หน่วยงาน กองส่งเสริมความรอบรู้และสื่อสารสุขภาพ
ลำดับที่ : 1

1. ชื่อโครงการ :
โครงการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายหน่วยงาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

2. ยุทธศาสตร์ :

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
26) ร้อยละความผูกพันของบุคลากรต่อองค์กร

4. cluster :
การคลังและงบประมาณ(FIN)

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 87 ) 23.4 ขับเคลื่อนและบริหารจัดการหน่วยงาน
5.2 โครงการสำคัญ โครงการยกระดับการบริหารงานคลังและงบประมาณตามหลักธรรมาภิบาล

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
ด้วยภารกิจของกองส่งเสริมความรอบรู้และสื่อสารสุขภาพ ในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารความรู้ด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม นโยบายและผลการดำเนินงานของกรมอนามัยเพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มวัยมีความรู้ ความเข้าใจ นำไปสู่การมีพฤติกรรมสุขภาพดี เพื่อให้กรมอนามัยสามารถส่งมอบผลผลิต พัฒนางานวิชาการ และการบริการไปสู่ประชาชนได้อย่างมีคุณภาพ ประกอบกับนโยบายของกรมอนามัย ที่กำหนดให้ทุกหน่วยงานดำเนินงานเพื่อยกระดับระบบงาน และระบบการเงินการคลังให้เป็นองค์กรสมรรถนะสูง 4.0 ภายใต้ 4 กลยุทธ์ ได้แก่ 1) ส่งเสริมและสนับสนุนการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นองค์กรคุณภาพ 2) พัฒนากระบวนการวางแผนปละการบริหารงบประมาณ 3) เสริมสร้างสมรรถนะบุคลากร 4) พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศและกลไกติดตามการดำเนินงาน การบริหารงบประมาณและตรวจสอบ

8. วัตถุประสงค์ :
เพื่อให้การดำเนินงานของกองส่งเสริมความรอบรู้และสื่อสารสุขภาพ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีความสะดวก คล่องตัว เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.การดำเนินงานตามภารกิจของหน่วยงานให้มีประสิทธิภาพ 1 แห่ง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1.ทบทวนคำสั่ง และคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง อาทิ เจ้าหน้าที่การเงิน เจ้าหน้าที่พัสดุ เจ้าหน้าที่ควบคุมภายใน เพื่อให้การดำเนินงานบริหารจัดการมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ 2.จัดทำและเสนอแผนปฏิบัติการ การใช้จ่ายงบประมาณ และแผนการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงาน ประจำปี 2565 ให้ผู้บังคับบัญชารับทราบและเห็นชอบ 3.จัดการประชุมชี้แจง และวางแผนแนวทางการดำเนินงาน 4.ดำเนินการตามแผนปฏิบัติการ กำกับติดตามผลเบิกจ่ายให้เป็นไปตามนโยบายของกรมอนามัย 5.รายงานผลการดำเนินงาน และผลการเบิกจ่ายรายไตรมาสให้ผู้บังคับบัญชาได้รับทราบ

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ค่าวัสดุสำนักงาน/วัสดุคอมพิวเตอร์/วัสดุศิลปกรรม/หมึกพิมพ์ 2 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 300,000.00
2 ค่าดูแลบำรุงรักษาครุภัณฑ์สำนักงาน/ครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์ 2 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 74,000.00
3 ค่าฝึกอบรม 4 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 100,000.00
4 ค่าเดินทางไปราชการ 4 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 200,000.00
5 ค่าจ้างเหมาบุคลากรภายนอกปฏิบัติงาน 12 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 828,000.00
6 ค่าจัดประชุมราชการ 12 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 40,000.00
7 ค่าปฏิบัติงานนอกเวลา 12 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 70,000.00
8 ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง 12 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 30,000.00
9 ค่าถ่ายเอกสาร 12 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 19,400.00
10 ค่าน้ำดื่ม 12 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 10,000.00
รวมเป็นเงิน 1,671,400.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
1,671,400.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
กองส่งเสริมความรอบรู้และสื่อสารสุขภาพ กรมอนามัย

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
บุคลากรกองส่งเสริมความรอบรู้และสื่อสารสุขภาพ

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคของกรมอนามัย

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1.นางอาริสรา ทองเหม ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 2.นางสาวกมลวรรณ สุขประเสริฐ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 3.นายอภิชาติ เกิดทองเล็ก ตำแหน่ง นักจัดการงานทั่วไป 4.นาวสาวกุลวดี ปันฟ้า ตำแหน่ง นักจัดการงานทั่วไป 5.นางสาวศุภานัน จันทร์ตรี ตำแหน่ง นักวิเคราะห์นโยบายและแผน

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางอาริสรา ทองเหม พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ หัวหน้ากลุ่มบริหารยุทธศาสตร์และอำนวยการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางวิมล โรมา ผู้อำนวยการกองส่งเสริมความรอบรู้และสื่อสารสุขภาพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายแพทย์สราวุฒิ บุญสุข รองอธิบดีกรมอนามัย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน กองส่งเสริมความรอบรู้และสื่อสารสุขภาพ
ลำดับที่ : 2

1. ชื่อโครงการ :
โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการส่งเสริมความรอบรู้และสื่อสารสุขภาพ ประจำปี 2565

2. ยุทธศาสตร์ :

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
27) ร้อยละของบุคลากรมีสมรรถนะในการขับเคลื่อนระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

4. cluster :
ยุทธศาสตร์กำลังคน (HR)

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 78 ) 21.2 พัฒนาสมรรถนะกำลังคนกรมอนามัยในระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม
5.2 โครงการสำคัญ โครงการยกระดับการบริหารทรัพยากรบุคคลอย่างมืออาชีพตามหลักธรรมาภิบาล

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
การสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) เป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมสุขภาพ (Health Promotion) การที่บุคคลหนึ่งจะมีสุขภาพดีได้ต้องอาศัยทั้ง 2 อย่าง กรมอนามัยจึงได้กำหนดให้มีกองส่งเสริมความรอบรู้และสื่อสารสุขภาพขึ้น โดยมีภารกิจ คือ 1) จัดทำร่างนโยบาย ยุทธศาสตร์และมาตรการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพในระดับชาติ 2) ส่งเสริม สนับสนุน การศึกษา วิจัย พัฒนา องค์ความรู้และนวัตกรรมการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพ และถ่ายทอดสู่ภาคีเครือข่าย 3) ประสานความร่วมมือและผลักดัน ให้หน่วยงานภาคการศึกษา หน่วยบริการสุขภาพ สถานประกอบกิจการ NGO และชุมชน จัดการปัจจัยแวดล้อม ให้เป็นหน่วยงานรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy Organization) 4) พัฒนาระบบการสื่อสารความรอบรู้ด้านสุขภาพและเฝ้าระวังข่าวปลอม (Fake News) 5) สนับสนุนการเสริมสร้างทักษะและสมรรถนะกำลังคน ให้สามารถขับเคลื่อนการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพตามนโยบายและยุทธศาสตร์ 6) กำกับ ติดตามความก้าวหน้าของการดำเนินงานขับเคลื่อนการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพอย่างมีประสิทธิภาพ 7) ทำหน้าที่สำนักงานเลขาของสถาบันความรอบรู้ด้านสุขภาพแห่งชาติ (National Health Literacy Institute) เนื่องจากกองส่งเสริมความรอบรู้และสื่อสารสุขภาพ เป็นหน่วยงานก่อตั้งใหม่จึงต้องดำเนินการพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ ความสามารถทั้งด้านการสร้างความรอบรู้สุขภาพที่เป็นนโยบายการขับเคลื่อนระดับประเทศ และการสื่อสารสุขภาพซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของประชาชน ให้ขับเคลื่อนงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ กลุ่มบริหารยุทธศาสตร์และอำนวยการจึงได้จัดทำโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการส่งเสริมความรอบรู้และสื่อสารสุขภาพ ประจำปี 2565 ขึ้น เพื่อพัฒนาความรู้ ความสามารถ และทักษะในการทำงาน โดยเชิญวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องดังกล่าว เพื่อให้การดำเนินงานของกองส่งเสริมความรอบรู้และสื่อสารสุขภาพเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สอดคล้องกับนโยบายระดับชาติ

8. วัตถุประสงค์ :
เพื่อพัฒนาศักยภาพของบุคลากรกองส่งเสริมความรอบรู้และสื่อสารสุขภาพ ให้มีความรู้ ความสามารถในการพัฒนางานของหน่วยงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.บุคลากรของกองส่งเสริมความรอบรู้และสื่อสารสุขภาพได้รับการพัฒนาความรู้ ความสามารถในการปฏิบัติงาน 1 เรื่อง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : บุคลากรของกองส่งเสริมความรอบรู้และสื่อสารสุขภาพมีความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงาน 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1.จัดทำแผนปฏิบัติการฯ และจัดทำโครงการ 2.ขออนุมัติโครงการฯ และการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการฯ 3.แต่งตั้งคณะทำงาน และจัดอบรมเชิงปฏิบัติการฯ 4.สรุปผลการดำเนินงานและรายงานให้ผู้บังคับบัญชาได้รับทราบ

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 การอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการส่งเสริมความรอบรู้และสื่อสารสุขภาพ ประจำปี 2565 1 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 300,000.00
รวมเป็นเงิน 300,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
300,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และต่างจังหวัด

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
บุคลากรของกองส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพ และภาคีเครือข่าย

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคของกรมอนามัย

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. นางอาริสรา ทองเหม ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 2. นางสาวกมลวรรณ สุขประเสริฐ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 3. นายอภิชาติ เกิดทองเล็ก ตำแหน่ง นักจัดการงานทั่วไป 4. นาวสาวกุลวดี ปันฟ้า ตำแหน่ง นักจัดการงานทั่วไป 5. นางสาวศุภานัน จันทร์ตรี ตำแหน่ง นักวิเคราะห์นโยบายและแผน

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางอาริสรา ทองเหม พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ หัวหน้ากลุามบริหารและอำนวยการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางวิมล โรมา ผู้อำนวยการกองส่งเสริมความรอบรู้และสื่อสารสุขภาพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
รองอธิบดีกรมอนามัย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน กองส่งเสริมความรอบรู้และสื่อสารสุขภาพ
ลำดับที่ : 3

1. ชื่อโครงการ :
โครงการเสริมสร้างครอบครัวรอบรู้“เลี้ยงดูลูกตามคำสอนพ่อ”ในพื้นที่พัฒนาเพื่อความมั่นคง ในพื้นที่ชายแดนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตรและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปี

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
2) ร้อยละของเด็กอายุ 0-5 ปี มีพัฒนาการสมวัย

4. cluster :
คทง.โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 1 ) 1.1 ส่งเสริม “เลี้ยงดูลูกตามคำสอนพ่อ" ในพื้นที่โครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน
5.2 โครงการสำคัญ โครงการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมตามแนวทางโครงการพระราชดำริ และโครงการเฉลิมพระเกียรติ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานยุทธศาสตร์เสริมสร้างให้คนมีสุขภาวะที่ดี
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการพัฒนาและบริการการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมกับประชาชนในพื้นที่โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ

7. หลักการและเหตุผล :
ตามยุทธ์ศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ.2561-พ.ศ.2580) ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพศักยภาพทรัพยากรมนุษ์ เป้าหมายเพื่อการพัฒนาคนในทุกมิติและทุกช่วงวัยให้เป็นคนดีคนเก่ง มีความเข้มแข็งใเป็นรั้วของชาติที่แข็งแรง มีภูมิคุ้มกันด้านความรู้ ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ในการดำรงชีวิตและพึ่งพาตนเองได้ ตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร ที่สอดคล้องกับหลักการพัฒนาประเทศในระยะแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับที่ 12 ยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การพัฒนาที่ยังยืน และยึดคนเป็นศูนย์กลางการพัฒนา เพื่อวางรากฐานให้คนไทยเป็นคน ที่สมบรูณ์ เริ่มตั้งแต่เด็กปฐมวัยมีการส่งเสริมพัฒนาการตามวัยที่เหมาะสม เด็กวัยเรียนและวัยรุ่นมีทักษะการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ สอดรับกับแผนการพัฒนาพื้นที่เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของชาติ ตามยุทธศาสตร์ที่ 2 การเสริมสร้างศักยภาพและภูมิคุ้มกันของคน ชุมชน และพื้นที่เป้าหมาย โดยการสร้างโอกาสเข้าถึงบริการพื้นฐานและองค์ความรู้ต่างๆ จัดบริการการศึกษา สาธารณสุข และบริการสวัสดิการด้านต่างๆ ให้กับคนและชุมชน อย่างทั่วถึงเป็นธรรม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในโอกาสและการเข้าถึงบริการภาครัฐ จากผลการสำรวจการเข้าถึงบริการสุขภาพของมารดาและเด็กปฐมวัย ในพื้นที่พัฒนาเพื่อความมั่นคง ยามชายแดน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยกลุ่มสนับสนุนวิชาการและการวิจัย สำนักส่งเสริมสุขภาพ 2562 พบว่า มารดาช่วงตั้งครรภ์ส่วนใหญ่รับบริการฝากครรภ์สูง ถึงร้อยละ 95.24 มาฝากครรภ์ครั้งแรกเมื่ออายุครรภ์น้อยกว่า 12 สัปดาห์ เพียงร้อยละ 43.96 ,หญิงตั้งครรภ์ได้รับการประเมินความเสี่ยงร้อยละ 64.00 ได้รับการตรวจสุขภาพช่องปากร้อยละ 51.00 ได้รับวิตามินไอโอดีนธาตุเหล็กและโฟลิก ร้อยละ 91.76 และกินวิตามินเสริมโฟลิก ไอโอดีนและธาตุเหล็กทุกวันร้อยละ 83.33 ซึ่งการให้บริการ 4 รายการ ไม่บรรลุตามเป้าหมาย สำหรับความครอบคลุมการได้รับบริการเด็กปฐมวัยตามสิทธิประโยชน์ พบว่า ทารกแรกคลอดมีน้ำหนักน้อยกว่า 2,500 กรัม ร้อยละ 7.04 เด็กปฐมวัยได้รับการตรวจสุขภาพช่องปากเพียง ร้อยละ 58.97 และเด็กปฐมวัย มีปัญหาช่องปาก ร้อยละ 49.21 การได้รับยาน้ำเสริมธาตุเหล็กของเด็กปฐมวัย ได้รับ ร้อยละ 44.09 และกินยาน้ำเสริมธาตุเหล็กเป็นบางครั้ง ร้อยละ 55.56 กินเป็นประจำ ร้อยละ 22 .22 โดยสรุป เด็กปฐมวัยได้รับบริการไม่บรรลุตามเป้าหมาย และพบว่าเด็กปฐมวัยมีพัฒนาการสมวัย ร้อยละ 65.40 พัฒนาการสงสัยล่าช้า ร้อยละ 34.60 เมื่อจำแนกพัฒนาการสงสัยล่าช้าแต่ละด้านพบว่า ด้านภาษา สงสัยล่าช้ามากที่สุดร้อยละ 31.44 รองลงมาด้านกล้ามเนื้อมัดเล็กและการปรับตัวสงสัยล่าช้า ร้อยละ17.84 ซึ่งพัฒนาการทั้ง 2 ด้านเป็นปัจจัยพื้นฐาน ที่ส่งผลต่อการเรียนรู้และสติปัญญาของเด็ก ส่วนปัจจัยที่มีความเสี่ยงต่อการพัฒนาเด็กปฐมวัย ได้แก่ ภาวะทุพโภชนาการ ทั้งในส่วนของการขาดและโภชนาการเกิน พ่อแม่ ผู้ปกครองขาดความรู้ ความเข้าใจและขาดการกระตุ้นพัฒนาการที่เหมาะสม ขาดการเตรียมความพร้อมระหว่างรอยเชื่อมต่อช่วงปฐมวัยไปยังระดับประถมศึกษา จากข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าเด็กปฐมวัยในพื้นที่โครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงในพื้นที่ยามชายแดน อันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ มีแนวโน้มของปัญหาพัฒนาการล่าช้า หากเด็กไม่ได้รับการดูแลช่วยเหลืออย่างเหมาะสมก่อนอายุ 5 ปี อาจกลายเป็นเด็กที่มีปัญหาด้านการเรียน “อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ คิดไม่เป็น” ทำให้เสี่ยงต่อการหลุดจากระบบการศึกษา เกิดปัญหาด้านพฤติกรรมอื่น ๆ ตามมา เช่น ความรุนแรง เกี่ยวข้องกับปัญหายาเสพติด ทั้งการปลูก การผลิต การเสพ การลำเลียงและการค้า ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ จากข้อมูลข้างต้น กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข จึงเห็นควรดำเนิน โครงการเสริมสร้างครอบครัว รอบรู้ด้านสุขภาพเลี้ยงดูลูกตาม “คำสอนพ่อ” ในพื้นที่พัฒนาเพื่อความมั่นคงในพื้นที่ยามชายแดน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตรและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เขตกองทัพภาคที่ 3 เพื่อให้ครอบครัวและประชาชนกลุ่มเปราะบางพื้นที่ชายแดน ได้มีโอกาสการเข้าถึงบริการสุขภาพ มีความรอบรู้ด้านสุขภาพ สามารถดูแลสุขภาพตนเอง มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อพัฒนากลไกการบริหารจัดการและขับเคลื่อนการเสริมสร้างความรอบรู้ด้านการส่งเสริมสุขภาพ เด็กปฐมวัย ในพื้นที่ชายแดนทุรกันดาร 2. เพื่อพัฒนาหน่วยบริการสาธารณสุขเป็นองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพต้นแบบ ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานด้านการบริการสุขภาพของรัฐ ลดความเหลื่อมล้ำ 3. ยกระดับการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพในครอบครัวกลุ่มเปราะบาง พื้นที่ชายแดน ให้สามารถดูแลสุขภาพตนเองได้และ มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ครอบครัวกลุ่มเปราะบาง ได้รับการเสริมสร้างความรอบรู้ ด้านทักษะการส่งเสริมพัฒนาการเด็กและสร้างการเรียนรู้เด็กตามวัยแบบองค์รวม ตามหลักการ“เลี้ยงดูลูกตามคำสอนพ่อ” 500 ครอบครัว
2.ภาคีเครือข่าย แกนนำภาคประชาชน “อาสาครอบครัวรอบรู้สุขภาพ” ได้มีส่วนร่วมการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมและเฝ้าระวังโรคอุบัติใหม่เชิงรุกในชุมชน 500 คน
3.มีวิทยากรแกนนำ การใช้นวัตกรรมส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ การเลี้ยงดูลูกตาม “คำสอนพ่อ” ตามคุณธรรม 8 ประการ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ในโรงเรียนและชุมชน 100 คน
4.บุคลากรสาธารณสุขได้รับการพัฒนาศักยภาพ“นักส่งเสริมพัฒนาการรอบรู้ด้านสุขภาพ” 50 คน
5.เด็กได้รับการตรวจคัดกรองประเมินความเสี่ยงต่อปัญหาพัฒนาการล่าช้าและได้รับส่งเสริมพัฒนาการและการเตรียมความพร้อมเพื่อการเรียนรู้สู่การดำรงชีวิตศตวรรษที่ 21 500 คน
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : เด็กอายุ 3 - 5 ปี ได้รับการดูและสุขภาพช่องปาก 70 ร้อยละ
2.เชิงปริมาณ : ครอบครัวกลุ่มเปราะบาง พื้นที่ชายแดน มีความรอบรู้ด้านการเลี้ยงดูลูกตามคำสอนพ่อ 70 ร้อยละ
3.เชิงปริมาณ : พ่อ แม่ หรือผู้เลี้ยงดูเด็ก ส่งเสริมพัฒนาการโดยคู่มือเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย (DSPM) 70 ร้อยละ
4.เชิงปริมาณ : มารดาช่วงตั้งครรภ์รับรู้ความเสี่ยงการตั้งครรภ์ทุกครั้งที่มาฝากครรภ์ 70 ร้อยละ
5.เชิงปริมาณ : เด็กอายุ 3 - 5 ปี ได้รับการเฝ้าระวังภาวะโภชนาการ 90 ร้อยละ
6.เชิงปริมาณ : เด็กอายุ 3 - 5 ปี ได้รับการตรวจพัฒนาการ 85 ร้อยละ
7.เชิงคุณภาพ : นวัตกรรม การเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ เลี้ยงดูลูกตามคำสอนพ่อ คุณธรรม 8 ประการ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 1 เรื่อง

10. วิธีการดำเนินงาน :
1. พัฒนาเครื่องมือส่งเสริมสุขภาพเด็กปฐมวัย ครอบครัวรอบรู้ด้านสุขภาพเลี้ยงดูลูกตาม “คำสอนพ่อ"คุณธรรม 8 ประการ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 2. ศึกษาประสิทธิผลของนวัตกรรมการเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ เลี้ยงดูลูกตามคำสอนพ่อ คุณธรรม 8 ประการ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ขยายพื้นที่ดำเนินงานอำเภอต้นแบบด้านสุขภาพ โดยการคัดเลือกจังหวัดในพื้นที่พัฒนาเพื่อความมั่นยามชายแดน 9 จังหวัด : เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน แม่ฮ่องสอนและตาก

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมคณะกรรมการจัดทำเครื่องมือวิจัยโครงการเลี้ยงดูลูกตามคำสอนพ่อพื้นที่พมพ. ครัวเรือน ออน์ไลน์ 1 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 พ.ย. 2564 2,850.00
2 ประชุมจัดทำแผนแนวทางศึกษาวิจัย จังหวัดในพื้นที่เป้าหมาย (พื้นที่พัฒนาเพื่อความมั่นคงยามชายแดนฯ ) 1 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 พ.ย. 2564 47,800.00
3 ประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินงานการจัดการเรียนการสอนด้านสุขภาพ แบบ Project Approach ตามคู่มือแผนการเรียนการสอนเลี้ยงดูลูกตาม “คำสอนพ่อ" 1 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 3,800.00
4 ประชุมราขการ สำรวจความรอบรู้ด้านสุขภาพประชาชน และเด็กปฐมวัย ในพื้นที่เป้าหมายดำเนินโครงการเลี้ยงดูลูกตาม “คำสอนพ่อ” โดยวิธี Focus group และ เก็บข้อมูลภาคสนาม พื้นที่เป้าหมาย สร้างจิตอาสาครอบครัวรอบรู้ด้านสุขภาพ 1 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 227,400.00
5 จัดจ้างบันทึกคลิปวีดีโอ 1 เรื่อง 1 พ.ย. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 30,327.00
6 จัดจ้างบันทึกข้อมูลประมวลผล และวิเคราะห์ข้อมูล 1 เรื่อง 1 พ.ย. 2564 - 31 ม.ค. 2565 110,000.00
7 ประชุมออนไลน์ ติดตามการดำเนินงาน 2 ครั้ง 1 ม.ค. 2565 - 28 ก.พ. 2565 0.00
รวมเป็นเงิน 422,177.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
422,177.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 28 ก.พ. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
พื้นที่ 9 จังหวัด เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน แม่ฮ่องสอน คือ 8 จังหวัดชายแดนภาคเหนือตอนบน และจังหวัดตาก

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
โรงเรียน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก องค์การบริหารส่วนตำบล พ่อ แม่ ผู้ปกครอง เด็กนักเรียนระดับอนุบาลมีบุตรอายุ 3 - 5 ปีเต็ม บุคลากรสาธารณสุข บุคลากรทางการศึกษา แกนนำชุมชนท้องถิ่นในพื้นที่ความมั่นคงและหมู่บ้านยามชายแดน

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
1. ครอบครัว (พ่อ แม่ ผู้ปกครอง ) เด็กได้รับการเสริมพลัง ความรู้ ทักษะการส่งเสริมพัฒนาการเด็กและสร้างการเรียนรู้เด็กตามวัยแบบองค์รวม ตามหลักการ“เลี้ยงดูลูกตามคำสอนพ่อ” 2. ครู ผู้ดูแลเด็ก ใช้คู่มือในการจัดการเรียนการสอนเลี้ยงดูลูกตามคำสอนพ่อ ด้านสุขภาพ แบบ Projec Appoach ในการจัดการเรียนการสอนเด็กปฐมวัย 3. เด็กปฐมวัยมีความพร้อมเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 มีทักษะ 4 ด้าน ได้แก่ ทักษะความคิดสร้างสรรค์ การคิดวิเคราะห์แก้ปัญหา การสื่อสาร และการทำงานร่วมกับผู้อื่น 4. อาสาสมัครครอบครัวรอบรู้ด้านสุขภาพ มีส่วนร่วมการสร้างเสริมสุขภาพ การจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมและเฝ้าระวังโรคอุบัติใหม่เชิงรุกในชุมชน

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. นางอาริสรา ทองเหม ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 2. นางสาวกมลวรรณ สุขประเสริฐ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 3. นางพิศมัย อ้นแฉ่ง ตำแหน่ง พนักงานธุรการ ส. 3

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางอาริสรา ทองเหม พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ หัวหน้ากลุ่มบริหารยุทธศาสตร์และอำนวยการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางวิมล โรมา ผู้อำนวยการกองส่งเสริมความรอบรู้และสื่อสารสุขภาพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายแพทย์สราวุฒิ บุญสุข รองอธิบดีกรมอนามัย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน กองส่งเสริมความรอบรู้และสื่อสารสุขภาพ
ลำดับที่ : 4

1. ชื่อโครงการ :
โครงการพัฒนาและขับเคลื่อนแผนการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพ

2. ยุทธศาสตร์ :
3 สร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
19) ร้อยละของประชาชนที่มีความรอบรู้ด้านสุขภาพเพิ่มขึ้น

4. cluster :
ส่งเสริมความรอบรู้และสื่อสารสุขภาพ (HL)

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 63 ) 19.1 ผลักดันให้ทุกองค์กรมีนโยบาย/มาตรการเพื่อสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาวะและการป้องกันปัจจัยเสี่ยงที่คุกคามสุขภาวะ
5.2 โครงการสำคัญ โครงการพัฒนาและขับเคลื่อนแผนการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
การสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ เป็นหนึ่งในประเด็นเร่งด่วนตามแผนยุทธศาสตร์ชาติด้านที่ 1 (คนไทยในศตวรรษที่ 21) และเป็นประเด็นปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข ได้มอบหมายให้กรมอนามัย รับผิดชอบในการขับเคลื่อนความรอบรู้ด้านสุขภาพของประชาชน แผนประเด็นที่ 13 การเสริมสร้างให้คนไทยมีสุขภาวะที่ดี แผนย่อย จ.13.1 การสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาวะและการป้องกันและควบคุมปัจจัยเสี่ยงที่คุกคามสุขภาวะ จากการสำรวจสถานการณ์ความรอบรู้ด้านสุขภาพของคนไทย ปี 2562 พบว่า คนไทยมีคะแนนเฉลี่ยของความรอบรู้ด้านสุขภาพร้อยละ 65 จัดอยู่ในระดับที่ไม่เพียงพอต่อการเข้าถึง เข้าใจ ทบทวนซักถาม และตัดสินใจปรับพฤติกรรมดูแลสุขภาพของตนเอง (วิมล โรมา และคณะ, 2562) สอดรับกับข้อมูลการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข พบว่าคนวัยทำงานอายุ 15 ปีขึ้นไป มีพฤติกรรมกินผักผลไม้ต่อวันเพียงพอตามข้อแนะนำเพียงร้อยละ 25.9 มีดัชนีมวลกาย(BMI) อยู่ในเกณฑ์ปกติเพียงร้อยละ 36.43 มีภาวะอ้วนร้อยละ 37.5 พบโรคความดันโลหิตสูงร้อยละ 24.7 โรคเบาหวาน ร้อยละ 8.9 ภาวะไขมันในเลือดสูงร้อยละ 16.4 และจากการสำรวจระดับกิจกรรมทางกาย พบว่า ประชากรวัยทำงาน (อายุ 18-59 ปี) มีกิจกรรมทางกายเพียงพอลดลงเหลือ ร้อยละ 54.7 จากที่ ปี 2562 มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ ร้อยละ 74.6 (ศูนย์พัฒนาองค์ความรู้ด้านกิจกรรมทางกายประเทศไทย (TPAK), 2563) นอกจากนั้นผลการสำรวจความรอบรู้ด้านสุขภาพของประชาชนในสถานการณ์การระบาด COVID-19 ปี 2564 กลุ่มตัวอย่าง ประชาชนที่อาศัยในชุมชนแออัด พบว่า มีระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพต่อการป้องกันโรคโควิด 19 ระดับต่ำ เพียงร้อยละ 41.6 (กลุ่มสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ, 2564) ซึ่งมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ ให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 จึงมีความสำคัญยิ่ง ในการปรับพฤติกรรมสุขภาพของคนในชุมชนจำเป็นต้องมี 6 ทักษะความรอบรู้ด้านสุขภาพ (health literacy skills) เพื่อใช้ในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและองค์ความรู้ เข้าใจเนื้อหาสาระทั้งในรูปแบบตัวหนังสือและเสียงที่ได้ยินจากการพูดคุยหรือช่องทางอื่นๆ และสามารถสื่อความหมายให้คนที่เกี่ยวข้องเข้าใจและปฏิบัติได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม (Linda Squiers, Susana Peinado, Nancy Berkman, Vanessa Boudewyns & Lauren McCormack. 2012.) และบุคคลต้องทราบว่าจะค้นหาข้อมูลข่าวสารหรือรับทราบสถานการณ์ของปัจจัยเสี่ยงและผลกระทบของปัจจัยดังกล่าวได้จากที่ไหน แหล่งใดในชุมชนบ้าง บุคคลต้องสามารถอ่านและสรุปความเพื่อทำความเข้าใจคำศัพท์และเนื้อหาสาระจากเอกสารที่อ่านได้อย่างถูกต้อง และเนื่องจากข้อมูลข่าวสารและองค์ความรู้ด้านสุขภาพ มักเผยแพร่ผ่านการพูดคุยกันระหว่างคนหรือกลุ่มคนในชุมชน บุคคลจึงต้องสามารถสื่อสารได้ทั้งเชิงรุก (พูดให้ข้อมูล อภิปราย ให้ข้อเสนอแนะ และต่อรอง) และเชิงรับ (ฟังอย่างตั้งใจเพื่อทำความเข้าใจ) (Squiers L, Peinado S, Berkman N, Boudewyns V, McCormack L, 2012) เมื่อบุคคลมีความรอบรู้ด้านสุขภาพแล้ว สถาบันต่างๆ ได้แก่ ครอบครัว สถานศึกษา สถานบริการสาธารณสุข สถานประกอบการ องค์กร หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน ท้องถิ่นและภาคประชาชน ควรส่งเสริมการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการปรับพฤติกรรมสุขภาพ มีนโยบายและมาตรการต่างๆ เพื่อการสร้างเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพ สถานบริการสาธารณสุขมีระบบบริการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพที่มีคุณภาพ การพัฒนาองค์กร/บุคคลต้นแบบสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ การพัฒนาระบบเฝ้าระวังสุขภาพด้วยการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยและการตอบโต้ความเสี่ยง และการพัฒนากำลังคนให้เป็นนักปรับพฤติกรรมสุขภาพที่เป็นมืออาชีพเพื่อเป็นที่ปรึกษา และ Coacher การสร้างสุขภาวะที่ดีให้แก่ประชาชนทุกช่วงวัย (สภาพัฒนาฯ,2564) ในการนี้เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง กองส่งเสริมความรอบรู้และสื่อสารสุขภาพ จึงเห็นควรดำเนินงาน โครงการพัฒนาและขับเคลื่อนแผนการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพ เพื่อให้ประชาชนมีความรอบรู้ด้านสุขภาวะ สามารถดูแลสุขภาพ มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ และสามารถป้องกัน และลดโรคที่สามารถป้องกันได้ เกิดเป็นสังคมบ่มเพาะ จิตสำนึกการมีสุขภาพดีสูงขึ้น

8. วัตถุประสงค์ :
1 ผลักดันให้ทุกองค์กรมีนโยบาย/มาตรการเพื่อสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาวะและการป้องกันปัจจัย เสี่ยงที่คุกคาม สุขภาวะ 2 สร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ในการเป็นผู้ตรวจสอบ สถานประกอบการและเฝ้าระวัง พฤติกรรม ประชาชนในชุมชน 3 สร้างระบบการสื่อสารด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย และหลากหลายช่องทางการเข้าถึงสื่อและการ ตอบโต้ความเสี่ยง (RRHL) 4 วิจัย พัฒนารูปแบบ ประเมินผล รวมทั้ง กำกับติดตามการดำเนินงานสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.มาตรฐาน องค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพ HLO ใน สถานบริการสาธารณสุข/สถานศึกษา/ สถานประกอบการ/ชุมชน 1 เรื่อง
2.หลักสูตร (E-Learning) - การขับเคลื่อนองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพ 1 เรื่อง 1 เรื่อง
3.หลักสูตร (E-Learning) - การสื่อสารสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ 1 เรื่อง 1 เรื่อง
4.นแบบสถานบริการสาธารณสุขรอบรู้ด้านสุขภาพ HLO อย่างน้อย 1 แห่ง/ เขตสุขภาพ 13 แห่ง
5.ภาคีเครือข่าย แกนนำภาคประชาชน ได้รับสร้างเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพ “อาสารอบรู้สุขภาพ” มีทักษะด้านการสื่อสารสุขภาพเป็นผู้ตรวจสอบ สถานประกอบการและเฝ้าระวังพฤติกรรม ประชาชนในชุมชน (จำนวนคนต่อจังหวัดในพื้นที่เป้าหมาย) 5 คน
6.รายงานกระบวนการพัฒนาสถานบริการสาธารณสุขต้นแบบรอบรู้ด้านสุขภาพ 1 เรื่อง
7.รายงานผลการสำรวจความรอบรู้ด้านสุขภาพของประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไป 1 เรื่อง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
สำหรับเครื่องมือและระบบกำกับ ติดตาม และสนับสนุนด้านวิชาการแก่หน่วยงานสังกัดกรมอนามัยที่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนงานความรอบรู้ด้านสุขภาพตามแผนปฏิบัติราชการปีงบประมาณ 2565 ดำเนินการดังนี้ • ทบทวนและศึกษาแนวคิด เครื่องมือ และแนวทางการกำกับ ติดตาม และสนับสนุนด้านวิชาการในการขับเคลื่อนงานความรอบรู้ด้านสุขภาพจากเอกสาร งานวิจัย บทความวิชาการ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และตัวอย่างการดำเนินงานในด้านอื่น ๆ • ประชุมหารือ กำกับ ติดตาม และสนับสนุนด้านวิชาการกับคณะกรรมการกำกับทิศ คณะกรรมการด้านความรอบรู้ด้านสุขภาพ และคณะทำงาน ในระดับกรมอนามัย กระทรวง และระดับประเทศ • กำหนดตารางงานเพื่อกำกับ ติดตาม และสนับสนุนด้านวิชาการแก่หน่วยงานสังกัดกรมอนามัยและภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง สำหรับหน่วยงานสังกัดกรมอนามัยและภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องขับเคลื่อนงานความรอบรู้ด้านสุขภาพในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดำเนินการดังนี้ • ชี้แจงกรอบการดำเนินงาน ทิศทาง เครื่องมือ บทบาทหน้าที่ที่คาดหวัง การสนับสนุน และตารางงานกำกับ ติดตาม แก่คณะทำงานของหน่วยงานสังกัดกรมอนามัยทั้งสายวิชาการ สายสนับสนุน และภูมิภาค • เสริมสร้างศักยภาพในการนำเครื่องมือและแบบแผนการปฏิบัติไปประยุกต์ใช้ในการออกแบบและขับเคลื่อนงานในพื้นที่ให้แก่ผู้ปฏิบัติของหน่วยงานสังกัดกรมอนามัยทั้งสายวิชาการ สายสนับสนุน และภูมิภาค • ลงพื้นที่เยี่ยมเสริมพลังหน่วยงานขับเคลื่อนในระดับภาค สำหรับประชาชนกลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่มวัยได้รับข้อมูลความรู้และการบริการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมที่ถูกต้องและเพียงพอเพื่อดูแลสุขภาพของตนเองและชุมชน ดำเนินการดังนี้ • ถอดบทเรียนการดำเนินงานส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพเชิงนโยบาย การออกแบบโครงการ และการปฏิบัติของหน่วยงานส่วนกลาง สายสนับสนุน และภูมิภาค • เฝ้าระวังและตอบโต้ข้อมูลข่าวสารเสี่ยงด้านสุขภาพ

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 พัฒนาหลักสูตร E-Learning การขับเคลื่อนองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพและการสื่อสารสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ 1 เรื่อง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 200,000.00
2 จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สร้างชุมชนนักปฏิบัติ (COP : Community of Practice) เรื่องการเสริมเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพให้กับประชาชน ในทุกกลุ่มวัย 1 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 332,000.00
3 จัดจ้างผู้ประสานงานโครงการ 2 คน 2 คน 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 360,000.00
4 วิจัย พัฒนารูปแบบ ประเมินผล รวมทั้ง กำกับติดตามการดำเนินงานสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ 3 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 2,014,250.00
5 ประชุมคณะกรรมการ ขับเคลื่อนการพัฒนาองค์กรต้นแบบความรอบรู้สุขภาพ 5 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 158,050.00
6 เยี่ยมเสริมพลัง หน่วยบริการสาธารณสุข สถานประกอบการ/กิจการ/กิจกรรมทุกระดับ ที่เข้าร่วมโครงการ 5 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 225,000.00
7 ประชุมหารือ กำกับ ติดตาม และสนับสนุนด้านวิชาการงานส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพ 10 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 37,200.00
8 เพิ่มสมรรถนะกำลังคนในหน่วยบริการสาธารณสุข เพื่อเป็นนักปรับพฤติกรรมสุขภาพมืออาชีพ 30 คน 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 55,700.00
รวมเป็นเงิน 3,382,200.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
3,382,200.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
12 เขตสุขภาพ และกรุงเทพมหานคร

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
1. ผู้แทนบุคลากรที่เกี่ยวข้องจากกรมต่าง ๆ ในกระทรวงสาธารณสุข 2 เครือข่ายการทำงานทั้งภาครัฐและเอกชน

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
1 บุคลากรในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข 2 ภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพในเขตสุขภาพและประเทศ 3 อสส. อสม. และประชาชนทั่วไป

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1 นางศรัชฌา กาญจนสิงห์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 2 นางสาวกรรณิการ์ มณีวรรณ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 3 นายสายชล คล้อยเอี่ยม นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 4 นางสาวกมลวรรณ สุขประเสริฐ นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 5 นางสาวดวงพร ไข่ขวัญ นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางศรัชฌา กาญจนสิงห์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางวิมล โรมา

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายสราวุฒิ บุญสุข

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................