสาวลัลน์ลลิน เรื่องลือ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข 5. นางสาวพันทวี แข่งขัน ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข 6. นางสาวสุนันทา กันทอง ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวจุฑาภัค เจนจิตร พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาระบบส่งเสริมสุขภาวะผู้สูงอายุและเครือข่าย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายกิตติ ลาภสมบัติศิริ นายแพทย์เชี่ยวชาญ (ด้านสาธารณสุข) ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักอนามัยผู้สูงอายุ กรมอนามัย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายอรรถพล แก้วสัมฤทธิ์ รองอธิบดีกรมอนามัย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สำนักอนามัยผู้สูงอายุ
ลำดับที่ : 3

1. ชื่อโครงการ :
โครงการพระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะ ปี 2565

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
13) ร้อยละของผู้สูงอายุมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

4. cluster :
วัยผู้สูงอายุ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 39 ) 12.1 ขับเคลื่อนการดำเนินงานพระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะแบบบูรณาการ
5.2 โครงการสำคัญ โครงการพระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะ ปี 2565

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับสังคมสูงวัย
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการสร้างสังคมห่วงใยใส่ใจสุขภาพผู้สูงอายุ

7. หลักการและเหตุผล :
จากกรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี มุ่งหวังพัฒนาให้ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง นำไปสู่การพัฒนาให้คนไทยมีความสุข สถาบันพระพุทธศาสนาอยู่คู่สังคมไทย มาอย่างช้านาน ปัจจุบันวัดในประเทศไทยมีจำนวน 42,473 วัด (ข้อมูลจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ณ 31 สิงหาคม 2563) และพระสงฆ์ จำนวน 205,513 รูป สามเณร จำนวน 33,510 รูป (ข้อมูลจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ณ 30 ธันวาคม 2563) คนไทยร้อยละ 95 นับถือศาสนาพุทธ ซึ่งใช้หลักการทางพระพุทธศาสนาเป็นแนวทางการดำเนินชีวิต จนกลายเป็นรากฐานทางประเพณี และวัฒนธรรม อันเป็นเอกลักษณ์มรดกของชาติไทย พระสงฆ์เป็นผู้มีความสำคัญในการสืบทอดพระพุทธศาสนา พัฒนาการเรียนรู้ด้านคุณธรรม จริยธรรม และการพัฒนาสังคม ท้องถิ่น ชุมชน อันเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับชุมชน ในเรื่องการดูแลสุขภาพตนเองสิ่งแวดล้อมภายในวัด และขยายผลสู่การพัฒนาสุขภาวะของชุมชน พระสงฆ์มีปัญหาทางสุขภาพ โดยเฉพาะป่วยเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจขาดเลือดและภาวะไขมันในเลือดสูง ซึ่งสาเหตุสำคัญ ส่วนหนึ่งมาจากพระสงฆ์ต้องปฏิบัติตนให้อยู่ในพระวินัยที่กำหนดอย่างเคร่งครัด พระวินัยบางข้อส่งผลต่อสุขภาพของพระสงฆ์ อาทิเรื่องต้องฉันอาหารตามญาติโยมหรือผู้มีจิตศรัทธาจัดถวาย อาหารส่วนใหญ่มาจากการบิณฑบาต มักเป็นอาหารสำเร็จรูปที่หาซื้อได้อย่างสะดวก และไม่มีประโยชน์เท่าที่ควร รวมทั้งยังขาดความตระหนักถึงผลเสียต่อการเจ็บป่วยของพระสงฆ์ นอกจากนี้พระสงฆ์ยังมีพฤติกรรมเสี่ยงต่อสิ่งที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรค เช่น การสูบบุหรี่ ดื่มกาแฟ ดื่มเครื่องดื่มชูกำลัง และการมีกิจกรรมทางกายที่ไม่เหมาะสม หากไม่ได้รับการแก้ไขจะกลายเป็นผู้ป่วยรายใหม่ และแม้ว่าพระสงฆ์จะมีหลักประกันสุขภาพ แต่เมื่ออาพาธยังมีปัญหาในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์และการสาธารณสุข รวมทั้งขาดการดูแลสุขภาพพระสงฆ์อย่างต่อเนื่องและครบวงจร หากไม่มีการพัฒนากระบวนการส่งเสริมและการดูแลพระสงฆ์ในด้านสุขภาพจะทำให้กลไกในการสืบทอดพระพุทธศาสนา และการพัฒนาความดีงามด้านคุณธรรม จริยธรรมที่สำคัญยิ่งของประเทศไทยก็จะมีบทบาทลดลง จากสถานการณ์สุขภาพพระสงฆ์ดังกล่าว รัฐบาลจึงเล็งเห็นความสำคัญของสุขภาพพระสงฆ์ ซึ่งสอดคล้องมติมหาเถรสมาคม ที่ 191/2560 และมติสมัชชาแห่งชาติครั้งที่ 5 ให้มีการขับเคลื่อนงาน “พระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะ” ซึ่งกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขมีหน้าที่ดูแลสุขภาพของประชาชนทุกกลุ่มวัย และพระสงฆ์ก็เป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญที่ต้องได้รับการดูแลเสริมสร้างทักษะการดำรงชีวิต การเรียนรู้และการพัฒนาตลอดช่วงชีวิต เพื่อเป็นคนไทยที่มีศักยภาพ มีคุณภาพชีวิตที่ดี สังคมอยู่ดีมีสุข สำนักอนามัยผู้สูงอายุ จึงได้จัดทำ โครงการพระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะ ขึ้น เพื่อให้พระสงฆ์มีความรอบรู้ด้านสุขภาพ ดูแลตนเองและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพได้ และสนับสนุนการดำเนินงานของกระทรวงสาธารณสุขต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อสนับสนุนการประเมินคัดกรองสุขภาพพระสงฆ์ สามเณร และแม่ชี 2. เพื่อสนับสนุนให้พระสงฆ์ สามเณร และแม่ชี มีความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health literacy) ได้รับการดูแลส่งเสริมสุขภาพตามหลักพระธรรมวินัยสามารถขยายผลสู่การพัฒนาสุขภาวะของชุมชน 3. เพื่อสนับสนุน ส่งเสริมให้มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ พัฒนาทักษะกาย ใจ ในพระสงฆ์ สามเณร และแม่ชีกลุ่มเสี่ยง 4. เพื่อสร้าง/พัฒนา และขยายเครือข่ายการขับเคลื่อนนวัตกรรมการส่งเสริมสุขภาพพระสงฆ์ สามเณร และแม่ชี โดยชุมชนตามบริบทของพื้นที่ 5. เพื่อพัฒนาระบบข้อมูลวัดส่งเสริมสุขภาพและพระคิลานุปัฏฐาก สามเณร และแม่ชีคิลานุปัฏฐายิกา 6. เพื่อพัฒนาศักยภาพพระคิลานุปัฏฐาก (พระอาสาสมัครส่งเสริมสุขภาพประจำวัด – อสว.)

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.พระสงฆ์สูงอายุมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ 15 ร้อยละ
2.มีพระคิลานุปัฎฐาก (1 รูป/1 ตำบล) 7255 คน
3.มีวัดส่งเสริมสุขภาพ ผ่านเกณฑ์ 40 ร้อยละ
4.วัดส่งเสริมสุขภาพสู่วัดรอบรู้ด้านสุขภาพ อย่างน้อยจังหวัดละ 1 วัด 77 แห่ง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1. ขออนุมัติโครงการ/ขออนุมัติดำเนินกิจกรรมตามโครงการ 2. แต่งตั้งคณะทำงาน/คณะอนุกรรมการ/คณะกรรมการดำเนินงานพระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะ 3. จัดทำคู่มือแนวทางการดำเนินงานวัดส่งเสริมสุขภาพ ฉบับปรับปรุง ปี 2565 4. จัดทำแนวทางการอบรมพระคิลานุปัฏฐาก (พระอาสาสมัครส่งเสริมสุขภาพประจำวัด – อสว.) หลักสูตร 35 ชั่วโมง (ต่อยอดหลักสูตรเป็น 70 ชั่วโมง) สำรวจพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ของพระสงฆ์ 5. ประชุมขับเคลื่อนการดำเนินงานธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ พุทธศักราช 2560 6. สัมมนาวิชาการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การขับเคลื่อนงานธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แบบบูรณาการ เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน พระแข็งแรง วัดมั่นคง ชุมชนเป็นสุข 7. ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาระบบข้อมูลวัดส่งเสริมสุขภาพและพระคิลานุปัฏฐาก 8. จ้างผลิตสื่อความรอบรู้ด้านสุขภาพสำหรับพระสงฆ์ 9. จัดกิจกรรมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ความรอบรู้ด้านสุขภาพในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา 10. สำรวจพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ของพระสงฆ์ 11. จัดทำรายงานผลการดำเนินงานโครงการ ปีงบประมาณ 2565

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมขับเคลื่อนการดำเนินงานธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติพุทธศักราช 2560 1 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 3,550.00
2 สัมมนาวิชาการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การขับเคลื่อนงานธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แบบบูรณาการ เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน พระแข็งแรง วัดมั่นคง ชุมชนเป็นสุข 1 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 30 พ.ย. 2564 300,000.00
3 จ้างผลิตสื่อความรอบรู้ด้านสุขภาพสำหรับพระสงฆ์ 1 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 100,000.00
4 จัดกิจกรรมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ความรอบรู้ด้านสุขภาพในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา 1 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 31 ก.ค. 2565 6,690.00
5 จัดทำคู่มือแนวทางการดำเนินงานวัดส่งเสริมสุขภาพ ฉบับปรับปรุง ปี 2565 1 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 0.00
6 จัดทำแนวทางการอบรมพระคิลานุปัฏฐาก (พระอาสาสมัครส่งเสริมสุขภาพประจำวัด – อสว.) หลักสูตร 35 ชั่วโมง (ต่อยอดหลักสูตรเป็น 70 ชั่วโมง) 1 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 30 พ.ย. 2564 0.00
7 สำรวจพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ของพระสงฆ์ 1 ครั้ง 1 ม.ค. 2565 - 31 ก.ค. 2565 0.00
8 ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาระบบข้อมูลวัดส่งเสริมสุขภาพและพระคิลานุปัฏฐาก 2 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 31 ม.ค. 2565 89,760.00
รวมเป็นเงิน 500,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
500,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
ทุกจังหวัดทั่วประเทศและกรุงเทพมหานคร

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
1. พระสงฆ์แกนนำ 2. พระสงฆ์ สามเณร และแม่ชี ทั่วประเทศ 3. บุคลากรสาธารณสุขในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และภาคีเครือข่าย

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
1. พระสงฆ์แกนนำ 2. พระสงฆ์ สามเณร และแม่ชี ทั่วประเทศ 3. พระสงฆ์ สามเณร และแม่ชี ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงด้านสุขภาพ 4. หน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และภาคีเครือข่าย

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. นางสาวจุฑาภัค เจนจิตร ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 2. นางสาวศตพร เทยาณรงค์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 3. ร้อยเอกหญิงวัลภินันท์ สืบศักดิ์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 4. นางสาวลัลน์ลลิน เรื่องลือ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข 5. นางสาวพันทวี แข่งขัน ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข 6. นางสาวสุนันทา กันทอง ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวจุฑาภัค เจนจิตร พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาระบบส่งเสริมสุขภาวะผู้สูงอายุและเครือข่าย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายกิตติ ลาภสมบัติศิริ นายแพทย์เชี่ยวชาญ (ด้านสาธารณสุข) ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักอนามัยผู้สูงอายุ กรมอนามัย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายอรรถพล แก้วสัมฤทธิ์ รองอธิบดีกรมอนามัย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สำนักอนามัยผู้สูงอายุ
ลำดับที่ : 4

1. ชื่อโครงการ :
โครงการพัฒนาและขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ ปี 2565

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
13) ร้อยละของผู้สูงอายุมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

4. cluster :
วัยผู้สูงอายุ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 33 ) 10.1 พัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุระยะยาวเชิงป้องกัน (Preventive Long Term Care)
5.2 โครงการสำคัญ โครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาวเชิงป้องกัน (Preventive Long Term Care) ปี 2565

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับสังคมสูงวัย
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการสร้างสังคมห่วงใยใส่ใจสุขภาพผู้สูงอายุ

7. หลักการและเหตุผล :
ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุ (Aging Society) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 ตามคำนิยามขององค์การสหประชาชาติที่กำหนดสัดส่วนของประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่าร้อยละ 10 ของประชากรทั้งประเทศ ซึ่งจะเข้าสู่สังคมสูงอายุโดยสมบูรณ์ (Complete - Aging Society) เมื่อมีสัดส่วนของประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปเกินร้อยละ 20 และเข้าสู่สังคมสูงอายุระดับสุดยอด (Super- Aging Society) เมื่อมีสัดส่วนของประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปเกินร้อยละ 28 ตามลำดับ สำหรับสถานการณ์ผู้สูงอายุไทย ในปี พ.ศ. 2563 มีประชากรผู้สูงอายุสูงถึงร้อยละ 18.24 ของประชากรทั้งประเทศ และมีแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของประชากรผู้สูงอายุร้อยละ 3.6 ต่อปี (คิดเป็น 400,000 คนต่อปี) ซึ่งตามการคาดประมาณการประชากรประเทศไทยของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2562) คาดการณ์ว่า ในปี พ.ศ. 2566 จะมีประชากรผู้สูงอายุสูงถึงร้อยละ 20.66 ของประชากรทั้งประเทศ และคาดว่าในปี พ.ศ. 2578 จะมีประชากรผู้สูงอายุสูงถึงร้อยละ 28.55 ของประชากรทั้งประเทศ ทั้งนี้ การเตรียมการเพื่อรองรับสถานการณ์สังคมสูงอายุจึงเป็นประเด็นที่สำคัญ เนื่องจากผู้สูงอายุเป็นกลุ่มเสี่ยงด้านสุขภาพ ซึ่งกระทบต่องบประมาณด้านการรักษาพยาบาล โดยสำนักงานวิจัยเพื่อการพัฒนาหลักประกันสุขภาพไทย ได้คาดประมาณการด้านงบประมาณในการดูแลระยะยาวสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง เฉลี่ยประมาณ 15,000 ล้านบาทต่อปี ดังนั้น การส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุให้มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์จึงเป็นประเด็นสำคัญ เพื่อลดภาระด้านเศรษฐกิจของประเทศ สังคม และครอบครัว กระทรวงสาธารณสุข ได้ดำเนินงานโดยมีเป้าหมาย “ประชาชนสุขภาพดี เจ้าหน้าที่มีความสุข ระบบสุขภาพยั่งยืน” อีกทั้งได้มีการทบทวนแผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (ด้านสาธารณสุข) ให้มีความสอดคล้อง และเชื่อมโยงกับแผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560 - 2579) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560 - 2564) เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals : SDGs) โดยแผนยุทธศาสตร์ฉบับนี้ ประกอบด้วย สถานการณและปัจจัยที่ส่งผลต่อสุขภาพ สถานะสุขภาพ ยุทธศาสตร์ความเป็นเลิศ 4 ด้านของกระทรวงสาธารณสุข คือ 1) ส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค และคุ้มครองผู้บริโภคเป็นเลิศ (Promotion, Prevention & Protection Excellence) 2) บริการเป็นเลิศ (Service Excellence) 3) บุคลากรเป็นเลิศ (People Excellence) และ 4) บริหารเป็นเลิศด้วยธรรมาภิบาล (Governance Excellence) ซึ่งมีเป้าหมาย ตัวชี้วัด และมาตรการสำคัญในแต่ละโครงการ ตลอดจนแนวทางการขับเคลื่อน การประเมินผลการดำเนินงาน และการสร้างความเข้าใจร่วมกัน ในการดำเนินงานด้านสาธารณสุขให้แก่ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข กรมอนามัย โดยสำนักอนามัยผู้สูงอายุ เป็นหน่วยงานที่มีบทบาทและภารกิจหลักในการดูแลส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุและอนามัยสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อผู้สูงอายุในทุกระดับ บนฐานข้อมูลและองค์ความรู้ เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย (GOAL) “ผู้สูงอายุสุขภาพดี ดูแลตนเองได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดี” พร้อมทั้ง กำหนดตัวชี้วัดและมาตรการสำคัญ ทั้งนี้ ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ บุคลากรที่รับผิดชอบงานผู้สูงอายุในระดับส่วนกลางและส่วนภูมิภาคจำเป็นต้องมีความรู้ ความเข้าใจยุทธศาสตร์ และแนวทางขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการดูแลส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ โดยบูรณาการร่วมกันให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน รวมทั้งพัฒนาบุคลากรให้มีความรอบรู้ทางด้านการส่งเสริมป้องกันสุขภาพผู้สูงอายุ สำนักอนามัยผู้สูงอายุตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาและขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ ปี 2565 เพื่อสร้างความเข้าใจการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ ให้สามารถขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุของกรมอนามัยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อสร้างความเข้าใจการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุสู่การปฏิบัติ 2. เพื่อทบทวนแผนปฏิบัติการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ กรมอนามัย 3. เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้มีความรอบรู้ทางด้านการดูแลส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ 4. เพื่อกำกับ ติดตาม และขับเคลื่อนการดำเนินงานของหน่วยงาน

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.หน่วยงานสามารถขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ฯ และพัฒนาหน่วยงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล 1 หน่วยงาน
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม 80 ร้อยละ
2.เชิงปริมาณ : กลุ่มเป้าหมายมีความรู้ความเข้าใจยุทธศาสตร์การดำเนินงาน ด้านการดูแลส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ 80 ร้อยละ
3.เชิงปริมาณ : ผลการดำเนินงานบรรลุตามวัตถุประสงค์โครงการฯ 80 ร้อยละ
4.เชิงเวลา : ระดับความสำเร็จในการดำเนินงานตามโครงการฯ ตามระยะเวลาที่กำหนด 90 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1. จัดทำและขออนุมัติโครงการ 2. ประชุมผู้รับผิดชอบโครงการเพื่อวางแผนการดำเนินงานกิจกรรมตามโครงการ 3. ประชุมสำนักอนามัยผู้สูงอายุในการวางแผนการดำเนินงานร่วมกันภายในหน่วยงาน 4. ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูประบบบริหารและวิธีทำงาน กลุ่มที่ 4 กลุ่มผู้สูงอายุ เพื่อร่วมวางแผนการดำเนินงานภายใน Cluster กลุ่มผู้สูงอายุ 5. การวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูลเพื่อจัดทำรายงานผลการดำเนินงานต่าง ๆ ในภาพรวมของหน่วยงาน และ Cluster กลุ่มผู้สูงอายุ 6. ติดต่อประสานงานการดำเนินงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 7. ดำเนินการจัดกิจกรรมตามวัน เวลา และสถานที่ที่กำหนด 8. พัฒนา สนับสนุนระบบการปฏิบัติงานของหน่วยงาน เพื่อดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุวัตถุประสงค์ 9. ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาองค์กรในการดูแลส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ ปี 2564 10. จัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินงานโครงการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 และนำเสนอต่อผู้บริหาร

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาองค์กรในการดูแลส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ ปี 2565 1 ครั้ง 1 มิ.ย. 2565 - 30 มิ.ย. 2565 218,400.00
2 จัดทำรายงานประจำปี 2564 สำนักอนามัยผู้สูงอายุ 1 เรื่อง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 0.00
3 ขับเคลื่อนแผนการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุขขสู่การปฏิบัติ (กิจกรรมปฏิรูปประเทศที่ 3) 4 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 4,650.00
4 บูรณาการความร่วมมือ 7 กระทรวง กลุ่มผู้สูงอายุ 4 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 4,650.00
5 ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม กลุ่มที่ 4 กลุ่มผู้สูงอายุ 10 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 46,500.00
6 ประชุมสำนักอนามัยผู้สูงอายุ 12 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 55,800.00
รวมเป็นเงิน 330,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
330,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
1. ผู้บริหารจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาค 2. บุคลากรสำนักอนามัยผู้สูงอายุ 3. ผู้รับผิดชอบงานผู้สูงอายุ Cluster กลุ่มผู้สูงอายุ ในระดับส่วนกลางและส่วนภูมิภาค 4. หน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
1. ผู้บริหารจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาค 2. บุคลากรสำนักอนามัยผู้สูงอายุ 3. ผู้รับผิดชอบงานผู้สูงอายุ Cluster กลุ่มผู้สูงอายุ ในระดับส่วนกลางและส่วนภูมิภาค 4. หน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. นางอรวรรณี อนันตรสุชาติ ตำแหน่ง นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการ 2. นางสาวปิยะฉัตร พ้นทาส ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 3. นางสาวพรพิมล บุญญา ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 4. นางสาวธัญญลักษณ์ แสนลา ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 5. นายธีรยุทธ ชูพุทธพงศ์ ตำแหน่ง นักวิเคราะห์นโยบายและแผน

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางอรวรรณี อนันตรสุชาติ นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการ หัวหน้ากลุ่มบริหารยุทธศาสตร์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายกิตติ ลาภสมบัติศิริ นายแพทย์เชี่ยวชาญ (ด้านสาธารณสุข) ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักอนามัยผู้สูงอายุ กรมอนามัย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายอรรถพล แก้วสัมฤทธิ์ รองอธิบดีกรมอนามัย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สำนักอนามัยผู้สูงอายุ
ลำดับที่ : 5

1. ชื่อโครงการ :
โครงการบริหารจัดการของสำนักอนามัยผู้สูงอายุ ประจำปีงบประมาณ 2565

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
14) ร้อยละของตำบลที่มีระบบการส่งเสริมสุขภาพดูแลผู้สูงอายุ

4. cluster :
วัยผู้สูงอายุ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 38 ) 11.2 พัฒนาระบบ Long Term Care และ Intermediate care in Community
5.2 โครงการสำคัญ โครงการขับเคลื่อนระบบการส่งเสริมสุขภาพดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงระยะยาวแบบบูรณาการ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับสังคมสูงวัย
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการสร้างสังคมห่วงใยใส่ใจสุขภาพผู้สูงอายุ

7. หลักการและเหตุผล :
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เป็นหน่วยงานที่มีบทบาทหน้าที่สำคัญในการดำเนินงานด้านการส่งเสริมสุขภาพ และการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมของประเทศ เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มวัยมีสุขภาพอนามัยที่ดี มีความเป็นอยู่ที่ปลอดภัย อาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ปราศจากมลพิษ และสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีคุณภาพ โดยที่ผ่านมากรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขได้ให้ความสำคัญกับการรองรับสถานการณ์สังคมสูงอายุในภาพรวม และคำสั่งกรมอนามัยที่ 906/2559 เรื่อง จัดตั้งหน่วยงานภายในสังกัดกรมอนามัย โดยให้สำนักอนามัยผู้สูงอายุ เป็นหน่วยงานภายใน มีฐานะเทียบเท่ากับกอง รับผิดชอบงานตามบทบาทหน้าที่ของกลุ่มอนามัยผู้สูงอายุ สำนักส่งเสริมสุขภาพ ทำหน้าที่พัฒนานโยบาย ยุทธศาสตร์ การวิจัย ประยุกต์ใช้องค์ความรู้ การพัฒนาระบบกลไกการดำเนินงานเครือข่ายการเฝ้าระวังและระบบข้อมูลสารสนเทศ ตลอดจนสร้างกระแสการขับเคลื่อนทางสังคมด้านพฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมสำหรับผู้สูงอายุ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพอนามัยผู้สูงอายุ ตอบสนองต่อการปรับบทบาทใหม่ของกรมอนามัยและสอดคล้องกับบทบาทใหม่ของกระทรวงสาธารณสุข (National Health Authority : NHA) ด้วยเหตุนี้ สำนักอนามัยผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นหน่วยงานภายในของกรมอนามัย จึงได้จัดทำโครงการบริหารจัดการของสำนักอนามัยผู้สูงอายุ ประจำปีงบประมาณ 2565 ขึ้น เพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการภายในองค์กร ตลอดจนสนับสนุนการดำเนินงานของหน่วยงาน โดยมุ่งหวังให้การบริหารจัดการองค์กรของสำนักอนามัยผู้สูงอายุ สามารถสนองนโยบายของกรมอนามัย และมีการดำเนินงานบรรลุผลสำเร็จตามภารกิจหลักของหน่วยงานอย่างมีคุณภาพและประสิทธิภาพ

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของสำนักอนามัยผู้สูงอายุให้สามารถสนองนโยบายการดำเนินงานของกรมอนามัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2. เพื่อพัฒนากระบวนการบริหารจัดการภายในองค์กรให้มีประสิทธิภาพ 3. เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรขององค์กรให้เกิดทักษะที่จำเป็นในการปฏิบัติงาน

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.การบริหารจัดการของสำนักอนามัยผู้สูงอายุ (งานการเงิน งานพัสดุ งานยานพาหนะ งานสารบรรณ และงานการเจ้าหน้าที่) 1 หน่วยงาน
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : ร้อยละในการเบิกจ่ายเงินงบประมาณได้ถูกต้อง เป็นไปตามแผนงานโครงการ 96 ร้อยละ
2.เชิงปริมาณ : สรุปรายงานการดำเนินงานสนับสนุนการบริหารจัดการของสำนักอนามัยผู้สูงอายุ (งานการเงิน งานพัสดุ งานยานพาหนะ งานสารบรรณ และงานการเจ้าหน้าที่) 1 เล่ม
3.เชิงคุณภาพ : ร้อยละความพึงพอใจของบุคลากรในหน่วยงาน ที่ได้รับบริการด้านงานการเงิน งานพัสดุ งานยานพาหนะ งานสารบรรณและงานการเจ้าหน้าที่ 80 ร้อยละ
4.เชิงคุณภาพ : ร้อยละของการควบคุม กำกับ ติดตาม การดำเนินงานจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงาน ได้ถูกต้อง โปร่งใส ตรวจสอบได้ ตรงตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างของพัสดุกรมอนามัย 100 ร้อยละ
5.เชิงเวลา : ร้อยละของการให้บริการเบิกจ่ายพัสดุ รวดเร็ว ถูกต้อง ทันเวลา 100 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1. จัดทำและขออนุมัติโครงการ 2. จัดทำและพัฒนามาตรฐานการปฏิบัติงาน (Standard Operating Procedure : SOP) เพื่ออำนวยความสะดวกแก่บุคลากรภายในหน่วยงาน ประกอบด้วย การบริหารจัดการทั่วไป การจัดหาวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นของหน่วยงาน การสนับสนุนการดำเนินงานตามแนวทางการพัฒนาระบบราชการ เป็นต้น 3. การสร้างระบบการจัดการภายในองค์กร ให้รองรับปริมาณงานด้านยานพาหนะ การเงินและบัญชี งานพัสดุ งานการเจ้าหน้าที่ งานสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ที่เพิ่มมากขึ้น เพื่อสามารถสนับสนุนการดำเนินงานของหน่วยงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 4. อำนวยความสะดวกให้บุคลากรเข้าร่วมประชุม/ อบรม/ สัมมนา/ เดินทางไปราชการ เพื่อเพิ่มพูนทักษะ และประสบการณ์ทางวิชาการ และบริหารจัดการในการจัดประชุม/ อบรม/ สัมมนาให้แก่บุคลากรในหน่วยงาน เพื่อมุ่งผลสัมฤทธิ์ รวมทั้งจัดหาสถานที่ในการศึกษาดูงานด้านการบริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพูนทักษะที่จำเป็นแก่บุคลากรผู้ปฏิบัติงานด้านบริหารจัดการภายในหน่วยงาน ซึ่งจะช่วยพัฒนาบุคลากรให้เกิดการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง 5. แต่งตั้งผู้รับผิดชอบงานการเงิน งานพัสดุ งานยานพาหนะ งานสารบรรณและงานการเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานที่ชัดเจน และกำหนดให้มีการกำกับ ติดตามการดำเนินงานทุกเดือน 6. จัดทำสรุปรายงานการดำเนินงานสนับสนุนการบริหารจัดการของสำนักอนามัยผู้สูงอายุ (งานการเงิน งานพัสดุ งานยานพาหนะ งานสารบรรณ และงานการเจ้าหน้าที่)

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ค่าซ่อมครุภัณฑ์ 1 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 26,000.00
2 ค่าซ่อมรถยนต์ราชการ 1 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 15,000.00
3 ค่าวัสดุอุปกรณ์ (วัสดุสำนักงานและวัสดุคอมพิวเตอร์) 2 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 100,000.00
4 ค่าล้างเครื่องปรับอากาศ 2 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 8,208.00
5 ค่าอบรม/สัมมนาเพื่อเพิ่มพูนทักษะ/ค่าอบรม ส.นบส./ผบต./ผบก. 2 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2564 100,000.00
6 ค่าปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ 10 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 10,000.00
7 ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง 12 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 18,000.00
8 ค่าผ่านทาง 12 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 12,000.00
9 ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการของบุคลากร 12 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 113,966.00
10 ค่าเช่าเครื่องถ่ายเอกสาร 12 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 36,000.00
11 จ้างเหมาบริการบุคคล 13 คน 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 2,206,416.00
รวมเป็นเงิน 2,645,590.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
2,645,590.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
สำนักอนามัยผู้สูงอายุ กรมอนามัย

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
ผู้บริหาร และบุคลากรสำนักอนามัยผู้สูงอายุ กรมอนามัย

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
ผู้บริหาร และบุคลากรสำนักอนามัยผู้สูงอายุ กรมอนามัย

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. นางนิภา แย้มพันธ์ ตำแหน่ง นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการพิเศษ 2. นางศิริพร แสงวิภาสนภาพร ตำแหน่ง เจ้าพนักงานพัสดุชำนาญงาน 3. นายทรงวุฒิ ศรีโยธี ตำแหน่ง เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน 4. นายชำนาญ แป้นหลง ตำแหน่ง พนักงานธุรการ ส 3 5. นายวิภูษิต แจ่มนาค ตำแหน่ง พนักงานธุรการ 6. นางสาวสิราวรรณ นิลโชตน์ ตำแหน่ง เจ้าพนักงานธุรการ 7. นางสาวปียาพัชร ดำรงค์ศักด์ ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป 8. นางสาวภัทรกาญจน์ คงดี ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป 9. นายวิริยะ พรหมจันทร์ ตำแหน่ง พนักงานขับรถยนต์และธุรการ 10. นายอรรถพงศ์ คงดี ตำแหน่ง พนักงานขับรถยนต์และพัสดุ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางนิภา แย้มพันธ์ นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มอำนวยการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายกิตติ ลาภสมบัติศิริ นายแพทย์เชี่ยวชาญ (ด้านสาธารณสุข) ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักอนามัยผู้สูงอายุ กรมอนามัย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายอรรถพล แก้วสัมฤทธิ์ รองอธิบดีกรมอนามัย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน สำนักอนามัยผู้สูงอายุ
ลำดับที่ : 6

1. ชื่อโครงการ :
ค่าใช้จ่ายตามสิทธิ์

2. ยุทธศาสตร์ :

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
25) การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

4. cluster :
การคลังและงบประมาณ(FIN)

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 88 ) 23.5 บริหารจัดการค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ์
5.2 โครงการสำคัญ โครงการยกระดับการบริหารงานคลังและงบประมาณตามหลักธรรมาภิบาล

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
สำนักอนามัยผู้สูงอายุ มีบทบาทเพื่อมุ่งสู่การเป็น “องค์กรหลักของประเทศในการอภิบาลระบบส่งเสริมสุขภาพ และอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อสุขภาพประชาชน" จึงได้จัดทำค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธินี้ขึ้น เพื่อบริหารจัดการภายในหน่วยงาน และสนับสนุนการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลสูงสุด

8. วัตถุประสงค์ :
เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ์ของบุคลากร

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : บริหารจัดการค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ์ตามความเหมาะสม 12 ครั้ง

10. วิธีการดำเนินงาน :
สนับสนุนค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ์ของข้าราชการในสำนักอนามัยผู้สูงอายุ

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ค่าเช่าบ้าน 12 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 278,400.00
2 ค่าตอบแทนประเภทเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษของผู้ปฏิบัติงานด้านสาธารณสุข 12 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 240,000.00
3 ค่าตอบแทนประเภทเงินเพิ่มพิเศษสำหรับแพทย์ฯ(ไม่ทำเวชปฏิบัติฯ) 12 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 120,000.00
รวมเป็นเงิน 638,400.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
638,400.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
สำนักอนามัยผู้สูงอายุ

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
บุคลากรที่มีสิทธิ์

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
บุคลากรที่มีสิทธิ์

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. นางนิภา แย้มพันธ์ ตำแหน่ง นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการพิเศษ 2. นางศิริพร แสงวิภาสนภาพร ตำแหน่ง เจ้าพนักงานพัสดุชำนาญงาน 3. นายชำนาญ แป้นหลง ตำแหน่ง พนักงานธุรการ ส 3 4. นายวิภูษิต แจ่มนาค ตำแหน่ง พนักงานธุรการ ส 3 5. นายทรงวุฒิ ศรีโยธี ตำแหน่ง เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน 6. นางสาวสิราวรรณ นิลโชติ ตำแหน่ง เจ้าพนักงานธุรการ 7. นางสาวปียาพัชร์ ดำรงศักดิ์ ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป 8. นางสาวภัทรกาญจน์ คงดี ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป 9. นายวิริยะ พรหมจันทร์ ตำแหน่ง พนักงานขับรถยนต์และธุรการ 10. นายอรรถพงศ์ คงดี ตำแหน่ง พนักงานขับรถยนต์และธุรการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางนิภา แย้มพันธ์ นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มอำนวยการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายกิตติ ลาภสมบัติศิริ นายแพทย์เชี่ยวชาญ (ด้านสาธารณสุข) ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักอนามัยผู้สูงอายุ กรมอนามัย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายอรรถพล แก้วสัมฤทธิ์ รองอธิบดีกรมอนามัย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................