หน่วยงาน ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธ์ุ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ
ลำดับที่ : 1

1. ชื่อโครงการ :
โครงการส่งเสริมความรอบรู้และเฝ้าระวังมารดาตาย กลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
1) อัตราส่วนการตายมารดาไทยต่อการเกิดมีชีพแสนคน

4. cluster :
สตรีและเด็กปฐมวัย

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 11 ) 2.3 พัฒนารูปแบบสื่อความรู้หลักด้านสุขภาพเพื่อส่งเสริมสุขภาพสตรีและเด็กปฐมวัย
5.2 โครงการสำคัญ โครงการส่งเสริมการเกิดอย่างมีคุณภาพ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) เพื่อสร้างหลักประกันให้คนมีชีวิตที่มีคุณภาพ และส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของคนทุกเพศทุกวัย เป้าหมายที่ 3 สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ข้อ 3.1 ลดอัตราการตายของมารดาทั่วโลกลงให้ต่ำกว่า 70 ต่อการเกิดมีชีพ 100,000 คน ภายในปี พ.ศ.2573ประเทศไทย โดยกระทรวงสาธารณสุขผู้รับผิดชอบหลักในเป้าหมายที่ 3 สร้างหลักประกันว่าคนมีชีวิตที่มีสุขภาพดีและส่งเสริมสุขภาพสำหรับทุกคนในทุกวัย ได้จัดทำ Roadmap เป้าหมายที่ 3 ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (ด้านสาธารณสุข) ในการกำหนดทิศทางการปฏิบัติงานของกระทรวงสาธารณสุข ส่วนราชการ หน่วยงานในสังกัด รวมถึงภาคประชาสังคม ภาคประชาชนและภาคเอกชน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนผ่านแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมฯ กรมอนามัย พ.ศ. 2563 – 2565 (ฉบับปรับปรุง) กรมอนามัย ในประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย และเป้าประสงค์ของการตั้งครรภ์คุณภาพ ลูกเกิดรอด แม่ปลอดภัย ซึ่งได้กำหนดค่าเป้าหมายไว้ไม่เกินร้อยละ 17 ต่อการเกิดมีชีพแสนคน สถานการณ์การเฝ้าระวังอัตราส่วนการตายมารดาไทยต่อการเกิดมีชีพแสนคนในระดับประเทศ พบว่า ปีงบประมาณ 2562,2563 และ 2564 พบอัตราการตายมารดาไทยต่อการเกิดมีชีพแสนคน 19.98, 23.10 และ 30.25 ตามลำดับ (ระบบสารสนเทศสนับสนุนด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม DOH Dashboard กรมอนามัย) ซึ่งมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อพิจารณาเขตสุขภาพที่ 1 ปีงบประมาณ 2561, 2562, 2563 และ 2564 พบว่าอัตราการตายมารดาไทยต่อการเกิดมีชีพแสนคน 5.69, 16.50, 26.22 และ 18.89 ตามลำดับ (ระบบสารสนเทศสนับสนุนด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม DOH Dashboard กรมอนามัย) ซึ่งเกินค่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ มีแนวโน้มลดลง แต่ไม่สามารถลดลงเหลือ 0 ตามเป้าหมายของเขต ที่มุ่งลดลดแม่ตายจากสาเหตุที่ป้องกันได้ให้เหลือ 0 (set zero MMR from PPH / PIH) เมื่อวิเคราะห์ GAP 3 Delayed พบว่า Delayed in decision to seek care จากการคลอดที่บ้าน และ Delay in reaching care จากการคมนาคม พื้นที่ห่างไกล เขตสุขภาพที่ 1 เป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายของประชากร ซึ่งมีกลุ่มชาติพันธุ์อาศัยอยู่ โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ มีประชากรกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูงมากเป็นอันดับ 1 ของประเทศ โดยอำเภออมก๋อยมีจำนวนประชากรกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูงมากเป็นอันดับ 1 ของจังหวัดเชียงใหม่ เท่ากับ 58,214 คน คิดเป็นร้อยละ 16.67 ของประชากรกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูงทั้งหมดของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งพบมารดากลุ่มชาติพันธุ์ในอำเภออมก๋อย ตาย 2 ปีติดต่อกัน (2562 - 2563) เป็นมารดากลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง ที่เข้าไม่ถึงบริการสาธารณสุข จากสภาพภูมิศาสตร์ที่เป็นพื้นที่สูง ชุมชนอยู่ห่างไกล ทุรกันดาร การเดินทางมีความยากลำบาก มีความเชื่อและประเพณีของชนเผ่าที่แตกต่างและหลากหลาย นิยมคลอดที่บ้าน และมีวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงบริการ โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์ หากเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอยู่หน้างาน (Frontline) ขาดความรู้และทักษะในงานอนามัยแม่และเด็ก และไม่มีการดำเนินการเฝ้าระวัง จะไม่สามารถลดความเสี่ยง เพื่อให้ลูกเกิดรอด แม่ปลอดภัย ได้ จากข้อมูลดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงช่องว่างของการดูแลด้านอนามัยแม่และเด็ก และความเสี่ยงต่อการคลอดที่ไม่ปลอดภัย ที่จำเป็นต้องมีระบบการเฝ้าระวังที่การจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ แล้วนำมาวิเคราะห์หาสาเหตุและปัจจัยที่ส่งผลให้มารดากลุ่มชาติพันธุ์ตาย จัดทำเป็นข้อแนะนำ เผยแพร่สู่การปฏิบัติ โดยมีเป้าหมายลดปัจจัยที่ส่งผลให้มารดาตายที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เพื่อไม่เกิดเหตุการณ์ซ้ำเดิมอีก ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ที่ผ่านมา ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ ได้พัฒนาหลักสูตร และอบรมหลักสูตรประเมิน และจัดการความเสี่ยง เพื่อลดมารดาตายขณะตั้งครรภ์ คลอด และหลังคลอด กลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง ในพื้นที่อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อพัฒนาศักยภาพในการประเมินและจัดความเสี่ยงของหญิงตั้งครรภ์ ขณะตั้งครรภ์ คลอด และหลังคลอดได้ ให้กับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องซึ่งปฏิบัติงานอยู่หน้างาน รวมถึงพัฒนาระบบฐานข้อมูลเฝ้าระวังมารดากลุ่มชาติพันธุ์ เพื่อให้ภาคีเครือข่ายสามารถใช้ข้อมูลในการเฝ้าระวังมารดา กลุ่มชาติพันธุ์ ดังนั้นในปีงบประมาณ 2565 ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาระบบเฝ้าระวังมารดาตายกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูงขึ้น เพื่อให้กลุ่มเป้าหมาย มีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบฐานข้อมูลเฝ้าระวัง สามารถใช้ข้อมูลอนามัยแม่และเด็ก ที่ครอบคลุมมารดาขณะตั้งครรภ์ คลอด และหลังคลอด เพื่อการเฝ้าระวัง และวางแผนการดำเนินงานติดตามได้อย่างมีประสิทธิภาพ ร่วมกับพัฒนาความสามารถของผู้ปฏิบัติงานอยู่หน้างาน ในการส่งเสริมสุขภาพหญิงตั้งครรภ์ ให้ลูกเกิดรอด แม่ปลอดภัย

8. วัตถุประสงค์ :
1 เพื่อพัฒนาระบบฐานข้อมูลการเฝ้าระวังมารดาตาย กลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง ร่วมกับภาคีเครือข่าย ในพื้นที่ 2 เพื่อประเมินผลการนำหลักสูตรประเมินและจัดการความเสี่ยงเพื่อลดมารดาตายขณะตั้งครรภ์ คลอดและหลังคลอด กลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูงไปใช้ 3 เพื่อจัดทำสื่อสร้างเสริมความรอบรู้สุขภาพในการดูแลมารดาตั้งครรภ์และเด็กปฐมวัย กลุ่มชาติพันธุ์ บนพื้นที่สูงอย่างเหมาะสม

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ระบบฐานข้อมูลเฝ้าระวังมารดาตาย กลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง 1 ระบบ
2.ผลของการนำหลักสูตรประเมินและจัดการความเสี่ยง เพื่อลดมารดาตาย ขณะตั้งครรภ์ คลอด และหลังคลอด ไปใช้ 50 ร้อยละ
3.สื่อสร้างเสริมความรอบรู้สุขภาพในการดูแลมารดาตั้งครรภ์และ เด็กปฐมวัย กลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง 1 เรื่อง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : มีระบบฐานข้อมูลเฝ้าระวังมารดาตาย กลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง 1 ระบบ
2.เชิงปริมาณ : จำนวนสื่อการดูแลมารดาตั้งครรภ์และเด็กปฐมวัย กลุ่มชาติพันธุ์ บนพื้นที่สูง 1 เรื่อง
3.เชิงปริมาณ : จำนวนผู้เข้าใช้สื่อการดูแลมารดาตั้งครรภ์และเด็กปฐมวัย กลุ่มชาติพันธุ์ บนพื้นที่สูง 100 คน
4.เชิงคุณภาพ : สื่อที่ผ่านการจัดทำอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ อิงตาม 9 ย่างเพื่อสร้างลูก 1 เรื่อง
5.เชิงเวลา : ดำเนินการแล้วเสร็จ ตามระยะเวลาที่กำหนด 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1. รวบรวม วิเคราะห์ สถานการณ์อนามัยแม่และเด็ก ของอำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ 2. จัดทำแผนการดำเนินงาน 3. ดำเนินงานตามแผน 3.1 ขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริมและเฝ้าระวังมารดา กลุ่มชาติพันธุ์ ผ่านกิจกรรมสำคัญ 2 กิจกรรม ได้แก่ 3.1.1 พัฒนาระบบฐานข้อมูลเฝ้าระวังมารดา กลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง 3.1.2 ประเมินผลหลักสูตรประเมินและจัดการความเสี่ยง เพื่อลดมารดาตายขณะตั้งครรภ์ คลอด และหลังคลอด กลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง 3.2 ภาคีเครือข่าย ร่วมปฏิบัติการอย่างมีส่วนร่วม ในการพัฒนาระบบเฝ้าระวังมารดา กลุ่มชาติพันธุ์ บนพื้นที่สูง และถอดบทเรียน 3.3 การสร้างเสริมความรอบรู้สุขภาพในการดูแลมารดาตั้งครรภ์และเด็กปฐมวัย กลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง 3.4 ติดตาม เพื่อปรับปรุงระบบเฝ้าระวังมารดาตาย ในกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง 4. ประเมินผลการดำเนินงานรายไตรมาส 5. สรุปผลการดำเนินงาน

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 สร้างเสริมความรอบรู้สุขภาพในการดูแลมารดาตั้งครรภ์และเด็กปฐมวัย กลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง 1 เรื่อง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 40,000.00
2 ประเมินผลหลักสูตรประเมินและจัดการความเสี่ยง เพื่อลดมารดาตาย ขณะตั้งครรภ์ คลอด และหลังคลอด กลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง 50 ร้อยละ 1 เม.ย. 2565 - 30 เม.ย. 2565 10,000.00
รวมเป็นเงิน 50,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
50,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ธ.ค. 2564 - 30 เม.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
1 หน่วยบริการสาธารณสุขอำเภอ 2 ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 3 โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน 4 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 5 ภาคีเครือข่ายในชุมชน (อสม./ผู้นำชุมชน/หญิงตั้งครรภ์)

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
1 กรมอนามัย (Cluster แม่และเด็ก) 2 MCH Board เขตสุขภาพ 1 3 ศูนย์อนามัยที่ 1 4 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจังหวัดเชียงใหม่ 5 สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1 นายวันเฉลิม ฤทธิมนต์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 2 นางสาวปวีณา ทองคำ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 3 นายสุรสีห์ ฉันทกุล ตำแหน่ง นักวิชาการคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวปวีณา ทองคำ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายวันเฉลิม ฤทธิมนต์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายสุรพันธ์ แสงสว่าง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธ์ุ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ
ลำดับที่ : 2

1. ชื่อโครงการ :
โครงการส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร (กพด.)

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
6) ร้อยละของเด็กอายุ 6-14 ปี สูงดีสมส่วน

4. cluster :
คทง.โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 2 ) 1.2 ส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร (กพด.)
5.2 โครงการสำคัญ โครงการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมตามแนวทางโครงการพระราชดำริ และโครงการเฉลิมพระเกียรติ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG2) กล่าวถึงการยุติความหิวโหยและสร้างหลักประกันให้ทุกคน โดยเฉพาะคนที่ยากจนและอยู่ในภาวะเปราะบาง อันรวมถึงทารก ได้เข้าถึงอาหารที่ปลอดภัย มีโภชนาการ และเพียงพอตลอดทั้งปี ภายในปีพ.ศ. 2573 แต่การเข้าถึงอาหารที่มีโภชนาการครบถ้วน ยังเป็นความท้าทายที่สำคัญของโลกและประเทศไทย เด็กวัยเรียนเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญของกรมอนามัย ในการดำเนินงานเพื่อพัฒนาและสร้างเด็กไทยสูงดีสมส่วน รวมถึงเด็กวัยเรียนกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายของศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ ในพื้นที่รับผิดชอบของศูนย์การเรียนรู้ชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง”(ศศช.) ในสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย เป็นสถานศึกษาในพื้นที่ดำเนินงานตามแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ฉบับที่ 5 (พ.ศ.2559 - 2569) ตามพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี จำนวน 281 แห่งใน 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่, จังหวัดแม่ฮ่องสอน, จังหวัดตาก และจังหวัดน่าน ซึ่งเด็กวัยเรียนในพื้นที่ดังกล่าว ยังพบปัญหาการเจริญเติบโตตามวัย ดังข้อมูลที่ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ ได้ติดตามข้อมูลการเจริญเติบโตเด็กวัยเรียน สูงดี สมส่วนและสุขภาพอนามัย ของเด็กวัยเรียน ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” (ศศช.) อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ปีงบประมาณ 2563 จำนวน 63 คน พบว่าส่วนสูงตามเกณฑ์ ร้อยละ 85.95 ค่อนข้างเตี้ย ร้อยละ 4.96 และเตี้ย ร้อยละ 8.26 มีน้ำหนักตามเกณฑ์อายุ ร้อยละ 89.26 น้ำหนักค่อนข้างน้อย ร้อยละ 6.61 น้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์ ร้อยละ 4.13 สมส่วน ร้อยละ 94.21 ข้อค้นพบสำคัญจากข้อมูล แสดงให้เห็นว่าเด็กวัยเรียนมีภาวะเตี้ย สอดคล้องกับการศึกษาข้อมูลการประเมินภาวะโภชนาการและสุขภาพอนามัยเด็ก และพัฒนาการเจริญเติบโตเด็กวัยเรียน สูงดี สมส่วน เด็กวัยเรียน ปี 2564 ในศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” (ศศช.) จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดตาก จังหวัดแม่ฮ่องสอน และจังหวัดน่าน จำนวน 196 ศศช. จำนวนทั้งหมด 4,492 คน พบว่า เด็กสูงดีสมส่วน ร้อยละ 70.04 (เป้าหมาย ร้อยละ 66) เด็กเริ่มอ้วนและอ้วน ร้อยละ 1.18 (เป้าหมายร้อยละ 10) และเด็กเตี้ย ร้อยละ 13.11 (เป้าหมายร้อยละ 5) เมื่อจำแนกรายอำเภอพบว่าอำเภออมก๋อย เด็กสูงดีสมส่วน ร้อยละ 81.69 อำเภอแม่แจ่ม ร้อยละ 67.86 อำเภอกัลยาณิวัฒนา ร้อยละ 100 อำเภอท่าสองยาง 962 คน (ร้อยละ 56.32) อำเภอพบพระ 35 คน (ร้อยละ 94.59) อำเภอแม่ระมาด 280 คน (ร้อยละ 71.98) และอำเภออุ้มผาง 135 คน (ร้อยละ 59.47) จากข้อมูลสถานการณ์การเจริญเติบโตของเด็กนักเรียน สรุปได้ว่า เด็กนักเรียนในพื้นที่ดำเนินงานตามแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร อันเนื่องมาจากพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราช กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี (กพด.) อยู่ในภาวะขาดสารอาหาร โดยเฉพาะภาวะเตี้ย ซึ่งบ่งบอกถึงการขาดอาหารเป็นเวลายาวนาน จนกระทบการเจริญเติบโตของกระดูกทำให้ส่วนสูงไม่เพิ่มขึ้นหรือเพิ่มขึ้นช้า ภาวะนี้จะเกิดตามหลังจากที่น้ำหนักไม่เพิ่มเป็นเวลานาน เสี่ยงต่อการเกิดโรคขาดโปรตีนและพลังงาน ดังนั้น เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร (กพด.) มีภาวะโภชนาการที่ดี เติบโตสมวัย ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร (กพด.) ขึ้น อันจะเป็นการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนในโรงเรียน มีสุขภาวะที่ดี มีพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในอนาคต ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของประเทศต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
1 เพื่อศึกษาสถานการณ์ด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่โครงการพัฒนาเด็กและ เยาวชนในถิ่นทุรกันดาร (กพด.) 2 เพื่อสร้างกลไกความร่วมมือและพัฒนาผลงานโดดเด่นด้านการส่งเสริมภาวะโภชนาการในเด็กขาดสารอาหารเรื้อรัง

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ร้อยละของเด็ก 6 -14 ปี ในศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง”สูงดีสมส่วน 66 ร้อยละ
2.ชุดข้อมูลการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่โครงการพัฒนาเด็ก และเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรม สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี (กพด.) 1 ชุด
3.แนวทางความร่วมมือด้านการส่งเสริมภาวะโภชนาการในเด็กขาดสารอาหารเรื้อรัง 1 เรื่อง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : มีชุดข้อมูลการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่โครงการพัฒนาเด็ก และเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี (กพด.) 1 ชุด
2.เชิงปริมาณ : มีชุดข้อมูลภาวะการเจริญเติบโตของเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร 1 ชุด
3.เชิงปริมาณ : มีแนวทางความร่วมมือด้านการส่งเสริมภาวะโภชนาการในเด็กขาดสารอาหารเรื้อรัง 1 เรื่อง
4.เชิงปริมาณ : มีผลงานโดดเด่นด้านการส่งเสริมสุขภาพของโรงเรียนขยายการพัฒนาสู่ชุมชน ตามแนววิถีชีวิตใหม่ 4 เรื่อง
5.เชิงคุณภาพ : ร้อยละความพึงพอใจของภาคีเครือข่ายต่อการดำเนินงานโครงการ 80 ร้อยละ
6.เชิงเวลา : ร้อยละความสำเร็จในการดำเนินงานเสร็จ ตามระยะเวลาที่กำหนด 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1 วิเคราะห์ข้อมูลสถานการณ์การส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร (กพด.) 2 จัดทำแผนการดำเนินงาน 3 ดำเนินงานตามแผน 3.1 ศึกษาสถานการณ์ข้อมูลด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่โครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี (กพด.) 3.2 พัฒนาศักยภาพครู ศศช. และภาคีเครือข่ายในการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมของโรงเรียนขยายการพัฒนาสู่ชุมชนในถิ่นทุรกันดาร 3.3 ส่งเสริมการพัฒนาผลงานโดดเด่นด้านสุขภาพของโรงเรียนขยายการพัฒนาสู่ชุมชนตามแนววิถีชีวิตใหม่ ภายใต้สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) 3.4 เตรียมการรับเสด็จ และและเยี่ยมติดตามและสนับสนุนการแก้ไขปัญหาด้านสุขภาพของโรงเรียนร่วมกับชุมชน 4 ประเมินผลการดำเนินงานรายไตรมาส 5 สรุปผลการดำเนินงาน

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 พัฒนาศักยภาพครู ศศช. และภาคีเครือข่ายในการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมโรงเรียนขยายการพัฒนาสู่ชุมชนในถิ่นทุรกันดาร 1 ครั้ง 1 มี.ค. 2565 - 31 มี.ค. 2565 35,000.00
2 ส่งเสริมการพัฒนาผลงานโดดเด่นด้านสุขภาพของโรงเรียนขยายการพัฒนาสู่ชุมชนตามแนววิถีชีวิตใหม่ ภายใต้สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) 1 ครั้ง 1 พ.ค. 2565 - 31 พ.ค. 2565 25,000.00
3 ศึกษาสถานการณ์ข้อมูลด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่โครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี (กพด.) 2 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 30 พ.ค. 2565 70,000.00
4 เตรียมการรับเสด็จ และเยี่ยมติดตามและสนับสนุนการแก้ไขปัญหาด้านสุขภาพของโรงเรียนร่วมกับชุมชน 2 ครั้ง 1 มิ.ย. 2565 - 31 ส.ค. 2565 20,000.00
รวมเป็นเงิน 150,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
150,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 พ.ย. 2564 - 31 ส.ค. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง”(ศศช.) ในสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย จำนวน 281 แห่งใน 4 จังหวัดได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดตาก และจังหวัดน่าน

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
1 เด็กนักเรียนกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ กพด. 2 ครูผู้ช่วย/ ครูนิเทศ/ ครูอาสาสมัครศูนย์การเรียนรู้ชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง”(ศศช.) 3 พ่อ แม่ ผู้ปกครองเด็กกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ กพด. 4 เจ้าหน้าที่สาธารณสุข 5 อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) 6 เจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
1 สำนักส่งเสริมสุขภาพ สำนักโภชนาการ กรมอนามัย 2 ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่, ศูนย์อนามัยที่ 2 พิษณุโลก 3 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด/ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัด แม่ฮ่องสอน จังหวัดตาก และจังหวัดน่าน 4 สำนักส่งเสริมงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัด แม่ฮ่องสอน จังหวัดตาก และจังหวัดน่าน 5 ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอ/ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” (ศศช.)/ครู/ครูนิเทศ/นักเรียน 6 พ่อ แม่ ผู้ปกครองเด็กกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ กพด. 7 เจ้าหน้าที่สาธารณสุข 8 อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) 9 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1 นางสาวศุทธา อุ่นกาศ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 2 นางสาวอนงค์ คำตั๋น ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวศุทธา อุ่นกาศ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายวันเฉลิม ฤทธิมนต์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายสุรพันธ์ แสงสว่าง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธ์ุ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ
ลำดับที่ : 3

1. ชื่อโครงการ :
โครงการเสริมสร้างครอบครัวรอบรู้ “เลี้ยงดูลูกตามคำสอนพ่อ”ด้านสุขภาพ ในพื้นที่พัฒนาเพื่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตรและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมร

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
2) ร้อยละของเด็กอายุ 0-5 ปี มีพัฒนาการสมวัย

4. cluster :
คทง.โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 1 ) 1.1 ส่งเสริม “เลี้ยงดูลูกตามคำสอนพ่อ" ในพื้นที่โครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน
5.2 โครงการสำคัญ โครงการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมตามแนวทางโครงการพระราชดำริ และโครงการเฉลิมพระเกียรติ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) เพื่อสร้างหลักประกันให้คนมีชีวิตที่มีคุณภาพ และส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของคนทุกเพศทุกวัย เป้าหมายที่ 4 สร้างหลักประกันว่าทุกคนมีการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างครอบคลุมและเท่าเทียม และสนับสนุนโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิต ข้อ 4.2 สร้างหลักประกันว่าเด็กชายและเด็กหญิงทุกคนเข้าถึงการพัฒนา การดูแล และการจัดการศึกษาระดับก่อนประถมศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัยที่มีคุณภาพ ภายในปี 2573 เพื่อให้เด็กเหล่านั้นมีความพร้อมสำหรับการศึกษาระดับประถมศึกษา ซึ่งสอดรับตามแผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - พ.ศ. 2580) ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ มีเป้าหมายเพื่อการพัฒนาคนในทุกมิติและทุกช่วงวัยให้เป็นคนดีเก่ง และมีคุณภาพโดยคนไทยมีความพร้อมทั้งกาย จิตใจ สติปัญญามีพัฒนาการที่ดีรอบด้านและมีสุขภาวะที่ดี มีจิตสาธารณะรับผิดชอบต่อสังคม และผู้อื่นมีวินัยรักษาศีลธรรม และเป็นพลเมืองดีของชาติ มีหลักคิดที่ถูกต้อง มีทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 สอดคล้องกับหลักการพัฒนาประเทศในระยะแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับที่ 12 ยึดหลัก“ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง”“การพัฒนาที่ยั่งยืน”และ“คนเป็นศูนย์กลางการพัฒนา”เพื่อวางรากฐานให้คนไทยเป็นคนที่สมบูรณ์ เป็นคนเก่ง ที่มีทักษะความรู้ ความสามารถ และพัฒนาตนเองได้ต่อเนื่องตลอดชีวิต โดยการส่งเสริมเด็กปฐมวัยให้มีการพัฒนาทักษะทางสมอง และทางสังคมที่เหมาะสม เด็กวัยเรียนและวัยรุ่นมีทักษะการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ สอดรับกับแผนการพัฒนาพื้นที่ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของชาติ พ.ศ. 2561 – 2564 ตามยุทธศาสตร์ที่ 2 การเสริมสร้างศักยภาพและภูมิคุ้มกันของคน ชุมชน และพื้นที่เป้าหมาย โดยการสร้างโอกาสการเข้าถึงบริการพื้นฐานและองค์ความรู้ต่างๆ จัดบริการการศึกษา บริการสาธารณสุข และบริการสวัสดิการสังคมต่างๆ ให้กับคนและชุมชนอย่างทั่วถึงเป็นธรรมเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในโอกาส และการเข้าถึงบริการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ดำเนินงานโครงการครอบครัวรอบรู้ “เลี้ยงดูลูกตามคำสอนพ่อ” ในพื้นที่ชายแดนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรม นาถบพิตรและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรม ราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อสร้างโอกาส การเข้าถึงบริการและองค์ความรู้ต่างๆด้านสุขภาพ ให้กับครอบครัวและชุมชนอย่างทั่วถึง เป็นธรรม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในโอกาสและการเข้าถึงบริการ เสริมสร้างคนให้เป็นรั้วของชาติมีความเข้มแข็งทางความคิด คิดเป็น คิดได้ และตัดสินใจเป็น จากการสำรวจการเข้าถึงบริการสุขภาพของมารดาและเด็กปฐมวัย ในพื้นที่พัฒนาเพื่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กลุ่มสนับสนุนวิชาการและการวิจัย สำนักส่งเสริมสุขภาพ 2562) พบว่า มารดาช่วงตั้งครรภ์ส่วนใหญ่ รับบริการฝากครรภ์สูง ถึงร้อยละ 95.24 มาฝากครรภ์ครั้งแรกเมื่ออายุครรภ์น้อยกว่า 12 สัปดาห์ เพียงร้อยละ 43.96 หญิงตั้งครรภ์ได้รับการประเมินความเสี่ยงร้อยละ 64.00 ได้รับการตรวจสุขภาพช่องปาก ร้อยละ 51.00 ได้รับวิตามินไอโอดีนธาตุเหล็กและโฟลิก ร้อยละ 91.76 และกินวิตามินเสริมโฟลิก ไอโอดีนและธาตุเหล็กทุกวันร้อยละ 83.33 ซึ่งการให้บริการ 4 รายการ ไม่บรรลุตามเป้าหมาย สำหรับความครอบคลุมการได้รับบริการเด็กปฐมวัย ตามสิทธิประโยชน์ พบว่า ทารกแรกคลอดมีน้ำหนักน้อยกว่า 2,500 กรัม ร้อยละ 7.04 เด็กปฐมวัยได้รับการตรวจสุขภาพช่องปากเพียง ร้อยละ 58.97 และพบเด็กปฐมวัย มีปัญหาช่องปาก ร้อยละ 49.21 การได้รับยาน้ำเสริมธาตุของเด็กปฐมวัย ได้รับ ร้อยละ 44.09 และกินยาน้ำเสริมธาตุเป็นบางครั้ง ร้อยละ 55.56 กินเป็นประจำ ร้อยละ 22 .22 โดยสรุป เด็กปฐมวัยได้บริการไม่บรรลุตามเป้าหมาย และพบว่า เด็กปฐมวัยมีพัฒนาการสมวัย ร้อยละ 65.40 พัฒนาการสงสัยล่าช้า ร้อยละ 34.60 เมื่อจำแนกพัฒนาการสงสัยล่าช้ารายด้าน พบว่า ด้านภาษาและการใช้ภาษา พบสงสัยล่าช้ามากที่สุดร้อยละ 31.44 รองลงมาสงสัยล่าช้าด้านกล้ามเนื้อมัดเล็กและการปรับตัวร้อยละ17.84 ซึ่งพัฒนาการทั้ง 2 ด้าน เป็นปัจจัยพื้นฐานที่ส่งผลต่อการเรียนรู้และสติปัญญาของเด็ก ส่วนปัจจัยที่มีความเสี่ยงต่อการพัฒนาเด็กปฐมวัย ได้แก่ ภาวะทุพโภชนาการ ทั้งในส่วนของการขาดและโภชนาการเกิน พ่อแม่ ผู้ปกครองขาดความรู้ ความเข้าใจและขาดการกระตุ้นพัฒนาการที่เหมาะสม ขาดการเตรียมความพร้อมระหว่างรอยเชื่อมต่อ ช่วงปฐมวัยไปยังระดับประถมศึกษา จากข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าเด็กปฐมวัยในพื้นที่พัฒนาเพื่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีแนวโน้มของปัญหาพัฒนาการล่าช้า หากเด็กไม่ได้รับการดูแลช่วยเหลืออย่างเหมาะสมก่อนอายุ 5 ปี อาจกลายเป็นเด็กที่มีปัญหาด้านการเรียน “อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ คิดไม่เป็น” ทำให้เสี่ยงต่อการหลุดจากระบบการศึกษา เกิดปัญหาด้านพฤติกรรมอื่นๆ ตามมา เช่น ความรุนแรง เกี่ยวข้องกับปัญหายาเสพติดทั้งการปลูก การผลิต การเสพ การลำเลียงและการค้า ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ดังนั้นในปีงบประมาณ 2564 ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการดำเนินงาน“เลี้ยงดูลูกตามคำสอนพ่อ” จึงได้จัดทำโครงการเสริมสร้างครอบครัวรอบรู้ “เลี้ยงดูลูกตามคำสอนพ่อ”ด้านสุขภาพ เด็กปฐมวัย ในพื้นที่พัฒนาเพื่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตรและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เขตกองทัพภาคที่ 3 ขึ้น เพื่อเสริมสร้างความรอบรู้การเลี้ยงดูลูกตามคำสอนพ่อ ในเด็กปฐมวัย ให้กับภาคีเครือข่าย ใช้ในการวางแผนการส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ ตามคุณธรรม 8 ประการ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
1 เพื่อสร้างวิทยากรแกนนำ (พ่อแม่/ผู้ปกครอง/ครู/แกนนำชุมชน) ให้ใช้นวัตกรรมส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ “เลี้ยงดูลูกตามคำสอนพ่อ” ในเด็กปฐมวัย ได้ 2 เพื่อสร้างวิทยากรแกนนำ (เจ้าหน้าที่สาธารณสุข) เป็นนักส่งเสริมพัฒนาการรอบรู้ด้านสุขภาพ 3 เพื่อให้ภาคีเครือข่าย (พ่อ/แม่/ผู้ปกครอง/ครู) มีความรู้ และทักษะในการส่งเสริมพัฒนาการเด็ก และการเรียนรู้เด็ก “เลี้ยงดูลูกตามคำสอนพ่อ” ในเด็กปฐมวัย ตามคุณธรรม 8 ประการ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงได้ 4 เพื่อสร้างระบบการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย โดยใช้เครื่องมือประเมินและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย (0-5ปี) กลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง ในพื้นที่หมู่บ้านพัฒนาเพื่อความมั่นคงพื้นที่ชายแดนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (หมู่บ้าน พมพ.)

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.วิทยากรแกนนำชุมชน ในการใช้นวัตกรรมส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ “เลี้ยงดูลูกตามคำสอนพ่อ” 200 คน
2.นักส่งเสริมพัฒนาการรอบรู้ด้านสุขภาพ 50 คน
3.อาสาครอบครัวต้นแบบความรอบรู้ด้านสุขภาพ “เลี้ยงดูลูกตามคำสอนพ่อ คุณธรรม 8 ประการ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” 500 ครอบครัว
4.ขยายผลการใช้เครื่องมือประเมินและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย (0-5ปี) กลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง ในพื้นที่หมู่บ้านพัฒนาเพื่อความมั่นคงพื้นที่ชายแดนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (หมู่บ้าน พมพ.) 1 แห่ง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : มีอาสาสมัครครอบครัว ในการเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพประชาชนในชุมชน 500 คน
2.เชิงปริมาณ : ระบบประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย โดยใช้เครื่องมือประเมินและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย (0-5ปี) กลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง 1 ระบบ
3.เชิงปริมาณ : มีวิทยากรแกนนำชุมชน ใช้นวัตกรรมส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ “เลี้ยงดูลูกตามคำสอนพ่อ” 200 คน
4.เชิงปริมาณ : มีนักส่งเสริมพัฒนาการรอบรู้ด้านสุขภาพ 50 คน
5.เชิงคุณภาพ : ร้อยละความพึงพอใจของภาคีเครือข่ายต่อการดำเนินงานโครงการ 80 ร้อยละ
6.เชิงคุณภาพ : ร้อยละเด็กปฐมวัย (0-5ปี) ทั้งหมดตามช่วงอายุที่กำหนด ในพื้นที่หมู่บ้านพัฒนาเพื่อความมั่นคงพื้นที่ชายแดนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (หมู่บ้าน พมพ.) ได้รับการคัดกรองพัฒนาการ 85 ร้อยละ
7.เชิงเวลา : ดำเนินการแล้วเสร็จ ตามระยะเวลาที่กำหนด 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1. วิเคราะห์ข้อมูลสถานการณ์ครอบครัวรอบรู้ “เลี้ยงดูลูกตามคำสอนพ่อ”ด้านสุขภาพ ในพื้นที่พัฒนาเพื่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ฯ 2. จัดทำแผนการดำเนินงาน 3. ดำเนินงานตามแผน 3.1 ประสานพื้นที่การดำเนินงาน 3.2 ขับเคลื่อนการดำเนินงานการส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ “เลี้ยงดูลูกตามคำสอนพ่อ” ตามคุณธรรม 8 ประการ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ผ่านกิจกรรมสำคัญ 2 กิจกรรม ได้แก่ 3.2.1 เสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพในการส่งเสริมพัฒนาการ และการเรียนรู้ “เลี้ยงดูลูกตามคำสอนพ่อ” 3.2.2 ส่งเสริมการมีส่วนร่วมการสร้างเสริมสุขภาพและการส่งเสริมพัฒนาการเด็ก ตลอดจนการสร้างการเรียนรู้ให้พ่อแม่ ผู้ปกครอง ภาคีเครือข่ายภาคประชาชน 3.3 ขยายผลการใช้เครื่องมือประเมินและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย (0-5ปี) กลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูงในพื้นที่หมู่บ้านพัฒนาเพื่อความมั่นคงพื้นที่ชายแดนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (หมู่บ้าน พมพ.) 3.4 ติดตามการดำเนินงานส่งเสริมการมีส่วนร่วมการส่งเสริมพัฒนาการเด็ก และการเรียนรู้ 4. ประเมินผลการดำเนินงานรายไตรมาส 5. สรุปผลการดำเนินงาน

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ผลิตเครื่องมือประเมินและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย (0-5ปี) ในกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง 1 ชุด 1 พ.ย. 2564 - 30 พ.ย. 2564 120,000.00
2 ผลิตสื่อเลี้ยงลูกตามคำสอนพ่อ 1 ชุด 1 ม.ค. 2565 - 31 ม.ค. 2565 70,000.00
3 ติดตามการดำเนินงานส่งเสริมการมีส่วนร่วมการการส่งเสริมพัฒนาการเด็ก และการเรียนรู้ 2 ครั้ง 1 ก.ค. 2565 - 31 ส.ค. 2565 39,640.00
4 เสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ ในการส่งเสริมพัฒนาการ และการเรียนรู้ ตามหลักสูตร“เลี้ยงดูลูกตามคำสอนพ่อ” 250 คน 1 เม.ย. 2565 - 31 พ.ค. 2565 120,360.00
รวมเป็นเงิน 350,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
350,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 พ.ย. 2564 - 31 ส.ค. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
หมู่บ้านพัฒนาเพื่อความมั่นคงพื้นที่ชายแดนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (หมู่บ้าน พมพ.) และหมู่บ้านยามชายแดน ในจังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน และจังหวัดตาก จำนวน48 หมู่บ้าน

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
กลุ่มเป้าหมาย 1. เด็กปฐมวัย 2. อาสาสมัครครอบครัว 3. วิทยากรแกนนำชุมชน 4. พ่อแม่ ผู้ปกครอง 5. ภาคีเครือข่ายในชุมชน ผู้ร่วมดำเนินการ 1. หน่วยบริการสาธารณสุข 2. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 3. โรงเรียน 4. ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
1 กรมอนามัย 2 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน และจังหวัดตาก 3 หน่วยบริการสาธารณสุขอำเภอ 4 โรงเรียน 5 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 6 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1 นายวันเฉลิม ฤทธิมนต์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 2 นางสาวปวีณา ทองคำ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวปวีณา ทองคำ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายวันเฉลิม ฤทธิมนต์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายสุรพันธ์ แสงสว่าง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธ์ุ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ
ลำดับที่ : 4

1. ชื่อโครงการ :
โครงการเตรียมความพร้อมวัยทำงานกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูงตอนปลาย (45 – 59 ปี) ด้านอาหารและโภชนาการเพื่อเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
12) ร้อยละของวัยทำงานอายุ 25-59 ปี ที่มีการเตรียมการเพื่อยามสูงอายุโดยการมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

4. cluster :
วัยทำงาน

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 26 ) 8.1 การเตรียมความพร้อมประชากรไทยด้านอาหารและโภชนาการเพื่อเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ
5.2 โครงการสำคัญ โครงการชุมชนเป็นฐานจัดการครอบครัวรอบรู้สุขภาพ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
ภายใต้แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมตามแผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติ ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560 - 2564) ได้กำหนดประเด็นยุทธศาสตร์การส่งเสริมสุขภาพ 5 กลุ่มวัย ได้แก่ ส่งเสริมการเกิดและเติบโตคุณภาพ ส่งเสริมเด็กวัยเรียน ให้แข็งแรงและฉลาด ส่งเสริมพฤติกรรมอนามัยการเจริญพันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับวัยรุ่น ส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานที่พึงประสงค์ และส่งเสริมผู้สูงอายุไทยเพื่อเป็นหลักชัยของสังคม โดยกลุ่มวัยทำงานเป็นกลุ่มวัย ที่สำคัญในประเทศไทย จากข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติ 2563 พบว่ามีจำนวนประชากรในกลุ่มวัยนี้ คิดเป็นร้อยละ 64.44 ของประชากรไทยทั้งหมด ทั้งนี้วัยทำงานตอนปลาย อายุ 45 - 59 ปี ก่อนย่างเข้าสู่ วัยสูงอายุ ซึ่งเป็นวัยที่สำคัญ เป็นช่วงวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงของสภาวะสุขภาพร่างกาย เนื่องจากร่างกายผลิตฮอร์โมนเพศน้อยลง และมีความเสื่อมของร่างกายตามวัย ทำให้ปัญหาสุขภาพที่แตกต่างจากกลุ่มวัยอื่น ในปี 2564 กรมอนามัยมีการสำรวจพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์วัยทำงาน เพื่อศึกษาสถานการณ์พฤติกรรมเสี่ยงด้านสุขภาพที่มีเกี่ยวข้องกับการเกิดโรค/การควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ของประชากรวัยทำงาน ใช้แบบประเมินตนเอง (self assessment) ผ่าน application H4U ประชากรตัวอย่าง คือประชากรวัยทำงานอายุระหว่าง 15 - 59 ปี ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย 77 จังหวัด มีประชากรวัยทำงานตอนปลาย อายุ 45 - 59 ปี จำนวน 107,805 คน คิดเป็นร้อยละ 43.50 ของประชากรกลุ่มตัวอย่างวัยทำงานที่ศึกษาทั้งหมด พบว่ากลุ่มนี้ มีดัชนีมวลกายปกติ ร้อยละ 35.87 สำหรับข้อมูลพฤติกรรมสุขภาพ พบว่า พฤติกรรมการบริโภค ประชากร วัยทำงานกินผัก 5 ทัพพีทุกวัน ร้อยละ 49.22, ไม่เติมเครื่องปรุงรสเค็มในอาหารเลย ร้อยละ 29.94 และไม่ดื่มเครื่องดื่มรสหวานเลย ร้อยละ 21.65 พฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ และพฤติกรรมการบริโภค เป็นพฤติกรรมสำคัญของกลุ่มวัยทำงานตอนปลาย อายุ 45 - 59 ปี จากข้อมูลจะพบว่าข้อมูลรายพฤติกรรมของกลุ่มวัยทำงาน ที่ศึกษา ยังมีบางประเด็นที่น่าเป็นห่วง โดยเฉพาะพฤติกรรมการบริโภคอาหาร วัยทำงานตอนปลาย อายุ 45 - 59 ปี กลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในชุมชน มีวิธีชีวิตและการดูแลสุขภาพที่แตกต่างกันไปตามบริบทของแต่ละชนเผ่า และชุมชนที่อาศัยอยู่ ในปี 2564 ศูนย์อนามัย กลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ ได้สำรวจข้อมูลการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ประชากรวัยทำงานกลุ่มชาติพันธุ์อายุระหว่าง 15 - 59 ปี พื้นที่หมู่บ้านพัฒนาเพื่อความมั่นคงพื้นที่ชายแดน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ (หมู่บ้าน พมพ.) และหมู่บ้านยามชายแดน จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน และจังหวัดตาก จำนวน 1,480 คน พบว่ากลุ่มนี้ มีดัชนีมวลกายปกติ (18.50 - 22.99 กิโลกรัม/เมตร²) ร้อยละ 44.5 รองลงมาได้แก่ อ้วนระดับ 1 (25.0 - 29.9 กิโลกรัม/เมตร²) ร้อยละ 21.5 และน้ำหนักเกิน/ท้วม (23.00 - 24.99 กิโลกรัม/เมตร²) ร้อยละ 19.8 และส่วนใหญ่ไม่มีโรคประจำตัว ร้อยละ 91.4 มีโรคประจำตัว ร้อยละ 8.6 ส่วนใหญ่เป็นโรคความดันโลหิตสูง รองลงมาได้แก่ โรคไมเกรน โรคไขมันในเลือดสูง ตามลำดับ สำหรับข้อมูลพฤติกรรมสุขภาพ พบว่า พฤติกรรมการบริโภค ประชาชนวัยทำงาน กินผักทุกวันละ 5 ทัพพี ( 1 ทัพพี = 3 ช้อนกินข้าว) ร้อยละ 51.5 ไม่เติมเครื่องปรุงรสเค็มเพิ่มในอาหารที่กิน ร้อยละ 20.2 ไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีรสหวาน ร้อยละ 17.8 ข้อมูลที่พบมีความสอดคล้องกับผลการศึกษาของกรมอนามัย ที่พบว่ากลุ่มทำงานตอนปลาย อายุ 45 – 59 ปี ยังมีพฤติกรรมสุขภาพที่ยังไม่พึงประสงค์ในหลายด้าน ซึ่งจำเป็นต้องการมีส่งเสริมสุขภาพ ให้วัยทำงานมีพฤติกรรมที่พึงประสงค์ให้มากขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นผู้สูงวัยที่มีสุขภาพดี ลดพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเป็นโรคติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และลดการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร การส่งเสริมสุขภาพประชากรวัยทำงานตอนปลาย อายุ 45 -59 ปี กลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง จึงมีความสำคัญ โดยเฉพาะพฤติกรรมการบริโภค ควรได้รับอาหารที่เหมาะสมตามบริบทชนเผ่า และถูกตาม หลักโภชนาการ ดังนั้น ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ จึงได้จัดทำโครงการ เตรียมความพร้อมวัยทำงานกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูงตอนปลาย (45 – 59 ปี) ด้านอาหารและโภชนาการ เพื่อเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพขึ้น เพื่อให้กลุ่มวัยทำงานตอนปลายอายุ 45-59 ปี ได้รับการดูแลส่งเสริมสุขภาพให้เหมาะสม เพื่อให้เป็นประชาชนที่มีสุขภาพดีสมวัย ลดโรคที่สามารถป้องกันได้ และก้าวเข้าสู่วัยสูงอายุอย่างมีคุณภาพ

8. วัตถุประสงค์ :
เพื่อสร้างเมนูชูสุขภาพกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง สำหรับวัยทำงานตอนปลาย (45 – 59 ปี)

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เมนูชูสุขภาพกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง 3 รายการ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : เมนูอาหารกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูงที่ได้พัฒนาเป็นเมนูชูสุขภาพ 3 รายการ
2.เชิงคุณภาพ : เมนูอาหารกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูงผ่านการรับรองเมนูชูสุขภาพจากกรมอนามัย 3 รายการ
3.เชิงเวลา : การดำเนินโครงการเสร็จสิ้นตามระยะเวลา 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1 ศึกษาข้อมูลพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ (ด้านอาหาร และโภชนาการ) 2 จัดทำแผนการดำเนินงาน 3 ดำเนินงานตามแผน 3.1 ประสานความร่วมมือและชี้แจงการดำเนินงานกับหน่วยงานและชุมชนที่เกี่ยวข้อง 3.2 เตรียมความพร้อมวัยทำงานกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูงตอนปลาย (45 – 59 ปี) ด้านอาหารและโภชนาการเพื่อเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ 3.3 เผยแพร่เมนูชูสุขภาพกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง 4 ประเมินผลการดำเนินงานรายไตรมาส 5 สรุปผลการดำเนินงาน

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 เตรียมความพร้อมวัยทำงานกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูงตอนปลาย (45 – 59 ปี) ด้านอาหารและโภชนาการเพื่อเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ 1 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 24,340.00
2 เผยแพร่เมนูชูสุขภาพ กลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง 1 ครั้ง 1 พ.ค. 2565 - 31 พ.ค. 2565 8,860.00
รวมเป็นเงิน 33,200.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
33,200.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ธ.ค. 2564 - 31 พ.ค. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
พื้นที่หมู่บ้านพัฒนาเพื่อความมั่นคงพื้นที่ชายแดนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (หมู่บ้าน พมพ.) และหมู่บ้านยามชายแดน จังหวัดแม่ฮ่องสอน

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
กลุ่มเป้าหมาย วัยทำงานกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูงตอนปลาย (45 – 59 ปี) พื้นที่หมู่บ้านพัฒนาเพื่อความมั่นคงพื้นที่ชายแดนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (หมู่บ้าน พมพ.) และหมู่บ้านยามชายแดน จังหวัดแม่ฮ่องสอน ผู้ร่วมดำเนินการ 1 ประชาชน ผู้นำชุมชน และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน 2 หน่วยงานสาธารณสุข 3 ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบและแรงงานข้ามชาติ

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
วัยทำงานกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูงตอนปลาย (45 – 59 ปี) พื้นที่หมู่บ้านพัฒนาเพื่อความมั่นคงพื้นที่ชายแดนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (หมู่บ้าน พมพ.) และหมู่บ้านยามชายแดน

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1 นางสาวอนงค์ คำตั๋น ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 2 นางสาวศุทธา อุ่นกาศ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวอนงค์ คำตั๋น ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายวันเฉลิม ฤทธิมนต์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายสุรพันธ์ แสงสว่าง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธ์ุ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ
ลำดับที่ : 5

1. ชื่อโครงการ :
โครงการส่งเสริมการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
15) ร้อยละของผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงได้รับการดูแล ตาม Care Plan

4. cluster :
วัยผู้สูงอายุ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 38 ) 11.2 พัฒนาระบบ Long Term Care และ Intermediate care in Community
5.2 โครงการสำคัญ โครงการขับเคลื่อนระบบการส่งเสริมสุขภาพดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงระยะยาวแบบบูรณาการ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
หลายประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญกับสังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) ตามคำนิยามขององค์การสหประชาชาติที่กำหนดสัดส่วนของประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป มากกว่าร้อยละ 10 ของประชากรทั้งประเทศ ซึ่งจะเข้าสู่สังคมสูงอายุโดยสมบูรณ์ (Complete - Aging Society) เมื่อมีสัดส่วนของประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปเกินร้อยละ 20 และเข้าสู่สังคมสูงอายุระดับสุดยอด (Super- Aging Society) เมื่อมีสัดส่วนของประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปเกินร้อยละ 28 ตามลำดับ องค์การสหประชาชาติคาดการณ์ว่าโลกจะเข้าสู่ระดับสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society) ในปี 2050 กว่า 14% ของประชากรทั้งหมดจะมีอายุ 65 ปีขึ้นไป เท่ากับว่าในปี 2050 สัดส่วนประชากร 1 ใน 4 บนโลกจะมีอายุมากว่า 65 ปี (เพิ่มขึ้นจาก 1 ใน 11 คนในปี 2011) ในขณะที่จำนวนประชากรผู้ที่มีอายุ 80 ปีขึ้นไป มีโอกาสเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่าจาก 143 ล้านคนในปี 2019 ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีจำนวนทั้งสิ้น 426 ล้านคนในปี 2050 สำหรับสถานการณ์ผู้สูงอายุประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2563 มีประชากรผู้สูงอายุสูงถึงร้อยละ 18.24 ของประชากรทั้งประเทศ และมีแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของประชากรผู้สูงอายุร้อยละ 3.6 ต่อปี (คิดเป็น 400,000 คนต่อปี) ซึ่งตามการคาดประมาณการประชากรประเทศไทยของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2562) คาดการณ์ว่า ในปี พ.ศ. 2566 จะมีประชากรผู้สูงอายุสูงถึงร้อยละ 20.66 ของประชากรทั้งประเทศ และคาดว่าในปี พ.ศ. 2578 จะมีประชากรผู้สูงอายุสูงถึงร้อยละ 28.55 ของประชากรทั้งประเทศ ทั้งนี้การเตรียมการเพื่อรองรับสถานการณ์สังคมสูงอายุจึงเป็นประเด็นที่สำคัญ เนื่องจากผู้สูงอายุเป็นกลุ่มเสี่ยงด้านสุขภาพ ซึ่งกระทบต่องบประมาณด้านการรักษาพยาบาล โดยสำนักงานวิจัยเพื่อการพัฒนาหลักประกันสุขภาพไทย ได้คาดประมาณการด้านงบประมาณในการดูแลระยะยาวสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง เฉลี่ยประมาณ 15,000 ล้านบาทต่อปี ทั้งนี้ประเทศไทยเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ ศาสนา ภาษา วิถีชีวิต วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ “กลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง” (หรือ“ชนชาวเขา”) เป็นประชากรกลุ่มหนึ่งของสังคมไทย ที่มีถิ่นที่อยู่หรืออาศัยในพื้นที่ห่างไกล ยังไม่ได้รับการพัฒนาและเข้าถึงบริการต่างๆ จากรัฐอย่างทั่วถึง ซึ่งปัญหาดังกล่าว ก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำ และไม่เป็นธรรมในสังคม (แผนส่งเสริมการอยู่ร่วมกัน ภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมในประเทศไทย พ.ศ.2561-2564, สภาความมั่นคงแห่งชาติ) กลุ่มชาติพันธุ์ เป็นกลุ่มที่ถูกกระบวนการทางสังคมผลักดันให้ตกอยู่ในสถานะบุคคลชายขอบของสังคมนับจากอดีตจวบจนปัจจุบัน มักถูกลิดรอนสิทธิความเป็นมนุษย์สิทธิความเป็นพลเมืองและสิทธิทางวัฒนธรรม ด้วยเหตุปัจจัยดังกล่าวกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าจึงมีความเปราะบาง สุ่มเสี่ยงต่อความไม่มั่นคงในชีวิตทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม จากการคาดประมาณประชากรผู้สูงอายุกลุ่มชาติพันธุ์ ของศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ พบว่าในปี 2563 มีผู้สูงอายุกลุ่มชาติพันธุ์ทั้งสิ้น 141,959 คน คิดเป็นร้อยละ 13.4 ของประชากรกลุ่มชาติพันธุ์ทั้งประเทศ ส่วนข้อมูลด้านสุขภาพการสำรวจสถานการณ์สุขภาพผู้สูงอายุกลุ่มชาติพันธุ์ (พื้นที่หมู่บ้านพัฒนาเพื่อความมั่นคงพื้นที่ชายแดนอันเนื่องพระราชดำริ) โดยศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ ปีงบประมาณ 2564 พบว่า ในประเด็นความสามารถในการประกอบกิจวัตรประจำวัน (ADL) พบผู้สูงอายุอยู่ในภาวะพึ่งพิงสูงถึงร้อยละ 26.9 ส่วนการได้รับการดูแล ส่วนใหญ่ร้อยละ 80.2 ไม่ได้รับการวางแผนการดูแลสุขภาพ (Care Plan) ผู้ดูแลส่วนใหญ่เป็นลูกหลาน ซึ่งอาจขาดความรู้ความเข้าใจในการดูแลที่ถูกต้อง ในส่วนของมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์พบว่าผ่านเกณฑ์เพียงร้อยละ 8.4 ซึ่งสถานการณ์เหล่านี้บ่งชี้ถึงการเข้าไม่ถึงบริการและสิทธิประโยชน์ทางด้าน สาธารณสุขของผู้สูงอายุกลุ่มชาติพันธุ์ที่พึงควรได้รับ ดังนั้น การส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งเป็นกลุ่มประชากรเฉพาะอยู่ในพื้นที่ห่างไกลและทุรกันดารจึงเป็นประเด็นสำคัญ โดยเฉพาะประเด็นการเข้าถึงการประเมินคัดกรองและการได้รับการดูแลสุขภาพเบื้องต้น เพื่อป้องกันและเฝ้าระวังไม่ให้เกิดความเจ็บป่วย หากไม่ได้รับการจัดการ ป้องกัน แก้ไข อย่างถูกต้องเหมาะสมแล้ว ย่อมส่งผลกระทบต่อความสูญเสียหลายด้าน ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ เวลา และงบประมาณอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ดังนั้น ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาแนวทางการเข้าถึงการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูงขึ้น โดยคาดหวังว่าจะส่งผลให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดี อยู่ในสังคมอย่างมีศักดิ์ศรีเข้าถึงบริการสาธารณสุขอย่างถ้วนหน้าและเท่าเทียม

8. วัตถุประสงค์ :
1 เพื่อจัดทำแนวทางการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง 2 เพื่อประเมินความสามารถในการประกอบกิจวัตรประจำวัน (ADL) ของผู้สูงอายุกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.แนวทางการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง 1 เรื่อง
2.ผู้สูงอายุกลุ่มชาติพันธุ์ ในพื้นที่เป้าหมายได้รับการดูแลสุขภาพ 1 แห่ง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : มีแนวทางการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง 1 เรื่อง
2.เชิงปริมาณ : ผู้สูงอายุกลุ่มชาติพันธุ์ ที่ได้รับการประเมินความสามารถในการประกอบกิจวัตรประจำวัน (ADL) 5993 คน
3.เชิงคุณภาพ : ผู้สูงอายุในพื้นที่เป้าหมาย ได้รับการดูแลตามมาตรฐาน Care Plan 80 ร้อยละ
4.เชิงคุณภาพ : ผู้สูงอายุกลุ่มชาติพันธุ์ ที่ได้รับการประเมินความสามารถในการประกอบกิจวัตรประจำวัน (ADL) ตามสมุดบันทึกสุขภาพ (Bluebook) 5993 คน
5.เชิงคุณภาพ : แนวทางการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง ผ่านการจัดทำอย่างถูกต้องทางวิชาการ 1 เรื่อง
6.เชิงเวลา : การดำเนินงานเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนด 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1 ศึกษาแนวทางการดำเนินงาน 1.1 แนวทางการดำเนินงานการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุตาม Care Plan 1.2 การประเมินความสามารถในการประกอบกิจวัตรประจำวัน (ADL) 1.3 การใช้งานสมุดบันทึกสุขภาพผู้สูงอายุ (Blue Book) 2 ร่วมวางแผนการดำเนินงานกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายในพื้นที่ 3 ดำเนินการตามแผน 3.1 พัฒนาแนวทางการดำเนินงานการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุตาม Care Plan 3.2 ประเมินและส่งเสริมการใช้งานสมุดบันทึกสุขภาพผู้สูงอายุ (Blue Book) 4 ติดตาม ประเมินผลรายไตรมาส และถอดบทเรียนแนวทางการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุกลุ่มชาติพันธุ์ บนพื้นที่สูง 5 สรุปผลการดำเนินงาน

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ปรึกษาแนวทางการดำเนินงาน 1 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 15,000.00
2 ประชุมชี้แจงแนวทางการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง 1 ครั้ง 1 ม.ค. 2565 - 31 ม.ค. 2565 35,000.00
3 ประชุมติดตาม ประเมินผล และถอดบทเรียนแนวทางการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง 1 ครั้ง 1 ก.ค. 2565 - 31 ก.ค. 2565 39,000.00
4 ประเมินและส่งเสริมการใช้สมุดบันทึกสุขภาพ และสนับสนุนการดำเนินงานตาม Care Plan 2 ครั้ง 1 ก.พ. 2565 - 30 เม.ย. 2565 30,000.00
รวมเป็นเงิน 119,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
119,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ธ.ค. 2564 - 31 ก.ค. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
พื้นที่อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
1 ผู้สูงอายุ 2 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด 3 สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ 4 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล 5 โรงพยาบาลชุมชน 6 นักจัดการการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน (Care Manager) 7 ผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Caregiver) 8 อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน 9 นายอำเภอ/ปลัดอำเภอ/ท้องถิ่นอำเภอ/กำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน 10 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 11 ประชาชนกลุ่มอื่นๆ

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
1 ผู้สูงอายุกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง 2 นักจัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) 3 ผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Caregiver) 4 อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน 5 กำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน 6 ประชาชนทั่วไป 7 หน่วยงานภายในกรมอนามัย 8 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและอำเภอ 9 โรงพยาบาลชุมชน 10 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล 11 องค์กรปกครองบริหารส่วนท้องถิ่น

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1 นายอนุชา รักสนิท ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 2 นางสาวอนงค์ คำตั๋น ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นายอนุชา รักสนิท ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายสุรพันธ์ แสงสว่าง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายสุรพันธ์ แสงสว่าง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธ์ุ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ
ลำดับที่ : 6

1. ชื่อโครงการ :
โครงการส่งเสริมและเฝ้าระวังอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ

2. ยุทธศาสตร์ :
2 สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อสุขภาพ

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
17) ร้อยละขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมได้ตามมาตรฐานที่กำหนดและมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพดี

4. cluster :
คทง.โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 8 ) 1.8 พัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมพื้นที่โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ
5.2 โครงการสำคัญ โครงการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมตามแนวทางโครงการพระราชดำริ และโครงการเฉลิมพระเกียรติ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
ปัจจัยด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมถือได้ว่าปัจจัยด้านหนึ่งที่ความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับสุขภาพและคุณภาพชีวิตของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นทั้งปัจจัยทางกายภาพ เคมี ชีวภาพ สังคม และจิตวิทยา ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งสิ้น โดยเฉพาะประเด็นเรื่องคุณภาพน้ำ ซึ่งน้ำถือได้ว่าเป็นปัจจัยที่มีสำคัญและเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญในการดำรงชีวิต คนเราสามารถอดอาหารได้ เป็นเวลานานๆ โดยไม่เสียชีวิต แต่ถ้าต้องอดน้ำก็จะตายในเวลารวดเร็ว ข้อพิจารณาพื้นฐานในการจัดบริการ น้ำบริโภคของชุมชนที่สำคัญ จะต้องมีปริมาณที่เพียงพอแก่ความต้องการ ซึ่งสอดรับกับเป้าหมาย SDG เป้าหมายที่ 2 ยุติความหิวโหย บรรลุความมั่นคงทางอาหารและยกระดับโภชนาการ และส่งเสริมเกษตรกรรมที่ยั่งยืน และเป้าหมายที่ 6 สร้างหลักประกันว่าจะมีการจัดให้มีน้ำและสุขอนามัยสำหรับทุกคน และมีการบริหารจัดการที่ยั่งยืน สำหรับการใช้น้ำขั้นพื้นฐานกำหนดที่ 5 ลิตรต่อคนต่อวัน ครอบคลุมถึงน้ำดื่ม น้ำที่ใช้เตรียมปรุงประกอบอาหารและล้างหน้าแปรงฟัน โดยต้องคำนึงถึงปัจจัยอื่นๆด้วย เช่น ลักษณะภูมิอากาศ พฤติกรรมการใช้น้ำระยะทางการเข้าถึงแหล่งน้ำ เป็นต้น สำหรับด้านคุณภาพจะต้องเป็นน้ำที่สะอาดปลอดภัยปราศจากเชื้อโรคไม่มีสารละลายและสิ่งเจือปนต่างๆ ที่เป็นอันตรายหรืออาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคทั้งด้านกายภาพ เคมีและชีววิทยาตามเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำบริโภค จึงจะป้องกันการเจ็บป่วยจากโรคที่เกิดจากน้ำเป็นสื่อได้ ในพื้นที่โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ โดยส่วนมากจะเป็นพื้นที่ในถิ่นทุรกันดารบนพื้นที่สูงมีระยะทางห่างไกล ลักษณะน้ำที่ใช้ในการอุปโภคและบริโภคส่วนใหญ่เป็นน้ำประปาภูเขาที่ไม่ได้รับการปรับปรุงคุณภาพ ซึ่งทำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เหล่านี้ มีโอกาสเสี่ยงในการอุปโภคและบริโภคน้ำที่ไม่สะอาดและอาจมีการปนเปื้อนของสิ่งก่อโรคต่างๆ จนอาจทำให้เกิดการเจ็บป่วยทั้งแบบเฉียบพลันและเรื้อรังได้ในอนาคต ในปี 2562-2564 ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ ซึ่งมีบทบาทในการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภคในศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา“แม่ฟ้าหลวง” จำนวนทั้งสิ้น 281 แห่ง ประกอบไปด้วยศูนย์การเรียนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดน่าน และจังหวัดตาก ซึ่งศูนย์ได้มีการเก็บตัวอย่างน้ำบริโภคส่งตรวจสอบคุณภาพทางห้องปฏิบัติการ จำนวน 420 ตัวอย่าง พบว่า ผ่านเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำประปาดื่มได้ กรมอนามัย พ.ศ. 2543 (ปรับปรุง 2553) และเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำประปาดื่มได้ กรมอนามัย พ.ศ. 2563 จำนวน 15 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 5.33 และไม่ผ่านเกณฑ์คุณภาพน้ำประปาดื่มได้ จำนวน 266 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 94.66 หากแบ่งการพิจารณาคุณภาพน้ำบริโภคออกเป็นด้านกายภาพ เคมี และชีวภาพ พบว่า ด้านกายภาพ น้ำบริโภคในศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” จากทั้ง 4 จังหวัด ผ่านเกณฑ์น้ำประปาดื่มได้ด้านกายภาพ จำนวน 289 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 68.81 ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน จำนวน 131 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 31.19 ซึ่งส่วนใหญ่ คือ สภาพความเป็นกรด-ด่างและสีของน้ำที่มีความเหลือง ส่วนด้านเคมี-โลหะหนัก จากผลการตรวจวิเคราะห์ พบว่า คุณภาพน้ำบริโภค ในศูนย์การเรียน ผ่านเกณฑ์มาตรฐานด้านเคมี-โลหะหนัก จำนวน 381 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 90.71 และไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน จำนวน 39 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 69.29 ซึ่งส่วนใหญ่ที่พบ คือ มีปริมาณเหล็ก,แมงกานีส,ฟลูออไรด์ สารหนู และตะกั่วเกินเกณฑ์มาตรฐาน และผลการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำด้านชีวภาพ คือการตรวจเชื้อโรคที่ปนเปื้อนในแหล่งน้ำ ที่อาจเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดการเจ็บป่วยจากโรคที่มีอาหาร และน้ำเป็นสื่อ พบว่า น้ำบริโภคในศูนย์การเรียนฯ ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานด้านชีวภาพ จำนวน 395 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 94.05 ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน จำนวน 25 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 5.95 ซึ่งจากผลการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำบริโภค พบว่า น้ำที่ผ่านระบบกรองในศูนย์การเรียนจะมีคุณภาพด้านชีวภาพดีกว่าน้ำ ที่ไม่ผ่านระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำดื่ม สอดคล้องการเฝ้าระวังในพื้นที่โครงการรักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของแผ่นดิน ปี 2562-2563 จำนวน 32 ตัวอย่าง ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดน่าน และจังหวัดเชียงราย ที่พบว่า น้ำบริโภคส่วนใหญ่ไม่ผ่านเกณฑ์คุณภาพน้ำประปาดื่มได้จำนวน 31 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 96.88 และผ่านเกณฑ์คุณภาพน้ำประปาดื่มได้ เพียงจำนวน 1 ตัวอย่าง ร้อยละ 3.12 โดยพบว่า ด้านกายภาพ ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน จำนวน 12 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 37.5 ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน จำนวน 20 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 62.5 ด้านเคมี-โลหะหนัก ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน จำนวน 31 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 96.88 และไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน จำนวน 1 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 3.12 ส่วนด้านชีวภาพ ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน จำนวน 2 ตัวอย่าง คิดเป็น ร้อยละ 6.25 และไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน ด้านชีวภาพ จำนวน 30 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 93.75 จากข้อมูลการเฝ้าระวังใน 2 พื้นที่ที่กล่าวมาข้างต้น สามารถสรุปได้ว่า คุณภาพน้ำบริโภคส่วนใหญ่ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานทางด้านชีวภาพ รองลงมาคือมาตรฐานทางด้านกายภาพ และน้อยที่สุดคือมาตรฐานทางด้านเคมี-โลหะหนัก เมื่อวิเคราะห์ในบริบทเชิงลึกเชิงพื้นที่ พบว่า ในด้านคุณลักษณะของแหล่งน้ำที่นำมาบริโภคส่วนใหญ่ เป็นแหล่งตามธรรมชาติ เช่น น้ำประปาภูเขาที่ไม่ได้มีการปรับปรุงคุณภาพ ในด้านการบริหารจัดการซึ่งแน่นอนว่าพื้นที่ในถิ่นทุรกันดารส่วนใหญ่ย่อมขาดเทคโนโลยีที่มีความเหมาะสมในการปรับปรุงคุณภาพน้ำ และถึงแม้ว่าบางพื้นที่จะมีการปรับปรุงคุณภาพน้ำบริโภค โดยการใช้ระบบกรองต่างๆ ทั้งที่มีขายตามท้องตลาดทั่วไปหรือว่าจะได้รับการสนับสนับสนุนจากหน่วยงานอื่นๆ ก็ตาม แต่ก็ยังพบว่าขาดการเฝ้าระวังคุณภาพและการดูแลรักษาระบบอย่างต่อเนื่อง ทำให้บางพื้นที่ไม่สามารถใช้งานได้ และขาดประสิทธิภาพในการปรับปรุงคุณภาพน้ำดื่มให้สะอาดได้ ดังนั้น เพื่อเป็นการเฝ้าระวังและพัฒนาขีดความสามารถของภาคีเครือข่ายในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการจัดการน้ำบริโภคและแก้ไขปัญหาด้านคุณภาพน้ำจากข้อมูลที่ตรวจพบดังกล่าว ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมและเฝ้าระวังอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติขึ้น โดยมุ่งหวังในการพัฒนาศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา "แม่ฟ้าหลวง" ให้เป็นต้นแบบการจัดการน้ำบริโภค ตลอดจนเป็นศูนย์การเรียนรู้ให้แก่ชุมชนในด้านส่งเสริม เฝ้าระวังและพัฒนาการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
1 เพื่อพัฒนาต้นแบบการจัดการน้ำบริโภคสำหรับศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา "แม่ฟ้าหลวง" (กพด.) 2 เพื่อประเมินคุณภาพน้ำบริโภค ในศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา "แม่ฟ้าหลวง" (กพด.) 3 เพื่อพัฒนาความสามารถของภาคีเครือข่ายด้านการเฝ้าระวังและการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ 4 เพื่อพัฒนาระบบติดตามและเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภค ในศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา "แม่ฟ้าหลวง (กพด.) 5 เพื่อพัฒนาสื่อสร้างความรอบรู้ด้านการจัดการน้ำบริโภคและอนามัยสิ่งแวดล้อม ในพื้นที่โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.คุณภาพน้ำผ่านเกณฑ์ ใน รร.กพด. 40 ร้อยละ
2.โรงเรียน กพด.ต้นแบบจัดการคุณภาพน้ำบริโภค 10 แห่ง
3.โรงเรียนได้ผ่านการพัฒนาศักยภาพ 80 แห่ง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : ต้นแบบการจัดการน้ำบริโภคสำหรับศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา "แม่ฟ้าหลวง" (กพด.) 10 แห่ง
2.เชิงปริมาณ : สื่อสร้างความรอบรู้ด้านการจัดการน้ำบริโภคและอนามัยสิ่งแวดล้อม ในพื้นที่โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ 1 ชุด
3.เชิงปริมาณ : ภาคีเครือข่ายได้รับการส่งเสริมและมีความรอบรู้ สามารถเฝ้าระวังอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ 80 แห่ง
4.เชิงปริมาณ : ระบบติดตามและเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภค ในในศูนย์การเรียนชุมชน ชาวไทยภูเขา"แม่ฟ้าหลวง (กพด.) 1 ระบบ
5.เชิงคุณภาพ : ร้อยละความพึงพอใจของภาคีเครือข่ายต่อการดำเนินงานโครงการ 80 ร้อยละ
6.เชิงคุณภาพ : ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา "แม่ฟ้าหลวง" (กพด.) มีคุณภาพน้ำบริโภค ผ่านเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำประปาดื่มได้ กรมอนามัย พ.ศ. 2563 จำนวน 12 พารามิเตอร์ โดยเครื่องวัดคุณภาพน้ำหลายพารามิเตอร์ ( DR-900,2100Q ) 40 ร้อยละ
7.เชิงเวลา : การดำเนินโครงการเสร็จสิ้นตามระยะเวลา 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1 วิเคราะห์ปัจจัยและสาเหตุของสถานการณ์น้ำบริโภคโครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิม พระเกียรติ 2 จัดทำแผนการดำเนินงาน 3 ดำเนินงานตามแผน 3.1 ประสานภาคีเครือข่ายพัฒนาระบบติดตามและเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภค ในพื้นที่ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา"แม่ฟ้าหลวง" 3.2 ร่วมพัฒนาระบบติดตามและเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภค ในศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา "แม่ฟ้าหลวง" กับภาคีเครือข่าย 3.3 พัฒนาต้นแบบและเยี่ยมเสริมพลังการจัดการน้ำบริโภค สำหรับศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา"แม่ฟ้าหลวง" (กพด.) 3.4 เฝ้าระวังและพัฒนาสื่อสร้างความรอบรู้ด้านการจัดการน้ำบริโภคและอนามัยสิ่งแวดล้อม ในพื้นที่โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ 3.5 พัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่ายในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ 3.6 แลกเปลี่ยนเรียนรู้และถอดบทเรียนจัดการคุณภาพน้ำบริโภคในศูนย์การเรียนฯ และสรุปผลการดำเนินงาน 4 ประเมินผลการดำเนินงานรายไตรมาส 5. สรุปผลการดำเนินงาน

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 แลกเปลี่ยนเรียนรู้และถอดบทเรียนจัดการคุณภาพน้ำบริโภคในศูนย์การเรียนฯ และสรุปผลการดำเนินงาน 1 ครั้ง 1 ส.ค. 2565 - 31 ส.ค. 2565 7,000.00
2 เฝ้าระวังและพัฒนาสื่อสร้างความรอบรู้ด้านการจัดการน้ำบริโภคและอนามัยสิ่งแวดล้อม ในพื้นที่โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ 2 รายการ 1 ธ.ค. 2564 - 30 เม.ย. 2565 53,000.00
3 พัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่ายในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ 2 ครั้ง 1 ก.พ. 2565 - 28 ก.พ. 2565 10,000.00
4 พัฒนาต้นแบบและเยี่ยมเสริมพลังการจัดการน้ำบริโภคสำหรับศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา"แม่ฟ้าหลวง" (กพด.) 4 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 พ.ค. 2565 30,000.00
รวมเป็นเงิน 100,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
100,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ธ.ค. 2564 - 31 ส.ค. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” (ศศช.) สังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ตามแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐา ธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2560 – 2569) ใน 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดน่าน และจังหวัดตาก,พื้นที่โครงการรักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของแผ่นดิน 8 ลุ่มน้ำ ในจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดน่าน และจังหวัดแม่ฮ่องสอน และบนพื้นที่สูง 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
1 สำนักส่งเสริมงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดน่าน และจังหวัดตาก 2 สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ กรมอนามัย 3 ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่, ศูนย์อนามัยที่ 2 พิษณุโลก 4 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดน่าน และ จังหวัดตาก 5 ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอ/ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” (ศศช.)/ครูอาสาสมัคร 6 สำนักงานสาธารณสุขอำเภอและบุคลากรสาธารณสุข 7 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบนพื้นที่สูง 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน 8 บุคลากรศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
1 นักเรียนและเยาวชน ในศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดน่าน และจังหวัดตาก 2 ประชาชนในพื้นที่ กพด. พื้นที่โครงการรักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของแผ่นดิน 8 ลุ่มน้ำ ในจังหวัดเชียงใหม่จังหวัดเชียงราย จังหวัดน่าน และจังหวัดแม่ฮ่องสอน และบนพื้นที่สูง 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1 นายศุภวิทย์ อมรยุทธ์...………..ตำแหน่ง.........นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ..... 2 นายศักดิ์นคร คำภีระ……………ตำแหน่ง.........นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ..... 3 นางสาวกฤษณา ช่วยไทย………ตำแหน่ง.........นักวิชาการเผยแพร่..... 4 นายนิกร กิ่งกันคำ………………..ตำแหน่ง.........ช่างถ่ายภาพ.ระดับ.ช3..

19. ผู้เสนอโครงการ :
นายศักดิ์นคร คำภีระ……………ตำแหน่ง.........นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายวันเฉลิม ฤทธิมนต์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายสุรพันธ์ แสงสว่าง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธ์ุ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ
ลำดับที่ : 7

1. ชื่อโครงการ :
บริหารจัดการหน่วยงานค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ์ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

2. ยุทธศาสตร์ :

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
25) การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

4. cluster :
การคลังและงบประมาณ(FIN)

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 88 ) 23.5 บริหารจัดการค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ์
5.2 โครงการสำคัญ โครงการยกระดับการบริหารงานคลังและงบประมาณตามหลักธรรมาภิบาล

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบุคลากรภาครัฐ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   รายการค่าใช้จ่ายบุคลากรภาครัฐพัฒนาด้านสาธารณสุขและสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก

7. หลักการและเหตุผล :
ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ เป็นหน่วยงานวิชาการของกรมอนามัย มีบทบาทเพื่อมุ่งสู่การเป็น “องค์กรนำด้านสารสนเทศและการเรียนรู้ ด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม กลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ” ซึ่งต้องดำเนินงานเพื่อตอบสนอง และให้มีความสอดคล้อง ต่อภารกิจ จึงต้องมีการบริหารจัดการภายใน เพื่อให้หน่วยงานสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้จัดทำโครงการบริหารจัดการหน่วยงาน นี้ขึ้น เพื่อบริหารจัดการภายในหน่วยงาน และสนับสนุน การปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพ

8. วัตถุประสงค์ :
เพื่อบริหารจัดการภายในหน่วยงาน และสนับสนุนค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ์ประกันสังคมของบุคลากร

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เบิกค่าใช้จ่ายตามสิทธิ์ของบุคลากร 12 ครั้ง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
เบิกจ่ายค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ์ประกันสังคมของบุคลากร

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 เบิกจ่ายค่าใช้จ่ายตามสิทธิ์ 12 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 63,000.00
รวมเป็นเงิน 63,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
63,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
บุคลากรศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
บุคลากรศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1 .นางจารุวรรณ ปงผาบ ตำแหน่ง เจ้าพนักงานการเงินและบัญชีชำนาญงาน 2. นางนงเยาว์ เอี่ยมสอาด ตำแหน่ง เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางจารุวรรณ ปงผาบ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางนงเยาว์ เอี่ยมสอาด

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายสุรพันธ์ แสงสว่าง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธ์ุ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ
ลำดับที่ : 8

1. ชื่อโครงการ :
ขับเคลื่อนการดำเนินงาน และการบริหารจัดการภายในหน่วยงาน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

2. ยุทธศาสตร์ :

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
25) การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

4. cluster :
การคลังและงบประมาณ(FIN)

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 87 ) 23.4 ขับเคลื่อนและบริหารจัดการหน่วยงาน
5.2 โครงการสำคัญ โครงการยกระดับการบริหารงานคลังและงบประมาณตามหลักธรรมาภิบาล

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ เป็นหน่วยงานวิชาการของกรมอนามัย มีบทบาทเพื่อมุ่งสู่การเป็น “องค์กรนำด้านสารสนเทศและการเรียนรู้ ด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม กลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ” ซึ่งต้องดำเนินงานเพื่อตอบสนอง และให้มีความสอดคล้อง ต่อภารกิจของหน่วยงาน จึงต้องมีขับเคลื่อนการดำเนินงาน และการบริหารจัดการภายในหน่วยงาน เพื่อให้หน่วยงานสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีคุณภาพ บรรลุเป้าหมายและการดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้จัดทำโครงการขับเคลื่อนการดำเนินงานและการบริหารจัดการภายในหน่วยงานนี้ขึ้น

8. วัตถุประสงค์ :
เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงาน การบริหารจัดการ และสนับสนุนการปฏิบัติงานภายในหน่วยงานให้มีประสิทธิภาพ

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.การบริหารจัดการภายในหน่วยงาน 12 หน่วยงาน
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงเวลา : ร้อยละความสำเร็จในการดำเนินงานเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนด 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1 ประมาณการและสำรวจความต้องการวัสดุของหน่วยงาน 2 ตรวจสอบครุภัณฑ์ วัสดุคงเหลือของหน่วยงาน 3 จัดทำแผนการจัดหาค่าสาธารณูปโภค ค่าจ้างเหมาบริการ ค่าประกันสังคม ค่าตอบแทน ค่าใช้สอยและวัสดุ 4 เบิกจ่ายตามแผนที่กำหนด

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ค่าสาธารณูปโภค 12 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 354,000.00
2 ค่าจ้างเหมาบริการ 12 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 433,020.00
3 ค่าตอบแทนใช้สอยวัสดุ 12 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 42,980.00
รวมเป็นเงิน 830,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
830,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
บุคลากรศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
บุคลากรศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นางสาวณัฐกานต์ ดงเย็น ตำแหน่ง นักจัดการงานทั่วไป

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวณัฐกานต์ ดงเย็น ตำแหน่ง นักจัดการงานทั่วไป

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางนงเยาว์ เอี่ยมสอาด เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายสุรพันธ์ แสงสว่าง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธ์ุ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ
ลำดับที่ : 9

1. ชื่อโครงการ :
โครงการพัฒนาองค์กรสู่การเป็นองค์กรสมรรถนะสูง และมีธรรมาภิบาล

2. ยุทธศาสตร์ :
3 สร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
19) ร้อยละของประชาชนที่มีความรอบรู้ด้านสุขภาพเพิ่มขึ้น
23) จำนวนงานวิจัย หรือ ผลงานวิชาการ หรือ นวัตกรรมที่ดำเนินการได้อย่างน้อง 1 เรื่องในรอบปี
26) ร้อยละความผูกพันของบุคลากรต่อองค์กร
27) ร้อยละของบุคลากรมีสมรรถนะในการขับเคลื่อนระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

4. cluster :
ส่งเสริมความรอบรู้และสื่อสารสุขภาพ (HL)
ยุทธศาสตร์กำลังคน (HR)
สำนักคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 66 ) 19.4 สร้างระบบการสื่อสารด้วยเทคโนโลยี สื่อที่ทันสมัย และหลากหลายช่องทางการเข้าถึงสื่อและการตอบโต้ความเสี่ยง (RRHL) ( 78 ) 21.2 พัฒนาสมรรถนะกำลังคนกรมอนามัยในระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม( 89 ) 24.1 พัฒนาระบบและกลไกการขับเคลื่อนองค์กรแห่งการเรียนรู้ งานวิจัยและนวัตกรรมด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม
5.2 โครงการสำคัญ โครงการส่งเสริมการสร้างและพัฒนางานวิจัยองค์ความรู้ และนวัตกรรมด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม กรมอนามัย

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
เนื่องด้วยกรอบทิศทางการดำเนินงานกรมอนามัย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2561 มีนโยบายขับเคลื่อนกรมอนามัยสู่การเป็นองค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล เพื่อขับเคลื่อนผ่านกับดักเชิงซ้อนของระบบราชการ และเผชิญกับประเด็นท้าทายในการปฏิรูปองค์การ โดยใช้โมเดลขับเคลื่อนกรมอนามัย 4.0 เพื่อมุ่งสู่ การเป็นองค์กรคุณภาพคู่คุณธรรม ด้วยเครื่องมือ PMQA (Public Sector Management Quality Award) หรือ PMQA Mechanism และขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ตามแผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติ ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564) มาอย่างต่อเนื่อง องค์กรสมรรถนะสูง (High Performance Organization : HPO ) หรือเรียกว่าองค์กรที่เป็นเลิศ (Excellence Organization) ซึ่งหมายถึง การเป็นองค์กรที่เก่ง มีแผนรองรับกับสภาวะต่างๆ อย่างชัดเจน มีการวิเคราะห์สถานการณ์ที่สามารถกระทบต่อการทำงานจากรอบด้านทุกมุมมอง ทำให้สามารถปฏิบัติภารกิจบรรลุตามวัตถุประสงค์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตรงตามเวลา และคุณภาพของผลงานดีเยี่ยม เป็นที่ยอมรับ ในปัจจุบันมีหน่วยงานหลายแห่งทั้งภาคเอกชนและภาครัฐของไทยได้ให้ความสำคัญและนำเครื่องมือการบริหารต่าง ๆ มาพัฒนาหน่วยงานเพื่อก้าวไปสู่องค์กรสมรรถนะสูง การก้าวไปเป็นองค์กรสมรรถนะสูง คือการเป็นองค์กรที่เก่ง มีแผนรองรับกับสภาวะต่างๆ อย่างชัดเจน มีการวิเคราะห์สถานการณ์ที่สามารถกระทบต่อการทำงานจากรอบด้านทุกมุมมอง ทำให้สามารถปฏิบัติภารกิจบรรลุตามวัตถุประสงค์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตรงตามเวลา และคุณภาพของผลงานดีเยี่ยมและเป็นที่ยอมรับ ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญจึงจัดทำโครงการพัฒนาองค์กรสู่การเป็นองค์กรสมรรถนะสูง เพื่อให้การขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ภายในองค์กร เป็นไปตามเกณฑ์การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ และเป็นเครื่องมือในการกำกับติดตามและประเมินผลการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันและบรรลุเป้าหมายไปสู่วิสัยทัศน์ที่กำหนด

8. วัตถุประสงค์ :
1 เพื่อพัฒนาองค์กรให้เป็นเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ (LO) 2 เพื่อให้มีบุคลากรมีความเป็นมืออาชีพ และมีความรักความผูกพันต่อองค์กร 3 เพื่อพัฒนาองค์กรให้เป็นองค์กรที่มีธรรมาภิบาล

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.จำนวนผลงานวิจัย หรือผลงานวิชาการ หรือนวัตกรรมที่ดำเนินการ 1 เรื่อง
2.จำนวนผลงานวิจัย หรือผลงานวิชาการ หรือนวัตกรรมที่ผ่านมาถูกนำไปใช้ประโยชน์ 1 เรื่อง
3.ร้อยละความผูกพันของบุคลากรต่อองค์กร 85 ร้อยละ
4.ร้อยละของบุคลากรสายวิชาการมีสมรรถนะในการขับเคลื่อนระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม 70 ร้อยละ
5.ร้อยละของการรับรู้การดำเนินงานคุณธรรมและความโปร่งใส ของกรมอนามัย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 90 ร้อยละ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : มีจำนวนผลงานวิจัย หรือผลงานวิชาการ หรือนวัตกรรมที่ดำเนินการ 1 เรื่อง
2.เชิงปริมาณ : มีสื่อความรอบรู้ด้านสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม 1 ชุด
3.เชิงปริมาณ : มีจำนวนผลงานวิจัย หรือผลงานวิชาการ หรือนวัตกรรมที่ผ่านมาถูกนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเหมาะสม 1 เรื่อง
4.เชิงปริมาณ : มีเฟลตฟอร์ม/แอพพลิเคชั่น ส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม กลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ 1 ระบบ
5.เชิงปริมาณ : มีการสื่อสารความรอบรู้ด้านสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมทั้งภายใน และภายนอกหน่วยงาน 3 ครั้ง
6.เชิงคุณภาพ : ร้อยละความผูกพันของบุคลากรต่อองค์กร 85 ร้อยละ
7.เชิงคุณภาพ : ร้อยละของบุคลากรสายวิชาการมีสมรรถนะในการขับเคลื่อนระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม 70 ร้อยละ
8.เชิงคุณภาพ : ร้อยละของการรับรู้การดำเนินงานคุณธรรมและความโปร่งใสของกรมอนามัย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 90 ร้อยละ
9.เชิงเวลา : ร้อยละความสำเร็จในการดำเนินงานเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนด 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1. วิเคราะห์ข้อมูลหน่วยงาน 2. จัดทำแผนการดำเนินงาน 3. ดำเนินงานตามแผน 4. ประเมินผลการดำเนินงาน 5. สรุปผลการดำเนินงาน

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 พัฒนาระบบการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม กลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ 1 ระบบ 1 ธ.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 50,000.00
2 พัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม 4 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 50,000.00
3 พัฒนาศักยภาพบุคลากรศูนย์อนามัยฯ 5 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 50,000.00
4 พัฒนาบุคลากรให้มีความเป็นมืออาชีพ และเป็นองค์กรสร้างสุข 11 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 150,000.00
รวมเป็นเงิน 300,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
300,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
1 ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ 2 จังหวัดพื้นที่ที่มีของกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
1 บุคลากรศูนย์ฯ จำนวน 34 คน 2 ภาคีเครือข่าย,กลุ่มเป้าหมายที่รับผิดชอบ

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
1 บุคลากรศูนย์ฯ จำนวน 34 คน 2 ประชาชนกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ 3 หน่วยงานทั้งภายใน และภายนอกกรมอนามัย

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1 นางนงเยาว์ เอี่ยมสอาด ตำแหน่ง เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน 2 นางสาวปวิตรา ไพทอง ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 3 นายอนุชา รักสนิท ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 4 นายสุรสีห์ ฉันทกุล ตำแหน่ง นักวิชาการคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการ 5 นางสาวปณิศฬา คานศุวงค์ ตำแหน่ง นักทรัพยากรบุคคล 6 นางสาวชญาน์พัชร กันกา ตำแหน่ง นักจัดการงานทั่วไป 7 นางสาวกฤษณา ช่วยไทย ตำแหน่ง นักวิชาการเผยแพร่

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางนงเยาว์ เอี่ยมสอาด ตำแหน่ง เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายสุรพันธ์ แสงสว่าง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายสุรพันธ์ แสงสว่าง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................